สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

พรีเซ้น - พุทธปรัชญา

ตอนที่ 21 : พุทธปรัชญา - ปัญหาสิทธิสตรี


     อัพเดท 15 ก.พ. 54
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้เรื่องเรียน
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : berry_nanz ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ berry_nanz
My.iD: http://my.dek-d.com/nanzy-phil52
< Review/Vote > Rating : 0% [ 0 mem(s) ]
This month views : 9 Overall : 1,292
11 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 2 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
พรีเซ้น - พุทธปรัชญา ตอนที่ 21 : พุทธปรัชญา - ปัญหาสิทธิสตรี , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 272 , โพส : 0 , Rating : 0 / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


พุทธปรัชญากับสิทธิสตรี

 

อดีตแต่เก๊า  ตัวเจ้าเพศหญิง  เขาจ๋าเอ่ยอิง  คุณค่านั้นด้อย

เป็นรองป้อจาย   เพียงแค่เกิ่งก้อย   ต้องเดินตามฮอย  ว่าไว้

เป็นค่านิยม  โบราณแต่ไซร้  บัดนี้คงได้  เปลี่ยนแปลง

จักเอิ้นบอกจี๊   วาทะแถลง  เพียงแค่หน้อยแฮง  กว่าจายว่าอั้น

แต่ว่าผญ๋า   ปั๋ญญาแต่งปั้น    สมองความคิด  มากมาย

บ่มีหญิงแล้ว  จักไปอยุ่ไหน  จะเกิดจะใด   เป็นคนว่าอี้

เจ้าจักขยาย  บรรยายที่นี่  กับเรื่องสตรี  มีนัก

มุมมองตังหลาย  เนอนายปี้ฮัก  สดับฟังเจ้า  ตั๋วญิง

พุทธปรัชญา  ว่าไว้แต๊จริ๋ง    ฟังเต๊อะจายญิง   มาฟังข้าเจ้า มาฟังข้าเจ้า

 

สไลดหนึ่ง

ยุคอดีตจนถึงปัจจุบัน การให้ความสำคัญเกี่ยวกับสตรีมีบทบาทและมุมมองที่น่าสนใจ รวมทั้งคำถามที่ควรแก่การหาคำตอบอยู่ไม่น้อย ของสตรีในสังคม ได้ถูกแบ่งแยกไม่ให้มีความเสมอภาคกับบุรุษตลอดมาแต่โบราณ

สภาพของสตรีในสมัยก่อนพุทธกาล และสมัยพุทธกาล เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นถึงสภาพที่เปลี่ยนไปของสตรี และแสดงให้เห็นบทบาทของพุทธศาสนาที่มีส่วนช่วยยกระดับสถานภาพของสตรีในฐานะต่าง ๆ ให้สูงขึ้น พร้อมทั้งเสนอให้เห็นว่าหลักธรรม แนวความคิดบางอย่างในพุทธปรัชญานั้นทำให้ทรรศนะในทางที่เห็นและปฏิบัติต่อสตรีอย่าง ผู้ที่ด้อยกว่านั้นน้อยลงและลดความสำคัญลงไปทั้งทางตรงทำให้ทรรศนะในทางที่เห็นและปฏิบัติต่อสตรีอย่าง ผู้ที่ด้อยกว่านั้นน้อยลงและลดความสำคัญลงไปทั้งทางตรง คือ

สไล้ ทำไม๊ ทำไม

-บางสังคมตั้งอยู่บนรากฐานของความเชื่อในเรื่องอภินิหาร หรือนิยายปรัมปราที่โบราณเล่าไว้ เช่น ผู้ชายเป็นโอรสของพระผู้เป็นเจ้า...แต่ก็แปลกตรงที่นิยายเหล่านั้นไม่เคยกล่าวถึงเลยว่า สตรีเป็นพระธิดาของพระผู้เป็นเจ้า

-นอกจากนี้ยังมีคนบางกลุ่มที่เชื่อว่าวิญญาณนั้นจะมีอยู่ในเฉพาะคนที่เป็นชายเท่านั้น และมีการกล่าวอ้างว่าผู้หญิงก็มีวิญญาณแต่แค่เมื่อตายไปผู้หญิงจะหาที่ผุดที่เกิดไม่ได้ ซึ่งเมื่อมองดูแล้วมันเป็นความเชื่อที่แปลกประหลาดและแสดงให้เห็นถึงความไม่เป็นธรรมในการปฎิบัติต่อสตรีอย่างเห็นได้ชัด


สไล้แม่ยิงล้านนา
-ลัทธิศาสนาหลายศาสนา ประกาศห้ามผู้หญิงไม่ให้เข้าร่วมพิธีกรรมบางอย่าง อย่างเคร่งครัดเพียงเพราะว่าเขาเป็นผู้หญิง -ในสมัยก่อนผู้หญิงถูกห้ามไม่ให้อ่านคัมภีร์ทางศาสนาโดยเด็ดขาด บทลงโทษสำหรับผู้หญิงที่ฝ่าฝืน ก็คือจะถูกตัดลิ้นทิ้ง แม้หากพวกเขาได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมประกอบพิธีทางศาสนา การเข้าร่วมพิธีนั้นก็เฉพาะพิธีกรรมที่ประกอบขึ้นในบ้านของตัวเอง ในฐานะเป็นเจ้าของบ้านที่จัดพิธีกรรมทางศาสนา ในปัจจุบันแม้ว่าอุปสรรคขัดขวาง เหล่านั้นจะถูกขจัดไปแล้วก็ตาม สิ่งกีดขวางและอุปสรรคในแง่ของการยกระดับทางด้านศีลธรรม และทางด้านจิตวิญญาณของความเป็นหญิง ก็ยังคงมีอยู่ในหลายระดับ

-มองในแง่ของประวัติศาสตร์ เมื่อมองย้อนหลังกลับไปจนถึงยุคก่อนที่จะมีพระพุทธศาสนาพบในคัมภีร์ฤคเวท (Rigveda)  มองในแง่มุมของศาสนา ผู้หญิงก็มีโอกาสที่เข้าถึงความรู้ที่ถือว่าสูงสุด คือพระพรหมได้เหมือนกัน แต่ท่าทีที่จะได้รับอิสระเสรีนี้ ก็เปลี่ยนไปเมื่อกาลเวลาผ่านไป ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากอิทธิพลและการมีอำนาจเหนือของวรรณะพระในศาสนาพราหมณ์ อันเป็นกลอุบายของพระที่จะหาประโยชน์ให้แก่พวกตน และในสมัยนั้น พระคัมภีร์ในศาสนาพราหมณ์ ก็ได้รับการตีความหมายใหม่ ว่าผู้หญิงเป็นเพศที่ต่ำต้อยกว่าผู้ชาย ทั้งทางร่างกายและจิตใจ

-การแบ่งแยกระหว่างชายกับหญิง นี้เห็นได้ชัดแล้วในสังคม ตั้งแต่สังคมครอบครัวไปจนถึงสังคมเมือง โดยเฉพาะสังคมของเผ่าชน สังคมของลัทธิ ศาสนาต่างๆ ซึ่งในแต่ละสังคมดังกล่าวล้วนมองว่าผู้หญิงเป็นเพศที่ต่ำต้อย ตัวอย่างที่มองเห็นชัดเจน คือผู้หญิงถูกมองว่าเป็นเพียงสมบัติ หรือวัตถุที่มีชีวิต ฐานะของผู้หญิงในเรือนขึ้นอยู่กับความใคร่หรือความปรารถนาของสามี หล่อนไม่เพียงแต่ต้องทำงานจิปาถะในบ้านแล้ว ยังต้องเลี้ยงดูครอบครัวอีกต่างหาก ตัวอย่างที่เห็นชัดก็คือ พราหมณ์ผู้ชายมักจะแต่งงานและอยู่กินกับภรรยาของเขา แม้กระนั้นยังถือว่า อาหารที่ภรรยาหุงหาเตรียมให้นั้น ไม่บริสุทธิ์และไม่เหมาะที่สามีจะรับประทาน จากเหตุการณ์ดังนี้เอง จึงมีนิยายเล่าว่า บรรดาผู้หญิงล้วนถูกประณามว่า เป็นตัวบาป เป็นตัวแห่งความชั่วร้าย ถึงกับมีการคิดกันว่ามีทางเดียวที่จะเก็บพวกหล่อนให้พ้นจากความยุ่งยาก ก็คือ ทำให้พวกผู้หญิงรับหน้าที่ความเป็นแม่ และให้ทำงานบ้านต่างๆ อย่างเดียว โดยไม่ให้มีเวลาพัก

-ในแง่ของจิตใจ เชื่อกันว่าผู้หญิงเป็นเพศที่ไม่สามารถไปสวรรค์ได้ด้วยบุญของหล่อนเอง ยิ่งกว่านั้น ยังถือว่าผู้หญิงไม่สามารถเข้าไปทำสักการะ บูชาในโบสถ์ โดยลำพังคนเดียวได้ และยังเชื่อกันว่าผู้หญิงจะไปสวรรค์ได้ก็โดยเชื่อฟังสามี โดยไม่มีข้อโต้แย้งหรือไต่ถามสามีเท่านั้น แม้ว่าสามีคนที่ว่านี้จะเป็นคนชั่ว คนเลวก็ตาม เป็นที่ยอมรับกันว่าอาหารที่สามีรับประทานแล้ว ก็จะเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับผู้หญิงที่มีสามี ตัวอย่างที่กล่าวมานี้แสดงให้เห็นความไม่เท่าเทียมกันระหว่างผู้ชายกับผู้หญิงที่มีอยู่ในสังคมทั่วไป

สไล้(รูปพิธีสตี)

ซึ่งมีทั้งผู้หญิงที่เต็มใจทำ  โดนกดดันจากสังคม โดนล้างสมองด้วยค่านิยมผิดๆและโดนจับโยนเข้ากองไฟโดยไม่เต็มใจ เฟอนัว นูนิง (Fernao Nuning) ชาวโปรตุเกสไปวิชัยนาก้าเมื่อปี 1536 เล่าว่ามีมหาราชาองค์หนึ่งมีชายา 500 คน พอมหาราชาตายไปสนมทั้งหมดพร้อมบริวารก็โดนเผาไปด้วย กลิ่นเนื้อไหม้ตลบอบอวลไปทั้งเมือง นับว่าเป็นโศกนาฏกรรมที่สุดจะทนดูได้ 

- โดยการต่อต้าน คัดค้าน เช่นการต่อต้านพิธีสตี เพราะขัดกับหลักธรรมข้อปฏิบัติในพุทธศาสนา หรือโดยทางอ้อม เช่น การไม่สืบต่อการประกอบพิธีกรรม ขนบธรรมเนียม ความเชื่อบางอย่าง เช่น ความเชื่อที่ว่าบุตรชายจะช่วยให้บิดาไปสวรรค์และพ้นจากนรกขุมที่ชื่อว่าปุตตะได้

-ในทางพุทธศาสนานั้นถือว่าการจะไปสวรรค์นรกของผู้ใดก็ขึ้นอยู่กับบุคคลนั้น ไม่ได้ขึ้นต่อบุตรหรือสามี บุคคลจะเป็นเช่นไรก็ด้วยกรรมของตน คือตนเป็นผู้กระทำและรับผลจากการกระทำทั้งสิ้น หลักการเช่นนี้ไม่ได้สนับสนุนความคิดความเชื่อแบบเก่า และมีส่วนช่วยส่งเสริมสถานภาพ สิทธิของสตรีให้ดีขึ้น

 

สไล้ สถานภาพของสตรี ทางโลกคือสถานภาพของสตรีในฐานะบุตร ภริยา มารดา หญิงหม้าย และผู้ประกอบอาชีพนั้นดีขึ้น ได้รับการยกย่องนับถือ มีเกียรติมากขึ้น โดยสตรีผู้เป็นบุตรหญิงนั้นก็ได้รับการต้อนรับที่ดีขึ้นกว่าแต่ก่อน เพราะพุทธศาสนาไม่เชื่อในความสำคัญที่จะต้องมีบุตรชายเพื่อประกอบพิธีกรรมให้แก่บิดาเมื่อเสียชีวิต สตรีผู้เป็นภริยาก็มีอำนาจในกิจการบ้านเรือนมากขึ้น อีกทั้งเป็นผู้มีอำนาจร่วมกับสามี ภริยาจัดว่า เป็นผู้มีสิทธิที่จะได้รับความสุข การยกย่องนับถือ ไม่ใช่ทาสในครัวเรือนดังแต่ก่อน ส่วนสตรีในฐานะมารดานั้น พุทธปรัชญาก็ได้ให้ความสำคัญไม่น้อยในฐานะเป็นผู้มีพระคุณ และยกย่องว่ามารดาเท่านั้นที่เป็นผู้กระทำกิจที่ทำได้ยาก และมีอุปการะอย่างยิ่ง สถานภาพสตรีในฐานะหญิงหม้ายก็ดีขึ้นโดยหญิงหม้ายที่เป็นพุทธศาสนิกไม่ต้องได้รับการ ดูถูกเหยียดหยามและเป็นที่รังเกียจดังแต่ก่อน ทั้งมีเสรีภาพในการรับผิดชอบต่อชีวิตของตนมากขึ้น

สไล้ สภาพของสตรีทางธรรม

เพราะสตรีไม่จำเป็นต้องขึ้นอยู่กับสามีในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา แต่สามารถประกอบพิธีกรรมได้โดยอิสระ มีตนเป็นผู้กำหนด เป็นที่พึ่งของตน

- สตรีสามารถเลือกนับถือศาสนา เข้าบวช และบรรลุถึงนิพพานได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องขึ้นอยู่กับผู้ใด เมื่อสตรีได้รับโอกาสให้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของพุทธศาสนาทั้งในฝ่ายที่เป็นคฤหัสถ์และบรรพชิตแล้ว ก็มีสตรีจำนวนไม่น้อยที่แสดงความสามารถในทางธรรม และทำคุณประโยชน์แก่พุทธศาสนาทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม สิ่งเหล่านี้ล้วนมีส่วนในการทำให้สตรีเป็นที่ไว้ใจ ยอมรับ ยกย่องในสังคมมากขึ้น ซึ่งก็มีผลทำให้สถานภาพของสตรีดีขึ้นโดยปริยาย

 

สไล้แนวคิดทางพุทธปรัชญา

แนวความคิดเกี่ยวกับสตรีของพุทธปรัชญานั้นมีลักษณะเด่น คือ แตกต่างจากแนวคิดในปรัชญาศาสนาอื่น ๆ ในยุคเดียวกัน และทรรศนะเกี่ยวกับสตรีนี้ก็มีความสัมพันธ์กับหลักธรรมและแนวคิดบางอย่างของพุทธศาสนา บทบาทของพุทธศาสนาที่มีส่วนในการยกระดับสถานภาพของสตรีในด้านต่าง ๆ โดยสิ่งที่พุทธศาสนาได้กระทำไปในสมัยนั้นอาจถือได้ว่าเป็นการริเริ่มเปิดยุคใหม่ และกรุยทางสำหรับงานที่จะส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศอันจะมีภายหลัง ทั้งนั้นนับได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนในประวัติศาสตร์ของสตรี นอกจากนั้นยังเป็นการแสดงให้เห็นว่าคนทางเอเชียโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวพุทธนั้น ก็ตระหนักในเรื่องความเสมอภาคทางเพศนี้มานานแล้ว การเคลื่อนไหวต่าง ๆ ที่เป็นไปโดยได้รับอิทธิพลจากทางตะวันตกในภายหลังนั้น จึงไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่เสียเลยทีเดียว เพราะท่าทีและการเคลื่อนไหวเพื่อยกระดับสตรีนี้ได้เคยปรากฏแล้วแต่ครั้งพุทธกาล หากแต่ไม่ใคร่มีผู้มีทรรศนะที่ถูกต้องเกี่ยวกับแนวความคิดของพุทธปรัชญาที่มีต่อสตรี หรือให้ความสำคัญกับสิ่งที่พุทธศาสนาได้ทำไว้ในด้านนี้

แนวความคิดของพุทธปรัชญาที่มีต่อสตรีนั้นไม่ได้เป็นการมองสตรีในแง่มุมเดียว หรือสรุปได้เป็นประเด็นเดียว หากแต่เป็นการมองในหลายด้าน

 

ประการแรก พุทธปรัชญาเห็นว่าธรรมชาติของสตรีและบุรุษนั้นแตกต่างกัน ทั้งทางร่างกายและจิตใจ คือต่างกันในรูปร่างสัณฐาน เครื่องหมายหรือสภาพความเป็นอยู่ นิสัย และกิริยาอาการ

 

เป็นความจริงที่ว่าพุทธปรัชญาเห็นว่าสตรีนั้นแตกต่างจากบุรุษ แต่ความแตกต่างนี้ไม่จำเป็นต้องหมายถึงความด้อยกว่าเสมอไป สิ่งที่ต่างกันก็มีคุณสมบัติหรือคุณค่าที่ต่างกันไปในตัวของมันเอง เหมือนกับสีแดงที่ต่างจากสีเขียว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสีแดงด้อยกว่าสีเขียว หรือเขียวด้อยกว่าแดง ทั้งสองก็มีลักษณะและคุณสมบัติเฉพาะตัวที่ต่างกัน แต่คุณสมบัตินั้นก็ไม่ได้ทำให้สีใดสีหนึ่งด้อยกว่าอีกสีหนึ่ง ความด้อยหรือเหนือกว่านั้นมันไม่ได้มีอยู่ในตัวมันเอง แต่จะเกิดขึ้นต่อเมื่อมันอยู่ในเงื่อนไขหรือสิ่งแวดล้อมหนึ่ง ฯลฯ มนุษย์ชายหญิงก็เช่นกัน สำหรับเงื่อนไขก็คือ สภาพสังคมและค่านิยมในสังคมที่มนุษย์สร้างขึ้นนั้นเอง ในยุคที่สังคมมนุษย์ต้องอาศัยแรงกายอย่างมากในการดำรงชีวิตอยู่นั้น บุรุษเพศผู้มีธรรมชาติทางกายที่แข็งแรงบึกบึนย่อมจะเหนือกว่าสตรีเพศอย่างแน่นอน แต่เมื่อสังคมได้เปลี่ยนแปลงไป แรงงานจากเครื่องจักรกลได้เข้ามาช่วยเบาแรงกายของมนุษย์ และความสามารถในทางสติปัญญาเริ่มเข้ามาแทนที่ความสำคัญของแรงกาย บุรุษเพศจะยังเหนือกว่าสตรีเพศอยู่ดังแต่ก่อนอยู่อย่างไร เมื่อเงื่อนไขได้เปลี่ยนแปลงมาเป็นการตัดสินกันด้วยความรู้ความสามารถ สติปัญญาแล้ว สตรีควรจะเป็นผู้เสมอภาคเท่าเทียมกับบุรุษในทุก ๆ ด้าน ความแตกต่างในทางสรีระที่เคยถือเป็นข้อตัดสินความด้อยกว่า เหนือกว่าของบุคคลนั้นก็ไม่น่าจะเป็นข้ออ้างใช้ได้อีกต่อไป

ประการที่สอง พระพุทธศาสนาถือสตรีเท่าเทียมและเสมอบุรุษโดยคุณธรรมปัญญาและความสามารถ ในทางสังคมก็เป็นที่ยอมรับกันว่าสตรีมีสติปัญญา มีความรู้ ความสามารถและเป็นบัณฑิตได้เช่นเดียวกับบุรุษ ในทางศาสนาก็ถือว่าทั้งสตรีและบุรุษอยู่ในฐานะสูงเท่า ๆ กันคือ สามารถเข้าถึงเป้าหมายสูงสุดคือนิพพานได้เท่าเทียมกัน พุทธศาสนายอมรับความเท่าเทียมกันในด้านนี้ดังจะเห็นได้จากการที่พระพุทธองค์ทรงจัดให้มีพุทธบริษัท ๔ มีภิกษุณี และยกย่องสตรี ให้เป็นเอตทัคคะในด้านต่าง ๆ เช่นเดียวกับบุรุษ

อันสืบเนื่องมาจากความแตกต่างบางอย่างของชายและหญิงที่เป็นไปโดยธรรมชาตินี้ทำให้ต้องยอมรับว่าในทางสรีระแล้วหญิงด้อยกว่าชาย ไม่ว่าจะเป็นโดยธรรมชาติที่แท้จริงของสตรีเพศ หรือโดยการเลี้ยงดูอบรมของสังคม ที่มีส่วนในการหลอมให้สตรีเป็นเช่นนั้นก็ตาม สภาพทางกายนี้เป็นอุปสรรค หรือจำกัดการประพฤติปฏิบัติในบางอย่างของสตรี เช่น การปฏิบัติตนเป็นอนาคาริกเที่ยวปฏิบัติธรรมในที่สงบวิเวกปลอดผู้คนนั้นย่อมกระทำได้ไม่สะดวกหรือทำได้โดยเสี่ยงอันตราย ไม่สามารถป้องกันตัวเองได้ เพราะธรรมชาติทางกายของสตรีนั้นไม่อำนวยให้สตรีกระทำได้โดยสะดวกเช่นบุรุษ ดังนั้นในการกระทำเพื่อให้บรรลุสิ่งใดนั้น สตรีจะกระทำได้ก็ด้วยการมีความตั้งใจและความอุตสาหะพยายามมากกว่าบุรุษยิ่งนักในการที่จะให้ได้มาหรือบรรลุซึ่งสิ่งเดียวกัน

ความแตกต่างระหว่างหญิงหรือชาย ยังเป็นอุปสรรคต่อการบรรลุถึงเป้าหมายบางอย่างของสตรี เช่น เป็นข้อจำกัดทำให้สตรีเป็นพระพุทธเจ้า พระเจ้าจักรพรรดิ พรหม ท้าวสักกะ พญามารไม่ได้

การที่พระพุทธองค์อนุญาตให้มีภิกษุณีในพระพุทธศาสนานั้นมองได้ว่า เป็นการยอมรับทางภูมิปัญญาและความสามารถของสตรีในการสำเร็จมรรคผล ศีลหรือระเบียบวินัยของภิกษุณีมีจำนวนมากและเคร่งครัดกว่าภิกษุนั้น ส่วนที่เพิ่มเติมขึ้นเป็นพิเศษนั้นก็เป็นไปตามข้อเท็จจริงของธรรมชาติทางกาย จิตใจ และเพื่อสวัสดิภาพ ความปลอดภัยของภิกษุณีเป็นส่วนใหญ่

ส รุปผลการวิจัยประการที่สาม สตรีด้อยกว่าบุรุษในทางกาย ซึ่งข้อนี้ก็มีผลในการจำกัดการกระทำและเป้าหมายของสตรีในสมัยนั้นในบางด้าน แต่ในด้านภูมิปัญญา ความสามารถแล้วสตรีเสมอบุรุษ และสามารถดำรงตำแหน่งบางอย่างได้เช่นเดียวกับบุรุษ แต่ความแตกต่างในธรรมชาติของสตรีและบุรุษนั้นมีอยู่โดยธรรมชาติ ทำให้ต่างปฏิบัติหน้าที่แห่งเพศของตน แต่ไม่จำเป็นต้องให้เพศ ความแตกต่างทางเพศนั้นมาเป็นอุปสรรคกีดขวาง หรือใช้มันเป็นเครื่องมือทำให้เพศหนึ่งด้อยกว่าอีกเพศหนึ่ง

การที่พระพุทธองค์ทรงแต่งตั้งให้สตรีเป็นเอตทัคคะในด้านต่าง ๆ ก็เป็นการยืนยันถึงการยอมรับในความสามารถเสมอบุรุษอีกระดับหนึ่ง การอนุญาตให้สตรีเป็นภิกษุณีก็จัดเป็นการเปิดทางใหม่สำหรับสตรี เป็นความพยายามและเป็นวิธีการของพระองค์ที่จะช่วยยกระดับฐานะและสถานภาพของสตรีให้ดีขึ้นกว่าเดิมทั้งในทางโลกและทางธรรม ฐานะทางศาสนาในครั้งกระนั้นทั้งสมัยพุทธกาลและก่อนพุทธกาลเกี่ยวข้องและมีความสำคัญต่อฐานะทางสังคมอย่างมาก โดยที่สถานภาพทางศาสนาเป็นสิ่งที่กำหนดหรือแสดงให้เห็นสถานภาพทางสังคม การยอมให้สตรีบวชนั้นในทางศาสนาก็เป็นการให้สตรีมีเสรีภาพ มีอิสระ เป็นตัวของตัวเองในการที่จะเลือกนับถือศาสนา ปฏิบัติวัตรทางศาสนาหรือบวชในศาสนา อนึ่งการให้สตรีมีสิทธิแห่งการเข้าเป็นสมาชิกในสังฆมณฑลนั้นก็เป็นการเปิดโอกาสให้สตรีได้มีโอกาสศึกษาธรรมจากพระพุทธองค์ ซึ่งจัดได้ว่าเป็นการยกฐานะสตรีในด้านการศึกษาอีกโสตหนึ่งด้วย ส่วนในทางสังคมนั้น การอนุญาตให้สตรีเป็นภิกษุณีก็จัดเป็นการเปิดทางใหม่สำหรับสตรี ทั้งยังแสดงถึงการยอมรับว่าสตรีก็เป็นผู้ที่มีปัญญา มีเจตจำนง มีความรับผิดชอบต่อชีวิตของตน และมีสิทธิเสรีภาพ มีอิสระที่จะทำตามที่ตนปรารถนาด้วยเช่นกัน

แม้ว่าการที่ให้มีภิกษุณีในพุทธศาสนานั้นแม้จะมีปัญหาหรือมีผลลบต่อพุทธศาสนาอยู่บ้างในบางแง่ แต่สำหรับที่เป็นการยกระดับสตรีแล้วนับว่าเป็นจุดเปลี่ยนทางประวัติศาสตร์ของสตรีที่สำคัญไม่น้อย เพราะพุทธานุญาตครั้งนี้นับเป็นการเริ่มต้น และกรุยทางสำหรับงานด้านการยกระดับฐานะสตรีให้สูงขึ้นและเท่าเทียมบุรุษอันจะมีมาในภายหลัง

 

 

....จบ...



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
พรีเซ้น - พุทธปรัชญา ตอนที่ 21 : พุทธปรัชญา - ปัญหาสิทธิสตรี , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 272 , โพส : 0 , Rating : 0 / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1


Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

"หนังสือสดใหม่ ประจำเดือน ตุลาคม 2557"

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android