สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | ซื้อขายหนังสือมือสอง | หาหอพัก | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF6 | ของที่ระลึก Dek-D |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
  • เข้าสู่ My.iD Control
  • สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ
  • กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง
  • [แปล] Spice and Wolf

    ตอนที่ 12 : เล่ม 2 บทที่ 2 (2nd edition to be cont'd)


         อัพเดท 21 ก.ค. 52
    กลับไปหน้าหลักของบทความ
    แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
    เรื่องยาว [ ฟรีสไตล์/ผจญภัย ] tags: ยังไม่มี
      ผู้แต่ง : Aquamarin Email : mel.sk125(แอท)gmail.com
      My.iD : http://my.dek-d.com/mel_sk125
    < Review/Vote > Rating : 100% [ 9 mem(s) ]
    This month views : 137 Overall : 5,720
    55 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 14 คน ]
      คะแนน 0 Voiz

    [ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
    [แปล] Spice and Wolf ตอนที่ 12 : เล่ม 2 บทที่ 2 (2nd edition to be cont'd) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 231 , โพส : 2 , Rating : 10 / 2 vote(s)

    ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


    第ニ幕

    บทที่ 2

    สุดเนินลาดลง ต่อด้วยเนินเล็กๆ เป็นทางสัญจรไปมาที่สะดวกเลยจริงๆ

    สำหรับลอเรนซ์ ผู้ซึ่งยังมีฤทธิ์ของเหล้าต่อเมื่อคืนหลงเหลืออยู่แล้ว เรียกได้ว่าเป็นทางที่เหมาะสม

    เมื่อมีเพื่อนคุย อีกทั้งเหล้าและกับแกล้มเป็นของชั้นดี ก็เผลอดื่มหนักเข้าไป หากเดินทางผ่านภูเขาในสภาพเช่นนี้ คงจะได้ไปนอนหงายท้องอยู่ในหุบเขาแน่ๆ

    แต่รอบๆตัวตอนนี้ ไม่ต้องพูดถึงหุบเขา แม้แต่แม่น้ำยังไม่มี เขาจึงปล่อยให้ม้าเดินไปเอง

    ดังนั้น ลอเรนซ์ก็ยังคงคอยควบคุมเกวียนอยู่เป็นบางครั้ง แต่ในขณะเดียวกันโฮโลนั้นหลับสนิทอยู่ในกระบะ กรนเสียงดัง คร่อก คร่อก ทุกครั้งที่ลอเรนซ์ลืมตาขึ้นบนที่นั่งคนคุมบังเหียน เขาก็รู้สึกขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้เขาสามารถเร่ค้าขายไปได้อย่างปลอดภัย

    หลังจากผ่านช่วงเวลาที่เงียบสงบนี้ เมื่อเป็นเวลาเที่ยงวัน โฮโลก็ตื่นขึ้นจากกระบะ ไม่รู้ว่าเธอนอนท่าไหนทำให้มีรอยประทับอยู่บนแก้ม เธอขยี้ตาด้วยความง่วง

    เธอข้ามมายังที่นั่ง แล้วดื่มน้ำจากถุงหนังอย่างใจลอย นับว่าโชคดีที่เธอไม่เมาค้าง เพราะหากเมาค้างก็จำเป็นจะต้องหยุดเกวียน

    หากโชคร้ายอาเจียนออกมาเลอะสินค้า เขาคงจะทำหน้าไม่ถูก

    “วันนี้อากาศดีจังเลยนะ”

    “นั้นสินะ”

    เมื่อทั้งคู่แลกคำพูดกันอย่างสบายๆแล้ว ก็หาวฟอดใหญ่

    เส้นทางที่พวกเขากำลังเดินทางอยู่นี้เป็นหนึ่งในเส้นทางการค้าหลักสู่ดินแดนทางเหนือ ผู้คนที่สัญจรผ่านไปมาก็มีหลากหลาย ท่ามกลางผู้คนเหล่านั้นยังมีพ่อค้าที่ชูธงของประเทศกันไกลโพ้นที่เขาเคยเห็นแต่ในใบรับรองสินค้านำเข้า โฮโลมองผู้คนเหล่านั้นแล้วคงคิดว่าเป็นการโฆษณาถึงประเทศตนเอง แต่ที่จริงแล้วพ่อค้ามักจะปักธงของประเทศของตนผืนเล็กๆไว้ เมื่อสวนทางกับเพื่อนร่วมถื่นจะได้รู้ได้ในทันที ส่วนมากมีไว้แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารของบ้านเกิดตนเอง เพราะถึงจะเป็นพ่อค้าเร่ที่เดินทางเร่ร่อนไปเรื่อยๆ หากมาอยู่ในต่างถื่นที่ทั้งภาษา อาหารการกิน หรือเสื้อผ้าการแต่งกายต่างออกไปแล้ว ก็ต้องคิดถึงบ้านเกินตนเป็นธรรมดา

    เมื่อลอเรนซ์อธิบายให้เธอฟัง โฮโลก็มองจ้องธงของบรรดาพ่อค้าที่สวนผ่านไปด้วยความอาวรณ์

    โฮโลจากบ้านเกินตนมาหลายร้อยปีแล้ว ความรู้สึกอยากพูดคุยกับคนจากบ้านเกิดตน คงจะหนักหน่วงกว่าพ่อค้าจากแดนไกลอีก

    “อืม คงจะได้กลับในอีกไม่นานนี้ใช่ไหมล่ะ”

    เธอพูดแล้วหัวเราะ แต่ท่าทางของเธอยังดูเหงา

    ลอเรนซ์เฟ้นหาคำพูดดีๆพูดให้เธอฟังไม่เจอ แต่เขาก็ขับเกวียนมุ่งหน้าต่อไปเรื่อยๆทั้งๆอย่างนั้น แล้วในที่สุดบทสนทนานั้นก็จางหายไปด้วยแสงอาทิตย์ยามบ่ายอันแสนผ่อนคลาย

    ไม่มีอะไรดีไปกว่าแสงอาทิตย์อุ่นๆในฤดูกาลอันหนาวเหน็บอีกแล้ว

    แต่ความเงียบสงบก็ถูกทำลายลงอย่างกระทันหัน

    เมื่อทั้งลอเรนซ์และโฮโลกำลังจะงีบหลับบนที่นั่ง โฮโลก็พูดขึ้นอย่างกระทันหัน

    “นี่”

    “...หืม”

    “คนเต็มเลย”

    “อะไรนะ”

    เขาลนลานดึงบังเหียนหยุดม้า ดวงตาที่ความง่วงหายวับ หรี่มองออกไป

    เพียงแต่ว่า ดวงตาของลอเรนซ์มองไม่เห็นแม้แต่เงาของใครเลย เมื่อเขามองไปข้างๆ เขาก็เห็นโฮโลยืนมองไปข้างหน้าอยู่บนที่นั่ง

    “มีคนจริงๆด้วย มีอะไรกันน้า”

    “ถืออาวุธรึเปล่า”

    กลุ่มคนที่อยู่กลางเส้นทางค้าขายมีอยู่ไม่กี่ประเภท หากไม่ใช่กลุ่มพ่อค้าเร่ที่เดินทางขนส่งสินค้าจำนวนมหาศาล หรือกลุ่มนักแสวงบุญที่มุ่งหน้าไปยังจุดหมายเดียวกัน ก็คงเป็นขบวนกษัตริย์ขุนนางที่ออกเยี่ยมเยียนต่างแดน นี่คือกลุ่มคนที่มี “สันติ”

    แต่ในทางกลับกัน ก็ยังมีกลุ่มคนที่ไม่ “สันติ” ด้วย

    โจร กลุ่มนักเลง กองทหารหิวโซที่กำลังกลับจากการต่อสู้ และกองทหารรับจ้าง ยิ่งหากเจอเข้ากับกองทหารกลับจากการต่อสู้หรือกองทหารรับจ้างแล้ว คงต้องยอมสละทรัพย์สินหมดตัว การที่ต้องสละแค่ทรัพย์สินถือว่ายังดี หากขัดขืนอาจต้องสละถึงชีวิตตน

    ส่วนผู้หญิงที่ร่วมเดินทางมาด้วยจะเป็นอย่างไรคงไม่ต้องพูดถึง

    “อาวุธ ... เหมือนจะไม่มีนะ อย่างน้อยคงไม่ใช่พวกทหารรับจ้างน่าโมโหพวกนั้นหรอก”

    “เจ้าเคยเจอพวกทหารรับจ้างด้วยเหรอ”

    เมื่อเขาประหลาดใจถามออกไป โฮโลก็ยิ้มให้เห็นเขี้ยวแล้วตอบ

    “พวกนั้นถือหอก เลยออกจะน่ารำคาญ แต่ยังไงก็สู้ความว่องไวของข้าไม่ได้หรอก”

    เธอพูดอย่างภูมิใจ เขาจึงไม่กล้าถามว่าเคยมีเรื่องอะไรกับบรรดาทหารรับจ้าง

    “ไม่มีใคร ... ใช่ไหม”

    โฮโลหันมองไปรอบๆ แล้วเปิดฮู้ดออกเผยหูหมาป่าออกมา

    หูแหลมของเธอมีสีเดียวกับเส้นผมและขนหาง หูและหางของเธฮเป็นสิ่งแสดงความรู้สึกได้พอกัน เป็นที่สังเกตได้ดีเมื่อเธอโกหก

    หูของเธอตั้งขึ้น หันไปข้างหน้า

    ท่าทางของเธอเหมือนหมาป่าที่กำลังหาศัตรูอยู่ไม่มีผิด

    ลอเรนซ์เคยเจอกับหมาป่าพวกนั้นครั้งหนึ่ง

    ตอนนี้เป็นยามเย็นวันหนึ่งที่มีลมพัดแรง เมฆครึ้มปกคลุม ขณะที่กำลังเดินทางผ่านถนนตัดทุ่งหญ้า แล้วได้ยินเสียงหอนของหมาป่า เขาก็ตกอยู่ในวงล้อมของพวกมันแล้ว กว่าที่ตนเองจะรู้ตัวว่าตกอยู่ในวงล้อม เขาก็ได้ยินเสียงหอมดังมาจากรอบทิศ ม้าลากเกวียนของเขาก็ทำท่าจะผยศออกไป

    ขณะนั้น เขาก็มองเห็นร่างของหมาป่าตัวหนึ่ง

    มันมองตรงมายังลอเรนซ์ด้วยท่าทางดุดัน หูของมันตั้งชันราวกับสามารถได้ยินเสียงลมหายใจ เมื่อเขาเห็นร่างนั้นก็รู้ตัวว่าไม่สามารถพ้นวงล้อมของพวกมันออกไปได้ จึงรีบโปรยเนื้อตากแห้งและขนมปังซึ่งเป็นเสบียงของเขาออกจากถุงให้หมาป่าเห็น แล้วรีบขับเกวียนหนีออกจากสายตาของมัน

    เขารู้สึกเหมือนถูกหมาป่าจ้องอยู่ครู่หนึ่ง แต่แล้วในที่สุดเสียงหอนของรวมตัวเข้าใกล้บริเวณที่เขาโปรยอาหารไว้ แล้วเขาก็หนีมาได้อย่างปลอดภัย

    ท่าทางของโฮโลเหมือนกับหมาป่าตอนนั้นไม่มีผิด

    “อื่ม ลอเรนซ์ เหมือนพวกนั้นจะคุยอะไรกันอยู่แหละ”

    เมื่อเขาได้ยินเสียงโฮโล เขาก็กลับมาอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง แล้วครุ่นคิด

    “ตั้งตลาดค้าขายอะไรกันรึไง”

    การแลกเปลี่ยนข้อมูลกลางทาง ใช่ว่าจะไม่มีทางกลายเป็นการค้า

    “อาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้ แต่อย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่าไม่มีกลิ่นการต่อสู้”

    โฮโลคลุมฮู้ดแล้วกลับลงมานั่ง

    เธอทำท่าเหมือนมอบหน้าที่การคุมเกวียนในกับลอเรนซ์คนเดียว แล้วทำหน้าเหมือนถามว่า จะเอายังไง กับเขา

    เขาจึงนึกแผนที่บริเวณนี้ขึ้นในหัวแล้วครุ่นคิดเงียบๆ

    เขาต้องนำอาวุธที่บรรทุกอยู่เต็มเกวียนไปส่งยังเมืองศาสนจักรลิวบินไฮเก็น เพราะได้ทำสัญญาไว้ว่าจะนำอาวุธนี้ไปขายยังร้านในเมืองนั้น

    เพียงแต่ว่า หากต้องเบี่ยงไปทางอื่น ทางที่เกวียนผ่านได้ก็จำต้องถอยกลับแล้ววกอ้อมไปไกล มางอื่นนอกจากนี้ก็มีเพียงทางที่เดินเท้าผ่านได้เท่านั้น

    “ไม่มีกลิ่นคาวเลือดใช่ไหม”

    โฮโลพนักหน้าตอบลอเรนซ์ในทันที

    “งั้นก็ตรงไปแล้วกัน ทางเบี่ยงต้องอ้อมไปไกล”

    “อื้ม ถึงจะเป็นทหารรับจ้างก็ไม่ต้องกลัว ข้าอยู่ได้ทั้งคน”

    เธอดึงถุงใส่ข้าวสาลีที่คล้องไว้กับคอออกมาแล้วพูดเช่นนั้น ท่าทางของเธอทำให้เขามีกำลังใจขึ้นมาก

    ลอเรนซ์ยิ้มแสดงความเชื่อใจให้กับเธอ แล้วขับเกวียนตรงออกไป

     

    “ถ้าต้องอ้อมทางนี้ไป ใช้เส้นทางของนักบุญไรน์หรือ”

    “ไม่ ไม่ ทางผ่านทุ่งหญ้าต่อจากมิทซ์ไฮม์สั้นกว่านะ”

    “ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องที่ว่ามีกองทหารรับจ้างอยู่นั่นมันเรื่องจริงเหรอ”

    “ไม่มีใครอยากซื้อผ้าบ้างหรือ แลกกับเกลือก็ได้”

    “มีใครรู้ภาษาพาร์เซียไหม เจ้าหมอนี่ทำอะไรไม่ถูกแล้ว”

    เมื่อลอเรนซ์กับโฮโลมาถึงกลุ่มคนเหล่านั้น ก็ได้ยินเสียงบทสนทนาเช่นนี้

    คนเหล่านี้มองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นพ่อค้ากับบรรดาช่างฝีมือที่เดินทางลับฝีมือตนในดินแดนต่างๆ

    มีทั้งเดินเท้า และนั่งเกวียน นอกจากนั้นยังมีคนที่กำลังสุมมัดฟางบนหลังลาอีกด้วย ภาษาที่ใช้สนทนากับก็หลายหลาก พวกที่ไม่รู้ภาษากันก็พยายามใช้ภาษามือสื่อสารกันอย่างคร่ำเคร่ง

    การประสบปัญหาในที่ที่พูดคุยกันไม่รู้เรื่องเป็นประสบการณ์ที่น่ากลัวจนไม่มีวันลืมได้เลย ยิ่งถ้าเป็นกลางการขนส่งสินค้าที่มีมูลค่าเป็นทรัพย์สินทั้งหมดที่มียิ่งน่ากลัวขึ้นไปอีก

    แต่ลอเรนซ์ก็ไม่รู้ภาษาของเขาเช่นกัน จึงได้แต่นึกสงสารเพราะช่วยอะไรไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้นเขาก็ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นอีกด้วย

    เขาส่งสายตาบอกให้โฮโลอยู่บนเกวียนเงียบๆ แล้วกระโดดลงเรียกพ่อค้าที่อยู่ใกล้ๆ

    “ขอโทษ”

    “หืม โอ้ ว่าไงพี่ชาย เพิ่งมาถึงเหรอ”

    “ครับ เพิ่งมาจากโพโลซอน ว่าแต่เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ คงไม่ใช่ท่านเคานท์มาเปิดตลาดหรือตั้งเมืองอะไรที่นี่หรอกนะครับ”

    “ฮ่า ฮ่า ถ้าเป็นงั้นจริงคงได้ปูเสื่อขายของกันสนุกสนานแล้วแหละ ที่จริง ได้ข่าวว่ามีปองทหารรับจ้างจะผ่านทางข้างหน้านี่ ทุกคนเลยต้องหยุดอยู่นี่แหละนะ”

    พ่อค้าคนนี้พันผ้าโพกหัว สวมกางเกงตัวหลวมโคร่ง ห่อตัวเองอยู่ในเสื้อคลุมตัวหนาจนปิดใบหน้า แบกเป้ใบใหญ่ ดูจากการแต่งตัวแล้วน่าจะเป็นพ่อค้าเร่ที่เดินทางค้าขายทางเหนือ

    ยิ่งไปกว่านั้น บนใบหน้าเปื้อฝุ่นมีรอยแผลเป็นจากการถูกหิมะกัด ริ้วรอยและสีผิวของพ่อค้าผู้นี้แสดงให้เห็นถึงประวัติการค้าเร่อันยาวนาน

    “กองทหารรับจ้างเหรอครับ ถ้าเป็นแถวนี้ก็คงเป็นของนายพลรัสทุยใช่ไหมครับ”

    “ไม่ ไม่ เห็นว่าชูธงผืนผ้าสีแดงกับรูปนกอินทรีน่ะ”

    ลอเรนซ์ขมวดคิ้ว

    “กองทหารรับจ้างไฮนซ์แบร์กเหรอครับ”

    “โอ้ นี่เจ้าก็พ่อค้าเร่แดนเหนือรึ ถูกแล้ว ข่าวของอินทรีร้ายไฮนซ์แบร์กนั่นแหละ ถ้าบรรทุกสัมภาระเต็มเกวียนละก็เป็นพวกที่ไม่อยากเจอยิ่งไปกว่าโจรเสียอีก”

    กองทหารรับจ้างนี้โลภมากจนว่ากันว่าหากนำไปขายเป็นเงินได้ กะหล่ำสักหัวเดียวก็ไม่ปล่อยทิ้งไว้เลยทีเดียว พวกเขาเป็นที่รู้จักกันดีในแดนเหนือ การเดินทางผ่านเส้นทางที่พวกเขาอยู่ก็ไม่ต่างอะไรกับการฆ่าตัวตาย

    เพราะกองทหารรับจ้างไฮนซ์แบร์กนี้ได้รับสมญานามว่าสามารถหาศัตรูได้รวดเร็วกว่าอินทรีที่บินอยู่บนฟ้า หากเป็นพ่อค้าที่เดินทางอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวคงถูกจับตัวได้ในพริบตา

    แต่ถึงกระนั้น การที่ทหารรับจ้างซึ่งหากินจากสงครามทางเหนือจะลงใต้มานั้นน่าสงสาร ทหารรับจ้างนั้นคิดถึงแต่ผลประโยชน์ของตน ไม่ต่างอะไรจากพ่อค้ามากนัก ฉะนั้นการเคลื่อนไหวที่แปลกไปนี้มักแสดงถึงความเปลี่ยนแปลงของตลาด

    เช่นราคาสินค้าดิ่งตกหรือพุ่งทยานขึ้น

    ลอเรนซ์คิดกรณีเลวร้ายสุดด้วยนิสัยของพ่อค้าเร่ แต่นี่เป็นกลางทาง แถมยังซื้อสินค้ามาแล้วด้วย ถึงจะคิดว่าสถานการณ์แย่แค่ไหนก็ไม่ได้ช่วยอะไร สิ่งที่ควรจะคิดตอนนี้มีเพียงวิธีที่จะไปให้ถึงลิวบินไฮเก็น

    “ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ต้องหาทางเบี่ยงไปเหรอครับ”

    “คงงั้นแหละ เคยฟังมาว่ามีทางตัดใหม่ต่อจากคัสราตาไปถึงลิวบินไฮเก็นได้ แต่ช่วงนี้เห็นว่าอันตรายอยู่”

    เขาไม่ได้ผ่านมาแถวนี้ครึ่งปีแล้ว จึงไม่เคยได้ยินเรื่องทางตัดใหม่ ที่แน่ๆคือ มีทุ่งหญ้ากว้างสุดลูกหูลูกตา ทางเหนือของทุ่งหญ้ามีป่าที่มีข่าวลือน่ากลัวไม่หยุดหย่อน

    “อันตรายยังไงครับ”

    “อ้อ นั่นเคยเป็นทุ่งหญ้าที่มีหมาป่าป้วนเปี้ยนอยู่น่ะ แต่เหมือนช่วงนี้จะน่ากลัวยิ่งกว่าปกติอีก สองสัปดาห์ก่อนได้ยินข่าวกองคาราวานถูกเล่นงานเกลี้ยง ข่าวลือบอกว่าหมอผีของพวกนอกรีตอัญเชิญหมาป่ามา”

    แล้วเขาก็นึกออก  ข่าวลือเกี่ยวกับป่านั่นส่วนมากเกี่ยวกับหมาป่านั่นเอง เมื่อเขาคิดออกก็แอบเหลือบมองโฮโลซึ่งคงจะเงี่ยหูฟังอยู่ เห็นเธอยิ้มมุมปากเล็กน้อย

    “ทางตัดใหญ่ที่ว่านั่นไปยังไงเหรอครับ”

    “ฮ่ะ ฮ่ะ จะไปจริงเหรอ พี่ชายนี่ใจร้อนใช้ได้เลยนะ ตรงตามถนนนี่ไป เจอทางแยกก็เลี้ยวขวาตรงไป เจอทางแยกอีกทีนี้เลี้ยวซ้าย แต่พักรอเวลาอยู่ที่นี่สักสองสามวันคงจะดีกว่ามั้ง มีกองทหารรับจ้างจริงๆรึเปล่าก็ยังห้าสิบห้าสิบ แต่ถ้าโชคร้ายเจอเข้าก็สายไปแล้วแหละ พวกที่มีเนื้อปลาหรือเนื้อสัตว์อื่นก็คงพากันไปขายที่เมืองอื่น แต่ข้าของเลือกทางปลอดภัยล่ะ”

    ลอเรนซ์พยักหน้าแล้วมองไปยังเกวียนของตน โชคดีที่สินค้าของเขามีแต่ของไม่เน่าเสีย แต่เขาก็อยากนำไปขายยังลิวบินไฮเก็น

    เขาคิดเงียบๆอยู่ครู่หนึ่ง กล่าวขอบคุณพ่อค้าคนนั้น แล้วกลับมายังเกวียน

    โฮโลอยู่บนเกวียนเงียบๆตามที่บอกก็จริง แต่เมื่อลอเรนซ์ปีนขึ้นเกวียน เธอก็พูดว่า “อัญเชิญงั้นเหรอ” แล้วหัวเราะ

    “แล้วหมาป่าเข้าปัญญาโฮโลว่ายังไงครับ”

    “หืม”

    เขาจับบังเหียน แล้วคิดว่าจะออกม้าดีไหมพลางถามเธอ

    “ทุ่งหญ้า หมาป่า”

    “อืม”

    โฮโลหัวเราะทางจมูกเบาๆ แล้วกัดเล็บนิ้วก้อยด้วยเขี้ยวของเธอ

    “สะดวกกว่าต้องเจอกับคนแหละ อย่างน้อยก็คุยกันรู้เรื่อง”

    เป็นมุกตลกที่ฉลาดจริงๆ

    “ตกลงตามนั้นนะ”

    ลอเรนซ์กุมบังเหียนบังคับรถม้าเลี่ยงกลุ่มพ่อค้าที่พูดคุยกันอยู่

    พ่อค้าบางคนเห็นลอเรนซ์แล้วก็ตกใจตะโกนเรียก แต่ส่วนมากถอดหมวกหรือเสื้อคลุมโบกให้กับเขา

    หมายความว่าให้เขาพยายามเข้า

    ไม่มีพ่อค้าคนไหนที่ไม่เสี่ยง เพราะเมื่อผ่านความเสี่ยงนั้นไปได้มักจะมีกำไรมหาศาลรออยู่

    กองทหารรับจ้างนั้นอันตรายและน่ากลัวมาก จนข่าวที่ว่ามีกองทหารรับจ้างป้วนเปี้ยนอยู่นั้นแพร่กระจายในบริเวณนี้ได้รวดเร็วกว่าโรคระบาด

    เพียงแต่สำหรับพ่อค้า เวลาเป็นเครื่องมือในการค้าขายที่ไม่สามารถย้อนคืนมาได้ จะกล่าวว่าการสูญเสียเวลาเหมือนกับขาดทุนก็ไม่ผิด

    ดังนั้น ลอเรนซ์ซึ่งมีโฮโลอยู่ด้วย จึงเลือกเดินทางผ่านทุ่งหญ้าที่มีหมาป่าอยู่

    ข่าวกองทหารรับจ้างน่าจะมีผลต่อตลาดในเมืองลิวบินไฮเก็น หากคิดแผนการดีน่าจะสามารถหากำไรเล็กๆน้อยๆเพิ่มได้ เมื่อครู่เขาคิดในแง่ร้าย แต่แน่นอนว่าต้องคิดในแง่ดีด้วย

    ยิ่งไปกว่านั้น การค้าเร่นั้นมักจะมีเรื่องราวไม่คาดฝันเกิดขึ้นเสมอ เป็นหนึ่งในความสนุกก็ว่าได้

    “ดูอารมณ์ดีจังนะ”

    โฮโลที่นั่งอยู่ข้างๆทำหน้าสงสัยมองเขา แต่ลอเรนซ์ก็ตอบสั้นๆว่า “คงงั้นแหละ”

    ปลายทางมีกำไรรออยู่ เป็นคำที่รู้กันในหมู่พ่อค้า

     

    พวกเขามาถึงทุ่งหญ้านั้นช่วงก่อนเที่ยงวันรุ่นขึ้น

    เส้นทางค้าขายมีทั้งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และที่ผู้มีอำนาจในบริเวณนั้นตัดขึ้น ต้องถางหญ้าที่เป็นทาง ในบางที่ถึงขนาดนำหินมาโปรยแล้วปูไม้กระดานให้รถม้าสามารถวิ่งไปมาได้อย่างรวดเร็วก็มี

    ทางเหล่านั้นไม่มีทางได้ใช้ฟรีๆ ต้องเสียภาษีค่าผ่านทางราคาแพง แต่บนทางเหล่านั้นมีมาตรการป้องกันโจรผู้ร้ายอย่างรัดกุม หากคำนึงถึงเวลาและความปลอดภัย ค่าผ่านทางเหล่านั้นอาจกลายเป็นถูกก็ได้

    แล้วทางที่มีหมาป่าโผล่ออกมาประจำนี้ก็เป็นทางที่อยู่ระหว่างทางสองชนิดนั้น

    ที่ทางแยกมีป้ายไม้บอกถึงปลายทางปักไว้อยู่ อีกทั้งยังมีไม้มากมายกองกระจัดกระจายอยู่เหมือนเคยมีแผนการจะสร้างอาคารอะไรบางอย่างที่ทางแยก แต่ในตอนนี้มีเพียงป้ายป้ายเดียวปักอยู่อย่างเงียบเหงา

    ยิ่งไปกว่านั้น ทางแยกอยู่บนเนิกเล็กๆ สามารถมองเห็นทางไปไกลพอควร บรรยากาศคงดีสำหรับการทานอาหารกลางวันเลย ทั้งๆที่ฤดูหนาวใกล้เข้ามาแล้ว หญ้าในทุ่งยังคงเป็นสีเขียว ถ้าตนเป็นคนเลี้ยงแกะคงจะรีบต้อนแกะให้มากินเลยทีเดียว

    แต่บนทางสายนั้นมีเพียงรอยล้อเกวียน ทางที่มีหญ้าขึ้นจนแคบลงนั้นทอดยาวต่อไปยังทิศตะวันตก แน่นอนว่าไม่มีวี่แววของนักเดินทาง

    ตามแผนที่ในหัวของลอเรนซ์ ทิศเหนือของทางนี้ควรจะมีป่าที่เหมาะจะเป็นฐานของบรรดาหมาป่าอยู่ แต่หมาป่าก็ไม่ได้อาศัยอยู่แต่ในป่าเท่านั้น ห่างออกไปมีหญ้าสูงขึ้นรก เหมาะสำหรับเป็นที่อยู่ของหมาป่าจริงๆ

    ไม่จำเป็นต้องเป็นโฮโลก็เหมือนจะทำนายได้ว่ามีหมาป่าอยู่ แต่เขาก็ลองถามให้แน่ใจดูสักครั้งหนึ่ง

    “ว่ายังไง คิดว่ามีหมาป่าอยู่ไหม”

    เมื่อนั้น โฮโลก็คาบเนื้อแกะตากแห้งพลางหันมามองลอเรนซ์ด้วยใบหน้าเบื่อหน่าย

    “พวกข้าไม่โง่ขนาดให้ถูกจับได้ในที่โล่งขนาดนี้หรอก”

    ซื้ด เสียงโฮโลดูดเนื้อแกะตากแห้งอย่างไม่อายใคร เขี้ยวที่โผล่มาให้เห็นในบางครั้งนั้นไม่ใช่ของมนุษย์แน่ๆ

    จากคำพูดและเขี้ยวนั้น ทำให้เขานึกขึ้นได้ว่าโฮโลอยู่ข้างหมาป่า เขาจึงรู้สึกสับสน

    หากเจอหมาป่าจริงๆคงจะลำบาก

    “เอาเถอะ ไม่เป็นไรมั้ง ถ้าเจอฝูงหมาป่าเข้าจริงๆ ให้เนื้อตากแห้งไปคงไม่มีปัญหา พวกข้าไม่ต่อสู้โดยไม่จำเป็นอยู่แล้ว”

    ลอเรนซ์ได้ยินคำพูดของโฮโลแล้วก็พยักหน้า บังคับเกวียนให้เดินหน้าต่อไป แต่สายลมเอื่อยๆนั้นเหมือนมีกลิ่นสาบสัตว์เจืออยู่ ลอเรนซ์จึงภาวนาเบาๆขอให้ตนปลอดภัยในการเดินทาง

     

    “เหรียญเงินฟารัม”

    “ไม่ใช่ เหรียญเงินมารีนปลอม”

    “เหรียญเงินมารีนอะไรนั่นมันเหรียญนี้ไม่ใช่เหรอ”

    “นั่นมันเหรียญเงินอาณาจักรสมเด็จพระสังฆราชราเดออนตอนปลายต่างหาก”

    “...”

    โฮโลถือเหรียญเงินจำนวนหนึ่งไว้ในมือเล็ๆ แล้วก็เงียบลง

    ถ้าว่างเกินไปเธอจะน่ารำคาญ ลอเรนซ์เลยสอนชื่อของเหรียญเงินชนิดต่างๆให้ แต่ขนาดหมาป่าเจ้าปัญญาโฮโลก็ยังต้องปวดหัวกับเหรียญเงินที่ขนาดและรูปประทับคล้ายกันไปหมด

    “เอาเถอะ ใช้ๆไปเดี๋ยวก็จำได้เองแหละนะ”

    ดูเธอเริ่มหงุดหงิดเขาเลยกลัวที่จะหยอกล้อเธอแล้วพูดเหมือนไม่อยากให้เธอต้องลำบากใจ แต่เหมือนกลายเป็นการดูถูกเธอ เธอจึงหันมาจ้องมองเขา หูที่อยู่ใต้ฮู้ดตั้งชัน

    “อีกครั้ง!

    แล้วเธอก็ตะโกนออกมา

    “งั้นเริ่มจากนี่นะ”

    “อื้ม”

    “เหรียญเงินเทรนี่ เหรียญเงินฟิลลิ่ง เหรียญเงินลิวต์ เหรียญเงินมารีนปลอม เหรียญเงินฟารัม เหรียญเงินกษัตริย์หัวล้านรันด์บัลท์ เหรียญเงินมหาวิหารมิทซ์ฟิง เหรียญเงินมหาวิหารมิทซ์ฟิงปลอม เหรียญเงินนักบุญมิทซ์ฟิง เหรียญเงินงานฉลองวันประสูตินักบุญมิทซ์ฟิง แล้วนี่ก็”

    “... ลอ ลอเรนซ์”

    “หืม”

    เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมาจากมือของเธอ เขาก็เห็นใบหน้าของเธอจ้องมองเขาด้วยด้วยสีหน้าที่ผสมกันระหว่างความโกรธกับความรู้สึกอยากร้องไห้

    “...เจ้าล้อข้าเล่นอยู่ใช่มั้ยเนี่ย”

    ลอเรนซ์นึกถึงครั้งที่ตนจำชื่อเหรียญชนิดต่างๆ เขาเองก็พูดกับอาจารย์เช่นนี้เหมือนกัน เขาจึงหัวเราะขึ้นโดยไม่ทันคิด

    “...กรรรรร”

    แต่โฮโลแยกเขี้ยวส่งเสียงขู่ เขาจึงรีบร้อนแก้ตัว

    “เขตสมเด็จพระสังฆราชมิทซ์ฟิงออกเหรียญเงินมากเป็นพิเศษน่ะ ข้าไม่ได้จะล้อเล่นนะ”

    “งั้นก็อย่าหัวเราะสิ”

    ลอเรนซ์มองท่าทางโฮโลโกรธแต่หันกลับมามองเหรียญเงินแล้วก็อดหัวเราะเบาๆไม่ได้

    “ว่าแต่ ทำไมถึงมีเหรียญเยอะแยะขนาดนี้ล่ะ มากจนน่าปวดหัวเลย”

    “ประเทศมีทั้งตั้งขึ้นใหม่แล้วก็ล่มสลายไป นอกจากนั้นบรรดาผู้มีอำนาจหรือศาสนจักรใรท้องถิ่นก็ออกเหรียญเงินกันด้วย ยิ่งไปกว่านั้นเหรียญปลอมก็มีไม่น้อย เหรียญเงินลิวต์เมื่อก่อนเคยเป็นเหรียญเงินเทรนี่ปลอม แต่เพราะมีมากเกินไป ในที่สุดก็แยกออกมาเป็นเหรียญเงินเอง”

    “ถ้าเป็นหนังสัตว์ละก็ข้าจำได้สบายๆแล้ว”

    เธอพ่นลมออกทางจมูกดังฟุดฟิดแล้วก็ถอนหายใจ คงหมายถึงว่าถ้าเป็นกลิ่นละก็เธอคงแยกได้ แต่ไม่รู้ว่าเธอพูดจริงขนาดไหน

    “แต่นี่ก็เป็นการฆ่าเวลาได้ไม่ใช่รึ”

    เธอไม่หัวเราะ แล้วคืนเงินในมือให้กับลอเรนซ์ไป

    “หึ พอแล้ว ข้าจะนอน”

    โฮโลยืนขึ้นโดยไม่สนใจรอยยิ้มแห้งๆของลอเรนซ์ เมื่อเธอกำลังข้ามกลับไปยังกระบะ เขาก็พูดขึ้น

    “ถึงจะนอนก็ยังรู้ใช่ไหมว่าหมาป่ามาน่ะ”

    “แค่นั้นละก็รู้อยู่แล้ว”

    “ถ้าโดยล้อมจะลำบากนะ”

    ถ้าถูกกองทหารรับจ้างหรือโจรล้อมก็ลำบากจริงอยู่ แต่อย่างน้อยก็ยังพอคุยกันรู้เรื่องจึงสบายใจกว่า หากเป็นหมาป่าละก็คุยกันไม่รู้เรื่อง ไม่รู้แม้กระทั่งสาเหตุที่พวกมันจะโจมตีด้วยซ้ำ

    ถึงโฮโลจะอยู่เป็นเพื่อน ก็ยังไม่สบายใจ

    “ขี้กังวลจริงๆนะ”

    เธอพูดราวกับอ่านใจเขาออก แล้วก็หันมาหัวเราะ

    “ปกติแล้วไม่ว่าสัตว์ชนิดไหนก็ตามจะนอนหรือตื่นก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ มีแต่พวกมนุษย์นั่นแหละที่ตอนนอนไร้การป้องกัน”

    “พอฟังจากคนที่นอนกรนซะขนาดนั้นละก็ไม่น่าเชื่อเท่าไหร่เลยนะ”

    ใบหน้าโฮโลเปลี่ยนสีเมื่อลอเรนซ์พูดเช่นนั้น

    “ข้าไม่นอนกรนนะ”

    “... เอาเถอะ เสียงไม่ได้ดังขนาดนั้นหรอก”

    เขาพูดเสริมเพราะจะว่าไปก็ดูน่ารักดี แต่โฮโลก็ยังขมวดคิ้ว เหมือนว่านั่นไม่ใช่ประเด็น

    “ข้าบอกว่าไม่ได้กรน”

    “รู้แล้วน่า รู้แล้ว”

    เมื่อเขาหัวเราะแล้วพูดไป เธอก็กลับมานั่งข้างๆแล้วเบียดเข้ามา

    “ข้าไม่ได้กรน”

    “ก็บอกว่ารู้แล้ว”

    โฮโลอารมณ์เสียราวกับเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับชื่อเสียงของตน แต่สายตาแทงทะลุนั้นทำให้ลอเรนซ์รู้สึกเขินเล็กน้อย ตอนที่เพิ่งพบกันใหม่ๆมีแต่เขาถูกเล่นงานอยู่ฝ่ายเดียว แต่ตอนนี้เขาคุ้นเคยกับการพูดจาของเธอขึ้นมากแล้ว

    ในที่สุดโฮโลก็สิ้นหนทาง ได้แต่เชิดปากหันหน้าไปอีกทาง


    [แปล] Spice and Wolf ตอนที่ 12 : เล่ม 2 บทที่ 2 (2nd edition to be cont'd) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 231 , โพส : 2 , Rating : 10 / 2 vote(s)
    Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
    [ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
    หน้าที่ 1

    #2 : ความคิดเห็นที่ 48
    ขอบคุณสำหรับคำแปลค่ะ แปลเก่งมากๆเลย ^ ^
    Name : ultimate< My.iD > [ IP : 58.9.145.110 ]
    Email / Msn: -
    วันที่: 2 สิงหาคม 2552 / 19:33

    #1 : ความคิดเห็นที่ 47
    อยากอ่านตอนต่อไปเเล้ว ^^
    Name : librazme< My.iD > [ IP : 125.25.13.211 ]
    Email / Msn: balance-me(แอท)hotmail.com
    วันที่: 27 กรกฏาคม 2552 / 18:42

    หน้าที่ 1
    Post your comment : แสดงความคิดเห็น
    ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

    ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
      โพสความเห็นด้วย member Login name Password
      โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
                พิมพ์เลขที่เห็น

     ยุทธภพออนไลน์


    Writer Dek-D.com : Copyright © 1999-2009
    ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

    1. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะเป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงผลงาน
    2. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว
    3. ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม )
    หรือโทร 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1730 )