สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
  • เข้าสู่ My.iD Control
  • สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ
  • กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง
  • SSS สงครามวัตถุวิญญาณ

    ตอนที่ 38 : บทที่ 33 คาซี&แดเนียล VS โพเซ่


         อัพเดท 18 เม.ย. 55
    กลับไปหน้าหลักของบทความ
    แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
    นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
    Tags: แฟนตาซี, สนุก, เดินทาง, พลังพิเศษ
    ผู้แต่ง : MiYU ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ MiYU Email : myu_immi(แอท)hotmail.com
    My.iD: http://my.dek-d.com/myu_immi
    < Review/Vote > Rating : 92% [ 47 mem(s) ]
    This month views : 1,082 Overall : 48,679
    2,789 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 670 คน ]

    [ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
    SSS สงครามวัตถุวิญญาณ ตอนที่ 38 : บทที่ 33 คาซี&แดเนียล VS โพเซ่ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 851 , โพส : 19 , Rating : 30 / 6 vote(s)

    ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


    บทนี้แต่งยากกว่าบทที่แล้วอีก
    แถมพลังพิเศษของโพเซ่ก็ชวนปวดหัวชะมัด 
    ปล. ครึ่งหลังยาวเหยียดจนครึ่งแรกกลายเป็น 20% ไปเลยทีเดียว 555
    เชิญติดตาม
    -------------------------------



              กระสุนปืนกระหน่ำรัวเป็นชุด
    !!!

              แรงโน้มถ่วงเพิ่มน้ำหนักมหาศาล!!!

               แต่ไม่ว่าการโจมตีจะรุนแรงเพียงใด  ก็ถูกสลายด้วยเขาแข็งแกร่งทั้งสองข้างของวัวสี่ตัวที่หันหลังชนกันจนสิ้นราวกับเขานั้นคือศาสตราวุธที่สามารถสลายการโจมตีทุกอย่าง

               ไม่ต้องสื่อสารด้วยคำพูด  แค่ชายหนุ่มผู้เย็นชาทั้งสองสบตากันก็เข้าใจทันทีว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร

               แดเนียลระดมยิงปืนขึ้นฟ้าและใช้พลัง GPS บังคับทิศทางให้มันพุ่งกลับลงมายังพื้นด้วยความเร็ว 

               คาซีเพิ่มความเร็วของการตกด้วยแรงโน้มถ่วงที่กดทับกระสุนปืนจนห่ากระสุนพุ่งตกด้วยความเร็วประหนึ่งดาวตก  ความรุนแรงของการทำลายล้างย่อมมากมายมหาศาลจนยากจะมีอะไรต้านทานได้

               เว้นเพียงเขาของวัวทั้งสี่....

               เปรี้ยง!!!’

               เพียงแค่เสยเขาแกร่งเข้าใส่ห่ากระสุน  ลูกตะกั่วก็กระเด็นกระดอนและสายไปราวกับปุยนุ่น  ความรุนแรงเมื่อครู่ราวกับภาพลวงตา

               โพเซ่ที่ย้ายตัวเองมานั่งบนรถบังคับวิทยุขนาดใหญ่ยิ้มร่าอย่างดีใจเมื่อเห็นชายหนุ่มทั้งสองไม่อาจทำอะไรสัตว์จากนิทานของตน  มือแกะห่อฟลอยด์ก่อนส่งอมยิ้มสีดำรสโคลาเข้าปากอมจนแก้มตุ่ย

               คาซีเบิกตาค้างมองพลังพิเศษของตนถูกสลายอย่างง่ายดาย  เขากำหมัดแน่นอย่างแค้นเคือง

               “ขนาดนี้แล้วยังไม่สะเทือนเลยเหรอ  งั้นเจอนี่เป็นไง..  ปลดขีดจำกัดสปิริต!!”

               คาซีคำรามพลางชูมือขึ้นฟ้า  พลังระดับปลดขีดจำกัดทำให้ท้องฟ้าที่มืดครึ้มดำสนิทจนมองไม่เห็นสีอื่นใด 

               “เดี๋ยวก่อน!!”

               คาซีชะงักเมื่อแดเนียลร้องห้าม  คิ้วชนกันราวกับผูกโบ

               “นายห้ามชั้นทำไม”

               แดเนียลมองวัวอย่างพิจารณา  แม้เขาของมันจะทรงอาณุภาพขนาดทำลายล้างการโจมตีทุกชนิดได้  แต่พวกมันกลับทำแค่เพียงยืนเฝ้าอยู่ด้านหน้าทางเดิน  ไม่มีทีท่าจู่โจมพวกเขาแม้แต่น้อย  คล้ายกับไม่มีเจตนาต่อสู้  แต่เพียงเพื่อป้องกันหรือถ่วงเวลาเท่านั้น

               “โจมตีแรงแค่ไหนก็ทำอะไรวัวพวกนั้นไม่ได้หรอก”

               “หมายความว่ายังไง”

               แดเนียลมองลอดปอยผมที่ระลงมาปรกใบหน้าซีกซ้าย  ภาพเด็กน้อยที่สร้างเรื่องเล่าจนหนามเถาวัลย์มีชีวิตจู่โจมเขาที่สถานีรถไฟยังคงติดตา  พลังอันร้ายกาจช่างขัดแย้งกับรูปลักษณ์ไร้เดียงสาที่ปรากฏ

               “หมอนั่นสร้างเรื่องราวในนิทานให้เป็นเรื่องจริง  วัวพวกนั้นมาจากเรื่อง วัวสี่ตัวกับราชสีห์

               คาซีสบถอย่างรำคาญใจ

               “แล้วไอ้นิทานบ้านี่เรื่องมันเป็นยังไง”

               เพราะต้องอยู่กับพ่อสองคนตั้งแต่เด็ก  อีกทั้งทริมิดายังคร่ำเคร่งกับการทำงาน  ทำให้คาซีไม่มีโอกาสฟังนิทานก่อนนอนเหมือนเด็กคนอื่น  เขารู้จักนิทานอีสปไม่ถึงสามเรื่อง

               ตรงข้ามกับแดเนียล...

               ชายผมยาวคิดย้อนถึงภาพความทรงจำเมื่อครั้งยังเด็ก  เขาและน้องสาวฟังนิทานที่แม่เล่าให้ฟังก่อนนอนทุกคืน  แม้ความแค้นจะบ่มฝังจนจิตใจเย็นชา  แต่อดีตที่มีความสุขไม่อาจลบล้างไปจากจิตใจ

               เรื่องราวในนิทานถูกถ่ายทอดผ่านน้ำเสียงนิ่งเรียบ  แต่เปี่ยมด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นจนคาซีสัมผัสได้

     

               ราชสีห์ตัวหนึ่งมักจะเข้าไปหากินบริเวณทุ่งหญ้าซึ่งเป็นที่ อยู่อาศัยของวัวทั้งสี่ บ่อยครั้งที่ราชสีห์พยายามเข้าจู่โจมพวกวัว แต่เมื่อไดก็ตามที่มันเข้าใกล้ วัวทั้งสี่จะหันหางเข้าหากัน ดังนั้นไม่ว่าราชสีห์จะวิ่งไปทางไหนก็หนีไม่พ้นเขาของพวกวัว

               อย่างไรก็ตาม ในที่สุดวัวทั้งสี่ตัวก็เกิดเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกัน พวกมันแต่ละตัวแยกกันเดินไปในทุ่งหญ้าตามลำพัง แล้วราชสีห์ก็เข้าจู่โจมพวกมันทีละตัว ทำให้วัวทั้งสี่ตัวต้องพบจุดจบในที่สุด…..

     

               คาซีเลิกคิ้วอย่างครุ่นคิด 

               “ไม่ว่าจะโจมตีอย่างไร จากทิศทางไหน ก็ต้องเจอเขาวัวอย่างนั้นเหรอ...  น่ารำคาญว่ะ”

               คาซีเดินอาด ๆ เข้าหาวัวที่ยืนจังก้าดักทาง  พวกมันพ่นลมหายใจฟึดฟัดอย่างลำพอง  ศัตรูร่างจ้อยหากเข้ามาถึงระยะจู่โจมเมื่อไหร่  มันจะได้เอาเขาอันแหลมคมเสียบให้ทะลุ

               “เฮ้!!  ไอ้วัวโง่”

               คาซีหยุดเดินพลางส่งเสียงตะโกน

               รอยยิ้มเจ้าเล่ห์สาดฉายบนใบหน้าคมคาย  แม้ภาพลักษณ์ของเขาจะมืดหม่นจนกลมกลืนไปกับบรรยากาศ  แต่อีกนัยก็ดูเหมือนมีอะไรแอบแฝงทำให้โดดเด่นจากความมืดมิดแห่งรัตติกาล  อาจเพราะความสามารถด้านการปรับตัวให้กลมกลืนกับสถานการณ์ทำให้คาซีเปลี่ยนแปลงบุคลิก นิสัย ได้ราวกับกิ้งก่าเปลี่ยนสี

               “เก่งนักก็รับสลายพลังของฉันให้ได้ทั้งหมดล่ะ…  Newton’s Gravity!!!”

               คาซีกระหน่ำสร้างแรงโน้มถ่วงโจมตีใส่สัตว์ยักษ์  โพเซ่หัวเราะร่ากับความเขลาของศัตรูที่ทำเรื่องไร้ประโยชน์ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าการโจมตีไม่มีผล  ส่วนแดเนียลแม้ตอนแรกตั้งใจจะห้าม  แต่เมื่อเห็นสายตาของคาซีเขาก็รู้ว่าชายหนุ่มไม่ทำอะไรโดยไม่วางแผนไว้ก่อนแน่

               วัวตัวที่หันหน้าเผชิญกับคาซีสะบัดศีรษะส่งเขาแหลมให้ฟาดฟันแรงโน้มถ่วงที่มองไม่เห็นสลายไป  รอยยิ้มเหยียดบนใบหน้าสัตว์เดรัจฉานเหมือนดูแคลนคู่ต่อสู้ที่เป็นมนุษย์  การป้องกันอันสมบูรณ์แบบนี้แม้แต่หัวหน้าเงารัตติกาลอย่างวาร์ดก็ไม่อาจทำลายได้

               ครั้งที่สอง!!

               ครั้งที่สาม!!

               ครั้งที่สี่  ห้า  หก!!!

               คาซีไม่เว้นจังหวะให้วัวยักษ์ได้พัก  เขาระดมโจมตีอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ว่าจะใช้พลังมากมายเท่าไหร่  ก็ไม่สามารถทำอันตรายสัตว์ร้ายได้เลยแม้แน่น้อย

               ชายหนุ่มดีดนิ้วเป็นสัญญาณเปลี่ยนการโจมตีจากด้านบนมาเป็นใช้แรงโน้มถ่วงจากด้านล่างเพื่อยกร่างพวกมันให้ลอย  แต่วัวยักษ์ก็ยังสามารถก้มตัวใช้เขาขวิดพลังพิเศษให้สลายไปได้อยู่ดี

               รอยยิ้มเหี้ยมของคาซีแสยะมากขึ้น  เขาใช้พลังพิเศษสลับบนล่างอย่างต่อเนื่อง  วัวตัวหน้าต้องก้มเงยสะบัดศีรษะรัวคล้ายตุ๊กตาสปริง  แม้มันจะเหนื่อยแต่เมื่อเห็นการโจมตีของคาซีถูกทำลายก็ทำให้มันลำพองใจและรู้สึกถึงชัยชนะที่อัดแน่นเต็มอก

               “พอที  เหนื่อยแล้วว่ะ”

               คาซีเลิกดีดนิ้ว  เขาล้วงมือลงกระเป๋ากางเกงพลางเดินไปยืนพิงต้นไม้ด้วยท่าทีสบาย ๆ

               “ฮ่า ๆ  ๆ  พลังของแกกระจอกขนาดนี้  ก็สมควรแล้วล่ะที่จะเลิกคิดต่อกรกับข้า”

               วัวตัวหน้าระเบิดเสียงหัวเราะพร้อมถ้อยคำถากถาง

               “ก็จริง  พลังของแกเหนือกว่าฉันจริง ๆ นั่นแหล่ะ”  น้ำเสียงคาซีกลับแฝงความเยาะเย้ยมากกว่า  “สงสัยแกคงมีพลังมากที่สุดในกลุ่ม  เลยต้อง..  เหนื่อย อยู่ ตัว เดียว

               เจ้าวัวตัวหน้าคิ้วกระตุก  มันคิดถึงการโจมตีเมื่อครู่  มีเพียงมันเท่านั้นที่รับการโจมตีของคาซีจนตอนนี้มึนงงไปหมดเพราะหัวที่สั่นหมุนเป็นใบพัดเครื่องบิน  ขณะที่วัวอีกสามตัวกลับยืนเฉยไม่สนใจ

               แล้วทำไมพวกมันไม่ช่วยกันบ้างล่ะ…..

               ไม่ใช่เพียงมันเท่านั้นที่เริ่มคิดในแง่ลบ  วัวอีกสามตัวที่เหลือเมื่อได้ยินคาซีเอ่ยชมเชยวัวตัวหน้า  ก็เกิดความขุ่นข้องหมองใจในพลังของตน  ด้วยเขาแข็งแกร่งที่ทุกตัวมีย่อมมีพลังเท่าเทียมที่สามารถสลายการโจมตีทุกชนิดได้เช่นกัน  แต่ทำไมคาซีถึงได้บอกว่าวัวตัวหน้าแข็งแกร่งที่สุด

               แล้วทำไมเจ้าตัวหน้าถึงไม่ปฏิเสธล่ะ…..

              สะโยกที่ยืนชิดติดกันเป็นกากบาทเริ่มถอยห่างทีละนิด  จิตใจที่สับสนทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวโดยไม่รู้ตัว  ความเชื่อใจที่พวกมันมีให้กันโดยตลอดสั่นคลอนเกิดเป็นรอยร้าวที่ยากจะประกบให้แนบสนิทเหมือนเดิม

               วินาทีที่รอคอยมาถึง!!

               แค่เห็นปฏิกิริยาที่เปลี่ยนไปของวัวทั้งสี่  แดเนียลก็เข้าใจแผนของคาซีทันที  เขาเห็นคาซีผิดสังเกตตั้งแต่ใช้พลังจู่โจมศัตรูเพียงตัวเดียวอย่างต่อเนื่อง  จึงรู้ว่าชายหนุ่มจงใจใช้เนื้อเรื่องของนิทานที่ได้รับฟังเป็นประโยชน์  นิ้วกดโกร่งไกส่งกระสุนสี่ลูกลอยขึ้นฟ้าพลางใช้พลัง GPS ควบคุมการเคลื่อนไหว  เหล่ากระสุนพุ่งไปในทิศทางที่แดเนียลวาดไว้ในหัว

               เพราะหันหน้าชนกัน  จึงสามารถรับการโจมตีจากทุกทิศทุกทางได้อย่างสมบูรณ์

               แต่เมื่อผละแยกจากกัน  การป้องกันด้านหลังจึงเกิดช่องโหว่  กระสุนสังหารพุ่งเข้าสู่มุมอับทางด้านหลังเจาะเข้าที่สะโพก  ก่อนที่จะเคลื่อนเข้าฝังค้างอยู่ในหัวใจ  วัวทั้งสี่ล้มตึงลงขาดใจตายในการโจมตีเพียงครั้งเดียว  ร่างสลายไปราวกับขี้เถ้าถูกลมพัด

               หนึ่งเจ้าเล่ห์..  หนึ่งเยือกเย็น.. 

               การจับคู่ของสองความต่างก่อให้เกิดส่วนผสมที่ลงตัว

               สายตาสองคู่หันขวับไปมองที่รองหัวหน้าเงารัตติกาลร่างเล็ก  สัตว์อารักษ์สลายไปแล้ว  ตอนนี้เหลือเพียงเด็กน้อยคนเดียวเท่านั้น  คาซีไม่อยากเสียเวลาจึงเตรียมใช้พลังพิเศษจัดการโดยไม่สนใจว่าคู่ต่อสู้จะเป็นเพียงเด็กตัวเล็ก ๆ

               “ฉันถูกหัวหน้าสั่งให้ถ่วงเวลาพวกแกเอาไว้  เลยเลือกใช้นิทานเรื่องที่อันตรายน้อยที่สุด” 

               เด็กน้อยบ้วนอมยิ้มทิ้งพลางขับเขี้ยวเคี้ยวฟัน

               แต่เพียงครู่  รอยยิ้มก็ฉีกกว้างบนใบหน้ากลม  แก้มสีแดงเรื่อผุดผาดขึ้นมาราวกับลูกมะเขือเทศ  บ่งบอกว่าความหฤหรรษ์พลันบังเกิดขึ้นในจิตใจ

               โพเซ่ย้ายตัวเองไปนั่งบนตุ๊กตาสัตว์โยกเยก  น้ำหมึกที่แต่งแต้มเป็นเรื่องราวบนหน้านิทานเรื่องวัวสี่ตัวของโพเซ่ซีดจางลงก่อนหายไปเกลี้ยง ทิ้งไว้เพียงกระดาษสีเหลืองซีดเปล่า ๆ ราวกับไม่เคยมีอะไรขีดเขียนมาก่อน   เด็กน้อยเปิดหน้ากระดาษที่คั่นเอาไว้

               “แต่เรื่องอะไรจะทำตามคำสั่งกันเล่า!!  ขอให้สนุกกับนิทานนะ  ไอ้พวกกระจอก  ฮิ ๆ ๆ ๆ”

               ตัวหนังสือสีดำที่แต่งแต้มจากหมึก  เล่าเรื่องราวนิทานเรื่องใหม่เอาไว้อย่างวิจิตรบรรจง

     

               กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีหมาป่าตัวหนึ่งกำลังกินน้ำอยู่ที่น้ำพุบนเนินเขา และพอมันเงยหน้าขึ้นมาก็มองเห็นลูกแกะตัวหนึ่งกำลังจะกินน้ำที่ใหลลงไป เบื้องล่างบ้าง

               “นั่นเป็นอาหารเย็นของข้าเจ้าหมาป่าคิดในใจถ้าเพียงข้าสามารถหาข้ออ้างได้ก็จะกินเจ้าลูกแกะตัวนี้ได้

               แล้วหมาป่าก็ตะโกนว่า เจ้าบังอาจมากวนน้ำที่ข้ากำลังกินอยู่ให้เลอะโคลนสกปรกได้อย่างไร

               “เปล่านะท่าน ข้าเปล่าเจ้าลูกแกะพูด ถ้าน้ำข้างบนนั้นมีโคลนปนอยู่ ก็แสดงว่าข้าไม่ได้เป็นต้นเหตุแน่นอนเพราะน้ำนี้ไหลลงมาจากตรงที่ท่านยืน อยู่ก่อนแล้ว

               “ถ้าอย่างนั้นละก็เจ้าหมาป่าพูด ทำไมช่วงเวลานี้เมื่อปีที่แล้วเจ้าถึงมาด่าว่าข้าเสียๆ หายๆ ด้วย

               “เป็นไปไม่ได้หรอกท่าน

               เจ้าหมาป่าคำราม ถ้าไม่ใช่เจ้า ก็ต้องเป็นพ่อของเจ้าแน่ๆว่าแล้วเจ้าหมาป่าก็กระโจนเข้าตะครุบลูกแกะผู้น่าสงสาร และขย้ำกิน

               อย่างไม่สนใจเหตุผลของเจ้าแกะนั้นเลย…..

                

               ปรากฏสายน้ำเล็ก ๆ ทอดยาวคล้ายงูตัวใหญ่พาดผ่านถนนทางเดินจากด้านหน้า  สองขาของทั้งคู่จ่อมจมลงไปในน้ำกว่าครึ่งเข่า  ความเย็นของกระแสน้ำแม้ชำระล้างความเหนื่อยล้าให้ทุเลาลงบ้าง  แต่กระแสอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจากความมืดมิดเบื้องหน้าทำให้คาซีและแดเนียลต้องยืนชิดกันอย่างระวังโดยไม่รู้ตัว

               “เจ้าบังอาจมากวนน้ำที่ข้ากำลังกินอยู่ให้เลอะโคลนสกปรกได้อย่างไร!!!”

               เสียงแหบแห้งราวกับคนเป็นหวัดดังจากเงาที่ก่อตัวจากกลุ่มความมืดทำให้มองไม่เห็นเจ้าของเสียง  ปืนสองกระบอกถูกกระชับแน่นพลางเล็งไปยังความมืดนั้น  แดเนียลสัมผัสได้ถึงอันตรายกว่าวัวทั้งสี่ตัวเมื่อครู่หลายเท่า

               แต่เร็วกว่าที่ตาจะมองเห็น...

               ร่างเคลื่อนไหวคล้ายเงาแห่งสายฟ้า  เพียงวูบเดียวที่หางตาจับความเคลื่อนไหวได้  กรงเล็บมหึมาก็ฟาดเข้าใส่อย่างรุนแรง

               แดเนียลที่ปฏิกิริยาว่องไวกว่า  ถีบคาซีให้ร่างของทั้งคู่แยกจากกัน  กรงเล็บฟาดลงตรงกลางระหว่างพวกเขายืนอยู่ก่อกำเนิดหลุมลึกพร้อมฝุ่นควันปลิวคละคลุ้ง

               “แก!!”

               คาซีหันมองแดเนียลอย่างเอาเรื่อง  แต่เมื่อเห็นร่างศัตรูที่ปรากฏจากกลุ่มควันที่เริ่มเบาบาง  เขาก็ต้องถอยกรูดถอยหลังตั้งเพื่อตั้งหลัก

               ฟันแหลมยาวราวใบเลื่อยตั้งเรียงรายในปากที่ยื่นยาวออกมา  น้ำลายหยดตามซี่ฟันติ๋ง ๆ ลงพื้นอย่างน่าสะอิดสะเอียน  เล็บแหลมทั้งห้าแข็งแกร่งขนาดเจาะพื้นหินหนาเป็นรูราวกับเนย  ขนหนาปกคลุมทั่วร่างสีดำสนิท  ดวงตาจ้องมองอย่างกระหายคล้ายกำลังเลือกเหยื่อที่มันต้องการ

               “ไอ้ตัวบ้านี่มัน..  อะไรกัน!!”

               หมาป่ายักษ์ที่น่าสะพรึงกลัวมีรูปลักษณ์ที่ทำให้ขนอ่อนกลางหลังของคาซีลุกชันอย่างไม่ตั้งใจ  รังสีอำมหิตของมันมีมากกว่าหมาจิ้งจอกที่โจมตีเครื่องบินที่ประเทศจีนหลายเท่า  นั่นหมายถึงความเหี้ยมโหดอำมหิตของมันย่อมมีมากขึ้นหลายเท่าทวีเช่นกัน

               “แกเรียกข้าว่าไอ้บ้าอย่างนั้นเหรอ  แกพูดจาให้ร้ายข้าสินะ”

               มันหรี่ตาเล็กอย่างถูกใจเมื่อเนื้อเรื่องดำเนินไปอย่างถูกต้องตามบทบรรยายเช่นนี้  บัดนี้สัตว์ยักษ์เลือกได้แล้วว่าเหยื่อรายแรกของมันคือใคร

               ท่อนขาทั้งสี่ย่อตัวก่อนดีดพุ่งเข้าใส่คาซีด้วยความเร็วมหาศาล  ชายหนุ่มแม้ยังตระหนกแต่ประสาทสัมผัสยังดีเยี่ยม  นิ้วดีดเป็นสัญญาณการใช้พลังพิเศษรุนแรง

               กึก!!!’

               แรงโน้มถ่วงกดทับจากด้านบนและยกลอยจากด้านล่างบีบอัดเข้าหากันตรึงร่างยักษ์กลางอากาศ  แดเนียลไม่รอช้ารีบส่งกระสุนสังหารพุ่งเข้าใส่จุดตายของหมาป่ายักษ์ 

               ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ!!!’
               กระสุนพุ่งแหวกอากาศอย่างรวดเร็ว  ไม่จำเป็นต้องบังคับทิศทางเพราะเหยื่อถูกตรึงอยู่กับที่  ความแม่นยำในการใช้อาวุธยิงของแดเนียลทำให้ความคลาดเคลื่อนจากตำแหน่งที่เล็งแทบเป็นศูนย์

               คาซียื่นมือค้างเกร็งจนร่างสั่นเทิ้ม  หมาป่าสะบัดดิ้นภายใต้แรงโน้มถ่วงที่พันธนาการร่างจนชายหนุ่มต้องฝืนเร่งพลังจนเส้นเลือดปูดโปน 

               ฝ่ายหนึ่งเป็นมนุษย์ธรรมดา

               กับอีกฝ่ายเป็นสัตว์ร้ายจากจินตนาการ 

               แค่เพียงรูปลักษณ์ก็เทียบเคียงพลังกายและพลังใจได้อย่างไม่ยาก

               เปรี้ยงงง!!!’

               คาซีทรุดฮวบลงเข่ากระแทกพื้น  แรงโน้มถ่วงสลายไปทันทีเมื่อร่างยักษ์สะบัดดิ้นจนหลุด  มันหันมาใช้กรงเล็บฟาดฟันห่ากระสุนกระเด็นกระดอนไปลูกละทิศละทางพลางแยกเขี้ยวใส่แดเนียลที่มองมาอย่างตื่นตะลึง  แต่เมื่อชายผมยาวไม่ใช่เหยื่อที่มันหมายตา  สัตว์ร้ายจึงหันกลับมามองเหยื่อที่เสียหลักก่อนพุ่งเข้าหาคาซีอีกครั้ง

               “ไอ้  หมา  เวร!!”

               คาซีดีดนิ้วรัว  แรงโน้มถ่วงกดเข้าใส่ดักทางที่หมาป่าวิ่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง  แต่สัมผัสของสัตว์ป่าเฉียบคมกว่ามนุษย์หลายเท่า  มันใช้ปลายเท้าสะกิดพื้นดีดตัวเปลี่ยนทิศซ้ายที ขวาที  ร่างปราดเปรียวหลบการโจมตีรุนแรงได้อย่างง่ายดาย 

               เขี้ยวแหลมคมสะท้อนแสงจันทร์เป็นประกาย  ดวงตาอำมหิตสบกับดวงตาสีเทาของคาซีที่มองกลับมาอย่างตระหนก  หมาป่าอ้าปากค้างก่อนร่างจะพุ่งเข้าใส่หมายขย้ำคาซีให้ขาดเป็นสองท่อนในการกัดเพียงครั้งเดียว

               “Newton’s Gravity!!!”

               สีหน้าคาซีแปรเปลี่ยนเป็นเรียบเฉย  ใบหน้าตื่นตระหนกเมื่อครู่เป็นเพียงโป๊กเกอร์เฟซที่ลวงล่อให้หมาป่าเข้าใจผิดคิดว่าเขาไม่อาจหลบเลี่ยงหรือโจมตีกลับได้อีกแล้ว  แรงโน้มถ่วงที่ใช้ไม่ได้ใช้กับศัตรูร่างยักษ์  แต่คาซีใช้แรงโน้มถ่วงยกร่างให้ลอยหวือสู่ท้องฟ้าด้วยความเร็วหลบเลี่ยงคมเขี้ยวสังหารอย่างกระชั้น

               “ถ้าหิวนักก็เอานี่ไปกิน  ย้ากกกกกก!!!’

               คาซีสร้างแรงโน้มถ่วงหลายสิบเท่าของที่เคยใช้  มวลน้ำหนักมหาศาลไหลตกจากฟากฟ้าราวกับน้ำตกขนาดยักษ์  หมาป่าที่โจมตีพลาดจากคาซีจนร่างกระแทกกับพื้นหินอย่างจังถูกน้ำหนักกดทับจนร่างบี้แบน  ร่างกายหนักอึ้งราวกับมีเหล็กนับสิบตันวางทับอยู่ด้านบน  มันพยายามยันร่างให้ลุกยืน  แต่เพียงแค่นิ้วสักนิ้วก็ไม่อาจกระดุกกระดิกได้แม้เพียงน้อย

               ตูมมมมมมมม!!!’

               พื้นยุบเป็นวงกว้างด้วยขนาดของร่างที่ใหญ่ยักษ์  หินแตกละเอียดเป็นริ้วระแหง  ร่างคาซีลอยหล่นลงพื้นอย่างแผวเบาราวเทพสวรรค์จุติ  ปอยผมสีเทาสะบัดพลิ้วตามแรงลมพัด  เหงื่อพร่างพรายบนใบหน้าบ่งบอกให้รู้ว่าชายหนุ่มใช้พลังพิเศษไปมากมายเพียงใด

               ตุ๊กตาโยกหยุดสั่น  ร่างเล็กที่นั่งอยู่ด้านบนกลับสั่นเทิ้มยิ่งกว่า  แม้พลังพิเศษของโพเซ่จะมากมายมหาศาลขัดกับวัยและรูปร่าง  แต่หากถูกการโจมตีที่รุนแรงยิ่งกว่าก็จะสามารถยับยั้งการดำเนินเรื่องของนิทานได้  หมึกที่ขีดเขียนเป็นเนื้อเรื่องนิทานในหน้าที่เปิดอ้าซีดจางหายไปเช่นเดียวกับเรื่องก่อน  สีหน้าของรองหัวหน้าวัยเยาว์เหยเกราวกับถูกขัดใจอย่างรุนแรง

               “มีนิทานอีกกี่เรื่อง  เล่ามาให้หมดเลยสิ”  คาซีพูดเสียงเรียบ  แดเนียลเดินมาหยุดยืนเคียงข้างพลางมองโพเซ่ด้วยแววตาอำมหิต  “พวกฉันจะฉีกหน้านิทานของแกให้หมดเอง  ไอ้ เด็ก พ่อ แม่ ไม่ สั่ง สอน!!

               ปึด!!’

               เหมือนเสียงบางอย่างขาดผึง  โพเซ่ปิดหน้าหนังสือลงพลางจ้องหน้าปก  หนังสือเล่มเก่าซีดจนใกล้ขาดที่เขาทนุถนอมมันเป็นอย่างดีคือสิ่งเดียวที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของเด็กน้อยเอาไว้ 

               “แกว่ายังไงนะ”

               น้ำเสียงเล็กแหลมของโพเซ่เอ่ยถามด้วยอารมณ์รุนแรงราวกับภูเขาไฟใกล้ปะทุ

               คาซีย่นคิ้ว  ท่าทีของรองหัวหน้าเด็กไม่น่าไว้วางใจจนเขาสัมผัสได้ถึงอันตราย

               “แกเรียกฉันว่ายังไงนะ!!”

               โพเซ่แผดเสียง  คำพูดต้องห้ามของคาซีกระตุ้นความทรงจำส่วนลึกที่เด็กน้อยพยายามเก็บมันเอาไว้ราวกับเปิดกล่องแพนโดร่า  หนังสือนิทานในมือเรืองแสงเจิดจ้าจนความมืดมิดยามราตรีถูกทดแทนด้วยแสงสว่าง  ชายหนุ่มทั้งสองเห็นท่าไม่ดีรีบพุ่งเข้าใส่พร้อมใช้พลังโจมตี 

               แต่ไม่ทันการณ์...

               หน้าหนังสือถูกเปิดไปที่หน้า สารบัญ’  เพื่อใช้พลังระดับ ปลดขีดจำกัด

               เพียงแค่สายตาเหลือบมองตัวอักษรในหน้ากระดาษนั้น  แม้ระยะทางที่ไกลจะทำให้อ่านไม่ออกว่ามันถูกเขียนว่าอย่างไร  แต่นั่นก็ถือว่าเงื่อนไขการใช้พลังขั้นที่สองของรองหัวหน้าวัยเยาว์สำเร็จแล้ว

               “ปลดขีดจำกัดสปิริต..  Once upon a time!!!”

               แสงเจิดจ้าทวีความสว่างจนคาซีและแดเนียลต้องเอามือป้องตา  และเพียงครู่เดียว  แสงก็จางหาย

               แดเนียลมองภาพเบื้องหน้า  โพเซ่ยังยืนถือหนังสือนิทานอยู่ดังเดิม  ภาพปราสาทขนาดใหญ่ก็ตั้งตระหง่านดังเดิม  แม้กระทั่งความมืดมิดและบรรยากาศโดยรอบก็คงเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

               ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง...

               เว้นเพียง..  ความรู้สึกแปลก ๆ ที่เกิดขึ้น

               สองขาที่วิ่งแม้ออกแรงมากเท่าเดิม  แต่ทำไมระยะทางกลับไม่หดสั้นลงนัก  แถมเสื้อผ้าก็รู้สึกเกะกะราวกับมันหลวมโพรกลงอย่างน่าประหลาด

               แล้วปืนสองกระบอกในมือนี่อีกล่ะ  ทำไมมันถึงหนักอึ้งขนาดนี้  น้ำหนักมหาศาลที่ฉุดดึงจนแขนสองข้างตกห้อยนี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!!

               โพเซ่หัวเราะอย่างร่าเริง  เด็กน้อยกระโดดโลดเต้นไปมาท่ามกลางเสียงเพลงที่ดังจากลำโพงสีชมพูแปร๋นขัดกับบรรยากาศเย็นยะเยือก  ท่วงทำนองเพลง  ‘Old mcdonald has a farm’ ดังคุ้นหู  รองหัวหน้าวัยเยาว์ฮึมฮัมเพลงตามอย่างสบายใจ

               ดวงตากลมโตหันมามองแดเนียลที่ยังงุนงงกับเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้น  ก่อนถ้อยคำที่เอ่ยจะเฉลยผลลัพธ์ของพลังระดับปลดปล่อยให้รู้

               “พร้อมจะฟังนิทานเรื่องใหม่หรือยังล่ะ..  เจ้า เด็ก น้อย!!”

               แดเนียลเบิกตากว้าง  บัดนี้เขารู้แล้วว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปคืออะไร  มือสองข้างที่ยกขึ้นมานั้นเล็กและบอบบาง  เขาเอามือปัดป่ายทั่วร่าง  สัมผัสนั้นไม่ต่างจากการสัมผัสร่างกายของเด็กตัวเล็ก ๆ  ผมที่ยาวปรกหลังพลันหดสั้นและตั้ง  ดวงตาเหลือบมองภาพสะท้อนบนกระบอกปืนโลหะสีเงินเห็นภาพใบหน้าของตัวเองสมัยเมื่อครั้งอายุ 5 ขวบ

               แต่นั่นยังไม่ทำให้แดเนียลตื่นตระหนกเท่ากับร่างเล็กในกองเสื้อผ้าสีเทาของคาซี  แดเนียลก้าวเท้าอย่างโงนเงนคล้ายจะเป็นลม  ใบหน้าชะโงกมองภายในกองผ้า  เห็นเด็กทารกอายุไม่ถึงขวบส่งเสียงร้องจ้า  ใบหน้าขาวอมชมพูตัดกับผมเส้นบางและดวงตาสีเทาสนิท...


              ด้วยจินตนาการของมนุษย์  สร้างสรรค์เป็นเรื่องเล่ามหัศจรรย์มากมาย  ทั้งสิงสาราสัตว์พูดได้และใช้ชีวิตร่วมกับมนุษย์อย่างมีความสุข  ทั้งสิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ์ประหลาด ดังเช่น เอลฟ์ คนแคระ ยักษ์ และอื่น ๆ อีกมากมาย  เหล่านี้ล้วนแต่เป็นเพียงสิ่งที่ถูกสร้างจากความคิดที่เหนือสามัญสำนึก  และถ่ายทอดสู่รุ่นต่อรุ่นจนกลายเป็นเรื่องเล่าสนุกสนานในยามราตรีเพื่อขับกล่อมให้เด็กไร้เดียงสารู้สึกเพลิดเพลินก่อนเข้าสู่ห้วงนิทรา

               เรื่องเล่าเหนือจินตนาการนี้  ถูกเรียกรวมว่า..  “นิทาน”

               คุณฟังนิทานก่อนนอนครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่?

               ห้าขวบ...

               สี่ขวบ...

               สามขวบ...

               หรือเด็กกว่านั้น?

               ‘Once upon a time’  พลังพิเศษระดับปลดขีดจำกัดของโพเซ่  สามารถเปลี่ยนแปลงรูปร่างของเป้าหมายให้มีอายุเท่ากับครั้งสุดท้ายที่คน ๆ นั้นเคยฟังนิทานก่อนนอน

               แดเนียลซึ่งเกิดมาในครอบครัวที่อบอุ่น  ได้ฟังเรื่องเล่าสนุกสนานก่อนนอนทุกคืน  ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่เขามีความสุขที่สุด  เพราะได้อยู่กันพร้อมหน้า พ่อ แม่ ลูก ทั้งแดเนียลและดีน่าจะงอแงหากไม่ได้ยินเสียงขับกล่อมเรื่องราวสนุกสนามจากน้ำเสียงอ่อนโยนของผู้เป็นแม่ 

               จนกระทั่งเขาอายุได้ห้าขวบ  เมื่อพ่อและแม่จากไป  แดเนียลก็ไม่เคยได้ฟังนิทานก่อนนอนอีกเลย

               แต่กระนั้นก็ยังนับว่าแดเนียลโชคดีกว่าคาซี  เพราะชายหนุ่มเสียแม่ตั้งแต่จำความไม่ได้  เมื่อแรกเกิดคาซีไม่รู้เลยว่าหญิงสาวผู้ให้กำเนิดจะให้ความรักและความอบอุ่นกับเขามากเพียงใด  หญิงสาวบอบบางเล่านิทานให้ทารกฟังทุกเมื่อเชื่อวันโดยมิว่างเว้น  จนกระทั่งเธอเสียชีวิตลง  แม้ทริมิดาจะพยายามเลี้ยงคาซีอย่างดี  แต่เพราะความเป็นผู้ชาย  จึงไม่อาจทำเรื่องละเอียดอ่อนอย่างการเล่านิทานให้คาซีฟัง 

               และช่วงอายุที่เรื่องเล่าก่อนนอนผ่านเข้าหูเป็นครั้งสุดท้าย  ก็ทำให้ทั้งคาซีและแดเนียลต้องตกอยู่ในสภาพร่างกายเช่นนี้...

               โพเซ่ที่เคยถูกสบประมาทว่าเป็นเด็ก  ตอนนี้เขามองคู่ต่อสู้ที่กลายเป็นเด็กอายุน้อยกว่าด้วยความลำพอง  มือไล่กรีดนิ้วหานิทานเรื่องโปรดที่จะเล่าให้เด็กทั้งสองฟังอย่างใจระทึก

               “นี่คือนิทานเรื่องสุดท้ายที่จะกล่อมให้พวกแกหลับ...  และไม่มีวันได้ตื่นมาอีกเลย  ฮิ ๆ ๆ”

               หนังสือเล่มหน้าถูกพลิกเปิดหน้ากึ่งกลางออก  นิทานเรื่องที่โพเซ่ชื่นชอบที่สุดสลักเสลาลายมือด้วยหมึกสีซีดจางจนแทบอ่านไม่ออก  แต่กระนั้นเรื่องราวสนุกสนานของนิทานก็ประทับในสมองของโพเซ่จนมิอาจลืมเลือน 

               ตัวหนังสือใหญ่หนาด้านบนเหนือเนื้อเรื่องแสดงชื่อนิทานเรื่องนี้

               ลูกหมูสามตัว

               รูปลักษณ์น่าสะพรึงกลัวที่แดเนียลเคยเห็นเมื่อครู่  บัดนี้ความหวาดหวั่นกลับเพิ่มพูนในจิตใจมากขึ้น  อาจเพราะแม้ความทรงจำของช่วงอายุที่แท้จริงยังคงอยู่  แต่จิตใจที่เปราะบางลงตามขนาดร่างกายทำให้หมาป่าตัวที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า ณ เวลานี้  ทำให้เด็กชายตัวสั่นงันงก

               “วะ..  เหวอ!!!”

               ทันทีที่เห็นการเคลื่อนไหวของหมาป่าที่ถูกสร้างจากนิทาน  แดเนียลก็รีบวิ่งย้อนกลับไปอีกด้านในทิศทางตรงข้ามกับปราสาท  เด็กน้อยไม่วายคว้าคาซีในห่อเสื้อมาอุ้มอย่างทุลักทุเลท่ามกลางความหวาดกลัวที่เพิ่มพูนในจิตใจ  ความอบอุ่นจากร่างเล็กในอ้อมแขนถ่ายทอดสู่ร่างกายของแดเนียลจนเขาเกิดความรู้สึกปกป้อง  ต่อให้เป็นลูกชายของศัตรูที่เป็นเป้าหมาย  เขาก็ไม่อาจละทิ้งชีวิตน้อยที่ไร้ทางสู้ให้ตกเป็นเหยื่อของหมาป่าได้

               หมาป่าเห็นเหยื่ออันโอชะไม่รอช้า  กรงเล็บแหลมจิกพื้นเป็นรูก่อนดีดร่างพุ่งเข้ากวดร่างเล็กทั้งสองโดยไม่รอช้า  เขี้ยวยาวกับกรงเล็บแหลมคมเพียงสัมผัสเนื้อบาง  ก็สามารถฉีกกระชากร่างกายและวิญญาณของเหยื่อวัยเยาว์ทั้งคู่ได้ไม่ยาก 

               แต่นิทานย่อมดำเนินไปตามเนื้อเรื่องที่ถูกเล่าขานเอาไว้...

               แดเนียลเห็นหนทางทอดยาวที่กว่าจะไปถึงหน้าประตูทางเข้าขนาดใหญ่นั้นแสนไกล  ลำพังสองขาสั้นที่วิ่งอ้าวสุดชีวิต  เมื่อเทียบกับขายาวทั้งสี่ของหมาป่า  เขาคงไม่อาจรักษาชีวิตของตัวเองและคาซีไว้ให้รอดพ้นจากพื้นที่ปราสาทไปได้  สัญชาตญาณทำงานก่อนสมองสั่ง  ขาเล็กจึงเปลี่ยนทิศวิ่งออกนอกพื้นทางเดินเข้าสู่พงหญ้ารก

               หญ้าหนาขึ้นรกครึ้มตลอดแนวทางเดิน  สุมทุมพุ่มไม้ขึ้นระเกะระกะไม่เป็นระเบียบเหมาะแก่การซ่อนตัว  ด้วยร่างเล็กจึงทำให้แดเนียลมุดคลานอย่างว่องไวหลบเลี่ยงสายตาของหมาป่ายักษ์ในพริบตา

               ลมหายใจแผ่วเบาราวกับพยายามควบคุมไม่ให้เกิดเสียงดัง  หัวใจดวงน้อยเต้นตุบในอกระรัวราวกลองชุด  เหงื่อผุดพรายที่ใบหน้าและแผ่นหลังจนชุดหลวมโพรกเปียกชื้น  ด้านคาซีแม้อยู่ในสภาพเด็กทารก  แต่ก็ไม่ร้องโยเยให้เกิดเสียงบอกตำแหน่งให้หมาป่ารู้  ทำให้แดเนียลคลายกังวลได้เปราะหนึ่ง

               หมาป่าแม้ตาแหลมคมและมองเห็นได้ในความมืด  แต่ด้วยทัศนียภาพที่ถูกบดบังด้วยพงหญ้ารูปร่างประหลาดขึ้นสูงเกือบเท่ากำแพงปราสาท  ทำให้มันหยุดยืนและเหลือบมองซ้ายขวาด้วยแววตาเจ้าเล่ห์

               “คิดว่าหลบในนั้น  แล้วจะหนีข้าพ้นเหรอ  เจ้าลูกหมูงี่เง่า”

               กลิ่นกายของเด็กน้อยแดเนียลและคาซีลอยตามลมโชยมาเข้าจมูกที่รับกลิ่นได้ดีกว่ามนุษย์หลายเท่า  เพียงเท่านี้ตำแหน่งที่เด็กทั้งสองซุกซ่อนอยู่ก็ปรากฏชัดแม้มองไม่เห็น

               “บ้านที่ทำจากฟางน่ะ  มัน พัง ง่าย จะ ตาย!!”

               ปากยักษ์เปิดอ้าสูดลมเข้าไปจนท้องบวมเป่ง  ใบไม้ไหวติงเล็กน้อยก่อนหยุดนิ่ง  เปรียบดังคลื่นลมที่สงบก่อนพายุใหญ่จะมา

               และพายุก็พัดกระหน่ำ!!

               ‘ฟู่วววว!!!’

               หมาป่ายักษ์พ่นลมจากปากเป่าพัดกระหน่ำเข้าใส่พงหญ้า  แรงลมมหาศาลฉุดกระชากหญ้าต้นสูงให้ปลิดปลิวไปทั้งราก  ส่งผลให้พื้นดินข้างกำแพงโล่งเตียนราวกับไม่เคยมีต้นไม้ใบหญ้าขึ้นมาก่อน

               ร่างเล็กที่มุดขดตัวเหมือนหอยทาก  แดเนียลหลับตาปี๋เพราะลมกรรโชกแรง  ทารกในอ้อมแขนถูกลมกระชากจนเกือบปลิว  เคราะห์ดีที่เด็กชายวางร่างคาซีไว้กับพื้นก่อนเอาตัวครอบเหมือนโล่กำบัง  ทำให้คาซีในสภาพทารกรอดพ้นจากการถูกลมพัดไปกระแทกกำแพงเช่นเดียวกับเหล่าต้นหญ้าและพืชพันธุ์ทั้งหมด

               น้ำลายไหลย้อยจากปากยาวยื่น  ร่างอันโอชะของเหยื่อยิ่งกระตุ้นต่อมความอยากอาหารจนน้ำย่อยในกระเพาะของหมาป่ายักษ์ทำงาน  มันแยกเขี้ยวแหลมคมก่อนวิ่งเข้าใส่แดเนียลที่เพิ่งลืมตามาพบภาพอันน่าสะพรึงกลัว

               “ยะ..  อย่าเข้ามานะ!!”

               เด็กน้อยคลานพลางหอบร่างทารกอย่างทุลักทุเล  สองเท้ารีบจ้ำวิ่งตัดถนนไปยังอีกฟากหนึ่งของทางเดิน  หมาป่าแม้อยากจะขย้ำเหยื่อโดยเร็ว  แต่ด้วยเพราะความสนุกจากการไล่กวดเด็กน้อยไร้ทางสู้  ทำให้ความหฤหรรษ์บดบังความอยากอาหารจนสิ้น 

               ถ้าฆ่าเด็กสองคนนี้ตอนนี้  เนื้อเรื่องในนิทานก็ไม่สมบูรณ์น่ะสิ!!

               เพราะว่ามันคือตัวละครจากนิทาน  เรื่องราวทั้งหมดจึงอยู่ในหัวสมองอย่างชัดเจน  เจ้าหมาป่าถูกเล่าขานผ่านปากของผู้คนมาแล้วหลายยุคหลายสมัยตั้งแต่อดีตกาล  เนื้อเรื่องที่ดำเนินตั้งแต่ต้นจนจบยังคงย้ำตรึงชัดเจนว่าบทสรุปของนิทานเรื่องนี้เป็นอย่างไร

               หลังจากเป่าลมพัดทำลายบ้านที่ทำจากฟาง

              ลูกหมูก็วิ่งไปหลบในบ้านที่สร้างจากไม้...

               เฉกเช่นเดียวกับแดเนียลและคาซีที่มองเห็นป่ารกชัฏเป็นดั่งปราการกั้น  แดเนียลรีบมุดร่างเบียดเสียดเข้าไปในสุมทุมไม้ใหญ่  แม้หนามของต้นไม้จะข่วนจนเนื้อบอบบางเป็นรอยแผล  แต่จิตสังหารที่ไล่ตามมาอย่างกระชั้นก็ทำให้ขาไม่อาจหยุดวิ่ง  ลมหายใจที่ถูกพ่นเป็นไอขาวขุ่นเริ่มถี่และหอบมากขึ้น  ตากลมแป๋วของทารกน้อยมองเด็กชายที่พยายามปกป้องตนเองอย่างเต็มกำลังด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด

               เพราะต้นไม้สูงและแข็งแกร่งที่ขึ้นเว้นช่วงกันไม่ห่างมากนัก  ทำให้มีช่องพอให้เด็กตัวเล็กลอดผ่านอย่างสะดวก  ผิดกับร่างใหญ่ยักษ์ของสัตว์ร้ายที่ไม่อาจแทรกตัวเข้าไปในช่องว่างระหว่างต้นไม้ได้  มันเดินวนไปมามองหมู่มวลพฤกษาสีเทาที่ขึ้นเรียงรายดุจดั่งกำแพงจากธรรมชาติอย่างครุ่นคิด  จมูกสูดดมฟุดฟิดจับตำแหน่งเหยื่อไม่ให้คลาดเป้า 

               แม้มองไม่เห็นแต่สัตว์ร้ายก็รู้ทันทีว่าเด็กน้อยหมดแรงล้มนอนแผ่อยู่ตรงใจกลางของปราการต้นไม้ใหญ่

               อากาศโดยรอบถูกสูดเข้าปอดเต็มที่อีกครั้ง  ท้องของมันพองเป่งออกมาราวกับลูกโป่ง  ไอเย็นที่ต้นไม้คายออกมาทำให้หมาป่าสดชื่น  ดวงตามันวาวโรจน์เมื่อคิดถึงภาพของเหยื่อที่ตัวสั่นงันงกรอให้มันขย้ำ

               ฟู่ววววววว!!!!’

               ลมแรงประหนึ่งพายุถูกเป่าซัดเข้าใส่ต้นไม้ใหญ่จนลำต้นตรงตระหง่านสั่นไหว  ใบไม้ปลิดปลิวราวถูกมือไม่เห็นเด็ดดึง  ใบเขียวลอยหมุนคว้างตามกระแสลมจนเกลี้ยงต้น  กระทั่งกิ่งไม้ขนาดเล็กที่เพิ่งโผล่พ้นลำต้นยังถูกแรงลมกระชากให้หลุดลอยตามไป

               แต่กระนั้น  ลำต้นแข็งแกร่งก็ยังถูกรากที่ชอนไชลึกลงไปใต้ผิวดินฉุดรั้งเอาไว้ให้ยอมหักโค่น

               หมาป่าส่งเสียงคำรามอย่างไม่พอใจ  แดเนียลได้ยินเสียงที่เสียดแทงเข้าไปในแก้วหูถึงกับตัวสั่นเทิ้มขึ้นมาอีกครั้ง  ดวงตากลมโตมองลอดช่องว่างของต้นไม้  เห็นภาพอันน่าสะพรึงกลัวแล้วก็ต้องใจหาย 

               หมาป่าพุ่งชนต้นไม้ใหญ่เสียงดังตึง  กล้ามเนื้อที่ใหญ่กว่าปกติหลายเท่า  กับขนแข็งฟูที่ขึ้นปกคลุมดั่งเกราะ  ทำให้ต้นไม้สั่นสะเทือน  พื้นดินรอบบริเวณเคลื่อนไม่เป็นจังหวะราวกับแผ่นดินไหว

               พื้นที่สั่นอย่างรุนแรงทำให้แดเนียลกลิ้งไปมาดุจลูกบอล  เด็กน้อยกอดทารกไว้แนบอกแน่น  เสื้อผ้ารุ่มร่ามเกะกะจนเขาเคลื่อนไหวไม่สะดวกนัก  อีกทั้งปืนที่อยู่ในซองด้านในแจ็คเก็ตก็หนักอึ้งจนเขาคิดว่าเป็นภาระ  ใจหนึ่งนึกอยากโยนมันทิ้งไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด  แต่อีกใจ  มันคืออาวุธเพียงอย่างเดียวที่เขามี  แม้ตอนนี้นิ้วเล็กจะไม่มีเรี่ยวแรงพอจะเหนี่ยวไก  แต่หากทิ้งไปก็เท่ากับเขาทิ้งไพ่ตายในมือจนหมด

               แดเนียลถูกหยุดไว้ด้วยต้นสนใหญ่ขนาดสามคนโอบ  ขาถูกกระแทกจนกระดูกร้าว  เด็กน้อยก้มมองดูคาซีที่ปลอดภัยก็ต้องเป่าปากอย่างโล่งอก

               แรงสั่นสะเทือนหยุดลงแล้ว

               แต่...  มันกำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง!!

               ‘ตึง!!’

               หมาป่าถอยหลังไปไกลก่อนจะวิ่งด้วยความเร็วสูงพุ่งกระแทกต้นไม้จนหักโค่น  ปลายยอดสูงเสียดฟ้าทำมุมตกลงขนานกับพื้นโลกเรื่อย ๆ  และตำแหน่งที่ไม้สูงโค่นลงมา  คือตำแหน่งที่แดเนียลนอนหมอบกระแตอยู่ไม่อาจหลบไปไหนได้  ภาพต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ล้มลงมาขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วในดวงตาสีน้ำเงินของเด็กน้อย  อีกเพียงไม่กี่เมตรลำต้นก็จะหักโค่นลงมาทับแดเนียลจนบี้แบน

               กึก!!!’

               ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใด  แต่ร่างกายที่ควรแหลกสลายกลับยังคงอยู่ดังเดิม  แดเนียลเปิดเปลือกตาที่ปิดเพราะความหวาดกลัวทีละนิด  ภาพแรกที่เห็นคือต้นไม้ใหญ่ที่ยังคงตรึงอยู่ในดวงตาไม่ห่างจากร่างเขานักจนทำให้เด็กชายต้องหลับตาลงอีกครั้ง  แต่เมื่อค่อย ๆ แง้มตามองก็พบว่ามันถูกตรึงค้างกลางอากาศก่อนจะล้มลงทาบทับกับพื้นดินเพียงไม่ถึงเมตร

               สัมผัสถึงพลังทำให้แดเนียลมองลงมายังร่างเล็กกระจิดริดในอ้อมแขน  แม้จะอยู่ในร่างทารก  แต่พลังพิเศษที่ถูกใช้บ่งบอกให้รู้ว่าคาซียังมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน  แดเนียลรีบมุดร่างตัวเองออกจากไม้ต้นใหญ่ก่อนที่มันจะตกลงมาเพราะพลังแรงโน้มถ่วงที่จางหายไปในพริบตา 

               แต่ความตระหนกจากต้นไม้ใหญ่ยังไม่ทันหาย  ความหวาดผวาจากร่างยักษ์เบื้องหน้าก็เข้ามาแทนที่ไม่เว้นจังหวะให้หายใจ 

               หมาป่าที่รอโอกาสอยู่  กระโดดเข้ามาตะครุบร่างของแดเนียล  อุ้งเท้ามันเหยียบเด็กน้อยโดยเว้นศีรษะให้พอโผล่ออกมาหายใจได้เท่านั้น 

               แดเนียลพยายามแข็งขืนแต่พละกำลังของเด็กชายไหนเลยจะสู้สัตว์ร้ายร่างยักษ์ได้  ส่วนคาซีนั้นยังโชคดีที่แดเนียลปล่อยให้เขาตกลงบนพื้นก่อนที่จะโดนตะครุบตัว  แต่ถึงอย่างนั้นเด็กทารกก็ไม่อาจหลบลี้หนีไปไหนได้อยู่แล้ว

               เจ้าสัตว์ร้ายแลบลิ้นเลียริ้มฝีปากจนน้ำลายเปียกท่วมหนวดทั้งหก  เพราะเนื้อเรื่องของนิทานดำเนินมาเกินค่อนเรื่อง  ทำให้มันรู้ว่าหากปล่อยให้เด็กทั้งสองหนีไปได้  บ้านอิฐหลังที่สามจะทำให้มันไม่มีโอกาสขย้ำเหยื่อได้อีก  เขี้ยวแหลมคมเคลื่อนเข้ามาใกล้แดเนียลช้า ๆ  หยดน้ำลายเหม็นเปรี้ยวย้อยลงพื้นส่งกลิ่นสะอิดสะเอียนคละคลุ้งเข้าจมูกจนเด็กน้อยแทบอาเจียน

               แดเนียลเหลือบมองทารก  คาซีหลับตาพริ้มไม่รู้ประสีประสา  อาจเพราะฝืนใช้พลังในร่างกายแบบนั้น  จึงทำให้เขาหลับไป 

               เมื่อไม่อาจพึงพาพลังพิเศษของอีกฝ่าย  สิ่งเดียวที่จะทำให้มีชีวิตรอด  คือพลังของตัวเองเท่านั้น

               ปากกระบอกปืนที่นอนสงบนิ่งอยู่ในสายคาดเสื้อแจ็คเก็ตเริ่มมีปฏิกิริยา  มันดูดซับพลังงานบางอย่างที่อยู่โดยรอบเข้าสู่ลำกล้องอย่างเงียบงันราวการคืบคลานของตัวทาก  ปลายลิ้นสากหนาของหมาป่าแลบเลียใบหน้าขาวของเด็กน้อย  แม้แดเนียลจะตื่นกลัวแต่เขายังคงใช้พลังพิเศษ ‘Absorption’ อย่างต่อเนื่อง

               และเมื่อปากเผยออ้าพุ่งเข้าใส่พร้อมคมเขี้ยวหมายฉีกกระชาก  แดเนียลก็รวบรวมกำลังสุดชีวิตเพื่อเหนี่ยวไกปืนแข็งได้สำเร็จ

               “ปลดปล่อย!!!”

               สิ่งที่ออกจากปากกระบอกปืน  มีเพียงความมืดมิด  แดเนียลดูดซับความมืดที่ปกคลุมทั่วบริเวณเข้าไปจนเต็มรังเพลิง  เพราะรู้ว่ามิติอันมืดมิดนี้ย่อมไร้ซึ่งแสงตะวัน  ต่อให้ดูดกลืนความมืดมากมายเพียงใดก็ไม่อาจมีแสงสว่างเข้ามาทดแทนที่  การใช้พลังพิเศษจึงทำได้โดยหมาป่าไม่ผิดสังเกต

               และเมื่อความมืดถูกปลดปล่อย  สิ่งที่หมาป่าเคยมองเห็นก็พลันดับสนิทคล้ายสวิตซ์ไฟถูกปิดลง

               “แกทำบ้าอะไรเนี่ย!!”

               มันคำรามอย่างตกตะลึง  แม้สายตาจะมองเห็นได้ในที่มืด  แต่พลังพิเศษที่รวบรวมความมืดมิดจนอัดแน่นเป็นกระสุนแบบนี้มันดำมืดยิ่งกว่ายามราตรีที่มันคุ้นชิน 

               เพราะความตกใจ  ทำให้เท้าที่เหยียบร่างแดเนียลอยู่เผลอยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว

               เด็กน้อยกลิ้งตัวห่างจากตำแหน่งเดิม  มือคว้าห่อผ้าซึ่งมีร่างทารกนอนสลบไสลอยู่ก่อนวิ่งไม่คิดชีวิตเข้าสู่ผนังอิฐของปราสาทขนาดใหญ่  ก้อนหินที่หยิบติดมือมาเขวี้ยงใส่กระจกหน้าต่างรูปทรงวิจิตรเต็มแรงจนกระจกแตกกระเด็นเป็นช่องกลม 

               แดเนียลล้วงมือเข้าไปในช่องว่างปลดกลอนก่อนเปิดหน้าต่างอย่างว่องไว  ร่างของเด็กทั้งสองปีนเข้าสู่ตัวปราสาทได้ในที่สุด  ทิ้งไว้เพียงร่างใหญ่โตของหมาป่าที่ยังสาละวนวิ่งไปรอบ ๆ เพื่อให้หลุดพ้นจากหมอกควันแห่งยามราตรีที่ห้อมล้อมปกคลุมศีรษะจนไม่อาจมองเห็นอะไรได้อีก

              


               เมื่อร่างถลันเข้าสู่ปราสาท  แดเนียลก็ทิ้งตัวลงบนพื้นพรมหนานุ่มพลางหอบหายใจตัวโยน  เด็กชายเหนื่อยแทบขาดใจเพราะร่างเล็กต้องวิ่งหนีเสี่ยงชีวิตอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน  แข้งขาอ่อนแรงจนแทบอยากคลานแทนการเดิน 

               แม้จะเข้าสู่ตัวปราสาทได้  แต่ร่างกายแบบนี้ย่อมไม่สามารถทำให้เป้าหมายบรรลุได้  ทางเดียวที่จะทำให้กลับสู่สภาพเดิมคือต้องกำจัดโพเซ่เท่านั้น 

               ความคิดส่วนความคิด  ร่างกายก็ส่วนร่างกาย

               แม้ปรารถนาจะแรงกล้าเพียงใด  แต่ความเหนื่อยล้ากลับสั่งการให้สมองหาที่พักผ่อนเพื่อวางแผนอย่างรอบคอบ 

               แดเนียลอุ้มคาซีเดินเปะปะตามทางเดินที่ทอดยาว  ตำแหน่งที่เขาเข้ามาในปราสาทอยู่ส่วนหน้าถัดจากห้องโถงใหญ่  เด็กน้อยพยายามเดินอย่างระวังเพื่อไม่ให้เกิดเสียงจนทำให้นักฆ่าที่อยู่ในปราสาทรู้ตัว  แต่ดูท่าต่อให้ส่งเสียงดังเพียงใด  ก็ไม่มีการเคลื่อนไหวหรือร่องรอยของนักฆ่าคนอื่นเลยสักคน

               ประตูห้องขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านขวางหน้าพวกเขาอยู่  ด้านหลังคือโถงทางเดิน  ส่วนด้านหน้าคือห้องที่ไม่รู้ว่ามีอะไรหรือมีใครอยู่ข้างใน 

               แดเนียลเลือกผลักประตูเข้าไปในห้อง...

               ห้องมืดมิดไร้การเคลื่อนไหวของสิ่งใด  แดเนียลพยายามซุกตัวมุดร่างให้เตี้ยที่สุดก่อนเคลื่อนไปกับเก้าอี้ตัวใหญ่ที่ตั้งขนานทางเดินเข้าสู่ใจกลางห้อง  เพราะไม่สัมผัสถึงจิตสังหารหรือพลังวิญญาณ  แตกต่างจากแรงกดดันรุนแรงของโพเซ่ที่เคลื่อนใกล้กดดันเข้ามาจากด้านหลัง  จึงทำให้แดเนียลเลือกเข้ามาในห้อง

               ฮือ ๆ

               เสียงครางเบา ๆ ทำให้ฝีเท้าหยุดชะงัก

               แดเนียลสอดส่ายสายตาเพ่งมองในความมืด  ที่มาของเสียงอยู่ด้านท้ายห้องที่ลึกเข้าไปกว่าสิบเมตร เงาตะคุ่ม ๆ บนกำแพงบ่งบอกให้รู้ว่ามีบางคนอยู่ตรงนั้น

               แต่เงานั้นไม่อาจเคลื่อนไหว!!

               ลักษณะอาการที่มองเห็นแม้ไม่ชัดเจน  แต่ก็ทำให้รู้ว่าใครคนนั้นไม่อาจขยับร่างกายได้  แถมท่าทางก็ดูคุ้นตาราวกับเคยเห็นมาแล้วอย่างคุ้นชิน

               ....ไม้กางเขน!!

               ร่างนั้นถูกตรึงติดกับกำแพงในลักษณะกางแขนออกสองข้างดุจไม้กางเขน 

               แถมไม่ได้มีเพียงหนึ่ง  กลับมีถึงสองร่างที่ถูกแปะค้างกลางผนังราวกับภาพศิลปะที่น่าหวาดผวา

               แดเนียลเดินเข้าไปใกล้  ใบหน้าของชายหญิงชราลอยเด่นขึ้นมาชัดเจนเมื่อเขาแหงนมองจากระยะประชิด  สีหน้าของพวกเขาตื่นตระหนกประหนึ่งเจอเรื่องที่น่าหวาดกลัวที่สุดในชีวิต  ผมทุกเส้นหลุดร่วงจากศีรษะ  ตาที่เหลือกถลนจากเบ้ามีคราบน้ำตาที่บ่งบอกว่าเคยไหลพรากเป็นสายอาบแก้ม  แต่ตอนนี้มันแห้งผากลงไปแล้ว 

               ปากบิดเบี้ยวส่งให้ใบหน้าเกร็งหงิกงอ  ร่างผอมโซซูบซีดราวกับกิ่งไม้แห้ง ๆ  หากไม่มีเสียงหายใจและเสียงครางฮือ ๆ  แดเนียลคงเข้าใจว่าชายหญิงชราคู่นี้เสียชีวิตไปแล้ว

               ผึ่บ!!’

               ไฟทุกดวงในห้องสว่างพรึ่บพร้อมกัน  แดเนียลหันหลังขวับมองร่างเล็กที่เดินเข้ามาพร้อมด้วยสายตาอำมหิต  สองขาถอยกรูดเข้าหากำแพงอย่างไม่ตั้งใจ

               “เห็นแล้วสินะ!!”

               โพเซ่คำราม  น้ำเสียงเล็กแหลมแปรเปลี่ยนเป็นกระโชกราวกับกล่องเสียงแทบระเบิดเพราะการคำราม 

               “เห็น..  เห็นอะไร”

               แดเนียลกัดฟันกรอด  จิตใจของเด็กน้อยพยายามข่มใจไม่ให้หวาดกลัวต่อแรงกดดันของโพเซ่

               นิ้วมือเล็กของมือขวาละจากหนังสือนิทานชี้ไปที่ร่างชายหญิงที่ถูกตรึงกับผนัง  แดเนียลหันซ้ายขวามองแหงนขึ้นไปอย่างใคร่รู้ 

               เมื่อพิจารณาให้ดีภายหลังที่ไฟในห้องส่องสว่าง  ห้องนี้ย่อมเป็นห้องของโพเซ่ไม่ผิดเพี้ยน  เพราะเฟอร์นิเจอร์และสิ่งประดับประดาที่ตกแต่งล้วนเป็นลวดลายการ์ตูน  ของเล่นกองเกลื่อนกลาด  หนังสือการ์ตูนและนิทานอัดแน่นในชั้นวางที่ตั้งเรียงรายชิดผนัง  กระทั่งเพดานสูงยังมีโมบายล์รูปตัวการ์ตูนห้อยแขวนเป็นพวงระย้าเต็มไปหมด

               สิ่งที่ผิดเพี้ยนและไม่น่าจะอยู่ในห้องนี้ได้มีเพียงชายหญิงชราสองคนนี้เท่านั้น

               แดเนียลมองใบหน้าทั้งคู่สลับกับโพเซ่  ดวงตาสีเขียวมรกตและดวงหน้าช่างคล้ายคลึง  สมองพยายามปฏิเสธความคิดเลวร้ายที่บังเกิดในใจ

               “สองคนนั่น..  พ่อกับแม่ฉันเอง”

               แล้วโพเซ่ก็ยืนยันสำทับความคิดเลวร้ายนั้นเอง

               แดเนียลอ้าปากค้าง  เขาหันมองใบหน้าที่ไร้สติของร่างที่ถูกตรึงทั้งคู่ด้วยแววตาที่ยากจะอธิบายความรู้สึก 

               “มะ..  หมายความว่ายังไง  ทำไมพ่อกับแม่นายถึง...”

               โพเซ่ยิ้มเหยียด  สีหน้านั้นวิปริตเกินกว่าจะประดับบนใบหน้าของเด็กอายุไม่ถึงสิบขวบ

               “เพราะพวกมันสมควรได้รับโทษทัณฑ์น่ะสิ”

               ด้วยเพราะห้องนี้มีทางเข้าออกเพียงแค่ประตูบานใหญ่ทางเดียว  ไม่มีหน้าต่างหรือช่องลมสักบาน  ทำให้ต่อให้แดเนียลมีปีกก็ไม่อาจหนีไปไหนรอดอีกแล้ว  เรื่องราวอันวิปริตวิปลาสจึงถูกถ่ายทอดจากปากของโพเซ่ด้วยน้ำเสียงแหลมเล็กแต่แฝงด้วยความขมขื่นคล้ายระบายสิ่งที่อัดอั้นภายในใจดวงเล็กของเด็กน้อยผู้ครองตำแหน่งรองหัวหน้าแห่งเงารัตติกาล

     


               สองสามีภรรยาตระกูล เครกผู้ร่ำรวยจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จนกลายเป็นอภิมหาเศรษฐีในเวลาอันสั้น  ทั้งคู่ใช้ชีวิตสมรสมาอย่างยาวนานจนย่างเข้าสู่วัยกลางคนก็ยังไม่มีลูกด้วยกัน  อาจเพราะการทำงานอย่างหนักและการไม่ใส่ใจเรื่องความสัมพันธ์อันหวานซึ้งเช่นคู่รักคู่อื่น

               จนเมื่อนางเครกอายุย่างเข้าสี่สิบห้า  เธอกลับตั้งครรภ์ขึ้นโดยไม่คาดคิด  ลูกคนแรกที่จะถือกำเนิดสร้างความปลาบปลื้มให้แก่สองสามีภรรยาเป็นอย่างมาก  ถึงขนาดนายเครกสั่งให้สร้างบ้านหลังใหญ่โตเพื่อรับขวัญลูก

               เด็กน้อยเกิดขึ้นมาท่ามกลางความรักอย่างสุดซึ้งจากพ่อแม่

               และความรักนั้น  ก็มาพร้อมกับอุดมคติอันสูงส่ง...

               ภาพฝันในอนาคตถูกวาดไว้ให้กับเด็กชายอย่างวิจิตร  ทั้งการศึกษา  ตำแหน่งงาน  รวมถึงการใช้ชีวิตที่วางกรอบและกฎเกณฑ์มากมาย  สามีภรรยาเครกเชื่อว่าหากเด็กน้อยเดินตามเส้นทางที่ตนวางไว้ให้  ย่อมก้าวไปสู่อนาคตที่สวยงามดั่งที่ตนเคยเป็นมาก่อน

               ดังนั้นแล้ว  หากเด็กน้อยเดินออกนอกกรอบ  นั่นหมายถึงความผิดที่ร้ายแรงเกินกว่าที่พ่อและแม่จะรับได้

               ครั้งหนึ่งเมื่อเลิกเรียน  ตารางเวลาที่วางเอาไว้บอกให้เด็กชายต้องไปเรียนเปียโนต่อ  แต่เสียงเรียกร้องชักชวนจากเพื่อนร่วมห้องที่อยู่ในสนามเบสบอล  ดึงดูดจิตใจจนเด็กชายต้องโยนกระเป๋าไว้บนม้านั่งก่อนถลาเข้าสู่สนาม  รอยยิ้มและเสียงหัวเราะรวมถึงการแข่งขันอันตื่นเต้นทำให้เด็กชายลืมเวลา  เมื่อรู้ตัวอีกทีก็ไม่สามารถไปเรียนเปียโนได้ทัน

               คราบไคลและร่องรอยสกปรกบนเสื้อผ้า  ไม่อาจทำให้เด็กชายปฏิเสธหรือหาข้ออ้างอื่นใดได้  รอยฝ่ามือใหญ่ถูกทาบทับบนใบหน้าอย่างแรงจนเด็กน้อยน้ำตาเล็ด  ความผิดหวังอย่างรุนแรงปรากฎออกมาในรูปของเสียงก่นด่าและถ้อยคำผรุสวาทอย่างที่เด็กชายไม่เคยได้ยินมาก่อน

               ตั้งแต่วันนั้นเด็กชายก็ไม่อาจก้าวเท้าออกนอกกรอบที่พ่อแม่ขีดไว้ให้ได้อีกเลย

               กระทั่งย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิในวันคล้ายวันเกิดปีที่เจ็ด  แม้ที่ผ่านมาผลการเรียนของเด็กชายจะได้อันดับหนึ่งมาโดยตลอด  แต่ผลการเรียนครั้งนี้กลับทำให้นายเครกขยำและฉีกรายงานอย่างรุนแรงก่อนปาใส่หน้าลูกชาย 

               เขาเรียนได้ที่สองของห้อง!!

               “แกมันโง่!!  เรียนประสาอะไรถึงได้ที่สอง  ชั้นอุตส่าห์ส่งให้แกเรียนพิเศษในโรงเรียนที่ดีที่สุด  นี่แกไม่ได้เอาสมองของชั้นติดตัวไปเลยเหรอ  ไอ้เด็กโง่เอ๋ย!!”

               เด็กชายถูกขังไว้ในห้องหนังสือที่มืดมิด  เบรกเกอร์ไฟในห้องถูกยกลงทำให้ไม่สามารถเปิดสวิตซ์ไฟได้  แม้จะเป็นห้องที่อยู่ในบ้านซึ่งเคยวิ่งเข้าออกจนคุ้นชิน  แต่ความมืดมิดในยามค่ำคืนกับเสียงสะท้อนของฝีเท้าที่ดังก้องไปมา  ทำให้ความหวาดกลัวเกาะกุมหัวใจเด็กน้อยจนเขาไม่อาจข่มตาหลับลงในค่ำคืนนั้นได้

               เด็กน้อยกลายเป็นโรคกลัวความมืดตั้งแต่บัดนั้น...

               และเมื่อบานประตูถูกคนรับใช้เปิดออกในตอนเช้า  เด็กชายก็รีบถลันออกจากห้องเพื่อโผกอดผู้เป็นพ่อและแม่  สองขาเดินเตาะแตะอย่างโรยแรงไปยังห้องขนาดใหญ่ในชั้นบนของบ้าน  เขาตั้งใจว่าต่อแต่นี้ไปเขาจะเป็นที่หนึ่งในทุกเรื่อง  ให้พ่อและแม่ภูมิใจ  และไม่ผิดหวังในตัวเขาอีก

               แต่เสียงสนทนาที่ดังออกจากห้อง  กลับตรึงสองขาเขาเอาไว้จนไม่อาจก้าวเดินต่อได้อีก

               “พวกเราควรรับเด็กสักคนมาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรมนะ  คุณว่ามั้ย”

               นายเครกเริ่มบทสนทนาด้วยเสียงเครียด  ด้วยเส้นทางฝันที่วาดไว้ให้ลูกชายไม่เป็นดั่งที่ใจหวัง  ทำให้อุดมคติเริ่มสั่นคลอน  นักวางแผนอย่างเขาจำเป็นต้องมีแผนเผชิญความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

               “ถ้าคุณเห็นว่าดี  ฉันก็ไม่ขัดหรอกค่ะ”

               ไม่มีคำปฏิเสธ  นางเครกเห็นดีเห็นงามกับสามีอย่างไม่อาจเลี่ยงได้ 

               ถ้อยคำของทั้งคู่กระทบก้องไปมาในจิตใจของเด็กน้อยจนหัวสมองเขาเป็นสีขาวโพลน  ทุกสิ่งทุกอย่างโล่งสนิทราวกับห้องถูกทาทับด้วยสีขาวเกลี้ยงไม่มีแม้รอยจุดด่างดำแม้แต่น้อย  สองขาก้าวเดินกลับไปยังห้องหนังสือที่เคยหวาดกลัว  มุมห้องมีหนังสือนิทานที่เขาเคยเปิดอ่านอยู่บ่อยครั้ง  เด็กน้อยรื้อหนังสือเกลื่อนกลาดพลางกรอกสายตาที่รื้นไปด้วยน้ำตาไล่ตัวหนังสือและรูปภาพโดยที่ความสนุกของเรื่องราวไม่อาจเข้าสู่สมองได้เลย

               และเมื่อมือสัมผัสกับหนังสือเก่าคร่ำคร่าเล่มหนึ่งที่ซุกตัวอยู่อย่างสงบในชั้นลึกสุดของตู้  พลังแห่งนิทานก็พลันบังเกิด

               เด็กน้อยหนีออกจากบ้านและเข้าสู่เงารัตติกาลในคืนนั้น...

     


               “พวกมันไม่เคยเห็นชั้นเป็นลูก  พวกมันก็แค่อยากให้ชั้นสืบทอดสมบัติและชื่อเสียงบ้า ๆ เท่านั้น  มันไม่เคยถามความต้องการของชั้นเลยว่าชั้นต้องการอะไรบ้าง  ได้แต่ยัดเยียดทุกสิ่งทุกอย่างให้”

               น้ำเสียงอัดอั้นระบายอย่างเหลืออด  ความโกรธแค้นถูกเก็บไว้ในใจไม่อาจบอกใครได้ถูกปลดปล่อยออกมาในคราวเดียว  โพเซ่จิกหนังสือนิทานจนมือเล็กหงิกเกร็ง  สีหน้าบูดเบี้ยวคล้ายดินน้ำมันโดนความร้อน 

               “ชั้นคิดว่าพอชั้นหนีออกจากบ้านแล้ว  พวกมันจะสำนึกเสียใจขึ้นมาบ้าง.. 

               แต่เปล่าเลย!!  มันกลับรับเด็กบ้าที่ไหนไม่รู้มาเลี้ยงเป็นตัวแทนชั้น  พวกมันไม่คิดแม้แต่จะตามหาชั้นด้วยซ้ำ”

               โพเซ่หวนคิดถึงเมื่อครั้งที่ย้อนกลับไปที่บ้านหลังจากหนีออกมาได้ถึงหนึ่งปีเต็ม  ตอนนั้นแม้เขาจะได้รับพลังและดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าแห่งเงารัตติกาลแล้ว  แต่ห้วงความคิดถึงและความอบอุ่นของครอบครัวยังเป็นสิ่งที่เด็กชายโหยหามาโดยตลอด  เขาหวังว่าเมื่อเขากลับบ้านจะได้รับอ้อมกอดและหยาดน้ำตาแห่งความดีใจจากพ่อและแม่

               แต่เมื่อก้าวเท้าเข้าสู่ประตูบ้าน  ภาพที่วาดฝันเอาไว้แม้เกิดขึ้นจริง  แต่กลับไม่มีเขาเป็นส่วนร่วมในเหตุการณ์นั้นเลย

               สามีภรรยาเครกสวมกอดเด็กผู้ชายสวมแว่นคนหนึ่งอย่างรักใคร่  ผลการเรียนที่เด็กชายนำมาแสดงให้ดูแสดงอันดับหนึ่งของห้อง  ยิ่งสร้างความภูมิใจให้นายเครกจนเขาต้องหยิบกล่องของขวัญที่เตรียมไว้มายื่นให้เด็กคนนั้น 

               สติรับรู้ผิดชอบชั่วดีขาดสะบั้น!!

               พลังพิเศษทำงานโดยไม่รู้ตัว  ร่างเด็กน้อยถูกสิงโตตัวใหญ่ที่ถูกสร้างจากนิทานขย้ำครั้งเดียวไม่เหลือ  นายและนางเครกตกใจจนแทบสิ้นสติ  แต่ก่อนที่ทั้งคู่จะเป็นเหยื่อรายต่อไป  โพเซ่ก็สลายพลังพร้อมปรากฏตัวต่อหน้าพ่อและแม่

               ความตายไม่อาจคลายความคั่งแค้นที่ฝังแน่นอยู่เต็มอกไปได้

               ความทรมานยิ่งกว่าความตายต่างหาก  คือสิ่งทั้งคู่ควรได้รับ

               พลังพิเศษสร้าง สิ่งที่หวาดกลัวของแคธี่ ลุทซ์ หญิงชราผู้เชื่อมต่อ SSS โฉนดบ้านเลขที่ 112 แห่งลองไอซ์แลนด์ถูกใช้กับสามีภรรยาเครกจนเขาตกอยู่ในห้วงมิติที่ฉายภาพสิ่งที่แต่ละคนหวาดกลัวถึงที่สุด  แม้ชีวิตจะยังอยู่  แต่จิตใจกลับถูกทนทุกข์ทรมานกับความหวาดกลัวมาโดยตลอดไม่อาจหลุดพ้นได้

               โพเซ่ตรึงร่างพ่อและแม่ไว้บนผนัง  รั้งชีวิตพวกเขาไว้ด้วยสายน้ำเกลือเพื่อไม่ให้ทั้งคู่ตายไปก่อนที่เขาจะหายแค้น  ภาพสีหน้าที่บิดเบี้ยวทรมาน  ร่างกายที่ซูบผอมและผมที่ร่วงจากศีรษะเหลือไว้เพียงหย่อมที่เปลี่ยนเป็นสีขาวบางกระจุก  เป็นอีกสิ่งที่โพเซ่นั่งมองทุกวันนอกเหนือจากหนังสือนิทาน

              


               หน้ากระดาษพลิกเปิดเพื่อหานิทานเรื่องถัดไป  ดวงตาเบิกโพลงบนใบหน้ากลมเล็กไล่สายตาอ่านนิทานเพื่อสร้างเรื่องราวให้เป็นจริง  เสียงปีกกระพือดังพึ่บพั่บสะท้อนตามโถงทางเดินบ่งบอกเป็นสัญญาณการเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ของสิ่งมีชีวิตฝูงใหญ่  สิ่งมีชีวิตที่มีชื่อเดียวกับชื่อนิทานที่ถูกเขียนในกึ่งกลางหน้ากระดาษ

               ค้างคาวเลือกพวก

               สิ่งมีชีวิตที่ไม่อาจเข้าได้กับสัตว์ทั่วไปแม้มีหู  และก็ไม่สามารถเข้ากับพวกนกได้แม้มีปีก  จึงต้องอาศัยในถ้ำอันมืดมิดดังเช่นปราสาทเงารัตติกาลแห่งนี้ 

               คมเขี้ยวแหลมดุจตะปู  ใบหน้ายับย่นคล้ายรูปปั้นการ์กอยล์  แม้ดวงตาจะมองไม่ชัดเจนแต่คลื่นเสียงที่ปล่อยออกมาสะท้อนสิ่งกีดขวางทำให้บินใกล้เข้ามายังห้องโพเซ่เรื่อย ๆ 

               รูปลักษณ์อันน่าสะพรึงกลัว  สอดคล้องกับความบิดเบี้ยวในจิตใจของโพเซ่ที่เพิ่มพูนขึ้นทุกวัน  จนไม่อาจมีใครดึงรั้งจิตใจอันบริสุทธิ์ของเด็กน้อยกลับคืนมาได้อีกแล้ว

               เว้นเพียง... 

               แดเนียล!!!

               เรื่องราวที่ถูกถ่ายทอดจากปากของโพเซ่  ทำให้ห้วงคำนึงถึงครอบครัวของแดเนียลผุดขึ้นเป็นฉาก ๆ  ทั้งภาพความรัก  ความอบอุ่น  ความผูกพัน  ที่เขาเคยได้รับจากพ่อและแม่  รวมถึงฉากสุดท้ายของชีวิตที่พวกเขาพยายามปกป้องตนเอง  ความโกรธอันแสนล้ำลึกปะทุขึ้นในจิตใจส่วนลึกอย่างเงียบงัน

               สีหน้าของแดเนียลนิ่งสงบราวกับเหตุการณ์เสี่ยงตายที่ผ่านมาเป็นเพียงความฝัน  จิตใจที่หวาดผวาตามอายุที่ผันแปรกลับนิ่งเรียบราวผิวน้ำไร้คลื่นลม  เขาวางร่างคาซีในสภาพทารกลงกับพื้นอย่างนุ่มนวล  ก่อนชักปืนกระบอกหนึ่งจากซองออกมาถือในมือมั่น  ดวงตาปิดลงโดยไร้ความหวาดกลัว

               และเมื่อลืมตา  ห้วงมิติที่คุ้นชินก็ปรากฏขึ้น  

               ผืนดินแตกระแหง  ท้องฟ้าสีแดงสดเพราะดวงตะวันสาดฉายแสงแรงกล้า  เสียงโขกหมากรุกบนกระดานไม้ดังตามสายลมเรียกสายตาเด็กชาย  เมื่อหันมองเขาเห็นชายในชุดสูทสองคนกำลังดวลหมากรุกกันอย่างดุเดือด

               นิ้วเรียวบางของด๊อกเตอร์เออร์วิงคีบตัวพอนเลื่อนเข้าแทนที่คิงของอีกฝ่าย  ด๊อกเตอร์ริชาร์ดลูบศีรษะล้านที่ชื้นเหงื่อด้วยความตื่นเต้นพลางทำหน้าเสียดาย

               “50 ต่อ 50..  เสมอกันแล้วนะครับด๊อกเตอร์”

               เออร์วิงพูดพลางดุนกรอบแว่นให้กระชับสายตา  แม้ทั้งคู่จะรู้ว่ามีแขกที่ไม่ได้รับเชิญยืนจ้องมองอยู่ด้วยแววตาเรียบสงบ  แต่ก็ไม่ได้สนใจเด็กตัวเล็กมากไปกว่าการดวลหมากรุกที่ยังตัดสินผู้แพ้ชนะไม่ได้เสียที

               “ผมอยากได้พลัง  แลกกับการให้ที่พักพิงกับพวกคุณ”

               เสียงเล็กดังจากร่างที่แตกต่าง  เออร์วิงเหลือบตามองเพียงครู่  ก่อนหันมาจัดตัวหมากให้อยู่ในตำแหน่งเริ่มเกม

               “คุณดู..  เปลี่ยนไปนะครับ”

               เขากล่าวทักเจ้าของร่างกายที่จิตวิญญาณของตัวเองเชื่อมต่ออยู่  ขณะที่ริชาร์ดเป็นผู้เปิดเกมใหม่อีกครั้ง

               “ผมต้องการหยุดเรื่องเลวร้ายที่กำลังเกิดขึ้นนี้  ขอพลังระดับปลดขีดจำกัดให้ผมด้วย”

               เออร์วิงมีสีหน้าครุ่นคิด  แดเนียลเดาใจชายหนุ่มไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

               “ปลดขีดจำกัดเหรอ..  ยังไม่ถึงเวลาหรอกครับ”

               “ว่าไงนะ!!”  แดเนียลคำราม 

               “ก็..  หมายความตามนั้นนั่นแหล่ะครับ”

               ก่อนที่แดเนียลจะได้พูดอะไรอีก  ชายที่มีคำนำหน้าชื่อว่า ด๊อกเตอร์ทั้งสองหยุดมือ  หมากรุกเกมที่ 101 ไม่อาจเล่นต่อไปเพื่อหาผู้แพ้และชนะได้  เพราะทั้งคู่ตกลงใจที่จะ เสมอกัน

               มิติพิเศษภายในจิตใจเลือนหายไปช้า ๆ  แม้จะไม่อาจใช้พลังระดับปลดขีดจำกัดได้  แต่พลังพิเศษที่เอ่อล้นทั่วร่างบ่งบอกว่าเขาได้รับบางสิ่งบางอย่างจากการสนทนาครั้งนี้เรียบร้อยแล้ว

               เพล้ง!!’

               มิติพิเศษแตกสลาย  พร้อมการปรากฏของสัตว์ปีกรูปร่างน่าสะพรึงกลัวที่กรูเข้ามาทางประตูหลายสิบตัว  คมเขี้ยวสังหารของแต่ละตัวแม้ไม่อาจทำให้ถึงตาย  แต่หากโดนกลุ้มรุมจากพวกค้างคาวทั้งฝูง  ไม่แคล้วเลือดคงถูกสูบจนหมดเกลี้ยง

               แดเนียลไม่หวาดหวั่น  สายตาก้มมองทารกน้อยที่ลืมตาตื่นขึ้นมาพอดี  เมื่อสองสายตาประสานกัน  ความรู้สึกก็ถูกถ่ายทอดโดยไม่ต้องมีคำสนทนาใด ๆ

               แดเนียลจ่อปลายกระบอกปืนเข้าหาคาซี  แรงโน้มถ่วงจากร่างของทารกไหลเข้าสู่ปืนลูกโม่อย่างรวดเร็ว 

               เพราะมือข้างเดียวไม่อาจเหนี่ยวไกปืนได้  นิ้วชี้ทั้งสองจึงประสานกันกดโกร่งไกเข้าหาตัวเพื่อปลดปล่อยพลังพิเศษของเพื่อนร่วมรบ

               Newton’s Gravity!!!”

               แรงโน้มถ่วงพุ่งเข้าปะทะฝูงค้างคาวอย่างจัง  แต่เพราะประสาทสัมผัสของสัตว์บวกกับคลื่นเสียงที่เปรียบเสมือนเรดาห์นำทาง  ทำให้สัตว์ปีกฝูงใหญ่บินแหวกเป็นสองข้างจนแรงโน้มถ่วงพุ่งผ่ากลางไปไม่อาจโจมตีพวกมันได้สักตัว

               โพเซ่หัวเราะร่าเมื่อพลังพิเศษของแดเนียลไม่สามารถทำอะไรฝูงค้างคาวได้  และเสียงหัวเราะยิ่งระเบิดลั่นดังขึ้นเมื่อค้างคาวพุ่งกรูเข้าหาเด็กชายที่ยืนสงบนิ่งคล้ายรอความตาย

               “ต่อให้แกดูดพลังของคนอื่นได้ก็ไร้ประโยชน์  ถ้า โจม ตี ไม่ โดน

               “แค่พลังพิเศษของคนอื่น  คงโจมตีไม่โดนหรอก  ถ้ายังไม่ได้รวมกับ พลัง ของ ฉัน เข้า ไป ด้วย!!”

               แดเนียลพูดเสียงเรียบ  วินาทีแรกที่ได้ยินโพเซ่คงอาจไม่เข้าใจความหมาย  จนเมื่อเห็นฝูงค้างคาวเริ่มร่วงหล่นสู่พื้นทีละตัวเพราะน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมหาศาล  รองหัวหน้ารุ่นเยาว์ถึงเข้าใจคำพูดของศัตรู

               แดเนียลใช้พลังพิเศษของตัวเอง  ควบคุมทิศทางการเคลื่อนที่ของพลังพิเศษที่ถูกดูดกลืนได้ไม่ต่างจากควบคุมกระสุนปืน  แรงโน้มถ่วงที่ควรจะสลายไปเพราะพลาดเป้า  จึงกลับย้อนมาโจมตีฝูงค้างคาวจากด้านหลังได้แบบนี้

               หน้านิทานเรื่องใหม่ถูกพลิกเปิดอ้าอย่างร้อนรน  แต่เพียงพริบตาหนังสือนิทานเล่มหนาก็หนักอึ้งราวกับแต่ละหน้ากระดาษมีน้ำหนักมหาศาล  เรี่ยวแรงของเด็กตัวเล็กไหนเลยจะแบกมันไหวได้อีกต่อไป

               ตึง!!’

               SSS ของโพเซ่หล่นลงพื้นก่อนจะยุบตัวตามพื้นทางเดินที่แตกร้าวลงไปอีกเป็นเมตร  แรงโน้มถ่วงที่แดเนียลแบ่งมาส่วนหนึ่งถูกใช้กับหนังสือนิทานจนโพเซ่ไม่อาจยกมันขึ้นได้  เด็กน้อยพยายามอย่างเต็มกำลัง  แต่หนังสือเล่มหนาไม่กระดิกแม้แต่น้อย

               กระสุนปืนลอยละลิ่วจากด้านนอกปราสาททะลุผ่านรูกระจกที่เขาใช้หินปาตอนเข้ามาด้านใน  เพราะรูปร่างที่ยังเป็นเด็กทำให้พลังพิเศษควบคุมลูกกระสุนได้เพียงลูกเดียวจากทั้งหมด  แต่นั่นก็เพียงพอที่จะจัดการกับเด็กที่อายุห่างกันเพียงสองปีอย่างโพเซ่ได้

               ทิศทางที่ลูกกระสุนลอยดิ่งด้วยความเร็ว  คือทิศทางที่แดเนียลเดินเข้ามา  และปลายทางของมันก็คือห้องที่เขายืนอยู่  ตรงตำแหน่ง หัวใจของเด็กชายที่นั่งแกะสมุดขึ้นจากพื้นอย่างพยายาม

               กระสุนลอยผ่านบานประตูใหญ่  ลัดเลาะเก้าอี้ตัวยาว  เข้ามาด้านท้ายห้อง  ก่อนจะพุ่งตรงเข้าใส่หัวใจของโพเซ่อย่างแม่นยำ

               ร่างเล็กถูกกระโจนเข้าโผกอดเพื่อช่วยให้หลบรอดจากกระสุนสังหารอย่างเฉียดฉิว

               เด็กน้อยตะลึงจนตาค้าง  ไออุ่นจากร่างที่โผเข้ากอดคือสิ่งที่โหยหามาตลอด  แต่ไออุ่นนี้คือสิ่งที่ถ่ายทอดจากความรักและความรู้สึกผิดบาปเป็นครั้งสุดท้าย

               ที่คนอย่างพ่อและแม่จะทำให้ได้

               “อะ..  ไรกัน..  พวกแก..  พวกแก..  มาช่วยฉันไว้ทำไม”

               โพเซ่ระล่ำระลักคำพูดจนแทบไม่เป็นภาษา  กระทั่งแดเนียลก็ตกใจไม่แพ้กันจนเขาต้องหยุดการควบคุมทิศทางกระสุน  ปล่อยให้มันหล่นร่วงลงพื้นดังเช่นกระสุนปกติ 

               ร่างของนายและนางเดรกเริ่มเย็นลง  ไม่มีคำพูดใดเปล่งจากปากที่แห้งผากและแตกเป็นขุย  ดวงตาจับจ้องที่ใบหน้าของลูกน้อยราวกับอยากจะถ่ายทอดคำพูดนับแสนล้านคำที่อัดอั้นอยู่ในใจ  แต่คำพูดนั้นคงอาจเปล่งออกจากปากของทั้งคู่ได้อีกแล้วเมื่อดวงวิญญาณของสามีภรรยาเดรกได้หลุดลอยจากร่างอย่างสงบ

               เมื่อพลังพิเศษของเคธี่สลายไปเพราะเจ้าตัวสิ้นชีพ  ความหวาดกลัวที่หลอกหลอนนายและนางเดรกจึงสลายไป  ภาพแรกที่ปรากฏสู่สายตาคือร่างเล็กและบอบบางของลูกชาย  น้ำตาเอ่อล้นจากดวงตาทั้งคู่ด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป  ทั้งคิดถึง  ทั้งเป็นห่วง  ทั้งสำนึกผิด

               แต่ทุกความรู้สึกมีต้นกำเนิดจากความรู้สึกร่วมอย่างเดียวกัน...

               นั่นคือความรัก

               พวกเขาทั้งคู่เฝ้าออกตามหาโพเซ่ตั้งแต่วันที่เด็กชายหนีออกจากบ้าน  เงินทองมากมายถูกใช้เพื่อจ้างนักสืบและตำรวจให้ระดมกำลังตามหาลูกชายอย่างเต็มที่  แต่ไม่ว่าจะใกล้หรือไกล  ไม่ว่าสถานที่แห่งใด  ก็ไม่มีข่าวคราวหรือแม้แต่ร่องรอยสักเพียงนิดให้รู้ว่าโพเซ่ไปอยู่ที่ใด

               สามีภรรยาเดรกจึงรับเด็กชายคนหนึ่งมาเป็นลูกบุญธรรม  แต่ไม่ใช่เพื่อเป็นความหวังใหม่บนอุดมคติที่ตนเองสร้าง

               เพราะทั้งคู่ทนคิดถึงลูกชายไม่ไหวต่างหาก  จึงไม่รู้จะถ่ายทอดความรักของพ่อและแม่ให้กับใครได้   ลูกบุญธรรมจึงเปรียบเสมือนตัวแทนของโพเซ่ที่ไม่รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไรเพื่อให้ทั้งคู่หายคิดถึงได้สักเพียงน้อยก็ยังดี

               พริบตาที่รู้ว่าลูกอยู่ในอันตราย  จิตสำนึกก็สั่งการให้ร่างดิ้นหลุดจากพันธนาการ  นายและนางเดรกเห็นกระสุนสังหารเคลื่อนเข้าใกล้  ร่างกายจึงเคลื่อนไปโดยสัญชาติญาณความเป็นพ่อและแม่  แต่การเคลื่อนไหวนั้นก็เป็นการเคลื่อนไหวครั้งสุดท้ายที่จะทำได้  เพราะความอ่อนล้าของร่างกายและจิตใจที่สั่งสมมาเป็นเวลานาน

               ภาพความกลัวจากพลังพิเศษของเคธี่ที่ตามหลอกหลอนอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

               ภาพลูกชายตัวน้อยถูกฆ่าอย่างเหี้ยมโหด

               ภาพนั้นทำให้ทำให้จิตใจแทบแหลกสลายในร่างที่ยังหายใจ

               โพเซ่กรีดร้องร่ำไห้อย่างน่าเวทนาในอ้อมกอดของพ่อและแม่ที่เขาเข้าใจทั้งสองคนผิดมาโดยตลอด  พลังพิเศษระดับปลดปล่อยสปิริตสลายไปพร้อมกับสติสัมปชัญญะที่ดับวูบลง  รองหัวหน้าวัยเยาว์ถูกปลดเปลื้องจากพันธนาการแห่งความเลวร้ายในจิตใจเสียที

               คาซีและแดเนียลที่กลับกลายเป็นผู้ใหญ่ดังเดิมเก็บความสะทกสะท้อนใจเกี่ยวกับครอบครัวไว้เพื่อเป็นแรงกระตุ้นขับดันให้เขาทำตามเป้าหมายโดยเร็ว 

               เป้าหมายในการล้มล้างเงารัตติกาล!!!

     


               แรงกดดันแผ่ซ่านจนไม่อาจขยับร่างกายได้  เซราห์และซูอัลมองหน้ากันอย่างตัดสินใจ 

               ไม่มีทางรอด!!

               คำนี้ปรากฏขึ้นทันทีที่เห็นการปรากฏตัวของวาร์ด  เยอร์มูห์ 

               สองขาถอยกรูดไปด้านหลังโดยไม่ตั้งใจ  และเมื่อตั้งสติได้  ทั้งคู่ก็ประคองร่างเน็กเธอร์วิ่งกลับหลังสุดฝีเท้า

               “อ๊ะ!!”

               เซราห์อุทานเมื่อออกวิ่งได้เพียงไม่กี่ก้าว  เมื่อทางเดินอีกฟากกลับปรากฏร่างที่เธอเพิ่งหนีดักขวางหน้าอยู่

               “เป็น.. ไป..  ไม่ได้”

               ซูอัลครางออกมาอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง  การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วขนาดนี้นอกจากเรแพนที่เพิ่มความเร็วด้วยตารางแสงแล้ว  เขาไม่เคยเห็นใครมีความสามารถแบบเดียวกันนี้อีก

               สายฟ้าที่ปะทุในมือเหยียดยาวคล้ายหอก  ภาพอันน่าสะพรึงกลัวที่เขาเคยเจอตอนต่อสู้กับลิกเนอร์ย้อนกลับมาในสมอง  มือยื่นผลักเน็กเธอร์และเซราห์ให้ล้มไปอีกทาง

               เปรี้ยง!!’

               สายฟ้าพุ่งใส่แขนขวาจนไหม้เกรียม  ซูอัลกัดฟันกรอดอย่างเจ็บปวด 

               พลังเพิ่มความเร็ว!!

               พลังสายฟ้า!!

               หมอนี่มันใช้พลังอะไรกันแน่...

               และเพียงแค่กระพริบตา  หอกเล่มยาวในมือขวาและโล่กลมในมือซ้ายก็ปรากฏขึ้นมาราวกับเสกขึ้นมาจากอากาศ  ความชั่วร้ายที่แผ่ซ่านจากปลายหอกทำให้ซูอัลสัมผัสได้ถึงความตาย 

               “ฆ่ามันเลยค่ะหัวหน้า  ฉันจับมันให้แล้ว”

               เสียงแผ่วเบากระซิบข้างใบหูซูอัลจนเขาตกตะลึง  ร่างถูกโอบรัดด้วยเรียวแขนบอบบาง  หากเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายเป็นปกติ  เพียงแค่สะบัดซูอัลก็สามารถดิ้นหลุดจากการกอดรัดได้ไม่ยาก  แต่เพราะความเหนื่อยล้าบวกกับบาดแผลจากไฟฟ้าที่เพิ่งถูกโจมตี  ทำให้ซูอัลไม่อาจสะบัดจากพันธนาการของ อาทาโพเอลที่กระเสือกกระสนพาร่างตัวเองมาช่วยเหลือชายอันเป็นที่รักได้

               “ขอบใจนะ  อาทาโพเอล”

               เสียงเย็นดังขึ้นพร้อมการโจมตีเพียงครั้งเดียว  ปลายหอกแหลมเสือกแทงเข้าใส่ช่องท้องของซูอัล  ก่อนพุ่งทะลุออกจากด้านหลังของหญิงสาวที่โอบรัดร่างเขาอยู่

               “ไม่.. จริง!!”

               คำพูดสุดท้ายของรองหัวหน้าสาวหลุดลอยจากปากพร้อมร่างที่หล่นร่วงลงกองกับพื้นทันทีที่วาร์ดถอนหอกออกราวเศษใบไม้ไร้ค่า  ดวงตาที่เบิกโพลงของร่างไร้วิญญาณมีคำถามประทับอยู่  ว่าเพราะเหตุใดวาร์ดถึงตอบแทนความรักและภักดีของเธอด้วยการสังหารอย่างเหี้ยมโหดเช่นนี้

               เพราะความสูงที่แตกต่าง  ตำแหน่งของหอกที่ทะลุจึงต่างกัน

               อาทาโพเอลซึ่งเตี้ยกว่าถูกแทงเข้าหน้าอกจนหัวใจถูกทำลาย  ขาดใจตายในครั้งเดียว

               ส่วนซูอัลที่ถูกแทงเข้าที่ท้อง  แม้จะไม่ใช่จุดตาย  แต่บาดแผลสาหัสก็ทำให้เขาเสียเลือดมาก  ใบหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วง  สติใกล้จะดับวูบลงทุกที

               หอกและโล่ในมือวาร์ด  แปรเปลี่ยนเป็นเคียวด้ามยาวขนาดใหญ่  นี่คือหนึ่งในสิบอาวุธที่เขาถนัดและชื่นชอบมัดที่สุด  รูปร่างโค้งที่ดูราวกับจะเกี่ยวคร่าทุกชีวิตเพิ่มความโหดเหี้ยมให้กับพลังวิญญาณจนเอ่อล้นทั่วร่างของหัวหน้าเงารัตติกาล

               คมเคียวถูกง้าง  ประกายแสงสีม่วงเข้มส่องเจิดจ้า  เป้าหมายที่เจียนตายแบบนี้เพียงแค่สะกิดลำคอเบา ๆ ครั้งเดียวก็สามารถช่วงชิงวิญญาณของชายหนุ่มได้

               ฟึบ!!’       

               วาร์ดตวัดเคียวอย่างแผ่วเบา  คมเคียวพุ่งเข้าหาลำคอของซูอัลที่แทบประคองสติไม่อยู่

               เคร้ง!!!’

               ร่างที่เคลื่อนไหวรวดเร็วดุจสายฟ้าพุ่งเข้ารับการโจมตีอย่างไม่กลัวเกรง  นอกจากความเร็วที่ถูกเพิ่มขึ้น  ท่อนแขนยังอาบไล้ด้วยพลังจากตารางแสงจนแข็งแกร่งไม่ต่างจากเหล็กกล้าจนสามารถต้านทานคมเคียวสังหารได้โดยไม่บาดเจ็บ

               มือหนึ่งประคองร่างซูอัลไว้  มืออีกข้างผลักยันอาวุธโค้งของวาร์ดด้วยกำลังที่เพิ่มขึ้นตามความเร็วจนหัวหน้าเงารัตติกาลผงะถอยกรูดไปหลายก้าว  สายตาสบกันอย่างไม่หวั่นเกรง

               เรแพน โนเวน เข้าสู่สนามรบสุดท้ายแล้ว...




    Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone และ Android Phone
    เตรียมพบกับ Dek-D Writer App เวอร์ชั่น iPad / Android Tablet เร็วๆนี้ ฟรี!
    SSS สงครามวัตถุวิญญาณ ตอนที่ 38 : บทที่ 33 คาซี&แดเนียล VS โพเซ่ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 851 , โพส : 19 , Rating : 30 / 6 vote(s)
    Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
    [ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
    หน้าที่ 1

    #19 : ความคิดเห็นที่ 2597
    สงสารครอบครัวโพเซ่จัง

    ในที่สุดเรแพนก็มีฉากเท่ห์ๆกับเขาบ้าง

    อยากอุ้มคาซีตอนเด็กจัง
    Name : akkanee< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ akkanee [ IP : 61.91.117.142 ]
    Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
    วันที่: 17 เมษายน 2556 / 15:07

    #18 : ความคิดเห็นที่ 2579
    โพเซ่ ชีวิตนายน่าสงสารมากกกกกก T^T
    PS.  อย่าจมอยู่กับอดีต แต่ก็อย่าลืมมัน เพราะอดีตก็เป็นเหมือนครูที่สอนให้เรารู้ถึงความผิดพลาด และทำให้เราพัฒนาขึ้นไป ^^
    Name : Cake toffee~~< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cake toffee~~ [ IP : 171.5.229.181 ]
    Email / Msn: candy-toffy(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
    วันที่: 7 เมษายน 2556 / 20:08

    #17 : ความคิดเห็นที่ 2316
    จับมือกับ CharlotteTear โซตะจงเจริญ!!!
    PS.  จำไว้ซะ เพชรพลอยนั้นหาง่าย ชายจริงใจหายาก XP
    Name : aisouno< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ aisouno [ IP : 202.57.137.58 ]
    Email / Msn: hana_50283(แอท)yahoo.co.th ส่งข้อความลับ
    วันที่: 4 มกราคม 2556 / 11:39

    #16 : ความคิดเห็นที่ 2305
    นึกว่าเรแพนมันจะกลายเป็นตัวประกอบจริงๆ ซะแล้ว = =



    ปล.1 ตอนนี้ยาวมากกกก

    ปล.2 แอบจับมือกับคห.ที่ 1503 ถ้าทางเราจะสายเดียวกัน โชตะบันไซ!
    Name : CharlotteTear< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ CharlotteTear [ IP : 171.7.77.69 ]
    Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
    วันที่: 31 ธันวาคม 2555 / 16:28

    #15 : ความคิดเห็นที่ 2196
    โอ้วในที่สุดก้เริ่มใช้พลังเป็นแล้ว
    Name : ผ่านมาจ้า [ IP : 27.55.152.242 ]
    Email / Msn: Kooh._.2in(แอท)hotmail.com
    วันที่: 25 พฤศจิกายน 2555 / 19:18

    #14 : ความคิดเห็นที่ 2075
    วู้  เรแพนออกโรง!!!! [หายหัวไปพัก]
    คิดภาพคาซีเป็นเด็กทารกคงน่ารักไม่ยอก ขิขิ
    อ่าต่อดีกว่าจะจบภาคแรกแล้วโว้ยยยยย
    PS.  อ่าน อ่านนิยาย รักที่สุดเลย
    Name : sdc-som-som< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ sdc-som-som [ IP : 27.55.7.175 ]
    Email / Msn: room_knight(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
    วันที่: 24 ตุลาคม 2555 / 11:32

    #13 : ความคิดเห็นที่ 1782
     อ่านอีกรอบร้องไห้อีกรอบ ฮือTT-TT
    PS.  จำไว้ซะ เพชรพลอยนั้นหาง่าย ชายจริงใจหายาก XP
    Name : aisouno< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ aisouno [ IP : 124.120.124.110 ]
    Email / Msn: hana_50283(แอท)yahoo.co.th ส่งข้อความลับ
    วันที่: 9 มิถุนายน 2555 / 15:22

    #12 : ความคิดเห็นที่ 1729
     ศึกหนักหนาของสองหนุ่มม   เรื่องน่าเศร้าของโพเช่

           สถานการณ์เฉียดตายของสองหนุ่มหนึ่งสาวไม่เข้าหัวเราแล้ว

    สามบรรทัดสุดท้ายของเรแพน    ไอ๊ ยอดไปเลยคิดถึงจริงๆ

    .....โอเว่อร์ไปมั้ยเรา

    PS.  คิดไม่ออกบอกไม่ถูก ถ้าคิดออกก็ต้องขยันด้วยนาเออ
    Name : graymirow< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ graymirow [ IP : 125.25.213.232 ]
    Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
    วันที่: 18 พฤษภาคม 2555 / 21:01

    #11 : ความคิดเห็นที่ 1686

    รว่าแล้ว่าซูอัลจะไม่โดนข้าสุดท้ายเรแพนก็มาช่วย ฮ่าๆๆ  (ดูเหมือนคนอื่นจะชอบคาซีแต่ผมชอบเรแพนที่สุดเลยนะครับ)


    PS.  จงพอใจกับสิ่งที่ตนมีนั่นหละความสุขที่แท้จริงทางใจและมันไม่มีวันที่จะหายไป
    Name : มังกรหนอนหนังสือ< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มังกรหนอนหนังสือ [ IP : 171.96.36.189 ]
    Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
    วันที่: 13 พฤษภาคม 2555 / 13:12

    #10 : ความคิดเห็นที่ 1581

    เมนต์หาย.. ทั้งสองตอนเลย
    ไงว่ะเนี้ยเรา
    เศร้าอ่ะ

    ตอนนี้ยาวมากๆ เลยครับ กลับมาอ่านอีกเที่ยวเพื่อเก็บรายละเอียด 555
    ยอมรับว่าครั้งแรกตกหล่นไปพอสมควร
    ใกล้จบแล้วเหรอเนี่ย
    เร.. จะเป็นพระเอกแล้วเหรอเนี่ย...
    ตามต่อปาย


    PS.  ไอ้ปัฐเองคับ
    Name : dinn< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ dinn [ IP : 202.94.77.110 ]
    Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
    วันที่: 25 เมษายน 2555 / 18:47

    #9 : ความคิดเห็นที่ 1577
    ในที่สุดพระเอกก็มาซะที !!!!!!
    Name : ลมหายใจรัตติกาล< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ลมหายใจรัตติกาล [ IP : 223.207.184.126 ]
    Email / Msn: Darkness_Phantom-666(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
    วันที่: 25 เมษายน 2555 / 17:59

    #8 : ความคิดเห็นที่ 1526

    เรแพนมาแล้ว !! มาทันเวลาเหมือนเจ้าชายขี่ม้าขาวเลย เอิ๊กๆ

    Name : OniTheNext< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ OniTheNext [ IP : 61.19.66.225 ]
    Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
    วันที่: 15 เมษายน 2555 / 18:24

    #7 : ความคิดเห็นที่ 1525
     ง๋ะ...หนูน้อยคาซี ..หนูน้อยแดเนียล...น่าร๊ากกกกอ่ะ
    สนุกมากเลยค่ะ เรแพนเท่ห์สุดๆ โดนใจเลยอ่ะ มาต่อเร็วๆนะ เด่วไม่มีอะไรอ่าน
    ว่าแต่ว่าท่านมิวกะอ่าน Aler นี่ฝาแฝดกันชัดๆ คนหนึ่งอัพอีกคนก็อัพตาม ถึงแม้ The online war จะชิงจบก่อนก็ตาม แต่ก็จบภาคแรกไล่ๆ กันเลยอ่ะ
    Name : ISSIS< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ISSIS [ IP : 115.67.96.7 ]
    Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
    วันที่: 15 เมษายน 2555 / 17:31

    #6 : ความคิดเห็นที่ 1524
     น่าสงสารเพราะความเข้าใจผิดแท้ๆ สารภาพว่าร้องไห้เลย เพราะพอสำนึกได้ว่าลูกไม่ใช่ตุ๊กตาของพ่อแม่ พ่อแม่รักตัวเองขนาดไหน ก็สายไปแล้ว
    วาดร์ นายมันผุ้ชายสารเลว!!
    เรแพนไม่จืดจางแล้ว 555+
    PS.  จำไว้ซะ เพชรพลอยนั้นหาง่าย ชายจริงใจหายาก XP
    Name : aisouno< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ aisouno [ IP : 124.122.97.107 ]
    Email / Msn: hana_50283(แอท)yahoo.co.th ส่งข้อความลับ
    วันที่: 15 เมษายน 2555 / 15:23

    #5 : ความคิดเห็นที่ 1523
    ร...เรแพน พระเอกของแม่ ไม่จืดจางแล้วลูก กรี๊ดดด
    PS.  ขออภัย ตอนไหนอยากเมนท์ก็จะเมนท์ กรุณาอย่าบังคับ
    Name : AL Cur< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ AL Cur [ IP : 27.130.131.39 ]
    Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
    วันที่: 15 เมษายน 2555 / 14:39

    #4 : ความคิดเห็นที่ 1507
    โว้วววววววววววว มีอะไรให้ตกใจอยู่เรื่อยเลยอ๊ะ T^T
    ค้างเว่อร์!!!
    เรื่องเกือบทำชินเครียดแล้วค่ะพี่มิว แต่พอเห็นเด็กน้อยคาซีเท่านั้นแหละ อิมเมจมาเลยง่ะ -w-
    น่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก >3<+++
    (ไร้ทางสู้แบบนี้ขอเจ้จุ๊ฟทีนึงน้า 55)

    PS.  IF YOU WANT PEACE, PREPARE FOR WAR !
    Name : CacoethesScribendi+< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ CacoethesScribendi+ [ IP : 171.7.159.139 ]
    Email / Msn: cacoethes_scribendi(แอท)hotmail.co.th ส่งข้อความลับ
    วันที่: 10 เมษายน 2555 / 16:33

    #3 : ความคิดเห็นที่ 1506

    //ส่องซ้าย ส่องขวา

    เเวะเข้ามาเเสดงตัวว่าเป็นหนึ่งในแฟนคลับเรื่องนี้
    เพราะว่าที่ผ่านมาแฝงตัวเป็นนักอ่านเงานานพอสมควร ฮ่าๆๆๆ

    ขนาดตอนนี้เเต่งยากนะคะท่านพี่ ยังเเต่งได้ขนาดนี้ -*-

    เเหม่... อัพเลย~ ฮ่าๆๆๆๆ


    PS.  เพราะมีหัวใจ ข้าจึงปรารถนาทุกสิ่งที่เป็นเจ้า...
    Name : คุซุโนกิ< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ คุซุโนกิ [ IP : 110.49.250.77 ]
    Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
    วันที่: 10 เมษายน 2555 / 16:21

    #2 : ความคิดเห็นที่ 1504
    จะรอดมั้ยยย TOT
    PS.  ขออภัย ตอนไหนอยากเมนท์ก็จะเมนท์ กรุณาอย่าบังคับ
    Name : AL Cur< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ AL Cur [ IP : 124.120.173.160 ]
    Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
    วันที่: 10 เมษายน 2555 / 00:25

    #1 : ความคิดเห็นที่ 1503
     กรี๊ดดดดดดดด โซตะ เด็กุ้ชายนี่มันสุดยอด แค่กๆ ขอโทษ พวกนายซวยแล้วคาซีแดเนียล
    PS.  จำไว้ซะ เพชรพลอยนั้นหาง่าย ชายจริงใจหายาก XP
    Name : aisouno< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ aisouno [ IP : 171.96.41.176 ]
    Email / Msn: hana_50283(แอท)yahoo.co.th ส่งข้อความลับ
    วันที่: 9 เมษายน 2555 / 21:52

    หน้าที่ 1
    Post your comment : แสดงความคิดเห็น
    ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

    ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
      โพสความเห็นด้วย member Login name Password
      โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
                พิมพ์เลขที่เห็น

    ไร่รัก ณ หัวใจ

    ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

    • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
      เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
      จากผู้ลงผลงาน

    • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
      ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
      ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

    • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
      โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
      หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
      ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
      Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
      Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

    App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android