|
[CHAPTER I]
โต๊ะทำงานถูกแยกออกเป็นสัดส่วนตามแผนก ชายหนุ่มรูปร่างค่อนไปทางผอมเพรียวเดินผ่านประตูไม้สีน้ำตาลเข้าไปยังด้านใน ท่ามกลางความวุ่นวายภายในสำนักงานนั้นดูจะไม่มีใครสนใจการมาของชายผู้นี้สักเท่าไร “ พบศพชายถูกทิ้งไว้ริมแม่น้ำในเขต B “ สิ้นเสียงตะโกนร้องบอกความวุ่นวายที่มีอยู่แล้วกลับทวีความโกลาหลมากยิ่งขึ้น เสียงตะโกนอื้ออึงจากการปฏิบัติหน้าที่ในแต่ละส่วนที่ตัวเองรับผิดชอบ เสียงเร่งเร้ากระตุ้นพวกตำรวจเฉื่อยชาให้เตรียมพร้อมแล้วออกจากสำนักงานแห่งนี้โดยเร็วที่สุด ชายผู้มาใหม่นั่งมองความวุ่นวายเหล่านั้นผ่านบานเกร็ดของม่านกั้นพวกสอดรู้สอดเห็นเรื่องของเจ้านาย ใบหน้าคมจุดยิ้มราวกับจะเยาะเย้ยให้กับความวุ่นวายที่มากเกินความจำเป็น ...หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ...แผนกอาชญากรรมทั่วไป ...มันห่วยแบบนี้เอง หน่วยปฏิบัติการพิเศษเป็นหน่วยงานอิสระ มีอำนาจในการตัดสินใจโดยไม่ต้องผ่านรัฐบาล หน่วยงานยิ่งใหญ่ที่ไม่ว่าตำรวจหรือทหารต่างใฝ่ฝันจะย้ายเข้ามาสังกัดเพื่อสิทธิพิเศษที่เหนือกว่าตำรวจและทหารซึ่งขึ้นอยู่กับกระทรวงผู้มีรัฐบาลคอยควบคุม ภายในอาคารแห่งนี้แบ่งออกเป็นหลายแผนก แต่หากจะคิดถึงเรื่องการสร้างความสัมพันธ์ข้ามแผนกนั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลย ทุกฝ่ายต่างมีวิธีดำเนินงานที่แตกต่างและไม่ข้องเกี่ยวกันเสียส่วนใหญ่ หรือหากจะยกตัวอย่างให้เห็นชัดเจนคงเป็นคดีของพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่ทำความเลวทุกรูปแบบ หน่วยอาชญากรรมรวบตัวไว้ได้ในข้อหาฆาตกรรมซึ่งทำให้หน่วยงานปราบยาเสพติดไม่พอใจเนื่องจากพวกเขาเตรียมการเพื่อสืบไปให้ถึงต้นตอ ไม่ใช่หยุดแค่คดีอาชญากรรมเล็กๆในสายตาของพวกเขา เรื่องในลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยจนทำให้แผนกต่างๆไม่ค่อยสนใจสร้างความสัมพันธ์ต่อกันสักเท่าไรนัก มีแค่เพียงระดับหัวหน้าที่ใช้วาจา ไหวพริบในการขอความร่วมมือในบางเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อคดีของแผนกตัวเอง นั่นเลยดูเหมือนว่าเป็นการสื่อสารเพียงอย่างเดียวระหว่างแผนก แฟ้มประวัติถูกปิดลง ชายผู้เป็นหัวหน้าแผนกมองเด็กหนุ่มผู้มาใหม่อย่างพิจารณา โจคยูฮยอนได้รับคำสั่งย้ายมาจากแผนกอาชญากรรมระดับหนึ่ง เหตุเนื่องจากผลการตรวจสอบสภาวะทางจิตของเขาอยู่ในขั้นเสี่ยงเกินกว่าจะทำงานให้กับหน่วยงานระดับหนึ่ง เขาจึงถูกส่งตัวมายังหน่วยงานที่คนในแผนกหนึ่งนั้นมองว่าเป็นพวกไร้ประสิทธิภาพสิ้นดี แต่นั่นก็เป็นแค่เพียงระยะสั้นๆ หากเขาผลการตรวจสภาพจิตที่จะมีขึ้นในอีก 6 เดือนของเขานั้นอยู่ในสภาพพร้อม โจคยูฮยอนก็จะได้กลับเข้าสู่ระดับหนึ่งอีกครั้ง “ ผมให้คุณทำคดีนี้ก็แล้วกัน “ หัวหน้าแผนก อีกีมิน หยิบแฟ้มตรงหน้าให้กับชายหนุ่มที่เขาไม่อยากร่วมงานด้วยสักเท่าไรนัก โจคยูฮยอนถูกส่งตัวมาที่นี้พร้อมเงื่อนไขว่าจะได้กลับไปสู่อาชญากรรมแผนกที่หนึ่งอีกครั้ง นั่นหมายความว่าชายหนุ่มคนนี้คงมีดีพอที่แผนกหนึ่งจะช่วยเหลือให้เขากลับไปร่วมงานอีก ฉะนั้นการส่งตัวมาที่นี่ก็เพื่อแก้ขัดไปก่อนเท่านั้น “ ดาราถูกฆ่า 4 ศพ ใน 3 เดือน สงสัยว่าเป็นฆาตกรรมต่อเนื่อง “ คยูฮยอนมองหัวหน้าแผนกอย่างไม่เชื่อสายตา ท่าทางภายนอกดูน่าจะเป็นคนเก่งใช้ได้ แต่ทำไมถึงยอมให้ลูกน้องสรุปอะไรแบบนี้ การผ่านงานในอาชกรรมระดับหนึ่งมาหลายปีทำให้คยูฮยอนเรียนรู้รูปแบบการฆ่าแปลกๆมามากพอที่จะไม่ตัดสินว่าเป็นฆาตกรรมต่อเนื่องด้วยแค่หลักฐานไม่กี่ชิ้น การฆาตกรรมเลียนแบบมีให้เห็นเยอะแยะถมเถไป แล้วยิ่งเหยื่อเป็นดารายิ่งมีเหตุจูงใจเยอะเป็นพิเศษ ทั้งเรื่องส่วนตัว เรื่องงาน รวมถึงความคลั่งไคล้สุดกู่ของแฟนคลับบางคนอีกด้วย “ ตอนนี้คุณเป็นคนของหน่วยอาชกรรมทั่วไปซึ่งมีผมเป็นหัวหน้า แล้วคุณก็ไม่ได้เป็นตัวแทนของระดับหนึ่ง ผมเตือนคุณครั้งเดียว หากผมไม่รับคุณไว้...คุณก็พ้นจากแผนกอาชญากรรม “ “ ขู่ผม “ “ แค่เตือนให้รู้จักฐานะของคุณ หรือหากคุณมีปัญหาในแผนกนี้ คุณคิดว่าจะได้กลับขึ้นระดับหนึ่งอีกงั้นหรอ “ คยูฮยอนลุกขึ้นราวกับไม่ใส่ใจในคำพูดของชายวัยกลางคนที่ได้ชื่อว่าเป็นหัวหน้า คนระดับโจคยูฮยอนไม่ว่ายังไงก็ต้องได้กลับขึ้นไปอยู่แผนกหนึ่งอยู่แล้ว อีกอย่างที่แผนกหนึ่งเขายังมีงานสำคัญค้างไว้อีกด้วย “ แล้วผมต้องมีคู่หูไหม “ “ เขาจะไปพบคุณที่โต๊ะทำงาน “ “ แล้วเจอกันครับหัวหน้า “ รอยยิ้มยียวนถูกส่งมาให้ตามประสาคนไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ หัวหน้าแผนกส่ายหน้าเบาให้กับความถือดีของคนจากแผนกหนึ่ง แต่ถึงอย่างนั้น...ก็ใช่ว่าจะนิสัยเลวร้ายอะไรนัก โต๊ะทำงานว่างเปล่าต่างไปจากคนอื่นที่มีเอกสารเต็มโต๊ะ แล้วคยูฮยอนก็ชอบให้มันโล่งแบบนี้เสียด้วย เพราะที่แผนกหนึ่งนั้นโต๊ะทำงานของพวกเขาไม่มีอะไรมากนัก อย่างมากก็มีไว้นอนเท่านั้น ส่วนเอกสารในการทำงานจะอยู่ในห้องประชุมเล็กๆ โดยการทำงานนั้นจะมีการจัดชุดพิเศษขึ้นมาให้แต่ละคดีโดยเฉพาะ พวกเขาจึงไม่มีคู่หูคนเดิมไปทุกงานที่ได้รับ “ ผมชเวฮารุ จะมาเป็นคู่หูของคุณครับ “ ดวงตาเป็นกระกายจ้องมองคู่หูด้วยความประหลาดใจ โจคยูฮยอนถูกจัดอยู่ในผู้ชายร่างเล็กทว่ายังดีที่ส่วนสูงของเขาพอจะกู้หน้าให้ตัวเองคู่ควรกับการเป็นคนแผนกหนึ่งบ้าง ทว่าชายหนุ่มคนนี้ไม่เพียงแต่ร่างเล็กเท่านั้นซ้ำยังเตี้ยกว่าเขาสัก 10 เซนติเมตรได้ เรียกได้ว่าผ่านเกณฑ์ความสูงของหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 170 เซนติเมตรมาอย่างฉิวเฉียด แม้จะไม่อยากยอมรับสักเท่าไร แต่ด้วยความเคยชินจากการทำงานในแผนกหนึ่ง การเลือกคู่หูไม่ใช่เรื่องที่ควรทำหรือเรียกว่าข้อห้ามเลยก็เป็นได้ โจคยูฮยอนจึงต้องต้อนรับคู่หูคนใหม่ด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆเต็มที “ งานนี้เป็นงานแรกของผม แต่ได้ร่วมงานกับคนจากระดับหนึ่ง ขอฝากตัวด้วยนะครับ “ ท่าทีแสนซื่อรวมถึงการเป็นตำรวจใหม่ถอดด้ามจากโรงเรียนตำรวจทำให้คยูฮยอนยิ่งเหนื่อยใจ สาเหตุที่เขาไม่จำเป็นต้องเลือกคู่หูที่แผนกหนึ่งเป็นเพราะไม่ว่าจะเป็นคนไหนก็มีฝีมือเท่าเทียมกันทั้งนั้น แม้จะพิเศษกันคนละอย่างแต่พื้นฐานก็มีพอกัน “ เราไปเริ่มงานกันเลยนะครับ “ น้ำเสียงกระตือรือร้นของเด็กใหม่ทำให้คยูฮยอนได้แต่ยิ้มแห้งๆ เขายังไม่ทันได้อ่านแฟ้มคดีเลยด้วยซ้ำ “ ฉันยังไม่ได้อ่านแฟ้มคดีเลย “ “ เรื่องนั้นเอาไว้ทีหลังก่อนครับ วันนี้เรามีนัดสำคัญที่เลื่อนไม่ได้ “ นายตำรวจใหม่มองนาฬิกาข้อมือของตัวเองก่อนจะพูดต่อ “ ต้องรีบไปแล้วครับ เดี๋ยวไม่ทันนัด “ เด็กหนุ่มยังคงเร่งเร้าให้คยูฮยอนยอมลุกขึ้นจากเก้าอี้สักที คยูฮยอนมองคู่หูคนใหม่อย่างไม่เข้าใจว่า...เขาต้องไปมีนัดร่วมกับเจ้าหน้าจืดนี่ตอนไหน แต่สุดท้ายคยูฮยอนก็ยามลุกตามคู่หูของเขาไปจนได้ รถยุโรปราคาแพงของฮารุพาคยูฮยอนมาหยุดหน้าร้านกาแฟหรูในย่านการค้าชื่อดัง ทั้งสองคนลงจากรถโดยมีคยูฮยอนเดินตามฮารุไปทั้งที่ยังไม่หายสงสัย ว่าทำไมตนเองต้องมาที่ร้านนี้กับคู่หูคนใหม่ด้วย แต่หลังจากการพูดคุยกันบนรถในช่วงสั้นๆทำให้คยูฮยอนรู้ว่าฮารุเป็นพวกคุณชายบ้านรวยที่ตั้งใจเรียนเป็นตำรวจเพื่อจะเอาอย่างพี่ชาย คยูฮยอนมองไปยังจุดหมายที่ฮารุกำลังโบกไม้โบกมือให้เป็นสัญญาณว่าตนมาถึงแล้ว ผู้ชายสองคนนั่งอยู่ที่โต๊ะในสุดของร้าน คนหนึ่งท่าทางคุ้นตาแต่จำไม่ได้สักทีว่าไปเจอที่ไหนมา ส่วนอีกคนกำลังทำตัวเหมือนคนบ้าใส่แว่นตากันแดดในร้านกาแฟ ฮารุเดินไปหาบุคคลที่นัดไว้โดยไม่หันมาเหลียวสักนิดว่าคยูฮยอนเดินตามมาด้วยหรือเปล่า จนคยูฮยอนนึกอยากกลับไปให้รู้แล้วรู้รอด หากไม่ติดว่าต้องร่วมงานกันคยูฮยอนคงชิ่งหนีกลับไปนานแล้ว ทั้งสองนั่งลงตรงข้ามกับชายสองคนที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว จากการแนะนำตัวทำให้คยูฮยอนรู้ว่าชายที่คุ้นหน้าคือ ชเวซีวอน คนจากแผนกปราบปรามยาเสพติดระดับหนึ่ง แผนกที่เป็นคู่ปรับตลอดกาลกับแผนกอาชญากรรมระดับหนึ่ง และเป็นพี่ชายที่คู่หูของเขาอยากเอาแบบอย่างด้วย ทว่า..พี่น้องกันดันมาอยู่กันคนละแผนก ซ้ำยังเป็นแผนกที่เป็นอริกันเสียอีก..เห็นทีชเวฮารุคงจะเอาอย่างพี่ชายไม่ได้แล้ว “ ฮารุบอกว่าคุณมาจากระดับหนึ่ง ทำไมไปอยู่ทั่วไปได้ล่ะครับ “ การถูกลดตำแหน่งไม่ใช่เรื่องที่คยูฮยอนใส่ใจ แต่การโดนดูถูกจากคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวต่างหากที่น่ารำคาญ แม้จะไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว แต่คยูฮยอนเชื่อว่าการที่เขาอยู่แผนกอาชญากรรม มันคงทำให้คะแนนความสัมพันธ์ระหว่างเขากับชเวซีวอนติดลบไปแล้ว..เพราะเขาเองก็ให้คะแนนติดลบกับชเวซีวอนเช่นกัน “ มีเรื่องนิดหน่อยน่ะ “ คยูฮยอนหันไปตอบอย่างไม่เต็มใจก่อนจะหันมามองคู่หูที่นั่งดื่มกาแฟอย่างใจเย็น ไม่เข้าธุระที่จำเป็นต้องพาเขามาสักที “ อร่อยไหม “ คยูฮยอนหันไปถามกึ่งประชดคนที่ดูไม่เดือดร้อนที่พาเข้ามาเจอเรื่องชวนลำบากใจ แต่ยังไม่ทันที่ฮารุจะตอบ เสียงนุ่มของชายสวมแว่นสติเต็มไม่เต็มในความคิดของคยูฮยอนก็ดังขึ้นเสียก่อน “ ฉันง่วงแล้วนะ จะคุยไรก็รีบคุย “ ดวงตากลมภายใต้แว่นกันแดดฉายแววเหนื่อยใจกับสถานการณ์บ้าบอของพวกตำรวจเต็มที แค่เพื่อนรักทำงานเกี่ยวกับคดียาเสพติดมาขอให้ช่วยสืบคดีก็กลัวจะตายอยู่แล้ว นี่ยังต้องมารู้จักกับตำรวจฝ่ายอาชญากรรมอีก ถึงจะยังไม่เข้าเรื่องแต่ฮยอกแจก็รู้ดีว่า ถ้าเขาไม่ต้องเดือดร้อนร่วมไปด้วย ซีวอนคงไม่บังคับเขามาที่นี่ “ ใจเย็นซิ “ ซีวอนหันไปปรามเพื่อนรั่กที่ตอนนี้กลายเป็นเพื่อนร่วมงานกันไปแล้ว จริงอยู่ว่าเพื่อนของเขาไม่ได้ทำงานเป็นตำรวจ ทว่ากลับถูกชักชวนปนข่มขู่ รวมถึงการอ้างบุญคุณสมัยประถม 4 ทำให้เพื่อนรักต้องตกมาอยู่ในสถานการณ์ลำบาก แต่ซีวอนเองก็ใช่ว่าจะสบายใจเพราะกลัวว่าเพื่อนจะได้รับอันตรายไปด้วยเหมือนกัน “ คือที่ผมยอมรับนัดเจ้านั่น เพราะมีเรื่องอยากให้คุณช่วย ไม่ซิ เรียกว่าแชร์ผลประโยชน์ร่วมกันดีกว่า “ ซีวอนค่อยๆเกริ่นเรื่องขึ้นมาทีละนิดเพราะไม่อยากให้คยูฮยอนรีบชิงปฏิเสธก่อนจะได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด คยูฮยอนเองก็พยักหน้ารับรู้พลางเร่งด้วยสายตาว่าให้รีบๆพูดมาสักที “ ผมอยากให้คุณมาเป็นบอดิการ์ดให้เพื่อนผม “ “ ใครขอวะ “ เสียงของบุคคลผู้ไม่มีบทบาทตำรวจเอ่ยแทบจะทันทีที่เพื่อนรักพูดจบ เช่นเดียวกับเสียงถอนหายใจอย่างหงุดหงิดของคยูฮยอน “ เพื่อนคุณไม่ได้ขอ และต่อให้ขอผมก็ทำไม่ได้ คุณก็รู้ว่าคนระดับหนึ่งไม่มีหน้าที่ต้องไปเป็นบอดิการ์ดใคร ถ้าเพื่อนคุณกำลังจะถูกตามฆ่าก็แจ้งตำรวจให้เขาส่งคนมาคุ้มกันซิ “ วาจาว่าร้ายรวมถึงน้ำเสียงราวกับว่าตนกลายเป็นพวกชอบหาเรื่องจนต้องถูกตามฆ่าทำให้คนที่ไม่ได้อยากมีส่วนเกี่ยวข้องเริ่มโมโหขึ้นมาบ้างแล้ว “ คุณไม่ได้อยู่แผนกหนึ่งแล้ว อีกอย่างถ้าได้เพื่อนผมช่วย งานคุณจะง่ายขึ้นเยอะ “ คยูฮยอนพิจารณาชายหนุ่มที่ตอนนี้เปลี่ยนจากคนสติไม่สมประกอบมาเป็นคนหนีเจ้าหนี้จนต้องหาบอดิการ์ดอย่างชั่งใจ...ท่าทางแบบนี้จะช่วยไรได้ “ เพื่อนคุณยังถูกตามฆ่าอยู่เลย จะช่วยไรได้ “ “ พูดดีๆซิคุณ คนอย่างผมจะถูกตามฆ่าได้ยังไง “ ในที่สุดร่างบางก็ทนความหงุดหงิดที่ผู้ชายปากเสียสร้างให้ไม่ไหว มือเรียวดึงแว่นตาออกเพื่อให้คนตรงหน้าเห็นชัดๆว่าเขาเป็นใคร..จะได้เลิกหาว่าเขาถูกตามฆ่าสักที อยู่ดีไม่ว่าดีมาแช่งให้เขาถูกฆ่าอยู่ได้ แค่เพื่อนร่วมวงการถูกฆ่าตายไป 4 คน อีฮยอกแจก็หลอนพออยู่แล้ว “ ก็คุณกำลังหาบอดิการ์ด ถ้าไม่กำลังถูกขู่ฆ่าแล้วคุณจะหาบอดิการ์ดไปทำไม “ คำพูดของคยูฮยอนทำเอาฮยอกแจอึ้งไปหลายวินาที แม้ว่าเขาจะถอดแว่นแล้วแต่คยูฮยอนก็ยังนิ่ง “ คุณอยู่บ้านนอกหรอ “ เพราะเป็นคนพูดตรง คำถามนี้จึงมาจากใจไม่ใช่ดูถูก หากเป็นคนเมืองจะไม่รู้จักอีฮยอกแจได้ยังไง ในเมื่อมีป้ายโฆษณาที่เขาเป็นพรีเซนเตอร์อยู่บนถนนแทบทุกสาย เปิดทีวีมายังไงก็ต้องเห็นโฆษณาของเขาบ้าง แล้วยิ่งตอนนี้ละครที่เขาเล่นก็กำลังดังมีเรตติ้งเป็นอันดับหนึ่งทุกสัปดาห์ ถ้าไอ้ตำรวจปากเสียคนนี้ไม่อยู่บ้านนอกหรือเป็นมนุษย์ถ้ำ มันก็ต้องเห็นเขาบ้างล่ะน่า “ ผมอยู่ในเมือง “ สองพี่น้องที่ถูกกันเป็นส่วนเกินจากวงวิวาทของทั้งสองคนที่กำลังจะเริ่มขึ้นในไม่ช้าได้แต่ส่ายหน้า โจคยูฮยอนไม่ยอมให้คนดูถูกฉันใด อีฮยอกแจก็ไม่ยอมให้ใครไม่รู้จักตนเองฉันนั้น “ พี่ฮยอกแจเขาเป็นดาราน่ะครับ ตอนนี้กำลังดังมาก ถ้าไปเป็นบอดิการ์ดต้องเข้าถึงวงการได้ง่ายแน่ๆ ตอนแรกผมว่าจะรับหน้าที่นี้เอง แต่พี่ชายของผมไม่ยอมตั้งแต่รู้ว่าผมจะได้คู่หูเป็นคนจากระดับหนึ่งน่ะคับ “ ฮารุรีบชี้แจงก่อนที่ทั้งสองจะไม่ถูกชะตากันและกันไปมากกว่านี้ แผนการของเขากับพี่ชายคืออยากให้เรื่องนี้เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน คือ เขาได้ผลงานชิ้นโบว์แดงจากการจับฆาตกรต่อเนื่อง ส่วนพี่ชายได้คนที่สามารถไว้ใจได้มาคุ้มครองพี่ฮยอกแจตลอดเวลา เนื่องจากตอนนี้ซีวอนกำลังจะถูกย้ายไปเป็นผู้จัดการให้นักร้องดังที่กำลังจะผันตัวมาเป็นนักแสดง “ ดารา แล้วไอ้บอดิการ์ที่ว่าแต่แรกก็เป็นบอดิการ์ดดารา “ ซีวอนพยักหน้าเบาๆ ส่วนคยูฮยอนถอนหายใจอย่างโมโหจนไม่รู้จะโมโหยังไงแล้ว แค่เพียงเขามาอยู่แผนกทั่วไปถึงกับต้องโดนดูถูกให้ไปเป็นบอดิการ์ดดารา งานที่ได้ทำคงไม่พ้นต้องคอยกันพวกแฟนคลับสาวๆที่เอาแต่บ้าคลั่ง กล้าดียังไงมาขอให้โจคยูฮยอน ตำรวจจากระดับหนึ่งไปทำเรื่องงี่เง่าพวกนั้น “ ผมไม่ได้ขอให้คุณมาเป็นสักหน่อย กลับบ้านไปเปิดทีวีให้เป็นก่อนเถอะ แล้วคุณทำงานได้ยังไง ไม่รู้จักสังเกตอะไรรอบตัวซะบ้าง มิน่า..ถึงได้ถูกลดขั้น “ อารมณ์หงุดหงิดที่คยูฮยอนไม่รู้จักทำให้ฮยอกแจพูดไม่หยุดราวกับมีใครไปเปิดสวิตซ์ให้ริมฝีปากช่างพูดทำงาน ปกติแล้วหากเป็นคนแปลกหน้าฮยอกแจมักเงียบอย่างไว้ท่าทีมากกว่า จนหลายครั้งที่ถูกมองว่าดังแล้วยิ่ง “ ฮยอกแจ “ ซีวอนพยายามปราม เมื่อเห็นว่าเพื่อนรักของเขาไปจี้จุดนายตำรวจคนเก่งเข้าอย่างจัง ร่างบางจึงเงียบลงได้แต่ก็ยังไม่วายส่งสายตาเยาะเย้ยไปในทีอยู่ดี “ คิดซะว่าทำงานแล้วกันครับ คุณได้ประโยชน์ ผมเองก็ได้ประโยชน์ ถ้าเป็นคนจากระดับหนึ่ง คุณต้องทำทุกอย่างเพื่อให้งานสำเร็จซิครับหรือคุณแค่อ้างว่าตัวเองเป็นคนจากระดับหนึ่ง เพื่ออวดคนอื่นไปวันๆ “ ซีวอนพยายามหว่านล้อมเต็มที่เพราะฮยอกแจเริ่มพัวพันกับคดีนี้นานเกินไปจนอาจผิดสังเกตแล้วก็ได้รับอันตรายได้ “ ใช่ครับ ผู้ตายส่วนใหญ่เป็นดาราดัง เราเข้าถึงแหล่งข้อมูลไม่ได้ง่ายๆนะครับ อีกอย่างถ้ารุ่นพี่ทำคดีใหญ่นี้เสร็จเร็ว อาจได้กลับระดับหนึ่งก่อนการตรวจครั้งหน้าก็ได้ “ คยูฮยอนมองฮารุที่ตีสนิทด้วยการเอาตัวเองมาเป็นรุ่นน้องของเขาอย่างรวดเร็วด้วยความรู้สึกอึ้งๆ ส่วนฮารุที่คิดว่าคยูฮยอนไม่ใช่คนที่แค่อยากอ้างระดับหนึ่งเอาโก้ แต่เดาสาเหตุเอาเองว่าเป็นเพราะนิสัยเอาการเอางานที่พวกแผนกพิเศษทั่วไปไม่ค่อยมีให้เห็น ทำให้คยูฮยอนไม่อยากอยู่แผนกทั่วไปเท่าไรนัก หรือต่อให้เขาคิดผิดแต่การหว่านล้อมมันก็มักเป็นแบบนี้อยู่แล้ว “ ทำไมต้องไปขอร้องเขาขนาดนั้นด้วย ฉันซิคนเดือดร้อน แค่เรื่องของนายก็ทำให้ฉันกลัวมากพออยู่แล้วนะซีวอน แล้วจะให้ฉันเข้าไปยุ่งเรื่องการฆาตกรรมอีก เขายิ่งสงสัยว่าฆาตกรเป็นคนในอยู่ด้วย ฉันเป็นแค่ดารา อย่าเอาฉันไปเสี่ยงตายนักเลยน่า “ แค่คดียาเสพติดก็น่ากลัวพอสำหรับคนธรรมดาที่เล่นหนังเล่นละครไปวันๆอย่างเขาอยู่แล้ว อีกอย่างเรื่องยาเสพติดในวงการบันเทิง ถ้าเอาตัวเข้าไปข้องเกี่ยวก็ยังพออ้างได้ว่าอยากลองยา เพราะเป็นดารามานานคงไม่มีคนสงสัยว่าจะเป็นสายให้ตำรวจ อีกอย่างพวกดาราดังๆจะสนใจยามันเรื่องปกติในวงการอยู่แล้ว แต่คดีฆาตกรรมหากเอาตัวเข้าไปเกี่ยวก็มีแต่ตายกับตายน่ะซิ “ ถ้าคุณจะตายก็เป็นเพราะไม่รู้จักระวังคำพูดเนี่ยแหละ “ คยูฮยอนส่ายหน้าให้กับการพูดจาของฮยอกแจ ทว่าคำพูดของฮยอกแจเมื่อสักครู่ก็ทำให้คยูฮยอนต้องทบทวน วงการดาราไม่ใช่จะเข้าถึงได้ง่ายๆ ข่าวลือบางเรื่องก็มีแต่พวกดาราชนชั้นเดียวกันเท่านั้นที่จะได้ยิน ว่าแต่...อีฮยอกแจดังพอที่จะรู้จักดารา 4 คนดังที่ตายไปหรือเปล่าล่ะ เพราะ 4 คนที่ตายเขายังพอเคยเห็นหน้าทางทีวีบ้าง แต่กับฮยอกแจหากดังจริง ทำไมเขาไม่เคยเห็นเลยล่ะ “ ตกลงแล้วซินะครับ “ ท่าทีฉุกคิดของคยูฮยอน ทำให้ซีวอนพอเดาได้ว่าคยูฮยอนเริ่มสนใจวิธีของเขาบ้างแล้ว นับว่าคยูฮยอนเป็นพวกทุ่มเทกับงานตามประสาคนระดับหนึ่งจริงๆ ไม่ใช่ใช้แต่อารมณ์จนไม่ฟังเหตุผลในการเลือกสิ่งที่ดีกว่า อันจะเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนมากที่สุด “ ผมต้องทำอะไรบ้าง “ คยูฮยอนยอมรับง่ายๆจนฮยอกแจตกใจ กับท่าทีที่เปลี่ยนจากหน้ามือไปเป็นหลังมือแบบนี้ “ เดี๋ยว ใจคอจะไม่ถามฉันเลยหรอว่าฉันไม่อยากยุ่ง ถึงไม่ถามฉันก็อยากบอกว่าฉันไม่ขอเข้าไปเกี่ยวกับเรื่องคดีฆาตกรรมพวกนั้นนะ “ ฮยอกแจแทรกขึ้นมาแต่ดูเหมือนจะไม่มีใครสนใจ ซีวอนนัดตกลงกับคยูฮยอนว่าจะพาไปยังห้องพักของฮยอกแจก่อน การนัดครั้งนี้จะได้มีข้ออ้างเป็นการสัมภาษณ์งานได้ “ เดี๋ยวไปเตรียมเอกสารเรื่องงานให้พร้อม พรุ่งนี้ฉันจะเข้าไปอ่าน “ คยูฮยอนหันไปสั่งคู่หูราวกับเป็นเจ้านาย ซึ่งฮารุเองก็ไม่ปฏิเสธหรือรู้สึกตะขิดตะขวงใจเท่าไร เพราะคยูฮยอนเป็นรุ่นพี่ที่ทำงานมานานกว่าเขาหลายปี ถึงจะได้เป็นคู่หูแต่ก็เหมือนนักศึกษาฝึกงานกับนายจ้างมากกว่าอยู่ดี “ ครับ “ ฮารุรับคำแล้วขอตัวแยกออกไปก่อนเพื่อไปจัดการธุระตามที่คยูฮยอนสั่งให้เสร็จ เนื่องจากรู้ดีว่างานที่พูดถึงคือแฟ้มคดีที่มีเต็มลังใส่เอกสาร ซึ่งเขาอ่านทบทวนมันทั้งหมดไปหลายรอบแล้วก่อนที่คยูฮยอนจะถูกสั่ง แม้ ฮารุเองก็ไม่เข้าใจนักว่าทำไมเขาถึงได้เริ่มงานใหญ่เป็นงานชิ้นแรก ...หรือไม่บางที อาจจะเป็นเขาเองที่คิดว่าคดีนี้ยิ่งใหญ่ก็ได้ ฮยอกแจสวมไว้กันแดดตามเดิมแต่ไม่ใช่เพื่อไม่อยากให้ใครจำได้ ทว่าเขาอยากปกปิดสายตาของตัวเองเอาไว้ต่างหาก การเป็นดาราแล้วต้องออกมาข้างนอก ยังไงคงหนีแฟนคลับที่ไปดักรอตั้งแต่หน้าประตูบ้านไม่พ้น ทว่ายังไงก็คงเผยให้แฟนคลับเห็นแววตาหงุดหงิดที่ถูกรบกวนเวลาส่วนตัวไม่ได้อยู่ดี ฮยอกแจจึงเลือกใส่แว่นกันแดดแทบทุกครั้งที่ออกมาข้างนอก “ กลับบ้านไปเรามีเรื่องต้องเคลียร์กันยาว “ ฮยอกแจหันไปบอกซีวอนที่นั่งอยู่ข้างๆ เรื่องคดีฆาตกรรมดารา 4 ศพ ภายใน 3 เดือน ไม่ใช่เรื่องที่ฮยอกแจอยากเข้าไปยุ่งด้วย ข่าวลือมากมายว่าคนร้ายอาจเป็นคนนั้นคนนี้ยิ่งก็ทำให้ฮยอกแจที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดหวาดกลัวมากพออยู่แล้ว ฆาตกรรมต่อเนื่องที่ตำรวจสันนิษฐานว่าคนร้ายอาจเป็นพวกจิตไม่ปกติ มีปมด้อยหรืออะไรสารพัดสาเหตุที่ลงมือฆ่าอย่างไม่มีเหตุผล ไม่มีการเชื่อมโยงใดๆระหว่างผู้ตายทั้ง 4 นอกจากการเป็นดาราระดับชั้นแนวหน้า แล้วแบบนี้จะให้ดาราสุดฮอตอย่างอีฮยอกแจไปพัวพันให้ถูกฆ่าตายได้ยังไง คดียาเสพติดอย่างน้อยยังช่วยเพื่อน แต่ไอ้คดีฆาตกรรม เขาไม่จำเป็นต้องเข้าไปวุ่นวายด้วยเลย “ งั้นเราก็กลับกันเลยดีกว่า “ ซีวอนเรียกเก็บเงินโดยทำเป็นไม่สนใจสายตาตื่นเต้นของเหล่าพนักงานที่ได้เห็นอีฮยอกแจตัวเป็นๆมานั่งหายใจอยู่ตรงหน้า รวมถึงลูกค้าบางโต๊ะที่พยายามยกโทรศัพท์ขึ้นมาแอบถ่ายฮยอกแจ แต่อย่างน้อยก็นับว่าดีแล้วที่ยังแอบถ่าย ไม่ลุกขึ้นมาถ่ายกันจะๆให้ฮยอกแจต้องกลับไปโวยวายที่บ้านเพื่อไม่ให้เสียภาพลักษณ์ดารานิสัยดี “ เดี๋ยวคุณกับฮยอกแจไปที่รถก่อนล่ะกัน บทพิสูจน์หน้าที่บอดิการ์ดของคุณอยู่ข้างนอกแล้ว “ ซีวอนชวนให้คยูฮยอนดูกลุ่มหญิงสาวกลุ่มใหญ่ที่เป็นเด็กนักเรียนกำลังยืนรอฮยอกแจอยู่ข้างนอกพร้อมอาวุธคือโทรศัพท์มือถือและพละกำลังอย่างไม่น่าเชื่อเพื่อเข้าใกล้ฮยอกแจให้มากที่สุด " บางคนดีหน่อยก็พูดรู้เรื่อง แต่บางคนเจอฮยอกแจแล้วสติหลุดก็มีเยอะ แต่ยังไงอย่าลืมว่าส่วนใหญ่เป็นแฟนคลับแค่กันให้เว้นระยะไว้บ้าง ห้ามรุนแรง พวกเขาแค่จะถ่ายรูป ไม่ได้จะลอบยิง “ คยูฮยอนพยักหน้าอย่างขอไปทีทำให้ฮยอกแจเริ่มนึกห่วงสวัสดิภาพของตัวเองขึ้นมา แม้ว่าตอนนี้แฟนๆของเขาจะทำตัวดีขึ้นบ้าง คือไม่ทำเหมือนเขาเป็นโจรฆ่าข่มขืนที่ต้องมารุมล้อมเตรียมจิกทึ้งกันให้ตายไปข้าง แต่บางคราวที่น็อตหลุด อะไรก็หยุดแฟนๆไม่อยู่เหมือนกัน แม้เข้าใจว่าแฟนคลับคงอยากสัมผัสตัวเขาบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา แต่แค่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมาคล้ายๆการวิ่งเข้าชาร์จ รวมถึงการสัมผัสรุนแรงคล้ายการรุมประชาทัณฑ์มากกว่า ฮยอกแจตัดสินใจลุกขึ้นเดินกลับไปที่รถโดยมีคยูฮยอนเดินตามไปอย่างใกล้ชิดตามบทบอดิการ์ดที่ได้รับ แค่เพียงประตูเปิดออกเสียงกรี๊ดก็ดังขึ้นแม้จะเป็นช่วงสั้นๆแสดงความดีใจแต่ก็ยังสร้างความรำคาญให้นายตำรวจหนุ่มอยู่ดี แล้วดูเหมือนว่ารัศมีความหงุดหงิดของคยูฮยอนจะไม่แพร่ไปถึงสาวๆเลย เมื่อหลายคนเริ่มหันมามองหนุ่มหล่อคนใหม่ที่มาติดตามฮยอกแจเพิ่งอีกคน เสียงกระซิบกระซาบถามกันในเหล่าแฟนว่าชายลึกลับหน้าตาดีที่พวกเธอไม่เคยเห็นหน้ามาปรากฏกายข้างๆขวัญใจของพวกเธอเป็นใคร แล้วผู้จัดการรูปหล่อของฮยอกแจหายไปไหน ถึงอยากปฏิเสธแต่ก็ต้องยอมรับว่าการได้เจอฮยอกแจแต่ละครั้งนั้นคุ้มค่าจริงๆ เพราะไม่ใช่แค่เจออีฮยอกแจแต่ยังรวมถึงผู้จัดการสุดหล่ออีกด้วย ทว่าตอนนี้นอกจากผู้จัดการหน้าตาดีแล้วพวกเธอยังต้องพ่วงชายลึกลับที่หล่อใช้ได้เข้าไปอีกคน โทรศัพท์มือถือที่แปลงร่างเป็นกล้องถ่ายรูปทำหน้าที่ของมันต่อไปเมื่อฮยอกแจเดินดิ่งเข้าไปในรถ แฟนคลับจึงหันมาถ่ายรูปคยูฮยอนที่ยืนรอซีวอนอยู่ข้างนอกแทน “ พี่คะ พี่เป็นเพื่อนกับพี่ฮยอกแจหรอคะ “ สาวน้อยใจกล้าในชุดนักเรียนเอ่ยถาม ส่วนผู้คนอีกนับสิบกำลังลุ้นคำตอบจากชายหนุ่มแปลกหน้าทว่าน่าสนใจคนนี้ “ เปล่า เป็นการ์ด “ แม้จะไม่อยากตอบแต่เมื่อเจอเสียงเซ้าซี้หลากหลายเสียงหนักเข้า คยูฮยอนจึงต้องตอบให้พวกเธอหยุดถามสักที ก่อนที่ความอดทนของเขาจะหมดและเปลี่ยนมาอบรมสั่งสอนเด็กบ้าดาราพวกนี้แทน เสียงถอนหายใจอย่างไม่เชื่อในคำตอบว่าทำไมการ์ดถึงได้หล่อขนาดนี้ ปกติมักเห็นแต่พวกหน้าเหี้ยม เตรียมกัดพวกเธอทันทีที่เห็น ทั้งที่บางครั้งพวกเธอก็แค่ยืนดูอยู่ห่างๆเท่านั้น เสียงหนึ่งดังขึ้นว่า ‘ ผู้จัดการมา ’ ทำให้การ์ดคนใหม่ถูกละเลยชั่วคราว ซีวอนยังดีกว่าฮยอกแจหน่อยที่ไม่ได้เป็นดารา ถึงจะหน้าตาดีเข้าขั้น แต่ด้วยความที่ไม่มีออร่าดาราดังมาดึงดูด จึงไม่เคยมีใครคิดวิ่งเข้าชาร์จด้วยความอยากเห็นหน้าชัดๆเหมือนที่ฮยอกแจเจอ การ์ดหน้าตาดีกับผู้จัดการสุดหล่อขึ้นไปบนรถ โดยมีแฟนคลับของฮยอกแจมองตามไปอย่างสุภาพ เพราะหากไม่ใช่ฮยอกแจแล้ว พวกเธอก็ไม่จริงจังนักหรอก เมื่อรถออกตัว รูปการ์ดคนใหม่รวมถึงภาพที่ฮยอกแจเดินออกมาจากร้านถูกอัพขึ้นบล็อกผ่านทางโทรศัพท์ทันที งานนี้ผู้คนคงได้ตะลึงกับการ์ดคนใหม่ของอีฮยอกแจกันบ้างล่ะ วันสุดท้ายของการถ่ายทำเอ็มวีเพลงที่จะใช้ใน goodbye stage ของการโปรโมทอัลบั้ม 4 สิ้นสุดลง ร่างเล็กหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูนาฬิกาก่อนจะถอนใจเมื่อตอนนี้เกือบตี 5 แล้ว อาการง่วงนอนที่ไม่มีให้เห็นมาตลอดการถ่ายทำเริ่มแสดงออกเมื่อรู้เวลา และเห็นว่าตัวเองสมควรได้นอนอย่างคนอื่นบ้าง คำสั่งเลิกกองถ่ายดังขึ้นในไม่ช้าตามที่ร่างเล็กปรารถนา ทว่ากลับไม่เห็นเงาของบุคคลที่ควรจะโผล่หน้ามาให้เขาเห็นได้แล้ว คิ้วเรียวเริ่มขมวดเข้าหากัน รวมถึงแววตาไม่สบอารมณ์ที่ไม่ว่าใครเห็นต่างก็พากันหลบฉากไปเป็นแถว อีทงเฮนักร้องเดี่ยวที่กำลังมาแรง สิ่งของทุกอย่างที่มีชื่ออีทงเฮไปเกี่ยวข้องมักได้รับการตอบรับที่ดีอยู่เสมอ หรือจะพูดให้ง่าย ไม่ว่าทงเฮจะขยับตัวทำอะไรก็กลายเป็นเงินเป็นทองไปหมด ทว่าท่ามกลางความโด่งดังและเป็นมิตรนั้น สิ่งหนึ่งที่เป็นข้อเสียคือการหงุดหงิดอะไรง่ายๆเพียงแค่ถูกขัดใจ แม้จะไม่ได้ร้ายแรงจนน่ารำคาญแต่เมื่อต้องมาเห็นว่าอีทงเฮกำลังอารมณ์ไม่ดีก็ไม่มีใครอยากเข้าใกล้...นอกเสียจากตัวต้นเหตุ ความสัมพันธ์ลึกลับเดาไม่ยากระหว่างนักร้องเสียงดีกับผู้กำกับเอ็มวี แต่ถึงอย่างนั้นทั้งคู่ก็ไม่มีใครออกมายอมรับ รวมถึงข่าววงในที่มีมาให้ได้ยินบ่อยๆว่าผู้กำกับคนเก่งมักออกไปไหนกับนักร้องสาวค่ายนั้นค่ายนี้บ้าง บางครั้งเป็นดาราก็ยังมี ทำให้ไม่มีใครแน่ใจว่าอีทงเฮกับผู้กำกับเป็นอะไรกัน เนื่องจากนักร้องขี้หงุดหงิดคงไม่มีนิสัยใจกว้างพอที่จะแบ่งคนรักของตนเองกับใคร “ ถึงกับต้องให้ทีมงานไปตามพี่เลยหรอครับ “ การปรากฏกายตรงหน้าของคนที่รอคอยพอจะทำให้ทงเฮคลายความหงุดหงิดลงได้บ้าง แม้ประโยคเอ่ยทักจะไม่ใช่ความจริงก็ตาม “ เปล่า คงไปกันเอง “ “ พวกเขาคงเห็นเรายืนหงุดหงิดอยู่น่ะซิ “ ใบหน้าบึ้งตึงเริ่มผ่อนลงแต่ยังไม่ยอมคลายอารมณ์หงุดหงิดลงง่ายๆสมเป็มอีทงเฮ คุณชายบ้านรวยที่มาตัวเองมาเป็นนักร้องเพราะใจรัก และตอนนี้กำลังจะผันตัวไปลองงานแสดงที่มีคนติดต่อมาไม่ขาดสายอีกด้วยและอีทงเฮก็ตัดสินใจไปด้วยเหตุผลที่คิบอมรู้ดี “ ผมง่วง “ “ พี่ก็ง่วงเหมือนกัน “ ทงเฮมองคิบอมอย่างไม่เชื่อสายตา เวลาแบบนี้ยังจะมายืนกวนประสาทเขาอยู่อีก ข่าวเรื่องที่ออกไปกินข้าวกับนักร้องสาวน้องใหม่ร่วมค่ายยังไม่ทันจะคุยกันให้รู้เรื่อง แทนที่จะทำตัวดีๆกลับมาทำตัวให้เขาหมั่นไส้หนักขึ้นกว่าเก่าอีก คนอย่างอีทงเฮถึงจะเสียใจหากต้องเลิกกัน แต่ก็ไม่คิดจะต้องเป็นฝ่ายง้อให้เขาอยู่ด้วยทั้งที่ไม่ได้ทำผิดหรอกนะ “ งั้นพี่ก็กลับไปนอนเถอะครับ ผมไม่กวน “ “ พี่ไม่ได้หมายความอย่างนั้นสักหน่อย แค่จะบอกว่าง่วงมากจนไปส่งทงเฮที่บ้านไม่ไหวต่างหาก เราน่าจะกลับมานอนคอนโดได้แล้วนะ พี่ก็อธิบายเหตุผลไปหมดแล้ว ไม่เชื่อพี่หรอ “ ใบหน้าน่ารักแสดงออกเพียงอาการเรียบเฉยราวกับไม่ได้ยินสิ่งใด ถ้าเขายังเชื่อเหตุผลของคิบอมอยู่อีก ก็คงมีเขางอกขึ้นมาบนหัวแน่ แต่เหตุผลที่ทำให้เขายังยืนอยู่ตรงนี้ทั้งที่รู้ดีทุกอย่าง ทงเฮเองก็ไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะอะไร ส่วนคอนโดที่คิบอมว่าคือคอนโดที่เขากับคิบอมเช่าห้องติดกันเอาไว้ และภายในห้องทั้งสองมีประตูสามารถเชื่อมต่อกันได้จนเหมือนเป็นห้องเดียวกัน ในแต่ละชั้นมีแค่เพียงสองห้องเท่านั้นที่เชื่อมต่อกันได้ ผู้อาศัยคนอื่นที่ไม่ได้อยู่ห้องแบบนี้จึงไม่รู้ว่าห้องไหนบ้างที่เชื่อมต่อกัน “ ผมจะกลับบ้าน ถ้าพี่ไปส่งผมไม่ได้ก็ไม่เป็นไร “ “ ได้ครับ เดี๋ยวพี่ไปส่งทงเฮที่บ้าน “ เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กไม่ยอมใจอ่อน แถมครั้งนี้ก็เป็นโอกาสร่วมงานกันครั้งสุดท้ายในการโปรโมทอัลบั้ม 4 อีกด้วย จะได้ร่วมงานครั้งก็คงเป็นงานกำกับเวทีคอนเสิร์ตให้ร่างเล็กที่ไม่รู้จะมีขึ้นเมื่อไร เมื่อทงเฮตัดสินใจไปแสดงละครเพื่อหลบหน้าคิบอม หรือไม่ทงเฮก็คงอยากให้เขาเลือกระหว่างชื่อเสียงกับตัวทงเฮเอง เพราะไม่มีความจำเป็นอะไรอีกที่ผู้กำกับเอ็มวีต้องไปข้องเกี่ยวกับงานแสดงบ่อยๆ “ ไม่ง่วงแล้วหรอครับ ถ้าพี่ลำบากก็ไม่ต้องหรอก “ “ พี่โดนทำโทษอยู่นี่ครับ จะบ่นได้ยังไง “ คนรู้ความผิดยอมรับเสียงอ้อนอันเป็นหนึ่งในไม้ตายให้คนตัวเล็กใจอ่อน ซึ่งมันก็ได้ผลเมื่อทงเฮยอมเผยรอยยิ้มน่ารักให้คิบอมสบายใจขึ้นมาได้สักนิด ว่าการง้อคราวนี้คงจะสำเร็จเหมือนเคย “ เดี๋ยวทงเฮรออยู่ตรงนี้ก่อนนะ พี่ไปเก็บกระเป๋าก่อน “ “ อย่านานนะครับ ผมง่วง “ คิบอมพยักหน้าแล้วเดินกลับไปเก็บกระเป๋าอย่างที่บอก โดยมีเสียงถอนหายใจเบาๆของทงเฮดังตามหลังไป เสียงถอนใจที่มอบให้ตัวเองที่ใจอ่อนอีกครั้ง การเป็นคนสำคัญที่สุดมันยังคงทำให้รู้สึกดีได้อยู่ แม้ว่าจะมีคนอีกหลายคนที่เป็นคนสำคัญของคิบอมอยู่เช่นกัน ความรู้สึกดีที่ยังไงคิบอมก็ต้องกลับมาและให้เขาเป็นที่หนึ่งเหมือนเคยทำให้ทงเฮยอมเสี่ยงกับการต้องเจ็บอีกครั้ง ...ช่างเป็นความรักที่น่ารำคาญชะมัด . .
TBC
เรื่องเก่าเล่าใหม่ ~~~~~~
Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone และ Android Phoneเตรียมพบกับ Dek-D Writer App เวอร์ชั่น iPad / Android Tablet เร็วๆนี้ ฟรี!
|
น่าติดตามอีกแล้วอ่ะ