สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

Love each other ร่วมรัก ร่วมชีวี

ตอนที่ 2 : มัดมือชก


     อัพเดท 16 ธ.ค. 54
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/รักหวานแหวว
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : ป.ศิลา ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ป.ศิลา Email : por_sila(แอท)hotmail.com
My.iD: http://my.dek-d.com/porsila
< Review/Vote > Rating : 100% [ 1 mem(s) ]
This month views : 19 Overall : 12,213
234 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 31 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
Love each other ร่วมรัก ร่วมชีวี ตอนที่ 2 : มัดมือชก , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 960 , โพส : 18 , Rating : 75 / 15 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 
อย่าฝากความหวังไว้กับนิยายเรื่องนี้จนกว่า 'นิยายรักในครัวใจ' จะจบนะคะ แจ้งให้ทราบก่อนอ่านจะได้ไม่ต้องค้างกันค่ะ ถ้าไม่อยากค้างคาหรือว่าเสียอารมณ์ก็รอให้ 'นิยายรักในครัวใจ' จบก่อนแล้วค่อยมาอ่านก็ได้นะคะ

 

‘แหวนทองคำบริสุทธิ์สองวงนี้ เป็นเครื่องหมายแห่งความรักและคำสัญญา แสดงว่าเราจะช่วยกันรักษา และทะนุถนอมความรักที่มีต่อกันให้บริสุทธิ์ แหวนนี้เป็นวงกลมเชื่อมกันสนิท ไม่มีจุดเริ่มต้นและไม่มีที่สิ้นสุด เราจักมอบให้เป็นความรัก และเป็นเครื่องหมายตราประทับในดวงใจของเราทั้งสอง ตั้งแต่บัดนี้ไปจนชั่วนิรันดร์’

มันไม่ใช่คำประกาศในพิธีแต่งงานใดๆ แต่มันเป็นคำโมเมของคนอยู่ไกลสุดขอบโลก...คนที่เธอไม่เคยให้คำจำกัดความถึงสถานะและความสัมพันธ์ระหว่างกันได้ ที่ฉวยโอกาสตอนเธอเมาเอาแหวนมาสวมให้เธอในวันเกิดของเขา แล้วก็เอาโทรศัพท์ของเขาถ่ายคลิปเอาไว้เพื่อผูกมัดเธอ

เขาว่าอย่างนั้น

แล้วแหวนที่เขาสวมให้ก็ดันเป็นใจให้เจ้าของ...มันถอดไม่ออก พอๆ กับที่เธอทำท่าจะขายไม่ออกเพราะตั้งแต่มีแหวนวงนี้ติดนิ้วมาตั้งแต่อายุสิบแปดก็แทบไม่มีผู้ชายคนไหนเข้ามาข้องแวะหรือขายขนมจีบเลย หรือมีเข้ามาก็แค่ประเดี๋ยวประด๋าวเพราะนอกจากแหวนเจ้าปัญหาจะสร้างความเคลือบแคลงระแวงสงสัยให้กับบรรดาหนุ่มๆ ที่เข้ามาขายขนมจีบแล้ว พอเรื่องไปเข้าหูเจ้าของแหวนภาพของเธอที่เคยถ่ายคู่กับเขา สารพัดกิจกรรมที่ทำร่วมกันมานับสิบปีตามวันเวลาที่รู้จักกันมาก็จะปรากฎหราอยู่บนหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ชื่อก้องโลกและสื่อต่างๆ ทันทีราวกับคนปล่อยภาพเป็นเจ้าของสื่อเสียเอง

แต่ก็อย่างว่า ไม่มีสื่อไหนปฏิเสธข่าวรักๆ ใคร่ๆ ของซุปเปอร์สตาร์ชื่อก้องโลกที่เป็นที่จับตามองของผู้คนทั่วโลกอย่าง หลุยส์ อาเธอร์ สมิธ อยู่แล้ว

‘เจ้าบ่าวจะสวมแหวนให้เจ้าสาวแล้วนะ’

ใบหน้าหวานละมุนส่ายไปมา และก็จะเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่เปิดคลิปดังกล่าวขึ้นมาดู...ดวงตาสดใสสุกสกาวมองคนโมเมตัวเองเป็นเจ้าบ่าวกำลังสวมแหวนให้เธอที่เมาหลับไม่รู้เรื่องอยู่ในอ้อมแขนของเขา พอสวมแหวนให้เธอเรียบร้อยเขาก็เอาแหวนอีกวงยัดใส่มือเธอ ก็มือของเขานั่นแหละที่คอยประคองมือเธอ จนสามารถยัดแหวนเข้าไปในนิ้วเขาได้สำเร็จ

‘เอาล่ะ ทีนี้ก็เป็นอันเสร็จพิธี’

คนตั้งตัวเองเป็นเจ้าบ่าวพึมพำบอกกับตัวเอง หรืออาจจะบอกกับเธอที่นอนไม่ได้สติสตังอยู่ในอ้อมแขนของเขาด้วยเธอก็ไม่อาจทราบได้ในตอนนั้น แล้วเขาก็จบพิธีการของเขาด้วยการยกมือของเธอขึ้นจุมพิต และให้เธอทำแบบเดียวกับที่เขาทำกับเธอบ้าง โดยมีเขาอีกนั่นแหละเป็นคนควบคุมทั้งหมด

สำหรับเธอแล้วเขาเป็นคนขี้เล่นมาแต่ไหนแต่ไร และเธอก็อยากจะคิดว่าที่เขาทำทั้งหมดก็เพราะความทะลึ่งทะเล้นตามวัยของเขา...ตอนนั้นเขาเพิ่งจะอายุสิบเก้าปี ส่วนเธอก็สิบแปด

‘จำไว้นะยายแมวเหมียวว่าตัวเองน่ะมีเจ้าของแล้ว’

เธออยากจะคิดว่าเขาเป็นพ่อมด และคำพูดของเขาในวันนั้นก็เป็นเหมือนคำสาป ทำให้เธอกลายเป็นคนมีห่วง มีเจ้าของไปโดยปริยาย ในขณะที่เขายังระเริงรื่น ควงสาวออกงานหน้าชื่นตาบาน มีข่าวให้เห็นตามสื่อต่างๆ ไม่เว้นแต่ละวัน

ถ้าเธอตัดนิ้วได้ เธอคงทำไปแล้ว

เขาไม่เคยบอกว่ารัก แต่ความผูกพันนี่แหละที่มันมากกว่าสิ่งใดๆ ทั้งหมด เพราะมันทำให้เธอไปไหนไม่รอด ต่อให้เขาทำให้เธอโกรธหรือว่าโมโหแค่ไหน แต่พอได้ยินเสียงอ้อนออด ได้เห็นใบหน้าหล่อเหลาทำหน้าหน้าทะเล้นในแบบฉบับที่ไม่เคยมีใครได้เห็นมาก่อน เธอก็ใจแข็งได้ไม่นาน จะโกรธก็โกรธไม่ลง ต่อให้โมโหแค่ไหนก็โมโหได้แค่ประเดี๋ยวประด๋าว

ตั้งแต่อายุสิบห้าที่มีเขาเข้ามาวุ่นวายในชีวิต เธอก็เหมือนจะสลัดเขาไม่ออกตั้งแต่วันนั้น ทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าระหว่างเธอกับเขาเรียกว่าอะไร

คนรู้จัก หุ้นส่วน พี่น้อง เพื่อนสนิท คนรู้ใจ คนรัก ทั้งหมดนี้รวมกัน หรือว่า...ของตายของเขา

‘คิตตี้ ที่รักโทร.มา...ที่รักโทร.มา’

เสียงโทรศัพท์ที่เธอเองก็บ้าตามเขา ยอมให้เขาอัดเสียงตัวเองเอาไว้เพื่อเป็นเสียงเฉพาะสายสำหรับเบอร์โทร.ของเขา หลังจากเขาหัดพูดภาษาไทยได้ไม่นาน ดึงขวัญคีรีออกจากความคิดของตัวเองและคลิปวิดีโอตรงหน้า

“ผมไม่ได้ทำนะคิตตี้”

นี่แหละที่รักของเธอที่ได้มาจากการยัดเยียดของเขา....เขาคิดว่าเธอจะต้องรู้ทุกเรื่องของเขา ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหนในโลกก็ตาม อย่างเรื่องโทรศัพท์ก็เหมือนกัน เธอเคยรับปากเขาว่าจะรับโทรศัพท์ของเขาทุกครั้ง ดังนั้นไม่ว่าจะทำอะไรอยู่ที่ไหน หรือต่อให้ตอนนั้นกำลังโกรธ กำลังงอนกันอยู่ เธอก็ต้องรับ....แต่ถ้าไม่ได้ยิน หรือว่าบังเอิญติดธุระสำคัญจริงๆ เธอก็จะต้องรีบโทร.กลับเขาก่อนหนึ่งชั่วโมง เพราะไม่อย่างนั้นคนใจร้อนจะบินมาหาเธอทันทีไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหนก็ตาม และมันไม่ใช่แค่คำขู่ เพราะเหตุการณ์ทำนองนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว....มีอยู่ครั้งหนึ่งเธอออกไปพบลูกค้าแล้วดันลืมโทรศัพท์เอาไว้ที่บ้าน หลังเลิกคอนเสิร์ตที่จีน เขาบินมาหาเธอที่อเมริกาด้วยเครื่องบินส่วนตัวของเขา ทั้งที่มีวันรุ่งขึ้นมีคอนเสิร์ตที่ญี่ปุ่นต่อ

แค่มาโวยวาย และบอกให้รู้ว่าเขาเป็นห่วงเป็นกังวลแค่ไหนที่เธอไม่รับโทรศัพท์...แค่นั้น แล้วก็ไป

“พูดอะไร ไม่เห็นรู้เรื่องเลย”

“หือ...โทนี่ไม่ได้บอกคิตตี้หรือ”

คนโทร.มาสารภาพผิดแปลกใจเสียเอง นึกไม่ถึงว่าครั้งนี้ตัวเองจะเร็วกว่าผู้จัดการส่วนตัวที่ตั้งตัวเป็นองครักษ์พิทักษ์เจ้าหญิง คอยรายงานข่าวคราวความเคลื่อนไหวของเขาให้เธอรู้ชนิดไม่ต้องกลัวว่าจะตกประเด็นเลย และก็ไม่ใช่แค่ข่าวคาวๆ ของเขาเท่านั้น...เขาไปเที่ยว เขาขี้เกียจทำงาน เขาขี้เกียจตื่น ขี้เกียจทำงาน เขาเกเร ไม่ยอมกินข้าว เขาไม่สบายตัว ไม่สบายท้อง กินไม่ได้นอนไม่หลับ โทนี่รายงานเธอหมด

“บอกอะไร”

เธอถามธรรมดาแท้ๆ แต่คนมีความผิดติดตัวรู้สึกเย็นวาบไปถึงไหนต่อไหนแล้ว

“เปล่าจ้ะ” เสียงของคนไกลอ่อนลงโดยอัตโนมัติ

“คิดถึงคิตตี้จังเลย”

“ตกลงว่าก่อเรื่องอะไรอีกแล้วใช่ไหม”

เธอไม่เคยตามข่าวของเขาจากสื่อต่างๆ นอกจากว่าโทนี่จะเป็นคนส่งมาให้ดู หรือว่าโทร.มาบอก ซึ่งฝ่ายนั้นก็ดูจะมีเรื่องของเขามารายงานเธอได้ทุกวันเหมือนกัน ไม่ว่าเขาจะทำอะไรอยู่ที่ไหน และตอนนี้คนในสายก็มีทัวร์คอนเสิร์ตที่ยุโรป ในขณะที่เธอบินกลับมาบ้านที่เมืองไทย

“คิตตี้อย่าทำเสียงดุนักสิ”

ได้ยินเสียงอ่อยๆ อ้อนๆ ของคนโทร.มาขวัญคีรีก็พอจะคาดเดาเหตุการณ์ได้ เพราะถ้าเมื่อไหร่ที่ได้ยินน้ำเสียงประมาณนี้ เป็นอันรู้กันว่าเขาไปก่อเรื่องอะไรมาจริงๆ และเรื่องนั้นก็จะต้องมีสาวๆ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

“ตกลงวันนี้จะได้รู้เรื่องไหม...ถ้าไม่พูดเคทจะได้วางแล้วนะ” หญิงสาวแกล้งทำเสียงแข็งเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังเป็นต่อ

“เมื่อคืนผมไปเที่ยวผับ”

“ไหนบอกมีคอนเสิร์ต” คนรู้ตารางงานดียิ่งกว่าเจ้าตัวสวนกลับ

“ไปหลังคอนเสิร์ตเลิกจ้ะ” มันเป็นผับในโรงแรมที่พักนั่นแหละ

“แล้ว?”

“มีปาปารัซซี่ถ่ายรูปผม”

“คนเดียว?”

“เปล่าจ้ะ”

ถ้าคนที่ตกเป็นข่าวด้วยไม่ใช่คนดังและเป็นที่รู้จักของผู้คนที่นี่ ความเดือดเนื้อร้อนใจก็คงจะไม่เท่านี้ หลังจากเผลอปล่อยตัวให้สนุกไปกับบรรยากาศ และด้วยความที่ดื่มเข้าไปเยอะ สติที่เคยมีก็เลยเหลือน้อย พอฝ่ายนั้นเข้ามาตีสนิทเขาก็ปล่อยทุกอย่างเลยตามเลย...สนุกจนได้เรื่อง พอเช้าภาพสาวสังคมชื่อดังของที่นี่ก็ปรากฎหราบนหน้าหนังสือพิมพ์คู่กับเขาแล้ว

ถ้ามันเป็นการยืนหรือนั่งทักทายกันธรรมดา ไม่ใช่ฝ่ายนั้นเข้ามานั่งบนตัก กอดคอ ซบไหล่ เขาก็คงจะไม่ทำตัวเป็นกระต่ายตื่นตูมแบบนี้

“แล้วคิดยังไงโทร.มาบอก” ขวัญคีรีแสร้งกดเสียงให้ต่ำลงอีกระดับ

“โธ่! คิตตี้อย่าทำเสียงแบบนี้สิ...ผมยิ่งกลัวแมวเหมียวเข้าใจผมผิดอยู่”

สงสัยว่าเธอจะต้องไปหาภาพที่ว่ามาดูจริงๆ ซะแล้วถ้าลองได้เรียกเธอว่า ‘แมวเหมียว’ เสียงอ่อนแบบนี้

“ถ้ากลัวแล้วทำให้มันออกมาเป็นข่าวทำไม...แล้วโทนี่ไม่ได้ไปด้วยใช่ไหม”  เพราะถ้าโทนี่ไปด้วยเรื่องทำนองนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน

“ผมไปคนเดียว ตั้งใจว่าจะไปดื่มนิดหน่อย...พอดีมันเพลิน” เสียงในตอนท้ายเบาจนปลายสายแทบจะไม่ได้ยิน

“เหล้าพาเพลินหรือว่าผู้หญิงพาเพลิน”

“ผมผิดไปแล้ว” คนผิดสารภาพอย่างหมดท่า “แต่ผมไม่ได้ไปต่อกับเขานะ พอรู้ว่าถูกถ่ายรูปผมก็กลับขึ้นห้องพักเลย “คิตตี้เชื่อผมนะ”

เธอเชื่อ เพราะตั้งแต่รู้จักกันมา ต่อให้ไม่ว่าเรื่องที่ก่อจะร้ายแรงแค่ไหน...กับเธอ เขาจะไม่โกหก  และไม่ว่าจะยังไง เขาก็แคร์เธอเสมอ

นี่ละมั้งที่ทำให้เธอยังอยู่ตรงนี้

“คิตตี้พูดอะไรบ้างสิ”

“จะให้พูดอะไรล่ะ ก็ยังไม่เห็นรูป”

“ผมเล่าให้ฟังแล้วไง...คิตตี้ไม่โกรธผมนะ”

“ไม่รู้สิ” ถึงจะโกรธ เธอก็ไม่เคยโกรธเขาได้นานหรอก

“คิตตี้โกรธจริงๆ ด้วย” เขาไม่ชอบเลยเวลาได้ยินได้ฟังน้ำเสียงไมยินดียินร้ายของเธอ เพราะมันเหมือนว่าเขาไม่สำคัญสำหรับเธอ

“ไม่โกรธหรอก เบื่อแล้ว”

“ทำไมคิตตี้พูดแบบนี้ล่ะ”

“ก็จริงๆ นี่”

“คิตตี้เบื่อผมหรือเบื่อข่าว” แม้กำลังน้อยใจ แต่ก็ยังมีหวัง

“ทั้งสองอย่างนั่นแหละ” ขวัญคีรีแค่ลองใจ แต่สำหรับหลุยส์มันคือเรื่องใหญ่หลวง

“คิตตี้พูดแบบนี้ได้ยังไง ผมยังไม่เคยเบื่อคิตตี้สักครั้ง วินาทีเดียวก็ไม่เคยรู้สึก คิตตี้พูดกับผมแบบนี้ไม่คิดถึงใจผมเลย ไม่รู้ล่ะ ผมจะไปเมืองไทย ผมไม่ยอมหรอก”

“เกี่ยวกันไหมนะ”

“อะไร” ได้ยินเสียงหัวเราะน้อยๆ แทรกในประโยคก็ตวัดเสียงถามกลับงงๆ แต่ใจเริ่มมาเมื่อจับหางเสียงได้

“ก็ที่จะมาเมืองไทยไง”

เขายังมีทัวร์คอนเสิร์ต แต่การเดินทางไปไหนมาไหนด้วยเครื่องบินส่วนตัวมันก็เอื้อให้เขาทำตามที่พูดได้ง่ายมาก และถ้าเธอยังแกล้งเขาอยู่แบบนี้รับรองว่าพรุ่งนี้เธอได้เห็นเขาที่นี่แน่

“พรุ่งนี้เจอกันที่เมืองไทย แล้วก็เตรียมตัวเอาไว้ด้วย ผมจะรับกลับมาด้วยเลย”

“พูดตลกแล้ว คนเพิ่งมาได้ไม่กี่วัน จะให้กลับได้ยังไง”

เธอตั้งใจว่าจะอยู่อีกหนึ่งอาทิตย์และจะแวะไปหามัมกับแด๊ดของเขาที่อังกฤษก่อนถึงจะกลับไปอเมริกา แล้วเธอก็บอกเขาเอาไว้แล้วด้วย

“ไม่ให้อยู่ต่อแล้ว เพราะอยู่ห่างกันแบบนี้ไงคิตตี้ถึงได้พูดว่าเบื่อผม ผมคงจะปล่อยให้คิตตี้อยู่คนเดียวนานเกินไป คิตตี้ก็เลยชินกับการไม่มีผมอยู่ด้วยใช่ไหม”

“มีแต่เขาบอกว่าอยู่ด้วยกันทุกวันแล้วเบื่อกัน ไม่ใช่อยู่ห่างแล้วเบื่อกัน เพี้ยนหรือเปล่า...แล้วเมื่อกี้เคทก็แค่ล้อเล่น ซีเรียสไปได้”

“ล้อเล่น?” โทนเสียงสูงนั้นบอกอารมณ์ของคนพูดได้เป็นอย่างดี “คิตตี้เอาเรื่องแบบนี้มาล้อเล่นได้ยังไง ผมเสียใจแค่ไหนตอนได้ยินไม่รู้หรือ”

“นี่แกล้งโมโหกลบเกลื่อนความผิดของตัวเองหรือเปล่าเนี่ย” ตอนนี้เธอนึกภาพเขาออกเลยล่ะ...ใบหน้าคมเข้มคงทั้งคว่ำทั้งงอ คิ้วหนาๆ นั่นก็คงแทบจะผูกโบว์ได้ ส่วนริมฝีปากล่างก็คงจะห้อยถึงคาง

“พรุ่งนี้เจอกันที่เมืองไทย แล้วก็อย่าออกไปไหนด้วย รอผมอยู่ที่บ้าน” หนุ่มคนดังยังยืนยันคำเดิมทำยังกับสเปนกับไทยใกล้กันนิดเดียว

“ยังมีทัวร์คอนเสิร์ตต่อไม่ใช่หรือ”

พออีกฝ่ายจะเอาจริง คนได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องจิตวิทยาหรือพูดง่ายๆ ก็คือคนรองรับอารมณ์ของเขานั่นเองก็อดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะเมื่อไหร่ที่เขาเครียด โมโห หงุดหงิด ไม่มีอารมณ์ทำงาน  หรือไม่มีสมาธิกับงานที่ทำก็เธอทั้งนั้น

“ไม่มีมั้ง” น้ำเสียงรวนเต็มที่

อีกสามวันเขามีแสดงคอนเสิร์ตที่เชค (สาธารณรัฐเชค) และจะปิดท้ายทัวร์คอนเสิร์ตครั้งนี้ที่อังกฤษบ้านเกิดของเขาในอาทิตย์หน้า เธอเองก็รู้ดีพอๆ กับเขานั่นแหละ

“ถ้าเคทบอกว่าไม่ให้มาก็จะมาใช่ไหม” อารมณ์แบบนี้เธอรู้ว่าถึงห้ามไปก็ป่วยการ

“ใช่”

“แล้วงานจะเสียไหม”

“ไม่เสีย ถ้าคิตตี้กลับมากับผม” ยังไม่วายมีข้อแม้

“แต่เราคุยกันแล้วนะ”

“แล้วคิตตี้ก็เป็นคนทำให้แผนถูกเปลี่ยนเอง จะมาโทษผมไม่ได้หรอก”

ไปๆ มาๆ กลายเป็นเธอเป็นคนผิดซะงั้นทั้งที่เขาเป็นคนก่อเรื่อง

“ตามใจ อยากจะมาก็มา”

“แล้วเรื่องกลับว่าไง”

“มาถึงก่อนค่อยคุยกัน...มีอะไรอีกไหมจะวางแล้ว”

“มี...ผมคิดถึงคิตตี้” น้ำเสียงนั้นติดตะบึงตะบอนเหมือนเสียไม่ได้ แต่ก็ทำให้คนฟังยิ้มจนได้

“ผมคิดถึงจริงๆ นะ ไม่ได้พูดเอาใจหรือว่าจะกลบเกลื่อนความผิดอย่างที่คิตตี้ว่า”

“ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่..เจอกันพรุ่งนี้ แล้วก็...พักผ่อนด้วย”

“จะวางทั้งที่ยังไม่ได้บอกคิดถึงผมน่ะหรือ”

“ก็ไม่ได้คิดถึงนี่...ล้อเล่น” ปากที่กำลังจะเริ่มเม้มเป็นเส้นตรงถูกคลายออกทันทีเมื่อได้ยินสองคำสุดท้ายและประโยคถัดมา “คิดถึงเหมือนกัน เดินทางปลอดภัยนะ”

“แกล้งผมบ่อยๆ เข้า ผมถึงเมืองไทยเมื่อไหร่เตรียมตัวถูกทำโทษเอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน”

“กลัวตายแหละ...แค่นี้นะ”

อารมณ์ที่ทำท่าจะคุกรุ่นก่อนหน้ากลับมาเป็นปกติอีกครั้ง ใบหน้าคมเข้มเจือยิ้มส่ายไปมา ดวงตาทอประกายจับจ้องรูปถ่ายบนหน้าจอโทรศัพท์ของคนเพิ่งวางสายไปด้วยหัวใจอาบสุข

‘อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะได้เจอกันแล้วนะแมวเหมียว’

*****************************************************************

“ไหนบอกให้รออยู่ที่บ้าน”

เสียงประท้วงอู้อี้กับไหล่กว้างทำให้คนเพิ่งลงจากเครื่องหัวเราะทั้งที่ไม่ได้นอนมาหลายชั่วโมง สองแขนที่สวมกอดร่างนุ่มนิ่มเอาไว้ เพิ่มแรงกอดรัดขึ้นอีกเล็กน้อยให้สมกับความคิดถึง

“กลัวว่ากลับไปถึงบ้านแล้วจะหาโอกาสทำโทษคนช่างแกล้งไม่ได้” เพราะน้องครีมกับน้องพายติดพี่เคทเหลือเกิน

“งั้นก็ปล่อยได้แล้ว”

“ยังไม่ได้ทำโทษเลย”

“กอดแน่นขนาดนี้ยังไม่อีกหรือ”

เสียงหัวเราะหึๆ ดังขึ้นในลำคอแกร่งอีกครั้ง

“อืม...คิดถึงจังเลย แมวเหมียวของผม”

ถ้าทำได้เขาอยากพาเธอไปไหนมาไหนด้วยในทุกๆ ที่ด้วยซ้ำ บางทีเขาน่าจะขอบคุณเรื่องที่เกิดขึ้นที่ทำให้เขาหาเรื่องมาหาเธอได้หลังจากไม่ได้เจอกันร่วมสองเดือนเพราะช่วงนี้เขาติดทัวร์คอนเสิร์ต

“ไปที่รถเถอะ อาครีตกับพี่แพรออยู่ เดี๋ยวจะไปร้านซะก่อน” ขวัญคีรียกร้านอาหารเฟเว่อ เร็สต์ให้คนเป็นอาหลังจากตัดสินใจทำงานและใช้ชีวิตอยู่ที่นิวยอร์ก

“ไปร้านก็ไม่เห็นเป็นไรเลย เดี๋ยวเราไปหาที่ร้านก็ได้”

“ไม่ได้”

“หือ?” หนุ่มหล่อดันร่างแบบบางในอ้อมแขนออกห่างจากตัวเล็กน้อย สายตาของเขาบอกว่าสงสัยจริงๆ

“ไปถึงบ้านแล้วต้องนอนพัก ตื่นแล้วจะได้กลับ” พอไม่มีใครทัดทานเขาได้ โทนี่ก็โทร.มาย้ำกับเธอว่าพอเขามาถึงและนอนพักแล้วให้เธอพาเขากลับ เพราะเขาจะต้องขึ้นซ้อมก่อนแสดงจริง

 “พรุ่งนี้กลับก็ยังทัน”

“ไม่ได้หรอก เผื่อเกิดอะไรฉุกเฉิน จะเสียงานเปล่าๆ...ไปเถอะ”

“แล้วคิตตี้จะกลับกับผมหรือเปล่า” ขายาวก้าวตาม กุมมือเรียวเล็กไม่ยอมปล่อย คำถามที่ยังไม่ได้คำตอบถูกเอ่ยออกมาอีกครั้ง

ปรากได้ชื่อว่าเป็นเมืองโรแมนติกติดหนึ่งในสิบของโลก และเขาก็ชอบที่นี่มากหลังเคยไปเล่นคอนเสิร์ตสองสามครั้ง แต่เขาไม่เคยมีโอกาสพาเธอไปด้วยสักครั้ง ยังไงวันนี้เขาก็จะต้องเอาตัวเธอไปด้วยให้ได้

“ที่อุตส่าห์บินมานี่ก็ตั้งใจจะเอาตัวไปด้วยอยู่แล้วไม่ใช่หรือ”

คำตอบนั้นเรียกรอยยิ้มของคนถามได้เป็นอย่างดี

“ผมอยากให้คิตตี้ไปเที่ยวต่างหาก...ปรากสวยนะ รับรองว่าคิตตี้จะต้องชอบ”

ตั้งแต่เรียนจบด้านแฟชั่นดีไซน์และทำงานหาประสบการณ์ที่อเมริกามากว่าสามปีขวัญคีรีก็ตัดสินใจเปิดห้องเสื้อเป็นของตัวเองโดยได้แรงยุจากเขา ไม่ถึงปี kwankeeree Design Studio ภายใต้แบรนด์ kwankeeree ซึ่งเป็นเสื้อผ้าของผู้หญิง และแบรนด์ kate เสื้อผ้าสำหรับสุภาพบุรุษ ก็เป็นที่รู้จักของทุกคน โดยเปิดตัวโชว์รูมแห่งแรกที่นิยอร์ก และขยายไปที่อังกฤษ ฝรั่งเศส, อิตาลี, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, สิงคโปร์ และตุรกีในปีต่อมา

“หลังเสร็จงานเรายังพอมีเวลาอยู่เที่ยวสักสองสามวัน จากนั้นค่อยไปอังกฤษกัน”

ขวัญคีรีเข้าประจำที่คนขับและไม่ได้ค้านคำพูดของเขาเพราะรู้ว่าเขาตั้งใจเอาไว้แล้ว

“ตกลงนะ”

ใบหน้าเรียวสวยส่ายไปมาเมื่อใบหน้าโทรมๆ ยื่นเข้ามาถาม ยิ้มหน้าเป็น

“โดนอาครีตกับพี่แพบ่นแน่ๆ เลย มาแป๊บๆ ก็ต้องกลับแล้ว”

“เดี๋ยวให้ว่าผมแทน เพราะผมเป็นคนมารับคิตตี้เอง”

“ไหนจะน้องครีมกับน้องพายอีก มีหวังงอนนานแน่เลยคราวนี้”

ลูกสาววัยแปดขวบกับเจ็ดขวบของผู้เป็นอาติดเธอนักแม้ว่านานๆ ครั้งจะได้เจอกันก็ตาม

“ไม่ต้องห่วงหรอก ผมเตรียมของขวัญมาปลอบใจสองสาวแล้ว รับรองเราสองคนไม่ถูกโป้งแน่นอน”

“ถ้าจะถูกโป้งก็เพราะหลุยส์นั่นแหละ”

“รับเอาไว้หมดครับผม...ทำไงได้ก็ผมคิดถึงคิตตี้นี่  เสร็จจากทัวร์คอนเสิร์ตผมจะไปเป็นลูกจ้างที่ร้าน ทีนี้ก็จะได้อยู่กับคิตตี้ทุกวัน”

“จะไปเป็นลูกจ้าง แล้วทำอะไรเป็นบ้าง”

“อย่างน้อยผมก็เป็นแบบลองเสื้อให้คิตตี้ได้ก็แล้วกัน”

ข้อนี้ขวัญคีรีไม่เถียง เพราะตั้งแต่เปิดร้านมา...ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่าตั้งแต่เธอเรียนแฟชั่นดีไซน์มาเลยก็ว่าได้ที่เขาไม่เคยใส่เสื้อผ้าแบรนด์ดังที่เคยสั่งอีกเลย และด้วยความดังของเขาและมีแต่คนต้องการตัว เขาก็เลยมีเพาเวอร์พอที่จะบอกเลิกสปอนเซอร์เสื้อผ้าทั้งหลายและหันมาเป็นนายแบบ เป็นเซเลบริตีให้กับแบรนด์เสื้อของเธอแทน เธอก็เลยมีหน้าที่ออกแบบและตัดเสื้อกางเกงให้เขาใส่ไปโดยปริยาย และก็เพราะได้เขาช่วยโปรโมทนี่แหละห้องเสื้อของเธอถึงได้เป็นที่รู้จักในเวลารวดเร็ว

“จะได้อยู่สักกี่วัน เดี๋ยวก็ต้องเตรียมทำอัลบั้มใหม่” ถึงจะหมดจากทัวร์คอนเสิร์ตใหญ่ แต่งานจ้างทั่วไปก็ยังมีอยู่เนืองๆ เพียงแต่ไม่แน่นเท่ากับช่วงออกทัวร์คอนเสิร์ตเท่านั้นเอง

“แต่ก็ยังได้อยู่กับคิตตี้ล่ะ”

เขาตัดสินใจซื้อเพนต์เฮ้าส์ตอนที่เธอมาเรียนที่นิยอร์กหลังจากยื้อกันอยู่นานเนื่องจากเขาอยากให้เธอไปเรียนที่อังกฤษ เพราะถึงเขาจะไม่ได้อยู่ด้วยก็ยังมีมัมกับแด๊ดของเขาช่วยดูแล แต่ขวัญคีรีก็ไม่ยอมจะมาเรียนที่อเมริกาให้ได้ สุดท้ายก็เป็นเขาที่ต้องย้ายมาเรียนที่นี่ตามเธอ และก็โชคดีที่บริษัทต้นสังกัดของเขาอยู่ที่นี่ พอเธอเรียนจบเขาก็เลยบอกให้เธอเปิดห้องเสื้อที่นี่โดยมีเขาเข้าร่วมหุ้นด้วยหลังถูกปฏิเสธเงินลงทุนและตึกที่เขาซื้อให้เป็นของขวัญตอนที่ผลงานการออกแบบของเธอได้เข้ารอบหนึ่งในสิบจากการคัดเลือกของ CFDA (Council of Fashion Designers of America) ให้ไปร่วมงานด้วย และได้ร่วมจัดแสดงเป็นส่วนหนึ่งของ นิวยอร์ก แฟชั่น วีก...นั่นเป็นจุดเริ่มของ kwankeeree Design Studio ชื่อที่เขาเป็นคนตั้งให้เธอ และตั้งแต่นั้นมา kwankeeree Design Studio ก็ทำแฟชั่นโชว์ของตัวเองออกมาทุกปี ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีมาโดยตลอด

ตอนนี้เพนต์เฮ้าส์ที่เขาซื้อเอาไว้ก็เหมือนจะกลายเป็นห้องร้างไปแล้วเมื่อเขาสมัครใจที่จะมาสิงสถิตอยู่บนชั้นสามของ kwankeeree Design Studio ซึ่งถูกตกแต่งเป็นส่วนของที่พักของเธอเพราะเจ้าตัวไม่ยอมไปอยู่ที่เพนต์เฮ้าส์ของเขาหลังจากเขาทั้งชวนทั้งหลอกล่อยังไงก็ไม่สำเร็จ

“หรือว่าคิตตี้ไม่อยากให้ผมอยู่ด้วย”

“เคยห้ามได้ไหมล่ะ”

เพราะมันไม่เคยมีบ้านเธอบ้านเขามานานแล้ว...บ้านที่เมืองไทย เขาก็ถือเป็นสมาชิกคนหนึ่งของบ้านไปแล้ว ส่วนบ้านของเขาที่อังกฤษเธอก็เหมือนเป็นลูกสาวของมัมกับแด๊ดของเขาไปแล้วเหมือนกัน พอเธอไปเรียนที่อเมริกาเขาก็แทบจะย้ายตัวเองมาอยู่กับเธอเลยทีเดียว

“ตอบให้ตรงคำถามหน่อยแมวเหมียว”

“ก็มันจริงนี่...อยากหรือไม่อยากก็ต้องอยู่ด้วยอยู่แล้ว”

“พูดแบบนี้อีกแล้วนะ” พออาการน้อยใจมา เสียงก็เริ่มขุ่นขึ้งตามมาด้วย

“คิตตี้พูดเหมือนไม่รักผมเลย”

ขวัญคีรีส่ายหน้าไปมา ปรายสายตามองคนช่างตัดพ้อ

ระหว่างเธอกับเขามันเลยคำนี้มาแล้ว จะว่าไปก็ตั้งแต่รู้จักกันนั่นแหละ...เขาไม่เคยจีบ เขาไม่เคยขอเธอเป็นแฟน แต่เขาบอกเลยว่าเธอเป็นของเขา และจะต้องมีเขาคนเดียวเท่านั้น ตั้งแต่นั้นมาชีวิตของเธอก็ถูกผูกติดกับเขามาตลอดเพราะนอกจากผู้เป็นอาแล้ว เขาก็ถือว่าเป็นผู้ชายคนเดียวที่เธอไว้ใจมากที่สุด แม้ว่าความสัมพันธ์มันจะดูเรื่อยๆ เฉื่อยๆ ไปสักนิดเพราะเวลายาวนานที่ได้รู้จักกันแต่ทุกครั้งที่เธอมีเรื่องไม่สบายใจหรือว่าไม่สบายกายเขาจะอยู่ข้างๆ เธอเสมอ ไม่ว่าตอนนั้นเขาจะอยู่ที่ไหนก็ตาม

“ก็...ไม่อยากจะรักหรอก แต่มันไปไหนไม่ได้แล้ว”

คำพูดเหมือนเสียไม่ได้นั้นถ้าเป็นคนอื่นก็คงจะคิดว่าเธอจำใจต้องรักและจำใจต้องอยู่ด้วย แต่ไม่ใช่กับหลุยส์

“รักผมมากก็บอกมาตรงๆ เถอะน่า”

เพราะแมวเหมียวของเขาไม่ค่อยจะชอบบอกรักเขาเลย แต่การกระทำที่ผ่านมาทั้งหมดของเธอบอกว่าเธอมีเขาคนเดียวและเธอเองก็รู้สึกไม่ต่างจากเขา

“คิตตี้” เสียงทุ้มลากยาวเรียกขวัญคีรีให้หันไปมองสบสายตาคาดคั้นอีกครั้ง

“รักหรือเปล่า”

“อือ”

ถึงคราวหลุยส์ส่ายหน้าไปมาบ้างเมื่อได้รับฟังคำตอบรับอืออาในลำคอไม่ต่างจากทุกครั้งที่เขาเอ่ยถามคำถามนี้..มือเรียวยาวยกขึ้นวางบนศีรษะที่ปกคลุมด้วยผมนุ่มสลวยยาวปะบ่าโยกเบาๆ

“ปากแข็งขนาดนี้ ผมคงได้หาวิธีง้างปากสักวัน” คำขู่นั้นไม่ได้น่ากลัวเลยโดยเฉพาะเมื่อคนตัวใหญ่เอนตัวลงพิงไหล่ของคนขับด้วยท่าทางออดอ้อน

“กลับไปนั่งดีๆ เคทขับรถไม่ถนัด” มันเป็นข้ออ้าง เพราะถึงจะใกล้ชิดสนิทสนมกันมานานแต่สิ่งหนึ่งที่เธอปฏิเสธไม่ได้ก็คือมันเหมือนจะมีไฟฟ้าช็อตทุกครั้งที่เข้าใกล้กัน และเขาก็รู้ข้อนี้ดี

“ทุกทีก็เห็นขับได้” นี่เป็นท่าสุดโปรดของเขา เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของเขากับเธอที่เขาไม่ยอมพลาดที่จะฉกฉวยมันเอาไว้

“เวลาที่เราเจอกันก็น้อยอยู่แล้ว คิตตี้อย่าไล่ผมเลยนะ”

เสียงนุ่มทุ้มเว้าวอนฟังออดอ้อนไม่น้อยนั้นทำให้ขวัญคีรีใจอ่อนไม่ต่างจากทุกครั้ง...ดวงตาอาบสุขหลุบลงมองคนพิงซบแล้วก็ปล่อยให้เขาอยู่ ‘ท่านั้น’ จนกระทั่งรถเลี้ยวผ่านประตูรั้วบ้านหลังใหญ่ที่เคยอยู่อาศัยมาตั้งแต่เกิด และคนอาศัยพิงไหล่ของเธอมาตลอดทางก็ดีดตัวลุกนั่งโดยอัตโนมัติ เธอยังไม่ทันได้ขยับตัวทำอะไร เขาก็มาเปิดประตูให้แล้ว

นี่คือสิ่งที่หลุยส์ปฏิบัติมาตั้งแต่ได้แรกและทำมาจนทุกวันนี้....มารยาทและการเอาใจใส่เล็กๆ น้อยๆ แต่ทำให้เธอรู้สึกดีทุกครั้ง เธออยากจะคิดว่านี่เป็นอีกข้อที่ทำให้เธออยู่ตรงนี้...อยู่กับเขามาได้อย่างยาวนาน

“มาจนได้นะเรา”

เสียงคุ้นหูทำให้ร่างใหญ่โตหมุนตัวไปตามเสียงเรียก จับจูงมือขาวผ่องของคนข้างกายก้าวสองสามก้าวไปหยุดยืนตรงหน้าเจ้าของร่างสูงใหญ่ไม่แพ้กัน

“สวัสดีครับอาครีต” สองหนุ่มต่างวัยสวมกอดทักทายกันเหมือนทุกครั้งที่เจอหน้า

“มากันแล้วหรือคะ”

“สวัสดีครับพี่แพ” พรหมพรรับไหว้หนุ่มคนดังที่ไหว้ได้สวยและพูดไทยได้ชัดพอๆ กับเจ้าของภาษา “พี่แพกับอาครีตสบายดีนะครับ”

“สบายดีจ้ะ..ไป เข้าบ้านกันก่อนดีกว่า อาครีตเขาเข้าครัวทำอาหารเอาไว้ให้แต่เช้าเลย”

“เป็นลาภปากของผมอีกแล้วสิครับเนี่ย...แล้วนี่น้องครีมกับน้องพายไม่อยู่เหรอครับ”

“ไปโรงเรียนแล้วจ้ะ...น้องเคทไปส่งแล้วก็เลยไปรับหลุยส์นั่นแหละ”

“เสียดายจัง มาแล้วไม่ได้เจอ”

“เดี๋ยวก่อนกลับเราแวะไปหาที่โรงเรียนก็ได้”

“ตกลงจะกลับกันวันนี้เลยใช่ไหม” หลานสาวเล่าให้ฟังแล้วว่าหลุยส์จะตามมาและอาจจะรับตัวกลับไปด้วย

“ค่ะ”

“มายังไม่ทันให้อาหายคิดถึงเลยก็จะกลับซะแล้ว”

“เดี๋ยวเสร็จจากทัวร์คอนเสิร์ตแล้วผมจะพาคิตตี้มาใหม่นะครับ”

“คงจะมาได้หรอก อีกไม่กี่เดือนก็จะมีงานแฟชั่นวีกแล้วไม่ใช่หรือ เดี๋ยวรายนี้เขาก็ต้องยุ่งกับการออกแบบตัดเย็บเสื้อผ้า เตรียมงานโน่นนี่อีก”

“คุณอาบ่นเป็นคนแก่เลย” พรหมพรแกล้งแซวสามี “น้องเคทพาหลุยส์ขึ้นไปล้างหน้าล้างตาก่อนนะจ๊ะ เดี๋ยวจะได้ทานข้าวกัน”

“ค่ะ”

คิรากรมองหลานสาวคนเดียวเดินนำหนุ่มคนรักขึ้นบันไดไปจนลับตาถึงได้หันมาหาภรรยา

“ทำหน้าแบบนี้แสดงว่ากำลังคิดเรื่องเดิมอีกแล้วใช่ไหมคะ” พรหมพรเงยหน้าขึ้นถามสามีขณะเกี่ยวท่อนแขนแกร่งเดินไปที่โต๊ะอาหาร

“ผมอดเป็นห่วงไม่ได้นี่ ยายเคทก็เหมือนกับลูกคนหนึ่ง ถ้าแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาซะทีผมก็จะได้หมดห่วง”

“แน่ใจหรือคะว่าจะหมดห่วงจริงๆ ถ้าน้องเคทแต่งงาน” ภรรยาดักคอ เพราะรู้ว่าสามีรักหลานสาวกำพร้าเหมือนลูกอย่างที่เขาบอกนั่นแหละ และเธอเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน

“ก็คงห่วง แต่อาจจะห่วงน้อยลง”

“ไม่ใช่หรอกคะ ไม่ว่าน้องเคทจะแต่งงานหรือไม่แต่งคุณก็จะห่วงแกเหมือนเดิม เพราะทุกวันนี้หลุยส์ก็ดูแลน้องเคทเป็น อย่างดี...เรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องของคนสองคนนะคะ ถ้าสองคนพอใจอยากจะใช้ชีวิตแบบนี้ อยู่ด้วยกันแบบนี้แล้วมีความสุข งานแต่งงานก็ไม่เห็นจำเป็นเลย คุณเองก็เคยบอกไม่ใช่หรือคะว่าหลุยส์เป็นคนเดียวที่คุณไว้ใจให้ดูแลน้องเคท”

“ผมเข้าใจ แต่ว่ายังไงทางเราก็เป็นผู้หญิง ถ้าแต่งงานกันให้เรียบร้อยมันก็ดีกว่าไม่ใช่หรือ”

“เพิ่งรู้ว่าแพมีสามีหัวโบราณขนาดนี้” พรหมพรสัพยอกสามีอีกครั้ง

“ว่าผมหัวโบราณ...แล้วใครล่ะครับที่บอกว่าจะต้องแต่งงานกันก่อนถึงจะยอมร่วมหอลงโรงกับผมน่ะ” คนเป็นสามีกระเซ้ากลับ

“เหมือนกันที่ไหนล่ะคะ” 

“ไม่รู้แหละ ยังไงผมก็จะต้องถาม ปล่อยให้ลอยกันไปลอยกันมานานแล้ว...ทางเอียนกับแอลลี่เขาก็เร่งมาเหมือนกัน” ถ้าจับลูกชายใส่พานนยกให้หลานสาวเขาได้สองคนนั้นคงทำไปแล้ว

“ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจค่ะ...นั่นไงคะลงมากันแล้ว หวังว่าจะได้คำตอบนะ” ภรรยาประชดไม่จริงจัง แล้วก็ทรุดลงนั่งข้างๆ หลังตักข้าวต้มทะเลทรงเครื่องแจกจ่ายทุกคนจนครบ

“นั่งเลยจ้ะ...หลุยส์ทานได้นะ”

“ของโปรดเลยล่ะครับ ทานที่ไหนก็ไม่อร่อยเหมือนอาครีตทำ”

“เดี๋ยวจะบอกสูตรให้ เอาไว้ให้ยายเคททำให้กิน”

“อาครีตเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าครับ...อาครีตต้องบอกผมถึงจะถูก”

เพราะหลานสาวคนเดียวของเชฟใหญ่ต้มไข่ยังไม่สุกเลย หน้าที่หุงหาอาหารให้เธอกินจึงเป็นของเขามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เรื่องนี้คนเป็นอาก็รู้ดี

“ก็บอกด้วยกันนั่นแหละ เผื่อแต่งงานแต่งการกันไป เกิดอีกคนไม่สบาย อีกคนก็จะได้....”

“เดี๋ยวก่อนค่ะอาครีต อาครีตว่าใครจะแต่งงานคะ”

“ก็เคทกับหลุยส์ไง...อย่าบอกนะว่าสองคนจะไม่แต่งงานกันและอยู่กันแบบนี้ตลอดไป”

“ใช่ค่ะ...ไม่แต่ง”

“ว่าไงนะ!”

ไม่ใช่เจ้าของคำถามที่ตกใจและตะโกนถามออกมา หากเป็นคนที่เฝ้ารักเฝ้ารอมานานหลายปีดีดัก ขณะที่สองสามีภรรยามองตากันไปมาและรอดูสถานการณ์อยู่เงียบๆ

“เมื่อกี้คิตตี้บอกว่าจะไม่แต่งงานกับผมหรือ”

“ใช่”

“ทำไม”

ก็เขาเคยพูดเรื่องแต่งงานกับเธอไหมล่ะ ขอก็ไม่เคยขอแล้วยังมีหน้ามาถามอีก

“ก็...อยู่แบบนี้ก็มีความสุขดีอยู่แล้ว”

มีความสุขแต่เธอน่ะสิ...เขาทรมานแค่ไหนยายแมวเหมียวไม่รู้หรอก

“เอาล่ะ..อย่าทำท่าเหมือนจะกระโจนใส่กันแบบนั้น” คนจุดประเด็นปรามก่อนที่จะเกิดการปะทะคารม

“ที่อาถาม ก็เพราะว่าอาเป็นห่วง อยากจะรู้แค่นั้นเองว่าเราสองคนจะเอายังไงต่อไป ถ้าไม่อยากแต่งก็ไม่ต้องแต่ง” เอ่ยเหมือนเสียไม่ได้แต่กำลังรอฟังคำตอบจากว่าที่หลานเขยหูผึ่งทีเดียว

“ไม่ได้นะครับ...ยังไงก็ต้องแต่ง”

ที่เขายังไม่คิดเรื่องนี้ก็เพราะว่าเขายังเห็นเธอสนุกกับงานอยู่ ส่วนเขาก็มีเวลาให้เธอไม่เต็มที่เท่าที่ควร แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่แต่งงานกับเธอ แล้วยายแมวเหมียวพูดออกมาได้ยังไงว่าจะไม่แต่งงานกับเขา

“หลุยส์พูดแบบนี้แล้ว น้องเคทจะว่ายังไงคะ” พรหมพรถามแทนสามี

“เคทยังไม่พร้อมค่ะ ถึงหลุยส์เองก็เหมือนกัน เรายังต้องทำงานหนักทั้งคู่...เคทรู้นะคะว่าอาครีตกับพี่แพเป็นห่วง เอาไว้พร้อมเมื่อไหร่เราจะบอกอีกทีนะคะ” พอคนข้างตัวจ้องตาแทบจะหลุดออกมาจากเบ้า ขวัญคีรีก็เลยแบ่งรับแบ่งสู้

“แต่ผมพร้อมแล้ว จะแต่งวันนี้พรุ่งนี้ก็ยังได้”

“อันนี้ก็เกินไปนิดนะอาว่า”

คิรากรติงทีเล่นทีจริง...จะว่าไปก็นึกเห็นใจหนุ่มคนดังไม่น้อย หลุยส์รักปักใจในตัวขวัญคีรีมาตั้งแต่เป็นวัยรุ่น...นานพอดูทีเดียว ถึงระหว่างนั้นจะมีข่าวคราวเกี่ยวสาวๆ มากมาย แต่คนเดียวที่หนุ่มคนดังยกให้เป็นที่หนึ่งและอยู่ในใจเสมอมาก็คือขวัญคีรี

“แต่งงานนะ ไม่ใช่เล่นขายของ ยังไงก็ต้องใช้เวลา....เอาเป็นว่าเราสองคนไปตกลงกันก่อนก็แล้วกันว่าจะเอายังไง เพราะมัมกับแด๊ดของเราก็เร่งอามา อยากจะให้แต่งงานกันซะที”

ไม่ต้องเสียเวลาคิดเลยว่าไปอังกฤษคราวนี้เธอจะโดนคำถามนี้จากมัมกับแด๊ดอีกแน่ๆ  ซึ่งจะว่าไปทางนั้นก็ถามมาตลอดนั่นแหละ แต่เธอก็ผัดผ่อนเรื่อยมาเพราะพ่อลูกชายตัวดีของมัมกับแด๊ดไม่ได้ให้ความมั่นใจอะไรกับเธอเลย และสองคนก็ไม่เคยพูดกันเรื่องนี้มาก่อน...เธอเพิ่งรู้ว่าเขาคิดเรื่องแต่งงานก็ตอนที่อาของเธอถามนี่แหละ

“อีกไม่นานหรอกครับ อาครีตกับพี่แพเตรียมตัดชุดไปงานไว้ได้เลย”


*** หายไปนานจนไม่น่าให้อภัยว่าไหมคะ...แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังอยากได้กำลังใจเหมือนเดิมนะคะ ถ้าไม่เป็นการรบกวนเวลาจนเกินไป อ่านจบตอนแล้วฝากข้อความทิ้งไว้ให้คนเขียนอ่านก็จะขอบคุณมากเลยค่ะ เพราะรอยยิ้มและกำลังใจของคนเขียนก็อยู่ตรงนี้แหละค่ะ จะได้มีแรงปั่นนิยายมาให้อ่านกันนะคะ และถือโอกาสนี้ฝาก Love each other ร่วมรัก ร่วมชีวี ด้วยนะคะ วันนี้ลงเต็มตอนแล้วเข้าไปดูได้ค่ะ

 

*** แล้วก็ตอนนี้ปัทได้ข้อสรุปเรื่อง สะดุดรักสลับร่าง กับ คือดวงดาวของหัวใจ แล้วนะคะ หลังจากถูกดองมานานและถูกเรื่องอื่นแซงหน้าไป ปัทก็เลยตัดสินใจเอากลับมาพิมพ์เองค่ะ ตอนนี้กำลังคิดอยู่ว่าจะปล่อย e book ออกมาก่อนหรือว่าจะทำหนังสือออกมาก่อน เพราะคิวที่ได้จากดรีมคือเดือนมีนาคมปีหน้าเลย เอาเป็นว่าถ้าใครสนใจก็ฝากเมลไว้ได้นะคะที่ por_sila@hotmail.com หรือว่าที่ห้องสมุดก็ได้>> เข้าที่ไปทำเนียบนักเขียน เลือก ป.ศิลา แล้วก็เลือก ฝากเมลคุณเพื่อรับข่าวสารจากไรเตอร์เรื่องนี้ กรอกอีกเมลแล้วก็ส่ง เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยนะคะ เรื่องเรียบร้อยแล้วปัทจะส่งเมลไปแจ้งนะคะ






Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
Love each other ร่วมรัก ร่วมชีวี ตอนที่ 2 : มัดมือชก , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 960 , โพส : 18 , Rating : 75 / 15 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1

#18 : ความคิดเห็นที่ 163
มัดมือชกจริงๆหลุยซ์ >//<)
Name : ohoppa< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ohoppa [ IP : 171.4.24.18 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 มีนาคม 2555 / 00:01

#17 : ความคิดเห็นที่ 49
หลุยส์สู้ ๆ
Name : ดาหลาแสงจันทร์< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ดาหลาแสงจันทร์ [ IP : 180.183.163.152 ]
Email / Msn: rachanaree(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 มกราคม 2555 / 10:02


#16 : ความคิดเห็นที่ 38
น่ารักค่ะ
PS.  
Name : puphaa< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ puphaa [ IP : 171.7.245.51 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 ธันวาคม 2554 / 23:44

#15 : ความคิดเห็นที่ 29
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด น่ารักมากค่ะ น่ารักมากกมาย อิจฉาคิตตี้มากที่สุด
Name : soriya [ IP : 182.232.212.128 ]
Email / Msn: -
วันที่: 24 ธันวาคม 2554 / 09:32

#14 : ความคิดเห็นที่ 28
น่ารักมากค่ะ
Name : soriya [ IP : 182.232.212.128 ]
Email / Msn: -
วันที่: 24 ธันวาคม 2554 / 09:27

#13 : ความคิดเห็นที่ 18
เอาใจช่วยหลุยส์ 55
Name : sera [ IP : 110.49.234.235 ]
Email / Msn: -
วันที่: 18 ธันวาคม 2554 / 08:40

#12 : ความคิดเห็นที่ 17
รักจริงหวังแต่ง  เคทไม่รอดแน่ๆอย่างว่าเลยค่ะ อิอิ

PS.  In everything gives you sincerely.
Name : nuri.j< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ nuri.j [ IP : 111.103.65.170 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 ธันวาคม 2554 / 21:08

#11 : ความคิดเห็นที่ 15
คิตตี้ไม่รอดแน่ อิอิ
Name : suri [ IP : 49.230.12.128 ]
Email / Msn: -
วันที่: 17 ธันวาคม 2554 / 11:15

#10 : ความคิดเห็นที่ 13
จะหยอดกระปุกรอค้า ขอให้ออกมาเป็นเล่มไวๆ นะคะ รอมานานแล้วทั้งสองเรื่องเลย
Name : Sun. [ IP : 110.49.235.31 ]
Email / Msn: -
วันที่: 17 ธันวาคม 2554 / 08:28

#9 : ความคิดเห็นที่ 10

มารอคู่นี้ด้วยคนค่ะ

Name : ลลลา< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ลลลา [ IP : 204.19.245.27 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 ธันวาคม 2554 / 02:00

#8 : ความคิดเห็นที่ 9
น่ารักน่าลุ้นมากค่ะคู่นี้
Name : กระดานดำ [ IP : 49.228.189.26 ]
Email / Msn: -
วันที่: 14 ธันวาคม 2554 / 19:02

#7 : ความคิดเห็นที่ 8
ึรักมันจุกอกค้า ถึงกับทำพิธีเองเลยนะหลุยส์นะ
เป็นหลวงพ่อเป็นเจ้าบ่าวในคราวเดียว 55
Name : PsLove [ IP : 110.49.126.188 ]
Email / Msn: -
วันที่: 14 ธันวาคม 2554 / 16:15

#6 : ความคิดเห็นที่ 7
โตเป็นหนุ่มแล้วแพรวพราวเจ้าเล่ห์น่าดูนะจ๊ะหลุยส์
ชอบอิมเมนค่ะ น่ารักทั้งสองคนเลย

Name : sunflower [ IP : 110.49.224.253 ]
Email / Msn: -
วันที่: 14 ธันวาคม 2554 / 13:12

#5 : ความคิดเห็นที่ 6
ชอบๆๆ รีบๆเขียนนะคะ จะได้ออกเล่มเร็วๆ
Name : jee-jee [ IP : 110.77.138.157 ]
Email / Msn: -
วันที่: 14 ธันวาคม 2554 / 11:48

#4 : ความคิดเห็นที่ 5
เชื่อแล้วว่ารอนานจริงๆ 55
น่ารักมากค่ะ

Name : suri [ IP : 110.49.251.154 ]
Email / Msn: -
วันที่: 14 ธันวาคม 2554 / 08:40

#3 : ความคิดเห็นที่ 4
น่ารักมากมาย คู่นี้  พี่จะรอค่ะ

PS.  In everything gives you sincerely.
Name : nuri.j< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ nuri.j [ IP : 111.103.65.170 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 ธันวาคม 2554 / 04:38

#2 : ความคิดเห็นที่ 3
 น่ารัก ^^
PS.  บางครั้งคนเราควรจะมีเวลาให้กับตัวเองบ้าง เพื่อที่จะถามว่าทุกวันนี้... ความสุขของเราอยู่ที่ไหน
Name : PäPёŕ< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ PäPёŕ [ IP : 110.168.8.95 ]
Email / Msn: savok_lp(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 ธันวาคม 2554 / 23:33

#1 : ความคิดเห็นที่ 2
มัดมือชกเอาดื้อๆ เลยนะจ๊ะหลุยส์



Name : nana [ IP : 110.49.224.162 ]
Email / Msn: -
วันที่: 13 ธันวาคม 2554 / 23:30

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

Blood Incident ทีมผมไม่ (วุ่น) วายนะครับ

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android