E N D

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 49 Views

  • 0 Comments

  • 2 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    49

    Overall
    49

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ
หากเพียงได้รู้ว่ามันจะเป็นครั้งสุดท้าย...


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้










โชคชะตากับคนเรา ไม่เคยได้คุยกัน





#theendCM








 
B E R L I N ?

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 21 ก.ย. 59 / 01:07

บันทึกเป็น Favorite







ครั้งสุดท้าย

 

 

 

 

...ถ้าหากว่าผมรู้...ผมคงไม่ทำแบบนั้นกับเขา

 

 

                คนเราไม่สามรถรับรู้อนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ ผมเชื่อแบบนั้นและเชื่อมาตลอด ผมจึงไม่เคยคิดเสียดายหรือเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นแม้แต่น้อยเพราะเพียงคำว่า มันเป็นเรื่องของอนาคต แต่มาจนบัดนี้ผมกลับอยากมีพลังพิเศษที่สามารถรับรู้ได้ว่าอนาคตที่กำลังจะเกิดนั้นไม่ว่าจะในเวลาอันใกล้หรือไกลมันกำลังจะเกิดอะไรขึ้น

 

 

                                จะเป็นแบบนี้อีกนานไหม?

                ผมมองเข้าไปดวงตากลมที่กำลังสั่นไหวและฉ่ำวาวไปด้วยหยดน้ำ มันไม่ได้ไหลรินออกมาแต่กลับคลออยู่ภายในเรียกได้ว่ามันน่าสงสารกว่าการที่มันไหลออกมาเสียอีกแต่ผมไม่ได้รู้สึกสงสารหรือเจ็บปวดที่จิตใจแต่อย่างใดกลับนึกรำคาญเสียด้วยซ้ำที่ต้องมาเห็นหยาดน้ำเหล่านั้นในดวงตาคู่นี้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมทำหลังจากได้ยินคำถามมีเพียงแค่เสียงถอนหายใจพร้อมมือข้างหนึ่งที่ยกขึ้นมาเกาศีรษะด้วยความแรง เขายังคงกลั้นอารมณ์ไว้เช่นเคยเหมือนทุกครั้งที่เราทะเลาะกัน เขาไม่เคยปล่อยให้น้ำตามันเปรอะเปื้อนบนใบหน้า เขาไม่เคยสะอื้นให้ได้ยิน เพราะผมถือว่าเขาคือ ผู้ชาย ถึงแม้จะเป็นผู้ชายที่ผมรักแต่ผมไม่เคยแสดงอะไรไปมากกว่าคำว่าพี่น้อง

                แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าผมไม่ได้รักเขา ผมรักเขามากเขาคือคนแรกที่ผมรู้สึกพิเศษด้วยและไม่อยากให้หายไปจากชีวิต แต่เขาก็คือผู้ชายคนหนึ่งที่เข้มแข็งและไม่เคยอ่อนแอให้ผมเห็น แต่คร่าวนี้มันไม่ใช่เขากำลังยืนมองผมด้วยสายตาที่ผิดหวังและตัดพ้อ นี่เป็นครั้งแรกที่เขากลั้นหยดน้ำเอาไว้ไม่อยู่มันพร้อมจะเอ่อล้นได้ทุกเมื่อถ้าผมพูดอะไรผิดไป

                                พี่หมายความว่าไง?

                เขาหลบตาผมก่อนจะกระพริบตาถี่ๆเพื่อไล่หยดน้ำที่กำลังจะไหลออกมาและใช้หลังมือปิดปากตัวเองพร้อมสูดลมหายใจ ก่อนที่ทุกอย่างจะกลับมาเป็นเขาแบบเดิมที่เคยเป็น กลับมาเป็นคนที่เข้มแข็งและไม่ยอมแสดงท่าที่อ่อนแอ

                                พี่หมายความเราจะเป็นแบบนี้อีกนานแค่ไหน เป็นแบบที่เราเป็นอยู่ในปัจจุบัน...พี่รู้สึกว่าเราไม่เหมือนเมื่อก่อนตกลงแล้วเรา...เป็นอะไรกันกันแน่?

                ผมมองเขานิ่งก่อนจะก้มหน้าและหันมองไปทางอีกชั่ววินาทีก่อนจะหันกลับมามองเขาอีกครั้ง ใช้ฝ่ามือลูบต้นคอของตัวเองและนิ่งค้างไว้แบบนั้น ผมรักเขาถึงแม้จะค่อยบอกเขาอยู่ในใจก็ตามเพราะผมเชื่อว่าเขาคือผู้ชายที่ไม่ต้องการความหวือหวาอะไรในชีวิต ตลอดเวลาเขาไม่เคยเรียกร้องอะไรจากผมมีบ้างที่เราจะไปเที่ยวกันตามสองต่อสองแต่มันก็ไม่ได้พิเศษอะไรซึ่งสำหรับผมแล้วแบบนั้นแหละดีที่สุดแล้ว เพราะแค่เรารู้เพียงในใจมันจะมีอะไรที่ต้องแสดงไปมากกว่านี้ล่ะ แต่ตอนนี้เขากลับทำแบบนี้

                                ผมว่าเรากลับไปสงบสติอารมณ์กันก่อนแล้วค่อยมาคุยกันทีหลังดีกว่า ยิ่งช่วงนี้เราทะเลาะกันบ่อยพี่ยังคงปรับอารมณ์ไม่ค่อยได้...พี่มินซอก

                ผมลดฝ่ามือลงเปลี่ยนเป็นล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์ทั้งสองข้างและตั้งท่าจะเดินจากตรงนี้ไปแต่เขากลับยื้อผมไว้ด้วยสายตาของเขา สายตาอ้อนวอน ผมจำต้องยืนอยู่ที่เดิมปล่อยให้อีกคนมองอยู่แบบนั้น

                                ตอนนี้เราไม่ได้กำลังทะเลาะกัน พี่แค่ต้องการความชัดเจน...บอกพี่ทีเถอะจงแด ว่าระหว่างเรามันคืออะไรหรือว่าจงแดหมดรักพี่แล้ว พี่ก็ขอแค่ให้จงแดบอกพี่มา...ก็แค่นั้น

                                “มันไม่มีอะไรทั้งนั้น พี่เลิกคิดมากเหอะเดี๋ยวจะปวดหัวเปล่าๆ ผมไปล่ะ

                ผมเดินออกมากจากตรงนั้นทันทีที่พูดจบ ทำไมระหว่างเรามันต้องแสดงออกถึงความชัดเจนด้วยเราไม่ใช่ผู้ชายกับผู้หญิงที่ต้องแถวแสดงให้คนอื่นรับรู้แบบโจงแจ้ง สำหรับเขาถ้าใครถามผมก็ยินดีบอกว่าเราเป็นอะไรกัน ผมไม่ได้ต้องการปกปิดอะไรแค่ขี้เกียจที่จะบอกให้ใครต่อใครรู้และเพราะว่าเราคือผู้ชายผมคิดว่าการที่ไม่ต้องทำอะไรหวือหวานั่นแหละดีที่สุดแล้ว ทำไมมันกลับเป็นผมซะเองที่ต้องมาปวดหัวกับเรื่องแค่นี้ด้วย ผมก้มมองนาฬิกาข้อมือที่กำลังแสดงเวลาของพลบค่ำก่อนจะเดินไปอีกนิดหน่อยเพื่อตรงไปยังร้านบาร์ของเพื่อนสนิทที่ไปประจำ ผมผลักประตูกระจกสีดำทึบเดินเข้าไปหยุดอยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ก่อนจะเห็นเพื่อนสนิทของตัวเองที่กำลังยืนสนทนาอยู่กับลูกค้าคนอื่นๆ

                และเจ้าตัวก็สังเกตเห็นผมแล้วด้วย ผมมองภาพผู้ชายตัวสูงใหญ่ที่กำลังก้มตัวกระซิบกระซาบกับกลุ่มผู้หญิงวัยรุ่นที่หัวเราะเล็กน้อยและผละตัวจากเดินตรงมาทางผมหลังเคาน์เตอร์บาร์ มันหันไปสั่งเครื่องดื่มกับบาร์เทนเดอร์ประจำของของมันก่อนจะเท้าแขนลงกับเคาน์เตอร์พร้อมเลิกคิ้วขึ้นมองผม

                                มองอะไรของมึงวะ?

                                “ก็มึงไง เครียดอะไรมาไม่ทราบทะเลาะกับพี่มินซอกอีกแล้วเหรอคราวนี้เรื่องอะไรล่ะ?

                ผมเงยหน้ามองหน้ามันเป็นจังหวะเดียวกันกับที่เครื่องดื่มถูกนำมาเสิร์ฟ ผมเว้นจังหวะไว้โดยการหยิบแก้วขึ้นดื่มมีไอ้ชานยอลเพื่อนสนิทยืนมองด้วยสายตากวนประสาท ผมวางแก้วลงพร้อมถอนหายใจและเอ่ยตอบมัน

                                เปล่า คราวนี้เรื่องใหม่

                                “โอโห้ มีอัพเกรดเรื่องด้วยว่ะเดี๋ยวนี้ เอาน่ามันก็เรื่องเล็กๆน้อยๆแหละว่ะ

                มันว่าพร้อมกับยกแก้วในมือของมันขึ้นจิบทีละนิดและหันไปส่งสายตาให้กับลูกค้าสาวที่เดินผ่านหน้ามันไปมา ผมบีบแก้วในมือแน่นก่อนจะยกมันขึ้นเพื่อดื่มน้ำสีอำพัน วางแก้วลงพร้อมควักมือเรียกบาร์เทรนเดอร์มาบริการ เป็นเวลานาทีกว่าๆที่ผมไม่ได้เอ่ยอะไรต่อจากมันมีเพียงเสียงเพลงที่เปิดคลอและเสียงพูดคุยเล็กๆน้อยๆจากลูกค้าคนอื่นภายในร้าน ผมหันมองชานยอลก่อนจะหยิบแก้วมาถือไว้พร้อมกับหมุนเก้าอี้กลับหลังให้หลังของตัวเองพิงกับขอบเคาน์เตอร์บาร์และเอ่ยขึ้นเบาๆแต่มันก็ดังพอให้ชานยอลหยุดการกระทำของตัวเองไปชั่วขณะ

                                เขาถามว่าระหว่างกูกับเขามันคืออะไร

                ผมได้ยินเสียงแก้วกระทบกับเคาน์เตอร์บาร์ตามมาด้วยเสียงถอนหายใจที่ทำให้ผมต้องหันหน้าไปมอง ชานยอลมองหน้าผมนิ่งไม่ไหวติงและผมเองก็ทำไม่ต่างจากมัน เป็นชั่วเวลานาทีกว่าๆที่ไม่มีใครเอ่ยอะไรและเป็นมันเสียเองที่ละสายตาไปก่อน ชานยอลถอนหายอีกครั้งแต่คราวนี้กลับหนักหน่วงและยาวนานกว่า

                                จงแด เรื่องนี้กูก็เคยบอกมึงไปแล้วไม่ใช่เหรอวะ

                                บอกกู? ทำไมกูจำไม่ได้วะ

                ชานยอลยกฝ่ามือลูบหน้าก่อนจะยกแก้วของมันที่วางบนเคาน์เตอร์ขึ้นดื่ม มันไม่ได้ตอบผมทันทีแต่กลับทำเพียงแค่เดินไปรินเครื่องดื่มและกลับมายืนจ้องหน้าผมด้วยสายตาเบื่อหน่ายเต็มทีและมันก็ยอมเอ่ยออกมาในที่สุด  ก็เพราะมึงไม่เคยใส่ใจอะไรเลยไง

                                “มึงรู้ได้ไง?ผมว่าพร้อมกับจ้องมันกลับ เริ่มรู้สึกได้ว่าคิ้วของตัวเองมันขมวดอัตโนมัติ แต่ชานยอลก็ไม่ยอมลดละมันยังคงจ้องผมด้วยสายตาแบบเดิม  กูเป็นเพื่อนมึงมานานทำไมกูจะไม่รู้ คนเรานะจงแดอย่างน้อยก็ต้องการการเอาใจใส่มั่งแหละ ขืนมึงยังซึนนิ่งขรึมแบบนี้ระวังเหอะมันอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่มึงจะได้เห็นหน้าพี่มินซอกจำไว้

                               

 

                                ระวังเหอะมันอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่มึงจะได้เห็นหน้าพี่มินซอกจำไว้

                คำพูดของชานยอลยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของผมไม่หายไปไหน และมันก็เป็นคำพูดที่จริง เพราะนับตั้งแต่วันที่พี่มินซอกถามผมว่าเราเป็นอะไรกัน ผมก็ไม่เคยเจอหน้าเขาอีกนับตั้งแต่นั้นมาหรือถ้าเจอเขาก็ตั้งใจหลบหน้าผมและทำเป็นไม่เห็นผม มันทำให้ผมหงุดหงิดและทนต่อไปไม่ไหวแล้ว เช่นครั้งนี้ ผมเห็นเขาและเขาก็เห็นผมจะบอกว่าเป็นความบังเอิญก็ได้ที่เราเจอกันในโรงอาหารของมหาวิทยาลัยและเหตุผลมันก็มาจากการที่ผมเกิดขี้เกียจออกไปหาอะไรกินข้างนอกตามนิสัยที่ไม่ชอบรออะไรนานๆ ผมกำลังจับจ้องไปที่เขาและเขาเองก็ไม่สามารถหลบตาไปได้เพราะเราได้สบตากันไปแล้ว ผมค่อยๆก้าวฝ่าวงฝูงชนเพื่อตรงไปหาพี่เขา เพียงไม่กี่อึดใจผมก็หยุดอยู่ตรงหน้าเขา เรายังคงสบตากันและกันแต่สายตาที่เขามองผมมันกลับเปลี่ยนไป มันดูว่างเปล่า

                พี่มินซอกอาจจะเลิกคิดเรื่องนั้นไปแล้ว และผมขอเดาว่ามันเป็นสัญญาณที่ดีระหว่างเราสองคน ไม่ใครเอ่ยอะไรมีเพียงรอยยิ้มจางๆจากเขาที่ส่งมาให้ ถึงจะมองว่ามันดูฝืนๆแต่นั่นก็อาจเป็นเพราะว่าพี่เขาเหนื่อยจากการเรียนก็เป็นได้หรือไม่ก็อาจจะเป็นจากที่ทำงานพารท์ไทม์ของพี่เขา นาทีนี้ผมยอมรับเลยว่าผมไม่รู้จริงๆว่าจะเอ่ยอะไรกับเขาเป็นคำแรกหลังจากที่เราไม่พบหน้ากันมานานเพราะฉะนั้นคำโง่ๆมันเลยหลุดออกมาจากปากผมโดยไม่คิด

                                สวัสดีพี่มินซอกนิ่งไปสักพักก่อนจะขานรับในลำคอเบาๆ มันดูห่างเหินและการกระทำของเขาในตอนนี้ก็เหมือนอึดอัดอยากจะหนีไปจากตรงนี้เต็มที สบายดีใช่ไหม?

                                “สบายดี...ขอตัวก่อนนะจะได้เวลาเรียนแล้ว

                                “อืมผมขานรับคำพูดของเขาแค่นั้น พี่มินซอกก็หมุนตัวเดินจากไปทันที โดยที่ไม่หันกลับมาอีกเลยเพียงไม่นานร่างของเขาก็หายไปกับฝูงชน ภาพแผ่นหลังของเขายังคงติดตราอยู่ภายในใจของผมเหมือนว่าเขาเพิ่งจากไปเมื่อสักครู่นี้ทั้งที่จริงแล้วมันเป็นเวลาหลายนาทีที่เขาได้เดินไปจากตรงนี้ แต่ในใจของผมมันก็ยังบอกว่าเขาเพิ่งไป เพิ่งไปก่อนที่ผมจะได้พูดคำเหล่านี้กลับเขา

                                คิดถึง อยากจะพูดออกไป

                        พี่เป็นอะไรหรือเปล่า อยากจะถามจนใจจะขาด

                                หายไปแบบนี้ผมใจคอไม่ดีเลยนะ อยากจะพูดออกไป แล้วก็...

                                รักพี่มากนะ อยากจะบอกไปเหลือเกิน

 

 

 

            คนเราไม่สามรถรับรู้อนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ นั่นคือคำที่ผมยังคงยึดถือมาตลอด ผมไม่เคยคิดเลยว่าคนเราจำเป็นต้องรู้อนาคตด้วยเหรอ ถ้ารู้ไปเราจะเปลี่ยนแปลงมันให้ดีขึ้นหรือแย่ลง เราจะเลือกอย่างไรหากเรารู้ผลลัพธ์ของการกระทำ สู้ปล่อยให้มันเกิดขึ้นเองไปเลยจะดีกว่าแต่...ตอนนี้ผมกลับไม่คิดแบบนั้นอีกแล้วนั่นก็เพราะ

                                ขออภัยค่ะเรียกหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้...

                อีกแล้ว นับเป็นครั้งที่ร้อยกว่าๆที่ผมได้ยินประโยคนี้จากโทรศัพท์มือถือของตัวเอง พี่มินซอกไม่ยอมรับสายผม ผมไม่รู้ว่าเหตุผลที่เขาเลือกทำแบบนี้มันคืออะไร แต่ตอนนี้ผมเริ่มรู้สึกร้อนรนมาก สามวันมาแล้วที่ผมไม่สามารถติดต่อพี่เขาได้ ตามไปหาที่หอพักของพี่เขาก็ไม่เคยพบเขาเลย ไปดักรอพบเขาที่ทำงานผมก็กลับได้ทราบข่าวจากเพื่อนร่วมงานของพี่มินซอกมาว่าเขาได้ลาออกไปแล้วเมื่อสามวันก่อน และมันคือวันที่ผมได้พบกับเขาเป็นครั้งแรกในรอบหลายวันที่เราห่างหายกันไป วันที่ผมเอ่ยอะไรไม่ได้มากนอกจากคำว่า สวัสดี

                                พี่หายไปไหนของพี่เนี่ย พี่มินซอก

                ผมยังคงยกโทรศัพท์ขึ้นต่อสายไปหมายเลขเดิมที่พยายามติดต่อมาตลอดสามวันแต่ผลลัพธ์ของมันก็เหมือนคือ ผมไม่สามารถติดต่อเขาได้ ผมโยนโทรศัพท์มือถือลงบนเตียงภายในหอพักของตัวเองก่อนจะทิ้งกายนอนลงบนผืนเตียงอย่างคนหมดแรง นอนจ้องเพดานสีขาวนิ่งปล่อยให้ความคิดหลากหลายมันไหลวนอยู่ในสมอง

                                ระวังเหอะมันอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่มึงจะได้เห็นหน้าพี่มินซอกจำไว้

                จู่ๆคำพูดของชานยอลเมื่อหลายวันก่อนก็ผุดขึ้นมา ครั้งสุดท้ายอย่างนั้นหรือหากว่ามันเป็นแบบนั้นจริงๆผมควรทำยังไงล่ะ

                                Rrrrrrrrrr

                ผมหยัดตัวขึ้นนั่งก่อนจะรีบคว้าโทรศัพท์ที่กำลังส่งเสียงเรียกเข้าขึ้นมารับสายทันทีในใจหวังเพียงขอให้เป็นขาคนนั้นติดต่อกลับมาพร้อมบอกเหตุผลกับผมสักนิดว่าเขาหายไปไหนมา ทำไมผมถึงติดต่อเขาไม่ได้ อยากจะได้ยินเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยออดอ้อนกับผม แต่มันก็เป็นแค่ความหวัง เพราะเมื่อผมกดรับสายเสียงทุ้มต่ำของชานยอลก็ดังตามสายมา

                                โหล จงแดฮัลโหล

                รู้สึกว่าดวงตามันเริ่มหนักแบบหน่วงๆมันคืออะไรผมก็ไม่ทราบแต่ตอนนี้ผมไม่มีแรงที่จะตอบกลับไปแล้วเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ใช่เขาคนนั้น ผมจึงขานมันไปเพียงสั้นๆให้พอรู้ว่าผมรอฟังมันพูดอยู่

                                ขานซะหมดอาลัยตายอยากเลยนะมึง สุขสันต์วันเกิดเว้ยนี่กูอุตส่าห์ลงทุนโทรมาหามึงเลยนะดีใจป่าว อีกอย่างจะเลี้ยงฉลองไหมครับเพื่อน

                                สุขสันต์วันเกิด

                ผมยกโทรศัพท์ออกมาทั้งๆอย่างนั้นก่อนจะเปิดไปดูวันที่ในแอพลิเคชั่นของโทรศัพท์ จริงสิวันนี้เป็นวันเกิดของผมนี่น่าแต่ผมไม่มีอารมณ์มายินดีกับวันเกิดตัวเองอีกแล้ว ยังคงได้ยินเสียงไอ้ชานยอลตามสายเบาๆก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหูอีกครั้ง

                                ขอบใจ

                                “โห้ ยินดีกว่านี้หน่อยสิเพื่อน เออไอ้จงแดมึงรู้ป่ะว่าทำไมพี่มินซอกถึงลาออกกลางคันแบบนี้วะ วันนี้นะคราบเรียนที่กูเรียนรวมกับพี่เขากูได้ยินคนอื่นพูดถึงพี่เขากัน ผมนี่งงเลยครับเลยว่าถามมึงให้แน่ใจ กูว่ากูหูฟาดแน่ๆ ฮัลโหลจงแดมึงฟังกูอยู่ป่าววะเฮ้ยฮัลโหล...

                ผมกดตัดสายมันทิ้งโดยไม่รู้ตัว สติของผมหายไปตั้งแต่ที่ชานยอลมันพูดว่าพี่มินซอกลาออกจากมหาวิทยาลัย ผมไม่สามรถควบคุมตัวเองให้เป็นปกติได้ ดวงตามันร้อนผ่าว เพียงไม่นานภาพเบื้องหน้าก็พล่าเบลอไปหมด มันคืออะไรทำไมผมถึงมองอะไรไม่ชัดเจนแบบเดิมล่ะ แล้วทำไมผมถึงรู้สึกว่ารอบดวงตาและแก้มมันเปียกแฉะไปหมด นี่ผม...กำลังร้องไห้งั้นเหรอ ทำไมถึงได้ไหลออกมาล่ะน้ำตา ไม่มีแม้กระทั่งเสียงเสียงสะอื้นไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆเกิดขึ้นมีเพียงหยดน้ำที่ไหลรินจากดวงตาไม่มีหยุดและทวีขึ้นมากกว่าเดิม

                ถ้าหาก ถ้าหากว่าผมรู้ว่าครั้งนั้นมันจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมได้เจอกับเขาผมน่าจะบอกเขาว่าผมคิดอะไรอยู่ ผมน่าจะรั้งเขาไว้และโอบกอดเขาก่อนที่เขาจะเดินหายไป ไม่สิ ผม...น่าจะบอกกับเขาตั้งแต่แรก บอกคำว่าที่ไม่รู้ว่าเขาเฝ้ารอที่จะได้ยินหรือเปล่าแต่ผมน่าจะบอกกับเขา บอกให้เขาได้ยินชัดๆและบอกให้คนอื่นรับรู้ บอกเขาว่าผม...รักเขามากแค่ไหน แต่มันติดแค่คำว่า น่าจะ ทำไมผมถึงไม่ทำกันนะ ทำไมผม...ไม่ทำให้มันชัดเจนกว่านี้

                                จงแด

                เสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง มันเป็นเสียงที่คุ้นหูผมเสียเหลือเกินผมรีบลุกขึ้นและตรงไปยังประตูของห้องพักทันที ก่อนที่จะได้คิดอะไรมือของผมก็เอื้อมไปคว้าที่ลูกบิดประตูและเปิดมันออกทันที ทันใดนั้นรอบๆตัวของผมก็กลายเป็นสีขาวโพลนก่อนที่ความมืดมิดจะมาเยือนรอบๆตัวผม ผมมองไม่เห็นอะไรเลยแม้กระทั่งตัวของผมหรือสิ่งที่เห็นได้ง่ายๆอย่างฝ่ามือแต่ผมกลับมองไม่เห็น ในความมืดมีเพียงเสียงเดิมที่เอ่ยเรียกชื่อผมไม่มีหยุด สิ่งเดียวที่ผมควรสนใจมากกว่าตัวเองคือการตามเสียงเรียกนั่นไป ผมรู้สึกได้ว่าเสียงนั้นดังขึ้นและชัดเจนเรื่อยๆ และในนาทีต่อมารอบตัวของผมก็สว่างขึ้นอีกครั้ง

 .

 .

 .

                                จงแด!!

                               

 

                                “ฟื้นสิจงแด!

 

 

                                “อย่าทิ้งพี่ไปสิจงแด!!!











-------------------------------------------

มาสั้นๆเหนือเฆมเพราะวันนี้เป็นวันเกิดคุณจงแดเมนเรา

อยากจะแต่งใสๆแต่แบบว่าดราม่าบ้างก็ได้เนอะ

อยากให้รู้ว่าอะไรไม่แน่นอนนะคะ กว่าเราจะรู้ตัวก็ในตอนที่สายไปแล้ว

ดูไม่เกี่ยวอะไรเลย 555555 แต่เอาเป็นว่าแต่งมันเนื่องจากวันเกิด





#theendCM

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Cminor จากทั้งหมด 5 บทความ

  • เรื่อง

    หมวด

    ตอน

    คนเข้าชม

    โพสท์

    คะแนน

    อัพเดท

  • รักดราม่า

    เรื่องสั้น

    48/48

    0

    0%

    21 ก.ย. 59

  • อื่น ๆ

    4

    74/340

    10

    0%

    19 ก.ย. 59

  • อื่น ๆ

    31

    16/736

    66

    0%

    27 เม.ย. 59

  • อื่น ๆ

    25

    23/1105

    55

    0%

    16 ธ.ค. 58

  • อื่น ๆ

    15

    15/462

    27

    0%

    16 ธ.ค. 57

บทวิจารณ์

เขียนบทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

เขียนคำนิยม

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น

พิมพ์เลขที่เห็น