ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ชื่อเรื่อง : รัฐมนตรี ๓% ผู้เขียน : แนน */*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/* ภัทระ (40ปี) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เจ้าของฉายา หนุ่มโสดในฝัน แห่งรัฐสภา เพราะคำพูดไม่จริงจังเมื่อ10ปีที่แล้วทำให้ต้องรับลูกสาวของผู้มีพระคุณในอดีตเข้าทำงานในกระทรวง มีรถเต่าเก่าๆคันหนึ่งเป็นรถประจำตำแหน่ง มะลิลา จัสมิน (24ปี)
ลูกสาวหมอแพ้ว แพทย์แผนโบราณที่เคยช่วยชีวิตท่านรัฐมนตรีไว้เมื่อครั้งยังเป็นส.ส.หน้าใหม่ เชี่ยวชาญด้านการใช้สมุนไพร มีนิสัยแปลกๆ และชอบกินขนมm&mเม็ดสีเหลือง วิน (30ปี) หลานชายของท่านรัฐมนตรี เดิมเป็นนักมวยอาชีพแต่ต้องตกงานอย่างกะทันหันเลยได้เส้นสายจากแม่ที่เป็นพี่สาวของท่านรัฐมนตรีช่วยให้ได้เข้ามาทำงานในกระทรวง คลั่งไคล้การขี่มอเตอร์ไซด์แบบสุดๆ */*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/* จุดมุ่งหมายของผู้เขียน : อยากให้เรื่องที่เขียนมีชีวิต คำแนะนำในการอ่าน เรื่องนี้ไม่มีพระเอก นางเอก และตัวอิจฉา อย่าสนใจเรื่องการใช้ภาษา, การลำดับเหตุการณ์ อย่ามองไปถึงความเป็นจริง อย่าไปคิดอะไรมาก จินตนาการไปตามที่อ่านก็พอ */*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/* */*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/* รัฐมนตรี ๓% ว่ากันว่า.. นักการเมือง3ใน100คนจะเป็นคนดี แล้ว97คนที่เหลือหละ? ก็เป็นแบบที่เห็นๆกันตามโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์นั่นไง 97คนที่ว่าจะไม่ขอเอ่ยถึง มาทำความรู้จักกับ นักการเมือง3%ที่ว่าดีกว่า *********************** "ท่านคะ มีคนมาขอเข้าพบค่ะ" "ใคร?" "เห็นบอกว่าเป็นลูกหมอแพ้วอะไรนี่แหละค่ะ" "หมอแพ้วไหน?" "ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ จะให้เข้าพบมั้ยคะ" "เรียกเข้ามาเลย" เธอที่อ้างตัวว่าเป็นลูกหมอแพ้วเป็นหญิงสาววัย20ต้นๆ ลักษณะท่าทางดูไม่น่าจะเป็นพวกที่เข้ามาร้องเรียนปัญหาแต่อย่างใด ว่าแต่เธอฝ่าด่านรักษาความปลอดภัยเข้ามาถึงหน้าห้องทำงานผมได้ยังไงเนี่ย!!! "หมอแพ้วส่งฉันมา" เธอพูดทันทีที่เข้ามาพบผม ว่าแต่ เธอแทนตัวเองด้วยคำว่า "ฉัน" กับผู้ใหญ่วัย40อย่างผมงั้นหรอ?! "หมอแพ้วนี่คือ..." ผมถามเธอ "หมอแพ้วที่บ้านไร่ ผู้มีพระคุณที่เคยช่วยชีวิตให้รอดจากการโดนงูกัดเมื่อสิบปีที่แล้ว" เธอพูดเหมือนท่องบทมาอย่างดี หมอแพ้ว ณ บ้านไร่.. หมอแพ้ว ณ บ้านไร่... ผมถูกดึงให้นึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์เมื่อ10ปีที่แล้ว "นี่พ่อหนุ่มเป็นส.ส.หรอเนี่ย" "ครับ" ผมตอบรับด้วยรอยยิ้มอย่างภูมิใจ "เป็นใหญ่เป็นโตเมื่อไหร่รับลูกสาวผมไปทำงานด้วยนะ" ผมมองเด็กหญิงน่ารักที่กำลังวิ่งเล่นอยู่แถวนั้น เห!!! เด็กผู้หญิงคนนั้น กับ เธอที่อยู่ตรงหน้าผมตอนนี้!!! คนเดียวกันหรอเนี่ย!!!!! "เป็นใหญ่เป็นโตเมื่อไหร่รับลูกผมไปทำงานด้วยนะ" เธอทวนประโยคนั้นในอดีตให้ผมฟังอีกครั้ง "ลุงจำได้มั้ยว่าลุงตอบพ่อฉันไปว่าอะไร" เธอเรียกผมว่าลุง!!!! ห๊ะ? "...." "ครับ ผมจะดูแลเธออย่างดี" ใช่ครับ ตอนนั้นผมตอบหมอแพ้วไปอย่างนั้นจริงๆ หมดเรื่องแล้ว ฉันไปหละ เธอลาผมไปซะงั้น ทิ้งผมให้สับสนกับการมาไวไปไวของเธอ นี่ตกลงเธอมาหาผมทำไมครับเนี่ย!?! *********************** ผมเลิกงานตรงเวลา กลับบ้านตรงเวลา ผมขับรถเต่า รถสุดรักสุดโปรดรุ่นอนุรักษ์ของผมมาจอดที่หน้าบ้าน มีกระเป๋าสีแดงใบใหญ่วางอยู่หน้าบ้านผม หรือว่าจะเป็นระเบิด!!!! ผมเข้าไปใกล้กระเป๋าอย่างระมัดระวัง เอาหูแนบฟังที่กระเป๋าว่ามีเสียงคล้ายนาฬิกาปลุกหรือไม่ ทำอะไรหน่ะ เด็กผู้หญิงคนนั้นมาอีกแล้วครับ!!!! กลับช้าจังนะ รอตั้งนานแล้ว......เปิดประตูสิ ห๊ะ? ผมไขกุญแจเปิดประตู พอเปิดประตูได้ เธอเดินเข้าไปในบ้านก่อนผมซะอีก นี่บ้านผมนะครับ! เธอเดินสำรวจรอบบ้าน ผมมองตามอย่างฉงน เธอเปิดประตูห้องห้องหนึ่ง แล้วหยุดยืนมองอยู่ครู่หนึ่ง หยิบกระเป๋าให้หน่อยสิ ??? ผมงงๆแต่ก็ทำตามคำสั่งเธอ ลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สีแดงที่วางอยู่หน้าบ้านเข้ามาข้างใน เธอรับกระเป๋าไปแล้วลากกระเป๋าเดินเข้าห้องไปเฉยเลย ผมเดินตามเข้าไปในห้อง เธอเปิดกระเป๋าออก แล้วเริ่มหยิบของในกระเป๋าออกมาจัดวางตามจุดต่างๆของห้อง นี่คงไม่ได้คิดจะอยู่ที่นี่หรอกนะ ผมถามเธอ เธอถอนหายใจก่อนจะตอบผม คนอายุ40นี่ความจำสั้นอย่างนี้ทุกคนเลยรึไงนะ อยากให้ฉันพูดอีกรอบใช่มั้ย ??? เธอเดินมาหาผมที่ยืนอยู่หน้าประตูห้อง เธอหยุดยืนตรงหน้าผม ตั้งใจฟังนะ ฉันจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย ... "ครับ ผมจะดูแลเธออย่างดี" เธอปิดประตูห้อง จบการสนทนา *********************** หลังจัดการยกที่หลับที่นอนให้เธอไปอย่างไม่เต็มใจนัก ผมก็เดินขึ้นชั้น2เข้าห้องนอนของผม ผมซัดพาราเซตามอลไป2เม็ด บรรเทาอาการปวดหัวตึ้บๆจากเหตุการณ์ในวันนี้ "ติ๊งงง...หน่องงง..." ออดบ้านผมดังขึ้น ใครมาเนี่ยดึกๆดื่นๆ ผมลงไปเปิดประตูบ้าน หลานผมมาครับ "โย่" "อ้าว มาได้ไงวะเนี่ย" "แม่ยังไม่ได้โทรมาบอกหรอ" "บอกอะไร?" โทรศัพท์บ้านดังขึ้นพอดี ผมเดินไปรับโทรศัพท์ "ครับ" "ภัทรหรอ นี่พี่เองนะ วินไปถึงยัง" "อือ เพิ่งมาถึงเมื่อกี้เอง" "ดีแล้ว ฝากน้องด้วยนะ" "ทำไม มันจะมาค้างนี่หรอ" "ใช่ มันเลิกต่อยมวยแล้ว ฝากแกรับไปทำงานด้วยนะ" "ห๊ะ!?" "ดูน้องด้วยนะ" พี่สาวของผมไม่คิดจะรอฟังคำตอบจากผมเลย วางสายตัดหน้าไปเฉยๆ ภายในวันเดียวผมต้องรับลูกสาวของผู้มีพระคุณในอดีตและหลานชายในไส้อดีตนักมวยเก่าเข้าทำงานในกระทรวงอย่างปฏิเสธไม่ได้ ผมเกลียดการใช้เส้นสายแท้ๆแต่กลับต้องรับเด็กเส้นเข้ามาถึง2คน!! ผมขอพาราเซตามอลอีก2เม็ด!!! "งั้นขอนอนห้องนี้นะน้า" "เฮ้ย! อย่าเพิ่งเข้าไป!!!!" ผมเข้าไปห้ามหลานชายที่กำลังจะเปิดประตูห้องที่ผมเพิ่งถูกเธอยึดครองไป มันเป็นเหมือนภาพสโลโมชั่นในหนังอย่างไงอย่างงั้น ~ผมเข้าห้ามหลานแบบสโล๊สโล~ "อ ย่ า า า . . เ พิ่ ง ง . . เ ข้ า า ไ ป . . ." ผมห้ามไม่ทันแล้ว ประตูถูกเปิดออก เราน้าหลานเห็นเธอกำลังใช้ไดร์เป่าผมให้แห้งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง นี่จัดห้องเสร็จหมดแล้วหรอเนี่ย!! "มีอะไร" เธอถามผม "แฟนน้าหรอ" หลานถามผมบ้าง "ไม่ใช่ เป็น...... ผมนิ่งคิดครู่หนึ่ง จะตอบว่าอะไรดี เป็นลูกสาวของผู้มีพระคุณในอดีตอย่างนั้นหรอ??? เป็นคนแปลกหน้า? เป็นใครก็ไม่รู้?!? เป็นเด็กฝึกงานที่กระทรวง" ผมตอบหลานไปอย่างนั้น "เด็กฝึกงานที่กระทรวงแล้วทำไมต้องมานอนบ้านน้าด้วย" ทีแกยังนอนได้เลย แกก็กำลังจะไปเป็นเด็กฝึกงานที่กระทรวงฉันเหมือนกันนี่ ก็คิดซะว่าที่นี่เป็นหอพักของกระทรวงละกัน ข้อแก้ตัวฟังไม่ขึ้นเลย ไม่ต้องโกหกหรอกน้า อายุปูนนี้แล้ว ไม่ต้องอายหรอก "แกจะสงสัยอะไรนักหนา ขึ้นไปนอนห้องข้างบนเลยไป ผมไล่หลานออกไปจากห้องแล้วปิดประตู "โทษทีนะ คนนี้เป็นหลานชายฉันเอง เค้าก็จะมาอยู่ที่นี่ด้วยเหมือนกัน" "แล้วไง" "..." เธอตอบห้วนซะจนผมไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี "ราตรีสวัสดิ์.." ผมGood Nightเธอซะงั้น.. ผมออกมาจากห้องเธอ หลานชายผมยังรออยู่หน้าห้อง "เป็นกิ๊กกันใช่มั้ยเนี่ย" "บอกว่าไม่ใช่ไง" "แล้วนี่ต้องเรียกว่าน้าสะใภ้ด้วยรึป่าว ดูเด็กกว่าฉันตั้งหลายปีนะนั่น ... หลานผมยังพูดไม่เลิก ผมเดินหนีมันกลับเข้าห้องนอน ขอพาราเซตามอลอีก2เม็ดได้มั้ยเนี่ย!!! *********************** เช้าวันต่อมา ผมตื่นแต่เช้าไปทำงานตามปกติ เด็กฝึกงานทั้ง2คนยังไม่ตื่น!! ผมจงใจไม่ปลุกทิ้งพวกมันไว้ที่นี่ เรื่องอะไรจะพาไปด้วย ในขณะที่ผมกำลังทำงานตามปกติ หารู้ไม่เลยว่าที่บ้านกำลังเกิดสงครามโลกครั้งที่3!! "ขนมนี่มันของฉัน หยิบไปกินได้ไง แล้วใครใช้ให้กินเม็ดสีเหลืองห๊า!" "แล้วไง ไม่ได้ติดป้ายชื่อเอาไว้นี่ ใครจะไปรู้ ไม่อยากให้ใครกินทำไมไม่ใส่ตู้เซฟเก็บไว้กินเองซะเลยหละ" "หึ หาเรื่องกันใช่มั้ยเนี่ย" "โอเคๆ เห็นว่ากำลังจะดองเป็นญาติกันแล้วนะเลยไม่อยากมีปัญหา เดี๋ยวจะหาว่าญาติฝั่งสามีไม่เป็นมิตร ขนมนี่กี่บาทหละเดี๋ยวใช้คืนให้" หลานผมควักกระเป๋าตังค์ขึ้นมา "อ้วกมันออกมา" "ห๊ะ?" "อ้วกมันออกมาให้หมด" "เห๊อะ~จะบ้าหรอ" เธอบีบคอหลานชายผมให้อาเจียนเอาขนมm&mออกมา!! ผ่านไปตอนเที่ยงคุณเด็กฝึกงานทั้ง2ที่เพิ่งกลับจากสนามรบโผล่มาที่กระทรวงพร้อมกัน ผมเพิ่งเคยเห็นเด็กใหม่เริ่มงานวันแรกก็มาสายเป็นค่อนวัน "เป็นอะไรวิน หน้าซีดๆนะแก" "ถามน้าสะใภ้ดูเองละกัน "???" หลานชายผมท่าทางโทรมเหมือนไปผ่านศึกหนักที่ไหนมาซักแห่ง ส่วนยัยเด็กผู้หญิงท่าทางมั่นใจคนนี้ยืนเท้าสะเอวเชิดคอชูหัวเหมือนตัวเองเป็นผู้ชนะ 2คนนี้ไปทำอะไรกันมานะ!?! "ไหนหละงาน จะให้ทำอะไร" เธอพูดห้วนๆกับผมเหมือนเดิม เกิดมาผมเพิ่งเคยเจอลูกน้องพูดของานกับเจ้านายแบบนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต สะกดคำว่ามารยาทเป็นมั้ยเนี่ย! "ต่อไปนี้ทั้ง2คนก็เป็นเด็กฝึกงานของกระทรวง ทดลองงาน3เดือน ถ้าใครทำได้ดีกว่าก็จะจ้างคนนั้น ตกลงตามนี้นะ" ผมกดปุ่มโทรศัพท์ภายในเรียกคุณสุกานดาเลขาส่วนตัวของผมเข้าพบเพื่อสั่งงานให้ดูแลเด็กใหม่2คนนี้ คุณเลขาวัย48มองเด็กใหม่ทั้ง2หัวจรดเท้า คนนึงก็แต่งตัวอย่างกับจะมาเดินเที่ยวห้าง อีกคนก็แต่งตัวเป็นนักแข่งรถ จะทำงานร่วมกันได้มั้ยเนี่ย!?! "งั้น2คนตามฉันมากรอกเอกสารก่อน" เด็กใหม่ทั้ง2รับเอกสารมาคนละใบ และมือคว้าไปหยิบปากกาแท่งเดียวกัน ทั้ง2คนมองหน้ากัน แต่ไม่มีใครปล่อยมือออกจากปากกาแท่งนั้นก่อน 2คนยื้อแย่งปากกากันอย่างไม่มีใครยอมใคร จนปากกาหลุดมือถูกโยนลอยขึ้นกลางอากาศ สาวเที่ยวห้างมือไวกว่าคว้ามือรับปากกาได้ในท่าสวย "ปากกายังมีอีกค่ะ" คุณเลขาหยิบปากกามาให้เลือก1กำมือ *********************** เลิกงานแล้ว ผมมาขึ้นรถกลับบ้านตามปกติ กำลังจะสตาร์ทเครื่อง ประตูข้างคนขับถูกเปิดออก ทางเดียวกันไปด้วยกัน สาวเที่ยวห้างเข้ามานั่งในรถผมหน้าตาเฉย! แวะซุปเปอร์หน่อยจะซื้อของ ผมไม่ใช่คนขับรถส่วนตัวของเธอนะขอรับคุณผู้หญิง!! เมื่อถึงซุปเปอร์มาร์เก็ต เธอลากผมลงมาให้ผมเข็นรถเข็นเดินตามเธอต้อยๆ นี่ ผมเป็นรัฐมนตรีนะครับ!!! เหล่าแม่บ้านที่มาจับจ่ายซื้อของในซุปเปอร์มองผมแล้วก็ทำท่าทางซุบซิบกันว่าใช่ผมรึป่าว บอกแล้วไงว่าผมเป็นรัฐมนตรี ผมเป็นคนดังนะครับ!!! อย่างนี้ต้องแจกรอยยิ้มให้พวกเค้าซะหน่อย ชีส นี่ จ่ายด้วย ผมหุบยิ้มทันที นี่ผมต้องเป็นคนจ่ายด้วยหรอเนี่ย!!! กลับมาขึ้นรถ ผมแทบจะอ่านใบเสร็จด้วยน้ำตา นี่เธอจะซื้ออะไรมากมายขนาดนี้นะเนี่ย ใบเสร็จยาวพอๆกับกระดาษทิชชู่ติดกัน6แผ่น เธอแย่งใบเสร็จไปจากมือผม ขยำมัน แล้วโยนทิ้งนอกหน้าต่างรถ ทำลายหลักฐานกันซึ่งๆหน้าเลยหรอ!!! ไป กลับกันเถอะ เธอยิ้มให้ผม เป็นรอยยิ้มที่ผมเห็นแล้วอยากหลั่งน้ำตาให้ซะเหลือเกิน ทันทีที่กลับมาถึงบ้าน เธอใช้ผมยกของลงจากรถ!! ของก็ไม่ใช่ของผมแล้วยังต้องถือลงมาให้อีก ผมเป็นรัฐมนตรีนะครับ ผมกลับเข้าไปทำงานต่อในห้องนอนของผม กลิ่นหอมๆลอยเข้ามาในห้องทำให้ผมต้องเดินออกมาตามหาต้นกลิ่นนั้น กลิ่นที่ว่า...มาจากอาหารที่เธอทำ!!! มากินสิ เอ๋ ทำเผื่อด้วยหรอ อือ ไม่ต้องเกรงใจ จะเกรงใจทำไมหละ ก็เงินผมทั้งนั้น.. ผมตักทานอาหารที่เธอทำ เฮ้ย อร่อย! ไม่อยากจะเชื่อ!! เวลาเดียวกันนั้นเอง หลานชายผมกลับมาพอดี เธอชวนหลานผมทานข้าวด้วยท่าทางเหมือนไม่ค่อยเต็มใจนัก กินด้วยกันสิ เดี๋ยวเธอก็ให้ฉันอ้วกออกมาอีก ผมสำลักออกมา อะไรนะ ให้อ้วกออกมาหรอ!!! น้า อย่ากินเข้าไปมากหละ เดี๋ยวเวลายัยนี่ล้วงคอจะทรมานเปล่าๆ ห๊ะ?! หลานผมเดินขึ้นห้องตัวเองไป ทิ้งผมให้มองอาหารตรงหน้าอย่างลังเล ผมจะกินต่อดีมั้ยเนี่ย!? กินไปเถอะ อันนี้ฉันตั้งใจทำให้กิน อะ อือ กินเสร็จแล้วล้างด้วยนะ เธอพูดจบก็ลุกออกไปเฉ๊ย!! อาหารผมก็ไม่ได้ขอร้องให้ทำ แล้วยังต้องมาล้างจานให้อีก อะไรเนี่ย!!!?! *********************** วันนี้มีการประชุมคณะรัฐมนตรี คุณสุกานดาเลขาผู้เป็นทั้งมือซ้ายและมือขวาของผมป่วย!! ผมเลยจำเป็นต้องลากเด็กฝึกงานมาแทน1คน ผมครุ่นคิดอยู่นานว่าจะเลือกใครดี ระหว่างอดีตนักมวยเก่า วิน-มาวิน กระทิงแรงยิม กับ ....? ยัยเด็กนั่น เธอชื่ออะไรนะ? ผมใคร่ครวญอยู่นานจนตัดสินใจได้ เลือกหลานผมดีกว่า ท่าทางจะปลอดภัยกว่า วิน ไม่อยู่ ออกไปข้างนอก ตัวเลือกที่ผมจงใจตัดทิ้งส่งเสียงตอบรับแทนหลานชายผม ไปไหน? เอามอไซด์ไปซ่อม ในเวลางานเนี่ยนะ! ผมจะบ้าตาย งั้นเธอตามฉันมา ผมจำต้องเลือกเธอจนได้ การประชุมผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ท่านเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเข้ามาทักผม เย็นนี้ท่านพอจะมีเวลาว่างมั้ย ท่านเลขาถามผมอย่างสุภาพถึงแม้ท่านจะอาวุโสกว่าผมร่วม20ปี ไปทานข้าวกันซักมื้อดีมั้ย ฮัดชิ้ว!! ยัยตัวแสบที่ยืนอยู่ข้างหลังผมจามไม่รู้กาลเทศะ ใครหละเนี่ย เลขาคนใหม่หรอ อ๋อ เด็กฝึกงานหน่ะครับท่าน อือ..เธอก็ไปด้วยกันสิ เย็นนี้ ท่านยิ้มให้พวกเราแล้วก็เดินจากไป ท่านจะชวนยัยนี่ทำไมเนี่ย!!! เธอเดินแซงผมไปที่รถ ทิ้งผมยืนไม่เข้าใจท่านเลขาฯอยู่คนเดียว เร็วๆสิลุง ยังจะมาเร่งผมอีก นี่เธอชื่ออะไรนะ? จัสมิน ห๊ะ? จัสมิน ชื่อจัสมินงั้นหรอ? หน้าตาไม่มีความเป็นลูกครึ่งซักนิด หมอแพ้วคิดยังไงตั้งชื่อนี้ให้เนี่ย!? *********************** ตกเย็นผมพาเธอไปตามนัดกับท่านเลขาฯ เป็นร้านอาหารจีนหรูหรา ราคาท่าจะแพงโข อ้อ มากันแล้วหรอ ขอโทษที่ต้องให้ท่านรอครับ ไม่เป็นไรๆ ผมก็เพิ่งมาเหมือนกัน สั่งอาหารเลยนะคะ นี่!! ผมดุเธอเบาๆ มาถึงก็จะสั่งอาหารเลย ความเกรงใจไม่มีเลยใช่มั้ย!! ไม่เป็นไรๆ สั่งเถอะ อาหารมาถึง ยัยจัสมินลูกครึ่งกำมะลอก็คีบตะเกียบโซ้ยเอาๆอย่างไม่เกรงใจใคร ทักษะการใช้ตะเกียบขั้นเทพเลยนะนั่น! ได้ยินว่าท่านจะของบพัฒนาศูนย์รับบริจาคอวัยวะหรอ อ่อ ใช่ครับ กำลังรวบรวมข้อมูลเตรียมยื่นเรื่องดำเนินการอยู่ เอ๋!! มีคาราโอเกะด้วย! ยัยจัสมินพูดโพล่งขึ้นมา ผมกำลังคุยกับท่านเลขาฯอยู่นะ!! ฉันร้องได้มั้ยคะ ได้สิ เชิญๆ งั้นเลือกเพลงก่อนนะคะ ยังมีหน้ามาขออนุญาตท่านเลขาฯโชว์ลูกคออีก เธอเปิดสมุดรายชื่อเพลง ตั้งใจเลือกเพลงอย่างจริงจัง เวลาทำงานตั้งใจอย่างนี้ได้มั้ยเนี่ย คือว่านะท่าน.. ผมกับท่านเลขาฯกลับมาคุยกันต่อ ตอนนี้รัฐบาลของเรากำลังถกกันถึงเรื่องการขอขึ้นเงินเดือนข้าราชการอยู่ อ่อ เรื่องนี้ผมก็พอได้ยินมาเหมือนกัน ท่านไม่คิดว่าเรื่องนี้มันสำคัญกว่าเรื่องไหนๆหรอกหรือ ... ตอนนี้ก็ใกล้จะเลือกตั้งแล้ว คะแนนความนิยมในตัวท่านนายกก็ตกลงเรื่อยๆ ถ้าเราไม่เร่งดำเนินการเรื่องนี้ การเลือกตั้งครั้งหน้าคงทำได้แค่ยกมือประท้วง แต่ว่า... เสียงดนตรีดังขึ้น เลือกเพลงได้ถูกเวลาจริงๆ เธอเลือกเพลงจูบเย้ยจันทร์!! ท่านมาร้องด้วยกันสิคะ เธอส่งไมค์ให้ท่านเลขาฯ ท่านเลขาฯกำลังจะเริ่มร้อง โอ้นวลละออ น้องจะเหนียมอายไปทำไมหันมาใกล้ใกล้ซิ จะอายไปไหนกัน เธอร้องทำไม!! นี่มันท่อนผู้ชายร้องนะ!!! อุ๊ยไม่เอา อุ๊ยไม่เอา เค้ารู้ทัน น้องอายพระจันทร์ ดูซิท่านกำลังมอง.. ถึงจะมองก็ไม่เห็นเป็นอะไร ท่านก็คงเป็นใจเพราะอยากให้เราสมปอง.. นึก นึก เอาแต่ใจตามลำพอง แหน่ะ ท่านมองทำยั่วยิ้มเป็นนัยนัย... เธอร้องคนเดียวจนจบเพลง ท่านเลขาฯยืนถือไมค์เฉยๆไม่ได้ร้องซักกะท่อน นี่มันเพลงคู่นะ เดี๋ยวผมต้องขอตัวก่อนนะ ท่านเลขาฯขอตัวกลับไปก่อน ท่านออกจากห้องไป ร้องเพลงอะไรของเธอเนี่ย!! เพราะใช่มั้ยหละ ใครๆก็ว่าฉันเสียงดี ร้องอีกเพลงดีกว่า พอเลย กลับได้แล้ว เดี๋ยวก่อนสิลุง มันเหลือตั้งเยอะยังกินไม่หมดเลย กลับเดี๋ยวนี้!!! ผมดุใส่เธอเสียงดัง เธอเงียบไป ดูเธอจะเชื่อฟังผมแล้วสินะ มือเธอคว้าน่องไก่ยัดใส่ปาก แล้วเดินออกจากห้องไป ยัยนี่!!!! บนรถ ระหว่างทางกลับบ้าน ฉันเกลียดตาแป๊ะนั่นจัง ตาแป๊ะไหน? ก็ตาแป๊ะที่นั่งกินข้าวด้วยกันเมื่อกี้ไง เธอเรียกท่านเลขาฯว่าตาแป๊ะ!!!! ขึ้นเงินเดือนข้าราชการ ขึ้นเงินเดือนพวกพ้องตัวเอง ทำอย่างนี้มันหวังผลทางการเมือง หาเสียงกันเห็นๆ การเลือกตั้งครั้งหน้าคงทำได้แค่ยกมือประท้วง เป็นฝ่ายค้านแล้วจะทำไม ก็ตัวแทนประชาชนเหมือนกันหละว้า ที่แท้เธอก็นั่งฟังอยู่ด้วยหรอ ผมนึกว่าเธอจะสนใจแต่คาราโอเกะของเธอซะอีก ที่ทำเพลงจูบเย้ยจันทร์เละเทะอย่างนั้นก็เพราะเหตุผลนี้สินะ ผมแอบรู้สึกสะใจเล็กๆแฮะ *********************** ถึงบ้านแล้ว บ้านปิดไฟมืด วิน หลานผมยังไม่กลับมาอีกหรอเนี่ย ดึกป่านนี้ยังไม่กลับบ้านอีก ไปไหนของมันเนี่ย แต่มอไซด์ก็อยู่นี่ เธอบอกผม ผมเปิดไฟ ผมและสาวคาราโอเกะแทบจะหัวใจวาย!! วินนั่งอยู่กลางบ้าน จะเล่นหลอกผีกันรึไงเนี่ย ตกใจหมดเลย แกมานั่งทำอะไรมืดๆวะเนี่ย ยัยจัสมินหายตกใจก็จะเดินกลับห้อง นี่! หลานผมเรียกเธอ แล้วลุกขึ้นค่อยๆเดินเข้าไปหาเธอ เธอหน่ะเคยอายุ30มั้ย ? ฉันหน่ะนะ..อายุ30แล้ว หลานผมท่าจะเมาแล้ว มันเดินไปจนยืนอยู่ตรงหน้าของเธอพอดี แล้วทำไมต้องอายุ30รู้มั้ย ... เพราะว่าเราเคยอายุ29ยังไงหละ เธอถอนหายใจแบบเซ็งๆแล้วตั้งท่าจะเดินกลับเข้าห้องไป หลานผมทำท่าเดียวกับที่เห็นตามฉากเลิฟซีนทั้งหลายในภาพยนตร์ เธอกับมันยืนหันหน้าเข้าหากัน เธอหันหลังให้กำแพง หลานผมยื่นมือทั้ง2ข้างแปะเข้าให้กับกำแพง เธออยู่ตรงกลางระหว่างมือ2ข้างนั้น หลานผมยื่นหน้าเข้าไปใกล้เธอจนแทบจะหายใจรดกัน จะทำอะไรกันหน่ะ!!?!! เธอหน่ะ..อยากให้ฉันอ้วกมากไม่ใช่หรอ เห!!!!!!! เธอก้มตัวลงแล้วมุดออกมาจากแขนของหลานผม แล้วเดินเข้าห้องเธอไปอย่างหงุดหงิด ทิ้งผมให้แบกหลานขี้เมาขึ้นห้องนอนคนเดียว นี่แกจะดื่มอะไรเยอะแยะขนาดนี้ห๊ะเนี่ย น้าไม่รู้หรอ..ฉันอายุ30แล้ว ฉันแก่แล้ว เค้าไม่ให้ฉันชกแล้ว 30 30 30แล้วทำไม 30.. 30..30.. 30ยังแจ๋วววว..ว หลานผมเริ่มร้องเพลง30ยังแจ๋ว ผมปล่อยมันลงที่เตียงนอน ที่มันดื่มหนักขนาดนี้ก็เพราะกลุ้มใจเรื่องแขวนนวมนี่เอง ผมเดินลงมาข้างล่าง เห็นเธอนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวกำลังจะเดินไปอาบน้ำ ผมหยุดตกใจไปครู่หนึ่ง ส่วนเธอสบตาผมแล้วก็เดินเข้าห้องน้ำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นี่เป็นสาวเป็นนางไม่คิดจะอายเลยหรอ ผมจะเป็นตากุ้งยิงมั้ยเนี่ย!! ผมนั่งทำงานอยู่ชั้นล่าง เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ผมเดินตามเสียงไป ดังมาจากในห้องเธอนี่เอง ผมเดินเข้าไปในห้องเธอ และกดรับสายโทรศัพท์ มะลิลา ? มะลิ ได้ยินมั้ยลูก ฮัลโหลๆ ... ฮัลโหล โทรผิดแล้วครับ แกเป็นใคร! ทำไมมารับโทรศัพท์ลูกสาวฉัน!!! คือผมไม่ใช่เจ้าของเครื่องหรอกครับ เจ้าของเครื่องเค้าอาบน้ำอยู่ อาบน้ำ!!! นี่แกทำอะไรลูกสาวฉันเนี่ย!!!! ป่าวครับ ผมไม่ได้ทำอะไรเธอ เราแค่อยู่ด้วยกันเฉยๆ อยู่ด้วยกัน!!! ผมว่าคุณโทรผิดแล้วหละครับ ที่นี่ไม่มีคนชื่อมะลิหรอกครับ จะไม่มีได้ไง ก็นี่เบอร์ไอ้มะลิ!! ผมมองหน้าจอมือถือดูว่าเบอร์อะไรโทรเข้ามา ที่หน้าจอขึ้นว่า พ่อ เห!!! หมอแพ้วงั้นหรอ!!!!! นี่ใช่หมอแพ้วรึป่าวครับ แกรู้ได้ไง ผมภัทระครับ เอ๋!!!! ท่านส.ส.หรอเนี่ย!!! ครับ ผมให้เธอพักด้วยที่บ้านครับ...อ้อ คนละห้องนะครับ มะลิมาอยู่กับท่านผมก็สบายใจ แล้วมะลิตั้งใจทำงานมั้ยครับ อ่อ ครับ ผมจะโกหกทำไมเนี่ย!? งั้นผมต้องขอฝากมะลิไว้กับท่านด้วยนะครับ หมอแพ้วพูดจบก็วางสายไปเฉยๆ เดี๋ยวนี้เค้าไม่พูด แค่นี้นะ ก่อนวางสายกันแล้วรึ เวลาเดียวกันนั้นเอง ยัยจัสมินกำมะลอออกมาจากห้องน้ำ เมื่อกี้หมอแพ้วโทรมา หรอ ตกลงเธอชื่ออะไรกันแน่ จัสมิน หรือ มะลิ? อย่าเรียกฉันว่ามะลิ!!!! เธอโมโหใส่ผมเสียงดัง คว้าโทรศัพท์มือถือไปจากมือผมแล้วเดินเข้าห้องไป ท่าทางจะไม่ชอบชื่อ มะลิ จริงๆ *********************** เธอ2คนไปเก็บตัวอย่างเครื่องสำอางปลอมที่ขายตามตลาดนัดแล้วก็เอาไปส่งให้labนะ วันนี้คุณสุกานดา เลขาส่วนตัวของผม สั่งงานให้เด็กฝึกงาน2คนออกไปเก็บตัวอย่างพวกเครื่องสำอางปลอมที่ขายเกลื่อนตามตลาดนัดทั่วไป แล้วก็เอาตัวอย่างไปส่งให้lab ดีจริงๆที่วันนี้จะไม่มีพวกมันในกระทรวงของผม คุณสุกานดา คุณเยี่ยมมาก!! ที่ลานจอดรถของกระทรวง ยัยจัสมินเดินมาที่รถมอเตอร์ไซด์สุดรักสุดหวงของคุณหลานวิน คว้าหยิบหมวกกันน็อคขึ้นมาสวม ฉันไม่ให้ผู้หญิงซ้อนท้าย ไม่มีปัญหา เธอไปนั่งที่นั่งคนขับ แล้วส่งหมวกกันน็อคอีกใบให้คุณหลานวินนั่งซ้อนท้าย ขึ้นมาเลย ยัยจัสมินขับซิ่งไม่สนใจใคร หลานผมที่นั่งซ้อนท้ายอยู่แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เทคนิคการเข้าโค้งอย่างมืออาชีพ นอกจากจะใช้ตะเกียบเก่งแล้ว ยัยนี่ยังมีความสามารถด้านอื่นๆอีกแฮะ พอถึงตลาด ทั้ง2ลงจากรถ ถอดหมวกกันน็อคออก เธอส่งหมวกกันน็อคให้หลานผม มันรับไว้แล้วชูนิ้วโป้งให้เธอ ขอนับถือเป็นศิษย์พี่! ทีคืนก่อนยังจะอ้วกใส่เธออยู่เลย.. *********************** เลิกงานแล้ว ผมกลับมาถึงบ้านเป็นคนแรก เด็กฝึกงานทั้ง2ยังไม่กลับ ที่นี่คือสวรรค์ของผม!! ผมนั่งทำงานต่อที่ห้องนั่งเล่นชั้นล่าง และต้มมาม่าทานเป็นมื้อเย็น บ้านเงียบสงบ สุขสบายเสียจริงๆ ผมเปิดซีดีเพลงคลาสสิกฟังประกอบการกินมาม่า ผมอินกับเพลงจนไม่ทันสังเกตว่าเด็กใหม่2คนกลับมาแล้ว พวกมันมองหน้าผมเหมือนเห็นตัวประหลาด ผิดตรงไหนที่จะกินมาม่าไปแล้วทำท่าคอนดักเตอร์มั่วๆไปด้วย ทั้ง2คนพอสบตากับผมแล้วก็แยกย้ายกันกลับเข้าห้องตัวเองไป ตกดึกผมลงมาหาน้ำดื่มที่ชั้นล่าง สังเกตเห็นแสงไฟส่องสว่างอยู่กลางห้องรับแขก แสงมาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ยัยจัสมินเล่นคอมอยู่ ผมเปิดไฟห้อง ยัยจัสมินสะดุ้งตกใจ ทำอะไรดึกๆดื่นๆ ผมยื่นหน้าไปมองที่หน้าจอ ยัยจัสมินเอามือบังจอไว้ส่อแววพิรุธ อย่าบอกนะว่าแอบเปิดเว็บโป๊! ผมแกะมือเธอออก เธอกำลังลงโฆษณาขายเครื่องสำอางปลอมที่เก็บตัวอย่างมาในวันนี้ลงในอินเตอร์เน็ต!!! ทำบ้าอะไรเนี่ย!!? ผมยึดโน้ตบุ๊คและเครื่องสำอางปลอมกองโตไปจากเธอ จิ๊ เธอจิ๊ปากใส่ผม ดูมัน!!! *********************** วันต่อมาที่กระทรวง เดี๋ยวเธอไปรับผลที่Labเสร็จแล้วตรงกลับบ้านได้เลยนะ ไม่ต้องกลับมาที่กระทรวงแล้ว ทำไมไม่ใช้หลานลุงหละห๊ะ? เรียกผมว่าลุงอีกแล้ว.. วันนี้ฉันกับวินต้องไปงานแต่งงานของญาติ บุฟเฟ่ต์หรือโต๊ะจีน ตาเธอเป็นประกายขึ้นมา! ห๊ะ? เสร็จแล้วจะรีบตามไป เธอยิ้มให้ผม ยืมนี่หน่อยนะ เธอคว้ากุญแจรถมอเตอร์ไซด์ของวินไปแล้วซิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ผมยังไม่ได้ชวนเธอซักคำ ผมกับหลานกลับไปแต่งตัวที่บ้าน และกำลังเตรียมจะเดินไปขึ้นรถเพื่อไปงานแต่งงาน เสียงมอเตอร์ไซด์เบรกดันเอี๊ยด!! ยัยจัสมินมาจริงๆด้วย! แถมยังแต่งตัวพร้อมหัวจรดเท้า ไปเปลี่ยนชุดแต่งหน้าทำผมมาตอนไหนเนี่ย ผมกับหลานยืนอึ้งไป5วินาที สวยหล่ะสิ เธอชมตัวเองพร้อมหมุนตัวโพสท่าท้าวสะเอวประกอบ ผมกับหลานมองหน้ากัน ขึ้นรถดีกว่า.. ผมนั่งข้างหลัง วินขับรถ ส่วนเธอนั่งข้างๆ เมื่อไหร่จะเลิกใช้คันนี้ซะทีเนี่ยน้า ขับๆไปเหอะน่า รถเต่าคันนี้ฆ่าให้ตายผมก็ไม่ขาย!!! มีรัฐมนตรีที่ไหนใช้รถโคตรเก่าอย่างนี้บ้าง จะพังมิพังแหล่แล้ว ก็รัฐมนตรีอย่างผมไงหละครับ จะว่าไปน้าเป็นรัฐมนตรีจริงรึป่าวเนี่ย ทำไม? ไปไหนไม่เห็นมีคนขับรถ ไม่เห็นมีบอดี้การ์ดเลย ทำไมต้องมีคนขับรถ ฉันก็มีใบขับขี่นี่ แล้วใครจะมาลอบยิงรึไงถึงต้องมีบอดี้การ์ด หลานผมเงียบไป คงเข้าใจแล้วสินะ งั้นทำไมน้าไม่มาขับเองหละ ... ไอ้หมอนี่.. ถึงโรงแรมที่จัดงานแต่งแล้ว ยัยจัสมินเข้ามาถึงก็ตรงดิ่งไปยังโต๊ะบุฟเฟ่ต์ ตักเอาๆไม่เกรงใจใคร อ้ะ! เธอพกทัพเพอร์แวร์มาด้วย!!!! เธอตักอาหารเก็บใส่ทัพเพอร์แวร์หน้าตาเฉย ผมไม่รู้จักเธอ เธอเป็นใครครับ? อ้าวมาแล้วหรอ เจ้าสาวที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของผมเข้ามาทัก อ่อ อือ มีผู้หญิงคนนึงเดินมาหาเจ้าสาว ท่าทางจะเป็นผู้ดูแลงานเข้ามากระซิบกับเธอ หน้าตาเจ้าสาวดูเครียดๆไป มีอะไรรึป่าว นักร้องที่จ้างไว้มาไม่ได้แล้ว อ้าว....เอาไงดีหละ ฉันร้องให้เอง เธอส่งทัพเพอร์แวร์ที่บรรจุอาหารไว้จนเต็มให้กับผม แล้วมุ่งหน้าเดินไปที่เวทีคว้าไมค์ขึ้นมาเฉ๊ย มิวสิค เห!!????? นักดนตรีเริ่มบรรเลงเพลง เธอร้องเพลง Lovin You เสียงเธอดีเหลือเชื่อ สะกดทุกคนในงานให้มองเธอเป็นตาเดียว ไม่เหมือนสาวคาราโอเกะที่ร้องเพลงจูบเย้ยจันทร์ในวันนั้นเลย Lovin' you is easy cause you're beautiful Makin' love with you is all I wanna do Lovin' you is more than just a dream come true And everything that I do is out of lovin' you La la la la la la la... do do do do do No one else can make me feel The colors that you bring Stay with me while we grow old And we will live each day in the springtime Cause lovin' you has made my life so beautiful And every day my life is filled with lovin' you Lovin' you I see your soul come shinin' through And every time that we oooooh I'm more in love with you La la la la la la la... do do do do do No one else can make me feel The colors that you bring Stay with me while we grow old And we will live each day in springtime Cause lovin' you is easy cuz your beautiful And every day my life is filled with lovin' you Lovin' you I see your soul come shinin' through And every time that we oooooh I'm more in love with you La la la la la la la... do do do do do ผมอินไปกับเพลงจนเผลอมองเธอเป็นผู้หญิงสวยคนนึง เธอที่ร้องเพลงอยู่ กับ เธอที่ผมรู้จัก เหมือนไม่ใช่คนเดียวกันเลย เธอลงจากเวทีพร้อมเสียงปรบมือดังทั่วงาน ลงมาปุ๊บ เธอก็ตรงไปที่โต๊ะบุฟเฟ่ต์แล้วลงมือกินต่อ!!! ผมขอถอนคำพูดที่เมื่อกี้แอบคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงสวยคนนึง นี่กลับได้แล้ว ผมเดินไปบอกเธอ แล้วนี่หลานชายผมหายหัวไปไหนเนี่ย ผมมองหาวิน อ้อ..นั่งดื่มอยู่ตรงนั้นเอง ไป วินกลับเหอะ หือ?.......อ่อ น้าเองหรอ..น้ารู้มั้ยว่าฉันอายุเท่าไหร่ ... เอาแล้ว 30..30..30ยังแจ๋ว~ ยอดรัก สลักใจ เข้าสิงอีกแล้วไงหละ ดื่มไปกี่แก้ววะเนี่ย!!! ไอ้หลานบ้านี่ เป็นคนขับรถมาแท้ๆแต่ดันมาเมาซะได้ ผมแบกมันให้ไปนอนที่เบาะหลังเสร็จแล้วเดินไปเปิดประตูที่นั่งข้างคนขับ ยัยจัสมินโผล่เข้าแย่งที่นั่งผมเฉยเลย! ตกลงผมต้องเป็นคนขับใช่มั้ยเนี่ย ดีจริงๆ ท่านรัฐมนตรีต้องมาขับรถให้เด็กฝึกงาน2คนนั่ง ผมขับรถฝ่าสายฝนกลับมาถึงบ้านอย่างปลอดภัย ผู้โดยสารด้านหลังเมาแล้วหลับ ส่วนผู้โดยสารข้างๆก็นอนหลับหัวพิงกระจก ผมปลุกผู้โดยสารข้างๆก่อน ให้เธอตื่นมาช่วยผมแบกผู้โดยสารขี้เมาขึ้นห้องนอนที่ชั้น2 แต่ปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น ผมเลยถอดใจยอมแพ้ ลุกไปแบกหลานขึ้นชั้น2ตามลำพัง พอผมส่งหลานขี้เมาขึ้นห้องนอนเสร็จเรียบร้อยก็ลงมาจัดการกับผู้โดยสารที่เหลืออีก1คนต่อ ผมพยุงเธอเข้าห้องนอน อายุ40อย่างผมวิ่งขึ้นวิ่งลงอย่างนี้เล่นเอาเหนื่อยไม่ใช่เล่น ผมเดินออกจากห้องเธอ นี่ อ้าว ตื่นแล้วหรอ เอาทัพเพอร์แวร์แช่ตู้เย็นด้วยนะ ... *********************** เช้า..ไม่สิเที่ยงวันต่อมา เด็กฝึกงาน2คนเพิ่งตื่น วินดื่มนมอยู่ที่โต๊ะกินข้าว ส่วนเธอตื่นมาก็ตรงไปที่ตู้เย็นคุ้ยหาของกินที่จิ๊กมาจากงานเลี้ยงเมื่อคืน นี่..ผลLabเมื่อวานหละ อยู่บนโต๊ะไง อ่อ วินหยิบผลLabเก็บเข้ากระเป๋า ลุงออกไปแล้วหรอ แหงหละ นี่เที่ยงแล้ว หรอ ว่าจะติดรถไปด้วยซะหน่อย งั้นรอแป๊บนึงนะเดี๋ยวไปด้วย ฝันไปเถอะ คุณหลานเดินออกจากบ้านไปที่มอเตอร์ไซด์คันโปรดพร้อมกระเป๋าเอกสาร เอ๊ะ แต่รถน้ายังอยู่นี่หน่า คุณหลานมองนาฬิกาที่ข้อมือ 12.00 น. .....ไม่หรอกมั้ง คงมีรถมารับไปทำงานที่อื่นแล้ว พูดกับตัวเองจบ คุณหลานก็ซิ่งรถออกไป กลับมาที่สาวทัพเพอร์แวร์ เธออยู่หน้าตู้เย็นและกำลังขโมยขนมของท่านรัฐมนตรี!! เธอแกะถุงขนมออกมากิน เมื่อกินจนพอใจก็มองหาหนังสติ๊กมารัดปากถุง บ้านนี้ไม่มีหนังยางเลยรึไง เธอเดินหาไปเรื่อยๆจนเดินขึ้นไปที่ชั้น2 เปิดประตูเข้าไปที่ห้องนอนท่านรัฐมนตรี อ้าว ยังอยู่อีกหรอ? เธอปลุกผมที่ยังนอนหลับอยู่บนเตียง นี่ ลุงไม่ไปทำงานรึไง เธอเอามือแตะที่แขนผมเพื่อปลุก เลยทำให้รู้สึกได้ถึงไอร้อนในตัวผม เป็นไข้นี่ เธอออกจากห้องนอนผมไปประมาณ10นาทีแล้วก็กลับมาพร้อมแก้วน้ำที่ใส่น้ำสีประหลาดๆ และข้าวต้มทำเอง1ชาม ลุง ลุกขึ้นมากินยาก่อน ยาอะไรเนี่ย สีไม่น่ากินเลย ถ้ามันน่ากินคงไม่เรียกยาหรอก กินๆไปเหอะน่า ...แหยะ....ขม อ้ะ ข้าวต้มวางไว้นี่นะ อ่อ แต้งกิ้ว..... เอ้อ วานโทรไปบอกคุณสุกานดาทีว่าวันนี้ฉันไปไม่ได้ ฉันโทรไปแล้ว ยัยเด็กนี่นึกจะดีก็ดีขึ้นมาดื้อๆแฮะ ผมกินข้าวต้มเสร็จก็เพลียจนหลับต่อ ตื่นมารู้สึกดีขึ้น ยาสมุนไพรขมๆของเธอได้ผลแฮะ ผมก้าวเท้าลุกลงจากเตียง เท้าไปเหยียบโดนอะไรซักอย่างดังกร๊อบ ผมมองลงที่พื้น ผมเหยียบกล่องดีวีดีหนังแตก แล้วกล่องดีวีดีหนังมันมาอยู่ตรงนี้ได้ไงเนี่ย? ผมเงยหน้าขึ้นแล้วมองไปรอบๆห้อง เจอห้องตัวเองอยู่ในสภาพเหมือนโจรขึ้นบ้าน!!!! แถมโจรที่ว่ายังอยู่ในห้องผมอีกต่างหาก!!! เธอนอนอยู่ที่พื้นตรงปลายเตียงผม เธอรื้อแผ่นดีวีดีหนังของผมออกมาวางกองที่พื้นกระจุยกระจาย ทีวียังเปิดหนังคาไว้อยู่เลย หนังสือบนชั้นก็ถูกรื้อออกมากองระเกะระกะ ขนมก็แกะห่อแล้ววางทิ้งไว้เรี่ยราด ตื่นแล้วหรอลุง โจรตื่นแล้ว.. เป็นไงดีขึ้นแล้วสิ ยาสมุนไพรของฉันหน่ะเจ๋งอยู่แล้ว เธอลุกออกจากห้องไป ผมเดินตามเธอลงไปข้างล่าง นั่งที่โซฟา แล้วเปิดทีวีดูข่าวสถานการณ์บ้านเมือง ชายฉกรรจ์สวมหมวกกันน็อคปิดบังใบหน้าบุกเข้าห้องทำงานรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ไม่พบสิ่งใดหาย มีเพียงป้ายชื่อรัฐมนตรีที่ถูกทุบจนแตกละเอียด ท่าทางจะเกลียดมากเลยแฮะ ลุงก็ระวังตัวไว้นะ เธอเตือนผม ผมว่าเธอน่ากลัวกว่าโจรในข่าวนี่อีก เวลาเดียวกันนั้นเอง วินหลานชายของผมกลับมาพอดี หายหัวไปไหนกันมากัน2คนเนี่ย ฉันป่วย นอนอยู่บ้าน ผมตอบหลาน แล้วเธอหละ ป่วยด้วยรึไง ป่าว ฉันต้องทำงานส่วนของเธอด้วย ซวยชะมัด เธอลุกออกไปเปิดประตูบ้าน จะไปไหน? เซเว่น เธอเดินออกไปจากบ้าน นี่ๆๆ เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งไป ผมเรียกเธอที่หน้าบ้าน ฝากซื้อขนมปังด้วย เงินหละ? ออกไปก่อน เดี๋ยวค่อยมาเอา ผมรู้สึกเหมือนมีคนมองอยู่ มองซ้ายมองขวาก็ไม่มีใคร สงสัยจะคิดไปเอง ดูข่าวมากไปจนกลัวขึ้นสมอง *********************** เมื่อคืนนี้เวลาประมาณ23นาฬิกา มีชายไม่ทราบชื่อสวมหมวกกันน็อคปิดบังใบหน้า บุกเข้าไปที่ห้องทำงานรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ภายในห้องพบป้ายชื่อรัฐมนตรีถูกหักออกเป็น2ท่อน ไม่พบของหายแต่อย่างใด ขณะนี้ตำรวจกำลังสอบปากคำพยานเพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม โดนอีกคนแล้วหรอเนี่ย!! ผมเปิดฟังข่าวจากวิทยุในรถก่อนจะถอยรถออกจากบ้านไปทำงาน ทำไมมันต้องเจาะจงเล่นงานเฉพาะรัฐมนตรี แล้วทำไมต้องทำลายป้ายชื่อด้วย หรือว่าคนร้ายเป็นพวกโรคจิต หรือเป็นพวกวัยรุ่นป่วนเมือง หรือเป็นพวกที่เกลียดชังรัฐบาล!! ผมจะโดนบ้างมั้ยเนี่ย.. เฮ้อ..อย่าคิดมากเลย ไปทำงานดีกว่า ไปด้วย เธอเดินมาเปิดประตูข้างคนขับแล้วเข้ามานั่งเฉ๊ย ผมเริ่มจะชินกับนิสัยของเธอซะแล้ว มาถึงที่กระทรวง ผมและเธอเดินเข้าไปในลิฟท์ เออนี่ ลุงดูข่าวยัง รัฐมนตรีศึกษาธิการโดนอีกคนแล้วนะ อือ รู้แล้ว ต่อไปต้องเป็นลุงแน่ๆ อ้าว เด็กนี่ปากเสีย ฉันจะสอนวิชาป้องกันตัวให้นะ ถ้าคนร้ายเข้ามาจากด้านหลังเอามีดจ่อคอลุง ลุงจะทำยังไง เธอย้ายมายืนด้านหลังผม เอาแขนล็อคคอ แล้วเอาปากกาจ่อคอผมแทนมีด ผมยืนนิ่งไม่ตอบสนอง มานี่ กลับกันดีกว่า เธอย้ายมายืนข้างหน้าผม แล้วจับแขนผมล็อคคอเธอ แล้วให้ผมถือปากกาจ่อไปที่คอเธอ เธอกัดเข้าที่แขนผมเต็มแรง!!! เจ็บ!!!!! แต่ฉันว่าลักษณะคนร้ายคงไม่ได้หวังเอาชีวิตหรอก เพราะมันตั้งใจมาตอนปลอดคน เอ้า! แล้วเมื่อกี้จะสาธิตการป้องกันตัวไปทำไมวะเนี่ย!? เจ็บฟรีสิครับ มันไม่ได้ขโมยของอะไรไปเลยซักอย่าง ทำลายป้ายชื่ออย่างเดียว อือ งั้นเอางี้!! ลุงก็เอาไปป้ายชื่อไปซ่อนสิ ผมมองหน้าเธอที่ทำตัวเป็นโคนันไขคดีปริศนาแล้วนิ่งไปประมาณ5วินาที ลิฟท์เปิดพอดี ผมเดินจากไปโดยไม่พูดอะไร *********************** วันนี้ผมกับคุณสุกานดาเลขา ไปร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรี ผมเสนอเรื่องของบพัฒนาศูนย์รับบริจาคอวัยวะ แต่กลับโดนบ่ายเบี่ยงประเด็นไปเป็นเรื่องการขอขึ้นเงินเดือนข้าราชการ ที่กระทรวง มีเด็กหนุ่มวัยรุ่นแต่งตัวอย่างแนวมาพร้อมกีต้าร์สีชมพู!!! มีธุระอะไร ยัยโคนันถาม เอ๋~เธอทำงานที่นี่หรอ ใช่ ทำไม? เจ๋งไปเลย นี่แหละข้าราชการตัวอย่างของแท้ต้องแต่งตัวอย่างนี้ ยัยโคนันมองชุดตัวเอง เสื้อยิปซีกับกางเกงยีนส์ขาดรุ่ย มันเจ๋งตรงไหน!?!
เธอชอบฟังเพลงมั้ย ยัยโคนันมองเด็กหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้า ฉันเกลียดดนตรี สาวคาราโอเกะโกหกหน้าด้านๆ!!! พรุ่งนี้ฉันจะทำให้เธอหลงรักดนตรีจนโงหัวไม่ขึ้น! เด็กแนวชี้นิ้วมาที่ยัยโคนันด้วยความมั่นใจ และส่งบัตรเข้าชมคอนเสิร์ตประกวดวงดนตรีที่เค้าจะไปร่วมประกวดด้วยในวันพรุ่งนี้ให้กับเธอ สาวโคนันไม่รับ!! มีดาราไปด้วยนะ เยอะเลย ... ฟิล์ม-รัฐภูมิ ... บีม-กวี ... แดน-วรเวช ... มาริโอ้ เมาเร่อ ... รุจ-เดอะสตาร์ ... เป้-วงเสลอ ... ค่อม ชวนชื่น พรุ่งนี้เจอกัน เธอรับบัตรไปเพราะค่อมชวนชื่นเนี่ยนะ!!! ตั้ม มาทำอะไรที่นี่ลูก คุณเลขาสุกานดากลับมาจากการประชุมครม.พร้อมกับผม เอ๋!!!!!! ลูกหรอ!!! สาวโคนันตกใจ ไม่คิดว่าคุณสุกานดาจะมีลูกแนวได้ใจขนาดนี้!! เอาบัตรคอนเสิร์ตมาให้ไงแม่ ให้ที่บ้านก็ได้ ให้ที่บ้านมันไม่ตื่นเต้น อย่างกับให้ที่กระทรวงมันน่าตื่นเต้นมากนักหละ! ท่านรัฐมนตรีก็ไปด้วยนะครับ เด็กแนวส่งบัตรให้ผม ฉันไปไม่ได้หรอก ต้องร่างแผนงบประมาณใหม่ ให้ดิฉันอยู่ช่วยมั้ยคะ ไม่เป็นไร พรุ่งนี้วันหยุด คุณไปดูคอนเสิร์ตกับลูกเถอะ ผมเดินกลับห้องทำงานไปอย่างซังกะตาย งั้นก็เหลือบัตรอีกใบ.... ให้พี่ละกัน เด็กแนวส่งบัตรเหลือๆให้นายวิน หลานชายผมที่นั่งขัดหมวกกันน็อคอยู่ใกล้ๆ นายวินมองหน้าเด็กแนวแบบเคืองๆ ทีของเหลือหละให้กู *********************** ตื่น!!! ไปได้แล้ว ยัยจัสมินส่งเสียงดังโวยวายอะไรแต่เช้าเนี่ย!! เธอลากหลานผมไปงานคอนเสิร์ต ดูหลานผมไม่ค่อยเต็มใจอยากไปนัก.. จะให้ฉันไปทำไมเนี่ย!! ก็ไปถือป้ายไงเล่า! ที่คอนเสิร์ต ยัยจัสมินและหลานผมมาถึงก็เจอคุณสุดานดานั่งรออยู่แล้ว เธอส่งป้ายให้หลานผมถือเชียร์ลูกชายแนวๆของคุณสุกานดา คอนเสิร์ตมันส์มาก ยัยจัสมินที่บอกว่าเกลียดดนตรีกลับเต้นอย่างเอาเป็นเอาตาย พอจบคอนเสิร์ต ยัยจัสมินลากหลานผมมาที่หลังเวทีเพื่อขอถ่ายรูปค่อมชวนชื่น!! นี่ ไปเรียกเค้าให้หน่อยสิ ก็เรียกเองดิ ไม่เอา ไม่กล้า เห๊อะ อย่างเธอเนี่ยมีคำว่าไม่กล้าด้วยหรอ ไม่อยากจะเชื่อ ยัยจัสมินแปลงร่างเป็นสาวขี้อาย เพราะเจอหนุ่มในฝันอย่างค่อมชวนชื่นเนี่ยนะ!!! นายตั้มเด็กแนวกับคุณสุกานดาเลขาคุณแม่ เดินมาหาพวกเรา2คน ไหนบอกได้ที่หนึ่งแน่นอนไง หึ ยัยจัสมินถากถางเด็กแนวอย่างไม่เกรงใจ น่าๆๆ มือสมัครเล่นก็อย่างนี้แหละ หลานผมช่วยตอกย้ำ เสียเวลาจริงๆ ไม่น่ามาเลย กลับกันเถอะ แล้วไม่ต้องชวนฉันไปไหนอีกนะ! ยัยจัสมินบอกเด็กตั้ม ไปหาอะไรกินกันเถอะเจ๊ ฉันเลี้ยงเอง ไป เอ้า กลับคำเห็นๆ!!! ไหนบอกจะไม่ไปไหนอีกไง!!!!?! *********************** ยัยจัสมินกับหลานผมไปดูคอนเสิร์ตกันครับวันนี้ นั่นหมายความว่า ผมได้อยู่บ้านคนเดียวอีกแล้วครับ! ผมนั่งทำงานของผมต่อจนเสร็จ ผมควรจะทำอะไรต่อในช่วงเวลาที่แสนสุขอย่างนี้ดี ใช่แล้ว! ทำอาหาร ปกติผมจะทานอะไรง่ายๆ ทำได้เร็วๆจำพวกมาม่าหรืออาหารกล่อง วันนี้ผมอยู่คนเดียว แถมมีเวลาเหลือเฟือ จัดชุดใหญ่ไปเลยดีกว่า!! ผมสวมเสื้อกันเปื้อน และเริ่มลงมือทำอาหาร ใช้เวลาราวๆ1ชั่วโมง ผมก็เสิร์ฟอาหารหน้าตาน่ารับประทานลงบนโต๊ะได้มากมายหลายจาน ผมจุดเทียน และเปิดเพลงคลาสสิกฟังเพื่อสร้างบรรยากาศ ผมใช้ส้อมจิ้มอาหารเตรียมจะตักเข้าปาก ประตูบ้านเปิดออก ยัยจัสมิน หลานผม คุณเลขาสุกานดา เด็กตั้ม มองมาที่ผมเป็นตาเดียว กินด้วย!!! ทุกคนหยิบจานชามช้อนส้อมมาร่วมวงโดยที่ผมยังไม่ได้ออกปากเชิญ!!!! ไปข้างนอกกัน ทำไมไม่ไปกินร้านอาหารกันหละ ผมถาม ไปแล้ว หลานผมตอบ ?? ไอ้เด็กเวรนี่มันบอกว่าจะเลี้ยง เอาเข้าจริงๆมันไม่มีเงินจ่าย มันเลยบอกเดี๋ยวกลับมาทำให้กินที่บ้าน กลับมาเจอน้าทำอาหารไว้หรูซะขนาดนี้ มันก็เลยรอดไปไม่ต้องทำให้เรากิน ถือว่าแกติดค้างฉันครั้งนึงนะเว้ย ห้ามลืมเด็ดขาด ผมไม่ได้บอกจะเลี้ยงพี่ซักหน่อย ผมจะเลี้ยงเจ๊ต่างหาก ว่าไงนะ!!!! หลานผมกระชากคอเสื้อเด็กตั้มต่อหน้าคุณแม่ของเค้า เอาวันหยุดแสนสงบของผมคืนมา!!!!!!!!!! *********************** เช้าวันจันทร์ วันแรกของการทำงาน ในลิฟท์ที่กระทรวง ผมอยู่ในสภาพหัวกระเซิงเพราะนอนไม่หลับ ผมยังกลุ้มใจเรื่องร่างงบประมาณไม่ผ่านอยู่ ลิฟท์เปิดออก แม่บ้านกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรงเข้ามาหาผมทันทีเหมือนยืนรออยู่ ท่านคะ ห้องของท่านมีโจรเข้ามาค่ะ!!!! เอ๋!!!!!!!!!!!!! ผมเปิดประตูห้องทำงานเข้าไปดู ห้องผมถูกรื้อค้นกระจุยกระจาย ซักพักเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มา ผมตรวจสอบดูแล้วไม่มีของอะไรหายไป ทุกอย่างยังอยู่ครบ ห้องนี้ไม่มีป้ายชื่อท่านหรอครับ คุณตำรวจถามผม อ่อ ไม่มีครับ ความจริงแล้วผมแอบเอาป้ายชื่อไปซ่อนตามที่สาวโคนันเสนอไว้ ตอนแรกผมคิดว่ามันเป็นความคิดที่โง่ๆ แต่คิดไปคิดมามันก็น่าลองเสี่ยงดู ผมตามตำรวจไปที่ห้องระบบรักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่เปิดดูภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกไว้เมื่อคืนนี้ มีคนบุกรุกห้องผมจริงๆด้วย! เป็นชายชุดดำ ใส่เสื้อแจ็คเกตหนังสีดำ กางเกงสีดำ รองเท้าสีดำ ขนาดหมวกกันน็อคก็ยังสีดำ ทำอะไรกันอยู่หน่ะ หลานผมโผล่เข้ามา ผมและเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนในห้องมองมันอย่างตกใจ มันมาในชุดเสื้อแจ็คเกตหนังสีดำ กางเกงสีดำ รองเท้าสีดำ ถือหมวกกันน็อคสีดำ ถอดแบบมาจากโจรในกล้องวงจรปิดชัดๆ!! แม่งมาแต่งไว้ทุกข์อะไรวันนี้วะเนี่ย!?! หลานผมเองครับคุณตำรวจ ... คุณตำรวจขอให้เจ้าหน้าที่เปิดดูภาพจากกล้องวรจรปิดตั้งแต่วันศุกร์จนถึงเช้าวันจันทร์เพื่อหาผู้ต้องสงสัยที่อาจมาสังเกตการณ์ในที่เกิดเหตุก่อนวันที่เกิดเรื่อง เอ๊ะ!! ไหนซูมอันนี้สิ คุณตำรวจบอกให้เจ้าหน้าที่ซูมภาพไปที่กล้องวงจรปิดในลิฟท์ เป็นภาพตอนที่สาวโคนันกำลังล็อคคอแล้วเอาปากกาจ่อคอผม แล้วต่อจากนั้นก็เป็นภาพผมล็อคคอสาวโคนันแล้วเอาปากกาจ่อคอเธอ คุณตำรวจมองหน้าผมอย่างงงๆ ผมยิ้มเจื่อนๆให้คุณตำรวจ น่าขายหน้าชะมัด!! เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่เสร็จก็แยกย้ายกันไป แต่ยังเหลือนักข่าวอีกฝูงใหญ่รอทำข่าวผมอยู่ ผมเข้าไปที่ลิฟท์แล้วจัดแต่งทรงผมที่ยุ่งกระเซิงให้เรียบหรูดูดี พอลิฟท์เปิดออก นักข่าวก็แทบจะโยนไมโครโฟนใส่หน้าผม ท่านคิดว่านี่เป็นฝีมือของใครคะ เป็นฝ่ายที่จ้องล้มล้างรัฐบาลหรือว่าเป็นมือที่มองไม่เห็น ไม่หละครับ เป็นมือที่มองเห็นแน่นอน ผมดูจากภาพในกล้องวงจรปิดแล้ว มีมือ2ข้างเหมือนพวกเรานี่แหละครับ ผมตอบแบบขำๆ ตอนนี้ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจไปดีกว่า ขอตัวก่อนนะครับ *********************** กลับมาถึงบ้าน ผมกลับมาพร้อมยัยจัสมิน มีผู้ชายตัวใหญ่ ท่าทางน่ากลัวยืนอยู่หน้าบ้าน ใครมายืนอยู่หน้าบ้านอ่ะลุง ไม่รู้สิ ... ผมและยัยจัสมินมองหน้ากัน โจร!!!! ผมและยัยจัสมินสุมหัวกันในรถ ถกเครียดยิ่งกว่าการร่างรัฐธรรมนูญ เอางี้ ลุงจำวิชาป้องกันตัวที่ฉันสอนไปได้มั้ย ในลิฟท์หน่ะหรอ ใช่ เดี๋ยวลุงลงไปก่อน ห๊ะ? ทำไมต้องส่งผมไปก่อนด้วย!!?! แล้วฉันจะแอบซุ่มไปด้านหลังแล้วล็อคตัวมันนะ หา? ตกลงตามนี้นะ ลุงลงไปได้ เอ๋ แล้วแผนต่อจากนี้หละ ไม่มีแล้วหรอ!!!? ผมลงไปแบบไม่มั่นใจนัก โจรนั่นเห็นผมแล้วรีบเดินมาหาทันที!! ไม่นะ!?! เค้าวันทยาหัตถ์ใส่ผม? ตั้งแต่วันนี้ผมจะมารักษาความปลอดภัยให้ท่านครับ ผู้ชายตัวใหญ่ท่าทางน่ากลัวเหมือนโจรคนนี้ที่แท้เป็นตำรวจที่จะมาคุ้มครองผมหรอเนี่ย!!!?! ยัยจัสมินที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไร โผล่ไปกอดขาคุณตำรวจหน้าโหดคนนี้จากด้านหลัง ผมส่งสัญญาณมือให้เธอออกห่างจากขาคุณตำรวจ แต่ดูเหมือนเธอจะไม่เข้าใจอะไรเลย ลุง นิ่งอยู่ทำไมหละ!! จัดการเลย คุณตำรวจหน้าโหดใช้มือข้างเดียวยกยัยจัสมินออกมา แล้วโชว์บัตรตำรวจให้เธอดู เข้าบ้านกันเถอะ ยัยจัสมินทำเนียนกลบเกลื่อนเดินเข้าบ้านไปเฉ๊ย *********************** วันนี้วันหยุดผม วิน และยัยจัสมินเรา3คนไม่เถลไถลไปไหนอยู่บ้านกันพร้อมหน้าพร้อมตา เราทั้ง3นั่งกันอยู่ที่ห้องนั่งเล่นข้างล่าง ผมนั่งทำงานที่โน้ตบุ๊ค วินนั่งอยู่ที่โซฟา และยัยจัสมินเล่นเกม Othello กับ คุณตำรวจหน้าโหดบอดี้การ์ดส่วนตัวของผม!! นั่งไปได้ซักพัก ยอดรัก สลักใจ มาเยี่ยมบ้านผมอีกแล้ว! ไอ้หลานวินเมาทีไรต้องร้องเพลง30ยังแจ๋วทุกที 30.. 30.. 30ยังแจ๋ว.. เออรู้แล้วว่าแจ๋วจะร้องอะไรนักหนาเนี่ยห๊า ฉันดูทีวีอยู่ไม่เห็นรึไง!!?! ยัยจัสมินเริ่มรำคาญ เธอรู้มั้ยฉันหน่ะ..ชกครั้งสุดท้ายที่ไหน จะไปรู้มั้ยเนี่ย ฉัน..ชกที่งานวัด แล้วไง แล้วรู้มั้ย..ว่าฉันชกกับใคร ... ชกกับเด็กอายุ18 ... เธอเริ่มรำคาญ เลยทำเป็นเงียบไม่สนใจหลานผม สมจิตรจงจอหอชกครั้งสุดท้ายที่ไหน? ..โอลิมปิกไงหละ.. แล้วดู ดูฉันซิแขวนนวมที่งานวัดกับเด็กอายุ18 น่าขำสิ้นดี เธอหยิบm&mเม็ดสีเหลืองกิน แล้วตั้งใจเล่นเกม Othello กับคุณตำรวจอย่างจริงจัง ไม่สนใจหลานขี้เมาของผมที่บ่นพร้ำเพ้อถึงอาชีพเก่าของมัน นี่ถ้าผมเล่นเกมOthelloกับคุณตำรวจหน้าโหดคนนี้ ผมควรจะต้องแกล้งแพ้เพื่อความอยู่รอดของชีวิตมั้ยครับเนี่ย พี่ เปิดทีวีให้หน่อยสิ ยัยจัสมินใช้คุณตำรวจเปิดทีวี!! ระหว่างที่คุณตำรวจหันหลังไปกดปุ่มเปิดทีวี ยัยจัสมินรีบแก้เกมในกระดานอย่างรวดเร็ว!!!!! คุณตำรวจครับ ผมจะไปเป็นพยานให้การในชั้นศาลให้ครับ! ผมดูทีวี มีข่าวของท่านเลขาธิการนายกรัฐมนตรีพอดี ลุง เรื่องศูนย์รับบริจาคอวัยวะไปถึงไหนแล้วหละ เธอถามแทรกขึ้นมา ยังไม่ผ่านที่ประชุมเลย ผมเอามือเกาหัว หรอ... ขอยืมมือถือหน่อย ผมส่งโทรศัพท์มือถือให้เธอ มือถือของเธอก็มีจะมาใช้ของผมทำไมเนี่ย! สวัสดีค่ะท่านเลขาฯ เอ๋!!!!! ท่านเลขาฯ หมายถึงท่านเลขาธิการนายกรัฐมนตรีหน่ะหรอ!!?! พรุ่งนี้เที่ยงท่านว่างมั้ยคะ ท่านรัฐมนตรีภัทระอยากจะขอเชิญไปทานข้าวด้วยกันค่ะ เอ๋!!!!!!!!!!!!!!! ผมไปเชิญท่านเลขาฯตั้งแต่เมื่อไหร่!!!!! ค่ะ สวัสดีค่ะ เธอส่งโทรศัพท์คืนให้ผม พรุ่งนี้ไปคุยกันให้รู้เรื่องนะ รอบก่อนที่คุยกันไม่รู้เรื่องก็เพราะใครหละที่มาร้องคาราโอเกะก่อกวนวันนั้น!! เธอไงหละ เธอๆๆๆ!!!! *********************** ผมและยัยจัสมินตัวแสบมารอท่านเลขาฯที่ร้านอาหาร ท่านเลขามาช้ากว่าที่คิด ทำเอายัยจัสมินบ่นทุก5นาที ยัยจัสมินพยายามจะสั่งอาหารทานก่อนแต่ผมห้ามเอาไว้ แขกยังไม่มาเลย จะสั่งอาหารก่อนได้ไง! อ้ะ ท่านมาแล้ว เธอยกมือเรียกเด็กเสิร์ฟทันที ก้นท่านยังไม่แตะเก้าอี้เลยนะ!!! โทษทีนะ พอดีผมติดประชุมเลยมาช้าไปหน่อย อ่อ ไม่เป็นไรครับ แค่ท่านให้เกียรติมาผมก็ดีใจแล้ว แหมๆๆ พูดเป็นพระเอกลิเกเชียวผม ซักพักอาหารก็มาเต็มโต๊ะ ยัยจัสมินตักกินทุกจานที่อยู่ตรงหน้า!! เอ่อ..ท่านครับ เรื่องศูนย์รับบริจาคอวัยวะนี่... จริงสิ วันนี้ไม่ร้องคาราโอเกะอีกหรอ ท่านหันไปถามยัยจัสมินที่กินมูมมามอยู่ข้างๆผม วันนี้ฉันเสียงแหบค่ะ เธอทำเสียงแหบขึ้นมาเฉ๊ย! อะไรวะก็เมื่อกี้ยังพูดมากอยู่เลย เธอเอาช้อนส้อมเขี่ยไปที่จานปลาเก๋าราดพริก ท่านคะ ฉันขอเล่านิทานได้มั้ยคะ มาคึกเล่านิทานอะไรเวลานี้เนี่ย!?! แล้วหายเสียงแหบแล้วรึ?! เอ๋ นิทานหรอ? เอาสิ เชิญเลย เอ้า ท่านเลขาฯดันส่งเสริมกันซะงั้น กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีปลาอยู่ตัวนึง อยู่มาวันนึงตาของมันเกิดบอดสนิท เธอพูดพร้อมใช้ส้อมควักลูกตาปลาเก๋าราดพริกแล้วโยนทิ้งออกไป!! เล่าอย่างเดียวไม่ต้องออกท่าออกทางก็ได้ ปลาตัวนี้เลยว่ายน้ำข้ามมหาสมุทรไปหาปลาหมอที่อยู่ไกลมาก เธอถือจานปลาส่ายไปส่ายมา ทำเปรียบเป็นปลาว่ายน้ำอยู่ ผมเพิ่งรู้ว่าปลาหมอรักษาคนไข้ได้ก็วันนี้แหละ อยู่ดีดีก็มีชาวประมงตกปลาตัวนั้นเอาไปทำเป็นอาหาร เธอแกะปลาแล้วป้อนใส่ปากให้ท่านเลขาฯทาน! จบแล้วค่ะ เอ๋!! จบแล้วหรอ!!! ท่านเลขาฯหัวเราะออกมาเสียงดัง มันก็เรื่องธรรมดาอยู่แล้วนี่ที่ชาวประมงต้องจับปลา นั่นสินะคะ ท่านเลขาฯกับยัยจัสมินหัวเราะด้วยกันอย่างสนุกสนาน แต่ลึกๆในใจกลับลุกเป็นไฟ!!! ผมเชื่อว่ายัยจัสมินจงใจเล่านิทานเรื่องนี้เพื่อเปรียบเทียบกับการพัฒนาศูนย์รับบริจาคอวัยวะซึ่งจะสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลได้เร็วขึ้น ดูเหมือนท่านเลขาฯก็จะเข้าใจอย่างนั้นเช่นกัน ยัยจัสมินนี่ร้ายใช่เล่นแฮะ *********************** ผมและสาวนักเล่านิทานกลับมาที่กระทรวง ผมกลับเข้าห้องทำงานต่อตามปกติ พี่ๆ พ่อหนูอยู่ไหน มีเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆน่ารักๆเข้ามาทักเธอ เธอมองเด็กผู้หญิงด้วยท่าทางเหมือนไม่ถูกกับเด็กนัก นี่ลูกพี่อึกคนรึป่าว เธอถามคุณสุกานดาเลขาของผม ทำไมเธอเรียกคุณสุกานดาว่า พี่ แล้วเรียกผมว่า ลุง นะ คุณสุกานดาแก่กว่าผมอีกนะครับ!! ไม่ใช่ พี่มีลูกคนเดียว หรอ แล้วนี่ลูกใครหละเนี่ย พ่อเธอเป็นใคร พ่อหนูทำงานที่นี่ พ่อเธอชื่ออะไร ... สาวน้อยเงียบไป เด็กขนาดนี้คงยังจำชื่อพ่อตัวเองไม่ได้ คุณตำรวจหน้าโหดองครักษ์พิทักษ์รัฐมนตรีเดินเข้ามา หรือว่า คุณตำรวจหน้าโหดจะเป็นพ่อของเด็กคนนี้!!!! คุณตำรวจเห็นเด็กเลยรีบเข้ามาเล่นด้วยทันที เด็กร้องไห้!!!!?! เพราะตกใจหน้าตาอันน่ากลัวของแก งั้นคุณตำรวจก็ไม่ใช่พ่อเด็กสิ แล้วใครเป็นพ่อเด็กนี่หละเนี่ย!!?! คุณสุกานดา เอกสารที่ผมขอไว้หละ ผมเดินออกมาจากห้องทำงานเพื่อขอเอกสารจากคุณเลขา อ้าว มิ้นมาได้ไงเนี่ย! สาวน้อยวิ่งเข้ามากอดผม เอ๋!!!!!!!!!!! คุณเลขาและสาวจัสมินมองหน้าผมแล้วร้องออกมาพร้อมกัน ตกใจอะไรกัน?! ที่แท้ก็เป็นลูกของลุงหรอ เนี่ยนะฉายาหนุ่มโสดในฝันแห่งรัฐสภา หลอกกันชัดๆ เฮ้ย ไม่ใช่ลูกฉัน!! อ้าว แล้วลูกใครหละ ป๊ะป๋า~ สาวน้อยออกจากอ้อมกอดของผมแล้ววิ่งไปหาผู้ชายที่เพิ่งเดินเข้ามาจากลิฟท์ วิน หลานผมนั่นเอง! มิ้น!!! มาได้ไงเนี่ยลูก!!! เอ๋!!!!!!!!!!! สาวจัสมินและคุณเลขาร้องออกมาพร้อมกันอีกครั้ง วินพาลูกสาวไปนั่งเล่นที่โต๊ะทำงาน สาวจัสมินและคุณเลขามองไปแล้วก็ซุบซิบกัน ดูจะอึ้งมากที่หลานผมมีลูกแล้ว วินอุ้มลูกสาวขึ้นนั่งบนตักแล้วเล่นเกมในคอมพิวเตอร์กัน หัวเราะคิกคักสนุกสนานตามประสาพ่อลูก นี่มันเวลางานนะโว้ย!!! ออกมาหาป๊ะป๋าแล้วมะม๊ารู้รึป่าวคะ เวลาหลานผมคุยกับลูกนี่คนละเรื่องกับเวลาคุยกับคนอื่นเลยแฮะ มะม๊าจะมารับวันอาทิตย์ หรอ~ดีจัง มิ้นกับป๊ะป๋าจะได้อยู่กันตั้งอาทิตย์นึง งั้นเดี๋ยวเราไปเที่ยวกันนะ เฮ้ย! ผมขอขัดบทสนทนาพ่อลูกซะหน่อย ถ้าจะไปเที่ยวก็ไปนอกเวลางาน รู้แล้วน้า *********************** เลิกงานแล้ว ผมเตรียมตัวเก็บของกลับบ้าน น้าฝากมิ้นด้วย แกจะไปไหนหละ ฉันไม่ได้เอาหมวกกันน็อคเด็กมาด้วย ให้มิ้นกลับรถน้าดีกว่า หรอ โอเค... ไป! มิ้นขึ้นรถปู่ ผมอุ้มหลานตัวน้อยขึ้นรถแล้วขับออกไป ผมมองกระจกหลัง วันนี้ยัยจัสมินไม่ล่องหนเข้ามาในรถผมแฮะ แปลกจัง ผมกลับถึงบ้าน วันนี้คุณตำรวจหน้าโหดไม่อยู่ กลายเป็นคุณตำรวจคนอื่นแทน หายไปไหนของเค้านะ ผมนั่งทำงานต่อที่ชั้นล่าง ทำงานเพลินจนลืมดูเวลา 5ทุ่มแล้วหรอเนี่ย!! ดึกป่านนี้แล้วยัยจัสมินยังไม่กลับบ้านอีก ไปไหนของเค้านะ ผมกดโทรศัพท์หาเธอ เป็นสาวเป็นแส้แท้ๆดึกป่านนี้ยังไม่กลับบ้าน ฮัลโหล อยู่ไหนเนี่ย ดึกป่านนี้ยังไม่กลับอีก ตอนนี้ฉันกำลังรอจับโจรอยู่ เธอตอบด้วยเสียงกระซิบ ห๊ะ? ลุงใช่มั้ยที่เอาป้ายชื่อตำแหน่งรัฐมนตรีมาใส่ไว้ในเก๊ะของฉัน อ่อ ใช่ ฉันกะแล้วว่าโจรมันต้องหวนกลับมาอีกครั้ง ฉันก็เลยเอาป้ายกลับไปล่อมันในห้องลุง หมายความว่าไง ตอนนี้เธออยู่กับโจรหรอ!!!! ชู่วววว เบาๆหน่อยสิ ตอนนี้มันกำลังจะเข้าไปในห้องลุงแล้ว เฮ้! ไม่ต้องตามมันไปนะ ออกมาจากที่นั่นเลย ... ฮัลโหลๆ หายไปไหนแล้ว ฮัลโหลๆ เธอวางสายไปแล้ว มาวางอะไรตอนนี้เนี่ย!!! ผมรีบขับรถกลับไปที่กระทรวง ผมไปถึง ที่กระทรวงก็เต็มไปด้วยรถตำรวจ!! หรือว่า!! ยัยเด็กนั่นจะเกิดเรื่อง!!!! ผมรีบวิ่งไปที่ห้องทำงาน สิ่งที่ผมเห็นอยู่ตรงหน้าคือ โจรที่ถูกจับกุมโดยที่มือทั้ง2ข้างของมันติดหนึบอยู่กับป้ายชื่อของผม!! ฉันทากาวที่ป้ายชื่อลุงเองหละ ไง ไอเดียบรรเจิดใช่มั้ยหละ ยัยจัสมินตัวแสบโผล่มา!! เจิดบ้าเจิดบออะไรหละ!!!! ฉันเอากาวทาป้ายแปะกับโต๊ะลุงก่อน แล้วก็ทากาวที่ตัวป้าย ที่นี้พอโจรมามันจับหมับเข้าที่ป้ายก็หลุดไปไหนไม่ได้แล้ว ไอ้โจรนี่ก็โง่นะแทนที่จะใส่ถุงมือ ฉันถ่ายรูปเป็นที่ระลึกด้วย ยัยจัสมินโชว์ภาพที่ถ่ายจากกล้องมือถือให้ผมดู เป็นภาพเธอกับโจรที่ติดหนึบอยู่กับโต๊ะผม!! นี่มันเวลาไหนยังมีอารมณ์มาถ่ายรูปเล่นอีก! แล้วใครเป็นคนถ่ายรูปให้เนี่ย!!!? ผมเองครับ คุณตำรวจหน้าโหดโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ ที่แท้ ยัยจัสมิน กับ คุณตำรวจหน้าโหด ก็หายมาอยู่ที่นี่ด้วยกันนี่เอง แล้วพวกตำรวจรู้รึป่าวว่าฝีมือเธอ ป่าว ฉันบอกว่าลุงเป็นคนต้นคิด เอ๋!!!!!!!!! ผมรีบพายัยจัสมินตัวแสบขึ้นรถกลับบ้าน พร้อมสั่งสอนเธอชุดใหญ่บนรถ คราวหน้าไม่ต้องเลยนะ อยู่ดีไม่ว่าดีไปล่อให้โจรมาหา แล้วยังบอกตำรวจว่าเป็นความคิดฉันอีก ตายๆๆ ประชาชนจะคิดว่ารัฐมนตรีของพวกเค้าเป็นคนยังไงเนี่ย!? ภัทระฮีโร่พันธ์ใหม่ จับโจรด้วยกาว ห๊ะ? พรุ่งนี้ต้องมีพาดหัวอย่างนี้แน่ๆ ไม่!!!!!!!!!!!!!!!! *********************** วันต่อมาก็เป็นอย่างที่ยัยจัสมินว่า ข่าวฮีโร่พันธ์ใหม่อย่างผมดังกระฉ่อนไปทั่ว ผมเปิดดูข่าวในทีวีที่หน้าห้องทำงาน จากการสอบปากคำของตำรวจพบว่าผู้ต้องหามีความเกลียดชังรัฐบาล และมีความเชื่อในเรื่องไสยศาสตร์ เราจะไปฟังเสียงสัมภาษณ์ของท่านรัฐมนตรีภัทระกันนะคะ ทีวีตัดภาพมาที่ผม เป็นภาพการสัมภาษณ์ที่หน้ากระทรวงเมื่อเช้านี้ ท่านทราบได้ยังไงคะว่าคนร้ายจะกลับมาอีกครั้ง ผมก็ไม่แน่ใจนักหรอกครับ แต่รอบก่อนคนร้ายไม่ได้ป้ายชื่อไป ผมเลยคิดว่าคนร้ายอาจจะวกกลับมาหาอีกครั้งก็เป็นได้ ผมกดรีโมทปิดทีวี ทำไมผมต้องมาเล่นละครไปตามบทของเธอด้วยเนี่ย! ปิดทำไมหละลุง!! เมื่อกี้มีฉันด้วยนะเห็นป่าว!!! มีที่ไหนกันเล่า ก็หัวเล็กๆที่อยู่ตรงมุมนี้ไง ยัยจัสมินชี้นิ้วไปที่ทีวีอย่างตื่นเต้น อยากออกทีวีมากขนาดนี้ทำไมไม่เป็นฮีโร่ซะเองหละ โยนมาให้ผมทำไม!!! ตอนนี้กระแสความนิยมในตัวท่านดีขึ้นมากเลยนะคะ คุณสุกานดารายงาน .... ผมไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจดีที่เรตติ้งพุ่งกระฉูด ฉายาหนุ่มโสดในฝันแห่งรัฐสภา จะถูกเปลี่ยนเป็น ฉายา ฮีโร่กาวตราช้าง มั้ยเนี่ย!?! ขณะเดียวกันนั้นเอง ลิฟท์เปิดออก หลานผมเพิ่งมาทำงานแถมจูงลูกสาวมาด้วยอีกตะหาก ใครให้แกพาลูกมาทำงานด้วยเนี่ย แล้วจะให้ทิ้งลูกไว้ที่บ้านรึไง แกก็เอาไปให้แม่เด็กสิ น้าก็รู้ฉันไม่ค่อยได้อยู่กับลูก โอกาสดีดีอย่างนี้ฉันไม่อยากปล่อยให้หลุดไป ... ผมพูดไม่ออก เห็นใจมัน เพราะมันเลิกกับเมียมาตั้งแต่ลูกยังไม่เข้าอนุบาล เลยทำให้ไม่ค่อยได้เจอหน้าลูก เอาวะ ทนๆไป1อาทิตย์เพื่อความสัมพันธ์พ่อลูก! *********************** มื้อเที่ยง ผม วิน และน้องมิ้น นั่งทานข้าวในโรงอาหารของกระทรวงด้วยกัน ยัยจัสมินนั่งอยู่คนเดียวที่โต๊ะใกล้ๆกัน ตั้งใจดูทีวีในโรงอาหารอย่างจริงจัง น้องมิ้นลุกขึ้นเดินไปหายัยจัสมิน เอามือจับที่ชายเสื้อของเธอ ยัยจัสมินมองหน้าเด็กด้วยสายตารังเกียจ มีอะไร หนูปวดฉี่ ก็ให้พ่อพาไปสิ ไม่เอา ยัยจัสมินมองมาที่โต๊ะของเราด้วยสายตาอาฆาตแค้น!! แล้วเดินให้น้องมิ้นเกาะชายเสื้อตามมาที่ห้องน้ำ กะอีแค่พาเด็กเข้าห้องน้ำทำไมต้องโมโหขนาดนั้นด้วยนะ ออกมาจากห้องน้ำ น้องมิ้นของผมออกมาได้อย่างปลอดภัย ขอบคุณพระเจ้า.. ยัยจัสมินมาส่งหลานมิ้นที่โต๊ะของผม แล้วเอามือทุบโต๊ะเสียงดัง! ฉันลาครึ่งวัน! เอ๋!!!!!!!!!! แค่พาเด็กไปฉี่นี่โมโหจนต้องลางานเลยหรอเนี่ย!! ยัยจัสมินเดินออกไป ผมรู้สึกเหมือนเห็นคนเดินตามเธอไป.. คงไม่หรอกมั้ง.. ใครโง่เดินตามเธอไป คนนั้นก็เตรียมทำประกันชีวิตล่วงหน้าไว้ได้เลย *********************** หลายวันต่อมามีงานใหญ่ที่รัฐบาลเป็นเจ้าภาพ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. ผู้ใหญ่คนดังในบ้านเมืองมาร่วมงานกันเต็มไปหมด ผม คุณสุกานดา หลานวิน ยัยจัสมิน และน้องมิ้น ก็อยู่ในงานด้วย!! ซึ่งจริงๆแล้วมันควรมีแค่ผมกับคุณสุกานดา 3คนนี้มาทำไมกันเนี่ย!?! ยัยจัสมินมาเพราะอาหารบุฟเฟ่ที่เลี้ยงในงาน ส่วนน้องมิ้นตามมาเพราะชอบยัยจัสมิน??? หลานวินของผมก็เลยต้องตามลูกมาด้วย มากันเป็นห่วงโซ่อาหารเลยทีเดียว.. ผมและคุณสุกานดาแยกตัวออกมาจากแขกไม่ได้รับเชิญ เข้าร่วมงานในพิธีต่ออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทันใดนั้นเอง อยู่ดีๆ เด็กเสิร์ฟในงานคนนึงก็โผล่ขึ้นไปบนเวที แล้วถือเข็มฉีดยาขึ้นมา เค้าไปที่ไมโครโฟน นี่เป็นเลือดที่มีเชื้อHIV ถ้าไม่อยากตายก็ปล่อยไก่มา!!!! ปล่อยไก่???? อะไรของมันวะ อยู่ดีดีให้มาปล่อยไก่ ผมจะกลัวหรือจะขำดีหว่า? พวกแกจับเค้าไปทั้งๆที่เค้าไม่มีความผิด พวกแกต่างหากที่หลอกลวงประชาชน!! พระเจ้าจะลงโทษพวกแก อ๋อ หรือว่าไก่ที่ว่าจะหมายถึงโจรไสยศาสตร์ที่โดนมนต์ดำกาวตราช้างของยัยจัสมินไป หมอนี่คงจะเป็นพวกเดียวกับมันสินะ โจรในคราบเด็กเสิร์ฟกดเข็มฉีดยาให้เลือดไหลออกมา ทำเอาผู้คนในงานแตกตื่นวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น!! ยัยจัสมินเดินขึ้นไปบนเวที!! เธอทำจมูกดมๆเหมือนได้กลิ่นอะไรแล้วขยับเดินเข้าไปใกล้ๆโจรเด็กเสิร์ฟนั่น!! จะขึ้นไปทำไมเนี่ย!!!?! โจรเด็กเสิร์ฟหันหัวเข็มฉีดยาเข้าหาเธอแทนอาวุธ แต่ดูเธอจะไม่ตกใจกลัวเลยซักนิด ผมค่อยๆขยับตามเธอขึ้นไปที่เวที หอมดีนะ เธอพูดกับโจร หมายความว่ายังไงหอมดีนะ??? พอสบโอกาสผมและหลานวินนักมวยเก่าที่ซุ่มอยู่อีกฟากของเวทีสบสายตากันส่งสัญญาณให้เข้าล็อคตัวโจรเด็กเสิร์ฟพร้อมกัน!! สถานการณ์ตอนนี้วุ่นวายมาก นักข่าวกดชัตเตอร์กันให้ควั่ก เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกรูกันเข้ามาขึ้นเวที ยัยจัสมินก้มลงหยิบเข็มฉีดยาที่ตกบนพื้นขึ้นมา เธอดมมันและกดฉีดเลือดเข้าปากตัวเอง!!!!! โอ้มายก้อด!!! อือ อร่อยดี ซื้อที่ไหนหรอ ยัยจัสมินหันมาถามโจร เธอจะบ้าหรอ กินมันเข้าไปทำไม!!!!!?! ผมจะบ้าตาย!! อุตส่าห์มาช่วยแท้ๆ นี่ไม่ใช่เลือด ห๊ะ? นี่เป็นชากุหลาบ เห~!!!!!!!! และผมก็ตกเป็นพาดหัวข่าวอีกครั้ง ภัทระสู้! ใจเด็ดจับโจรเข็มฉีดยา ไม่!!!!!!!!!!!!!! *********************** วันนี้เป็นวันที่แม่น้องมิ้นจะมารับเธอกลับบ้านไป ไปเที่ยวกันเถอะ! ยัยเข็มฉีดยาเสนอชวนพวกเราไปเที่ยว ทำไมฉันต้องไปเที่ยวกับเธอด้วย เอาแล้วมวยคู่เอกของบ้าน หลานผมกับยัยจัสมินเริ่มตั้งท่าจะทะเลาะกันอีกแล้ว ป๊ะป๋า น้องมิ้นอยากไปเที่ยว โอเค งั้นไปกันเถอะ ลูกพูดคำเดียว ตกลงไปซะงั้น!!?! ผมเลยโดนลากพ่วงตามมาด้วย เธอขับรถเต่าของผมพาพวกเรามา เธอพามาเที่ยวที่ไหนเนี่ย? สนามมวยเนี่ยนะ!!!! เธอพามาที่นี่ทำไม แกล้งกันใช่มั้ย หลานผมโวยวายด้วยความไม่พอใจ ผมเข้าใจความรู้สึกมัน คนที่เพิ่งหมดหวังจากอาชีพเก่าถูกพามายังสถานที่ที่ทำให้หวนนึกถึงความทรงจำเก่าๆ.. ฉันกลับหละ เดี๋ยว!!! บ่นอยากสร้างประวัติศาสตร์นักไม่ใช่หรอ? ... เข้าไปเถอะ เราทั้ง4คนเข้ามาข้างในสนามมวย เธอกับน้องมิ้นเชียร์มวยด้วยกันเสียงดัง ไปสนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่!? ผมมองหลานผมที่นั่งทำหน้าเซ็งอยู่ข้างๆ หมดยกแล้ว หลานผมลุกจะกลับบ้าน ยัยจัสมินโดดขึ้นเวทีมวย แข่งกันหน่อยมั้ย เธอท้านักมวยที่เพิ่งจะชนะไปในการชกเมื่อซักครู่นี้ ฉันไม่ชกกับผู้หญิง ก็ไม่ได้บอกให้ชกกับฉันนี่ นู่น..ชกกับคนนู้น เธอชี้ไปที่วิน หลานผม!!! พี่วิน!! โอ๊ะ ดูเหมือนนักมวยนี่จะรู้จักหลานผมแฮะ ผมชอบพี่มากเลยครับ พี่มาดูด้วยหรอครับเนี่ย อ่อ..อือ... เป็นเกียรติมากเลยครับที่จะได้ชกกับพี่ อ้ะ ใส่ซะสิ ยัยจัสมินส่งนวมให้หลานผม ที่นี่ไม่ใช่งานวัด แล้วนักมวยนี่ก็เป็นมืออาชีพไม่ใช่เด็กอายุ18 ... เชิญสร้างประวัติศาสตร์ซะให้พอใจ จะได้ไม่ต้องมาบ่นให้รำคาญอีก เธอผูกเชือกนวมให้หลานผม แล้วไปนั่งข้างๆน้องมิ้น ป๊ะป๋าสู้ๆ ที่แท้วันนั้นเธอก็ฟังอยู่สินะ วันที่หลานผมแปลงร่างเป็นยอดรัก สลักใจ เมาแล้วบ่นพร่ำเพ้อถึงการขึ้นสังเวียนครั้งสุดท้าย ยัยเด็กนี่ก็ทำเรื่องดีๆเป็นเหมือนกันแฮะ หมดยก หลานผมมันได้สร้างประวัติศาสตร์การชกครั้งสุดท้ายอย่างสวยงามแล้ว ขอบใจนะ หลานผมพูดขอบคุณเธอ เปลี่ยนเป็นเงินแทนได้มั้ย ห๊ะ!!?? ยัยตัวร้ายก็ยังเป็นยัยตัวร้ายอยู่ดี!!! *********************** กลับมาถึงบ้าน คุณแม่ของน้องมิ้นมายืนรออยู่หน้าบ้าน สวัสดีค่ะน้าภัทร ไม่เจอกันนานเลยนะ เธอยิ้มตอบผม ไปมิ้น แม่มารับแล้ว หนูไม่อยากกลับ คุณพ่อคุณแม่ยังสาวมองหน้ากัน ไม่ได้นะคะ หม่าม๊ามารับแล้ว อย่าทำให้หม่าม๊าลำบากใจสิคะ หลานผมพูดกับลูกสาว เวลามันพูดคะขากับลูก ผมฟังแล้วไม่ชินซักที น้องมิ้นฟังคุณพ่อแล้วก็เดินขึ้นรถไปกับคุณแม่ หลานผมมองตามจนรถหายไป ผมตบไหล่มันเบาๆแทนคำพูดปลอบใจ น้าไปเที่ยวกันมั้ย เที่ยวไหนอีกหละ ตอนกลางคืนมันมีให้เที่ยวซักกี่ที่หละ มันยิ้ม! ชิ ไอ้บ้า!!! ลูกเมียเพิ่งกลับไปได้ไม่ถึง5นาที ชวนไปเที่ยวกลางคืนแล้ว สมแล้วที่ถูกเมียทิ้ง ขอไอ้ที่ตบไหล่ปลอบใจเมื่อกี้คืนได้มั้ยเนี่ย!! ฉันไม่ไปหรอก ขี้เกียจเป็นข่าว แกอยากไปก็ไปคนเดียวเหอะ ไม่ไปก็ไม่ไป มันเดินกลับเข้าไปในบ้าน ผมหละสงสารน้องมิ้นจริงๆที่มีพ่อแบบมัน ลุง อ้าว นึกว่าเข้าไปในบ้านแล้ว ยัยจัสมินเรียกผมจากในรถ ไปนี่เป็นเพื่อนหน่อยสิ ไปไหน? ผมขึ้นรถมากับเธอ เธอจะพาผมไปไหนเนี่ยดึกป่านนี้ ถนนข้าวสารนี่เฮ้ย! ขับมาแถวนี้ทำไม!? ผมไม่เที่ยวกลางคืนนะครับ เธอขับวนไปวนมา ไม่จอดที่ไหนซักที ตกลงจะพาผมไปไหน!!?! เราจะไปไหนกันเนี่ย? ลุงมองข้างหลังสิ ผมหันหัวไปเพื่อจะมองด้านหลัง เธอเอามือยันหัวผมให้กลับไปมองข้างหน้าที่เดิม!? อะไรว้า~ มองที่กระจกมองหลังสิ ผมมองที่กระจกตามคำสั่งเธอ รถคันนั้นหน่ะตามเรามาตั้งแต่ที่สนามมวยแล้ว เห?! ยัยจัสมินจอดรถที่ข้างทาง รถคันนั้นก็จอดตาม!! เธอเปิดประตูจะลงจากรถ เฮ้! เดี๋ยวฉันลงเอง ผมอาสาลงไปเอง พอผมเดินไปที่รถคันต้องสงสัย รถคันนั้นก็ขับออกไปเลย! ผมกลับเข้าไปนั่งในรถ เธอคิดไปเองมั้ง ... กลับกันเถอะ *********************** เช้าวันต่อมา นี่เมื่อคืน2คนหายไปไหนกันมาห๊ะ? ป่าวนี่ ผมตอบหลาน ไปเที่ยวไม่ชวนเลยนะ หลานผมทำเป็นงอน ยัยจัสมินหยิบหนังสือพิมพ์มาอ่าน ลุง!! มีข่าวลุงอีกแล้ว!!!!!!! ข่าวโจรเข็มฉีดยานั่นหน่ะหรอ ไม่ใช่ แล้วข่าวอะไร กาวตราช้าง? ข่าวดีๆทั้งนั้น.. ข่าวฉันกับลุง ห๊ะ? ผมอ่านพาดหัวข่าวหน้าหนึ่ง ภัทระหนุ่มโสดลวงโลก กกเด็กสาวไว้บ้าน! เอ๋!!!!!!!!!!!!!!!!! ข่าวผมจริงๆด้วย!! แถมมีรูปประกอบ!!! เป็นรูปผมกับยัยจัสมินยืนคุยกันหน้าบ้าน นี่มันตอนที่เธอจะออกไปเซเว่นแล้วผมเดินตามออกมาฝากให้ซื้อขนมปังนี่หน่า!! ไหนอ่านต่อเนื้อในซิ ข้างในยังมีภาพอีก!!! ไหน ฉันดูบ้าง หลานผมเข้ามาอ่านด้วย เฮ้ย!! นี่มันภาพที่สนามมวยเมื่อวานนี่ ทำไมมีแต่ภาพน้ากับยัยนี่ ไม่เห็นมีภาพฉันเลย! ที่แท้ไอ้รถต้องสงสัยเมื่อวานก็เป็นพวกนักข่าวนี่เอง มันคงตามประกบผมกับยัยจัสมินมาได้ซักระยะแล้ว เดี๋ยวฉันออกไปทำงานก่อน แกไปพร้อมเธอนะ ทำไมฉันต้องไปพร้อมยัยนี่ด้วย เออน่า ฉันบอกให้ทำอะไรก็ทำเถอะ ผมขับรถมาถึงที่กระทรวง แล้วก็เป็นอย่างที่คาดไว้ นักข่าวมารอทำข่าวฉาวเต็มไปหมด ผู้หญิงที่อยู่ในภาพมีความสัมพันธ์อย่างไรกับท่านคะ เธอเรียกผมว่า ลุง หน่ะครับ เธออาศัยอยู่ที่บ้านท่านจริงหรือเปล่าคะ ใช่ครับ....อ้อ มีหลานชายผมอยู่ด้วยอีกคนนะครับ แล้วในภาพที่ไปเที่ยวด้วยกัน2คน ปกติไปด้วยกันบ่อยมั้ยคะ ไม่เลยครับ ผมไม่ค่อยมีวันหยุดหรอกครับ และจริงๆที่ไปนี่ก็ไม่ได้ไปกันแค่2คน หลานชายอีกคนก็ไปด้วย นี่ถ้าภาพตัดมาเป็นผมกับหลานชายสงสัยคงเป็นพาดหัวข่าวคู่เกย์แน่ๆเลย ผมหัวเราะ ท่านยังเป็นโสดรึป่าวคะ ครับ ยังโสดครับ ถามอย่างนี้คิดอะไรกับผมรึป่าวครับ ผมหัวเราะปล่อยมุกใส่นักข่าว ขอตัวก่อนนะครับ ผมพูดจบก็ชิ่งนักข่าวหนีขึ้นกระทรวง เวลาเดียวกันนั้น หลานผมกับยัยจัสมินมาถึงที่กระทรวงพอดี พอนักข่าวเห็นหน้าเธอก็เข้าไปรุมขอสัมภาษณ์ น้องทำงานที่นี่หรอคะ เธอเอื้อมตัวไปมองกระจกรถมอเตอร์ไซด์ แล้วจัดแต่งทรงผมก่อนจะตอบคำถาม!!! ค่ะ ใช่ มีความสัมพันธ์ยังไงกับท่านรัฐมนตรีภัทระคะ? ฉันไม่อยากมีความสัมพันธ์อะไรกับเค้าหรอกค่ะ หลานผมเหยียบเท้ายัยจัสมิน ตอบบ้าอะไรของเธอเนี่ย!! ถ้าอยู่ที่นี่เค้าเป็นเจ้านาย แต่ถ้าที่บ้านเค้าเป็นลุงค่ะ ตอบได้ดี ตอบได้ดี นี่ออกอากาศสดอยู่ใช่มั้ยคะ ค่ะ งั้นขอพูดอะไรหน่อยได้มั้ยคะ ... เธอคว้าไมค์มาจากมือนักข่าวเฉ๊ย! พ่อ ดูอยู่ป่าว ฉันออกทีวีนะ เห็นมั้นๆ ต้นลิ้นจี่ออกลูกยัง ถ้าออกแล้วส่งมาให้ด้วยนะ เธอพูดจบก็ส่งไมค์คืนให้นักข่าวแล้วเดินจากไป ออกอากาศไปทั่วประเทศไทยแล้วจ้า *********************** 2-3วันต่อมา มีพัสดุกล่องใหญ่ส่งมาที่บ้านผม ใครส่งอะไรมานะ? ผมแกะดู ลิ้นจี่งั้นหรอ? ใครส่งมาเนี่ย!? อ้ะ มาแล้วหรอ ยัยจัสมินโผล่มาแล้วคว้าลิ้นจี่ไปกิน ของเธอหรอ? อือ พ่อส่งมา เอ๋ จากสวนหมอแพ้วเลยหรอเนี่ย กินซิ หลานผมเดินลงมาจากข้างบนพอดี กินไรกันหน่ะ ว่าแล้วมันก็มาร่วมวงรับประทานลิ้นจี่ ผมแกะกินลิ้นจี่ทาน อร่อยจริงๆครับ ตอนผมเจอกับหมอแพ้วเมื่อสิบปีที่แล้ว หมอแพ้วก็เด็ดลิ้นจี่จากสวนของแกให้ผมทานด้วยเหมือนกัน ผมนั่งรำลึกถึงความหลังเมื่อครั้งยังเป็นแค่ส.ส.หน้าใหม่.. เผลอแป๊บเดียว จะหยิบลิ้นจี่มากินต่อ หลานผมกับยัยจัสมินกินหมดแล้ว!!!!!!!!!! กินเร็วอะไรขนาดนี้!!!!??! เล่นมายากลกันรึไง อ้ะ เธอพูดขึ้นมา ยัยจัสมินเดินไปที่ปฏิทินที่แขวนอยู่ หยิบปากกาแดงบนโต๊ะขึ้นมาแล้ววงไปที่ วันที่ 1 ของปฏิทิน วันที่1มีอะไร หวยออกรึไง ผมไม่เล่นหวยนะครับ วันเกิดฉัน อย่าลืมของขวัญนะลุง.. พี่ด้วย เธอบอกผมและไอ้วิน ทำไมฉันต้องให้ของขวัญเธอด้วย เราซี้กันหรอ ผมถาม .... ยัยจัสมินนิ่งไปครู่นึง แล้วควักกระดาษใบนึงออกมาจากกระเป๋า ฉันจะเอารูปนี้ลงอินเตอร์เนต ช่วยเอาลงให้หน่อยสิ เธอส่งกระดาษใบนั้นให้ผม เห!??!!!!!! เป็นรูปผมตอนนอนหลับอยู่แล้วใส่หมวกพยาบาล??!!! หมวกพยาบาลมาจากไหน??? แล้วทำไมต้องหมวกพยาบาล???!!!! เพราะผมเป็นรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขงั้นหรอ?! ไม่เกี่ยวกันเลยนะ!!!!! เธอแอบเข้าห้องฉันหรอ!! ไม่ได้แอบ ตั้งใจเข้าไปเลยหละ แล้วทำไมไม่เข้าห้องไอ้วินหละห๊า มาห้องฉันทำไม!!?~ ผมโบ๊ยให้หลานซะงั้น ทำไมฉันต้องย่องเข้าห้องคนมีลูกมีเมียแล้ว ก็เลยย่องเข้าห้องนอนหนุ่มโสดในฝันแห่งรัฐสภาอย่างผมงั้นหรอ!!! นี่มันเหตุผลบ้าบออะไรกันเนี่ย!?! ผมเผารูปทิ้ง ทำลายหลักฐาน!! เธอมองจนผมเผาเสร็จ คิดหรอว่าจะมีแค่ใบเดียว หึยยย....ย ยัยตัวแสบ ผมอยากจะบ้าตาย!!!! ถ้ารูปนี้ถูกปล่อยออกไป ต้องกลายเป็นพาดหัวข่าวใหญ่อีกครั้งแน่ๆ ผมอาจได้รับฉายาใหม่เป็น รัฐมนตรีโรคจิต!!! ไม่ได้การแล้ว!!!!!! อย่าลืมนะ วันที่1 ของแบรนด์เนมฉันไม่เอานะ เธอพูดจบก็เดินจากไป อย่าว่าแต่ของแบรนด์เนมเลย ของไม่มียี่ห้อผมก็ไม่อยากซื้อให้หรอก! ตกลงนี่ผมถูกแบล็คเมย์เพื่อแลกกับของขวัญวันเกิดเนี่ยนะ!?! *********************** ถึงไหนแล้วเนี่ย ออกมาข้างนอกแล้ว เนี่ยกำลังจะเรียกTaxi ผมโทรหายัยจัสมินจากที่กระทรวง สายป่านนี้แล้ว ยังไม่โผล่หัวมาทำงานอีก! และที่แย่ไปกว่านั้น เอกสารสำคัญที่ผมต้องเอาไปให้แขกคนสำคัญจากประเทศจีนก่อนที่เค้าจะขึ้นเครื่องกลับประเทศในวันนี้ มันอยู่ที่เธอ!!! ขี้นรถมายัง ยัง Taxiไม่จอดซักคัน รีบหาทางมาที่นี่ให้เร็วที่สุดเดี๋ยวนี้เลย!!!! เสียงเบรกเอี๊ยดดังมาทางโทรศัพท์ ฮัลโหล เกิดอะไรขึ้น เป็นไรรึป่าว! ไม่เป็นไร สบายดี ฉันยืนขวางหน้ารถ Taxiเลยจอดให้ หา ยืนขวางหน้ารถเลยเร๊อะ! ยัยนี่ทุ่มเทจริงๆ รีบๆมาเร็วๆเลยนะ .... ฮัลโหลๆ ทำไมเงียบไปเนี่ย ยังอยู่รึป่าว ฮัลโหล... เธอวางสายไปแล้ว อะไรว้า~ ในขณะที่ผมกำลังรอเอกสารสำคัญจากยัยจัสมินอย่างใจจดใจจ่อ หารู้ไม่เลยว่า ยัยจัสมินกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่สมควรจะประกาศภาวะฉุกเฉินบนรถTaxiเป็นที่สุด!!! พี่ ไปกระทรวงสาธารณสุข ด่วนเลย ยัยจัสมินขึ้นไปนั่งที่นั่งข้างคนขับTaxiหลังจากเอาชีวิตเข้าแลกยืนขวางหน้ารถ คนขับท่าทางแปลกๆ ไม่ยอมออกรถ ชำเลืองสายตามองไปที่กระจกมองหลัง มีปืนจ่อมาที่หัวคนขับTaxi!!!! เห!!!! นี่มีคนนั่งอยู่ข้างหลังด้วยหรอเนี่ย!?! ยัยจัสมินตั้งท่าจะออกจากรถ ปืนถูกย้ายตำแหน่งมาจ่อที่หัวเธอแทน!!! ขับไปต่อ!! ยัยจัสมินเอ๊ย ขวางหน้ารถคันไหนไม่ขวาง ดันมาขวางคันนี้ ตื่นๆมีเรื่องแล้วววว...ว!! พี่ขับไปที่กระทรวงก่อนเถอะนะ ฉันรีบจริงๆ ต้องเอาเอกสารไปให้เค้า คนขับTaxiไม่ตอบอะไร ได้แต่นั่งเหงื่อออกท่ามกลางอุณหภูมิในรถที่เย็นเฉียบ!!! รถติดไฟแดง คนขับTaxiหนีลงจากรถ!!!! ยัยจัสมินสบโอกาสจะหนีตามบ้าง คนร้ายเอาปืนจ่อเข้าที่หัวของเธอจนปืนกับหัวแทบจะติดเป็นเนื้อเดียวกัน เธอไปขับซิ ... ยัยจัสมินย้ายก้นตัวเองไปนั่งที่นั่งคนขับ และฝ่าไฟแดงซิ่งออกไปตามคำสั่ง!!! จะให้ขับไปไหนอ่ะ พัทยา เห......ฉันไม่ได้เอาครีมกันแดดมา เวลาอย่างนี้ ยังคิดจะไปเที่ยวทะเลอีกรึ!!!?! เธอขับไปทางกระทรวงสาธารณสุข นี่เธอจะขับไหนเนี่ย!?! คนร้ายเริ่มไหวตัวทัน ว่านี่ไม่ใช่เส้นทางที่ต้องการ โทรศัพท์ยัยจัสมินดังขึ้นมา ผมโทรไปเอง อย่าเล่นตุกติกนะ คนร้ายพูดกับเธอ ฮัลโหล อยู่ไหนแล้วเนี่ย ใกล้ถึงหน้ากระทรวงแล้ว ลุงออกมารอข้างนอกเลยนะ รถมาถึงหน้ากระทรวง มาถึงยัง ถึงแล้วๆ ฉันเห็นลุงแล้ว แล้วเธออยู่ที่ไหนเนี่ย อยู่ในรถTaxi เอ้า แล้วไม่ลงมา ลงไปไม่ได้ อะไร? ลงไปไม่ได้ เอาน่า ลุงเห็นมั้ยTaxiเขียวเหลืองอ่ะ อ่อ เห็นแล้วๆ ผมเดินไปที่รถTaxiสีเขียวเหลือง ผมมองแบบไม่ค่อยแน่ใจ ยัยจัสมินไปนั่งอะไรที่นั่งคนขับTaxiเนี่ย!!!?! ผมเปิดประตูรถออก ไปนั่งทำอะไรตรงนั้นอ่ะ ปืนจ่อมาที่หัวของผม ขึ้นมา ผมขึ้นไปนั่งข้างๆยัยจัสมินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อ่ะ เอกสาร เธอส่งเอกสารให้ผม มาให้เอกสารตอนนี้จะทำอะไรได้!!!!! ออกรถ! ผม ยัยจัสมิน และคนร้าย นั่งรถมาด้วยกันเรื่อยๆท่ามกลางความเงียบ ผมค่อยๆหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วแอบกดปุ่มเพื่อพิมพ์ข้อความขอความช่วยเหลือ ผมรู้สึกเหมือนมีอะไรซักอย่างมาแตะที่หัวของผม.. ปืนนี่เอง
คุณโจรริบโทรศัพท์มือถือของผมและยัยจัสมินไป รุ่นนี้ถ่ายรูปได้ด้วยนะครับ! ยัยจัสมินกดเปิดวิทยุ รายงานข่าวด่วน มีคนร้ายสวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้าบุกเข้าปล้นร้านทองในห้างดังใจกลางเมือง หนีขึ้นรถTaxiสีเขียวเหลือง ทะเบียนรถ..... ผมและยัยจัสมินมองไปที่กระจกมองหลังพร้อมกัน คนร้ายปล้นร้านทองอยู่ข้างหลังพวกเรานี่เอง ยัยจัสมินขับรถมาเรื่อยๆ ด้านหน้ามีด่านตรวจอยู่ พวกเรารอดแล้ว!!! ชับฝ่าไป! คนร้ายเอาปืนจ่อหัวเธออีกแล้ว ยัยจัสมินเลยต้องซิ่งฝ่าด่านตำรวจไป ทำให้รถตำรวจขับตามเรามา นี่พี่ ฉันว่าพี่หนีไม่รอดแล้วหละ มอบตัวเหอะ โทษหนักจะได้เป็นเบา หุบปาก!!!! ขับเร็วกว่านี้อีก!!! ยัยจัสมินซิ่งจนคลาดกันกับตำรวจ!?! รู้ว่าซิ่งรถเก่ง แต่ตอนนี้ไม่ต้องเก่งก็ได้!!!!! ยัยจัสมินซิ่งมาจนถึงพัทยา เอ๊ะ.. นั่นอะไรอ่ะ อะไร? ข้างหน้านั่นไง รถพยาบาลเพียบเลย คนร้ายขัดบทสนทนาด้วยการเอาปืนยื่นมาจ่อตรงช่องว่างตรงกลางระหว่างผมและยัยจัสมิน พวกเราจะไม่คุยกันอีกแล้วครับ.. เราขับรถไปเรื่อยๆจนถึงย่านปลอดคน ถนนทั้งเส้นมีแค่รถTaxiคันนี้คันเดียว ยัยจัสมินขับมาทางเปลี่ยวทำไมเนี่ย!!?! ยัยจัสมินจอดรถกลางถนน จอดรถทำไม!! คุณโจรโวยวาย น้ำมันหมด.. บ้าเอ๊ย!!!! น้ำมันหมด ขอบคุณสวรรค์!!! ผมคงเป็นคนเดียวในโลกที่ดีใจสุดๆที่น้ำมันหมดกลางทางในที่เปลี่ยว ไร้ปั๊มน้ำมัน ไร้คนช่วยเหลือ คุณโจรใช้ปืนบังคับขู่ผมและยัยจัสมินให้เดินลงจากรถ และให้ยกมือขึ้นเหนือศีรษะเดินนำหน้าไป เรา3คนเดินผ่านหลักกิโลมาไม่รู้กี่หลัก ยัยจัสมินบ่นหิวตลอดทาง ผมปวดอึแทบตายยังไม่กล้าบ่นซักคำ เดินมาเรื่อยๆจนมาเจอกับวัดเก่าๆแห่งหนึ่ง ใช่ครับ ที่นี่คือวัดจริงๆ โจรปล้นร้านทองพาตัวประกันหนีมาหลบในวัดครับ!! ผมตั้งนโม3จบในใจแล้วอธิษฐานขอพรให้รอดออกไปได้ ภายในวัด บรรยากาศข้างในช่างเงียบสงบเหมือนวัดร้างอย่างไงอย่างงั้น ทั้งวัดมีพระยืนกวาดลานวัดอยู่1รูปครับ!! พระมองพวกเรา3คนที่มีท่าทางแปลกๆ เป็นใครก็ต้องมองครับถือปืนเด่นซะขนาดนั้น มีข้าวเหลือบ้างมั้ยคะ ยัยจัสมินไม่รีรอขอข้าววัดกินทันที สีการอซักครู่นะ.. อ่อ แล้วโยม2คนจะเอาด้วยมั้ย คุณโจรพยักหน้าเบาๆ ผมหยักหน้าตาม กองทัพต้องเดินด้วยท้อง โจรปล้นร้านทองก็ต้องกินข้าวเหมือนกันนะครับ หลวงลุงยกกับข้าวมาให้พวกเรา หลวงลุง ผม และยัยจัสมิน นั่งอยู่ใกล้ๆกัน ส่วนคุณโจรแยกตัวไปนั่งห่างออกไปอีกหน่อย สายตาคอยสอดส่องระวังภัยรอบทิศทางตลอดเวลา มาเที่ยวกันหรือโยม ... หลวงลุงครับ.. ปืนนะครับ ปืน หลวงลุงคิดว่านั่นเป็นปืนฉีดน้ำแล้วเรากำลังจะไปเล่นสงกรานต์กันรึไงครับ ผมอยากสรงน้ำพระขึ้นมาทันที ทันใดนั้นเอง ผมรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงรถหวอ เรารอดแล้วครับ! คุณโจรมองซ้ายมองขวาเหมือนจะทำอะไรซักอย่าง มันมองมาที่ผม ยัยจัสมิน และเจ้าอาวาส เหมือนตัดสินใจจะเลือกอะไรซักอย่าง อย่ามองมาทางนี้ บาปนะโยม หลวงลุงรีบออกตัวก่อน แล้วคุณโจรก็เลือกผมและยัยจัสมิน.. มันใช้ปืนขู่ให้พวกเราไปซ่อนตัวในกุฏิเพื่อใช้เราเป็นตัวประกันต่อรองกับพวกตำรวจ คุณโจรใช้ปืนขู่ผมอีกครั้ง บังคับให้ผมโผล่หน้าออกไปที่ประตูเพื่อเจรจากับตำรวจ นักข่าวตกใจฮือฮากันใหญ่ที่เห็นว่าตัวประกันคือรัฐมนตรีรูปหล่อชื่อดังอย่างผม ช่างภาพรัวแฟลตกันแทบไม่หยุดพักหายใจเลยทีเดียว บอกไปว่า ฉันต้องการเฮลิคอปเตอร์ หา?! ผมตกใจกับข้อเสนอในการต่อรองกับตำรวจของคุณโจร ที่นี่จอดเฮลิืคอปเตอร์ไม่ได้หรอก ... คุณโจรนิ่งเงียบไปครู่นึง บอกไปว่า ฉันต้องการรถยนต์ป้ายแดงน้ำมันเต็มถัง ทำไมต้องป้ายแดงด้วยว้า~ ผมเจรจากับตำรวจในขณะที่มีปืนจ่อหัวอยู่ อยู่ดีดียัยจัสมินก็สบโอกาสเข้ามาล็อคคอโจร!!! เธอพยายามจะต่อสู้กับโจร ผมเห็นท่าไม่ดีเลยเข้าไปช่วย ปัง!!! เสียงปืนดังขึ้น! เกิดอะไรขึ้น!! ยัยจัสมินถูกยิง!!! ในขณะที่ผมกำลังยื้อแย่งปืนกับโจร ปืนลั่นไปโดนเข้าที่เธอ ตำรวจเข้ามาจัดการจับโจรได้ในตอนจบ ผมตามยัยจัสมินไปที่โรงพยาบาล ระหว่างนั้นก็ต้องให้การกับตำรวจ และตอบคำถามนักข่าวมากมาย ใจผมเต้นไม่เป็นจังหวะ นี่ผมยิงเธอใช่มั้ย จัสมิน..เธอจะตายมั้ย.. ระหว่างนั้นเอง มีพยาบาลออกมาจากห้องผ่าตัดท่าทางกระวนกระวาย ผมรุดเข้าไปถามเธอ มีอะไรรึป่าวครับ คือ คนไข้ขาดเลือดมากค่ะ แล้วเลือดสำรองก็ไม่มีเหลือเลย โรงพยาบาลไม่มีเลือดสำรองเนี่ยนะ เป็นไปได้ยังไง!!? ตอนนี้ผมไม่รู้ว่าผมโกรธในฐานะที่ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หรือว่า ผมโกรธในฐานะประชาชนที่ได้ีรับความเดือดร้อนจากการบริการของเจ้าหน้าที่ของรัฐกันแน่ คือที่อำเภอเมืองมีรถชน20กว่าคันค่ะ โรงพยาบาลในเมืองขาดเลือดเลยขอให้โรงพยาบาลเราส่งไปให้ อ๋อ ที่เห็นรถพยาบาลเยอะๆนั่นเอง มาชนอะไรวันนี้น้า! ต้องการเลือดกรุ๊ปอะไร BหรือOก็ได้ค่ะ ผมกรุ๊ปO เอาเลือดผมไปเลย งั้นเชิญทางนี้เลยค่ะ พยาบาลพาผมไปเจาะเลือด แล้วนำเลือดของผมไปช่วยชีวิตยัยจัสมิน ผมนั่งรอที่หน้าห้องผ่าตัด ภาวนาขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อย่าให้ยัยจัสมินเป็นอะไรไปเลย เวลาผ่านไปหลายชัวโมง คุณหมอเดินออกมา ภาพตอนนี้เหมือนในหนังในละครที่เราเคยเห็นกันอยู่บ่อยๆ มีอยู่2อย่างที่หมอจะพูดกับเรา 1. คนไข้ปลอดภัยแล้วครับ 2. เสียใจด้วยนะครับ อย่าพูดข้อ2นะครับ!!! คนไข้ปลอดภัยแล้วครับ ค่อยยังชั่ว ขอบคุณคุณหมอที่เลือกข้อ1 ให้นอนรอดูอาการซัก3-4วัน ถ้าไม่พบการติดเชื้อ ไม่มีอาการอื่นแทรกซ้อน ก็กลับบ้านได้ ขอบคุณมากครับ ผมตามเข้าไปเยี่ยมยัยจัสมินในห้อง เธอยังหลับอยู่เพราะฤทธิ์ยาสลบ ระหว่างที่รอเธอตื่น ผมได้ยินเสียงดังโวยวายข้างนอกห้องเลยเดินออกไปดู หมอแพ้ว พ่อของยัยจัสมิน กำลังยืนทะเลาะกับพยาบาลอยู่!! มะลิลาอยู่ห้องไหน? ไม่มีคนไข้ชื่อนี้นะคะ จะไม่มีได้ไง พิมพ์ถูกรึป่าว คอมพิวเตอร์หน่ะใช้เป็นมั้ย หมอแพ้วต่อว่าพยาบาลหาว่าพิมพ์ค้นหาชื่อค้นไข้ผิด ผมหันไปมองป้ายชื่อหน้าห้องคนไข้ ไม่ใช่มะลิลาแต่เป็นจัสมินครับ! นี่ลงทุนขนาดเปลี่ยนชื่อในทะเบียนราษฎร์จริงๆเลยหรอเนี่ย!! หมอแพ้วครับ อ้ะ ท่านส.ส.! ห้องนี้ครับ ผมและหมอแพ้วเดินเข้ามาในห้อง เรายืนคุยกันที่ข้างเตียง ยัยจัสมินยังไม่ตื่น หมอว่ายังไงบ้างหละ เค้าว่าให้นอนรอดูอาการซัก3-4วันครับ ถ้าไม่มีอะไรก็กลับบ้านได้ อืม ประตูห้องเปิด น้าภัทร หลานผมมา เป็นไงบ้าง ยังไม่ตื่นเลย งั้นหรอ... แล้วไปทำบ้าอะไรกันในวัดเนี่ย หมอแพ้วตบหัวหลานผมครับ ตีผมทำไมเนี่ยลุง!!?! พูดจากับท่านส.ส.ให้ดีดีหน่อย! หมอแพ้วเยี่ยมมากครับ หมอแพ้วดื่มน้ำอะไรครับ เดี๋ยวผมจะออกไปซื้อ ไม่เป็นไรๆ ท่านส.ส.ไปเถอะ น้า ฝากซื้อโค้กด้วย หมอแพ้วตบหัวหลานผมอีกครั้ง เป็นเด็กกว่าไปใช้ผู้ใหญ่ได้ยังไง! หมอแพ้วครับ หมอคือไอดอลของผม!! *********************** ผมออกไปซื้อน้ำดื่มที่เซเว่น เหลือบไปเห็นขนมm&mของโปรดของยัยจัสมินเลยซื้อไปฝากซักหน่อย เดินออกมาข้างนอกมีคนขายล็อตเตอรี่อยู่หน้าร้าน ดึกอย่างนี้จะขายใครครับ! พรุ่งนี้รวยจ้าพรุ่งนี้รวย อ้ะ จริงสิพรุ่งนี้วันที่1 วันหวยออก วันเกิดยัยจัสมินนี่หน่า เหมือนอะไรอะไรจะเป็นใจไปหมด ร้านเค้กอยู่ตรงหน้าผมนี่เอง ย่านการค้าแถวนี้ไม่คิดจะหลับจะนอนกันเลยรึไงครับ ผมสั่งเค้กให้ยัยจัสมิน1ก้อน ผมมองขนมm&mที่เพิ่งซื้อมาแล้วนึกอะไรดีดีออก ผมขอให้เจ้าของร้านเค้กช่วยเอาขนมm&mมาเรียงเป็นตัวอักษรหน้าเค้กเขียนว่า Happy Birthday ช่วยใช้แต่เม็ดสีเหลืองนะครับ ผมเลือกใช้แต่เม็ดสีเหลืองที่ยัยจัสมินชอบ ส่วนเม็ดสีอื่นๆผมกินไประหว่างรอ ก็อร่อยดีเหมือนกันแฮะขนมนี่ ว่าแต่..ผมไปแย่งเธอกินเม็ดที่เหลือพวกนี้ ถ้าเธอรู้เข้าจะจับผมล้วงคอมั้ยเนี่ย!!? *********************** ทางด้านหมอแพ้วกับหลานผม หมอแพ้วกำลังเทศนาไอ้วินเรื่องมารยาทบนโต๊ะอาหาร??? คุยเรื่องอะไรกันอยู่เนี่ย ถึงโยงไปเรื่องนั้นได้!? เงียบๆหน่อยได้มั้ยเนี่ย ยัยจัสมินตื่นแล้ว! อ้าว ตื่นแล้วหรอ เสียงพ่อเทศน์ดังขนาดนี้ใครจะไม่ตื่น ดี แกตื่น งั้นฉันก็กลับแล้ว เดี๋ยวๆๆ นี่กี่โมงแล้ว 5ทุ่ม55 โอ๊ะ เลขสวยนะเนี่ย อีก5นาทีวันเกิดฉันแล้ว ไหนหละของขวัญ อ้ะ จริงด้วย หมอแพ้วควักกระเป๋าตังค์ขึ้นมา ส่งแบงค์ร้อย1ใบให้ยัยจัสมิน อ้ะ เอาไว้ซื้อเค้กกินนะ ครึ่งก้อนยังซื้อไม่ได้เลย 100เดียวเนี่ย ยัยจัสมินอารมณ์เสีย แล้วหันไปจ้องหลานผม ไอ้วินควักกระเป๋าตังค์ขึ้นมาแบบไม่เต็มใจนักแล้วสมทบทุนให้ยัยจัสมินอีก100บาท ไป กลับกันเถอะ หมอแพ้วพูดกับหลานผม ห๊ะ? มาห๊ะเห๊อะอะไรหละ จะให้คนแก่กลับบ้านคนเดียวดึกๆดื่นๆหรอ ขับรถมาไม่ใช่รึไง คนหนุ่มสมัยนี้ต้องให้สอนมันทุกเรื่อง แย่จริงๆ แล้วหลานผมก็จำยอมต้องไปส่งหมอแพ้วกลับบ้าน สวนทางกับตอนที่ผมเดินกลับมาพอดี ผมเปิดประตูเข้ามาในห้องคนไข้ ยัยจัสมินกำลังลากสายน้ำเกลือเตรียมเดินออกนอกห้อง จะไปไหน!! ไปซื้อเค้ก ซื้อมาแล้ว ผมพูดพร้อมส่งเค้กให้เธอ ยัยจัสมินที่เด็กกว่าผม16ปีเปิดกล่องเค้ก แล้วยิ้มออกมาท่าทางร่าเริง อ้ะ!! อะไร?! อีก1นาทีจะเที่ยงคืนแล้ว นับถอยหลังกันเถอะ ผมมองนาฬิกาที่ข้อมือ 10..9..8..7..6..5..4..3..2..1...อ้ะ ลืมซื้อเทียน!!! เฮ้อ ช่างมันเถอะ ฉันก็ไม่ได้คาดหวังอะไรจากลุงมากนักหรอก หมายความว่ายังไงครับ?! ยัยจัสมินตัดเค้กเป็นส่วนๆพร้อมรับประทาน กินกันเถอะ อ้ะ!!!! ลืมอะไรอีกหละลุง ดูนั่นสิ ผมชี้ไปที่ป้ายที่แขวนอยู่บนเตียงเธอ งดอาหาร ไม่!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! ยัยจัสมินร้องโวยวาย งั้นฉันกลับก่อนนะ เชิญ!! ยัยจัสมินล้มตัวลงนอนบนเตียง ... ผมเปิดประตูจะเดินออกจากห้อง นี่ หือ? ลุงให้เลือดฉันหรอ อ่อ..อือ งั้น... ...? อย่างนี้เราก็มีสายเลือดเดียวกันแล้วสิ เห? ใครอยากนับญาติกับเธอไม่ทราบครับ นอนได้แล้ว พรุ่งนี้ต้องให้ปากคำตำรวจแล้วยังสัมภาษณ์สื่ออีก เห~ พรุ่งนี้พาดหัวข่าวจะเป็นยังไงน้า~ ผมนิ่งคิดครู่หนึ่ง ภัทระรอดตาย โจรปล้นทองจับตัวประกัน เอ๋!! แล้วฉันหละ??! เรื่องของเธออยู่พาดหัวรอง อะไรกัน!!! ฉันเป็นคนสู้กับโจรนะ โดนยิงด้วย ยัยจัสมินพูดเหมือนภูมิใจ ก็ตัวประกันอีกคนเป็นถึงรัฐมนตรี นักข่าวจะไม่เล่นข่าวนี้ได้ไง จิ๊ เธอจิ๊ปากอย่างอารมณ์เสีย แล้วนอนหันหลังให้ผม ปิดไฟให้ด้วย ... *********************** เช้าวันต่อมาผมกลับไปทำงานตามปกติ คุณเลขารีบเข้ามาซักถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อวานกับผมทันที ท่านปลอดภัยดีนะคะ ฉันดูข่าวตกใจแทบแย่ ท่านไปทำอะไรในวัดนั้นหละคะ ไปไหว้พระ9วัดมั้ง.. อย่าให้ผมเล่าเลย คุณไปอ่านในหนังสือพิมพ์เอาดีกว่า แล้วที่บอกให้จัดการเอกสารไปเมืองจีน เรียบร้อยรึยัง ค่ะ เรียบร้อยแล้วค่ะ คุณจิมมี่ หว่อง ได้ดูข่าวของท่านด้วยนะคะ อ่อ..งั้นหรอ ค่ะ คุณจิมมี่ฝากมาบอกว่า เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และดีใจที่ท่านปลอดภัยค่ะ ฝากขอบคุณคุณจิมมี่ด้วยนะ ค่ะ แล้วนี่วินยังไม่มาหรอ ค่ะ ผมกดโทรศัพท์โทรหาหลาน ทั้งเบอร์บ้าน เบอร์มือถือ ไม่มีคนรับสาย สงสัยจะยังไม่ตื่น *********************** ลุงจะรีบตื่นมาทำไมแต่เช้าเนี่ย!!! ไก่ยังไม่ขันเลยนะ เมื่อคืนนอนก็ดึก เช้ายังจะตื่นเช้าอีก นอนน้อยนี่มันไม่ดีต่อสุขภาพนะ หมอแพ้วตีหัวหลานผมอีกแล้วครับ!! ที่แท้เมื่อคืนหลังจากแยกกันที่โรงพยาบาล วินก็ไปส่งหมอแพ้วที่บ้านและนอนค้างที่นั่นเลย เช้ามาหมอแพ้วปลุกหลานผมตั้งแต่ตี4ให้ไปเก็บสมุนไพรในป่าเพื่อเอาไปต้มเป็นยาให้ยัยจัสมิน หลานผมกลับมาที่โรงพยาบาลอีกครั้งพร้อมห่อยาสมุนไพรห่อใหญ่ ที่โรงพยาบาลกำลังมีการแถลงข่าวเรื่องการรักษาของยัยจัสมิน มีคุณหมอหน้าแก่ๆนั่งแถลงข่าวอยู่ ยัยจัสมินลากสายน้ำเกลือมาซื้อขนมที่ร้านขายของใกล้ๆ โต๊ะแถลงข่าว นักข่าวเห็นเธอเข้าจึงรีบรุดเข้าไปหา ช่างภาพรัวแฟลตกระจายลืมคุณหมอหน้าแก่ที่โต๊ะแถลงข่าวไปเลย เกิดอะไรขึ้นเมื่อวานคะ ช่วยเล่าเหตุการณ์ให้ฟังหน่อยค่ะ อืม..ฉันโบกTaxiเพราะต้องรีบเอาเอกสารไปให้ลุง เอ้อ ไปให้ท่านรัฐมนตรี แต่ไม่มีTaxiจอดซักกะคัน ไม่รู้ทำไมไม่เข้าใจเลย ไม่มีTaxiว่างซักคันเลยหรอ แสดงว่าคนมีตังค์เยอะขึ้นสินะถึงได้มีเงินขึ้นTaxiกัน อย่างนี้แสดงว่าเศรษฐกิจบ้านเราดีขึ้นใช่รึป่าว ปกติเค้าวัดกันจากมาม่าใช่มั้ย ว่าถ้าคนซื้อมาม่ากินเยอะแสดงว่าเศรษฐกิจไม่ดี อย่างนี้ต่อไปพวกโพลต้องมาทำสำรวจTaxiบ้างแล้วนะ.... เอ๊ะเมื่อกี้ฉันพูดถึงไหนแล้วนะ ยัยบ้าเอ๊ย นอกเรื่องไปถึงนอกโลกแล้ว อ่อถึงTaxiไม่จอดใช่มั้ย ฉันก็เลยไปยืนตัดหน้ารถTaxiคันนึง อ้อตรงนี้เด็กๆฟังแล้วห้ามลอกเลียนแบบนะจ๊ะ ยัยจัสมินหันมามองกล้องซะด้วย!! ยัยจัสมินเล่าเหตุการณ์แบบถี่ยิบเก็บทุกรายละเอียดและนอกเรื่องตลอดเวลา ผมเสียดายเทปเสียงและม้วนวิดีโอที่นักข่าวกดบันทึกเหลือเกิน ฉันก็เข้าไปล็อคคอโจรจากด้านหลังแล้วก็ทุ่มจนมันล้มลง แล้วฉันก็เอาขาฉันล็อคขามันไว้ไม่ให้ดิ้นไปไหน แล้วก็เอาหัวโขกมัน แต่มันพยายามสู้จนดิ้นหลุดออกมาได้ ฉันก็เลยเตะมันด้วยท่าจระเข้ฟาดหาง แล้วตามด้วยท่าหักงวงไอยรา ขี้โม้!! มีที่ไหนท่าจระเข้ฟาดหาง ท่าหักงวงไอยรา เธอหน่ะได้แต่กระโดดเข้าไปเกาะขามันไว้ แล้วยังกัดแขนมันอีก เหอะ พูดมาได้ จระเข้ฟาดหาง หักงวงไอยรา ถุ้ย!! สมรักษ์ คำสิงห์ คุณมีเพื่อนแล้วครับ แล้วท่านรัฐมนตรีหละคะ ลุงหน่ะหรอ..ก็แค่ผู้ช่วย ผู้ช่วย!! ผมหน่ะหรอ?!? นี่ผมช่วยชีวิตเธอไว้นะ ไม่สำนึกบุญคุณกันบ้างเลยรึไง จบการแถลงข่าว ยัยจัสมินก็ลากสายน้ำเกลือกลับห้อง หลานผมเดินเข้าไปหาเธอ นี่ อย่างมากก็3นาที อะไร3นาที เทปที่จะเอาไปออกอากาศหน่ะสิ เห!!? ฉันพูดไปตั้งเยอะเนี่ยนะ ใช่ เค้าจะคัดไปแต่เนื้อๆ น้ำๆและอะไรที่มันฟังดูไม่น่าเชื่อก็จะตัดออก อะไรน้ำๆ อะไรไม่น่าเชื่อ!! นักข่าวนี่ไม่เป็นกลางเอาซะเลย ใครกันแน่ที่ไม่เป็นกลาง ยัยจัสมินพูดเข้าข้างตัวเองฝ่ายเดียวชัดๆ พูดซะตัวเองเป็นฮีโร่ เธอเป็นแบทแมนส่วนผมเป็นแค่โรบิน ยัยจัสมินทำจมูกฟุดฟิดๆ ได้กลิ่นอะไรมั้ย ยันจัสมินดมๆหาต้นกลิ่น ดมมาที่ตัวหลานผม!!! ทำอะไรของเธอหน่ะ!!?! ทำไมตัวพี่มีกลิ่นสมุนไพรหละ อ่อ พ่อเธอฝากนี่มาให้ วินส่งสมุนไพรที่ไปเก็บจากป่าแต่ไก่โห่ส่งให้ยัยจัสมิน นี่แค่ได้กลิ่นก็รู้แล้วหรอ ใช่ งั้นขอทดสอบหน่อย No Problem ทั้ง2กลับไปที่ห้องคนไข้ ยัยจัสมินนั่งลงที่เตียง ผูกผ้าปิดตาไว้ วินเอาสมุนไพรให้ยัยจัสมินดมทีละอย่าง ไม่ว่าจะหยิบสมุนไพรอะไรมาให้เธอก็ตอบได้หมด ขนาดหยิบหลายๆอย่างมารวมกันให้งงเล่น ก็ยังตอบได้ถูกต้อง ผมไม่ต้องซื้อสุนัขมาเฝ้าบ้านแล้วหละครับ ทำอะไรกันหน่ะ อยู่ดีดีก็มีแขกไม่ได้รับเชิญโผล่เข้ามา นายตั้ม เจ้าของกีต้าร์สีชมพูหวานแหวว ลูกชายคุณสุกานดา เลขาของผมนั่นเอง มาทำไมเนี่ย เอ้า!! คนอุตส่าห์มาเยี่ยมนะเจ๊ ถืออะไรมาด้วย ยังจัสมินมองถุงที่เด็กตั้มถือมาอย่างสนใจ อ่อ แม่ฝากมาให้ เด็กตั้มส่งของฝากให้ยัยจัสมิน หมดธุระแล้ว เชิญกลับไปได้ เห?????!!! ได้ของฝากปุ๊บก็ไล่แขกเลยเร๊อะ!! ฉันไปนะ วินหลานผมขอตัวกลับก่อน เด็กตั้มเมินคำไล่ของยัยจัสมิน ทิ้งก้นลงบนโซฟาข้างเตียง พร้อมหยิบกีต้าร์คู่ใจขึ้นมา เอาหละ ฉันจะโชว์เพลงบำบัดโรคให้เจ๊นะ เพลงบำบัดโรคบ้าอะไร มีที่ไหน มีที่นี่นี่แหละ ~มิวสิค~ 1 2 3 4... แล้วไอ้เด็กตั้มก็ครวญเพลงอย่างตั้งใจสุดๆ ยัยจัสมินทนรำคาญไม่ไหวกดออดเรียกพยาบาลมาไล่ ออกไป!!!!!!!!!!!!!!!!! *********************** เลิกงานแล้วผมกลับมาบ้านตามปกติ บ้านที่ไม่มียัยจัสมิน เงียบพิลึก เออวิน วันนี้ไปเยี่ยมจัสมินมา เป็นไงบ้าง ก็ดี ดูไม่เห็นเหมือนคนป่วยเลย หรอ งั้นก็ดีแล้ว เดี๋ยวคงกลับบ้านได้ กลับมาแล้วจ้า!! เอ๋!!!?! ยัยจัสมินกลับมาจริงๆ ทำไมกลับมาเร็วจัง หายดีแล้วหรอ ผมถามเธอ ที่โรงบาลไม่มีเคเบิ้ลทีวี ห๊ะ? ฉันจะดูช่องแพนด้า ยัยจัสมินคว้ารีโมททีวีไปจากมือผมแล้วกดเปลี่ยนเป็นช่อง Panda Channel เฉ๊ย!! มีแต่คนติดAF ยัยนี่ติดหลินปิง!!! ดึกแล้ว ผมลงมาเข้าห้องน้ำก่อนนอน ทีวีเปิดอยู่ หลินปิงกำลังหลับ ยัยจัสมินก็หลับเหมือนกัน ดูหลินปิงจนหลับคาโซฟา เชื่อเค้าเลย ผมเข้าไปปลุกเธอ นี่ ไปนอนในห้องสิ เดี๋ยวโดนยุงกัดหรอก หลินปิง... ห๊ะ..? หลินปิงน่ารักจังเลยยยยย~ ยัยจัสมินคว้าตัวผมเข้าไปกอด!!!! ผมไม่ใช่หลินปิง!!!!!!!!!! ผมหลุดออกมาจากเธอได้ หันมาเจอวิน มันเห็นหมดแล้วใช่มั้ย ทำอะไรกันหน่ะ ยัยนี่ละเมอหน่ะสิ คิดว่าฉันเป็นหลินปิง!! อ่อ.. ไปนอนหละ จะขึ้นแล้วปิดไฟด้วย อือ ผมกลับเข้าห้องนอน หลานผมมองยัยจัสมิน แล้วเดินเข้าไปใกล้ๆเธอ ขอลองบ้าง หลินปิง.. อ้ะ นั่นไง! เริ่มแล้ว เริ่มละเมอแล้ว หลานผมยื่นหน้าเข้าไปใกล้เธอมากขึ้น หลินปิงหลบไป อันตราย!!!!! เอ๋!!!!!!!!!!!!!! ยัยจัสมินเอามือตบเข้าเต็มๆที่หน้าไอ้วิน!!!! *********************** เช้าแล้ว ผมลงมาดื่มกาแฟก่อนออกไปทำงาน มองยัยจัสมินที่ยังนอนหลับอยู่ที่โซฟา อ้ะ เธอตื่นแล้ว เอ๊ะ...ทำไมฉันมานอนอยู่นี่หละ ทำอะไรไปบ้างจำไม่ได้เลยใช่มั้ยเนี่ย วินลงมาข้างล่าง หน้ามันเป็นรอยแดงเบ้อเริ่ม ไปโดนอะไรมาเนี่ย!?! หน้าไปโดนใครตบมา ยัยจัสมินถาม จิ๊.. หลานผมจิ๊ปากตอบเธอ ที่กระทรวง ผมนั่งทำงานตามปกติ ถึงเวลาพักเที่ยง ข้าราชการในกระทรวงต่างทยอยออกไปทานข้าว ผมยังมีงานที่ทำค้างไว้อยู่ เลยขอตามไปทีหลัง เมื่องานเสร็จผมก็กดลิฟท์เพื่อจะลงไปทานข้าว ยัยจัสมินโผล่มายืนรอลิฟท์ข้างๆผม ยังไม่ได้กินอีกหรอ ยัง รอลุงอยู่ รอฉันทำไม?? ไม่ได้เอาเงินมา เธอพูดพร้อมโชว์กระเป๋ากางเกงอันว่างเปล่าให้ดูทั้ง2ข้าง ลิฟท์เปิดออก หลานผมอยู่ในนั้น กินเสร็จแล้วหรอ อือ....อ้ะ!! อะไร? ลืมหมวกกันน็อคไว้ที่โรงอาหาร แล้วแกแบกหมวกกันน็อคไปโรงอาหารทำไมเนี่ย มันเข้าชุด ... ดูมัน.. ผมอยากส่งมันไปอยู่กับฟิล์มรัฐภาคย์เหลือเกิน แล้วผม ยัยจัสมิน และหลานนักซิ่งก็ลงลิฟท์ไปด้วยกัน เสียงอะไรบางอย่างดังขึ้น ไฟในลิฟท์เริ่มติดๆดับๆ ลิฟท์ค้างครับ!!!! ผมกดปุ่มฉุกเฉินแต่ก็ไม่มีสัญญาณใดใดตอบรับ คนดูแลคงออกไปทานข้าว มาเล่นจ้ำจี้กันเหอะ เห!!!!!!!!!!!!!!!??! พูดอะไรหน่ะ!?! เป็นสาวเป็นนางชวนผู้ชายเล่นจ้ำจี้ในลิฟท์เนี่ยนะ บัดสีบัดเถลิง!!!! ว่าแล้วยัยจัสมินก็นั่งลงแล้วกางมือลงที่พื้นทั้ง2ข้าง นั่งลงสิ อ๋อ จ้ำจี้มะเขือเปาะแปะ.. ใครแพ้โดนดีดมะกอกนะ โอเคครับเล่นก็เล่น เรา3คนนั่งเล่นกันไปเรื่อยๆระหว่างรอคนมาช่วย ยัยจัสมินเริ่มก่อน จ้ำจี้มะเขือเปาะ กะเทาะหน้าแว่น พายเรืออกแอ่น กระแท่นต้นกุ่ม สาวสาว หนุ่มหนุ่มอาบน้ำท่าไหน อาบน้ำท่าวัด เอาแป้งที่ไหนผัด เอากระจกที่ไหนส่อง เยี่ยมเยี่ยมมองมอง นกขุนทองร้องวู้ ไอ้วินโดนคนแรกเลยครับ จ้ำจี้มะเขือเปาะ กะเทาะหน้าแว่น พายเรืออกแอ่น กระแท่นต้นกุ่ม สาวสาว หนุ่มหนุ่มอาบน้ำท่าไหน อาบน้ำท่าวัด เอาแป้งที่ไหนผัด เอากระจกที่ไหนส่อง เยี่ยมเยี่ยมมองมอง นกขุนทองร้อง... จะโดนที่ยัยจัสมินแล้วครับ สมน้ำหน้า ร้องจิ๊บๆๆ โกง!!!! มันต้องลงท้ายด้วย นกขุนทองร้องวู้ สิ แล้วต้องจบลงที่นิ้วนางของเธอแล้วด้วย ยัยจัสมินดีดมะกอกผมไม่สนใจคำครหาแต่อย่างใด ฉันนับเองดีกว่า ไว้ใจเธอไม่ได้ครับ ผมนับเองดีกว่า แล้วธรรมะก็ชนะอธรรม!!! ยัยจัสมินแพ้แล้วครับ ผมกับไอ้วินดัดนิ้วดัดมือเตรียมออกกำลังแขนเต็มที่ โอกาสแก้แค้นดีดีแบบนี้ไม่ดีมีมาบ่อยๆ หลานผมเตรียมง้างมือพร้อมออกแรงอย่างสุดกำลัง ยัยจัสมินยื่นหน้าผากให้อย่างไม่เต็มใจนัก จะดีดหละนะ ไฟติดพอดี! ลิฟท์ถูกเปิดออก Game Over ยัยจัสมินพูดแล้วลุกเดินออกจากลิฟท์ไป เธอยังไม่โดนดีดมะกอกเลยนะ!!!!!! *********************** วันนี้เป็นวันเอดส์โลกครับ งานของผมก็คือ... แจกถุงยางอนามัยครับ!! ผมออกเดินรณรงค์แจกถุงยางอนามัยเพื่อป้องกันเชื้อHIVให้กับกลุ่มเสี่ยง ผมเดินแจกจนครบรอบวนกลับมาที่เดิม เล่นเอาปวดขาเลยทีเดียว เอ๊ะ แล้วยัยจัสมินหายไปไหนหละ ยังเดินแจกไม่เสร็จอีกหรอ ผมมองหาเธอ นั่น!!! ยัยจัสมินนั่งตั้งโต๊ะแจกถุงยางอนามัยอยู่ บนโต๊ะมีกล่องที่เขียนว่า อยากได้ ฉัน ก็มาหยิบเอาเอง เอ๋!!!!!!!!!!!!!!!!!! มีผู้ชายเป็นสิบๆคนรุมกันหยิบถุงยางจากกล่องบนโต๊ะเธอ!!! น่าเกลียดจริงๆ!!!! ผมเห็นแล้วทนไม่ได้ เข้าไปแย่งกล่องออกมา ทำอะไรเนี่ย!?! ผมโวยใส่เธอ ลุงก็อยากได้เหมือนกันหรอ ยัยจัสมินมองไปที่กล่องที่ผมกำลังถืออยู่ จะบ้าหรอ ผมรีบวางกล่องลงบนโต๊ะตามเดิม เป็นสาวเป็นแส้ทำอย่างนี้ไม่อายบ้างรึไง อายอะไร? ก็นี่ไง!! ผมชี้ไปที่ป้ายข้อความล่อแหลมหน้ากล่อง อยากได้ ฉัน ก็มาหยิบเอาเอง ยัยจัสมินฉีกกระดาษสีขาวที่ปิดไว้หลังคำว่า ได้ ออก ผมอ่านที่ป้ายอีกครั้ง อยากได้จากฉัน ก็มาหยิบเอาเอง ชายหนุ่มกลุ่มใหญ่ที่มุงอยู่รอบตัวเราโห่ร้องออกมาแบบเซ็งๆ แล้วทยอยเดินจากไป ทำอย่างนี้ก็ไม่ต้องเดินแจกให้เมื่อยขา แหน่ะ!! มีการเหน็บแนมอีก *********************** หลังภารกิจแจกถุงยาง ผมนั่งรถกลับกระทรวง ผมมองเห็นคนกลุ่มใหญ่มุงอยู่ที่หน้ากระทรวง รปภ.3คนเหมือนกำลังช่วยกันกันคนๆนึงไม่ให้เข้าไปข้างในกระทรวง ผมลงจากรถแล้วเดินเข้าไปสอบถามจากคุณสุกานดาที่ยืนดูเหตุการณ์ความวุ่นวายตรงนั้นอยู่ห่างพอสมควร มีอะไรหรอ? ลุงแกบอกจะต้องเข้าพบท่านให้ได้หน่ะค่ะ ก็ให้เข้ามาพบสิ แต่แกแต่งตัวประหลาดๆเหมือนจะไม่ค่อยเต็มหน่ะคะ หรอ ขอผมไปดูหน่อยละกัน ผมฝ่าฝูงชนเข้าไปไทยมุงใกล้ๆ ก็บอกแล้วไงว่าฉันเป็นวาทยากร ฉันมีเรื่องจะร้องเรียน ไปเรียกรัฐมนตรีมาเดี๋ยวนี้ ผู้ชายที่โวยวายอยู่ตรงหน้า เป็นชายแก่อายุราวๆ60ปี หนวดเครายาวเฟิ้ม ผมยาวรกรุงรัง เสื้อผ้ารุ่มร่ามแลดูสกปรก สมแล้วที่ถูกครหาว่าไม่เต็มเต็ง เดี๋ยวนะ.. วาทยกรหรอ? อาจารย์สุรชาติ!!! เออ ใครเรียกกูวะ ผมเรียกเองครับ ที่แท้ก็เป็นอาจารย์สุรชาติ วาทยกรสุดเพี้ยนชื่อดังนี่เอง ผมพาอาจารย์สุรชาติไปนั่งคุยในห้องรับรองของกระทรวง ยัยจัสมินเอาน้ำมาเสิร์ฟให้แขก เสิร์ฟแล้วก็ออกไปสิมายืนจ้องอาจารย์สุรชาติอย่างนั้นทำไม!!?! ลุงแน่ใจนะว่าเนี่ยวาทยกร จำคนผิดรึป่าว เนี่ยแหละตัวจริงเสียงจริงเลยหละยัยหนู หึ ยัยจัสมินทำท่าเหมือนไม่เชื่อแล้วก็ออกจากห้องไป วันนี้มีเรื่องอะไรหรอครับอาจารย์ เรื่องใหญ่มาก!! ครับ ฉันไปซื้อน้ำผลไม้ในห้าง พอกลับมาถึงบ้านถึงได้รู้ว่าน้ำผลไม้นั่นมันหมดอายุ ครับ ฉันก็เลยกลับไปที่ห้าง ไปโวย แต่มันว่าไงรู้มั้ย ว่าไงครับ มันบอกฉันไม่มีใบเสร็จเลยช่วยอะไรไม่ได้ อ้อ แถมยังหาว่าฉันเป็นพวกต้มตุ๋นมาหลอกเรียกร้องค่าเสียหายอีก!! ดูจากสภาพการแต่งตัวก็น่าอยู่หรอก.. ฉันก็เลยมาหาท่านรัฐมนตรีนี่แหละ ครับ ยัยจัสมินกับนาวินหลานผมยืนแอบฟังอยู่ที่ประตู โถ่ เรื่องแค่นี้ ค่าเดินทางไปกลับห้างแพงกว่าค่าซื้อน้ำผลไม้ซะอีก ยัยจัสมินบ่น ของอย่างนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องเงินหรอก มันเป็นเรื่องของสิทธิที่เราควรจะได้รับในฐานะผู้บริโภค ... ยัยจัสมินเงียบไป แล้วเข้าไปตบไหล่หลานวินของผม พูดได้ดี พูดได้ดี ... *********************** แล้วผมก็จัดการเรื่องของอาจารย์สุรชาติ โดยจัดส่งคนออกไปสำรวจของหมดอายุในห้างสรรพสินค้าทั่วไป และทำให้เรื่องของหมดอายุที่ดูเหมือนเป็นแค่เรื่องเล็กๆกลายเป็นเรื่องใหญ่ๆที่ประชาชนทั่วไปหันมาสนใจให้ความสำคัญ ท่านรัฐมนตรี อ้ะ อาจารย์สุรชาติ สวัสดีครับ ผมเอาของมาฝาก ครับ? เมื่อวานนี้ คนของห้างส่งไอ้นี่มาให้ผม อาจารย์สุรชาติโชว์น้ำผลไม้ลังใหญ่ให้ผม ท่านเอาไปแบ่งๆกันดื่มในกระทรวงนะ ขอบคุณมากครับอาจารย์ อ้อ! ลืมไป ครับ? นี่ ตั๋วคอนเสิร์ตออเคสตร้าของผม ท่านไปดูให้ได้นะ แน่นอนครับ ตั๋วนี้หายากนะครับเนี่ย ขอบคุณมากครับอาจารย์!! *********************** ผมแต่งตัวอย่างหล่อเตรียมพร้อมไปดูคอนเสิร์ตออเคสตร้า ไปด้วย ยัยจัสมินโผล่มาในชุดราตรีกระโปงยาวสวยสง่าดูเป็นคนละคนกับที่ยืนแจกถุงยางวันนั้นเลย! อะไร ตั๋วมีใบเดียวนะ ไม่เป็นไร ฉันนั่งตักลุงก็ได้ มีที่ไหน นั่งตักดูดนตรีออเคสตร้า!!! โชคดีที่ตั๋วที่อาจารย์ให้ผมเป็นตั๋วVIP เราเลยได้นั่งในที่นั่งสบายๆ และมีนั่งเหลือเฟือให้ยัยจัสมินมานั่งด้วยอีกคน ตักของผมปลอดภัยแล้วครับ อาจารย์สุรชาติขึ้นมาบนเวทีแล้วครับ แกมาในชุดสูทสุดหรูราคาแพง ผมหวีตรงและมัดอย่างเรียบร้อย หนวดเคราที่เคยรกรุงรัง ก็ถูกตกแต่งใหม่ให้เข้าที่เข้าทาง ดูเป็นศิลปินราคาแพงขึ้นมาทันทีเลยครับ!!!! ยัยจัสมินขยี้ตามองไม่เชื่อสายตาตัวเอง เสียงดนตรีดังขึ้น Symphony หมายเลข5 ยัยจัสมินพูดขึ้นมา มีความรู้เรื่องดนตรีคลาสสิกเหมือนกันนี่เรา ของMozart ถุ้ย!!!! ของBeethovenครับ!!!!! หลังผ่านไปหลายเพลง ยัยจัสมินที่มีความรู้ทางดนตรีคลาสสิกสูงก็หลับไป หัวเธอพิงมาที่ไหล่ผม ผมสะบัดออก ทำให้หัวเธอไปพิงไหล่คนที่นั่งข้างๆแทน ผมเลยต้องดึงหัวเธอกลับมาให้อยู่ตั้งตรง แต่แล้วหัวเธอก็พิงกลับมาที่ผมอีกครั้ง เฮ้อ.. ช่างมันเถอะ ปล่อยไว้อย่างนี้แหละ คอนเสิร์ตจบแล้ว ยัยจัสมินยังหลับไม่รู้เรื่อง ผมอยากทิ้งเธอไว้ที่นี่เหลือเกิน ผมปลุกเธอ ยัยจัสมินลืมตาตื่นขึ้นช้าๆ มองไปที่เวทีที่ว่างเปล่า แล้วตบมือให้ ???!!! กลับกันเถอะ ผมไปสตาร์ทรถ สตาร์ทไม่ติดครับ!!! น้องเต่าของผมมาเสียอะไรวันนี้เนี่ย!!!!!! ผมพยายามจะซ่อมมันแต่ก็ไม่เห็นผล จึงต้องถอดใจไปยืนรอTaxiข้างทาง ยัยจัสมินเดินไปที่ป้ายรถเมล์ที่อยู่ใกล้ๆ แล้วก็ยืนดูป้ายอะไรบางอย่างที่แปะไว้ตรงนั้น เธอหยิบปากกาขึ้นมาแล้วก็เขียนไปที่ป้าย เฮ้ย!!! ทำลายของสาธารณะผิดกฎหมายนะครับ!!!!! ผมเข้าไปห้าม ยัยจัสมินกำลังเติมหนวดให้โปสเตอร์หาเสียงใบเก่ากึ่กของผมที่ติดไว้ตั้งแต่ตอนหาเสียงครั้งที่แล้วครับ!!!!! เธอเห็นว่าผมจับได้ก็เลยทำเป็นยืนบังป้ายเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อ้ะ รถเมล์มาแล้ว ไปกันเถอะ เฮ้ย เรารอTaxiอยู่นะ เหมือนกันนั่นแหละ ไปเถอะ ผมในชุดสูท และยัยจัสมินในชุดราตรีกระโปรงยาวลากพื้นเดินขึ้นรถเมล์ นี่ดึกมากแล้วจึงไม่มีผู้โดยสารคนอื่นๆ คนขับรถและกระเป๋ารถเมล์มองเรา2คนแบบตกตะลึง ถึงบ้านแล้ว ในที่สุดค่ำคืนที่ยาวนานก็จบลง.. *********************** ค่ำคืนที่ยาวนานในเมื่อคืนนี้ทำให้ผมตื่นไปทำงานสาย!!!!! ผมรีบแต่งตัวแล้วลงมาข้างล่าง เห็นยัยจัสมินจิบกาแฟกินขนมปังอย่างสบายใจ ตื่นสายนะลุง รู้แล้วทำไมไม่ปลุกผมหละ รีบหรอ ก็เออสิครับ วันนี้มีประชุมครม.ด้วย ผมรีบออกไปหน้าบ้านโดยไม่ได้ตอบคำถามเธอ อ้ะ ลืมไปไม่มีรถ ยัยจัสมินเดินออกพร้อมหมวกกันน็อค2ใบ เธอโยนหมวกมาให้ผม ไปกันเถอะ เธอซิ่งจนผมมาประชุมได้ทันเวลา ขอบคุณนะสาวน้อย เสร็จการประชุมผมกลับไปทำงานต่อที่กระทรวง ไอ้วินยังไม่มาอีกหรอ วินหละ? ยังไม่มา ยัยจัสมินตอบผม ผมกดโทรศัพท์โทรหามัน วิน แกอยู่ไหนเนี่ย ไม่มาทำงาน ฉันอยู่โรงพัก ไปทำอะไรในโรงพักวะ??? ฉันมาแจ้งความ มอไซด์ฉันหาย หมวกกันน็อคก็หาย ... ซวยแล้วไง แกรีบถอนแจ้งความแล้วกลับมาที่กระทรวงเดี๋ยวนี้เลย ผมเกือบจะต้องกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดคดีลักทรัพย์ไปแล้วมั้ยหละ!! *********************** หลังจากที่ผ่านเหตุการณ์ที่ยัยจัสมินโดนยิงจนต้องเสียเลือด ทำให้ผมเห็นถึงความสำคัญของการบริจาคเลือดมากขึ้น ผมจึงได้จัดตั้งโครงการรับบริจาคโลหิตซึ่งจะตระเวนไปตามสถานที่ราชการต่างๆ โดยเริ่มที่กระทรวงของผมเป็นที่แรก แล้วทำไมน้าไม่บริจาคเองเล่า ฉันเพิ่งบริจาคไป ตอนนี้ยังให้เลือดอีกไม่ได้ ก็ให้ยัยนั่นบริจาคซิ เธอเพิ่งหายไม่นานเอง ยังอยู่ในช่วงพักฟื้น แข็งแรงอย่างนั้นอ่ะนะช่วงพักฟื้น ผมและหลานมองยัยจัสมินที่ยกกล่องหนักๆได้อย่างสบายๆ ยัยนี่มีความผิดปกติทางร่างกายส่วนไหนรึป่าวเนี่ย ถึกเกินมนุษย์เหลือเกิน!! แล้วหลานวินก็ต้องกลายเป็นพรีเซ็นเตอร์บริจาคโลหิตแทนผม ถึงแม้ความหล่อจะยังเป็นรองผมนิดหน่อยก็เถอะ ยัยจัสมินแกะน้ำและขนมในกล่องหนักๆที่แบกมาเมื่อซักครู่นี้เดินแจกให้ผู้ที่บริจาคเลือด เธอแอบจิ๊กขนมส่วนหนึ่งเก็บไว้กินเอง ผมเห็นนะครับ!!!!!! คุณสุกานดา เสร็จนี่แล้วผมต้องไปทำอะไรต่อ ผมถามตารางงานจากคุณเลขา หมดแล้วค่ะ เอ๋? พรุ่งนี้กับมะรืนก็ไม่มีงานเลยค่ะ อ้ะ จริงสิ ไม่อยากจะเชื่อ ผมมีวันหยุดครับ น้า เราไปเที่ยวกันดีกว่า เออไปๆ ไปไหนกันดี เธอว่าไปไหนดี ผมหันไปถามยัยจัสมิน ใครบอกว่าฉันจะไปด้วย ... ผมผิดเองที่คิดชวนเธอไปด้วยครับ *********************** เช้าวันต่อมาผมแต่งตัวสบายๆยกกระเป๋าเสื้อผ้าขึ้นรถ ไอ้วินเป็นคนขับ ผมนั่งข้างๆ และยัยจัสมินกับเด็กตั้มลูกคุณสุภานดานั่งเบาะหลัง ไหนบอกไม่ไปด้วยไง!!!!!!!!!!!! นี่เธอหน่ะที่ไปด้วย ฉันยังพอเข้าใจ แต่แกเนี่ยมาได้ไงเนี่ยห๊ะ ผมถามเด็กตั้ม แขกไม่ได้รับเชิญ ตารางงานของท่านรัฐมนตรีหน่ะผมรู้หมดแหละ หึ.. ระหว่างการเดินทาง แขกไม่ได้รับเชิญทั้ง2ร้องเพลงเสียงดังตลอดทาง ผมอยากนอน!!!!! ในที่สุดก็ถึงจุดหมาย ชายทะเลบางแสนของเรา~ ยัยจัสมินใช้มือเปิบอาหารทะเลอย่างรวดเร็ว แค่มองเธอกินผมก็รู้สึกอิ่มแทนแล้วครับ ตกค่ำถึงเวลานอน ผู้ชาย3คนในเตียงนอนเดียวกัน ผมนอนไม่หลับเลยครับ!!! คนนึงก็กรน อีกคนก็นอนดิ้น จองห้องพักไว้2ห้อง กะจะนอนกับไอ้วินคนละห้องสบายๆแท้ๆ ดันต้องมารวมกันสามคนในห้องเดียว แล้วยกอีกห้องให้ยัยจัสมินนอนสบายอยู่คนเดียว ผมอยากจะโมโหใส่เธอเป็นภาษาโปรตุเกสซะจริงๆ ผมทนนอนต่อไปไม่ไหว ลุกออกมานอนโซฟาข้างนอกดีกว่า เจอยัยจัสมินนั่งอยู่ข้างนอก เธอยังไม่นอนครับ ยังไม่นอนอีกหรอ ก็เห็นๆอยู่ ... ตอบกวนอีกแล้ว.. ยัยจัสมินนั่งดูทีวีช่องแพนด้าอยู่ เชื่อเค้าเลยว่าติดหลินปิงจริงๆ ผมนั่งดูหลินปิงไปเรื่อยๆกับเธอ โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น คุณสุกานดาโทรมา ท่านคะ มีเรื่องด่วนค่ะ ท่านเห็นข่าวรึยังคะ ผมกดรีโมทเปลี่ยนจากช่องแพนด้าเป็นช่องข่าว ยัยจัสมินมองหน้าผมแบบโกรธๆ มีข่าวกลุ่มวัยรุ่นร่วมร้อยคนที่ไปเที่ยวกลางคืนในผับแห่งหนึ่งมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียน ถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาล ตอนนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเกิดจากอาหารเป็นพิษ ฉันต้องไปที่โรงพยาบาล ฉันไปด้วย *********************** มาถึงที่โรงพยาบาล ในห้องฉุกเฉินเต็มไปด้วยวัยรุ่นที่นอนต่อคิวรอรับการรักษาด้วยท่าทางอ่อนเพลีย ผมพบกับคุณสุกานดาที่นั่น เป็นยังไงบ้าง รู้สาเหตุรึยัง ยังค่ะ แต่ส่งตัวอย่างอาหารและเครื่องดื่มไปที่labแล้วค่ะ พาผมไปคุยกับคุณหมอหน่อย เชิญทางนี้เลยค่ะ ผมเข้าไปคุยกับคุณหมอ เบื้องต้นคุณหมอคาดว่าเป็นอาการของอาหารเป็นพิษซึ่งไม่ร้ายแรงมาก ผมคุยกับคุณหมอจบก็ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวต่อ สัมภาษณ์เสร็จก็กลับมาหายัยจัสมิน เธอนอนรออยู่ที่เก้าอี้ ผมเข้าไปปลุกเธอ นี่ เสร็จแล้ว กลับกันเถอะ ยัยจัสมินตื่น ลุงขับนะ ฉันง่วง ครับ คุณนาย กลับถึงบ้าน ผมนึกขึ้นมาได้ว่าลืมไอ้วินกับเด็กตั้มไว้ที่โรงแรม!!! หาทางกลับกันเอาเองนะ.. *********************** เอ้อ จริงสิผลLabอาหารในผับออกมารึยัง ยังเลยน้า แต่เห็นคนในLabบอกว่าอาจจะมีเชื้อโรคในน้ำแข็งก็เป็นได้ งั้นหรอ.. งั้นเราไปลองตรวจดูที่โรงงานกันดีกว่า ให้เรียกสื่อมั้ย ไม่ต้องๆ ผลLabยังไม่ชัวร์เลย เดี๋ยวผิดพลาดไปทำให้โรงงานเค้าเสียชื่อกันเปล่าๆ ผมกับหลานลงไปขึ้นรถที่ชั้นล่าง เจอยัยจัสมินก้มอยู่ที่พื้นใต้รถเต่าของผม!!! ทำอะไรหน่ะ!!! เสียงหัวยัยจัสมินโขกกับรถดังแป้ก! เจ็บชะมัด เรียกทำไมเสียงดัง!! ก้มไปทำอะไรใต้รถฉัน ฉันทำเหรียญตก ยัยจัสมินชูเหรียญบาทที่ก้มเก็บใต้รถเมื่อซักครู่นี้ให้ดู ... แล้วจะไปไหนกันเนี่ย เธอถามพวกผม ไปดูโรงงานที่อาจจะเป็นสาเหตุอาหารเป็นพิษในผับ ไปด้วย จะไปทำไม ผมไม่ได้ชวน!!!!!!!!!!!! โรงงานน้ำแข็งที่ว่าอยู่ไกลพอสมควร มองจากข้างนอก นึกว่าโรงงานร้าง!!! ผมเดินเข้าไปข้างในตัวโรงงาน มีคนงานแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสกปรกมอมแมมคนหนึ่งมองผมด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรนัก สงสัยจะไม่รู้จักผม สวัสดีครับ ผมมาจากกระทรวงสาธารณสุข อยากจะขอเข้าตรวจโรงงานหน่อยนะครับ มีไรให้ตรวจ ... มีคนร้องเรียนว่าน้ำแข็งที่นี่ไม่ค่อยสะอาด เราได้รับการร้องเรียนก็ต้องมาตรวจตามหน้าที่ หลานผมตอบให้แทน อยากตรวจก็ตรวจ แล้วคนงานคนนั้นก็ปล่อยให้พวกเราเข้าไปสำรวจภายในโรงงาน ภายในเป็นอย่างที่คาดการณ์ไว้ โรงงานนี้ไม่ถูกสุขลักษณะอนามัย ขาดมาตรฐานทางสาธารณสุข เสียงประตูปิดดังปัง! ประตูห้องเย็นถูกปิดจากข้างนอก พวกเราโดนแช่แข็งครับ!!!!!!! ผมทุบประตูเสียงดังร้องขอความช่วยเหลือ แต่ก็ไม่มีใครมาช่วย อ่ะ จริงสิ โทรศัพท์ ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาคุณสุกานดา ไม่มีสัญญาณครับ อะไรจะซวยขนาดนี้ โรงงานที่นี่อยู่ห่างไกลอับสัญญาณมือถือ ไหนโฆษณาว่าสัญญาณแรงทั่วไทยไง ผมจะฟ้องสคบ.!!!! มือถือหลานผม และมือถือยัยจัสมินก็เช่นกัน ขนาดใช้คนละโครงข่าย สัญญาณยังไม่มี เราอยู่ในนี้มาเป็นชั่วโมง หลานวินเข้ามากอดผม ทำไรของแกเนี่ย ฉันหนาวววววว หลานผมหนาวจนปากสั่น ยัยจัสมินที่ใส่เสื้อสายเดี่ยวนั่งเงียบๆอยู่คนเดียวที่มุมห้อง ผมถอดเสื้อสูทตัวนอกส่งให้เธอ หลานผมพยายามจะแย่งเสื้อไป แกมีแจ็คเก็ตหนังแล้วจะเอาไรอีก หนาววววววว....ว น้า ไหนๆเราก็ต้องจากกันแล้ว จากกันอะไรของแกหละ!!! ไอ้หลานนี่ พูดเป็นลาง ฉันมีเรื่องจะสารภาพ อะไร ความจริงแล้ว ฉันแอบรูดบัตรเครดิตที่น้าให้เอาไปซ่อมรถ เอาไปซื้ออะไหล่มอเตอร์ไซด์ด้วย แก!!!!!!!!!! เย็นไว้ๆ ออกไปได้ค่อยชำระความ ฉันก็มีเรื่องจะบอกเธอ2คนเหมือนกัน ... ความจริงก็เหลืออีกแค่อาทิตย์เดียวก็จะครบการทดลองงาน3เดือนแล้ว.. ที่ผ่านมาก็ขอบคุณมากนะ น้าจะมาซึ้งอะไรตอนนี้หละ!!! ฉันจะหนาวตายแล้วนะ ทำยังไงเราถึงจะได้ออกไปจากที่นี่เนี่ย!!!? ถ้าผมคิดออกผมก็ทำไปนานแล้วครับ เฮ้อ.. ผมเพิ่งจะอายุ40ปีเอง ลูกเมียก็ยังไม่มี ผมยังไม่อยากตาย!!!!!!!!!!!!!! ฉันก็มีเรื่องจะสารภาพเหมือนกัน ยัยจัสมินพูดขึ้นมา คือ..ฉันเอาเสื้อตัวใหม่ของฉันไปซักรวมกับเสื้อสูทของลุง แล้วสีมันก็ตกใส่สูทของลุงเป็นรอยกระดำกระด่าง ฉันกลัวลุงจะรู้ ก็เลยไปซื้อสีย้อมผ้ามาย้อม เสื้อตัวไหน?! ตัวเนี้ย ยัยจัสมินมองไปที่เสื้อสูทที่ผมเพิ่งยกให้เธอไป ผมอยากกระชากเสื้อสูทของผมกลับคืนมาซะเหลือเกิน เวลาผ่านไป เราสามคนนั่งเงียบๆอย่างไร้จุดหมาย ผมหันไปมองยัยจัสมิน เฮ้ เป็นไรหละ วันนี้เงียบจัง ผมคุยกับเธอ ... เธอไม่ตอบครับ ผมรู้สึกแปลกๆ เลยเดินเข้าไปสะกิดตัวเธอ ยัยจัสมินหลับไปแล้วครับ!!!!!!!!! เฮ้ย อย่าหลับนะ ตื่นๆ!!!!! จะทำยังไงดี ถ้าไม่ได้ออกไป ยัยจัสมินต้องตายแน่ๆเลย ประตูห้องเย็นถูกเปิดออก!!! แสงสว่างจากข้างนอกสาดส่องเข้ามาในห้อง ช่วงเวลาวิกฤต อยู่ดีดีก็มีพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยพวกเรา ไอ้เด็กตั้มครับ!!!!! มันพยุงพวกเราที่แขนขาชาไร้เรี่ยวแรงออกไปจากห้องเย็น มาที่นี่ได้ยังไงเนี่ย ผมบอกแล้วไง ตารางงานของท่านหน่ะผมรู้หมดแหละ ... เราไม่มีอะไรติดค้างกันแล้วนะ เด็กตั้มพูดกับหลานผม อ้ะ เจ๊ฟื้นแล้ว! ยัยจัสมินเริ่มรู้สึกตัว มาทำอะไรที่นี่ ก็มาช่วยเจ๊ไง เด็กตั้มพยุงตัวยัยจัสมินให้ลุกขึ้นนั่ง ร้อน ยัยจัสมินถอดเสื้อสูทของผมออกแล้วส่งคืนให้ผมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น สูทตัวนี้แพงนะครับ!!!!!!!!!!!!!!! *********************** หลังจากทราบผลLabอย่างเป็นทางการ โรงงานน้ำแข็งนรกนั่นก็ถูกปิดตัวลงและดำเนินคดีตามกฎหมาย ทุกอย่างเรียบร้อยนะ ค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะท่าน ลุยให้เต็มที่เลยค่ะ แต่ผมไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ ท่านอยู่ตรงนี้ดีแล้วหละค่ะ ถ้าให้คนอื่นมาแทนจะดูไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่ จะคุยกันอีกนานมั้ย!! ยัยจัสมินพูดโพล่งขึ้นมา ผมกำลังถกเครียดกับคุณสุกานดาในงานแข่งขันกีฬาภายในกระทรวงว่าผมควรจะอยู่วิ่งเป็นไม้สุดท้ายดีหรือไม่ ยัยจัสมินที่อยู่ไม้ก่อนผมก็พูดแทรกเข้ามา ถ้าแพ้ ลุงตายแน่! อะไรจะจริงจังขนาดนั้น นี่กีฬาเชื่อมความสัมพันธ์สร้างความสมัครสมานสามัคคีนะครับ เข้าที่... ระวัง... ไป!!!! ไม้วิ่งที่1คุณสุกานดา เธอวิ่งช้ามากครับ โดนชาวบ้านแซงไปหมดแล้ว อย่างนี้ถ้าผมเข้าที่โหล่อย่ามาว่ากันนะครับ ไม้ผลัดส่งต่อมาให้หลานวินของผม มันแซงครับ!!! แซงจนเรากลับมาขึ้นนำอีกครั้ง เป็นนักกีฬามันดีอย่างนี้นี่เอง! ไม้ผลัดส่งต่อมาให้ยัยจัสมิน เธอวิ่งสุดกำลังส่งต่อไม้สุดท้ายมาให้ผม เข้าเส้นชัย ทีมเราชนะครับ!!!! ต่อไปเป็นการแข่งขันวิ่งระยะสั้น100เมตร ผม วิน และยัยจัสมิน ก็ลงแข่งรายการนี้ด้วยครับ ไม่ต้องออมมือให้ผมนะครับ ผมแซวท่านปลัดกระทรวงที่อยู่ลู่วิ่งข้างๆ เข้าที่... ระวัง... ไป!!!! ผมวิ่งเต็มที่สุดแรงเกิด!!!! เส้นชัยอยู่ตรงหน้า เหมือนเห็นอะไรผ่านหน้าไปแว้บๆ ผมโดนแซงครับ! ที่หนึ่ง ไอ้วิน นักกีฬาเก่า ที่สอง ยัยจัสมิน!!!! ที่สาม ผม!!!!!!!! ชนะผู้หญิง ภูมิใจมากรึไง ยัยจัสมินพูดกับไอ้วิน ... *********************** จบจากการแข่งขันกีฬาภายใน ผมกลับมาที่บ้าน วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการทดลองงาน3เดือน หลังจากที่ผมตัดสินใจอยู่นานว่าจะเลือกรับใครทำงานต่อดี ในที่สุดผมก็ตัดสินใจได้ ผมจะเลือกรับไว้ทั้ง2คน ถึงไอ้วินกับยัยจัสมินจะไม่ได้ทำงานดีเลิศอะไร แต่อย่างน้อย2คนนี้ก็ไว้ใจได้ อ้ะ เงินเดือนเดือนสุดท้าย ผมส่งเงินเดือนงวดสุดท้ายให้เด็กฝึกงานทั้ง2คน ยัยจัสมินรับมาแล้วหยิบนับกันเห็นๆ ไปนับแอบๆผมหน่อยก็ได้ ต่อไปจะประกาศหละนะว่าใครจะได้ทำงานต่อ วินและยัยจัสมินยื่นซองขาวให้ผมพร้อมกัน ใบลาออกงั้นหรอ??!! อะไรกันเนี่ย!! ฉันจะลงสมัครรับเลือกตั้ง หลานผมพูด ฉันจะไปเป็นนักข่าว ยัยจัสมินบอก เห!!!!!!!!!!!!!!!!!! ฉันไม่ได้ลงพรรคเดียวกับน้า ดังนั้นอยู่ที่นี่ต่อไปคงไม่ดี ฉันจะออกไปหาห้องเช่าอยู่ หลานผมพูดจบก็สะพายกระเป๋าเดินออกจากบ้านไป ฉันจะไปเป็นนักข่าว อยู่ที่นี่ไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่ เป็นสื่อต้องเป็นกลาง ยัยจัสมินพูดจบก็ลากกระเป๋าเดินทางสีแดงใบโตออกไปอีกคน ผมมองบ้านที่ว่างเปล่า.. *********************** ผมตื่นแต่เช้าไปทำงานตามปกติ บ้านที่ไม่มีเด็กฝึกงานทั้ง2 เงียบจนน่าใจหาย ผมเปิดตู้เย็นหาอะไรทานก่อนออกจากบ้าน เจอขนมm&mที่ยัยจัสมินกินเหลือเอาไว้ ออกไปหน้าประตู ผมมองตู้รองเท้าที่โล่งว่าง จากที่เคยเต็มไปด้วยส้นสูงของยัยจัสมิน รองเท้าผ้าใบของไอ้วิน และรองเท้าหนังของผม ผมออกไปหน้าบ้าน มองที่ที่เคยเป็นที่จอดรถมอเตอร์ไซด์ของไอ้วิน มองรถเต่าของผมที่ยัยจัสมินต้องขอติดรถไปด้วยเป็นประจำ เฮ้อ.. ผมจะเศร้าทำไมเนี่ย!!!! ผมควรจะดีใจสิ ยัยจัสมิน ตัวสร้างปัญหา! ไอ้วิน ไอ้หลานอู้งาน! มัน2คนไปซะได้ก็ดี เชอะ!! *********************** 1ปีต่อมา มีการเลือกตั้งใหม่ ผมได้ขยับขึ้นเป็นรองนายกรัฐมนตรี!! ส่วนไอ้วินมันได้เป็นส.ส.ดาวเด่นหน้าใหม่ของรัฐสภา!!! ด้วยหน้าตาที่หล่อน้อยกว่าผมนิดนึง และวาทะคารมที่ดีกว่าผมน้อยหน่อย ไอ้วินมันก้าวหน้าทางการเมืองอย่างรวดเร็วเป็นประวัติการณ์ หลานผมครับหลานผม มันอยู่ฝ่ายค้านและกำลังตั้งกระทู้ถามในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีอยู่ ก็ท่านเลขาตาแป๊ะคนนั้นไงครับ แกได้เลื่อนขั้นเป็นนายกฯแล้วนะครับ!! นิสัยความโคตรโกงของแกกำลังถูกแบ๋ไต๋ถ่ายทอดสดทางทีวีอยู่ครับตอนนี้ เสร็จจากการอภิปรายก็เกือบจะเที่ยงคืน ผมออกมาให้สัมภาษณ์นักข่าว ท่านคิดยังไงกับการอภิปรายวันนี้คะ การออกเสียงลงมติ มีข่าวว่าพรรคร่วมจะไม่จับมือกับรัฐบาลอีกแล้ว ท่านนายกจะประกาศลาออกมั้ยครับ จริงรึป่าวคะที่ท่านได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนต่อไปค่ะ ง่วงนอนมั้ยคะ? เห~มีคำถามแบบนี้ด้วยหรอ ใครถามเนี่ย ผมมองหานักข่าวคนนั้น ยัยจัสมิน!!!! ผมลากยัยจัสมินไปยืนคุยกันในมุมสงบ ถามอะไรประหลาดๆ! เป็นนักข่าวประสาอะไรเนี่ย ก็ถ้าไม่ถามอย่างนี้ ลุงจะเงยหน้ามองฉันมั้ยหละ เห็นมองแต่กล้อง .... ผมมองนักข่าวกลุ่มใหญ่ที่มองพวกเราสองคนเถียงกันอยู่ หลานสาวผมครับ ไม่มีอะไร..อ้ะ!!นั่นท่านนายกออกมาแล้ว ผมหนีนักข่าวแล้วเข้าลิฟท์ไปกับยัยจัสมิน ลุง จะลากฉันมาทำไมเนี่ย ฉันจะสัมภาษณ์ตาแป๊ะ จะสัมภาษณ์ว่าอะไรหละ หิวข้าวมั้ย ... เชื่อได้แกต้องแวะกินบะหมี่ก่อนกลับบ้านแน่ๆ นึกไงมาเป็นนักข่าวสายการเมืองเนี่ย แล้วลุงนึกยังไงมาเป็นรองนายกฯหละ ... เอ๊ะ! อะไร ลิฟท์มันไม่เห็นขยับเลย ไหน เออเฮ้ย กดปุ่มฉุกเฉินซิ ยัยจัสมินกดปุ่มปุ๊บ ไฟดับครับ!!!! อะไรเนี่ย!!!!!!!!! อยู่กับลุงนี่ฉันซวยตลอดเลย ใครกันแน่ที่ซวย.. มาเล่นจ้ำจี้กันเหอะ เอาอีกแล้วหรอ ใครแพ้โดนดีดมะกอกเหมือนเดิมนะ อย่าโกงหละกัน เรานั่งเล่นกันไปหลายตา คุยนู่นคุยนี่ไปเรื่อย แล้วได้เจอกับไอ้วินบ้างยัง เจอทุกวัน เอ๋! ทำไมบ่อยจัง มันเช่าห้องอยู่ข้างห้องฉัน อ้อ อย่างนั้นหรอ น่ารำคาญจะตาย ขอติดมอไซด์ไปด้วยก็ไม่ได้ ไอ้วินก็ยังเหมือนเดิมหละนะ เอ้อ ที่ถามเมื่อกี้หน่ะ หมายความว่ายังไง ถามอะไร ก็ที่ถามว่า ถ้าไม่ถามอย่างนี้ ฉันจะเงยหน้ามองเธอมั้ยไง อ๋อ..ก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษนี่ อ่อ.. หรือลุงอยากให้มี เห๊อะ ฝันไปเถอะ!!! อ้ะ ฉันแพ้ ยัยจัสมินเปิดหน้าผากให้ผมดีดมะกอกได้ง่ายๆ ผมมองหน้าเธอที่หลับตาปี๋ ช่วงเวลาแห่งการแก้แค้นกลับมาแล้ว!!! ผมง้างนิ้วเต็มที่พร้อมปล่อยเต็มแรง ไฟติดขึ้น ... จบแล้วครับ - จบ - */*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/* ***ข้อสังเกตจากผู้เขียน 1. เมื่อนำชื่อ ภัทระ มะลิลา นาวิน มาอ่านเรียงกันจะเกิดความคล้องจอง 2. ผู้เขียนเป็นคนขี้เกียจอ่านข้อความที่ยาวเป็นพรืด จึงขึ้นบรรทัดใหม่ทุกครั้งเมื่อมีโอกาส |