สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ยั่วรักมาเฟียร้าย

ตอนที่ 11 : เดตเเรก


     อัพเดท 13 ก.ค. 56
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/รักหวานแหวว
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : ปริยากร / เมทิกา / อาธัญญษ / พิชามญชุ์ ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ปริยากร  / เมทิกา  /  อาธัญญษ / พิชามญชุ์ Email : Matika_Wong(แอท)hotmail.com
My.iD: http://my.dek-d.com/onpharin
< Review/Vote > Rating : 100% [ 1 mem(s) ]
This month views : 123 Overall : 6,681
4 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 38 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ยั่วรักมาเฟียร้าย ตอนที่ 11 : เดตเเรก , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2 , โพส : 0 , Rating : 0 / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


      “เขามาแล้ว”

        สลิตาเดินหันหลังไปมองกองเชียร์ข้างหลังอีกครั้งอย่างไม่ค่อยมั่นใจ เนื่องจากคราวที่แล้วเธอทำอะไรที่ไม่ค่อยจะรักษาหน้าตาของเทรนเนอร์เธอไปหลายขั้นตอน มาครั้งนี้เลยยังรู้สึกหวั่นๆอยู่ไม่หาย ทั้งไม่ค่อยกล้าจะเผชิญหน้ากับเขา ทั้งเกร็งๆว่าจะหลุดอะไรออกไปอีกหรือเปล่า แต่พรวิกาก็บอกให้ใช้เวลานี้พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส สานสัมพันธ์กับเขาให้มากๆ พร้อมทั้งคอยสังเกตพฤติกรรมเขาไปด้วยในตัว หากเห็นท่าไม่ดี จะได้ถอยออกมาทัน

        “สวัสดีค่ะ”

        คลูฟท์ เงยหน้าจากเครื่องมือสื่อสารในมือที่กำลังใช้ประโยชน์จากมันเพื่อเช็คอะไรบางอย่าง เมื่อได้ยินเสียงใสๆที่เอ่ยขึ้นจากด้านข้าง

         “อ้อ! คุณนั่นเองเชิญนั่งก่อนซิครับ”

        ชายหนุ่มลุกขึ้นผายมือให้เธอนั่งลงเก้าอี้อีกตัวในร้านเดิม

       ที่เธอและเขาได้เจอกันเมื่อวานนี้ สายตาคมกริบตวัดผ่านร่างอรชรในชุดแซ็กลายดอกไม้สีสันสดใสพอดีตัว แต่เน้นส่วนเว้าส่วนโค้งของผู้หญิงได้ค่อนข้างชัดเจนนั่นน้อยๆก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม เมื่อเห็นเธอนั่งลงเรียบร้อยแล้ว 

        “ต้องขอโทษด้วยนะคะที่มาสาย”

        เธอเอ่ยปากขอโทษขอโพยที่มาช้า ทั้งที่มาถึงตั้งนานแล้ว แต่โค้ชอย่างพรวิกายังไม่ปล่อยให้เธอลงสนาม โดยให้เหตุผลว่า ถ้ามาถึงก่อนเขา มันจะกลายเป็นว่าเธอแสดงความกระตือรือร้นอยากที่จะเจอเขาจนเกินไป ก็เลยจำต้องแอบมองเขาอยู่ห่างๆเกือบสิบนาที ทั้งที่ถึงที่นัดหมายก่อนเวลาตั้งเกือบชั่วโมง

        “ไม่เป็นไรหรอกครับ ว่าแต่... วันนี้คุณทักถูกคนแล้วแน่นะครับ”

        คำเย้าแหย่น้อยๆที่มาพร้อมกับรอยยิ้มสะกดใจ ทำเอามือเล็กๆต้องจิกขยุ้มชายกระโปรงไว้แน่น ก่อนปล่อยรอยยิ้มออกไปประมาณสามสิบเปอร์เซ็นต์ทั้งที่อยากยิ้มกว้างให้กับความขี้เล่นแบบน่ารักน่าชังสักเจ็ดสิบหรือร้อยเปอร์เซ็นไปเลย

        แต่ขอโทษ วันนี้เธอจะไม่พลาดอีกแล้ว!

        “ถ้าคุณไม่ใช่คุณเอแวนก็แสดงว่าถูกคนแล้วล่ะค่ะ”

        “อ้อ! จริงซิครับผมลืมไปเลย เจอกันครั้งก่อนเรายังไม่รู้จักชื่อกันเลย ผมคลูฟท์ครับ โฮล์แมน คลูฟท์ โยฮันเดส”

        เขายื่นมือข้ามโต๊ะมาตรงหน้า ศลิตามองตามแล้วก็ต้องปล่อยมือที่กำขยุ้มชายกระโปรงของตัวเองอยู่ด้านล่าง ขึ้นมาสัมผัสกับเขาแบบใจเต้นตุ๊บๆ ยิ่งพอนิ้วมือของเธอได้สัมผัสกับมือเขา ความรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟวิ่งไหลไปทั่วร่างก็พลันเกิดขึ้นมาอีกแล้ว

        “ศลิตาค่ะ คุณจะเรียกฉันว่าสาลี่ก็ได้ เป็นชื่อเล่นของฉันค่ะ”

        “ซีซี่?”

        “สา ลี่ ค่ะ”

        หญิงสาวทวนคำ ให้เขาออกเสียงให้ถูก เพราะเธอว่าเขาออกเสียงอย่างนั้นชื่อเธอมันเหมือนพวกนางแบบวาบหวิวที่เพิ่งจะเห็นเป็นข่าวในทีวีของโรงแรมเมื่อคืนนี้ยังไงชอบกล หวังว่าผู้ชายคนนี้คงไม่ได้แอบหื่นถึงขนาดจำชื่อนางแบบหุ่นสะบึมคนนั้นมาเรียกเป็นชื่อเธอแทนหรอกนะ

        “แปลว่าอะไรเหรอครับ”

        “อ๋อ จริงๆ มันก็ไม่ได้มีความหมายอะไรเป็นพิเศษหรอกค่ะ คือสาลี่เป็นชื่อขนมและผลไม้ที่แม่ฉันชอบทานตอนที่ท่านตั้งท้องฉันแค่นั้นเอง พอฉันคลอดออกมาก็เลยจับมาตั้งเป็นชื่อเล่นซะเลย จะได้จำได้ว่าตอนที่ท่านอุ้มท้องฉัน ท่านชอบทานผลไม้ หรือว่าขนมหวานอะไรบ้างน่ะค่ะ ดีนะคะที่ตอนท้องแม่ของฉันชอบทานสาลี่ ถ้าตอนนั้นท่านชอบทาน ตะขบกับอบเชยแม่คงเลือกชื่อลำบากน่าดูว่าจะให้ลูกชื่ออะไรดี”

        หญิงสาวแห่งวังผึ้งหวานเริ่มหัวเราะดังเกินกว่ามาตรฐานหญิงงามที่ถูกเพื่อนสอนไว้อีกครั้งอย่างลืมตัวขณะแอบนึกถึงชื่อพี่เสาร์ของเธอ 

        แต่แล้ว! ใบหน้าที่กำลังยิ้มขำจนดวงตากลมโตที่ถูกกรีดอายลายเนอร์มาอย่างดี ก็มีอันต้องหยุดกึกลง เมื่อกี้... เธอพูดมากไปหรือเปล่านะ  จำได้ว่าเขาถามนิดเดียว 

         “ดูท่าทางครอบครัวคุณจะอบอุ่นดีนะครับ ผมเห็นคุณดูมีความสุขมากเวลาพูดถึงพวกเขา”

        คลูฟท์หลุบตาลงมองแก้วกาแฟที่สั่งมาดื่มฆ่าเวลาตอนรอเธอ เพื่อซ่อนแววขบขันเอาไว้ อย่างไม่ค่อยมิดชิดนัก คนมองเห็นแล้วก็ให้รู้สึกเสียหน้าเหลือกำลัง ที่เธอเผลอทำตัวหลุดๆรั่วๆอีกแล้วเหรอนี่

        แต่ให้ตายเถอะ เขาช่างเป็นผู้ชายที่อมยิ้มได้อย่างน่ารักน่าชังจริงๆ แม้จะขัดๆกับหนวดเคราบริเวณสันกรามที่คงปล่อยให้ขึ้นยาวกว่าปกติมากกว่าจะโกนออกออกให้เกลี้ยงเกลานั่นก็ตามที 

        แถมยังเป็นสุภาพบุรุษ ไม่แสดงอาการขบขันออกมาตรงๆอย่างกลัวว่าเธอจะอายอย่างนั้นอีกแหนะ ข้อนี้ผ่าน เอาไปสิบแต้ม! 

        “ก็ดีค่ะ พวกเรามีกันแค่สีคน พ่อแม่ลูก”

        คนที่ให้คะแนนเขาไปจนหมดหน้าตักในทีเดียวแอบมีใบหน้าหมองลงเล็กน้อยตอนนึกถึงบิดา เพราะจนป่านนี้เธอก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี ว่าท่านขับรถตกลงหน้าผา ตอนที่วิ่งรถเข้าไปส่งดอกไม้ในตัวเมือง

        ศลิตาเชื่อว่าบิดาของเธอเป็นคนรอบคอบ และไม่เคยทำอะไรแบบขนาดสติ ที่สำคัญทางเส้นนั้นท่านขับรถผ่านมาตั้งแต่เธอยังไม่เกิดทั้งกลางวันแล้วก็กลางคืนด้วยซ้ำ ก็ยังอยู่รอดปลอดภัยมาได้ แต่เพียงเพราะท่านร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของรัฐขัดผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม ก็เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้น มันคงทำใจลำบากถ้าจะทำให้เธอเชื่อว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพียงอุบัติเหตุ        

“เอ่อ... คุณเป็นอะไรไปหรือเปล่าครับ”

        “ขอโทษทีค่ะ พอดีฉันเผลอคิดอะไรเพลินๆ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ อย่าไปสนใจเลย ว่าแต่เรื่องที่คุณอยากคุยกับฉันเกี่ยวกับประเทศไทยเนี่ย คุณอยากรู้อะไรบ้างเหรอค่ะ เผื่อฉันจะพอแนะนำให้ได้บ้าง”

         คนเป็นเจ้าบ้านดูจะกระตือรือร้นที่จะตอบคำถามของเขาอยู่ไม่น้อย เพิ่งรู้ว่าการที่จะได้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของคนไทยทั้งประเทศมันรู้สึกดีอย่างนี้นี่เอง        

“ก็หลายเรื่องอยู่น่ะครับที่ผมอยากทราบ ถ้าคุณพอจะมีเวลา ชั้นบนสุดของห้างนี้มีร้านอาหารขึ้นชื่อของบาเดอร์ลูซ อยู่หลายร้านเลยทีเดียว หากคุณไม่รังเกียจที่จะให้ข้อมูลและทานข้าวเป็นเพื่อนกับผมสักมื้อ เราไปเปลี่ยนบรรยากาศคุยกันบ้างดีมั้ยครับ” 

        “ทานข้าว? ข้างบน เหรอค่ะ!?”

        ศลิตา ไม่รู้จะให้ตัวเองอยู่ในโหมดตกใจหรือว่าดีใจดี รู้สึกมันจะปนๆกันไปหมด เขาชวนเธอออกเดทหรือเปล่า...? 

        “แต่ถ้าวันนี้คุณมีธุระที่ไหนต่อ ก็ไม่เป็นไรน่ะครับ”

         เขาจะสุภาพไปไหนเนี่ย บางทีศลิตาก็คิดว่ามันดูจะขัดๆกับหน้าเข้มๆ แถมมีเคราขึ้นรกครึ้มที่เกินคำว่าเขียวนั่นยังไงชอบกล แต่จะว่าไป พวกอารมณ์ศิลปินก็คงจะเป็นคล้ายๆอย่างนี้ล่ะมั้ง 

        “อันที่จริงฉันก็คงพอจะมีเวลาให้คุณสัก... ชั่วโมงเศษๆน่าจะได้ล่ะค่ะ”

        หญิงสาวแสร้งยกข้อมือขึ้นมาเช็คเวลาอย่างไว้ตัว ประมาณว่าคนอย่างเธอไม่ได้จะมามีเวลาว่างพร่ำเพรื่อสำหรับเขานะ  คลูฟท์มองตามกิริยาของเธอแล้วก็ได้แต่ยิ้มออกมาน้อยๆราวกับจะซาบซึ้งในความมีเมตตาที่เธอยอมสละเวลาอันมีค่าให้ตั้งหนึ่งชั่วโมงก็ไม่ปาน

        “ขอบคุณมากครับ งั้นเราก็ไปกันเถอะ รู้สึกว่าเวลาจะเดินผ่านไปเกือบนาทีแล้ว ไม่งั้นผมคงขาดทุนแน่”

        คลูฟท์ผายมือเป็นเชิงเชื้อเชิญให้เธอเดินนำไปก่อนอย่างสุภาพ เขาว่าหนึ่งชั่วโมงที่เธอสละเวลาให้ก็คงคุ้มแล้ว ที่จะฟังเธอพูดถึงบ้านเกิดของตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คงไม่มีใครเล่าเรื่องอะไรได้สนุกและฟังดูไม่น่าเบื่อเหมือนเธออีกแล้วล่ะ

       

“อะไรนะ! ชวนพวกฉันไปปาร์ตี้ด้วยงั้นเหรอ!?”

        แมนนี่ทำตาโต พาร่างกายที่ไม่ค่อยแมนนักเดินวนไปรอบๆตัวของ

ศลิตาอย่างไม่ค่อยไว้ใจ

        “นี่แกบอกเค้าไปแล้วเหรอ ว่ามาพักผ่อนกับพวกฉันน่ะ”

        “ก็... เค้าถามนี่”

         ศลิตาทิ้งกระเป๋าถือใบจิ๋วลงบนโซฟาก่อนจะปล่อยให้ร่างของตัวเองนั่งลงตามไปด้วย หลังจากเพิ่งกลับจากทานเมื้อเย็นกับเขามาหมาดๆ 

        “ฉันว่าผู้ชายคนนั้นเค้ากำลังจะหาเรื่องเจอแกอยู่เรื่อยๆแน่เลยไอ้ลี่”

        พรวิกาไม่ได้กำลังเดินจับผิดว่าคราวนี้ศลิตาเผลอพูดอะไรออกไปบ้างเหมือนอย่างที่แมนนี่กำลังทำ หลังจากที่เธอลองวิเคราะห์ดูจากผลงานที่ผ่านมาของศลิตาอยู่หลายครั้งแล้ว เธอว่าบางทีเวลาแค่นี้อาจไม่พอที่จะฝึกลูกศิษย์คนแรกของเธอได้ แล้วถ้ามันไม่สามารถทำตามที่เธอได้วางแผนไว้ก่อนหน้านั้น บางทีอาจจะต้องมาปรับเกมรุกกันใหม่

        “จริงเหรอแก ผู้ชายคนนั้นเค้าอยากเจอฉันจริงๆเหรอ!?”

        ถ้าเป็นคนอื่นพูดเธออาจไม่เชื่อ แต่นี่คือพรวิกานักล่าผู้ชายมือวางอันดับหนึ่ง มันจึงทำให้คนที่กำลังมีดอกบานแฉ่งอยู่ในหัวใจ มีอาการตาโตขึ้นมาด้วยความยินดี

        “ใช่ฉันว่าน่าจะเป็นอย่างนั้น” 

        “แก แน่ใจนะยัยพริก”

        แมนนี่เองก็ดูจะให้ความสนใจกับข้อสันนิษฐานของพรวิกาอยู่ไม่น้อย

        “คิดว่างั้นนะ เอางี้ ไหนๆก็มาถึงขั้นนี้แล้ว ฉันว่าพวกเราก็เปิดตัวไปเลยก็แล้วกัน ในเมื่อเขาเชิญ เราก็ควรที่จะไป!

        พรวิกาหันไปขยิบตาให้แมนนี่คล้ายว่าจะมีแผนการอะไรอยู่ในใจ บางทีเธออาจใช้โอกาสนี้สังเกตพฤติกรรมของผู้ชายคนนั้นไปด้วยในตัวเลย จะได้ช่วยศลิตาตัดสินใจได้อีกทางหนึ่ง ว่าควรจะเดินหน้าต่อ หรือว่าถอยหลังกลับออกมาดี

 

สำหรับท่านที่เคยซื้อหนังสือกับแอมแล้ว สามารถสั่งซื้อ “ยั่วรักมาเฟียร้าย” กับแอม ในรูปเล่มของหนังสือได้ในราคาโปร 290.- (รวมค่าจัดส่งแบบลงทะเบียนแล้ว) ค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

ติดต่อเเอมเเละร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับพวกเราได้ที่นี่คะ

ปริยากร

 http://www.facebook.com/artanyafanpages



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ยั่วรักมาเฟียร้าย ตอนที่ 11 : เดตเเรก , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2 , โพส : 0 , Rating : 0 / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1


Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

Blood Incident ทีมผมไม่ (วุ่น) วายนะครับ

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android