|





序幕 บทนำ ณ เมืองแห่งนี้ มีคำกล่าวเรียกรวงข้าวสาลีที่ออกเมล็ดสวยงามเมื่อต้องลมพัดพริ้วไสวว่าหมาป่าวิ่งผ่าน เป็นเพราะทิวทัศน์ที่ข้าวพริ้วไสวเมื่อต้องลมนั้นดูราวกับมีหมาป่าวิ่งอยู่ในทุ่งข้าว นอกจากนั้น หากลมพัดแรงจนกระทั่งรวงข้าวล้มลงก็กล่าวว่าถูกหมาป่าเหยียบ หากไม่มีเมล็ดออกมาก็เรียกว่าถูกหมาป่ากิน เป็นคำเปรียบเปรยที่คมคาย แต่ในบางครั้งก็ทำให้เดือดร้อนได้เช่นกัน ในตอนนี้อาจเป็นคำพูดที่ฟังดูเก๋ไก๋ แต่คนที่ใช้พร้อมความรู้สึกสนิทชิดเชื้อและเกรงกลัวนั้นไม่ค่อยมีอยู่แล้ว ถึงแม้ท้องฟ้าฤดูใบไม้ร่วงที่มองผ่านระหว่างรวงข้าวสาลีพริ้วไหวจะยังคงเป็นเช่นเดิมไม่ว่าเวลาจะผ่านไปสักกี่ร้อยปีก็ตาม แต่ในความจริงแล้วข้างล่างนั้นกำลังเปลี่ยนแปลง ผู้คนในหมู่บ้านแห่งนี้ที่คอยปลูกและเพาะเลี้ยงข้าวสาลีแต่ละปีแต่ละปี ถึงจะมีอายุยืนอย่างมากก็เพียงเจ็ดสิบปีเท่านั้นเอง อาจกลายเป็นว่าฝั่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงแม้เวลาจะผ่านไปนับร้อยปีนั่นแหละที่ผิด แค่คิดว่า ดังนั้นอาจไม่จำเป็นอีกต่อไปที่จะต้องรักษาคำสัญญาเมื่อนานมาแล้วอย่างตรงไปตรงมาอีกแล้วก็ได้ แต่ที่เหนือสิ่งอื่นได้ คิดว่า ที่นี่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับตัวเราแล้ว เป็นเพราะภูเขาที่ตั้งตระหง่านอยู่ทางตะวันออก ทำให้ก้อนเมฆส่วนมากที่ลอยผ่านท้องฟ้าเหนือหมู่บ้านนั้นมุ่งไปทางเหนือ พอนึกถึงปลายทางที่หมู่เมฆเคลื่อนไป บ้านเกิดทางเหนือแล้วก็ถอนหายใจ เมื่อละสายตาจากท้องฟ้ากลับมายังทุ่งข้าวสาลี ก็เห็นหางที่ภาคภูมิใจกวัดแกว่งอยู่ที่ปลายจมูก เพราะไม่มีอะไรทำเลยมาเลียจัดขนหางตัวเองให้สวยงาม ท้องฟ้าในฤดูใบไม้ร่วงช่างดูสดใส ปีนี้ฤดูเก็บเกี่ยวจะวนกลับมาอีกครั้ง ในทุ่งข้าวสาลีนั้นมีหมาป่าวิ่งผ่านมากมาย
|