ดวงใจพยศรักนายหัว"สนพ.ไลต์ออฟเลิฟ รีไรท์ตอนที่37"

  • 68% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 218,977 Views

  • 1,140 Comments

  • 1,130 Fanclub

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    7,614

    Overall
    218,977

  • Comments
    1,140

  • Fanclub
    1,130

ตอนที่ 4 : ศึกรักผักบุ้ง 3View : 6255 , Rating : 96% / 35 vote(s)

3 พ.ค. 58

ตอนที่ 4 : ศึกรักผักบุ้ง 3View : 6255 , : 96% / 35 vote(s)

3 พ.ค. 58


 

 








































****************************

 

คำว่า ยังเด็ก พูดอะไร ทำอะไรคงไม่ทันคิดวิ่งชนโสตประสาทของยัยหนูเจ้าอย่างจัง นัยน์ตากลมแป๋วตวัดฉับมองหน้าศัตรูหมาด ๆ ที่ปู่เธียรอนุญาตให้เข้ามาเป็นคนในครอบครัวและเข้านอกออกในได้ตามสบายเขียวปัด

“ฉันไม่ใช่เด็ก ฉันโตแล้ว อีกไม่กี่วันก็จะไปเรียนต่อปริญญาตรีแล้วด้วย รู้ไว้ซะ” คนที่ไม่ยอมรับว่าอาการที่แสดงออกอยู่นี้เป็นอาการของเด็กที่ไม่รู้จักโตโต้กลับเสียงเขียว

คีแกนเลิกคิ้วพลางยกยิ้มน้อย ๆ ตรงมุมปาก สีหน้าล้อเลียนของเขาทำให้ยัยหนูถึงกับของขึ้น โมโหจี๊ด! ทันที

ในขณะที่ชายหนุ่มวัยฉกรรจ์กับสาวน้อยวัยละอ่อนกำลังฟาดฟันกันด้วยสายตาอยู่นั้น ปู่เธียรมองเห็นแต่ความไม่น่ารักของหลานสาว แต่ไม่เห็นสายตาล้อเลียนของชายหนุ่มที่ส่งให้ยัยหนูเพราะท่านยืนอยู่ด้านหลังของเขา และเมื่อเขาหันไปพูดกับปู่เธียร สีหน้าท่าทางของเขาก็ปรับเปลี่ยนเป็นงานเป็นการได้อย่างฉับพลัน สาวน้อยถึงกับหน้าเหวอ อ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออก หาคำเถียงไม่เจอ และจนด้วยปัญญาที่จะตอบโต้ได้ในทันทีเมื่อได้ยิน

“วันก่อน ระหว่างผมกับหนูพุดเกิดการเข้าใจผิดกันนิดหน่อยน่ะครับ ตอนนั้นผมไม่ทราบว่าแกเป็นหลานสาวของปู่เธียร” คีแกนเริ่มต้นเล่าเรื่อง ศึกชิงผักบุ้ง ระหว่างเขากับสาวน้อยให้ปู่เธียรฟังคร่าว ๆ และจบลงด้วยการขอโทษผู้เฒ่าด้วยท่าทางอ่อนน้อมอีกเช่นเคย และก็อีกเช่นเคยที่ปู่เธียรไม่คิดจะถือสา

“เรื่องไม่เป็นเรื่อง เรื่องของเด็ก ๆ” ท่านว่า

คีแกนหันไปทางคู่กรณีที่ยืนมึน ๆ งง ๆ อยู่กับเหตุการณ์ที่กลับตาลปัตรจากหน้ามือเป็นหลังมือ

“ยังไงพี่ก็ต้องขอโทษหนูพุดด้วยที่ทำให้ไม่พอใจ วันหลังหากหนูพุดอยากจะกินผักบุ้ง จะเก็บเท่าไรก็เก็บไปได้เลยนะ พี่ไม่หวง”

สาวน้อยได้แต่กำหมัดแน่น กัดฟันกรอด ข่มความโกรธไว้อย่างเต็มกำลัง คิดแค้นในใจ

วันก่อนยังกล่าวหาว่าเราเป็นหัวขโมยอยู่เลย แต่วันนี้กลับบอกว่าพี่ไม่หวง จะเก็บเท่าไรก็เก็บไปได้เลยนะ ชิ! คนสับปลับ ปลิ้นปล้น กะล่อน ตอแหล สะตอเรียกพี่!’

“เห็นไหมยัยหนู พี่ใหญ่ออกจะใจดี” ปู่เธียรเอ่ยชมชายหนุ่ม

คนถูกชมยิ้มรับ แต่ยัยหนูกลับเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้ ครั้นเมื่อนึกขึ้นได้ว่ายังมีคนเจ็บนอนรอความช่วยเหลืออยู่หลังเล้าไก่ สาวน้อยจึงยอมสงบศึกชั่วคราว เพราะเกรงว่า หากศึกครั้งนี้ยืดเยื้อ มีหวังคนเจ็บได้หมดลมไปก่อนเป็นแน่

“ปู่จ๋า” หลานสาวเรียกปู่จ๋าเสียงอ่อนเสียงหวาน “หนูพุดไม่ยอมให้เข้าไปค้นในเล้าไก่นะจ๊ะ เพราะเดี๋ยวน้องไก่จะตกใจแล้วไม่ยอมออกไข่”

สาวน้อยคุยกับปู่จ๋าของเธอโดยมองผ่านร่างสูงใหญ่ของนายหัวหนุ่มเลยไปหาผู้เฒ่าที่ยืนอยู่ด้านหลังของเขา ทำอย่างกับว่าเขาเป็นอากาศธาตุ ทั้งที่ตัวเขาออกจะใหญ่โต แต่เธอกลับทำเป็นมองไม่เห็น ไม่สนใจเอาเสียดื้อ ๆ

ปู่เธียรพยักหน้าพลางส่งเสียงอือตอบรับในลำคอให้หลานสาว...สาวน้อยยิ้มร่าเมื่อได้ยินเสียงขานรับของปู่

“แล้วเดี๋ยวหนูพุดขออนุญาตเข้าเมืองสักหน่อยนะจ๊ะ จะไปเติมเงินโทรศัพท์มือถือ ไม่ได้โทร.กลับบ้านไปหาพ่อจ๋ากับแม่จ๋าและก็ผู้กองพีจ๋ามาหลายชั่วโมงแล้ว เดี๋ยวโดนดุเอา”

คิ้วหนาเข้มของนายหัวหนุ่มเลิกขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่า ผู้กองพีจ๋าจากปากอิ่มจิ้มลิ้มสีชมพูระเรื่องของสาวน้อย เพราะน้ำเสียงที่ใช้เรียกขานช่างสนิทสนมเหลือเกิน ซึ่งไม่รู้ทำไมเมื่อได้ยินแล้ว มันช่างขัดหูนัก

“จ้า” ปู่เธียรขานรับให้หลานสาวอย่างเสียงดังฟังชัดเพื่อตัดปัญหา ทำเอายัยหนูยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิมก่อนหันไปยักคิ้วกวน ๆ ให้ชายหนุ่มที่มองอยู่ด้วยสายตาเรียบเฉยแบบที่อ่านอารมณ์ไม่ออก

จากนั้นสองหนุ่มต่างวัยก็ถอยร่อนไปยืนคุยกันอยู่หน้าบ้านอย่างผู้พ่ายแพ้ให้แก่สาวน้อยลายคิตตี้ สักพักลูกน้องของคีแกนซึ่งมีไม่ต่ำกว่าห้าคนก็ทยอยกลับมาสมทบ หลังจากที่เข้าไปตรวจตราบริเวณไร่ของปู่เธียรแต่ไม่พบอะไรผิดปกติ ในขณะที่สาวน้อยยังคงยืนปักหลักอยู่ที่เดิมอย่างระแวดระวังภัยให้แก่น้องไก่และคนเจ็บ นัยน์ตากลมแป๋วจ้องมองชายหนุ่มและลูกน้องขณะลาปู่เธียรเขม็ง เมื่อเขาหันมามองก็เชิดหน้าใส่ พอเขาหันกลับไป ก็เหล่มองไปทางกองฟางแล้วยิ้มสะใจอย่างผู้ชนะ

หึหึ เมื่อวานเป็นยกแรก ที่ฉันแพ้ เพราะฉันไม่ได้ตั้งตัว แต่วันนี้เป็นยกสอง ฉันชนะ หึหึ

สาวน้อยคิดอย่างสะใจและหัวเราะร่าอยู่คนเดียวจนไหล่บางไหวไปตามอาการหัวเราะของผู้เป็นเจ้าของ แสงแรกของยามเช้าส่องกระทบเหล็กดัดฟันที่อยู่ในปากอิ่มจิ้มลิ้มสีชมพูระเรื่อเป็นประกายวิ้ง ๆ ดูช่างเจ้าเล่ห์นัก

คล้อยหลังคีแกนไปได้ไม่นาน สาวน้อยก็แอบส่งข้าว น้ำ และยาแก้ปวดให้คนเจ็บ และช่วยทำแผลให้ด้วยการใช้ผ้าขาวม้าของปู่เธียรที่แอบหยิบมาพันรอบแผลถูกยิงตรงโคนขาให้

“ทำไมไม่หนีไปซ่อนที่อื่น” สาวน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะเท่าที่ดูจากบาดแผลก็น่าจะหนีไปได้ไกลกว่านี้

“ผมไม่กล้าออกจากที่ซ่อนครับ เมื่อคืนคนของนายหัวคีแกนอยู่เต็มไปหมด” คนเจ็บตอบ

พุดน้ำบุศย์หรี่ตามองคนเจ็บ “ใครส่งนายมาเผาโกดังของนายหัวคีแกน”

คนเจ็บเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนหลุบสายตาลงต่ำ ไม่กล้าตอบคำถามด้วยกลัวจะเดือนร้อน ในขณะที่เจ้าของคำถามยักไหล่น้อย ๆ ไม่คิดว่าจะได้รับคำตอบ ก็แค่ลองถามไปเท่านั้น เผื่อฟลุ๊ค เมื่อทำแผลให้คนเจ็บเสร็จแล้ว ก่อนที่จะออกมาจากหลังเล้าไก่ สาวน้อยก็ยังไม่วายกำชับแกมขู่ให้หลบอยู่แต่ตรงนั้น ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด ถ้าไม่อยากตาย! คนเจ็บก็ได้แต่พยักหน้าหงิกหงัก นอนรอความช่วยเหลือจากสาวน้อยหน้าหวานจอมขู่ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะรอดหรือจอดกันแน่ แต่ก็คงต้องเสี่ยงเอา

 

พุดน้ำบุศย์ไม่อยากให้เป็นที่ผิดสังเกตของปู่เธียรและย่าแก้ว จึงนั่งกินข้าวโดยไม่แสดงพิรุธอะไร จนกระทั่งเมื่อเช้าจบลง สาวน้อยเตรียมตัวจะเข้าเมือง ตั้งใจจะพาคนเจ็บไปส่งโรงพยาบาล แต่หลังจากที่เข้าไปเอากระเป๋าสะพายในห้องและเดินออกมาข้างนอกก็ต้องพบกับปัญหาหนัก เมื่อปู่เธียรบอกว่าจะขับรถให้ เพราะหลานสาวไม่คุ้ยเคยกับเส้นทางและยังไม่มีใบขับขี่

ตายแน่! จะทำไงดีล่ะหนูพุด โดยปู่จับได้แน่ ๆ ฮื้อ! เลือดไหลหมดตัวหรือยังก็ไม่รู้ สาวน้อยคิดในใจด้วยความเสียวไส้ ขณะเดินตามหลังปู่เธียรลงบันไดบ้าน

“ทำไงดี ทำไงดี” สาวน้อยพึมพำเบา ๆ

“น้าเธียรครับ/ปู่เธียรครับ”

เหมือนเสียงสวรรค์มาโปรด ลุงกรกับพี่กาญจน์ พร้อมด้วยคนงานตัดปาล์มอีกสามคนยืนอยู่ข้างรถกระบะ สองพ่อลูกเป็นที่คุ้นเคยสนิทสนมกับปู่เธียรและย่าแก้วพอสมควร เพราะตั้งแต่ผลปาล์มในสวนเริ่มขายได้ ปู่เธียรก็ให้ลุกกรและคนงานมาตัดปาล์มหลายครั้งแล้ว รวมทั้งว่าจ้างให้คนงานของลุงกรใส่ปุ๋ยให้ด้วย ส่วนลูกชายซึ่งก็คือพี่กาญจน์จะมาเฉพาะวันหยุด เพราะชายหนุ่มรับราชการเป็นปลัดอำเภอ

“สวัสดีค่ะลุงกร พี่กาญจน์” สาวน้อยเอ่ยทักสองพ่อลูกพร้อมกับยกมือไหว้ก่อนคิดในใจอย่างมีความหวังว่า

วันนี้เป็นวันครบรอบตัดปาล์ม และก็เป็นวันหยุดซะด้วย ฮ่า ฮ่า จะได้เข้าเมืองคนดียวแล้ว หึหึ เดื๋ยวหนูพุดจะซิ่งให้เลือดหยุดไหลไปเลยนะจ๊ะคนเจ็บจ๋า

แต่แล้ว...คำพูดต่อมาของปลัดหนุ่มรูปหล่อผิวเข้มก็ดับความคิดซุกซนของสาวน้อยให้มอดลง

“สวัสดีครับน้องพุด พี่กำลังจะไปซื้อปุ๋ยมาใส่ต้นปาล์มให้ปู่เธียรอยู่พอดีเลย เดี๋ยวพี่ขับรถให้นะครับ”

“ก็ดีเหมือนกัน ฝากด้วยนะกาญจน์” ปู่เธียรเอ่ยขึ้นอย่างเห็นด้วยในขณะที่สาวน้อยส่งยิ้มแหย ๆ ให้ปลัดหนุ่มพลางคิดโอดครวญในใจว่า

โอ้ย! แย่แล้ว เป็นปลัดซะด้วย ถูกจับได้ล่ะซวยเลย ฮื้อ! ป่านนี้ตัวคงซีดเป็นไก่ต้มไปแล้วแน่ ๆ เลย ยังมีลมหายใจอยู่ไหมน้อ สาธุ! ถ้าเกิดอะไรขึ้นก็ขอให้ไปสู่ที่ชอบที่ชอบเหอะนะ อย่าได้จองเวรจองกรรมต่อกันเลย ถือว่านายทำบุญมาแค่นี้แล้วกันเน๊อะ เฮ้อ! เห็นที่คงต้องเสี่ยงเอาแล้วล่ะ

นัยน์ตากลมแป๋วหันมองทางรถกระบะของปู่ที หันมองเล้าไก่ที จากที่คาดคะเนด้วยสายตา รถกระบะกับเล้าไก่ น่าจะอยู่ห่างกันไม่ถึงห้าเมตร สาวน้อยสูดลมหายใจเข้าปอดเต็มแรงเพื่อรวบรวมความกล้า

“ปู่จ๋า” มือเรียวเล็กกระตุกชายเสื้อของปู่เบา ๆ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาท “ส่งกุญแจมาให้หนูพุดสิจ๊ะ เดี๋ยวหนูพุดจะไปถอยรถมาให้” พุดเสร็จก็แบมือออก นัยน์ตากลมแป๋วไม่คลาดไปจากพวงกุญแจรถลายคิตตี้ที่อยู่ในมือปู่เธียร สาวน้อยพยายามลุ้นสุดฤทธิ์ให้ปู่ส่งมาให้และทันทีที่พวงกุญแจถูกยื่นมาตรงหน้า

หมับ!

มือรีบเรียวคว้ามาถือไว้ด้วยความรวดเร็ว ร่างเล็กรีบเดินแกมวิ่งลิ่ว ๆ ไปทางรถกระบะของปู่ทันที นับว่าคนเจ็บยังพอโชคดีอยู่บ้าง ท้ายรถกระบะของปู่เธียรมีผ้าใบไว้สำหรับคลุมของเพื่อป้องกันกระแสลมขณะรถวิ่ง สาวน้อยหันมองปู่ เห็นท่านยังคุยอยู่กับพี่กาญจน์ ในขณะที่ลุงกรและคนงานช่วยกันขนอุปกรณ์ตัดปาล์มลงจากรถ สาวน้อยไม่รอช้า ถอยรถไปจอดจนชิดเล้าไก่ เลือกมุมที่อยู่ใกล้กองฟางมากที่สุดก่อนจะหันมองปู่อีกรอบพลางสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ จากนั้นก็ลงจากรถอ้อมไปด้านหลังเล้าไก่

คนเจ็บนอนมองสาวน้อยตาปริบ คิดถามตัวเองในใจว่า จะรอดไหมน้อเรา!’ แล้วเผลอถอนหายใจออกมา

“ลุกไหวไหม” สาวน้อยถามเสียงเบาจนเกือบเป็นกระซิบ และคนเจ็บก็พยักหน้าแทนคำตอบ “ดี ฉันจะดูต้นทางให้ นายรีบมุดเข้าไปใต้ผ้าใบให้เร็วเลยนะ”

สาวน้อยยืนคุมเชิงอยู่ข้างกระบะรถ ทำทีเป็นดูโน่น สำรวจนี้ราวกับว่า กำลังตรวจเช็คสภาพรถก่อนการเดินทางและเมื่อเห็นว่าคนเจ็บพาตัวเองมุดเข้าไปอยู่ใต้ผ้าใบได้สำเร็จแล้ว สาวน้อยก็พ่นลมหายใจออกจากปากเบา ๆ จากนั้นก็ทำหน้าที่สารถี เคลื่อนรถเข้าไปใกล้ปู่เธียร ซึ่งท่านก็หันมาพอดีหลังจากสั่งความพี่กาญจน์เสร็จเรียบร้อย สาวน้อยสูดลมหายใจเข้าปอดเต็มแรงอีกครั้งขณะที่หัวใจก็เต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ ยามก้าวย่างลงจากรถ เพื่อเปลี่ยนตำแหน่งให้พี่กาญจน์เป็นคนขับ...ระหว่างการเดินทางเข้าเมือง พุดน้ำบุศย์เหลือบมองกระจกหน้ารถอยู่บ่อยครั้งเพื่อสอดส่องคนเจ็บ สาวน้อยไม่กล้าที่จะมองตรง ๆ เพราะกลัวพี่กาญจน์จับได้

******************************************

Vote
ให้คะแนนตอนนี้

Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.

ส่งคะแนน

ตอนที่ 4 : ศึกรักผักบุ้ง 3View : 6255 , Rating : 96% / 35 vote(s)

3 พ.ค. 58

ตอนที่ 4 : ศึกรักผักบุ้ง 3View : 6255 , Rating : 96% / 35 vote(s)

3 พ.ค. 58

8 ความคิดเห็น

  1. #991 Phuphen Chamsawad (@gang_f4) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2558 / 01:47
    มารอหนูพุดจร้าา*-*
    #991
    0
  2. #147 nunpanu (@nuntapun) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2556 / 20:05
    ช่วยคนร้ายแล้วหนูพุด
    #147
    0

  3. #29 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2556 / 14:42
    ช่วยคนผิดรึป่าวจ๊ะสาวน้อย
    #29
    0
  4. #28 2534 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2556 / 13:18
    สนุกมากค่ะ
    #28
    0
  5. #23 fsn (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2556 / 18:21
    เด็กจริงๆ พุดเอ้ย หนักใจแทนนายหัวแล้ว
    #23
    0
  6. #19 นินิน (@kridakarn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2556 / 00:58
    หนูพุดเดี๋ยวก็โดนดีหรอก คิดจะเล่นกับอันธพาลหวงผักบุ้งจริงๆเหรอ
    #19
    0
  7. #15 JustSasiwimol (@mameowbella) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2556 / 22:59
    หนูพุดอย่าไปใจอ่อนช่วยอีตาคนร้ายนะคะ เอาตัวส่งให้นายหัวไปเลย
    #15
    0
  8. #10 นุ้ย (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2556 / 18:44
    ลุ้นๆๆ จะเจออะไร
    #10
    0
พิมพ์เลขที่เห็น

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android