สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

SSS สงครามวัตถุวิญญาณ

ตอนที่ 27 : บทที่ 24 ความลับแห่งมวลมนุษยชาติ (รีไรท์)


     อัพเดท 19 พ.ค. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: แฟนตาซี, สนุก, เดินทาง, พลังพิเศษ
ผู้แต่ง : MiYU ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ MiYU Email : myu_immi(แอท)hotmail.com
My.iD: http://my.dek-d.com/myu_immi
< Review/Vote > Rating : 92% [ 50 mem(s) ]
This month views : 678 Overall : 67,180
3,272 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 1030 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
SSS สงครามวัตถุวิญญาณ ตอนที่ 27 : บทที่ 24 ความลับแห่งมวลมนุษยชาติ (รีไรท์) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1737 , โพส : 41 , Rating : 19 / 4 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด



          ผู้คนบาดเจ็บล้มตาย  คราบเลือดเจิ่งนองย้อมเมืองแดงฉาน  ควันไฟพวยพุ่งบดบังท้องฟ้าจนมืดมิด  เสียงหวีดร้องระคนเสียงระเบิดและเสียงพังทลายของตึกรามบ้านช่องไม่ต่างจากมหันตภัยที่ฉายในภาพยนตร์

          ห้องประชุมของกระทรวงกลาโหมตกอยู่ในความโกลาหลเมื่อภาพการทำลายล้างของเหล่าศัตรูผู้มีพลังพิเศษถูกถ่ายทอดจากกล้องวงจรปิดผ่านจอภาพขนาดใหญ่  ผู้บัญชาการเหล่าทัพระดมคำสั่งไปยังกองทัพ  แผนการทุกอย่างที่เตรียมไว้รองรับเงารัตติกาลถูกแก้ไขทั้งหมด  ไม่มีใครสักคนแม้กระทั่งประธานาธิบดีเองจะคาดคิดว่าสิ่งที่พวกเขากลัวจะเกิดขึ้นรวดเร็วถึงเพียงนี้

           เอ็ดเวิร์ดเปลี่ยนแปลงคำสั่งระดมเหล่าทหารจำนวนกว่าสิบกองร้อยที่กำลังเคลื่อนพลไปประจำการณ์ยังจุดผ่านแดน  ให้เปลี่ยนเป้าหมายมุ่งหน้ายังอนุสาวรีย์วอชิงตัน  เหล่าทหารที่ผ่านการรบในสงครามอย่างโชกโชนพร้อมอาวุธครบมือทำให้ผู้บัญชาการอุ่นใจขึ้นมาได้บ้าง

           ฝูงบินรบ F-22 Raptor  ได้รับคำสั่งจากผู้บัญชาการกองทัพอากาศให้ออกบินไปยังจุดเกิดเหตุทันที  ความเร็วกว่า 1.82 มัคพร้อมฉายา  ‘เครื่องบินล่องหน’  ทำให้มันได้รับความไว้วางใจในการรักษาความปลอดภัยประเทศ 

           ต่อให้กองโจรผู้มีพลังพิเศษจะร้ายกาจเพียงใด  แต่สรรพอาวุธทั้งสี่ที่ติดอยู่กับตัวเครื่อง  ไม่ว่าจะเป็นขีปนาวุธ AIM-120 AMRAM  ระเบิดระบบนำวิถีเจแดม  ระเบิด SBD  หรือกระทั่งปืนวัลแคน M61A2 ล้วนแล้วแต่เป็นกุญแจสู่ชัยชนะในการรบของสหรัฐอเมริกามาแล้วมากมายในหลายสงคราม

           วิลเลียมกำหมัดแน่น  ภาพทำเนียบขาวที่เป็นทั้งบ้านและที่ทำงานถูกทำลายจนย่อยยับยังคงค้างติดในสองตา  แม้จอภาพจะตัดไปฉายความเสียหายส่วนอื่นแล้วก็ตาม  ความหวังของผู้นำทุกประเทศที่ไว้วางใจฝาก ‘ของสิ่งนั้น’ ให้เขาเก็บรักษากำลังถูกโยกคลอน  ตลอดชีวิตแม้เขาจะเรียนรู้ เข้าใจเกี่ยวกับความเป็นชาติ  ความเป็นประชาชน  ที่นำไปสู่เป้าหมายในการก่อการร้ายของผู้ก่อการร้ายกลุ่มต่าง ๆ ทั่วโลก   แต่มีเพียงครั้งนี้ที่ประธานาธิบดีได้ตระหนักถึงความหวาดกลัวและสิ้นหวังอย่างแท้จริง

           สิ่งที่ทำได้ตอนนี้มีเพียง...  สวดภาวนาต่อพระผู้เป็นเจ้าเท่านั้น

 

           กองทัพสหรัฐมีความเข้มแข็งเป็นอันดับหนึ่งของโลก  เพราะนโยบายเปิดกว้างให้โอกาสคนทุกสัญชาติ  เชื้อชาติ  และสีผิวได้สมัครและคัดเลือกเข้าเป็นทหารในกองทัพ  ทำให้ไม่ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่คนผิวขาวที่มีดีแต่ความใหญ่โตของรูปร่าง  แต่ยังเต็มไปด้วยคนผิวดำที่มีร่างกายยืดหยุ่นแข็งแกร่ง  และคนผิวเหลืองจากเอเชียที่มีความคล่องแคล่วว่องไว

           คำสั่งจากประธานาธิบดีให้ตรึงกำลังรอบอนุสาวรีย์วอชิงตัน  ทำให้พื้นที่โดยรอบรัศมีกว่าสิบกิโลเมตรเต็มไปด้วยกำลังทหารที่แฝงตัวในคราบประชาชน  ยิ่งเข้าใกล้อนุสาวรีย์เท่าไหร่  กองกำลังก็ยิ่งหนาแน่นและเพิ่มความร้ายกาจด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์ขึ้นตามลำดับ  และที่บริเวณใจกลางเป้าหมายของเงารัตติกาล  รถถัง M1A1 และ M1A2 ตรึงกำลังอยู่รอบทางเข้าทุกทิศทาง  รถหุ้มเกราะที่เคลื่อนที่ได้คล่องแคล่วจอดเรียงรายเตรียมพร้อมกับการมาเยือนของเหล่าศัตรูลึกลับ 

           และเพียงวิทยุถ่ายทอดคำสั่งจากผู้บัญชาการกองทัพ  หัวหน้ากองร้อยที่ควบคุมกองกำลังแต่ละชุดก็ต้องตื่นตระหนก  เพราะเหล่าผู้บุกรุกที่ทุกคนคาดว่าจะต้องผ่านด่านทั้งทางบก ทางน้ำและอากาศที่เฝ้าระวังอยู่รอบจุดผ่านแดนนั้น  กลับปรากฏตัวขึ้นในเมืองและกำลังมุ่งหน้ามายังอนุสาวรีย์แล้ว

           เหล่าทหารนับร้อยถืออาวุธครบมือบ้างปีนป่ายขึ้นรถขนาดใหญ่  บ้างตั้งแถวเคลื่อนกำลังด้วยเท้า  รถหุ้มเกราะติดเครื่องแยกย้ายออกเลี้ยงไปตามถนนทุกเส้นทาง  ภาพการกระจายกองกำลังทุกทิศทางดูราวกับฝูงผึ้งแตกฮือจากรัง

           ไม่เพียงแค่จากด้านใน

           แต่กองกำลังทุกเหล่าทัพที่ประจำการณ์อยู่ ณ จุดผ่านแดนก็ได้รับคำสั่งให้เคลื่อนพลโอบล้อมจากด้านนอกด้วยเช่นกัน

           เครื่องบินรบหลายฝูงบินตั้งเครื่องรุ่นเก่าอย่าง F-16 จนถึงเครื่องรุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงอย่าง F-22 และ F-35  พุ่งทะยานจากลานจอดมุ่งหน้าสู่เป้าหมาย 

           กองเรือพิฆาตทุกคลาสที่แล่นห่างจากฝั่งหลายร้อยไมล์  เคลื่อนลำเรือขนาดใหญ่น้ำหนักหลายพันตันเข้าสู่ฝั่งในระยะยิงขีปนาวุธ  เครื่องบินรบจากเรือจอดเครื่องบินเหินสู่ฟากฟ้าเข้าสู่แนวรบฝูงบินของกองทัพอากาศ

           กองกำลังรบเต็มอัตราศึกเพียงพอที่จะถล่มประเทศหนึ่งให้ย่อยยับได้ในพริบตา  กำลังเคลื่อนโอบล้อมศัตรูจากทุกทิศทาง  เหล่าทหารหาญฮึกเหิมแรงกล้าเพราะคู่ต่อสู้คราวนี้เป็นเพียงมนุษย์ไร้อาวุธ  ความรู้สึกของทุกคนเหมือนกำลังบดขยี้เหล่าแมลงตัวเล็กที่ไม่อาจบินหนีได้  แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่าสงครามครั้งนี้กำลังจะจบลงในชั่วอึดใจ  ด้วยผลลัพธ์ตรงกันข้ามกับที่พวกเขาคาดคิด

 

           เสียงรายงานข่าวจากวิทยุติดรถยนต์สร้างความร้อนใจแก่คาซีจนเขาแทบคลั่ง  แม้ใบหน้าจะเย็นชานิ่งเฉย  แต่ผมรับรู้ได้ถึงความรู้สึกกระวนกระวายในจิตใจของเขาได้ 

           ตั้งแต่ออกเดินทางร่วมกับคาซี  เราผ่านเหตุการณ์เลวร้ายต่าง ๆ มากมาย  ทั้งเครื่องบินตก  เรือล่ม  โคลอสเซียมถล่ม  แต่เหตุการณ์ที่ถูกถ่ายทอดผ่านผู้ประกาศข่าวที่เราทุกคนฟังอยู่ขณะนี้ทำให้ทุกเรื่องที่ผ่านมากลายเป็นเรื่องเล็กไปเลย

           ไม่เพียงแต่คาซี  ทั้งเน็กเธอร์  ซูอัล และเซราห์  ทุกคนต่างอยู่ในอาการวิตกกังวล  การต่อสู้ที่ผ่านมาแม้อันตรายเพียงใด  แต่ก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ที่แท้จริงซึ่งยิ่งใหญ่และอันตรายกว่าเป็นเท่าทวี  สีหน้านิ่งเฉยไม่อาจปกปิดความหวั่นวิตกที่ฉายผ่านดวงตาทุกคู่ได้

           ซูอัลเหยียบคันเร่งมิด  รถสปอร์ตคันหรูที่เช่าจากแวนคูเวอร์แล่นสวนทางกับรถจำนวนมากที่มุ่งหน้าออกจากวอชิงตัน ดี ซี   ผู้คนที่ได้ยินข่าวการก่อวินาศกรรมต่างเก็บข้าวของทิ้งบ้านช่องหนีตายกันจ้าละหวั่นจนทำให้จราจรขาออกติดขนัด  เสียงแตรจากรถจำนวนมหาศาลบีบดังระงมก้องท้องถนน 

           มหานครที่ได้ชื่อว่ายิ่งใหญ่และเป็นมหาอำนาจของโลกกำลังถูกโจมตี  พวกเราไม่รู้จุดประสงค์ของเงารัตติกาลว่าพวกมันบุกไปที่วอชิงตันทำไม  กระทั่งลอร่าที่นั่งเบียดมาในรถด้วยก็ยังส่ายหน้าเมื่อถูกถาม 

           คงไม่มีทางรู้คำตอบได้จนกว่าจะถึงปลายทาง...

 

           ด้วยความเร็วมหาศาล  ฝูงบินสิบลำที่ออกทะยานจากลานจอดพุ่งตัดน่านฟ้าวอชิงตันเข้าใกล้เป้าหมายในเวลาไม่กี่นาที 

           “พบเป้าหมายแล้ว  ขอคำสั่งโจมตีด้วย!!”

           นักบินกรอกถ้อยคำผ่านไมโครโฟนที่ติดบนหมวก  ภาพในจอที่ขยายกำลังเป็นภาพกลุ่มคนที่เดินมุ่งหน้าตรงไปยังทิศที่ตั้งอนุสาวรีย์  พวกมันเดินอย่างสบายใจท่ามกลางเสียงหวีดร้อง คราบเลือด ซากศพ และความเสียหายของตึกรามบ้านช่องที่เดินผ่าน  แม้ควันดำจะพวยพุ่งหนาปกคลุมท้องฟ้า  แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคของเครื่องบินรบรุ่นล่าสุด

           “โจมตีได้!!!”

           เสียงจากนักบินจ่าฝูงดังก้อง  นักบินทุกลำทำการล็อคเป้าหมายก่อนจ่อนิ้วที่สวิตซ์ยิงขีปนาวุธ  ภาพโฮโลแกรมสีเขียวอ่อนที่ฉายผ่านหน้าปัดแสดงภาพกลุ่มศัตรู  แท่นยึดขีปนาวุธเตรียมปลดปล่อยอาวุธอานุภาพร้ายแรง  เพียงแค่ลูกเดียวก็สามารถบดขยี้ศัตรูเบื้องหน้าได้ราบคาบ

           สายตามองผ่านกระจกครอบหมวกนักบิน  แผ่นหลังของชายฉกรรจ์หลายสิบคนเดินอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว  ดูเหมือนพวกมันจะยังไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกเล็งสังหารอยู่

           แต่นักบินคิดผิด..  เมื่อชายที่อยู่ด้านหน้าสุดหันขวับมองกลับมาด้วยแววตาเหี้ยมเกรียม!!

           “Magnetic Field!!!”

           ลูซัมกางฝ่ามือสองข้างออก  อาณาเขตแม่เหล็กแผ่กางปกคลุมเหล่านักฆ่าในอาณัติ  ขีปนาวุธถูกยิงจากเครื่องบินรบทุกลำ  ไอพ่นขับดันอาวุธสังหารพุ่งเข้าหาเป้าหมายด้วยความรวดเร็ว 

           แต่เมื่อ AIM-120 AMRAM สิบลูกพุ่งเข้าสู่อาณาเขตพลังพิเศษของรองหัวหน้าเงารัตติกาล  ระบบนำวิถีกลับไม่ทำงาน  มันหมุนคว้างกลางอากาศก่อนหันหัวเปลี่ยนทิศทาง

           “แห่กันมาเยอะ ๆ  จะได้กวาดพวกแกให้เรียบเลย  ฮ่า ๆ ๆ”

           ลูซัมหัวเราะร่า  ขีปนาวุธทุกลูกพุ่งย้อนกลับไปยังต้นทางที่มันถูกปลดปล่อยออกมา 

           ‘ตูมมม!!!’

           เครื่องบินรบถูกอาวุธทำลายล้างของตนโจมตีจนเครื่องระเบิดกลางอากาศราวดอกไม้ไฟ  ลูซัมหัวเราะอย่างสะใจก่อนตั้งท่าเตรียมรับฝูงบินชุดที่สองที่ตามมา

           “แยกย้ายกันซะ!!!”

           ประกาศิตจากผู้เป็นหัวหน้าดังลั่น  เหล่านักฆ่าเงารัตติกาลที่อยู่ในปกครองของลูซัมพากันทะยานร่างกระจายตัวเตรียมกับการมาถึงของฝูงบินรบชุดใหม่

           และทันทีที่เครื่องบินรบทุกลำเข้าสู่ระยะโจมตี  นักฆ่าทุกคนก็ล้วง SSS ของตัวเองออกมา

           “ฆ่ามันให้หมด!!”

           ลูซัมตะโกนส่งสัญญาณ  อาณาเขตแม่เหล็กแผ่ขยายกว้างขึ้นอีกเป็นเท่าตัว  นักฆ่าผมแดงกระโดดเหยียบเพื่อนที่พองท้องจนบวมเป่งราวกับลูกบอลก่อนเด้งตัวพุ่งทะยานร่างตัวเองขึ้นสู่ฟ้า  ดาบเล่มยาวถูกชักจากฝักด้วยความเร็วเกินกว่าตาจะมองเห็น  และเมื่อรู้ตัว  เครื่องบินรบลำหน้าสุดก็ถูกตัดตามแนวนอนขาดเป็นสองส่วน

           “อ๊ากกกก!!!”

           เสียงร้องครวญครางดังได้เพียงไม่กี่วินาที  ก็ถูกกลบทับด้วยเสียงระเบิดดังสนั่น  เครื่องบินรบที่บินตามมาต้องตีวงออกซ้ายขวาเพื่อหลบแรงระเบิดและเศษชิ้นส่วนที่ปลิวลอยมาจากด้านหน้า  ขบวนรบที่ถูกจัดมาอย่างดีตามแผนการถูกทำลายแตกรวนด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว

           ปืนกลคู่หน้าระดมยิงกราดลงมาที่พื้น    นักฆ่าหญิงที่ยืนอยู่กลางถนนไม่มีทีท่าหวาดกลัว  เพราะเธอรู้ว่าเพื่อนร่างยักษ์ที่กำลังใช้พลังพิเศษเปลี่ยนร่างตัวเองเป็นเหล็กกล้าต้องวิ่งมาป้องกันเธอได้ทันเวลา

           ร่างยักษ์รับแรงกระแทกจากกระสุนขนาด 30 มิลลิเมตรโดยไร้บาดแผล  หญิงสาวยืดผมตัวเองให้ยาวราวกับแหก่อนสะบัดเหวี่ยงพันรอบปีกเครื่องบิน  และบีบรัดแน่นราวกับงูรัดเหยื่อ  ตัวเครื่องเหล็กกล้าบิดบู้บี้ก่อนระเบิดพังตามไปอีกลำ

           และเพียงลูซัมสะบัดมือ  เครื่องบินที่อยู่ในระยะขอบเขตสนามแม่เหล็กทุกลำก็หยุดนิ่งอยู่กลางอากาศราวกับถูกตรึงไว้ด้วยมือที่มองไม่เห็น 

           “อะ..  ไรกัน!!”

           นักบินตะโกนลั่นอย่างเสียขวัญ  แม้จะผ่านสมรภูมิมาแล้วนับสิบครั้ง  แต่เหตุการณ์เหนือสามัญสำนึกที่เกิดขึ้นครั้งนี้ทำให้พวกเขาหวาดกลัวถึงที่สุด

           และเขาคงหวาดกลัวได้อีกเพียงไม่นาน  เมื่อเครื่องบินทุกลำบีบม้วนตัวเองราวกับกระดาษถูกขยำ  ร่างนักบินถูกบดขยี้อัดเละบี้แบนเป็นเนื้อเดียวกับก้อนเหล็กยักษ์ก่อนจะตกลงสู่พื้นและระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

           ฝูงบินรบทุกลำถูกทำลายราบคาบในชั่วพริบตาท่ามกลางเสียงหัวเราะดังสนั่นของลูซัม ซีมอน

         

 

           รถหุ้มเกราะติดอาวุธครบมือนับสิบคันแล่นทะยานผ่านถนนโล่งสนิท  ปืน M4A1 กระบอกยาวถูกประทับแน่นในท่อนแขนของทหารเจ็ดนายบนรถส่วนคนสุดท้ายรับหน้าที่พลยิงยืนประจำการณ์อยู่บนแท่นปืนกลหนักที่ยื่นยาวออกมา  ด้วยความคล่องตัวกว่ารถถังและความแข็งแกร่งจากตัวรถเหล็กกล้า  ทำให้กองทัพเชื่อมั่นในแสนยานุภาพของอาวุธติดล้อเหล่านี้

           เป้าหมายของกองกำลังเคลื่อนที่เร็วเหล่านี้คือสวนเบนจามิน  แบนเนเกอร์  ที่ถูกทำลายราบเป็นหน้ากลอง  ทหารทุกคนรับรู้ข้อมูลอันน่าตื่นตะลึงของศัตรูจากรายงานแล้ว  ทุกคนจึงไม่ประมาท

           และไม่ต้องรอให้เข้าสู่ระยะโจมตี  เพียงเห็นขบวนพาเหรดพิลึกพิลั่น  เครื่องยิงลูกระเบิดก็ส่งระเบิดขนาด 40 มิลลิเมตรลอยหวือไปตกบนถนนดักหน้าขบวนพาเหรดของเงารัตติกาล

           ‘ตูมมม!!!’

           เสียงระเบิดดังก้องทั่วลานกว้าง  ฝุ่นควันฟุ้งกระจายทำให้ทัศนวิสัยการมองเห็นไม่ชัดเจน  แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคของเหล่าทหารที่กรูลงจากรถพร้อมเล็งปืนมั่น  ภาพเงาร่างสีแดงเหลืองเขียวไหลเวียนสลับกันไปมาเป็นรูปร่างมนุษย์ฉายผ่านกล้องส่องความร้อนที่ติดกับหมวกเหล็กสีเทา  ตาจ่อที่เล็งเป้าปืนพลางเคลื่อนกายไปด้านหน้าอย่างชำนาญ  แม้พื้นถนนจะเต็มไปด้วยเศษดินเศษหินจากการระเบิดก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนพล  เพราะสภาพภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยดินหิน  ภูเขา  หรือกระทั่งทะเลทราย  เหล่าทหารกล้าพวกนี้ก็เคยผ่านมาหมดแล้ว

           และเมื่อสายตาเล็งเป้าหมายได้ในระยะที่อาวุธมีประสิทธิภาพสูงสุด  นิ้วก็กดแช่ที่ไกปืน  กระสุนนับสิบพรั่งพรูจากปากกระบอกปืนกราดยิงเข้าสู่ร่างหลังม่านควัน  เสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวจุดประทัดระงมต่อเนื่องนานหลายนาที  จนเมื่อภาพถ่ายความร้อนเห็นร่างเหยื่อกระจัดกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย  หัวหน้าชุดก็โบกมือเป็นสัญญาณให้ทหารทุกนายโอบล้อมเข้าใกล้อย่างระมัดระวัง

           แต่เพียงไม่กี่ก้าว  เมื่อม่านควันจางลง  สิ่งที่ทุกคนเห็นก็ทำให้สองขาหยุดกึก!!

           เศษชิ้นส่วนที่ควรเป็นอวัยวะของมนุษย์  กลับเป็นเศษเทียนสีขาวขุ่น  ความร้อนจากเปลวเทียนด้านบนแผ่ลงมาถึงไส้เทียนจนเทียนที่ถูกหล่อหลอมทำรูปร่างเลียนแบบมนุษย์มีอุณหภูมิไม่ต่างกัน

           “ถอยกลับเร็ว!!”

           หัวหน้ากองตะโกนลั่นด้วยความตกใจ  ขาสืบถอยหลังก่อนพลิกตัวเตรียมวิ่งกลับไปยังรถหุ้มเกราะ

           “อ๊ะ!!”

           ขาที่ควรจะก้าวไปด้านหน้ากลับวิ่งสะเปะสะปะเหมือนคนไร้เรี่ยวแรง  หัวสมองมองเห็นภาพด้านหน้าหมุนติ้วราวกับอยู่บนรถไฟเหาะตีลังกา  ร่างในชุดพรางล้มกลิ้งไม่เป็นท่าอย่างควบคุมตัวเองไม่อยู่  ทหารทุกนายไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองกันแน่

           และบานประตูก็ปรากฏขึ้นมาในอากาศ..

           ประตูขนาดใหญ่ทรงโค้งเหมือนประตูทางเข้าสวนสนุกเปิดอ้าพร้อมเหล่านักฆ่าแห่งขบวนพาเหรดภายใต้การควบคุมของโพเซ่กระโดลงจากบานประตูอย่างร่าเริง  ตัวตลกบนจักรยานล้อเดียวถีบล้อเล็กหมุนวนรอบทหารแต่ละคนอย่างขบขัน  สีหน้ายิ้มแป้นกับปากแดงแจ๋ไม่บ่งบอกอารมณ์ที่แท้จริงของนักฆ่า  มีเพียงแววตาสะใจเท่านั้นที่มองเหล่าศัตรูด้วยความพึงพอใจในผลงานของตัวเอง

           “ถึงกับ ‘ทรงตัวไม่อยู่’กันเลยเหรอครับ  คุณทหารทั้งหลาย”

           พลังพิเศษที่ทำให้การควบคุมร่างกายลดประสิทธิภาพลงไม่ต่างจากการทรงตัวอยู่บนจักรยานล้อเดียว  เป็นสาเหตุให้ทหารทุกคนไม่อาจประคองร่างตัวเองให้ยืนอยู่ได้

           “The warden threw a party in the county jail.”

          เสียงทำนองคุ้นหูพร้อมเสียงกีตาร์ดังขึ้นท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย

           “The prison band was there and they began to wail.”

          ร่างในชุดขาวผมหวีเรียบติดหนังศีรษะสะพายกีตาร์เดินอย่างเป็นจังหวะออกมา  สะโพกยักย้ายตามท่อนของเนื้อเพลงอมตะสุดฮิต ‘Jailhouse’ของราชาเพลงร็อคแอนด์โรล ‘เอลวิส เพรสลีย์’

           ยิ่งเสียงเพลงดังเท่าไหร่  คลื่นอากาศด้านหน้านักดนตรีร่างใหญ่ก็สั่นสะเทือนมากเท่านั้น  แรงสั่นสะเทือนอัดกระแทกทหารที่นอนหมอบกระแตจนบี้แบนติดพื้นถนนคอนกรีต  นักฆ่าร้องเพลงไปปล่อยคลื่นเสียงจู่โจมทหารทีละคนอย่างไม่ปรานี

           เช่นเดียวกับนักฆ่าอีกคนที่ท่อนขาบิดเป็นเกลียวเหมือนสปริง  มันกระโดดเด้งไปมาพลางจับร่างทหารลอยขึ้นฟ้าและปล่อยให้ตกลงมาจากความสูงระดับตึกสิบชั้น  ร่างในชุดพรางหล่นกระแทกพื้นกระดูกแหลกทั้งตัวอย่างน่าอนาถ 

           รถหุ้มเกราะเห็นท่าไม่ดี  เตรียมแล่นถอยหลังกลับไปตั้งหลักที่อนุสาวรีย์  แต่เมื่อมันถอยชนเข้ากับชายในชุดแมสคอตตุ๊กตาหมี  รถคันใหญ่ก็ไม่อาจแล่นต่อไปได้

           นักฆ่าจับรถเหล็กและเริ่ม ‘พับ’ เป็นรูปทรง  จากท่อนเหล็กหนามีล้อกลับแบนราบราวแผ่นกระดาษ  และถูกบรรจงพับ กรีด อย่างประณีตเป็นรูปร่างต่าง ๆ  ทั้งจรวด  นกกระเรียน  ดอกลิลลี่  สุดแท้แต่ที่มันจะจินตนาการได้  แน่นอนว่าทั้งพลขับและพลปืนย่อมถูกทำให้เป็นกระดาษและถูกพับติดกับเหล่า ‘โอริงามิ’ ทั้งหลายไปแล้วเช่นกัน

           ไม่มีน้ำตาสักหยาดหยด

           ไม่มีแม้ร่องรอยแห่งความสงสารหรือเศร้าเสียใจ

           มีเพียงความสนุก  รื่นเริง  หฤหรรษ์  และรอยยิ้มของรองหัวหน้าเงารัตติกาลตัวจิ๋ว  ที่มอบให้แด่ร่างไร้วิญญาณของเหล่าทหารหาญแห่งสหรัฐเท่านั้น

 

           อาทาโพเอลนั่งอยู่บนเกี้ยวหามขนาดใหญ่  ชายร่างยักษ์สี่คนแบกขาเกี้ยวสุดกำลัง  แม้เกี้ยวไม้จะหนาหนักเพียงใด  ก็ไม่มีเสียงปริบ่นออกมา  พวกมันเต็มใจทำงานรับใช้ผู้เป็นนายหญิงโดยไม่มีข้อแม้

           นักฆ่าในหน่วยย่อยของอาทาโพเอลนับว่ามีขุมกำลังมากที่สุด  ขบวนแห่ของเธอจึงเต็มไปด้วยนักฆ่าชายที่เดินตามเกี้ยวใหญ่เป็นแถวยาวพรืด  หญิงสาวใช้พลังพิเศษทำให้ทุกคนที่หมายตาตกเป็นทาสรับใช้ 

  เพราะไร้ซึ่งกำลังหรือความร้ายกาจอย่างรองหัวหน้าคนอื่น  การรวบรวมเหล่าลูกน้องในอาณัติให้มากเข้าจึงเป็นหนทางที่เธอจะยืนอยู่บนจุดที่สูงขนาดนี้ได้ 

           กองกำลังที่ระดมปกป้องสถานที่สำคัญอย่างทำเนียบขาวถูกทำลายย่อยยับ  เส้นทางของรองหัวหน้าเงารัตติกาลสาวจึงไร้ซึ่งเหล่าทหารจากกองทัพ  ขบวนเกี้ยวเคลื่อนแห่ช้า ๆ แต่กลับใกล้ถึงจุดหมายเร็วที่สุด

           ความย่อยยับของเครื่องบินรบจากกองทัพอากาศและทัพเรือ  บวกกับชีวิตของเหล่าทหารร่วมกองทัพที่ถูกฆ่าจนเกลี้ยงที่สวนเบนจามิน แบนเนเกอร์  ทำให้ทหารที่เหลือโดยรอบอนุสาวรีย์วอชิงตันอกสั่นขวัญแขวน ลำพังเพียงรถถังไม่กี่คันที่ตั้งตระหง่านเตรียมรับมือข้าศึกจะเพียงพอต่อการปกป้องสิ่งสำคัญด้านหลังพวกเขาหรือไม่ก็ยังไม่รู้  กำลังใจของทุกคนเหือดหายราวน้ำที่ถูกสูบ

           และคงไม่มีอะไรช่วยสร้างความมั่นใจได้ดีกว่าปืนกระบอกใหญ่ในมือ  เพียงเห็นเงาเลือนลางที่กำลังมุ่งหน้ามายังจุดที่พวกเขารักษาการณ์อยู่  ทุกคนก็รู้ได้ทันทีว่าบัดนี้ศัตรูเข้าประชิดเป้าหมายแล้ว

           พันตรีแฟรงค์ ไมเนอร์  นายทหารผู้มียศสูงสุดและรั้งตำแหน่งหัวหน้ากองพันผู้ควบคุมทหารทุกนายที่ร่วมปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ลดกล้องส่องทางไกลลง  เหงื่อกาฬไหลซึมจากขมับย้อยหยดลงมาถึงปลายคาง  ชีวิตทหารกว่าสี่สิบปีเขาได้ทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง  บัดนี้ภัยร้ายกำลังคุกคามชาติ  แฟรงค์โยนกล้องส่องทางไกลทิ้งพลางยกปืนกลกระบอกโตกระชับมั่นในท่อนแขน  สิ่งเดียวที่สามารถทำได้ในตอนนี้คือ...  ใช้กำลังทั้งหมดที่มีระดมโจมตีเหล่าศัตรูร้าย

           “พี่น้องทหารหาญทุกนาย!!”

           แฟรงค์ตะโกนก้อง

           “บัดนี้ถึงเวลาแล้ว  ที่พวกท่านต้องทำเพื่อประเทศชาติ  เพื่อพ่อแม่พี่น้องญาติสนิทที่ยืนอยู่เบื้องหลัง  เพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศ....  จงทำหน้าที่ให้สมภาคภูมิทหารแห่งกองทัพ!!”

           สิ้นเสียงปลุกใจ  ทหารทุกนายรอบอนุสาวรีย์ส่งเสียงเฮลั่นดังสนั่นหวั่นไหว  ความฮึกเหิมกลับมาอีกครั้งเมื่อผู้บังคับบัญชาสูงสุดออกหน้าแนวรบด้วยตนอง  หากพวกเขาไม่อาจหยุดยั้งเงารัตติกาลได้  ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเองที่ต้องจบชีวิตลงที่นี่  แต่ญาติพี่น้องรวมถึงประชาชนชาวอเมริกาทุกคนอาจพบกับวิกฤติความเลวร้ายครั้งใหญ่ก็ได้

           คิดได้ดังนั้นทุกคนก็วิ่งกรูเข้าใส่ขบวนเกี้ยวที่อยู่ห่างไปหลายร้อยเมตรอย่างไม่เกรงกลัวความตาย

           รถถัง M1A1 และ M1A2 ระดมยิงกระสุนขนาดใหญ่ใส่เป้าหมายโดยไม่สนใจความเสียหาย  วินาทีนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องหยุดยั้งเหล่าผู้มีพลังพิเศษให้ได้

           ‘ปังงงงง!!!’

           เสียงดังสะเทือนเลือนลั่นราวฟ้าถล่ม  กระสุนปืนเคลื่อนผ่านปากกระบอกยาวลอยผ่านอากาศด้วยความเร็วมหาศาล  วิถีโค้งพากระสุนสังหารเข้าหาเป้าหมายอย่างแม่นยำ  เพียงแค่ตกกระทบ  แรงระเบิดจะสามารถบดขยี้เหล่าศัตรูเป็นจุล

           “Freeze!!!”

           ‘ตุบ ๆ ๆ ๆ!!’

           ทุกสิ่งเงียบสงบ  มีเพียงเสียงลูกปืนใหญ่ที่ดังตกกระทบพื้นและกลิ้งหลุน ๆ ราวกับลูกบอลไปถูกหยุดด้วยหลังเท้าของซามัวร์ ซีราด  หนึ่งในสองคนที่เดินนำหน้าเกี้ยว  และเมื่อสังเกตให้ดีก็จะพบว่าที่กระสุนไม่ทำงานเพราะตอนนี้มันถูกทำให้กลายเป็นก้อนน้ำแข็งจากพลังความเย็นของชายหนุ่ม

           ด้านข้าง  ลิกเนอร์เตะเบา ๆ ให้กระสุนกลิ้งพ้นทาง  เขาเสยผมด้านหน้าที่ยาวลงมาปรกตาขึ้น  เสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำดูดซึมความร้อนได้ดีจนทำให้ร่างกายอบอุ่น  แววตาลุกโพลงเหลือกมองด้านหน้า  เป้าหมายของนักฆ่าหนุ่มคือรถถังทั้งสี่คัน

           “Thunder Bolt!!!”

           สายฟ้าพุ่งจากหมู่เมฆหนาด้านบน  แม้ไม่จำเป็นต้องใช้เวลารวบรวมพลังเพื่อสร้างเมฆดำเหมือนเมื่อครั้งถล่มทำเนียบขาว  แต่ลำพังเพียงเส้นสายฟ้าขนาดเล็กก็สามารถกระแทกทำลายรถเหล็กยักษ์ให้แตกกระจุยกระจายเป็นเศษชิ้นส่วนได้ไม่ยาก

           ทหารที่อยู่ภายในถูกไฟช็อตเสียชีวิตคาที่โดยไม่มีโอกาสได้ขยับตัวหนี  เหล่าทหารที่อยู่ในรถถังคันที่เหลือรีบเปิดประตูด้านบนปีนป่ายออกจากตัวรถจ้าละหวั่น  ลำพังความเร็วของตีนตะขาบคงไม่อาจหลบพ้นความเร็วและรุนแรงของสายฟ้าได้

           ผู้พันแฟรงค์หันกลับมองยุทโธปกรณ์ทรงอำนาจที่เหลืออยู่ถูกทำลายก็แทบไม่มีแรงก้าวเดิน  แต่เพราะสัตยาบันที่ให้ไว้ว่าจะปกป้องประเทศจนชีวิตหาไม่  ทำให้เขาสูดหายใจลึกก่อนกำปืนวิ่งตรงเข้าหาฝูงศัตรู 

           และด้วยยุทธวิธีทางการรบที่เรียนรู้มา  หากจัดการหัวหน้าศัตรูได้  เหล่าไพร่พลย่อมเสียขวัญกำลังใจจนแตกทัพ  ปืนทรงอานุภาพในมือเล็งที่ร่างบางเหนือเกี้ยว  ระยะห่างไม่ถึงห้าร้อยเมตรเป็นระยะถนัดของนายทหารผู้นำทัพ  สองขาหยุดยืนมั่น  แขนตั้งตรงบังคับปืนให้นิ่ง  และจังหวะที่สมาธิเปี่ยมประสิทธิภาพ  นิ้วก็กระชากโกร่งไกปืนทันที

           ‘ปังๆๆๆๆ’

           กระสุนพุ่งทะลุทะลวงเข้าใส่อาทาโพเอลตรงตำแหน่งศีรษะและหน้าอกไม่ผิดเพี้ยน  ลำพังเพียงร่างกายบอบบางของเธอคงไม่อาจหลบเลี่ยงห่ากระสุนได้ทัน 

           ซึ่งก็ดูเหมือนหญิงสาวไม่คิดจะหลบ...

           นักฆ่าด้านหลังที่มองเห็นการกระทำของแฟรงค์วิ่งแซงเกี้ยวขึ้นมาก่อนกระโดดใช้ร่างตัวเองเป็นดั่งโล่กำบัง  กระสุนพุ่งตัดขั้วหัวใจจนร่างกองร่วงราวกับใบไม้ปลิดปลิวจากต้น

           รองหัวหน้าสาวไม่แม้แต่จะเหลือบมอง  และหัวใจเธอคงไม่รู้สึกเศร้าเสียใจแม้แต่น้อย  ชีวิตของลูกน้องมีค่าเพียงให้เธอได้ใช้งาน  หากเมื่อใช้งานเสร็จพวกมันก็หมดประโยชน์

           แฟรงค์อ้าปากค้าง  เมื่อแผนการกลับตาลปัตร  สายตามองผู้ใต้บังคับบัญชาวิ่งเข้าใส่กองโจรราวกับภาพช้าจากวีดีโอ  ทหารคนแรกที่วิ่งเข้าประชิดขบวนเกี้ยวได้  ถูกนักฆ่าร่างผอมบางศีรษะโล้น ‘งับ’ ร่างด้วยกระดูกซี่โครงที่ยืดยาวแหลมออกมาจากช่องท้องราวกับเขี้ยวสัตว์ป่า  แผลแปดจุดบนร่างมีเลือดพุ่งกระฉูดออกมาราวน้ำพุ

           ไม่ใช่เพียงกระดูกซี่โครง  แต่ทั้งปลายศอกและเข่าปรากฏกระดูกสีขาวขุ่นแหลมยืดเหมือนลิ่ม  กระสุนปืนที่พุ่งเข้าหาถูกฟาดฟันร่วงจนไม่เหลือก่อนที่ร่างของนักฆ่าจะพุ่งเข้าใส่และทิ่มแทงด้วยลิ่มกระดูกอย่างเลือดเย็น

           พื้นเริ่มสั่นสะเทือน  แฟรงค์สัมผัสถึงความสั่นผ่านปลายเท้าขึ้นสู่ร่าง  รอยแยกจากการกระทืบเท้าของนักฆ่าร่างยักษ์ปริแตกเป็นทางยาว  ถนนคอนกรีตแยกเป็นสองฝั่งสูบร่างทหารที่วิ่งมาเป็นแนวจมลงธรณีไม่อาจปีนป่ายกลับขึ้นมาเห็นแสงเดือนแสงตะวันอีกนับสิบราย

           และเมื่อรอยแยกปรากฏ  มวลน้ำมหาศาลก็ผุดพุ่งจากใต้ดินขึ้นสู่พื้นราวกับน้ำพุ  นักฆ่าชราร่างเล็กทาบมือกับพื้นปลดปล่อยกระแสน้ำตามทิศทางที่พื้นถนนปริแยก  ก่อนที่กระแสน้ำจะผลักดันตัวเองขึ้นตรงตำแหน่งที่เหล่าทหารวิ่งผ่าน  ร่างของทุกคนถูกน้ำพุอัดกระแทกให้ลอยขึ้นสู่ฟ้าและถูกเลี้ยงลอยเหนือมวลน้ำจนไม่อาจควบคุมร่างกายหรือหลบหนีจากแรงดันน้ำมหาศาลได้

           น้ำพุพวยพุ่งกระเด็นเข้าหูเข้าปากทหารทุกคนจนพวกเขาสำลัก  เสียงไอดังระงมด้วยความทรมาน  แต่ลำพังแค่สำลักน้ำคงไม่ทำให้ไอรุนแรงได้ขนาดนี้  ถ้าในน้ำไม่มี...  พิษ!!

           นักฆ่าชายในชุดสูทสีเทายื่นมือเข้าขวางมวลน้ำจากชายชรา  พิษจากปลายเล็บทั้งห้าไหลรวมกับน้ำจนน้ำพุทุกจุดกลายเป็นกระแสน้ำพิษ  เมื่อเข้าสู่ร่างกายผ่านทางจมูกหรือปาก  พิษร้ายแรงก็เข้าไปทำลายระบบไหลเวียนโลหิตจนเลือดทะลักออกจากทวารทั้งห้า  น้ำสีฟ้าครามถูกย้อมด้วยโลหิตจนแดงฉาน  น้ำพุเลือดโปรยปรายสาดกระเซ็นย้อมถนนสู่อนุสาวรีย์วอชิงตัน

           ทหารใต้บังคับบัญชาทุกนายถูกสังหารจนสิ้น  ภาพความน่าสะพรึงกลัวของกองโจรประทับอยู่ในดวงตาของนายทหารหัวหน้าหน่วย  แฟรงค์ยืนตัวแข็งทื่อราวรูปปั่น  ร่างกายไม่อาจกระดุกกระดิกหรือคิดหันหลังกลับวิ่งหนีจากสถานการณ์เลวร้ายตรงหน้าได้

           และกว่าที่สมองจะสั่งการให้ทำอะไร  ดวงวิญญาณของแฟรงค์ก็หลุดลอยจากร่างพร้อมลำคอที่ถูกตัดเฉือนด้วยลวดเส้นบางที่คมกริบราวใบมีดจากมือนักฆ่าผมยาว ร่างของเขายืนตระหง่านราวกับปกป้องความลับที่เก็บซ่อนไว้  มีเพียงศีรษะที่กลิ้งสองสามรอบก่อนหยุดนิ่งทิ้งสายตาเบิกโพลงมองขบวนเกี้ยวของนักฆ่าเดินเข้าสู่อนุสาวรีย์วอชิงตัน

 

           สิ่งก่อสร้างทรงสูงสีอิฐจางตั้งตระหง่านอย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางกระแสลมกรรโชกแรง  เหล่าทหารที่อารักขาสิ่งสำคัญที่เก็บซ่อนถูกสังหารจนสิ้น  ผืนหญ้าเขียวชอุ่มถูกเหยียบย่างด้วยรอยเท้าของนักฆ่าหลายสิบชีวิต 

           ถัดจากขบวนเกี้ยว  พาเหรดของโพเซ่และกลุ่มนักฆ่าของลูซัมก็ก้าวเข้าสู่ลานกว้างรอบอนุสาวรีย์  รัศมีโดยรอบใจกลางของวอชิงตัน ดี ซี  เต็มไปด้วยบรรดานักฆ่าแห่งเงารัตติกาล  ทุกคนนั่งคุกเข่าอย่างเงียบงันเพื่อรอการมาถึงของผู้นำสูงสุด

           และเพียงความรู้สึกกดดันจากพลังวิญญาณ  เหล่านักฆ่าก็สัมผัสได้ถึงร่างที่ลอยลงมาจากฟากฟ้าราวกับเทพสวรรค์ 

           วาร์ด เยอร์มูห์  ลอยตัวลงมาอย่างช้า ๆ จากหมู่เมฆที่เปิดออกราวกับม่านรัตติกาลคลี่แย้ม  สูทสีดำสนิทย้ำชัดถึงนามของกองโจร ‘เงารัตติกาล’ ได้เป็นอย่างดี  สายตาปรายมองสมุนที่คุกเข่ารอรับอย่างพึงใจ  ดวงหน้าคมและจมูกโด่งเป็นสันทำให้เขาดูอ่อนกว่าอายุจริง  แต่ขณะเดียวกันดวงตาเรียวและสีตาซีดจางยิ่งขับความน่าเกรงขามของชายผู้นี้

           ด้วยความสามารถ ‘เป็นหนึ่งเดียวกับท้องฟ้า’ ซึ่งเป็นหนึ่งใน ‘สิบ’ พลังพิเศษที่วาร์ดมี  ทำให้หัวหน้าเงารัตติกาลก้าวเดินบนฟากฟ้าหลังจากเข้าสู่พรมแดนวอชิงตัน  แต่อีกเหตุผลหนึ่งคือเขาไม่ต้องการเหยียบย่างผืนดินสกปรกที่ทำให้หวนนึกถึงอดีตอันเลวร้าย

           วาร์ดลอยลงมาอยู่ในระดับเดียวกับยอดแหลมทรงปิระมิดของอนุสาวรีย์  ด้วยสัมผัสของเฒ่านาลี  ทำให้รู้ตำแหน่งว่า ‘ของสำคัญ’ ที่เงารัตติกาลตามหาถูกเก็บซ่อนอยู่บนนี้

           มือขวายื่นไปด้านหน้า  ความร้อนในอากาศไหลเวียนมารวมกันที่ฝ่ามือจนเปล่งแสงเป็นประกายสีแดงจ้า  ไม่นานก็ก่อร่างเป็นลูกไฟขนาดใหญ่หมุนวนราวกับลูกบอล

           ‘เปรี้ยง!!’

           ลูกบอลเพลิงพุ่งอัดกระแทกปิระมิดอย่างแรง  ความร้อนมหาศาลหลอมละลายอิฐปูนจนบิดเบี้ยวเหมือนเนยถูกไฟ  รูปทรงสามเหลี่ยมถูกทำลายจนผิดรูปร่าง  และเพียงเวลาไม่นานยอดปิระมิดซึ่งเปรียบเหมือนหลังคาของเสาแท่งยาวนี้ก็ถูกหลอมทำลายทั้งหมด

           เพราะวาร์ดรู้ดีว่าของที่ตามหาย่อมถูกเก็บรักษาด้วยความปลอดภัยสูงสุด  ลำพังเพียงความร้อนแค่ 3,000 องศาเซลเซียสย่อมไม่อาจทำลายหีบเหล็กที่ทนความร้อนมหาศาลได้  กล่องสีดำที่หลงเหลือจากการหลอมละลายวางตั้งอยู่บนพื้นทางเดินเป็นเครื่องพิสูจน์ความเชื่อมั่นนั้นเป็นอย่างดี

           รองเท้าหนังกระทบพื้นกระเบื้องแผ่นหนา  บรรยากาศนิ่งงันราวกับห้วงเวลาถูกหยุดไว้  วาร์ดเดินมาหยุดยืนเบื้องหน้ากล่องเหล็กสีดำขนาดใหญ่กว่าโลงศพเกือบสองเท่า  ฟ้าใสกระจ่างพลันมืดครึ้มด้วยเมฆดำหนาที่ลอยเคลื่อนมาซ้อนทับกันบดบังแสงตะวันราวกับจะเปลี่ยนกลางวันให้กลายเป็นยามราตรี 

           สายตาทุกคู่แหงนมองขึ้นด้านบนเพื่อเฝ้าดูภาพที่พวกเขารอคอย  การปรากฏของวัตถุสำคัญที่เป็นเป้าหมายการก่อตั้งเงารัตติกาลซึ่งจะเปิดหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ของมวลมนุษยชาติกำลังจะปรากฎสู่สายตาของนักฆ่าทุกคน

           รหัสป้องกันซับซ้อน  กลไกแน่นหนาที่แม้แต่ตู้เซฟที่เก็บรักษาเงินของธนาคารสวิส  ยังไม่อาจเทียบเท่ากลไกที่ถูกอัดแน่นในกล่องเหล็กใบนี้  ลำพังเพียงมนุษย์ธรรมดาที่ไม่มีกุญแจ  ไม่มีรหัสผ่านหรือรู้วิธีปลดกลไกซับซ้อน  ย่อมไม่มีวันเปิดกล่องได้

           แต่ผู้ที่ยืนอยู่เบื้องหน้ามันไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา!!

           ‘วูบ!!’

          แสงสีม่วงเข้มจากฝ่ามือยืดยาวออกเป็นวัตถุขนาดใหญ่  ด้ามจับเรียวเล็กไม่น่าเชื่อว่าจะสามารถรองรับคมแสงที่แผ่โค้งเป็นรูปจันทร์เสี้ยว  และเมื่อลำแสงจากหาย  เคียวขนาดใหญ่ก็ถูกกระชับแน่นในมือของหัวหน้าเงารัตติกาล

           ‘ฉับ!!’

           แม้กล่องเหล็กจะหนาแน่นแข็งแกร่งเพียงใด  แต่คมเคียวก็สามารถเฉือนฝากล่องจนขาดอย่างง่ายดายและเรียบสนิทจนแทบไม่มีรอยปริแยกจากกัน 

           เพียงออกแรงเบา ๆ  ฝากล่องเหล็กก็เลื่อนเปิด  เผยให้เห็นวัตถุด้านใน!!

           เพราะผ่านกาลเวลามากว่าสองพันปี  สีของมันจึงแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท  แต่น่าแปลกที่สภาพของมันไม่เสื่อมสลายหรือผุพังลงเลยแม้แต่น้อย  ภาพสัญลักษณ์คุ้นชินสะท้อนในแววตาคมปลาบของวาร์ด 

           ฝ่ามือหนาทาบลงบนผิวไม้  เพียงสัมผัสจิตวิญญาณของเขาก็ถูกอัดแน่นด้วยความรู้สึกประหลาด  มันปนเปด้วยความสุข  ยินดี  ตื้นตัน  จนหัวใจเต้นระรัว  น้ำตาหยดไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว

           แสงสว่างวาบจากยอดอนุสาวรีย์เรียงเสียงสะโกนโห่ร้องด้วยความยินดีจากเหล่านักฆ่าทั้งหมด  และเสียงก็ยิ่งดังขึ้นเป็นเท่าทวีเมื่อวาร์ดใช้พลังยกวัตถุนั้นให้ลอยค้างอยู่กลางอากาศ

           ภาพวัตถุที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะยังคงสภาพเดิมอยู่ไม่เสียหายปรากฎขึ้นเหนือฟากฟ้าวอชิงตัน ดี ซี  สร้างความตื่นตะลึงไปทั่วทั้งโลกก่อนที่เหล่านักฆ่าจะหายไปจากวอชิงตันดุจดั่งเงาแห่งยามรัตติกาล!!!

 

           ข่าวในหนังสือพิมพ์และอินเตอร์เน็ตแพร่กระจายรวดเร็วเหมือนไฟลามทุ่ง  ผู้คนที่เห็นภาพข่าวยืนนิ่งตะลึงงันราวกับวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง  บางคนถึงกับร่ำไห้ด้วยความโศกเศร้า  เหล่าคริสตศาสนิกชนนั่งคุกเข่าประสานมือมองสัญลักษณ์ที่ตั้งตระหง่านเหนือโบสถ์ทุกแห่ง 

โทรทัศน์และวิทยุทุกช่องทั่วยุโรปรวมถึงอีกหลายทวีปเปิดฉายแถลงการณ์จากประธานาธิบดีสหรัฐพร้อมกัน โพเดียมที่ตั้งอยู่กลางห้องมีร่างซูบซีดของวิลเลียมยืนค้ำอยู่  ด้านหลังเป็นโต๊ะตัวยาวนั่งเรียงด้วยผู้นำประเทศยุโรปทุกคน  สีหน้าของเหล่าผู้นำเคร่งเครียด  บางคนไม่อาจยอมรับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นได้จนถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความคับแค้น  ริมฝีปากหนาจ่อไมโครโฟน  ความลับที่ถูกเก็บซ่อนมากว่าสองพันปีถูกเปิดเผยด้วยน้ำเสียงอ่อนล้าของวิลเลียม

           “ผมขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  ทุกท่านคงได้เห็นภาพความเสียหายจากการก่อวินาศกรรมของกองโจรเงารัตติกาล  ผู้คนบาดเจ็บล้มตาย  บ้านเรือนพังเสียหาย  กระทั่งกองทัพที่เฝ้าระวังปกป้องผืนแผ่นดินอเมริกายังต้องสังเวยชีวิตให้กับความโหดเหี้ยมอำมหิตของผู้ก่อการร้ายกลุ่มนี้

        บัดนี้ถึงเวลาแล้วที่ผมต้องขอเปิดเผยความจริงที่พวกเราเหล่าผู้นำประเทศเก็บเป็นความลับกันมารุ่นสู่รุ่นหลายร้อยปี 

        ทุกคนอาจรับรู้เรื่องราวที่ผ่านมากว่าสองพันปีผ่านการบอกเล่าจากปากต่อปาก  ตัวหนังสือที่บันทึกผ่านเอกสาร  หรือแม้แต่ผ่านทางความเชื่อความศรัทธาจนทำให้เข้าใจในสาระสำคัญของข้อมูลตามเจตจำนงของผู้เก็บซ่อนความลับเมื่อครั้งอดีตตั้งใจไว้  ซึ่งสาเหตุของการบิดเบือนข้อเท็จจริงก็เพียงเพื่อ ‘เก็บซ่อน’ วัตถุสำคัญชิ้นหนึ่งจากน้ำมือของเหล่าศัตรูที่อยู่ฝั่งตรงข้าม  ที่ต้องการทำลายศรัทธาของพวกเรา

        หลายท่านเชื่อว่าวัตถุชิ้นนี้ถูกขุดขึ้นมาจากโบสถ์แห่งสุสานศักดิ์สิทธิ์และนำมาบูชาที่โบสถ์ซานตา โกรเซ ที่กรุงโรม  ก่อนจะแบ่งเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยกระจัดกระจายไปทั่วทุกมุมโลก

        แต่นั่นเป็นเพียงเรื่องที่สร้างขึ้นเท่านั้น!!

        อย่างที่รู้ว่าในอดีตเรามีศัตรูมากมาย  เราทำสงครามสู้รบกับความโหดร้ายที่เป็นภัยคุกคามต่อความเชื่อ ความศรัทธาอันบริสุทธิ์  ดังนั้นเหล่ากษัตริย์แห่งอาณาจักรต่าง ๆ ในอดีตจึงทำข้อตกลงร่วมกันเก็บซ่อนวัตถุนี้ไว้ในสถานที่ที่ลึกลับ  และปล่อยข่าวลวงศัตรูออกไปเพื่อเก็บรักษามันให้คงอยู่ผ่านกาลเวลาล่วงเลยมาถึงปัจจุบัน

        จนเมื่อเรารวมตัวกันเป็นสหภาพยุโรป  ข้อตกลงที่ถูกสืบทอดกันมาตั้งแต่อดีตกาลก็ยิ่งเพิ่มความเข้มแข็งมากขึ้น  ก่อนหน้านี้เราเก็บซ่อนวัตถุโบราณไว้ในที่ที่ปลอดภัยที่สุดอย่างนครรัฐวาติกัน  เพราะเราคำนึงว่าเหล่าคริสตศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธาที่เดินทางไปเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นั่น  ย่อมมีโอกาสได้เคารพวัตถุอันศักดิ์สิทธิ์ชิ้นนี้แม้ทุกคนจะไม่รู้ก็ตาม

        แต่เมื่อเดือนที่ผ่านมาผมได้รับคำขู่จากกองโจรเงารัตติกาล  ให้ส่งมอบวัตถุนี้ให้กับพวกมัน 

        แน่นอนว่าพวกเราเหล่าผู้นำไม่อาจทำตามข้อเรียกร้องของกองโจรได้  จึงได้ทำการย้ายวัตถุศักดิ์สิทธิ์มาเก็บซ่อนที่อนุสาวรีย์วอชิงตัน  และจัดกองกำลังของกองทัพที่ทรงแสนยานุภาพที่สุดเฝ้าระวังป้องกัน

        สุดท้าย...  เหตุการณ์ทุกอย่างก็เป็นไปอย่างที่ทุกท่านเห็น  กองทัพของเราแตกพ่ายอย่างไม่น่าเชื่อ  เหล่าศัตรูมีพลังกล้าแข็งที่เหนือกว่าเราจะจินตนาการได้  บัดนี้ผมอยากให้ชาวโลกรับรู้ว่านอกจากมนุษย์ธรรมดาอย่างเรา  ยังมีกลุ่มคนที่มีพลังพิเศษเหนือมนุษย์แฝงตัวอยู่ด้วย  และพวกมันคือศัตรูแห่งมวลมนุษยชาติ

        แต่แม้เราจะถูกช่วงชิงสิ่งซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของความศรัทธาไป  ผมก็อยากขอร้องให้ทุกท่านอย่าเพิ่งหมดหวัง  อย่าเพิ่งตื่นตระหนกจนไม่อาจใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข  ผมและเหล่าผู้นำทั้งหมดขอสัญญาว่าเราจะทุ่มเทสรรพกำลัง  ทั้งกำลังคน  กำลังความรู้  กำลังงบประมาณ  และกำลังอาวุธยุทโธปกรณ์ทั้งหมดที่มี  ไล่ล่ากองโจรเงารัตติกาลมารับโทษ  และแย่งชิง ‘ไม้กางเขนศักดิ์สิทธิ์’ กลับคืนมาสู่พวกท่านทุกคนให้จงได้ 

        ขอพระผู้เป็นเจ้าทรงคุ้มครอง”

          

           ย้อนกลับไปก่อนหน้าแถลงการณ์ของวิลเลียม  ภายหลังจากการช่วงชิงไม้กางเขนที่เคยตรึงร่างของศาสดาแห่งศาสนาคริสต์ และหายตัวไปราวกับฝุ่นควันของเงารัตติกาลไม่กี่นาที

           รถเก๋งคันยาวจอดค้างอยู่กลางถนนที่มุ่งหน้าสู่อนุสาวรีย์วอชิงตัน  ทุกคนในรถแหงนหน้ามองฟ้าผ่านกระจกใส  สัญลักษณ์รูปไม้กางเขนส่องสว่างเหนือฟากฟ้าบริเวณใจกลางของวอชิงตัน ดี ซี  บัดนี้เราทุกคนรู้แล้วว่าเป้าหมายของเงารัตติกาลคืออะไร

           เพราะถนนหนทางถูกทำลายเป็นหลุมลึก  รวมทั้งมีเศษซากของอาคารที่ถล่มลงมาขวางกั้น  ทำให้ไม่อาจใช้รถเป็นพาหนะคาซีกระชากประตูรถเตรียมออกวิ่งสู่เป้าหมาย  แต่เมื่อก้าวลงจากรถ  กลิ่นคาวคลุ้งก็ไหลเข้าจมูกจนแทบอาเจียน

           และภาพที่ปรากฏรอบตัว  คือซากศพของมนุษย์ที่กองพะเนินเทินทึกราวกับใบไม้ร่วง  บางศพไม่เหลือสภาพเดิมเนื่องจากอวัยวะกระจัดกระจายอยู่คนละทิศละทาง  เพราะมัวแต่สนใจภาพประหลาดบนท้องฟ้า  ทำให้ทุกคนละความสนใจสภาพโดยรอบ  เมื่อเห็นภาพอันน่าสะเทือนใจเซราห์ถึงกับปิดปากร้องไห้ออกมาอย่างโศกเศร้า

           เราทุกคนก้าวลงจากรถไปยืนเคียงข้างคาซีที่ยืนนิ่งตะลึงงันก้าวไปไหนไม่ได้  บัดนี้ท้องฟ้ากลับสว่างอีกครั้ง  แสงอาทิตย์ลอดผ่านเมฆที่ค่อย ๆ เคลื่อนคล้อยลอยหายไปพร้อมกับการหายตัวของไปของเงารัตติกาล 

           พวกเรามาไม่ทันเวลา...

           เซราห์ปาดน้ำตาที่รื้นดวงตาเศร้าสร้อย  ทุกชีวิตที่ดับสูญไปเพียงเพื่อสังเวยเป้าหมายของเงารัตติกาล  หญิงสาวคิดถึงดวงวิญญาณของเพื่อนสนิทที่เป็นหนึ่งในเหยื่อ  เธอกลั้นใจจนน้ำตาหยุดไหล  การตัดสินใจอันเด็ดเดี่ยวขัดแย้งกับดวงหน้าเรียวบาง

           ซูอัลมองภาพศพหญิงวัยกลางคนที่โอบกอดเด็กทารกราวกับจะปกป้อง  เขายิ่งสะทกสะท้อนใจมากขึ้นเมื่อเด็กน้อยไม่รู้อิโหน่อิเหน่ก็ต้องจบชีวิตลงในอ้อมกอดของแม่เช่นกัน  แม้ดวงวิญญาณของทั้งคู่จะเคียงข้างกันสู่สวงสวรรค์  แต่มือที่กำแน่นจนเล็บแทบจิกเนื้อบอกให้รู้ว่าเขาไม่ยอมให้ทั้งคู่ตายเปล่า

           เน็กเธอร์กวาดตามองสภาพศพรอบกาย  เขาเดินไปปิดเปลือกตาที่เปิดอ้าบนใบหน้าของหญิงสาวเคราะห์ร้าย  แม้ตอนมีชีวิตเธอจะงดงามเพียงใด  แต่บัดนี้สิ่งที่เหลืออยู่มีเพียงร่างที่ไร้วิญญาณเท่านั้น  เขาสัมผัสร่างเธออย่างเบามือก่อนใช้พลังพิเศษทำให้ศพหญิงสาวจมลงไปในพื้นดินหนา 

           คาซีสีหน้าเรียบเฉย  แต่แววตาเขากลับเต็มไปด้วยไฟแห่งความแค้น  แม้เขาจะเป็นคนเลือดเย็น  อำมหิต และเคยฆ่าคนตายมาแล้วนักต่อนัก  แต่ภาพความเลวร้ายที่เห็นเทียบไม่ได้กับสิ่งที่ผ่านมาตลอดชีวิต  วินาทีนี้หากเงารัตติกาลอยู่เบื้องหน้า  คงถูกเขาฉีกกระชากเป็นชิ้น ๆ อย่างไม่ปราณี 

           ปกติผมจะเดินตามรั้งท้ายทุกคนเสมอ  แต่ตอนนี้สองขากลับก้าวเดินอย่างไม่อาจควบคุม  เนเปียร์โบนส์ในมือสั่นระริกราวกับไม่สามารถอดกลั้นความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ภายในจนแทบระเบิดออกมา  ผมหยุดยืนเบื้องหน้าลอร่าที่มีสภาพตกใจไม่ต่างจากพวกเรา

           “รู้ใช่มั้ย  ว่าพวกมันไปที่ไหน”

           ลอร่าตีสีหน้าลำบากใจ  แต่เมื่อเห็นแววตาเด็ดเดี่ยวของผม  เขาก็ต้องถอนหายใจยาว

           “ถ้าพวกเธอไม่รักชีวิต..  ฉันจะพาพวกเธอไป ‘ปราสาทเงารัตติกาล’ ก็ได้นะ”

           ผมเหลือบตากลับไปมองเพื่อนอีกสี่คนที่เหลือ  สายลมพัดแรงประหนึ่งเป็นแรงผลักดันให้พวกเรามุ่งหน้าไปยังจุดหมายขาก้าวเดินตามลอร่าด้วยความมุ่งมั่น

          “ไปกันเถอะ!!!”



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
SSS สงครามวัตถุวิญญาณ ตอนที่ 27 : บทที่ 24 ความลับแห่งมวลมนุษยชาติ (รีไรท์) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1737 , โพส : 41 , Rating : 19 / 4 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2

#41 : ความคิดเห็นที่ 3253
ถ้าทำเป็นหนังคงอลังการงานสร้างน่าดู555555
Name : lovelykik< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ lovelykik [ IP : 180.183.104.19 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 ตุลาคม 2557 / 19:26

#40 : ความคิดเห็นที่ 2896
Magnetic field=Magneto

Name : God of Power< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ God of Power [ IP : 124.120.169.165 ]
Email / Msn: kimkim_utd(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 กรกฎาคม 2556 / 20:51


#39 : ความคิดเห็นที่ 2849
เอิ่ม...
PS.  แค่อยากเป็นคนที่เธอรัก...แค่อยากเป็นคนที่เธอนั้นจะมาเข้าใจ แค่สบตาฉันแล้วช่วยตอบ...ว่าเธอจะรักกันได้...
Name : Perz< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Perz [ IP : 115.67.101.237 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 กรกฎาคม 2556 / 15:37

#38 : ความคิดเห็นที่ 2816
ใครเรียนทำหนัง เอา SSS ไปทำหนังให้หน่อยเถิด!!!!!!!!!!!!!!
มิคุ - คงกวาดเงินได้เยอะ
ดีเคด - มาซ่อมยานเหอะ
PS.  KIG future. Now, time to change the world by the novel.
Name : bbsaver< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ bbsaver [ IP : 125.26.208.80 ]
Email / Msn: jettanutdekd(แอท)gmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 กรกฎาคม 2556 / 20:28

#37 : ความคิดเห็นที่ 2564
น่ากลัว สยดสยองมากเลยค่ะ
โหดร้ายทารุณที่สุด
Name : akkanee< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ akkanee [ IP : 61.91.117.142 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 เมษายน 2556 / 16:29

#36 : ความคิดเห็นที่ 2383
ชิงไม้กางเขนนี่เอง ทำลายเมืองได้ย่อยยับมาก
สงสารคนที่่ตาย แอบสะเทือนใจเบาๆ
ไปบุกปราสาทโลดดดดด จะรอดกลับมามั้ยหว่า = =
PS.  ปล่อยกายให้ได้ทำตามหัวใจที่ร่ำร้อง...ให้มันเกิดเป็นรักที่มีอนุภาค
Name : Seb'Zi Kalakach!< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Seb'Zi Kalakach! [ IP : 101.109.233.1 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 มกราคม 2556 / 00:49

#35 : ความคิดเห็นที่ 2063
ไว้อาลัย 1 นาที...[รุนแรงหัวจิตหัวใจชะมัด]

..ตายซากเถอะพวกบ้า [สุภาพไม่ได้ ...แค้นจัด]
PS.  อ่าน อ่านนิยาย รักที่สุดเลย
Name : sdc-som-som< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ sdc-som-som [ IP : 27.55.2.136 ]
Email / Msn: room_knight(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 ตุลาคม 2555 / 19:54

#34 : ความคิดเห็นที่ 1723
ในบรรดากลุ่มรองหัวหน้าเนี่ยเจ๊อทาโพเอลสบายสุด!

PS.   ความเป็นไปได้ทำให้มนุษย์ยิ่งใหญ่
Name : @BluePlanet@< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ @BluePlanet@ [ IP : 101.51.159.21 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 พฤษภาคม 2555 / 19:17

#33 : ความคิดเห็นที่ 1656
 ไม้กางเขนศักดิ์สิทธิ์หรอ -..-
 ไม่คุ้นชื่อเลยแหะ
PS.  Sometimes.. Thoughts read unspoken.♥
Name : DREAMMY x')< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ DREAMMY x') [ IP : 110.168.165.97 ]
Email / Msn: dream.fact(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 พฤษภาคม 2555 / 14:47

#32 : ความคิดเห็นที่ 1478
 ไม้กางเขนศักดิ์สิทธิ์ ......
Name : ลมหายใจรัตติกาล< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ลมหายใจรัตติกาล [ IP : 223.206.146.250 ]
Email / Msn: Darkness_Phantom-666(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 เมษายน 2555 / 12:14

#31 : ความคิดเห็นที่ 1384

มันส์ครับ 

รู้สึกศัพท์เฉพาะทางเยอะนะเนี่ย

M61A1  M1A2  ฯลฯ

ถ้าคนไม่รู้เรื่องอาวุธนี่ ผมว่า งงเต๊กพอสมควรเลยนา อิอิ

ถึงผมจะหายไปนาน แต่ก็ยังคงจำความรู้สึกเหล่านี้ได้ครับ

เหมือนกำลังดู ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ อยู่ไม่มีผิด!!

ขอไปอ่านตอนต่อไปอย่างรวดเร็วเลยนะครับ  อิอิ


PS.  ถ้ามันเป็นปลาวาฬ ก็แค่เปลี่ยนจากคันเบ็ดเป็นฉมวก เท่านั้นเอง By 4946
Name : Mr.ฟุ้งซ่าน< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mr.ฟุ้งซ่าน [ IP : 124.120.162.43 ]
Email / Msn: nagato.moe(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 มีนาคม 2555 / 11:29

#30 : ความคิดเห็นที่ 1319

สงครามในครั้งนี้อเมริกา จัดหนักยิ่งกว่าสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกนะเนี่ย

แต่ในนิยายเรื่องนี้คงนับสงครามในครั้งนี้เป็นสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็ว่าได้เลยนะนั่น

แต่ไม้กางเขนนั่นน่าจะมีพลังเทียบเท่ากับเทพเจ้ารึเปล่านะ อยากรู้จังสงสัยต้องอ่านต่อ

แต่ฉากเนี่ยคนตายเยอะเกินอ่ะ อ่านแล้วสงสาร


PS.  หวาดดีจ้าทุกคน
Name : ดูดีมีสไตล์< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ดูดีมีสไตล์ [ IP : 202.29.60.23 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 มกราคม 2555 / 11:32

#29 : ความคิดเห็นที่ 1301
ไม้กางเขนอันจริงที่องค์เยซูถูกตรึงก่อนสินชีพ



บ้าไปแล้ว



อำนาจของบุตรแห่งพระเจ้าบนพื้นโลกเลยนะ
Name : เจ้าชายน้อยเอาแต่ใจ< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เจ้าชายน้อยเอาแต่ใจ [ IP : 202.12.73.129 ]
Email / Msn: prince_reaper(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 มกราคม 2555 / 21:32

#28 : ความคิดเห็นที่ 1281

โอ้ กำลังจะสู้กันอีกแล้วสินะคะ


PS.  ถ้าพยายามให้ถึงที่สุด ทุกอย่างต้องสำเร็จ ..ชะตาได้ลิขิตไว้แล้ว.. ว่าเราจะต้องเป็นผู้ชนะ!!
Name : หยาดน้ำตาของตุ๊กตา< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ หยาดน้ำตาของตุ๊กตา [ IP : 125.24.36.78 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 มกราคม 2555 / 09:19

#27 : ความคิดเห็นที่ 1254
บอกได้คำเดียวว่า "เลือด" ทั้งตอนเลยคะ 5555555
Name : - pearl -< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ - pearl - [ IP : 124.120.143.34 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 มกราคม 2555 / 17:57

#26 : ความคิดเห็นที่ 1224

เลือดสาด~ เลือดสาด~
ในที่สุดก็ตามอ่านมาถึงนี่จนได้ ^[]^


PS.  ไม่ได้ดับแสงเหมือนจันทร์เดือนมืด แต่ก็ไม่สามารถทอแสงได้เท่าจันทร์วันเพ็ญ เป็นเพียงจันทร์ครึ่งดวงที่อยู่อย่างเดียวดาย
Name : ผู้รับใช้ดวงจันทร์< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ผู้รับใช้ดวงจันทร์ [ IP : 124.120.98.15 ]
Email / Msn: silver-writer(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 มกราคม 2555 / 12:17

#25 : ความคิดเห็นที่ 1207
ตัดฉึบไปไหมคะท่านมิว วว =[ ]=+
โอ้ววว เรแพนที่รัก! ในที่สุดแกก็บุกซะที!
PS.  have a nice day everyone :)
Name : Q-Prunus.< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Q-Prunus. [ IP : 14.207.210.70 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 ธันวาคม 2554 / 22:36

#24 : ความคิดเห็นที่ 1206
ลุ้นต่อไป...
PS.  I Love Siberi huhu
Name : Nico Riona< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Nico Riona [ IP : 110.168.44.67 ]
Email / Msn: pop_125(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 ธันวาคม 2554 / 18:39

#23 : ความคิดเห็นที่ 1204
ท่ามกลางเสียงกรีดร้อง  กลายเป็นท่านกลางเฉยเลย ...

   นองเลือด เต็มไปด้วยความโศก  และก็จุดที่เหมือนเริ่มปะทุเลยเนอะ

  แต่ตรงที่เรแพนพูดสุดท้าย  เดินตาม  ก้าวนำ  มันรู้สึกดียังไงไม่รู้สิ
PS.  มีความสุขจัง ^__^
Name : graymirow< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ graymirow [ IP : 125.27.48.21 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 ธันวาคม 2554 / 19:23

#22 : ความคิดเห็นที่ 1200
 สรวงสวรรค์

ว่ากันต่อ เอลวิลส์เลยเรอะ ฮ่า ๆๆๆๆ
บทนี้ไคล์แมกซ์จริง ๆ ลุ้นต่อมากมาย
ท่าชูที่ร้ากยังหล่อเหมือนเดิม แต่แอบปันใจให้คาซีตั้งกะเมื่อไหร่น้าเรา

ปล. ปู่ เอ๊ย พี่มิว สู้ ๆ นะค้า

PS.  และคนที่จะบอกว่าฉันบ้าได้นั้นก็มีแต่ตัวฉันคนเดียวเป็นผู้กำหนด
Name : ทีมสตาร์ไลท์< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ทีมสตาร์ไลท์ [ IP : 110.77.137.214 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 ธันวาคม 2554 / 12:51

#21 : ความคิดเห็นที่ 1197
มันส์สุโค่ย
รู้สึกมันจะซาดิสมากขึ้นเรื่อยๆแล้วแฮะ
โหดได้ไจจริงๆ  // มันต้องเลือดสาดมากกว่านีอีก ฮะ ฮะ
//บ้าไปแล้ว = =
จะรอติดตามต่อไปจ้า~~~

ปล. ชื่อ แฟรงค์ ไมเนอร์ นี่คุ้นๆนะ 555
^^
Name : The killer< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ The killer [ IP : 99.66.92.2 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 ธันวาคม 2554 / 01:01

#20 : ความคิดเห็นที่ 1195
เลือดนองมากบทนี้ สะพรึง!!! o[]o แต่ก็อลังการดีค่ะ เจ๋ง สุดยอดดดด
พออ่านจบก็ยิ่งอยากรู้ตอนต่อไปขึ้นไปอีก โอ๊ยยย ลุ้นๆๆๆ
สู้ๆต่อไปนะคับบบคุณพี่มิว!!! รอตอนต่อปายยยย
Name : RollyBunny< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ RollyBunny [ IP : 58.8.95.76 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 ธันวาคม 2554 / 13:11

#19 : ความคิดเห็นที่ 1194
 แอบลักไก่ปล้นเป็ดมาอ่านตอนเด็ดๆตอนใหม่ซะงั้น

= ='

ตอนแรกกะแง้มดูเฉยๆ แต่อ่านไปแล้วติดพันจนอ่านจบตอนเฉยเลย

-///-

ฉากเปิดเผยมันดูทะแม่งๆยังไงไม่รู้แหะ = =' เหมือนมีอะไรบางอย่างแฝงอยู่

ฉากซากศพบรรยายได้(เกือบ)เห็นภาพทั้งหมด น่ากลัวใช่เล่น

XD

สุดยอดมากเลยนะท่าน Writer! รออ่านตอนต่อไป~

ปล. ระหว่างรอตอนใหม่ลงก็คงต้องไล่อ่านตอนเก่าๆต่อ

PS.  Ai♥Ai♥Ai Nene sugoi!
Name : YoruAme< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ YoruAme [ IP : 115.87.152.198 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 ธันวาคม 2554 / 09:29

#18 : ความคิดเห็นที่ 1191
ผู้บังคับบัญชาสูงสุดออกหน้าแนวรบตัวตนอง
สนุกมากครับ และก็โหดซาดิสมากด้วย
นิดหนึ่งนะครับ เข้าใจว่าเพราะต้องสู้กับเงารัตติกาลเลยใช้เครื่่องบินรบ
(ลืมชมไปข้อมูลแน่นจริงๆ สำหรับอาวุธ)
แต่โดยวิธีปฏิบัติปกตินั้นการสู้รบในเมือง จะต้องใช้เฮลิคอปเตอร์เป็นตัวคุมสถานะการณ์ก่อนมะใช่เหรอครับ
ผมจำรุ่นไม่ได้ละ ต่อจากอาปาเซ่ และแฮริเออร์อ่ะ ที่เปลี่ยนทิศกลางอากาศได้น่ะครับ
(ขออภัยอย่างแรงไม่มีเวลาไปหาข้อมูลมาให้เลยจริงๆ)
การยิงใส่ตรงๆ ของเครื่องบินนี่ก็เข้าใจว่าสถานะการณ์มันรุนแรงมักๆ
(บ่นๆ ไปงั้นแหละ อย่าสนใจคนขี้สงสัยมากเลยครับ แหะๆๆ)

PS.  ไอ้ปัฐเองคับ
Name : dinn< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ dinn [ IP : 124.121.237.11 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 ธันวาคม 2554 / 21:15

#17 : ความคิดเห็นที่ 1190
อารมณ์ฮึกเฮิมตาม ชอบตอนบรรยายฉากที่เหล่าตัวเอกมาถึงที่นี้ ได้อารมณ์มักๆอ่านแล้วรู้สึกอินตาม

รอลุ้นตอนต่อไป ระทึกโคตรๆ>[]< และยังงคงสงสัยว่าแดเนียลจะมาเป็นพวกเรแพนตอนไหน- -(รอลุ้น!>[]<)
Name : พระผู้สร้างเหนือคำบรรยาย[?]< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ พระผู้สร้างเหนือคำบรรยาย[?] [ IP : 180.180.124.246 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 ธันวาคม 2554 / 19:14

หน้าที่ 1 | 2
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

"หนังสือสดใหม่ ประจำเดือน ธันวาคม 2557"

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android