สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

กลรักพรางหัวใจ

ตอนที่ 9 : บทที่ 8 เตือนใจตัวเอง


     อัพเดท 20 ก.ย. 54
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/รักหวานแหวว
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : ปาณัฐ / ชวิศา ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ปาณัฐ / ชวิศา
My.iD: http://my.dek-d.com/nutda
< Review/Vote > Rating : 100% [ 1 mem(s) ]
This month views : 130 Overall : 11,630
167 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 21 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
กลรักพรางหัวใจ ตอนที่ 9 : บทที่ 8 เตือนใจตัวเอง , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 616 , โพส : 3 , Rating : 23 / 5 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด



บทที่ 8

            กลายเป็นว่าหลังจากนั้นดรัลชรัสแบบปกติก็กลับมา ยิ่งย้ำชัดให้อติกานต์นึกโมโหตัวเองที่ยอมเดินตามเกมของเธอโดยไม่รู้ตัว เธอยังเซ้าซี้วุ่นวายกับเขามากขึ้น เหตุการณ์เป็นแบบนี้ในทุกครั้งที่เขาเข้ามาทำงาน อติกานต์พยายามหลีกหนีและถอยออกห่างแต่ดูเหมือนทุกอย่างจะลงล็อกหญิงสาวไปเสียหมด

            “นี่นาย ถ้าทำตรงนี้เสร็จแล้วไปกินข้าวกันมั้ย” เธอเอ่ยชวนเมื่อมายืนมองเขาแต่งชั้นสองที่เธอต้องการใช้สำหรับเป็นชั้นทำงาน

            “คุณไปกินเถอะ ผมไม่หิว” เขาบอกขณะหันมองช่างที่กำลังทำงานตามคำสั่ง

            “แต่ช่างเขาหิวนี่นา...ทุกคนคะเพลงซื้ออาหารมาฝากจัดเตรียมใส่จานไว้ให้แล้ว วางมือแล้วไปกินอะไรกันก่อนนะ” หญิงสาวหันไปบอกทีมช่างที่กำลังทำงานกันอยู่ ที่เมื่อได้ยินก็ต่างเงยหน้าขึ้นมองมาที่เธอ

            “นี่คุณเพลง ทำแบบนี้เมื่อไหร่งานคุณจะเสร็จ”

            “งานน่ะฉันรอได้ แต่ตอนนี้มันเที่ยงแล้ว ท้องหิวมันรอไม่ได้เข้าใจไหม” เธอไม่สนใจท่าทางโมโหของเขาเดินไปยังกลุ่มช่างและส่งยิ้มให้ทุกคน

            “ไปค่ะ อาหารเยอะแยะเลย ดีๆ ทั้งนั้น เพลงสั่งมาจากภัตคานหรูเลยด้วย ไม่กินจะเสียใจนะ” หญิงสาวรีบอวดอ้างซึ่งก็ได้ผลทุกคนต่างรีบลุกจากงานและเดินออกไปยังโต๊ะด้านล่างที่จัดเตรียมอาหารไว้รอเรียบร้อยแล้ว

            ดรัลชรัสยิ้มกับตัวเองก่อนจะเบนสายตามองคนที่ยืนนิ่งอย่างคนที่กำลังอดทนอะไรบางอย่างอยู่

            “ฉันก็แค่ห่วงกลัวทุกคนจะหิวกัน โดยเฉพาะนาย ตั้งแต่ตอนเช้าแล้วฉันยังไม่เห็นนายกินอะไรสักคำ” หญิงสาวบอกเขาแบบนั้นในขณะสบตานิ่งๆ ของคนตัวสูงกว่า

            “ฉันห่วงนายจริงๆ นะ” เธอเอ่ยย้ำ อติกานต์หยุดนิ่งก่อนจะเบือนหน้าไปอีกทาง

            “ไปกินข้าวกันเถอะ” เธอบอกพร้อมยกมือคว้าแขนเขาให้เดินไปพร้อมกัน

            “ปล่อยเถอะคุณ ผมเดินเองได้” เขาสะบัดแขนตัวเองออกเบาๆ ดรัลชรัสก็ยอมปล่อยง่ายๆ แต่ไม่วายส่งยิ้มหวานมาให้เขา คนตีหน้าขรึมจึงได้แต่พ่นลมหายใจออกและเดินไปรวมยังกลุ่มช่างที่นั่งล้อมวงกันอยู่อย่างพร้อมเพียงท่ามกลางอาหารแสนแพงที่เขามองปราดเดียวก็รู้ว่าเธอไม่ได้โกหก ท่าทางทุกคนดูจะมีความสุขกับอาหารมื้อนี้มาก อติกานต์จึงต้องเบนสายตามามองคนที่ยืนยิ้มและยักคิ้วให้เขาอยู่

            ยายตัวแสบเข้าใจใช้ของแพงมาล่อ ช่างพวกนี้ก็ดูเต็มใจกันดีเหลือเกิน

 

            ผ่านไปหลายอาทิตย์ชั้นบนของร้านก็ตกแต่งเสร็จเรียบร้อยพร้อมให้ดรัลชรัสเข้าใช้งานได้ ดรัลชรัสเริ่มย้ายงานเข้ามายังชั้นสอง พร้อมทีมผู้ช่วยที่เคยร่วมงานกันมาก่อนหน้าสามสี่คน ก็กลายมาร่วมงานดรัลชรัสอย่างเต็มตัว ทั้งที่ชั้นล่างยังตกแต่งไม่เสร็จเรียบร้อยแต่ไม่เป็นอุปสรรคในการทำงานของเธอเลยแม้แต่น้อย

            อติกานต์ที่ทำงานชั้นบนเรียบร้อยแล้วกลับมาให้ความสนใจในชั้นล่างซึ่งเป็นชั้นที่ค่อนข้างหนักกว่าชั้นบนอยู่มาก เขาต้องให้เวลากับชั้นนี้มากพอสมควร ดรัลชรัสเองก็ดูจะสนใจในการทำงานของเขาจนเขารู้สึกตัว

            “ไม่มีงานทำหรือไงคุณ” เขาเอ่ยถามเมื่อดรัลชรัสมาหยุดนิ่งมองการทำงานของเขาอยู่เป็นนาน

            “มี แต่เหนื่อย อยากดูนายทำงานมากกว่า” เธอตอบสั้นๆ ไม่อ้อมค้อม อติกานต์ไม่สนใจหันทำงานของตัวเองอย่างตั้งใจต่อ

            “นี่...ฉันยังไม่ได้ถามนายเลย ว่านายมีแฟนหรือยัง” อติกานต์แทบสำลักเมื่อได้ยินคำถามของเธอเข้า

            “ถามทำไม”

            “ก็อยากรู้ ฉันไม่เห็นนายโทรหาใคร ไม่เห็นใครโทรหานายฉันเลยสงสัย...นายยังไม่มีแฟนเหรอ” ดูเธอถามเข้าเถอะ อติกานต์ถอนใจไม่ยอมตอบ แต่ดรัลชรัสก็ไม่ยอมแพ้เดินตามเขาทุกฝีก้าว

            “บอกมาเหอะน่าไม่ต้องอายหรอก” เธอคะยั้นคะยอ

            “แล้วคุณล่ะ?” แทนที่จะตอบเขาหันถามเธอกลับ

            “ฉันเหรอ...” หญิงสาวนิ่งเงียบไปชั่วครู่

            “สวยๆ แบบนี้จะบอกว่าไม่เคยมีก็เกินไปแล้ว” เธอตอบพร้อมทำส่งยิ้มมีความสุข

            “คุณมีแล้วเหรอ” อติกานต์ถามอีกครั้งให้แน่ใจ ดรัลชรัสขยับตัวเข้าไปหาแววตามีความสุขเมื่อรู้ว่าเขาสนใจอยากรู้เรื่องของเธอ

            “อยากรู้จริงๆ เหรอ” แววตาที่หยอกล้อทำให้อติกานต์ส่ายหน้าและหันไปอีกทางอย่างไม่สนใจเธออีก

            “เฮ้ย...ฉันล้อเล่นน่า ทำไมขี้งอนจังเนี่ย เป็นผู้ชายนะ” เธอยังมีกระจิตกระใจเอ่ยแซว

            “นี่คุณ” อติกานต์หันมาทำเสียงดุ

            “โอเคๆ ฉันยอมแล้ว...กลัวจะตายอยู่แล้วเจ้าค่ะสายตาแบบนี้” ปากบอกกลัวแต่ก็ยังไม่วายล้อเขาเล่นอยู่ดี ก่อนจะเอ่ยเข้าเรื่อง

            “ฉันเคยมี...แต่คบไม่ยืดสักคน”

            “ทำไม?” เขาหันถามด้วยท่าทางที่สนใจขึ้น

            “เพราะไม่มีใครทนนิสัยเอาแต่ใจฉันได้สักคน” หญิงสาวตอบกลับท่าทางไม่รู้สึกอะไรเลยด้วยซ้ำทั้งที่พูดถึงเรื่องที่เธอเลิกกับแฟนอยู่แท้ๆ

            อติกานต์นิ่งไปพักใหญ่ก่อนจะหันกลับไปสนใจงานแต่ปากยังเอ่ยถามเธอต่อ

            “ในเมื่อรู้ตัวว่านิสัยเอาแต่ใจไม่ดี แล้วทำไมไม่เลิก”

            “ก็อยากเลิก...แต่ไม่มีใครที่ทำให้ฉันเลิกได้” คำตอบเรียกสายตาคนถามหันกลับมามองได้

            “คือ?”

            “ฉันคิดไว้ว่าถ้าฉันเจอกับใครสักคนที่รักฉันและฉันก็รักเขาจริงๆ นะ ฉันจะเลิกนิสัยแบบนี้เพื่อเขา” เธอตอบด้วยเสียงอันหนักแน่น

            “คิดว่าจะทำได้เหรอ มันไม่ใช่เรื่องง่ายนะที่จะเปลี่ยนนิสัยตัวเอง” ดรัลชรัสส่งยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดของเขา

            “ทำได้สิ เพราะตอนนี้ฉันก็กำลังตั้งใจทำอยู่” คำพูดแฝงความหมาย คนฟังหยุดนิ่งในขณะที่คนพูดส่งยิ้มให้เขาและไม่พูดอะไรต่อ

            พูดขนาดนี้จะเริ่มเข้าใจบ้างหรือยังนะว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่

 

            หลังการทำงานที่ผ่านมาหลายอาทิตย์ วันนี้อติกานต์พาดรัลชรัสมาเลือกของเพื่อใช้ตกแต่งชั้นล่าง ยังร้านขายของตกแต่งบ้าน ความจริงเขามีแบบทั้งหมดที่คิดไว้อยู่แล้วแต่ต้องการให้เธอได้เห็นของก่อนที่จะซื้อและนำไปตกแต่งร้านของเธอ

            “เป็นไงบ้างคุณ โอเคหรือเปล่า” เขาถามความเห็นหญิงสาวอีกครั้งหลังจากที่เธอเห็นของตกแต่งต่างๆ

            “สวยดี แต่ฉันว่าโซฟาตัวโน้นไม่เหมาะกว่าเหรอ แบบวินเทจอย่างที่ฉันต้องการเลย” หญิงสาวหันมองโซฟาอีกตัวแทนตัวที่ชายหนุ่มเลือกไว้ อติกานต์หันมองโซฟาสีหวานที่หญิงสาวชี้แล้วก็ต้องส่ายหน้า

            “รสนิยมคุณนี่แปลกๆ นะ สีหวานแบบนั้นมันไม่เข้ากับร้านคุณหรอก โซฟาที่ผมเลือกเป็นวินเทจเหมือนกัน สีอ่อนเข้ากับร้านคุณมากกว่า” ชายหนุ่มแอบว่าประชดและอธิบายเหตุผลเสียจนหญิงสาวนึกค้อน

            รสนิยมแปลก...อย่างคุณหนูดรัลชรัสนี่นะถูกหาว่ารสนิยมแปลกๆ

            “ก็ได้ เสนอความเห็นนิดเดียวเองถูกด่าเข้าให้เสียอีก” เธอบ่นออกมาเสียงงอนๆ

            “ผมไม่ได้ด่า แค่ให้คำแนะนำ”

            “จ้ะ...คำแนะนำแถมด้วยคำประชดประชัน” เธอย่นจมูกและต่อว่าเขา อติกานต์จึงหัวเราะออกมาขำๆ

            ระหว่างที่เดินเลือกดูของอยู่ดรัลชรัสก็เพิ่งนึกได้ว่าตัวเองลืมอะไรไปบางอย่าง

            “นี่นาย ฉันลืมไปสนิทว่าวันนี้เป็นวันเกิดน้องสาวฉัน ฉันยังไม่มีของขวัญให้เลย” เธอโพล่งขึ้นด้วยสีหน้าที่วิตกกังวล และหันมองเขาพร้อมส่งสายตาอ้อนวอน

            “ช่วยฉันเลือกหน่อยสิ”

            “จะดีเหรอคุณ น้องคุณไม่ใช่น้องผม คุณน่าจะเลือกได้ถูกใจมากกว่านะ” ชายหนุ่มปฏิเสธ

            “แต่นายเพิ่งจะพูดเองว่ารสนิยมฉันแปลกๆ นี่นา นะกานต์นะ ไปช่วยฉันเลือกหน่อย ฉันขอร้อง” ท่าทางของหญิงสาวดูจะร้อนใจจริงๆ อติกานต์จึงยอมตกลงรับปาก

            “ก็ได้” เพียงแค่นั้นหญิงสาวก็ส่งยิ้มและเอ่ยขอบคุณอย่างจริงใจ

หลังจากที่ออกจากร้านขายของตกแต่งบ้านได้ อติกานต์และดรัลชรัสก็มาเดินยังห้างสรรพสินค้าที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง อติกานต์เริ่มรู้สึกว่าตัวเองแตกต่างจากดรัลชรัสเหลือเกินด้วยชุดคุณหนูไฮโซจ๋าเต็มตัวของเธอ กับสภาพผู้ชายแต่งตัวสบายๆ ของเขา

“วันหลังถ้าจะมาที่แบบนี้ช่วยบอกด้วยนะคุณ ผมจะได้เลือกชุดที่ไม่รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนขับรถของคุณแบบนี้” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ เมื่อเห็นสายตาหลายคนมองมาที่เขาและเธออยู่บ่อยครั้ง

ดรัลชรัสหันมองไปรอบๆ ก่อนจะหัวเราะ ความจริงเขาก็ไม่ได้ดูเลวร้ายเสียหน่อย ออกจะหล่อ เพียงแต่เธอเองนั่นแหละที่แต่งตัวหรูเกินไปเลยทำให้เขารู้สึกแย่ขนาดนั้น

“ขอโทษนะ ต่อไปจะปรับปรุงตัวก็แล้วกัน” เธอเอ่ยเจือเสียงหัวเราะ

ทั้งคู่เดินเลือกของขวัญอยู่นานจนสุดท้ายดรัลชรัสก็มาหยุดยังร้านเครื่องประดับร้านหนึ่ง หญิงสาวยืนมองสร้อยเส้นเล็กๆ ที่ตั้งโชว์ก่อนจะหันมาปรึกษาคนข้างกาย

“น้องสาวฉันอายุ18 แล้ว ใส่สร้อยเส้นเล็กๆ แบบนี้นายว่าเหมาะไหม”

“ก็เหมาะดีนะ” อติกานต์เห็นด้วย ลายและแบบที่หญิงสาวเลือกดูสวย เรียบ ไม่หรูหราฟู่ฟ่าเกินไป แต่เมื่อชายหนุ่มหันไปมองราคาเขาก็ต้องรีบเปลี่ยนความคิด

“มันไม่แพงไปหน่อยเหรอคุณ” เขาเอ่ยถามเมื่อเธอหยิบสร้อยเส้นนั้นยื่นส่งให้พนักงาน แค่สร้อยเส้นเล็กๆ เส้นเดียวราคาเกือบแสน

“ไม่หรอก สมราคาแล้ว...อีกอย่างฉันเองก็ไม่ค่อยได้ให้ของขวัญยายแพงบ่อยๆ ด้วย” ดรัลชรัสออกความเห็น เป็นเหตุให้อติกานต์ไม่เอ่ยอะไรอีก แม้จะไม่เห็นด้วยเท่าใดนัก เท่าที่ทราบน้องสาวเธอยังเป็นแค่เด็กมัธยม การให้ของราคาแพงขนาดนี้ดูจะเกินอายุมากไปหน่อย

เมื่อเลือกซื้อของขวัญวันเกิดให้ชรันนรินทร์ได้ ดรัลชรัสก็ชวนอติกานต์ทานข้าวหลังทานอาหารมื้อเย็นที่ร้านอาหารญี่ปุ่นภายในห้างสรรพสินค้าแห่งนั้น หลังจากนั้นหญิงสาวก็ปิดท้ายด้วยการคะยั้นคะยอให้เขาไปส่งเธอที่บ้านอีกเช่นเคย ซึ่งเขาเองก็ไม่เคยปฏิเสธเธอได้เลยแม้แต่ครั้งเดียวและครั้งนี้ก็เช่นกัน เขายอมเป็นสารถีจำเป็นขับรถมาส่งเธอและจอดนิ่งอยู่หน้าประตูใหญ่ ดรัลชรัสส่งยิ้มขอบคุณเขาและยืนรอจนเขาเคลื่อนรถออกไปแล้วเธอจึงเดินกลับเข้าไปในบ้าน

เมื่อเดินกลับเข้าบ้านมาได้ดรัลชรัสก็ได้พบว่าน้องสาวเธอกลับมาจากโรงเรียนเรียบร้อยแล้ว และตอนนี้กำลังนั่งนิ่งด้วยหน้าตาที่บึ้งตึง

“เป็นอะไรยายแพง” หญิงสาวเอ่ยถามพลางหันมองช่อดอกไม้ที่ถูกวางบนโต๊ะ คิ้วเรียวเลิกขึ้นสูง

“แล้วนี่ดอกมะลิใคร?” คำพูดของดรัลชรัสทำให้ชรันนรินทร์หันมองไปยังเจ้าช่อดอกไม้เจ้าปัญหาก่อนจะส่งเสียงตอบด้วยท่าทางโมโหหนัก

“ของไอ้บ้าคนหนึ่งเท่านั้นแหละคุณเพลง”

“มีคนให้ดอกมะลิแพงเป็นของขวัญวันเกิดเหรอ” ดรัลชรัสทั้งแปลกใจทั้งขบขัน ยังมีคนบ้าที่ไหนมอบดอกมะลิช่อใหญ่เป็นของขวัญวันเกิดให้คนอื่นกันล่ะเนี่ย

“มันตั้งใจกวนโมโหแพงมากกว่าค่ะ คนอะไรก็ไม่รู้แพงละเกลียดที่สุดเลย” ชรันนรินทร์โวยวายพร้อมทั้งแสดงสีหน้าโมโหจัด แต่คนฟังกลับรู้สึกบางอย่าง เธอหันมองดอกช่อดอกไม้ช่อนั้นอีกครั้งก่อนจะหันมองน้องสาวของตัวเองด้วยรอยยิ้มบางๆ

ปากบอกโมโห แต่ยังอุตส่าห์ถือกลับมาถึงบ้านเชียว

“แล้วใครให้ล่ะจ๊ะ” หญิงสาวลองถามอีกครั้ง

“เพื่อนที่โรงเรียนค่ะ แต่ไม่สนิทหรอก เป็นเพื่อนที่นิสัยไม่ดีชอบแกล้งกวนโมโหแพง” เด็กสาวตอบกลับจนดรัลชรัสแทบจะหัวเราะออกมา

เห็นทีว่างานนี้คงมีใครคิดอยากลองดีกับสาวห้าวอย่างชรันนรินทร์แล้วกระมัง

“เอาน่าอย่าเพิ่งโมโห นี่ของขวัญวันเกิดพี่ให้” ดรัลชรัสเปลี่ยนเรื่องพร้อมมอบกล่องของขวัญเล็กๆ ที่เตรียมมาให้ ชรันนรินทร์หันมองก่อนจะส่งยิ้มและกล่าวขอบคุณ

“เปิดดูสิว่าชอบมั้ย”

“ค่ะ” เธอตอบขณะเปิดกล่องของขวัญของพี่สาว ทันทีที่เห็นสร้อยที่วางอยู่ข้างในเด็กสาวก็ตาโตหันมองพี่สาวทันที

            “มันแพงมากเลยนะคะคุณเพลง” เธอจำได้ว่าสร้อยคอลักษณะนี้ ดรัลชรัสมีอยู่หลายชุด เธอเคยถามถึงราคาและได้รู้ว่ามันมีราคาสูงมาก

            “พี่ตั้งใจให้ รับไปเถอะแล้วก็ใส่ด้วยล่ะ” ดรัลชรัสเอ่ยด้วยเสียงอันอ่อนโยน

            “ขอบคุณค่ะ” เด็กสาวส่งยิ้มขอบคุณและหยิบสร้อยเส้นนั้นมาพิจารณา ถึงท่าทางของเธอจะไม่แสดงออกมานักแต่แววตาก็บ่งบอกถึงความสุขที่ได้รับของขวัญชิ้นนี้จากเธอ ดรัลชรัสได้แต่มองภาพของน้องสาวด้วยรอยยิ้มที่มีความสุขเช่นกัน อยากน้อยก็คงพอช่วยลบอารมณ์โมโหที่เกิดจากเจ้าช่อดอกไม้ช่อนี้ได้บ้าง

 

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าดรัลชรัสมีความสุขแค่ไหน อติกานต์จับได้จากน้ำเสียงที่เธอส่งมาตามสายให้ได้ยินในคืนนั้น หญิงสาวบอกเล่าด้วยท่าทางที่ตื่นเต้นยินดีที่ชรันนรินทร์ชอบของขวัญที่เธอเลือกซื้อให้

“ยายแพงชอบเอามากๆ เลยล่ะ ขอบใจมากนะที่ช่วยฉันเลือกสร้อยเส้นนั้นให้” หญิงสาวเอ่ยขอบคุณเขาออกมาอีกครั้งทั้งที่ประโยคแรกที่เธอทักทายเขา เธอก็ขอบคุณเขาไปแล้ว

            “ผมเลือกที่ไหนกัน คุณต่างหากที่เลือก” เขาส่ายหน้าขณะทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่ม ความจริงสร้อยเส้นนั้นดรัลชรัสเป็นคนเลือกเอง เขาแค่ตอบคำถามเวลาที่เธอถามความเห็นนิดหน่อยเท่านั้น

            “แต่นายก็ช่วยฉันตัดสินใจอยู่ดี” หญิงสาวยังพยายามยกความดีความชอบให้เขา อติกานต์จึงไม่อยากขัดใจ

            “ถ้าแค่นั้นก็ไม่เป็นไรหรอก”

            “เออ...มีเรื่องขำๆ จะเล่าให้ฟังด้วยนะ วันนี้มีคนมอบดอกไม้เป็นของขวัญวันเกิดให้ยายแพงด้วย” ดรัลชรัสเอื้อมมือไปอุ้มเจ้าบื้อขึ้นมาวางบนตักขณะเอ่ยเรื่องนี้ให้เขาฟัง

            “มันน่าขำตรงไหนกันคุณ” แค่ดอกไม้ ใครเขาก็ให้กันอติกานต์ไม่เห็นว่ามันจะผิดปกติ

            “ก็ขำตรงที่ดอกไม้ที่ว่าเป็นดอกมะลินะสิ มีคนหอบช่อดอกมะลิช่อเบ้อเริ่มมาให้ยายแพง นายรู้มั้ยน้องสาวฉันโมโหใหญ่เลย” ดรัลชรัสเล่าไปหัวเราะไปจนอติกานต์นึกตลกไปด้วย

            เอาดอกมะลิมามอบเป็นของขวัญวันเกิดนี่นะ

            “ฉันว่านะ หมอนี่ต้องแอบชอบยายแพงอยู่แน่นอน” ดรัลชรัสออกความเห็น ท่าทางแบบนี้เห็นจะคิดเป็นแบบอื่นไม่ได้จริงๆ

            “เขาก็เข้าใจทำนะ” อติกานต์เอ่ยออกมาเสียงเรียบๆ เท่าที่ได้ฟังเธอเล่าเขาเองก็ไม่คิดอะไรที่แตกต่างไปจากเธอนักหรอก

            “ใช่...แต่พวกผู้ชายนี่ก็แปลกเนอะ รู้ตัวว่าชอบแล้วทำไมไม่บอกว่าชอบไปตรงๆ ไม่รู้จะอมพะนำไว้ทำไม” น้ำเสียงแห่งความไม่เข้าใจดังมาให้ได้ยิน ดรัลชรัสเบื่อนักผู้ชายที่ชอบทำตัวบื้อๆ คนที่กำลังคุยกับเธอนี่ก็อีกคน เธอไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะไม่ล่วงรู้ความคิดเธอเลยสักนิด ทั้งที่แสดงออกชัดเจนให้เห็นขนาดนี้แล้ว

            แต่ที่เขาแสดงออกให้เธอได้เห็น ก็คือการนิ่งเฉยเหมือนไม่คิดอะไรด้วยเลย

            “บางที...เขาอาจไม่กล้าก็ได้” ดรัลชรัสจับความรู้สึกจากน้ำเสียงของเขาไม่ได้เลย รู้แต่ว่ามันเรียบเฉยจนเดาไม่ถูกว่ากำลังคิดอะไร

“แล้วแบบนี้เมื่อไหร่ผู้หญิงเขาจะรู้ล่ะ ถ้ามัวแต่กลัว...ชาตินี้ผู้หญิงเขาคงรู้หรอกว่าคิดอะไรอยู่” ดรัลชรัสเอ่ยประชดกลับ คนฟังจึงเงียบลง

            ยิ่งเธอพูด เขาก็ยิ่งรู้สึกเหมือนโดนว่า เท่าที่เธอพูดมาเข้าตัวเขาทั้งนั้น

            “นี่นาย ยังฟังฉันอยู่หรือเปล่า?” เพราะเห็นว่าเขาเงียบเธอจึงต้องเอ่ยถาม

            “คนเรามีเหตุผลหลายอย่าง ทุกคนก็มีเหตุผลของตัวเองทั้งนั้น คุณอย่าใช้ตัวคุณเองตัดสินคนอื่นจะดีกว่า” พูดออกมาได้ก็ร่ายยาวเสียจนดรัลชรัสต้องถอนใจ

น้ำเสียงที่เขาใช้เข้าสู่โหมดการสร้างกำแพงให้ตัวเองอีกแล้ว เกลียดนักเชียวเวลาเขาพูดจาไม่แสดงอารมณ์แบบนี้ มันฟังดูห่างเหินเสียจนดรัลชรัสมองเห็นภาพกำแพงน้ำแข็งที่กั้นกลางระหว่างเธอและเขาเอาไว้

จุดไฟละลายน้ำแข็งขั้วโลกว่ายากแล้ว การทำลายกำแพงที่อติกานต์มียากเย็นยิ่งกว่า

“ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมจะวางแล้วนะคุณ ดึกมากแล้ว” นั่นไง พอได้โอกาสก็จะรีบตัดสาย

“เบื่อมากมั้ยที่ต้องคอยรับส่งฉันไปไหนมาไหนตลอดเลย” หญิงสาวไม่ยอมให้เขาวางสายได้ง่ายๆ เธอเอ่ยเปิดประเด็นเรื่องอื่นขึ้นมาทันที

“อะไรนะ?” ได้ผล เขาถามกลับเธอทันทีเช่นกัน

“ฉันแค่สงสัยว่านายเบื่อหรือเปล่า ความจริงฉันก็รู้สึกไม่ดีนะที่ต้องคอยรบกวนนายตลอดเลย” หญิงสาวทำเสียงอ่อน เธอเอ่ยคำว่า ‘รู้สึกไม่ดีที่ต้องคอยรบกวนเขา’ แต่ทำไมเขาไม่เห็นรู้สึกว่าเธอจะรู้สึกแบบนั้นเลยสักนิด

“ถ้าตอบว่าเบื่อแล้วคุณจะว่าไง” เขาตอบกลับตรงๆ อยากรู้เหมือนกันว่าเธอจะพูดยังไงต่อ

“ถ้าอย่างนั้นฉันจะไม่รบกวนนายอีกก็ได้” ผิดคาดที่ได้ยินหญิงสาวตอบแบบนั้น

“จริงเหรอคุณ?” แต่เขายังไม่แน่ใจนัก

“จริง แต่...” อติกานต์ถอนใจทันทีที่ได้ยินคำว่าแต่จากปากเธอ นึกอยู่แล้วว่าดรัลชรัสนะหรือจะยอมอะไรง่ายๆ

“นายช่วยสอนขับรถให้ฉันหน่อยสิ ถ้าฉันขับเป็นแล้วจะไม่รบกวนนายอีกเลย” ข้อเสนอที่เธอเอ่ยมาทำเอาอติกานต์อ้าปากค้าง ให้เขาสอนขับรถให้ เพิ่มงานเขาแท้ๆ

“นี่คุณ ผมไม่ได้มีเวลาว่างมากขนาดนั้นหรอกนะ คนขับรถคุณก็มีทำไมไม่ให้เขาสอนให้” น้ำเสียงของเขาบ่งบอกถึงความไม่พอใจที่มี

“ก็ไม่มีใครว่าง แล้วฉันก็ไม่ไว้ใจใครด้วย นะ...ช่วยสอนฉันหน่อย รับรองจะเป็นลูกศิษย์ที่ดีเชื่อฟังทุกอย่างเลย” หญิงสาวส่งเสียงอ้อนวอน

“ไม่เอา ผมต้องเร่งทำงานให้คุณ จำไม่ได้เหรอ” อติกานต์ปฏิเสธเสียงแข็ง

“โธ่ อย่าใจดำนักเลย เพื่อนขอร้องแค่นี้ทำให้ไม่ได้เลยเหรอ...” เธอส่งเสียงตัดพ้อ ทำเอาอติกานต์ต้องยกมือกุมขมับปวดหัวกับความช่างตื้อของหญิงสาวยิ่งนัก

“หรือว่าความจริง นายเองก็อยากให้ฉันรบกวนนายบ่อยๆ แบบนั้นใช่ไหม” หญิงสาวส่งเสียงแปลกๆ ราวกับจับผิด อติกานต์จึงเถียงกลับทันควัน

“อย่าพูดพล่อยๆ นะคุณ”

“งั้นก็สอนฉันสิ” เธอเอ่ยย้ำ อติกานต์อยากจะใช้หัวโขลกเข้ากำแพงไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด ไม่เข้าใจตัวเองทำไมถึงต้องจนมุมให้เธอทุกครั้งกันนะ

“ก็ได้ ตกลง แต่ผมจะสอนคุณแค่ครั้งเดียวเท่านั้นนะ” เขาตอบตกลงและยื่นข้อเสนอกลับ คนปลายสายยิ้มร่ากอดเจ้าบื้อแน่นขึ้น ตอบรับเสียงสดใส

“ได้”

“และอีกอย่างคุณต้องสัญญาก่อนว่าจะเชื่อฟังที่ผมบอก”

“ตกลง...สั่งมาเลยเจ้านาย” เธอเอ่ยล้อ อติกานต์ส่ายหน้าถ้าเธอมองทะลุผ่านสายโทรศัพท์มาได้คงเห็นแล้วว่าเขาส่ายหน้าด้วยความระอาไม่ต่ำกว่าสิบครั้ง

“ไปอ่านกฎจราจรและมารยาทในการขับรถมาให้เรียบร้อย ถ้าคุณอ่านจบแล้วผมถึงจะสอน”

คำสั่งของเขาดังเฉียบขาด ดรัลชรัสทวนคำพูดของเขาไปมา กฎจราจรกับมารยาทอะไรสักอย่าง แต่ช่างมันเถอะ ของแบบนั้นเธอไม่จำเป็นต้องอ่านเองอยู่แล้ว

“ตกลง...งั้นวันเสาร์ที่จะถึงนี้นายมารับฉันที่บ้านนะ ขอบคุณมากนะที่ยอมสอนให้” เธอพูดเองเสร็จสรรพแล้วก็ชิงตัดสายเขาไปก่อนอีกเช่นเคย อติกานต์พ่นลมหายใจและทุบเข้าที่ศีรษะของตัวเองไปมา นี่เขากลายเป็นเบ้เธอไปตั้งแต่เมื่อไหร่

ไอ้กานต์นะไอ้กานต์ รู้อยู่แล้วว่าไม่ควรเข้าใกล้ แล้วทำไมไม่เคยถอยห่างเธอได้เสียที มัวใจอ่อนอยู่แบบนี้ แล้วเมื่อไหร่จะหลุดออกจากเธอได้พ้นเสียทีกันเล่า     

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
กลรักพรางหัวใจ ตอนที่ 9 : บทที่ 8 เตือนใจตัวเอง , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 616 , โพส : 3 , Rating : 23 / 5 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1

#3 : ความคิดเห็นที่ 45

น่ารักมาก ๆ เลยคู่นี้ ชอบ ๆ ค่ะ

Name : ลลลา< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ลลลา [ IP : 204.19.245.27 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 กันยายน 2554 / 06:04

#2 : ความคิดเห็นที่ 29
กรี๊ดดๆมากๆๆ ชอบเรื่องนี้มากมาย กานต์กะเพลงน่ารักสุดๆเลย นางเอกน่ารักมาก ชอบร้ายๆแต่น่ารัก อิอิ
Name : Kwanita [ IP : 58.8.236.68 ]
Email / Msn: -
วันที่: 21 กันยายน 2554 / 20:05


#1 : ความคิดเห็นที่ 28
ทำไมพระเอกไม่รู้ใจตัวเองเสียที
น้องปาณัฐคะ ทางสำนักพิมพ์เขาจะเปลี่ยนชื่อเรื่องของน้องอีกหรือเปล่าคะ
Name : Buay [ IP : 110.169.193.234 ]
Email / Msn: -
วันที่: 20 กันยายน 2554 / 09:35

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

"หนังสือสดใหม่ ประจำเดือน ตุลาคม 2557"

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android