สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

คำนึงรัก

ตอนที่ 4 : บทที่ 4 คุณหนูกอหญ้า


     อัพเดท 3 ก.ย. 53
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/รักหวานแหวว
Tags: คำนึงรัก, กอหญ้า, ชามินทร์, รักหวานแหวว
ผู้แต่ง : ปัณณ์รักขก์ ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ปัณณ์รักขก์ Email : m_mew2(แอท)hotmail.com
My.iD: http://my.dek-d.com/mew-mystyle
< Review/Vote > Rating : 0% [ 0 mem(s) ]
This month views : 1 Overall : 725
21 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 3 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
คำนึงรัก ตอนที่ 4 : บทที่ 4 คุณหนูกอหญ้า , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 401 , โพส : 2 , Rating : 0 / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


บทที่ 4 คุณหนูกอหญ้า

 

“หนูกลับมาแล้วค้า” ร่างโปร่งระหงดูบอบบาง ทิ้งตัวลงที่พื้นถัดจากกระไดบ้านไม้ แล้วนอนแผ่ลงอย่างสบายอกสบายใจ

 

“ตายจริง นอนแบบนั้นไม่ได้นะคะคุณหนูของม่อม” ป้าละม่อมวิ่งปรูดเข้ามาดึงร่างบางให้ลุกขึ้น ก่อนจะเริ่มอ้าปากอบรมอีกชุดใหญ่

 

“อะไรคะม่อมของหนู ” คุณหนูกอหญ้ายิ้มกว้างก่อนจะหอมแก้มคนตรงหน้าฟอดใหญ่ ทำเอาผู้สูงวัยกว่าแทบจะออกปากอบรมต่อไม่ออกไปเลย

 

“เดี๋ยวเถอะคะ เป็นสาวเป็นนางมานอนแผ่อย่างนี้ได้ยังไงกัน” ละม่อมพูดทั้งที่ปากก็ยิ้มจนลักยิ้มข้างซ้ายบุ๋มเป็นรูลึก

 

“เป็นนางที่ไหนกัน นางสาวหรอกค่ะ คุณแม่กับคุณพ่อละคะม่อม” 

 

“อยู่ในบ้านคะ” ละม่อมตอบ

 

“งั้นเดี๋ยวหนูมานะคะ” ร่างนั้นวิ่งปรื๋อเข้าบ้านไปอย่างรวดเร็วจนผมที่รวบไว้เป็นหางม้าปลิวสะบัดไปตามแรงวิ่ง

 

ยังเหมือนเดิม ละม่อมยิ้มกับภาพที่เห็น ต่างก็ตรงที่ร่างเล็กๆเหมือนตุ๊กตาเมื่อหลายปีก่อน กลับกลายเป็นร่างโปร่งระหงดูบอบบางน่าทะนุถนอม ผิวขาวเนียนเรื่อสีชมพูก็ดูจะผุดผ่องขึ้นกว่าเก่า จากเด็กหญิงตัวเล็กแสนซนกลับกลายเป็นหญิงสาวแสนสวยที่อีกไม่นานก็จะได้รับปริญญาบัตร ปากเล็กแดงสดช่างเจรจาก็เป็นกระจับดูเอิบอิ่มน่าเอ็นดู ตากลมโตแป๋วแหววก็ดูสวยราวกับตาของลูกกวาง แพขนตาดำสนิทเมื่อครั้นกระพริบตาก็เหมือนปีกของผีเสื้อตัวเล็กๆ กำลังขยับไปมาอย่างแผ่วเบา จมูกรึก็โด่งสวยรับกับโครงหน้าเรียวกลมรูปไข่ นี่ตุ๊กตาแสนซนคนนั้นของม่อมโตขึ้นขนาดนี้แล้วหรือ เวลาช่างผ่านไปเร็วเสียจริง ละม่อมยิ้มกับตัวเองอย่างมีความสุข

 

“ยิ้มอะไรอยู่คนเดียวป้า” เด็กปั้นที่ตอนนี้โตเป็นสาวเสียยิ่งกว่าคุณหนูกอหญ้า ชะเง้อมองบุคคลอาวุโสของบ้านสายธารอย่างแปลกใจ

 

“เรื่องของข้า” ป้าละม่อมพูดก่อนจะเดินเข้าเรือนใหญ่

 

“สงสัยจะแก่จนฟั่นเฟือน” ปั้นพึมพำกับตัวเอง

 

“หล่อนว่าอะไรนะนังปั้น”

 

“ทำไมหูถึงไม่ตึงไปด้วยละ” พูดจบเด็กปั้นก็รีบวิ่งลงกระไดหนีหายเข้าไปทางครัวทันที

 

“เอ้อ อย่าออกมาให้เห็นนะนังปั้น ฉันจะฟาดหล่อนให้หลังลายเลยเชียว”

 

 

 

“หนูกลับมาแล้วคะ” ร่างบางนั่งลงที่เก้าอี้ไม้หวายสำหรับรับแขก หยิบกระดาษแผ่นเท่าเอสี่ยื่นไปทางบิดา แล้วจึงเดินเข้าไปหอมแก้มมารดาเข้าฟอดใหญ่

 

“อะไร หอมแค่แม่คนเดียวเองเหรอ” ธราดลเลิกคิ้วถามลูกสาว

 

“งั้นแถมให้คุณพ่อสองที” ว่าแล้วก็จัดการตามที่พูดทันที

 

“อย่าเผลอไปทำแบบนี้กับพวกหนุ่มๆ เข้าล่ะ” นายธราดลแกล้งแซว ยิ้มกว้างให้ลูกสาวสุดที่รัก

 

“หูย หนุ่มเหนิ่มที่ไหนกันคะ แค่เห็นหนูก็วิ่งหนีหายไปหมดแล้ว” เด็กสาวพูดติดตลก หัวเราะร่าจนลักยิ้มสองข้างบุ๋มลงดูน่าเอ็นดู

 

“รักนวลสงวนตัวของแท้เลยเชียว ลูกสาวเรา” วิทิดาแกล้งแซวบ้าง

 

“คุณแม่ชมกันตรงๆ อย่างงี้ หนูก็เขินแย่” พรรณพิไลยิ้มกว้าง ในขณะที่หลบกำปั้นเล็กๆ ที่คุณแม่ส่งมาที่หัวด้วยความหมั่นไส้

 

“นั้นเป็นใบกำหนดการของงานรับปริญญาค่ะ” หญิงสาวพูดขึ้นพร้อมขยับตัวไปยืนข้างบิดา        

 

“สงสัยคงต้องจัดงานเลี้ยงต้อนรับบัณฑิตใหม่กันแล้วสิ” ธราดลยิ้มลูบหัวลูกสาวอย่างเอ็นดู ทั้งเป็นปลื้มและภาคภูมิใจ

 

“คราวนี้งานหนักคงตกที่ป้าละม่อมแล้วล่ะคะ” วิทิดาพูดต่อ “รายนั้นคงวุ่นอยู่กับครัว ทำอาหารให้ยัยหนูจอมซนของแกอีกตามเคย แล้วนั้นบอกป้าละม่อมแล้วยังน่ะลูก มีหวังแกคงดีใจ กระโดดผลุง”

 

“ป้าแกรู้บ้างแล้วล่ะคะ แต่กำหนดการหนูยังไม่ได้บอก กะว่าจะเซอร์ไพรส์”

 

“เดี๋ยวป้าแกก็ฟังเป็นสะใภ้อีกหรอก คราวก่อน ก็ทำเอาแตกตื่นกันทั้งบ้าน” คุณธราดลหัวเราะในลำคอ

 

ก็เพราะคำว่าเซอร์ไพรส์เป็นเหตุ ทำให้คนทั้งบ้านตกอกตกใจกันไปหมด คิดว่าคุณหนูแสนซนคนดีของบ้าน กลายเป็นตุ๊ดเป็นทอมไปซะแล้ว ก็ป้าละม่อมแกเล่นโวยวายซะเสียงดังทำท่าเหมือนลมจะจับ พอแกได้ยินว่าคุณหนูจะมีสะใภ้(เซอร์ไพรส์)มาให้ละม่อม นึกว่าคุณหนูสุดที่รักจะกลายเป็นชายในร่างหญิงไปเสียแล้ว กลายเป็นธุระของเด็กปั้นที่ต้องพาป้าแกไปเช็คประสาทหู ผลออกมาก็คือปกติดี เห็นทีคราวนี้เป็นความผิดของคุณหนู ที่เล่นเอาศัพท์ภาษาปะกิด ฝาหรั่ง มาพูดกับป้าแก 


“
โธ่ คุณพ่อ” คุณหนูกอหญ้าครางเสียงอ่อนระคนขำ

 

 

 

 

 

ประตูไม้ที่ติดป้ายรูปลิงตัวเล็กๆ เอาไว้ข้างลูกบิด ถูกเปิดออกแผ่วเบา พร้อมกับร่างบอบบางที่ก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไป รอยยิ้มกว้าง ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นหน้าเรียบเฉยเมื่อสายตาไปสะดุดเข้ากับว่าวสภาพเก่าอายุหลายปี ที่แขวนอยู่กลางผนัง ข้างกับโต๊ะเครื่องแป้ง

 

“ทิ้งไปซักทีจะดีมั้ยนะ ไอ้ของสัปรังเคอย่างนั้น” ปากเล็กๆ แบะออกอย่างรำคาญใจ ทั้งที่ก็ไม่เคยทำอย่างที่พร่ำพูดกับตัวเองได้เลยสักครั้ง

 

“พูดจะทิ้งๆ อยู่ตั้งหลายปี เห็นก็ยังวางแหมะอยู่ที่เดิม” เสียงหวานออกห้าวดังขึ้นข้างหลัง พร้อมกับฟันขาววับที่ยิ้มยิงฟันมาให้

 

“ยัยน้ำผึ้ง!! อะไรกัน ไหนบอกจะกลับพรุ่งนี้ไง” กอหญ้ายิ้มกว้างมองเพื่อนรักตั้งแต่สมัยเด็กอย่างคิดถึง เดินเข้าไปกอดพร้อมกับหอมแก้มไปสองฟอดใหญ่

 

“ตายๆ แบบนี้หนุ่มที่ไหนเค้าจะเข้ามาจีบพวกเราสองคนกันยะ” น้ำผึ้งทำตาโต แต่ก็กอดตอบแน่นพอกัน

 

“คิดถึงแกจัง” กอหญ้าพูดพร้อมกับลากเพื่อนสาวเข้ามานั่งข้างๆ “ตั้งแต่แยกกันตอนเรียนมหาลัยนี่แทบจะไม่ได้เจอแกเลย เพื่อนใหม่คนไหนก็ไม่สนิทใจเท่ากับพวกแก”

 

“ถึงว่าไง เค้าว่าเพื่อนยิ่งคบกันนานยิ่งรู้ใจ ”

 

“ถูกต้องที่สุด”

 

“แต่จะว่าไปแกก็อยู่มอเดียวกับไอ้พี่จอม แล้วก็อ้วนนี่ ทำไมไม่ได้เจอกันเลยเหรอ” น้ำผึ้งถามอย่างสงสัย

 

“แกก็รู้ว่าไอ้พี่อ้วนมันเรียนหมอ จะเอาเวลาที่ไหนมานั่งคุยเล่นกันล่ะ แล้วก็นะ รายนั้นเค้าผอมลงเยอะแล้ว สาวติดเกรียวเชียวล่ะ” กอหญ้าเผาเพื่อนอีกคนอย่างสนุกปาก

 

“แล้วอีกคนล่ะ” พอพูดแล้วก็อดไม่ได้ที่จะใจเต้นแรงขึ้นมา น้ำผึ้งเอามือซ้ายขึ้นจับหน้าอก แอบกลัวว่าคนที่นั่งเล่าเรื่องฉอดๆ อยู่ตรงหน้าจะได้ยิน

 

“โหย รายนั้นก็ไปกันใหญ่ พักนี้ทำตัวแปลกๆ สงสัยจะเรียนหนักไปละมั้ง พวกสายวิทย์ก็เงี้ย ไม่เหมือนฉัน ทำตัวไร้สาระได้ทุกวี่ทุกวัน”

 

“แปลกๆ ยังไง” ใจที่เต้นถี่ กลับมีความรู้สึกเจ็บแปลบเข้ามาผสม จนเจ้าตัวต้องรีบสูดลมหายใจเข้าเพื่อเก็บอาการ

 

“ก็ไม่รู้สิ บางทีเจอกันก็ไม่ยอมทัก อะไรว้า พี่น้องเพื่อนฝูงกันแท้ๆ แถมบางทีก็มาดุเราซะเฉยๆ เรายังไม่เห็นรู้ว่าตัวเราทำผิด ท่าจะเพี้ยนไปแล้วล่ะไอ้พี่จอมนั่น”

 

“งั้นเหรอ”

 

“เป็นอะไรยัยน้ำผึ้ง ทำหน้าหงอยซึมกะทือไปได้”

 

“เปล่ายะ แกนี่นะ เวลาเผาชาวบ้านนี้พูดได้เป็นวรรคเป็นเวร ไม่รู้สองตัวนั้นนั่งจามกันไปจนม้ามหลุดออกมาแล้วรึยัง”

 

“ฮ่าๆ แกนี่ก็”

 

“นั้นอะไรอ่ะแก” น้ำผึ้งชี้ไปยังปึกกระดาษที่ถูกมัดไว้ลวกๆ ด้วยยางเส้น

 

“ก็แค่กองกระดาษเน่าๆ” ร่างระหงตอบเสียงบูดทันควัน

 

“เอามาดูดิ๊” และก่อนที่เจ้าของจะทันเอากองกระดาษเน่านั้นไปซ่อน เจ้าปึกหน้าขนาดคืบก็ตกไปอยู่ในมือของเพื่อนซี้ผิวสีน้ำผึ้งสมชื่อเป็นที่เรียบร้อย

 

“อย่านะแก” กอหญ้ากระโดดกอดคอเพื่อนสาว ที่พยายามวิ่งหลบ พลางอ่านโปสการ์ดไปด้วย

 

“โปสการ์ดนี่หว่า จากใครเนี้ย” พูดไปด้วยก็พลิกด้านหลังของโปสการ์ดขึ้นอ่านชื่อของคนที่ส่ง “พี่ชามินทร์นี่”

 

“ชิ เอาคืนมาเลยยัยบ้า”

 

“แบร่ เรื่องอะไรจะคืน ว้าว ของพี่เค้าทุกแผ่นเลยนี่ ส่งมาตั้งเยอะนะแก แล้วแกยังจะบอกว่าเค้าไม่เคยติดต่อมาหาได้ยังไงยะ”

 

“เลิกพูดถึงตาบ้านั้นได้แล้ว” กอหญ้าพูดพร้อมกับแย่งโปสการ์ดในมือเพื่อนสาวกลับมา

 

ก็แค่ส่งโปสการ์ด...แล้วเคยมาหากันสักครั้งบ้างมั้ยล่ะ สัญญานั้นน่ะคงลืมไปตั้งนานแล้วล่ะสิ หญิงสาวคิดในใจ

 

“นี่ยัยคุณหนูกอหญ้าที่รักเจ้าคะ แกน่าจะเลิกงอนคุณพี่ชายคนนั้นได้แล้วนะยะ เรื่องมันก็ตั้งหลายปีแล้วนะแก”

 

ก็เพราะตั้งหลายปีนั่นแหละ 

 

“ใครว่าฉันงอน ฉันก็แค่ไม่สนใจเค้าเลยสักนิดต่างหาก” คนปากเก่งก็พูดแก้ตัวน้ำขุ่นๆ เก่งอย่างเคย แต่มีหรือที่น้ำผึ้งคนที่รู้จักกันมานานเป็นสิบๆ ปีจะดูไม่ออก

 

“อ๋อๆ ก็พยายามจะเชื่ออยู่นะ แต่ไอ้เจ้าว่าวนั้นละ ของรักของหวงไม่ใช่เหรอ” น้ำผึ้งล้อ ในขณะที่มองหน้าเพื่อนสนิทที่งอขึ้นกว่าเดิม ทำหน้ายังกับม้าหมากรุก งอซะ

 

“ใครว่าของรักของหวง เค้าก็ว่าจะทิ้งอยู่แล้วเชียว แต่เผอิญลืม” กอหญ้าเถียง รู้สึกเหมือนยิ่งเถียงจะยิ่งเข้าตัว จากเรื่องไกลตัว กลายเป็นเข้าตัวเฉยเลย เป็นงี้ได้ไง ว่าแล้วก็จ้องเพื่อนสนิทสาวตาเขียวปั๊ด

 

“จ้าๆ เชื่อแล้ว เชื่อสุดใจเลย เลิกทำตาเขียวจ้องเหมือนจะขย้ำฉันได้แล้วยะ ฉันไม่แกล้งแล้ว” น้ำผึ้งทิ้งตัวลงนั่งข้างเพื่อนสาว ดึงแก้มเนียนใสนั้นเบาๆ อย่างหมั่นไส้

 

“ได้ข่าวว่าแกจะรับปริญญาอีกไม่กี่วันนี้ใช่เปล่า”

 

“เปลี่ยนเรื่องเร็วเชียวแก อีกประมาณห้าวันอ่ะ”

 

“หรือแกอยากจะพูดเรื่องเดิม ฉันไม่ขัดข้องนะยะ” น้ำผึ้งยิ้มกว้าง

 

“พอเลยๆ ถ้าแกพูดอีกที ฉันตัดแกออกจากกองมรดกแน่”

 

“ต๊าย นี่แกแอบไปทำไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันยะ ”

 

“ยัยบ้า แกนี่ก็รับมุกอีก นี่ถ้าเป็นเมื่อก่อนท่านหัวหน้ากริ้ว แกได้รับการลงโทษแน่ โทษฐานทำตัวรู้ทันท่านหัวหน้า” กอหญ้าหัวเราะร่วน นึกถึงสมัยวันวานที่ตัวเองตั้งตัวเป็นหัวโจกของกลุ่มทั้งที่อายุน้อยกว่าใครเพื่อน

 

“ฮ่าๆ แกนี่มันบ้าอำนาจไม่เปลี่ยน”

 

“เออใช่ ว่าจะถามแกอยู่ แล้วแกอ่ะจบรึยัง ฉันคอยจะถ่ายรูปคู่กับแกที่ซุ้มคณะอยู่น้า”

 

“ยังเลย ฉันเหลือโปรเจคอีกตัวที่ค้างอยู่ ถ้าไม่เสร็จอาจารย์เค้าก็ไม่ให้จบ”

 

“แล้วทำไมแกไม่รีบทำซะเล่า จะได้รีบจบๆ”

 

“ใครว่าฉันไม่อยากรีบทำละ แต่ฉันยังหาเคสที่ตรงกับหัวข้อโปรเจคไม่เจอนี่หว่า”

 

“มีอะไรให้ฉันช่วยแกก็บอกมาได้เลยนา”

 

“ขอบใจจ้า เอาไว้ฉันจะให้แกช่วย จนแกจะต้องคิดในใจว่า ไม่น่าพลั้งปากว่าจะช่วยมันเลย เชียวละ ฮ่าๆ”

 

“จ้าๆ ไว้ถึงวันนั้นก่อนเถอะยะยัยน้ำผึ้งบูด”

 

“คุณหนู น้องน้ำผึ้ง คุณผู้หญิงเรียกให้ไปทานของว่างคะ” เด็กปั้น หรือพี่ปั้นโผล่หน้าดำๆของตัวเองมาเรียกสองสาวที่กำลังคุยกันสนุกจนเสียงดังลั่นเรือน พร้อมโชว์รอยยิ้มกว้างที่เห็นฟันขาววับเกือบทุกซี่ไปให้

 

“แม่ไผ่รู้ว่าแกมาด้วยเหรอ”

 

“มีแต่แกนี่แหละที่ไม่รู้ สะใภ้ไงแก สะใภ้มั้ยยะ”

 

“ยัยเพื่อนบ้า”

 

“เอ่อ น้องน้ำผึ้งคะ ตกลงจะพูดว่าเซอร์ไพรส์ หรือสะใภ้คะ คือพี่กลัวจะเป็นแบบป้าม่อมแกนะคะ”

 

“เซอร์ไพรส์คะพี่ปั้น” น้ำผึ้งขำพรวด

 

“แต่เมื่อกี้พี่ได้ยินว่าสะใภ้นี่คะ เอ๊ะ หรือว่าเราจะต้องไปเช็คหูซะเองแล้วเนี้ย” แล้วพี่ปั้นก็เดินบ่นกับตัวเองออกไป ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ฟังคำอธิบายจากสองสาวที่มัวแต่หัวเราะจนท้องคัดท้องแข็ง

 

แย่ละสิ!...พี่ปั้น

 

 

 

 

สายลมเย็นพัดผ่าน พร้อมกับเสียงชิงช้าไม้ที่แกว่งไกวเบาๆ ไปตามแรงของคนที่นั่งอยู่บนมัน ร่างระหงเหม่อมองไปยังท้องฟ้าที่มีดวงจันทร์สีเหลืองนวลลอยเด่นรายล้อมด้วยดวงดาวนับล้านดวง กลิ่นดอกจำปีลอยผ่านปลายจมูก หอมอ่อนจนทำให้หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะสูดดมมันเข้าไปลึกๆ พร้อมกับหลับตาพริ้มฟังเสียงแกว่งไกวของชิงชาที่ขยับไปมาเบาๆ

 

“บางทีควรจะเลิกนึกถึงเค้าได้แล้วนะ” เจ้าของชิงช้า และต้นจำปีใหญ่ พูดกับตัวเองเบาๆ “ตั้งหลายปีแล้ว ทำไมกันนะ ทำไมถึงลืมไม่ได้ ไม่สิ! ต้องลืมให้ได้”

 

“เฮ้อ” แล้วก็ถอนใจออกมาอีกครั้ง “พอแล้ว ไม่ต้องคอยอีกแล้ว ฝ่ายนั้นคงจะลืมเราไปตั้งนานแล้วละ โปสการ์ดนั่นก็ตั้งหลายปีแล้วที่ไม่ส่งมา คงจะลืมไปแล้วจริงๆ”

 

“แล้วจะมานั่งพูดบ้าอะไรอยู่คนเดียวเนี้ย กลับขึ้นบ้านดีกว่า ไปก่อนนะจ๊ะ พรรณพิไล...ชามินทร์” เงียบไปอีกอึดใจจึงจะพูดอีกชื่อหนึ่งขึ้นมา

 

โอ้ย!!ลืมๆ ไปซะทีเถอะ กอหญ้า ไม่ต้องไปสนใจอีตาคนบ้าคนนั้นอีก

----------------------------------------

ปล. รีไรท์แล้วฟอนท์มันจะประหลาดๆ ไปหน่อยนะคะ ^^; 


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
คำนึงรัก ตอนที่ 4 : บทที่ 4 คุณหนูกอหญ้า , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 401 , โพส : 2 , Rating : 0 / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1

#2 : ความคิดเห็นที่ 5

ขอบคุณนะคะ คุณ KnomTuai  แล้วจะเข้าไปอ่านนิยายนะคะ สู้ ๆ คะ ^^


PS.  นส.ช่อแช่,,
Name : นส.ช่อแช่< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ นส.ช่อแช่ [ IP : 203.172.214.49 ]
Email / Msn: m_mew2(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 มีนาคม 2553 / 18:11

#1 : ความคิดเห็นที่ 3

กอหญ้าของม่อม !
ฮะ ๆ   สนุกดีค่า ^ ^   

ปอลอ. ฝากนิยายหน่อยนะค่ะ  ^  ^ 
Cinderella love กิ๊กรักป่วนหัวใจยัยตัวแสบ 
ตอนที่ 3   
V
V
V



http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=542905&chapter=3


PS.  เเวะเข้าไปอ่าน Cindrella love กันก่อนนะ : )) Comment & Vote 4 me XOX !
Name : KnomTuai< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ KnomTuai [ IP : 124.120.44.105 ]
Email / Msn: ai_1227(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 มีนาคม 2553 / 17:09


หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

"ถ้าคุณคิดว่าภารโรงประจำ โรงเรียนเป็นแค่คนทำความสะอาด คุณคิดผิด เพราะภารโรงที่ชื่อแจ็ค สมิธ เป็นมากกว่านั้น"

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android