อย่าฝากความหวังไว้กับนิยายเรื่องนี้จนกว่า 'นิยายรักในครัวใจ' จะจบนะคะ แจ้งให้ทราบก่อนอ่านจะได้ไม่ต้องค้างกันค่ะ ถ้าไม่อยากค้างคาหรือว่าเสียอารมณ์ก็รอให้ 'นิยายรักในครัวใจ' จบก่อนแล้วค่อยมาอ่านก็ได้นะคะ แหวนทองคำบริสุทธิ์สองวงนี้ เป็นเครื่องหมายแห่งความรักและคำสัญญา แสดงว่าเราจะช่วยกันรักษา และทะนุถนอมความรักที่มีต่อกันให้บริสุทธิ์ แหวนนี้เป็นวงกลมเชื่อมกันสนิท ไม่มีจุดเริ่มต้นและไม่มีที่สิ้นสุด เราจักมอบให้เป็นความรัก และเป็นเครื่องหมายตราประทับในดวงใจของเราทั้งสอง ตั้งแต่บัดนี้ไปจนชั่วนิรันดร์ มันไม่ใช่คำประกาศในพิธีแต่งงานใดๆ แต่มันเป็นคำโมเมของคนอยู่ไกลสุดขอบโลก...คนที่เธอไม่เคยให้คำจำกัดความถึงสถานะและความสัมพันธ์ระหว่างกันได้ ที่ฉวยโอกาสตอนเธอเมาเอาแหวนมาสวมให้เธอในวันเกิดของเขา แล้วก็เอาโทรศัพท์ของเขาถ่ายคลิปเอาไว้เพื่อผูกมัดเธอ เขาว่าอย่างนั้น แล้วแหวนที่เขาสวมให้ก็ดันเป็นใจให้เจ้าของ...มันถอดไม่ออก พอๆ กับที่เธอทำท่าจะขายไม่ออกเพราะตั้งแต่มีแหวนวงนี้ติดนิ้วมาตั้งแต่อายุสิบแปดก็แทบไม่มีผู้ชายคนไหนเข้ามาข้องแวะหรือขายขนมจีบเลย หรือมีเข้ามาก็แค่ประเดี๋ยวประด๋าวเพราะนอกจากแหวนเจ้าปัญหาจะสร้างความเคลือบแคลงระแวงสงสัยให้กับบรรดาหนุ่มๆ ที่เข้ามาขายขนมจีบแล้ว พอเรื่องไปเข้าหูเจ้าของแหวนภาพของเธอที่เคยถ่ายคู่กับเขา สารพัดกิจกรรมที่ทำร่วมกันมานับสิบปีตามวันเวลาที่รู้จักกันมาก็จะปรากฎหราอยู่บนหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ชื่อก้องโลกและสื่อต่างๆ ทันทีราวกับคนปล่อยภาพเป็นเจ้าของสื่อเสียเอง แต่ก็อย่างว่า ไม่มีสื่อไหนปฏิเสธข่าวรักๆ ใคร่ๆ ของซุปเปอร์สตาร์ชื่อก้องโลกที่เป็นที่จับตามองของผู้คนทั่วโลกอย่าง หลุยส์ อาเธอร์ สมิธ อยู่แล้ว เจ้าบ่าวจะสวมแหวนให้เจ้าสาวแล้วนะ ใบหน้าหวานละมุนส่ายไปมา และก็จะเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่เปิดคลิปดังกล่าวขึ้นมาดู...ดวงตาสดใสสุกสกาวมองคนโมเมตัวเองเป็นเจ้าบ่าวกำลังสวมแหวนให้เธอที่เมาหลับไม่รู้เรื่องอยู่ในอ้อมแขนของเขา พอสวมแหวนให้เธอเรียบร้อยเขาก็เอาแหวนอีกวงยัดใส่มือเธอ ก็มือของเขานั่นแหละที่คอยประคองมือเธอ จนสามารถยัดแหวนเข้าไปในนิ้วเขาได้สำเร็จ เอาล่ะ ทีนี้ก็เป็นอันเสร็จพิธี คนตั้งตัวเองเป็นเจ้าบ่าวพึมพำบอกกับตัวเอง หรืออาจจะบอกกับเธอที่นอนไม่ได้สติสตังอยู่ในอ้อมแขนของเขาด้วยเธอก็ไม่อาจทราบได้ในตอนนั้น แล้วเขาก็จบพิธีการของเขาด้วยการยกมือของเธอขึ้นจุมพิต และให้เธอทำแบบเดียวกับที่เขาทำกับเธอบ้าง โดยมีเขาอีกนั่นแหละเป็นคนควบคุมทั้งหมด สำหรับเธอแล้วเขาเป็นคนขี้เล่นมาแต่ไหนแต่ไร และเธอก็อยากจะคิดว่าที่เขาทำทั้งหมดก็เพราะความทะลึ่งทะเล้นตามวัยของเขา...ตอนนั้นเขาเพิ่งจะอายุสิบเก้าปี ส่วนเธอก็สิบแปด จำไว้นะยายแมวเหมียวว่าตัวเองน่ะมีเจ้าของแล้ว เธออยากจะคิดว่าเขาเป็นพ่อมด และคำพูดของเขาในวันนั้นก็เป็นเหมือนคำสาป ทำให้เธอกลายเป็นคนมีห่วง มีเจ้าของไปโดยปริยาย ในขณะที่เขายังระเริงรื่น ควงสาวออกงานหน้าชื่นตาบาน มีข่าวให้เห็นตามสื่อต่างๆ ไม่เว้นแต่ละวัน ถ้าเธอตัดนิ้วได้ เธอคงทำไปแล้ว เขาไม่เคยบอกว่ารัก แต่ความผูกพันนี่แหละที่มันมากกว่าสิ่งใดๆ ทั้งหมด เพราะมันทำให้เธอไปไหนไม่รอด ต่อให้เขาทำให้เธอโกรธหรือว่าโมโหแค่ไหน แต่พอได้ยินเสียงอ้อนออด ได้เห็นใบหน้าหล่อเหลาทำหน้าหน้าทะเล้นในแบบฉบับที่ไม่เคยมีใครได้เห็นมาก่อน เธอก็ใจแข็งได้ไม่นาน จะโกรธก็โกรธไม่ลง ต่อให้โมโหแค่ไหนก็โมโหได้แค่ประเดี๋ยวประด๋าว ตั้งแต่อายุสิบห้าที่มีเขาเข้ามาวุ่นวายในชีวิต เธอก็เหมือนจะสลัดเขาไม่ออกตั้งแต่วันนั้น ทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าระหว่างเธอกับเขาเรียกว่าอะไร คนรู้จัก หุ้นส่วน พี่น้อง เพื่อนสนิท คนรู้ใจ คนรัก ทั้งหมดนี้รวมกัน หรือว่า...ของตายของเขา คิตตี้ ที่รักโทร.มา...ที่รักโทร.มา เสียงโทรศัพท์ที่เธอเองก็บ้าตามเขา ยอมให้เขาอัดเสียงตัวเองเอาไว้เพื่อเป็นเสียงเฉพาะสายสำหรับเบอร์โทร.ของเขา หลังจากเขาหัดพูดภาษาไทยได้ไม่นาน ดึงขวัญคีรีออกจากความคิดของตัวเองและคลิปวิดีโอตรงหน้า ผมไม่ได้ทำนะคิตตี้ นี่แหละที่รักของเธอที่ได้มาจากการยัดเยียดของเขา....เขาคิดว่าเธอจะต้องรู้ทุกเรื่องของเขา ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหนในโลกก็ตาม อย่างเรื่องโทรศัพท์ก็เหมือนกัน เธอเคยรับปากเขาว่าจะรับโทรศัพท์ของเขาทุกครั้ง ดังนั้นไม่ว่าจะทำอะไรอยู่ที่ไหน หรือต่อให้ตอนนั้นกำลังโกรธ กำลังงอนกันอยู่ เธอก็ต้องรับ....แต่ถ้าไม่ได้ยิน หรือว่าบังเอิญติดธุระสำคัญจริงๆ เธอก็จะต้องรีบโทร.กลับเขาก่อนหนึ่งชั่วโมง เพราะไม่อย่างนั้นคนใจร้อนจะบินมาหาเธอทันทีไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหนก็ตาม และมันไม่ใช่แค่คำขู่ เพราะเหตุการณ์ทำนองนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว....มีอยู่ครั้งหนึ่งเธอออกไปพบลูกค้าแล้วดันลืมโทรศัพท์เอาไว้ที่บ้าน หลังเลิกคอนเสิร์ตที่จีน เขาบินมาหาเธอที่อเมริกาด้วยเครื่องบินส่วนตัวของเขา ทั้งที่มีวันรุ่งขึ้นมีคอนเสิร์ตที่ญี่ปุ่นต่อ แค่มาโวยวาย และบอกให้รู้ว่าเขาเป็นห่วงเป็นกังวลแค่ไหนที่เธอไม่รับโทรศัพท์...แค่นั้น แล้วก็ไป พูดอะไร ไม่เห็นรู้เรื่องเลย หือ...โทนี่ไม่ได้บอกคิตตี้หรือ คนโทร.มาสารภาพผิดแปลกใจเสียเอง นึกไม่ถึงว่าครั้งนี้ตัวเองจะเร็วกว่าผู้จัดการส่วนตัวที่ตั้งตัวเป็นองครักษ์พิทักษ์เจ้าหญิง คอยรายงานข่าวคราวความเคลื่อนไหวของเขาให้เธอรู้ชนิดไม่ต้องกลัวว่าจะตกประเด็นเลย และก็ไม่ใช่แค่ข่าวคาวๆ ของเขาเท่านั้น...เขาไปเที่ยว เขาขี้เกียจทำงาน เขาขี้เกียจตื่น ขี้เกียจทำงาน เขาเกเร ไม่ยอมกินข้าว เขาไม่สบายตัว ไม่สบายท้อง กินไม่ได้นอนไม่หลับ โทนี่รายงานเธอหมด บอกอะไร เธอถามธรรมดาแท้ๆ แต่คนมีความผิดติดตัวรู้สึกเย็นวาบไปถึงไหนต่อไหนแล้ว เปล่าจ้ะ เสียงของคนไกลอ่อนลงโดยอัตโนมัติ คิดถึงคิตตี้จังเลย ตกลงว่าก่อเรื่องอะไรอีกแล้วใช่ไหม เธอไม่เคยตามข่าวของเขาจากสื่อต่างๆ นอกจากว่าโทนี่จะเป็นคนส่งมาให้ดู หรือว่าโทร.มาบอก ซึ่งฝ่ายนั้นก็ดูจะมีเรื่องของเขามารายงานเธอได้ทุกวันเหมือนกัน ไม่ว่าเขาจะทำอะไรอยู่ที่ไหน และตอนนี้คนในสายก็มีทัวร์คอนเสิร์ตที่ยุโรป ในขณะที่เธอบินกลับมาบ้านที่เมืองไทย คิตตี้อย่าทำเสียงดุนักสิ ได้ยินเสียงอ่อยๆ อ้อนๆ ของคนโทร.มาขวัญคีรีก็พอจะคาดเดาเหตุการณ์ได้ เพราะถ้าเมื่อไหร่ที่ได้ยินน้ำเสียงประมาณนี้ เป็นอันรู้กันว่าเขาไปก่อเรื่องอะไรมาจริงๆ และเรื่องนั้นก็จะต้องมีสาวๆ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ตกลงวันนี้จะได้รู้เรื่องไหม...ถ้าไม่พูดเคทจะได้วางแล้วนะ หญิงสาวแกล้งทำเสียงแข็งเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังเป็นต่อ เมื่อคืนผมไปเที่ยวผับ ไหนบอกมีคอนเสิร์ต คนรู้ตารางงานดียิ่งกว่าเจ้าตัวสวนกลับ ไปหลังคอนเสิร์ตเลิกจ้ะ มันเป็นผับในโรงแรมที่พักนั่นแหละ แล้ว? มีปาปารัซซี่ถ่ายรูปผม คนเดียว? เปล่าจ้ะ ถ้าคนที่ตกเป็นข่าวด้วยไม่ใช่คนดังและเป็นที่รู้จักของผู้คนที่นี่ ความเดือดเนื้อร้อนใจก็คงจะไม่เท่านี้ หลังจากเผลอปล่อยตัวให้สนุกไปกับบรรยากาศ และด้วยความที่ดื่มเข้าไปเยอะ สติที่เคยมีก็เลยเหลือน้อย พอฝ่ายนั้นเข้ามาตีสนิทเขาก็ปล่อยทุกอย่างเลยตามเลย...สนุกจนได้เรื่อง พอเช้าภาพสาวสังคมชื่อดังของที่นี่ก็ปรากฎหราบนหน้าหนังสือพิมพ์คู่กับเขาแล้ว ถ้ามันเป็นการยืนหรือนั่งทักทายกันธรรมดา ไม่ใช่ฝ่ายนั้นเข้ามานั่งบนตัก กอดคอ ซบไหล่ เขาก็คงจะไม่ทำตัวเป็นกระต่ายตื่นตูมแบบนี้ แล้วคิดยังไงโทร.มาบอก ขวัญคีรีแสร้งกดเสียงให้ต่ำลงอีกระดับ โธ่! คิตตี้อย่าทำเสียงแบบนี้สิ...ผมยิ่งกลัวแมวเหมียวเข้าใจผมผิดอยู่ สงสัยว่าเธอจะต้องไปหาภาพที่ว่ามาดูจริงๆ ซะแล้วถ้าลองได้เรียกเธอว่า แมวเหมียว เสียงอ่อนแบบนี้ ถ้ากลัวแล้วทำให้มันออกมาเป็นข่าวทำไม...แล้วโทนี่ไม่ได้ไปด้วยใช่ไหม เพราะถ้าโทนี่ไปด้วยเรื่องทำนองนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน ผมไปคนเดียว ตั้งใจว่าจะไปดื่มนิดหน่อย...พอดีมันเพลิน เสียงในตอนท้ายเบาจนปลายสายแทบจะไม่ได้ยิน เหล้าพาเพลินหรือว่าผู้หญิงพาเพลิน ผมผิดไปแล้ว คนผิดสารภาพอย่างหมดท่า แต่ผมไม่ได้ไปต่อกับเขานะ พอรู้ว่าถูกถ่ายรูปผมก็กลับขึ้นห้องพักเลย คิตตี้เชื่อผมนะ เธอเชื่อ เพราะตั้งแต่รู้จักกันมา ต่อให้ไม่ว่าเรื่องที่ก่อจะร้ายแรงแค่ไหน...กับเธอ เขาจะไม่โกหก และไม่ว่าจะยังไง เขาก็แคร์เธอเสมอ นี่ละมั้งที่ทำให้เธอยังอยู่ตรงนี้ คิตตี้พูดอะไรบ้างสิ จะให้พูดอะไรล่ะ ก็ยังไม่เห็นรูป ผมเล่าให้ฟังแล้วไง...คิตตี้ไม่โกรธผมนะ ไม่รู้สิ ถึงจะโกรธ เธอก็ไม่เคยโกรธเขาได้นานหรอก คิตตี้โกรธจริงๆ ด้วย เขาไม่ชอบเลยเวลาได้ยินได้ฟังน้ำเสียงไมยินดียินร้ายของเธอ เพราะมันเหมือนว่าเขาไม่สำคัญสำหรับเธอ ไม่โกรธหรอก เบื่อแล้ว ทำไมคิตตี้พูดแบบนี้ล่ะ ก็จริงๆ นี่ คิตตี้เบื่อผมหรือเบื่อข่าว แม้กำลังน้อยใจ แต่ก็ยังมีหวัง ทั้งสองอย่างนั่นแหละ ขวัญคีรีแค่ลองใจ แต่สำหรับหลุยส์มันคือเรื่องใหญ่หลวง คิตตี้พูดแบบนี้ได้ยังไง ผมยังไม่เคยเบื่อคิตตี้สักครั้ง วินาทีเดียวก็ไม่เคยรู้สึก คิตตี้พูดกับผมแบบนี้ไม่คิดถึงใจผมเลย ไม่รู้ล่ะ ผมจะไปเมืองไทย ผมไม่ยอมหรอก เกี่ยวกันไหมนะ อะไร ได้ยินเสียงหัวเราะน้อยๆ แทรกในประโยคก็ตวัดเสียงถามกลับงงๆ แต่ใจเริ่มมาเมื่อจับหางเสียงได้ ก็ที่จะมาเมืองไทยไง เขายังมีทัวร์คอนเสิร์ต แต่การเดินทางไปไหนมาไหนด้วยเครื่องบินส่วนตัวมันก็เอื้อให้เขาทำตามที่พูดได้ง่ายมาก และถ้าเธอยังแกล้งเขาอยู่แบบนี้รับรองว่าพรุ่งนี้เธอได้เห็นเขาที่นี่แน่ พรุ่งนี้เจอกันที่เมืองไทย แล้วก็เตรียมตัวเอาไว้ด้วย ผมจะรับกลับมาด้วยเลย พูดตลกแล้ว คนเพิ่งมาได้ไม่กี่วัน จะให้กลับได้ยังไง เธอตั้งใจว่าจะอยู่อีกหนึ่งอาทิตย์และจะแวะไปหามัมกับแด๊ดของเขาที่อังกฤษก่อนถึงจะกลับไปอเมริกา แล้วเธอก็บอกเขาเอาไว้แล้วด้วย ไม่ให้อยู่ต่อแล้ว เพราะอยู่ห่างกันแบบนี้ไงคิตตี้ถึงได้พูดว่าเบื่อผม ผมคงจะปล่อยให้คิตตี้อยู่คนเดียวนานเกินไป คิตตี้ก็เลยชินกับการไม่มีผมอยู่ด้วยใช่ไหม มีแต่เขาบอกว่าอยู่ด้วยกันทุกวันแล้วเบื่อกัน ไม่ใช่อยู่ห่างแล้วเบื่อกัน เพี้ยนหรือเปล่า...แล้วเมื่อกี้เคทก็แค่ล้อเล่น ซีเรียสไปได้ ล้อเล่น? โทนเสียงสูงนั้นบอกอารมณ์ของคนพูดได้เป็นอย่างดี คิตตี้เอาเรื่องแบบนี้มาล้อเล่นได้ยังไง ผมเสียใจแค่ไหนตอนได้ยินไม่รู้หรือ นี่แกล้งโมโหกลบเกลื่อนความผิดของตัวเองหรือเปล่าเนี่ย ตอนนี้เธอนึกภาพเขาออกเลยล่ะ...ใบหน้าคมเข้มคงทั้งคว่ำทั้งงอ คิ้วหนาๆ นั่นก็คงแทบจะผูกโบว์ได้ ส่วนริมฝีปากล่างก็คงจะห้อยถึงคาง พรุ่งนี้เจอกันที่เมืองไทย แล้วก็อย่าออกไปไหนด้วย รอผมอยู่ที่บ้าน หนุ่มคนดังยังยืนยันคำเดิมทำยังกับสเปนกับไทยใกล้กันนิดเดียว ยังมีทัวร์คอนเสิร์ตต่อไม่ใช่หรือ พออีกฝ่ายจะเอาจริง คนได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องจิตวิทยาหรือพูดง่ายๆ ก็คือคนรองรับอารมณ์ของเขานั่นเองก็อดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะเมื่อไหร่ที่เขาเครียด โมโห หงุดหงิด ไม่มีอารมณ์ทำงาน หรือไม่มีสมาธิกับงานที่ทำก็เธอทั้งนั้น ไม่มีมั้ง น้ำเสียงรวนเต็มที่ อีกสามวันเขามีแสดงคอนเสิร์ตที่เชค (สาธารณรัฐเชค) และจะปิดท้ายทัวร์คอนเสิร์ตครั้งนี้ที่อังกฤษบ้านเกิดของเขาในอาทิตย์หน้า เธอเองก็รู้ดีพอๆ กับเขานั่นแหละ ถ้าเคทบอกว่าไม่ให้มาก็จะมาใช่ไหม อารมณ์แบบนี้เธอรู้ว่าถึงห้ามไปก็ป่วยการ ใช่ แล้วงานจะเสียไหม ไม่เสีย ถ้าคิตตี้กลับมากับผม ยังไม่วายมีข้อแม้ แต่เราคุยกันแล้วนะ แล้วคิตตี้ก็เป็นคนทำให้แผนถูกเปลี่ยนเอง จะมาโทษผมไม่ได้หรอก ไปๆ มาๆ กลายเป็นเธอเป็นคนผิดซะงั้นทั้งที่เขาเป็นคนก่อเรื่อง ตามใจ อยากจะมาก็มา แล้วเรื่องกลับว่าไง มาถึงก่อนค่อยคุยกัน...มีอะไรอีกไหมจะวางแล้ว มี...ผมคิดถึงคิตตี้ น้ำเสียงนั้นติดตะบึงตะบอนเหมือนเสียไม่ได้ แต่ก็ทำให้คนฟังยิ้มจนได้ ผมคิดถึงจริงๆ นะ ไม่ได้พูดเอาใจหรือว่าจะกลบเกลื่อนความผิดอย่างที่คิตตี้ว่า ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่..เจอกันพรุ่งนี้ แล้วก็...พักผ่อนด้วย จะวางทั้งที่ยังไม่ได้บอกคิดถึงผมน่ะหรือ ก็ไม่ได้คิดถึงนี่...ล้อเล่น ปากที่กำลังจะเริ่มเม้มเป็นเส้นตรงถูกคลายออกทันทีเมื่อได้ยินสองคำสุดท้ายและประโยคถัดมา คิดถึงเหมือนกัน เดินทางปลอดภัยนะ แกล้งผมบ่อยๆ เข้า ผมถึงเมืองไทยเมื่อไหร่เตรียมตัวถูกทำโทษเอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน กลัวตายแหละ...แค่นี้นะ อารมณ์ที่ทำท่าจะคุกรุ่นก่อนหน้ากลับมาเป็นปกติอีกครั้ง ใบหน้าคมเข้มเจือยิ้มส่ายไปมา ดวงตาทอประกายจับจ้องรูปถ่ายบนหน้าจอโทรศัพท์ของคนเพิ่งวางสายไปด้วยหัวใจอาบสุข อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะได้เจอกันแล้วนะแมวเหมียว *****************************************************************
ไหนบอกให้รออยู่ที่บ้าน เสียงประท้วงอู้อี้กับไหล่กว้างทำให้คนเพิ่งลงจากเครื่องหัวเราะทั้งที่ไม่ได้นอนมาหลายชั่วโมง สองแขนที่สวมกอดร่างนุ่มนิ่มเอาไว้ เพิ่มแรงกอดรัดขึ้นอีกเล็กน้อยให้สมกับความคิดถึง กลัวว่ากลับไปถึงบ้านแล้วจะหาโอกาสทำโทษคนช่างแกล้งไม่ได้ เพราะน้องครีมกับน้องพายติดพี่เคทเหลือเกิน งั้นก็ปล่อยได้แล้ว ยังไม่ได้ทำโทษเลย กอดแน่นขนาดนี้ยังไม่อีกหรือ เสียงหัวเราะหึๆ ดังขึ้นในลำคอแกร่งอีกครั้ง อืม...คิดถึงจังเลย แมวเหมียวของผม ถ้าทำได้เขาอยากพาเธอไปไหนมาไหนด้วยในทุกๆ ที่ด้วยซ้ำ บางทีเขาน่าจะขอบคุณเรื่องที่เกิดขึ้นที่ทำให้เขาหาเรื่องมาหาเธอได้หลังจากไม่ได้เจอกันร่วมสองเดือนเพราะช่วงนี้เขาติดทัวร์คอนเสิร์ต ไปที่รถเถอะ อาครีตกับพี่แพรออยู่ เดี๋ยวจะไปร้านซะก่อน ขวัญคีรียกร้านอาหารเฟเว่อ เร็สต์ให้คนเป็นอาหลังจากตัดสินใจทำงานและใช้ชีวิตอยู่ที่นิวยอร์ก ไปร้านก็ไม่เห็นเป็นไรเลย เดี๋ยวเราไปหาที่ร้านก็ได้ ไม่ได้ หือ? หนุ่มหล่อดันร่างแบบบางในอ้อมแขนออกห่างจากตัวเล็กน้อย สายตาของเขาบอกว่าสงสัยจริงๆ ไปถึงบ้านแล้วต้องนอนพัก ตื่นแล้วจะได้กลับ พอไม่มีใครทัดทานเขาได้ โทนี่ก็โทร.มาย้ำกับเธอว่าพอเขามาถึงและนอนพักแล้วให้เธอพาเขากลับ เพราะเขาจะต้องขึ้นซ้อมก่อนแสดงจริง พรุ่งนี้กลับก็ยังทัน ไม่ได้หรอก เผื่อเกิดอะไรฉุกเฉิน จะเสียงานเปล่าๆ...ไปเถอะ แล้วคิตตี้จะกลับกับผมหรือเปล่า ขายาวก้าวตาม กุมมือเรียวเล็กไม่ยอมปล่อย คำถามที่ยังไม่ได้คำตอบถูกเอ่ยออกมาอีกครั้ง ปรากได้ชื่อว่าเป็นเมืองโรแมนติกติดหนึ่งในสิบของโลก และเขาก็ชอบที่นี่มากหลังเคยไปเล่นคอนเสิร์ตสองสามครั้ง แต่เขาไม่เคยมีโอกาสพาเธอไปด้วยสักครั้ง ยังไงวันนี้เขาก็จะต้องเอาตัวเธอไปด้วยให้ได้ ที่อุตส่าห์บินมานี่ก็ตั้งใจจะเอาตัวไปด้วยอยู่แล้วไม่ใช่หรือ คำตอบนั้นเรียกรอยยิ้มของคนถามได้เป็นอย่างดี ผมอยากให้คิตตี้ไปเที่ยวต่างหาก...ปรากสวยนะ รับรองว่าคิตตี้จะต้องชอบ ตั้งแต่เรียนจบด้านแฟชั่นดีไซน์และทำงานหาประสบการณ์ที่อเมริกามากว่าสามปีขวัญคีรีก็ตัดสินใจเปิดห้องเสื้อเป็นของตัวเองโดยได้แรงยุจากเขา ไม่ถึงปี kwankeeree Design Studio ภายใต้แบรนด์ kwankeeree ซึ่งเป็นเสื้อผ้าของผู้หญิง และแบรนด์ kate เสื้อผ้าสำหรับสุภาพบุรุษ ก็เป็นที่รู้จักของทุกคน โดยเปิดตัวโชว์รูมแห่งแรกที่นิยอร์ก และขยายไปที่อังกฤษ ฝรั่งเศส, อิตาลี, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, สิงคโปร์ และตุรกีในปีต่อมา หลังเสร็จงานเรายังพอมีเวลาอยู่เที่ยวสักสองสามวัน จากนั้นค่อยไปอังกฤษกัน ขวัญคีรีเข้าประจำที่คนขับและไม่ได้ค้านคำพูดของเขาเพราะรู้ว่าเขาตั้งใจเอาไว้แล้ว ตกลงนะ ใบหน้าเรียวสวยส่ายไปมาเมื่อใบหน้าโทรมๆ ยื่นเข้ามาถาม ยิ้มหน้าเป็น โดนอาครีตกับพี่แพบ่นแน่ๆ เลย มาแป๊บๆ ก็ต้องกลับแล้ว เดี๋ยวให้ว่าผมแทน เพราะผมเป็นคนมารับคิตตี้เอง ไหนจะน้องครีมกับน้องพายอีก มีหวังงอนนานแน่เลยคราวนี้ ลูกสาววัยแปดขวบกับเจ็ดขวบของผู้เป็นอาติดเธอนักแม้ว่านานๆ ครั้งจะได้เจอกันก็ตาม ไม่ต้องห่วงหรอก ผมเตรียมของขวัญมาปลอบใจสองสาวแล้ว รับรองเราสองคนไม่ถูกโป้งแน่นอน ถ้าจะถูกโป้งก็เพราะหลุยส์นั่นแหละ รับเอาไว้หมดครับผม...ทำไงได้ก็ผมคิดถึงคิตตี้นี่ เสร็จจากทัวร์คอนเสิร์ตผมจะไปเป็นลูกจ้างที่ร้าน ทีนี้ก็จะได้อยู่กับคิตตี้ทุกวัน จะไปเป็นลูกจ้าง แล้วทำอะไรเป็นบ้าง อย่างน้อยผมก็เป็นแบบลองเสื้อให้คิตตี้ได้ก็แล้วกัน ข้อนี้ขวัญคีรีไม่เถียง เพราะตั้งแต่เปิดร้านมา...ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่าตั้งแต่เธอเรียนแฟชั่นดีไซน์มาเลยก็ว่าได้ที่เขาไม่เคยใส่เสื้อผ้าแบรนด์ดังที่เคยสั่งอีกเลย และด้วยความดังของเขาและมีแต่คนต้องการตัว เขาก็เลยมีเพาเวอร์พอที่จะบอกเลิกสปอนเซอร์เสื้อผ้าทั้งหลายและหันมาเป็นนายแบบ เป็นเซเลบริตีให้กับแบรนด์เสื้อของเธอแทน เธอก็เลยมีหน้าที่ออกแบบและตัดเสื้อกางเกงให้เขาใส่ไปโดยปริยาย และก็เพราะได้เขาช่วยโปรโมทนี่แหละห้องเสื้อของเธอถึงได้เป็นที่รู้จักในเวลารวดเร็ว จะได้อยู่สักกี่วัน เดี๋ยวก็ต้องเตรียมทำอัลบั้มใหม่ ถึงจะหมดจากทัวร์คอนเสิร์ตใหญ่ แต่งานจ้างทั่วไปก็ยังมีอยู่เนืองๆ เพียงแต่ไม่แน่นเท่ากับช่วงออกทัวร์คอนเสิร์ตเท่านั้นเอง แต่ก็ยังได้อยู่กับคิตตี้ล่ะ เขาตัดสินใจซื้อเพนต์เฮ้าส์ตอนที่เธอมาเรียนที่นิยอร์กหลังจากยื้อกันอยู่นานเนื่องจากเขาอยากให้เธอไปเรียนที่อังกฤษ เพราะถึงเขาจะไม่ได้อยู่ด้วยก็ยังมีมัมกับแด๊ดของเขาช่วยดูแล แต่ขวัญคีรีก็ไม่ยอมจะมาเรียนที่อเมริกาให้ได้ สุดท้ายก็เป็นเขาที่ต้องย้ายมาเรียนที่นี่ตามเธอ และก็โชคดีที่บริษัทต้นสังกัดของเขาอยู่ที่นี่ พอเธอเรียนจบเขาก็เลยบอกให้เธอเปิดห้องเสื้อที่นี่โดยมีเขาเข้าร่วมหุ้นด้วยหลังถูกปฏิเสธเงินลงทุนและตึกที่เขาซื้อให้เป็นของขวัญตอนที่ผลงานการออกแบบของเธอได้เข้ารอบหนึ่งในสิบจากการคัดเลือกของ CFDA (Council of Fashion Designers of America) ให้ไปร่วมงานด้วย และได้ร่วมจัดแสดงเป็นส่วนหนึ่งของ นิวยอร์ก แฟชั่น วีก...นั่นเป็นจุดเริ่มของ kwankeeree Design Studio ชื่อที่เขาเป็นคนตั้งให้เธอ และตั้งแต่นั้นมา kwankeeree Design Studio ก็ทำแฟชั่นโชว์ของตัวเองออกมาทุกปี ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีมาโดยตลอด ตอนนี้เพนต์เฮ้าส์ที่เขาซื้อเอาไว้ก็เหมือนจะกลายเป็นห้องร้างไปแล้วเมื่อเขาสมัครใจที่จะมาสิงสถิตอยู่บนชั้นสามของ kwankeeree Design Studio ซึ่งถูกตกแต่งเป็นส่วนของที่พักของเธอเพราะเจ้าตัวไม่ยอมไปอยู่ที่เพนต์เฮ้าส์ของเขาหลังจากเขาทั้งชวนทั้งหลอกล่อยังไงก็ไม่สำเร็จ หรือว่าคิตตี้ไม่อยากให้ผมอยู่ด้วย เคยห้ามได้ไหมล่ะ เพราะมันไม่เคยมีบ้านเธอบ้านเขามานานแล้ว...บ้านที่เมืองไทย เขาก็ถือเป็นสมาชิกคนหนึ่งของบ้านไปแล้ว ส่วนบ้านของเขาที่อังกฤษเธอก็เหมือนเป็นลูกสาวของมัมกับแด๊ดของเขาไปแล้วเหมือนกัน พอเธอไปเรียนที่อเมริกาเขาก็แทบจะย้ายตัวเองมาอยู่กับเธอเลยทีเดียว ตอบให้ตรงคำถามหน่อยแมวเหมียว ก็มันจริงนี่...อยากหรือไม่อยากก็ต้องอยู่ด้วยอยู่แล้ว พูดแบบนี้อีกแล้วนะ พออาการน้อยใจมา เสียงก็เริ่มขุ่นขึ้งตามมาด้วย คิตตี้พูดเหมือนไม่รักผมเลย ขวัญคีรีส่ายหน้าไปมา ปรายสายตามองคนช่างตัดพ้อ ระหว่างเธอกับเขามันเลยคำนี้มาแล้ว จะว่าไปก็ตั้งแต่รู้จักกันนั่นแหละ...เขาไม่เคยจีบ เขาไม่เคยขอเธอเป็นแฟน แต่เขาบอกเลยว่าเธอเป็นของเขา และจะต้องมีเขาคนเดียวเท่านั้น ตั้งแต่นั้นมาชีวิตของเธอก็ถูกผูกติดกับเขามาตลอดเพราะนอกจากผู้เป็นอาแล้ว เขาก็ถือว่าเป็นผู้ชายคนเดียวที่เธอไว้ใจมากที่สุด แม้ว่าความสัมพันธ์มันจะดูเรื่อยๆ เฉื่อยๆ ไปสักนิดเพราะเวลายาวนานที่ได้รู้จักกันแต่ทุกครั้งที่เธอมีเรื่องไม่สบายใจหรือว่าไม่สบายกายเขาจะอยู่ข้างๆ เธอเสมอ ไม่ว่าตอนนั้นเขาจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ก็...ไม่อยากจะรักหรอก แต่มันไปไหนไม่ได้แล้ว คำพูดเหมือนเสียไม่ได้นั้นถ้าเป็นคนอื่นก็คงจะคิดว่าเธอจำใจต้องรักและจำใจต้องอยู่ด้วย แต่ไม่ใช่กับหลุยส์ รักผมมากก็บอกมาตรงๆ เถอะน่า เพราะแมวเหมียวของเขาไม่ค่อยจะชอบบอกรักเขาเลย แต่การกระทำที่ผ่านมาทั้งหมดของเธอบอกว่าเธอมีเขาคนเดียวและเธอเองก็รู้สึกไม่ต่างจากเขา คิตตี้ เสียงทุ้มลากยาวเรียกขวัญคีรีให้หันไปมองสบสายตาคาดคั้นอีกครั้ง รักหรือเปล่า อือ ถึงคราวหลุยส์ส่ายหน้าไปมาบ้างเมื่อได้รับฟังคำตอบรับอืออาในลำคอไม่ต่างจากทุกครั้งที่เขาเอ่ยถามคำถามนี้..มือเรียวยาวยกขึ้นวางบนศีรษะที่ปกคลุมด้วยผมนุ่มสลวยยาวปะบ่าโยกเบาๆ ปากแข็งขนาดนี้ ผมคงได้หาวิธีง้างปากสักวัน คำขู่นั้นไม่ได้น่ากลัวเลยโดยเฉพาะเมื่อคนตัวใหญ่เอนตัวลงพิงไหล่ของคนขับด้วยท่าทางออดอ้อน กลับไปนั่งดีๆ เคทขับรถไม่ถนัด มันเป็นข้ออ้าง เพราะถึงจะใกล้ชิดสนิทสนมกันมานานแต่สิ่งหนึ่งที่เธอปฏิเสธไม่ได้ก็คือมันเหมือนจะมีไฟฟ้าช็อตทุกครั้งที่เข้าใกล้กัน และเขาก็รู้ข้อนี้ดี ทุกทีก็เห็นขับได้ นี่เป็นท่าสุดโปรดของเขา เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของเขากับเธอที่เขาไม่ยอมพลาดที่จะฉกฉวยมันเอาไว้ เวลาที่เราเจอกันก็น้อยอยู่แล้ว คิตตี้อย่าไล่ผมเลยนะ เสียงนุ่มทุ้มเว้าวอนฟังออดอ้อนไม่น้อยนั้นทำให้ขวัญคีรีใจอ่อนไม่ต่างจากทุกครั้ง...ดวงตาอาบสุขหลุบลงมองคนพิงซบแล้วก็ปล่อยให้เขาอยู่ ท่านั้น จนกระทั่งรถเลี้ยวผ่านประตูรั้วบ้านหลังใหญ่ที่เคยอยู่อาศัยมาตั้งแต่เกิด และคนอาศัยพิงไหล่ของเธอมาตลอดทางก็ดีดตัวลุกนั่งโดยอัตโนมัติ เธอยังไม่ทันได้ขยับตัวทำอะไร เขาก็มาเปิดประตูให้แล้ว นี่คือสิ่งที่หลุยส์ปฏิบัติมาตั้งแต่ได้แรกและทำมาจนทุกวันนี้....มารยาทและการเอาใจใส่เล็กๆ น้อยๆ แต่ทำให้เธอรู้สึกดีทุกครั้ง เธออยากจะคิดว่านี่เป็นอีกข้อที่ทำให้เธออยู่ตรงนี้...อยู่กับเขามาได้อย่างยาวนาน มาจนได้นะเรา เสียงคุ้นหูทำให้ร่างใหญ่โตหมุนตัวไปตามเสียงเรียก จับจูงมือขาวผ่องของคนข้างกายก้าวสองสามก้าวไปหยุดยืนตรงหน้าเจ้าของร่างสูงใหญ่ไม่แพ้กัน สวัสดีครับอาครีต สองหนุ่มต่างวัยสวมกอดทักทายกันเหมือนทุกครั้งที่เจอหน้า มากันแล้วหรือคะ สวัสดีครับพี่แพ พรหมพรรับไหว้หนุ่มคนดังที่ไหว้ได้สวยและพูดไทยได้ชัดพอๆ กับเจ้าของภาษา พี่แพกับอาครีตสบายดีนะครับ สบายดีจ้ะ..ไป เข้าบ้านกันก่อนดีกว่า อาครีตเขาเข้าครัวทำอาหารเอาไว้ให้แต่เช้าเลย เป็นลาภปากของผมอีกแล้วสิครับเนี่ย...แล้วนี่น้องครีมกับน้องพายไม่อยู่เหรอครับ ไปโรงเรียนแล้วจ้ะ...น้องเคทไปส่งแล้วก็เลยไปรับหลุยส์นั่นแหละ เสียดายจัง มาแล้วไม่ได้เจอ เดี๋ยวก่อนกลับเราแวะไปหาที่โรงเรียนก็ได้ ตกลงจะกลับกันวันนี้เลยใช่ไหม หลานสาวเล่าให้ฟังแล้วว่าหลุยส์จะตามมาและอาจจะรับตัวกลับไปด้วย ค่ะ มายังไม่ทันให้อาหายคิดถึงเลยก็จะกลับซะแล้ว เดี๋ยวเสร็จจากทัวร์คอนเสิร์ตแล้วผมจะพาคิตตี้มาใหม่นะครับ คงจะมาได้หรอก อีกไม่กี่เดือนก็จะมีงานแฟชั่นวีกแล้วไม่ใช่หรือ เดี๋ยวรายนี้เขาก็ต้องยุ่งกับการออกแบบตัดเย็บเสื้อผ้า เตรียมงานโน่นนี่อีก คุณอาบ่นเป็นคนแก่เลย พรหมพรแกล้งแซวสามี น้องเคทพาหลุยส์ขึ้นไปล้างหน้าล้างตาก่อนนะจ๊ะ เดี๋ยวจะได้ทานข้าวกัน ค่ะ คิรากรมองหลานสาวคนเดียวเดินนำหนุ่มคนรักขึ้นบันไดไปจนลับตาถึงได้หันมาหาภรรยา ทำหน้าแบบนี้แสดงว่ากำลังคิดเรื่องเดิมอีกแล้วใช่ไหมคะ พรหมพรเงยหน้าขึ้นถามสามีขณะเกี่ยวท่อนแขนแกร่งเดินไปที่โต๊ะอาหาร ผมอดเป็นห่วงไม่ได้นี่ ยายเคทก็เหมือนกับลูกคนหนึ่ง ถ้าแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาซะทีผมก็จะได้หมดห่วง แน่ใจหรือคะว่าจะหมดห่วงจริงๆ ถ้าน้องเคทแต่งงาน ภรรยาดักคอ เพราะรู้ว่าสามีรักหลานสาวกำพร้าเหมือนลูกอย่างที่เขาบอกนั่นแหละ และเธอเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน ก็คงห่วง แต่อาจจะห่วงน้อยลง ไม่ใช่หรอกคะ ไม่ว่าน้องเคทจะแต่งงานหรือไม่แต่งคุณก็จะห่วงแกเหมือนเดิม เพราะทุกวันนี้หลุยส์ก็ดูแลน้องเคทเป็น อย่างดี...เรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องของคนสองคนนะคะ ถ้าสองคนพอใจอยากจะใช้ชีวิตแบบนี้ อยู่ด้วยกันแบบนี้แล้วมีความสุข งานแต่งงานก็ไม่เห็นจำเป็นเลย คุณเองก็เคยบอกไม่ใช่หรือคะว่าหลุยส์เป็นคนเดียวที่คุณไว้ใจให้ดูแลน้องเคท ผมเข้าใจ แต่ว่ายังไงทางเราก็เป็นผู้หญิง ถ้าแต่งงานกันให้เรียบร้อยมันก็ดีกว่าไม่ใช่หรือ เพิ่งรู้ว่าแพมีสามีหัวโบราณขนาดนี้ พรหมพรสัพยอกสามีอีกครั้ง ว่าผมหัวโบราณ...แล้วใครล่ะครับที่บอกว่าจะต้องแต่งงานกันก่อนถึงจะยอมร่วมหอลงโรงกับผมน่ะ คนเป็นสามีกระเซ้ากลับ เหมือนกันที่ไหนล่ะคะ ไม่รู้แหละ ยังไงผมก็จะต้องถาม ปล่อยให้ลอยกันไปลอยกันมานานแล้ว...ทางเอียนกับแอลลี่เขาก็เร่งมาเหมือนกัน ถ้าจับลูกชายใส่พานนยกให้หลานสาวเขาได้สองคนนั้นคงทำไปแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจค่ะ...นั่นไงคะลงมากันแล้ว หวังว่าจะได้คำตอบนะ ภรรยาประชดไม่จริงจัง แล้วก็ทรุดลงนั่งข้างๆ หลังตักข้าวต้มทะเลทรงเครื่องแจกจ่ายทุกคนจนครบ นั่งเลยจ้ะ...หลุยส์ทานได้นะ ของโปรดเลยล่ะครับ ทานที่ไหนก็ไม่อร่อยเหมือนอาครีตทำ เดี๋ยวจะบอกสูตรให้ เอาไว้ให้ยายเคททำให้กิน อาครีตเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าครับ...อาครีตต้องบอกผมถึงจะถูก เพราะหลานสาวคนเดียวของเชฟใหญ่ต้มไข่ยังไม่สุกเลย หน้าที่หุงหาอาหารให้เธอกินจึงเป็นของเขามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เรื่องนี้คนเป็นอาก็รู้ดี ก็บอกด้วยกันนั่นแหละ เผื่อแต่งงานแต่งการกันไป เกิดอีกคนไม่สบาย อีกคนก็จะได้.... เดี๋ยวก่อนค่ะอาครีต อาครีตว่าใครจะแต่งงานคะ ก็เคทกับหลุยส์ไง...อย่าบอกนะว่าสองคนจะไม่แต่งงานกันและอยู่กันแบบนี้ตลอดไป ใช่ค่ะ...ไม่แต่ง ว่าไงนะ! ไม่ใช่เจ้าของคำถามที่ตกใจและตะโกนถามออกมา หากเป็นคนที่เฝ้ารักเฝ้ารอมานานหลายปีดีดัก ขณะที่สองสามีภรรยามองตากันไปมาและรอดูสถานการณ์อยู่เงียบๆ เมื่อกี้คิตตี้บอกว่าจะไม่แต่งงานกับผมหรือ ใช่ ทำไม ก็เขาเคยพูดเรื่องแต่งงานกับเธอไหมล่ะ ขอก็ไม่เคยขอแล้วยังมีหน้ามาถามอีก ก็...อยู่แบบนี้ก็มีความสุขดีอยู่แล้ว มีความสุขแต่เธอน่ะสิ...เขาทรมานแค่ไหนยายแมวเหมียวไม่รู้หรอก เอาล่ะ..อย่าทำท่าเหมือนจะกระโจนใส่กันแบบนั้น คนจุดประเด็นปรามก่อนที่จะเกิดการปะทะคารม ที่อาถาม ก็เพราะว่าอาเป็นห่วง อยากจะรู้แค่นั้นเองว่าเราสองคนจะเอายังไงต่อไป ถ้าไม่อยากแต่งก็ไม่ต้องแต่ง เอ่ยเหมือนเสียไม่ได้แต่กำลังรอฟังคำตอบจากว่าที่หลานเขยหูผึ่งทีเดียว ไม่ได้นะครับ...ยังไงก็ต้องแต่ง ที่เขายังไม่คิดเรื่องนี้ก็เพราะว่าเขายังเห็นเธอสนุกกับงานอยู่ ส่วนเขาก็มีเวลาให้เธอไม่เต็มที่เท่าที่ควร แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่แต่งงานกับเธอ แล้วยายแมวเหมียวพูดออกมาได้ยังไงว่าจะไม่แต่งงานกับเขา หลุยส์พูดแบบนี้แล้ว น้องเคทจะว่ายังไงคะ พรหมพรถามแทนสามี เคทยังไม่พร้อมค่ะ ถึงหลุยส์เองก็เหมือนกัน เรายังต้องทำงานหนักทั้งคู่...เคทรู้นะคะว่าอาครีตกับพี่แพเป็นห่วง เอาไว้พร้อมเมื่อไหร่เราจะบอกอีกทีนะคะ พอคนข้างตัวจ้องตาแทบจะหลุดออกมาจากเบ้า ขวัญคีรีก็เลยแบ่งรับแบ่งสู้ แต่ผมพร้อมแล้ว จะแต่งวันนี้พรุ่งนี้ก็ยังได้ อันนี้ก็เกินไปนิดนะอาว่า คิรากรติงทีเล่นทีจริง...จะว่าไปก็นึกเห็นใจหนุ่มคนดังไม่น้อย หลุยส์รักปักใจในตัวขวัญคีรีมาตั้งแต่เป็นวัยรุ่น...นานพอดูทีเดียว ถึงระหว่างนั้นจะมีข่าวคราวเกี่ยวสาวๆ มากมาย แต่คนเดียวที่หนุ่มคนดังยกให้เป็นที่หนึ่งและอยู่ในใจเสมอมาก็คือขวัญคีรี แต่งงานนะ ไม่ใช่เล่นขายของ ยังไงก็ต้องใช้เวลา....เอาเป็นว่าเราสองคนไปตกลงกันก่อนก็แล้วกันว่าจะเอายังไง เพราะมัมกับแด๊ดของเราก็เร่งอามา อยากจะให้แต่งงานกันซะที ไม่ต้องเสียเวลาคิดเลยว่าไปอังกฤษคราวนี้เธอจะโดนคำถามนี้จากมัมกับแด๊ดอีกแน่ๆ ซึ่งจะว่าไปทางนั้นก็ถามมาตลอดนั่นแหละ แต่เธอก็ผัดผ่อนเรื่อยมาเพราะพ่อลูกชายตัวดีของมัมกับแด๊ดไม่ได้ให้ความมั่นใจอะไรกับเธอเลย และสองคนก็ไม่เคยพูดกันเรื่องนี้มาก่อน...เธอเพิ่งรู้ว่าเขาคิดเรื่องแต่งงานก็ตอนที่อาของเธอถามนี่แหละ อีกไม่นานหรอกครับ อาครีตกับพี่แพเตรียมตัดชุดไปงานไว้ได้เลย
*** หายไปนานจนไม่น่าให้อภัยว่าไหมคะ...แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังอยากได้กำลังใจเหมือนเดิมนะคะ ถ้าไม่เป็นการรบกวนเวลาจนเกินไป อ่านจบตอนแล้วฝากข้อความทิ้งไว้ให้คนเขียนอ่านก็จะขอบคุณมากเลยค่ะ เพราะรอยยิ้มและกำลังใจของคนเขียนก็อยู่ตรงนี้แหละค่ะ จะได้มีแรงปั่นนิยายมาให้อ่านกันนะคะ และถือโอกาสนี้ฝาก Love each other ร่วมรัก ร่วมชีวี ด้วยนะคะ วันนี้ลงเต็มตอนแล้วเข้าไปดูได้ค่ะ *** แล้วก็ตอนนี้ปัทได้ข้อสรุปเรื่อง สะดุดรักสลับร่าง กับ คือดวงดาวของหัวใจ แล้วนะคะ หลังจากถูกดองมานานและถูกเรื่องอื่นแซงหน้าไป ปัทก็เลยตัดสินใจเอากลับมาพิมพ์เองค่ะ ตอนนี้กำลังคิดอยู่ว่าจะปล่อย e book ออกมาก่อนหรือว่าจะทำหนังสือออกมาก่อน เพราะคิวที่ได้จากดรีมคือเดือนมีนาคมปีหน้าเลย เอาเป็นว่าถ้าใครสนใจก็ฝากเมลไว้ได้นะคะที่ por_sila@hotmail.com หรือว่าที่ห้องสมุดก็ได้>> เข้าที่ไปทำเนียบนักเขียน เลือก ป.ศิลา แล้วก็เลือก ฝากเมลคุณเพื่อรับข่าวสารจากไรเตอร์เรื่องนี้ กรอกอีกเมลแล้วก็ส่ง เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยนะคะ เรื่องเรียบร้อยแล้วปัทจะส่งเมลไปแจ้งนะคะ
Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone และ Android Phoneเตรียมพบกับ Dek-D Writer App เวอร์ชั่น iPad / Android Tablet เร็วๆนี้ ฟรี!
|