สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ล็อกอินข้ามศตวรรษ (online,ออนไลน์)

ตอนที่ 9 : เกียรติและศักดิ์ศรี


     อัพเดท 11 พ.ย. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: แฟนตาซี, เกมออนไลน์, เวทย์มนต์, ผจญภัย, ไขปริศนา, online, yuri, ยูริ, ฮาเร็ม
ผู้แต่ง : originalBlueSin ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ originalBlueSin
My.iD: http://my.dek-d.com/originalBlueSin
< Review/Vote > Rating : 92% [ 78 mem(s) ]
This month views : 888 Overall : 354,441
8,755 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 1649 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ล็อกอินข้ามศตวรรษ (online,ออนไลน์) ตอนที่ 9 : เกียรติและศักดิ์ศรี , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 7140 , โพส : 35 , Rating : 302 / 62 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


www.funfic.com www.funfic.com

ตอนที่ ๙ เกียรติและศักดิ์ศรี

ปราสาทซิลเวอร์ซีดเป็นปราสาทที่ตั้งอยู่เหนือสุดริมทะเลสาบขนาดใหญ่ยักษ์ ด้านเหนือของปราสาทเป็นป่าทึบที่เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้หลากชนิดตรงกันข้ามกับด้านใต้ที่เป็นผืนน้ำล้วนๆ ถ้ามองจากท้องฟ้าจะเห็นตัวเมืองเป็นเหมือนไข่ดาวผ่าครึ่งแยกบนล่าง ด้านบนของไข่ดาวเป็นตัวเมืองที่อาศัยของประชาชนล้อมด้วยกำแพงสีขาวโค้งกลมจากตะวันตกสุดไปยังทิศเหนือและจรดไปจบยังทิศตะวันออกสุด ส่วนหน้าตัดของไข่ดาวระหว่างขอบกำแพงด้านนอกถึงขอบกำแพงด้านในที่ล้อมรอบตัวปราสาทเป็นพื้นที่ติดน้ำจัดสร้างไว้ด้วยท่าเรือตะวันออกและท่าเรือตะวันตก ตัวปราสาทและกำแพงด้านในครึ่งล่างโค้งยื่นออกไปในทะเลสาบ ถัดจากประตูใหญ่และกำแพงเป็นท่าเรือที่สร้างด้วยหินอ่อนล้วนๆเป็นรัศมีโค้งกินพื้นที่เข้าไปในผืนน้ำหลายร้อยเมตร ปกติแล้วบริเวณนี้จะถูกใช้เป็นพื้นที่ฝึกซ้อมทหารในยามสงบและเป็นพื้นที่จัดสรรกำลังรบในยามศึก แต่ตอนนี้มีกลุ่มคนสองกลุ่มกำลังรอคอยใครบางคนอยู่ ภาพของกลุ่มคนสองกลุ่มที่แต่งตัวต่างกันอย่างสิ้นเชิงสร้างความรู้สึกแปลกประหลาดคล้ายว่าทั้งสองฝ่ายเป็นตัวแทนของสองสิ่งที่ตรงกันข้าม

กลุ่มหนึ่งแต่งกายด้วยชุดเกราะโลหะสีเงินเงาวาวเลื่อมมันประดับประดาด้วยอัญมณีระยิบระยับ ส่วนต่างๆของชุดเกราะต่างถูกสลักฉลุลวดลายนูนต่ำเนินลึกเป็นใบ้ไม้เรียวแหลมยาวโค้งลาด แม้แต่ดาบอาวุธต่างๆก็ถูกจัดสร้างด้วยวัสดุโลหะเลื่อมเงาไม่น้อยไปกว่าชุดเกราะที่สวมใส่ เพียงแต่แตกต่างกันที่อัญมณีที่ประดับตามอาวุธนั้นมีสีสันหลายๆสีต่างๆกันออกไป คนกลุ่มนี้มีจำนวนห้าสิบคน คนที่ห้าสิบเอ็ดยืนอยู่หน้าสุดมีการแต่งกายที่แตกต่างไปจากคนที่เหลืออย่างมากมาย เขามีชุดเกราะที่เงาวาวยิ่งกว่า หรูหรากว่า อัญมณีเม็ดใหญ่กว่าและมากกว่า เขาเป็นคนเดียวในกลุ่มที่ไม่ได้ใส่หมวกเกราะแต่ถือมันเอาไว้ในมือทำให้ผู้คนสามารถมองเห็นใบหน้าเขาได้รางๆท่ามกลางประกายเงาวาววับรอบตัว ใบหน้าเขาหล่อเหลาดวงตาฉ่ำเยิ้มผิวเกลี้ยงเรียบเนียนโครงหน้ายาวเรียวผมยาวสีเงินเงาสะท้อนประกายแดดระยับดั่งว่าทำมาจากกระจกเงารีดเร้นเป็นเส้นสายปรายละเอียด เขาเป็นลีนส์บุรุษหนุ่มหล่อเหลาเจ้าสำอางค์คนหนึ่ง

อีกกลุ่มหนึ่งเป็นนักรบสามสิบสามคนที่แต่งกายต่างไปจากกลุ่มแรกโดยสิ้นเชิง พวกเขาสวมใส่ชุดเกราะเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยนไม่เว้นแม้แต่สามคนหน้าสุดที่มีศักดิ์เป็นสองรองหัวหน้าและหนึ่งผู้นำ คนกลุ่มนี้ใส่ชุดเกราะสีหม่นหยาบขรุขระแสดงถึงความอ่อนด้อยของผู้จัดสร้าง ชุดเกราะของทุกผู้คนแทบจะเป็นสีดำสนิทยกเว้นริมขอบที่สลักประดับไว้ด้วยแถบโลหะสีเงินเป็นลวดลายเถาวัลย์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเผ่าพันธุ์ลีนส์ ด้านหลังของชุดเกราะถูกสลักไว้ด้วยจันทร์เสี้ยวดวงโต ดูจากภายนอกแล้วจะเห็นได้ว่าชุดเกราะของกลุ่มหลังนี้ถูกออกแบบมาให้กระชับคล่องแคล่วมากกว่ากลุ่มแรกที่ใหญ่โตเทอะทะ สามคนที่ยืนอยู่ด้านหน้ามีสองคนยืนอยู่หลังหนึ่งคนนำ สองคนหลังนั้นมีหน้าตาเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยนทั้งคู่เป็นเด็กหนุ่มวัยฉกรรจ์ผมสีเทาสั้นที่มีผมสีดำแถมหนึ่งแซมอยู่ด้านหน้า หนึ่งคนปัดปอยผมนี้ไปทางซ้าย หนึ่งคนปัดไปยังทิศตรงกันข้าม หนึ่งในนั้นมีรอยช้ำม่วงคล้ำบนใบหน้า เขาคือชาร์ปสตาร์ ลีนส์หนุ่มผู้ที่ถูกเกวลินเล่นงานอย่างเหนือความคาดหมาย

“ท่านสเปนเซอร์ ท่านมีธุระหน้าที่อันใดที่นี้หรือ ? ทำไมจึงได้นำพาเอาหน่วยทหารกลอรี่ฮีโร่ที่แสนภาคภูมิใจของท่านออกมาเตร็ดเตร่อยู่แถวนี้” เสียงเรียบนิ่งเยือกเย็นดังลอดออกมาจากหมวกเกราะเหล็กของหัวหน้าหน่วยชาโดว์มูนวอริเออร์ สำเนียงเสียงแฝงความไม่พอใจเล็กน้อยพอให้จับเค้าได้ไม่ยากสำหรับคนที่ใส่ใจในรายละเอียดความรู้สึกของผู้อื่น

“อะไรกันท่านฮาร์ทวู้ด ข้าเพียงแต่จะมาเชยชมโฉมหน้าของเด็กสาวตัวร้ายที่สร้างความด่างพร้อยให้กับหน่วยชาโดว์วอริเออร์อันแสนเกรียงไกรของท่าน หน่วยงานนักรบพิเศษที่สามารถบรรลุภารกิจยากเข็ญต่างๆนานามากมาย ยกเว้นการเอาชนะเด็กสาวที่ไม่สามารถใช้เวทมนต์ได้ ถ้าเพียงแต่ว่ารายงานที่ท่านชาร์ปสตาร์รายงานขึ้นมาเป็นความจริงล่ะก็นะ” ชายในชุดเกราะหรูหราตอบกลับด้วยสีหน้ายิ้มเยาะเสียดสี

เหล่านักรบลีนส์ในหน่วยชาโดว์มูนวอริเอร์ต่างคงสีหน้านิ่งไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อการเสียดสีจากสเปนเซอร์หัวหน้าหน่วยกลอรี่ฮีโร่ ไม่มีใครอ่านความรู้สึกของนักรบในชุดเกราะดำเหล่านี้ได้เพราะพวกเขาได้ฝ่าฟันผ่านความยากลำบากทั้งร่างกายและจิตใจมามากมายจนมาถึงจุดนี้ ยกเว้นแต่ฮาร์ทวู้ดหัวหน้าหน่วยเพียงผู้เดียวเพราะเขายังคงซ่อนใบหน้าอยู่หลังหน้ากากหมวกเหล็กทำให้ไม่มีใครสามารถมองเห็นได้ว่าตอนนี้เขากำลังพิโรธโกรธกริ้วหรือไร้ความรู้สึกใดๆ

ฮาร์ทวู้ดส่งเสียงเรียบเฉยออกมาจากใต้หมวกเหล็กดำอีกครั้ง “ข้าหวังว่าท่านจะไม่สอดตัวเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะคราครั้งนี้มันเกี่ยวพันถึงเกียรติ ศักดิ์ศรีและความภาคภูมิใจของนักรบหน่วยชาโดว์มูนวอริเออร์ ถ้าท่านสร้างเรื่องแทรกซ้อนขึ้นมาข้าจะไม่ไว้หน้าใดๆทั้งสิ้น”

สเปนเซอร์ชักสีหน้าแสดงอาการไม่พอใจอย่างชัดเจน ถึงแม้ว่าเขาและอีกฝ่ายจะเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมานานแต่ถึงอย่างไรก็ยังมีความยำเกรงกันอยู่บ้างไม่ถึงกับบอกกล่าวกันแบบไม้ไว้หน้าเช่นนี้

“ท่านคงไม่คิดจะชิงตัวมนุษย์ทั้งสองจากท่านลอเรนส์กระมัง เพราะถ้าท่านทำเช่นนั้นข้าก็คงต้องปฏิบัติตามหน้าที่ด้วยการจัดการกับท่านโทษฐานก่อความวุ่นวายก้าวก่ายการทำงานของหน่วยงานอื่น” สเปนเซอร์ประกาศจุดยืนตัวเองชัดเจน จากรูปการณ์ที่คลุมเครือระหว่างทั้งสองหน่วยตอนนี้กลายเป็นรู้กันดีว่าทั้งสองฝ่ายไม่ใช่มิตรกันแน่นอน

ฮาร์ทวู้ดหัวเราะหึในลำคอ “ข้าจะเอาอะไรไปต่อกรกับหัวหน้าฝ่ายปัญญาผู้มีความสามารถสูงล้ำได้ ขอเพียงท่านไม่ยื่นมือเข้ามาข้ารับรองว่าจะไม่มีปัญหาใดๆเกิดขึ้นแก่ท่านแน่นอน แต่ถ้าไม่ เราจะได้รู้กัน” พูดจบก็เอื้อมมือไปกำด้ามดาบที่สะพายไว้แน่น เหล่านักรบหน่วยชาโดว์มูนวอริเออร์ต่างจับด้ามอาวุธเตรียมพร้อมด้วยความเพรียบพร้อมพรักโดยไม่ต้องสั่งการ หน่วยกลอรี่ฮีโร่ต่างเตรียมตัวพร้อมใช้อาวุธเช่นเดียวกัน อัญมณีจากอาวุธของพวกเขาทอประกายลูกคลื่นระยิบระยับเป็นจังหวะต่างๆกัน ต่างจากอัญมณีในอาวุธของหน่วยชาโดว์มูนวอริเออร์ที่ทอประกายนิ่งไม่วอกแวกแสดงให้เห็นถึงอารมณ์และความพร้อมของผู้ถืออาวุธ

เรือใบไม้ลอยฟ้าแสดงตัวขึ้นและค่อยๆลดระดับลงสู่พื้นท่าเรืออย่างช้าๆ คนห้าคนเดินลงมาจากเรือพร้อมกันเสียงกระดิ่งดังขึ้นทำลายความตึงเครียดในอากาศ จากตอนแรกที่ดังเพียงครั้งเดียวจากนั้นจึงดังรัวถี่ยิบ ถ้ามีคนคอยนับดูจะรู้ได้ว่าเสียงกระดิ่งนั้นดังขึ้นสามสิบสามครั้งพอดีไม่ขาดไม่เกิน

บุคคลแรกที่ตกเป็นเป้าสายตาของคนหมู่มากก็คือเด็กสาวผมสั้นสีดำสนิทสวมใส่แขนกลขนาดใหญ่ในมือขวา เธอสะพายกระเป๋าหนังหนึ่งใบทับชุดเกราะหนังแข็งที่เต็มไปด้วยรอยฉีกเฉือนและรูพรุนเผยให้เห็นผิวขาวใต้เนื้อผ้าที่ขาดรุ่ยบางส่วน ใบหน้ากลมมนของเธอแสดงอาการตื่นเต้นอยู่บ้าง

แต่ละคนก็มีความคิดแตกต่างกันไป สเปนเซอร์มีความรู้สึกเหลือเชื่อที่ได้เห็นโฉมหน้าของคนที่เล่นงานมือขวาของคู่อริที่เก่งกาจเป็นเพียงเด็กสาวตัวเล็กๆอายุน้อยคนหนึ่ง ถ้าเขาไม่รู้จักฝาแฝดชาร์ปสตาร์และบลิงก์สตาร์ดีว่าทั้งคู่นั้นซื่อตรงและซื่อสัตย์จงรักต่ออาณาจักรมากเพียงใดเขาคงคิดว่ารายงานที่ได้รับนั้นเป็นเรื่องเหลวไหล แต่เมื่อได้มาเห็นความจริงที่เหลือเชื่อยิ่งทำให้เข้าทำใจยอมรับได้ยากขึ้นไปอีก

ชาร์ปสตาร์แสดงสีหน้าอารมณ์ที่ยากจะเข้าใจออกมา ต่างจากบลิงก์สตาร์ฝาแฝดที่ยังคงมีความคลางแคลงใจ เขาไม่สามารถทำความเข้าใจได้ว่าทำไมเด็กสาวคนนี้จึงสามารถทนรับความเจ็บปวดทรมานจากบาดแผลลูกธนูและยาพิษของเขาได้ทั้งๆที่แม้แต่ลีนส์เดนตายที่มีความอดทนอดกลั้นอย่างล้ำเลิศยังไม่สามารถทนทานรับได้

ฮาร์ทวู้ดกลับเห็นสิ่งที่ต่างออกไป เขามองเห็นความกร้านโลกแก่ประสบการณ์ผ่านดวงตาสีน้ำตาลเข้มจนเกือบดำสนิทคู่นั้น ความขัดแย้งที่ระหว่างรูปลักษณ์ภายนอกกับสิ่งที่เขารับรู้ได้ภายในสร้างความรู้สึกแปลกประหลาดให้กับเขา

“ข้าคิดว่าท่านทั้งสองคงไม่ได้มาคอยรับข้ากระมัง” ลอเรนส์ชิงพูดขึ้นก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปาก

“ตัวข้าไม่มีอันใด เพียงแต่อยากมาชมโฉมหน้าสุดยอดฝีมือผู้สามารถล้มรองหัวหน้าหน่วยชาโดว์มูนวอริเออร์ผู้เก่งกาจลงเท่านั้น แต่เท่าที่เห็นจากสายตานับว่าดูแล้วเก่งกาจพอที่จะจัดการเขาได้จริงๆท่านชาร์ปสตาร์ไม่ได้กุสร้างเรื่องขึ้นมาแม้แต่น้อย” สเปนเซอร์ยักไหล่พูด

ถ้อยคำเสียดสีของเขาทำให้ชาร์ปสตาร์ถึงกับต้องขมวดคิ้ว ความโกรธนั้นมีน้อยกว่าความรู้สึกผิดที่ทำให้เพื่อนพ้องต้องถูกปรามาส เรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะเขาประมาทคู่ต่อสู้แท้ๆ

ลอเรนซ์รู้ดีว่าทั้งสองหน่วยไม่ถูกกันมานานแต่หัวหน้าหน่วยทั้งคู่ก็มีศักดิ์ฐานะอยู่ในระดับเดียวกันกับเขาทำให้เขาไม่สามารถยื่นมือไปสอดแทรกอะไรได้

ฮาร์ทวู้ดผู้ซ่อนใบหน้าอยู่ภายใต้หมวกเกราะเหล็กปล่อยมือขวาจากด้ามดาบและกำเป็นกำปั้นยกขึ้นแนบกับอกซ้ายทำความเคารพหัวหน้าฝ่ายปัญญาประจำแคว้นพูดขึ้น “ที่พวกข้ามารออยู่ ณ ที่นี้ก็ด้วยมีข้อขอร้องบางอย่างต่อท่านลอเรนซ์”

“ถ้าท่านจะขอตัวมนุษย์ทั้งสองนี้จากเรา เราคงต้องขอปฏิเสธเพราะเราได้เชิญทั้งคู่มาเป็นแขกของเรา ท่านคงไม่หักหน้าเรากระมัง ?” ลอเรนซ์ตอบเสียงเข้ม

“ข้าพเจ้าย่อมไม่เสียมารยาทถึงเพียงนั้น เพียงแต่นักรบอย่างเช่นพวกเราต่างยึดถือเกียรติยศและศักดิ์ศรีเป็นสิ่งค้ำยันในการดำเนินชีวิต ดังนั้นข้าพเจ้าจึงอยากจะขอร้องบางอย่างต่อแขกมนุษย์ของท่านได้หรือไม่”

ลอเรนซ์หันมาขอความเห็นจากเกวลิน เกวลินหันไปสบตากับเจนยูเห็นอีกฝ่ายเลิกคิ้วทำตาโตยียวนกวนประสาทจึงหันกลับมาพยักหน้าให้กับลอเรนซ์

“เชิญท่านฮาร์ทวู้ดลองกล่าวออกมา” ลอเรนซ์พูด

“ชาร์ปสตาร์มือขวาของข้าได้พ่ายแพ้อย่างไม่ยินยอมพร้อมใจ ข้าจึงอยากขอให้ท่านรับคำท้าประลองของชาร์ปสตาร์เพื่อพิสูจน์ฝีมือกันอีกครั้ง ไม่ว่าผลจะออกมาเช่นไรพวกเราจะไม่สืบสาวราวเรื่องต่อจากนี้ใดๆทั้งสิ้น” ฮาร์ทวู้ดหันมาพูดกับเกวลิน

ลอเรนซ์เอ่ยปากพูดระหว่างที่เกวลินหยุดนิ่งคิด “ท่านฮาร์ทวู้ด ท่านไม่คิดว่าการท้าต่อสู้อีกฝ่ายในดินแดนที่ตัวเองได้เปรียบนั้นออกจะน่าเกลียดไปหน่อยหรือ พวกเราชาวลีนส์ต่างรู้ดีว่าถ้าอยู่ในดินแดนของตัวเองเราจะมีพลังเวทย์สนับสนุนจากผืนแผ่นดิน ต่อให้เอาชนะได้ก็คงไม่สามารถภาคภูมิใจได้อย่างเต็มที่กระมัง”

“เรื่องนั้นข้าพเจ้าก็จนปัญญา แต่การเอาชนะจากความประมาทของคู่ต่อสู้คงไม่สร้างความภาคภูมิใจให้แก่ท่านเท่าไหร่กระมัง” ฮาร์วูดหันมาพูดยั่วยุเกวลินเป็นนัยว่าถึงอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับการติดสินใจของเธอ ถ้าเธอตอบรับการท้าสู้ลอเรนซ์ก็ไม่อาจทำอย่างไรได้

เกวลินที่กำลังหามุมหลบแสงสะท้อนจากชุดเกราะของสเปนเซอร์และเหล่าลูกน้องที่แยงตาเธอต้องเลิกคิ้วพูดด้วยความเคืองใจ “โฮ่ การที่พวกท่านใช้พวกมากรุมทำร้ายพวกเราสองคนคงไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นพฤติกรรมที่เก็บเอามาภาคภูมิใจได้กระมัง ภายใต้การต่อสู้ที่ต้องใช้ปัญญาและความสามารถทั้งหมดที่มีแต่ท่านกลับประมาทจนต้องพลาดท่า พวกท่านต่างหากที่ดูถูกการต่อสู้ ข้าพเจ้าต่างหากที่เป็นฝ่ายต้องข้องใจจากการกระทำของพวกท่าน แล้วท่านยังจะกล้ามาต่อรองขอท้าสู้แก้มืออีกอย่างนั้นหรือ ?”

ทุกคนทั้งหมดต้องตกตะลึงกับฝีปากและวิธีคิดของเกวลินที่แตกต่างจากมนุษย์ทุกผู้คนที่พวกเขาเคยได้สัมผัสมา แม้แต่เจนยูที่คอยยั่วเย้าอีกฝ่ายอยู่ตลอดก็คิดไม่ถึงว่าเพื่อนของเธอจะปากร้ายลึกซึ้งได้ขนาดนี้

ฮาร์ทวู้ดนิ่งเงียบไป ไม่มีใครรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่เพราะไม่มีใครสามารถมองทะลุผ่านหมวกเกราะเหล็กของเขาเข้าไปได้ ในตอนแรกสเปนเซอร์อยากจะหัวเราะเยาะใส่หน่วยชาโดว์มูนวอริเออร์ แต่ถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นเผ่าพันธุ์ลีนส์เหมือนกันทำให้เขาตัดสินใจนิ่งเฉยแทน

ภายใต้บรรยกาศที่อึมครึมเคร่งเครียดชาร์ปสตาร์ก้าวออกมากุมมือทาบอกซ้ายโค้งตัวเล็กน้อยแสดงความเคารพเกวลินเอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงนิ่มนวลไพเราะ “ข้าพเจ้าชาร์ปสตาร์เป็นนักสู้ไร้ความสามารถที่ประมาทคู่ต่อสู้จนเสียท่า ข้าพเจ้าขอทราบนามของท่านได้หรือไม่”

เกวลินได้พบกับท่าทีนบนอบของอีกฝ่ายทำเอาหาที่วางมือไม่ถูก เธอตัดสินใจเลียนแบบนิยายจีนกำลังภายในด้วยการกำมือขวาแนบประกบกับฝ่ามือซ้ายที่บริเวณหน้าอกค้อมตัวเล็กน้อยทำความเคารพ เพียงแต่ขนาดที่แตกต่างของมือทั้งสองออกจะสร้างความขัดเขินอยู่บ้าง “ข้าพเจ้าเกวลิน ที่ได้ชัยชนะครานั้นเป็นเพียงการฉวยโอกาสในยามชุลมุนไม่สมควรนำมาโอ้อวดแต่อย่างใด”

จริงๆแล้วเกวลินไม่มีปัญหาอะไรกับการที่อีกฝ่ายขอแก้มือ เธอแค่ไม่ชอบคนที่ทำตัวเป็นหัวหน้าที่หน้าใหญ่คอยจัดการอะไรต่างๆตามใจตัวเองโดยไม่สนในความรู้สึกของคนที่อยู่ใต้บังคับบัญชา

ทุกฝ่ายต่างมึนงงสับสนกับการแสดงออกของเกวลิน เมื่อสักครู่เธอพึ่งทำตัวเป็นคนปากคอเราะร้ายอยู่ดีๆกลับกลายมาเป็นนอบน้อมถ่อมตนไปเสียอย่างนั้น เว้นแต่คนผู้เดียวคือชาร์ปสตาร์ ตอนที่เขาถูกอีกอีกฝ่ายขึ้นคร่อมและลงมือทุบเขาด้วยแขนกลนั้นอีกฝ่ายแสดงความรู้สึกที่บริสุทธิ์ซื่อตรงชัดเจนผ่านการโจมตี เป็นความตั้งใจที่จะเอาชนะอย่างแท้จริงโดยไม่มีเหตุผลหรืออารมณ์อื่นๆมาเจือปน ไม่มีความโกรธเกรี้ยวกระหายเลือดเหมือนอย่างที่เขาพบในมนุษย์คนอื่นๆ สำหรับนักสู้แล้วการที่คู่ต่อสู้ตั้งใจเอาชนะอีกฝ่ายอย่างจริงจังถือเป็นการให้เกียรติแก่คู่ต่อสู้อย่างสูง เขามั่นใจว่าเธอจะต้องไม่ปฏิเสธการขอแก้มือของเขาอย่างแน่นอน

“แม้ว่าท่านหัวหน้าจะเป็นฝ่ายพูดแทนตัวข้าพเจ้าไปแล้ว แต่ถึงอย่างไรข้าพเจ้าก็สมควรจะออกปากด้วยตัวเองเพื่อแสดงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนเช่นกัน เห็นแก่เกียรติของหัวหน้าและพวกพ้องของข้าพเจ้า ท่านเกวลินได้โปรดต่อสู้กับข้าพเจ้าอีกครั้งได้หรือไม่”

เกวลินรู้ตัวดีว่าถ้าตนเองที่พึ่งแสดงท่าทีไม่พอใจใส่ฮาร์ทวู้ดกลับตอบรับคำขอของผู้ใต้บังคับบัญชาง่ายๆจะเป็นการฉีกหน้าฮาร์ทวู้ดมากเกินไปเธอจึงหันไปพูดกับฮาร์ทวู้ดแทนที่จะตอบกับชาร์ปสตาร์โดยตรง

“เห็นแก่หน้าท่านฮาร์ทวู้ดและท่านลอเรนซ์ ข้าพเจ้าตกลงรับคำท้าประลอง แต่มีข้อแม้ว่าต้องให้เวลาข้าพเจ้าและท่านชาร์ปสตาร์รักษาตัวหายดีก่อนจึงค่อยต่อสู้กัน ได้หรือไม่ ?”

โดยที่ไม่รอให้ใครได้เอ่ยปากลอเรนซ์ตัดสินใจแทนทุกคนโดยพูดตัดหน้าขึ้นก่อน “นี่ย่อมไม่มีปัญหาอยู่แล้ว สิบวันหลังจากนี้เราจะมีการประลองระหว่างท่านเกวลินแขกมนุษย์จากแดนไกลและท่านชาร์ปสตาร์รองหัวหน้าหน่วยชาโดว์มูนวอริเออร์ที่ลานกว้างริมน้ำแห่งนี้ ข้าพเจ้าขอตัวพาแขกทั้งสองไปพักผ่อนทำความสะอาดร่างกายก่อน เชิญพวกท่านทั้งหลายตามสบาย”

ลอเรนซ์พาเกวลินและเจนยูเดินแทรกผ่านทั้งสองฝ่ายที่ตั้งประจัญหน้ากัน สองสาวต้องเอามือมาบังหน้าด้านที่สเปนเซอร์และพวกยืนอยู่เพราะแสงสะท้อนระยิบระยับส่องตาจนพวกเธอกลัวว่าจะเดินชนกำแพงเอาเพราะตาลายจนมองทางไม่เห็น

เกวลินสังเกตมองดูสิ่งแวดล้อมรอบตัว กำแพงด้านในของปราสาทซิลเวอร์ซีดนั้นแตกต่างจากกำแพงเมืองนครก้าวไกลที่เธอเคยเห็นมาก่อนอย่างมาก กำแพงนครก้าวไกลนั้นสร้างขึ้นจากการใช้หินสกัดเป็นก้อนสี่เหลี่ยมก้อนใหญ่นำมาวางเรียงซ้อนกันจัดเป็นรูปทรงกำแพงและป้อมปราการ นอกจากกำแพงเมืองส่วนในที่มีการฉาบด้วยปูนจนเรียบแล้ว กำแพงด้านนอกล้วนถูกปล่อยไว้โดยไม่ได้ฉาบปูนกลบทับแต่อย่างใดทำให้สามารถเห็นรอยต่อระหว่างหินสกัดก้อนใหญ่ได้อย่างชัดเจน แต่ที่เมืองซิลเวอร์ซีดแห่งนี้กำแพงเมืองกลับเป็นผิวเรียบเนียนสนิทสีขาวสะอาดสวยงาม พื้นถนนในตัวเมืองถูกปูด้วยหินอ่อนเงาเรียบลื่นทั้งหมด เกวลินคิดในใจว่าถ้าเธอเดินด้วยเท้าเปล่าเปียกๆไม่แน่ว่าจะลื่นล้มทุกสามก้าว

สิ่งก่อสร้างในตัวเมืองเองก็แตกต่างออกไป บ้านแทบทุกหลังจากเป็นทรงกระบอกขอบโค้งยอดปลายแหลมหลากสีสันสวยงาม ปลายยอดของหลังคาบ้านแต่ละหลังล้วนมีอัญมณีขนาดใหญ่ประดับเอาไว้ อัญมณีเหล่านั้นต่างทอประกายแสงหลากสีระยิบระยับ ในตอนแรกเกวลินก็รู้สึกว่ามันสวยงามน่าชมดูดี แต่เมื่อเจอกับประกายแสงต่างๆมากมายเข้ามันกลับทำให้เธอรู้สึกว่ามากเกินไปจนขาดความพอดี

ทั้งสี่คนเดินผ่านประตูปราสาทเข้ามาพบกับแท่นหินอ่อนขนาดใหญ่หน้าตัดกว้างหลายเมตรตั้งเอาไว้ด้านหน้า บนแท่นมีสิ่งที่ดูแล้วคล้ายกรงนกขนาดยักษ์สูงร่วมสามเมตร ตัวลูกกรงสร้างจากโลหะสีทองเงาวาววับ

ลอเรนซ์เปิดประตูกรงทองนั้นเชื้อเชิญเกวลินและเจนยูเข้าไปด้านใน ด้านในมีเก้าอี้ยาวโค้งรอบตามรูปทรงของกรงสีทอง เมื่อทุกคนนั่งที่เรียบร้อยแล้วลอเรนซ์ก็ใช้มือสัมผัสกับลูกแก้วกลมที่ลอยอยู่ตรงกลาง ลูกแก้วนั้นทอแสงเรืองรองก่อนที่ตัวกรงจะค่อยลอยตัวขึ้นสูงอย่างนิ่มนวล

“แก้ว เธอรู้จักระเบิดแสงมั้ย ?” เจนยูถามเกวลินระหว่างที่ลิฟท์หรูหรานั้นกำลังพาคนทั้งหมดขึ้นไปยังแท่นจอดสูงลิบ

“ถ้าเป็นในเกมนี้ยังไม่เคยเห็น แต่ก็น่าจะมีล่ะมั้ง” เกวลินตอบ

“ชั้นว่านะ ระเบิดแสงคงใช้กับพวกหูยาวพวกนี้ไม่ได้แหงๆเพราะปกติพวกนี้ก็อยู่กลางแสงวิบๆวับๆตลอดอยู่แล้ว”

เกวลินหัวเราะคิก แต่ลอเรนซ์แสดงสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อย

“ท่านเจนยู ท่านสามารถเรียกพวกเราว่าลีนส์ได้หรือไม่ พวกเรารู้สึกไม่ค่อยดีนักที่ถูกคนต่างเผ่าพันธุ์เรียกว่าหูยาว ท่านเองก็คงไม่ชอบให้ใครเรียกว่าพวกหูสั้นกระมัง”

เจนยูแสดงสีหน้าท่าทางยียวน “ก็ด้ายยย … ลีนนนนนส์ใช่ม้าาาาา หรือว่าจะให้เรียกว่าเอลฟ์อย่างที่คนอื่นๆเค้าชอบเรียกกัน”

ลอเรนซ์นั้นเป็นผู้ใหญ่เกินกว่าจะแสดงออกถึงความหงุดหงิดที่ถูกล้อเลียนออกมา เป็นเกวลินที่ใช้แขนกลบิดหูเพื่อนอย่างแรงจนเจนยูร้องโอดโอย

“มารยาทน่ะมารยาท มีก็หัดเอาออกมาใช้ซะบ้าง พูดกับผู้ใหญ่แบบนั้นได้ยังไง หือ ?”

“โอ๊ยๆๆๆ เข้าใจแล้วจ้ะที่รักเข้าใจแล้ว ปล่อยๆๆ ปล่อยซี้ เค้าเจ็บจริงๆน้าาา” เจนยูบิดตัวตามแรงบิดของอีกฝ่าย

เกวลินปล่อยมือแล้วหันมาขอโทษลอเรนซ์ “ต้องขออภัยแทนสหายข้าพเจ้าด้วย เธอเป็นเช่นนี้เอง ถึงปากจะไม่ค่อยดีนักแต่ก็เป็นคนที่เปิดเผยจริงใจ อย่างน้อยเธอก็ไม่ให้ร้ายใครลับหลังแน่นอน ที่จริงพวกเราเองก็ไม่ต่างจากลีนส์เช่นท่านมากนั้น มีประโยคหนึ่งที่พูดเอาไว้เนิ่นนานแล้วว่า มนุษย์เป็นสัตว์ประเสิรฐ ข้าพเจ้าจึงไม่สามารถกล่าวอะไรได้มากนักเกี่ยวกับการเรียกเผ่าพันธุ์ตัวเองด้วยชื่อที่ดูดีและสูงส่ง”

ประโยคนี้กลับจุดประเด็นที่ลอเรนซ์สนใจเกี่ยวกับมนุษย์มานาน “ถ้าเป็นไปได้ท่านเกวลินช่วยเล่าเรื่องมนุษย์ให้เราฟังได้หรือไม่ เราจะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับลีนส์ให้ท่านฟังเป็นการแลกเปลี่ยน”

เกวลินหรี่ตายิ้มให้กับอีกฝ่ายอย่างมีเลศนัย “ไม่ใช่ว่าท่านกำลังมองหาจุดอ่อนช่องว่างในการโจมตีมนุษย์อยู่กระมัง ? กล่าวตามตรงพวกเราไม่ค่อยสนใจเรื่องของชนเผ่าลีนส์ของท่านนัก แต่ค่อนข้างสนใจในเรื่องของเวทมนต์ของท่านมากกว่า ถ้าท่านยอมเผยความลับเกี่ยวกับเวทมนต์ให้พวกเราทราบ ไม่ว่าถามเรื่องใดเกี่ยวกับมนุษย์ข้าพเจ้าก็จะบอกทั้งสิ้น”

ลอเรนซ์หรี่ตายิ้มตอบ “เมื่อได้ยินคำท่านที่ว่าไม่สนใจในเรื่องราวของเผ่าพันธุ์เรานั้นสร้างความรู้สึกยากจะยอมรับได้ขึ้นมาในใจ แต่ท่านแน่ใจหรือว่าจะบอกเล่าเรื่องราวความลับจุดอ่อนของพวกพ้องท่านแก่เราจริงๆ”

“นั่นไม่มีปัญหา พวกเรากลับไม่ยึดติดกับเผ่าพันธุ์ถึงเพียงนั้น”

“ถ้าเช่นนั้นก็เป็นอันตกลง พวกเรามาแลกเปลี่ยนความรู้กัน เพื่อผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย แต่ในความเป็นจริงแล้วเราสนใจในเรื่องราวของมนุษย์มากกว่าจุดอ่อนที่ช่วยให้พวกเราลีนส์ได้เปรียบในสงคราม”

เกวลินที่กำลังจะพูดต่อต้องหยุดคิดเพราะนึกขึ้นได้ว่าตัวเองเป็นคนที่มาจากอดีตเมื่อสามร้อยปีก่อน เธอไม่แน่ใจว่ามนุษย์ในยุคนี้จะเปลี่ยนแปลงไปจากยุคของเธอมากแค่ใหน แต่ถึงอย่างไรเธอก็ค่อนข้างมั่นใจว่ามนุษย์จะไม่เปลี่ยนไปจากเดิมมากเท่าไรนัก

กรงทองลอยฟ้ามาหยุดลงที่ลานจอดบนยอดสูงแห่งหนึ่งของปราสาทซิลเวอร์ซีด หอคอยทรงกระบอกสูงยอดแหลมเป็นที่พักอาศัยของหัวหน้าฝ่ายปัญญาประจำแคว้น ลอเรนซ์นำทุกคนเดินผ่านโถงทางเดินเข้าสู่ภายใน

“เราทราบมาว่ามนุษย์นั้นนิยมชำระล้างร่างกายในน้ำอุ่น ดังนั้นเราจึงสั่งการให้บริวารเตรียมอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่เอาไว้เรียบร้อยแล้ว เชิญท่านทั้งสองติดตามบริวารเราไปยังห้องที่เราจัดไว้ได้เลย” ลอเรนซ์ให้สัญญาณลีนส์สาวสองคนที่ติดตามมาตั้งแต่แรกนำทางเกวลินไปยังลิฟท์แก้วซึ่งติดตั้งไว้ด้านหนึ่งของห้อง

ลิฟท์แก้วพาทั้งสองลงมายังชั้นล่างที่ถูกจัดสร้างเอาไว้เป็นห้องอาบน้ำสวยหรู อ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ร่วมสิบเมตรถูกบรรจุไว้ด้วยน้ำอุ่นโชยไอฟุ้งเป็นหมอกทั่วทั้งห้อง ในน้ำอุ่นนั้นยังมีกลีบดอกไม้หลากสีสันลอยกระจายอยู่ทั่วไป กลิ่นหอมที่โชยมาชวนให้คนที่ได้กลิ่นต้องเคลิปเคลิ้ม ยกเว้นเกวลิน เพราะเธอเป็นคนที่เกลียดกลิ่นหอมจัดๆเช่นนี้ยิ่งกว่าอะไร

เกวลินหันไปบอกกับลีนส์สาวสองคนที่ยืนคอยรับใช้อยู่ข้างๆ “ถ้าไม่เป็นการรบกวนเกินไป ท่านช่วยจัดการกับกลิ่นหอมเหล่านี้ได้หรือไม่ ข้าพเจ้าเกรงว่าไม่สามารถทนทานรับกลิ่นหอมจัดเช่นนี้ได้แม้แต่ชั่วครู่”

ลีนส์สาวทั้งสองคนทำหน้าแปลกใจ พวกเธอพึ่งเคยเจอคนที่ไม่ชอบกลิ่นหอมจากดอกไม้หายากพวกนี้เป็นครั้งแรก แต่ทั้งสองก็รับคำแต่โดยดี หนึ่งในนั้นสะบัดมือขวาที่เรืองแสงขึ้นมาเบาๆกลีบดอกไม้ที่ลอยล่องอยู่เต็มผิวนั้นก็เคลื่อนตัวไปชิดมุมหนึ่งของอ่างน้ำกลมใหญ่นั้นราวกับมีม่านพลังที่มองไม่เห็นกวาดคราดผิวน้ำอย่างแผ่วเบาก่อนที่จะลอยตัวขึ้นจากผิวน้ำมากองอยู่ข้างๆอ่างและถูกเก็บกวาดออกไป

เกวลินและเจนยูหันไปมองหน้ากัน เจนยูเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน “เอ้า ถอดสิ รึว่าจะให้ชั้นช่วยถอดให้ก็ยินดีนะจ๊ะ”

เกวลินกลับเดินไปพิงผนังยิ้มให้อีกฝ่าย “เธอนั่นแหละถอดก่อน ถอดให้ชั้นดูแบบเซ็กซี่ๆด้วยนะ”

เจนยูทำหน้าทะเล้นก่อนจะเริ่มถอดชุดเกราะด้วยท่วงท่าดุจนางระบำซึ่งไม่เข้ากันกับเครื่องแต่งกายเลยซักนิด ตอนแรกเธอยังไม่รู้สึกอะไรนอกจากอยากจะยั่วเย้าอีกฝ่ายจนกระทั่งเริ่มถอดเสื้อเผยเนื้อหนังเธอกลับรู้สึกร้อนวูบวาบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

สาเหตุก็คือสายตาของคนที่เธอคอยหยอกเย้าล้อเล่นอยู่เสมอ สายตาคู่นั้นเปลี่ยนไปจากที่เธอเคยสบสัมผัสอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน วิธีการที่อีกฝ่ายมองเธอนั้นเหมือนกับว่ากำลังพินิจเชยชมอย่างดื่มด่ำลุ่มลึก ส่วนต่างๆของผิวที่ค่อยๆเปิดเผยขึ้นมานั้นถูกโลมเลียดุจดังอีกฝ่ายใช้มือลูบไล้ไปตลอดทุกสัดส่วน

ในยุคสมัยนี้ที่ผู้หญิงไทยไม่ถือสาเรื่องการแก้ผ้าอาบน้ำร่วมกันเหมือนเมื่อก่อน เจนยูเคยอาบน้ำกับผู้หญิงด้วยกันบ่อยครั้ง และทุกครั้งเธอจะเป็นฝ่ายโลมเลียลวนลามคนอื่นเสียมากกว่า แต่คราครั้งนี้กลับกลายเป็นตรงกันข้าม ตอนนี้เธอกำลังเขินอายจากการจ้องมองของหญิงอื่น อารมณ์แบบหญิงๆที่เธอไม่คิดว่าตัวเองมีอยู่ปะทุแสดงตัวขึ้นมาเป็นครั้งแรก เธอต้องหลบสายตาและหยุดมือที่กำลังจะถอดเสื้อโดยไม่รู้ตัว ที่เธอรู้ก็คือใบหน้าและร่างกายของเธอร้อนผ่าวไปหมดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“อ้าว หยุดทำไมล่ะ มานี่มาชั้นช่วยเอง” เกวลินพูดพลางเดินเข้ามาช่วยถอดเสื้อผ้าอีกฝ่ายออก

เจนยูอยากจะก้าวถอยห่างแต่แข้งขากลับไม่ยอมขยับ เมื่อมืออีกฝ่ายสัมผัสสะกิดถูกผิวเพียงเล็กน้อยเธอกลับรู้สึกเหมือนกับถูกไฟซ็อตพร้อมกับอาการร้อนวูบในช่องท้องจนต้องดึงตัวเองออกมาอย่างลืมตัว

“แก้ว … เธอหลับตาแล้วหันหลังไปเดี๋ยวนี้เลยนะ กลับไปรอข้างบนเลย ให้ชั้นอาบเสร็จก่อนแล้วเธอค่อยลงมา เดี๋ยวนี้เลย” เจนยูโวยวายหน้าแดงมือจับกระชับเสื้อติดตัวแน่น

เกวลินยิ้มแล้วหันหลังเดินเข้าลิฟท์กลับขึ้นไปชั้นบนโดยมีลีนส์สาวคนหนึ่งตามไปด้วย ก่อนไปยังมีเปรยๆทิ้งเอาไว้ “โธ่เอ๊ย ทีแบบนี้ล่ะไม่กล้า ไม่แน่จริงนี่”

เจนยูที่ใจเต้นตึกตักกับอารมณ์แปลกใหม่ที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนต้องบ่นอุบก่อนจะแช่ตัวลงในน้ำขัดล้างชำระร่างกาย ในใจยังนึกถึงความรู้สึกที่ได้รับเมื่อสักครู่ คิดถึงแล้วก็ต้องหน้าแดงจัดอีกรอบหนึ่ง นี่เธอเป็นอะไรไปแล้วนะ ที่จริงแล้วต้องเป็นอีกฝ่ายสิที่ต้องมีอาการอย่างที่เธอเป็นอยู่ตอนนี้ คิดแล้วเธอก็อดรู้สึกโมโหไม่ได้

เกวลินเดินออกจากลิฟท์มาพบลอเรนซ์นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ห้องรับรองแขก ชั้นหนังสือถูกจัดสร้างให้เข้ารูปกับห้องทรงกลมสวยงาม แต่ละชั้นมีหนังสืออัดแน่นจนเต็ม ตอนนี้เองที่เธอได้สังเกตเห็นตัวหนังสือที่เผ่าลีนส์ใช้ในการเขียน เธอแน่ใจว่านี่ไม่ใช่ภาษาใดๆที่เธอเคยรู้จักแน่นอน แต่เธอกลับสามารถเข้าใจความหมายของมันได้หมดทุกตัวอักษร นี่คงเป็นผลจากความสามารถที่เทพีแองเจล่ามอบให้เธอแล้ว

เกวลินนั่งลงที่ตรงกันข้ามกับลอเรนซ์ ในใจคิดว่าจะต้องเก็บความสามารถในการอ่านภาษาที่ลีนส์ใช้เอาไว้เป็นความลับเพื่อผลประโยชน์ของเธอในภายหน้า

“อ้าวท่านเกวลิน ท่านไม่อาบน้ำกับสหายของท่านรึ เรารู้มาว่าสหายมนุษย์เพศหญิงที่สนิทสนมกันมักจะอาบน้ำร่วมกันไม่ใช่รึ ?” ลอเรนซ์ละสายตาจากหนังสือมาคุยกับเกวลิน

เกวลินยิ้มตอบอีกฝ่าย “สหายเราก็เป็นเช่นนี้เอง อาศัยช่วงเวลานี้ข้าพเจ้าตอบคำถามท่านเกี่ยวกับมนุษย์ดีหรือไม่”

ลอเรนซ์ปิดหนังสือลงและเริ่มต้นคำถามที่คิดเอาไว้ทันที “พวกท่านเหล่ามนุษย์มายังที่นี้ได้อย่างไร และมาด้วยจุดประสงค์อันได ?”

เมื่อถึงเวลาที่ต้องตอบคำถามเกวลินพบว่าตัวเองจำเป็นต้องเลือกถ้อยคำที่เหมาะสมโดยที่ไม่เผยความลับสำคัญของมนุษย์ออกไป เจนยูเคยบอกให้เธอรู้ว่าใครที่เผยความจริงของการมีอยู่ของโลกนี้จะถูกบังคับออกจากระบบก่อนที่จะมีโอกาสได้พูดเสียอีก นอกจากนั้นยังจะถูกจำกัดการเข้าเกมอีกหนึ่งเดือนเต็มๆตามเวลาจริงซึ่งนั่นหมายถึงเวลาครึ่งปีในเกม และถ้ามีครั้งที่สองจะถูกตัดรายชื่อออกจากระบบทันที

ลอเรนซ์เห็นอีกฝ่ายนิ่งอึ้งไปใบหน้าแสดงความคิดเคร่งเครียดและความลำบากใจต้องเอ่ยปากขึ้น “ถ้าท่านเปลี่ยนใจเราก็ไม่ถือสาอันใด เรายังจะบอกความลับเกี่ยวกับเวทมนต์ของเราให้ท่านรู้อีกด้วย”

ถึงปากพูดว่าจะบอกความลับเรื่องเวทมนต์ให้เปล่าๆแต่ลักษณะของประโยคนั้นเกวลินทำความเข้าใจได้ว่าอีกฝ่ายต้องการใช้ความรู้สึกผิดจากการผิดสัญญาของเธอกระตุ้นกดดันให้เธอตัดสินใจพูดความจริงออกมา กลยุทธในการพูดแบบนี้จะใช้ได้กับคนที่มีความยึดมั่นในสัจจะและซื่อสัตย์มีศักดิ์ศรีเท่านั้น ไม่สามารถใช้กับชนชั้นต่ำเห็นแก่ตัวที่สามารถกลับกลอกเปลี่ยนไปมาได้ แสดงว่าลอเรนซ์ประเมินค่าเกวลินไว้สูงระดับหนึ่งเลยทีเดียว อย่างน้อยเขาก็ประเมินว่าเธอเป็นคนมีเกียรติมากพอที่จะรักษาคำพูดของตัวเอง

เกวลินส่ายหน้า “มิใช่เช่นนั้นท่านลอเรนซ์ แต่พวกเราเผ่ามนุษย์มีอำนาจที่ยิ่งใหญ่อย่างหนึ่งควบคุมอยู่ ถ้าเราไม่คิดสรรคำพูดที่ถูกต้องเหมาะสมแล้วเกรงว่าข้าพเจ้าจะไม่สามารถพูดได้จบประโยคเสียด้วยซ้ำ”

ลอเรนซ์สงสัยใน “อำนาจที่ยิ่งใหญ่” ที่อีกฝ่ายอ้างถึง แต่การถามถึงเรื่องนี้เวลานี้ดูไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไรนัก

“พวกเรามาถึงยังดินแดนนี้ได้ด้วยพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่อันนั้นเป็นสิ่งนำพามา ในด้านรายละเอียดข้าพเจ้ากลับไม่ทราบว่าอำนาจนั้นทำงานอย่างไร เกรงว่ามีมนุษย์เพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ทราบ ส่วนเรื่องจุดประสงค์นั้นต้องบอกว่าต้องดูเป็นเอกเทศรายคนไป เพราะแต่ละคนต่างก็มีเป้าหมายของตัวเองต่างๆกัน”

ลอเรนเอนหลังพิงพนักพิงสองมือสอดประสานกันที่หน้าตักพูดด้วยความสงสัยใจ “หมายความว่าพวกท่านนั้นไม่ได้มีจุดมุ่งหมายหลักเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอย่างนั้นหรือ”

เกวลินพยักหน้า “ถูกต้อง อย่างเช่นข้าพเจ้าที่หวังเพียงได้ผจญภัยไปทั่วดินแดน เสาะแสวงหาอาหารนานาชนิดมาลิ้มรสชาติดู”

ลอเรนซ์ทำหน้าพิศวง “ท่านจะบอกว่าที่ท่านเสี่ยงตายตะลุยผ่านหน่วยรบพิเศษของเราเข้ามาเพียงเพื่อมองหาอาหารแปลกใหม่เท่านั้นหรือ ?”

เกวลินยิ้มกว้าง “นั่นเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญ แต่อีกส่วนที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือการผจญภัยและเรื่องราวที่จะได้ประสบพบเจอในระหว่างการเดินทาง”

ลอเรนซ์นั่งอึ้งอ้าปากค้างเหม่อมองอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกมากมายในใจ “แล้วสหายเจนยูของท่านเล่า นางมีจุดประสงค์อันใดรึ”

เกวลินนึกถึงใบหน้าเขินอายของเพื่อนสาวเมื่อสักครู่ก่อนจะตอบอย่างยิ้มๆ “นางมีจุดมุ่งหมายที่จะได้ประลองกับสุดยอดฝีมือของแต่ละเผ่าพันธุ์ ราชินีลีนส์ของพวกท่าน เจ้าแห่งยักษ์ ราชาคนแคระ และราชาปิศาจ”

“นั่นมันบ้าคลั่งเกินไปแล้ว” ลอเรนซ์อุทานทำตาโตยิ่งกว่าเมื่อสักครู่จนเกวลินต้องหัวเราะเสียงดัง

เขากระแอมแก้เขินก่อนจะพูดต่อ “เกรงว่าสหายท่านจะต้องพลาดหวังเสียแล้วเพราะอาณาจักรดาลัสหรือคนแคระทีท่านพูดถึงนั้นล่มสลายไปนับพันปี คงยังมีแต่หุ่นกลที่คอยเฝ้าดูและขอบเขตชายแดนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยหรือหลับใหล” เขาหยุดนิ่งทำหน้าครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะพูดถึงเรื่องสำคัญที่นึกขึ้นได้

“ท่านเกวลินทราบหรือไม่ว่าสิ่งที่ท่านบอกให้ข้าพเจ้าได้รับรู้นั้นเป็นเรื่องที่สำคัญเพียงใด พวกเรานั้นเข้าใจมาตลอดว่ามนุษย์อย่างพวกท่านมายังที่ดินแดนนี้เพียงเพื่อยึดครองและทำลายล้างทุกสิ่ง ถ้าเรื่องเกี่ยวกับจุดประสงค์ในการมาของพวกท่านที่แตกต่างกันไปเป็นความจริง พวกเราสองเผ่าพันธุ์ลีนส์และมนุษย์อาจจะคบหาเป็นพันธมิตรกันได้”

แต่เกวลินกลับหัวเราะแห้งๆ “ท่านประเมินพวกเราสูงส่งเกินไปแล้ว ท่านทราบหรือไม่ว่าพวกเรามนุษย์นั้นต่อสู้ทำสงครามรบราฆ่าฟันกันมาตั้งแต่ยังไม่สามารถสื่อสารกันด้วยภาษาได้เสียด้วยซ้ำ การยึดครองและทำลายล้างทุกสิ่งอย่างที่ท่านว่านั้นไม่ห่างไปจากความจริงเท่าไรนักหรอก”

“พวกท่านเผ่าพันธุ์เดียวกันกลับฆ่าฟันกันด้วยหรือ ?”ลอเรนซ์ถามด้วยความสงสัยใจ

เกวลินเองก็สงสัยเช่นกัน “พวกท่านไม่ทำสงครามกันเองหรือ ?”

ลอเรนซ์ส่ายหน้า “ทำไมพวกเราต้องทำร้ายผู้ซึ่งมีร่างกายและวิญญาณดุจเดียวกันเล่า พวกท่านช่างแปลกประหลาดยิ่งนัก”

เกวลินกลับเป็นฝ่ายอึ้งไปบ้าง “ใช่แล้ว พวกเรามนุษย์นั้นช่างแปลกประหลาดยิ่งนัก”

ลอเรนซ์ทำหน้าสลดลง “แล้วเช่นนี้พวกเราจะสามารถสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกันได้หรือ”

เกวลินคิดในใจว่าผู้ที่อยู่เบื้องหน้าเธอเวลานี้เป็นลีนส์ที่เปิดกว้างแสวงหาความสงบสันติคนหนึ่ง เธอสงสัยว่าลีนส์คนอื่นๆส่วนมากจะเป็นเช่นนี้หรือไม่

“มันก็ไม่เลวร้ายถึงเพียงนั้น ในมนุษย์เรามีผู้ที่กระหายสงครามและชัยชนะ แต่ก็มีผู้ที่แสวงหาสันติภาพและความสงบสุข มีทั้งผู้ที่มองเห็นเพียงแต่ผลประโยชน์และผู้ที่รู้จักแต่การให้โดยไม่หวังผลตอบแทน ถ้าท่านสามารถจัดการพูดคุยเจรจากับตัวแทนของมนุษย์อย่างเหมาะสมได้ ข้าพเจ้าคิดว่าการเป็นพันธมิตรกันเป็นเรื่องที่สามารถกระทำได้”

ลอเรนส์มองหน้าเกวลินอย่างทึ่งฉงน “เผ่าพันธุ์มนุษย์ของท่านช่างมีมุมด้านที่หลากหลายน่าค้นหายิ่งนัก … เราจะลองคิดหาทางจัดการเรื่องนี้ดู ท่านสามารถช่วยเหลือเราในด้านนี้ได้หรือไม่ ?”

เกวลินขยิบตาข้างหนึ่งให้ลอเรนซ์ “ก็แล้วแต่ว่าท่านจะให้ประโยชน์อันได้แก่ข้าพเจ้าได้บ้าง ของเพียงได้ผลประโยชน์ที่เหมาะสมไม่ว่าเรื่องใดก็สามารถพูดคุยกันได้”

ลอเรนซ์ขยิบตาเลียนแบบเกวลิน “ถ้าเช่นนั้นท่านคงเป็นหนึ่งในมนุษย์ประเภทที่มองเห็นเพียงผลประโยชน์แล้วกระมัง”

ภาพของเอล์ฟในความรู้สึกเดิมๆของเกวลินขยิบตาให้สร้างความรู้สึกแปลกประหลาดจนเกวลินต้องยิ้มอีกครั้ง “นั่นก็แล้วแต่เรื่องราวและหัวข้อสำคัญของสิ่งต่างๆ ข้าพเจ้ากลับไม่ใช่คนที่ไร้คุณธรรมถึงเพียงนั้น” ยิ่งพูดเธอยิ่งคล่องกับการใช้สำนวนแบบนี้เข้าไปทุกที

“ชั้นอาบน้ำเสร็จแล้วย่ะ เธอรีบๆไปอาบได้แล้ว มอมยิ่งกว่าหมาคลุกฝุ่นอีก”

เกวลินหันไปมองดูเจนยูที่ขึ้นมาโดยเธอไม่รู้ตัว เจนยูอยู่ในชุดผ้าสีขาวแบบที่ชาวลีนส์สวมใส่ ส่วนบนเป็นกระบังไหล่สีขาวขลิบเงินสวยงาม หน้าอกยังมีอัญมณีสีฟ้าใสเม็ดใหญ่ทอประกายเรืองรอง ส่วนลำตัวเป็นผ้ารัดเอวขนาดใหญ่คล้ายสายรัดแบบชุดกิโมโนที่สาวญี่ปุ่นใช้แต่ประดับไว้ด้วยดิ้นเงินและทองเป็นลวดลายสวยงาม ส่วนล่างเป็นกระโปรงยาวลากพื้นประดับไว้ด้วยริ้วเงินเงาวาววับสายงามเช่นกัน ผมของเธอถูกหนีบประดับไว้ด้วยกิ๊บติดผมรูปดอกไม้กลีบเล็กละเอียดสีส้มวิบวับ

เกวลินที่เห็นเจนยูในสภาพชุดเกราะเหล็กสมบุกสมบันมาตลอดต้องทึ่งกับภาพลักษณ์ที่ตัดกันอย่างสิ้นเชิง “แหม สมหญิงขึ้นมาเลยนะ ไก่งามเพราะขนคนงามเพราะแต่งจริงๆด้วย สวยมากเลยจ้ะ”

เจนยูที่ตั้งใจจะโวยวายต้องหน้าแดงค้อนอีกฝ่ายแรงๆ “บ้า ก็ยัยพวกนี้น่ะสิ แอบเอาชุดที่ชั้นวางไว้ไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ชั้นเลยจำใจต้องใส่ชุดพลิ้วๆนี่ ไม่ชอบซะหน่อย”

สองสาวลีนส์หันมาหัวเราะให้กันคิกคัก

เกวลินลุกขึ้นก่อนออกเดินไปเข้าลิฟท์เธอบอกกับลีนส์ทั้งสองด้วยรอยยิ้ม “ข้าพเจ้าขอชุดที่รัดกุมเคลื่อนไหวง่ายๆนะ จะให้ดีขอกระเป๋าที่สามารถใส่ซ้อนทับกระเป๋าหนังใบนี้ของข้าพเจ้าได้ด้วย อ้อ แขนกลของข้าพเจ้าไม่สามารถถอดออกได้ อย่าลืมคิดถึงจุดนี้ด้วย” ลีนสาวทั้งสองรับคำ หนึ่งคนลงลิฟท์ไปพร้อมกับเกวลิน อีกหนึ่งคนไปจัดหาชุดที่เหมาะสมกับความต้องการของเธอ

ตอนลงมาเธอยังได้ยินเสียงเจนยูแว่วออกมา “ทำไมไม่สั่งชุดเผื่อชั้นด้วยยะ”

“เธอใส่ชุดนั้นแหละดีแล้ว” เกวลินตะโกนขึ้นไป

เมื่อไม่มีใครมากวนเกวลินก็ถอดเสื้อผ้าลงอ่างอาบน้ำอย่างสดชื่นทันที เธอขัดถูขี้ไคลที่อดคิดไม่ได้ในทุกๆครั้งที่อาบน้ำว่าเกมมันจะทำออกมาละเอียดเกินไปใหม จะใส่ขี้ไคลเข้ามาเพื่ออะไรนี่ ยังดีที่ไม่ต้องมีการขับถ่ายไม่เช่นนั้นการเล่นเกมคงจะกระอักกระอ่วนน่าดู

เมื่อเธอขึ้นจากน้ำมาพบเสื้อผ้าที่อีกฝ่ายเตรียมไว้ให้ก็ต้องยืนอึ้งอยู่สักพัก เพราะเธอต้องใส่ชุดรัดรูปสีแดงเพลิงเงาวับ ส่วนของคอเสื้อกลมที่เป็นวงรอบคอล้อมลงมาปิดหน้าอกและอ้อมไปด้านหลังแล้วส่วนหลังนั้นเปิดกว้างจนเห็นทั้งหมด ส่วนเอวเปิดโล่งจนเห็นความโค้งเว้าชัดเจน กระโปรงสั้นรัดรูปสีเดียวกันกับเสื้อยาวเลยส่วนผายสุดของสะโพงเธอลงไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ถ้าไม่มีกางเกงชั้นในสีดำสนิทที่ถูกจัดมาด้วยกันอะไรๆคงเผยออกมาให้เห็นจนหมด รองเท้าบูทหนังร้อยเชือกสีดำสนิทยาวเลยเข่าขึ้นมาเล็กน้อยเข้ากับดีกับชุดทั้งหมด ยังดีที่รองเท้านั้นเป็นแบบรองเท้าบูทไม่ใช่ส้นสูงแหลมเรียว ไม่เช่นนั้นเธอคงเดินไม่เป็นเลยทีเดียว ที่น่องขวาของเธอมีกระเป๋าใบเล็กๆคาดเอาไว้ ภายในกระเป๋านั้นสามารถบรรจุกระเป๋าสะพายหนังของเธอเอาไว้ได้

เกวลินที่ไม่ได้ใส่เสื้อชั้นในรู้สึกแปลกๆที่เห็นหน้าอกตัวเองเด้งขึ้นลงทุกๆครั้งที่ก้าวเดิน เธอรู้สึกเขินๆปนอายอย่างอธิบายไม่ถูก เมื่อขึ้นมาชั้นบนเจนยูถึงกับทำตาโตจ้องมองเธอเขม็ง

“ชุดที่ข้าพเจ้าจัดไว้ให้เป็นอย่างไรบ้าง นี่ข้าพเจ้าออกแบบด้วยตัวเองเลยทีเดียว ตัวชุดทำจากหนังแก้วกระทิงเพลิงที่หาได้เฉพาะในดินแดนลาวาร้อนระอุ สามารถทนความร้อนและอาวุธต่างๆได้อย่างดี ส่วนกระเป๋านั้นก็จัดสร้างเป็นพิเศษสามารถใส่ของได้มากมาย นี่เป็นเวทมนต์อย่างหนึ่งที่พวกเราเลียนแบบมาจากมนุษย์ท่าน ลีนส์ที่เชี่ยวชาญเรื่องเวทมนต์อย่างเรารู้สึกทึ่งมากเรื่องการประยุกต์ใช้เวทย์เคลื่อนย้ายสิ่งของเข้ากับเครื่องใช้ส่วนตัวเช่นนี้”

เกวลินจึงได้รู้ว่าลอเรนซ์นี่เองที่เป็นตัวการจัดหาชุดลามกล่อตะเข้นี้มาให้เธอใส่ “ข้าพเจ้าข้องใจว่าชุดที่เปิดเผยผิวหนังเช่นนี้จะป้องกันร่างกายจากคมอาวุธได้อย่างไร”

“ชุดที่ลีนส์ใส่เป็นประจำล้วนมีความสามารถพิเศษในการสร้างเกราะเวทมนต์ที่บางเบาแต่แข็งแกร่งล้อมรอบตัวผู้สวมใส่ ท่านอาจจะมองไม่เห็นแต่รอบตัวท่านขณะนี้มีเกราะเวทมนต์หุ้มทับอยู่ เกราะเวทมนต์นี้เองที่จะช่วยป้องกันท่านจากคมอาวุธ นอกจากนั้นยังป้องกันอันตรายจากเปลวไฟได้ด้วย นั่นเป็นคุณสมบัติพิเศษของวัตถุดิบที่ใช้ในการจัดสร้าง” ลอเรนซ์อธิบาย

เกวลินนั่งลงข้างๆเจนยู เธอพยายามนั่งหนีบขาให้ชิดกันมากที่สุดเพราะกระโปรงที่สั้นมากจนเห็นแทบทุกอย่างที่สมควรแอบเอาไว้ตอนนั่ง ลอเรนซ์เองไม่มีทีท่าลามกหื่นกระหายนอกจากสายตาชื่นชมในผลงานของตัวเอง

“ท่านมีความสามารถในการตัดเย็บเสื้อผ้าด้วยหรือท่านลอเรนซ์” เกวลินถาม

“ข้าพเจ้าเพียงออกแบบชุดเท่านั้น ส่วนเรื่องการตัดเย็บจัดสร้างนั้นเป็นผลงานของสุดยอดช่างฝีมือดีของข้าพเจ้า ท่านคิดว่ามนุษย์หญิงสาวจะชอบผลงานของข้าหรือไม่ ข้าตั้งใจจะสร้างเอาไว้เพื่อเป็นของขวัญในการสร้างสัมพันธ์อันดีระหว่างเราสองเผ่าพันธุ์” ลอเรนซ์ถามความเห็นเกวลิน

“ชอบค่ะชอบมากกกกค่ะ” เจนยูเป็นฝ่ายตอบแทนเกวลิน ส่วนมือก็ยุบยับจับแตะผิวเนื้อโล่งๆของเพื่อนสาวที่เปิดเผยล่อตาไม่หยุด

เกวลินพยายามใช้มือปัดป่ายนิ้วแมงมุมของอีกฝ่ายระหว่างที่ตอบคำถาม “คนที่ชอบก็คงมี แต่คนที่ไม่ชอบก็คงมีไม่น้อยเช่นกัน ข้าพเจ้าคิดว่าท่านสมควรพิจจารณาให้รอบคอบก่อนที่จะส่งของขวัญลักษณะนี้ให้ผู้ใด”

“ขอบคุณสำหรับคำแนะนำของท่าน เนื่องจากวัฒนธรรมของเรานั้นต่างกันค่อนข้างมากข้าพเจ้าจึงไม่ค่อยมั่นใจนัก”

เกวลินชักรำคาญมือข้างๆตัวที่เริ่มชอนไชไปทั่วตัดสินใจรวบกอดเจ้าของมือไว้แน่นทำให้มือสองข้างนั้นหยุดนิ่งลงจนได้ “ข้าพเจ้ามั่นใจว่ารูปแบบการแต่งกายของพวกท่านนั้นสามารถดึงดูดพวกเราได้เกินพอเพราะมนุษย์เช่นพวกเรานั้นแสวงหาสิ่งแปลกใหม่อยู่เสมอ ท่านสามารถมอบชุดเครื่องแต่งกายในรูปแบบของลีนส์เป็นของขวัญเลยก็ได้ เพียงแต่จัดสรรให้เป็นของที่ดีมีระดับคุณภาพหรือความหรูหราหน่อย ข้าพเจ้ามั่นใจว่าผู้รับจะต้องยินดีอย่างแน่นอน”

“เป็นเช่นนั้นจริงหรือ ?”

“จริงแท้แน่นอน”

ลอเรนซ์ระบายลมหายใจอย่างปลอดโปร่ง “ได้คุยกับท่านนับว่าได้เปิดหูเปิดตาจริงๆ ข้าพเจ้าได้จัดเตรียมอาหารไว้ต้อนรับพวกท่านที่ชั้นบนแล้ว พวกเราไปกันเลยดีหรือไม่” พูดจบลอเรนซ์ก็ออกเดินนำด้วยความสดชื่นในอารมณ์

เจนยูเดินกอดแขนเกวลินไปตลอดทางจนถึงโต๊ะอาหารวงกลมนั้น บนโต้ะกลมขนาดกลางถูกวางไว้ด้วยถาดเงินครอบฝาโค้งปิดเอาไว้มิดชิด

“ท่านทั้งสองอาจจะยังไม่ทราบว่าลีนส์นั้นไม่ได้รับประทานอาหารอย่างพวกท่าน และพวกท่านมาถึงแบบปัจจุบันทันด่วนทำให้เราไม่ได้เตรียมอาหารไว้ต้อนรับล่วงหน้า ที่พอจะจัดหาได้จึงมีเพียงผลไม้ที่เราเองไม่มั่นใจนักว่าจะถูกปากพวกท่านหรือไม่”

ลีนส์สาวสองคนเดิมทำหน้าที่เปิดฝาครอบอาหารออกเผยให้เห็นผลไม้ลูกเล็กคล้ายองุ่นแต่มีสีสันหลากหลายเหมือนลูกอมที่เด็กๆชอบกิน เกวลินมองดูผลไม้เล็กๆกองนั้นด้วยความหวาดระแวง แต่ละครั้งที่เธอลองกินอาหารที่ไม่รู้จักล้วนส่งผลที่เธอไม่ค่อยชอบนัก ไม่ว่าจะถูกไล่ล่าด้วยราชาหนอนทรายแดงหรือต้องตัวเรืองแสงไปเกือบเดือน

เจนยูหยิบผลไม้ลูกหนึ่งใส่ปากเคี้ยวอย่างระมัดระวังก่อนสีหน้าจะปรากฏอาการเคลิบเคลิ้มดั่งชิมลิ้มอาหารเลิศรสเป็นครั้งแรกในชีวิต

“ยู ดูมือนี่” เกวลินหงายฝ่ามือซ้ายในระดับหน้าอกไม่ห่างตัวเจนยู

เจนยูก้มมองด้วยความสงสัยว่าอีกฝ่ายให้ดูอะไร

“กึก !! เอื๊อก” เสียงแรกเป็นเสียงฟันของเธอกระทบกันเพราะเกวลินสะบัดมือดีดปลายคางเจนยูจนหน้าหงายต้องกลืนผลไม้ที่อมไว้ในปากโดยที่ไม่ทันได้เคี้ยวลิ้มรส

“เธอคิดว่าชั้นจะหลงกลลูกเล่นเดิมๆของเธอซ้ำสองรึไง ?” เกวลินหยิบผลไม้มาเคี้ยวระหว่างที่เจนยูกำลังสำลักไอโขลกๆ

น้ำหวานฉ่ำไหลออกมาจากการกัดคำแรก รสชาติมันหวานหอมล้ำยิ่งกว่าผลไม้ขนมหวานใดๆที่เธอเคยลิ้มรสมาก่อน แม้จะเคี้ยวกลืนลงคอไปยังก็ยังคงความหอมอวลจมูกไม่สร่างซา รสชาติมันล้ำเลิศจนเกวลินต้องระบายลมหายใจออกมาทางปากเบาๆ กลิ่นหอมของมันยังคงติดออกมากับลมหายใจของเธอด้วย

เจนยูเห็นอีกฝ่ายดื่มด่ำกับผลไม้ลูกเล็กนี้มากจึงหยิบมาเคี้ยวลูกหนึ่ง ไม่ได้อมเอาไว้ในปากอย่างเมื่อสักครู่ ทันทีที่ได้ลิ้มรสอาการของเธอยังยิ่งกว่าเกวลินหลายเท่า เธอถึงกับเคลิบเคลิ้มตาลอยเลยทีเดียว

เกวลินหยิบผลไม้ลูกต่อมาเข้าปากเคี้ยวอย่างช้าๆพยายามลิ้มรสให้มากที่สุด “ท่านลอเรนซ์ ผลไม้นี้มีชื่ออย่างไรหรือ ? เพียงแค่ผลไม้ชนิดนี้ท่านก็สามารถทำการค้าขายกับมนุษย์เราได้อย่างสบาย ท่านสามารถซื้อจิตใจของผู้คนที่ใฝ่หาความล้ำเลิศในรสชาติอาหารได้ด้วยผลไม้เล็กๆเหล่านี้”

“บอกกล่าวตามตรงว่าเราก็ไม่ทราบเช่นกันว่าผลไม้ชนิดนี้มีชื่อว่าอย่างไร แต่มันเป็นอาหารโปรดของมอนสเตอร์ร้ายกาจในป่าลึก สตีลบาร์คต้องสิ้นชีพถึงสามรอบจึงสามารถลักลอบเด็ดเก็บมาได้สองพวง”

พอได้ยินเช่นนั้นเกวลินจึงถามถึงเรื่องหนึ่งที่เธอสงสัย “เวลาที่ลีนส์เช่นพวกท่านเสียชีวิตแล้วจะต้องกลับไปเกิดใหม่ที่จุดกำเนิดเช่นเดียวกันกับมนุษย์เราหรือไม่ ?”

“พวกเราเองก็ไม่ต่างกับท่านมากนัก ถ้าเสียชีวิตร่างกายจะสลายกลายเป็นร่างวิญญาณจากนั้นจึงไปรวมตัวกันที่ผลึกวิญญาณ และต้องใช้เวลาช่วงหนึ่งจึงจะสามารถสร้างร่างกายขึ้นมาใหม่ได้ เพียงแต่ผลึกที่เราใช้นั้นมีขนาดเล็กกว่าของพวกท่านหลายเท่านัก”

“ท่านเคยเห็นผลึกบันทึกจุดเกิดของพวกเราด้วยหรือ ?” เกวลินหรี่ตาขมวดคิ้วเล็กๆถาม

ลอเรนซ์ยิ้มอย่างมีเลศนัยเช่นเคย “มนุษย์เช่นพวกท่านนั้นมีรูปแบบการแต่งกายที่หลากหลาย การปลอมแปลงแทรกซึมเข้าไปสืบข่าวนั้นไม่ใช่เรื่องยากเย็นสักเท่าใดนัก เรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับมนุษย์ที่เรารับทราบก็ได้มาด้วยวิธีนี้เอง เอาล่ะ เราจะเผยความลับอย่างหนึ่งของพวกเราเหล่าลีนส์แก่ท่าน”

เขาเปิดฝาครอบอาหารออกด้วยตัวเอง สิ่งที่จัดวางอยู่บนถาดนั้นคือสิ่งของต่างๆชิ้นเล็กๆมากมายหลายอย่าง มีทั้งผลึกแร่หลากสี ลูกไม้บางอย่าง ก้อนหิน เปลือกหอย หินสลัก กรงเล็บ เขาสัตว์ ขนนก ดอกไม้ มีแม้กระทั่งอาวุธมีดสั้นลูกดอกหัวธนู

“ลีนส์เช่นพวกเรานั้นมีพลังเวทย์ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกาย พวกเราดูดซับพลังเวทย์ต่างๆจากธรรมชาติ สิ่งของที่ท่านเห็นเหล่านี้ล้วนมีพลังเวทย์เก็บสะสมอยู่ภายใน เราได้สั่งการให้นักปรุงอาหารส่วนตัวของเราเลือกวัตถุดิบที่แสดงให้เห็นถึงพลังเวทย์ได้อย่างชัดเจนแม้จะมองด้วยสายตามนุษย์เช่นท่าน” พูดจบลอเรนซ์ก็วางมือลงที่ขอบถาดซ้ายขวา

ทันทีที่เขาสัมผัสถูกพื้นผิวของถาดโลหะ วัตถุดิบต่างๆก็ปล่อยคายละอองพลังเวทย์หลากสีสันออกมา มีทั้งที่เป็นอณูละอองเล็กละเอียดไปจนถึงกลุ่มก้อนคล้ายหมอกควันและเส้นสายโชยพลิ้ว ละอองพลังเวทย์ต่างๆผสมผสานรวมตัวกันเป็นกระแสสีรุ้งโชยพัดพันรอบตัวลอเรนซ์อย่างเชื่องช้านิ่มนวล จากนั้นมันก็ค่อยๆสลายซึมผ่านเข้าไปในร่างกายของเขาอย่างต่อเนื่อง

การ “รับประทานอาหาร” นี้ดำเนินต่อไปอย่างเงียบเชียบอีกครู่หนึ่งก่อนจะหยุดลงเพราะวัตถุดิบนั้นถูกสกัดปล่อยพลังงานออกมาจนหมดสิ้น เกวลินต้องจับจ้องมองกระบวนการนั้นตกตะลึงทึ่งฉงนจนตาโต

“อ้ำ” เจนยูป้อนลูกไม้ลูกหนึ่งใส่ปากที่อ้าค้างของเกวลินแล้วใช้มือดันคางขึ้นเพื่อปิดปากค้างอ้าของเธอ

เกวลินเคี้ยวผลไม้ช้าๆ รสชาติที่ได้รับนั้นด้อยลงไปมากเพราะโดนความตกตะลึงดึงดูดความสนใจไปเกือบหมด เจนยูดูท่าจะไม่สนใจกระบวนการที่น่าทึ่งนี้มากนักเพราะระหว่างที่เกวลินตกตะลึงอยู่เธอแอบหยิบเอาผลไม้ส่วนของเพื่อนสาวกินไปเกือบครึ่งแล้ว

“นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเรามีความสามารถในการใช้เวทมนต์เหนือกว่ามนุษย์เช่นพวกท่าน พวกเราดูดกลืนพลังเวทย์เข้าสู่ร่างกายอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นร่างกายของพวกเราจึงมีความคุ้นเคยกับพลังเวทย์ชนิดต่างๆและสามารถเรียกใช้งานพลังเวทย์เหล่านั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งกว่าเผ่าพันธุ์ใด แต่ข้อได้เปรียบนี้ก็เป็นข้อเสียในเวลาเดียวกัน ลีนส์เรานั้นพึ่งพาการใช้พลังเวทมนต์มากเกินไปจนกลายเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องมีในการดำรงชีวิต ดังนั้นเมื่อต้องเผชิญกับกำแพงสลายเวทมนต์ที่มนุษย์ท่านกางไว้ตลอดแนวทำให้เราไม่สามารถรุกหน้าเลยผ่านแนวกำแพงไปได้” ลอเรนซ์อธิบาย

“แต่เมื่อครู่นี้ท่านบอกว่าได้ส่งสปาย … สายลับไปสอดแนมหาข้อมูลในดินแดนมนุษย์ไม่ใช่หรือ ถ้ากำแพงสลายพลังเวทย์ส่งผลรุนแรงถึงเพียงนั้นแล้วท่านส่งพวกเข้าข้ามไปได้อย่างไร” เกวลินสงสัย

ลอเรนซ์หยุดชั่งใจครู่หนึ่งก่อนจะบอกความลับสำคัญออกไป “นั่นก็เพราะพวกเราเผ่าลีนส์นั้นมีบางส่วนที่สืบทอดเชื้อสายมาจากสายเลือดโบราณตั้งแต่ยุคสมัยที่พวกเรายังไม่ได้พึ่งพาเวทมนต์จนขาดไม่ได้อย่างทุกวันนี้ พวกเขาเหล่านี้สามารถมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาพลังเวทมนต์อย่างเช่นลีนส์ทั่วไป ท่านเองก็ได้พบกับพวกเขามาแล้ว พวกเขาคือเหล่านักรบชาโดว์มูนวอริเออร์นั่นเอง เราคาดเดาว่าแขนกลของท่านถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยโบราณที่ลีนส์และดาลัสยังทำสงครามกันอยู่ ดังนั้นมันจึงสามารถตรวจจับลีนส์สายเลือดเก่าเหล่านั้นได้”

เกวลินก้มลงมองแขนกลในมือขวาของตัวเอง เมื่อย้อนคิดดูแล้วแขนกลนั้นส่งเสียงกระดิ่งเตือนเฉพาะเวลาที่ได้เจอกับนักรบชุดดำพวกนั้นจริงๆ “ทำไมท่านจึงบอกความลับสำคัญเช่นนี้กับพวกเรา” เกวลินถามเสียงเครียดเพราะความลับเช่นนี้เป็นเรื่องสำคัญที่จะส่งผลร้ายแรงมากถ้าถูกเปิดเผยออกไป ด้วยความคิดระวังคนของเธอทำให้เธออดถามอย่างสงสัยไม่ได้ เธอคิดไปถึงว่าอีกฝ่ายอาจกำลังวางแผนจัดการเธออยู่ก็ได้

ดวงตาลอเรนซ์ทอประกายวาววับ “ท่านทราบหรือไม่ว่าแววตาของท่านตอนนี้นั้นฉายแววแหลมคมเจาะลึกอย่างที่ไม่มีในเด็กสาวอายุน้อย”

เกวลินจึงได้รู้ตัวว่าได้ปล่อยให้อารมณ์เข้าครอบงำจนแสดงความรู้สึกออกทางสีหน้าแววตา

“และในตอนนี้ท่านกลับสลายแววตาเฉียบคมดุจเหยี่ยวกลายเป็นไร้เดียงสาและอยากรู้อยากเห็นตื่นเต้นกับสิ่งใหม่ๆเช่นเดิม ถ้าท่านสามารถรักษาสภาพนี้ไว้ได้ตลอดเราก็คงจะไม่เอะใจ แต่เมื่อเห็นท่านสามารถสลับสับเปลี่ยนและควบคุมการแสดงออกของสีหน้าและอารมณ์ได้เช่นนี้ทำให้ข้าพเจ้ามั่นใจว่าท่านนั้นไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่มองเห็นจากภายนอก และนั่นทำให้ข้าพเจ้าเข้าใจว่าทำไมตนเองจึงสนทนากับท่านดุจดั่งว่าท่านเป็นผู้ทรงปัญญาแทนที่จะปฏิบัติกับท่านดั่งเด็กสาวไม่รู้เดียงสาอย่างที่เคยทำ ที่จริงแล้วเป็นเพราะข้าพเจ้าสามารถสัมผัสได้ถึงความลึกล้ำที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกของท่าน เพียงแต่ไม่สามารถอธิบายออกมาได้อย่างชัดเจน แต่ตอนนี้นับว่าเข้าใจดีแล้ว”

เกวลินยิ้มลึกให้อีกฝ่าย นับว่าเธอไม่แก่กล้าพอที่จะเก็บซ่อนสีหน้าอาการที่สมควรเก็บซ่อนเอาไว้อย่างมิดชิด แต่เมื่อได้รับประสบการณ์เช่นนี้แล้วเธอมั่นใจว่าจะสามารถทำได้ดีกว่านี้ในครั้งต่อๆไป “ท่านยังไม่ได้บอกเหตุผลที่เปิดเผยเรื่องสำคัญต่อข้าพเจ้า”

ลอเรนซ์ตอบด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “นั่นก็เพราะข้าพเจ้ากำลังยื่นข้อเสนอแก่ท่าน จารชนของข้าพเจ้าได้เล่าเรื่องราวต่างๆมากมายเกี่ยวกับมนุษย์ท่าน มีประโยคหนึ่งที่ข้าพเจ้าโปรดปรานมากนั่นคือประโยคที่ว่า อย่าหวังสิ่งใดจากผู้อื่นถ้าท่านไม่เคยให้ผู้อื่นก่อนเลย เหตุผลนี้นับว่าเพียงพอหรือไม่ ?”

เกวลินใช้ความคิดอย่างหนักระหว่างที่เจนยูป้อนผลไม้ลูกสุดท้ายใส่ปากเธอซึ่งแน่นอนว่าผลไม้ส่วนมากนั้นลงไปอยู่ในท้องของคนป้อนหมดแล้ว “ถ้าท่านอนุญาตให้ข้าพเจ้าและสหายข้าพเจ้าเจนยูเข้าออกเดินทางและใช้บริการต่างๆในดินแดนลีนส์ได้อย่างอิสระข้าพเจ้าจะบอกข้อมูลที่สำคัญอย่างยิ่งยวดของมนุษย์ให้แก่ท่านเป็นการแลกเปลี่ยนดีหรือไม่”

ลอเรนซ์เอียงหน้าด้วยความลังเล “นั่นออกจะเป็นข้อต่อรองที่ค่อนข้างสำคัญมาก ท่านแน่ใจหรือว่าข้อมูลความลับของท่านนั้นจะมีค่ามากพอที่จะแลกเปลี่ยนกับสิทธิพิเศษนั้น”

“ความลับของกำแพงสลายเวทมนต์ที่เป็นปัญหาของพวกท่านอยู่เวลานี้เป็นอย่างไร ?” เกวลินยิ้มอย่างถือดีเพราะเธอมั่นใจว่าอีกฝ่ายต้องไม่กล้าปฏิเสธข้อต่อรองนี้อย่างแน่นอน

ปฏิกิริยาของลอเรนซ์เป็นไปอย่างที่เธอคาด ใบหน้าของเขาแสดงความตกตะลึงออกมาอย่างเห็นได้ชัด “ท่านคงไม่ได้กล่าวล้อเล่นกระมัง”

เกวลินส่ายหน้า “ย่อมไม่ใช่การล้อเล่นแน่นอน”

“ท่านไม่ให้ความสำคัญกับเผ่าพันธุ์เดียวกันบ้างเลยหรือ”

เกวลินโน้มตัวไปด้านหน้าพูดเสียงเรียบ “ท่านลอเรนซ์ ท่านยังรู้จักมนุษย์อย่างเช่นพวกเราน้อยนัก พวกเรานั้นผ่านสงครามการต่อสู้มานับครั้งไม่ถ้วน แม้แต่ในเผ่าพันธุ์เดียวกันพวกเรายังเข่นฆ่าอย่างไร้ความปรานี ท่านไม่อาจเทียบวัดได้เลยว่าสัญชาติญานการต่อสู้ของพวกเรานั้นมีมากมายถึงเพียงใหน การที่ข้าพเจ้าบอกความลับนี้แก่ท่านไม่ได้ทำให้ท่านมีเปรียบมากกว่าพวกเราสักเท่าใดนักหรอก ข้าพเจ้าเพียงแต่ฉวยโอกาสหาผลประโยชน์ใส่ตัวในจังหวะที่เหมาะสมเพียงเท่านั้นเอง”

ลอเรนซ์นั่งนิ่งสบสายตากร้านโลกของอีกฝ่ายที่แสดงออกมาอย่างไม่ปิดบัง “ข้าพเจ้าต้องจัดการหารือกับฝ่ายต่างๆก่อนจึงจะให้คำตอบแก่ท่านได้”

เกวลินยิ้มกว้างกับการตัดสินใจของอีกฝ่าย “ที่จริงแล้วต่อให้ท่านไม่ดำเนินการให้พวกเราก็ไม่เป็นไร ถึงอย่างไรข้าพเจ้าก็จะบอกท่านอยู่ดีว่าความลับของกำแพงสลายเวทย์นั้นฝังอยู่ใต้ดินตลอดแนวกำแพงเก่าที่พวกท่านทำลายทิ้งไปนั่นเอง” ความลับนี้เกวลินได้รับรู้มาจากนายทหารที่เธอได้พบหลังจากถูกเล่นงานโดยนักรบชุดดำครั้งแรก

ลอเรนซ์จึงได้รู้ตัวว่าถูกอีกฝ่ายเอาคืนในการใช้จุดอ่อนเรื่องเกียรติและศักดิ์ศรีในการรักษาคำพูดอย่างที่เขาพึ่งใช้ไปในตอนที่เริ่มสนทนาในตอนแรก แต่อีกฝ่ายกลับเอาคืนด้วยการบอกความลับออกมาก่อนเสียด้วยซ้ำ นั่นยิ่งทำให้เข้าต้องวิ่งเต้นให้อีกฝ่ายได้ตามที่ต้องการไม่เช่นนั้นเขาจะถูกตราหน้าว่าเป็นคนที่ไม่รักษาคำพูดและไม่รู้จักบุญคุณ

อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญก็คือความเป็นไปได้ในคำพูดของอีกฝ่ายที่ว่าความลับของกำแพงสลายเวทย์นั้นอยู่ใต้ดิน ลีนส์เช่นพวกเขานั้นมีเวทมนต์สนับสนุนให้สามารถบินข้ามกำแพงได้อย่างง่ายดาย ในตอนแรกพวกเขายังหัวเราะเยาะใส่มนุษย์ที่สร้างกำแพงสูงไร้ประโยชน์ขึ้นมา จนกระทั่งพบว่าพลังเวทย์ของพวกเขาจะถูกสลายไปสิ้นทันทีที่ลอยตัวข้ามกำแพงจึงได้รู้ตัวว่าพลาดเสียแล้ว ด้วยศักดิ์และเกียรติของนักรบที่สูงส่งเช่นพวกเขาจึงไม่ใช้วิธีที่ต้อยต่ำอย่างเช่นการขุดลงไปใต้พื้นดิน เห็นได้ว่าเพียงแค่ทำสงครามต่อสู้กันไม่นานมนุษย์กลับสามารถศึกษาพวกเขาได้อย่างลึกซึ้ง

พอคิดได้ถึงตอนนี้ลอเรนซ์จึงได้รู้ตัวว่าพวกเขาประมาทมนุษย์เกินไปจริงๆ

“เราจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อให้ท่านได้สิ่งที่ต้องการ … การต่อสู้กับชาร์ปสตาร์ในอีกสิบวันท่านมีความมั่นในเอาชนะหรือไม่ ?” ลอเรนซ์เปลี่ยนหัวข้อสนทนา

เกวลินส่ายหน้ารัวยิก “ไม่มีแม้แต่น้อย บอกตามตรงว่าฝีมือข้าพเจ้านั้นไม่สามารถต่อกรกับยอดนักสู้เช่นนั้นได้เลย ที่เอาชนะมาได้ในครั้งแรกล้วนเป็นผลจากความประมาทศัตรูของอีกฝ่ายทั้งสิ้น คราครั้งนี้ต้องมาต่อสู้กับคนที่เตรียมพร้อมและระมัดระวังตัวอย่างเต็มที่ในสภาพที่มีเวทมนต์สนับสนุนด้วยแล้ว ปิดประตูชนะไปได้เลย”

“แต่ถึงอย่างนั้นท่านก็ยังรับคำท้าประลองของเขา ?”

“แน่นอน ข้าพเจ้ารับรองว่าจะต่อสู้อย่างเต็มความสามารถ แต่ผลอาจจะออกมาไม่งดงามนัก เพียงหวังว่าจะสามารถเก็บเกี่ยวความรู้และผลประโยชน์ให้มากที่สุดก่อนการประลองจะเริ่มขึ้นเท่านั้นเอง”

ลอเรนซ์คิดอะไรบางอย่างขึ้นได้จึงลุกขึ้นยืนอย่างกระทันหัน “ข้าพเจ้ามีเรื่องบางประการต้องรีบเร่งไปกระทำ พวกท่านต้องการอะไรเป็นพิเศษอีกหรือไม่ ?”

เกวลินหันไปมองเจนยูที่กินอิ่มและนอนหลับไปแล้วเพราะเบื่อที่จะฟังบทสนทนายากๆของทั้งสองคน “ข้าพเจ้าขอคนมาสอนภาษาลีนส์ให้แก่ข้าพเจ้าได้หรือไม่ และถ้ามีสถานที่ให้ข้าพเจ้าสามารถประกอบอาหารง่ายๆรับประทานได้ก็จะยิ่งดีมาก” เธอขอร้องคนสอนภาษาลีนส์เพื่อกลบเกลื่อนเหตุการณ์ที่เธออาจพลาดอ่านข้อความที่เธอไม่สมควรจะอ่านได้โดยไม่รู้ตัว ซึ่งนั่นจะสร้างความวุ่นวายขึ้นอย่างมาก

“ท่านล้อเล่นแล้ว ตัวหนังสือของพวกเรานั้นยากต่อการเรียนรู้ เป็นไปไม่ได้ที่ท่านจะเรียนรู้ภายในไม่กี่วันนี้ … แต่ข้าพเจ้าจะจัดการหาผู้สอนให้แก่ท่าน ขอตัวแล้ว ถ้าท่านมีความต้องการใดให้สอบถามสั่งการกับบริวารของข้าพเจ้าได้เลย” พูดจบก็เดินจากไปอย่างเร่งรีบปล่อยให้เกวลินหยิบหนังสือที่เขาปิดทิ้งไว้เมื่อสักครู่ขึ้นมาอ่านอย่างสนใจเพราะปกของหนังสือเล่มนั้นเขียนเอาไว้เป็นภาษาลีนส์ชัดเจนว่า “เรื่องเล่าตำนานเทพโบราณ”

------------

งานที่ช้าอยู่แล้วยิ่งช้าเข้าไปอีกเพราะว่าช่วงนี้ผมต้องไปสอบครับ ตอนนี้เป็นช่วงสอบของมหาวิทยาลัยรามคำแหง ผมเคยมั่นใจในความรู้ด้านภาษาอังกฤษระดับหนึ่งต้องอุทานออกมาว่า “ฮะ ??” เพราะศัพท์ภาษารูปประโยคแปลกประหลาดที่ไม่เคยได้พบเจอมาก่อน

เนื่องจากผมไม่ได้ทำการอัพบล็อกใดๆอาจทำให้ท่านผูอ่านที่ติดตามผลงานสงสัยว่าผมหายไปใหน ดังนั้นผมจึงได้สร้าง ล็อกอินข้ามศตวรรษ Google+ Page ขึ้นมาเพื่อแจ้งข่าวความก้าวหน้าว่าไม่ได้หายไปใหน ท่านผู้อ่านสามารถติดตามความคืบหน้าได้ที่ Page นี้เลยครับ

ชาลี

๓๑ มกราคม ๒๕๕๕

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านผลงานครับ



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ล็อกอินข้ามศตวรรษ (online,ออนไลน์) ตอนที่ 9 : เกียรติและศักดิ์ศรี , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 7140 , โพส : 35 , Rating : 302 / 62 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2

#35 : ความคิดเห็นที่ 8723

PS.  จากอดีตถึงปัจจุบันสู่อนาคต กาลเวลาผ่านไปตัวฉันก็ยังคงเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ\\\\\\\'อย่างไม่มีสิ้นสุด\\\\\\\' 
Name : ♛DEARYOU♛< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ♛DEARYOU♛ [ IP : 118.174.124.149 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 สิงหาคม 2557 / 11:09

#34 : ความคิดเห็นที่ 8316
แต่ละตอนยาวสะใจมากคับ เรื่องอื่นอ่านแปบเดียวก็จบตอนแล้ว
Name : lnwmaster< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ lnwmaster [ IP : 27.55.220.123 ]
Email / Msn: mamimoza_club(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 พฤษภาคม 2557 / 23:31


#33 : ความคิดเห็นที่ 7536
สนุกดีจ้า สนุกขึ้นเรื่อยๆเลย >w<

PS.  ขอบคุณ =)
Name : ฮัดชิ่ววว~< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ฮัดชิ่ววว~ [ IP : 171.98.162.103 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 มกราคม 2557 / 18:16

#32 : ความคิดเห็นที่ 7232
หนุกหนานๆ
PS.  อยู่ไปก็ไร้ความหมาย หากไร้ชีวิตชีวา
Name : ้heisai09< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ้heisai09 [ IP : 27.145.230.182 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 ธันวาคม 2556 / 11:47

#31 : ความคิดเห็นที่ 6024
สนุกดีครับ เนื้อเรื่องน่าสนใจขึ้นเรื่อยๆ มีกลิ่นอายของการผจญภัย ไม่ไวเกิน ไม่หวือหวาจนดูน่าเบื่อโอเว่อเกิน เรื่อยๆแต่น่าติดตาม
Name : ฟาร์น< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ฟาร์น [ IP : 110.164.45.146 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 กันยายน 2556 / 13:26

#30 : ความคิดเห็นที่ 5466
ช่วงแรกๆรู้สึกการบรรยายมันจะยืดๆ ทำให้ผมหลับบ่อยๆ แต่พอช่วงคุยกับพวกลีนส์ มันทำให้การเสวนารู้สึกไหลลื่นดีครับ
Name : อ่านเฉยๆ [ IP : 124.121.147.38 ]
Email / Msn: -
วันที่: 17 กรกฎาคม 2556 / 17:32

#29 : ความคิดเห็นที่ 4092
ตอนแรกอ่านแล้วรู้สึกว่า "จืดๆ ดิ้นรน ฉากไม่ค่อยงดงาม ตัวละครซวยอย่างน่าปวดใจ" แต่พออ่านตอนนี้แล้วรู้สึก...ลงตัวอย่างมากๆ สนุกมากเลย อ่า ที่สำคัญบทหนึ่งยาวมากๆ
PS.  เมื่อคุณมีความภูมิใจและมีความรักตัวเองอย่างเพียงพอ คุณจะไม่โหยหาความรักจากคนอื่น
Name : เฮเบียนัม บราวน์< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เฮเบียนัม บราวน์ [ IP : 110.168.214.147 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2556 / 19:12

#28 : ความคิดเห็นที่ 3477
สนุกมากครับ  ขอบคุณครับ
Name : งำงำ< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ งำงำ [ IP : 125.24.249.168 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 ธันวาคม 2555 / 14:12

#27 : ความคิดเห็นที่ 3378
อยู่ในเงาได้แป๊บเดียวต้องโผล่อีกแล้ว สนุกมากชอบๆ

เข้าเงาไปอ่านต่อแล้ว
Name : Benzko19< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Benzko19 [ IP : 110.77.212.51 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 ธันวาคม 2555 / 13:36

#26 : ความคิดเห็นที่ 2997
เกวลิน เป็นผู้มีปญาญาแล้วไม่ใช่อ่อนๆนะ
PS.  ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เข้าชม My.iD ของผม กันบ้างนะครับ
Name : manima< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ manima [ IP : 115.87.134.224 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 ธันวาคม 2555 / 23:02

#25 : ความคิดเห็นที่ 2980
ยิ่งอ่านก็ยิ่งชื่นชอบและชื่นชมในการใช้ภาษาในตอนนี้มากมายเลยค่ะ
Name : entask< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ entask [ IP : 223.206.172.192 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 ธันวาคม 2555 / 14:11

#24 : ความคิดเห็นที่ 2978
สนุกงานครับ ลึกซึ้งเกินบรรยายจริงๆ อยากรู้แล้วสิว่าเกวลินจะต่อสู้ยังไง....หุหุ
Name : นักอ่านหัดแต่ง< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ นักอ่านหัดแต่ง [ IP : 49.228.14.41 ]
Email / Msn: montol.0573(แอท)gmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 ธันวาคม 2555 / 14:09

#23 : ความคิดเห็นที่ 1829
เรื่องนี้ ชักสนุกขึ้นไปทุกทีแล้วสิ = =a
PS.  
Name : bam_ja< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ bam_ja [ IP : 110.164.62.50 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 ตุลาคม 2555 / 02:05

#22 : ความคิดเห็นที่ 1666
ภาษาหลากหลาย อ่านแล้วแปลกใหม่ดี 
ปกตินิยายทั่วไปจะใช้ภาษาระดับเดียวกันหมด 
ถึงจะแปลก แต่รู้สึกดี
Name : siney< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ siney [ IP : 203.144.144.164 ]
Email / Msn: chutinank2507(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 กันยายน 2555 / 03:18

#21 : ความคิดเห็นที่ 1338
งืมๆ ยิ่งอ่านยิงเริมสับสนกับภาษาที่แก้วใช้แล้วละ
PS.  ถึงจาเป็นคนผิด แต่ก็มายดายหมายความว่าจาเป็นคนร้ายน้า...T^T
Name : Fateจัง< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Fateจัง [ IP : 182.53.115.57 ]
Email / Msn: kitti741(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 กรกฎาคม 2555 / 11:07

#20 : ความคิดเห็นที่ 1177

อ่านต่อค่ะ ติดแล้วอะ ^O^

Name : >Iฟื้oJฟ้า<< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ >Iฟื้oJฟ้า< [ IP : 49.48.95.220 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 มิถุนายน 2555 / 21:50

#19 : ความคิดเห็นที่ 828
สนุกๆๆๆมากๆๆๆๆ
Name : PoGeE< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ PoGeE [ IP : 125.26.70.211 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 พฤษภาคม 2555 / 01:08

#18 : ความคิดเห็นที่ 783
อืม ถึงจะช้าไป แต่ก็ขอบอกว่า ภาษาอังกฤษของรามคำแหง มีชื่อเสียงและมาตรฐานเท่าเทียมธรรมศาสตร์ ห้ามประมาท
Name : ซาลาสซา< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ซาลาสซา [ IP : 58.11.65.101 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 พฤษภาคม 2555 / 04:26

#17 : ความคิดเห็นที่ 771
สนุกดีครับ วันนี้อ่านมาหลายตอนรวดๆเลยจ้า 555+
Name : มีแต่คนชื่อเหมือนผมอะ< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มีแต่คนชื่อเหมือนผมอะ [ IP : 180.183.66.3 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 พฤษภาคม 2555 / 07:36

#16 : ความคิดเห็นที่ 708
 เรื่องนี้จะยูริหรอ ไม่น้า
PS.  งืมๆ งามๆ
Name : Merchant< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Merchant [ IP : 223.205.22.132 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 พฤษภาคม 2555 / 22:49

#15 : ความคิดเห็นที่ 635
ผู้หญิงทั้งคู่??????????????????????????

แล้ว...


PS.  ...รักเธอเท่าฟ้า แต่รักหมาเท่าเธอ...
Name : puriniie< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ puriniie [ IP : 58.11.251.252 ]
Email / Msn: puriniie(แอท)msn.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 พฤษภาคม 2555 / 14:05

#14 : ความคิดเห็นที่ 496
อีกนิดนึงนะ orz (ตะกี้เปลี่ยนคอมเลยตัดคอมเมนต์ไปก่อน)

"นอกจากคอเสื้อที่เป็นวงรอบคอล้อมลงมาปิดหน้าอกและอ้อมไปด้านหลังแล้ว" ใช้คำได้เหมือนกำลัง "สวมใส่คอเสื้อ" ไม่ใช่ "สวมเสื้อ" เลยอะค่ะ ^ ^''
"ยาวเลยหัวเหน่าเธอลงไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น" เราว่าหัวเหน่าในบริบทที่เต็มด้วยคำเวิ่นเว้อสวยงาม มันดูโดดเด้งในทางหยาบๆไงไม่รู้อะ

"ปกของหนังสือเล่นนั้น" เล่มนั้น
Name : ลมิ้น(จริงๆจ้ะ)< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ลมิ้น(จริงๆจ้ะ) [ IP : 58.11.7.177 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 เมษายน 2555 / 20:36

#13 : ความคิดเห็นที่ 495
 "เขาคงคิดว่ารายงานที่ได้รับนั้นเป็นเรื่อเหลวไหล"  เรื่อง  จ้า  

ถัดมาอีกนิด "เขาไม่สามารถทำความเข้าใจได้ว่าทำไปเด็กสาวคนนี้จึงสามารถทนทานรับความเจ็บปวดทรมาณ"  ทำไปเด็กสาวคนนี้<< ทำไม ,  

สามารถทนทานรับความเจ็บปวดทรมาณฯ นั่นมันดูแปลกๆ  คิดว่าถ้าไม่ "ทนรับความเจ็บปวด" ก็น่าจะ "ทนทานต่อความเจ็บปวด"  ประมาณนี้มากกว่า  

ตรงจบย่อหน้าที่  "ทนทานรับได้" ก็ดูยาวแปลกๆ  เพราะใช้คำบรรยายที่สวยงามเวิ่นเว้อ ทำให้อารมณ์ไม่เข้ากับบรรยากาศช่วงนี้ที่เป็นทหาร/นักรบคิด  ฟีลมันสวยงามนุ่มนวล ประมาณนั้นอะค่ะ   (ก็ไม่ได้ว่ามันไม่ดีนะคะ  แค่แสดงความเห็นเฉยๆ เพราะบางอย่างมันก็เป็นสไตล์เอกลักษณ์ของคนแต่ง/ของตัวละคร  พอดีช่วงนี้เรากำลังชอบนิยายสไตล์จีนๆ เลยชินกับสไตล์ใช้คำดุดันกว่าล่ะมั้ง 5555)


คำผิด (ต่อ) "ที่พวกข้ามารออยู่นะที่นี้ด้วยมีข้อขอร้องบางอย่างต่อท่านลอเรนซ์" ณ ที่นี้


ปล. เผลออ่านเมืองซิลเวอร์ซีด (SilverSeed?) เป็น ซิลเวอร์+ซีด(สีจาง) ฮาา
Name : ลมิ้น(จริงๆจ้ะ)< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ลมิ้น(จริงๆจ้ะ) [ IP : 115.87.186.6 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 เมษายน 2555 / 20:04

#12 : ความคิดเห็นที่ 425
สนุกขึ้นเรื่อยๆเลย
PS.  สุขสันต์วันสิ้นโลก
Name : .: Ar :.< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ .: Ar :. [ IP : 125.25.46.86 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 เมษายน 2555 / 11:39

#11 : ความคิดเห็นที่ 301
 เข้มข้น สนุก น่าติดตาม
PS.  นักอ่านข้ามมิติ
Name : "รู้จักพอก่อสุขทุกสถาน"< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ "รู้จักพอก่อสุขทุกสถาน" [ IP : 115.87.173.192 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 มีนาคม 2555 / 03:06

หน้าที่ 1 | 2
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

"หนังสือสดใหม่ ประจำเดือน พฤศจิกายน 2557"

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android