สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เล่ห์ร้ายพ่ายรัก

ตอนที่ 5 : บทที่ 4 ความรู้สึก


     อัพเดท 18 พ.ค. 56
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/รักหวานแหวว
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : ไวร์แพม ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ไวร์แพม
My.iD: http://my.dek-d.com/pam-pim
< Review/Vote > Rating : 0% [ 0 mem(s) ]
This month views : 23 Overall : 1,829
12 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 26 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เล่ห์ร้ายพ่ายรัก ตอนที่ 5 : บทที่ 4 ความรู้สึก , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 146 , โพส : 2 , Rating : 10 / 2 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


           บทที่ 4 ความรู้สึก

               พัชเดินเข้าบ้านมาด้วยความเหนื่อยใจ และ สับสน  เธอจะทำอย่างไรต่อไปดี? พรุ่งนี้เธอจะไปเจอหน้าเจ้านายหนุ่มของเธอได้อย่างไรในเมื่อเรื่องเมื่อคืนยังรบกวนจิตใจเธออยู่ ภาพที่เจ้านายหนุ่มขโมยจูบแรกของเธอไป ภาพที่เธอคิดว่าเธอจะได้รับจูบแรกมันควรจะอ่อนโยนและเธอต้องเต็มใจ แต่มันไม่ใช่ สิ่งที่เธอได้รับกลับรุนแรง ดุเดือด  และที่สำคัญเธอไม่เต็มใจ เธออยากจะสลัดภาพเขาให้ออกจากหัว เธอไม่อยากจะคิดมาก ในใจของเธออยากจะอยู่ห่างจากเจ้านายหนุ่มคนนี้ แต่อีกใจนึงเธอก็ยังห่วงงานของตนเอง เพราะเป็นงานแรกและเธอพึ่งจะลงมือทำมันแค่เพียงสองเดือน

                Say Somethin' If you're feelin' the vibe ,Say somethin'Baby don't be so shy ” * เสียงโทรศัพท์ของเธอดังขึ้น สายที่โทรเข้ามาคือเบอร์ที่เธอไม่อยากจะรับ แต่เธอจำต้องรับเพราะอาจจะเป็นเรื่องงานฉุกเฉินก็ได้

(* เพลง Say Somethin ของ Austin Mahone)

“สวัสดีค่ะ

“ทำไมถึงรับโทรศัพท์ช้านักล่ะ!? เสียงของเขาถามด้วยความไม่พอใจ

             “ฉันไปเข้าห้องน้ำมาน่ะค่ะ เจ้านายมีธุระอะไรหรือเปล่าค่ะ? เธอจำต้องพูดเท็จไปความจริงแล้ว ที่รับสายช้าเพราะว่าเธอลังเลต่างหากละ

             “ตอนนี้มีงานที่ค้างอยู่ ฉันจะไปรับเธอที่บ้านมาช่วยฉันเคลียงาน แล้วก็อย่าเรียกฉันว่าเจ้านาย!”ปรายสายพูดด้วยเสียงที่ทุ้มต่ำบ่งบอกว่าเขาไม่พอใจเป็นอย่างมาก

             “คือ...ฉัน ต้องไปจริงๆหรอค้ะ? เธอลังเล เพราเธอไม่พร้อมที่จะเจอหน้าเจ้านายหนุ่มของเธอในตอนนี้

“ใช่! เขาตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียว

            “ค่ะ ส่วนเรื่องที่คุณจะมารับไม่ต้องหรอกคะ ฉันไปเองก็ได้ พูดเพียงแค่นั้นเธอก็ตัดสายโดยไม่รอคำตอบจากฝ่ายตรงข้ามเพื่อตัดปัญหาที่จะเถียงกับเขา

                เธอเดินทางมาถึงออฟฟิศด้วยเวลาที่ไม่นานมากนัก เธอเดินเข้าไปทางเดินที่เธอต้องผ่านทุกครั้งที่เธอต้องมาทำงานปกติ วันนี้มีพนักงานไม่มากนักเนื่องจากวันนี้เป็นวันอาทิตย์เธอไม่ได้สนใจอะไรเดินไปที่โต๊ะทำงานของเธอ และ ห้องทำงานของเจ้านายหนุ่ม เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และพยายามทำใจให้สงบ เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมเจอหน้า คนที่เธอไม่อยากจะเจอ

                ก๊อก ก๊อก ก๊อก

                เธอเปิดประตูอย่างช้าๆและเดินเข้าไปในท่าทางที่สบาย เขานั่งรอเธออยู่บนโต๊ะตัวเดิมของเขาที่เธอคุ้นตา และสังเกตใบหน้าของเจ้านายหนุ่มเรียบนิ่งเป็นปกติพลางปรายสายตามามองทางเธอด้วยสายตาขุ่นมัว

“เธอมาช้า! ฉันบอกแล้วว่าจะไปรับ! แล้วเธอยังกล้าตัดสายใส่ฉันอีก!” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่กดต่ำสุด

“ฉันก็ไม่ได้มาช้าขนาดนั้นนะค่ะ แล้วก็ต้องขอโทษด้วยที่กล้าตัดสายของคุณ ว่าแต่ไหนงานที่คุณจะให้ฉันเคลียละค่ะ?” เธอเบี่ยงเบนความสนใจไปที่เรื่องงานเพราะเธอไม่รู้จะตอบเหตุผลที่ต้องตัดสายเขายังไง ด้วยน้ำเสียงสดใส ราวกับว่าเธอไม่ได้รู้สึกว่าเธอไม่ได้ทำอะไรผิด

“เสร็จแล้ว” เขาตอบ

“ถ้าอย่างนั้น ฉันก็กลับบ้านได้แล้วสินะคะ” เธอถามด้วยอาการดีใจจนออกนอกหน้า เพราะเธอจะได้ไม่ต้องอึดอัดใจอีกแล้ว

“ยัง ยังไม่เสร็จฉันมีเรื่องจะพูดกับเธอ” เธอหุบยิ้มลงฉับด้วยความผิดหวัง แต่มันก็ยังทำให้เธอน่ารักในสายตาของเจ้านายหนุ่ม “มีงานด่วนเข้ามา เธอต้องไปสิงคโปร์กับฉัน

__________________________________________________________________________________

The Fullerton Bay Hotel Singapore

                โรงแรม 5 ดาวในสิงคโปร์ อยู่ในย่านการค้าของสิงคโปร์ ซึ่งอยู่ใกล้กับ Chinatown Heritage Center และแน่นอนพัชซึ่งไม่เคยมาที่นี่ เธอก็ต้องตะลึงในความสวยงามของวิวทิวทัศน์รอบเมืองแล้วไหนจะห้องพักสุดหรู ที่ถ้าเธอใช่เงินของตัวเองคงต้องเก็นเงินทั้งชีวิต

“สวยจัง...” พัชอุทานออกมาด้วยความตะลึงเหมือนเด็กๆ ทำให้ชายหนุ่มมองแล้วก็อดที่จะอมยิ้มไม่ได้

“เข้าห้องได้แล้ว” เสียงนุ่มๆของเขาบอกขึ้น ทำให้พัชหลุดจากภวังค์เหลือบมองหน้าเจ้านายหนุ่มพลางสอดส่องสายตามองไปรอบตัวเพื่อดูว่าเสียงที่เธอได้ยินเมื่อกี้เป็นเสียงของเจ้านายมาดนิ่งคนนี้จริงเหรอ แต่เธอก็พบแค่เธอกับเขาที่ยืนอยู่ในลิฟต์กระจกที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้ เธอจ้องไปที่หน้าของเขา

“เมื่อกี้คุณพูดเหรอคะ??” เธอถามออกไปเพื่อความแน่ใจ

เขาไม่ตอบอะไรมุ่งหน้าเดินไปตามโถงทางเดินของโรงแรม เธอได้แต่เบ้ปากตามหลังแล้วเดินตามเขาไปสายตาก็มองไปที่พรมแดงที่ปูไว้ที่พื้น  อั๊ค! เธอชนเข้ากับแผ่นหลังของเขาอย่างแรกจนรู้สึกจุก

“เดินหัดดูบ้างได้ไหม มองพื้นหาอะไรกินหรือไง” เขาตะคอกพร้อมด้วยประโยคที่จิกกัด เห็นเธอเป็นตัวอะไรที่จะได้หาอะไรกินตามพื้นเนี่ยห๊ะ!’

เธอตวัดสายตามองไปที่เขาพร้อมกับสะบัดหน้าใส่แล้วเดินนำหน้าเขาไปในใจก็นึกอายที่ซุ่มซ่ามต่อหน้าเขา แล้วยิ่งนึกถึงแผ่นหลังกว้างที่อุ่นนั่นเธอถึงกับยิ้มออกมาอย่างเก็บอาการไม่อยู่

ทำไม่คุณเปิดแค่ห้องเดียวเองละค่ะ?พัชถามด้วยความสงสัย แววตาของเธอไหวระริกด้วยความกลัวที่เธอต้องมาอยู่ห้องเดียวกับเขาแล้วเธอจะทำตัวยังไงเนี่ย แค่อยู่ใกล้กับเขาหัวใจก็แทบจะทะลุออกมานอกอกอยู่แล้ว ถ้าอยู่กับเขาเธอไม่แดดิ้นตายอยู่ในห้องเลยเหรอ

“ก็แค่นอนห้องเดียวกับฉันจะเป็นไรไป” เวกัสตอบและยิ้มมุมปากอย่างคนเจ้าเล่ห์ เธอเห็นถึงกับงง

พัชเปิดประตูเขามาและพบว่า ในห้องนี้ใหญ่มาก ยิ่งกว่าโถงบ้านของเธอซะอีก ห้องครัว ห้องนั่งเล่น อย่าเรียกว่าโรงแรมเลยเรียกว่าบ้านของเศรษฐีเถอะ! ใหญ่มากกกก

“เรามีนัดคุยกับลูกค้ากี่โมง?” เวกัสถามขึ้นเลขาสาวหลังจากเห็นสีหน้าของเธอ

“อีกหนึ่งชั่วโมงค่ะ” เธอพูดแล้วหันมองไปรอบๆห้องอีกครั้งนึง แล้วเดินไปเปิดประตูที่มีอยู่สองบานติดกันก็พบว่าเป็นห้องนอนทั้งสองห้องเธอก็ยังเบาใจลงไปเปราะนึงที่เธอไม่ได้นอนร่วมเตียงกับเขา

“เอาของไปเก็บซะ อ้อแล้วเก็บให้ฉันด้วยละ” เขาพูดพลางยิ้ม เธอเห็นยิ่งงงเข้าไปใหญ่ว่าวันนี้เจ้านายเธอเป็นอะไรกินยาเกินขนาดหรือผิดขวดหรือเมาเครื่องบินหรือแม่สาวแอร์เอายาพิษให้เขากินถึงได้มาแปลกๆ เดี๋ยวก็พูดด้วยน้ำเสียงชวนหลงใหล ไหนจะยิ้มที่ทำให้เธอถึงกับละลายอีก  

“เก็บให้คุณเนี่ยนะ!? เธอถามออกไปด้วยเสียงสูง เอียงคอมองหน้าเจ้านายหนุ่ม

“ใช่!” เขาตอบกลับมาด้วยเสียงที่หนักแน่น “ถ้าเธอถามอะไรมากเรื่องอีก ความปลอดภัยของปากเธอฉันไม่รับประกัน” เขาพูดพลางโน้มหน้ามาหาเธอ พัชได้ยินแล้วถึงกับสะอึกรีบผลักอกกว้างออกจากตัวแล้วรีบหิ้วกระเป๋าทั้งของตัวเองกับของเขาเข้าไปเก็บในห้องนอน

เวกัสได้แต่ส่ายหน้ากับความเปิ่นของเธอ นึกถึงตอนที่เธอเดินชนเขา กลิ่นหอมจากเรือนผมดำขลับทำให้เขาถึงกับยืนตัวแข็ง เธอช่างหอมนัก คิดได้เพียงเท่านั้นเขาก็สลัดความคิดออกไปแล้วเดินไปนั่งที่โซฟาตัวใหญ่

 

20 นาทีต่อมา

พัชเก็บข้าวของเครื่องใช้เรียบร้อยตามคำสั่งของเจ้านายหนุ่ม เธอเดินออกไปที่ริมระเบียงเพื่อชมบรรยากาศยามค่ำคืนของที่นี่

Say Somethin' If you're feelin' the vibe ,Say somethin'Baby don't be so shy เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น สายที่โทรเข้ามาคือกันต์เพื่อนรักของเธอ ทันทีที่เธอจะกดรับกลับมีมือใหญ่มาดึงโทรศัพท์ออกจากมือเธอแล้วกดตัดสาย

“เก็บของเสร็จรึยัง! นี่มันยี่สิบนาทีแล้วนะ!” เขาตะคอกใส่เธอโดยอ้างเหตุผลที่ตรงกันข้าม

“เสร็จแล้วค่ะ แล้วคุณมาตัดสายเพื่อนฉันทำไมนี่มันเรื่องส่วนตัวของฉันนะ!” เธอตะคอกกลับด้วยความโกรธ

“แต่นี่เป็นเวลางาน! เมื่อไหร่เธออยู่กับฉัน เมื่อนั้นก็เป็นเวลางาน!”

“มันไม่---” ยังไม่สิ้นเสียงพูดของเธอ มือใหญ่ของเขาก็กุมหน้าของเธอเขามาประกบปากเล็กของเธอและเลื่อนมือลงมาลูบไล้ที่เอวของเธอ เหมือนครั้งก่อนเธอต่อต้านเขาด้วยการผลักและทุบอย่างสุดแรงแต่ก็ไม่ได้เป็นผลอะไรกับเขา ครั้งนี้เขาทำรุนแรงและเนิ่นนานกว่าครั้งก่อน ทำให้เธอต้องยอมให้เขาจูบอย่างเอาแต่ใจจนเสียไม่ได้ พอได้สมใจของชายหนุ่มแล้วเขาก็ผละออกอย่างอ่อนโยนต่างจากตอนที่เขาจูบอย่างสิ้นเชิง เขายิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

นี่ก็เป็นงานใช่มั้ยค่ะ!?เธอถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นและน้ำตาคลอเบ้า แต่กลับไม่มีเสียงตอบกลับแต่อย่างใด

 

ลงไปข้างล่างได้แล้วเขาพูดโดยที่ไม่สนใจเธอที่ยืนเหม่ออยู่ที่ริมระเบียง พัชเช็ดน้ำตาที่คลอเบ้าแล้วเดินเข้าเตรียมเอกสารเพื่อที่จะไปพบลูกค้ากับเจ้านายหนุ่มของเธอ เธอเดินตามเขาด้วยความเหม่อลอย พลางคิดว่าเธอรู้สึกแปลกๆกับเจ้านายหนุ่มของเธอ เธอรู้สึกว่าโกรธแต่เธอไม่เกลียด เธอรู้สึกอยากอยู่ห่างๆเขาแต่เธอรู้สึกไม่ดีเลยถ้าเธอไม่ได้อยู่ใกล้เขา จนเธอสงสัยตัวเองว่าเธออาจจะหลงรักเขาไปเสียแล้ว

พัชเสียงทุ้มเรียกข้างหูอย่างแผ่วเบา  

“…” แต่ไม่มีเสียงตอบของเธอ

พัช!” เขาเรียกชื่อเธอซ้ำอีกด้วยเสียงที่ทุ้มกว่าเดิมและดังพอที่จะเรียกสติเธอกลับมา

พัชหลุดจากภวังค์ “ค่ะ! ขอโทษค่ะคุณเวส

มัวเหม่ออะไรอยู่ เตรียมตัวได้แล้ว

             หลังจากคุยธุระกับมิสเตอร์เหลียง เป็นหนึ่งในนักธุรกิจกระเป๋าหนักและเป็นที่รู้จักกันในวงการรถหรูในเอเชีย เขาทักทายกับมิสเตอร์เหลียงด้วยภาษาจีน และคุยรายละเอียดธุรกิจด้วยภาษาอังกฤษ การสนทนาผ่านไปด้วยดีเหมือนทุกครั้งที่เขาไม่เคยมีปัญหาอะไรเลย หลังจากคุยธุรกิจเสร็จเขาก็บอกลามิสเตอร์เหลียงอย่างสุภาพ.....



........................ต่อ........................

เวกัสเดินนำเลขาสาวไปยังห้องพัก เขาเดินเข้าไปภายในห้องนอน แล้วเข้าไปอาบน้ำ ส่วนสาวน้อยที่ตอนนี้นั่งอยู่ที่ห้องของตนก็รู้สึกหิวขึ้นมาเนื่องจากว่าตอนคุยงานกับลูกค้าเธอไม่ได้กินอะไรเลยคอยแต่นั่งจดรายละเอียดงาน

“หิว หิว เอาไงดีอ่า ห้องอาหารก็ปิดแล้ว” เธอบ่นพร้อมกับเอามือลูบท้องตัวเองปอยๆ เธอลุกขึ้นเดินไปทางประตูห้องนอนห้องถัดไปก็เห็นว่าประตูแง้มอยู่ เธอมองเข้าไปข้างในก็พบกับความว่างเปล่าเธอผลักประตูเดินเข้าไปเสียงน้ำที่ไหลออกมาจากฝักบัวเธอจึงรู้ว่าเวกัสอาบน้ำอยู่ด้วยไม่อยากรบกวนเขาเธอเลือกที่จะไปหาอาหารกินคนเดียว

เมื่อเดินออกมาจากโรงแรมเธอมองไปข้างหน้าที่เป็นท้องทะเลกว้างแสงสียามค่ำคืนของที่นี่สะท้อนลงไปยังผืนน้ำทำให้ดูสวยงามเป็นอย่างมาก แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เธอจะมาชื่นชม เธอเดินไปทางที่เคยผ่านตอนเดินทางมายังโรงแรมเธอเห็นร้านอาหารอยู่ร้านนึงเป็นร้านราเมนเล็กๆ ระยะทางประมาณหนึ่งกิโล แต่มันก็ใกล้ที่สุดในย่านนี้ เส้นทางนี้เมื่อเห็นตอนกลางวันมันก็ไม่มีอะไรเธอเลือกที่จะเดินเพราะไม่อยากเสียเงินเยอะ แต่เมื่อเธอได้มาเดินในเวลากลางคืนแบบนี้มันทั้งเปลี่ยว ผู้คนบางตา เดินๆวิ่งๆได้ไม่นานก็มาถึงร้านราเมน เธอจัดการสั่งอย่างเต็มที่เนื่องจากความหิวที่กักตุนมาตั้งแต่ตอนเย็น

“น่ากินอ่า~ ขอซัดเลยล่ะกัน” พูดเพียงเท่านั้นเธอก็นั่งตั้งหน้าตั้งตากินจนอิ่ม จ่ายเงินแล้วก็เดินออกมาจากร้านนั่น

ตอนนี้เธอไม่ได้มีความรู้สึกกลัวแล้วแต่เธอกำลังตื่นตาตื่นใจกับท้องทะเลกว้างที่สวยงาม มีพลุที่จุดอยู่อีกฟากหนึ่ง เธอยืนดูพลุอยู่ริมสะพานนึกอยากให้เขาคนนั้นออกมายืนดูพลุกับเธอด้วย แต่มันคงเป็นไปไม่ได้เขาเป็นเจ้านายของเธอ แล้วนี่เราทำไมต้องอยากดูกับอีตานั่นด้วยเนี่ย!’เธอได้แต่ก่นด่าตัวเองในใจ เมื่อพลุหมดลงเธอเดินทางจะกลับโรงแรมแต่เดินได้เพียงสามก้าวก็มีผู้ชายสองคนมายืนดักหน้าเธอไว้ เธอยิ้มให้เขาแล้วจะเดินต่อแต่ก็ถูกดักหน้าอีก

“จะไปไหนสาวน้อย” ผู้ชายร่างท้วมแต่งตัวมอซอถามขึ้นด้วยภาษาจีน ท่าทางกรุ้มกริ่มลิ้นเลียริมฝีปากหนาแตก เธอเห็นถึงกับขนลุก

เธอไม่ตอบอะไรแล้วเดินผ่านชายสองคนไปแต่เธอก็ต้องหยุดเมื่อมือสากของผู้ชายผอมๆอีกคนดึงเธอไว้ เธอสะลัดมือออกอย่างแรงตวัดสายตาเหี้ยมไปให้ชายสองคนหวังให้ชายคนนั้นปล่อยแต่เปล่าเลยเธอถูกเหวี่ยงไปที่กำแพงตึกสูง ร่างของเธอกระแทกกับกำแพงอย่างจัง

“จะรีบไปไหนเล่า ไปสนุกกับพี่ดีกว่า” ชายคนเดิมพูดขึ้นก้าวเดินมาหาเธออย่างช้าๆ เมื่อมาใกล้ตัวเธอ เธอระบายยิ้มสดใสให้กับเขาแล้วพูดขึ้นด้วยภาษาไทย

“ขอโทษล่ะกันนะ” เธอพูดจบเธอก็ส่งฝ่าเท้าเข้าไปปะทะกับท้องของชายร่างท้วม ทำให้มันเซถลาไปหาเพื่อนมันอีกคนจนล้มพับเกือกกลิ้งไป เธอลุกขึ้นพยายามจะวิ่งหนีแต่เธอก็ช้ากว่าชายร่างผอมที่เข้ามารวบตัวเธอจากทางด้านหลัง เธอพยายามจะสะบัดหนี ชายสองคนพาเธอมายังซอกลืบของตึกสูงแล้วปล่อยเธอลง

“ขอแนะนำให้อยู่เฉยๆ ถ้ายังไม่อยากตาย!”ชายฉกรรจ์คนนึงพูดขึ้นพร้อมกับชักบางอย่างออกมาจากทางด้านหลัง เมื่อเธอสังเกตดูดีๆจึงรู้ว่ามันคือปืน!

“ปล่อยฉันไปเถอะฉันไม่มีอะไรให้หรอก” เธอพูดขึ้นด้วยเสียงอ้อนวอนสองมือพนมเข้าหากัน ตอนนี้ร่างกายของเธอสั่นเทาเมื่อเห็นกระบอกปืนชี้มายังตน

“ใครว่า ว่าไม่มีล่ะ” ชายคนนึงพูดขึ้นพร้อมกับหันหน้าไปยิ้มให้กับชายอีกคน

เห็นดังนั้นเธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขาเรียวสะบัดเข้าที่ข้อมือของชายฉกรรจ์ทำให้ปืนล่วงหล่นจากมือ เธอตรงเข้าไปหยิบปืนที่หล่นอยู่ที่ปลายเท้าของเธอพร้อมกับหันกระบอกปืนไปจ่อหัวชายคนนั้น

“เดินออกไป! ช้า ช้า” เธอตะคอกออกไปด้วยเสียงที่หนักแน่น

ชายสองคนค่อยๆเดินออกไปตามทางเดินของซอกตึก จนสุดซอกตึก เธอหันไปเห็นรถสีดำเงางามที่กำลังพุ่งมายังตน จังหวะนั้นชายคนหนึ่งพุ่งตัวมาทางเธอ เธอเบี่ยงตัวหลบพร้อมกับที่กระสุนพุ่งออกจากกระบอกปืนปะทะเข้ากับขาข้างซ้ายของชายคนที่พุ่งตัวมาหาเธอ

“ถ้าขยับอีกก้าวเดียวฉันยิงหัวกระจุยแน่!

เวกัสเดินออกมาจากตัวรถคันดำด้วยสีหน้าโกรธจัดพร้อมที่จะฆ่าสองตัวนั่น! ที่บังอาจมาทำร้ายคนของตน เขาเดินตรงไปยังพัชราวีแย่งปืนที่อยู่ในมือน้อยออกมาปรายตามองเธอด้วยสายตาที่เรียบเฉย เธอมีสีหน้าตกใจแต่เธอก็หลุบตาลงต่ำเหมือนกับว่าเธอกำลังรู้สึกผิด

“แกเป็นใครมายุ่งไรด้วยว่ะ ผัวเมียเค้ากำลังเคลียกัน” ชายคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยท่าทางเอาเรื่อง

“ฮึ” เวกัสหัวเราะในลำคอปรายสายตาที่เย็นเฉียบไปที่ชายสองคนที่ดูจะกลัวตนขึ้นมาบ้าง “ผัวเมียเหรอ? กล้าพูดนะ!” เวกัสพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเหยียดจ่อปืนไปที่คนสองคน “ไสหัวไปให้พ้นท่าไม่อยากตาย!

ชายสองคนหันหลังเพื่อเตรียมที่จะหนีแต่กลับมีเสียงทุ้มขัดขึ้น

“ฉันเปลี่ยนใจแล้ว” เวกัสพูดพร้อมกับเหนี่ยวไกปืนไปที่ขาข้างขวาของชายร่างท้วมแล้วหันหน้าไปทางลูกน้องคนสนิทซึ่งไคท์ก็รู้หน้าที่เดินนำลูกน้องไปทางชายสองคน เวกัสเอื้อมมือเข้าไปโอบรอบเอวของพัชราวีแล้วพาเดินเข้าไปในรถ

พัชราวีเบือนหน้าหนีสายตาคมเฉียบที่กำลังมองมายังตนด้วยสายตาคาดโทษ เธอมองไปข้างนอกรถที่ตอนนี้ไคท์กับลูกน้องอีกสองคนกำลังตะลุมบอนชายสองคนอย่างไม่ยั้งมือเธอหันหน้ากลับไปมองเวกัสอีกครั้ง

“มันไม่แรงไปเหรอคะ? ปล่อยเค้าไปตั้งแต่แรกก็ดีอยู่แล้ว” เธอพูดแย้งขึ้นเพราะสิ่งที่เขาทำมันมากเกินไปจริงๆ

“.....” เงียบไม่มีเสียงตอบรับ

“แล้วเค้าก็คงสำนึกผิดแล้ว” เธอพูดขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเขาเงียบ

“.....”

“นี่ฉันพูดกับคนอยู่หรือเปล่า?หรือพูดกับหุ่นที่ไม่มีชีวิต”เธอเริ่มเหลืออดเมื่อพูดอะไรไปก็ไม่มีเสียงตอบกลับ แต่ที่ได้รับกลับมาก็มีเพียงแค่สายตาที่เหลือบมองเธอเท่านั้น เธอเห็นดังนั้นจึงไม่คิดจะพูดอะไรอีก เรื่องไรล่ะ เขาเงียบได้ แล้วทำไมเราจะเงียบบ้างไม่ได้ อยากเล่นสงครามเงียบนักใช่ไหม ได้เดี๋ยวพัชจัดให้

เธอเบือนหน้าหนีมองออกไปสองข้างทางที่ตอนนี้นายพาหนะกำลังเคลื่อนตัวด้วยความเร็วพอเหมาะ ตอนนี้ความรู้สึกของเธอกำลังสับสน เธอไปทำอะไรให้เขาโกรธหรือ? ถ้าเขาไม่มาช่วยเธอเธอจะเอาตัวรอดได้ไหม? แล้วพรุ่งนี้เขาจะคุยกับเธอไหม? เขาจะทำท่าทีเย็นชาแบบนี้ไปถึงไหน? ตอนนี้เรื่องทุกอย่างกำลังตีกันไปหมดในหัวของเธอ เธอเอาแต่นั่งคิดจนตัวเองเผลอหลับไปในที่สุด...

........................ต่อ...........................
 

 

เวกัสนั่งมองหน้าสาวน้อยข้างกายที่ตอนนี้กำลังอยู่ในห้วงนิทรา เมื่อสังเกตดูดีๆเขาก็เห็นว่าตามร่างกายแขนขาของเธอมีรอยฟกช้ำยิ่งเห็นเขายิ่งโมโหตัวเองเขาน่าจะดูแลเธอให้ดีกว่านี้ ถ้าเขามาไม่ทันอะไรจะเกิดขึ้นกับเธอ ถ้าเธอเป็นอะไรไปเขาคงเจ็บปวดไปจนวันตายแค่เห็นว่าเธอกำลังตกอยู่ในสถานการณ์นั้นหัวใจก็กระตุกขึ้นมา เมื่อได้ยินเสียงปืนจากตรงนั้นเขาก็ยิ่งรู้สึกจุกไปทั่วอก

เวกัสโอบพัชราวีเข้ามาไว้ในอ้อมกอดไม่อยากให้เธอหายไปไหนอีกแล้ว เวกัสก้มลงมองหน้าของเธอที่ตอนนี้ซุกอยู่กับแผงอกของเขาแขนเรียวยกเอื้อมมาโอบที่ลำตัวของเขาอย่างต้องการความอบอุ่น เขาโอบกอดเธอจดมาถึงโรงแรม เขาอุ้มเธอลงมาจากรถอย่างเบามือ พาเธอไปที่เตียงนอนขนาดใหญ่ในห้องพักวางร่างบางลงแนบกับเตียงใหญ่หนานุ่ม ขณะที่เขากำลังจะออกจากห้องกลับได้ยินเสียงน้อยแล่นเข้ามา

“พ่อจ๋า พัชเหนื่อยจังเลย” เธอพูดขึ้นแพขนตางอนที่ปิดสนิทกระพือขึ้นมาน้อยๆ เวกัสเดินตรงไปที่เตียงอีกครั้งนั่งลงข้างกายสาวน้อยสายตาจับจ้องที่ปากอวบอิ่ม มือหนาเอื้อมไปลูบไรผมยาวที่นุ่มสลวย ดวงตาสีดำขลับอ่อนแสง

“กันต์ กันต์ เหงาจัง” ชื่อที่ออกมาจากปากของเธอมันชั่งปวดใจนัก เธอไม่เคยคิดถึงเขาเลยใช่ไหม?  เวกัสลุกขึ้นเดินไปที่ประตูห้องของพัชราวีแล้วเดินออกไปด้วยอาการหัวเสีย

“เรารักเขา”

 

แสงแดดอ่อนที่สาดส่องเข้ามาภายในห้องพักใหญ่ทำให้ร่างแน่งน้อยที่นอนขดตัวอยู่ภายใต้ผ้านวมผืนหนาต้องยกมือขึ้นมาปิดแสงแดดที่ตกกระทบเข้ากับเปลือกตาบางพร้อมกับกระพริบตาถี่ๆเพื่อปรับสมดุล พัชราวีลุกขึ้นนั่งบนเตียงนอนหนานุ่มพลางมองไปรอบๆห้อง นี่เราหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ยเธอคิดในใจเหลือบมองนาฬิกาที่ตั้งอยู่ข้างเตียง ดวงตาคมเรียวเบิกตาโตด้วยความตกใจ

“เฮ้ยยย! แย่แล้ว” เธอดีดตัวจากเตียงนอนขึ้นอย่างรวดเร็ว หยิบผ้าขนหนูผืนหนาวิ่งเข้าห้องน้ำเพื่อชำระร่างกาย

หลังจากทำภารกิจส่วนตัวเสร็จพัชราวีวิ่งเข้ามาภายในห้องนอนของเวกัสด้วยความรีบร้อนเธอเดินสะดุดเข้ากับโต๊ะวางแจกันที่ตั้งวางไว้ระหว่างห้องเธอและห้องเขาทำให้แจกันที่อยู่บนนั้นล่วงหล่นลงมาแตกละเอียด

เพล้ง!

เสียงที่ดังมาจากทางห้องนอนทำให้สามหนุ่มที่กำลังคุยกันสีหน้าเคร่งเครียดภายในห้องรับแขกถึงกับละความสนใจหันไปมองทางต้นเสียงอย่างพร้อมเพรียง และก็เป็นเวกัสที่ลุกขึ้นไปก่อนเป็นคนแรกตามด้วยไคท์และลูกน้องอีกคน

ภาพที่เวกัสเห็นทำให้แขนขาถึงกับชาตาคมเข้มเบิกตาโพลง เมื่อเห็นเลือดที่ไหลออกมาจากเรียวขาของพัชราวีที่นั่งตัวอ่อนอยู่ที่โต๊ะระหว่างห้องนอนข้างกายเต็มไปด้วยเศษแจกันที่มีของเหลวไหลเข้าไปปะปน ไคท์ที่ยืนดูอยู่เห็นว่าเวกัสยังไม่ยอมขยับตัวจึงเดินเข้าไปพยุงพัชราวีให้ลุกขึ้นเพื่อจะพาไปโรงพยาบาล

“โอ๊ย! พี่ไคท์” พัชราวีร้องขึ้นเมื่อลุกขึ้นยืนความเจ็บที่ขาก็พุ่งพล่านทำให้เธอต้องยืนเกาะแขนไคท์ไว้

เสียงที่ดังทำให้เวกัสที่ยืนเฉยต้องขยับตัวเดินเข้าไปใกล้  "มัวยืนมองอะไรกันอยู่ โทรตามรถพยาบาลมาสิ!" เสียงของเวกัสตะคอกลูกน้องที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ ทำให้ลูกน้องถึงกลับสะดุ้งกับน้ำเสียงที่ดุดันของเจ้านายรีบทำตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว

เพียงแค่ 15 นาที รถพยาบาลก็มาถึงและนำตัวเธอส่งโรงพยาบาลได้อย่างรวดเร็วทำให้เวกัสที่กำลังร้อนรนเบาใจไปได้เล็กน้อย เวกัสรออยู่หน้าห้องฉุกเฉินด้วยความร้อนรน ห่วงคนข้างในห้องจนทำให้เขาหัวเสียกับตัวเอง ที่ปล่อยให้เธอต้องเจ็บตัวอีกเป็นครั้งที่สอง

"ญาติคุณพัชราวีครับ" เสียงภาษาของคุณหมอดังขึ้นทำให้เวกัสรีบรี่ไปหาหมออย่างใจร้อน

"เธอเป็นยังไงบ้าง!" เวกัสจับไหล่หมอทั้งสองข้างแล้วคาดคั้นถามอาการของพัชอย่างร้อนรน ไคท์ที่ยืนดูอาการร้อนรนของเจ้านายอยู่ข้างๆถึงกลับยิ้มก็สาวน้อยในห้องเพียงแค่มีบาดแผลที่โดนเศษแจกันบาดเล็กน้อยแต่ความเป็นห่วงของเวกัสกลับเป็นเรื่องใหญ่จนเขาที่ยืนดูเวกัสบีบเข้าที่ไหล่ของหมอที่ตัวเล็กกว่าตนมากต้องคอยจับตัวเวกัสเพื่อจะได้ไม่ทำร้ายหมออย่างไม่ตั้งใจ

"ใจเย็นครับคุณเวกัส โดยรวมแล้วคนไข้โดนแจกันบาดเข้าไปลึกมากคาดว่าเธอน่าจะขยับตัวมากเกินไปแต่ไม่ต้องกังวลครับ พักฟื้นดูอาการที่โรงพยาบาลก่อนพรุ่งนี้ก็กลับได้แล้วครับ" คำพูดของหมอทำให้เวกัสเบาใจไปได้อีกเล็กน้อยแต่เขาต้องการเข้าไปดูเธอข้างในนั้นด้วยตัวของเขาเอง

เวกัสรีบเข้าไปหาพัชราวีที่เตียงในห้องพิเศษที่เธอถูกย้ายตัวมาพักฟื้น เธอนอนหลับอยู่ในสภาพหน้าซีดเซียวเพราะเสียเลือด แต่เธอก็ยังดูน่ารักในสายตาเขา เวกัสเดินเข้าไปที่ข้างเตียงจับมือเธอมากุมไว้และนั่งมองดูใบหน้าของเธอ และยื่นใบหน้าของเขาเข้าไปชิดใบหน้าของเธอ ริมฝีปากของเวกัสสัมผัสกับหน้าผากของเธออย่างอ่อนโยน

พัชราวีลืมตาตื่นขึ้นมาในตอนเช้าด้วยความอ่อนเพลียที่จริงเธอยังไม่อยากตื่นแต่เพราะแสงแดดที่ส่องเข้ามากระทบกับเปลือกตา เธอมองไปที่มือของเธอเวกัสกุมมือเธอเอาไว้แล้วฟุบหลับข้างเธอ เธอรู้สึกอุ่นใจที่เขาอยู่ข้างๆเธอ เอะ! นี่เขาเฝ้าเราเหรอ!! ไม่นะเขาก็แค่บังเอิญหลับมากกว่าเธอคิดทุกอย่างเพื่อไม่ให้ตัวเองรู้สึกเผลอใจไปให้เจ้านายของเธอ

หลังจากกลับจากโรงพยาบาลเธอก็ต้องเตรียมตัวกลับเมืองไทยทันทีเพราะยังมีงานที่บริษัทรอเธอและเจ้านายอยู่ ระหว่างที่นั่งอยู่บนเครื่อง เขานั่งห่างจากเธอไปหลายที่นั่ง เขาไม่นั่งข้างเธอ 'เอ๊ะ! นี่ฉันลืมทาโคโลนรึป่าวน้ะ! หรือว่าเขายังไม่หายโกรธเราอีก แต่ถ้าไม่หายโกรธเขาจะนอนเฝ้าเราเหรอ โอ้ยยยยปวดหัว' เธอคิดในใจพลางเอามือทุบเข้าที่ศรีษะเบาสายตาเหลือบมองไปที่เจ้านายหนุ่มด้วยใบหน้ามู่ทู่ พอมาถึงเมืองไทยเธอก็ได้รับคำสั่งจากเจ้านายของเธอ

"กลับบ้านไปพักผ่อนก่อนหนึ่งวัน แล้วพรุ่งนี้เจอกันตามปกติ แล้วนี่ถุงยาของเธอ" พูดจบเขาก็เดินจากไปโดยไม่ฟังคำถามของเธอ

พัชราวีกลับมาบ้านด้วยความเหนื่อยล้าและอาการปวดเล็กน้อยจากขาของเธอ เธอนั่งอยู่บนเตียงและเตรียมจะล้มตัวลงนอน

ปั้ง! ปั้ง! ปั้ง!

“นี่มันอะไรกันเนี่ย!

เสียงปืนดังขึ้นและกระสุนที่เฉียดเธอไปอย่างหวุดหวิดเธอพยายามก้มลงหาที่ซ่อนด้วยความตกใจ และก็มีคนพังประตูห้องนอนเข้ามาอย่างรวดเร็ว เธอใช้มือปิดปากตัวเองเพื่อไม่ให้เสียงของเธอเล็ดลอดออกไปให้คนที่บุรุกเข้ามาได้ยิน...

 

 






 



virepam : ไวร์แพม

ขอโทษนะที่มาช้า~ ลืมกันหรือยังเอ่ย?? อย่าเพิ่งเบื่อเค้าเลยนะ 


 

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เล่ห์ร้ายพ่ายรัก ตอนที่ 5 : บทที่ 4 ความรู้สึก , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 146 , โพส : 2 , Rating : 10 / 2 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1

#2 : ความคิดเห็นที่ 10
เกือบลืมแล้วเชียวว 555+
Name : ivorykiss< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ivorykiss [ IP : 125.27.82.54 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 เมษายน 2556 / 10:53

#1 : ความคิดเห็นที่ 9
ลุ้นค่ะ รออ่านนะคะ
Name : karn [ IP : 223.205.172.239 ]
Email / Msn: -
วันที่: 24 เมษายน 2556 / 22:37


หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

"หนังสือสดใหม่ ประจำเดือน พฤศจิกายน 2557"

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android