สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

Winter of love ฤดูแห่งความอบอุ่น

ตอนที่ 6 : โดนเผด็จศึก 50%


     อัพเดท 4 ธ.ค. 56
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/รักหวานแหวว
Tags: อบอุ่น, ละมุน, ยอมเมียคนเดียว, จะตายหากขาดเธอ, ยอมทุกอย่างเพื่อเธอ, เคี้ยวหญ้าอ่อน, นางเอกใสแอบร้าย, เจ้าของบริษัทตกหลุมรักพนักงาน, พระเอกน่ารักน่าหงิก, พระเอกหื่นได้ตลอดเวลากับนางเอก
ผู้แต่ง : สิมัณตรา/ภีรนี ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ สิมัณตรา/ภีรนี Email : anatasea(แอท)hotmail.com
My.iD: http://my.dek-d.com/panadajanjaroen
< Review/Vote > Rating : 0% [ 0 mem(s) ]
This month views : 74 Overall : 3,244
18 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 64 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
Winter of love ฤดูแห่งความอบอุ่น ตอนที่ 6 : โดนเผด็จศึก 50% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 210 , โพส : 0 , Rating : 20 / 4 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


         ชายหนุ่มขับรถยุโรปคันหรู สีดำแล่นมาจอดหน้าบ้านสาวน้อยที่คิดถึงใจจะขาดอยู่มะร่อมมะร่อ ยิ่งมาเห็นว่าสาวเจ้าไม่ได้ปิดประตู เปิดอ้าซ่าไว้รอรับโจรอย่างนี้ยิ่งโมโหนัก ไม่รู้จักระวังซะบ้างเลยให้ตายเถอะคุณแม่ทูนหัว แล้วอย่างนี้ไม่โดนทำโทษให้รู้ไป ชายหนุ่มเดินเลาะเลียบเข้าไปในบ้านเพื่อนดูความผิดปกติ แต่ก็ยังไม่พบสิ่งใด ทำให้โล่งใจจากที่เป็นห่วงก็สบายใจมากขึ้น เมื่อเดินเข้าไปในบ้านก็ไม่เห็นคนตัวเล็กเปิดไฟ บ้านมืดมาก แม้แต่ในห้องนอนก็ยังไม่เปิด เขาเดินเข้าไปในห้องนอนโดยเร็ว ปิดสวิตไป เมื่อแสงสว่างฉายมาให้เห็นสิ่งต่างๆ ในห้อง เขาก็แปลกใจที่เห็นสาวน้อยนอนอยู่ด้วยชุดเดิมที่ไปบริษัท แถมยังมีเสื้อของเขา ที่เธอเอามากอดไว้แน่นทำให้ตัวเองยิ้มออก

                เขานั่งทรุดลงข้างสาวน้อยตั้งใจจะปลุกขึ้นมาอาบน้ำค่อยนอนต่อ แต่เมื่อสัมผัสต้องตัวเธอกลับต้องชักมือออกมาอย่างรวดเร็ว ตัวเธอร้อนเหมือนไฟก็ไม่ปาด เป็นไข้สูงมากมิน่าล่ะถึงไม่รับโทรศัพท์ ชายหนุ่มเห็นสาวน้อยหน้าแดงก่ำด้วยพิษไข้ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ จึงไปเอาน้ำใส่กะละมังมาเช็ดตัวให้สาวน้อย

                เขาถอดเสื้อผ้าของหล่อนออกให้หมดเพื่อเช็ดได้ง่าย เขาค่อยบรรจงเช็ดตัวหล่อนอย่างแผ่วเบา จนทั่วตัว สาวน้อยเนื้อตัวขาวสะอาดน่าสูดดมยิ่งนัก แต่เวลานี้เขารู้ดีว่าไม่ใช่เวลาที่จะมาเอาเปรียบกับสาวน้อย เธอกำลังไม่สบายต้องดูแลอย่างดีที่สุด เขาจ้องมองหน้ารมิดาด้วยสายตาที่ห่วงหาอาทร ยิ่งกว่าสิ่งใด รู้สึกผิดที่ปล่อยให้เธอกลับมาบ้านคนเดียว แต่ตอนแรกตั้งใจจะแกล้งหล่อนเท่านั้น แค่ไม่อยากให้ทำงานหนัก แค่อยู่ข้างๆ เขาก็พอใจแล้วแต่ เมื่อเห็นว่าสาวน้อยต้องป่วยเป็นไข้เพราะตัวเองก็รู้สึกผิดยิ่งนัก ชายหนุ่มจูบที่หน้าผากของหญิงสาว ดึงตัวสาวน้อยเข้ามากอดไว้แนบอก จนหลับไปเช่นเดียวกับสาวน้อย

                ตอนเช้าวันต่อมา หญิงสาวขยับตัวจะลุกขึ้น ด้วยความมึนเวียนที่ศรีษะทำให้เธอไม่สามารถขยับลุกขึ้นได้ เธอค่อยขยับตัวอีกครั้งเมื่อรู้สึกถึงความอุ่นๆ ที่อยู่ข้างกาย และลำแขนที่พาดผ่านลำตัวเธอก็ทวีความตกใจให้เธอยิ่งนัก และเมือหันไปมองเจ้าของท่อนแขนแข็งแรงก็ทำให้เจ็บแปลบที่หัวใจอย่างหาที่สุดไม่ได้ เขาเป็นคนไล่เธอให้กลับมา แต่เขามาหาเธออีกทำไม ไม่เข้านัก เขาเห็นเธอเป็นก้อนหินหรือไง เธอก็มีชีวิตจิตใจนะ รู้สึกได้ร้องไห้เป็น รมิดาน้ำตาซึมอีกครั้งที่เห็นเขาทำกับเธอเหมือนไม่ใช่คน เธอขยับตัวจะลุกขึ้นอีกแต่ก็ต้องล้มลงเพราะหัวมันหนักอึ้งมาก เหมือนมีอะไรถ่วงไว้หนัก

                ชายหนุ่มรู้สึกตัวเมื่อสาวน้อยในอ้อมกอดของเขาขยับตัว เขาจึงลุกขึ้นเพื่อจะดูว่าเธออาการเป็นอย่างไร

                “ตื่นแล้วหรอ..เป็นไงบ้าง” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่แสดงความห่วงใยเธอมาก

                “ปวดหัว” รมิดาตอบด้วยน้ำเสียงที่แห้งผาก ไม่สามารถนั่งได้นานด้วยพิษไข้ตั้งแต่เมื่อวาน

                “คุณนอนเฉยๆ นะเดี๋ยวผมไปเอายามาให้” ชายหนุ่มรีบลุกขึ้นไปหยิบน้ำและยามาให้สาวน้อยทันที ด้วยกลัวว่าเธอจะเป็นอะไรมากกว่านี้ เขาตั้งใจจะอยู่ดูแลเธอจนกว่าเธอจะหายดีค่อยกลับไป แต่เห็นท่าคราวนี้ต้องขนงานมาทำที่นี่แทนเพราะเธออาการไม่ดีขึ้นเลย ครั้นจะพาไปด้วยเธอคงยังไม่ไหวเป็นแน่

                “คุณนอนพักนะ ” ชายหนุ่มมองหน้าสาวน้อยที่ตอนนี้ไม่เหลือความสดใสแม้แต่น้อย สีหน้าซีดเซียวไร้สีเลือดจนน่าเป็นห่วง

                “คุณมาที่ทำไม” รมิดาเอ่ยถามบ้าง น้อยใจนักที่เขาไล่เธอกลับมาก่อนหน้านี้ แต่ก็กลับมาทำร้ายหัวใจเธออีกครั้ง มาทำดีให้ตายใจเพื่อที่จะโยนเธอทิ้งไปอีก แบบนี้ไม่ต่างกับฆ่าเธอให้ตายทั้งเป็น

                “ก็ผมลืมของไว้” ชายหนุ่มตอบออกไปรู้ดีว่าสาวน้อย ยังโกรธที่บอกให้เธอออกจากงานก่อนหน้านี้ แล้วอะไรต่อมิอะไรที่เธอคิดเองเออเองไปซะหมดทุกอย่างแต่ก็ยังไม่บอกเธอ รอให้เธอถามมาก่อน

                “ฉันเก็บไว้ให้คุณแล้ว” สาวน้อยตอบไม่มองหน้าคนใจร้ายที่ทำให้เธอเจ็บปวดครั้งแล้วครั้งเล่า

                “อ้อ...แต่มีอีกอย่างที่สำคัญไม่เอากลับไปไม่ได้”

                “อะไร....” สาวน้อยถามด้วยความอยากรู้และอยากให้เขากลับไปเร็วไม่อยากเห็นหน้าเขาอีก และไม่อยากจะร้องไห้เพราะเขาอีกต่อไป คนมักมากเจ้าชู้ประตูดินอย่างเขาคงมีสาวๆ คอยเข้าแถวรออยู่มากมายใยต้องมาเสียเวลากับเธอด้วยเล่ายิ่งคิดยิ่งเจ็บใจนักที่เป็นได้แค่ของเล่นของเขาเท่านั้น

                “หัวใจไง คุณเอาไปแล้วต้องเอาคุณไปด้วย...เดี๋ยวจะตายถ้าขาดใจ” ชายหนุ่มตอบสาวน้อยด้วยสีหน้าแย้มยิ้มทะเล้นเหมือนเดิมแต่คำพูดแฝงไปด้วย่ความรู้สึกในส่วนลึกของเขา เขารักเธอและเริ่มขาดเธอไม่ได้ยามไม่ได้กอดเธอก่อนนอนมันทำให้กระวนกระวายใจนอนไม่หลับ

                “นี่คุณเห็นฉันเป็นอะไร เป็นของเล่นของคุณหรือไง ที่ยามอยากเล่นก็เล่น ยามเบื่อก็โยนทิ้ง ฉันก็มีชีวิตจิตใจนะ” สาวน้อยตะโกนใส่หน้าของ ภควัต อย่างเหลืออดที่เขาเอาที่มาทำร้ายหัวใจหล่อยให้บอบช้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า น้ำตากลั้นไว้ก็ไหลหลังลงมาอีกอย่างกลั้นไม่อยู่

                “โถ๋ๆๆ หนูก้อยของผม ...อย่าคิดอย่างนี้สิครับ” ชายหนุ่มเริ่มใจไม่ดีนักที่เห็นน้ำตาสาวน้อยที่หลั่งไหลออกมาอย่างเจ็บปวด พาลทำให้เขารู้สึกโกรธตัวเองนักที่ไม่บอกเธอตั้งแต่แรก

                “ซะใจคุณหรือยังล่ะ...ไล่ฉันออกเพื่อที่จะควงกับผู้หญิงของคุณ...ฉันมันโง่เองที่หวังเกินตัว แต่คุณก็ไม่น่าจะมาให้ความหวังกับฉันอย่างนี้” สาวน้อยฟูมฟาย ในสิ่งที่เก็บกดมานานทั้งที่ตอนแรกไม่ตั้งใจจะพูด แต่เมื่อเห็นเขาทำกับตัวเองเหมือนตัวตลกยิ่งทำให้เจ็บใจ จำต้องโวยวายออกมาจนได้ ยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธตัวเองนักที่ไม่ได้มีสิทธิ์อะไรกับเขา แล้วต้องไปร้องไห้ฟูมฟายโวยต่อหน้าเขาอีก รมิดาเอามือปิดหน้าร้องไห้โหออกมาอย่างไม่อายอีกต่อไป

                “โอ๋ๆๆๆ หนูก้อยไม่ร้องนะครับคนดี...ผมไม่ได้คิดอย่างนั้นนะ คุณคือคนสำคัญของผมนะครับ” ชายหนุ่มขึ้นไปนั่งข้างสาวน้อยรั้งเธอมากอด แต่สาวน้อยก็ดิ้นดื้อไม่ยอมให้กอดเหมือนเดิม แถมยังขืนตัวไม่ยอมให้เข้าใกล้ตัวเธออีก

                “สำคัญงั้นหรอ ... สำคัญตอนที่ไม่มีใคร พอเบื่อก็ไล่ออกมาไม่ต่างกับหมูกับหมา อย่างนี้หรอสำคัญ” สาวน้อยยังไม่หยุดฟูมฟายและเธอพูดทั้งน้ำตา ที่แสนเจ็บปวดนัก

                “ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย ผมแค่ไม่อยากให้คุณทำงาน และอยากให้คุณมาอยู่ใกล้ๆผมอย่างเดียวนะครับ...ไม่ได้เบื่อนะที่รัก ผมขาดคุณไม่ได้นะรู้ไหมคนดี” เขาง้องอนสาวน้อยอย่างอ่อนโยนแบบที่ไม่เคยทำกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน น้ำตาของเธอมันทำให้เขาเจ็บปวดนักที่ทำให้เธอเข้าใจผิดกันไปใหญ่ และตัวเองก็ไม่มีเวลาได้อธิบายให้เธอได้ฟังเลย

                “คนบ้า...คนใจร้าย” รมิดา ทั้งทุบทั้งตีหน้าอกของชายหนุ่มจนพอใจ สุดท้ายก็ซบลงร้องไห้กอดเขาไว้อยู่ดี แม้จะเข้มแข็งมากแค่ไหน แต่เมื่อเจอเขากลับได้อ่อนแอทุกที เธอเจ็บใจนักที่ตอนแรกจะไล่เขากลับ แต่ตอนนี้กลับเข้าไปหาเขาซบอกร้องไห้กับเขาอย่างหน้าไม่อาย ไม่อยากเจอหน้า ไม่อยากคุย ไม่อยากเข้าใกล้แต่มันกลับเป็นสิ่งที่หลอกให้ตัวเองเข้มแข็ง แต่เมื่อเขามาอยู่ใกล้ๆ กำแพงที่ตั้งไว้กลับพังทลายลงฉับพลัน ยิ่งเห็นเขาก็ยิ่งใจอ่อน รู้ทั้งรู้ว่าสุดท้ายก็ไม่อาจรั้งไว้ได้ แต่ห้ามใจตัวเองไม่อยู่จนต้องไปหาความอบอุ่นกับเขาอีกจนได้

                “ไม่เอา ไม่ร้องนะครับคนดี..โอ๋ โอ๋ ” ภควัตดึงสาวน้อยเข้ามากอดไว้แน่น และปลอบเธอให้หยุดร้องไห้ ยิ่งเห็นน้ำตาของเธอยิ่งทำให้สงสารเธอมากขึ้นไปอีก เจ็บใจนักที่ทำให้เธอเสียใจ เขาจะไม่มีวันทำแบบนี้อีกเป็นแน่ แต่ก็คุ้มที่ได้รู้ว่าเธอก็หึงเขามากเหมือนกัน เล่นซะร้องไห้จนเป็นไข้แบบนี้ยิ่งรู้ว่าเธอก็รักเขาแล้วเหมือนกัน พอคิดถึงจุดนี้ทำให้หัวใจที่เหี่ยวแห้งชุ่มชื่นอย่างเร็วพลัน

                เขาเอานิ้วเช็ดน้ำตาให้สาวน้อย ทั้งสองข้างและก้มลงมาจูบที่เปลือกตาทั้งสองข้างของเธอ เพื่อซับน้ำตาของสาวน้อยให้แห้ง เขาระไล่ลงมาเรื่อยๆ อย่างแผ่วเบาจรดริมฝีปากอุ่นร้อนของสาวน้อย จูบปลอบขวัญให้เธออย่างแผ่วเบาและอ่อนโยนที่สุด เขาแสดงความรักใครที่มีต่อเธอผ่านการสัมผัสที่ทนุถนอม ลิ้นอุ่นชื้นซอกซอกดูดดุนดื่มเอาน้ำหวานของสาวน้อยอย่างชำนิชำนาญ เรียวปากเล็กของเธอดึงดูดความเป็นชายให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง ทั้งสัมผัสที่สาวน้อยโอนอ่อนผ่อนตาม เคลิบเคล้มไปกับสัมผัสที่เขามอบให้ ร่างกายของเธอสนองตอบเขาอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่มีความขัดขืนใดๆ สาวน้อยลอยละลิ่วตามชายหนุ่มที่นำพาความวาบหวามมาสู่เธอ

                “ทูนหัว เขาจะไม่ไหวแล้วนะ ...อีกนิดเดียวจะทำไม่ไหวแล้ว” ชายหนุ่มครวญครางด้วยน้ำเสียงเว้าวอนของร้องให้เธอใจอ่อนกับเขา ไม่อยากที่จะให้สาวน้อยต้องเจ็บช้ำเพราะตัวเองเป็นคนตีตราให้ อยากให้เธอยินยอม แต่สาวเจ้าก็ไม่ยินยอมสักที

                “คุณปะ ปะ ปล่อย ฉันหายใจไม่ออก” หญิงสาวร้องออกมาหน้าตาตื่นกลัวว่าเขาจะทำอะไรที่เกินเลยไปมากกว่านี้ ตอนนี้ตัวเองไม่สบายและไม่พร้อมที่จะพลีกายให้เขาอย่างเด็ดขาดตราบใดที่ยังไม่มั่นใจในตัวเขา และต้องแน่ใจว่าเขาจะไม่ทิ้งหล่อนไปจริงๆ เหมือนของเล่นชั่วคราวสนุกไปครั้งคราว

                “ปล่อยก็ได้แต่คุณต้องเลิกร้องไห้ เลิกงอน แล้วตั้งใจฟังผมได้ไหมหนูก้อย” ชายหนุ่มเสนอข้อต่อรองกับสาวน้อย ทั้งที่ตัวเองต้องทนทรมานเจ็บปวดตรงกลางร่างกายก็ตาม แต่จะให้เธอเข้าใจเขาผิดไม่ได้ และรังแกแม่สาวน้อยของเขาตอนที่ยังไม่เข้าใจกัน คราวนี้ล่ะอาจะไม่มีวันหายโกรธง่ายๆ เป็นแน่แท้

                “ค่ะ” สาวน้อยตอบรับห้วนๆ เนื่องจากยังคงงอนเขาที่เขาปล่อยให้เธอกลับคนเดียว และไล่เธอออกมาอย่างไม่ใยดีอะไรเลย

                “ผมไม่ได้เบื่อคุณนะ ผมแค่ไล่คุณออกจากตำแหน่งผู้ช่วยเลขา เป็นคนข้างกายผมแทน เข้าใจไหมคนดี” ภควัตลูบเธอเบาๆ สายตาจ้องมองสาวน้อยอย่างจริงจัง เพื่อให้เธอได้มั่นใจว่าเขาพูดเรื่องจริงไม่ได้ล้อเล่น

                “แล้วคุณไล่ฉันออก ทำท่าทางเหมือนรำคราญอีกล่ะ” รมิดายังถามต่อ เพราะสงสัยว่าทำไมตอนเธอเดินออกมาเขาไม่รั้งไว้ แถมยังให้ออกมาหน้าตาเฉยสบายอารมณ์อีกต่างหาก

                “ก็คุณไม่ถามผมนี่นา ” ภควัต ทู่ซี้ตอบไปด้วยขี้เกียจหาคำอธิบายบายต่อ

                “แล้ว....แล้ว เอ่อ ช่างมันเถอะ” รมิดาตั้งใจจะถามบางอย่างที่ติดอยู่ในใจ ทั้งเรื่องผู้หญิงที่เดินเคียงข้างเขามาอีก แต่ด้วยคิดว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของเขา เธอจึงไม่อยากยุ่งเดี๋ยวเขาจะหาว่าจุ้นจ้านเรื่องของเขามากเกินไป ทั้งที่ยังไม่ได้เป็นอะไร

                แต่ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะรู้ทัน และเดาได้ว่าสาวน้อยกำลังคิดอะไรอยู่ จึงเอ่ยออกมาเองเรื่องที่เธอสงสัย

                “ถ้าเรื่องผู้หญิงคนนั้น อย่าสงสัย ไว้ใจผมเถอะที่รักผมมีคุณคนเดียว อยากกินนมแล้วนะค่ะ คนดี ขอนะได้ไหม” ชายหนุ่มรีบเปลี่ยนเรื่องไม่อยากให้เวลาอันมีค่า ที่อยู่กับสาวน้อยต้องเสียเวลาไปเปล่าประโยชน์ มือที่โอบกอดก็ลูบก็ไล้ ไปทั่วเรือนร่างสาวน้อย เพื่อให้รู้ถึงความต้องการบางอย่างจากสาวน้อย

                “นม...อะไรของคุณ...ไม่มีหรอก” หญิงสาวเมื่อรู้คำตอบที่เขาไล่เธอออกแล้วก็ยิ้มกริ่มด้วยความเขินอาย พยายามซ่อนยิ้มกับถ้อยคำหื่นๆ ของคนเอาแต่ใจที่ชอบเอาเปรียบซะตลอดเวลา

                “ก็นมน้อง มันล่อตาล่อใจ ขอหน่อยไม่ได้หรอ” ชายหนุ่มยังไม่วายออดอ้อนต่อขอกินนิดเล็มหน่อย เพื่อให้หายอยากประทังชีวิตไปวันๆ ก็ดีใจแล้ว

                “พอเลยหยุดพูดเลย” รมิดาหันมาขึงตาใส่คนเจ้าเล่ห์จอมร้ายกาจ แสนจะเอาแต่ได้สมกับเป็นนักธุรกิจจริงๆ ต้องหากำไรตลอดเวลา

                “ไม่กินนมก็ได้ แต่ขอกินหอยแครงหน่อยได้ป่ะ มันน่ากินนะ ขาวๆ อวบๆ อั่นกำลังกิน คงจะหวานน่าดูทีเดียวเลยล่ะ” ชายหนุ่มไม่พูดเปล่าเลือนมือไปเคล้าคลึงทั่วร่างกายของสาวน้อย โทษฐานที่ทำให้คิดถึงต้องจัดให้หนัก

                “หยุดพูดเลยคุณไม่งั้นฉันโกรธคุณจริงๆ ด้วย” รมิดาดึงผ้าห่มมาปิดร่างกายเปล่าเปลือยที่คนบางคนทำไว้ ไม่ให้คนบางคนได้สัมผัสเนื้อตัวได้อีก เพราะตั้งแต่ตื่นมาตัวแทบจะแนบแอบชิดตลอดเวลา ขืนปล่อยไว้ได้เป็นอาหารเช้าเสื้อหนุ่มจอมหื่นเป็นแน่แท้

                “หยุดก็ได้ แต่ว่าคืนนี้ต้องไปนอนกับผมที่คอนโด ไม่งั้นล่ะก็ได้กินนมอร่อยหอยใหญ่กันแน่” ชายหนุ่มขู่ด้วยสีหน้าเอาจริงเอาจังจนทำให้สาวน้อยกลัวว่าจะต้องเป็นเหยื่อของเขาแน่นอน หากไม่ไปกับเขาคืนนี้

                เขาให้เหตุผลว่าจะได้ดูแลสะดวก และที่สำคัญใกล้ที่ทำงานจะได้ไม่ไปทำงานสาย ทั้งที่ไม่เกี่ยวกับเธอเลย แต่เขาก็ลากเธอมาเกี่ยวด้วยจนได้ แถมไม่รู้จะเอาเธอไปเป็นภาระด้วยทำไมก็ไม่รู้ แต่ตอนนี้ชีวิตเหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้าย ยังไงไม่รู้ไม่ให้ทำงาน อยู่กับเขาอย่างเดียว แล้วถ้าเกิดวันหนึ่งเขาทิ้งขึ้นมาจะทำไงล่ะ โอ๊ยจะบ้าตาย อกยัยก้อยจะแตก

                ระหว่างที่นั่งคิดเรื่องอะไรต่อมิอะไรไปเรื่อยเปื่อย ไม่ทันได้เห็นคนเจ้าเล่ห์ที่แอบเข้ามาตอนไหนก็ไปไม่ทราบ เข้ามารวบข้างหลับ กดจมูกหอมที่แก้มของสาวน้อยซะฟอดใหญ่

                “อุ๊ยๆ คุณ” รมิดาเอี้ยวตัวหลบ จมูกคนตัวโตที่เข้ามาหาเศษหาเลย หากำรี่กำไรได้กับเธออยู่ร่ำไป นิ่งเป็นจับขยับเป็นกอด ถ้าเป็นคนอื่นไม่รู้ไปไกลถึงไหนต่อไหนแล้ว แต่ก็อดแปลกใจที่เขาไม่จับหล่อนกินและกลืนลงท้องสักครั้ง มีแต่เกือบๆ แต่ก็รอดมาได้ทุกครั้ง หวั่นๆ ว่าวันไหนเกิดหน้ามือปล้ำขึ้นมาจริงๆ เธอจะทำไง ยิ่งคิดก็ยิ่งกลัวขึ้นมาซะดื้อๆ

                “ขอชื่นใจหน่อยไม่ได้หรอ” ภควัตซุกเข้าที่ซอกคออ้อน คนในอ้อมกอด

                “ไหนบอกไปทำงานค่ะ” รมิดารีบเปลี่ยนเรื่องทันที ก่อนที่เขาจะเข้าเรื่องอื่นที่ต้องเข้าเนื้อหล่อนทุกครั้งไป

                “ก็คิดถึงอ่ะ อยากทำอย่างอื่น”

                “ทำอะไรค่ะ” รมิดาถามเสียงหวั่นกลัว ว่าเขาจะทำอย่างอื่นที่เธอคิดไว้ก่อนหน้านี้ ยิ่งหวั่นใจกลัวว่าเขาได้แล้วจะทิ้งเธอเหมือนผู้หญิงคนอื่น ที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ทำให้สาวน้อยส่งสายตายฉายแววความหวาดกลัวไว้เล็กๆ

                “ก็.....หิว ช่วยทำอาหารกลางวันให้กินหน่อยสิครับคนดี” ชายหนุ่มออกไป พลางมองหน้าสาวน้อยหน้าหวานที่เข้าใกล้เป็นอยากจะกิน หลังมื้ออาหารนี้แหละ ถ้าไม่ให้จะปล้ำให้ดู รอมาหลายวันจนหายไข้ไปแล้ว ถึงเวลามาเป็นอาหารของเขาบ้างล่ะ ชายหนุ่มคิดแผนบางอย่างอยู่ในใจ

                “โห ...ก็คิดว่าอะไร ... อยากกินอะไรค่ะ” สาวน้อยโล่งอกกับคำตอบที่ได้รับจากปากของเสือร้ายอย่างภควัต ที่ตอนแรกนึกหวั่นว่า เขาจะขอเธอซะอีก แต่เมื่อได้ยินคำตอบนึกอายในใจที่ตัวเองคิดไปเอง ทั้งที่ตอนแรกควรจะเป็นเขาที่จะหื่น แต่ตอนนี้ตัวเองกลับหื่นซะเอง คิดแล้วเขินยิ่งนักพาลให้หลบหน้าเขากลัวว่าเขาจะเห็น

                “ของคาว ขอข้าวต้มนะ กินร้อนจะได้ซี๊ดๆ ของหวานขอ เป็นนมมมมมมมเย็น หอยหวานนนน” ชายหนุ่มตั้งใจลากเสียงให้ยาว เย้ายวนแม่สาวน้อย แต่ในใจก็คิดว่า วันนี้ล่ะ จะเผด็จศึกแม่สาวหน้าหวานคนนี้ให้ได้ นอนเป็นพระเอกมาหลายวันล่ะ ชักทนไม่ไหวซะแล้ว ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล ถ้าไม่ได้หน้ามนขอปล้นสวาทน้องนางเลยแล้วกัน

                “คุณนี่” รมิดา เอามือตีคนหื่นเข้าหนึ่งทีแล้วรีบเดินเข้าครัวไปด้วยอาการเขินอาย ไม่อยากให้เขาหื่นใส่เธอมากๆ เดี๋ยวพาให้คิดตามเขาไปด้วยทุกครั้งยิ่งคิดยิ่งอายนัก ที่เผลอโอนอ่อนผ่อนตามเขาไปทุกทีไป ยิ่งหลายวันที่ได้มาอยู่กับเขา ก็แสนดีกับเธอนัก เอาอกเอาใจไม่ห่าง แต่ถ้าเขาขอจริงๆ ขึ้นมาก็ไม่รู้ว่าจะตอบเขาไปยังไงดี ยิ่งคิดไป ก็ยิ่งเหม่อลอยไปเรื่อย หันมาดูอีกทีกับข้าวที่ทำบนเตาเกือบไหม้ ไปรมิดาจึงรีบยกลงและไล่ความคิดบ้าๆ ออกจากสมอง แล้วก็หันมามีสมาธิในการทำอาหารต่อไป

                วันนี้เธอตั้งใจจะย่างเนื้อให้ชายหนุ่มกินเป็นอาหารกลางวัน จึงหันไปหมักเนื้อ เมื่อเปิดในตู้เย็นก็พบกับขวดคล้ายซอส อะไรสักอย่าง แต่เมื่อดมดูเหมือนมีกลิ่นเหล่า เลยคิดว่าน่าจะเป็นพวกเหล้าหมักเนื้อเพราะแช่ในตู้เย็นและยังอยู่ในห้องครัวอีกต่างหาก เธอเทใส่ไปไม่ยั้งกะเอาให้เมาหลับไปเลย ตั้งใจจะแกล้งคนตัวโตเล็กน้อย แต่ไม่รู้ว่าแค่นี้เธอหรือเขากันแน่ที่จะเมาก่อน

สาวน้อยทำอาหารต่อไป มีสลัดผักทานกับเนื้อย่าง และซุปผักโขมอีกอย่าง

                ระหว่างที่สาวน้อยทำอาหารให้ชายหนุ่มก็ชะแว๊บๆๆๆๆๆไปอาบน้ำรอเนื่องจากร้อนมากและรู้สึกเหนียวตัว คิดว่าอาบน้ำรอเลยแล้วกันจะได้ไม่เสียเวลา ในหัวคิดแต่เรื่องเผด็จศึกแม่สาวน้อยอย่างเดียวเท่านั้น อาบน้ำไปก็ผิวปากอารมณ์ดีไปจนอาบน้ำเสร็จและเดินออกมา หาเธอที่ครัวก็พบว่าสาวน้อยนั้นทำอาหารเสร็จแล้ว แต่ดูท่าทางเธอร้อนๆ ผิดปกติด เห็นเหงื่อออกตามตัวเต็มไปหมด

                “คุณร้อนหรอ ไปอาบน้ำไหม” ชายหนุ่มถามด้วยความเป็นห่วง ยิ่งเห็นสีหน้าเธอผิดปกติยิ่งพาลให้เดินเข้ามาใกล้ๆ และจับเนื้อตัวเธอเพื่อให้แน่ใจว่าเธอโอเค

                “คุณ..โอ๊ย... ร้อนไปหมดเลย....อ๊ายไม่ไหว” สาวน้อยร้องครวญครางแปลกๆ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองกันแน่ แต่รู้สึกหวิวๆ ร้อนๆตามเนื้อตามตัวไปหมด ทั้งดึงทิ้งเสื้อผ้าออกจนร่างกายแทบเปล่าเปลือย

                “คุณเป็นอะไรไป ... ”

                “ไม่รู้เหมือนกัน ...ตั้งแต่ชิมวายของคุณในตู้เย็นไปแล้ว โอ๊ยร้อนไปหมด ร้อนไปทั้งเนื้อทั้งตัว คุณช่วยฉันหน่อย ฉันอยากเอาออก เอาเสื้อผ้าออกไป ” หญิงสาวไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรรู้แต่ว่า ร้อนรนจนทนไม่ไหวอยากปลดปล่อยอะไรสักอย่างที่มันอัดอั้นอยู่ภายใน พาลให้ต้องกอดร่างชายหนุ่มไว้แน่น อยากอิงแอบแนบชิดเขามากขึ้น ไม่อยากให้เขาห่างออกไป อยากสัมผัสเขาจนพาตัวเองเข้าไปพัวนัวเนียกับชายหนุ่มจนแทบจะรวมเป็นร่างเดียวกัน

                “คุณว่าอะไรนะ ไวน์ ไหน” เขาหันไปมองที่ขวดไวน์ ที่สาวน้อยบอกว่าแอบชิมเพราะอยากรู้รสชาติว่าเป็นไง ก็ต้องกุมขมับทันที เพราะนั่นมันเป็นไวน์ที่เพื่อนเขาลืมทิ้งไว้ที่ห้องของเขา และที่สำคัญในขวดไวน์นั้นเจ้าเพื่อนตัวแสบของเขาผสมยาปลุกเซ็กไว้ เอาล่ะสิทีนี้ ตั้งใจจะเผด็จศึกสาวน้อย แต่ไม่รู้ใครจะเผด็จศึกใครกันแน่ ตอนแรกจะขอดีๆ แต่ตอนนี้ต้องกลัวเธอซะแล้วแถมท่าทางเร่าร้อนแบบนี้อีก

                “ โอ๊ย อกอีวัตจะแตก พ่อจ๋าแม่จ๋า เกิดมายังไม่เคยโดนปล้ำหนูจะโดนปล้ำแล้วแม่จ๋าช่วยหนูด้วย” ชายหนุ่มพร่ำรำพันด้วยความอาลัยกับแผนจะปล้ำสาวน้อยแต่ตอนนี้สาวน้อยจะเป็นฝ่ายปล้ำซะเอง แถมยังดึงทึ้งผ้าขนหนูของเขาออก เอาตัวมาเบียดเสียดแนบชิดยิ่งกว่าตอนกอดอีก โอ๊ยไม่ไหวจะแซดรู้ถึงไหนอายถึงนั่น โดนผู้หญิงปล้ำ
talk : งานนี้เสร็จแน่ ภควัต ตั้งใจจะปล้ำเค้าจะมาโดนปล้ำซะเอง



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
Winter of love ฤดูแห่งความอบอุ่น ตอนที่ 6 : โดนเผด็จศึก 50% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 210 , โพส : 0 , Rating : 20 / 4 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1


Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

SOSO Simulation of Soul Online

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android