สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ล็อกอินข้ามศตวรรษ (online,ออนไลน์)

ตอนที่ 30 : ภาพลวงตาของความจริง


     อัพเดท 11 พ.ย. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: แฟนตาซี, เกมออนไลน์, เวทย์มนต์, ผจญภัย, ไขปริศนา, online, yuri, ยูริ, ฮาเร็ม
ผู้แต่ง : originalBlueSin ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ originalBlueSin
My.iD: http://my.dek-d.com/originalBlueSin
< Review/Vote > Rating : 93% [ 77 mem(s) ]
This month views : 841 Overall : 351,984
8,744 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 1638 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ล็อกอินข้ามศตวรรษ (online,ออนไลน์) ตอนที่ 30 : ภาพลวงตาของความจริง , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 5802 , โพส : 38 , Rating : 246 / 51 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


ล็อกอินข้ามศตวรรษ ล็อกอินข้ามศตวรรษ

 

ตอนที่ ๓๐ ภาพลวงตาของความจริง

 

ตอนที่ ๓๐ ภาพลวงตาของความจริง

เกวลินลืมตาตื่นขึ้นมาโดยปราศจากความงัวเงีย มันเป็นความรู้สึกที่จะได้รับจากการนอนหลับพักผ่อนในเวลาปกติที่ปฏิบัติเป็นประจำเท่านั้น การนอนเกินเวลาหรือก่อนเวลาจะสร้างความรู้สึกง่วงเพลียมากกว่า ความรู้สึกนี้ทำให้เกวลินรู้สึกแปลกประหลาดเหมือนหลุดจากช่วงเวลาที่แท้จริง เธอเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าในโลกแห่งความจริงแล้วตอนนี้เป็นเวลาเท่าไหร่กันแน่

“เป็นยังไงบ้าง ?” ถึงแม้เกวลินจะไม่ได้ขยับตัวเป็นสัญญาณแต่กับคนที่เฝ้าดูอยู่การลืมตาตื่นของคนสำคัญย่อมสัมผัสรับรู้ได้ไม่ยากเย็น

“แก้วหลับไปนานแค่ไหนเหรอ” เกวลินถามพลางพยุงตัวลุกขึ้นพิงเจนยูที่นั่งเหยียดขาชันเข่าข้างหนึ่งอยู่ข้างๆ

“ก็ประมาณสองชั่วโมง” คนถูกถามตอบด้วยรอยยิ้มปิดบังเรื่องราวอาการยามหลับของอีกฝ่ายเอาไว้อย่างแนบเนียนมิดชิด เธอจะบอกได้หรือว่าคนรักของตนเองนั้นนอนน้ำตาไหลพรากอยู่ชั่วโมงเต็ม

เกวลินนิ่งมองดูตะเกียงน้ำมันในครอบกระจกที่แขวนอยู่กลางกระท่อมน้ำแข็งโดยไร้คำพูดครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจครั้งหนึ่ง

“ … ถ้าแก้วอยากรู้เรื่องราวในอดีตจริงๆแก้วไปติดต่อขอข้อมูลที่ฝ่ายทะเบียนได้นะ”

“ทำแบบนั้นได้ด้วยเหรอ ?”

“อื้อ ฝ่ายทะเบียนจะมีบันทึกเอาไว้หมดแหละว่าเราเคยติดต่อใช้งานบริการออนไลน์โลกเสมือนแบบไหนบ้าง ก็มีพวกคนที่อยากจะรักษาความลับของตัวเองเอาไว้ให้มากที่สุดที่คอยไปเช็คดูตลอด ถ้าแก้วไปยื่นคำร้องก็คงจะรู้หมดแหละว่าเคยไปใช้บริการของอะไรที่ไหนบ้าง”

เกวลินทบทวนความคิดที่ผ่านมาแล้วก็อดกังวลไม่ได้ ตั้งแต่ที่ได้รับรู้เรื่องราวของกล้าความรู้สึกสำนึกของตัวเธอคนเดิมก็ปะทุพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างที่สามารถรู้สึกได้ชัดเจนถึงความแปลกปลอม ถ้าเธอพยายามทำความรู้จักเจาะค้นข้อมูลของตนเองมากยิ่งไปกว่านี้แล้วเธอจะเป็นอย่างไรต่อไปกันแน่

เกวลินถอนหายใจยาวเพื่อระบายความอัดอั้นในใจออกมา “ … ไม่ละ แค่นี้ก็พอแล้ว แก้วคิดว่าแก้วไม่อยากรู้จักตัวเองเมื่อก่อนมากกว่านี้แล้ว เสียศูนย์น่ะ บอกไม่ถูกเหมือนกัน”

เจนยูนึกสภาพของคนรักเมื่อสักครู่แล้วก็เห็นด้วยว่าแบบนั้นน่าจะดีกับทั้งเธอและเกวลินมากกว่า “งั้นแก้วจะทำอะไรต่อดีล่ะ อีกตั้งสามสิบชั่วโมงกว่ายูจะเข้าเกมได้อีก … แก้วจะเข้าไปก่อนก็ได้นะ เดี๋ยวยูหาอะไรทำรอเวลาแล้วตามไปทีหลัง”

เกวลินที่มีสภาพจิตใจดีขึ้นแล้วใช้นิ้วจิ้มแก้มอีกฝ่ายเบาๆกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “จริงรึเปล่า แหม ปกติล่ะเกาะติดหนึบ ทียังงี้ล่ะไล่เชียวนะ … แก้วจะให้โอกาสอีกครั้ง บอกมาตามตรงว่าจะให้แก้วเข้าไปก่อนจริงๆรึเปล่า”

คนโดนเย้าจับจ้องมองรอยยิ้มของอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด เธอรู้สึกเหมือนกับว่าในตอนนี้พวกเธอมีความสนิทสนมกันมากกว่าในเกมเสียอีก

“อ่า … ก็ จริงๆน่ะเหรอ จริงๆก็อยากให้แก้วอยู่ด้วยกันแล้วเข้าเกมไปพร้อมๆกันมากกว่า” เจนยูตอบพร้อมกับรอยยิ้มกระอักกระอ่วนเขินอายเกาหัวแกรกๆ

“ป่ะ งั้นยูพาแก้วเที่ยวหน่อย เที่ยวซักพักแล้วเราไปห้องสมุดกัน” เกวลินจำได้ว่ามีบริการโลกเสมือนที่ให้ความรู้ต่างๆอยู่ด้วย

“ห้องสมุด ? ทำไมต้องไปห้องสมุด” เจนยูลืมตาโต กับคนในยุคนี้แล้วห้องสมุดนับได้ว่าเป็นตัวเลือกอันดับท้ายๆที่คนเลือกจะไปกันเลยทีเดียว

“แก้วมีเรื่องหลายๆอย่างที่สงสัยน่ะ ยูก็ลองไปดูพวกรูปแบบการต่อสู้แบบต่างๆสิ อาจจะช่วยเรื่องการเล่นเกมได้นะ … แล้วคนยุคนี้ไม่สนใจจะเข้าห้องสมุดกันเหรอ ?”

เจนยูเลิกคิ้วข้างหนึ่ง “คนยุคนี้ พูดยังกับว่าตัวเองเป็นพวกหลงยุค … ถ้าไม่ใช่พวกที่อยากยกระดับชนชั้นตัวเองจริงก็ไม่มีใครเค้าอยากไปกันหรอก อืม … ไปดูวิธีการต่อสู้โบราณก็ดีเหมือนกันนะเผื่อจะได้แนวคิดใหม่ๆ”

การพาเที่ยวของเจนยูทำให้เกวลินได้รับรู้สภาพสังคมในโลกเสมือนนี้ในหลายๆมุมมอง สิ่งหนึ่งที่เธอพึ่งจะรู้ก็คือการค้าขายหรือก่อตั้งกิจการต่างๆของคนในยุคนี้จะเป็นสิทธิพิเศษสำหรับคนในชนชั้นมันสมองขึ้นไปเท่านั้น และการใช้ชีวิตของชนชั้นส่วนเกินเหล่านี้ดูจะพิลึกกึกกือในหลายๆด้าน

ประการแรกก็คือด้วยสวัสดิการของรัฐทุกคนจะได้รับสารอาหารสำหรับเลี้ยงชีวิตได้อยู่แล้ว ต่อให้อยู่เฉยๆก็ไม่อดตายแน่ๆ แต่ดูเหมือนว่าผู้คนต่างก็ต้องดิ้นรนทำงานแบบหลอกๆเพื่อแลกมากับทรัพย์สินส่วนตัว อย่างเช่นเจนยูที่คอยไล่พวกสัตว์ที่เข้ามารบกวนทำลายสวนผักของผู้ใช้งานเว็บอิคุหลายๆคนแลกกับเงินส่วนแบ่งเล็กน้อยจากการขายวัตถุดิบเหล่านั้น และวัตถุดิบเหล่านั้นก็จะถูกผู้ใช้คนอื่นๆที่ทำอาหารแบบหลอกๆนำมาขายให้กับผู้ใช้คนอื่นๆ

“นี่มันเหมือนร้านอาหารมั้ย ?” เกวลินถามระหว่างที่หั่นเนื้อย่างหนาชุ่มน้ำราดใส่ปากเคี้ยว

“ก็เหมือนร้านในเว็บน่ะ … เทียบกับในร้านอาหารข้างนอกไม่ได้หรอก แต่จานนั้นก็แพงอยู่นา”

เกวลินเคี้ยวลิ้มรสอยู่สองสามครั้งก็ต้องแสดงสีหน้าผิดหวังออกมา เนื้อที่ดูแล้วเหมือนจะหวานอร่อยนี้กลับมีรสชาติแสนจะทื่อด้านไร้ความกลมกล่อมอย่างสิ้นเชิง มันสะกิดความรู้สึกตะหงิดสงสัยใจอะไรบางของในตัวเธอขึ้นมาแต่เธอนึกไม่ออกว่ามันคืออะไร

เจนยูมองเห็นสีหน้าเกวลินแล้วก็หัวเราะออกมาพร้อมกับยื่นน้ำส้มแก้วหนึ่งให้ เกวลินรับน้ำส้มที่ดูเหมือนจะคั้นออกมาสดๆทั้งยังมีเกล็ดส้มลอยอยู่ในแก้วขึ้นจิบก่อนจะถอนหายใจ รสชาติของมันยังแย่ยิ่งกว่าน้ำหวานกลิ่นส้มราคาถูกในความทรงจำของอิสยะเสียอีก

หลังจากที่ลิ้มชิมรสอาหารสุดแย่จากสมาชิกเลเวลสูงแล้วเจนยูก็พาเกวลินไปยังล็อบบี้ที่เป็นศูนย์รวมของผู้คนทั้งหมด เปรียบเทียบกันแล้วก็เป็นเหมือนกับห้องพักก่อนเข้าสู่ห้องย่อยตามแต่ความต้องการของแต่ละคน ห้องโถงนั้นกว้างสุดลูกหูลูกตาชนิดที่ว่าเป็นไปไม่ได้เลยถ้านำไปเปรียบเทียบกับขนาดของอาคารที่มองเห็นภายนอก

สิ่งหนึ่งที่สะดุดตาเกวลินมากๆก็คือการแต่งกายที่หลากหลายพิสดารตระการตา บางคนยังมีแสงประกายระยิบระยับส่องกระทบตาจนโดดเด้งออกมาจากฝูงคน เจนยูอธิบายให้เธอฟังว่านั่นเป็นอุปกรณ์เสริมที่ต้องจ่ายเงินซื้อเพิ่มเติม

ในความคิดของเกวลินแล้วเธอนึกภาพคนในยุคสามร้อยปีก่อนแข่งขันแต่งตัวเพื่อแย่งชิงความเป็นจุดเด่นอย่างเปิดเผยเช่นนี้ไม่ออกจริงๆ อย่างน้อยก็ในที่สาธารณะ แต่ดูเหมือนว่าช่วงเวลาอันยาวนานที่ผ่านไปได้ปรับเปลี่ยนนิสัยผู้คนจนเห็นว่าเรื่องเช่นนี้เป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว

หลังจากที่ปวดหัวกับจำนวนคนที่มากมายมหาศาลอยู่พักหนึ่งเกวลินก็ชักชวนให้เจนยูพอเธอไปห้องสมุดเสียที เธอนั้นไม่ถูกกับผู้คนจำนวนมากมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

แต่แทนที่เจนยูจะพาเธอซ้อนมอเตอร์ไซค์ไปอย่างเช่นขามากลับกลายเป็นว่าทั้งสองต้องเดินเลียบถนนที่แสนจะพลุกพล่านไปยังสถานีรถรางที่อยู่ห่างไปจากที่ตั้งเว็บอิคุนิดเดียวเท่านั้น เจนยูก็ไม่สามารถบอกเกวลินได้เช่นกันว่าทำไมจึงต้องทำเช่นนี้ เธอรู้แต่ว่าการติดต่อกับสถานที่ราชการจะต้องทำเช่นนี้เท่านั้น

เกวลินถามเจนยูถึงจุดเชื่อมต่อโนดของกองสลากกินแบ่งที่เธอเห็นในตอนที่ออกจากเกมครั้งแรกและได้รับคำตอบว่าถ้าเป็นการติดต่อจากราชการโดยตรงผ่านการเชื่อมต่อส่วนตัวก็จะเป็นเช่นนั้น แต่ถ้าเป็นการเชื่อมต่อแบบสาธารณะจะต้องติดต่อผ่านรถโดยสารเช่นนี้ทุกครั้ง

“เพื่อความปลอดภัยอะไรนี่แหละ” เจนยูยักไหล่ตอบเกวลินระหว่างที่จูงมือกันเดินเข้าไปในรถรางรูปแบบโบราณนั้น

มันออกจะดูผิดธรรมชาติอยู่บ้าง หลังจากที่เคลื่อนย้ายออกจากสถานีได้สักพักพนักงานประจำรถก็เดินทางมาสอบถามปลายทางของทั้งสองคน

“น้องเจนจิรากับน้องเกวลินจะไปที่ไหนดีคะ ?” กับคนที่สามารถเรียกดูข้อมูลทะเบียนประชาการของประชาชนได้ตามใจ เพียงแค่ชื่อนั้นไม่ใช่ปัญหาสำคัญที่ต้องเอามาเป็นกังวล

“ไปห้องสมุดค่ะ” เจนยูตอบ

พนักงานหญิงสำรวจมองดูทั้งสองแวบหนึ่ง เด็กวัยรุ่นอายุน้อยแค่นี้แต่มีความสนใจจะเดินทางไปยังห้องสมุดนั้นมีไม่มากนัก “น้องบอกพี่ได้มั้ยคะว่ามีความต้องการอะไรเป็นพิเศษที่ห้องสมุด”

“ไปหาความรู้ทั่วไปที่สงสัยค่ะ ส่วนเพื่อนหนูจะไปหาความรู้เกี่ยวกับการต่อสู้เอาไว้ใช้ในเกมออนไลน์ค่ะ” เกวลินตอบบ้าง

พนักงานสาวยิ้มกว้างครั้งหนึ่ง “ถึงแล้วค่ะ”

เจนยูนั้นลุกขึ้นจากที่นั่งไม่พูดอะไรแต่เกวลินรู้สึกมึนงงอยู่บ้าง เธอพึ่งบอกจุดหมายการเดินทางก็ไปถึงทันทีแล้วรึ แล้วการเดินทางระยะไกลจากบ้านของเจนยูไปเว็บอิคุนั่นมันอะไรกัน

อารคารทรงไทยร่วมสมัยนั้นดูขัดๆกันอยู่บ้าง ตัวอาคารคอนกรีตกับหลังคาจั่วแหลมนั้นดูไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่ในความคิดของเกวลิน สิ่งที่โดดเด่นจริงๆก็คือรูปปั้นครุฑสูงสามเตรสยายปีกโฉบบินเหนือหนังสือที่เปิดกางอ้าเป็นฐานตั้ง

ทั้งสองคนเดินขึ้นบันไดไปพร้อมๆกันและพบกับประตูสองประตูที่ติดตั้งป้ายแยกการเข้าแบบเดี่ยวและแบบกลุ่มเอาไว้ชัดเจน ในตอนแรกทั้งสองเข้าห้องแบบกลุ่มก่อนและได้พบว่าเนื้อหาในการค้นคว้าของทั้งสองนั้นต่างกันมากเกินไปจนในที่สุดก็ต้องเปลี่ยนห้องมาใช้แบบเดี่ยวแทน

เกวลินส่ายหัวด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดเมื่ออยู่คนเดียวในห้อง ห้องสมุดที่เธอใช้งานอยู่นี้เป็นห้องกว้างสีขาวประมาณสามคูณสามเมตรเท่านั้น ด้านหนึ่งของห้องเป็นจอภาพและคีย์บอดสำหรับการใช้งานแบบอื่นนอกจากการสั่งการด้วยเสียง ข้อมูลและรายละเอียดต่างๆนั้นจะถูกแสดงออกมาเป็นตัวหนังสือที่รวดเร็วกว่าการฟังจากเสียงบรรยาย ภาพวิดีโอและภาพเคลื่อนไหวต่างๆรวมทั้งการแสดงผลแบบสามมิติในห้องสามารถบอกเล่าเรื่องราวต่างๆที่เกวลินต้องการได้เป็นอย่างดี

ด้วยประสบการณ์ที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับมนุษย์และสังคมทำให้เกวลินทราบว่ามีหลายๆอย่างที่ถูกปิดบังเอาไว้ หลายๆสิ่งที่แสดงออกมาให้ประชาชนทราบนั้นผ่านการปรับแต่งจนเหมาะสมแต่ไม่แนบเนียน สำหรับคนทั่วไปอาจจะไม่คิดมากแต่กับคนที่สงสัยในเรื่องราวและความเป็นไปต่างๆอย่างเคร่งเครียดจริงจังแล้วสามารถบอกได้ว่ามีความบิดเบือนเกิดขึ้นในข้อมูลประวัติศาสตร์และเทคโนโลยีเหล่านั้น

เกวลินหมกมุ่นกับเรื่องราวต่างๆที่สงสัยอย่างรู้ในประเด็นที่คิดไม่ถึงในช่วงฟื้นตัวจากการผ่าตัดจนลืมวันลืมคืน สิ่งที่ลำบากก็คือการพยายามมองดูมองหาบางสิ่งที่ขาดหายไปหรือซ่อนอยู่ จนกระทั่งเสียงเคาะประตูดังขึ้นเธอจึงเงยหน้าขึ้นจากทะเลข้อมูลและหน้าต่างแสดงรายละเอียดบทความมากมายในห้อง

“ยูเข้าเกมได้แล้ว ไปกันรึยัง”

เกวลินพยักหน้าตอบ เธอได้รู้สิ่งที่เธอต้องการจะรู้มากมายหลายอย่างทีเดียว โดยเฉพาะเรื่องของการเดินทางไปมาในโลกเสมือนแห่งนี้ ถ้าจะพูดกันจริงๆแล้วประชาชนทุกคนนั้นอาศัยอยู่ในเครือข่ายขนาดใหญ่เครือข่ายหนึ่ง การเดินทางระหว่างโลกเสมือนโลกหนึ่งไปยังโลกเสมือนโลกหนึ่งนั้นเป็นเพียงภาพจำลองของการเชื่อมต่อระหว่างโลกเสมือนเท่านั้น แท้ที่จริงแล้วสิ่งที่ทำงานเบื้องหลังก็คือการติดต่อสัญญาณระหว่างสถานีส่งสัญญาณหรือแคปซูลของแต่ละคนกับเซิร์ฟเวอร์ที่ตั้งของโลกเสมือนอื่นๆ ขั้นตอนและระยะเวลาในการเชื่อมต่อนั้นถูกแทนที่ด้วยภาพลักษณ์ของการเดินทางนั่นเอง

ต่างจากเกมออนไลน์เช่นเกม Parallel Adventure ที่มีเจ้าของในเครือข่ายเดียวกันกับอุปกรณ์ส่งถ่ายข้อมูล ผู้ให้บริการโลกเสมือนอื่นๆต้องทำการเชื่อมต่อผ่านช่องสัญญาณการเชื่อมต่อสากลที่รัฐบาลจัดให้ การเชื่อมต่อไปยังเกมออนไลน์เหล่านั้นจะต้องเดินทางเช่นเดียวกันไม่สามารถเข้าผ่านจากทางลัดในเซิร์ฟเวอร์บ้านพักได้

เมื่อกลับมาจากบ้านเจนยูเกวลินก็เปิดประตูเข้าระบบเกมทันที แน่นอนว่าอีกฝ่ายก็รอเธออยู่แล้วเรียบร้อย แต่สิ่งหนึ่งที่ผิดปกติก็คือกำแพงเมืองและอาคารบ้านเรือนส่วนหนึ่งที่พังไปทั้งแถบ

ด้วยความเร็วในการเดินของเวลาที่แตกต่างกัน ในช่วงที่เกวลินกำลังเดินทางกลับบ้านเจนยูก็มารอที่นครก้าวไกลเรียบร้อยแล้ว แน่นอนว่าเธอก็สงสัยกับสภาพที่เห็นเบื้องหน้าไม่ต่างกัน ระหว่างที่รอเกวลินเข้าเกมเธอจึงลองถามผู้เล่นแถวนั้นดูและได้ทราบว่านั่นเป็นผลจากการประลองระหว่างเฮอร์มันด์และปาปริก้า ผลที่ออกมาก็คือทั้งสองคนตายไปด้วยกันทำให้โอลาฟท์กลายเป็นผู้ชนะและได้รับผลึกบันทึกจุดเกิดเป็นรางวัลไปโดยปริยาย

“ไปบ้านพี่คิงกัน” เกวลินออกความเห็น ในเวลาย่ำค่ำเช่นนี้เธอคิดว่าจะออกไปไหนก็คงไม่เหมาะนัก

เมื่อกลับมาถึงบ้านพักของคิงทั้งสองคนก็พบว่าหน้าบ้านนั้นถูกจัดการตัดแปลงเป็นแผงขายยาฟื้นพลังและยาแบบต่างๆไปแล้วเรียบร้อย มูนวิชและซิกต่างวิ่งกันหัวหมุนเพื่อจัดการเติมของและรับเงินจากลูกค้ามากมายที่ต่อแถวกันซื้อของยาวเหยียดจนแทบล้นออกมานอกถนน

“อ้าว แก้ว ยู มาพอดีเลยมาช่วยพี่ขายของหน่อย” มูนวิชตะโกนเรียกสองสาวทันทีที่เห็นหน้าชัดเจน

เกวลินแซวเจนยูเล่นระหว่างที่เข้าไปช่วยมูนวิชขายของ “ไม่ลองเปลี่ยนเป็นชุดแบบวันแข่งดูล่ะ ช่วยพี่มดเค้าหน่อยจะได้ขายดีๆ”

เจนยูที่ถอดเกราะส่วนหัวออกและช่วยส่งของให้กับลูกค้าหันมาโวย “โธ่ โทษฐานที่ทำให้อับอายยังไม่ได้เอาคืนเลย ยังจะหาเรื่องให้โชว์หุ่นอีก แก้วนี่”

แต่ที่จริงถึงไม่ต้องปรับเปลี่ยนชุดเกราะให้กลายเป็นเกราะเวทมนต์เหล่าลูกค้าชายหนุ่มความจำดีก็จินตนาการภาพรูปร่างภายใต้ชุดเกราะมิดชิดนั้นได้ไม่ยาก บางคนถึงกับมองตามการเคลื่อนไหวของหญิงสาวตาไม่กะพริบ จนได้เห็นสายตามองหนอนแมลงชั้นต่ำของเกวลินนั่นเองจึงละสายตาไปด้วยความหวาดเสียว เด็กบ้านี่หน้าตาก็สวยคมดีแต่ตาน่ากลัวชะมัด

เนื่องจากเป็นเวลาค่ำแล้วทั้งสองคนช่วยงานพักเดียวก็ต้องปิดร้าน

“แล้วพี่หญิงไปไหนล่ะพี่มด” เกวลินถามมูนวิชเมื่อมองดูรอบข้างแล้วไม่เจอลีนส์สาว

“หญิงเค้ากลับไปที่ดินแดนลีนส์น่ะ เห็นว่าจะไปเอาของมาให้ยูไขเปิดให้ … พอดีว่าซิกเค้าพาพี่ไปเก็บยาในป่าเขตแดนดาลัสมาน่ะ ได้สมุนไพรดีๆมาเยอะแยะเลย แต่ก็วิ่งป่าราบกันหลายรอบเหมือนกัน อ้อ พวกคิงกับคนอื่นๆเค้าไปสำรวจดันเจี้ยนที่นครเหยียบฟ้าตั้งแต่เมื่อวานแล้ว วัฒนาเค้าแพ้ในการแข่งไขปริศนาน่ะ คิงก็เลยพาคนทั้งหมดไปค้นดันเจี้ยนกันหมด ไม่รู้เหมือนกันว่าจะกลับมาเมื่อไหร่”

“อ้าว แข่งไขปริศนาไปแล้วเหรอพี่มด ใครชนะคะ ?” เกวลินถามอีกครั้ง

“แข่งเสร็จไปเมื่อวานนี้เอง น้องสองคนออกจากเกมไปตั้งเกือบสองอาทิตย์นะ วัฒนาบอกว่าถ้าแข่งชนะจะให้ผลึกกับแก้วชดเชยที่ทำแก้วตายตั้งแต่ตอนนู้นนนนน แต่คนที่ชนะน่ะเก่งมากจนคนอื่นๆเทียบไม่ได้เลย เป็นลีนส์ผู้หญิงชื่อ … ซิรีเน่ ตอนรับรางวัลพี่เห็นมากับแกรไนต์คนที่ตายไปเมื่อตอนแข่งสู้เดี่ยวด้วยนะ สงสัยเป็นพวกเดียวกัน”

เกวลินได้ฟังว่าลีนส์เป็นผู้ได้รับรางวัลผลึกบันทึกจุดเกิดไปก็ต้องคิดไปไกลว่าจะมีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นบ้าง แต่ด้วยที่ไม่ทราบจุดประสงค์ของคนเหล่านั้นแน่ชัดเธอจึงไม่สามารถคาดเดาความเป็นไปอะไรได้เป็นพิเศษ

“แล้วแข่งทำอาหารจะเริ่มเมื่อไหร่คะพี่มด ?” คิดถึงหัวข้อที่พลาดไปแล้วก็เปล่าประโยชน์ เกวลินจึงพุ่งเป้าไปยังหัวข้อต่อไปแทน

“ระบบแจ้งประกาศผู้เล่นเมื่อวานหลังแข่งเสร็จว่าจะอัพเกรดการส่งสัญญาณก่อนแล้วจะแจ้งให้รู้น่ะ”

“อัพเกรดยังไงคะพี่มด” เกวลินถามและเริ่มรู้สึกเอะใจขึ้นมาตะหงิดๆ

“เห็นบอกว่าจะเพิ่มแบนด์วิธรึไงนี่แหละ พี่ก็ไม่รู้หรอกว่าหมายถึงอะไร”

มูนวิชอาจจะไม่ทราบความหมายแต่เกวลินที่พึ่งจะหาข้อมูลมากลับทราบได้ในทันทีว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ช่องทางการส่งสัญญาณคลื่นสมองในปัจจุบันนั้นใช้ระบบสายใยแก้วนำแสงซึ่งสามารถส่งสัญญาณเป็นระยะทางไกลได้อย่างรวดเร็ว แต่สัญญาณคลื่นสมองนั้นมีความซับซ้อนมากเกินไปจนแม้แต่ใช้สมการและการเข้ารหัสข้อมูลสัญญาณในระดับสูงลิบก็ไม่สามารถลดขนาดข้อมูลที่ต้องส่งลงมาได้อย่างพอเพียง

แม้แต่สายสัญญาณที่ถักทอขึ้นจากสายใยแก้วขนาดเล็กนับพันสายก็ยังไม่สามารถรองรับการส่งสัญญาณอย่างสมบูรณ์แบบทั้งหมดได้ ดังนั้นจึงได้มีการจัดลำดับความสำคัญของรูปแบบสัญญาณและการบีบอัดข้อมูลขึ้น โดยสิ่งที่ถูกจัดให้มีความสำคัญมากที่สุดก็คือสัญญาณประสาทสัมผัสด้านภาพ รองลงมาคือสัมผัสเสียงตามมาด้วยสัมผัสทางกายจากนั้นจึงเป็นรสและกลิ่นตามลำดับ

สัญญาณประสาทสัมผัสส่วนที่ถูกบีบอัดอย่างหนักอย่างเช่นประสาทสัมผัสด้านรสและกลิ่นนั้นส่งผลให้ผู้ใช้งานโลกเสมือนได้รับรสชาติหรือกลิ่นที่ขาดความหลากหลายและซับซ้อน ดังเช่นน้ำส้มคั้นที่เกวลินจิบดื่มในเว็บอิคุนั้นก็ได้ถูกบีบอัดข้อมูลจนเหลือแค่รสหวานแบบด้านๆขาดความนิ่มนวล ทั้งกลิ่นก็กลายเป็นกลิ่นสังเคราะห์ไป

เกวลินคิดมาถึงตรงนี้แล้วก็เกิดความสงสัยว่าระบบเกมนั้นจะอัพเกรดแบนด์วิธได้อย่างไร ถ้ามองในแง่ทางกายภาพนั้นสิ่งที่ทำได้ก็มีเพียงการเพิ่มช่องสัญญาณหรือการเพิ่มจำนวนสายใยแก้วนำแสงซึ่งไม่น่าจะทำได้ในระยะสั้น แต่เมื่อได้ลองคิดดูแล้วเธอก็ต้องยอมรับว่าในขณะที่ตนเองกำลังวุ่นวายในโลกเสมือนนี้โลกภายนอกจะเกิดอะไรขึ้นบ้างเธอก็แทบไม่รู้เรื่องด้วยเลยจริงๆ บางทีในระหว่างที่เธอกำลังพูดคุยกันสนุกสนานข้างๆหัวเธอก็อาจจะกำลังมีการก่อสร้างเพิ่มเติมอยู่ก็เป็นได้

ความเป็นจริงนั้นแตกต่างจากที่เด็กสาวคาดคิดเพียงเล็กน้อย ตัวอุปกรณ์ส่งสัญญาณหรือแคปซูลนั้นมีเทคโนโลยีการส่งสัญญาณในระดับสูงตั้งแต่แรกแล้ว สิ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญกือคือความถี่ของคลื่นสัญญาณในการเปิดปิดลำแสงซึ่งถูกลดระดับเอาไว้ด้วยขีดจำกัดบางประการ เมื่อขีดจำกัดนั้นถูกปลดออกการส่งข้อมูลจำนวนมากย่อมเป็นไปได้โดยที่ไม่ต้องมีการติดตั้งอะไรเพิ่มเติม

“แล้วระบบได้บอกมั้ยคะว่าจะอัพเกรดเมื่อไหร่ ?”

“พรุ่งนี้จ้ะ นี่พี่ก็ลุ้นอยู่นะว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง เห็นเค้าบอกว่าจะเปิดใช้งานกับเกมนี้เท่านั้น ที่อื่นจะไม่มีแบบนี้นะ”

เกวลินหัวเราะ “แบบนี้ก็เหมือนกับว่าเราเป็นหนูทดลองน่ะสิพี่มด”

มูนวิชได้ฟังแล้วก็นึกขึ้นได้เหมือนกัน “เออจริงด้วย แบบนี้มันหนูทดลองชัดๆ”

“แล้วเราต้องทำอะไรเป็นพิเศษมั้ยคะ ?” เกวลินเห็นว่าตัวเองต้องถามคำถามมากมายแล้วก็คิดในใจว่าระบบการแจ้งข่าวให้ผู้เล่นทราบนั้นไม่ค่อยจะได้เรื่องเอาซะเลย ถ้าเป็นแบบนี้คนที่ไม่ได้ออนไลน์ในช่วงเวลาแจ้งข่าวแบบเธอก็จะไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยทั้งสิ้น

มูนวิชยักไหล่ “ไม่ต้องทำอะไร … อยู่เฉยๆ ทางระบบก็แค่แจ้งเตือนว่าอาจจะมีความรู้สึกที่รุนแรงและไม่เคยชินเกิดขึ้น ขอให้พยายามเตรียมตัวเองให้อยู่ในที่ปลอดภัย … แค่นั้น”

เกวลินหันไปมองหน้าเจนยูแล้วก็พากันเข้าบ้านที่เจ้าของไม่อยู่ จนถึงตอนนี้พวกเธอก็ยังไม่มีโอกาสได้เห็นหญิงเพียงคนเดียวในกลุ่มของคิงว่ามีรูปร่างหน้าตาและนิสัยเป็นอย่างไรบ้าง

คืนนั้นเกวลินนอนใช้ความคิดโดยมีเจนยูหลับอยู่ข้างๆบนเตียงเดียวกัน ตั้งแต่เข้าในโลกเกมออนไลน์แห่งนี้นอกจากอาหารแบบง่ายๆที่ไม่ยุ่งยากแล้วเธอแทบจะไม่ได้ทำอาหารอะไรแบบจริงๆจังๆเลย เธอค่อนข้างมั่นใจว่าตัวเองนั้นมีประสบการณ์ในการทำอาหารไม่น้อย นอกจากอาหารประเภทที่ต้องใช้กะทิเป็นส่วนประกอบแล้วอาหารแบบอื่นๆเธอล้วนแต่ทำกินเป็นประจำทั้งนั้น โดยเฉพาะอาหารประเภทผัดทอดที่เธอชำนาญมากเป็นพิเศษ

ปัญหาแรกก็คือเครื่องปรุงประเภทต่างๆที่จำเป็นในการปรุงรส โดยเฉพาะเครื่องปรุงที่ต้องผ่านการหมักให้ได้ที่อย่างเช่นน้ำปลาที่ต้องหมักกับเป็นปีถึงจะได้รสชาติที่ซับซ้อนกลมกล่อมและกลิ่นหอมหวล ซอสถั่วเหลือเองก็ต้องผ่านการหมักอย่างยาวนานเช่นกัน อย่าว่าแต่เธอยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าในโลกแห่งนี้มีถั่วเหลือให้เอามาหมักเป็นเครื่องปรุงรสหรือไม่ อีกอย่างหนึ่งที่เธออยากได้ก็คือเต้าเจี้ยว น้ำมันต่างๆ และยังมีวัตถุดิบที่ต้องนำมาปรุงอีก ทั้งเนื้อสัตว์และผักสดต่างๆ

จากที่ได้เข้าร้านอาหารอยู่หลายครั้งเกวลินพบว่าผักต่างๆนั้นล้วนแต่เป็นผักแปลกใหม่ที่มีเฉพาะในโลกนี้เท่านั้น อาจจะมีความคล้ายคลึงกับพืชในโลกจริงอยู่บ้างแต่ในความเป็นจริงแล้วต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ตอนนี้เองที่เกวลินเข้าใจถึงความรู้สึกผิดปกติที่เธอไม่เข้าใจตั้งแต่ตอนที่อยู่ในเว็บอิคุ รสชาติอาหารและสิ่งต่างๆรวมทั้งกลิ่นที่เธอได้รับในเกมออนไลน์นี้มีความจืดชืดมากกว่าที่เธอเคยได้รับรู้ในประสบการณ์ของอิสยะมากนัก ด้วยระยะเวลาที่ยาวนานกว่าสามร้อยปี เธออาจจะรู้สึกเหมือนกับว่าตนเองนั้นเพียงแค่หลับตาลงและตื่นขึ้นเหมือนกับเวลาผ่านไปเพียงชั่วพริบตาแต่ในความจริงแล้วเธอหลับไหลมาเป็นเวลายาวนาน

สิ่งที่ทำให้เธอเอะใจเป็นอย่างแรกๆก็คือกาแฟรสชาติแสนจืดชืดที่เธอได้กิน เพียงแต่ในตอนนั้นเธอคิดเพียงแค่ว่ากาแฟนั้นคงไม่มีอยู่จริงๆในเกมนี้

ในตอนแรกเกวลินคิดเพียงแค่ว่าประสาทรับรสของตนนั้นคงจะผิดเพี้ยนไปตามเวลาที่ผ่านไป แต่เมื่อลองคิดดูอย่างจริงจังแล้วจึงเห็นว่าไม่ถูกต้อง สิ่งที่เธอได้รับมาจากอิสยะนั้นคือความรู้และประสบการณ์รวมทั้งบุคลิคนิสัยบางส่วน มันไม่สมเหตุสมผลกับการรับรสที่ผิดพลาดของเธอเพราะเธอไม่ได้รับประสามรับรู้มาจากอิสยะด้วย

นั่นแสดงให้เห็นว่าเรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับขีดจำกัดของการส่งถ่ายสัญญาณคลื่นสมองอย่างแน่นอน และเมื่อคิดต่อเนื่องไปเรื่อยทุกสิ่งก็เริ่มลงตัว เธอเริ่มมองเห็นจุดประสงค์ของการอัพเกรดช่องสัญญาณก่อนการแข่งขันทำอาหารครั้งนี้แล้ว

ถ้าระบบเกมสามารถทำให้ผู้เล่นรับรู้รสชาติของอาหารได้จริงโดยที่ไม่ต้องมีการบีบอัดข้อมูลมันจะทำให้อาหารรสชาติแย่ในเว็บอื่นๆหรือบริการโลกเสมือนอื่นๆถูกเขี่ยตกกระป๋องไปเลย และผู้เล่นจำนวนมากกับเงินจำนวนมากก็จะตามมาในที่สุด การแข่งขันทำอาหารนี้ก็เป็นเหมือนกับการโฆษณาผลงานชั้นยอด

เรื่องกินนั้นเป็นเรื่องใหญ่อย่างที่หลายคนคาดไม่ถึง

และนั่นก็นำมาซึ่งความหนักใจของเกวลิน สิ่งแรกก็คือรูปแบบและรสชาติที่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลง สิ่งที่เธอเคยรับรู้รสมาแล้วอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงตามมาหลังการอัพเกรดก็เป็นได้ ที่จริงจุดนี้ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีของมันก็คือเหล่าผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆต่างก็ต้องประสบปัญหาแบบเดียวกัน ดังนั้นทุกคนก็เหมือนกับนักวิ่งที่ต้องเริ่มต้นแข่งกันใหม่จากจุดเริ่ม

สิ่งต่อมาที่จะเป็นปัญหาก็คือรสนิยมของคนในยุคนี้ เฉพาะเพียงแค่ผู้คนในยุคก่อนแต่ต่างวัฒนธรรมต่างภูมิภาคก็มีรสนิยมในรสชาติที่แตกต่างกันแล้ว อย่าว่าแต่คนในยุคสามร้อยปีให้หลังนี้

หลังจากที่คิดจนเหนื่อยแล้วเกวลินก็ซุกตัวเข้ากับอกสาวข้างๆและหลับตาลง ในตอนนี้เธอสมควรที่จะนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอก่อน เรื่องของพรุ่งนี้เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยว่ากันอีกที

“เรสเกตไม่กินอาหารแบบมนุษย์ครับพี่” นั่นคือคำตอบของซิกิลลาเรียเมื่อเกวลินถามว่าอาหารที่เธอกินมีรสชาติอย่างไรในวันต่อมา เนื่องจากเธอมีความสงสัยว่าคนที่อยู่ในโลกนี้อยู่แล้วอย่างเช่นซิกอาจจะมีประสาทการรับรสที่ถูกต้องในโลกแห่งนี้

ซิกใช้ปลายนิ้วสัมผัสเขาเล็กๆของตัวเองครั้งหนึ่ง “เรสเกตเราจะดูดพลังงานวิญญาณของพวกสัตว์ต่างๆ … บางทีก็มีพลังงานวิญญาณจากภูติหรือว่าอะไรพวกนี้ด้วย ถ้าได้พลังงานวิญญาณเข้มข้นก็อยู่ได้นาน ก็เหมือนลีนส์ที่ดูดพลังงานเวทมนต์นั่นแหละครับ”

เกวลินได้แต่พยักหน้า “น่าเสียดาย ถ้าได้คนมาช่วยเปรียบเทียบให้หน่อยก็ดี พี่จะได้วางแผนถูก”

“พี่ก็ลองหามนุษย์มาช่วยก็ได้นี่ครับพี่ … ที่จริงพี่ชิมเองก็ได้นี่นา” ซิกถามด้วยความสงสัย

เกวลินยิ้มให้เด็กสาวตัวน้อย “ไม่ได้หรอกจ้ะ มนุษย์เรามีปัญหาเรื่องประสาทรับรสอยู่ ต้องหาคนมาช่วยชิมให้”

เจนยูที่นั่งอยู่ข้างๆต้องถามขึ้นมาอย่างแปลกใจ “แก้วพูดอะไรแปลกๆนะ … ก็วันนี้พวกเราจะได้อัพเกรดระบบส่งสัญญาณแล้วไม่ใช่เหรอ แล้วจะไปหาคนอื่นมาช่วยชิมอีกทำไม ?”

เกวลินนั้นได้เล่าเรื่องความสงสัยของตนเองให้กับเจนยูและมูนวิชฟังไปแล้วก่อนที่จะถามคำถามซิก เมื่อได้ยินคำพูดง่ายๆของอีกฝ่ายเกวลินก็ต้องเกาหัวตัวเอง

“เออ จริงด้วย ยังไงวันนี้เราก็จะได้อัพเกรดอยู่แล้วนี่นะ แล้วจะไม่หาคนมาชิมอีกทำไม”

แต่มูนวิชกลับมีความเห็นต่างไปเล็กน้อย

“พี่ว่าก็ไม่ถึงกับผิดพลาดหรือว่าเปิ่นอะไรหรอกนะ แต่ถ้าเราได้คนในโลกนี้ช่วยแนะนำเรื่องอาหารได้มันก็น่าจะดีกว่าต้องมางมหาด้วยตัวเองนะ อย่างน้อยก็น่าจะประหยัดเวลาไปได้มากล่ะพี่ว่า”

คนอื่นๆได้ฟังความเห็นของนักปรุงยาสาวแล้วก็แสดงสีหน้าเห็นด้วย

“ก็มีพวกแกรไนต์น่ะครับที่กินอาหารเหมือนมนุษย์” ซิกพูดขึ้นมาทำเอาคนรอบข้างตาโต

“จริงเหรอซิก งั้นก็ดีสิ … เอ่อ … แล้วเราจะไปหาแกรไนต์ที่ใหนมาช่วยล่ะเนี่ย” เจนยูพูดอย่างยินดีก่อนจะอ่อยลงในตอนท้าย

“มีอยู่คนนึง ก็คนที่สู้กันแล้วตายคู่วันนั้นไง” มูนวิชหมายถึงเฮอร์มันด์และปาปริก้าที่สู้กันจนตายพร้อมกันในรอบรองชนะเลิศของการแข่งขันต่อสู้แบบเดี่ยว

เกวลินนึกถึงแววตาอันเย็นชาของหญิงสาวร่างใหญ่ในชุดทหารแล้วก็ต้องกะพริบตาปริบๆ เธอยังจำภาพการหั่นทั้งเป็นนั้นติดตาไม่คลาย




โรงเตี๊ยมที่พักแรมในยามเช้าของนครก้าวไกลนั้นยังเต็มไปด้วยผู้คนมากมายตั้งแต่ช่วงที่เมืองฝุ่นแดงถูกถล่มโดยราชาหนอนทรายแดง ผู้เล่นบางคนที่มีทรัพย์สินมากพอก็ถึงกับเหมาห้องพักกันข้ามปี บางคนก็เริ่มลงหลักปักฐานอยู่บริเวณรอบนอกของเมืองที่ยังไม่มีผู้คนจับจอง

เกวลินและเจนยูเดินเข้ามาในโรงเตี๊ยมแห่งเดิมที่เธอเคยใช้เป็นจุดรับงานเล็กๆน้อยๆสมัยที่เข้าเล่นเกมแรกๆ เนื่องจากเป้าหมายนั้นมีลักษณะเด่นที่แตกต่างจากคนทั่วไปทำให้การสืบค้นเป็นไปอย่างง่ายดาย หญิงสาวสามคนสามเผ่าพันธุ์นั่งล้อมโต๊ะที่มุมหนึ่งของโรงเตี๊ยมโดยที่ผู้คนรอบข้างต่างอยู่ห่างไม่กล้าเข้าไปรบกวน

ผู้คนหลายคนโดยเฉพาะชายหนุ่มที่จำรูปร่างของเจนยูในชุดเกราะได้ต่างพากันหลีกทางให้แต่สายตายังคงจับจ้องมองดูพร้อมกับจินตนาการถึงสิ่งที่อยู่ใต้ชุดเกราะมิดชิดนั้น

อาจจะเป็นเพราะเจตนาเข้าหาที่ชัดเจนทำให้ทั้งสามคนนั้นเหลือบหันมามองเกวลินและเจนยูเป็นตาเดียวกัน นอกจากเฮอร์มันด์ที่เกวลินเคยเห็นหน้ามาก่อนแล้วคนที่เหลืออีกสองคนล้วนแต่เป็นคนที่เธอไม่รู้จัก

ถึงแม้จะมีหูฟังรูปร่างประหลาดปิดบังใบหูเอาไว้แต่ผมสีเงินที่เงาวับจนสะท้อนแสงได้นั้นแสดงให้เห็นถึงที่มาเผ่าพันธุ์ของหญิงสาวผู้นั้นได้เป็นอย่างดี ลีนส์สาวผู้มีความเยือกเย็นไม่ต่างจากเกวลินในยามนี้สบตากับเธอด้วยด้วยตาสีเงินเป็นประกายเงาวับยิ่งกว่าลีนส์คนไหนๆที่เกวลินเคยรู้จัก

เกวลินสำรวจเครื่องแต่งกายของฝ่ายตรงข้ามอย่างรวดเร็วเพียงการกวาดตาแวบหนึ่ง เสื้อแขนกุดสีขาวเสมอไหล่แสดงให้เห็นผิวขาวเนียนนวลห่อหุ้มร่างกายที่สมส่วนแข็งแรง หูฟังรูปทรงประหลาดที่ปิดบังใบหูทั้งหมดเอาไว้จนมิด ถุงมือสีขาวสะอาดตาสลักลวดลายเวทมนตร์คล้ายกับลวดลายบนชุดเกราะของชาฟท์ ใบหน้าของเธอนั้นมีรูปทรงไข่กลมมนริมฝีปากได้สัดส่วนกับใบหน้าเผยอแง้มเล็กน้อยมุมปากอยู่ในระดับกลางไม่สูงไม่ต่ำให้ความรู้สึกอันเรียบเฉยต่างจากแกลดิโอลัสที่มุมปากรั้งขึ้นแบบคนขี้เล่น

ส่วนอีกคนหนึ่งนั้นเป็นเด็กสาวร่างเล็กในชุดผ้าคลุมสีดำที่ปิดบังส่วนลำตัวจนมิดชิด ส่วนศีรษะที่ไร้สิ่งปิดบังทำให้เกวลินมองเห็นผมที่ก่อตัวกระจุกเป็นปลายแหลมสองกระจุก ดูผาดๆแล้วคล้ายกับว่าเป็นหูของสัตว์ป่าจำพวกแมวป่เสือดาวอยู่มาก ตาดำที่หรี่เล็กเรียวยาวในแนวตั้งแสดงให้เห็นว่าเธอเป็นชนเผ่าเรสเกตอันลึกลับ แววตาแบบปิศาจหากินยามค่ำบนใบหน้ากลมเล็กนั้นสร้างความขัดแย้งกันอยู่บ้าง

นักสู้เฮอร์มันด์ในชุดทหารสมบุกสมบันลุกขึ้นและลากเก้าอี้สองตะวจากโต๊ะข้างๆมาวางที่ด้านว่างของโต๊ะที่พวกเธอนั่นอยู่ เจนยูยกมือปฏิเสธเก้าอี้อีกตัวที่อีกฝ่ายจัดให้แต่ขอยืนอยู่ด้านหลังของเกวลินแทน

ระหว่างที่นังลงบนเก้าอี้เกวลินประเมินแล้วเห็นว่าหญิงร่างใหญ่ผู้นี้มีความเข้าใจในมารยาทและพิธีรีตองต่างจากสีหน้าอันเฉยเมยแข็งกร้าวเป็นอย่างยิ่ง

“ข้าพเจ้าชื่อเกวลิน ไม่ทราบว่าด้วยศักดิ์ฐานะของคนธรรมดานี้มีคุณค่ามากเพียงพอที่จะไต่ถามนามท่านได้หรือไม่ ?” อาจจะเป็นเพราะห่างหายจากการพูดจาในสำนวนประเภทนี้มาพักใหญ่ทำให้เกวลินรู้สึกพอใจในการใช้รูปแบบคำพูดเช่นนี้พอสมควร

ลีนส์สาวผู้ตกเป็นเป้าหมายในการสอบถามหรี่ตาสีเงินสวยงามลงเล็กน้อย เธอหันไปสบตากับอีกสองคนที่เหลือเป็นเชิงถามไถ่วูบหนึ่งก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเฉื่อยชา

“ไม่ต้องใช้สำนวนแบบนั้นก็ได้ เราชื่อ ซิรีเน่ เราไม่เคยเห็นคุณมาก่อนแต่เราจำนักสู้เจนยูที่ยืนอยู่ข้างหลังนั่นได้” ลีนส์สาวพูดพลางยกนิ้วชี้ไปยังเจนยูด้านหลังเกวลินทั้งๆที่มือยังวางอยู่บนโต๊ะ

การใช้สรรพนามแทนตัวของอีกฝ่ายทำให้เกวลินรู้สึกแปลกๆอยู่บ้าง เธอไม่เคยพบคนที่ใช้สรรพนามแทนตัวเองว่า เรา พร้อมๆกับการใช้สรรพนามแทนตัวคนอื่นว่า คุณ มาก่อน

“เรียกเราว่าแก้วก็ได้” เกวลินตอบด้วยรอยยิ้ม

ซิรีเน่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแต่แววตายังนิ่งเฉย “คำว่า เรา ของคุณกับของเราอาจจะมีความหมายต่างกันอยู่แต่เราก็ไม่ขัดข้องถ้าคุณจะใช้ เรา ที่แสดงถึงความสนิทสนม คุณก็เหมือนกันใช่ไหม ? แก้ว” ตอนสุดท้ายลีนส์สาวจบคำพูดด้วยรอยยิ้มเนือยของคนที่เกียจคร้านและไม่สนใจเรื่องราวของคนอื่น

เกวลินมองดูท่าทีการแสดงออกของอีกฝ่ายแล้วรู้สึกแปลกประหลาด น้ำเสียงเฉยชาและเนือยเบื่อเช่นนี้เธอไม่เคยได้ฟังมาก่อนนับตั้งแต่เข้ามายังโลกเสมือนแห่งนี้ ไม่ว่าใครในโลกนี้ต่างก็มีท่าทางกระตือรือร้นกันทั้งนั้น ต้องบอกว่าลีนส์สาวเบื้องหน้าเธอนี้เป็นคนแรกที่เกวลินรู้สึกได้ถึงความเฉื่อยได้อย่างชัดเจน

“นั่น ลินซ์ เห็นทำตาน่ากลัวแบบนั้นแต่ที่จริงกำลังง่วงอยู่ พูดอะไรก็ไม่เข้าหูหรอก แต่ถ้าเป็นกลางคืนล่ะก็วิ่งพล่านเลยละ” ลีนส์สาวชี้นิ้วไปที่เรสเกตสาวน้อยร่างเล็กในชุดผ้าคลุมดำข้างๆ

เฮอร์มันด์ลุกขึ้นจากโต๊ะไปยังเคาเตอร์ของโรงเตี๊ยมก่อนจะสั่งน้ำผลไม้เหยือกหนึ่งพร้อมกับนำแก้วเปล่ามาเพิ่มอีกสองใบ เมื่อกลับมาถึงโต๊ะแกรไนต์สาวร่างใหญ่ก็ค่อยๆรินน้ำผลไม้แจกจ่ายให้กับทุกคนบนโต๊ะทั้งยังรินส่งให้กับเจนยูที่ยืนอยู่ด้านหลังอีกด้วย

เกวลินมองดูทั้งสามคนแล้วก็คิดว่ามีเพียงซิรีเน่คนเดียวที่ดูแล้วน่าจะพูดคุยด้วยได้ในเวลานี้

“เราอยากจะขอความช่วยเหลือจากเฮอร์มันด์หน่อย”

แกรไนต์คนที่ถูกกล่าวพาดพิงถึงจ้องมองหน้าเกวลินด้วยแววตาเครียดเขม็งที่ไม่ว่าใครก็ต้องคิดว่ามองหาเรื่องแน่ๆ เกวลินมองสบตาด้วยแล้วยิ้มและพยักหน้าสื่อความหมายว่าตัวเองหมายความอย่างที่พูดจริงๆ เธอไม่รู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่พอใจเธอแต่อย่างใด ในตอนนี้เธอค่อนข้างมั่นใจว่าเฮอร์มันด์นั้นเป็นคนที่น่ากลัวแต่ภายนอกเท่านั้น ที่จริงต้องบอกว่าการแสดงออกของอีกฝ่ายนั้นชวนให้คิดว่าเคร่งเครียดน่ากลัวคบยาก แต่คนประเภทนั้นจะไม่บริการคนอื่นอย่างเช่นที่แกรไนต์สาวคนนี้ทำอยู่เป็นอันขาด

ลีนส์และแกรไนต์สาวหันมาสบตากัน พวกเธอคาดเดาว่าอีกฝ่ายนั้นคงจะมีจุดหมายที่ผลึกบันทึกจุดเกิดเหมือนคนอื่นๆแต่เมื่อได้ยินว่าสิ่งที่ต้องการนั้นมีความเกี่ยวข้องกับเฮอร์มันด์นั่นแสดงว่าพวกเธอคาดเดาผิดไปแล้ว

“แก้วอยากให้เฮอร์มันด์ช่วยอะไรเหรอ ?” ซิรีเน่โน้มตัวมาข้างหน้าและประสานมือกันบนโต๊ะแสดงท่าทีเคร่งเครียดจริงจังมากขึ้นจากเดิมเล็กน้อยแต่ก็ยังดูเหนื่อยหน่ายอยู่ดี

“ซิรีเน่มีชื่อเล่นมั้ย เราไม่ชอบเรียกชื่อคนยาวๆ” เกวลินเฉไฉหัวข้อไม่ตอบคำถามโดยตรง

ลีนส์สาวกะพริบตาปริบๆเพราะคาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนหัวข้อพูดคุยอย่างกระทันหัน

“เรียก ริน<.strong> ก็ได้ ที่จริงแล้วเราชื่อ ซิรีน แต่คนชอบเรียกว่าซิรีเน่เราก็เลยใช้ซิเรเน่เป็นหลัก เรียกสั้นๆว่ารินเราก็ไม่ว่า” จากสายตาของเธอนั้นมนุษย์เบื้องหน้านั้นเป็นเพียงเด็กสาวตัวเล็กที่มีอายุน้อยกว่าเธอหลายปี แต่เธอกลับรู้สึกว่าตนเองสมควรที่จะวางตำแหน่งของอีกฝ่ายเอาไว้ในระดับอายุที่ใกล้เคียงกันมากกว่า ดังนั้นแทนที่จะแสดงอาการหงุดหงิดเธอจึงตอบคำถามแต่โดยดี ที่จริงแล้วเธอก็ไม่ใช่คนประเภทที่จะหวั่นไหวอารมณ์เสียกับอะไรแบบนี้อยู่แล้ว

เกวลินยิ้มให้อีกฝ่ายอีกครั้ง แต่ครานี้เป็นรอยยิ้มอย่างจริงใจที่อีกฝ่ายสัมผัสได้ “คือว่าอย่างนี้นะริน เราตั้งใจจะลงแข่งทำอาหาร แต่ว่าเราต้องการคนที่มีความรู้เกี่ยวกับพวกเครื่องปรุงหรือว่าวัตถุดิบแล้วก็รสชาติต่างมาช่วยน่ะ”

“ทำอาหาร ?” ลีนส์สาวแสดงสีหน้าประหลาดใจแบบเนือยๆ

“ใช่ ทำอาหาร”

ซิเรเน่เหม่อมองเกวลินด้วยอาการหยุดนิ่งไม่ติงไหวเหมือนกับรูปปั้นครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหน้าและพูดออกมา “เราว่ามันไม่สมเหตุผล การแข่งทำอาหารของมนุษย์มันก็ต้องใช้มนุษย์ตัดสินอยู่แล้ว เราไม่เห็นว่าเฮอร์มันด์จะช่วยให้แก้วได้เปรียบในการแข่งทำอาหารได้ยังไง”

เกวลินพลันพบว่าการอธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจถึงสถานการณ์ทั้งหมดอย่างชัดเจนนั้นเป็นเรื่องยาก เธอได้แต่พยายามอธิบายให้เรียบง่ายที่สุดโดยที่ไม่เปิดเผยความลับเรื่องโลกเสมือนออกไป

“ที่จริงแล้วมันก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแต่ว่าวันนี้มนุษย์เราจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ … ถ้าจะให้อธิบายก็เหมือนกับว่าเป็นการคืนสู่สภาพที่แท้จริง ในการเดินทางมายังโลกนี้มนุษย์เราจะถูกผนึกประสาทสัมผัสต่างๆเอาไว้ทำให้การรับรู้ต่างๆนั้นทื่อด้านลง แต่วันนี้ระบบจะปลดผนึกประสาทสัมผัสออกทำให้มนุษย์เราสามารถรับรู้สิ่งต่างๆได้อย่างเต็มที่... ”

รินยกมือขึ้นจากโต๊ะเป็นครั้งแรก เธอกางฝ่ามือยื่นขวางเกวลินเอาไว้สื่อความหมายให้หยุดก่อนที่จะหลับตาลงใช้ความคิด มือที่กางอยู่หน้าเกวลินนั้นหยุดนิ่งสนิทกลางอากาศเหมือนกับเป็นแขนของรูปปั้นหิน

“เราเข้าใจแล้ว” ถึงแม้ว่าตาจะหรี่ต่ำแต่แววตาของลีนส์สาวได้เปลี่ยนไปเป็นแหลมคมวาววับ “ตีความจากคำพูดของแก้วก็หมายความว่าผู้เข้าแข่งขันรวมทั้งกรรมการจะมีประสาทรับรสที่กลับคืนสู่สภาพเดิมและสามารถรับรู้รสชาติที่แท้จริงของเครื่องปรุงรสและวัตถุดิบต่างๆได้เป็นครั้งแรก และถ้าได้แกรไนต์ที่กินอาหารเช่นเดียวกันกับมนุษย์ช่วยเหลือแก้วก็จะได้เปรียบในการค้นหาเครื่องปรุงและวัตถุดิบที่มีรสชาติถูกปากของกรรมการได้อย่างรวดเร็ว”

เกวลินประเมินยกระดับความสามารถด้านความคิดของอีกฝ่ายขึ้นอีกขั้นหนึ่ง สมแล้วที่เป็นผู้ชนะเลิศในการแข่งขันไขปริศนา ปัญญาและไหวพริบของเธอนั้นมิได้อ่อนด้อยเลยแม้แต่น้อย

“ถูกต้อง เราคาดเดาเอาว่าแม้แต่วัตถุดิบปกติที่ใช้อยู่เป็นประจำก็จะมีรสชาติที่แตกต่างไปจากเดิม” ที่จริงแล้วต้องบอกว่าเธอนั้นคาดเอาทุกอย่างเอาเองล้วนๆ ทั้งหมดทั้งมวลที่พูดออกมาในวันนี้ล้วนเกิดขึ้นจากการคาดเดาผลลัพท์ของการอัพเกรดอัตราการส่งข้อมูลคลื่นสมองทั้งสิ้น

ลีนส์สาววางมือลงประสานกันบนโต๊ะอีกครั้ง “แต่เรายังเห็นว่ามันมีช่องโหว่สำคัญอยู่อย่างหนึ่ง แก้วจะรู้ได้ยังไงว่ารสชาติอร่อยหรือรสชาติต่างๆที่เฮอร์มันด์สัมผัสได้กับรสชาติที่มนุษย์แบบแก้วสัมผัสได้มันจะเป็นรสชาติอย่างเดียวกัน แก้วคงไม่ลืมว่าพวกเรานั้นอยู่คนละโลกคนละมิติกัน นอกจากนั้นยังมีเรื่องรสนิยมความชอบของแต่ละคนที่แตกต่างกันอีกด้วย”

เกวลินต้องยอมรับว่าเธอนั้นดูถูกคนอื่นมากเกินไป เธอไม่คาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่าอีกฝ่ายจะคิดได้ครอบคลุมกว้างไกลถึงประเด็นนี้อย่างเช่นที่เธอคิดได้ มิติสัมผัสที่แตกต่างกันนี้เป็นเรื่องพื้นๆธรรมดาที่น้อยคนจะคิดตระหนักได้ด้วยตนเอง

“หลังจากที่เราได้ประสาทรับรสเดิมกลับมาแล้วเราจะทำอาหารที่เรามั่นใจว่าอร่อยให้เฮอร์มันด์ลองกินดู แล้วค่อยถามดูว่าเฮอร์มันด์ชอบอาหารพวกนั้นมั้ย รสชาติเป็นยังไง เปรี้ยวหวานมันเค็มเผ็ดขมยังไง ถ้าใกล้เคียงกันก็ถือว่าใช้ได้แล้ว” เกวลินค่อนข้างมั่นใจว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะมีปัญหามากนักเพราะระบบช่วยเหลือด้านภาษานั้นน่าจะแปลความหมายของคำที่สื่อถึงรสชาติของแกรไนต์ได้ตรงตามความหมายในภาษาไทยให้เธออย่างเรียบร้อยถูกต้องดังเช่นประโยคคำพูดอื่นๆทั่วไปในการสนทนาข้ามเผ่าพันธุ์

ซิรีเน่สบตากับเฮอร์มันด์ผู้ที่ตาขวางเคร่งเครียดอยู่ตลอดเวลาแล้วก็ถามเกวลินในสิ่งที่เธอสงสัย

“แก้วไม่สนใจผลึกวิญญาณ … เราหมายถึงผลึกบันทึกจุดเกิดที่เราได้มาเหรอ ถ้าขอซื้อหรือว่าแย่งเอาจะง่ายกว่ารึเปล่า”

คำถามลักษนะนี้ที่ถูกถามด้วยสีหน้าเฉื่อยชาแบบนี้ทำให้ผู้คนยากจะตอบคำถามนี้ได้อย่างชัดเจนถูกต้อง เกวลินได้แต่ตอบไปตามตรง

“ … ที่จริงการได้สิ่งของมาด้วยวิธีการแบบนั้นมันก็ไม่ผิดหรอกนะ จะได้มาด้วยอำนาจเงินหรือว่ากำลังบังคับมันก็ไม่มีปัญหาถ้ามันทำให้ปรรลุเป้าหมายได้ แต่เราสนใจของที่ได้มาจากวิธีการที่ตัวเองภาคภูมิใจได้มากที่สุดมากกว่า”

“ด้วยการแข่งขันทำอาหารนี่นะเหรอ ?”

เกวลินได้ยินแล้วก็ต้องอึ้งไปวูบหนึ่งก่อนจะหัวเราะให้กับตัวเอง เธอพึ่งรู้สึกตัวว่านี่เป็นทิฐิของอิสยะที่ซ่อนอยู่ในตัวเธอ อิสยะนั้นเป็นคนที่ทำอาหารบ่อยมากและมั่นใจว่าตนเองนั้นสามารถทำอาหารได้ดีและอร่อยกว่าใครหลายๆคน การได้รางวัลจากการแข่งขันทำอาหารนั้นก็เหมือนกับเป็นการตอบสนองความดื้อรั้นของตัวเองประการหนึ่ง และในวูบนี้เองที่เกวลินเข้าใจได้ว่าอิสยะนั้นไม่ใช่คนที่เยือกเย็นไร้น้ำใจอย่างที่เธอเข้าใจในตอนแรก ชายหนุ่มผู้นี้มีปมเล็กๆในใจที่ดูเหมือนจะไร้สาระแต่สำคัญสำหรับเขา

“ถูกต้องแล้ว สำหรับเราการทำอาหารมันสร้างความรู้สึกยินดีได้พอๆกับการคาดเดาเหตุการณ์ล่วงหน้านั่นแหละ” เกวลินพูดทั้งหัวเราะและส่ายหน้าเบาๆ

ซิรีเน่คืนกลับจากการโน้มตัวไปข้างหน้าเป็นนั่งเหยียดหลังตรงแทน เธอพูดด้วยสีหน้าจริงจังและน้ำเสียงที่เป็นทางการต่างจากท่าทีเมื่อสักครู่

“เราเห็นว่านี่ไม่มีปัญหาอะไร แต่แกรไนต์นั้นมีธรรมเนียมข้อปฏิบัติที่สำคัญประการหนึ่ง ถ้าจะขอร้องให้แกรไนต์คนใดช่วยเหลืองานด้านใดก็ตามผู้ขอร้องจะต้องเอาชนะในการแข่งขันที่ตกลงยินยอมกันทั้งสองฝ่ายเสียก่อน ถ้าผู้ขอร้องสามารถเอาชนะได้ แกรไนต์ผู้นั้นจะต้องทำตามคำขออย่างเต็มความสามารถ ธรรมเนียมนี้เรียกว่า ไรวัลคอนแทร็ค แน่นอนว่าผู้ขอร้องจะต้องแจ้งคำขอให้ทราบก่อนและแกรไนต์ผู้นั้นจะต้องยินยอมรับการขอนั้นจึงจะเริ่มธรรมเนียมพิธีการไรวัลคอนแทร็คได้”

เฮอร์มันด์ที่นั่งฟังอยู่เงียบๆโดยไร้คำพูดนั้นค่อยๆปลดกระดุมเสื้อส่วนบนออกทีละเม็ดและแบะปกเสื้อเผยให้เห็นรายสักรูปหัวเสือโคร่งคำรามสีดำสนิทบนเนินอกซ้าย

“การแสดงรายสักให้เห็นหมายความว่าเฮอร์มันด์ยินยอมทำสัญญาไรวัลคอนแทร็คด้วย แต่เราต้องมาตกลงเรื่องกติกาการแข่งขันกันก่อนจึงจะเริ่มพิธีได้” ซิรีเน่อธิบายให้อีกฝ่ายทราบ

เกวลินมองดูรอยสักที่เป็นเส้นละเอียดสวยงามบนเนินอกแกรไนต์สาวแล้วหันไปสบตาเจนยู พวกเธอสองคนไม่ได้อยู่ดูการต่อสู้ของเฮอร์มันด์และปาปริก้าในรอบรองชนะเลิศจึงไม่ทราบว่าฝีมือของหญิงสาวสูงเกือบสองเมตรข้างหน้านี้เป็นอย่างไรบ้าง แต่สภาพของเมืองที่พังเป็นช่องทางยาวทะลุกำแพงไปจนถึงโคลอสเซี่ยมที่ตอนนี้มีสภาพไม่ต่างจากของจริงในประวัติศาสตร์เมื่อสามร้อยปีก่อนมากนักก็บอกให้พวกเธอทราบว่าฝีมือของนักสู้สาวเบื้องหน้านี้จะต้องไม่ธรรมดาแน่นอน

เจนยูยังไม่ทันออกความเห็นเกลินก็ชิงพูดขึ้นก่อน “งัดข้อเป็นไง”

เฮอร์มันด์หันไปสบตาซิรีเน่ก่อนจะพยักหน้า ทั้งสองคนต้องแสดงสีหน้าตกตะลึงเป็นครั้งแรกเมื่อเกวลินขยับเก้าอี้จัดตำแหน่งของตนเองให้เหมาะสม

“แก้วจะเป็นคนแข่งเหรอ ? … ให้เจนยูเป็นคนแข่งจะเหมาะกว่ารึเปล่า ?” ลีนส์สาวแสดงอาการตื่นเต้นเป็นครั้งแรกหลังจากที่ออกอาการเฉื่อยชามาโดยตลอด นี่เป็นความรู้สึกเหนือการคาดหมายที่เธอไม่ได้สัมผัสมายาวนาน

เกวลินยิ้มกว้างก่อนจะพูดแบบสบายๆ “เราแข็งแรงกว่ายูนะ อย่ามองคนแต่ภายนอกสิ”

เธอพูดความจริง ถ้าเป็นการต่อสู้แล้วเธอยอมรับว่าเจนยูนั้นเหนือกว่าหลายขั้น แต่ถ้ามองกันในของพละกำลังล้วนๆแล้วเธอยังเหนือกว่าขั้นหนึ่ง อาจจะเป็นเพราะว่าเกวลินนั้นไม่สนใจที่จะฝึกฝนฝีมือตัวเองเท่าไหร่ทำให้ความสามารถในการต่อสู้ของเธอนั้นแทบไม่พัฒนาขึ้นเลยแม้แต่น้อย

เฮอร์มันด์หันไปมองหน้าซิรีเน่ซึ่งแสดงอาการลังเลสงสัยปนตื่นตกใจอย่างที่ไม่ค่อยจะได้เป็นบ่อยนัก ลีนส์สาวใช้ความคิดวูบหนึ่งและพยักหน้าเป็นสัญญานว่าไม่มีปัญหา ด้วยสายตาและสัมผัสของผู้เชี่ยวชาญอย่างเธอยังหาจุดที่ผิดปกติบนร่างสาวน้อยคนนี้ไม่ได้ ทั้งพลังงานวิญญาณและพลังงานเวทมนต์ล้วนแต่ไม่เข้าข่ายผิดปกติใดๆทั้งสิ้น

แกรไนต์สาวถอดชุดเกราะส่วนมือและแขนทั้งทั้งหัวไหล่และลำตัวท่อนบนออกทั้งหมดก่อนจะถลกเสื้อและปลิ้นเสื้อด้านขวาออกเผยให้เห็นไหล่แขนและลำตัวซีกหนึ่งอย่างชัดเจน หน้าอกครึ่งล่างจนถึงช่วงเข็มขัดของเธอถูกปิดรัดไว้ด้วยเสื้อกล้ามตัดเย็บจากหนังที่ผูกร้อยไว้ด้วยสายรัดแน่นหนา สิ่งที่เด่นชัดจับตาผู้คนไม่ใช่เนินอกที่ถูดบีบรัดจนแทบปลิ้นแต่เป็นมัดกล้ามเนื้อที่เข้ารูปแข็งแรงจนผู้ชายเห็นแล้วยังอาย แม้แต่แขนของเธอยังถูกแนวกล้ามเนื้อวาดเป็นเส้นลึกชัดเจน

เกวลินนึกสนุกก็เลยถอดชุดเกราะส่วนบนของตัวเองออกบ้าง แต่ในขณะที่จะถลกเสื้อออกโชว์ไหล่เหมือนฝ่ายตรงข้ามเจนยูที่ยืนอยู่ด้านหลังก็เคาะกระโหลกเธอดังก๊อง

“อะไรเล่า” เกวลินร้องถาม

“ … ”

ถึงแม้จะไม่มีคำพูดแต่เกวลินก็ทราบดีว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ในใจ เธอได้แต่ผูกสายรัดเสื้อที่พึ่งแก้ออกได้เส้นเดียวกลับเข้าที่เดิม ถ้าขืนถอดมากกว่านี้เดี๋ยวก็ได้มีคนตายกันบ้างแหละเกวลินคิด

“งัดข้อเหรอ … ถ้าจะงัดข้อกับมันจังโต๊ะตัวนี้เอาไม่อยู่หรอกนิ” เสียงเล็กๆของเรสเกตลินซ์ดังขึ้นเป็นครั้งแรก เธอพูดแค่นั้นก็เดินโซเซไปนอนคุดคู้อยู่ที่มุมห้องไม่สนใจใคร แต่มันก็ทำให้คนที่เหลือหันมองพิจารณาโต๊ะไม้ที่ดูแล้วไม่ค่อยจะแข็งแรงเท่าไหร่ตัวนี้

โดยไม่พูดไม่จาเฮอร์มันเดินออกไปนอกร้านอย่างรวดเร็วไม่สนใจใคร

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็มา คงออกไปหาโต๊ะไม่ก็แท่นรองที่มันแข็งแรงหน่อยน่ะ” ซิรีเน่พูด

ระหว่างที่รอเกวลินก็ใช้การพับแขนเสื้อแทนที่จะตลบเสื้อออกมาทั้งแถบ เพราะถ้าขืนถอดจริงๆมีหวังแฟนขี้หึงของเธอบ่นหูชาไปสามวันเจ็ดวัน ในตอนที่ถลกพับแขนเสื้อขึ้นนี้เองลีนส์สาวนักไขปริศนาได้เห็นลวดลายสีทองบนแขนของฝ่ายตรงข้าม เธอกะพริบตาวูบหนึ่งก่อนจะปรับสีหน้าเป็นปกติอย่างรวดเร็ว

เพียงครู่เดียวเฮอร์มันด์ก็กลับมาพร้อมกับหินสกัดสี่เหลี่ยมก้อนใหญ่ที่เกวลินจำได้ว่าเป็นหินแบบเดียวกันกับที่ใช้ทำเป็นกำแพงเมือง สงสัยว่าแกรไนต์สาวคนนี้จะไปขโมยส่วนของกำแพงเมืองมาจากพื้นที่ส่วนที่พลังทะลายจากการต่อสู้เสียแล้ว

หินสกัดสำหรับก่อกำแพงขนาดกว้างยาวสองเมตรสูงหนึ่งเมตรถูกเฮอร์มันด์ทิ้งโครมลงบนพื้นหินของโรงเตี้ยมสร้างแรงสั่นสะเทือนจนฝุ่นในซอกหลืบฟุ้งกระจาย เธอพลิกตั้งหินสกัดสี่เหลี่ยมขึ้นเป็นแนวตั้งและพบว่ามันสูงเกินกว่าที่เกวลินจะออกท่าทางได้อย่างถนัดมือ เจนยูที่ยืนรออยู่เงียบๆจนเซ็งชักดาบออกมาและสะบัดฟันด้วยความรวดเร็วก่อนจะผลักหินส่วนเกินด้านบนประมาณเจ็ดสิบเซ็นติเมตรออก

สำหรับเกวลินที่สูงไม่ถึงร้อยหกสิบในตอนนี้แท่นรองออกจะเตี้ยไปบ้างแต่ก็ไม่ลำบากในการจัดท่าทางนัก เฮอร์มันด์ที่มองเห็นแขนกลของเกวลินเป็นครั้งแรกไม่ได้แสดงสีหน้าท่าทางอะไรเป็นพิเศษแต่ซิรีเน่นั้นกระซิบบอกข้างหูเธอเบาๆ

“เอาจริงได้เลยมันด์ ห้ามออมมือเด็ดขาด”

แกรไนต์สาวเอียงคอและหรี่ตาเล็กน้อยด้วยความสงสัย แต่น้ำเสียงแต่สีหน้าของอีกฝ่ายนั้นบอกชัดเจนว่าไม่ได้ล้อเล่น เธอมองดูแขนกลของเกวลินและตกลงใจจะใช้ความสามารถทั้งหมดที่มีตามคำสังของมันสมองประจำกลุ่ม

เหล่าผู้คนในโรงเตี๊ยมกว้างขวางนั้นเพิ่มขึ้นจนแออัดยัดเยียด บางคนถึงกับปีนป่ายขึ้นเกาะเสาและฝ้าเพดานเพื่อดูการประลองกำลังของหญิงสาวที่มีรูปร่างแตกต่างกันสุดขั้วสองคน

เมื่อประสานมือกันเกวลินก็พลันคิดไปถึงการงัดข้อกันระหว่างเจนยูกับวันแบร์ในป่าเวทมนตร์ของดินแดนลีนส์ สัดส่วนทางกายภาพที่ต่างกันสร้างรูปแบบที่คล้ายคลึงกันขึ้นมาอีกครั้ง แขนของเฮอร์มันด์ที่ยาวกว่าต้องทำมุมที่แคบกว่าเพื่อรับกับแขนของเกวลินที่สั้นกว่า แน่นอนว่านั่นสร้างความได้เปรียบในด้านการออกกำลังสำหรับเกวลิน แต่เมื่อมองด้วยสัดส่วนร่างกายแล้วผู้คนรอบข้างต่างก็ต้องส่ายหน้าเพราะแขนของทั้งสองคนนั้นเหมือนท่อนซุงกับตะเกียบใช้แล้วทิ้ง ไม่ว่าใครต่างก็เห็นว่าเด็กสาวร่างบอบบางผู้นี้ไม่มีทางเอาชนะยักษ์สาวตัวล่ำหุ่นนักกล้ามได้เลย

เจนยูมองดูหุ่นของเฮอร์มันด์แล้วรู้สึกดีใจมากที่ตนเองได้พบกับซิกิลลาเรีย ถ้าไม่ได้เจอกับเรสเกตตัวน้อยคนนั้นเธอเองก็คงจะมีรูปร่างเช่นนี้ในอนาคต มันทำให้เธอคิดว่าซิกนั้นก็คงจะมีรูปร่างล่ำแน่นเช่นนี้ด้วยหรือเปล่านะ

มือทั้งสองที่ประสานกันโดยใช้นิ้วโป้งและอุ้งมือเกาะเกี่ยวเพื่อความมั่นคงและแข็งแรงในการออกกำลัง ทั้งสองคนไม่ได้ออกแรงกำลังเลยแม้แต่น้อย มือของทั้งคู่เหมือนกับทาบประสานกันอยู่เฉยๆเท่านั้น สายตาที่สบมองกันแน่นเขม็งส่งความหมายที่แตกต่างกันให้กับคู่ต่อสู้

เกวลินนั้นรู้สึกได้ถึงความมุ่งมั่นจริงจังที่รุนแรงแต่เปิดเผยบริสุทธิ์ ภายใต้สีหน้าอันน่าหวาดเกรงชวนให้คนถอยหนีนั้นมีเพียงความจริงใจอย่างที่ยากจะหาได้ในหมู่มนุษย์

เฮอร์มันด์นั้นรู้สึกได้ถึงความลึกล้ำที่ซ่อนอยู่ภายใต้หลุมลึกสีดำสนิทในดวงตาคู่นั้น เธอรู้สึกได้ว่าภายใต้ใบหน้าอันเรียบเฉยยากจะคาดเดาอารมณ์ได้นั้นมีอะไรมากมายที่เก็บซ่อนอยู่

เสียงแก้วแตกดังขึ้นเป็นสัญญาณพร้อมกับการออกแรงบิดพร้อมๆกันของทั้งสองคน แรงกดของทั้งคู่ทำให้แท่นหินทรุดตัวลงไปในพื้นอิฐห้าเซนติเมตรและฝุ่นบนแท่นหินฟุ้งกระจายอีกครั้ง คนเกือบร้อยที่เฝ้าดูอยู่ต้องตื่นตะลึงกับภาพที่เหนือความคาดหมายไปไกล

แขนของทั้งสองสั่นระรัวไปกับการออกแรงเต็มที่ ถึงแม้จะไม่น่าเชื่อแต่ภาพของสาวน้อยร่างเล็กที่ยันกำลังแขนของสาวร่างยักษ์สุดล่ำเอาไว้ก็เป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ นอกจากจะออกแรงหมุนข้อศอกโดยใช้กำลังจากกล้ามเนื้ออกและแขนซ้ายที่จับยึดแท่นหินอีกด้านเอาไว้แล้วทั้งคู่ต่างก็บิดข้อมือของอีกฝ่ายเข้าหาตัวเองเพื่อที่จะออกแรงกำลังได้อย่างเต็มที่

เกวลินเรียกใช้พลังงานเวทมนตร์ที่สะสมเอาไว้ในชุดเกราะเสริมสร้างเกราะพลังงานเวทมนตร์ในร่างกายปรับสภาพให้ร่างกายแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า ซิรีเน่และเจนยูที่ยืนดูอยู่สัมผัสพลังงานเวทมนตร์ในร่างกายของเกวลินได้พร้อมๆกัน ลีนส์สาวกระแอมครั้งหนึ่งเป็นสัญญาณให้เพื่อนทราบว่าอีกฝ่ายนั้นเริ่มใช้ลูกเล่นแล้ว

เมื่อได้สัญญาณจากซิรีเน่เฮอร์มันด์ก็ใช้พลังภายในพิเศษของตนเองทันที จากที่เคยหายใจเข้าออกสลับกันแกรไนต์สาวก็ได้เปลี่ยนเป็นหายใจเข้าอย่างเดียวโดยที่ไม่หยุด อ็อกซิเจนที่ถูกดูดเข้าไปในร่างกายถูกดูดซับและบีบอัดในปอดจนกลายเป็นของเหลวและไหลไปตามกล้ามเนื้อส่วนแขนไหล่หน้าอกลำตัวส่วนบน

เมื่อได้จำนวนอ็อกซิเจนเหลวมากพอแล้วกล้ามเนื้อที่มีลักษณะพิเศษของเธอก็จุดระเบิดพลังงานอย่างรุนแรง เปลวไฟสีฟ้าใสที่เกิดจากการเผาใหม้แบบหมดจดพุ่งพ่นลอดผ่านช่องปากและจมูกออกมาพร้อมกับเสียงระเบิดดังก้องน่ากลัว แขนของเกวลินถูกแรงบิดมหาศาลที่เกิดขึ้นอย่างกระทันหันบิดจนท่อนแขนหักงอพับไปด้านนอก

ถึงแม้จะเจ็บปวดแต่เด็กสาวก็ไม่ได้แสดงออกทางสีหน้าแต่อย่างใดนั่นทำให้ซิรีเน่ที่เฝ้าจับจ้องสีหน้าเธออยู่ต้องยอมรับนับถือในการเก็บอาการของมนุษย์ผู้นี้ ผู้คนที่เฝ้าชมอยู่ต่างมองดูเด็กสาวร่างบอบบางในสภาพที่แขนหักพับไปด้านนอกอย่างเสียวสยอง โดยเฉพาะคนที่ได้ชมการต่อสู้ชิงผลึกบันทึกจุดเกิดก่อนหน้านี้ที่ยังมีภาพของการต่อสู้อันแสนสยดสยองติดตาอยู่ไม่คลาย

ที่จริงแล้วในช่วงที่เจนยูใช้เวลาไปกับการฝึกฝนพลังใหม่ของเธอยู่นั้นเกวลินก็ใช้เวลาในการพัฒนาฝึกฝนพลังงานงานเวทมนตร์ในเกราะเวทมนตร์ของเธอเอง จากที่ทำได้เพียงเปลี่ยนสภาพร่างกายให้แข็งแกร่งนั้นเกวลินก็ได้ฝึกจนสามารถบังคับให้ร่างกายของเธออยู่ในสภาพของสสารประเภทต่างๆได้ ถึงแม้จะยังทำได้ไม่หลากหลายนักแต่แขนของเธอในเวลานี้ก็เปรียบเสมือนกับท่อนเหล็กเหนียวท่อนหนึ่ง ดังนั้นกระดูกของเธอจึงไม่ได้หักแตกแต่เพียงแค่บิดงอไปตามสภาพของโลหะ

โดยปราศจากความตื่นตระหนกตกใจหรือกระหยิ่มยิ้มย่องยินดี คนที่จริงจังกับการต่อสู้อย่างที่สุดอย่างเช่นเฮอร์มันด์สูดลมหายใจเข้าลึกอย่างต่อเนื่องอีกครั้งเพื่อเตรียมตัวใช้พลังระเบิดลมปราณอีกครั้งหนึ่ง เกวลินพยายามเร่งพลังงานเวทมนตร์ให้สูงที่สุดเพื่อคืนสภาพแขนของตนเอง แต่ในขณะที่เธอเร่งใช้งานพลังงานเวทมนตร์นั้นเองที่มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น

แบร์สปิริตที่ถูกผนึกเอาไว้ในรอยแผลถูกคลายออกมายืนค้อมคร่อมใต้เพดานด้วยความสูงเกือบสามเมตรของมันทั้งสามตน

“หยุดก่อน”

ซิรีเน่ที่จับจ้องมองดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดพลันร้องขึ้นมาอย่างตื่นตระหนก




คุยกับท่านผู้อ่าน

ขอบคุณที่ติดตามอ่านกันมาจนถึงตอนนี้ครับ วันนี้ผมเอารูปวาดเก่าๆที่บังเอิญไปเจอเข้าโดยบังเอิญมาโชว์ให้ดูครับ ที่จริงลืมไปแล้วนะเนี่ย

วิดีโอคอบคอมเมนต์ครั้งที่ ๖


วิดีโอล็อกเล่นไปบ่นไปกับชาลีครั้งที่ ๖

ภาพที่ผมวาดเอาไว้ครับ พอได้เห็นภาพเก่าๆแล้วฮาตัวเอง ทำไมฝีมือเราห่วยเช่นนี้ล่ะนี่

>


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ล็อกอินข้ามศตวรรษ (online,ออนไลน์) ตอนที่ 30 : ภาพลวงตาของความจริง , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 5802 , โพส : 38 , Rating : 246 / 51 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2

#38 : ความคิดเห็นที่ 8743
เอ้า น้องหมีออกมากันทำไม 55555555
PS.  สตอรี่อิสมาย#เป็นสาววายต้องสง่าผ่าเผย ดองนิยายนับปีต้องไม่อาย รับหน้าที่รีดเดอร์เงาอย่างมีเกียรติ... นิสัยดีจัดจนคนลืมเลือน พอลืมเพื่อนพ้องมั่งดันโดนคาดโทษ มโนมากจนต้องหานิยายเขียน สักวันคงเลือดหมดตัว
Name : Highzaba< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Highzaba [ IP : 58.8.220.155 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 กันยายน 2557 / 00:56

#37 : ความคิดเห็นที่ 7733
ไรทวาดรูปเก่งจังเลย สอนผมมั่งสิ แล้วตกลงใครชนะแข่งต่อสู้เดียวงะ
Name : Amty< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Amty [ IP : 110.171.221.61 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2557 / 19:04


#36 : ความคิดเห็นที่ 7559
สนุกมากจ้า
แค่ชวนมาชิมอาหารยังอลังการขนาดนั้นเลย =w=

PS.  ขอบคุณ =)
Name : ฮัดชิ่ววว~< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ฮัดชิ่ววว~ [ IP : 171.98.162.103 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 มกราคม 2557 / 20:49

#35 : ความคิดเห็นที่ 7281
วาดสวยแต่อ่านไม่เข้าใจ โฮ่ๆ

หนุกหนานๆ
PS.  อยู่ไปก็ไร้ความหมาย หากไร้ชีวิตชีวา
Name : ้heisai09< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ้heisai09 [ IP : 27.145.230.182 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 ธันวาคม 2556 / 15:33

#34 : ความคิดเห็นที่ 4877
ไรท์เตอรืวาดได้สวยมาก อันนี้ชมจากใจเลยนะครับ
Name : ghost roon< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ghost roon [ IP : 27.55.7.77 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 พฤษภาคม 2556 / 20:36

#33 : ความคิดเห็นที่ 1863
ขอบคุณค่ะ :D
PS.  
Name : bam_ja< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ bam_ja [ IP : 110.164.62.50 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 ตุลาคม 2555 / 00:15

#32 : ความคิดเห็นที่ 1360
งืมๆ เห็นภาพวาดแล้วอึงเลยค่ะ 
PS.  ถึงจาเป็นคนผิด แต่ก็มายดายหมายความว่าจาเป็นคนร้ายน้า...T^T
Name : Fateจัง< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Fateจัง [ IP : 182.53.152.29 ]
Email / Msn: kitti741(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 กรกฎาคม 2555 / 22:20

#31 : ความคิดเห็นที่ 1170
สามเตร >>  เตร
ถั่วเหลือ >> เหลือ(ผิด 2 ที่)
ม่หาคนมาชิม >> ไป
แมวป่ >> แมวป่
สองตว >> ตัว
ริน <.strong> สงสัย code จะผิดรึเปล่า?
รสชาติต่าง >> ต่าง
ยสัก >> รอยสัก (ผิด 2 ที่)
อ็อกซิเจน >> ออกซิเจน 
เผาหม้ >> ไหม้
-----------------------
งัดข้อจนแขนหักกันเลยเรอะ - -


Name : กะหล่ำปลีแมน< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ กะหล่ำปลีแมน [ IP : 14.207.193.249 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 มิถุนายน 2555 / 15:10

#30 : ความคิดเห็นที่ 1109
ผมว่า รูปเก่าๆ ไม่ได้แค่แสดงฝีมือที่บอกอ่อนประสบการณ์เพียงอย่างเดียวนะครับ รูปเก่าๆ ที่เคยวาดผมว่า เป็นก้าวแรกของการเดินทางไปสู่ความฝันของผู้วาด ที่ซึ่งปัจจุบันได้พัฒนาไปข้างหน้า และต่อเนื่องเพื่อให้สามารถสานฝันของผู้วาดได้

เหมือนกับลองคิดถึง ดินสอ ด้ามแรกที่ใช้จับวาดภาพดูสิครับ

PS.   คุณค่าของชีวิตอยูู่ที่อะไร
Name : fearza< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ fearza [ IP : 118.173.34.145 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 มิถุนายน 2555 / 16:34

#29 : ความคิดเห็นที่ 1103
 สวดดดยอดดดดดด
Name : lhoaw-sa< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ lhoaw-sa [ IP : 101.109.241.97 ]
Email / Msn: lhoaw-sa(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 มิถุนายน 2555 / 23:04

#28 : ความคิดเห็นที่ 1102
 สวดดดยอดดดดดด
Name : lhoaw-sa< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ lhoaw-sa [ IP : 101.109.241.97 ]
Email / Msn: lhoaw-sa(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 มิถุนายน 2555 / 23:04

#27 : ความคิดเห็นที่ 1099
จัดเต็มครับ *o*
Name : shadow [ IP : 49.0.76.204 ]
Email / Msn: -
วันที่: 13 มิถุนายน 2555 / 19:05

#26 : ความคิดเห็นที่ 1079
 มาแล้วววว
Name : lhoaw-sa< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ lhoaw-sa [ IP : 101.109.241.110 ]
Email / Msn: lhoaw-sa(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 มิถุนายน 2555 / 01:31

#25 : ความคิดเห็นที่ 1078
 ไรเตอร์อย่างค้างอ่ะ มาต่อเร็วๆเน้อ
Name : InuSmall< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ InuSmall [ IP : 223.206.176.206 ]
Email / Msn: mine_za_053(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 มิถุนายน 2555 / 07:11

#24 : ความคิดเห็นที่ 1077
โคตรค้างเลยไรท์เตอร์
มันเกิดอะไรขึ้นกับแก้วน่ะ
อยากรู้จัง(โว้ย!) อ๊ากกกกกกกกกก!!!
PS.  ถ้าไม่มีอดีต...ก็ไม่มีปัจจุบัน ไม่มีปัจจุบัน...ก็ไร้อนาคต ไร้อนาคต...ไร้ความหวัง แล้วจะมีอดีต...ปัจจุบันไปทำไม... ...อย่าทิ้งอดีต...อย่าละเลยปัจจุบัน...และ...อย่าไร้ซึ่งความหวัง... แห่งอนาคต...[-em
Name : จันทราราตรี< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ จันทราราตรี [ IP : 180.183.136.220 ]
Email / Msn: conan_nanoha(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 มิถุนายน 2555 / 21:24

#23 : ความคิดเห็นที่ 1076

หยุดก่อน...หยุดเพราะไอดำ+สัญลักษณ์หมี? หรือว่ารินจะรู้อะไร ค้างนะเนี่ย
ปล. รินแอบน่ารัก (ชอบสาวเฉื่อย 55)


PS.  "ถึงโลกจะแตกแต่เราก็ยังมีจักรวาลอยู่ไม่ใช่รึไง?" : "อา...เป็นอย่างนี้นี่เอง...ก็ผมน่ะ...อยู่อย่างเพียงลำพังมาโดยตลอดนี่นะ..."
Name : สุขสันต์วันสิ้นโลก< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ สุขสันต์วันสิ้นโลก [ IP : 125.25.151.185 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 มิถุนายน 2555 / 20:25

#22 : ความคิดเห็นที่ 1075
สนุกดี
Name : iiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiii< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ iiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiii [ IP : 124.121.56.133 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 มิถุนายน 2555 / 16:36

#21 : ความคิดเห็นที่ 1074
ค้าง......
Name : sept [ IP : 115.87.253.176 ]
Email / Msn: -
วันที่: 10 มิถุนายน 2555 / 16:04

#20 : ความคิดเห็นที่ 1073
"หยุดก่อน" ......พระเจ้า ค้างคา โค-ตะ-ระ
Name : สายลมที่แผ่วเบา [ IP : 58.9.19.203 ]
Email / Msn: -
วันที่: 10 มิถุนายน 2555 / 15:28

#19 : ความคิดเห็นที่ 1072
 เกิดอะไรขึ้น     
อัพต่อเร็วๆนะะะะะะะะะ
Name : ฝนธารา< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ฝนธารา [ IP : 49.49.163.102 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 มิถุนายน 2555 / 13:09

#18 : ความคิดเห็นที่ 1071
 ออกมาหมดเลย  เกิดอะไรขึ้น
PS.  ‎"ทำดียังไม่ได้ดีเพราะเคยชั่ว ทำชั่วยังไม่ได้ชั่วเพราะเคยดี"...ธรรมะใกล้ตัวฉบับที่ 54
Name : Mink_C< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mink_C [ IP : 180.180.199.66 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 มิถุนายน 2555 / 12:19

#17 : ความคิดเห็นที่ 1070
 อ่านจอมคนแดนฝันด้วยเหรอครับ? รู้สึกอิซัคหน้าเข้มแท้
PS.  internet ทำให้คนที่ห่างไกลได้ใกล้กันมากขึ้น และทำให้คนที่อยู่ใกล้ๆห่างไกลกันออกไป
Name : DIGIT@L-SENTINEL< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ DIGIT@L-SENTINEL [ IP : 171.7.210.197 ]
Email / Msn: xizsec01(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 มิถุนายน 2555 / 00:59

#16 : ความคิดเห็นที่ 1069
รู้สึกว่าสกิลค้างของไรเตอร์จะเลเวลอัพอีกแล้วละนะ
PS.  คนมี สุข ทุกข์ ร่วม พลัดพราก จันทร์มี มืด สว่าง กลม แหว่ง เว้า
Name : Naze< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Naze [ IP : 58.11.72.136 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 มิถุนายน 2555 / 00:55

#15 : ความคิดเห็นที่ 1068

สนุกครับ ... แต่

ซิรีเน่ เรียก มันด์

เรสเกตลินซ์ เรียก มันจัง

ตกลงชื่อเล่นของเฮอร์มันด์ คือ ?
PS.  อยู่คนเดียวระวังความคิด อยู่ใกล้มิตรระวังคำพูด
Name : S.P.Jittsawang< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ S.P.Jittsawang [ IP : 182.52.225.56 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 มิถุนายน 2555 / 00:41

#14 : ความคิดเห็นที่ 1067
 ช X ช ระวังมีคนเข้าใจผิดเป็น ชาย X ชาย นะครับ (ฮา) โดอันนั้นผมวาดไว้แค่นั้นแหละครับ

PS.  คนที่ท้อแท้เพราะเป้าหมายนั้นยากลำบาก ยังน่านับถือกว่าคนที่ไม่กล้าแม้แต่จะท้าทาย
Name : originalBlueSin< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ originalBlueSin [ IP : 124.120.154.117 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 มิถุนายน 2555 / 00:14

หน้าที่ 1 | 2
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

"ถ้าคุณคิดว่าภารโรงประจำ โรงเรียนเป็นแค่คนทำความสะอาด คุณคิดผิด เพราะภารโรงที่ชื่อแจ็ค สมิธ เป็นมากกว่านั้น"

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android