|
แฟนฟิคเรื่องแรกของ 'SSS สงครามวัตถุวิญญาณ'
กล่าวถึงอนาคตหลังจากการต่อสู้ของหกผู้เชื่อมต่อที่กลายเป็นตำนาน
จากเส้นทางที่เหล่าวีรชนทิ้งเอาไว้ เชื่อมต่อไปยังวีรชนรุ่นใหม่ที่ต้องรับภาระการต่อสู้เพื่อปกป้องมวลมนุษยชาติครั้งสำคัญ
ผลงานของแฟนนิยายระดับฮาร์ดคอร์ ที่มีนิยายซึ่งได้รับความนิยม (มากกว่าผมอีก) แต่งให้ ความยาว 3 ตอนจบ (บทนำ + บทที่ 1 และ 2)
เชิญติดตาม
-------------------------
วันที่ 5 เดือนพฤษภาคม ปี ค.ศ. 2021
สายฝนเม็ดเล็กๆเริ่มโปรยปรายสู่พื้นดินเป็นระยะๆ ยังผลให้ผมยกหนังสือวิชาวิทยาศาสตร์ที่ถือติดมืออยู่ ขึ้นป้องหน้าตัวเองเพื่อกันละอองฝนที่เข้ามาปะทะใบหน้า แต่มันก็ช่วยอะไรได้ไม่มาก ดังนั้นผมจึงเร่งฝีเท้าเดินให้เร็วกว่าเดิม
“ฮัด!! ชิ่ว!”
ผมจามออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อละอองฝนโดนใบหน้ามากขึ้น ส่วนตัวผมออกจะเป็นภูมิแพ้เล็กน้อย ฉะนั้นเวลาอากาศเย็นแบบนี้ การจามจึงเป็นเรื่องปกติสำหรับผม
ครืน!!!!
เสียงฟ้าร้องดังครวญครางราวกับว่าเจ้าป่ากำลังประกาศอำนาจของตน ผมเหลือบตามองท้องฟ้า เห็นฟ้าแลบแปลบปลาบดูน่ากลัว จึงผลุบตาลงทันทีและรีบเดินเร็วขึ้นจนเปลี่ยนเป็นวิ่ง
ผมเลี้ยวเข้าซอยๆหนึ่งที่อยู่ทางซ้ายมือของตัวเอง อีกไม่กี่เมตรก็จะถึงบ้านของผม บ้านที่แสนอบอุ่นที่มีพ่อคอยทำอาหารให้ เนื่องจากแม่ของผมจากไปตั้งแต่ผมยังได้ไม่ถึงขวบ ดังนั้นทุกสิ่งทุกอย่างภายในบ้าน พ่อจึงเป็นคนจัดการทั้งสิ้น อีกอย่างพ่อของผมมีอาชีพเป็นช่างหล่อโลหะ ซึ่งพ่อมักจะรับงานจำพวกฝีมืออยู่เสมอ อย่างเช่นหล่อรูปปั้น หรือทำเครื่องเรือนที่มีวัสดุจากเหล็ก
ฉะนั้นแล้วบ้านสองชั้นในแบบทาวน์เฮ้าส์ของผมที่แม่ทิ้งไว้ให้ก่อนตาย เกือบครึ่งของตัวบ้านถูกดัดแปลงให้เป็นโรงหล่อเหล็กเพื่องานของพ่อโดยเฉพาะ และผมก็ชอบมองพ่อทุกครั้งเวลาที่พ่อทำงานศิลปะจากโลหะให้ดู มันทั้งงดงาม และน่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน
“เฮ้อ!!!”
ผมผ่อนลมออกจากปากช้าๆเพื่อคลายความเหนื่อย ก่อนจะหายใจเข้าลึกๆและหายใจออกมาแรงๆหนึ่งครั้งในที่สุดผมก็ถึงบ้านซะที ทันเวลาก่อนที่ห่าฝนจะลงมากระหน่ำจนเปียก และผมก็คิดว่าพ่อต้องอยู่ที่ห้องครัวแน่นอน แต่ความคิดนั่นมันก็ผิดถนัดทันที เมื่อผมมองเห็นแสงไฟจากโรงหล่อเหล็กที่อยู่ข้างๆบ้าน ส่องสว่างวับแวมอันเป็นเครื่องหมายว่า พ่อกำลังหล่อเหล็กอยู่
ไม่รอช้าผมรีบตรงดิ่งไปที่แห่งนั้นก่อนทันที แต่ทว่า...
“พ่อ!!!!!!” เสียงของผมตะโกนก้องเจือด้วยความสั่นเครือ เมื่อมองเห็นร่างของคนที่รักกำลังทอดกายนิ่งสนิทอยู่ใกล้กับแท่นตีเหล็ก ในหน้าที่เบิกกว้างค้างของพ่อนั้น กำลังทำให้มือของผมสั่นสะท้าน จนหนังสือและกระเป๋านักเรียนที่ถืออยู่ร่วงลงกับพื้น กว่าจะรู้ตัวผมก็วิ่งเข้าหาร่างของพ่อโดยไม่รู้สึกตัว
ความรู้สึกเสียใจ หมดหวัง และสูญสิ้น กำลังกัดกินจิตใจของผมช้าๆ ในขณะที่น้ำตาหยดใสๆก็พร่างพรูลงมาราวกับหยาดฝน มือที่สั่นสะท้านของตัวเองนั้นกำลังช้อนร่างของคนอันเป็นที่รักอย่างไร้เรี่ยวแรง
“พ่อ” สรรพนามคำนี้ กำลังถูกพร่ำเพ้อออกมาอย่าไม่ขาดสาย ราวกับมันจะเป็นมนต์วิเศษที่อาจจะทำให้พ่อฟื้นขึ้นมา แต่ความจริงก็ยังเป็นความจริง
พ่อของผมสิ้นลมหายใจแล้ว...
“ไม่นะ...พ่ออย่าตายนะ” เสียงสะอื้นไห้ปนน้ำตากำลังดังแข่งกับสายฝนที่กระหน่ำลงมาอย่างหนัก ราวกับมันกำลังร้องไห้เพื่อผม
แกร๊ก!!
อะไรบางอย่างร่วมหล่นจากมือของพ่อผม มันเป็นโลหะอักษรตัว D ที่ยังทำไม่เสร็จ และทันทีที่ผมหยิบมันขึ้นมาก็ต้องร้องไห้หนักกว่าเดิมเมื่อมันคือสิ่งที่ผมเคยขอร้องให้พ่อทำให้
‘พ่อครับ ผมอยากได้จี้โลหะฝีมือพ่อสักอันน่ะครับ’
‘จะเอาไปทำอะไร’
‘ก็เอาไปอวดเพื่อนไงว่าพ่อทำให้’
‘ไร้สาระนา...’
“ไม่เอาแล้วพ่อครับ ผมไม่เอามันก็ได้จี้น่ะ ได้โปรดอย่าตายนะพ่อ” ผมเริ่มพร่ำเพ้อหนัก น้ำตายังคงร่วงหล่นอย่างไม่หยุดยั้ง หากกระนั้นพ่อของผมก็ยังแน่นิ่งอยู่เช่นเดิม...
“พ่อ...นอนก่อนนะ เดี๋ยวผมจะเรียกรถพยาบาลมารับพ่อนะ” นั่นเป็นคำสุดท้ายที่ผมครวญออกมา ก่อนจะใช้มือปิดเปลือกตาของพ่อที่เบิกกว้างอย่างแผ่วเบา ก่อนจะพยายามเช็ดน้ำตาที่ดูเหมือนยิ่งเช็ดมากเท่าไหร่ มันก็ไหลออกมาเท่าทวีคูณ
ความจริงก็คือความจริงอยู่วันยังค่ำ…
มนุษย์ไม่สามารถฟื้นคืนจากความตายอันเป็นนิรันดร์ได้...
แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่อยากยอมรับ พ่อของผมยังไม่ตาย พ่อก็แค่หลับไปเท่านั้น ได้โปรดเถอะ ให้ผมได้เจอพ่ออีกสักครั้ง ไม่ว่าต้องแลกกับอะไร ขอให้ผมได้พบพ่ออีกสักครั้ง อีกแค่สักครั้ง...
ขอร้องล่ะ...
วูบ!
ราวกับสวรรค์จะยอมรับในคำอธิฐานของผม จี้รูปตัว D ที่ผมกำไว้อยู่แน่นนั้น จู่ๆมันก็ร้อนวาบขึ้นมาเฉยๆ ก่อนผมจะพบว่าทุกสิ่งทุกอย่างรอบกายกำลังเป็นสีขาวโพลนไปในพริบตา…
เกิดอะไรขึ้น…
นั่นเป็นคำถามแรกที่ผุดขึ้นมาในใจ หากวินาทีต่อมาผมก็พบว่ารอบกายกลายเป็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ และห่างจากผมไปไม่มาก โรงหลอมเหล็กหลังเล็กที่ดูคุ้นตา ก็กำลังส่งเสียงหึ่งๆของเครื่องหลอม อันเป็นสัญญาณบอกว่ากำลังมีใครทำอะไรบางอย่างอยู่ที่นั่น
ผมค่อยๆยืนขึ้นอย่างงงๆ ก่อนจะสาวเท้าก้าวเดินไปยังโรงหลอมเหล็กนั้นอย่างไม่รู้ตัว และก็ได้พ่อของตัวเองกำลังยืนตีเหล็กอยู่อย่างแข็งขัน และทันทีที่พ่อหันมาเขาก็ฉีกรอยยิ้มกว้างต้อนรับผมอย่างอบอุ่น
“กลับมาแล้วเหรอ เดรก” พ่อเรียกชื่อของผม นี่ผมต้องฝันไปแน่ๆ เมื่อครู่พ่อยังนอนนิ่งอยู่เลย แล้วทำไมตอนนี้...
“พ่อยังไม่ตาย...” ผมเอียงหน้าถาม คราบน้ำตาและเสียงสะอื้นไห้ยังคงอยู่ แต่มันก็กำลังถูกลบหายด้วยรอยยิ้มของชายวัยกลางคนตรงหน้า
“ใช่พ่อยังไม่ตาย...พ่อจะอยู่กับลูก และเป็นพลังให้ลูกตลอดไป” ราวกับเป็นคำสั่งเสีย เพราะพริบตาที่พ่อของผมกล่าวจบ โรงหลอมเหล็กก็เหมือนจะเลื่อนห่างจากตัวผมไปเรื่อยๆ
ผมพยายามวิ่งตาม แต่ยิ่งวิ่งมันก็ยิ่งห่างออกไป…
“พ่อครับรอด้วย” ผมตะโกนร้องเรียก แต่โรงหลอมเหล็กก็ไกลออกไปกระทั่งมันลับหายไปในที่สุด ก่อนผมจะพบว่ารอบกายของตัวเองกลับมาเป็นสีขาวอีกครั้ง และหวนคืนสู่ความจริงอีกครา…
ครืน!!! เปรี้ยง!
เสียงฟ้าร้องดังลั่น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงฟ้าผ่า ปลุกให้ผมตื่นจากภวังค์และออกมารับรู้ความจริงอีกครั้ง ความจริงที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง
“ไม่นะ” ผมพร่ำเพ้ออีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆก้มหน้าลงช้าๆ พยายามจะคิดว่าพ่อของตัวเองกำลังนอนยิ้มให้อยู่ แต่ภาพที่ผมเห็นก็ยังเป็นพ่อที่ยังนอนแน่นิ่ง ไร้ซึ่งเสียงหายใจ...
“ไม่จริง!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
ครืน!!!!
ผมตะโกนก้องสุดเสียง ในขณะที่โรงหลอมเหล็กก็สั่นสะเทือนและบิดตัวเองอย่างรุนแรง คล้ายกับว่ากำลังมีมือยักษ์บีบมันให้เสียรูป เศษเหล็กน้อยใหญ่หรือแม้แต่แท่นตีเหล็ก เริ่มลอยเคว้งคว้างปลิวว่อนรอบกายผม ราวกับว่า ณ สถานที่แห่งนี้ไร้ซึ่งแรงโน้มถ่วม
วินาทีนั้นผมรู้สึกเหมือนกับว่าโลกกำลังจะแตกสลาย สายตาของผมพร่ามัวไปหมด ร่างกายเริ่มโงนเงนคล้ายกับคนไม่มีแรง และในช่วงเวลาที่ผมกำลังจะหมดสตินั้น สายตาของผมก็เหลือบไปเห็นชายหนุ่มคนหนึ่ง กำลังโผล่พรวดเข้ามาในโรงหลอมเหล็กด้วยสีหน้าที่แตกตื่น หากแต่สติของผมมันก็ลางเลือนเต็มที จนไม่สามารถจะบอกได้ว่ารูปร่างของคนๆนั้นเป็นเช่นไร
ผมรู้แต่เพียงว่าเขากำลังวิ่งมาที่ผม ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับหลังคาที่ทำจากโลหะของโรงหลอมเหล็ก ก็พังครืนลงมา ณ จุดที่ผมนั่งอยู่อย่างรุนแรง
โครม!!!!!!!
“X’mas gift”
นั่นเป็นเสียงสุดท้ายที่ผมได้ยิน ก่อนสติของผมจะดับวูบลง....
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
อ่านจนถึงบรรทัดนี้ พูดได้ประโยคเดียวว่า... "เอาตอนต่อไปมาเดี๋ยวนี้น้าาาาาาาา!!!!!!!!!!"
ติดตามผลงานของ The Aler ได้ ใน "The Online War [ฝ่ายวิกฤตออนไลน์ทะลุโลก]
http://writer.dek-d.com/Writer/story/view.php?id=724318
Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone และ Android Phoneเตรียมพบกับ Dek-D Writer App เวอร์ชั่น iPad / Android Tablet เร็วๆนี้ ฟรี!
|
อร๊าก อ่านตอนต่อไปโลด..........