นักเขียน ผู้ล่าฝัน

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 10 Views

  • 0 Comments

  • 1 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    10

    Overall
    10

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ
เมื่อใจยังท้อแท้ ขอให้ทุกท่านได้อ่านเรื่องนี้ จะทำให้ทุกท่าน เกิดแรงที่จะลุกสู้ต่อไป ในเมืองกรุง


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
 เรื่อง นี้จะให้ความรู้เกี่ยวกับ คำว่า บันเทิงคดี และเป็นนิยาย แนว ชีวประวัติ เป็นเรื่องของนักเขียนที่ต้องมาทำงาน ในกรุงเทพ ติดตามอ่านได้เลยครับ

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 15 ก.ย. 59 / 22:07

บันทึกเป็น Favorite


เอี๊ยก...! แป๊นๆเสียงรถบีบแตรอย่างดังจากหน้าบ้าน  ผมตื่นมาเปิดหน้าต่างดูผมเห็นรถบริษัทที่ทำงานจอดรอผมอยู่แล้วผมตะโกนอย่างดังว่า  เฮ้ยเจ็ดโมงแล้ว นี่หว่า ผมก็รีบอาบน้ำอย่างรวดเร็ว และภายใน3นาที  ผมวิ่งบันไดไปห้องครัว  ผมเลยได้หยิบแซนวิสแฮมชีสกับนมเมจิติดมือมา แล้วรีบวิ่งขึ้นรถอย่างเร็ว ชีวิตก็เป็นอย่างนี้ธรรมดาเรื่อยไปครับ  อะอะ  ผมขออนุญาต  แนะนำตัวก่อนครับ  ผมชื่อ โน้ต  ชื่อจริง มั่นคง ทวีสุข ผมอายุ 30 ปี เป็นนักเรียน อยู่สำนักงานนิตยสารบันเทิงคดี ผมมาทำงานอยู่ที่นี่หลายปีแล้วครับ  ที่จริงผมไม่ใช่คนกรุงเทพ ผมเป็นคนอีสาน ที่มาทำงานสู้ชีวิตหาเงินเลี้ยงครอบครัว วันต่อวัน  ก็ทำอย่างไร หล่ะครับ  ทุกวันนี้บ้านยังต้องผ่อน เดี๋ยวจะค่าเทอมลูก สิ้นเดือนทีแทบไม่เหลืออะไร

          เสียงเบรกรถดังเอี๊ยด!  อ้าวยังเล่าประวัติไม่จบเลยถึงบริษัทแล้ว

ระหว่างลงรถก็จะเห็นความแออัดของเมืองกรุงที่มีแต่ฝุ่นควัน มลพิษจากควันรถ  ผมอยู่กับแวดล้อมแบบนี้ทุกวันจนผมจะเป็นมะเร็งอยู่แล้ว ฮึ๋มๆๆๆ  หลังจากนั้นก็เดินไปยังที่ลิฟต์  ผมนำมือแสนแห้งเหี่ยวกดลิฟต์เพื่อขึ้นไปทำงานชั้น2 ลิฟต์ค่อยๆขึ้นไปพอถึงชั้น2  ติ๊ง...? ถึงชั้น2แล้วค่ะ” ผมก้าวเดินออกจากลิฟต์ ความรู้สึกเหมือนตกนรกมันชั่งร้อนสายตาสัตว์ประหลาดอเวจีมองผมมันคอยตามผม  ผมเลยตะโกนออกไปสุดชีวิตว่า มองทำไมวะ”  เหล่าสัตว์ประหลาดอเวจีก็ต่างมองผม
ผมรู้สึกว่าชีวิตไม่มีความสุขเลยในออฟฟิต  แต่ใจผมบอกให้หยุดคิด  ผมก็ได้หยุดคิด
ผมนั่งทำงานจนไปถึงเที่ยงวัน  ผมจึงลงไปกินข้าว

          วันนี้ผมก็ได้สั่งอาหารที่สิ้นคิดที่สุดในชีวิต มันก็คือข้าวผัดกระเพราไข่ดาว  แต่พอได้กิน  ก็รู้สึกถึงรสชาติของซอสที่หมักอยู่ในเนื้อหมูและผัดออกมามันก็อร่อยแล้วครับ  ผมกินข้าวเสร็จผมก็กินน้ำ  ด้วยความเผ็ดร้อนของผัดกระเพรา

          หลังจากกินข้าวเสร็จ ผมก็เดินไปบนออฟฟิศ  ผมเดินผ่านท่านคนหนึ่ง  ผมรู้สึกตกใจมากที่เห็นท่าน  ผมรู้สึกตื่นเต้นจนฉี่จะราดกางเกง เขาคนนั้นก็คือ มาโนช พุฒตาล บก.เจ้าของนิตยสาร บันเทิงคดี  ที่ผมทำงานให้ท่านทุกวัน ส่งเรื่องที่เขียนให้ท่านทุกวันและทำงานให้ท่าน  นานๆ ผมจะได้เห็นท่านกับลูกสาวสุดเซ็กซี่ของท่าน           

          พอสมองมันนึกว่าเฮ้ยยังหาเรื่องที่จะเขียนไม่ได้เลย ผมเลยคิดว่า อ๋อ ฉันรู้แล้วว่าฉันจะทำอะไร!  ผมกำลังตั้งหัวเรื่องว่า  ผมจะนำคำว่า บันเทิงคดี มาตีความหมายให้กว้าง เพราะชื่อนี้เป็นชื่อนิตยสารที่ผมทำงานอยู่  ณ ปัจจุบัน  ผมเลยตัดสินใจเดินไปหาท่านและกล่าวสวัสดีท่านตามธรรมเนียมไทย  ท่านก็กล่าวต้อนรับผมอย่างความเรียบร้อย 

เขาเลยถามผมว่า  คุณคือคนที่ชื่อโน้ตใช่ไหม” 
ผมจึงบอกท่านว่า 
ครับผมโน้ตครับ
ท่านได้กล่าวกับผมว่า 
ผมชอบเรื่องที่คุณเขียนส่งนะมันดูสนุกดี”       
ผมก็ได้กล่าวกับท่านว่า
 “ขอบคุณครับ
ผมก็ได้กล่าวขึ้นว่า ท่านครับ พอมีเวลาสักครู่ไหมครับ
ท่านก็ได้ตอบผมว่า ว่างมีอะไรหรือป่าว
ผมก็ได้กล่าวว่า ผมอยากจะรู้เรื่องบางเรื่องครับ
ท่านตอบว่า เรื่องอะไร
ผมก็บอกท่านว่า ผมอยากจะรู้เกี่ยวกับว่า ทำไมท่านจึงเลือกคำว่าบันเทิงคดีมาเป็นชื่อนิตยสารครับท่านเลยบอกว่า นั้นเดี๋ยวตามขึ้นมาที่ห้องผมเลย
ผมเลยตอบท่านอย่างรวดเร็วว่า”ครับ

ขนาดนี้ผมก็ได้เดินตามท่านขึ้นไปยัง ชั้น สาม ซึ่งเป็นชั้นที่สูงสุดของบริษัท หรือสำหรับผมมันคือสวรรค์ชั้น เจ็ด 555. 

          ท่านเลยตะโกนเรียกผมว่า” โน้ตมานั่งตรงนี้เลย

          ผมก็บอกว่า”ครับแล้วผมก็เดินไปนั่งกับท่าน.

ท่านเลยขึ้นต้นเรื่องให้ผมฟังว่า “พี่นะเป็นคนที่ชอบเรียนภาษาไทยมาก แล้วมันมีเรื่อง หนึ่ง ชื่อว่า บันเทิงคดี จนพี่โต พี่ก็มาทำงานเกี่ยวกับ นิตยสารเกี่ยวกับพวก บันเทิง ช่วงนั้นพี่ไม่รู้เลยว่าจะตั้งชื่อนิตยสาร ว่าอะไร พอพี่นึกถึงตอนเรียนว่า เฮ้ย! มันมีชื่อ ตำราหนึ่ง นี่นา ที่ชื่อว่า บันเทิงคดี  พี่ก็เลยเอามาเป็นชื่อ นิตยสารเลยผมฟังแล้วรู้สึก สะพรึง แล้วพูดว่า” พี่ ปัง! มากครับ มันชั่งมีประวิติน่าสนใจจังเลยครับพี่ช่วยเล่าเกี่ยวกับคำว่า บันเทิงคดี หน่อยครับ แบบชัดๆ ให้ได้ไหมครับ

          ท่านเลยตอบว่า” ได้ สิเดี๋ยวเล่าให้ฟัง ฟังนะ! บันเทิงคดี คือ งานเขียนที่ผู้เขียนต้องจินตนาการ ให้ผู้อ่านได้รับ ความสนุก สุดปัง!โดยว่านอกจากสนุกแล้วยังต้องมีเกร็ดความรู้แฝงกับข้อคิด คติธรรม และ ประสบการณ์ชีวิต แทรกอยู่ในนั้น ก็เหมือน อย่างที่โน้ต เขียนมาส่งพี่นั่นแหละเขาเรียกว่า บันเทิงคดี

ผมเลยตอบท่านว่า” อ๋อ! ครับมันเป็นอย่างนี้นี่เอง
ท่านเลยผู้อย่างเร็วว่า” ยังไม่จบ
! บันเทิงคดี ยังแบ่งเป็น สี่ อย่าง ได้แก่

1.       นิยาย – นิทาน

2.       นวนิยาย – เรื่องสั้น

3.       บทละคร

4.       บทร้อยกรอง

 

 

อาอา! เดี๋ยวพี่จะเล่าเป็นขั้นๆ แล้ว กัน จะได้เข้าใจ

1.       นิยาย คือ เป็นเรื่องที่เขียนขึ้นมา นาน แล้วเล่าสืบสาว กันมา หลายชั่วอายุคน บางครั้ง ก็อ้างอิง เรื่องต่างๆ นี่แหละนิยาย

2.       นิทาน คือ มักเป็นเรื่องที่แต่ง วิจิตรพิสดาร บ้า! ปาฎิหาริย์ มากกว่านิยาย แถมยังสนุกเพลิดเพลินแล้วยังมีตัวละคร ที่เพลินตา ผจญภัย อย่างสนุก นี่แหละนิทาน

3.       นวนิยาย คือ เรื่องเล่าที่มุ่ง ถึงชีวิตจริง มีการถ่ายทอดอารมณ์ อย่างดี และทุกอย่าง ก็ยัง เสมือนจริง คล้ายกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นอยู่ในชีวิต ประจำวัน

4.       เรื่องสั้น คือ มันจะ ต่าง จาก นวนิยาย หน่อย นิดนึง  มันจะสั้นกว่า และมีตัวละครอยู่ 1-3 ตัวละคร และยังมีเหตูการณ์ ที่น่าสนใจ อีกมายมายนะ

5.       บทละคร คือ ส่วนมักใช้อยู่กับ การแสดง จะมีการเขียน เป็นบทต่างๆ ส่วนใหญ่ก็ได้รับ อิทธิพล มาจาก ฝรั่ง เมื่อครั้ง สมัย รัชกาล ที่ 5 ของเรานี่เอง

6.       บทร้อยกรอง คือ เป็นการสร้าง งานประพันธ์ โดยใช้ระเบียบการเรียบเรียงภาษาให้ดูงดงามแล้วอ่าเข้าใจ

มันก็มีอยู่ประมาณนี้แหละที่พี่จำความครั้งสมัยเรียนได้
ผมก็เลยตอบกับท่านว่า ขอบคุณครับ  นั้นผมตัวไปก่อนนะครับ ขอบคุณเรื่องที่ได้เล่าให้ฟังนะครับ  
ท่านเลยตอบผมว่า 
ไม่เป็นไรหรอก มีอะไรก็ถามได้เลย
ผมเลยบอกว่า
 “ครับ

ผมก็ได้เดินอย่างเร็ว  หลังจากนั่งคุยกับท่าน มาประมาณเกือบหนึ่งชั่วโมง เพื่อรีบมานั่งเขียนเรื่องที่จะนำไปส่ง  เป็นสกู๊ปเกี่ยวกับคำว่าบันเทิงคดีมันคืออะไร แล้วมันมีอะไรบ้าง” ตอนนี้ผมได้เดินถึงโต๊ะทำงานแล้วครับ ผมนั่งอย่างรวดเร็ว และบรรจงเขียน นั่งเรียบเรียงประหนึ่งจะ ร้อยมาลัย  ผมนั่งใช้เวลาเขียนสักประมาณ3ชั่วโมง ก็เขียนเสร็จแล้วรีบนำ ไปส่งให้ท่านดูว่าสามารถลงในหนังสือได้ไหม ผมก็เดินไปหาท่าน และยื่นกระดาษคอลัมน์ ที่ผมได้เขียนไป

     ท่านเลยพูดว่า เยี่ยม เยี่ยมที่สุด มันคืองานที่เลิศกว่างานชิ้นอื่นๆที่โน้ตทำงานมา

ผมให้มันผ่าน!

          เวลาผ่านไป2อาทิตย์  หนังสือนิตยสารบันเทิงคดีก็ได้วางแผงจำหน่าย ผมก็ได้มีโอกาสเดินไปดูร้านหนังสือ ปรากฏว่าหนังสือขายดีมาก ผมเลยไปถามเขาคนหนึ่งว่า “ทำไมถึงต้องซื้อหนังสือ ฉบับนี้” เขาคนนั้นเลยตอบว่า ตั้งแต่อ่านนิตยสารบันเทิงคดีมาผมไม่เคยเห็นว่าจะมีใครเขียนเกี่ยวกับคำว่า บันเทิงคดี ได้ดีขนาดนี้ พอผมรู้ว่ามันวางแผง ผมเลยรีบวิ่งมาซื้อ กลัวมันหมด เดี๋ยวอดได้ผมได้ยินคำตอบเช่นนี้ผมรู้สึกว่าตัวเองสร้างชื่อเสียงให้กับบริษัทมาก….

 

          วันต่อมา.  ผมได้ไปทำงานเหมือนเช่นเคย พอถึงหน้าบริษัท ท่าน บก. ได้เรียกผมขึ้นไปอย่างด่วน ผมก็เลยรีบวิ่งขึ้นไปอย่างกระตือรือร้น เหมือนคนของขาด พอวิ่งไปถึงเหงื่อ ก็ไหล ออกมา ติ๊กๆๆๆ  

ท่านเลยบอกผมว่า “ ขอบคุณนะ 
ผมเลยพูดว่า “ครับ

ท่านเลยบอกผมว่า “ผมมีรางวัล จะให้คุณ ด้วยนะ ผมจะให้เงินเดือนคุณ เท่ากับผม คือจำนวนเงิน หนึ่งล้าน บาท ในฐานะที่คุณสร้างชื่อเสียงให้กับบริษัทของเรา พี่ขอบคุณนะ ที่เราได้เขียน เรื่องนี้
 
พอผมได้ยินแล้วผมอยากจะเป็น ลม ท่านเลยมอบเช็ค ให้ผม และตบไหล่
แล้วท่านเลย พูดว่า “สู้ต่อไป โน้ต พี่เชื่อว่าสักวัน เราจะทำได้เยอะกว่านี้ อย่าทิ้งความคิดจงใช้สติปัญญา ทำมัน และตั้งใจนะ
ท่านได้เอ่ยผมเลยยกมือไหว้อย่างเคารพ
ผมเลยพูดกับท่านว่า “ขอบคุณครับท่าน
 
ท่านเลยบอกว่า “ครับ มีอะไรจะปรึกษาหรือพูดคุย ก็เข้ามาได้

ผมเลยพูดว่า” ครับ

จนทุกวันนี้ ชีวิตผมก็ได้เปลี่ยนไปอย่างมาก จากเมื่อก่อนที่ไม่มีอะไร บ้านผ่อน

รถผ่อน ค่าเทอมลูก ทุกวันนี้ ผมได้ จ่ายค่าผ่อนต่างๆ หมดทุกอย่าง และทุกวันนี้ผมก็ได้ นอนกอดเงินกอดทอง กอดนิตยสาร ฉบับที่ตนเองเขียน  กอดมันอย่างสุขใจ และทุกวันนี้หลังจากผ่านไป ห้าปี  ท่านมาโนช พุฒตาล ได้ออกจากการเป็น บก.  ท่านผู้ใจดี เลยมอบหน้าที่ บก. นิตยสารบันเทิงคดี คนใหม่ให้ผม ครอบครอง ตำแหน่ง ไปในที่สุด ..จบ .นี่คือแรงบันดาลใจในการเขียนครั้งนี้ครับ ขอบคุณเพลง พลังงานจน จากพี่ๆ ลาบานูน และ ทีมงาน จีนี่ เรคคอร์ด ทุกคนด้วยนะครับ

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ naja2544 จากทั้งหมด 2 บทความ

บทวิจารณ์

เขียนบทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

เขียนคำนิยม

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น

พิมพ์เลขที่เห็น