สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

สัจอธิษฐาน

ตอนที่ 52 : สมรู้ร่วมคิด


     อัพเดท 15 พ.ค. 56
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/อดีต ปัจจุบัน อนาคต
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : พลอยชนา ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ พลอยชนา Email : yingnetra(แอท)hotmail.com
My.iD: http://my.dek-d.com/polychana
< Review/Vote > Rating : 100% [ 1 mem(s) ]
This month views : 68 Overall : 7,752
50 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 49 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
สัจอธิษฐาน ตอนที่ 52 : สมรู้ร่วมคิด , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 191 , โพส : 0 , Rating : 15 / 3 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


  
จิดาภาในชุดเดินทางเรียบง่ายเป็นเสื้อเชิ้ตสีเขียวอ่อนกับกางเกงยีนส์สีเข้มแบบพอดีตัว ก้าวขึ้นบันไดเครื่องบิน รู้สึกเป็นห่วงเพื่อนที่ต้องอยู่อินเดียตามลำพัง แม้เจ้าหล่อนจะยืนยันว่าอยู่ได้ บอกว่ามีราชาปฐฤวีราชอยู่ใกล้ๆ คอยคุ้มครอง แต่ทำไมเธอถึงไม่รู้สึกอย่างที่อธิชาบอก หรือพลังและการรับรู้ของเธอจะสูญสิ้นไปแล้ว ...เราจะไม่แตะต้องกรรมของผู้อื่นได้มากแค่ไหนกัน หรือเพราะเธอล่วงละเมิดกับกรรมของผู้อื่นมากเกินไป

               
เครื่องบินโดยสารเที่ยวนี้มีผู้โดยสารเกินครึ่ง แถวที่หญิงสาวนั่งอยู่นั้นแทบจะเรียกได้ว่าเกือบท้ายลำ   

จิดาภาต้องนั่งชิดหน้าต่างมองออกไปด้านนอก เธอกำลังกล่าวคำอำลากับประเทศที่เธอได้มาเยือนและกำลังจะจากไป เมื่อเครื่องบินเบนหัวขึ้น หญิงสาวหลับตานิ่ง เธอไม่ใช่คนหลับง่ายอย่างอธิชาแต่ที่น่าแปลกเวลานี้เธอรู้สึกง่วงและเพลียจนไม่อยากจะลืมตาขึ้น


ความคิดพาจิตของหญิงสาวเลื่อนเข้าไปสู่อดีตกาล ภาพที่เห็นชัดเจนจนเกินกว่าจะปฎิเสธ ได้ว่าไม่เคยเกิดขึ้นจริง ที่สุดแล้วเมื่อมิอาจหลีกหนีจึงจำเป็นต้องรับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตอีกครั้ง จิดาภาได้ย้อนไปถึงต้นกำเนิดของพราหมณ์หนุ่มผู้ทำหน้าที่โอษฐ์แห่เทวะแห่งวิจายนคร  ผู้เป็นสาเหตุอีกประการที่ทำให้วิจายนครล่มสลาย และนั่นทำให้เธอต้องมาชดใช้กรรมในวาระกำเนิดปัจจุบัน

               
เธอมองเห็นนครวิจาย ความงดงามแห่งเมืองนี้จะงามเป็นรองก็แต่นครโภควดี ของวาสุกินาคราชและนครอมราวดีของพระอินทร์ ซึ่งพระกฤษณะทรงคัดเลือกนครแห่งนี้กับพระราธาเทวีเพื่อเป็นที่ทรงพระสำราญร่วมกันในโลก


ในนครแห่งนี้มีสิ่งบันเทิงเริงใจมากมายหลายประการ ทั้งนารีที่มีถันงามเต่งตึง มีพระจันทร์โค้งสวยแจ่มจรัสงามกว่าจันทร์ดวงใดในโลก มีบทกวีนิพนธ์ มีกองกำลังคชสารและกำลังพลที่ดุดันแข็งแกร่งและมีพืชพรรณธัญญาหารพร้อมพรั่ง และมีพราหมณ์ผู้ชำนาญเวทอยู่ชื่อวามิน ผู้กระทำยัชญพิธีสังเวยเทพมามากมายหลายครั้ง ผู้ซึ่งเป็นที่เคารพยกย่องของพระราชาแห่งแว่นแคว้น ผู้มีพระนามว่า ราชาปฐฤวีราช จึงทรงพระราชทานทั้งยศและทรัพย์สมบัติอันพึงมีพึงได้แก่พราหมณ์วามิน

                พราหมณ์วามินมีบุตรชายนามศักกระ ผู้ซึ่งได้เล่าเรียนศิลปวิทยาเป็นอันมาก เมื่อเจริญเข้าสู่วัยเป็นหนุ่มฉกรรจ์ แทนที่จะนำวิชาที่มีไปใช้ให้เป็นประโยชน์ หากแต่กลับหลงใหลมัวเมาในการพนันจนหามรุ่งหามค่ำ จนกระทั่งเมื่อครั้งหนึ่งพราหมณ์หนุ่มศักระเข้าไปในบ่อนการพนัน  ก็เกิดความโกลาหลวุ่นวายภายในบ่อนขึ้น เพราะนักพนันในที่นั้นเห็นพราหมณ์หนุ่มผู้มีฝีมือในการเล่น ก็เฮโลเข้ามาดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น ศักระหนุ่มผู้มีเงินเต็มย่าม เดินเข้ามาอย่างลำพองใจถึงชัยชนะของตนที่จะเกิดขึ้นเบื้องหน้า จึงคุยโวขึ้นมาทันที

               
ใครหน้าไหน ในห้องนี้จะอยากจะถูกข้าเชือดเหมือนแพะบ้าง เชิญเข้ามาเล่นพนันกับศักระผู้นี้ได้เลยข้านี่แหละจะทำให้ผู้กล้าผู้นั้นหมดตัว ถึงแม้จะมีทรัพย์ล้นโลกอย่างท้าวกุเวรเจ้านครอลกา
[1]  ข้าก็ยังทำจนแทบจะหมดตัวมาแล้ว

พราหมณ์หนุ่มเมื่อคุยโวโอ้อวดตนเสร็จแล้วจึงลงมือเล่นพนันสกาอย่างสนุกสนานด้วยความเหิมเกริม แต่ในไม่ช้าผู้ที่คุยโวว่ามีความเก่งกล้าเหนือกว่าท้าวกุรเวรก็แพ้ราบคาบด้วยฝีมือของนักพนันที่ได้ชื่อว่ายอดโกงในที่นั้น

               
พราหมณ์หนุ่มเสียทรัพย์ที่ติดตัวมาหมดทุกอย่างแม้กระทั่งเสื้อผ้าที่นุ่งห่มอยู่ และแม้กระทั่งบากหน้าใช้นามของพราหมณ์ผู้เป็นบิดาไปกู้ยืมเงินเจ้าของบ่อนมาเล่นแก้ตัวก็ยังเสียซึ่งทรัพย์นั้นจนหมด

ด้วยเหตุนี้พอถูกเจ้าของบ่อนทวงถาม พราหมณ์หนุ่มจึงไม่มีให้ เจ้าของบ่อนจึงสั่งให้ลูกน้องจับศักระนอนลงแล้วโบยตีด้วยหวาย จนเกิดเป็นริ้วรอยไปทั้งตัว เขานอนสลบไม่ไหวติงเหมือนก้อนหินจนดูเหมือนคนตาย จนกระทั่งเวลาล่วงไปถึงสามวันร่างนั้นก็ฟื้นคืนชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง แต่ยังแกล้งทำร่างกายให้นิ่งไม่ไหวติงดั่งเคย เจ้าของบ่อนเมื่อเห็นเข้าก็โกรธมาก เขากล่าวแก่เหล่าบริวารในโรงบ่อนและนักพนันขาประจำของเขาว่า

 

เจ้าคนนี้ถือว่าเป็นบุตรแห่งมหาพราหมณ์วามินผู้ซึ่งพยายามใช้เล่ห์เหลี่ยมเพื่อหลบหนี้ มันฉ้อโกงแม้กระทั่งแกล้งพยายามทำตนว่าตาย เพราะฉะนั้นจงจับอ้ายคนตายนี้ไปโยนทิ้งที่บ่อน้ำเก่าในป่านอกเมืองและข้าจะให้เงินแก่ผู้ที่ทำตามคำสั่งของข้าเพื่อเป็นรางวัล

               
สิ้นเสียงหัวหน้าบ่อนที่ประกาศกร้าวดังลั่น เหล่านักพนันและบริวารทั้งหลายก็กรูกันเข้าไปยื้อแย่งแบกร่างศักระเข้าป่า ต่างช่วยกันมองหาบ่อน้ำเก่าอย่างที่หัวหน้าบ่อนกล่าว แต่ก็ไม่พบ นักพนันอาวุโสที่สุดในที่แห่งนั้นจึงพูดกับพรรคพวกของตนว่าเจ้าหนุ่มนี่อ่อนเปลี้ยไร้เรี่ยวแรงเฉกเช่นมันตายแล้ว ไฉนเลยจะต้องลำบากไปหาบ่อน้ำเก่ารกร้างให้เป็นการวุ่นวายไปเปล่า เราควรปล่อยมันไว้ตรงนี้ แล้วไปบอกนายบ่อนว่าเราได้โยนมันทิ้งลงไปในบ่อร้างแล้วเมื่อทุกคนได้ฟังก็เห็นด้วยและตกลงทำตามคำของนักพนันผู้อาวุโส ต่างช่วยกันโยนร่างของศักระทิ้งไว้ในป่า แล้วพากันแยกย้าย

 
ส่วนศักกระเมื่อมองเห็นว่าไร้ซึ่งอันตรายแล้วก็พยายามยันกายลุกขึ้น แต่ร่างกายของเขาบอบช้ำจนแม้จะพยุงร่างกายตนให้นั่งยังกระทำได้ยากเย็น ศักระผู้เคยผยองตนว่ามีความสามารถในการพนันเก่งกาจกว่าผู้ใด มาเวลานี้ ได้มองร่างกายเปลือยเปล่าของตนด้วยความอดสูใจยิ่งนัก

               
อนิจจา เพราะข้าหลงกลไปกับอ้ายพวกฉ้อฉลพวกนั้นแท้ๆ ข้าจึงถูกมันหลอกต้มเสียป่นปี้ กระทั่งไม่มีสิ่งใดเหลือติดตัวแม้แต่อาภรณ์ที่จะปกป้องร่างกายอันพึงสงวน แล้วข้าจะออกไปเดินที่ไหนได้เล่าในสภาพ เปลือยเปล่าเช่นนี้ แล้วยังรอยแผลที่ถูกเฆี่ยนตี เปื้อนทั้งฝุ่นทั้งโคลนดินมอมแมมสกปรกยิ่งกว่าเหล่าจัณฑาลเสียอีก หากบิดาได้เห็นข้าในสภาพเช่นนี้ ทั้งญาติตลอดจนเพื่อนๆ ของข้า คงจะมองดูข้าด้วยความสมเพชและอดสูใจยิ่ง

 


อาทิตย์ที่ร้อนแรงค่อยๆ ผ่อนคลายแสง และกำลังสลัดเครื่องอาภรณ์ที่นุ่งห่มสีฟ้าคือนภากาศ แปรเปลี่ยนเคลื่อนคล้อยลงสู่อัสดงเป็นอาภรณ์สีนิลในที่สุด

               
อาชาสีดำสนิทที่มีชายนามบัคตยาร์กุมบังเหียน มองชายที่ไม่มีอาภรณ์แม้สักชิ้นติดตัวในป่าลึกเงียบงัน

               
ความโลภมิเคยให้คุณกับผู้ใด คนบนหลังม้ากล่าวเรียบๆ ท้ายสุดแล้วจึงโยนถุงผ้าและผลไม้ที่ผูกติดกับอานม้าส่งให้กับชายผู้นั้น

               
ศักระลืมตามองบุรุษบนหลังม้า เป็นชายฉกรรจ์เปลือยอกโชว์มัดกล้ามอันสมบูรณ์เฉกชายนักรบ

               
ขอบคุณท่านมากที่ช่วยเหลือข้าศักระแกะถุงผ้าที่ชายบนหลังม้าส่งมาให้ เผยให้เห็นว่าด้านในไม่ได้บรรจุอาภรณ์ที่ใช้นุ่งห่มแต่เพียงอย่างเดียว หากแต่ว่ายังมีเหรียญทองคำนับสิบอยู่ด้วย

              
 
พราหมณ์หนุ่มยื่นถุงผ้าคืนให้กับบุรุษบนหลังม้า

               
เจ้าจงเก็บไว้แล้วนำมันไปใช้หนี้ เพื่อมิให้ชื่อของเจ้าติดค้างกับใคร

               
จริงอยู่แม้ทรัพย์นี้จะนำไปใช้แก่เจ้าของบ่อน ชื่อของข้าอาจไม่ติดค้างกับคนพวกนั้น หากแต่ชื่อของข้าก็ยังติดค้างกับท่านอยู่ดี

               
ข้ามิได้ให้ทรัพย์แก่ท่านไปเสียเปล่า หากแต่มีสิ่งอยากจะให้ท่านช่วยเหลือโดยแลกกับทรัพย์นั้น หากท่านช่วย เราย่อมไม่มีสิ่งใดติดค้างต่อกัน หากเจอกันวันหน้าไม่ว่าจะเป็นที่ไหนเราจะมิใช่ทั้งมิตรและศัตรู

               
สิ่งใดที่ท่านประสงค์หากไม่เหลือกว่ากำลังที่ข้ามีข้าย่อมจะช่วยท่านได้ศักระกล่าวในขณะที่เขากำลังนำอาภรณ์ขึ้นมาสวม

               
ข้าหนีคนที่ต้องการชีวิตข้ามาจนถึงวิจายนคร จนกระทั่งหนีเข้าไปในบ่อนเพราะเห็นคนพลุกพล่านและโกลาหลพอที่ข้าจะเร้นกายได้ ไม่คิดเลยว่าจะได้มาพบท่านซึ่งโดนทำร้าย ข้าได้ยินท่านประกาศตนแน่ชัดว่าเป็นบุตรแห่งมหาพราหมณ์วามินแห่งวิจายนคร ข้าจึงอยากให้ท่านช่วยฝากฝังให้ข้าได้ไปทำงานในวัง...ข้ายินดีจะทำงานทุกอย่างแม้จะเป็นบริวารที่ต่ำที่สุดในวังเพื่อให้หลุดพ้นจากการตามล่าเอาชีวิต

               
แล้วด้วยเหตุใดท่านจึงถูกหมายเอาชีวิต

               
ชีวิตข้ามิได้แตกต่างกับท่าน บิดาข้าก็ชอบเล่นการพนันเป็นชีวิตจิตใจโดยเดิมพันเอาทรัพย์สมบัติทั้งหมดรวมถึงชีวิตของบริวารทั้งหลายกับนักเล่นพนันด้วยกัน  เมื่อบิดาข้าแพ้ จึงหมดสิ้นทุกอย่าง  ข้าเองมิยอมเพราะรู้ว่านักพนันผู้นั้นใช้วิธีการฉ้อฉลด้วยกลโกงที่มี จึงหลบหนีเพื่อเดินทางมารียกร้องความเป็นธรรมจากองค์ราชา

หากแต่เมื่อข้าเห็นท่านถูกร้ายจนแทบจะเอาชีวิตไม่รอด ท้ายที่สุดข้าจึงเข้าใจว่า ถึงแม้ข้าจะเรียกทรัพย์ของข้ากลับมาได้ ก็ย่อมทำให้นักพนันผูกใจเจ็บต่อข้า ทางที่ดีข้าควรจะหางานทำในที่ที่มันไม่สามารถหาข้าได้เจอ ข้าจึงอยากให้ท่านช่วยเหลือ

               
ข้ายินดีจะช่วยเหลือฝากฝังท่านกับบิดาให้เข้าไปทำงานในวังในฐานะมิตร หากแต่ท่านจงรู้เอาไว้ว่า ข้าจะช่วยเหลือท่านเพียงครั้งนี้ครั้งเดียวเฉกกัน หากท่านทำผิดประการใด เราจะมิใช่ทั้งมิตรและศัตรู


เสียงพูดที่ได้ยินดั่งกระแสคลื่นเสียงที่สะท้อนก้องไปมา นั่นคือจุดเริ่มต้นของพราหมณ์หนุ่มกับผู้เร่ร่อนนามบัคตยาร์ แล้วภาพในความฝันก็ค่อยๆ เลือนหายไปในที่สุด เมื่อเสียงประกาศเตือนดังแว่วเข้ามา


ท่านผู้โดยสารโปรดทราบ ขณะนี้สายการบินอินเดียแอไลน์กำลังจะลงจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิ กรุณารัดเข็มขัดของท่าน ปรับพนักเก้าอี้ให้ตั้งตรง และพับโต๊ะหน้าที่นั่งของท่าน ก่อนลงจากเครื่องกรุณาตรวจสอบสัมภาระของท่านด้วย ขอให้ท่านมีความสุขกับการเดินทางท่องเที่ยวในครั้งนี้ ขอบคุณค่ะ

               
หญิงสาวมองกระจกใสผ่านออกไปเบื้องนอก นกเหล็กลำใหญ่กำลังบินร่อนลงจอดที่ลานบิน แสงไฟสว่างไสวเรื่อเรืองจนไม่อยากเชื่อว่านี่คือยามราตรี เมื่อมองออกไปไกล ใจส่วนหนึ่งมีคำถามที่ยังหาคำตอบไม่ได้...หากความฝันเป็นความจริง

เธอคือส่วนหนึ่งที่ต้องร่วมรับผิดชอบในกรรมที่เกิดขึ้น เธอชักศึกเข้าเมืองและมีส่วนในการทำให้วิจายล่มสลาย


เสียงคร่ำครวญเหว่ว้าเหมือนดังก้องไปในความเวิ้งว้าง เสียงที่ไม่รู้ว่าเกิดจากที่ใด ณ ท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ไพศาลสุดลูกตา พื้นนภามืดมัวเมื่อดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า และเมื่อแสงจันทร์ปรากฏจึงเริ่มเปลี่ยนเป็นประกายคล้ายสีเงินยวง



[1] ชื่อเมืองสวยงาม ตั้งอยู่บนไหล่เขาหิมาลัย เป็นที่ประทับของพระกุเวร พญายักษ์สามขาโลกบาลประจำทิศเหนือ และเป็นเจ้าแห่งขุมทรัพย์ทั้งปวงในโลก



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
สัจอธิษฐาน ตอนที่ 52 : สมรู้ร่วมคิด , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 191 , โพส : 0 , Rating : 15 / 3 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1


Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

SOSO Simulation of Soul Online

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android