|
เจ้าหญิงเกล็ดน้ำแข็งรายงานตัวจ้า
เน็ตที่บ้านซ่อมเสร็จแล้ว นั้นคือข่าวดี
แต่ข่าวร้ายคือไรเตอร์ชักเห็นแววแต่งนิยายไม่ทันTT
แต่ก็ต้องพยายามให้ทันละนะ
บทที่ 2
ร้านศาสตร์อาวุธแห่งทาธิส
หลังจากที่พวกเธอออกเดินทางจากบ้าน สู่ประเทศ ฟาไรส ดินแดนแห่งศูนย์กลางอันยิ่งใหญ่ ก็ใช้เวลาไปเกือบ 5 วัน นี่ดีนะที่พวกเธอใช้ม้า ไม่ได้เดินเท้า มิฉะนั้นอีก 10 วัน ยังไม่รู้จะถึงรึเปล่าเลย และเบื้องหน้าของพวกเธอบัดนี้ ก็คือถนนสายใหญ่ที่ทอดตัวสู่เมืองหลวงอันเป็นจุดหมายของการเดินทางในครั้งนี้
“ โห! อะไรมันจะแยะขนาดนี้ ” น้ำเสียงใสอุทานอย่างตื่นเต้นปนอารมณ์แบบไม่อยากจะเชื่อ เมื่อภาพตรงหน้าปรากฏแก่สายตา
สิ่งที่ทำให้ แอริณ ร้องอย่างตื่นเต้นไม่ใช่อะไรเลย มันเพียงแค่ผู้คนจำนวนมากมายชนิดที่เธอไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้เห็นก็เท่านั้น
“ พึ่งเคยเห็นคนเยอะขนาดนี้ครั้งแรกนะเนี้ย ” แต่กระนั้นแม้แต่ โซเฟีย ก็ยังอดตื่นเต้นไม่ได้กับจำนวนผู้คน และความคึกคักแบบที่เธอไม่เคยพบ
ก็จะไม่ให้หญิงสาวทั้งสองตื่นเต้นได้อย่างไร เพราะทั้งผู้คนมากหน้าหลายตา ความคึกคัก ความวุ่นวายและสีสันต่างๆเหล่านี้ เป็นสิ่งที่พวกเธอไม่สามารถพบเห็นได้ในหมู่บ้านแถวชานแดนอย่างแน่นอน นอกจากนั้นตามสองข้างถนนยังเต็มไปด้วยพ่อค้าแม่ค้าจำนวนมาก ที่ตั้งแผงของแปลกๆจากดินแดนทิศต่างๆที่พวกเธอไม่เคยเห็นอีกจำนวนมาก แถมยังแข่งกันตะโกนโปรโมทเรียกความสนใจจากลูกค้าอย่างเอาเป็นเอาตาย
“ โซเฟีย ดูประตูเมืองสิ! ” แอริณ ร้องขึ้นอย่างตื่นเต้นอีกครั้ง ยามควบม้าเข้าใกล้ประตูเมือง
“ สวยจังเลย ” โซเฟีย พึมพำออกมาอย่างอดไม่ได้
ประตูหินบานใหญ่เปิดอ้ารับผู้คนจากทุกทิศทุกดินแดน ลวดลายวิจิตรงดงามอ่อนช้อย ลงทับด้วยสีสันที่แตกต่างแต่ลงตัว ประดับแซมด้วยแร่และอัญมณีต่างๆมากราคา
“ เธอจะว่าไหม ถ้าฉันอยากจะขอจิ๊กพลอยซักเมล็ด ” แอริณ แอบยื่นหน้าเข้ามากระซิบข้างหูเพื่อนสาวเบาๆ ขณะควบม้าเข้าใกล้ประตูเมือง
“ จิ๊กนะได้ แต่ก็เตรียมใจไปนอนในคุกด้วยแล้วกัน ” โซเฟีย ตอบแบบดักคอ พลางถอดหายใจอย่างปลงๆกับความคิดอันสุดจะทนของเพื่อนสาว...เดี๋ยวก็โดนเด้งออกจากเมืองตั้งแต่ยังไม่ทันได้เข้าเมืองหรอ
“ เชอะ ” ฝ่าย แอริณ เห็นเพื่อนสาวไม่รับมุข ใบหน้างามก็บูดลงทันตา
“ อืม แต่ก็ดีนะ ถ้าเธอคิดจะขโมยอย่าลืมบอกฉันด้วยละ ” อาจารย์ที่ควบม้าตามมา เปล่งเบาๆ
“ อาจารย์จะเอาด้วยหรือ ” แอริณ หันไปหาผู้ร่วมขบวนการด้วยดวงตาเปล่งประกายในทันที
“ เปล่า ถ้าเธอขโมยจริงๆ ฉันจะได้จับเธอทัน จะได้เอาเธอไปขึ้นรางวัลนำจับ ถึงจะได้เงินไม่มากแต่ก็คุ้ม ” เธเรียส พูดอย่างมาดมั่น ซึ่งยิ่งทำให้ แอริณ ดูหน้าบูดบึ้งขึ้นไปอีก
ไม่นานทั้งสามก็ควบม้าผ่านประตูเมืองมาได้สำเร็จ โดยไม่มีปฏิบัติการชั่วร้ายใดๆเกิดขึ้น เพราะเจ้าคนคิดจะก่อนเรื่องอยู่ในสภาพหน้าบูดบึ้งอย่างหมดอารมณ์ ภายในเมืองถนนเส้นใหญ่ทอดยาว และมีซอกซอยย่อยๆแตกออกไปอีกมากมาย บ้านเรือนหลังเล็กหลังใหญ่สำหรับอาศัยถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบบริเวณซีกขวาของเมือง ในขณะที่ซีกซ้ายของเมืองนั้นเปิดมีไว้ให้เหล่าโรงแรง โรงเตี๊ยม และที่พักต่างๆที่เปิดให้สำหรับนักเดินทางเช่าพัก ส่วนในจัตุรัสกลางเมืองนั้นก็เปิดเป็นตลาดขนาดใหญ่ แต่ ณ เวลานี้พ่อค้าแม่ค้าจากทุกสารทิศตั้งแผงขายของอยู่ทั่วเมืองชนิดไม่สนอาณาเขต จนแถบจะเรียกได้ว่าทั้งเมืองกลายเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในทวีปไปแล้ว
และสิ่งสำคัญอันเป็นจุดเด่นของเมืองที่ขาดไปไม่ได้ ก็คือปราสาทขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตอนบนสุดของเมือง มันเหมือนกับปราสาทที่พวกเธอเคยเห็นในหนังสือพิมพ์ แต่นั้นไม่ใช่ที่อยู่ของราชา ราชินี หรือผู้ยิ่งใหญ่องค์ใดทั้งนั้น แต่ที่นั้นคือ โรงเรียน คิงโซร่า โรงเรียนในฝันของเด็กๆทั่วทั้งมหาทวีป เดโพราส!
“ ว้าว! โซเฟีย ดูพวกนั้นสิสวยจังเลย ” แอริณ เปลี่ยนอารมณ์อย่างรวดเร็วทันทีที่เข้าเมือง สายตาของเธอกวาดมองไปตามแผงขายของต่างๆอย่างสนอกสนใจ พลางชี้นู้นชี้นี่ให้ โซเฟีย ดูราวกับเด็กๆ ส่วนโซเฟีย ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากมองลูกสาว(จำเป็น)ด้วยความอ่อนใจ
“ ทำเป็นบ้านนอกเข้ากรุง ” เธเรียส พูดลอยๆ ทำให้ แอริณ หันขวับกลับมามองหน้าอาจารย์หนุ่มทันที เธเรียส เมื่อเห็นว่าลูกศิษย์ตัวดีหันมาสนใจแล้ว ก็รีบพูดต่อทันที เพราะกลัวจะหันกลับไปสนใจสิ่งแปลกใหม่รอบๆตัวจนไม่ฟังเขาอีก “ ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาตื่นตาตื่นใจ ถ้าเธอไม่รีบหาที่พักรับรองคืนนี้ได้นอนข้างถนนแน่ ”
คำพูดของ เธเรียส ทำให้ แอริณ คิดได้ พลางกวาดมองผู้คนจำนวนมาที่ยั้วเยี้ยเต็มไปหมด ก่อนจะกลืนน้ำลายแบบฝืดๆ เมื่อนึกสภาพตนต้องไปแย่งชิงห้องพักกับคนจำนวนมากมายเหล่านี้ ซึ่งแน่นอนว่ายังไม่รวมเหล่าพาหนะอย่างม้าที่พวกเธอต้องไปหาที่ฝากอีกต่างหาก
“ โชคดีชะมัดเลย ” ร่างบางปาดเหงื่อ พลางโยนกระเป๋าสัมภาระต่างๆลงบนพื้นไม้เก่าๆ
ที่พักต่างๆเต็มดังคาด แถมพวกเธอยังได้รู้มาอีกว่าบางที่ถูกจองล่วงหน้าจนเต็มมาตั้งแต่เดือนที่แล้วเสียด้วยซ้ำ นั้นทำให้กว่าพวกเธอจะหาที่พักได้ก็แทบแย่ แถมที่หาได้ก็ชนิดแบบสุดๆ ที่ๆพวกเธอพักนั้นเป็นโรงแรมเก่าๆที่มีเพียงไม่กี่ห้อง แถมยังอยู่ในซอกเล็กๆที่แถบจะไม่มีคนเดินผ่านด้วยซ้ำ นี่ถ้าอาจารย์ของเธอไม่พาหลงเข้ามามากซอกนี้ พวกเธอก็คงไม่มีวันหามันเจอแน่ๆ
แต่ก็ถือว่าโชคดีแล้ว แล้วที่โชคดีอีกอย่างคือโรงแรมแห่งนี้เหลือเพียง 2 ห้องสุดท้ายพอดี แม้จะโชคร้ายที่ห้องทั้งสองห้องเป็นแบบเตียงเดียวก็เถอะ ทำให้พวกเธอสองที่ต้องอยู่ห้องเดียวกัน เพราะต้องยกอีกห้องให้อาจารย์ เลยค่อนข้างเสียเปรียบ แต่มันก็ดีกว่าไม่มีที่พักละนะ แถมยังโชคดีที่โรมแรมนี้มีคอกม้าเล็กๆโทรมๆพอให้ม้าพวกเธออยู่ได้ด้วย ปัญหาเรื่องที่พักทั้งของคนและสัตว์จึงจบไป แม้ว่าพวกเธอจะต้องจ่ายเงินในส่วนนี้เพิ่มด้วยก็ตามที
“ คืนนี้คงต้องนอนเบียดกันหน่อยแล้วมั้ง ” โซเฟีย ที่เดินตามเข้ามาให้ห้อง มองสภาพห้องเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แม้จะโทรมไป(ไม่)น้อย แต่ก็ไม่ได้คับแคบอะไรมากมายนัก เมื่อเห็นว่าไม่มีปัญหาอะไร หญิงสาวก็ลงมือจัดกระเป๋า
“ สบายจัง ” ส่วน แอริณ หลังจากโยนกระเป๋าเสร็จ เจ้าตัวก็ไม่สนอะไรอีกแล้ว ร่างบางทิ้งตัวลงนอนกลิ้งบนเตียงไม่เล็กไม่ใหญ่อย่างสบายใจ เมื่อพ้นช่วงที่ต้องเดิน(ควบม้า)หาที่พักอันยากลำบาก “ นี้ๆ โซเฟีย แล้วคืนนี้เราจะนอนกันยังไงละ เธอจะให้นอนเบียดกันบนเตียงจริงๆหรือ ” แอริณ ถาม
“ นั้นสิ เตียงแค่นี้นอนสองคนคงเบียดกันแย่เลย ” โซเฟีย มองขนาดเตียง แม้ไม่เล็กมาก แต่ก็ไม่ใหญ่พอจะนอนสองคนได้ “ งั้นอีกคนปูนอนบนพื้นก็แล้วกัน เดี๋ยวฉันลองไปขอผ้าปูจากโรงแรมมาปูเพิ่มก็แล้วกัน ”
“ ฉันขอนอนบนเตียง! ” แอริณ ร้องขอแบบไม่มีความเกรงใจเพื่อนสาวเลยซักนิด
“ แล้วแต่ก็แล้วกัน ” โซเฟีย ตอบอย่างไม่ได้ใส่ใจ เธอก็พอจะเดาได้อยู่แล้วแหละว่าผลมันจะออกมาแนวไหน
“ เย้! คุณแม่ใจดีที่สุดเลย ” แอริณ ร้องไชโย แถมยังเปลี่ยนสรรพนามเรียกเพื่อนสาวให้สมกับบทบาทอีกด้วย แต่ดูเหมือน โซเฟีย จะไม่ต้องการเลยซักนิด
“ ฉันไปเป็นแม่เธอตั้งแต่ตอนไหนฮะ! ”
เช้าวันต่อมา โซเฟียตื่นขึ้นมาพร้อมกับความวุ่นวายในห้องเล็กน้อย เมื่อหญิงสาวจอมขี้เซาคนเดิมไม่ยอมตื่น จนเจ้าของเรือนผมสีเขียวอมฟ้า ต้องสวมบทเป็นคุณแม่ปลูกลูกขี้เซาอีกครั้ง แต่มันก็อาจจะไม่ค่อยเหมือนกับแม่ลูกนัก เพราะพนันได้ว่าไม่มีคุณแม่คนไหนปลูกลูกสาวโดยการถีบตกเตียงแน่ๆ!
หลังจากที่ทั้งคู่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จเพื่อเตรียมลงไปกินข้าวเช้า พวกเธอก็เห็นโน้ตแผ่นเล็กๆจากอาจารย์ที่สอดไว้ใต้ประตู เพื่อให้พวกเธอไปหาซื้อของบางอย่างที่จำเป็นต่อการเข้ารับการทดสอบ ในขณะที่ แอริณ กับ โซเฟีย รู้ทันทีว่าป่านนี้อาจารย์ของพวกเธอก็คงหายตัวไปอีกแล้วแหงมๆ แต่ทั้งคู่ก็มิได้สนใจเลยซักนิด ว่าอาจารย์ของตนจะเป็นตายร้ายดีที่ไหน
หญิงสาวทั้งสองต้องออกมาหาอาหารเช้าด้านนอก เพราะโรงแรมโทรมๆแบบนี้ไม่มีอาหารเช้าให้กินแน่นอน ทำให้หญิงสาวทั้งสองได้ออกมาเตร็ดเตร่ในเมืองตั้งแต่เช้า แถมยังต้องเจอกับพวกขี้หลีเข้ามาทักหลายต่อหลายครั้งอีก โดยไม่ต้องสงสัยเลยว่าเหตุมาจากใบหน้าที่สวยเกินมนุษย์ ชนิดที่ว่าแค่พวกเธอเดินผ่านก็แทบจะต้องเหลียวหลังหันมามองตามกันเป็นแถบ พวกเธอทั้งสองเลือกที่จะกินร้านอาหารเล็กๆถูกๆไม่ใกล้ไม่ไกลจากที่พักนัก ผ่านไปพักหนึ่งทั้งคู่ก็ทำภารกิจยามเช้าเสร็จสิ้น และได้เวลาทำภารกิจที่มอบหมายต่อ
“ อาจารย์ให้พวกเราหาซื้อ อาวุธ งั้นหรือ ” แอริณ ชะโงกดูโน้ตแผ่นเล็กๆในมือ โซเฟีย
“ ใช่จ๊ะ ” โซเฟีย ตอบ
“ แล้วเราจะเอามันไปทำอะไรละ? ” แอริณ แสดงสีหน้าสงสัยเล็กน้อย ขณะเดินไปตามถนนหาร้านอาวุธดีๆซักร้าน
“ ก็อีกไม่กี่วันพวกเราก็ต้องเข้ารับการทดสอบใช่ไหมละ เห็นว่าการเข้าโรงเรียนคิงโซร่านั้นมีข้อสอบที่ไม่ตายตัวและไม่แน่นอน เปลี่ยนไปทุกๆปี ถ้าเกิดปีนี้เขาให้ลองต่อสู้ขึ้นมา ถ้าเธอไม่มีอาวุธ เธอจะเอาอะไรไปสู้กับเขาละ ” โซเฟีย พูด
“ อืม ก็จริง ” แอริณ พยักหน้า พลางสรุป “ เพราะฉะนั้นวันนี้พวกเราก็มีเป้าหมายในการเดินหาซื้ออาวุธสินะ ”
“ ใช่ แล้ววันนี้พวกเราก็จะเดินสำรวจเมืองไปด้วยเลย เพราะถ้าเราสอบผ่าน พวกเราคงจะต้องอยู่ที่นี้ไปอีกนาน ” โซเฟีย พูด และนั้นก็ทำให้ แอริณ เริ่มนึกสนุก
“ งั้นไปสำรวจเมืองกันเลย! ” แอริณ ตะโกน
“ อย่าลืมซื้ออาวุธด้วยละ ” โซเฟีย พูดเสริม เพื่อกันไม่ให้เพื่อนลืมจุดประสงค์หลัก
กริ๊งๆ เสียงกระดิ่งที่ติดอยู่ที่ประตูร้านดังขึ้น เมื่อประตูถูกผลักออก
“ ไม่ไหว ราคาขูดเลือดขูดเนื้อชัดๆ ” แอริณ บ่นพึมพำอย่างเซ็งๆ เมื่อเดินพ้นออกมาจากร้านขายอาวุธร้านใหญ่ที่มุมถนน
“ อืม ลองไปร้านอื่นกันเถอะ ” โซเฟีย ตอบอย่างเห็นด้วย พลางพูดเสนอให้ไปร้านอื่นต่อ
นี้พวกเธอเดินออกจากร้านขายอาวุธโดยไม่มีอะไรติดมือมาเป็นร้านที่ 5 แล้ว เพราะอะไรนะหรือ ไม่ใช่อาวุธของร้านนั้นไม่ดีหรืออะไรหรอกนะ แค่ไอ้อาวุธแต่ละอย่างแต่ละอันเนี้ยมันราคาเข้าขั้นชนิดได้ยินแล้วอยากจะเป็นลมให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย! พวกเธอแค่คนขายดอกไม้ธรรมดาๆนะ ใครจะยอมเอาเงินที่เก็บแทบตายไปซื้อไอ้ของราคาชวนเป็นลมแบบนี้!
“ ให้ตายสิ ของพวกนี้มันตีจากทองคำหรือไง ถึงได้แพงไม่ลืมหูลืมตาซะขนาดนี้ ” แอริณ บ่นอุบอิบ
“ ... ” โซเฟีย ก็ได้แต่เงียบๆ เพราะเธอไม่อยากเถียงว่าถ้าตีจากทองคำจริงๆราคามันคงสูงกว่านี้เป็น 10 เท่าทีเดียว
“ สงสัยพวกเราคงต้องซื้อแบบถูกๆหน่อย ถึงคุณภาพไม่ดีก็ต้องทำใจอะนะ ” แอริณ พูด
“ ไม่ก็อาจจะต้องซื้อแบบมือสอง ”โซเฟีย เสนอทางเลือกให้อีกทาง แต่ไม่ทันที่พวกเธอจะตกลงเลือกทางไหน ทั้งสองสาวก็หูผึ่งทันทีที่ได้ยินเสียงประกาศบางอย่างดังมาแต่ไกล
“ เร่เข้ามาๆ! โอกาสดีๆมีครั้งเดียว ถ้าคุณต้องการได้อาวุธชั้นดีโดยไม่ต้องเสียเงินซักเหรียญ การประลองของทางร้านศาสตร์อาวุธแห่งทาธิส คืออีกหนึ่งทางเลือกของคุณ! ”
แอริณ และ โซเฟีย มองหน้ากันอย่างมิได้นัดหมาย ที่จริงพวกเธอจะไม่สนใจคำโฆษณาเรียกลูกค้านี้เลย ถ้ามันไม่มีคำว่า ‘ ...ได้อาวุธชั้นดีโดยไม่ต้องเสียเงินซักเหรียญ... ’ หญิงสาวทั้งสองไม่รอช้า รีบพุ่งตัวฝ่าผู้คนจำนวนมากมายที่เดินขวักไขว่อยู่หน้าร้านขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ที่ติดตัวอักษรบอกชื่อร้านอย่างเด่นชัดว่า ‘ ร้านศาสตร์อาวุธแห่งทาธิส ’
ถ้าพูดถึงประเทศ ทาธิส ละก็ ทุกๆคนยอมรู้ดีว่ามันตั้งอยู่บนดินแดนทิศทักษิณ(ใต้) ซึ่งทุกๆคนก็ต้องรู้ดีอีกว่าดินแดนทักษิณนั้นขึ้นชื่อเรื่องนักรบ จนได้ขนานนามอีกชื่อว่า ‘ ดินแดนแห่งนักรบ ’ แต่ประเทศทาธิส นั้นแตกทางจากประเทศอื่นบนดินแดนนี้เล็กน้อย คือมันไม่ใช่ประเทศที่ผลิตนักรบ แต่เป็นเป็นเทศที่ผลิตอาวุธให้นักรบ เพราะ ทาธิส นั้นมีแห่งแร่โลหะมากมาย แถมยังขึ้นชื่อในเรื่องช่างตีเหล็กอีกด้วย ทำให้ได้ชื่อว่าเป็นแห่งผลิตอาวุธที่ดีที่สุดในมหาทวีปแห่งก็ว่าได้
“ ขอโทษนะค่ะ ที่ว่าได้อาวุธโดยไม่ต้องเสียเงินซักเหรียญเนี้ย หมายความว่ายังไงหรือค่ะ ” โซเฟีย รีบตรงเข้าไปสอบถามรายละเอียดทันที
“ คะ...ครับ มันเป็นเงื่อนไขสำหรับผู้เข้าร่วมการประลองที่ทางร้านเราจัดขึ้นนะครับ ” พนักงานชายหน้าร้านตะลึงไปเล็กน้อยเมื่อเห็น โซเฟีย ก่อนจะรีบตอบอย่างฉะฉาน
“ การประลองอะไรหรือค่ะ ” คราวนี้ แอริณ แทรกขึ้นมาบ้าง จนพนักงานหนุ่มต้องตะลึงกับความงามผิดมนุษย์มะนาอีกครั้ง ก่อนจะรีบอธิบาย
“ คะ...คืออย่างงี้นะครับ ตอนนี้ทางร้านเรามีการจัดกิจกรรมพิเศษภายในร้าน เพื่อสร้างสีสันให้กับลูกค้า ซึ่งก็คือการประลองหรือการต่อสู้ด้วยอาวุธต่างๆ ภายใต้กฎ 5 ข้อ ซึ่งได้แก่
1.อาวุธที่นำเข้าการประลองครั้งนี้ต้องเป็นอาวุธจากร้านของเราเท่านั้น และต้องเป็นอาวุธที่คุณมั่นใจว่าจะซื้อ เพราะหลังจากจบการประลอง ทางร้านจะไม่รับอาวุธใดๆคืนโดยเด็ดขาด
2.การประลองในครั้งนี้ไม่อนุญาตให้ใช้เวทมนตร์ใดๆทั้งสิ้น
3.ทันทีที่อาวุธหลุดออกจากมือ ถือเป็นการสิ้นสุดการประลอง และฝ่ายที่อาวุธหลุดจะเป็นผู้แพ้ทันที
4.หากแพ้แล้ว ทางร้านไม่อนุญาตให้กลับขึ้นประลองอีกครั้ง
5.หากประลองชนะต่อเนื่องกัน 3 ครั้งจะได้รางวัลธรรมดา แต่ถ้าติดต่อกัน 6 ครั้งจะได้รางวัลใหญ่ ” พนักงานหนุ่มอธิบาย
“ แล้วรางวัลนี่คือ... ” แอริณ ลากเสียงนิดๆ เพื่อดูว่าสิ่งที่เธอคิดจะเป็นจริงหรือเปล่า
“ ครับ รางวัลธรรมดาสำหรับการชนะ 3 ครั้ง คือการลดราคาอาวุธที่ท่านใช้ในการต่อสู้ 50 เปอร์เซ็น และรางวัลใหญ่หากชนะครบ 6 ครั้ง ก็คือการที่ท่านจะได้รับอาวุธชิ้นนั้นฟรีไปเลย โดยไม่ต้องเสียเงินซักเหรียญครับ ” พนักงานชาย ร่ายรายการรางวัลให้ แอริณ กับ โซเฟีย ฟัง ซึ่งมันเป็นรางวัลที่ตรงใจพวกเธอมากเสียด้วย!
“ อย่าหาว่าอย่างงู้อย่างงี้เลยนะครับ ผมว่าพวกคุณ... ” ไม่ควรจะเข้าร่วมการประลอง นั้นคืนสิ่งที่พนักงานหนุ่มจะเตือนหญิงสาวทั้งสอง หากพวกเธอไม่วิ่งหายเข้าไปในร้านอาวุธที่เขาทำงานอยู่เสียก่อน โดยปล่อยให้ชายหนุ่มยืนเก้อ เพราะเขานึกภาพหญิงสาวร่างบางสองคนต่อสู้กับพวกถึกๆไม่ออกเลยจริงๆ!!!
มาต่อแล้วค่ะ
เมื่อเข้าไปในร้านแล้ว หญิงสาวทั้งสองก็เริ่มสำรวจอย่างตื่นเต้น สมเป็นร้านค้าอาวุธขนาดใหญ่จากประเทศ ทาธิส แห่งดินแดนทิศทักษิณ(ใต้)อันมีชื่อเสียงเรื่องอาวุธจริงๆ ภายในร้านนั้นมีอาวุธมากมายหลายชนิด เรียกได้ว่าทุกชนิดเท่าที่พวกเธอจะนึกออกเลยทีเดียว แถมแต่ละชนิดยังมีให้เลือกมากหน้าหลายตาอีกด้วย เรียกได้ว่าครบครันจริงๆ
ดูเหมือน แอริณ กับ โซเฟีย เหมือนจะใจตรงกัน พวกเธอเลือกที่จะใช้ดาบเป็นอาวุธ ซึ่งดาบนั้นนอกจากใช้ง่ายที่สุดแล้ว ยังเป็นที่นิยมของผู้ใช้อาวุธอีกด้วย และเมื่อรู้กันแล้วทั้งคู่จึงไม่รอช้าที่จะแยกย้ายกันไปหาดาบที่ตนถูกใจ
“ อืม อันนี้หนักไปหน่อยแฮะ ” แอริณ วางดาบเล่มใหญ่กลับที่
ดวงตาสีโกเมนกวาดดูไปตามชั้นต่างๆ มือเรียวลองจับอันนู้นบ้างหยิบอันนี้บ้างอย่างคนอยู่ไม่สุข แต่คนอยู่ไม่สุขก็เรื่องมากอย่างเหลือเชื่อ เพราะดูเหมือนจะไม่ถูกใจตินู้นตินี้ไปเสียทุกอย่าง แถมเธอยังรู้สึกว่าไม่มีดาบเล่มให้เข้าตากรรมการอย่างเธอเลย
“ โห่ ดาบเล็กขนาดนั้น ฟันทีเดียวก็หักแล้วมั้งเนี้ย ” แอริณ มองดาบเรียวเล็กและบางเฉียบในมืออย่างกลัวๆ กลัวว่าเพราะความเรียวดูเปราะบางของมันจะทำให้เธอทำมันหักคามือ ทั้งที่ความจริงมันคงเป็นไปไม่ได้สักนิด!
แต่หญิงสาวก็ต้องเลิกบ่นทันทีที่สายตาของเธอสะดุดเข้ากับดาบคู่หนึ่งที่ถูกจัดวางไว้ส่วนล่างและลึกสุดของตู้ จนไม่มีผู้ใดคิดจะสนใจมันเลย แต่รูปทรงที่แปลกตาของดาบคู่นี้ ทำให้ แอริณ อดไม่ได้ที่จะหยิบมันขึ้นมาพิจารณา ดาบเซตนี้หากมองเผินๆก็เหมือนแท่งกระบองแบนๆสีดำขัดจนมันวาว แต่ที่จริงมันคือตัวดาบที่ถูกคุมด้วยปลอกดาบต่างหาก แต่เพราะดาบเซตนี้ไม่มีกระบังดาบ*เหมือนดาบทั่วๆไป จึงไม่แปลกที่จะดูเหมือนกระบองเรียวๆ
(กระบังดาบ*ส่วนที่ยืนออกมาอยู่ตรงกลางระหว่างตัวดาบและด้ามจับ อาจเป็นวงกลมๆหรือแขนสองอันที่ยืนออกไปในทิศตรงกันข้าม)
แต่มันก็ไม่ถึงกับเรียบไปเลยเสียทีเดียว เพราะบนปลอกดาบสีดำเงานั้นถูกสลักด้วยลวดลายเสี้ยวพระจันทร์สีทองดูเรียบหรู และประดับด้วยคริสตัลเม็ดเล็กๆดูเปล่งประกายเหมือนดวงดาว ส่วนด้ามจับนั้นถูกห้อยด้วยสายโซ่เล็กๆ ที่ปรับความยาวสั้นได้ ซึ่งคาดว่าน่าจะมีไว้สำหรับช่วยในการเคลื่อนไหว และเมื่อถอดปลอกดาบออกมาแล้ว ตัวดาบสีเงินเงางามที่ทำจากโลหะชั้นดีก็เผยแก่สายตา เพียงแค่มองผ่านๆก็รู้ได้ทันทีว่าดาบเล่มนี้มีความคมมากน้อยเพียงใด
แต่ที่ทำให้ แอริณ สนใจที่สุดไม่ใช่สิ่งทั้งหมดที่กล่าวมาทั้งหมด แต่คือความยาวของดาบทั้งสองเล่มที่ต่างกันถึง 1 ฟุต! ทำให้เล่มหนึ่งเป็นดาบยาว แต่อีกเล่มกับเป็นดาบสั้น ทั้งๆที่เป็นเซตเดียวกันแท้ๆ ซึ่ง แอริณ คาดว่าอาจจะเพราะเหตุนี้ด้วยมั้ง ที่ทำให้ไม่มีใครสนใจมัน เพราะความยาวที่แตกต่างทำให้ควบคุมยาก จนเจ้าดาบนี้ต้องโดนยัดไปอยู่ในสุดของตู้
“ เฟเฟียส ” แอริณ พลิกสันดาบขึ้นมาอ่านชื่อของดาบที่ถูกสลักไว้อย่างบรรจง และโดยไม่ต้องคิดอะไรอีก แอริณ ตัดสินใจเลือกดาบคู่นี้ทันที
“ ไง รอนานไหม ” แอริณ รีบเดินเข้าไปทักทาย โซเฟีย ที่ยืนรอเธออยู่หน้าเคาเตอร์ในทันที
“ ถ้าบอกว่านานละ เธอจะทำยังไงละ ” โซเฟีย ยิ้มน้อยๆ พลางพูดอย่างลองเชิง
“ ก็ไม่ทำยังไงหรอก ” แต่ แอริณ กับยิ้มร่าตอบกลับอย่างไม่รู้สึกรู้สา จนเพื่อนสาวได้แต่ส่ายหน้าไปมาอย่างระอา
“ ไหนๆขอดูดาบเธอหน่อยสิ ” แอริณ พูดต่ออย่างร่าเริง ขณะหันไปจ้องมองดาบในมือเรียวของ โซเฟีย ตาเป็นประกาย
“ ยื่นหมูยื่นแมว ” โซเฟีย พูดพลางแบบมือไปข้างหน้า เชิงเอาดาบของเธอมาแลกสิ
“ ก็ได้ๆ ” แอริณ ยื่น เฟเฟียส ให้อย่างไม่มีทางเลือก ขณะที่ โซเฟีย ก็ส่งดาบเล่มงามในมือเธอให้เช่นกัน
แอริณ ไม่รอช้ารีบหยิบดาบจากมือเพื่อนสาวมาพิจารณา นับว่าเพื่อนเธอเป็นพวกตาแหลมที่เดียว ดาบเรเปียร์*เล่มนี้เรียกได้ว่างดงามอย่างเต็มปาก ลักษณะทรงเรียวยาวสำหรับใช้แทง เหมาะสมกับพวกหญิงสาว ที่ไม่มีแรงเยอะแยะให้ใช้ฟาดฟันเหมือนพวกชายหนุ่ม ปลอกดาบสีน้ำตามเข้มทำจากหนังสัตว์และถูกสลักไว้ด้วยคำว่า ‘พรีเวล’ ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันคือชื่อดาบแน่ๆ ด้ามจับดาบทำจากวัสดุชั้นดีสีทองเหลือง เมื่อสะท้อนกับแสงทำให้ดูสบายตาไม่แสบตา ตัวดาบมีเกราะมือสำหรับป้องกันที่ถูกสลักไว้ด้วยลวดลายของพันธุ์พฤกษาต่างๆและประดับด้วยพลอยสีสันหลายเม็ด ทำให้ดูราวกับดอกไม้สีต่างๆ ส่วนตัวดาบด้านในนั้นก็เงางามเพราะได้รับการตีและดูแลอย่างดี
“ รสนิยมเธอใช้ได้แล้ว ” แอริณ หันไปพูดกับ โซเฟีย อย่างชื่นชม แต่เพื่อสาวกับขมวดคิ้วเล็กน้อย เพราะสำหรับเธอ แอริณ นั้นคือคนที่ไร้รสนิยมในเรื่องการเลือกของมากที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอ(แม้การเลือกดาบครั้งนี้เพื่อนเธอจะเลือกได้ดีผิดกลับทุกครั้งก็เถอะ) ดังนั้นเธอเลยไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือไหม ที่ถูกคนแบบนี้ชม
“ อะนี่ ” แอริณ ยื่น พรีเวล คืนให้ โซเฟีย ขณะที่ตัวเธอเองก็รับ เฟเฟียส คืนเช่นกัน ก่อนเธอจะพูดต่ออย่างตื่นเต้นว่า “ ไปประลองกันเถอะ! ”
โซเฟีย มองท่าทีคึกคักของเพื่อนสาวอย่างเอ็นดู ราวกับแม่ที่มองลูกน้อยจอมซน ก่อนจะพูดออกมาว่า “ ได้ งั้นไปกันเลย ”
หลังจากนั้นพวกเธอก็เดินไปติดต่อเรื่องขอเข้าร่วมการประลองที่เคาเตอร์ชำระเงิน ตอนแรกพนักงานสาวที่พวกเธอเข้าไปคุยด้วย มองหน้าพวกเธออย่างอึ้งๆ เมื่อได้ยินพวกเธอกล่าวว่าจะเข้าร่วมประลอง พนักงานสาวทำราวกับไม่เชื่อสิ่งที่ตนได้ยิ่งเท่าไหร่นั้น แต่หลังจากนั้นเมื่อ แอริณ บอกว่าจะเข้าร่วมจริงๆ พนักงานสาวก็เล่นงัดเอาสารพัดวิธีมากล่อมพวกเธอให้เลิกล้มความตั้งใจเสีย โซเฟีย ก็ได้แต่ดูความพยายามของพนักงานสาวพลางนึกขำในใจ ส่วน แอริณ นั้นจะดูงงๆกับท่าทีของพนักงานสาว เพราะเธอไม่เข้าใจถึงความหวังดีของพนักงานสาวเลยว่า เธอทนเห็นหญิงสาวที่งดงามราวกับเทพธิดาอย่างพวกเธอจับอาวุธขึ้นรบราฆ่าฟันกับพวกป่าเถื่อนไม่ได้! ซึ่ง แอริณ ไม่มีทางเข้าใจเหตุผลแน่ ส่วน โซเฟีย แม้จะเข้าใจแต่เธอก็ไม่เห็นว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่อะไรอย่างที่พนักงานสาวกังวลเลย! ทั้งสองคิดเพียงว่า ‘ถ้าชนะ ของฟรีก็อยู่แค่เอื้อม!’
แต่หลังจากทั้ง แอริณ และ โซเฟีย ยืนยันความตั้งใจของตน พนักงานสาวก็หมดหนทาง และต้องยอมให้พวกเธอลงชื่อเข้าร่วมในที่สุด เมื่อลงชื่อเสร็จพนักงานสาวก็ใช้ความพยายามฝืนใจตัวเองอย่างมากในการเดินนำพาทั้งสองสองไปหลังร้าน อันเป็นที่จัดงานประลอง
“ โชคดีค่ะ ขอให้สนุกกับการประลองนะค่ะ ” พนักงานสาวอยากจะร้องไห้ทั้งๆที่ยิ้มให้หญิงสาวทั้งสอง พลางเอื้อมไปเปิดประตูบานใหญ่ที่อยู่สุดทางเดิน
ประตูบานใหญ่ที่เปิดออกเผยให้เห็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง ห้องสี่เหลี่ยมขนาดกว้างขวาง เวทีหินขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง โดยลงทับด้วยเวทย์เพื่อความปลอดภัยระหว่างการต่อสู้ บนเวทีแข่งขันกำลังมีการปะทะกันระหว่างนักดาบกับผู้ใช้กระบอง รอบห้องล้อมรอบด้วยอัฒจรรย์ที่เรียงติดกับผนังห้องที่เต็มไปด้วยผู้เข้าประลองที่นั่งรอคิวของตน และผู้ที่ซื้อตั๋วขออนุญาตเข้าชม ซึ่งทั้งสองถูกจับแยกไว้คนละฝั่งของห้อง แต่ทั้งสองฝ่ายก็ต่างเชียร์การประลองบนสนามอย่างเมามันไม่ต่างกัน
ทันทีที่หญิงสาวทั้งสองก้าวเข้ามาในห้อง ทั้งคู่ก็กลายเป็นที่สนใจทันที เพราะอะไรนั้นคงไม่ต้องถามก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจ ก็เพราะภายในห้องประลองแห่งนี้มันแทบจะไม่มีผู้หญิงเดินเฉียดเข้ามาเลยนะสิ! และถึงจะมีก็น้อยนิด แถมแต่ละคนก็ร่างทึกๆพอๆกับพวกผู้ชายทั้งนั้น ไม่มีหญิงสาวรูปร่างหน้าตาดูบอบบางน่าทะนุถนอมอย่างพวกเธอเดินเข้ามาหรอก!
“ โอ๊ะโอ! สาวงามที่ไหนหลงทางมาเอ่ย ” น้ำเสียงทุ้มๆเอ่ยอย่างราวกับไถ่ถามอย่างสนิทสนม พร้อมกับร่างใหญ่ของชายคนหนึ่งที่ลุกจากอัฒจรรย์เดินเข้ามาหาพวกเธอ
“ ให้พี่ไปส่งที่บ้านไหมจ๊ะ ” เขาพูดอย่างเชิญชวน ซึ่งแฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ชวนให้ แอริณ รู้สึกรังเกียจชอบกล
“ ไม่ต้องหรอกค่ะ พวกเราไม่ได้หลงทาง ” โซเฟีย ตอบกลับอย่างใจเย็น และรักษาท่าทีให้สงบ เพราะเธอนั้นก็ไม่อยากจะมีเรื่องหากไม่จำเป็น แม้ในใจเธออยากจะต่อยหมอนี่ซักหมัด แล้วกระทืบซ้ำอีกซักทีกับท่าทีเสแสร้งที่แฝงไปด้วยความไม่บริสุทธิ์ใจของหมอนี่ก็เถอะ
“ งั้นหรือ งั้นไปนั่งชมการต่อสู้สนุกๆกับพี่ไหม ” ชายร่างใหญ่ยิ้มอย่างเล้าโลม
“ ไม่เป็นไรค่ะ ” โซเฟีย ยังยิ้มสู้ พลางตอบอย่างประณีตประนอมตามประสาคนสุขุม
“ อย่าปฏิเสธกันอย่างงี้สิพี่เสียใจนะ ” แต่ชายหนุ่มคนนี้ก็ดูเหมือนจะไม่ยอมเลิกราง่ายๆแน่ๆ จนกระทั้งในที่สุด หญิงสาวอีกคนก็หมดความอดทนจนได้
“ คุณเนี้ยฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง ” หญิงสาวกล่าวลอยๆ จนชายคนนั้นต้องหันขวับกลับมามอง แอริณ
“ สาวน้อยพูดอะไรหรือจ๊ะ ” แต่ชายคนนั้นก็ยังอุตส่าห์จะยิ้มสู้ ยังไงเขาก็ยังไม่อยากหน้าแตกเพราะโดนหญิงปฏิเสธท่ามกลางสายตาประชาชี!
“ ก็บอกว่าไม่ต้องไง คุณเข้าใจความหมายของคำว่าไม่ต้องการไหม! ” แอริณ แสยะยิ้มแบบเหยียดๆ และเริ่มขึ้นเสียงอย่างไม่ชอบใจชายคนนี้ เธอไม่ค่อยเข้าใจความคิดของหมอนี่เท่าไหร่ ว่าทำไมมันถึงเซ้าซี้พวกเธอนัก แต่ท่าทีของหมอนี่ทำให้เธอรู้สึกรังเกียจมันอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ!
“ !!! ” ชายร่างใหญ่อึ้งเล็กน้อยกับท่าทีโต้กลับแบบไม่ไว้หน้าของหญิงสาวคนนี้ ซึ่งทำให้อารมณ์ของเขาพุ่งปี๊ดในทันที! “ แกว่าอะไรนะ! ” ร่างสูงตะคอกเสียงดัง
ดังจนแทบจะเรียกคนทั้งห้องให้หันมามอง ภาพของหญิงสาวร่างบางเจ้าของเรือนผมสีทองเงางามกำลังยืนประจันหน้ากับชายหนุ่มหน้าเถื่อนร่างใหญ่! โดยมีหญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีเขียวอมฟ้าอีกคนยืนถอดหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายอยู่ด้านหนัง ราวก็ไม่รู้ถึงสถานการณ์ตึงเครียดนี้
โซเฟีย เดาได้ไม่ยากว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น แอริณ ไม่ใช่พวกใจร้อนความอดทนต่ำชอบหาเรื่องใคร แต่ก็ไม่ใช่พวกใจเย็นความอดทนสูงเหมือนเธอ เพราะฉะนั้นการที่ชายหนุ่มแปลกหน้ามาทำเล้าโลมใส่พวกเธอแบบนี้ มันไม่ยากเลยที่จะไปกระตุ้นต่อมความรู้สึกเกลียดขี้หน้าของ แอริณ ให้ทำงาน แม้ตัวของ แอริณ จะไม่ค่อยเข้าใจอารมณ์พวกนี้ก็ตาม!
“ พูดไม่ได้ยินหรือไง ว่า-ไม่-ต้อง-การ! ” แอริณ ย้ำเสียงแข็ง พลางมองชายตรงหน้าด้วยสายตาไม่ชอบใจ
“ หน่อย! ” ชายร่างใหญ่กัดฟันกอด ในสายตาของเขา ราวกับหญิงสาวร่างบางคนนี้กำลังมองเขาด้วยความดูถูก “ แกกล้าทำแบบนี้ใส่ฉันหรือ!!! ” ความอดทนอันมีอยู่น้อยนิดของเขาขาดสะบั้นอย่างรวดเร็ว ทำให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลในทันที! และไม่รอช้ากระบอกเหล็กภายในมือของเขาตวัดหมายฟาดใส่ร่างบางตรงหน้าเต็มแรง!!!
ผู้คนทั่วทั้งห้องพร้อมใจกันเงียบกริบ ดวงตาแต่ละคนเบิกกว้างอย่างตกใจกับเหตุการณ์ บ้างก็ถึงกับร้องเสียงหลงเพื่อเตือนให้หญิงสาวรู้ตัวว่าจะถูกทำร้าย แม้แต่การต่อสู้บนเวทียังต้องหยุดชะงัก
แต่...ขณะที่ทุกคนตกใจแทบเป็นแทบตาย ร่างบางผู้เฝ้าดูเหตุการณ์อย่าง โซเฟีย กับไม่แม้แต่คิดจะช่วยเพื่อนสาว หรือตกใจด้วยซ้ำ! เรียกได้ว่าแทบจะยืนนิ่งๆดูเหตุการณ์อย่างสบายอารมณ์ เพราะเธอรู้ดีว่าเรื่องแค่นี้ยังทำให้เพื่อนเธอได้แผลถลอกไม่ได้เลยด้วยซ้ำ! ส่วนเจ้าคนถูกปองร้ายอย่าง แอริณ นั้น แค่มองปราดเดียวเธอก็รู้วิถีของกระบอกเหล็กอย่างทะลุปรุโปร่ง ร่างบางรู้ว่าเพียงถอยหลังก้าวเดียว เธอก็สามารถหลบกระบอกเหล็กนี้ได้สบายๆ
แต่ก่อนที่กระบองเหล็กจะฟาดถึงตัวหญิงสาว เพื่อให้เธอได้หลบตามที่คิดไว้...
หมับ! กระบองนั้นก็ต้องหยุดชะงักกะทันหันด้วยแรงของใครบางคน ที่เพียงแค่ใช้มือจับก็สามารถหยุดวิถีของกระบอกเหล็กที่เตรียมฟาดลงมาเต็มแรงได้อย่างสบายๆ! พร้อมกับคำพูดที่พูดด้วยน้ำเสียงสบายๆเหมือนท่าทางของตน แต่เล่นเอาคนฟังบางคนแทบควันออกหู ในขณะที่บางคนแถบจะขำค้าง!
“ คนเราเนอะ โดนหญิงปฏิเสธแล้วยังไม่รู้ตัวอีก ”
แต่งโดย
เจ้าหญิงเกล็ดน้ำแข็ง
05/04/55
มันมาแล้ว!!! >w< แต่ใครกันนะที่มา
คาดว่านักอ่านเก่าคงรู้ดี
แต่พี่แกเล่นเปิดตัวซะ
" คนเราเนอะ โดนหญิงรปฏิเสธแล้วยังไม่รู้ตัว "
ชอบคำนี้ชะมัด!!!
ดิฉันยกนิ้วให้เลย กับ......
---------------------------------------------------------------
*ดาบเรเปียร์*

เรเปียร์ (rapier) เป็นดาบปลายแหลมที่มีใบผอมบาง ใช้ในการโจมตีในลักษณะแทงและฟัน ประวัติศาสตร์ของเรเปียร์พบในทวีปยุโรปในช่วงระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 16 และ คริสต์ศตวรรษที่ 17
Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone และ Android Phoneเตรียมพบกับ Dek-D Writer App เวอร์ชั่น iPad / Android Tablet เร็วๆนี้ ฟรี!
|