สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

หนี้พิศวาส (Debt love)

ตอนที่ 21 : บทที่ 21 100%


     อัพเดท 19 ก.ย. 54
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/รักเศร้าๆ
Tags: รักเศร้าๆ
ผู้แต่ง : สุลาวัลย์ ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ สุลาวัลย์ Email : nook_daesung99(แอท)hotmail.com
My.iD: http://my.dek-d.com/nookdaesungtoptg
< Review/Vote > Rating : 98% [ 18 mem(s) ]
This month views : 1,721 Overall : 213,624
931 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 715 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หนี้พิศวาส (Debt love) ตอนที่ 21 : บทที่ 21 100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 11240 , โพส : 26 , Rating : 274 / 56 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


  

หนี้พิศวาส 21        

                  เสียงนั้นยังคงดังๆ หยุดๆ ยิ่งทำให้เขาฉงนขึ้นไปอีก คราวนี้ปรมินทร์ค่อยๆ ย่องเข้าไปอย่างช้าๆ อ้อมไปทางด้านหลังของพุ่มไม้นั่น เขาเดินๆ หยุดๆ เพื่อฟังเสียงนั้นอยู่เป็นระยะ กล้าๆ กลัวๆ ที่จะเดินเข้าไปดูให้เห็นกับตาว่ามันคืออะไรกันแน่ และก่อนที่เขาจะก้าวต่อ สิ่งหนึ่งก็พรวดพราดออกมาจากพุ่มไม้โดยที่เขาไม่ทันได้ระวังตั้งตัว ชายหนุ่มร้องเสียงหลงถอยหลังกรู พลันสะดุดเข้ากับก้อนหินเป็นเหตุให้ชายหนุ่มหงายหลังล้มลงไปอย่างหมดท่า ปรมินทร์นอนแผ่หลาอยู่บนพื้น ทว่าเหมือนมีอะไรบางอย่างทาบทับตัวเขาตั้งแต่ระหว่างช่วงเอวลงไปถึงระหว่างกลางลำตัว ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่สุดของลูกผู้ชาย มันเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ผู้ชายทุกคนล้วนให้ความสำคัญและหวงแหนที่สุดในชีวิต แต่ตอนนี้เหมือนจุดสำคัญจุดนั้นกำลังถูกทาบทับด้วยอะไรบางอย่าง น้ำหนักที่ทาบทับลงมานั้นค่อนข้างหนักพอสมควร และมันทำให้เขารู้สึกเจ็บจุกขึ้นมาในบัดดล

            ปรมินทร์ค่อยๆ ผงกหัวขึ้นมาดูถึงสาเหตุ เมื่อควบคุมสติได้แล้ว หลังจากที่เขาตกใจสุดขีดมาก่อนหน้านี้ และในเวลาเดียวกัน ต้นเหตุที่ทำให้เขาตกใจก็เหมือนมีอาการขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว เมื่อตาประสานตา ปรมินทร์ถึงกับอึ้งพูดไม่ออกได้แต่อ้าปากค้าง และไม่ใช่เขาเพียงคนเดียวเท่านั้นที่มีอาการอย่างนี้ ตัวต้นเหตุก็มีอาการนี้ด้วยเช่นกัน

            “แอบเปิ้ล

            ปรมินทร์อุทานออกมาคล้ายกับละเมอ เจ้าของเสียอืออาที่เขาได้ยินเมื่อครู่นี้คงไม่ใช่ใครที่ไหน เขาเชื่อได้เลยว่าต้องเป็นเด็กสาวอย่างแน่นอน เพราะดูจากสภาพแล้วคงจะเป็นอะไรอย่างอื่นไปไม่ได้ หน้าตามอมแมม ผมที่ถักเปียไว้ก็หลุดลุ่ย หัวฟูฟ่อง เศษไม้ใบหญ้าติดตามผม และตามใบหน้าก็เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนจากกิ่งหรืออะไรนอกเหนือจากนั้นก็มิทราบได้ แต่เท่าที่เห็นก็น่าจะเป็นอย่างนั้น

            “คุณเจมส์

            เด็กสาวเองก็ตกใจ ไม่คิดว่าเจ้าของบ้านและตนจะมาอยู่ในสภาพอย่างนี้ แอบเปิ้ลหน้าซีดเป็นไก่ต้ม ใจหายวาบด้วยความกลัวและตกใจระคนกัน ขวัญเอยขวัญมา เรียกอย่างไรมันก็ไม่มาเสียแล้ว ขวัญกระเจิดกระเจิงวิ่งหนีหายไปในทิศทางใดก็ไม่รู้เสียแล้วตอนนี้  เด็กสาวตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป จะขยับเขยื้อนตัวก็ไม่ได้ ในความรู้สึกของเด็กสาวในขณะนี้ นัยน์ตาคมคู่นั้นที่จ้องมามันช่างน่ากลัวอะไรเช่นนี้

            “แอบเปิ้ล ลุก”

            เขาบอกเสียงรอดไรฟัง นัยน์ตาคมจ้องมาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อแม่เด็กสาวผู้เป็นสาเหตุให้เขาต้องมาอยู่ในสภาพอย่างนี้ และแถมถูกทำร้ายโดยไม่ได้ตั้งใจเสียด้วย แน่ล่ะ มันเจ็บที่สุด เจ็บจนแทบพูดไม่ออก บอกใครก็ไม่ได้

            แอบเปิ้ลทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ค่อยๆ ขยับตัวลุก ก้มหน้าลงและยันข้อศอกกับพื้นเพื่อพยุงตัว แค่นั้นแหละ เด็กสาวแทบจะลืมหายใจเมื่อเห็นอะไรบางอย่างที่อยู่ตรงหน้าตน สิ่งนี้เด็กสาวไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต นี่เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าที่เห็นกันจะๆ อย่างจัง อะไรบางอย่างของเจ้านายมันตุงเป้ากางเกงเสียงจนแทบปริออกมา คนที่เห็นถึงกับตาแทบถลนออกจากเบ้า ไม่คิดว่าจะมาเจออะไรแบบนี้มาก่อน เขาเองก็ทำอะไรไม่ถูก ที่เห็นเด็กสาวก้มต่ำห่างเป้ากางเกงเขาเพียงฝ่ามือ

            “แอบเปิ้ล ลุก

            คราวนี้เขาเปลี่ยนเป็นตวาดแทนที่จะบอกด้วยน้ำเสียงต่ำอย่างเมื่อครู่ เด็กสาวสปริงตัวลุกแทบจะทันทีเมื่อได้สติจากการตวาดของเขา

            “คะ คะ คะ คุณ เจมส์ แอบเปิ้ลไม่ได้ตั้งใจนะคะ แอบเปิ้ลขอโทษ”

            เด็กสาวทรุดตัวลงนั่งกับพื้นยกมือไหว้ขอโทษขอโพยเป็นพลันละวัน ปรมินทร์เองก็พูดอะไรไม่ออกได้แต่เดือดดาลอยู่ข้างใน เขาค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นนั่งแต่ยังหลับตาแน่นเหมือนกำลังข่มอารมณ์เอาไว้ พยายามให้มันเย็นที่สุดเท่าที่จะทำได้

            เขารู้ว่ามันเป็นอุบัติเหตุ แต่ก็อดที่จะโมโหไม่ได้ที่อุบัติเหตุไม่ตั้งใจในครั้งนี้มันทำให้เขาเจ็บปวดอย่างที่สุด มันเจ็บเกินบรรยาย แน่ล่ะ อะไรก็ไม่สำคัญเท่า หากว่าน้องชายของเขาได้รับอันตรายมากไปกว่านี้ มันคงเหมือนฆ่ากันให้ตายทั้งเป็นเลยทีเดียว

            “คุณเจมส์ คุณเจมส์อย่าโกรธแอบเปิ้ลนะคะ แอบเปิ้ลไม่ได้ตั้งใจจริงๆ มันเป็นอุบัติเหตุ แอบเปิ้ลไม่รู้ว่าคุณเจมส์มายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แอบเปิ้ลไม่ได้ตั้งใจ ไม่เห็นจริงๆ นะคะ”

            เด็กสาวทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ น้ำตาเริ่มคลอเบ้า เห็นแล้วเขาเองก็โกรธไม่ลง เพียงแต่มีโมโหเท่านั้น

            “แล้วเราไปทำอะไรอยู่ตรงนั้น”

            เขากระชากเสียงถาม ถึงจะไม่โกรธแต่ความโมโหก็ยังไม่เบาลง

            “แอบ แอบเปิ้ล เข้าไปจับ จับ หมา”

            เด็กสาวบอกเสียงอ่อย ก้มหน้าหลบสายตาของเจ้าของบ้านที่มองมาเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ แต่คราวนี้สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นฉงนแทน เมื่อได้ยินอย่างนั้น

            “หมา... จับหมา! จับหมาอะไร

            คิ้วเข้มแทบจะผูกกันเป็นโบว์ เมื่อได้ยินคำบอกเล่า สุนัขอย่างนั้นเหรอ เป็นไปได้อย่างไร เขาไม่เคยเลี้ยงสุนัขมาก่อน แต่ไหนแต่ไรมาแล้วเขากับสุนัขไม่ค่อยถูกกันเอาเสียเลย เขาไม่ชอบสุนัขมาตั้งแต่เด็ก เขาจำได้ว่าตอนอายุหกขวบถูกสุนัขวิ่งไล่กันจนแทบเอาชีวิตไม่รอด ด้วยความซนของเด็กผู้ชายที่ชอบปีนป่ายต้นไม้เล่นอยู่เป็นประจำ และมีอยู่ครั้งหนึ่งเขาปีนต้นไม้ซึ่งขึ้นอยู่ริมรั้วบ้านและกิ่งไม้ใหญ่กิ่งหนึ่งของมันยื่นล้ำเข้าไปยังอาณาเขตของบ้านข้างๆ ด้วยความคึกคะนองเขาก็ปีนและไต่ลงไปยังบ้านหลังนั้น คิดแค่ว่าปีนขึ้นปีนลงเล่นเท่านั้น แต่เหมือนมีอะไรมาล่อตาล่อใจ ของเล่นชิ้นหนึ่งวางอยู่ไม่ห่างมากนักจะมีใครลืมไว้หรือก็มิทราบ ระยะสักประมาณห้าเมตรเห็นจะได้ ของเล่นชิ้นนั้นมันเหมือนเครื่องบินบังคับที่ตนมีจึงวิ่งเพื่อไปเก็บมาดู และในขณะที่ออกวิ่งไปนั้น จูๆ สุนัขพันธ์บลูเทอร์เรียก็วิ่งมาจากทางไหนก็ไม่รู้ แล่นปราดเข้ามาหมายจะขย้ำเหยื่อ แต่เด็กชายปรมินทร์ก็เร็วพอที่จะเอาตัวรอดได้ พอเหลือบเห็นสุนัขวิ่งตรงมาหาตนเท่าแหละ เจ้าตัวก็ร้องจ๊าก! ออกวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตเหมือนกัน สนามหญ้าอันกว้างใหญ่ภายในบ้านหลังนั้น ที่เด็กชายตัวน้อยแอบปีนเข้ามาเล่นกลายเป็นสนามแข่งวิ่งระหว่างเจ้าบลูเทอร์เรียกับเด็กชายปรมินทร์ไปเสียแล้ว และกว่าที่คนจะมาพบเห็นทั้งสุนัขทั้งคนก็แทบจะหมดแรงไปตามกัน และนั่นจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมเขาถึงไม่ยอมเลี้ยงสัตว์ใดๆ เลยและยิ่งเป็นสุนัขด้วยแล้ว เขาขยาดที่สุด

            “ก็หมา หมาไง คุณเจมส์ไม่รู้จักหมาหรือคะ”

            เด็กสาวถามมาพลางทำหน้างง

            “รู้ ทำไมจะไม่รู้จัก แต่หมาอะไรจะมาอยู่ในบ้านฉัน และอีกอย่างฉันไม่เคยเลี้ยงหมา”

            “แอบเปิ้ลก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ รู้แต่ว่า มันเป็นหมาตัวน้อยๆ ตัวเล็กๆ ไม่รู้มาจากไหนเหมือนกันค่ะ สงสัยจะหลงเข้ามามั้งคะ นี่แอบเปิ้ลก็ไล่จับมันอยู่นานเหมือนกันนะคะ ยังจับมันไม่ได้เลย ท่าทางจะดุไม่ใช่เล่น ทั้งขู่ทั้งจะกัดด้วยนะคะ พอจะเอื้อมือไปจับมันทีไร มันแยกเขี้ยวใส่จะงับมืออยู่เรื่อย”

            “ไม่น่า... ถึงมีสภาพอย่างนี้ แล้วทำไมไม่เรียกใครให้มาช่วยจับล่ะ”

            “แอบเปิ้ลคิดว่าหมาตัวเล็กแค่นี้จับคนเดียวไหว แต่ที่ไหนได้ แหะ แหะ ตัวเล็กแต่ดุชะมัด”

            “แล้วนี่หมาตัวนั้นอยู่ไหน”

            เขาชะเง้อคอมองหาขณะที่ยังนั่งอยู่กับพื้นเนื่องจากยังไม่พร้อมที่จะลุกขึ้นในขณะนี้ อาการเจ็บจุกมันเพิ่งจะทุเลาเบาบางลงเขาจึงไม่อยากจะขยับตัวลุกไปไหน

            “เมื่อตะกี้มันอยู่ในนั้นค่ะ ใต้พุ่มไม้นั่น แอบเปิ้ลไล่ต้อนมันมาจนมุมตรงนี้ แต่เมื่อกี้มันจะวิ่งเข้ามากัด แอบเปิ้ลก็เลยกระโดดออกมา ก็อย่างที่...”

            เด็กสาวไม่พูดต่อได้แต่ยิ้มแหยๆ เขาก็พอจะเข้าใจสถานการณ์ได้ดีขึ้นเมื่อได้ฟังคำบอกเล่าของเด็กสาวอย่างละเอียด แต่ข้องใจอยู่อย่างเจ้าสุนัขตัวน้อยที่ว่านี่มันหลงเข้ามาในบ้านเขาได้ยังไง ในขณะที่ทั้งสองยังนั่งพังพาบอยู่กับพื้นอยู่นั้น บัวตองและปลายเทียนก็เดินออกมาดูว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น เนื่องจากได้ยินเสียร้อง เหมือนตกใจอะไรอย่างสุดขีด สภาพของทั้งคู่ทำให้สองสาวที่มาพบเห็นถึงกับชะงัก อีกคนนั่งเหยียดขาทั้งสองข้างราบกับพื้นมือทั้งสองยันพื้นไปทางด้านหลัง ส่วนอีกคน ซึ่งนั่งอยู่ไม่ห่ามากนักหน้าตามอมแมมดูแทบไม่ได้ หัวฟูฟ่อง ใบหน้ามีแต่รอยขีดข่วนราวกับไปฟัดอะไรมา

            “พี่ปลาย...”

            เด็กสาวร้องออกมาเมื่อเห็นหน้าปลายเทียนก่อนจะวิ่งเข้าไปซบกอดออดอ้อนตามประสา หญิงสาวกอดตอบพลางเอ่ยถาม

            “เกิดอะไรขึ้นหรือแอบเปิ้ล ทำไมมีสภาพอย่างนี้ ไปทำอะไรมา”

            หญิงสาวถามอย่างห่วงใยพร้อมกับดึงเศษไม้ใบหญ้าออกจาเส้นผมให้แต่สายตาจับจ้องไปที่อีกคนซึ่งนั่งอยู่กับที่ไม่ยอมกระดิกกระเดี้ยงไปไหน ปรมินทร์เองก็มองสบตาคู่สวยราวกับจะบอกว่ามันไม่เกี่ยวอะไรกับเขา

            “อ้าว! แล้วนั่นคุณเจมส์นั่งทำอะไรอยู่ตรงนั้น ทำไมไม่ลุกล่ะคะ นั่งกับพื้นอย่างนั้น ไม่สกปรกแย่หรือคะน่ะ” บัวตองถามมาพลางเดินเข้ามาดูว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

            “ฉันยังไม่อยากลุก”

            เขาบอกมาเบาๆ หลบตาของทุกคน ทำเป็นชะเง้อคอมองหาอะไรบางอย่างเพื่อกลบเกลื่อนอาการเจ็บจุกที่มันยังไม่ดีขึ้น

            “ไหนล่ะแอบเปิ้ล ไอ้หมาตัวนั้นของเราอยู่ไหน” เขาถามมา

            “อยู่ในนั้นค่ะ”

            เด็กสาวชี้มือไปยังพุ่มไม้ตรงหน้าเขา นัยน์ตาคมหรี่ลงจ้องผ่านช่องแคบๆ ของกิ่งไม้ที่ขึ้นกันอย่างระเกะระกะไม่ไปในทิศทางเดียวกัน

            “หมา หมาอะไรกันแอบเปิ้ล”

            บัวตองถามมาโดยเร็ว นัยน์ตาเบิกโต มองหน้าเด็กสาวสลับกับปรมินทร์ไปมา

            “หมาค่ะ หมาน้อยตัวหนึ่ง ไม่รู้ว่ามันมาจากไหนค่ะพี่ปลาย พี่บัว แอบเปิ้ลพยายามไล่จับมันอยู่ตั้งนานแต่ก็จับไม่ได้ มันดุซะด้วยสิ เมื่อตะกี้นี้ก็เกือบจะงับมือเข้าให้แล้วด้วย”

            “แล้วมันมาได้ยังไงกัน” ปลายเทียนถามมาเสียงเบา

            “ไม่รู้เหมือนกันค่ะ สงสัยจะหลงเข้ามา”

            เด็กสาวตอบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเงยหน้ามองสบตากับปลายเทียน

            “มันอยู่ในพุ่มไม้นั่นใช่ไหม” เสียงหนักๆ ของเขาถามมาอีกครั้ง

            “ค่ะคุณเจมส์ อยู่ในพุ่มไม้นี่แหละค่ะ”

            ว่าพลางเดินตรงไปยังพุ่มไม้ข้างหน้า ก้มๆ เงยๆ อยู่ครู่ก็ร้องออกมาอย่างตื่นเต้น

            “นี่ไงคะ มันยังอยู่ที่เดิมค่ะ มันยังไม่ไปไหน มันนอนหมอบอยู่ข้างในนั่น”

            เด็กสาวชี้มือให้ทุกคนดูยังจุดที่สุนัขตัวน้อยซึ่งหลงเข้ามา และไม่รู้ว่าหลงเข้ามาได้อย่างไรและมาจากไหน ทั้งสามคนที่เหลือย่อตัวก้มมองตามมือของแอบเปิ้ลและก็เห็นอะไรลางๆ เนื่องจากท้องฟ้าเริ่มโรยตัวตะวันกำลังจะลาลับขอบฟ้า สิ่งมีชีวิตตัวน้อยกำลังเคลื่อนไหวไปมา

            พอปรมินทร์แลเห็นเข้าดังนั้น เขาก็เริ่มขยับตัวที่จะลุกขึ้น แต่อาการที่ยังไม่ค่อยจะสู้ดีนั้น ทำให้การขยับตัวของเขาเป็นไปอย่างไม่ถนัดนัก และซึ่งไม่มีใครคาดคิดมาก่อนในขณะที่สามสาวหันมาให้ความสนใจกับเขา ที่มีท่าทีผิดปกติไปจากอาการคนปกติทั่วไป อากับกิริยาของเขามันช้าและสีหน้านั้นบงบอกให้เห็นว่า มีอะไรบางอย่างทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดและทรมานอยู่ไม่ใช่น้อย และเจ้าสุนัขหลงตัวน้อยก็ครางแยกเขี้ยวค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากพุ่มไม้นั่นด้วยท่าทีอันน่าเกรงขาม แต่มันยังอายุน้อยเกินไปที่จะทำให้ผู้ที่พบเห็นรู้สึกอย่างนั้นได้

            ปรมินทร์ชะงักกึกอยู่กับที่ ในท่าที่กำลังจะขยับลุก ตาเบิกโพรงจ้องเขม็งไปยังเจ้าสุนัขตัวน้อยที่แยกเขี้ยวใส่ ปรมินทร์ใจหายวูบหล่อนไปอยู่ปลายเท้า แน่ล่ะ เขาไม่ชอบหมาไม่ว่าจะตัวเล็กหรือตัวใหญ่ ยิ่งมันมาแยกเขี้ยวยิงฟันใส่อย่างนี้ด้วยแล้ว เขาก็อยากจะแดดิ้นไปเสียตรงนี้ แอบเปิ้ลเองก็ผงะถอยออกไปทางที่บัวตองยืนอยู่เกาะแขนคนเป็นพี่เอาไว้แน่น ส่วนปลายเทียนเองก็รู้สึกตกใจนิ่งไปอยู่ครู่ เนื่องด้วยว่าเจ้าสุนัขตัวนี้มันยังตัวเล็กและอายุวัยมันยังน้อยอยู่มากที่จะทำให้เธอกลัวได้ เพียงแค่ตกใจเล็กน้อยเท่านั้นที่มันมีท่าทีและอาการแบบนี้ ราวกับว่าเมื่อโดนมนุษย์ที่ทั้งตัวใหญ่กว่าฉลาดกว่า เข้ามารายล้อมมุงดู กลับเป็นว่าทำให้มันหวาดระแวง กลัวว่าฝ่ายมนุษย์จะรุมทำร้ายจึงคิดที่จะสู้ เหมือนหมาจนตรอก เมื่อหมดหนทางที่จะหนีมันก็หันหน้าเข้าสู้จนวินาที่สุดท้ายของชีวิต

            “ปะ ปะ ปลาย... ปลายเทียน มะ มัน”

            ปรมินทร์พูดตะกุกตะกัก ปากสั่น เขากลัวจริงๆ เขาไม่อยากให้มันเข้ามาใกล้ ใบหน้าของเขาตอนนี้ซีดเผือดแทบไม่มีสีเลือด

            “...” ปลายเทียนหันมามองคนเรียกแล้วก็ตกใจ ปรมินทร์มีอาการตัวเกร็ง หน้าตาตื่น รู้สึกว่าเขาจะไม่สามารถจะขยับเขยื้อนตัวเองได้ในขณะนี้

            “คุณปรมินทร์ คุณเป็นอะไรไปคะ” ปลายเทียนถามมาโดยเร็ว

            “ไล่ ไล่ มะ มันไป”

            น้ำเสียงนั้นขาดๆ หายๆ อย่างคนขวัญหนี ชายหนุ่มหายใจหนักๆ ออกมา เมื่อได้ยินอย่างนั้น หญิงสาวถึงกับเลิกคิ้วขึ้นด้วยความฉงนและก่อนที่ความสงสัยของหล่อนจะหมดไป เสียเห่าของเจ้าหมาน้อยก็ดังขึ้น เพียงแค่นั้นคนที่เกือบจะเป็นอัมพาตอยู่รอมร่อกระโดดสปริงตัวลุกขึ้นโดยอัตโนมัติ วิ่งเข้าไปหาที่พึ่งทันที นั่นก็คือปลายเทียน หญิงสาวถูกเขาดึงเข้ามากอดไว้ ร้องโวยวายเสียงสั่น

            “ไล่มันไปสิ ไล่มัน”

            เขาตะโกนอยู่ข้างหูเธอ ปลายเทียนเอี้ยวตัวออกเล็กน้อยเพื่อหันไปมองหน้าเขาได้อย่างชัดๆ และก็ทำให้เธอปล่อยคิกออกมา สีหน้าของปรมินทร์ในยามนี้ไม่ต่างอะไรกับคนที่หวาดกลัวอย่างสุดขีด หน้าซีดเหมือนไก่ต้มก็ไม่ปาน

            “คุณปรมินทร์ นี่คุณกำลังกลัวหมาตัวนี้อย่างนั้นหรือคะ”

            หญิงสาวถามเสียงกลั้วหัวเราะ แต่อีกฟาก สองสาวใช้ บัวตองและแอบเปิ้ลระเบิดเสียงหัวเราะไปนานแล้ว บัวตองนั้นรู้ดีอยู่ว่าเจ้านายหนุ่มไม่ชอบสุนัขและขยาดเจ้าพวกนี้แค่ไหน

            ส่วนคนถูกถามถึงกับพูดไม่ออก หน้าเหวอ มองสบตาเธอปริบๆ

            “หมาตัวเล็กนิดเดียวเองนะคะ นี่ดูเหมือนมันจะเพิ่งอายุได้แค่ห้าหกเดือนเองกระมัง เพราะตัวมันยังดูเล็กอยู่เลย”

            เธอว่าพร้อมกับก้มมองเจ้าหมาน้อยตัวนั้นที่มันวิ่งไปวิ่งมาวุ่นพลางแยกเขี้ยวใส่ ขู่อยู่ฟ่อๆ แล้วก็หันมามองหน้าเขา ชายหนุ่มกระเดือกน้ำลายลงคออย่างฝืดเฟือง ไม่ตอบหรือพูดอะไรแต่อย่างใด

            “คุณเจมส์ ไม่ชอบหมาค่ะน้องปลาย ไม่ชอบมาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่เด็กแล้วด้วยค่ะ”

            บัวตองตะโกนบอกมา  ปรมินทร์เบิกตาโตมองไปที่สาวใช้ด้วยความคาดไม่ถึง ไม่คิดว่าบัวตองจะเอาความลับของเขามาป่าวประกาศให้ใครได้รู้

            “จริงหรือคะ”

            ปลายเทียนหันมาถามเขายิ้มๆ ใบหน้าสวยที่ยังคงซีดเซียวเนื่องจากเธอเพิ่งจะลุกจากเตียงนอนลงมายังข้างล่างและได้ยินเสียงคนร้องทางด้านนอกจึงเดินออกมาดูจึงเห็นเขาและแอบเปิ้ลนั่งอยู่กับพื้นแบบหมดสภาพกันทั้งคู่

            “เอ่อ อะ อือ...”

            เขากลายเป็นคนติดอ่างไปเสียแล้ว รู้สึกอายแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี้ ความลับที่ไม่คิดจะเปิดเผยให้ใครรู้นอกจากคนภายในบ้านและเพื่อนสนิทเท่านั้น แต่กลับกลายเป็นว่าเธอรู้เพิ่มอีกคนจนได้ ปลายเทียนปล่อยคิกออกมาอีกครั้งเมื่อเห็นเขาไม่ตอบคำถาม

            “นี่ เธอ หัวเราะอะไรมิทราบ”

            น้ำเสียงนั้นค่อนข้างแข็ง ปรมินทร์แสดงอาการไม่พอใจออกมาโดยผลักเธอออก หญิงสาวที่ไม่ทันได้ระวังตัวและไม่รู้ว่าเขาจะทำแบบนี้ จึงเสียหลักในการทรงตัว เซถลาและล้มลงกับพื้น สถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างฉับพลันโดยที่เขาเองก็ไม่ได้ตั้งที่จะให้มันเป็นอย่างนี้

            “กรี๊ด

            ปลายเทียนกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ ร่างบางล้มฟุบอยู่กับพื้น เจ็บจุกจนแทบลุกไม่ขึ้น

            “น้องปลาย / พี่ปลาย”

            แอบเปิ้ลและบัวตองอุทานออกมาแทบจะพร้อมกัน สองสาววิ่งกรูเข้ามาดูคนถูกผลักล้ม ทั้งคู่รีบพยุงร่างบางขึ้นนั่งบัดฝุ่นและผงที่ติดตามแขนและเสื้อออกให้อย่างพลันวัน

            “น้องปลาย... เจ็บไหมคะ”

            บัวตองถามด้วยความเป็นห่วง แอบเปิ้ลหันไปทางเจ้านายหนุ่ม สายตาที่มองเขานั้นแสดงถึงความไม่พอใจและโกรธเคืองอย่างเห็นได้ชัด เด็กสาวกัดริมฝีปากตนเองก่อนจะเอ่ยขึ้น

            “คุณเจมส์ ทำกับพี่ปลายแบบนี้ทำไมคะ ผลักพี่ปลายทำไมกัน พี่ปลายทำอะไรผิดอย่างนั้นหรือคะ ทำไมคุณเจมส์ต้องรังแกพี่ปลายอย่างนี้ด้วย คุณเจมส์ใจร้าย”

            แอบเปิ้ลตั้งคำถามคนกับคนใจร้ายด้วยใบหน้าบึ้งตึง ส่วนคนถูกตั้งคำถามถึงกับพูดไม่ออก ยืนหน้าเสีย ทำปากขมุบขมิบเหมือนพูดอะไรบางอย่างแต่ไม่มีเสียงเล็ดรอดออกมาให้ใครได้ยินแม้แต่ตัวเอง เขาเองก็ตกใจที่เผลอทำรุนแรงกับเธอโดยไม่ได้ตั้งใจ เพียงแต่จะผลักเธอเบาๆ ไม่คิดว่าแรงที่ส่งไปนั้นจะทำให้เธอถึงกับล้มลงไปกองกับพื้นเช่นนี้

            โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง เจ้าหมาหลงตัวน้อยเห่าคนตัวโตที่ยืนทื่อเป็นแท่งหินอยู่ พร้อมกับวิ่งเข้าใส่ราวกับว่าเขานั้นเป็นศตรูของมันมานาน และกำลังทำให้มันหมดความอดทนที่ถูกคนใจร้ายรังแกและคิดต่อสู้เพื่ออิสรภาพ ในวินาทีที่เจ้าหมาน้อยกำลังวิ่งเข้าใส่เขา สายตาคมจ้องมันแทบไม่กระพริบ มนุษย์ผู้ได้ขึ้นชื่อว่ามีทุกอย่างเหนือกว่าสัตว์เดรัจฉานทั้งหลาย ไม่หวาดกลัวต่อสิ่งใดที่ไม่ควรเหนือกว่าตน แต่ทว่ามันไม่ใช่กับเขา จริงอยู่ที่เขาไม่เคยกลัวอะไรมาก่อนเลย ยกเว้นเพียงอย่างเดียวคือ สุนัข มันเป็นสัตว์ที่เขาไม่พรึงปรารถนาที่จะพบและเห็น ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ จะเหตุใดหรือสถานการณ์ใดก็ตาม

            ปรมินทร์สตาร์ทเร็วกว่านั่งวิ่งทีมชาติเสียอีก เขากระโดดพรวดเดียวและก้าวอีกสองก้าวก็ขึ้นไปยืนบนเก้าอี้ซึ่งตั้งอยู่ด้านซ้ายทางเข้าของประตูบ้าน เสียงเห่าของเจ้าหมาน้อยใช่จะน่ากลัว แต่เขาก็ไม่อยากได้ยินเสียงของมัน

            “เฮ้ย ออกไป นี่แอบเปิ้ล บัว มาเอามันออกไป เร็ว มาไล่มันไปที”

            ปรมินทร์ร้องตะโกนบอกมาเหมือนเด็ก คนใจร้ายขึ้นไปยืนบนเก้าอี้ชักเท้าขึ้นลงสลับกัน ปากก็ตะโกนร้องโหวกเหวกโวยวาย เอ็ดอึงไปหมด เหมือนเจ้าหมาหลงมันจะได้ใจที่สามารถทำให้คนตัวใหญ่อย่างปรมินทร์หวาดกลัวได้ มันก็เห่าใหญ่ ยิ่งเขาส่งเสียงไล่ มันก็ยิ่งเห่าหนักขึ้น เสียงเห่าของเจ้าตัวกระจ่อยร่อยทำให้คนอยู่บนเก้าอี้ใจจะขาดเพราะความกลัว

            สถานการณ์กลับแปรเปลี่ยนไปอีกครั้ง ปลายเทียนไม่คิดเลยว่าเขาจะกลัวสุนัขมากขนาดนี้ และในขณะเดียวกันเธอเองก็นึกสมน้ำหน้าเขาอยู่ในใจ ดีเหมือนกันที่เขาเจอแบบนี้ ชอบรังแกและทำร้ายคนอื่นดีนัก เจอเข้ากับตัวเสียบ้างจะได้รู้ว่ามันเป็นยังไง แต่ก็อดขำไม่ได้เหมือนกันที่ว่า สิ่งที่เขากลัวนั้นมันกลับเป็นสุนัขตัวนิดเดียวเท่านั้น จะโกรธก็โกรธไม่ลงเสียแล้ว

            “สมน้ำหน้า กัดเลยๆ”

            แอบเปิ้ลพูดเสียงรอดไรฟัง มองเขาอย่างขุ่นเคือง ทั้งสมน้ำหน้าทั้งสะใจ ไม่คิดจะเข้าไปช่วย

            “โดนเข้าบ้างก็ดีค่ะ คุณเจมส์น่ะต้องเจออย่างนี้ จะได้เข้าใจว่าคนที่ถูกรังแกนั้นเป็นยังไง”

            บัวตองตะโกนบอกไป ไม่คิดที่เข้าไปช่วยเช่นกัน สาวใช้เองก็รู้สึกไม่พอใจเจ้านายหนุ่มเหมือนกันที่รังแกปลายเทียน หญิงสาวผู้บอบบางและน่าสงสารของตัวเอง

            “แต่เมื่อกี้นี้ฉันไม่ได้ตั้งใจนะบัว เร็วสิ มาไล่มันไป”

            เขาตะโกนบอกมา ยังกระโดดโหยงเหยงอยู่บนเก้าอี้อยู่อย่างนั้น สองสาวช่วยกันพยุงปลายเทียนให้ลุกขึ้น หญิงสาวถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความระอา แล้วหันไปพูดกับบัวตองว่า

            “พี่บัว เราจะทำยังไงกับหมาตัวนี้ดีคะ ดูสิ มันเห่าคุณปรมินทร์ใหญ่แล้ว นี่ท่าจะไม่หยุดง่ายๆ กระมังคะเนี่ย ดูแล้วก็ตลกดีเหมือนกันนะคะ กลัวไปได้หมามันตัวเล็กนิดเดียวเอง”

            หญิงสาวพูดพร้อมกับหัวเราะออกมา เลยพลอยทำให้สองสาวหัวเราะตาม

            “ปลายเทียน ฉันไม่ได้ตั้งใจจะผลักเธอจริงๆ นะ มาช่วยฉันหน่อยสิ เร็วเข้า มาเอามันออกไปให้ฉันที อ๊าย! จะบ้าตาย เร็วเข้าสิ” เขาเร่งมา ดิ้นเร่าอยู่บนเก้าอี้

            ปลายเทียนเม้มปากแน่น ดูเอาเถอะขอให้คนอื่นช่วยแล้วยังไม่วายบังคับอีก ปลายเทียนส่ายหัวอย่างระอา หันไปสบตาสองสาวที่ยืนขนาบข้างเพื่อขอความคิดเห็น ว่าควรจะทำอย่างไรดี กับเจ้าสุนัขหลงตัวนี้

            “แอบเปิ้ลว่า ปล่อยไว้อย่างนี้แหละคะ คุณเจมส์จะได้รู้สึกเสียบ้าง”

            เด็กสาวว่ามาพลางมองเขาด้วยสายตาสะใจ

            “แต่พี่ว่า ไล่มันไปเถอะคะ เพราะคุณเจมส์เธอไม่ชอบหมาจริงๆ ปล่อยไว้อย่างนี้ไม่ดีแน่ และอีกอย่างถ้าเกิดมีใครมาเห็นเข้า ว่าเราปล่อยให้ไอ้เจ้าตัวน้อยนี่เห่าคุณเจมส์อยู่อย่างนี้โดยไม่ทำอะไรเลย คนที่จะโดนคงเป็นพวกเราแทนที่จะเป็นเจ้าหมาหลงตัวนี้แน่นอน”

            เหตุผลของบัวตองนั้นฟังขึ้น แน่ละว่าถ้ามีใครมาเห็นเข้าในขณะนี้ว่าลูกชายคนเล็กของบ้านธรรมรงค์ยุทธ์ดิ้นพล่านอยู่บนเก้าอี้เพราะเจ้าสุนัขตัวกระจ่อยร่อยนี่เห่าขู่อยู่ด้านล่าง และโดยเฉพาะกับกำไรแม่บ้านของที่นี่ หล่อนจะต้องเอาความนี้ไปบอกกับประมุขของบ้านอย่างแน่นอนซึ่งปัญหาใหญ่ก็จะตามมาก็เป็นได้

            “เจ้าหมาน้อย”

            ปลายเทียนตะโกนเรียกเจ้าหมาน้อยที่กำลังเห่าเขาอย่างเมามันอยู่ในขณะนี้ ครั้งแรกมันไม่สนใจที่เธอเรียก แต่พอเธอตบมือและเรียกซ้ำมันจึงหันมา พร้อมกับหยุดเห่าอยู่ครู่ ก่อนจะแยกเขี้ยวเห่าเธอสองสามครั้ง ปลายเทียนตกใจเล็กน้อยที่มันหันมาเห่าเธอแทน แสดงว่ามันไม่ยอมเป็นมิตรกับใครในขณะนี้ แต่กระนั้นหญิงสาวก็ทำใจดีสู้เสือ ลองเรียกมันใหม่อีกครั้ง เธอรู้ว่าต้องทำอย่างไรให้มันหยุดความดุร้ายนี้ลงได้ จากประสบการณ์ของเธอ ซึ่งเคยเลี้ยงสุขนัขมาก่อนแล้วนั้น จากบ้านหลังเก่า

            “เจ้าหมาน้อย มานี่มา เร็ว”

            ปลายเทียนเรียกพร้อมทำปากจิ๊จ๊ะ กระดกลิ้น ตบมือ เจ้าหมาหลง จ้องการกระทำของเธอเขม็งไม่ยอมขยับเขยื้อนแต่ลดระดับเสียงเห่าลงกลายเป็นครางหงิงๆ แทน ตาสบตามองประสานกันระหว่าคนกับหมา เหมือนจะสื่อสารกันเข้าใจ เจ้านั่นเริ่มกระดิกหางดิ๊กๆ หยุดเห่าหยุดครางแต่เดินวนกลับไปกลับมาตายังคงจ้องมายังเธอ คล้ายกับจะเชื่องพูดง่าย มิเช่นนั้นมันก็ถูกชะตากับเธอ หรือไม่ก็มันอาจจะรับดูด้วยสัญชาตญาณว่าใครที่มีอันตรายต่อมันหรือไม่มี

            “อุ๊ย! พี่ปลาย มันหยุดเห่าแล้ว ดูสิ”

            แอบเปิ้ลพูดอย่างตื่นเต้น หันมายิ้มกับปลายเทียนและบัวตอง

            “ดูมันทำหน้าสิน้องปลาย กระดิกหางอย่างนี้แสดงว่ามันไม่ดุแล้วใช่ไหมเนี่ย มันยอมเป็นมิตรแล้วมั้งคะเนี่ย”

            บัวตองเองก็ตื่นเต้นเช่นกัน ส่วนอีกคนที่เพิ่งจะหายใจหายคอได้สะดวกอย่างปรมินทร์ แทบจะเข่าทรุดอยู่บนเก้าอี้ กว่าที่เขาจะหายใจได้ทั่วท้องก็เล่นเอาซะเหนื่อยหอบกันเลยทีเดียว

            “มานี่เร็ว...”

            หญิงสาวยังคงกวักมือเรียกเจ้าหมาหลงอยู่เช่นนั้น ส่วนเจ้าหมาตัวน้อยก็เดินๆ หยุดๆ กระดิกหางดิ๊กๆ อยู่ไปมา ดูมันเองก็กล้าๆ กลัวๆ ที่จะเข้าหาคนเรียก มันลุกเดินได้สองสามก้าวของมันแล้วก็หยุดนั่งลงกับพื้นด้วยสองขาหลังแต่หางยังกระดิกปัดพื้นไปมา ปลายเทียนเองก็ค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้มันเหมือนกัน เมื่อทั้งเธอและเจ้าหมาน้อยจูนกันเข้าได้ระยะห่างที่พอเหมาะมือเรียวบางก็เอื้อมไปลูบที่ศีรษะมันเบาๆ เจ้าหมาหลงไม่เห่าไม่กัดหากแต่ยอมให้เธอลูบหัวอย่างศิโรราบ มันแหงนหัวขึ้นพร้อมกับแลบลิ้นออกมาเลียมือของเธอ ปลายเทียนยิ้มออกมาอย่างยินดีและพอใจ นี่แสดงว่ามันเองก็ชอบเธอเหมือนกัน มันจึงยินยอมที่จะให้เธอเข้าใกล้ได้ จากนั้นหญิงสาวก็ใช้สองมือลองอุ้มมันดู มันเองก็ไม่มีท่าทีว่าจะปฏิเสธหรือขัดขืนแต่อย่างใด ไม่นานเจ้าหมาตัวน้อยก็เข้ามาสู่อ้อมแขนบอบบางทว่าอบอุ่นไม่มีพิษมีภัยสำหรับมัน

            ปรมินทร์มองตามทุกการกระทำระหว่างเธอกับเจ้าหมาหลงที่เขาขยาดอยู่ในขณะนี้อย่างโล่งอก อย่างน้อยเธอก็ช่วยให้เขารอดพ้นจากมันได้ สุดท้ายชายหนุ่มก็ถอยหายใจออกมาดังเฮือก รู้สึกปลอดโปร่งและปลอดภัยจากสิ่งที่เขาเกลียดและกลัว ปลายเทียนเงยหน้ามองสบตากับคนใจร้ายแวบหนึ่ง เห็นเขามองเธออยู่ก่อนแล้วจึงเบือนหน้าหนีลุกขึ้นพร้อมกับอุ้มเจ้าหมาน้อยไว้ในอ้อมแขน

            “ปลอดภัยแล้วค่ะ หมาตัวเล็กนิดเดียว มันทำอะไรคุณไม่ได้หรอกหากว่าคุณคิดที่จะสู้มัน แต่ก็ดีเหมือนกันที่คุณไม่ทำอย่างนั้น จะได้ไม่ดูว่าคุณรังแกสัตว์ที่เล็กกว่าและแถมไม่มีทางสู้คุณได้เลย ความจริงแล้วมันก็ไม่เห็นจะมีพิษสงอะไรเลยนี่คะ ดูสิ มันน่ารักออก นี่เจ้าหมาน้อย แกมาจากที่ไหนกัน เข้ามาในบ้านนี้ได้ยังไง หืมส์”

            ประโยคหลังเธอก้มไปพูดกับมัน เจ้าหมาหลงยังคงดิ้นกระดิกหางอย่างอารมณ์ดี และพยายามยกหัวขึ้นแลบลิ้นเพื่อเลียตามใบหน้าของเธอราวกับว่าเธอเป็นเจ้าของมันหรือไม่ก็เจ้านายที่มันเลือกแล้ว

            “ไม่ยักรู้นะ ว่าเธอนี่ก็พูดกับหมาได้ด้วย สื่อสารกับมันรู้เรื่องหรือไง พูดกับมันยังกับพูดกับคนเสียอย่างนั้น อึย...” ว่าพลางทำหน้าแหย ขยาดเจ้าหน้าขนในมือของเธอ

            ปลายเทียนชะงักกึก พอตัวรอดปลอดภัยได้แล้วก็ปากไม่ดีทันที คนอะไรนะทำไมถึงได้ปากร้ายนัก สำนึกบุญคุณก็ไม่มีเอาเสียเลย หญิงสาวส่ายหัวพร้อมกับถอนหายใจออกมาเบาอย่างระอา ก่อนจะทิ้งเรื่องไร้สาระนี้ไปเสีย ร่างบางอุ้มเจ้าหมาน้อยแนบอกเดินเข้าบ้านผ่านเขาไปโดยไม่สนใจกับอะไรทั้งสิ้น ปรมินทร์ตาโตมองตามหลังเธอไป ทำปากขมุบขมิบขยับขึ้นลงเหมือนจะพูดอะไรหากแต่ไม่มีเสียง

            “คุณเจมส์ ปลอดภัยแล้วค่ะ”

            แอบเปิ้ลยื่นหน้ามากระซิบขณะที่เดินผ่านเขาไป ปรมินทร์เอี้ยวหน้ามองตามหลังสองสาวใช้ไปด้วยความเดือดดาล จะตามเข้าไปเอาเรื่องก็ไม่ได้เพราะปลายเทียนดันอุ้มไอ้เจ้าสัตว์หน้าขนที่เขาเกลียดและขยาดนั้นเข้าไปด้วย

            “บ้าชิบ

            เขาสบถออกมาอย่างเดือดดาลอีกครั้ง ก่อนจะก้าวลงจากเก้าอี้แล้วกลับไปยังเรือนหลังใหญ่

            ปรมินทร์ทรุดกายนั่งลงที่โซฟาในห้องรับแขกพร้อมกับถอนหายใจออกมาหนักๆ ขณะนั้นกำไรผู้เป็นแม่บ้านก็ออกมาจากห้องครัวเข้ามาหาเพื่อบอกความว่า

            “คุณเจมส์คะ เมื่อครู่นี้คุณแพตโทรมาค่ะ”

            “อะไรนะ แพตโทร.มา โทร.ทางไกลน่ะหรือ”

            ปรมินทร์ถามโดยเร็วพร้อมกับชะเง้อมองไปที่โทรศัพท์บ้านซึ่งหูยังวางแนบสนิทติดอยู่กับตัวเครื่อง แล้วหันกลับมามองคนที่มีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยของบ้านด้วยอาการสงสัย เหตุใดปาริฉัตรแฟนสาวของเขาถึงไม่ยอมโทร.เข้ามือถือแต่กลับโทร.เข้าเบอร์บ้านซึ่งมันผิดจากวิสัยของหล่อน

            “วางสายไปแล้วเหรอ ทำไมไม่ไปตามฉันล่ะ”

            ปรมินทร์หน้านิ่วปล่อยคำถามมาเสียงแข็งซึ่งแสดงถึงความไม่พอใจอยู่ในที

            “อิฉันกำลังจะไปตาคุณเจมส์แต่คุณแพตเธอบอกว่าไม่ต้องไปตาม เพราะเธอจะโทรมาใหม่วันหลัง แล้วคุณแพตเธอก็วางไปเลยค่ะ”

            แม่บ้านรายงานตามที่หล่อนได้สนทนากับแฟนสาวของเขา

            “แพตเป็นอะไร เขาไม่ได้บอกอะไรนอกจากนี้ใช่ไหม”

            “ไม่ได้บอกอะไรนอกจากนี้ค่ะ”

            ปรมินทร์พยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ โบกมือไล่ให้ไปทำงานตามหน้าที่ พอคล้อยหลังของกำไรเขาก็พูดกับตัวว่า

            “นี่เราไม่ได้คุยกับแพตนานเท่าไหร่แล้ว”

            เขาเพิ่งจะมาฉุกคิดเดี่ยวนี่เองว่า ระหว่างเขาและแฟนสาวนั้นไม่ได้ติดต่อพูดคุยกันนานพอสมควร โดยเฉพาะช่วงหลังมานี้แทบจะเรียกได้ว่าไม่ได้สนใจหรือชื่อนี้ไม่มีผ่านเข้ามาให้เขานึกหรือคิดถึงได้เลย สาเหตุทั้งหมดทั้งมวลนั้น มันเกิดจากใครคนหนึ่ง คนที่เขาไม่คิดว่าจะทำให้เขาสนใจได้เลยแม้แต่น้อย แต่แล้วเรื่องกลับตาละปัด พอเอาเข้าจริง คนคนนั้นกลับกลายเป็นคนที่มีอิทธิพลต่อเขาเหนือกว่าใครทั้งสิ้น ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกผิดกับตัวเอง มันไม่ควรเป็นเช่น ในเมื่อผู้หญิงคนนั้นคือคนที่เขารักและคิดที่จะแต่งงานด้วย คนที่เขาเลือกที่จะร่วมใช้ชีวิตในบั้นปลายของชีวิต แต่ทว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่นานเขากลับหลงลืมมันไปชั่วขณะ หากไม่มีใครมากระตุ้นเตือนชื่อนี้ให้เขาได้ยิน เขาคงจะหลงลืมชื่อนี้ไปโดยปริยาย ทั้งที่ไม่สมควรจะเป็นเช่นนี้

            เขาถอนหายใจออกมาอีกครั้งพร้อมกับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง รู้สึกระอากับตัวเองก่อนจะก้มมองสภาพของตัวเองที่เพิ่งไปล้มคลุกฝุ่น จากเหตุการณ์เมื่อครู่ที่ผ่านมา เมื่อเห็นสภาพของตัวเองแล้วก็ส่ายหัว มันไม่ควรจะเป็นแบบนี้ ปลายเทียนไม่ควรจะอยู่เหนือความคิดของเขา ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดๆ ก็ตาม เธอควรจะเป็นเพียงแค่ลูกหนี้ ที่ต้องชดใช้หนี้สินตามสัญญาของครอบครัวเธอได้ทำไว้เท่านั้น

            “เธอไม่มีสิทธิ์มีอำนาจเหนือจิตใจของฉันปลายเทียน มันต้องไม่เป็นแบบนี้ ฉันจะไม่ยอมให้มันเป็นแบบนี้แน่นอน”

            เขาบอกกับตัวเองฝากลมฟ้าอากาศหากมันจะสามารถนำความนี้ไปบอกกับคนที่กำลังจะมีอำนาจเหนือจิตใจของเขา ยิ่งนับวันมันก็ยิ่งทวีคูณ

            กว่าที่อาวุธจะขับรถมาถึงบ้าน ‘ธรรมรงค์ยุทธ์’ ได้ก็กินเวลาเกือบชั่วโมง เหมือนปรมินทร์จะรู้ในการมาถึงของเพื่อน เขาได้ลงมานั่งอ่านหนังสือรออยู่ก่อนแล้วที่ห้องรับแขก หลังจากที่ขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นรอบที่สอง เนื่องจากการล้มคลุกฝุ่นดินมาเมื่อก่อนหน้านี้

            อาวุธเดินเข้ามาในบ้านด้วยอาการเซ็ง เขาไม่อยากออกนอกบ้านเลยในเวลาอย่างนี้ เนื่องจากการจราจร ที่มักจะติดขัดในช่วงเย็น และดูเอาเถิดกว่าที่เขาจะมาถึงที่นี่ได้ก็ปาไปเกือบสองทุ่มได้ คนที่เขาจะมาเยี่ยมดูอาการป่วยไม่หลับไปแล้วหรือป่านนี้

            “ไม่มาซะพรุ่งนี้เลยล่ะเพื่อน”

            ยังไม่ทันที่จะหย่อนก้นนั่งลงที่โซฟา คำเหน็บแนมก็ลอยกระทบโสตประสาทหูเข้าอย่างจัง อาวุธชะงักกึก แล้วก็ทำไม่สนใจทำหูทวนลมในคำพูดของปรมินทร์ หากเก็บเอาคำพูดประเภทนี้มาใส่ใจรับรองได้ว่า ทั้งคู่คงไม่สามารถเป็นเพื่อนกันมาได้จนถึงปัจจุบันนี้ ข้อเสียของปรมินทร์ก็มีอยู่แค่ ‘ปากเสีย’ แต่นอกจากนั้นก็เรียกได้ว่าเป็นคนดีคนหนึ่งเลยทีเดียว

            “ยังไม่ทันได้นั่งเลย นายก็กัดฉันซะแล้วเหรอ”

            อาวุธว่ามาเรียบๆ หากแต่คนถูกตอกกลับถึงกับตาโต เขาไม่คิดว่าเพื่อนรักจะสวนเขาทันควันอย่างนี้ เพราะปกติอาวุธจะทำเป็นนิ่งเฉยเสียเวลาที่เขาเหน็บแนม หรือพูดจากวนโทสะ

            “ฉันไม่ใช่หมา”

            เขาว่ามาโดยเร็ว พร้อมกับหน้ามุ่ย อาวุธยิ้มที่มุมปากคล้ายจะเยาะอยู่ในทีก่อนจะว่า

            “อ๋อ... เหรอ... ใครจะไปรู้ล่ะ นึกว่า... ก็เห็นนายแขวะมาอย่างนี้ จะให้ฉันคิดว่ายังไง”

            “หมายความว่าไง นี่นายจะหาเรื่องฉันหรือไง ห๊ะ วุธ”

            น้ำเสียงไม่ได้จริงจังกับคำพูด อาวุธหัวเราะมา หึ หึ ก่อนจะตอบไปว่า

            “นายนั่นแหละเจมส์ จอมหาเรื่องยียวน กวนประสาท กวนบาทาก็เท่านั้น อ๊ะๆ อย่า อย่าคิดที่จะปฏิเสธ นายรู้ตัวนายเองดี”

            อาวุธชี้หน้าพูดดักคอไว้ก่อนเมื่อเห็นเขาทำท่าจะแย้งมา

            “แล้วไง” เขายวนมาทำเหมือนจะหาเรื่องแต่อาวุธรู้ทันเขาไม่สนใจกับคำพูดนั้น

            “นายเรียกฉันมาเพื่อที่จะหาเรื่องอย่างนั้นรึ เจมส์”

            “ฉันเรียกนายมาอย่างนั้นเหรอ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน นายต่างหากที่อยากจะมาเอง ฉันไม่ได้บังคับขู่เข็นให้นายมาที่นี่เสียหน่อย”

            อาวุธถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับเขาอีก เพราะอย่างไรเสียคนอย่างปรมินทร์คงไม่มีทางยอมแพ้ง่ายๆ ด้วยนิสัยเขาเป็นคนอย่างนี้เอง

            “เอาเถอะๆ ไม่อยากเถียงด้วยแล้ว เข้าเรื่องเลยดีกว่า ว่าแต่น้องปลายเป็นยังไงบ้าง นายจะไม่พาฉันไปเยี่ยมน้องเขาหน่อยหรือไง”

            คราวนี้อาวุธพูดเป็นการเป็นงาน ไม่อยากเสียเวลาต่อล้อต่อเถียงไปมากกว่าเพราะไม่มีประโยชน์อะไร

            “พาไปน่ะพาไปแน่ แต่ไหนล่ะของฝากที่จะเอามาเยี่ยมคนป่วย”

            “...” อาวุธเบิกตาโต มองเพื่อนรักด้วยความคาดไม่ถึง และพูดไม่ออก ได้แต่หัวเราะแห้งๆ จ้องหน้าปรมินทร์ด้วยอาการเซ็ง ดูเอาเถอะ ที่สุดของความยียวนกวนประสาท นี่ปรมินทร์คิดจะแกล้งถ่วงเวลาหรือหาเรื่องอะไรอีก ก็รู้อยู่นี่ ว่าเขาออกจากบ้านมาก็เย็นจวนจะค่ำอยู่แล้ว จะให้ไปหาของฝากจากที่ไหน สำคัญอยู่ที่เขาไม่คิดมาก่อนว่าการมาเยี่ยมปลายเทียนในวันนี้จะเจอเจ้าของบ้านผู้ปากเสียทวงของฝากเข้าให้หน้าตาเฉย อย่าให้เป็นทีของเขาบ้างก็แล้วกัน อาวุธก่นด่าเพื่อนรักในใจ ทว่าเขากลับตีหน้าตายฝืนยิ้มเหมือนไม่รู้สึกสะทกสะท้านอะไรในคำพูดของปรมินทร์แล้วบอกว่า

            “อ้อ ของฝาก มีอยู่แล้ว”

            อาวุธโกหกหน้าตาย

            “แล้วอยู่ไหนล่ะ”

            “ไม่จำเป็นต้องเอามาโชว์ตอนนี้หรอก เพราะอย่างไรเสีย ฉันก็เอามาฝากน้องปลาย ไม่ใช่นาย แล้วก็... ได้โปรดนำทาง พาฉันไปเยี่ยมคนป่วยได้แล้ว ฉันไม่อยากจะเสียเวลาอยู่ตรงนี้แม้แต่วินาทีเดียว ข้างในมันร้อนรุ่มเป็นห่วงน้องปลายแทบจะขาดใจอยู่รอมร่อเพื่อนรัก”

            เมื่อได้ยินอาวุธพูดเช่นนั้นเขาถึงกับคอแข็งขึ้นมาทันที ปรมินทร์วางหนังสือนิตยสารลงที่อย่างเบามือพร้อมกับค่อยๆ ลุกยืนขึ้นยืดตัวตรง มองมาที่เพื่อนรักอย่างปราศจากความหมายหากแต่ข้างในใจนั้นขุ่นเคืองยิ่งกับคำพูดเมื่อครู่นี้ จริงอยู่ เขาอนุญาตให้อาวุธมาเยี่ยมปลายเทียนได้ แต่ไม่คิดเลยว่าเพื่อนของเขานั้นจะพูดในทำนองนี้ มันหมายความว่าอย่างไรกันล่ะ หรือว่าเพื่อนของเขาเกิดสนใจยัยหน้าจืดของเขาเข้าให้แล้ว ถ้าเป็นอย่างที่คิดล่ะก็ มันคงเป็นปัญหาสำหรับเขาอย่างแน่นอน โดยเฉพาะกับ ‘หัวใจ’ ของเขา

            “งั้นก็ตามมา”

            พูดจบก็หมุนตัวเดินนำออกไปทางประตูหลังบ้านทันที ซึ่งประตูทางหลังบ้านนั้นสามารถทะลุผ่านไปยังเรือนหลังเล็กได้เร็วกว่า เพราะเป็นการย่นเวลาแทนที่จะเดินอ้อม คือเดินออกทางหน้าบ้านแล้วเลี้ยวซ้ายไปตามทางที่ทำไว้ซึ่งมีขนาดความยาวพอสมควร เพราะความใหญ่โตของบ้านนั่นเอง

            “เฮ้ะ บทจะง่ายก็ง่ายแฮะ”

            อาวุธพึมพำออกมาเพียงแผ่วเบาได้ยินเพียงคนเดียว แล้วเดินตามเขาไปอย่างว่าง่าย ส่วนคนเดินนำก็จ้ำเอาๆ ราวกับมีเรื่องเร่งด่วนเสียอย่างนั้น อาวุธผู้เดินตามหลังมา เริ่มนิ่วหน้า วิ่งบ้างเดินบ้างตามหลังคนนำต้อยๆ อยากจะตะโกนถามเพื่อนอยู่เหมือนกันว่า

            ‘จะรีบไปตามควายหายที่ไหนมิทราบ’

            ทว่าเขากลับไม่สามารถตะโกนถามอย่างนั้นออกมาได้เพราะไอ้คนที่เดินนำหน้าอยู่นั้นพลันหยุดกึกลงอย่างกะทันหัน เป็นเหตุให้คนที่เดินตามหลังมาชนเข้าอย่างจังจนต้องผงะถอยพร้อมกับส่งเสียงร้องโวยวายออกมา

            “หยุดทำไมวะ มีอะไร”

            ปรมินทร์หันกลับมามองคนถาม ใบหน้านิ่งเรียบเกินกว่าที่คนมองจะคาดเดาว่าเกิดอะไรขึ้นได้ แล้วเขาก็พูดเรียบๆ ขึ้นว่า

            “คนป่วยหลับแล้ว เราไม่ควรที่จะไปรบกวนเขา”

            “ห๊ะ

            อาวุธถึงกับมีอาการงง ปากที่อ้าค้างยังไม่สามารถหุบลงได้ กระพริบตาปริบๆ มองคนพูดด้วยความฉงนเป็นที่สุด

            “นายรู้ได้ยังไงว่า... ว่าน้องปลายหลับแล้ว”

            “บนห้องของเขาไม่ได้เปิดไฟ”

            บอกพร้อมกับชี้มือไปยังชั้นสองของบ้านซึ่งอยู่ด่านขวามือ อาวุธมองตามแล้วก็ถอนหายใจออกมา ก่อนจะหันกลับมาถามเขาเสียงห้วน

            “แล้วไง”

            “ก็... ไม่แล้วไง ว่าแต่แกจะเอายังไง”

            ปรมินทร์ยักไหล่ หยั่งเชิงดู อาวุธมีสีหน้าผิดหวังเล็กน้อย และคล้ายกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง แน่ล่ะ อาวุธต้องรู้สึกเสียโอกาสที่มาเสียเที่ยว ช่วยไม่ได้ที่เหตุการณ์มันกลายเป็นแบบนี้ไป แต่มันก็ดีสำหรับเขาอย่างน้อยก็ยืดเวลาการสนิทสนมของคนทั้งคู่ออกไปได้ เขาไม่อยากให้ใครได้รู้จักหรือสมาคมกับเธอมากนัก ไม่ว่าใครที่ได้รู้จักหรือใกล้ชิดล้วนมักจะหลงเสน่ห์แห่งความน่ารักไร้เดียงสาของเธอแทบจะทั้งนั้น ดูอย่างแม่สองสาวใช้ของเขาสิ ทั้งคู่ติดปลายเทียนแจยิ่งกว่าตังเมเสียอีก แล้วอย่างนี้เขาจะปล่อยให้อาวุธกับปลายเทียนสนิทสนมกันได้อย่างไร นั่นเท่ากับว่าเปิดโอกาสให้กับอาวุธเข้ามาตีสนิทได้มากขึ้นเท่านั้น

            “แกถามฉันอย่างนี้หมายความว่าไงวะ ฉันมาถึงนี่แล้วนะโว้ย”

            ปรมินทร์เลิกคิ้วข้างหนึ่ง คำพูดของอาวุธคล้ายกับจะบอกเป็นนัยว่า จะให้ถอยกลับได้อย่างไรในเมื่อเดินมาถึงหน้าบ้านแล้วอย่างนี้ นี่เท่ากับว่าเป็นการมาเสียเที่ยวอย่างนั้นรึ

            “แล้วนายจะให้ฉันทำยังไง หรือว่าจะให้ฉันไปปลุกเขา บอกว่าแกมาเยี่ยม เอาอย่างนั้นเหรอ สำหรับฉันไม่เป็นไร ฉันไปปลุกให้แกได้ไม่มีปัญหา เพราะฉันไม่ใช่คนป่วย ไม่ได้ต้องการพักผ่อนอะไรมากอยู่แล้ว เรื่องแค่นี้จิ๊บจ้อย”

            “เฮ้ย เปล่า... ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้น ฉันก็แค่อยากจะบอกนายว่า ฉันอุตส่าห์ขับรถจากบ้านมาที่นี่เพื่อมาเยี่ยมน้องปลายแต่เหมือนโชคจะไม่เข้าข้าง มาเสียเที่ยวเลยไม่รู้เลย ว่าน้องปลายอาการเป็นยังไงบ้าง ไม่ได้จะให้นายไปปลุกน้องปลายให้ตื่นขึ้นมาเพื่อรับรู้การมาของฉันเสียหน่อย อีกอย่าง นายเองก็ไม่ได้บอกน้องปลายไว้ก่อนใช่ไหมว่าฉันกำลังจะมาเยี่ยมเขาในวันนี้”

            “ไม่ได้บอก”

            เขาบอกมาหน้าตาเฉย เล่นเอาคนฟังถึงกับคอตก ทำตาปรือพูดเสียงเอื่อยว่า

            “เอาตรงๆ เลยนะเพื่อน เปิดอกพูดกันอย่างลูกผู้ชาย ความจริงแล้วก็คือนายไม่ได้ต้องการให้ฉันมาเยี่ยมน้องปลายหรอกใช่ไหม แต่ที่อนุญาตให้ฉันมาที่นี่ได้ก็เพราะเหตุผลบางอย่างของนายมากว่า และที่สำคัญฉันมีประโยชน์ต่อนายในเรื่องนี้มากใช่ไหม”

            ด้วยความที่ทั้งสองคบหากันมานานรู้ไส้รู้พุงกันทุกอย่าง ทำให้อาวุธอ่านรูปการจากปรมินทร์ได้อย่างทะละปรุโปร่ง งานนี้เขาโดนเจ้าเพื่อนซี้หลอกเข้าให้เสียแล้ว ปลายเทียนป่วยจริงหรือไม่ก็ไม่อาจรู้ได้ เพราะเขาไม่สามารถพบเธอได้ในขณะนี้เนื่องจากโอกาสนั้นถูกปิดสนิทเมื่อปรมินทร์บอกมาเช่นนี้

            “เอาล่ะ เมื่อนายถามอย่างเปิดอกฉันก็จะตอบนายอย่างเปิดอกเหมือนกัน ถูกเผงเลยเพื่อน เหมือนนายมานั่งในใจฉันเลย ใช่ ฉันต้องการให้นายช่วย ที่สำคัญเรื่องที่ฉันจะให้ช่วยนั้นมันสำคัญมาก มีนายคนเดียวเท่านั้นในตอนนี้ที่จะช่วยฉันได้ ฉันมองไม่เห็นใครอื่นเลยนอกจากนายนะวุธ ฉันรู้ว่าถ้าเปิดอกกันอย่างนี้แล้วนายต้องหัวเสียแน่นอนที่โดนฉันหลอกให้มาที่นี่ แต่อย่าโมโหไปเลยเพื่อน เรื่องที่จะให้นายช่วยนั้นมันไม่ใช่เรื่องของฉัน”

            “อะไรนะ”

            อาวุธถามมาโดยเร็วในขณะที่ยังฟังไม่จบ

            “นายให้ฉันมาที่นี่เพื่อที่จะช่วยเรื่องของคนอื่นอย่างนั้นเหรอ”

            อาวุธร้อง หึ ออกมาคำหนึ่งพร้อมกับมองเขาอย่างเดือดดาล

            “อย่าเพิ่งโมโหสิ ฉันยังพูดไม่จบเลย ฟังให้มันจบเสียก่อน เรื่องที่ว่านี้มันสำคัญมาก มันไม่ได้เกี่ยวกับฉันโดยตรงก็จริงแต่มันก็มีผลกระทบอย่างเลี่ยงไม่ได้เหมือนกัน เรื่องที่ฉันจะให้นายช่วยมันเป็นเรื่องของปลายเทียน มันเกี่ยวกับลายเทียนโดยตรง”

            เขาบอกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง เมื่อฟังความจบแล้วอาวุธก็คลายความโมโหลงกลายเป็นตระหนกแทน จริงอยู่ถึงแม้เขาและปลายเทียนจะมีโอกาสได้พบกันเพียงครั้งเดียวเพียงชั่วเวลาไม่นานนัก ทว่าเขากลับมีความรู้สึกที่พิเศษต่อเธอ ซึ่งความรู้สึกนี้มันไม่เคยเกิดขึ้นกับผู้หญิงคนไหนมาก่อนที่เขาเคยพบมา จะว่าตนอุปาทานขึ้นมาเองกว่าได้ ครั้งแรกที่ได้พบหน้าของหญิงสาวเขาก็บอกกับตัวเองว่าสวรรค์คงได้ส่งเนื้อคู่มาให้เขาแล้วกระมัง

            “อะ อะ ไรนะ เรื่องที่จะให้ช่วยนี่ เกี่ยวกับน้องปลายอย่างนั้นเหรอ เรื่องอะไรวะ ว่ามาเลยเพื่อน หากฉันช่วยได้ฉันจะช่วยเต็มที่เลย น้องปลายมีความเดือดร้อนอะไรอย่างนั้นเหรอ”

            ปรมินทร์หัวเราะแห้งๆ เมื่อเห็นอาวุธเปลี่ยนอารมณ์เร็วยิ่งกว่าจิ้งจกเปลี่ยนสีเสียอีก นั่นแสดงให้เห็นได้ชัดว่าอาวุธมีความสนใจต่อปลายเทียนในลักษณะเช่นไร เดาได้เลยว่าอาวุธต้องการรู้จักปลายเทียนในทางฉันชู้สาวอย่างแน่นอน แต่ไม่มีวันเสียหรอก เขาบอกตัวเองในใจ

            “แหม... พอได้ยินชื่อปลายเทียนนี่ไม่ได้เลยนะหูผึ่งหน้าตื่นเชียว ไม่ต้องออกนอกหน้าขนาดนั้นก็ได้มั้ง”

            ปรมินทร์ว่าให้อย่างหมั่นไส้แต่ดูเหมือนเพื่อนสนิทจะไม่สนใจคำพูดของเขาเอาเสียเลย

            “เออน่า... นายเองก็น่าจะเข้าใจฉันได้มากกว่าคนอื่น ฉันไม่เคยเป็นแบบนี้ ไม่เคยถ่อสังขารไปหาใครในเวลาอันไม่เหมาะสมอย่างนี้ด้วยหากว่าใจมันไม่ได้เรียกร้อง นายเข้าใจในสิ่งที่ฉันเป็นอยู่ในขณะนี้ใช่ไหมวะเพื่อน”

            คนพูดขยับเข้ามาใกล้พร้อมกับจับต้นแขนทั้งสองข้างของเขาบีบเบาๆ คล้ายจะเป็นการยืนยันในคำพูดของตนเมื่อครู่ ปรมินทร์มองสบตาเพื่อนรักนิ่งอยู่ครู่ก่อนจะตอบสั้นๆ ว่า

            “อือ”

            “ขอบใจที่นายเข้าใจ เข้าเรื่องเลยเจมส์ นายจะให้ฉันช่วยอะไรน้องปลายว่ามาเลย”

            บอกพร้อมกับปล่อยมือออกจาต้นแขนของเขาเมื่อได้การตอบรับแล้วว่าเขาได้รับรู้ถึงความรู้สึกของตนที่มีต่อปลายเทียนเช่นไร

            “เรื่องนี้สำคัญมาก ไปคุยที่ห้องทำงานฉันดีกว่า ขืนยืนคุยกันตรงนี้มีหวังยุงได้หามไปกินตาย”

            จบคำเขาก็ออกเดินนำไปยังตึกใหญ่อีกครั้ง และอาวุธก็เดินตามอย่างว่าง่ายอีกครั้ง ปรมินทร์เริ่มรู้สึกหนักใจขึ้นทันที เมื่อเห็นอาวุธแสดงออกมาอย่างชัดเจนว่ากำลังรู้สึกกับปลายเทียนเช่นไร สิ่งที่เขากลัวมันกำลังจะเป็นจริงอย่างนั้นหรือ

            ถ้าหากอาวุธเข้ามาช่วยเขาในเรื่องนี้นั่นก็แสดงว่าเพื่อนของเขาก็ต้องรู้เรื่องราวในอดีตของปลายเทียนไปพร้อมกับเขา หากเป็นเช่นนั้นมันจะดีหรือ เขาถามตัวเองในใจขณะเดินนำหน้าไปเรื่อยๆ

            ถึงแม้จะรู้สึกหนักใจแต่ก็มองไม่เห็นใครอื่นที่จะช่วยได้เลยในเรื่องนี้นอกจากอาวุธคนเดียวเท่านั้น เพราะเพื่อนของเขาคนนี้รู้จักผู้คนมากมายหลายอาชีพ และโดยเฉพาะอาชีพข้าราชการอย่างตำรวจ ซึ่งนั่นแหละคือสิ่งที่เขาต้องการ ตำรวจเท่านั้นที่จะสามารถไขความกระจ่างในเรื่องนี้ให้แก่เขาได้

            ปรมินทร์นำเพื่อนไปยังห้องทำงานส่วนตัวพร้อมกับร็อกประตูก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะแล้วล้วงเอาชิ้นส่วนหนังสือพิมพ์ออกจากกระเป๋ากางเกงยื่นให้กับอาวุธซึ่งนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามหน้าโต๊ะทำงานของเขา

            “เรื่องที่จะให้ช่วยก็คือ ช่วยหารายละเอียดของข่าวนี้ให้หน่อย”

            อาวุธรับมันมาพร้อมกับอ่านข้อความนั้นในใจ แล้วก็ขมวดคิ้วเข้าหากันเงยหน้าขึ้นมองหน้าเขาถามาเบาๆ ว่า

            “มันเกี่ยวอะไรกับน้องปลาย ข่าวนี่เหมือนมันจะยี่สิบปีมาแล้วนะเพื่อน มันเกี่ยวกับน้องปลายยังไงรึ อุบัติเหตุทางรถยนต์ หรือว่า... นายคิดว่าคนที่เสียชีวิตทั้งสองคนนี้จะเป็นพ่อกับแม่ของน้องปลายอย่างนั้นเหรอ แสดงว่าปัจจุบันนี้น้องปลายไม่มีพ่อแม่เป็นเด็กกำพร้าอย่างนั้นใช่ไหม

            อาวุธตั้งคำถามเอากับเขา เพราะเมื่ออ่านข้อความนั้นแล้ว เค้ามันเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้อีกเลยนอกจากแบบนี้เท่านั้น พร้อมกับหัวใจอันเต้นระทึกกับเรื่องที่ไม่คาดว่าจะได้พบเห็น ภูมิหลังของหญิงสาวที่เขารู้สึกถูกชะตาตั้งแต่แรกเห็นคล้ายกับรักแรกพบกำลังจะเกิดขึ้นในโลกอันโดดเดี่ยวมานาน  

            “ฉันไม่แน่ใจ เพราะไม่แน่ใจนี่แหละถึงต้องการให้นายช่วย จะว่าปลายเทียนเป็นเด็กกำพร้ารึ ก็ไม่น่าจะใช่ เพราะพ่อกับแม่เขาเพิ่งจะมาหาเมื่อวานนี้เอง”

            เขาบอกมา เพราะใคร่ครวญดูแล้วมันขัดกันอยู่ หากคนทั้งสองที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปนั้นเป็นพ่อกับแม่ของเธอแล้วพ่อแม่คนปัจจุบันนี้ล่ะเป็นใครกัน

            “นายเอาข่าวนี้มาจากไหน มันนานมากทีเดียว ดูจากวันที่และปีที่เขียนไว้ จากวันนั้นถึงวันนี้น่าจะยี่สิบปีได้มั้งเนี่ย ความเก่าของกระดาษก็แทบจะเปื่อยคามืออยู่แล้ว”

            “วุธ นายช่วยฉันได้ใช่ไหมในเรื่องนี้”

            ปรมินทร์ไม่ได้ตอบคำถาม หากแต่ย้อนถามกลับไปอย่างเป็นการเป็นงานแทน ใบหน้าและน้ำเสียก็เต็มไปด้วยความกังวลและกลัดกลุ้ม อาวุธมองสบตาเพื่อรักอยู่ครู่ ปรมินทร์ไม่มีทีท่าว่าจะหลบสายตา ดูเหมือนเขาจะเอาจริง มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะค้นหาแววตาในลักษณะล้อเล่นไม่เจอ ในที่สุดอาวุธก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ พร้อมกับเอ่ยถามว่า

            “แน่นอน ช่วยน่ะช่วยอยู่แล้ว แต่ก่อนที่ฉันจะไปดำเนินการค้นหาข่าวนี้มาให้นาย ฉันขอทราบรายละเอียดบางอย่างก่อนจะได้ไหม”

            “รายละเอียด ของอะไร ข่าวที่ฉันให้นายไปอย่างนั้นรึ”

            “ไม่ใช่ข่าวอุบัติเหตุนี่ แต่เป็นรายละเอียดเกี่ยวกับน้องปลาย ที่มาของปลายเทียน ทุกอย่างที่นายรู้ เจมส์ นายต้องบอกฉันก่อนที่ฉันจะดำเนินการใดๆ ลงไป อย่างน้อยเรื่องนี้มันจะต้องไม่มีผลกระทบกับน้องปลายเป็นเด็ดขาด”

            “ก็นี่แหละคือปัญหา”

            เขาตอบมาโดยเร็ว

            “ไม่ว่ายังไงเรื่องนี้มันย่อมมีผลกระทบต่อปลายเทียนไม่ทางตรงก็ทางอ้อม และเหมือนมันจะไม่มีทางเลี่ยงเสียด้วยสิ”

            “หมายความว่ายังไงเจมส์ ข่าวนี้มันมีผลกระทบกับปลายเทียนยังไงหรือ”

            “ฉันไม่รู้ว่าผลกระทบมันจะรุนแรงมากน้อยแค่ไหน แต่ที่รู้ๆ มันคงทำให้ปลายเทียนสะเทือนใจอยู่ไม่ใช่น้อยหากว่าเธอรู้เรื่องนี้เข้า สิ่งที่ฉันรู้เกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้มันแค่ผิวเผินเท่านั้น ไม่ได้รู้รายละเอียดตื้นลึกหนาบางอะไรเลย”

            “ทำไมน้องปลายถึงมาอยู่บ้านนาย ทำไมน้องปลายถึงไม่อยู่บ้านของตัวเอง”

            ปรมินทร์ชะงักกับคำถาม แน่ละ! มันย่อมไม่เป็นการดีแน่หากว่าจะเล่าความจริงให้อาวุธฟัง แต่ถึงยังไงเขาก็จะต้องตอบคำถามถึงแม้ในใจไม่อยากจะตอบก็ตาม

            “ปลายเทียนมาอยู่ที่นี่ในฐานะผู้อาศัย แต่การที่ปลายเทียนมาอยู่ที่นี่สาเหตุมาจากเรื่องอะไรนั้นฉันก็ไม่ทราบได้ ฉันไม่รู้อะไรไปมากกว่านี้จริงๆ วุธ แต่อีกไม่นานฉันและนายคงจะรู้ความจริงทุกอย่างไปพร้อมๆ กันในมิช้านี้ จากข่าวที่ฉันให้นายไปหามาให้”

            อาวุธก้มมองชิ้นหนังสือพิมพ์ที่อยู่ในมือด้วยอาการครุ่นคิด เขาจะเชื่อปรมินทร์ดีหรือไม่ จริงหรือที่ปรมินทร์จะไม่รู้รายละเอียดอะไรไปมากกว่านี้ ถึงแม้ใจจะไม่อยากเชื่อเท่าไหร่แต่เมื่อเพื่อนของตนพูดมาอย่างนี้แล้วจะคั้นเอาความจริงก็คงจะไร้ประโยชน์ เสียเวลาเปล่าแต่ความจริงเรื่องนี้เขาควรจะเชื่อปรมินทร์ เพราะถ้าไม่ใช่เรื่องจริงเหตุใดเพื่อนของเขาถึงได้มีสีหน้ากลัดกลุ้มและพาเขามาคุยในห้องทำงานส่วยตัว นั่นแสดงว่าเรื่องนี้สำคัญมาก

            “ถามอะไรหน่อยสิเจมส์ ทำไมนายถึงเลือกที่จะให้ฉันช่วยนายในเรื่องนี้ ฉันคิดว่าคนอย่างนายไม่น่าจะตื้อตันในการหาทางสืบข่าวนี้ได้นะ เพราะนายเองก็กว้างขวางและรู้จักคนเยอะมากกว่าฉันเสียอีก”

            “ฉันรู้จักคนเยอะก็จริง แต่ฉันไม่สามารถเชื่อและไว้วางใจใครได้ ฉันไม่คิดว่าจะเชื่อใจใครได้เท่านายอีกแล้ววุธ”

            “หมายความว่า... นายเชื่อใจฉันมากกว่าใคร”

            อาวุธเลิกคิ้วถาม มองเพื่อสนิทด้วยความตื้นตัน

            “ใช่ ในเรื่องนี้ฉันเชื่อใจนายคนเดียวเท่านั้น”

            คำยืนยันของปรมินทร์ทำให้คนฟังพยักหน้าอย่างเข้าใจ นั่นหมายถึงว่าอาวุธคือเพื่อนที่ปรมินทร์รักและสนิทใจที่สุด ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นอีก

            “แล้วพ่อนายล่ะเจมส์ ท่านน่าจะรู้เรื่องนี้บ้างนะ นายไม่ได้ถามท่านบ้างหรือยังไง”

            “ถามแต่ท่านไม่ได้บอกอะไรฉันไปมากกว่าที่ฉันได้บอกนายไปแล้ว”

            ปรมินทร์จำเป็นต้องเก็บงำความจริงส่วนหนึ่งไว้ เขาจะบอกอาวุธได้อย่างไรว่าปลายเทียนมาอยู่ที่นี่ในฐานะลูกหนี้และแถมยังเป็นสมบัติของเขาแต่เพียงผู้เดียวอีกต่างหาก ถ้าเกิดเขาบอกไปเช่นนี้อาวุธจะรับได้หรือ ในเมื่อขณะนี้อาวุธมีความสนใจในตัวหญิงสาวและแสดงออกมาให้เขารู้อย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้ มันทำให้เขาไม่กล้าที่จะพูดไป มันเป็นการทำร้ายจิตใจกันเกินไป อย่างน้อยเขาก็ยังแคร์ความรู้สึกของคนที่เขารักอยู่ โดยเฉพาะอาวุธซึ่งเป็นคนที่เขาสนิทด้วยที่สุดในกลุ่มเพื่อนที่คบหากันมานานหลายปีดีดัก

            “น้องปลายมาอยู่ที่บ้านของนายนานหรือยัง ทำไมก่อนหน้านี้ฉันไม่รู้เรื่องและเคยเห็นเลยวะ”

            อาวุธยังคงตั้งคำถามในสิ่งที่ตนยังไม่คลายความสงสัย

            “ปลายเทียนเพิ่งย้ายมาอยู่ ก็เกือบจะเดือนหนึ่งได้กระมัง ฉันไม่แน่ใจเพราะไม่ได้สนใจสักเท่าไหร่ คงราวๆ นี้แหละ ถามทำไม” เขาบอกเสียงเรียบ

            “เปล่าฉันก็แค่อยากรู้”

            “เอาล่ะ เอาเป็นว่านายตกลงจะช่วยฉันแล้วใช่ไหม ทีนี้ขอถามนายหน่อย ข่าวที่ฉันให้นายช่วยหานี่จะใช้เวลานานสักแค่ไหน”

            “ตอนนี้ ฉันยังบอกนายไม่ได้หรอก จนกว่าจะที่ฉันจะได้ลงมือค้นหาเสียก่อน ข่าวเก่าอาจต้องใช้เวลาหาอยู่นานพอสมควร อย่างน้อยก็ใช้เวลาอาทิตย์หนึ่งขึ้นไป ถึงจะรู้รายละเอียดทุกอย่าง แต่ถ้าเร็วกว่านั้นฉันจะโทรมาบอกเองไม่ต้องห่วง”

            อาวุธบอกพร้อมกับพับเก็บชิ้นส่วนของหนังสือพิมพ์นั้นเข้ากระเป๋ากางเกงยีนส์

            “ขอบใจมากนะวุธ ที่ช่วยฉัน”

            “ไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องขอบใจ อย่าลืมสิว่าเราเป็นเพื่อนกัน เรื่องแค่นี้เองมันไม่ได้หนักหนาอะไรเลย อีกอย่างฉันเต็มใจที่จะช่วย”

            ปรมินทร์ยิ้มออกมาได้อย่างโล่งอก รู้สึกสบายใจขึ้นอีกเปราะหนึ่งและรู้สึกตื่นเต้นไปในคราเดียวกัน อีกไม่นานเขาก็จะได้รู้จริงและความเป็นมาของคนที่ทำให้เขาว้าวุ่นใจอยู่ทุกขณะจิต ยิ่งนับวนก็ยิ่งทวีคูณ คนที่เขาไม่คิดว่าจะสนใจและใส่ใจ ยิ่งนานไปยิ่งต้องการ อยากจะใกล้ชิดและได้ครอบครองแต่เพียงผู้เดียว

            “เออ ว่าแต่งานนี้นายจะให้อะไรเป็นการตอบแทนที่ฉันช่วยนาย”

            จู่ๆ อาวุธก็ทวงของตอบแทนขึ้นเล่นเอาคนฟังถึงกับเบิกตาโต มองคนถามอย่างงงๆ

            “อะไรนะ ให้อะไรเป็นของตอบแทนอย่างนั้นเหรอ หึ ยังไม่ทันที่จะได้เริ่มลงมือเลย นายทวงรางวัลแล้วรึ ให้มันได้อย่างนี้สิ” เขาพูดยิ้มๆ

            “เล็กๆ น้อยๆ น่า... อีกอย่างฉันจะได้มีกำลังใจที่จะทำงานให้นายยังไงล่ะเพื่อน”

            ปรมินทร์ยังคงหัวเราะหึ หึ อยู่เช่นนั้นช้อนตามองอาวุธอย่างขันๆ แล้วก็ถามไปว่า

            “แล้วนายต้องการอะไร”

            “นายนี่น่ารักจริงๆ สมแล้วที่เป็นเพื่อนฉัน สิ่งที่ฉันอยากจะได้ก็คือ พรุ่งนี้นายต้องเลี้ยงเหล้าฉันกับเพื่อนๆ อ๊ะๆๆ ยังไม่หมด ยังมีอีกอย่าง คืนพรุ่งนี้ นายต้องพาปลายเทียนไปด้วย”

            “...” ปรมินทร์สะอึกเมื่ออาวุธทวงของรางวัลชิ้นแรกจากเขาคือปลายเทียน มันเป็นสิ่งที่เขาไม่ชอบใจเอาเสียเลย ความเงียบเริ่มปกคลุมคนทั้งสอง ปรมินทร์ยังคงนิ่งไม่พูดหรือให้คำตอบใดๆ ส่วนอาวุธเองก็เริ่มเห็นความผิดปกติจากสีหน้าของเพื่อน ดูเหมือนปรมินทร์จะคิดหนักกับสิ่งที่ตนขอ เขาจึงทำลายความเงียบด้วยการตั้งคำถามขึ้น

            “ดูเหมือนนายจะคิดหนักอยู่ไม่ใช่น้อยนะกับสิ่งที่ฉันขอไป มันเป็นเรื่องที่จะต้องใช้ความคิดขนาดนั้นเชียวหรือเพื่อน”

            “ใช่”

            ปรมินทร์ยอมรับออกมาตรงๆ แน่ล่ะมันย่อมเป็นเรื่องที่เขาต้องคิดหนักอยู่พอสมควร การที่จะพาปลายในสถานที่อย่างนั้นมันสมควรหรือไม่ และเธอเคยเข้าสังคมพวกนี้หรือเปล่า ที่สำคัญการเปิดตัวเธอในครั้งนี้มันจะมีผลอะไรตามมาไหม

            “สิ่งที่นายขอในครั้งนี้มันมากไป ฉันไม่สามรถพาปลายเทียนไปตามที่นายขอได้หรอก”

            “ทำไม ฉันไม่เห็นว่ามันจะเป็นการเสียหายอะไรเลยนิ่ หรือว่านายหวงก้างวะ”

            “ไร้สาระน่ะวุธ ทำไมฉันต้องหวงก้างด้วยวะ” เขาตอบมาโดยเร็ว

            “ถ้าไม่ได้หวงก้าง แล้วอะไรคือเหตุผลที่นายไม่สามารถพาน้องปลายไปตามที่ฉันขอได้ล่ะ”

            “ฉันควรจะถามนายมากว่าในเรื่องนี้ นายมาที่นี่ วันนี้ เพื่ออะไร”

            เขาย้อนถามกลับไป อาวุธนิ่งไปครู่เมื่อถูกตั้งคำถามเอาบ้าง และคำถามนี้ก็พอที่จะทำให้เขามองเห็นเหตุผลของปรมินทร์ขึ้นมาบ้างแล้ว ว่าเหตุใดจึงดูเหมือนคิดหนักกับเรื่องที่ขอไป

            “ฉันมาที่นี่เพื่อที่จะมาเยี่ยมน้องปลาย” อาวุธอ้อมแอ้มตอบ

            “อย่างนี้แล้วนายยังต้องการให้ฉันพาปลายเทียนไปตามที่นายขออยู่อีกหรือเปล่า นายมาที่นี่ไม่ได้ต้องการมาเยี่ยมคนป่วยหรอกรึ ปลายเทียนไม่สบายเขายังไม่พร้อมที่จะออกไปไหนมาไหนทั้งนั้นในช่วงนี้ ฉันจะอนุญาตให้เขาไปไหนมาไหนได้ก็ต่อเมื่อเขาหายดีแล้วเท่านั้น นี่แหละคือเหตุผลที่ฉันไม่สามารถพาปลายเทียนไปตามคำขอของนายได้ เข้าใจแล้วใช่ไหม”

            “โทษทีเจมส์ ฉันลืมนึกถึงข้อนี้ไปเสียสนิทเลย น้องปลายกำลังไม่สบายฉันนี่แย่จริงๆ เลยนะที่คิดจะให้นายพาเขาไปเที่ยว และแถมยังเป็นตอนกลางคืนเสียด้วยสิ ขอโทษจริงๆ ว่ะ เรื่องที่ฉันขอนี่เราจะลืมมันไปได้ไหม”

            อาวุธถามมาเสียอ่อย

            “มันไม่ใช่เรื่องใหญ่หรือเรื่องสำคัญที่เราจะต้องเก็บมันมาให้รกสมอง ทำไมเราจะลืมมันไม่ได้ เพราะอย่างไรเสียเรื่องนี้มันก็มีเหตุและผลของมันอยู่ในตัวอยู่แล้ว นายเองก็รู้ อย่าใส่ใจในเรื่องไม่เป็นเรื่องเลย อีกอย่างเรื่องแค่นี้ถือว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย เรื่องใหญ่ที่ฉันต้องการให้นายช่วยยังรออยู่ ฉันหวังว่างานนี้คงสำเร็จไปด้วยดี”

            “แน่นอน ยังไงเรื่องนี้มันจะต้องสำเร็จอยู่แล้ว แต่ฉันอยากจะขอเวลานายสักหน่อยก็แล้วกัน” อาวุธรับปากมาอย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะ

            “ได้ แต่อย่าให้นานมากนักนะ” เขาบอกมา

            “ทำไมหรือ”

            “ฉันรู้สึกว่า เวลามันเหลือน้อยเข้ามาเต็มทีแล้ว”

            “เวลาอะไร”

            อาวุธทำหน้างงไม่เข้าใจในคำพูดของเขา ยิ่งคุยก็ยิ่งไม่เข้าใจ คำพูดของปรมินทร์แต่ละประโยคมันล้วนแต่ให้รอ แล้วทำไมถึงต้องรอ  

            “เวลาขอหลายๆ อย่าง”

            ปรมินทร์ตอบโดยไม่มองหน้าคนถาม เขามองเหม่อไปอย่างไม่มีจุดหมายก่อนจะพูดขึ้นว่า

            “เรื่องราวมันซับซ้อนมากวุธ อย่าได้ตั้งคำถามเอากับฉันในตอนนี้เลย ฉันจะบอกนายเองเมื่อเวลานั้นมาถึง เมื่อถึงตอนนั้นฉันหวังว่านายจะยังคงเป็นเพื่อนและเป็นผู้ฟังที่ดีสำหรับฉันอยู่ นายต้องอยู่ข้างฉันไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น สำคัญที่สุดฉันอยากให้นายเข้าใจฉันด้วย”

            “นายอยากให้ฉันเข้าใจนายงั้นรึ หึ ฉันจะเข้าใจนายได้ยังไงในเมื่อนายยังไม่ได้เล่าอะไรให้ฉันฟังซักเรื่องเลย นายจะให้ฉันรอไปถึงเมื่อไหร่ จะบอกอะไรให้นะเจมส์ ฉันจะเข้าใจนายก็ต่อเมื่อนายเล่าทุกสิ่งทุกอย่างที่มันเป็นปัญหาสำหรับนายอยู่ในขณะนี้ให้ฉันฟังแล้วเท่านั้น ดูเหมือนเรื่องนี้มันจะเป็นปัญหาหนักอกหนักใจสำหรับนายอยู่ไม่ใช่น้อยเลยกระมัง โดยเฉพาะเรื่องของน้องปลาย และข่าวที่นายให้ฉันไปสืบค้นมาให้นี่ด้วย ใช่หรือไม่”

            “อย่างที่นายเข้าใจนั่นแหละ ฉันอาจทำตัวเหมือนคนมีเงื่อนงำ ที่ฉันเป็นแบบนี้เพราะฉันยังไม่แน่ใจอะไรซักอย่างในเรื่องพวกนี้ หลังจากที่นายหาข่าวมาให้ฉันจนครบหมดสิ้นแล้วนั่นแหละ ฉันจะบอกเรื่องราวทั้งหมดแก่นายเอง”

            “โอเค ตกลงตามนี่ เอาล่ะ ฉันว่าฉันควรจะได้เวลากลับแล้วมั้ง เพราะยังไงวันนี้ฉันก็มาเสียเที่ยวและแถมยังได้งานไปทำโดยไม่รู้ตัวล่วงหน้าอีกต่างหาก”

            อาวุธลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับพูดเหน็บมา ปรมินทร์ลุกขึ้นตามแล้วบอกว่า

            “เอาน่าเพื่อน... เอางี้ไหมล่ะ คืนพรุ่งนี้ฉันจะเลี้ยงเหล้านายกับเพื่อนๆ เอง ถือว่าเป็นรางวัลชิ้นแรกสำหรับงานที่ฉันให้นายไปหาให้ก็แล้วกัน ตกลงไหม”

            อาวุธร้องออกมาด้วยความพอใจ

            “อย่างนี้สิวะเพื่อน มันถึงจะมีแรงจูงใจในการทำงาน พรุ่งนี้ฉันจะโทรมานัดนายอีกทีว่าเราจะเจอกันที่ไหน พร้อมกับข่าวแรกที่จะให้นายด้วย ตกลงนะ ถ้างั้นฉันกลับล่ะ เจอกันพรุ่งนี้”

            อาวุธเป็นคนง่าย เข้าใจอะไรง่ายๆ อย่างนี้นี่เอง และมักไม่เก็บเอาอะไรมาคิดให้เป็นอารมณ์เมื่อปรมินทร์บอกว่าเรื่องราวทั้งหมดมันยังไม่ถึงเวลาก็คือยังไม่ใช่เวลาที่ตนควรจะรู้ แต่กว่าเวลานั้นจะมาถึงไม่รู้ว่ามันจะสายเกินไปหรือเปล่า กับอะไรหลายๆ เรื่องที่ปรมินทร์เก็บงำซ่อนมันเอาไว้อยู่ในขณะนี้

            “เดี๋ยวฉันไปส่ง”

            ปรมินทร์เดินไปส่งอาวุธที่หน้าบ้านก่อนจะกลับเข้ามาในบ้านอีกครั้งและตรงขึ้นไปยังห้องนอนของตนทันที

            คืนนี้เขาไม่คิดที่จะไปรบกวนปลายเทียนอย่างเช่นวันก่อนที่ผ่านมา เพราะเขาไม่อยากเจอเจ้าหน้าขนตัวนั้น สิ่งที่เขาขยาดที่สุด  ชายหนุ่มนอนกระสับกระส่ายไปมาอยู่บนเตียง นับแกะก็แล้ว นับควายก็แล้ว นี่ก็ปาเข้าไปตีหนึ่งกว่า เขายังไม่มีทีท่าว่าจะหลับลงได้เลย ทำไมเขาถึงได้ฟุ้งซ่านเช่นนี้ ในห้วงคะนึงก็มีแต่หญิงสาวคนนั้น เขาไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อนทั้งที่มีผู้หญิงมากมายผ่านเข้ามาในชีวิต ผู้หญิงเหล่าล้วงแต่มีฐานะการศึกษาสูงชาติตระกูลดีกันทั้งนั้น ยังไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนสามารถทำให้เขามีอาการแบบนี้ได้เลยสักคน นี่เขาคงบ้าไปแล้วแน่ๆ ชายหนุ่มก่นด่าตัวเองในใจ แม้กระทั่งแฟนสาวของเขาเอง เขายังสามารถหลงลืมหล่อนไปได้ชั่วขณะหนึ่ง เหตุใดปลายเทียนถึงได้มีอิทธิพลต่อเขาเช่นนี้

            “ท่าจะบ้าแล้วเรา ไปคิดถึงยัยนั่นทำไมกัน”

            

  

..............................................................................................................................................................
จบตอนเสียที ขอโทษนะคะที่ทำให้เพื่อนๆ รอนาน เวลาไม่ค่อยพอที่จะเขียนได้เยอะๆ จึงลงช้าไปหน่อย และขอบตุณทุกคนที่ให้การติดตามมาด้วยดีตลอดค่ะ



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
หนี้พิศวาส (Debt love) ตอนที่ 21 : บทที่ 21 100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 11240 , โพส : 26 , Rating : 274 / 56 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2

#26 : ความคิดเห็นที่ 889
ไม่โกรธเลยค่ะ แต่เก๊างอลน้าาาาาาาาาาา คิดถึงจะแย่แล้ว.............ลงเยอะๆ เลยน้าาาาาา......ไรท์เตอร์
Name : หิมะ เจ้าหญิง< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ หิมะ เจ้าหญิง [ IP : 171.4.204.164 ]
Email / Msn: chonnanat.cp(แอท)gmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 พฤศจิกายน 2556 / 00:31

#25 : ความคิดเห็นที่ 435

ไปหลอกใช้งานอาวุธอย่างนั้นไม่กลัวเขาเสียใจหรือคุณเจมส์ ไม่ถนอมน้ำใจดีดีของเพื่อนเล้ย ขนาดเพื่อนรักนะเนี่ย

สมน้ำหน้าให้นอนกระสับกระส่ายจนลงแดงตายไปเลย


PS.  แบ่งปันความสุข จะได้มีความสุขด้วย สบายใจจัง
Name : pimpimwall< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ pimpimwall [ IP : 58.11.59.210 ]
Email / Msn: kitisarn_wallapa(แอท)yahoo.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 กันยายน 2554 / 14:37


#24 : ความคิดเห็นที่ 432
 อาวุธรู้ความจริงเสียใจมากแน่เลย รออ่านค่า
PS.  รัก เพ้อ ฝัน
Name : สมพิศ< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ สมพิศ [ IP : 202.91.18.195 ]
Email / Msn: ratre101(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 กันยายน 2554 / 11:37

#23 : ความคิดเห็นที่ 431
 รอต่อจร้า
PS.   ชอบอ่านนิยาย ชอบอ่านนิยาย
Name : porb< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ porb [ IP : 113.53.64.234 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 กันยายน 2554 / 18:55

#22 : ความคิดเห็นที่ 430
อาวุธท่าจะเป็นเอามากแล้วอย่างนี้นายเจมส์จะยอมง่ายๆหรือ
Name : jeabkiss< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ jeabkiss [ IP : 58.9.34.198 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 กันยายน 2554 / 18:49

#21 : ความคิดเห็นที่ 429
ขอบคุณค่ะ

Name : lalanda< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ lalanda [ IP : 110.49.240.252 ]
Email / Msn: lalanda(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 กันยายน 2554 / 00:03

#20 : ความคิดเห็นที่ 423
ร๊อ รอไรเตอร์มาอัพ...สนุกมาก
Name : Manow [ IP : 171.97.20.235 ]
Email / Msn: -
วันที่: 12 กันยายน 2554 / 19:25

#19 : ความคิดเห็นที่ 422
Name : jeabkiss< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ jeabkiss [ IP : 58.9.85.160 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 กันยายน 2554 / 18:56

#18 : ความคิดเห็นที่ 419
มีหวงไม่ยอมให้พบอีก
PS.  รักให้เป็นแล้วจะสุขใจ
Name : ตะบองเพชรจิ๋ว< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ตะบองเพชรจิ๋ว [ IP : 125.25.173.192 ]
Email / Msn: berrycake2009(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 กันยายน 2554 / 14:54

#17 : ความคิดเห็นที่ 415
 รออ่านค่า
PS.  รัก เพ้อ ฝัน
Name : สมพิศ< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ สมพิศ [ IP : 49.228.50.250 ]
Email / Msn: ratre101(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 กันยายน 2554 / 11:52

#16 : ความคิดเห็นที่ 414
 รอต่อๆๆๆ
PS.   ชอบอ่านนิยาย ชอบอ่านนิยาย
Name : porb< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ porb [ IP : 113.53.66.182 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 กันยายน 2554 / 06:45

#15 : ความคิดเห็นที่ 413

ขอบคุณนะค่ะที่มาอัพให้อ่าน รอต่อนะค่ะ


PS.  
Name : somjeed2< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ somjeed2 [ IP : 115.87.168.41 ]
Email / Msn: n_som_jeed(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 กันยายน 2554 / 23:36

#14 : ความคิดเห็นที่ 407
หนูปลายเลี้ยงหมาเอาไว้เลยเอาไว้แก้เผ็ดคน
PS.  มาเม้มท์ให้แล้วนะ สู้ ๆ
Name : ตะบองเพชรจิ๋ว< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ตะบองเพชรจิ๋ว [ IP : 125.24.194.16 ]
Email / Msn: berrycake2009(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 สิงหาคม 2554 / 14:46

#13 : ความคิดเห็นที่ 406
 มาต่ออีกเร็วๆนะคะ  สู้ๆค่ะ
PS.  เปิดตาแล้วอย่าปิดใจ เพราะคุณจะไม่เข้าใจสิ่งที่เห็นได้ทั้งหมด (ฉันไม่ใช่ตุ๊กตาBlythe)
Name : ม่านเมฆา< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ม่านเมฆา [ IP : 125.27.69.23 ]
Email / Msn: nhanie_love_mikie(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 สิงหาคม 2554 / 22:58

#12 : ความคิดเห็นที่ 405
นายเจมกลัวหมาซะงั้นความลับถูกเปิดเผยอายเขาไหมนั่นอิ อิ
Name : jeabkiss< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ jeabkiss [ IP : 61.90.104.16 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 สิงหาคม 2554 / 20:24

#11 : ความคิดเห็นที่ 404

5555และแล้วเจมส์ก้อกลัวหมา5555 ส่ะจายจริงๆๆ

Name : jeetaen.mpp< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ jeetaen.mpp [ IP : 124.248.175.25 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 สิงหาคม 2554 / 13:08

#10 : ความคิดเห็นที่ 403
รอ ร้อ รอ รอต่อค่ะ
Name : อุ๋มอิ่ม [ IP : 125.27.39.60 ]
Email / Msn: -
วันที่: 29 สิงหาคม 2554 / 09:43

#9 : ความคิดเห็นที่ 402
 รอต่อค่ะ
PS.   ชอบอ่านนิยาย ชอบอ่านนิยาย
Name : porb< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ porb [ IP : 113.53.66.163 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 สิงหาคม 2554 / 19:43

#8 : ความคิดเห็นที่ 401
 555 กลัวเจมส์กลัวน้อวงงหมา อิอิ
PS.  รัก เพ้อ ฝัน
Name : สมพิศ< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ สมพิศ [ IP : 115.67.249.85 ]
Email / Msn: ratre101(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 สิงหาคม 2554 / 19:43

#7 : ความคิดเห็นที่ 400

รอจ๊ะ แหมแอปเปิ้ลนีทำให้เราคิดลึกเลย 55555555555555


PS.  แบ่งปันความสุข จะได้มีความสุขด้วย สบายใจจัง
Name : pimpimwall< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ pimpimwall [ IP : 61.90.123.194 ]
Email / Msn: kitisarn_wallapa(แอท)yahoo.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 สิงหาคม 2554 / 19:00

#6 : ความคิดเห็นที่ 398
เข้ามารออ่านทุกวันเลยค่ะ อยากให้ไรเตอร์ลงทุกวันเลย เอาใจช่วยนะค่ะ
Name : คุณคนอ่าน [ IP : 110.168.2.15 ]
Email / Msn: -
วันที่: 28 สิงหาคม 2554 / 15:06

#5 : ความคิดเห็นที่ 397
เป็นกำลังใจจนจบเรื่องนะคะ ไรเตอร์แต่งดีมากเลย

เหะๆๆๆ ปกติตัวเองไม่อ่านนิยายในหมวดรักเศร้าๆ เพราะไม่ชอบดราม่า แต่กลายเป็นเรื่องนี้มาโดยตลอดแบบไม่รู้ตัว ^^
Name : lalanda< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ lalanda [ IP : 110.49.225.163 ]
Email / Msn: lalanda(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 สิงหาคม 2554 / 05:58

#4 : ความคิดเห็นที่ 396
แอปเปิ้ล เล่นโดนอะไรคุณเจมส์
Name : เมเปิ้ล [ IP : 61.90.103.228 ]
Email / Msn: -
วันที่: 25 สิงหาคม 2554 / 11:37

#3 : ความคิดเห็นที่ 395
ทำให้งงเลยนะแอปเบิ้ล
PS.  มาเม้มท์ให้แล้วนะ สู้ ๆ
Name : ตะบองเพชรจิ๋ว< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ตะบองเพชรจิ๋ว [ IP : 125.24.240.235 ]
Email / Msn: berrycake2009(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 สิงหาคม 2554 / 14:30

#2 : ความคิดเห็นที่ 394
 รอต่อๆๆ จร้า
PS.   ชอบอ่านนิยาย ชอบอ่านนิยาย
Name : porb< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ porb [ IP : 125.26.25.118 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 สิงหาคม 2554 / 21:33

หน้าที่ 1 | 2
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

SOSO Simulation of Soul Online

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android