สงกรานต์สาด
.รัก วันที่ 31 มีนาคม 2009 ซุปเปอร์จูเนียร์ ทั้ง 13 คน มาไบเทคบางนาเพื่อเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับยามาฮ่า ฟีโน่รุ่นใหม่ ซึ่งงานนี้มีกลุ่มแฟนคลับมากมายไม่ว่าจะทั้งไทยและเทศ ไปตามให้กำลังใจ เวลา 15.00 ภายในโรงแรมดุสิตธานีที่ใช้เป็นที่พักศิลปินชื่อดังทั้ง 13 คนของเกาหลี เฮ้ยย ได้ข่าวว่า 13-15 เมษายน ที่เมืองไทยมีงานสงกรานต์ 1 ในสมาชิกเอสเจที่มีฉายาว่าหมีกล่าวขึ้น เรียกความสนใจจากเอสเจอีก 12 คน ที่มานั่งเล่นไพ่รอเวลาไปไบเทคบางนา อะไรคืองานสงกรานต์ คังอิน หัวหน้าวงของเอสเจพูดขึ้นขณะที่มือกำลังทิ้งไพ่ เป็นกิจกรรมสาดน้ำ แถมสาวๆเยอะไปหมด โผมเคยเห็นในทีวีน่าเล่งสุดๆ สมาชิกชาวจีนหนึ่งเดียวกล่าวด้วยเสียงไม่ชัดนัก อยากเล่นกันหรอ อีทึกถามขึ้น ทุกคนไม่ตอบแต่พยักหน้ารับอย่างขะมักเขม้น แต่เราจะไปยังไง หนุ่มหน้าสวยของวงขัดขึ้น โดยมีฮันเกิงพยักหน้าเห็นด้วย ใช่ๆ ช่วงนั้นเรามีงานที่เกาหลีน่ะจะไปเมืองไทยได้ยังไง ทงเฮเอ่ย งั้นเรามาวางแผนกัน ไม่น่าเชื่อว่าคนที่เรียบร้อยอย่างซีวอนจะเอ่ยคำนี้ออกมา คน 13 คน นั่งล้อมเป็นวงกลมรอบกองไผ่ พวกเขาวางแผนหันอย่างขะมักเขม้นเพื่อหาทางหนีสต๊าฟทั้งหลายมาเมืองไทย โอเค งั้นต่อไปเราจะไปเล่นที่ไหน นั้นสิ คังอิน ชินดงเอ่ยสนับสนุนอย่างนึกสนุก ไปข้าวสารไหม ไม่ๆ รยออุคที่นั้นคนเยอะเกินไป แฟนคลับพวกเราจะจับเราได้ แล้วจะเอาอย่างไรหละพี่ฮยอกแจ ไปสีลมกันไหม เหมือนกับข้าวสารแหละคิบอม หัวหน้าวงพูดอย่างคิดหนัก ถ้าพวกเขาหนีเที่ยวก็ไม่อยากถูกเจอตัวจนถูกส่งกลับมา งั้นที่แถบนครปฐมไหม เพื่อนผมที่เคยไปเขาเคยไปเที่ยวแถวนั้น คนเยอะเล่นสนุก แถมพวกแฟนคลับพวกเราน่าจะน้อยน่ะ เพื่อนที่ไปเขาเอารถกระบะออกเล่น ท่าทางน่าสนุก เขามีญาติอยู่แถวนั้นด้วย เดี๋ยวให้ติดต่อให้ก็ได้ ดีมากคยูฮยอน งั้นเอาตามนี้ ไม่มีใครขัดน่ะ อีทึกพูดสรุป และไม่มีใครปฎิเสธความคิดของน้องเล็กของวง งั้นเอาตามนี้ วันนี้ 14 เราเดินทางกัน เล่น 15 วันเดียวแล้วกลับเลย จะได้ไม่ต้องโดดงาน โอเคน่ะ อีทึกเอ่ย อย่างน้อยพวกเขาก็คือศิลปินที่ยังรักงานเป็นชีวิตจิตใจ อื้อ ทั้งหมดขานรับ งั้นคยูฮยอนติดต่อเพื่อนเตรียมที่พักให้เราด้วย ได้ครับ ทั้งหมดจบการสนทนาประจบเหมะพอดีกับที่สต๊าฟมาเคาะประตูเรียก เพราะได้เวลาไปไบไทคบางนาแล้ว เอสเจทั้งหมดขานรับ ก่อนจะออกจากห้องตามพี่สต๊าฟไปขึ้นรถ ทั้งที่ในใจของทุกคนคิดถึงความสนุกในวันที่ 15 อย่างอดไม่ได้ 2 อาทิตย์ผ่านไป ยามเช้าสต๊าฟวิ่งวุ่นเพราะเอสเจทั้ง 13 คน หายไปอย่างไร้ร่องรอย โดยที่สต๊าฟคนนึงรู้ตัวเมื่อยามสาย เพราะเช้ามากแล้ว แต่ยังไม่เห็นสมาชิกของกลุ่มศิลปินชื่อดังสักคนเดียว ด้วยความสงสัยจึงได้เปิดประตูห้องพักเข้าไปดู แล้วพบว่าทุกห้องว่างเปล่า !! ถึงสักที ฮีชอลบ่นพรางบิดขี้เกียจขับไล่ความเมื่อยที่ต้องนั่งเครื่องมาอย่างยาวนาน เอสเจทั้ง 13 คน มาถึงสนามบินสุวรรณภูมิอย่างปลอดภัย โดยทิ้งความวุ่นวายไว้เบื้องหลัง ศิลปินทั้ง 13 พลางหน้าตาด้วยแว่นกันแดดและหมวกหลากหลายชนิด แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาทั้ง 13 ก็ยังเด่นในสายตาของคนอื่นๆ เพราะ หาได้ง่ายที่ไหนที่คนหน้าตาดีทั้ง 13 คนมารวมตัวกัน คยูฮยอนสอดส่ายสายตามองหาเพื่อนที่ร่วมก๊วนมาเล่นสงกรานต์ด้วยกัน แต่กลับเดินทางมาก่อนถึง 2 วัน ไม่นานนักน้องชายคนเล็กของวงก็พบเพื่อนที่มารับ คยูฮยอนเรียกเพื่อนของเขาว่า จองเบ และจองเบก็นับว่าเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่ง จองแบพาเพื่อน และพี่ๆในวงของเพื่อนอีก 12 คน ไปพักที่บ้านของญาติแถวศาลายา และยังนัดแนะกันว่าวันรุ่งขึ้นจะให้พ่อบ้านของบ้านนี้จะขับรถให้ โดยที่พวกเขาทั้ง 14 คน จะเป็นผู้โดยสารด้านหลังรถกระบะคันโต เอสเจทั้ง 13 คน ตื่นเต้นกันมากเพราะนี่คือสงกรานต์ครั้งแรกในชีวิต 15 เมษายน หนุ่มหล่อ 14 คนตื่นขึ้นมาแต่เช้า จองเบพาเพื่อนๆไปทำความรู้จักกับพ่อบ้านที่จะทำหน้าที่เป็นสารถี ก่อนจะช่วยกันขนถังใหญ่ๆขึ้นรถ รวมถึงหาขัน กระป๋องเล็ก และดินสอพอง ตามคำแนะนำของจองเบ ที่มีประสบการณ์การเล่นสงกรานต์มาก่อน จะไม่ปลอมตัวกันหน่อยหรอ ชินดงถามขึ้นตอนสายเมื่อพวกเขาทั้ง 14 มีเพียงหมวกแก๊ปและแว่นกันแดดหรือแว่นแฟชั่นเท่านั้น ถึงแม้ว่าแถวนี้ไม่ค่อยดัง แต่น่าจะมีคนรู้จักเอสเจอยู่น่ะ ชินดงพูดอีกเพื่อให้เพื่อนคิด ซึ่งได้ผลเพื่อนที่เหลือมองหน้ากันอย่างไม่รู้ว่าจะเอายังไงดี เอายังงี้ไหม ใส่หน้ากากกัน ส่วนพี่ฮีชอลกับพี่อีทึกก็ใส่ผมยาว แต่งตัวเป็นผู้หญิง น่าสนุกดีออก จองเบเป็นคนเสนอทางเลือกที่อีทึกกับฮีชอลได้แต่ส่ายหน้าปฎิเสธ งั้นจะเอายังไง คังอินถามขึ้น งั้นบางคนที่เด่นๆ ก็ใส่หน้ากากก็พอ ส่วนพวกพี่ๆที่เหลือก็ใส่หมวก แว่นปิดหน้าไว้ ชลมุลแบบนี้คงไม่มีใครสนใจหรอก งั้นตกลงตามนี้ อีทึกสรุปทันทีอย่างไม่ถามความเห็นน้องๆ จองเบให้พ่อบ้านออกรถก่อนที่จะไปหาหน้ากากกับสิ่งพรางกายให้กับเอสเจทั้ง 13 แต่สุดท้ายพอเอสเจทุกคนเห็นหน้ากากที่ว่า ก็ส่ายหน้าทันที เพราะว่าหน้ากากที่มี เป็นหน้ากากผี ไม่ก็หน้ากากพวกยอดมนุษย์ซึ่งน่าเกลียดและตลกสุดๆ สุดท้ายพวกเขาก็เพียงใส่หมวก ใส่แว่น และบางคนก็ใส่ผ้าปิดปาก เฮ้ๆ โครม ซ่า.. ตอนนี้รถกระบะแล่นมาอยู่ที่ถนนเลียบคลองที่ติดอยู่กับสาย 4 เอสเจทั้ง 13 ตะลึงกับภาพสงกรานต์ ความสนุกและคึกคะนองแล่นมากับภาพที่เห็น รถจักรยานยนตร์มากมายถูกบิดจนเสียงดังหนวกหู เพลงมากมายจากลำโพงนับสิบ ที่รถขับผ่านไปตีกันจนแทบปวดหัว แป้งสีขาวกระจายเต็มพื้น น้ำเยอะแยะถูกสูบจากคลองริมถนน แต่ถึงกระนั้นนี่ก็คือสีสันของสงกรานต์ที่ปีนึงมีหน ตอนนี้หนุ่มหล่อทั้ง 14 คน ตัวเปียกปอนราวกับลูกหมาตกน้ำ เสื้อเปรอะเปื้อนไปด้วยแป้งสีขาวและแป้งสี หน้าเลอะไปด้วยแป้ง จนแทบจำไม่ได้ว่าใครเป็นใคร ตอนนี้รถกระบะวนมาอยู่ที่สาย 4 และ ติดชะงักจนไปไหนไม่ได้ พวกเขาทั้ง 14 จึงเดินเล่น ในมือบางคนถือกระป๋องเล็กๆที่ใส่แป้งสีขาว แต่อีกหลายๆคนก็มีปืนฉีดน้ำสีสันสดใส พวกเขาทั้ง 14 ถูกคนหลายๆคนปะแป้ง แต่พวกเขาก็ปะแป้งคืนโดยเฉพาะผู้หญิง แต่เมื่อใดที่เจอกะเทยพวกเขาจะหลีกหนีตามสัญชาตญาณ เวลานี้เกือบจะ 2 ทุ่มแต่ยังไม่มีใครหลีกหายไปจากสาย 4 พวกเขาทั้ง 14 มีความสุขมากจนกระทั้ง อุ้ย น่ารักจัง มาจากไหนหรอ สำเนียงภาษาอังกฤษแปล่งๆถูกส่งมาจากหญิงเทียมตัวสูงใหญ่ คงเพราะคาดว่าพวกเขาหน้าตาดีเกินจะเป็นคนไทยเลยเลือกจะทักด้วยภาษาอังกฤษ พวกเขาทั้ง 14 พยายามเดินหนีด้วยการอ้อมผ่านกลุ่มกะเทยร่างยักษ์ที่รวมกลุ่มกันอย่างเหนียวแน่น ราวกับการรวมตัวของปลาเพื่อล่าเหยื่อ แต่ความซวยก็มาตกที่อีทึกเมื่อถูกกะเทยควายจับได้ คังอินจึงกลับไปตามโดยไม่ได้บอกกล่าวแกเพื่อนที่เหลือที่เดินหน้าต่อไป จองซู คังอินตะโกนเสียงห้าว เรียกคนตัวเล็กที่ดิ้นรนหนี ปล่อยเพื่อนผม สำเนียงภาษาอังกฤษแปลกๆสไตล์เกาหลีถูกส่งออกไป แต่กะเทยร่างใหญ่ก็ยังไม่มีที่ท่าจะปล่อยอีทึก ไม่แน่ใจว่าเพราะไม่เข้าใจ หรือไม่อยากปล่อยกันแน่ คังอินโกรธจัด จึงผลักกะเทยที่จับแขนเล็กๆของอีทึกเต็มแรง แล้วคว้าข้อมือเล็กหนีออกมาก โดยไม่สนใจเสียงหวีดร้องที่ห้าวใหญ่ราวกับกระบือกับกำลังออกลูก อ้าวว พี่คังอิน พี่จองซูหายไปไหน คยูฮยอนที่เดินแถวรั้งท้ายสุดหวังจะหันมาคุยกับรุ่นพี่ในวงทั้งสอง แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อพบแต่ความว่างเปล่า ด้วยความเป็นห่วงจึงเดินออกห่างจากกลุ่มเรื่อยๆเพื่อตามหาพี่ชาย โดยในใจของคยูฮยอนคิดเพียงว่าที่เล็กๆแค่นี้และกลุ่มของตนออกจะใหญ่คงจะตามหาไม่ยากนัก จึงคิดแต่ว่าจะออกตามหาพี่ชายทั้งคู่ แต่กิริยาท่าทางของ คยูฮยอนก็ไม่พ้นจากสายตาของรุ่นพี่ร่างเล็ก เมื่อคยูฮยอนเดินออกจากกลุ่ม ซองมินจึงสะกดรอยตาม ทางด้านอีทึกและคังอินเมื่อหนีพ้นกลุ่มกะเทยร่างใหญ่ก็พยายามออกตามหาเพื่อน แต่เท่าไร่ๆก็ไม่พบ จึงคิดที่จะกลับไปที่รถแทนเพราะจดทะเบียนรถเก็บเอาไว้ในกระเป๋า แต่พอล้วงเอาออกมาก็พบกว่าหมึกนั้นโดนน้ำจบแทบอ่านไม่ออกแถมกระดาษยังเปื่อยยุ่ยเพราะเปียกน้ำ ทำยังไงดี~อีทึกเอ่ยเสียงสั่น เพราะความหนาวและความกลัวที่เพื่อนๆหายไป ไม่รู้สิ คังอินเอ่ย แต่ที่นี่ไม่ใหญ่มาก เดี๋ยวก็คงเจอ เล่นสงกรานต์ให้สนุกเถอะ คังอินให้กำลังใจคนตัวเล็กก่อนที่จะส่งปืนฉีดน้ำของตัวเองให้ แล้วแย่งกระป๋องแป้งมาถือไว้เอง แล้วก็จูงมือคนตัวเล็กไปขอน้ำล้างหน้าที่โดนกลุ่มกะเทยเมื่อครู่ป้ายซะเต็มหน้า ขอบคุณครับ อีทึกเอ่ยของคุณเป็นภาษาอังกฤษเบาๆกับผู้หญิงที่สละน้ำให้เขาล้างหน้า ก่อนที่คังอินและอีทึกจะจูงมือกันเล่นน้ำอีกครั้งอย่างสนุกสนาน แต่กระนั้นก็ยังไม่ลืมมองหารถหรือเพื่อนๆ ทางด้านซองมินที่สะกดรอยคยูฮยอนเรื่อยมาจนห่างจากกลุ่มเพื่อนๆ ก็ต้องตกใจเมื่อมีมือของคนแปลกที่เป็นหญิงอายุราว 20 ปีจับต้นแขนของเอาไว้แน่น ด้วยความตกใจจึงร้องตะโกนพ่นคำพูดออกมาเป็นภาษาเกาหลีเสียงดังจนทำให้คนรอบๆข้างสนใจ เสียงคุ้นๆ คยูฮยอนพึมพำกับตนเองเมื่อคลับคล้ายคลับคราจะได้ยินเสียงของคนตัวเล็กที่รู้จัก เขาจึงหันมองรอบๆกายเพื่อนค้นหาต้นตอของเสียงแล้วก็พบกับคนตัวเล็กที่ดิ้นรนอยู่ในมือที่ราวกับคีมของหญิงสาว ชายร่างเล็กคนนั้นใส่เสื้อที่คยูฮยอนคุ้นตามากๆ เพราะจำได้ว่าเป็นเสื้อที่เขาบรรจงซื้อให้คนสำคัญในวันเกิดเมื่อตอนต้นปี เมื่อลองเดินเข้าไปใกล้ๆจึงพบว่าชายร่างเล็กนั้นคุ้นตามากเพราะเคยเจอกันทุกวัน.. พี่ซองมิน คยูฮยอนเรียกชายร่างเล็กที่ดูคุ้นตา ก่อนที่จะสาวเท้าไปใกล้ๆ ว่าไงจ๊ะ เป็นพี่ชายหนูคนนี้หรอ ยืมตัวให้เล่นกับพี่ๆแป๊ปน่ะ เสียงที่ตอบกลับมากลับเป็นเสียงแหลมๆที่พ่นคำพูดภาษาอังกฤษผิดๆถูกๆ ไม่ใช่ ไม่ใช่อาไรจ๊ะ หรืออยากจะมาเล่นด้วยกัน เสียงแหลมๆตอบกลับมาอีกรอบ ส่วนเพื่อนๆรอบข้างก็หัวเราะอย่างสนุกสนาน ไม่ใช่ ผมเป็นน้องชาย คยูฮยอนตอบเสียงเรียบ เอ เป็นน้องชาย คงอายุสัก 15 สนใจจะมาเล่นกับพี่สาวไหม เสียงแหลมๆตอบกลับมาพร้อมกับหัวเราะอย่างน่ารังเกียจ คำพูดที่ตอบกลับมาทำให้คนสองคนของบอยแบนด์ชื่อดังตะลึง คยูฮยอนตะลึงที่พวงหญิงสาวพวกนี้คิดว่าเขาอายุแค่ 15 ทั้งๆที่เขาก็ยอมรับว่าตลอดว่าหน้าตาเขาอย่างกับคนอายุ 20 ส่วนซองมินตะลึงที่หญิงพวกนี้แทนที่จะคิดว่าเขาอายุ 20 กว่าและเป็นพี่ของพวกหล่อน แต่กลับเลือกลดอายุให้คยูฮยอนซะอย่างนั้น ไม่ใช่ผมอายุ 23 แล้วผมแก่กว่าพวกเธอ ให้เกียรติผมหน่อย ซองมินตะโกนเสียงดังอย่างโมโห เป็นผลให้หญิงสาวเปิดช่องว่าง คยูฮยอนอาศัยจังหวะที่ฝ่ายตรงข้ามเผลอฉวยเต้นแขนของซองมิน แล้วกระชากกลับมาหาตนก่อนจะพากันวิ่งหนี พอถึงจุดที่คิดว่าปลอดภัย คยูฮยอนก็ปล่อยต้นแขนเล็กให้เป็นอิสระ ขอบคุณ ซองมินเอ่ยขอบคุณเบาๆก่อนจะเดินหนี งอนอะไรอีก คยูฮยอนสังเกตได้ว่าร่างบางนั้นแก้มป่องอย่างเห็นได้ชัด ก็คยูฮยอนบอกว่าเป็นแค่น้อง โธ่ เรื่องนี้เอง คยูฮยอนว่าพรางวิ่งเพื่อให้ทันร่างบางที่เดินหนีอย่างรวดเร็ว แต่ผมไม่อยากเป็นแค่นั้น ซฮงมินหยุดเดินแล้วจ้องเข้าไปในดวงตาสีดำของคยูฮยอน ผมก็ไม่คิดว่าจะเป็นแค่นั้น ... ซองมินไม่ตอบแต่ดวงตาใสๆนั้นกำลังเต้นระริกด้วยความดีใจ แต่ผมไม่อยากพูดอะไรที่ทำให้คนที่ผมรักเสียชื่อเสียงหรอกน่ะ คยูฮยอนจับมือเล็กๆเอาไว้ แล้วยกขึ้นมาจูบเบาๆ จริงๆน่ะ จริงสิ ไปเล่นน้ำกันเถอะ อีกสักพักค่อยกลับไปที่รถ ผมจำทะเบียนรถได้ คยูฮยอนเอ่ยชวนร่างเล็กที่สดใสราวกับดวงอาทิตย์ อื้อ ไปสิ ซองมินคว้ามือใหญ่แล้วลากออกไปอย่างร่าเริง ส่วนคยูฮยอนนั้นได้แต่ปล่อยให้ตนถูกลากออกไปพร้อมกับรอยยิ้ม อ่ะ ขอโทษ ฮีชอลเอ่ยขอโทษคนที่ตัวเองเดินไปชนด้วยภาษาอังกฤษ แต่เมื่อตัวเองจะถอยหลังกลับกลับมีมือใหญ่มาคว้าเอวเล็กๆเอาไว้ จะรีบไปไหนค่ะ น้องสาว ชายตัวใหญ่ที่ฮีชอลชนเอ่ยสำเนียงค่ะ ขา ที่ขัดกับเสียงห้าวใหญ่และรูปร่างหน้าตาเยี่ยงโจร เพราะฮีชอลสังเกตได้ถึงรอยสักรอบกายที่ดูสกปรกไปหมด ปล่อยน่ะ ไอ้บ้า ฮีชอลตะคอกกลับไปด้วยความโมโหที่โดนลวนลามกับถูกเข้าใจผิดว่าเป็นหญิง น้องสาว พูดจาหยาบคาย ตอนนี้ฮีชอลสังเกตได้ว่าที่ตัวใหญ่ของผู้ชายคนนี้มีกลิ่นแอลกอลฮอร์เหม็นหึ่ง แต่ก่อนที่ฮีชอลจะตอบกลับอะไรกลับไปก็สังเกตได้ว่าหน้าใหญ่ๆกำลังเข้าใกล้เขามา และดูเหมือนจุดมุ่งหมายจะอยู่ที่แก้มเนียนๆของตน เมื่อเห็นดังนั้น ฮีชอลจึงดิ้นอย่างไม่คิดชีวิต ปล่อยคนของผมเดี๋ยวนี้ ถึงแม้ว่าภาษาเกาหลีของฮันเกิงจะวิบัติ แต่ภาษาอังกฤษก็ได้เกรดต้นๆของโรงเรียน นี่เป็นครั้งแรกที่ฮีชอลอย่างเห็นหน้าของหมีแพนด้าชาวจีนมากขนาดนี้ แถมอยากจะให้รางวัลงามๆเมื่อมือใหญ่ของฮันเกิงกั้นริมฝีปากหยาบน่ารังเกียจได้ก่อนที่มันจะสัมผัสกับแก้มเนียน เมิงงง เป็นใคร ชายตัวใหญ่แสดงอาการเมาอย่างเห็นได้ชัด นั่น เมียผม ฮันเกิงเลือกใช้คำนี้ทันที่ที่เห็นท่าทางคุกคามน่าอันตราย แต่ก็ยังมีอีกเหตุผล ก็เพราะอยากเห็นแก้มแดงของคนหน้าสวยเหมือนอย่างตอนนี้ โด่ ผัวมาตาม ผลักฮีชอลออกจากตัวอย่างรวดเร็ว จนร่างบางเสียหลัก โชคดีที่ฮันเกิงรับได้อย่างทันท่วงที พูดอย่างนั้นไปทำไม เดี๋ยวใครๆก็เข้าใจผิดพอดี ฮีชอลรีบพูดทันทีเมื่อเห็นว่าคนเมาจากไปแล้ว ไม่เป็นไร ไม่มีใครรู้หรอก ดูโน่น นิ้วเรียวของฮันเกิงชี้ไปที่ริมฟุตบาลที่กลุ่มของตนกำลังนั่งกินข้าวไข่เจียว ข้าวผัดกระเพราะกล่องละ 10 บาท อย่างไม่ถือตัวว่าเป็นศิลปินชื่อดัง เขากินข้าวกันหมด ผมก็เลยออกมาตามฮีชอลที่เดินไปอีกทาง ฮันเกิงรีบพูดยกเหตุผล เหอะ นี่ท่าเป็นคังอินเขาคงไม่พูดแบบนายเมื่อกี้ ฮีชอลยังโกรธบวกอายไม่หายจึงรีบยกคนอื่นขึ้นมาพูด แต่เพราะชื่อคังอินจึงทำให้คนข้างตัวรู้สึกว่ามันผิดปกติ อะไร ฮีชอลถามเมื่อเห็นร่างข้างตัวทำหน้านิ่ว คังอินไปไหน พี่อีทึก ซองมิน กับคยูฮยอนด้วย ห่ะ อะไรน่ะ เพราะคนข้างตัวบอกจึงสังเกตว่าเป็นจริง รีบไปบอกคนที่เหลือเร็ว ห๋า...!!!. คนที่เหลือร้องออกมาทันทีเมื่อรู้ตัว กลับไปตามหาดีไหม เยซองรีบพูดเพราะเป็นห่วงเพื่อนร่วมวง ก็ดี งั้นรีบกินเถอะ พี่ฮีชอลกับพี่ฮันเกิงด้วย กินข้าวก่อน เดี๋ยวพวกเราจะย้อนกลับไป จองเบตั้งสติได้ดีที่สุด จึงเร่งคนที่เหลือให้กินข้าว เมื่อกินข้าวเสร็จ พวกเขาทั้งหมด ก็เริ่มเดินย้อนกลับไปทางเดิมคือเดินจากถนนหงส์ตรงไปทางถนนเพรชเกษม โดยที่คนทั้งหมดเกาะกลุ่มไว้เพราะกลัวว่าจะมีใครซุ่มซ่ามเดินหายไปอีก นั่นพี่คังอินกับอีทึกรึเปล่า เมื่อเริ่มออกเดินไม่นาน คิบอมก็สังเกตเห็นชุดคุ้นตา จึงรีบบอกคนที่เหลือ รีบเดินไปดูดีกว่า ซีวอนเสนอความเห็นและทุกคนก็ทำตามอย่างไม่ขัดแย้ง พี่คังอิน พี่อีทึก หายไปไหนมา อึนฮยอกรีบวิ่งไปกอดคอคนทั้งคู่ทันที โดยไม่สนใจเลยว่าทั้งสองกำลังนั่งกินข้าวค้างอยู่ พี่อ่ะ เจออะไรไม่ดีรึเปล่า เจอมานิดหน่อยอ่ะ ทงเฮ แต่พวกพี่ไม่เป็นไร อีทึกตอบ แล้วซองมินกับคยูฮยอนหละคังอินกำลังถามขึ้นเมื่อสังเกตเห็นถึงความผิดปกติ หายไปเหมือนกับพี่นั้นแหละ ยังหาไม่เจอ เยซองตอบ ลองกลับไปหาที่รถไหม ผมว่าคยูฮยอนน่าจะฉลาดพอที่จะกลับไปที่รถได้ พี่เห็นด้วยกับทงเฮน่ะ ชินดงว่าขึ้นมาบ้าง งั้นไปกันเถอะ จองเบเป็นคนสรุป แล้วเริ่มพาคนทั้งหมดเดินไปหารถ เมื่อทุกคนเริ่มออกเดินหารถที่มีมากมายหลายร้อยคน มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่เมื่อพบรถแล้วก็ต้องเห็นว่าที่ชินดงว่าเป็นจริง คยูฮยอนฉลาดพอที่จะกลับมาที่รถได้โดยไม่หลง กินข้าวสบายใจเลยน่ะ คนอื่นเขาก็เป็นห่วงแทบตาย จองเบแขวะเพื่อนทันที โธ่ จองเบอ่ะ ขอโทษน่ะที่ขัดแต่ผมว่าพวกเรากลับกันเลยดีไหม ซีวอนขัดขึ้นมา ทำไมอ่ะ.. ทุกคนขานตอบพร้อมกัน มันจะ 4 ทุ่มแล้วผมจองตั๋วกลับไว้แต่เช้า ซีวอนว่า พร้อมกับยกนาฬิกาให้ดู ทุกคนเห็นด้วยกับซีวอนไม่เว้นแม้แต่จองเบ เพราะทุกคนจองตั๋วกลับเอาไว้ตั้งแต่ตี 5 เมื่อตกลงกันก็ปรึกษากับคนขับรถเพราะรถยังติดเป็นแถวยาวเหยียด สุดท้ายก็ได้ข้อสรุปว่าจะเข้าซอยเล็กๆไปทะลุถนนเลียบคลอง ก่อนจะเข้าสาย 3 เพราะเลียบคลองก็ยังติด แล้วออกถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี แล้วหักเข้าบ้านที่ศาลายา เมื่อกลับถึงที่พัก ทุกคนอาบน้ำก่อนที่จะสลบเป็นตายเพราะเหนื่อยมาทั้งวัน 16 เมษายน เวลา 12.00 ทั้ง 14 คนถึงสนามบินเกาหลีช้ากว่าปกติเพราะเครื่องดีเลย์ แต่เมื่อถึงเกาหลีแล้ว จองเบก็แยกตัวกลับบ้านทันที ปล่อยให้ทั้ง 13 คนกลุ้มว่าจะแก้ตัวอย่างไรกับสต๊าฟและผู้จัดการวง และเมื่อถึงหอพักกก็พบว่าทุกคนมานั่งรอหน้าหอพักอย่างพร้อมเพรียง นั้นทำให้เอสเจทั้ง 13 เหงื่อตก และสงสัยว่าใครบอกว่าพวกเขาจะกลับมาตอนนี้ ไปไหนกันมา นี่ถ้าเพื่อนคยูฮยอนไม่โทรเข้าตึกเอสเอมมาบอกก็คงไม่รู้ ผู้จัดการวงเอ่ยถามเสียงเย็นด้วยความโกรธ แต่นั้นก็ไขข้อข้องใจให้เอสเจได้ว่าใครกันที่บอก ชิ จองเบหักหลังซะได้ อย่าให้เจอน่ะ ไม่น่าเชื่อว่าเอสเจทุกคนจะคิดเหมือนกันหมด สรุปไปไหนมา ผู้จัดการถามย้ำเสียงเย็นกว่าเดิม ทำให้ทุกคนอยากฆ่าจองเบมากกว่าเดิม อีทึก ฮีชอล ฮันเกิง เยซอง คังอิน ชินดง ซองมิน ฮยอกแจ ทงเฮ ซีวอน รยออุค คิบอม คยูฮยอน ผู้จัดการวงกดดันหนักด้วยการเอ่ยชื่อเรียงคน นั้นทำให้เอสเจทุกคนก้มหน้าลง อีทึกตอบมากล่าวเสียงเย็นบังคับให้อีทึกตอบ ไปเอ่อ..สงกรานต์ อ่า.. ที่เมือง..ไทย อีทึกตอบเสียงสั่นด้วยความเกรงใจ โดยไม่บอกไม่กล่าว ? รู้ไหมทุกคนเขาเป็นห่วงเรามากแค่ไหน ไม่ใช่เสียงตะคอกที่ตอบกลับมาแต่กลับเป็นเสียงที่แสดงความห่วงใย และเมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบกับดวงตาที่ทอประกายความห่วงใยอย่างเต็มเปี่ยม ขอโทษครับ โดยไม่ต้องมีใครบอก ทุกคนโค้งขอโทษทีมงานทุกคนพร้อมกัน ช่างเถอะ
ไปได้แล้ว ผู้จัดการวงไล่สมาชิกเอสเจทุกคนไปผักผ่อน อย่างน้อยทุกคนก็ยังมีความรับผิดชอบพอที่จะหนีเที่ยวในวันที่ไม่มีตารางการทำงาน การให้อภัยจึงไม่ใช่เรื่องยาก แต่คล้อยหลังไปไม่ทันไรผู้จัดการวงก็รับรู้ได้ทันทีว่าคิดผิด สานุกดีน่ะ ไปกานอีกเนอะ ฮันเกิงเปิดประเด็น นั้นสิ แต่ว่าคราวหน้าชวนทุกคนไปด้วยน่ะ ดงบังกับทีมงานชวนไปทุกคนเลย ดีไหม พี่ฮีชอล ผมเห็นด้วย อีกอย่างคราวนี้ก็สนุกดี ผมชอบ ซีวอนปิดประเด็นการสนทนาโดยที่ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วน เฮ้อ.. ทีมงานทุกคนคิดอย่างพร้อมเพรียงกันโดยไม่ได้นัดหมาย ยังไงลิงก็คือลิงอยู่วันยังค่ำ แต่อย่างน้อยก็ยังดีที่จะชวนไปด้วย... ------------------------------------------ The EnD ------------------------------------------ |