คนไม่น่าสงสาร

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 808 Views

  • 4 Comments

  • 5 Fanclub

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    15

    Overall
    808

  • Comments
    4

  • Fanclub
    5

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ
แม้ภายนอก 'เธอ' จะดูเหมือนเกลียดแสนเกลียด
ทว่าภายในใจแท้จริงนั้นกลับรัก 'เขา' มากมาย
แต่...ความรักที่ผิดที่จังหวะ โอกาส และเวลา
จะทำให้คนสองคนกลับมารักกันอีกครั้งได้หรือ???


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 30 มี.ค. 58 / 22:07

บันทึกเป็น Favorite


คนไม่น่าสงสาร

 

                ฉันเชื่อว่าในชีวิตคนเราที่ผ่านมาต้องเคยเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันในหลายๆเรื่อง
            อาจเป็นเหตุการณ์ที่เราตั้งใจทำให้มันเกิด หรือเกิดขึ้นเองโดยไม่ตั้งใจก็ได้
            อย่างเช่นการ
แอบรักเพื่อนสนิทที่คบกันมาสิบปีนั่นแหละ

 

            Friday,08.30 pm.
          Location : คอนโดฯฟ้า

                เสียงฝนตกกระทบหน้าต่างดังขึ้นดึงให้ฉันกลับมาสนใจอยู่กับปัจจุบัน ฉันกวาดสายตามองไปรอบห้องเมื่อรู้สึกถึงความเงียบที่ผิดปกติ ลางสังหรณ์บางอย่างผุดขึ้นมาในใจอย่างกะทันหันทำให้ฉันตัดสินใจลุกขึ้นและก้าวเท้าด้วยความรวดเร็วเดินตรงไปยังเตียงนอนในทันที
                ภาพที่เห็นเบื้องหน้าทำให้ฉันถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกก่อนจะค่อยๆทรุดตัวลงนั่งและใช้มือลูบใบหน้าของเด็กหญิงตัวน้อยวัยขวบครึ่งที่กำลังหลับสบายอย่างแผ่วเบา ฉันมองวงหน้าเล็กนั้นอย่างเหม่อลอยและอดที่จะพึมพำออกมาเบาๆไม่ได้ว่า
                “ทำไมหนูหน้าตาไม่เหมือนแม่นะ”
                เพราะเขาหน้าตาเหมือนพ่อน่ะสิ
                คำตอบที่ดังขึ้นในใจทำให้ฉันต้องถอนหายใจอีกรอบไม่ได้เมื่อหวนคิดถึงใบหน้าของผู้ชายคนหนึ่งที่ฉันไม่ได้เจอเขามาเกือบสามปีแล้ว แต่เราเพิ่งกลับมาเจอกันอีกครั้งหนึ่งเมื่อเย็นนี้
                ผู้ชายที่เป็นคนทำให้เด็กคนนี้เกิดมา
                ผู้ชายที่ตอนนี้กำลังจะแต่งงาน

                และเขาเป็นผู้ชายที่ฉันรัก


                Friday,09.30 pm.
          Location : คอนโดฯฟ้า

            ชั่วชีวิตของฉัน ฉันไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีวันนี้
                วันที่ฉันโทรมาแชร์เรื่องราวของตัวเองให้คนอื่นฟังในรายการวิทยุชื่อดังอย่าง Club Friday
                “สวัสดีค่ะฟ้านะคะ”
               
[คุณฟ้าคะ เรื่องราวของคุณฟ้าเป็นยังไงคะ]
                “ฟ้าแอบชอบเพื่อนคนหนึ่งค่ะ ชอบมาสิบปีแต่เราไม่กล้าบอกเค้าเพราะกลัวว่าจะเสียเพื่อน
                ฉันเล่าเรื่องแล้วก็อดที่จะนึกถึงเหตุการณ์ในวันวานที่ผ่านมาแล้วไม่ได้ เขาในตอนนั้นกับเมื่อเย็นนี้ที่เจอกันช่างดูแตกต่างกันลิบลับ กาลเวลาที่แปรเปลี่ยนทำให้ฉันต้องลบภาพเขาในชุดนักศึกษาหลุดลุ่ย ผมเผ้ากระเซิงและรอยยิ้มจอมวายร้ายออกไป เหลือไว้แค่ภาพของชายหนุ่มในชุดทำงานเนี้ยบกริบผู้มีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ทำให้หัวใจฉันเต้นผิดจังหวะไปหลายครั้ง
               
จนกระทั่งเรียนจบ เราก็แยกย้ายกันไปทำงาน แต่หลังจากนั้นก็บังเอิญมาเจอกันอีกครั้งหนึ่งในงานเลี้ยงรุ่นของเพื่อนค่ะ อาจเพราะบรรยากาศเป็นใจหรือเพราะความเมาฟ้าก็ไม่แน่ใจ แต่ก็ทำให้คืนนั้นเราสองคนเกินเลยกันไป”
                “เช้าวันถัดมา เขาก็บอกฟ้าว่า เรื่องเมื่อคืนเขาขอโทษ ตอนนั้นฟ้าไม่รู้ว่าตัวเองอยากได้ยินคำพูดแบบไหนออกมาจากปากเขา แต่ต้องไม่ใช่คำว่าขอโทษแน่ๆ รู้สึกผิดหวังแต่เราก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป ฟ้ายิ้มให้เขาตอนที่เขาเดินจากไป ยิ้มทั้งที่ความจริงเราอยากร้องไห้”
               
[หลังจากนั้นฟ้าทำยังไงต่อคะ]
                “ฟ้าก็พยายามตัดขาดจากเขาค่ะ หลังจากวันนั้นเขาก็โทรมาหานะ โทรมาบ่อยด้วยแต่เราไม่รับสายเลย แต่ตอนนั้นไม่ได้เปลี่ยนเบอร์หนี จนกระทั่งเรามารู้ตัวว่ากำลังจะมีน้อง เหตุการณ์นั้นมันเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตของฟ้าเลยค่ะ เพราะเราสับสนมาก ไม่รู้ว่าจะบอกเขาดีมั้ยว่า เออเราสองคนกำลังจะมีลูกนะ แต่ฟ้าก็ตัดสินใจไม่บอก”
                ฉันเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและหลับตาลงเมื่อรู้สึกว่าน้ำตากำลังรินไหลออกมาอีกครั้ง ฉันยังจำได้ดีว่าความรู้สึกตอนนั้นที่รู้ว่าฉันกำลังมีลูกของเขา ฉันทั้งดีใจและสับสนไปหมด ฉันไม่อยากเป็นคนเห็นแก่ตัวที่ยื้อเขาไว้เพราะลูก แต่ฉันก็ไม่อยากปล่อยเขาให้จากไปเช่นกัน
                “ที่ฟ้าตัดสินใจไม่บอกเขาเพราะตอนนั้นเราได้ยินข่าวมาว่าเขากำลังคบกับผู้หญิงคนหนึ่ง และมีแพลนจะแต่งงานกัน พี่อ้อยพี่ฉอดต้องเข้าใจนะคะว่าเขาเป็นผู้ชายที่คบผู้หญิงหลายคน และไม่คิดจะจริงจังกับใครเลย แต่นี่เขากลับมี
แพลนจะแต่งงาน แสดงว่าเขาจะต้องจริงจังกับผู้หญิงคนนั้นมากๆ เขาเป็นคนดีนะคะ ฟ้าเชื่อว่าถ้าฟ้าบอกว่าฟ้าท้อง เขาจะต้องเลิกกับผู้หญิงคนนั้นแล้วมารับผิดชอบฟ้าแน่นอน ฟ้าเลยไม่อยากให้เขาต้องมาจำใจรับผิดชอบฟ้าเพราะว่าลูก

               
[ฟ้ารู้สึกใช่มั้ยว่าถ้าจะแต่งงานกันควรแต่งงานด้วยความรักมากกว่าแต่งงานเพราะความรับผิดชอบ]
                “ใช่ค่ะ คือเรากลัวด้วยแหละว่าถ้าจำใจแต่งงานกันโดยไม่ได้รักหรือเรารักเขาแค่ฝ่ายเดียว จะทำให้อยู่กันไม่รอด ลูกที่เกิดมาสุดท้ายก็ต้องมีปมเพราะครอบครัวแตกแยก ฟ้าเลยคิดว่างั้นก็ไม่ต้องรับผิดชอบแล้วกัน เราอยู่กันเองได้สองคนแม่ลูก
                [ฟ้าเข้มแข็งไปหรือเปล่า การอุ้มท้องและเลี้ยงลูกตัวคนเดียวมันเป็นงานที่หนักมากเลยนะ สำหรับผู้หญิงที่เพิ่งมีลูกคนแรก]
                “ยอมรับว่าหนักมากค่ะพี่ฉอด ฟ้าก็เคยถามตัวเองเหมือนกันว่าเข้มแข็งไปมั้ย โดยเฉพาะช่วงที่อุ้มท้องน้อง เรากดดันเราเครียด เคยหยิบโทรศัพท์มาแล้วคิดจะกดโทรไปหาเขาเล่าเรื่องทุกอย่างให้เขาฟัง เผื่อว่าอะไรๆจะดีขึ้น แต่สุดท้ายเราก็ไม่ทำ หลังจากนั้นฟ้าก็เลี้ยงน้องมาคนเดียวค่ะ เราให้ความรักกับลูกเต็มที่ ถึงจะเหนื่อยแต่เรามีความสุขมันก็คุ้ม บางครั้งตอนที่อยู่กับลูกได้เล่นกับลูก เห็นลูกยิ้มก็ทำให้ฟ้าลืมเขาไปได้เหมือนกัน แต่เวลาที่ลูกหลับเราต้องอยู่คนเดียว มันก็มีบ้างที่คิดฟุ้งซ่านขึ้นมา ยิ่งลูกโตฟ้าก็รู้สึกว่าเขาจะเหมือนพ่อมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ทำให้เรารู้สึกคิดถึงเขาอยู่เหมือนกัน”
               
[ฟ้าเคยคิดมั้ยว่าถ้าลูกโตขึ้น แล้วถามว่าพ่อไปไหน ฟ้าจะตอบลูกยังไง]
                ฉันนิ่งเงียบไปเมื่อเจอคำถามนี้ สายตามองสะดุดไปที่การ์ดแต่งงานสีชมพูดีไซน์เก๋ที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง ฉันยิ้มให้กับการ์ดนั้นก่อนจะตอบไปว่า
                “ฟ้าคงบอกลูกไปว่าลูกก็เกิดมาจากความรักของพ่อกับแม่เนี่ยแหละ พ่อกับแม่รักกันแต่เรามีเหตุผลที่อยู่ด้วยกันไม่ได้ หลังจากนั้นเมื่อเขาโตเราค่อยเล่าความจริงให้ลูกฟัง คิดว่าจะบอกความจริงกับลูกไปค่ะ”
               
[ฟ้าเคยคิดจะแต่งงานกับคนใหม่รึเปล่าคะ]
                “ก็เคยคิด คือมีคนเข้ามาคุยเข้ามาจีบนะคะ แต่ฟ้าไม่รู้สึกอะไรกับพวกนั้นเลย คงเพราะฟ้ายังลืมเขาไม่ได้มั้ง ตอนนี้ถามว่ายังรักเขาอยู่มั้ย ฟ้าก็ตอบได้เลยว่ายังรักอยู่ รักมากแต่เราไม่คิดจะแย่งเขากลับมา เขาคือรักแรกและรักเดียวของฟ้าค่ะ”
               
[สมมตินะคะฟ้า ถ้าเขาฟังรายการอยู่ ฟ้าอยากบอกเขาว่าอะไร]
                 “ก็คงบอกเขาว่า ไม่ต้องห่วงนะ ไม่ต้องมารับผิดชอบอะไรหรอก ตอนนี้แทนมีชีวิตเป็นของแทน ฟ้าก็มีชีวิตของฟ้าเหมือนกัน”
                ใช่
เราต่างก็มีชีวิตเป็นของตัวเอง ไม่ควรจะมาเกี่ยวข้องกันเลยจะดีที่สุด

 

                สามอาทิตย์ถัดมา
            [ฮัลโหล เออฟ้าเดี๋ยวฉันกำลังจะเข้าไปคอนโดฯแก จะฝากซื้อไรมั้ย]
                “ของกินวันก่อนที่แกขนมาให้ฉันยังไม่หมดเลยพิงค์ ถ้าแกจะซื้อเข้ามาก็ซื้อของเล่นมาให้น้ำเถอะ”
               
[ของเล่นของหลานฉันซื้อไว้เพียบแล้วย่ะ ที่โทรถามเนี่ยคือของคุณเธอนั่นแหละค่ะคุณนายฟ้า]
                “งั้นแกไม่ต้องซื้อเข้ามาหรอก หรือแกอยากกินอะไรก็ซื้อมาแล้วกัน”
               
[โอเค งั้นอีกครึ่งชั่วโมงเจอกัน]
                เมื่อพิงค์ตัดสายไปฉันจึงวางโทรศัพท์มือถือไว้บนโต๊ะรับแขก พอดีกับที่มีมือเล็กๆมาฉุดชายเสื้อ ทำให้ฉันต้องก้มหน้าลงแกะมือของลูกสาวและอุ้มคนตัวเล็กกว่าขึ้นมานั่งบนโซฟาด้วยกัน
                ดวงตากลมโตใสแจ๋วสีดำสนิทกำลังจ้องฉันด้วยความไร้เดียงสา มือเล็กป้อมทั้งสองข้างชูขึ้นก่อนจะชี้ไปที่โทรศัพท์มือถือแล้วส่งสายตาเป็นคำถามมาให้
                 “แม่ คุย ใคร”
 
               ฉันหัวเราะให้กับคำถามของลูก อดที่จะก้มหน้าลงไปหอมแก้มนุ่มฟอดใหญ่ด้วยความเอ็นดูไม่ได้พร้อมกับตอบคำถามไปว่า
                “แม่คุยกับป้าพิงค์ค่ะ ป้า
-พิงค์”
                “คุย ป้า พิงค์”
                 “ค่ะป้าพิงค์ คนสวยๆที่ซื้อเจ้าเท็ดดี้ให้น้องน้ำไง”
                “เท็ดดี้ ของ น้ำ
! ป้า พิงค์ ไม่ ใช่”
                อาการกอดตุ๊กตาแน่นและสายตาแน่วแน่ที่จ้องมาทำให้ฉันหัวเราะออกมาอย่างอดไม่อยู่ จากนั้นฉันจึงชวนน้องน้ำเล่นของเล่นเด็กฆ่าเวลาเพื่อรอพิงค์

                กิ๊งก่อง
                “แปปนะพิงค์”
                ฉันส่งเสียงตะโกนออกไปก่อนจะลุกจากโซฟาและมองดูนาฬิกาติดฝาผนังห้อง ก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความสงสัยไม่ได้ เพิ่งผ่านไปแค่สิบห้านาทีพิงค์ไม่น่าจะมาถึงเร็วขนาดนี้
                แอ๊ดด
~
                “ทำไมมาระ” เสียงฉันของขาดหายไปเมื่อเปิดประตูออกไปแล้วเจอกับคนที่คาดไม่ถึง
                “แทน

                ไวเท่าความคิดฉันรีบปิดประตูทันทีแต่ก็ช้ากว่าเขาที่ใช้มือดันไว้และออกแรงดันเบาๆประตูก็ถูกเปิดออกอย่างง่ายดาย จากนั้นแทนจึงแทรกตัวผ่านเข้ามาในห้องฉันและปิดล็อกประตูด้วยความรวดเร็ว
                “มาที่นี่ทำไม กลับไปเลยนะ
!
                ฉันตะโกนไล่แทนแต่ดูเหมือนเขาจะไม่สนใจฉันสักนิด สายตาของแทนมองไปรอบห้องและไปหยุดอยู่ที่ร่างเล็กของน้ำที่นั่งกอดตุ๊กตาหมีและดูการ์ตูนด้วยความสบายใจ
                ร่างหนาของแทนขยับเดินตรงไปหาน้ำทันที ทำให้ฉันต้องรีบวิ่งไปดักหน้าและอุ้มลูกเข้ามาแนบอกอย่างหวงแหนไม่ได้ สายตาของเราสองคนประสานกันนิ่งอย่างไม่มีใครยอมใคร ฉันมองเห็นแววตาเจ็บปวด ห่วงหาและอารมณ์สับสนหลายอย่างในแววตาของเขา แต่ทำไมเขาต้องรู้สึกแบบนั้น นั่นคือคำถามที่ฉันอยากถามออกไป
                “แม่ ใคร”
                 สิ้นคำถามของน้ำ ความเงียบก็เข้าปกคลุมพวกเราทั้งหมดทันที ฉันมองแววตาของลูกด้วยความเจ็บปวด ลำคอตีบตันจนไม่สามารถพูดอะไรออกไปได้ เมื่อหันไปมองแทนฉันก็เห็นว่าเขากำลังรอคอยคำตอบอยู่เหมือนกัน แต่ฉันก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป

                กึก
                เสียงการขยับของแทนทำให้ฉันต้องมองเขาด้วยความสงสัยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความตกใจเมื่อเขาก้มลงมาอุ้มน้องน้ำโดยที่ฉันไม่ทันตั้งตัว
                “น้ำ นี่พ่อนะ”
                แทนบอกน้ำพร้อมกับชี้มาที่ตัวเองและยิ้มให้กับลูกอย่างอ่อนโยน แต่สำหรับฉันมันเป็นเหมือนการโยนเชื้อเพลิงเข้ากองไฟ ความโกรธทำให้ฉันโพล่งออกไปว่า
                “วางน้ำลงเดี๋ยวนี้นะ
! แทนไม่มีสิทธิ์อุ้มเขา”
                “ทำไมผมจะไม่มีสิทธิ์ในเมื่อผมเป็นพ่อของน้ำ น้ำเป็นลูกของเราสองคนนะฟ้า
!!
                “น้ำเป็นลูกของฟ้าคนเดียว ฟ้าเป็นคนอุ้มท้องและเลี้ยงน้ำมากับมือแต่แทนไม่ใช่”
                 “ทำไมคุณไม่บอกผมล่ะฟ้า สองปีที่ผ่านมาทำไมคุณไม่ยอมบอกผม

                “หยุดนะ
!! อย่าพูดเหมือนฉันเป็นคนผิด แล้วก็ปล่อยน้ำลงเดี๋ยวนี้”
                อาจเพราะดวงตาวาววับที่ฉันจ้องเขาด้วยความโกรธ ทำให้แทนต้องวางน้ำลงบนโซฟาอย่างไม่เต็มใจนักและฉันแทบกรีดร้องเมื่อเขาจูบหน้าผากของน้ำ
                เขาเป็นใคร
!! ทำไมเขาถึงกล้าทำแบบนี้
                ทำไมเขาไม่ละอายแก่ใจบ้างเลย ในเมื่อตอนนี้เขาไม่ใช่ตัวคนเดียวอีกแล้ว
                เขาแต่งงานแล้ว

                เขาจะกลับมาทำไม
                 “พ่อ” แต่คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของน้ำทำให้ฉันแทบสิ้นสติยิ่งกว่า อาการชูสองแขนขึ้นของลูกสาวทำให้ฉันต้องรีบชิงอุ้มแกขึ้นมาและพูดว่า
                “เดี๋ยวน้องน้ำไปดูการ์ตูนในห้องนอนก่อนนะคะ แม่มีธุระจะคุยกับ
พ่อ”

                “อ้าว แกกับแทนกลับมาอยู่ด้วยกันแล้วเหรอ”
                หลังจากเดินเข้าไปส่งน้ำในห้องนอนและเปิดการ์ตูนให้ดู เมื่อกลับออกมาฉันก็เห็นพิงค์มาถึงแล้วและกำลังมองมาทางฉันกับแทนด้วยความสงสัยแต่แฝงไว้ด้วยความยินดีอย่างปิดไม่มิด
                "พิงค์ แกเข้ามาได้ไง" ฉันถามด้วยความสงสัยแต่เมื่อเห็นพิงค์บุ้ยปากไปทางแทนจึงพยักหน้ารับรู้อย่างไม่เต็มใจนัก
                "แล้วตกลงแกกับแทนกลับมาอยู่ด้วยกันแล้วเหรอ" พิงค์คาดคั้น
                “ไม่ใช่หรอกพิงค์ ผมแค่แวะมาหาฟ้ากับลูกน่ะ”
                “ใช่และตอนนี้เขาก็กำลังจะกลับแล้ว
ใช่มั้ย” ฉันพูดและหันไปสบตากับเขาก่อนจะผายมือไปที่ประตูเป็นการไล่เขาทางอ้อม
                “เฮ้ย
! แกไปไล่แทนแบบงั้นได้ไงฟ้า พวกแกสองคนคุยกันไปแล้วกัน เดี๋ยวฉันเข้าไปดูน้ำให้เอง” พูดจบพิงค์ก็วิ่งหายเข้าไปในห้องนอนทันที ข้างนอนจึงเหลือแค่ฉันกับเขาสองคนเท่านั้น
                “เราไม่มีอะไรต้องคุยกันหรอก เรื่องทุกอย่างมันจบแล้ว”
                “มันยังไม่จบหรอกฟ้า ทุกอย่างมันเพิ่งเริ่มต้น
ตั้งแต่วันที่น้ำเกิดมา”
                “ไม่ใช่
! คุณเข้าใจผิดแล้วแทน วันที่ลูกของฉันเกิดมา เป็นวันที่เรื่องของเราจบลงอย่างสมบูรณ์ที่สุด!
                “ผมไม่ยอม คุณจะทำให้มันจบลงง่ายๆไม่ได้ คุณจะไม่ยกโทษให้ผมก็ได้ แต่อย่ากีดกันผมไม่ให้เจอลูกได้มั้ยฟ้า”
                “เพื่ออะไรล่ะ
! คุณจะทำแบบนั้นไปทำไม ทำไมคุณไม่ปล่อยเราสองคนแม่ลูกไป ที่ผ่านมาตอนที่ไม่มีคุณพวกเราก็อยู่กันมาได้ แล้วตอนนี้คุณจะกลับมาเรียกร้องทำไม ให้ทุกอย่างมันจบอย่างที่ควรจะเป็นไม่ดีกว่าเหรอคะ?
                ฉันขอร้องเขาด้วยความสับสน ในสมองพยายามคิดหาเหตุผลมาประกอบการกระทำของเขา แต่สิ่งที่ฉันคิดได้มีเพียง

                “เพราะผมรักคุณไงฟ้า ผมรักคุณถึงไม่อยากปล่อยคุณกับลูกไป”
                นั่นคือคำตอบที่ฉันกลัวที่สุด

                แต่มันจะมีประโยชน์อะไรที่มาบอกตอนนี้ ตอนที่เขาแต่งงานไปแล้ว
                “แต่คุณแต่งงานแล้ว” ฉันกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง ขาอ่อนแรงจนต้องทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ฉันเงยหน้าเพื่อสบตาเขาหวังอยากให้เขาพูดว่ามันเป็นเรื่องโกหกที่เขาแกล้งล้อฉันเล่น
                แต่ความเป็นห่วงและความรักที่ฉายชัดในแววตาของเขาทำให้ฉันต้องยอมรับความจริงว่า
                เขาไม่ได้โกหก เขารักฉัน

                “ผมยังไม่ได้จดทะเบียนกับพิม เราสองคนยังไม่ได้มีอะไรเกินเลยกัน ให้โอกาสผมนะฟ้า ถ้าคุณให้โอกาสผม ผมจะกลับไปคุยกับพิมตอนนี้เลย”
                ฉันเงียบและสบตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและคาดหวังของเขา ใจหนึ่งฉันก็รู้สึกอยากให้โอกาสเขาแต่อีกใจฉันกลับไม่อยากเป็นคนเห็นแก่ตัวที่ทำลายครอบครัวคนอื่นและทำลายความรักของผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย
                ในเมื่อฉันเลือกที่จะเดินออกมาจากชีวิตของเขาแล้ว ฉันก็ควรจะต้องยอมรับความเจ็บปวดใช่มั้ย

                 ในเมื่อฉันเลือกที่จะปล่อยมือจากเขาวันนั้น วันนี้ฉันก็ไม่ควรให้เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมอีก
                ฉันไม่ควรทำร้ายผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่รู้เรื่องอะไร เพราะความเห็นแก่ตัวของตัวเอง
                แค่รู้ว่าเขารักฉัน เหมือนที่ฉันรักเขา แค่นี้ก็มากพอแล้ว

                “ไม่ต้องหรอกแทน เราของเรามันจบมานานแล้ว แทนไม่ควรรื้อฟื้นมันขึ้นมาอีก ฟ้าดีใจที่รู้ว่าอย่างน้อยแทนก็รักฟ้า แต่ตอนนี้แทนมีครอบครัวเป็นของตัวเองแล้ว แทนควรดูแลครอบครัวที่แทนสร้างขึ้นมาใหม่ให้ดี อย่าทำร้ายเขาเพราะความเห็นแก่ตัวของเราสองคน แทนมีชีวิตเป็นของแทน ฟ้าก็มีชีวิตของฟ้าเหมือนกัน”
                “ผมทำไม่ได้ฟ้า คุณจะให้ผมปล่อยมือจากคุณกับลูกทั้งที่รู้ว่าเรามีทางกลับมาอยู่ด้วยกันเหรอ ผมทำไม่ได้”
                “คุณต้องทำได้ ภรรยาของคุณไม่ผิด คุณจะทำร้ายเธอได้ลงคอเหรอ ในเมื่อคุณตัดสินใจแต่งงานกับเธอแล้ว คุณต้องดูแลเธอให้ดีที่สุด

                “ฟ้า

                “อีกอย่างฉันไม่อยากถูกคนอื่นมองว่าเป็นมือที่สามแย่งสามีคนอื่นมาหรอกนะคะ ฉันอายเขา ถ้าคุณรักฉัน คุณต้องดูแลภรรยาของคุณให้ดี นี่เป็นคำขอสุดท้ายจากฉัน”
                 “ถ้าคุณต้องการแบบนั้น ผมก็ตกลงแต่ขอผมช่วยส่งเสียน้ำเรียนได้มั้ย วันหยุดขอผมได้ไปเที่ยวกับแกบ้าง ให้ผมได้ทำหน้าที่พ่อบ้างเถอะนะ”
                 “อย่าดีกว่าค่ะ อย่าทำให้เรื่องมันยุ่งไปกว่านี้เลย เราต่างคนต่างอยู่น่ะดีแล้ว บางทีนะแทน ฉันคิดว่าถ้าคุณไม่รักฉัน เรื่องราวหลายๆอย่างอาจจะลงตัวกว่านี้ก็ได้

                พูดจบฉันก็หันหลังกลับ เตรียมเดินไปที่ห้องนอนทันทีแต่คำพูดของเขากลับทำให้ฉันชะงักเท้าและรู้สึกตัวเย็บเฉียบราวกับถูกแช่ไว้ในตู้แช่แข็ง
                “เพราะคุณต่างหากฟ้าที่ทำให้ผมตัดสินใจแต่งงานกับพิม ทั้งที่ผมไม่ได้รักเธอ วันนั้นที่ผมไปเจอคุณกับลูกครั้งแรก คุณรู้มั้ยว่าผมรู้สึกยังไง ผมดีใจที่เห็นหน้าคุณ และรู้สึกดีใจที่เห็นหน้าลูก น้ำเหมือนผมมากนะฟ้า คุณคิดว่าผมดูไม่เลยเหรอว่าแกเป็นลูกของผม แต่คุณไม่พูดไม่เล่าผมก็คิดว่าคุณคงแต่งงานใหม่แล้ว คุณคงจะลืมผมไปแล้ว การ์ดแต่งงานวันนั้นที่ผมให้คุณไป ที่จริงมันเป็นแค่แบบนะ ยังไม่ใช่การ์ดจริงหรอก”
                 “แต่เพราะคุณ ผมจึงเลื่อนงานแต่งงานให้เร็วขึ้นกว่าเดิม ฟังดูอาจเหมือนผมเห็นแก่ตัวที่รีบแต่งงานเพราะอยากลืมคุณ ผมรักคุณนะฟ้า รักมาตั้งแต่ครั้งแรกที่เราเจอกัน สิบปีมาแล้วนะที่ผมรักคุณ

 

                เขาจากไปแล้ว จากไปพร้อมกับความจริงที่ทิ่มแทงจิตใจของฉัน
                 ทำไมนะจังหวะและเวลาของเราสองคนถึงไม่ตรงกันเลย
                 “ฉันคิดว่าแกจะเห็นแก่ตัวกว่านี้นะฟ้า ฉันสงสารน้ำนะ ฉันอยากเห็นหลานมีความสุข วันที่ไปงานแต่งงานฉันถึงเล่าให้แทนฟัง”
                “เล่า?? แกเล่าอะไรให้แทนฟังพิงค์”
                พิงค์ถอนหายใจก่อนจะเดินมานั่งบนโซฟาตรงข้ามฉันและพูดว่า
                “วันที่แกโทรไปเล่าให้
Club Friday ฟัง ฉันก็ฟังอยู่ ตอนแรกก็ไม่คิดว่าเป็นแกหรอกแต่มาสะดุดตรงที่แกบอกว่าพลาดท่าให้แทนในวันเลี้ยงรุ่นนั่นแหละ หลังจากนั้นแกก็ท้องใช่มั้ย ฉันสังหรณ์ใจจึงตั้งใจฟัง จนตอนจบแกก็หลุดชื่อแทนออกมา ฉันก็เลยคิดว่าต้องใช่แกแน่ๆ วันที่ไปงานแต่งของแทน แทนยิ้มก็จริงนะฟ้าแต่แววตาแทนไม่มีความสุขเลย พอฉันเดินไปคุยกับแทนและเล่าความจริงทั้งหมดให้ฟัง เหมือนแทนจะดูมีความหวังขึ้นมา ฉันคิดว่าจริงๆเขาก็คงรู้แหละว่าน้ำเป็นลูกของเขา เพียงแต่ยังไม่แน่ใจเท่านั้น
                “แกไม่ควรทำแบบนั้นเลยพิงค์ ทำไมแกไม่บอกฉันก่อน ฉันอยากให้เรื่องมันจบ ฉันไม่อยากให้คนอื่นมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อีกโดยเฉพาะผู้หญิงคนนั้น ภรรยาของแทน เธอไม่ควรต้องรับรู้เรื่องนี้”
                “ฉันถามแกจริงๆเถอะฟ้า แกจะเป็นคนดีไปเพื่อใคร ในเมื่อชีวิตจริงมันไม่เหมือนนิยาย ถ้าการเป็นคนดีของแกทำให้แกต้องเสียสามี เสียพ่อของลูก เสียครอบครัวไป แกจะเป็นคนดีไปทำไม
?
                แต่ฉันไม่มีคำตอบให้พิงค์

 

                สามวันถัดมา
            “ใบกรมธรรม์ประกันชีวิตของนาย…” ฉันขมวดคิ้วเมื่อเห็นชื่อของแทนในใบกรมธรรม์ก่อนจะกวาดสายตาอ่านรายละเอียดทั้งหมดและพบว่าเขาทำกรมธรรม์ไว้ในวงเงินที่สูงจนน่าตกใจ
                “ผู้รับผลประโยชน์
นี่มัน!” ฉันเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นชื่อตัวเองอยู่ในช่องผู้รับผลประโยชน์ และต้องตกใจยิ่งกว่าเดิมเมื่อในใบกรมธรรม์เขียนไว้ว่าฉันเกี่ยวข้องกับเขาในฐานะภรรยา
                “ไม่จริงน่า มันเหมือนความว่ายังไง” ฉันทิ้งใบกรมธรรม์ลงบนโต๊ะอย่างหมดแรง มืออีกข้างคลำหาโทรศัพท์มือถือไปทั่วจนเผลอปัดซองกระดาษสีขาวขุ่นซองหนึ่งตกไป
                ฉันหยิบซองกระดาษนั้นขึ้นมามองอย่างไม่ใส่ใจแต่ลายเส้นคุ้นเคยที่ปรากฏหน้าซองทำให้ฉันต้องหยุดอ่านมันอย่างสนใจ
                “ถึงฟ้า ผู้หญิงที่ผมรัก”
                หัวใจฉันแทบหยุดเต้นเมื่อจำลายมือที่คุ้นตานั้นได้มันเป็นลายมือของแทน ฉันพยายามระงับมือที่ออกอาการสั่นไว้และเปิดซองเอกสารออก เมื่อเทออกแล้วจึงเห็นซีดีแผ่นหนึ่ง ฉันมองซีดีแผ่นนั้นอย่างตื่นเต้นระคนสงสัย สันชาตญาณสั่งให้ฉันนำซีดีไปเปิดดูทันที
                ยังเดินผ่านทุกวัน ที่ที่เราพบกันเมื่อก่อน

            ยังจำซ้ำๆ ได้ทุกตอน ราวกลับมีใครมาหมุน ย้อนเวลา
           
เสียงเพลงความคิดที่ดังขึ้นทำให้ฉันตั้งใจดูMVที่เขาทำมากกว่าเดิม ฉันมีความรู้สึกว่าเขากำลังใช้เพลงนี้บอกความรู้สึกแก่ฉัน
                แต่ก็คงจะหมุนย้อนได้แค่ในความคิด ในชีวิตจริง คงไม่เจอกันอีกแล้ว

            ยืนอยู่ตรงที่เดิม แต่ไม่มีวี่แวว เธอจากไปแล้ว และคงไม่ย้อนคืนมาหา
           
ภาพของฉันในอิริยาบถต่างๆตั้งแต่ชั้นมัธยมปลายปรากฏขึ้นมาช้าๆ บางภาพเป็นภาพที่ของฉันตอนเผลอซึ่งฉันเดาว่าเขาคงแอบถ่ายฉันแน่ๆ
                เพลงยังคงดังไปเรื่อยๆเช่นกับภาพของฉันที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆเช่นกัน แต่ในความคิดของฉันตอนนี้กลับหยุดอยู่ที่ภาพสุดท้ายของแทนที่เดินจากฉันไปเมื่อสามวันก่อน ภาพแววตาของเขาที่มองมาที่ฉันด้วยความเจ็บปวดและขอให้ฉันให้โอกาสเขา แววตาที่เต็มไปด้วยความรักและความเป็นห่วงของเขา ปรากฏขึ้นมาในความคิด
                ฉันปล่อยให้น้ำตารินไหลออกมาเงียบๆและรู้สึกเสียใจที่ไม่ยอมให้โอกาสเขาในวันนั้น
                 ให้เธอสัมผัสความคิดที่ฉันทิ้งไว้ อาจไม่เห็นได้ด้วยตา

            ฉันได้ฝากเอาไว้ อยู่ในพื้นดินและท้องฟ้า
            มันเป็นความคิดที่กระซิบว่า

                [แทนรักฟ้า]
                เสียงของเขาที่ดังขึ้นทำให้ฉันต้องเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาและมองหน้าเขาที่กำลังส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้ด้วยความคิดถึง
                “แทน

               
[แทนรักฟ้านะ ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนแทนก็ยังรักฟ้า รักฟ้าคนเดียว]
                “พ่อ!” เสียงเล็กๆที่เต็มไปด้วยความดีใจของน้ำทำให้ฉันชะงักก่อนจะกดปุ่มหยุดชั่วคราวเพื่ออุ้มลูกสาวขึ้นมานั่งตักให้แกได้เห็นหน้าของพ่อชัดๆ
                “แม่ พ่อ”
                “ค่ะนั่นคุณพ่อของน้ำ” ฉันกระซิบบอกลูกและก้มลงหอมแก้มน้ำอย่างต้องการกำลังใจก่อนจะตั้งใจฟังที่แทนกำลังจะบอก
               
[ถ้าฟ้าได้ยินเสียงผมตอนนี้ แสดงว่าฟ้าคงได้ฟังเพลงความคิดจบแล้ว ภาพทั้งหมดที่ฟ้าเห็นเป็นภาพส่วนหนึ่งที่ผมแอบถ่ายฟ้าไว้ตลอดเวลาสิบปีที่ผ่านมา…]
                [อาจเหมือนผมแก้ตัวแต่ฟ้ารู้ไว้เถอะว่าตลอดเวลาที่ฟ้าเคยเห็นผมคบกับคนอื่น ผมไม่เคยรักพวกนั้นเลย ผมรักฟ้าแต่ไม่กล้าขอคบเป็นแฟนเพราะกลัวจะทำให้ฟ้าเสียใจ ผมไม่อยากเสียฟ้าไปจึงคงสถานะความเป็นเพื่อนเอาไว้…]
                [คืนนั้นที่เราเจอกัน ฟ้าอาจคิดว่าบรรยากาศเป็นใจทำให้เราสองคนเกินเลยกัน แต่ความจริงก็คือทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเป็นความตั้งใจของผม ผมมีความสุขที่มีฟ้าอยู่ในอ้อมกอด ผมตั้งใจจะรับผิดชอบฟ้า แต่หลังจากวันนั้นฟ้าไม่ยอมรับโทรศัพท์ผมอีกเลย ผมถามข่าวฟ้าจากเพื่อนคนอื่น หลายคนก็บอกว่าไม่ได้ข่าวฟ้า ตอนนั้นผมทรมานมาก ฟ้ารู้มั้ย ผมกลัวว่าคุณจะท้องแล้วไม่ยอมบอกผม กลัวคุณเกลียดผม กลัวทุกอย่าง ผมตามหาคุณแต่ทุกครั้งที่เจอคุณก็หนีผม…]
                น้ำเสียงของแทนเต็มไปด้วยความเจ็บปวดจนหัวใจฉันรู้สึกเจ็บตาม ดวงตาของเขามีน้ำตารื้นขึ้นมาแต่แววตาท่ามองกล้องยังคงฉายชัดถึงความรักไม่เปลี่ยน
                [เมื่อวานพิงค์บอกผมว่าคุณจะย้ายบ้านหนีผมกลับต่างจังหวัด ฟ้าไม่ต้องย้ายหรอกนะ คุณอยู่ที่นี่กับลูกนั่นแหละ ถ้าคุณไม่สบายใจเดี๋ยวผมจะย้ายออกไปเอง]
                แทนเจ็บ ฉันรู้สึกได้เมื่อเห็นเขาหันหน้าหนีกล้องไป จากนั้นกล้องก็หยุดถ่ายไปและกลับมาถ่ายใหม่อีกครั้ง ฉันมองดวงตาที่แดงช้ำของเขาด้วยความเจ็บปวด ฉันเดาว่าเขาคงจะหยุดถ่ายเพื่อไปร้องไห้แน่นอน
               
[ผมดีใจที่รู้ว่าน้ำเป็นลูกของเรา แต่ผมคงทำตามคำขอสุดท้ายของคุณไม่ได้หรอกนะฟ้า การที่ผมจะดูแลใครสักคนให้ดีที่สุด คนคนนั้นต้องเป็นคนที่ผมรักเท่านั้นซึ่งคนนั้นก็คือคุณ แต่กับพิมผมไม่ได้รักเขา แล้วฟ้าจะให้ผมดูแลเขาอย่างดีที่สุดได้ยังไง…]
                เสียงของแทนเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและท้อถอย ฉันรู้สึกอยากเดินเข้าไปกอดเขา ปลอบประโลมเขา แต่สิ่งที่ฉันทำได้ตอนนี้มีเพียงแค่เอื้อมมือไปแตะใบหน้าเขาผ่านหน้าจออย่างแผ่วเบาและปล่อยให้น้ำตารินไหลออกมาเหมือนคนบ้า
               
[ผมไม่รู้ว่าหลังจากนี้เรื่องของผมกับพิมจะจบกันยังไง แต่สำหรับคุณนะฟ้า ผมไม่ยอมให้มันจบลงแบบนี้แน่นอน]
                ภาพสุดท้ายที่ฉันเห็นแทนคือสายตาที่มุ่งมั่นจริงจังและรอยยิ้มอ่อนโยนที่ส่งมาให้กล้องก่อนจะกลายเป็นพื้นหลังสีดำสนิท
               
ผม รัก คุณ
           
ประโยคสุดท้ายที่เขาทิ้งไว้ ทำให้ฉันต้องกอดลูกอย่างต้องการกำลังใจและร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายใคร
                “แม่ พ่อ ไปไหน”
                ฉันมองหน้าลูกแต่ไม่ได้ตอบคำถามของแกออกไป ฉันเพิ่งรู้สึกว่าหัวใจตัวเองกำลังแหลกสลาย ความเจ็บปวดราวกับมีคนเอามีดมากรีดหัวใจทำให้ฉันต้องหน้าอกด้วยความทรมาน แต่ผิดกันตรงที่ว่าครั้งนี้ฉันเป็นคนลงมือกรีดหัวใจตัวเอง
                ความเจ็บปวดจึงยิ่งเพิ่มทวีมากขึ้นเป็นสิบเท่า
                ฉันรู้ว่าตัวเองรักเขามาสิบปี
                ฉันรู้ว่าตัวเองดีใจที่มีลูกกับเขา
                ฉันรู้ว่าตัวเองโล่งใจที่เห็นเขาเดินจากไป
                ฉันรู้ว่าตัวเองเข้มแข็งที่สามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องมีเขา
แต่สิ่งที่ฉันไม่รู้คือ

                ฉันไม่รู้ว่าตลอดสิบปีที่ผ่านมาฉันรักเขามาก รักจนไม่เหลือที่ว่างพอให้ใครอีก
                ฉันไม่รู้ว่าตัวเองยึดลูกเป็นตัวแทนของเขา ยิ่งฉันรักลูกมากเท่าไหร่ก็แปลว่าฉันรักเขามากเท่านั้น
                ฉันไม่รู้ว่าตัวเองเจ็บจนแทบยืนไม่ไหวเมื่อเห็นเขาค่อยๆก้าวออกไปจากชีวิต
                และ

                ฉันไม่รู้ว่าที่คิดว่าตัวเองเข้มแข็ง แท้จริงแล้วกลับอ่อนแอยิ่งกว่าคนอื่น
            ฉันรักเขามาก นั่นคือความไม่รู้ที่ฉันพลาดที่สุด

 

                สองปีต่อมา
            Friday, 01.30 pm.
                Location : โรงเรียนอนุบาลหมีน้อย

            [ฮัลโหลฟ้า นี่ฉันพิงค์นะ]
                “อื้อ มีอะไรหรือเปล่า”
               
[แกอยู่ไหนเนี่ย]
                “รอรับลูกอยู่ที่โรงเรียน มีอะไรหรือเปล่า”
           
[อ้าว แกไม่ไปทำงานเหรอ]
                “ไปแต่วันนี้ลาครึ่งวัน จะพาน้ำไปเลี้ยงฉลองวันเกิดน่ะ”
               
[อ้อ โอเคจ้า เออฟ้า…]
                “หือ??
               
[แกรู้ข่าวแทนยัง แทนหย่ากับพิมแล้วนะ]
                ข่าวใหม่ที่ได้ฟังจากปากเพื่อนทำให้ฉันต้องนั่งตัวตรงด้วยความสนใจทันที และย้อนถามกลับไปว่า
                 “ตั้งแต่เมื่อไหร่
?
               
[ไม่แน่ใจเหมือนกัน เต้มันบอกว่าหย่ากันเมื่อปลายปีที่แล้ว แต่วินมันเถียงว่าหย่ากันตั้งแต่แทนย้ายไปทำงานที่เชียงใหม่ แต่ที่แน่ๆคือหย่ากันแล้วแน่นอน]
                “ทำไมถึงหย่าล่ะ”
               
[ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน เต้มันก็บอกว่าแทนไม่ได้รักพิมเลยหย่า แต่วินบอกว่าพิมทนแทนไม่ได้เลยหย่า]
                “อื้อ น่าเสียดายเนอะ”
               
[แต่ฉันว่าสองคนนั้นหย่ากันไปแหละดีแล้ว ถึงทนอยู่กันไปก็ไม่รอดหรอก เต้มันบอกฉันว่าตอนหย่าทั้งเรือนหอ รถยนต์ แทนยกให้พิมหมดเลยนะ แทนไม่เอาอะไรไว้เลย ประมาณว่าขอแค่ความโสดกลับคืนมาก็พอ]
                ฉันฟังพิงค์เล่าแล้วรู้สึกชื่นชมแทนขึ้นมาไม่ได้ ในใจก็รู้สึกโล่งสบายอย่างบอกไม่ถูกราวกับยกภูเขาออกจากอกเรียบร้อยแล้ว
               
[ฟ้า ฉันไม่รู้ว่าสองปีที่ผ่านมาแกจะรู้สึกกับแทนเหมือนเดิมหรือเปล่า แต่ฉันอยากให้แกให้โอกาสเขา ในเมื่อตอนนี้แกก็ยังไม่มีใครแล้วแทนก็ไม่มีใคร ฉันว่าคงไม่ยากหรอกมั้งที่แกกับแทนจะแต่งงานกัน]
                เสียงของพิงค์ที่พูดเต็มไปด้วยความเป็นห่วง ทำให้ฉันรู้สึกซึ้งใจจนต้องยิ้มออกมา ไม่ง่ายเลยนะกับการที่ชีวิตนี้เราจะหาเพื่อนดีๆที่จริงใจกับเรา แม้ฉันจะต้องเจ็บปวดกับเรื่องของแทนแค่ไหน แต่การที่มีเพื่อนมาคอยเป็นห่วง คอยให้กำลังใจก็ทำให้เรากลับมายืนขึ้นใหม่ได้อีกครั้ง
                “ฉันก็คิดว่าฉันจะลองให้โอกาสเขาดูเหมือนกัน ยิ่งเห็นลูกโตขึ้นเรื่อยๆฉันก็ยิ่งรู้สึกว่าที่ผ่านมาตัวเองเป็นแม่ที่แย่มาก ฉันผลักไสแทนไปเพราะกลัวว่าตัวเองจะเจ็บ แต่ฉันไม่เคยนึกถึงลูกเลยว่าน้ำจะรู้สึกยังไงถ้าครอบครัวไม่สมบูรณ์ ถึงน้ำจะไม่พูดออกมาแต่ฉันก็รู้สึกได้ว่าลูกอยากเจอแทน ทุกครั้งที่ฉันมารอรับลูก น้ำจะคอยมองตามเพื่อนคนอื่นที่เขามีพ่อมีแม่มารับพร้อมหน้าพร้อมตา ในขณะที่ตัวเองมีแค่แม่มารับ ฉันสงสารลูกนะพิงค์”
               
[ฉันเข้าใจแกนะฟ้า บางครั้งเราก็ต้องเรียนรู้ความผิดพลาดในอดีตเพื่อก้าวเดินอย่างถูกต้องในอนาคต อย่างตอนนี้แกกับแทนก็โตเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว ฉันคิดว่าแกคงใช้เหตุผลตัดสินใจมากกว่าใช้อารมณ์และอคติอย่างที่ผ่านมานะ]
                “อื้อ ขอบใจแกมากพิงค์”
               
[ยินดีเสมอจ๊ะ]

                หลังจากวางสายพิงค์ ฉันจึงเดินไปรอบๆโรงเรียนเพราะเหลือเวลาอีกประมาณชั่วโมงครึ่งกว่าน้ำจะเลิกเรียน โรงเรียนอนุบาลแห่งนี้เป็นโรงเรียนเอกชนขนาดใหญ่ที่มีสภาพแวดล้อมดี แม้ค่าเทอมจะแพงไปบ้างแต่ฉันก็คิดว่าคุ้มที่จะจ่าย
                ปึก

                เสียงเอกสารปึกใหญ่ร่วงหล่นดังขึ้นใกล้ตัวทำให้ฉันต้องก้มลงหยิบขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ฉันมองหาบุคคลที่คิดว่าเป็นเจ้าของเอกสารปึกนี้แต่ไม่เจอ กระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าที่วิ่งมาจากด้านหลังจึงหันไปมองและฉันก็ต้องตะลึงเมื่อได้พบกับเขา
                “แทนรึเปล่า?
                ฉันถามออกไปเมื่อเห็นว่าเขาก็ตกอยู่ในอาการตกตะลึงเหมือนกัน หลังจากที่ได้ยินเสียงฉันดูเหมือนแทนจะหายจากอาการตกตะลึง ก่อนที่ฉันจะทันได้พูดอะไร ฉันก็รู้สึกถึงอ้อมแขนของเขาที่ดึงตัวฉันเข้าไปกอด สัมผัสคุ้นเคยที่ห่างหายไปนานทำให้ฉันกอดตอบเขาด้วยความคิดถึงที่เท่าเทียมกัน
                 “ผมนึกว่าตัวเองตาฝาดที่เห็นฟ้าซะแล้ว”
                “ฟ้าก็คิดว่าตัวเองตาฝาดเหมือนกัน”
                ฉันบอก หลังจากนั้นเราสองคนก็มองหน้าและหัวเราะออกมาพร้อมกัน
                “แทนมาทำอะไรที่นี่ / ฟ้ามาทำอะไรที่นี่”
                “แทนก่อนแล้วกัน

                “ผมมาติดต่อเรื่องออกแบบอาคารที่โรงเรียนกำลังจะสร้างใหม่ ฟ้าล่ะ”
                “ฟ้ามารอรับน้ำ”
                “หมายความว่าน้ำเรียนที่นี่งั้นเหรอ”
                “อื้อ

                หลังจากจบคำพูดฉัน เราสองคนก็ไม่มีคนพูดอะไรกันอีก แทนมองหน้าฉันอย่างลังเลชั่วอึดใจก่อนที่เขาจะเอ่ยขึ้นมาว่า
                “ฟ้า ไปดื่มกาแฟกันหน่อยมั้ย”

 

                Friday,01.45 pm
                Location : ร้านกาแฟ

            “ฟ้าไม่คิดว่าจะได้เจอแทนที่นี่ บังเอิญจัง”
                “ใช่ บังเอิญมากแต่ผมว่าดีนะที่เจอกันตอนนี้ เพราะเย็นนี้ผมตั้งใจจะไปหาฟ้ากับลูกอยู่แล้ว”
                คำพูดของแทนส่งผลให้มือที่กำลังจิบกาแฟของฉันชะงักและมองเขาด้วยความสงสัย แต่เมื่อเห็นแววตาหวานเชื่อมของเขาฉันก็รู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่าง แต่ก็ต้องกลั้นใจถามออกไปว่า
                “แทนมีอะไรจะบอกฟ้ารึเปล่า”
                “มีสิ ฟ้าจำได้มั้ยว่าในซีดีที่ผมส่งไปให้ฟ้า ตอนสุดท้ายผมบอกฟ้าว่าอะไร”
                “แทนไม่ยอมให้เรื่องของเราจบ” ฉันพึมพำเสียงเบาและหลบสายตาของเขา แต่ไม่ได้ชักมือหนีเมื่อแทนเอื้อมมือมากุมมือฉันไว้อย่างถือวิสาสะ
                “ใช่ ผมไม่ยอมให้เรื่องของเราจบ ครั้งนั้นที่ผมปล่อยฟ้ากับลูกไปเพราะผมยังไม่เคลียร์ตัวเองให้เรียบร้อย แต่ตอนนี้ผมไม่มีใคร แล้วฟ้าก็ไม่มีใคร ฟ้าจะให้โอกาสผมได้มั้ย”
                ฉันเงยหน้าขึ้นสบตากับแทนก่อนจะกลั้นหายใจถามไปอีกรอบว่า
                “แทนจะขอโอกาสอะไรจากฟ้า”
                เขายิ้มออกมาทว่าไม่ได้พูดอะไร กระทั่งฉันเห็นเขาก้มลงไปหยิบบางอย่างจากกระเป๋า ฉันรู้สึกว่าหัวใจของตัวเองหยุดเต้นไปชั่วขณะก่อนที่มันจะกลับมาเต้นอีกครั้งด้วยความเร็วที่ฉันควบคุมไม่อยู่ ความรู้สึกบางอย่างพลุ่นพล่านขึ้นมา ลางสังหรณ์บอกฉันว่าแทนกำลังจะทำบางอย่างที่ฉันไม่คาดคิด…
                “โอกาสที่จะดูแลฟ้ากับลูกไปตลอดชีวิต ฟ้าแต่งงานกันนะ”
                พูดจบแทนก็หยิบแหวนเพชรออกจากกล่องมาสวมที่นิ้วนางข้างซ้ายของฉันและมันก็พอเป๊ะ ฉันมองแหวนเพชรที่อยู่บนนิ้วนางด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูกทั้งตื้นตัน ดีใจ ซึ้งใจอย่างบอกไม่ถูก สายตาของฉันเริ่มพร่าเลือนเพราะหยาดน้ำตาที่ไหลพรั่งพรูออกมา
                “แทนไม่ได้หลอกให้ฟ้าดีใจเล่นนะ”
                “ผมรักฟ้า แต่งงานกันนะ”
                “ฟ้าก็รักแทน”
            “แล้ว
?
                “แต่งก็ได้”
                ฉันตอบตกลงเขาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ก่อนจะได้ยินเสียงแทนตะโกนก้องไปทั่วร้านด้วยความดีใจ ทำให้ฉันอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้
                วันนี้เมื่อห้าปีที่แล้วเป็นวันที่ฉันรู้สึกเจ็บปวดมากที่สุดกับการให้กำเนิดชีวิตใหม่ที่ฉันเป็น
แม่ของเขา
                แต่วันนี้ในปัจจุบันเป็นวันที่ฉันมีความสุขมากที่สุดที่จะได้ครอบครัวของตัวเองกลับคืนมา


                ขอบคุณแทนที่สอนให้ฉันรู้จักคำว่ารักแรก รักแท้และรักเดียว
            ขอบคุณพิงค์เพื่อนสนิทแสนดีที่คอยเป็นกำลังใจให้กับฉัน
            ขอบคุณน้ำ ลูกสาวของเราที่ทำให้ฉันเข้มแข็งในวันที่ฉันกับแทนไม่ได้อยู่ด้วยกัน
            และ ขอบคุณโชคชะตาที่เล่นตลกจนทำให้ฉันได้กลับมาเจอกับแทนอีกครั้งหนึ่ง
            ขอบคุณ ขอบคุณ และ ขอบคุณ

THE END.

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ MindDeariiz จากทั้งหมด 9 บทความ

บทวิจารณ์

เขียนบทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

เขียนคำนิยม

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. #4 Mhew_happy (@mhew1209) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 มีนาคม 2558 / 22:21
    สนุกมากเลยค่ะ เป็นเหมือนนิยายเสียดสีสังคมเลยแต่เราไม่รู้ว่าไรต์แต่งเสียดสีสังคมหรือป่าว ทำนิยายดีๆต่อไปนะคะ เราจะติดตามค่าาา
    #4
    0
  2. วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2557 / 19:56
    ออ ซึ้ง
    #3
    0

  3. #2 เภา
    วันที่ 23 ธันวาคม 2556 / 22:46
    อยากให้คุณฟ้าตัวจริง จบแบบนี้บ้าง เราสงสารมากเลย
    #2
    0
  4. วันที่ 25 มีนาคม 2556 / 17:56
    แต่งได้ดีมากค่ะ ชมจากใจจริง ^^ เยี่ยมมากค่ะ ><b!
    #1
    0
พิมพ์เลขที่เห็น

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android