สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ความขัดแย้งและการประสานประโยชน์ระหว่างประเทศ

ตอนที่ 2 : สงครามโลกครั้งที่ 1


     อัพเดท 30 ต.ค. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/เกร็ดประวัติศาสตร์
Tags: สงครามโลก, สงครามเย็น, องค์การระหว่างประเทศ
ผู้แต่ง : primmuu ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ primmuu
My.iD: http://my.dek-d.com/mintzm
< Review/Vote > Rating : 100% [ 2 mem(s) ]
This month views : 0 Overall : 667
72 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 4 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ความขัดแย้งและการประสานประโยชน์ระหว่างประเทศ ตอนที่ 2 : สงครามโลกครั้งที่ 1 , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 318 , โพส : 1 , Rating : 20 / 4 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 

สงครามโลกครั้งที่ 1

              สงครามโลกครั้งที่หนึ่งเกิดขึ้นระหว่างปี ค.ศ.1914-1918 เป็นการแย่งชิงความเป็นใหญ่และแข่งขันในการแสวงหาผลประโยชน์ของชาติมหาอำนาจในยุโรปประเทศมหาอำนาจของโลกพัวพันในสงครามที่เรียกกันอีกอย่างหนึ่งว่า "สงครามโลก" หรือ "มหาสงคราม"ระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม ค.ศ. 1914 ถึง 11 พฤศจิกายน ค.ศ. 1918 แบ่งออกเป็นฝ่ายสัมพันธมิตร (มีศูนย์กลางอยู่ที่ไตรภาคี อันประกอบด้วย อังกฤษ ฝรั่งเศสและรัสเซีย) และฝ่ายมหาอำนาจกลาง (มีศูนย์กลางอยู่ที่ไตรพันธมิตร อัน ประกอบด้วย เยอรมนี ออสเตรีย-ฮังการีและอิตาลี) สงครามโลกครั้งที่หนึ่งยังนับว่าเป็นความขัดแย้งวงกว้างภายในทวีปยุโรปครั้ง ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามนโปเลียนทหารผู้เข้าร่วมรบเสียชีวิตเกิน 9 ล้าน นาย สาเหตุหลักเพราะมีความก้าวหน้าในเทคโนโลยีด้านอำนาจการยิงแต่ความก้าวหน้า ด้านความคล่องตัวตามไม่ทัน เป็นสงครามนี้เป็นสงครามที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์อันดับ ที่หก สงครามนี้เป็นผลให้มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บและสูญหาย รวมกันไม่ต่ำกว่า 40 ล้านคน และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหลายอย่าง

สาเหตุที่นำไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 1

                สาเหตุที่ทำให้ประเทศในยุโรปก่อสงครามทำลายล้างกันจนขยายตัวเป็นสงครามโลก ครั้งที่ 1 ดังนี้

          1. ลัทธิชาตินิยม ก่อนเกิดสงครามครั้งที่ 1 กระแสความรู้สึกชาตินิยมทวีความรุนแรงในหมู่ชนชาติต่าง  ในยุโรป โดยมีสาเหตุเกิดจากการแข่งขันแย่งชิงผลประโยชน์ในด้านเศรษฐกิจและการเมือง ตั้งแต่ในคริสต์ศตวรรษที่ 16 เป็นต้นมา โดยเฉพาะกรณีของฝรั่งเศสกับเยอรมนี  เกิดการสู้รบกันเยอรมันสามารถเอาชนะฝรั่งเศสได้ ทำให้เยอรมันรวมตัวกันและสถาปนาจักรวรรดิเยอรมันเป็นมหาอำนาจสำคัญในยุโรป และการปกครองจักรวรรดิของฝรั่งเศสต้องสิ้นสุดลง  เปลี่ยน เป็นการปกครองแบบสาธารณรัฐ และทำให้อิตาลีรวมชาติได้สำเร็จ ทำให้เกิดลัทธิชาตินิยมทั้งเยอรมัน ฝรั่งเศส อิตาลี จนเกิดความคิดว่าการทำสงครามเป็นการรักษาเกียรติภูมิของประเทศ และสร้างแสนยานุภาพให้แก่ชาติของตน    

                นอกจากนี้ ชนกลุ่มน้อยที่อยู่ภายใต้การปกครองของชาติมหาอำนาจต่างพยายามต่อสู้ในทางลับเพื่อแยกตัวเป็นประเทศเอกราช เช่น  พวกสลาฟ (Slave) ในคาบสมุทรบอลข่าน ได้รับการสนับสนุนจากรัสเซียและเซอร์เบียให้แยกตัวเป็นอิสระจากการปกครองของจักรวรรดิออสเตรีย – ฮังการี 

                2. ลัทธิจักรวรรดินิยม ความสำเร็จของการปฏิวัติอุตสาหกรรม ทำให้ชาติมหาอำนาจในยุโรปแข่งขันกันขยายดินแดนอาณานิคม เพื่อแสวงหาวัตถุดิบและตลาดระบายสินค้า โดยเฉพาะดินแดนในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ทำให้เกิดความตึงเครียดในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มีการยึดครองอาจเกิดจากการแข่งขันทางการเมืองเพื่อ   กีดกันชาติคู่แข่งทำให้การมีอาณานิคมเป็นเครื่องวัดความยิ่งใหญ่ของประเทศ

                3. ลัทธินิยมทางทหาร หรือการแข่งขันด้านแสนยานุภาพทางทหาร เกิดจากชาติมหาอำนาจในยุโรปนั้นฝ่ายหนึ่งก็คือออสเตรีย-ฮังการี อิตาลี และเยอรมนีกลุ่มประเทศสนธิสัญญาพันธไมตรีไตรภาคี และอีกฝ่ายคือรัสเซีย ฝรั่งเศสและอังกฤษ กลุ่มประเทศความตกลงไตรภาคี ต่างพยายามแข่งขันกันสะสมอาวุธและความเข้มแข็งทางทหาร เพื่อปกป้องรักษาผลประโยชน์ของชาติตนทำให้เกิดความหวาดระแวงและความตึงเครียดในปัญหาความขัดแย้งต่าง   และมีแนวโน้มจะใช้กำลังทางทหารแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้น  ทำให้ชาติมหาอำนาจของยุโรปต้องทำสัญญาผนึกกำลังกันเป็นพันธมิตรทางทหาร

                4. ความ ไม่มั่นคงทางการเมืองในคาบสมุทรบอลข่าน ซึ่งเป็นชุมชนที่แตกต่างกันด้านภาษาและวัฒนธรรม ประเทศใหญ่ๆพรมแดนใกล้ชิดพยายามรักษาอำนาจอิทธิพลของตนไว้

ชนวนของสงครามโลกครั้งที่ 1      



1. สถานการณ์ที่นำไปสู่ชนวนระเบิดของสงครามโลก ครั้งที่ 1 คือ กรณีลอบปลงพระชนม์เจ้าชายฟรานซิส เฟอร์ดินานด์ (Archduke Francis Ferdinand) องค์รับทายาทของจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี ขณะเสด็จประพาสนครหลวงของแคว้นบอสเนีย เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ..1914 โดยคนร้ายถือสัญชาติเซอร์เบีย ทำให้รัฐบาลออสเตรีย ฮังการี ปักใจเชื่อว่ารัฐบาลเซอร์เบียอยู่เบื้องหลัง   รัสเซียซึ่งถือว่าเป็นผู้นำของชาวสลาฟจึงสั่งระดมผลเพื่อช่วยเซอร์เบีย โดยมีฝรั่งเศสสนับสนุน

         เยอรมนีซึ่งเป็นพันธมิตรของออสเตรีย – ฮังการีจึงประกาศสงครามกับรัสเซียและฝรั่งเศส

         เยอรมนียกกองทัพเข้าตีฝรั่งเศสผ่านเบลเยี่ยม ซึ่งเป็นประเทศที่เป็นกลางและได้รับการคุ้มครองจากกลุ่มประเทสมหาอำนาจ โดยมีอังกฤษเป็นผู้นำ

 ใน สงครามครั้งนี้ฝ่ายที่อยู่ข้างเซอร์เบีย รัสเซีย ฝรั่งเศสและอังกฤษว่าฝ่ายสัมพันธมิตรตามข้อผูกพันพันธมิตรของตน และเรียกฝ่ายที่อยู่ข้างออสเตรีย-ฮังการี และเยอรมนีว่าฝ่ายมหาอำนาจกลาง

2. ปัญหาวิกฤติการณ์ดังกล่าวบานปลายกลายเป็นสงคราม เพราะระบบการสร้างกลุ่มสัญญาพันธมิตรทางทหาร ฝ่ายหนึ่งมีเยอรมนีและออสเตรีย-ฮังการี อีกฝ่ายหนึ่งมีรัสเซีย และฝรั่งเศส ต่อมาเมื่อเยอรมนีบุกเบลเยียม ในวันที่      4 สิงหาคม ..1914 อังกฤษจึงประกาศสงครามกับเยอรมนี

สงครามแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย

       1. ฝ่ายมหาอำนาจกลาง (The Central Power) ได้แก่เยอรมนี ออสเตรีย-ฮังการี ตุรกี บัลแกเรีย

       2. ฝ่ายพันธมิตร (The Allied Power) ได้แก่ฝรั่งเศส รัสเซีย อังกฤษ เซอร์เบีย อิตาลี สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น และไทย

สถานการณ์ของสงคราม

แนวรบด้านตะวันออก รัสเซียส่งกองทัพเข้าโจมตีเยอรมันและออสเตรีย-ฮังการี ในที่สุดรัสเซียก็พ่ายแพ้แก่เยอรมัน

แนวรบด้านตะวันตก  กอง ทัพเยอรมนีบุกผ่านดินแดนเบลเยี่ยมเพื่อโจมตีฝรั่งเศสโดยสามารถยึดเบลเยี่ยม ได้เกือบทั้งประเทศและดินแดนภาคเหนือของฝรั่งเศส แต่ถูกต่อต้านจากฝ่ายสัมพันธมิตรจนรุกไม่ยังกรุงปารีสไม่ได้

แนวรบด้านคาบสมุทรบอลข่าน  กองทัพออสเตรีย-ฮังการี ไม่สามารถเอาชนะเซอร์เบียได้ แต่เมื่อตุรกีและบัลแกเรียเข้าช่วยฝ่ายมหาอำนาจกลางก็สามารถยึดครอง เซอร์เบีย แอลเบเนียและมอนเตเนโกรได้ในเวลาต่อมา

แนวรบทางทะเล

กอง ทัพเรืออังกฤษเอาชนะกองทัพเรือเยอรมันและตัดขาดเส้นทางคมนาคมทางทะเลใน มหาสมุทรแอตแลนติกและทะเลเมดิเตอร์เรเนียนได้สำเร็จ ต่อมาเยอรมนีจึงใช้ยุทธการเรือดำน้ำทำลายเรือรบ





สหรัฐอเมริกาเข้าสู่สงคราม 

- อเมริกาไม่พอใจที่เยอรมนีทำสงครามเรือดำน้ำอย่างไม่มีขอบเขต จนถึงการโจมตีเรือโดยสารลูสิตาเนีย ที่ไม่ติดอาวุธของอังกฤษจมลงใกล้ฝั่งทะเลของไอร์แลนด์ ซึ่งมีชาวอเมริกันเดินที่ทางมาด้วยเสียชีวิค 139 คน  ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ.1915 อเมริกาจึงประท้วงเยอรมนี

            - นายซิมเมอร์แมน (Zimmerman) รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยอรมนีได้ชวนแม็กซิโกกับญี่ปุ่นให้มาร่วมทำ สงครามกับสหรัฐอเมริกา โดยเม๊กซิโกจะได้รับผลตอบแทนคือ ดินแดนรัฐนิวเม็กซิโก เท็กซัสและอริโซนาคืนจากอเมริกา จึงทำให้อเมริกาไม่พอใจ

            - อเมริกาขายอาวุธให้กับกลุ่มพันธมิตร ถ้าพันธมิตรแพ้ อเมริกาจะสูญเสียรายได้จากการขายอาวุธ



 

สาเหตุของการสิ้นสุดสงคราม

ฝ่าย ประเทศมหาอำนาจกลาง ที่เป็นพันธมิตรกับประเทศเยอรมนี มักประสบความพ่ายแพ้ ส่งผลกระทบต่อแนวรบเยอรมนี เยอรมนีจึงอ่อนล้า ก่อให้เกิดการกบฏของทหารเรือที่คลองคีล (Kiel) เกิดการจลาจลวุ่นวายทั่วประเทศเยอรมนี   ออสเตรีย-ฮังการีแยกเป็น 2 ประเทศและขอทำสัญญาสงบศึก บัลแกเรียและตุรกีพ่ายแพ้ ต่อมาเยอรมนีลงนามในสัญญาสงบศึก สงครามโลกครั้งที่ 1จึงยุติลงในวันที่ 11 พฤศจิกายน ค.. 1918

ผลของสงครามโลก ครั้งที่ 1

                ภายหลังเมื่อสงครามโลก ครั้งที่ 1 สิ้นสุดลง ได้มีการประเมินผลกระทบและความเปลี่ยนแปลงต่าง  ที่เกิดขึ้นในยุโรป สู้กันเป็นเวลานานถึง 4 ปี 3 เดือนโดยเยอรมนียอมยุติสงคราม 

                1. ด้านสังคม ความหายนะทางด้านเศรษฐกิจและสังคม มีผู้คนเสียชีวิตจำนวนมาก ทั้งทหารและพลเรือน รวมไม่ต่ำกว่า 20 ล้านคน ทรัพย์สินของแต่ละประเทศรับความเสียหายอย่างหนัก รวมเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 186,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯและเกิดปัญหาชนพลัดถิ่น ปัญหาโรคจิตกลัวภัยสงคราม ปัญหาผู้บาดเจ็บและทุพพลภาพจำนวนมาก

                2. ด้านเศรษฐกิจ ความก้าวหน้าในเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมทางทหาร สงครามโลกครั้งที่ 1 แสดงถึงความก้าวหน้าในการประดิษฐ์อาวุธร้ายแรงต่าง  ของประเทศคู่สงคราม เช่น การนำรถถังมาใช้เป็นครั้งแรก การนำเครื่องบินรถติดอาวุธมาทำสงครามกลางอากาศเป็นครั้งแรก และรวมทั้งการใช้ปืนกล ปืนใหญ่ และแก๊สพิษ เป็นต้น และฝ่ายที่แพ้ต้องจ่ายค่าปฏิกรรมสงครามตามสนธิสัญญาแต่ฝ่ายที่ชนะก็ต้องรับผิดชอบที่ทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจโลกตกต่ำ

                3. ด้านการเมือง การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในยุโรป สงครามโลก ครั้งที่ 1 มีผลทำให้จักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ของยุโรปหลายจักรวรรดิต้องล่มสลาย เช่น จักรวรรดิเยอรมัน จักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี และจักรวรรดิออตโตมัน(ตุรกี) และทำให้เกิดประเทศใหม่  อีกหลายประเทศ เช่น โปแลนด์ ฮังการี และเชโกสโลวะเกีย ฯลฯ


 

4. การเกิดองค์การสันนิบาตชาติ (The League of Nations) ตั้งขึ้นเพื่อรักษาสันติภาพของโลกและแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ โดยประสานความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อป้องกันและระงับยับยั้งมิให้เกิดสงครามขึ้นอีก

5. มี การจัดทำสนธิสัญญาสงบศึกเพื่อเป็นการลงโทษแก่ประเทศผู้แพ้สงคราม โดยข้อกล่าวหาว่าเป็นฝ่ายผู้ก่อสงคราม ผลของสัญญาเช่น ผู้แพ้ต้องเสียดินแดน เสียอาณานิคม เสียอำนาจการปกครองตนเอง เสียอำนาจทางการค้า และต้องจ่ายค่าปฏิกรรมสงครามจำนวนมหาศาล  ซึ่งกลายมาเป็นสาเหตุและชนวนที่จะนำไปสู่การเกิดของสงครามโลกครั้งที่ 2 ใน ค.ศ.1939-1945

 

กองทหารไทยในดินแดนเยอรมนี

สงครามโลกครั้งที่หนึ่งเกิดขึ้นในรัชสมัยของรัชกาลที่ 6 เมื่อ พ.ศ. 2457 ไทยตั้งตัวเป็นกลาง จนกระทั่งวันที่           22 กรกฎาคม พ.ศ. 2460 ไทยจึงได้ประกาศสงครามกับเยอรมันและออสเตรีย-ฮังการี และได้ส่งทหารอาสาสมัครไปช่วยรบประมาณ 1,200 คน ทั้งนี้รวมทั้งนายและพลทหาร สมทบกับนักเรียนไทยในนานาประเทศอีกประมาณ 400 คน รวมทหารอาสาสมัครทั้งหมดประมาณ 1,600 คน

ทหาร อาสาออกเดินทางเมื่อ พ.ศ. 2461 ถึง ประเทศฝรั่งเศสอยู่ใต้บัญชาการของนายพล เปแตง ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ฝ่ายสัมพันธมิตร ได้ไปปฏิบัติการในสมรภูมิประเทศฝรั่งเศสและเบลเยี่ยม

 

ผลที่ไทยได้รับจากการเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่หนึ่งนั้น มีความสำคัญดังนี้

1.             เป็นการเผยแพร่ชื่อเสียงและเกียรติคุณของประเทศ

2.             ได้รับเกียรติเข้าร่วมทำสัญญาสันติภาพแวร์ซายส์

3.             เมื่อสงครามสงบได้รับเชิญเข้าเป็นสมาชิกประเภทริเริ่มขององค์การสันนิบาตชาติ เป็นหลักประกันเอกราชและความปลอดภัยของประเทศ

4.             ได้แก้ไขสัญญาที่ทำไว้แต่รัชกาลที่ 4 เป็นผลสำเร็จ ยกเลิกสัญญาต่าง ๆ ที่ไทยทำกับเยอรมันและออสเตรีย-ฮังการี และทำสัญญากับประเทศต่าง ๆ ใหม่

5.             ได้ยึดทรัพย์จากเชลย

6.             เปลี่ยนธงชาติจากธงช้างเผือกมาเป็นธงไตรรงค์ เพื่อนำไปใช้ในกองทัพไทยที่เข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

7.            สร้างอนุสาวรีย์เกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่หนึ่งคือ อนุสาวรีย์ทหารอาสา วงเวียน22 กรกฎา สมาคมสหายสงคราม

8.             มีการจัดทหารแบบยุโรป และเริ่มจัดตั้งกรมอากาศยานขึ้นเป็นครั้งแรก



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ความขัดแย้งและการประสานประโยชน์ระหว่างประเทศ ตอนที่ 2 : สงครามโลกครั้งที่ 1 , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 318 , โพส : 1 , Rating : 20 / 4 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1

#1 : ความคิดเห็นที่ 3
ได้อ่านเนื้อหาแล้วเข้าใจเนื้อหามากขึ้นน ขอบคุณมากนะคะที่โพสสิ่งดีๆมาแบ่งปันกัน:)
Name : มุตา [ IP : 61.90.104.70 ]
Email / Msn: -
วันที่: 30 ตุลาคม 2555 / 17:01


หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

"หนังสือสดใหม่ ประจำเดือน ตุลาคม 2557"

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android