สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

แหล่งรวมเรื่องราวของสยามประเทศ

ตอนที่ 28 : ตำนาน "ปืนใหญ่นางพญาตานี"


     อัพเดท 21 ต.ค. 51
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/เกร็ดประวัติศาสตร์
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : รุกอักษร ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ รุกอักษร Email : pay3king(แอท)thaimail.com
My.iD: http://my.dek-d.com/pay3king
< Review/Vote > Rating : 89% [ 11 mem(s) ]
This month views : 11 Overall : 3,782
16 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 13 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
แหล่งรวมเรื่องราวของสยามประเทศ ตอนที่ 28 : ตำนาน "ปืนใหญ่นางพญาตานี" , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 315 , โพส : 0 , Rating : 0 / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


สัญลักษณ์ ประการหนึ่งของกระทรวงกลาโหม คือหมู่ปืนใหญ่ที่ตั้งเด่นอยู่บริเวณด้านหน้าของกระทรวง ปืนใหญ่เหล่านี้ล้วนมีประวัติความเป็นมาที่น่าศึกษา เพราะนอกจากจะเคยใช้เป็นอาวุธประจำกองทัพมาแต่โบราณแล้ว รายละเอียดเกี่ยวกับการสร้าง การใช้ในราชการ ตลอดจนลวดลายประจำปืนแต่ละกระบอก จัดว่าเป็นประติมากรรมที่มีความสวยงามยิ่ง


ปืนพญาตานีเป็นหนึ่งในหมู่ปืนดังกล่าว ซึ่งมีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ

เมื่อมีการพูดถึงปืนใหญ่แล้ว มักจะพูดถึงปืนพญาตานีเสมอ ปืนกระบอกนี้จัดอยู่ในประเภทปืนทองซึ่งเป็นปืนที่มีค่ามากกว่าปืนเหล็ก ซึ่งปืนพญาตานีหล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ มีห่วงใหญ่สำหรับจับยก ๔ ห่วง ตอนท้ายลำกล้องมีเครื่องประกอบยาวยื่นออกไป ทำเป็นรูปสังข์หรือเขางอน ที่เพลามีรูปราชสีห์สลักงดงาม เกลี้ยงไม่มีลวดลายประดับ


ใหญ่และยาวที่สุดในบรรดาปืนใหญ่ที่ตั้งไว้หน้ากระทรวงกลาโหม กระบอกปืนจารึกว่า "พญาตานี" ดินบรรจุหนัก ๑๕ ชั่ง ตามหลักฐานเก่าแก่ ลำกล้องกว้าง ๑๑ นิ้ว ยาว ๓ วาศอกคืบ ๒ นิ้วกึ่ง กระสุน ๑๑ นิ้ว ที่สำรวจใหม่วัดเส้นผ่าศูนย์กลางปากลำกล้องได้ ๒๔ เซนติเมตร ยาวตลอด ๖.๘๒ เมตร ขอบปากลำกล้องหนา ๑๐ เซนติเมตร


ปืน พญาตานีนี้มีอายุประมาณ ๔๐๐ ปี หล่อขึ้นที่จังหวัดปัตตานี นับเป็นมรดกล้ำค่าคู่บ้านคู่เมืองของชาวปัตตานีมาแต่สมัยโบราณ (โดยปัจจุบันกำหนดเป็นตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดปัตตานี) กล่าวเช่นนี้แล้วหลายคนคงสงสัยว่า แล้วมาอยู่ตรงหน้ากระทรวงกลาโหมได้อย่างไร




เนื่องมาจากปี พ.ศ. ๒๓๒๘ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จฯ กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท วังหน้า เป็นแม่ทัพเสด็จยกทัพไปปราบศึกพม่าซึ่งยกมาตีหัวเมืองภาคใต้ของไทย ครั้นทรงชนะศึกแล้ว ได้ทรงปราบปรามหัวเมืองภาคใต้ ซึ่งมักกระด้างกระเดื่องคอยเอาใจออกห่างจากไทยไปเป็นอื่น จึงโปรดให้ยกทัพไปปราบปรามจนมีชัยชนะ ได้ปืนใหญ่จากเมืองปัตตานีกลับมาถวายสมเด็จพระเชษฐาธิราช โปรดเกล้าฯ ให้จารึกนามว่า "พญาตานี"


ประวัติความเป็นมาของปืน มีผู้เขียนไว้หลายฉบับ อาทิ หนังสือสยาเราะห์เมืองตานี ของนายหะยีหวันหะซัน กล่าวว่าปืนพญาตานีหล่อในสมัยรายาอินทิราเจ้าเมืองปัตตานี เหตุที่หล่อขึ้นเนื่องจากมีพ่อค้าชาวจีนได้นำปืนและกระสุนปืนมาถวาย ทำให้เจ้าเมืองเกิดความละอายที่ไม่มีอาวุธปืนไว้สำหรับป้องกันบ้านเมืองเลย หลังจากนั้นจึงเรียกมุขมนตรีให้จัดหาช่างและทองเหลืองมาหล่อปืนให้ได้ภายใน ระยะเวลา ๓ ปี


เมื่อได้ทองเหลืองพอที่จะหล่อปืนแล้ว รายาอินทิราได้ให้นายช่างชาวโรมันชื่อ อับดุลซามัค มาหล่อปืน เมื่อวันอังคาร ขึ้น ๓ ค่ำ เดือนรอมดอน ปีชวดนักษัตร์ ฮิจยาเราะห์ ๗๘ (ตัวเลขในต้นฉบับชำรุด) ได้ปืนใหญ่รวม ๓ กระบอก คือ สีรีนัครี โต๊ะโบะ และนางเลียว


 

 

ส่วนหนังสือประชุมพงศาวดารภาคพงศาวดารเมืองตานี เรียบเรียงโดยพระยาวิเชียรคิรี (ชม ณ สงขลา) เป็นผู้เรียบเรียงในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ กล่าวว่า นางพญาปัตตานี ได้สั่งให้หล่อปืนทองเหลืองขึ้นมา ๓ กระบอก ช่างผู้หล่อปืนเป็นชาวจีน แซ่หลิม ชื่อเคี่ยม มีภรรยาเป็นชาวปัตตานีจึงเข้ารีตนับถือศาสนาอิสลาม ชาวเมืองจึงเรียกว่าหลิมโต๊ะเคี่ยม

ตาม พงศาวดารเล่าว่า การหล่อปืน ๒ กระบอกแรกผ่านไปได้ด้วยดี แต่ปืนกระบอกที่ ๓ เมื่อเร่งไฟสุมทองเหลืองแล้วกลับเทไม่ลงเบ้า หลิมโต๊ะเคี่ยมจึงตั้งพิธีบวงสรวงเทพยดาขอเอาร่างตนเป็นเครื่องเซ่นสังเวย ในที่สุดหลิมโต๊ะเคี่ยมก็เททองเหลืองหล่อปืนใหญ่ได้สำเร็จ จึงอุทิศชีวิตของตนด้วยการเข้าไปยืนตรงปากกระบอกปืนดังกล่าวแล้ว สั่งให้คนยิง แรงระเบิดหอบเอาร่างหลิมโต๊ะเคี่ยมสูญหายไป


ส่วนหนังสือสยาเราะห์กรียาอันมลายูปัตตานี ซึ่ง นายอิบรอฮิม ชุกรี ชาวกลันตันเป็นผู้เขียน ความว่า รายาบีรู หรือนางพญาบีรูเจ้าเมืองปัตตานีได้ปรึกษากับเสนาบดีผู้ใหญ่เพื่อหาอาวุธไว้ สำหรับปกป้องบ้านเมือง ในที่สุดรายาบีรูเห็นว่าควรหล่อปืน เพราะปืนที่เคยซื้อจากชาวยุโรปได้ย้ายสถานีการค้าออกไปจากปัตตานีทำให้หา ซื้ออาวุธปืนใหญ่ได้ยาก จากนั้นมีนายช่างหล่อปืนเป็นชาวจีนชื่อหลิมโต๊ะเคี่ยมรับอาสาหล่อปืนใหญ่

ข้อมูล จากทุกตำราไม่ได้ระบุว่า ปืนพญาตานีหล่อขึ้นในปีใดแน่ แต่หากดูจากทั้งสามตำราแล้ว ช่วงเวลาในการหล่อปืนพญาตานีนั้นน่าจะอยู่ระหว่างปี พ.ศ. ๒๐๔๓-๒๑๖๗



นอกจากนี้ยังสันนิษฐานว่า สถานที่ที่หล่อปืนใหญ่พญาตานี น่าจะอยู่บริเวณบ้านกรือเซะ ตำบลตันหยงลูโละ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี  ซึ่งห่างจากตัวจังหวัดไปตามถนนสายปัตตานี-นราธิวาส ประมาณ ๘ กิโลเมตร (อยู่ฝั่งตรงข้ามไม่ไกลจากบริเวณมัสยิดกรือเซะ) เพราะบริเวณดังกล่าวยังปรากฏเป็นบริเวณที่เตียนโล่งเป็นเนินสี่เหลี่ยม กว้างยาวประมาณ ๔ เมตร ไม่มีต้นไม้หรือหญ้าขึ้นบนนั้น เพราะดินบริเวณนั้นถูกเผาสุกกลายเป็นอิฐไปหมด และจะมีกร่อนตะกอนของเหล็กอยู่มาก รวมทั้งมีดินดำ ซึ่งมีลักษณะบ่งถึงลานกว้างที่หล่อปืนใหญ่


ด้วยปืนพญาตานีนับว่าเป็นเอกลักษณ์ของ "ปาตานีดารุสลาม" (เช่นเดียวกับกริชนับเป็นเอกลักษณ์ของอาณาจักรลังกาสุกะ) แต่ปืนใหญ่ถูกนำสู่กรุงเทพฯ เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๒๘ นับมาถึงวันนี้เป็นเวลากว่า ๒๐๐ ปี

ดังนั้นจึงเกิดการรวมตัวกันของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดปัตตานีเพื่อเรียกร้องขอปืนพญาตานีกลับคืนสู่ถิ่นกำเนิด ภายใต้การนำของ ส.ส. พ.ต.เจ๊ะอิสมาแอ เจ๊ะมง ร่วมกับ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ เริ่มดำเนินเรื่องขอปืนคืนกลับมายังปัตตานี มาตั้งแต่เดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ความเป็นจริงในสมัยหนึ่งเคยมีนโยบายจากรัฐบาลนำของมีค่าต่างๆ คืนถิ่น แต่นโยบายนี้ก็เงียบหายไป


จากการสัมภาษณ์นายอิสมาอีล เบญจสมิทธิ์ เมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๔๗ หนึ่งในผู้เข้าร่วมการดำเนินเรื่องขอคืนพญาตานี อุสต๊ะอิสมาอีล เล่าให้ฟังว่า คนปัตตานีอยากได้ปืนพญาตานีของจริงคืนมายังปัตตานี แต่ด้วยปืนพญาตานีขณะนี้เป็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ หากมีการเคลื่อนย้ายปืนพญาตานีกลับไปอาจจะเป็นการผิดพระราชประสงค์ได้


 

 

เดือนตุลาคม ๒๕๔๕ คณะผู้ดำเนินเรื่องจึงประชุมหารือยื่นข้อเสนอขอพระบรมราชานุญาตหล่อจำลองปืน พญาตานีแทน (แม้ว่าสำนึกของประชาชนชาวปัตตานีก็ยังอยากได้ปืนพญาตานีของจริงคืนมา) กระทั่งเดือนพฤศจิกายน ๒๕๔๖ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชานุญาตให้จำลองปืนใหญ่ได้

แต่ปัญหาในเรื่องปืนพญาตานีก็ยังไม่จบแค่ตรงนี้


จาก การสัมภาษณ์ความรู้สึกของชาวปัตตานีคนหนึ่งได้ให้ความเห็นตรงกันว่าอยากให้ ปืนใหญ่พญาตานีที่ตั้งอยู่หน้ากระทรวงกลาโหมกลับมายังปัตตานี  แต่เมื่อไม่สามารถนำปืนใหญ่กลับมาได้ก็อยากให้หล่อปืนที่ปัตตานี  ด้วยอยากมีส่วนร่วมในการจำลองปืนนี้ ชาวบ้านคนอื่นต้องการที่จะนำทองเหลืองมาช่วยในการหลอมปืนใหญ่จำลองเหมือน ครั้งในอดีต แต่ไม่สามารถทำได้ ด้วย "ทางการ" บอกว่าหากนำปืนใหญ่มาหลอมที่ปัตตานีจะต้องลงทุนสูงมากซึ่ง "ทางการ" ไม่มีงบประมาณในส่วนนี้


ชาวปัตตานีต้องการให้หล่อปืนจำลองที่ ปัตตานีด้วยเหตุผล ๒ ประการ คือ ถ้าหากหล่อปืนที่กรุงเทพฯ อาจมีการประกอบพิธีกรรมบางอย่างที่ขัดต่อหลักศาสนาอิสลาม ประการที่ ๒ คือชาวปัตตานีอยากมีส่วนร่วมในการหล่อปืน


และยังคงมีปัญหาว่าเมื่อนำปืนกลับมาแล้วจะไปวางไว้ที่ไหน จากการประชุมครั้งแรกมีสถานที่ ๓ แห่งที่ได้รับการเสนอเข้าที่ประชุม คือ บริเวณใกล้มัสยิดกรือเซะ สถานที่หล่อปืนในอดีต และที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี


ใน ส่วนของเจ้าหน้าที่สำนักงานจังหวัดซึ่งเป็นผู้ดำเนินการจัดประชุมความคืบ หน้าแต่ละครั้ง ได้เล่าให้ฟังถึงความคืบหน้าโดยสังเขปว่า ขณะนี้ทางจังหวัดกำลังระดมทุนและจัดทำคำสั่งต่างๆ เพื่อหล่อปืนใหญ่จำลอง การประชุมครั้งหลังสุดเมื่อต้นปี ๒๕๔๗  ได้ข้อสรุป ๓ เรื่องใหญ่ด้วยกัน คือ


 

 

หนึ่ง ไม่ตั้งปืนใหญ่ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เรื่องที่ ๒ คือการหล่อปืนจะทำที่กรุงเทพฯ และเรื่องที่สาม ปืนที่จะนำมาตั้งที่ปัตตานีคือปืนใหญ่ที่จำลอง

เพราะ ปัญหาที่สำคัญ คือไม่มีงบประมาณในการจัดสถานที่ตั้งปืนใหญ่ ซึ่งทางคณะทำงานอาจขอรับบริจาคจากประชาชนในจังหวัดปัตตานีและพื้นที่ใกล้ เคียง

ศิลปวัฒนธรรม
วันที่ 01 สิงหาคม พ.ศ. 2547 ปีที่ 25 ฉบับที่ 10
ท้องถิ่นของเรา/อรวรรณ ทับสกุล


นำมาจาก

http://www.artsmen.net/content/show.php?Ca...ard&No=3689




ตามกระแสหนังปืนใหญ่จอมสลัดคิดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับปืนใหญ่พญาตานีครับ


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
แหล่งรวมเรื่องราวของสยามประเทศ ตอนที่ 28 : ตำนาน "ปืนใหญ่นางพญาตานี" , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 315 , โพส : 0 , Rating : 0 / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1


Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

"ถ้าคุณคิดว่าภารโรงประจำ โรงเรียนเป็นแค่คนทำความสะอาด คุณคิดผิด เพราะภารโรงที่ชื่อแจ็ค สมิธ เป็นมากกว่านั้น"

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android