นิชคุณดรอปเรียนในเทอมนี้ เพราะสภาพร่างกายที่ไม่พร้อม และเป็นโรคซึมเศร้า เค้าชอบร้องไห้เมื่อหลับตาแล้วฝันถึงอูยองบ่อยๆ คุณแม่เลยต้องกลับจากต่างประเทศเพื่อมาดูแล
นิชคุณเล่าเรื่องทั้งหมดให้แม่ฟัง คนเป็นแม่ที่เข้าใจและรู้ความเป็นไปของลูกชาย ก็ปลอบใจและพยามจะดึงลูกชายที่แสนดีคนเก่าของเธอกลับมา
หล่อนไม่รู้ว่าสิ่งที่ลูกชายของตัวเองเจอในความจริงนั้นมันโหดร้ายมากกว่าคำพูดที่เล่าให้ฟังมากแค่ไหน แต่สิ่งที่คนเป็นแม่จะทำให้ได้ คืออยู่เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้ลูก
รูปของอูยองที่แทคยอนให้ นิชคุณเอามันใส่กรอบ แล้ววางไว้ข้างๆโหลของเรดกับเยลโล่ ที่เกือบตายไปแล้วครั้งหนึ่ง เพราะลืมให้อาหารมัน
เวลาผ่านไปเกือบ 1 ปี
ถึงจะเรียกนิชคุณคนเก่า ที่ยิ้มแย้ม สดใส แสนดีกลับมาได้ ต้องชื่นชมคุณแม่ และการเรียนช่วงรอยต่อที่ทำให้ชายหนุ่มไม่มีเวลามากพอคิดเรื่องส่วนตัว
เพราะถ้าเค้าสอบเรียนต่อที่มหาลัยในเกาหลีไม่ได้ ก็ต้องไปเรียนที่ไทยหรือไม่ก็แคนาดา ตามที่แม่บอก นิชคุณอยากอยู่ที่นี้ อยู่ตรงนี้ เค้าเลยเอาแต่ก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือ จนไม่ค่อยมีเวลาทำอย่างอื่น
สุดท้าย อูยอง ก็เป็นเพียงความรักที่แสนมีค่าอยู่ในความทรงจำของนิชคุณ
ก่อนจะไปเรียนหนังสือหรือเกิดท้อแท้ นิชคุณจะมามองรูปอูยอง แล้วเค้าก็จะได้พลังอย่างประหลาด เหมือนกับว่าอูยองยังอยู่ตรงนี้ตลอดเวลาไม่ไปไหน
ถึงจะอยากอยู่ใช้ชีวิตด้วยกันมากขนาดไหน ก็ต้องปล่อยทิ้งไว้แค่ในความคิด ในโลกความเป็นจริง ไม่มีอูยองอีกต่อไป มีเพียงคนรอบข้างที่ประคับประคองและเฝ้ามองเค้าเดินไปข้างหน้า
หลังจากที่นิชคุณเป็นปกติดีแล้ว แม่ของนิชคุณก็ฝากให้ทิฟฟานี่ช่วยดูแลให้ เพราะเมื่อลูกชายหายดี เธอก็อยากเว้นที่ให้ลูกชายได้คิดอะไรคนเดียวบ้าง ใช้ชีวิตอย่างที่ต้องการ หลังจากผ่านช่วงที่โหดร้ายมาอย่างสาหัส หล่อนควรปล่อยให้ลูกชายเติบโตด้วยหัวใจที่เข้มแข็งของตัวเอง
ทิฟฟานี่เองก็ดูแลนิชคุณอย่างดี เธอเป็นเพื่อนคุยที่ดีเสมอ หญิงสาวมักจะชวนนิชคุณไปที่สุสาน เพื่อไปหาจุนซู เพื่อนสนิทของนิชคุณอีกคนหนึ่ง หลายคนเข้าใจว่าที่จุนซูหายไปจากโรงเรียนบ่อยๆ เพราะไปออดิชั่นร้องเพลง
แต่อันที่จริงแล้วจุนซูป่วยเป็นโรคลูคีเมียร์ และต้องจากโลกนี้ไปด้วยวัยเพียงไม่มาก แต่ช่างเป็นคนที่จากไปอย่างไร้ทุกข์ เพราะทิฟฟานี่ดูแลคู่ชีวิตคนนี้จนวินาทีสุดท้าย
“จบแล้วล่ะ หลับสบายไหม เสียงทิฟอาจไม่ดีเท่าไหร่นะ” หญิงสาวยิ้มตาหวาน เมื่อร้องเพลงให้หลุมฝังร่างของจุนซูฟัง
เธอเพียงแค่อยากให้ความต้องการของสวรรค์เป็นจริง เธอเป็นเนื้อคู่ของจุนซู เธอก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เธอสัญญาว่าจะร้องเพลงให้คนรักฟัง เพื่อที่จะได้หลับอยู่ในนั้นอย่างสุขสบาย
นิชคุณมองทิฟฟานี่ด้วยความชื่นชม เธอเข้มแข็งกว่าเค้าหลายเท่านัก หญิงสาวไม่ได้สติแตกอย่างเค้าเมื่อต้องสูญเสียคนรักไป แต่เธอกลับให้ความหมายและความรักกับจุนซูมากขึ้นกว่าเก่า เมื่อไม่มีกัน
และความลับที่ทิฟฟานี่คือเนื้อคู่ที่แท้จริงของนิชคุณ เค้าก็จะเก็บมันไว้ให้เป็นความลับตลอดกาล
ชานซองตัดสินใจไปเรียนต่อที่อเมริกาสายการแสดง ส่วนจุนโฮเองก็เสียใจอยู่ไม่น้อยที่ต้องจากกัน แต่ก็ทำใจเข้มแข็ง เมื่ออีกฝ่ายบอกว่ารักจุนโฮคนเดียวและขอให้รอ
ส่วนแทคยอนก็ใช้ชีวิตที่มีตามปกติ ออกจะเฝ้ารอเนื้อคู่ของตัวเองบ้างในบางครั้ง
นิชคุณเองก็ยังมีจิตใจส่วนที่เป็น จิตไร้สำนึกรอคอยอูยองอยู่เช่นกัน จิตไร้สำนึก ที่มักจะเกิดขึ้นเองโดยไม่ต้องใช้ความคิด หากแต่ถูกฝังอยู่ในช่วงของความทรงจำหนึ่งเท่านั้น
เรื่องราวของนิชคุณช่วงปีหนึ่งที่ผ่านมา เป็นเพียงการกระทบกระเทือนของสมอง เนื่องจากตกจากที่สูงเท่านั้น เพราะถ้าบอกเหตุผลที่แท้จริง คงไม่มีใครฟัง
ส่วนอูยอง เด็กผู้ชายคนนั้น กลับไปอยู่กับพ่อแม่ หมดหน้าที่ให้นิชคุณเป็นพี่ชายดูแลแล้ว เพื่อนๆต่างรับรู้เพียงแค่ว่าเพื่อนตัวเล็กน่ารัก ย้ายโรงเรียนไปแล้วเท่านั้น ทุกอย่างจะเป็นความลับ...
ทุกคนล้วนจมอยู่กับการรอคอยทั้งนั้น ต่างแค่ว่า รอคอยกับสิ่งที่มีอยู่จริง หรือรอคอยกับสิ่งที่อยู่ในความทรงจำ เท่านั้นเอง
5 ปีผ่านไป
นิชคุณที่เป็นนักศึกษาระดับอุดมศึกษา เค้าออกจะเรียนนานกว่าเพื่อนๆ เพราะเลือกเรียนในสาขาประวัติศาสตร์โรมัน เค้าอยากรู้เรื่องเทพนิยายและประวัติของเหล่าเทพทั้งหลาย ที่เหล่ากรีกโรมันบอกว่ามันมีจริง
ชายหนุ่มท่องไปยังเมืองต่างๆที่ปรากฏประวัติศาสตร์ และมีเรื่องเล่าของกามเทพบ้าง เพราะนั้นคืองานโปรเจคก่อนจบของเค้า
นิชคุณต้องเขียนประวัติและบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับกามเทพออกมาให้นักประวัติศาสตร์ฟัง แล้วรู้สึกว่าน่าเชื่อถือมากที่สุด ชายหนุ่มเลยใช้เวลาท่องเที่ยวไปหาประสบการณ์มากเกินไปจนจบช้า
พาลให้ไม่ค่อยได้อยู่บ้าน รบกวนต้องให้ทิฟฟานี่เลี้ยงเรดกับเยลโล่ให้ เพราะเธอตัดสินใจอยู่กับกาอินเลย แถมทิฟฟานี่ยังบอกอีกว่าหลานชายของเธอหน้าตาน่ารักมาก จนต้องดูและทะนุถนอมดีๆ
หลานชายของทิฟฟานี่ก็คือลูกของพี่กาอินกับพี่โจควอนนั้นแหละ เด็กคนนี้ที่อูยองชอบไปเล่นด้วย ป่านนี้คงเข้าอนุบาลแล้วมั้ง แต่เพราะเด็กคนนี้เข้าโรงเรียนประจำ เลยทำให้ไม่ค่อยได้เห็นกันเท่าไหร่
“เหนื่อยจุงเบย” นิชคุณล้มตัวลงเอนบนโซฟา เค้าเพิ่งกลับมาจากยุโรป
ก่อนจะงีบพักผ่อน ร่างสูงค้นกระเป๋าเอากรอบรูปของอูยองออกมาตั้งไว้บนโต๊ะ เค้าจะไม่ทิ้งอูยอง ไม่ว่าจะไปไหนนิชคุณก็จะเอาอูยองไปด้วยทุกที่
“สองตัวนั้นจะเป็นไงบ้างนะ” นิชคุณพึมพำเบาๆ แล้วเดินไปอาบน้ำ กะว่าอาบน้ำเสร็จจะไปเอาเรดกับเยลโล่ที่ฝากไว้ที่บ้านทิฟฟานี่
“อ๊า!!!!! แง...งงงง”
นิชคุณถึงกับตกใจ จนตาตั้ง ที่ได้ยินเสียงเสียงเด็กร้องไห้งอแงอย่างบ้าคลั่ง ดังลงมาจากชั้นบน
“อ่ะ กว่าจะเอามาได้” ทิฟฟานี่ในชุดพยาบาลสีขาวเดินเอาโหลของเรดกับเยลโล่ลงมาให้
เพราะหลังจากอาบน้ำเสร็จ นิชคุณก็มาบ้าน แล้วก็เอาของฝากมาทักทายกาอินกับโจควอน แล้วก็ให้ทิฟฟานี่ด้วย ก่อนจะเอ่ยปากขอโหลเรดกับเยลโล่ที่ตัวเองฝากไว้ เอาคืน
ต่อไปคงไม่ต้องรบกวนบ่อยๆแล้วล่ะ เพราะเค้าได้ฤกษ์และข้อมูลของกามเทพมากพอจะเขียนเปเปอร์โปรเจคจบแล้ว
แต่นิชคุณก็แอบแปลกใจเล็กน้อย ที่เรดกับเยลโล่เหาะไปอยู่ถึงบนชั้นสองนู้น
“ร้องไห้อีกล่ะสิ” โจควอนเอ่ยขึ้นอย่างรู้ทัน
“ใช่ค่ะพี่ควอน” ทิฟฟานี่ว่า
เพราะลูกชายตัวแสบของกาอินกับโจควอน หรือหลานของทิฟฟานี่ นิสัยเอาแต่ใจมาก อยากได้อะไรก็ต้องได้ ไม่มีใครขัดได้เลย นี้ขนาดแค่ห้าหกขวบนะ ยังเอาแต่ใจซะขนาดนี้
“พี่จะซื้อให้ก็ไม่เอา ถามเค้าตั้งแต่เมื่อคืนแล้วล่ะ” กาอินบอกทิฟฟานี่ เรื่องที่ลูกชายงอแงจะเอาปลาทอง
“งั้น...ผมเอาช๊อกโกแลตมาฝากน้องเป็นค่ามัดจำแล้วกันนะคับ” นิชคุณเกรงใจ
“ไม่เป็นไรจ๊ะ” กาอินยิ้มบอก
“งั้นผมขอตัวนะคับ มีอะไรให้ช่วยบอกนะคับ”
“แล้วจะอยู่บ้านแล้วเหรอ เห็นไปต่างประเทศตลอดเลย” ทิฟฟานี่ถาม
“อื้ม อยู่แล้ว...กะจะนั่งทำโปรเจคที่บ้านน่ะ เรียนมานานและ อยากจบสักที แม่ดุแล้วล่ะ” นิชคุณว่าเชิงหยอกล้อ แล้วก้มหัวลากลับบ้าน
ก่อนออกจากบ้านชายหนุ่มก็เหลือบตามองข้างบนชั้นสอง ว่างๆถ้าเจ้าเด็กนี้ไม่ไปอยู่โรงเรียนประจำ คงจะเอาเรดกับเยลโล่ไปให้เล่นบ้าง อูยองชอบเล่นกับเด็กนี่ เค้าก็จะเล่นบ้าง...
สองสามวันมานี่ นิชคุณเอาแต่นั่งรวบรวมข้อมูลที่ตัวเองหามาได้ เพื่อลำดับความคิดก่อนจะพิมพ์รายงาน
“คุณ!!!” เสียงของทิฟฟานี่ดังมาจากหน้าบ้าน ชายหนุ่มจึงเดินออกไปดู
“มีอะไรเหรอ” นิชคุณถามด้วยหน้าตาแจ่มใส
“ทิฟมีเรื่องจะรบกวนหน่อยนะ พอดีพี่กาอินกับพี่โจควอนไปอบรมที่จีนเดือนหนึ่ง เลยฝากน้องไว้กับทิฟ แต่พรุ่งนี้ทิฟดันมีเคสออกไปกับคุณหมอที่เชจูน่ะ ทิฟฝากคุณช่วยดูแลน้องหน่อยได้ไหม ช่วงนี้น้องปิดเทอม ไม่มีใครอยู่กับน้องเลย” หน้าตาของทิฟฟานี่ค่อนข้างเกรงใจ
“ได้สิ...ไม่ต้องเกรงใจเลย คุณจะดูแลหลานของทิฟให้ดีสุดยอดเลยล่ะ รบกวนทิฟมาก็หลายครั้ง แค่นี้สบายยย~”
“แต่น้องค่อนข้างดื้อนะ อย่าดุมากนักล่ะ...หาอะไรหลอกล่อเอา ถ้าดุหรือเสียงดัง น้องจะร้องไห้จ๊ากเลย ทิฟเตือนแล้วนะ”
หญิงสาวพูดติดตลก แต่ก็จริง หลานชายแสนน่ารักของเธอ ดื้อและซุกซนจนอย่าบอกใครเชียว เธอจะไม่เกรงใจนิชคุณมากขนาดนี้ ถ้าหลานชายของเธอน่ารักเหมือนผ้าพับไว้
“แล้ว ให้น้องมาอยู่บ้านนี่ก็ได้ มานอนด้วยกัน”
“เอางั้นก็ได้ พรุ่งนี้ก็ไปปลุกน้องเอานะ รบกวนจริงๆหน่อยล่ะ เพราะทิฟเองต้องไปตั้งแต่ตีสามแหนะ จะปลุกน้องก็ไม่อยาก เพราะนอนยาก เดี๋ยวคุณจะพาลไม่ได้นอนไปด้วย”
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปหอบมาเอง หายห่วง”
“ถ้ามีอะไรก็โทรหานะ”
“แล้วจะโทรไป โชคดีล่ะ” นิชคุณบอก แล้วเดินเข้าบ้านไป
เอาล่ะ...ก่อนที่จะมีเด็กเข้ามาอยู่ในบ้าน เค้าต้องจัดการกับเอกสารการเรียนที่เรี่ยเต็มบ้านให้หมดเสียก่อน เพราะเดี๋ยวจะปนกันมั่วตั้ว
“หิวข้าวววว!!!!!! ลงมาหาข้าวให้กินหน่อย!!! หิวววววว!!!!!!!!!”
นิชคุณเอาหมอนอุดหูอย่างรำคาญ เด็กที่ไหนมาโวยวายแต่เช้านะ ง่วงนอนจะแย่ ก็เมื่อคืนนิชคุณจัดการกับเอกสารจนเกือบเช้า ยังได้ยินเสียงทิฟฟานี่ขับรถออกไปตอนเช้ามืดอยู่เลย
ทิฟฟานี่!
น้อง!!!!!!!
“เฮ้ย!” นิชคุณดีดตัวลุกขึ้นมาอย่างตระหนกตกใจ “ตายแล้วไอ้คุณเอ้ยยยย~”
เสียงเด็กที่โวยวายนั่นต้องเป็นลูกของกาอินแน่ๆ
พลัน! ชายหนุ่มหันไปมองนาฬิกา นี่มันสิบโมงกว่าแล้วนี่หน่า
ร่างสูงรีบวิ่งลงไปชั้นล่างด้วยความเร็วสูง ก่อนจะเปิดประตูบ้านออก ก็พบเด็กชายตัวเล็กนั่งตากแดดอยู่ที่หน้าบันไดบ้าน
พอได้ยินเสียงประตูเปิด เด็กชายตัวเล็กก็หันไปมองทันที
“หิวข้าวฮะพี่ชาย”
เสียงใสเอ่ยขึ้น พร้อมกับเดินไปเขย่ากางเกงที่หัวเข่าของพี่ชายรูปหล่อด้านหน้าอย่างออดอ้อน
นิชคุณออกอาการตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง เค้ารู้สึกคุ้นเคยกับเด็กคนนี้มาก หน้าตาดูจิ้มลิ้มน่ารักเหมือนใครบางคน ที่อยู่ในใจ ลึก...ลึก
“จ๊ะๆ เดี๋ยวพี่หาอะไรให้กินนะ” นิชคุณว่า แล้วจูงแขนน้องเข้าบ้าน
เด็กชายตัวเล็ก ผิวขาวจัด แก้มพองย้อยลงมา ประกบกับริมฝีปากบางๆสีแดงหวาน ดูน่ารักอย่างที่ทิฟฟานี่เคยคุยให้ฟังจริงๆด้วย
ด้านหลังสะพายกระเป๋าเป้ลูกเจี๊ยบสีเหลืองอ๋อย พร้อมกับพวงกุญแจตุ๊กตาปลาทองสองตัวห้อยไปห้อยมา หมวกที่เจ้าเด็กนี่ใสก็ยังเป็นหมวกปลาทองอีกแหน่ะ
“กินอะไรได้บ้างล่ะ” นิชคุณถามเด็กชายที่เดินวนรอบบ้านเค้าราวกับช่างสำรวจ
“ไก่ทอด จิ้มซอสมะเขือเตส” เด็กน้องหันมาบอก
“งั้นรอแปบนะ จะออกไปซื้อให้”
“ไม่ไหวแล้ว...หิวมากเลย จะเอาเดี๋ยวนี้ได้ไหม” เอาแล้วไง นิสัยเอาแต่ใจที่ทิฟฟานี่เคยบอกไว้เริ่มปรากฏออกมาแล้ว
“ก็ที่บ้านมันไม่มี ต้องออกไปซื้อ งั้น...หาอะไรในตู้เย็นกินก่อนนะ พี่ไปซื้อให้ แปบเดียว”
นิชคุณว่า แล้วรีบคว้ากระเป๋าตังออกจากบ้าน ปั่นจักรยานคันเก่งไปซื้อไก่ทอดให้เด็กนี่กิน ฟันก็ยังไม่ได้แปรง แลดูเหมือนพ่อลูกอ่อนอีกครั้งแล้วล่ะสิ
เวลาผ่านไปไม่ถึงสิบหน้านาที นิชคุณกลับมาพร้อมไก่เคเอฟซีในมือ
“มาแล้ว” นิชคุณบอก แล้ววางไก่บนโต๊ะ
“เมื่อกี้ผมกินนมสตรอเบอร์รี่ไปขวดหนึ่งนะฮะ” เด็กน้อยว่า แล้วเดินมาชูขวดนมให้ดู
“อื่ม กินเหอะ จะได้ตัวโตๆ” พอเห็นนมรสสตรอเบอร์รี่ ก็พาลให้นึกถึงอีกคนขึ้นมาดื้อๆ รายนั้นก็ชอบนมรสนี้เหมือนกัน
แล้วนิชคุณก็จัดการเอาไก่ใส่จานให้ สภาพเด็กนี่คงไม่มีปัญญากิน เค้าก็ต้องแกะให้ด้วยสินะ
“พี่ชายฮะ จิ้มซอสมะเขือเตสด้วย” เด็กน้อยแก้มอูมบอก ขนาดพูดยังพูดไม่ชัดเลย
“อ่ะ...กินคนเดียวได้ไหม”
“ไม่ได้ ป้อนด้วย...อ้า~” ว่าแล้วก็อ้าปากกว้าง
“อยู่อนุบาลชั้นไหนแล้ว” นิชคุณถาม มือก็ป้อนไก่ไป
“ผมขึ้นเกรดหนึ่งแล้วฮะ อายุจะหกขวบแล้วด้วย” เด็กน้อยว่า
แล้วชูนิ้วขึ้นมาหกนิ้วโอ้อวดว่าตัวเองกำลังจะหกขวบ ก่อนจะกินไก่อย่างอารมณ์ดี หมวกปลาทองที่อยู่บนหัวก็ไม่ยอมถอดด้วย นิชคุณกลัวจะร้อนจริงๆเลย
“ไม่ถอดหมวกล่ะ ร้อน” ร่างสูงว่า พร้อมกับดึงหมวกออก
“อ๊ะ!!! อย่าน๊ะ...ปลาสีส้มอยากอยู่กับผม” มือป้อมจับหมวกไว้ แล้วขยับให้เข้าบนหัวอย่างเดิม
ปลาสีส้ม!!!
นิชคุณได้แต่นิ่งเงียบ ทำไมเด็กคนนี้ถึงพูดเหมือนใครบางคน บางคนที่อยู่ในใจเค้า...
“พี่ชาย พี่ชายฮะ” เด็กน้อยเขย่าแขนเสื้อยิ๊กๆ
“ห...หื้ม ทำไม”
“ไก่” เด็กแก้มกลมว่า พร้อมกับอ้าปากรอ นิชคุณเลยหันกลับมายิ้มให้ แล้วแกะไก่ให้กินต่อ
หลังจากป้อนข้าวป้อนน้ำเสร็จ นิชคุณก็ไปเช่าการ์ตูนมาให้เจ้าเด็กนี่ดู กะจะถามชื่อกันเสียหน่อย แต่ก็เผลอหลับคาโซฟาไปซะแล้ว ดูดนิ้วอีกต่างหาก!
ร่างสูงอุ้มเด็กวัยหกขวบขึ้นพาดบ่า เพื่อจะพาไปนอนข้างบนห้อง
เค้าค่อยๆถอดหมวกปลาทองของเด็กน้อยออก เหลือเพียงผมสีดำขลับดูน่าลูบเล่น แก้มกลมที่พองออกมาดูน่ารักน่าจับ เค้าจ้องมองเด็กคนนี้ทีล่ะส่วน
จะเป็นไปได้ไหม ที่อูยองชอบไปเล่นกับเด็กคนนี้ตอนยังไม่เกิด หน้าก็เลยออกมาคล้ายๆกัน
ใบหน้าอันน่ารักและละม้ายคล้ายคนรักในอดีต ทำให้นิชคุณขยับตัวขึ้นไปนอนบนเตียงด้วยกัน เด็กตัวเล็กกลิ้งพลิกตัวตามประสาเด็กนอนดิ้น จนนิชคุณต้องเอื้อมมือไปรั้งไว้ ไม่งั้นคงตกเตียง
อ้อมแขนใหญ่ รั้งเด็กน้อยเข้าไว้ในอ้อมอกแล้วกอด จมูกโด่งก้มลงดมบนหัวเล็กนั้นเบาๆ หอม~
กลิ่นหอมอ่อนๆของเด็กน้อยลอยขึ้นเตะจมูกเค้า หอมมาก หอมจนต้องกดจมูกดอมดมไปอีกหลายๆรอบ
“ปลา~”
เสียงเด็กตัวน้อยดังขึ้นอู้อี้ในลำคอ ตาใสปรือขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่ริมปากที่แดงจัดจะอ้าปากหาววอด
“อะไร” นิชคุณ ที่เผลอหลับไปด้วยกันเลยตื่นขึ้นมา ก็พบว่าเจ้าเด็กตัวเล็กที่จมอยู่ในอ้อมกอดเค้าชี้ไปโหลของเรดกับเยลโล่
“ปลาสีส้มฮะ จะเล่น ผมจะเล่นนะฮะ” แก้มกลมขยับบอก
“เอาสิ”
“ขอบคุณฮะ อ่ะ! ปล่อยๆ จะไปเล่น” แล้วเจ้าตัวเล็กก็ดิ้นออกจากอ้อมกอดของนิชคุณเพื่อจะไปเล่นกับปลาทองสองตัวนั้น “จะให้อาหาร”
“เดี๋ยวเอาให้” นิชคุณเดินไปหยิบอาหารปลามาให้ เจ้าตัวเล็กรีบหยิบมาแล้วจับโยนให้ทีละเม็ด
“คิก~ ปลาสีส้มน่ารักมากเลย กินเยอะๆนะ จะได้ตัวโตๆ” ว่าแล้วก็อ้าแขนออกจนกว้าง
“นี่...น้องชื่ออะไรเหรอ” นิชคุณเดินไปนั่งข้างๆน้อง
เด็กคนนี้ทำให้เค้าประหลาดใจอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะช่างเหมือนกับอูยองเหลือเกิน เหมือนจนเค้าอยากจะคิดว่า...
“ชื่ออูด้งฮะ”
“หะ!” นิชคุณร้องออกมาเสียงดัง
“ช่วยดูแลผมด้วยนะฮะ” เด็กน้อยหันมายิ้มแป้นให้เค้าแล้วก้มหัวให้อย่างสุภาพ
“อูยอง~” นิชคุณแทบจะหยุดหายใจ
ที่ข้างโหลปลาทอง มีรูปของอูยองตั้งอยู่ แล้วเด็กผู้ชายตัวเล็กที่อยู่หน้าเค้า มันทำให้ชายหนุ่มเกิดอาการหนักอึ้งอีกครั้ง
“ไม่ใช่ฮะ อูด้ง ไม่ใช่อูยอง” อูด้งหันมาตอบใหม่
อูยอง ฉันจะสารภาพกับนายยังไงดี ฉันกำลังเริ่มหัวใจเต้นแรงกับเด็กคนนี้เข้าแล้วล่ะสิ ทั้งๆที่ฉันสัญญาว่าจะรักนายคนเดียว แต่เด็กคนนี้กำลังทำฉันใจเต้น เพราะเด็กคนนี้เหมือนนายมาก มากจนฉันคิดว่าคือนาย บอกฉันหน่อยเหอะอูยอง...ชี้ทางที่สว่างให้ฉันที สงสารฉันสักครั้งเถอะ ฉันอยู่ในความมืดมานานพอแล้ว ช่วยปลดปล่อยฉันจากความทรมานพวกนี้ที
“งั้นเล่นไปนะ พี่จะไปทำงาน” นิชคุณจำใจละจากตรงนั้น เพื่อไปทำงาน
แต่สมาธิทั้งหมดที่ต้องกระเจิงเป็นพักๆ เมื่อได้ยินเสียงของอูด้ง คุยเล่นกับปลาทอง ช่างเหมือนอูยองเหลือเกิน เหมือนจนหางตาเค้าเห็นเป็นอูยอง ไหนจะชื่ออีก ก็เหมือนกันเหลือเกิน ใบหน้านั่นอีก เค้าจะทำยังไงดี
เวลาผ่านไปจนถึงเย็น อูด้งก็ยังเล่นกับปลาสีส้มไม่มีเบื่อหน่าย เหมือนอีกคนไม่มีผิด
“พี่ชายฮะ พี่ชายคนนี้ใครเหยอ” เด็กตัวป้อมเดินเข้ามาหา พร้อมกับกรอบรูป รูป...ของอูยองรูปเดียวที่มีบนโลกใบนี้
“เจ้าของปลาทองสองตัวนี้ไง” นิชคุณยิ้มบอกอย่างใจดี พร้อมกับลูบหัวไปสองสามที
“ขอได้ไหม...บอกพี่ชายในรูปนี้ได้ป่ะ ว่าผมอยากได้ปลาสีส้ม ผมอยากได้มากนะฮะ ผมขอได้ไหม”
บอกพี่ชายในรูปนี้ งั้นเหรอ นิชคุณอยากจะทำอยู่ แต่จนปัญญาจริงๆ
ร่างสูงอุ้มเด็กตัวเล็กขึ้นมานั่งบนตัก พร้อมกับดมหัวเล็กนั้นไปทีหนึ่งขนชื่นใจ
“ไม่ได้หรอก ถ้าอูด้งอยากเล่นก็มาที่บ้านพี่สิ แต่พี่ให้ไม่ได้หรอก”
“ผมอยากได้ปลาสีส้มนี่ฮะ~” เสียงเล็กดูเง้างอนลง
“พี่ซื้อให้เอาไหม”
“ไม่เอา ผมอยากได้สองตัวเนี้ย” มือป้อมชี้ไปที่เรดกับเยลโล่ เสียงอ่อย เพราะอยากได้มากๆ
“ไม่ได้หรอก เดี๋ยวเจ้าของเค้ากลับมาแล้วปลาหาย พี่จะทำไงล่ะ อูด้งมาเล่นที่บ้านพี่บ่อยๆเอาสิ”
“ฮึ๊!”
แก้มกลมสะบัดฮึดฮัดไม่พอใจ ร่างเล็กๆเท่ากำปั้นของเด็กน้อยดิ้นไปดิ้นมาน่าจับโยนเล่นจริงๆ
นิชคุณหันไปมองข้างนอกหน้าต่าง ก็พบว่ามืดหมดแล้ว มีแต่แสงจันทร์เข้ามาแทนที่จนหมด
“พี่ชายฮะ หิว~ อยากกินหนม” อูด้งหันหน้าขึ้นไปบอก ปากบางแดงเบะออกน่าจุ๊บตั้งแต่เด็กจริงๆ
“อาบน้ำก่อนแล้วกันนะ”
“คับป๋ม” เด็กน้อยตอบอย่างอารมณ์ดี
จากนั้น นิชคุณก็ไปบ้านของอูด้งที่อยู่ข้างๆกัน เพื่อไปเอาเสื้อผ้าและของเล่นต่างๆนานาของเจ้าเด็กนี่มาไว้บ้านเค้าสักพัก เพราะจะปล่อยให้น้องตัวเล็กนอนคนเดียวก็กระไรอยู่
นิชคุณเลยต้องจำแลงกายเป็นคุณพ่อลูกติดอีกรอบ เหมือนตอนที่มีอูยองมาอยู่ด้วยใหม่ๆ
ภายในบ้านของอูด้ง มีแต่รูปภาพของคนทั้งบ้านห้อยเต็มไปหมดเลย โดยเฉพาะของเจ้าตัวเล็ก แทบจะห้อยเต็มห้องเลยก็ว่าได้ ก็น้องน่ารักนี่เนาะ
พอหาของได้ครบ ก็จัดการเดินกลับบ้านนิชคุณ เพื่อจะอาบน้ำกัน
“ป่ะ ไปอาบน้ำ แล้วเดี๋ยวพี่จะไปหานมกับขนมให้กิน”
“พี่ชายฮะ” อูด้งเรียก “อาบน้ำให้ผมหน่อย”
“อ้าว! แล้วอาบเองไม่เป็นเหรอ จะหกขวบแล้วนะ”
“ก็คุณครู หรือไม่ก็น้าทิฟ หรือไม่ก็ปาป๊ากับหม่าม๊า อาบให้”
“โอเคๆ ถอดเสื้อผ้าวิ่งเข้าห้องน้ำเลยป่ะ” นิชคุณใช้
เจ้าเด็กน้อยก็หอบผ้าเช็ดตัวลายทวิสตี้วิ่งแจ้นเข้าห้องน้ำ
อีกประมาณห้านาที นิชคุณก็เดินเข้าห้องน้ำตาม เห็นเด็กตัวอวบเนื้อแน่นๆ ขาวจั๊วแก้ผ้าล่อนจ้อน ยืนส่ายตูดเล่นเป็ดยางในห้องน้ำอย่างสนุกสนาน
เห็นแล้วก็อดนึกถึง...อูยองไม่ได้ เค้ายิ้มให้กับความหลังที่แสนสุขในครั้งนั้น เจ้าจำได้แม่นเลย ว่าอาบน้ำให้อูยองครั้งแรก ตัวเองแทบจะบ้าตายขนาดไหน
“พี่ชายฮะ~ อาบได้ยัง หนาว...” อูด้งเดินมาเขย่าขา
แวบแรกนิชคุณแทบจะหลับตาปี๋ แต่เค้าก็เพิ่งนึกได้ ว่านี่คืออูด้ง ไม่ใช่อูยอง อูด้งยังเป็นเด็กหกขวบเอง ไอ้ช้างน้อยของเจ้าเด็กนี่คงไม่ทำเค้าหัวใจวายตายหรอก
“ป่ะๆ วันนี้สระผมด้วยนะ เล่นใส่หมวกปลาทองทั้งวันเลย หัวมีแต่เหงื่อ เดี๋ยวพี่สระให้”
“พี่ชายฮะ ไม่สระผมได้ป่ะ กลัวแสบตา”
“อู...ยอง~” นิชคุณอุทานขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ เค้ากำลังกลัวกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นเรื่อยๆต่อไปนี้ อูด้งกลัวแสบตา เหมือนกับอูยอง
ท่องไว้ไอ้คุณ เรื่องบังเอิญบนโลกนี้มีมากมาย ท่องไว้!
“พี่ชายฮะ~” อูด้งเดินเข้ามากอดขาของนิชคุณอีกรอบ เมื่อเห็นนิ่งไป
“อ...ไม่ได้! ไม่งั้นจะไม่ให้เล่นเรดกับเยลโล่อีกเลยนะ”
“อ๊ะ! ก็ได้ฮะ” เด็กน้อยจำใจยอม
แล้วนิชคุณก็พาไปนั่งที่เก้าอี้ตัวจิ๋วในห้องน้ำ ส่วนตัวเองก็ไปเอาแชมพูเด็กที่เอามาจากบ้านของอูด้ง
ตุบ!!!!
แชมพูในมือร่วงลงพื้น เมื่อตอนที่เค้านั่งลงเพื่อจะสระผมให้อูด้ง แล้วเค้าก็เห็นสิ่งๆหนึ่งบนช่วงคอลามลงไปถึงอกของเด็กผู้ชายคนนี้
มือหนาหยาบลูบร่องรอยนั้นจนทั่ว ลูบจนแน่ใจว่าใช่ น้ำตาคลอเคลียอยู่ที่หางตา มุมปากมีรอยยิ้มขึ้นมาน้อยๆ นัยน์ตาที่กำลังมีแสงสว่างสาดเข้ามาหลังจากจมอยู่กับความมืดมนนานหลายปี
“นี้รอยอะไร อูด้งรู้ไหม” นิชคุณถาม
ใบหน้าของเด็กน้อยกำลังถูกใบหน้าของอีกคนที่ละม้ายคล้ายกัน ซ้อนเข้าทับทีละนิดจนเกือบครบทุกส่วน
“หม่าม๊าบอกว่าเป็นปานฮะ น้าทิฟฟานี่ก็บอก แถมยังบอกอีกว่ามีตั้งแต่เกิดด้วย”
“ไม่ใช่ตอนเกิดหรอก มีตั้งแต่ก่อนหนูจะเกิดด้วยซ้ำ” รอยยิ้มแบบเดิมผุดขึ้นมาบนใบหน้าหล่อ
ปานสีเขียวๆดำๆ ที่มีรอยระยะมาตั้งแต่ไหปลาร้าทั้งสองข้างเป็นเส้นๆประปราย แล้วมาเด่นชัดเป็นปานดำสนิทที่กลางหว่างอก ซึ่งเป็นปานที่ปรากฏเป็นลักษณะของคันศร
เหมือนกับสร้อย แต่งงานของเค้ากับอูยอง สร้อยนั้นติดตัวอูยองไป ในคืนวันนั้น...วันนี้ มันได้กลับคืนสู่เค้าแล้ว
นิชคุณจมอยู่กับความมืดมานานแล้วสินะ ถึงเวลาแห่งแสงสว่างเสียที ถึงเวลาที่จะก้าวออกจากอุโมงค์อันมืดมิดนี่เสียที เค้าพร้อมที่จะก้าวออกไป เพื่อเจอกับคนรักที่ยืนรออยู่ปลายทางของแสงสว่างนั้นแล้ว คราวนี้...มาเป็นเด็กเชียว
“พี่ชายเป็นไรฮะ” อูด้งเอียงคอถาม ป้านมืออันเท่าเปลือกหอยเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าของพี่ชายคนหล่อ
“หึ ...เปล่า พี่ไม่เป็นไร เราอาบน้ำกันเถอะ พี่อาบด้วย”
เมื่อล่วงรู้ความลับของสวรรค์อีกเป็นครั้งที่สอง ชายหนุ่มก็ไม่รอช้าที่จะทำตามประสงค์ของสวรรค์ทันที เมื่อความลับครั้งนี้ผูกขาดอยู่ที่เค้า และเค้าคือผู้ได้ประโยชน์ คราวนี้ จะไม่ปล่อยไปไหนอีกแล้ว
เสียงหัวเราะคิกคักดังลอดออกมาจากห้องน้ำอย่างมีความสุข นิชคุณหัวเราะได้อย่างเต็มหัวใจอีกครั้งเมื่อได้เจอเด็กคนนี้ ถึงเค้าจะยังไม่มั่นใจเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ครึ่งหนึ่งก็พิสูจน์ให้เค้าเห็นถึงคำอธิษฐาน ก่อนจากไปของอูยองได้แล้ว
ขอให้ผมเกิดมาพร้อมกับความทรงจำที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวในครั้งนี้
อูด้งเกิดมาเพื่อเจอกับเค้า และเกิดมาพร้อมกับความทรงจำในครั้งที่แล้ว ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างที่เป็นอูยอง เหมือนถูกถ่ายโอนมาอยู่ในอูด้งจนหมด
เหลืออยู่เพียงว่า อูด้งจะรักเค้าได้ตอนไหน เท่านั้นเอง แค่สิบเจ็ดปี เค้ารอได้
“อ่ะ เช็ดหัวก่อน” นิชคุณอุ้มเด็กน้อยในผ้าเช็ดตัวที่ถูกพันเป็นตัวหนอนออกมาจากห้องอาบน้ำ
“พี่ชายฮะ หนาว~ ใส่เสื้อก่อนเร็ว” อูด้งดิ้นดุ๊กดิ๊กอยู่ในผ้าเช็ดตัว ปากแดงสั่นระริกเพราะอาบน้ำกันไปซะนาน
“ก็ได้...” แล้วนิชคุณก็ประแป้งเด็กให้อูด้งก่อน พร้อมกับใส่กางเกงในตัวจิ๋วให้ “อูด้ง ต่อไปเรียกพี่ว่า ‘พี่คุณ’ นะคับ”
“พี่คุณเหรอฮะ...ฮะ พี่คุณ” เด็กน้อยร้องเรียกอย่างน่ารัก
“แล้วพี่ก็จะเรียกหนูว่า ด้ง นะ”
“ฮะ คิก~” แล้วเด็กน้อยก็โถมตัวเข้ากอดนิชคุณอย่างง่ายดาย
“เอาล่ะ ใส่เสื้อผ้าได้แล้ว จะได้ไปกินขนม” นิชคุณว่า แล้วก็เอาชุดนอนลายน่ารักใส่ให้น้องต่อ
“พี่คุณฮะ ไอ้นี่เรียกว่าอะไรฮะ”
“ไหน?”
“เนี้ยอ่ะ” แล้วเด็กน้อยก็ชี้ไปที่เป้าน้อยๆ
“เอ่อ...เรียกมันว่า ด้งน้อย ก็แล้วกัน”
“แล้วเรียกด้งยาวไม่ได้เหรอฮะ” เอาแล้วไง คำทรงจำแบบติดเรต ดันติดมาด้วย เอาตั้งแต่เด็กเลย
“ไม่ได้~ เรียกด้งน้อยได้คำเดียว เข้าใจ๊”
“แล้วด้งใหญ่อยู่ตรงไหนเหรอฮะ”
“ด้านหลังไง”
“ตูดเหรอฮะ ด้งใหญ่”
“อื่ม”
“แล้วพี่คุณ มี พี่คุณน้อย ไหมฮะ”
“มีสิ”
“ขอดูหน่อยได้ไหมฮะ” ไม่พูดเปล่า เจ้าตัวเล็กกำลังพุ่งเข้าดึงผ้าเช็ดตัวของพี่ชายตัวบึ๊กอีกต่างหาก
“เฮ้ย! ไม่ได้”
“ก็ผมอยากดูอ่ะ ว่ามันเหมือนกันป่าว จะดูอ่ะ จะดู๊~” อูด้งกำลังงอแง
กว่าจะเรียกให้เงียบได้ ก็ต้องกล่อมพาลงไปกินขนม เพราะดุไม่ได้ ดุปุ๊บเจ้าเด็กนี่ก็ร้องไห้ทันที เหมือนอูยองเลย ที่ไม่ชอบให้ดุใส่กัน
“ยังไม่อิ่มเลยฮะ” หลังจากกินนมสตรอเบอร์รี่ไปแล้ว เจ้าแก้มกลมก็บ่นอีก
“งั้นจะกินอะไรล่ะ ก็ไม่มีอะไรแล้ว” นิชคุณว่า แล้วเปิดตู้เย็นดูของกินอีกรอบ เค้าก็เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ ไม่มีอะไรติดตู้ไว้เลย เด็กตัวเล็กก็เดินมาบุ่นซุ่นเข้าที่หว่างขาเพื่อดูของกินบ้าง
“อ่ะ! อันนี้อ่ะ เอาอันนี้” นิ้วป้อมชี้ดิ๊กๆ
“ไอ้ลูกนี้น่ะเหรอ”
“ฮะ จะเอา กินๆๆๆๆ”
“ก็ได้” นิชคุณหยิบมะม่วงแช่อิ่มที่อยู่ในตู้เย็นออกมา แม่ชอบเอามาฝากเรื่อย อีกอย่างมันก็เป็นของดอง เลยเอาไว้ในตู้เย็นได้นาน
“แล้วหนูจะกินได้เหรอ อ่ะ ลองกินดูและกัน” นิชคุณหั่นมะม่วงให้กินด้วยหัวใจที่คับพองไปด้วยความรู้สึกยินดี
เป็นอีกครั้งที่ใบหน้าของอูยองลอยเข้ามาในความคิดของเค้า อูยองชอบกินมะม่วง
“กินได้แค่ลูกเดียวนะ เข้าใจไหม” พอเห็นเจ้าเด็กอ้วนนี้หยิบเอาหยิบเอา นิชคุณก็เริ่มปราม
อีกอย่างตอนนี้ก็ปาไปหลายทุ่มแล้ว เด็กหกขวบควรจะเข้านอนได้แล้ว ไม่ใช่มานั่งกินขนมตอนดึกอย่างนี้
ทิฟฟานี่เองก็โทรมาเช็คเป็นระยะๆ กลัวว่าหลานของตัวเองจะดื้อจนได้เรื่อง จนครั้งสุดท้ายที่โทรมาบอกกัน คือเรื่องที่อูด้งนอนหลับยาก ให้รีบพาเข้านอนก่อนจะพากันนอนดึกทั้งคู่
“พี่เล่านิทานให้ฟังนะ” นิชคุณบอก พร้อมกับพาอูด้งขึ้นไปนอนบนเตียง
เตียงอันเล็กแคบอันเก่า ข้าวของที่นี้ไม่ได้ต่างไปจากเมื่อก่อนเลยแม้แต่ชิ้นเดียว หมอนใบเดิมที่มีอยู่ใบเดียว
ผ้าห่มผืนเดียวที่เคยห่มด้วยกัน นิชคุณก็เอามันมาปกหน้าอกให้น้องตัวเล็ก เด็กน้อยก็ขยับขึ้นมานอนบนกล้ามแขนอย่างเคยชิน
ร่างสูงเหลือเพียงโคมไฟเอาไว้ เพื่อเล่านิทานให้น้องฟัง
“อ่ะ จบและ” นิชคุณบอก เมื่อนิทานเรื่องที่สามจบไป
“.........” อูด้งยังมองนิชคุณตาแป๋ว เหมือนไม่ง่วง ทั้งๆที่หาวไปจนปากจะฉีกอยู่แล้ว
“หลับซะนะ พรุ่งนี้พี่จะพาไปเที่ยวสวนสนุกนะคับ”
“ฮะ”
นิชคุณโอบอูด้งเข้าไว้ในอ้อมกอด เด็กตัวเล็กป้อมก็ขยับเข้าไปให้พี่ชายร่างสูงกอดอย่างเต็มใจ และเหมือนจะโหยหาพอๆกัน
แต่อูด้งก็ยังไม่หลับ นิชคุณสังเกตได้จากแพขนตาที่กระพืออยู่ภายในอ้อมกอดของเค้า น้องยังไม่ยอมหลับเลย นี้ก็ปาไปสี่ห้าทุ่มแล้ว นอนยากจริงๆ
“อูด้ง เงยหน้ามาหาพี่คุณหน่อยเร็ว” นิชคุณเรียก น้องก็เลยเงยหน้าอันกลมสวยขึ้นมอง
“ฮะ พี่คุณ”
ปากหนาค่อยขยับเข้าใกล้ริมฝีปากอันบางเล็กสีแดงจัด เค้าไม่ได้อยากอดใจไม่ไหวกับเด็ก แต่เค้ากำลังจะทำให้น้องหลับต่างหาก ริมปากหนาประทับลงที่ปากของน้อง แล้วออกแรงย้ำเล็กน้อย นิชคุณซึมค้างไว้ที่จุดนั้นอย่างนั้น ซึมไว้จนนาน นานจนนึกถึงจูบแรกกับใครบางคน ที่ทำให้หลับกันในอ้อมกอดของเค้า
เสียงหายใจของอูด้งผ่อนขึ้นผ่อนลงอย่างสม่ำเสมอ ร่างสูงยิ้มออกมาจนกว้าง คราวนี้...คงไม่มีใครพรากเนื้อคู่ของเค้าไปแล้วใช่ไหม
ถึงแม้ว่าตอนนี้เค้าจะอยู่ในความมืด แต่ในใจเค้ากับเต็มไปด้วยแสงสว่างที่ไม่ได้พบเจอมานาน
เวลาที่ผ่านมาไม่ได้เพื่อพิสูจน์ว่าเค้ายังจงรักภักดีต่ออูยองไหม แต่เวลาที่ผ่านมา มันเพื่อให้เค้าได้เรียนรู้ชีวิตจริงๆนั่นแหละ
เมื่อหกปีก่อน ท่านผู้คุมกฎกามเทพพูดไว้ถูกต้องทุกอย่าง แสงสว่างที่ถูกสาดส่องออกมาจากความรักระหว่างเค้ากับอูยอง มันสว่างมากไป เจิดจ้ามากไปจนความรักนั้นทำให้เค้าตาบอด เค้ากลายเป็นคนไม่เจียมตัว ไม่รู้ความจริงหรือความลวง ไม่รู้จักว่าอะไรคืออะไร เพราะเค้าตาบอด เค้ายังเด็กที่ใช้ความรัก
เมื่อวันหนึ่ง เวลาอีกด้านได้ผ่านเข้ามาในชีวิตเค้า และทำให้ได้พบกับความมืด ความมืด...ที่หลายคนหวาดกลัว รวมถึงเค้า ที่เกือบจะถูกความมืดนั้นดึงลงไปสู่ความตายครั้งแล้วครั้งเล่า แต่สุดท้าย ความมืดก็เป็นเพียงแสงสงบ ช่วยทำให้เค้าเห็นความจริง ว่าที่ผ่านมาไม่มีอะไรเป็นของเราอย่างแท้จริง ให้มีเวลาได้คิดถึงหลายๆสิ่งที่ทำมาแล้วผ่านไปสู้อนาคต
ตอนนี้ เค้าเป็นผู้ใหญ่พอแล้ว ไม่ว่าจะแสงสว่างหรือความมืด ก็ย่อมต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ว่าตัวเองพร้อมจะผ่านช่วงเวลานั้นไปได้หรือยัง เวลาพาให้เค้าเจอแสงสว่างและก็พาให้เค้าเข้าสู่ความมืด หมุนวนไปวงกลมเรื่อยๆตามรูปแบบของมัน
นิชคุณมองเด็กตัวน้อย ที่อายุเพียงหกขวบ กำลังนอนดูดนิ้วอยู่ในอ้อมกอดของเค้า และก็พบว่า ...นี่ก็เป็นเวลาอีกแล้ว
เค้าต้องรอเวลาให้อูด้งเติบโตกว่านี้อีกเท่าไหร่ เจ้าเด็กนี่ถึงจะรู้จักคำว่ารัก และวันไหนเค้าถึงจะแต่งงานใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขกับเด็กนี่ได้ อย่างคู่อื่นเค้าบ้าง ไม่มีใครบอกนิชคุณได้เลย นอกจาก...เวลา
ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเราคือเวลา ที่หมุนไปเรื่อยๆ ไม่ได้หยุดรอ จงใช้ทุกช่วงเวลาให้คุ้มค่า อย่าดูถูกเพียงเพราะมันมีค่าเพียงเสี้ยววินาที
******************************
“ศาลได้ทำการไต่สวนแล้ว ว่าเจ้าคือผู้กระทำผิดโดยแท้จริง ฉะนั้นจงโดนลงโทษทัณฑ์ที่สาสมแก่เจ้าเสียเถิด กามเทพที่สิบเอ็ด”
“ต...แต่ข้าผิดไปแล้ว ข้าขอโทษ! ต่อไป ข้าจะไม่วู่วามอีก ได้โปรดอย่าให้ข้าเป็นมนุษย์ตลอดกาลเลย”
“เจ้าทำให้ดินแดนกามเทพต้องสละกามเทพที่เก้า เพื่อให้ลงไปเกิดเป็นเนื้อคู่ของมนุษย์อย่างถูกต้อง พอถึงกาลนี้ เจ้าเองก็สมควรได้รับโทษอย่างสาสม”
“ข้าขอโทษ!!!~ อย่าให้ข้าเป็นมนุษย์ตราบนิรันด์เลย ขอเพียงข้าได้ลงไปชดใช้แล้วกลับขึ้นมาบนสวรรค์ดั่งองค์ที่เก้าด้วยเถิด”
“ทำผิดแล้วไม่รับ ยังจะมากล้าต่อรองกับข้าอีก หากเจ้าไม่ละโมบ อยากได้ธนูขององค์ที่เก้า แล้วยื้อแย่งกัน ลูกธนูคงไม่ยิงพลาดจนเข้าผิดคู่หรอก”
“ข้าขอโทษ!!!!!”
“จงไปรับโทษเป็นมนุษย์ตลอดกาลเถิด”
“อย่าเลยนะคับ”
“กฎคือกฎ”
“อย่า!!!!!!!!!!!!!!!”
เปรี้ยง!!
ฝ่าววว!!!!
ตุ๊มมมมม!!!!
“ขโมยยยย” ชายหนุ่มหน้าแมวสะดุ้งขึ้นกลางดึกอันเงียบสงัด เมื่ออยู่ดีๆก็มีเสียงของอะไรไม่รู้ตกลงมาที่ระเบียงของหอพักเค้า
แทคยอนเดินจับไม่เบสบอลที่อยู่ในห้อง เพื่อจะไปดูว่าใครอยู่ที่ระเบียง
“โอ๊ยย!!! เจ็บชะมัด ปีกก็หาย วงแหวนก็หาย ออร่าก็ไม่มี แล้วนี้อะไรล่ะเนี้ย ใช่กระจกรึเปล่าน๊า” เสียงเล็กๆเหวี่ยงๆดังออกมาจากนอกระเบียง เล่นเอาแทคยอนตกใจ
ปีกก็หาย
วงแหวนก็หาย
ออร่าก็ไม่มี
พูดแล้วก็พาลให้นึกถึงคำบอกเล่าของเพื่อนสนิทเมื่อหลายปีก่อน ว่ามีกามเทพตกมาที่หลังคาบ้าน หรือว่า...
จะมีกามเทพตัวน้อยมาป่วนเค้าอีก
EnD
**********************************
เฉลยของ พาร์ท คืนสุดท้าย ที่หลายๆคนงง ว่าน้องเป็นอะไร?
เอาล่ะ...ถ้างง โปรดอ่านข้อความนี้
พี่คุณคือคนที่ปกติทุกอย่าง ส่วนคนที่ประหลาดไป คืออูยองเท่านั้น
อูยองเป็นมนุษย์ตั้งแต่ได้ซั่มกับพี่คุณแล้ว...ได้รักกันแล้ว
ฉะนั้น ภารกิจเกิน 70% ของกามเทพที่เก้าก็สำเร็จไปแล้ว คือตามหาเนื้อคู่ของพี่คุณให้เจอ
อีกที่เหลือ คือใช้ชีวิตด้วยกันอย่างคนรักที่สมบูรณ์แบบ
ถามว่าสมบูรณ์รึยัง 1. พี่คุณบอกเรื่องราวของอูยองและตัวเองให้แม่รู้
2. พี่คุณพาน้องไปแต่งงานแล้วเรียบร้อย
ดังนั้น ภารกิจของกามเทพที่เก้า จึงสำเร็จครบถ้วน หลังจากการแต่งงานจบสิ้นนั่นเอง
พอหลังจากพาร์ทแต่งงาน สังเกตว่าน้องจะเริ่มเปลี่ยน เพราะอะไร?
...เพราะ กาอินที่ท้องน้องเจ็ดเดือน เกิดอุบัติเหตุ จะต้องคลอดก่อนกำหนด
ตอนที่โจควอนรถเสียแล้วพี่คุณไปช่วยนั่นแหละ นึกออกยังจ๊ะ (...ไม่ออกกลับไปอ่านพาร์ทแต่งงาน)
หลังจากนั้น อูยองที่เริ่มเป็นมนุษย์ และเริ่มหมดบุญตามเวลาของเทพแล้ว
ตามปกติ อูยองที่เป็นเทพจะต้องมาเกิดเป็นลูกของกาอิน แต่เพราะถูกถีบลงมาก่อน เลยต้องมีเทพตัวแทน
(ไอ้เด็กผู้ชายปากร้ายที่อยู่ในท้องกาอินนั่นแหละ)
(จำได้ไหม ว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งที่อูยองสัมผัสท้องกาอินแล้วไฟช็อต เพราะอูยองเป็นมนุษย์แล้วไง เลยสัมผัสร่างแยกของตัวเองไม่ได้)
เสร็จปุ๊บ! กามเทพที่เก้าซึ่งทำภารกิจสำเร็จแล้ว ก็จะได้กลับขึ้นสวรรค์ ถูกไหม?
แต่ตอนนี้ตัวเองเป็นมนุษย์เต็มตัวแล้ว
เลยเกิดเหตุการณ์ซ้อนทับ ร่างของมนุษย์ที่ชื่ออูยองเลือนหายบ่อยๆ (ที่บางครั้งพี่คุณหาอูยองไม่เจอ)
เมื่อร่างอวตารของตัวเองเกิดเป็นลูกกาอินแล้ว สวรรค์ก็ต้องลงมาเอากามเทพที่เก้าขึ้นไปข้างบนซักที
ดังนั้น ความคิดความรู้สึกของอูยองเลยถูกรีเซทใหม่
ไล่มาเลย...ตั้งแต่ที่กางเต้นท์แล้วเห็นตัวเอง ตอนถูกถีบลงมาใหม่ๆ
...ตอนที่พี่คุณบอกว่า อูยองอาบน้ำอยู่แล้วได้ยินเสียงโทรศัพท์ ทั้งที่พี่คุณกำลังเล่นอยู่ แต่กลับไม่ได้ยินอะไร
จำได้ไหม ว่าตอนที่น้องลงมาอยู่ครั้งแรก แล้วได้กลัวเสียงโทรศัพท์ดัง จนต้องร้องไห้ (อยู่พาร์ทที่ 2 )
...ตอนที่น้องเห็นพี่คุณขับจักรยานออกจากบ้าน นั่นก็เป็นภาพซ้อน จำได้ไหม ว่าวันแรกๆ อูยองไม่ได้ไปโรงเรียนกับพี่คุณ
และถูกให้อยู่บ้านคนเดียววันหนึ่ง
...ตอนที่เห็นเห็นแทคยอนแล้วเห็นปลาสีส้มซ้อนเข้ามา
...ตอนแชมพูจอนสันคิดส์อีก
เหตุการณ์เรียงมาเรื่อยๆ เรียงจากตอนที่ลงมาบนโลกมนุษย์แรกๆ จนกระทั้งถึงตอนจูบกัน
แต่เพราะตอนนั้น หมดเวลาของการรำลึกแล้ว อูยองต้องไปแล้ว...
จึงจูบลาพี่คุณเป็นครั้งสุดท้าย
ส่วนทิฟฟานี่ เพราะเป็นเนื้อคู่ตัวจริงของพี่คุณ ก่อนจะโดนเปลี่ยนไปกามเทพที่เก้า จึงทำให้น้องรู้สึกใจเต้น
OK!!!!
เข้าใจกันยัง
**************************
จุดพลุปุ้งๆ หลายล้านๆๆ ดอกให้น้องกามเทพหน่อยเร้ววว
น้องจบแล้วววว
ไรท์เตอร์ดีใจเป็นที่สุด!!!
จบแบบนี้ทุกคนโอเคนะ อิอิ
พี่คุณอาจจะได้เมียเด็ก เอ๊ะ! ยังไง 555
เจอกันใน 7 Wonder Love (เจ็ดสิ่งมหัศจรรย์แห่งรัก) นะจ๊ะ
Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone และ Android Phoneเตรียมพบกับ Dek-D Writer App เวอร์ชั่น iPad / Android Tablet เร็วๆนี้ ฟรี!
|
แต่อย่างงี้ก็รักกันไม่ได้ดิ โธ่ จบอย่างเศร้าเลยนะเนี้ย
แทค สุดท้ายก็เจอ ฮ่าๆๆๆ โธ่ กว่า อูด้ง จะโต
พี่คุณก็แก่ ไปถึงไหน ต่อ ไหน ล่ะ รักกันไม่ได้อยู่ดีอ่ะ
แต่พี่คุณ ก็เก็บเรื่องที่เค้าเป็นเนื้อคู่ของทิฟไว้ โดยไม่ยอมบอก
แต่จริงๆ พี่คุณน่าจะแต่งงานกะ ทิฟ นะ ยอมได้