สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

The Guardian and War of Angel

ตอนที่ 68 : DoF-Chapter 1 : ฉันกลับมาแล้ว


     อัพเดท 27 มี.ค. 56
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : +-MaSaLaN-+ ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ +-MaSaLaN-+
My.iD: http://my.dek-d.com/masalan
< Review/Vote > Rating : 96% [ 193 mem(s) ]
This month views : 5,364 Overall : 951,396
12,694 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 4459 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
The Guardian and War of Angel ตอนที่ 68 : DoF-Chapter 1 : ฉันกลับมาแล้ว , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 10924 , โพส : 150 , Rating : 443 / 89 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


Chapter 1

 

 

 

ฉันกลับมาแล้ว

 

 

 

 

 

 

“ร้อนฉะมัดเลย....”

เสียงกวนๆ เอ่ยขึ้นมาภายใต้บรรยากาศร้อนระอุของทะเลทรายในประเทศอเมเรียแถบเมือง “วากัส” ที่เป็นหนึ่งในรัฐที่ขึ้นชื่อเรื่องบ่อนคาสิโนที่ดีที่สุดในโลกและเป็นจุดรวมของนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ต่างเดินทางเพื่อมาพักผ่อนในเมืองที่ถูกเรียกว่า “เมืองคนบาป” แห่งนี้เป็นจำนวนมาก

ซึ่งเมืองวากัสแห่งนี้นั้นเป็นเมืองที่โดนโอบไว้ด้วยทะเลทรายขนาดกว้าง ด้วยความร้อนที่ไม่น่าเสวนาเท่าไหร่นักในตอนกลางวัน และความหนาวที่ชวนให้ตายได้ง่ายๆ ในตอนกลางคืนนั่นเอง ทำให้นอกจากภายในตัวเมืองแล้วด้านนอกทะเลทรายนั้นแทบจะไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆ เดินป้วนเปี้ยนไปมาเลย

 โดยเฉพาะอากาศที่ร้อนกว่า 40 องศา นี้ก็ชวนให้ร่างกายมันล้มพับเอาได้ง่ายๆ เหมือนกัน

แม้ว่าตอนนี้ร่างสูงของชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีเงินที่จัดทรงไว้อย่างมีสไตล์ราวกับเป็นนายแบบหลุดมาจากแมกกาซีนนั้นจะนั่งอยู่ในหุ่นรบ GK (การ์เดียนคีปเปอร์) ก็ตามที แต่ก็ดูเหมือนว่าเครื่องปรับอากาศในหุ่นรบนั้นก็ไม่อาจต้านทานแสงตะวันจากธรรมชาติได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อหุ่นรบเครื่องนี้ได้เปิดระบบแสดงภาพแบบสมจริง 360 องศา ในค๊อกพิทด้วยแล้ว มันจึงทำให้แสงแดดบนท้องฟ้านั้นส่งตรงลงมาถึงเขาแบบตรงๆ แม้จะไม่ได้รับความร้อนจากแสงที่สาดลงมา แต่อากาศร้อนระอุในหุ่นรบที่ทำจากเหล็กทั้งเครื่องนั้นก็ไม่ชวนให้มาตั้งไว้กลางทะเลทรายแบบนี้ได้เลยซักนิด

“นี่ถึงจะไม่เกี่ยวก็เถอะนะ แต่ขอปิดระบบแสดงผลแบบสมจริงของค๊อกพิทไปได้มั้ย แสงแดดมันแสบตายิ่งทำให้ฉันรู้สึกร้อนยิ่งกว่าเดิมเสียอีก”

คำพูดกวนๆ จากชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีเงินนั้นเอ่ยขึ้นแบบเซ็งๆ ก่อนจะยกขาขึ้นไปวางพาดไว้บนคอนโซลด้านหน้า และยกมือขึ้นบังแสงแดดที่ส่องลงมาปกปิดดวงหน้าดูดี กับดวงตาสีฟ้าครามที่ต้องหรี่ลงเมื่อเจอแสงแดดร้อนระอุตรงหน้า!

“ไม่ได้ย่ะ!

กระทั่งมีน้ำเสียงเฉียบขาดดังขึ้นมาจากเครื่องสื่อสารภายในหุ่นรบนั่นเอง มันจึงทำให้พ่อหนุ่มผมเงินต้องถอนใจออกมายาวเหยียด

“แต่มันร้อนนี่....” เขาลากเสียง

“มันก็เป็นแค่ภาพแสดงผลแบบเสมือนจริงเท่านั้นแหละย่ะ ใช่ว่ามันจะแผ่ความร้อนมาถึงตัวนายเสียเมื่อไหร่ อีกอย่างนายเป็นสไนเปอร์ของทีมนะยะ ถ้าเกิดว่าไม่เปิดกล้องให้ถ่ายออกมารอบทิศแบบนั้น นายจะใช้วิธีไหนจับการเคลื่อนไหวของศัตรูกัน หรือว่าจะใช้จมูกดมกลิ่นกันคะคุณ ครูซ โอเซล?”

คำบ่นด้วยน้ำเสียงแหลมปรี๊ดอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวนั้นส่งให้เจ้าของชื่อ ครูซ โอเซล ต้องถอนใจออกมาอีกคำรบ โดยไม่ต้องสืบก็รู้ได้เลยว่าคนที่กำลังสวดเขาอยู่นั้นก็คือ เครฟา เดลดอเรส เพื่อนสาวเจ้าระเบียบประจำกลุ่มนั่นเอง

“ได้ยินเสียงเธอฉันยิ่งร้อนหนักขึ้นไปอีกแฮะ เครฟา” ว่าแล้วก็หันไปคว้าเอาขวดน้ำสำรองที่เตรียมเอาไว้ขึ้นมาจิบ “...ให้ตายสิ ขนาดกระติกเก็บความเย็นยังเอาไม่อยู่เลยเนี่ย ชามะนาวฉันกลายเป็น ชาร้อน ไปแล้วเนี่ย ให้ตายสิ ใครเป็นคนเลือกภารกิจนี้มาทำนะ ร้อนก็ร้อน โหดก็โหด ถ้าทำงานเสร็จแล้วได้ไปเดินเล่นในคาสิโนของ วากัส ก็ว่าไปอย่าง นี่ยังต้องรีบกลับไปรายงานตัวที่ฐานทัพของอเมเรียอีก....เซ็งเป็นบ้า”

บ่นขึ้นมายาวเหยียดแล้วชายหนุ่มจึงโยนขวดน้ำนั้นลงไปบนพื้นแบบไม่ใยดี ก่อนจะมีเสียงของเครฟาตอบกลับมาห้วนๆ ว่า

“ฉันว่านายใช้สายตาที่นายภูมิใจทำงานแทนปากดีกว่านะครูซ พูดเหมือนกับว่ามีนายคนเดียวที่ต้องมายืนตากแดดงั้นแหละ พวกฉันเองก็อยู่ในสภาพไม่ต่างจากนายนักหรอกน่า ในซัพพอร์ทคาร์เองก็ร้อนจนตับจะแตกอยู่แล้ว แถมยัยเนลก็เอาแต่เปิดเพลงอนิเมดัมกั้นวนไปวนมาจนฉันจะประสาทเสียอยู่แล้วเนี่ย”

ได้ยินดังนั้นแล้วครูซก็หัวเราะพรืดออกมาทันที

“ก็นะ เห็นว่าดัมกั้นภาคซีสต์(?) เขาเอามารีมาสเตอร์ใหม่ ช่วงนี้ยัยนั่นก็เลยติดงอมแงมเลยล่ะ”

“...แค่ชื่อเรื่องก็ไม่น่าดูแล้ว ชวนนึกถึงพวก เนื้องอก ยังไงก็ไม่รู้”

ครูซส่ายหน้าด้วยความอ่อนใจ และพอจะนึกสภาพออกเลยว่าการที่จะต้องอยู่ทำงานสองต่อสองกับ เนล อลาสเตอร์ หรือเพื่อนสาวจอม “แปลก” ของเขานั้นมันลำบากสาหัสมากแค่ไหน เดิมทีคุณเธอก็เป็นคนที่คาดเดาความคิดไม่ได้มาตั้งแต่แรกแล้ว ยิ่งมาเจอไอ้โรคติด อนิเมชั่น เกม หรือ นิยาย (ส่วนมาก 18+) ของคุณเธอเข้าไปทุกคนยิ่งทำตัวไม่ถูก

ครั้งก่อนเขามีโอกาสได้ประจำการอยู่ใน ซัพพอร์ทคาร์ กับเนลตอนที่ทุกคนพากันไปทำภารกิจล่อจับผู้ก่อการร้ายที่ ริโอเดยาเนร่า ในประเทศ บลาซิเลียร์ นั้นแล้วหุ่นของเขากำลังรับการซ่อมบำรุงอยู่จึงเอาออกไปทำภารกิจในแนวหน้าไม่ได้ จนต้องมานั่งช่วยงานอยู่กับเนลในแนวหลัง เขายังจำสภาวะที่เกือบจะประสาทเสียตอนนั้นได้เป็นอย่างดี เพราะขนาดในจังหวะที่เพื่อนทุกคนกำลังไล่กวดจับผู้ก่อการร้ายตัวเอ๋ที่วิ่งหนีเข้าไปในสลัม เนลก็เจาะระบบกล้องวงจรปิดของเมืองนั้นและคอยสนับสนุนบอกทางเพื่อนๆ อยู่ในรถซัพพอร์ทคันนั้น แต่ก็เปิดเพลงอนิเมชั่นเสียงดังลั่นจนชวนให้นึกถึงพวก “เด็กแว้น” ชอบกล

เขาที่ต้องไปคอยช่วยงานนั้นเข็ดมาจนถึงทุกวันนี้ นี่ถ้ามีโคโยตี้ออกมาเต้นหน่อยนี่ก็คงจะเป็นงานในลานรถบั้มพ์ได้ง่ายๆ เลยมั้ง

“นี่ทั้งสองคนคะ อย่าเอาแต่พูดเล่นกันจะได้มั้ย เป้าหมายจะออกมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้นะคะ”

ไม่ทันไรที่ครูซกับเครฟาจะพูดคุยกันได้ไม่นานมันก็มีเสียงหวานๆ ของหญิงสาวอีกคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมาในช่องสัญญาณสื่อสาร พร้อมกับใบหน้าของสุภาพสตรีคนหนึ่งที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าของครูซ

เธอมีเรือนผมสีดำขลับและรวบเป็นมวยไว้ด้านหลังโดยใช้ปิ่นปักผมเสียบเอาไว้ดูเรียบร้อย ขณะที่ด้านหน้าก็ปล่อยบางส่วนให้ลงมาเคลียแก้มทั้งสองข้างดูน่ารัก ดวงตาสีครามเข้มส่องประกายจริงจังออกมาให้เห็น แม้บนดวงหน้าหวานสวยตามสไตล์สาวตะวันออกนั้นจะเผยรอยยิ้มชวนมองออกมาก็ตาม

“รู้แล้วน่าเจ๊...” ครูซเบ้ปากนิดๆ ให้หญิงสาวในช่องสื่อสารเห็น “แต่ให้ตายเถอะเมื่อไหร่พวกมันจะโผล่หัวออกมากันซักทีนะ พวกเราซุ่มโป่งอยู่ตรงนี้มาเกือบ 4 ชั่วโมงแล้วยังไม่เห็นวี่แววของพวกมันเลยซักนิด บอกตรงๆ เจอแบบนี้อีกครึ่งชั่วโมง ฉันได้เกรียมเป็นเนื้อแดดเดียวแน่...”

คำบ่นนั้นส่งให้ ซายะ ลินส์ ชื่อของหญิงสาวคนสวยที่ปรากฏออกมาตรงช่องสื่อสารนั้นหัวเราะเสียงใส

“อดทนหน่อยสิคะ เทียบกับงานตอนที่พวกเราต้องไปซุ่มอยู่ในป่าเขตร้อนตอนนั้น ฉันว่าอยู่สบายๆ แบบไม่ต้องพะวงเรื่องมังกร หรือปลิงที่จะแอบมุดเข้าไปในชุดชั้นในยังดีกว่าเยอะเลยนะคะ”

“...อย่าพูดถึงเรื่องตอนนั้นได้มั้ยเจ๊”

ครูซถึงกับเบ้ปาก เพราะเขายังจำได้ดีว่าตอนที่ไปซุ่มอยู่ในป่าเขตร้อน เขาเนี่ยแหละที่โดนปลิงมันมุดเข้าไปในกางเกงชั้นใน โชคยังดีที่โดนกัดเข้าไปตรงก้น...ถ้ามันไปเลือกตำแหน่งอื่นแล้วล่ะก็ บรื้อ!!

แค่คิดพ่อหนุ่มโอเซลก็ถึงกับขนลุกจนช่วยคลายร้อนไปได้บ้าง

“ฉันล่ะอิจฉาอลิซจริงๆ ที่ไม่ได้มาทำงานที่นี่ด้วยจริงๆ” ครูซถอนใจ “โชคดีนะว่ามีงานอีเว้นท์เข้ามาเรียกให้เธอไปทำพอดี แค่คิดว่าได้ไปร้องเพลงสบายๆ ในห้องแอร์ถูกห้อมล้อมไว้ด้วยแฟนๆ ก็คงจะดีกว่าพวกเราที่ต้องมาเกรียมกับแดดที่นี่แล้วล่ะ”

“งานของอลิซก็ไม่ได้สบายขนาดนั้นหรอกนะคะ” ซายะพูดยิ้มๆ “คุณเองก็รู้ไม่ใช่เหรอคะว่าเธอต้องแบกรับความเสี่ยงไว้มากแค่ไหนในการที่จะมอบความสุขให้กับประชาชนได้อย่างนั้นน่ะ”

“ก็นะ...”

ว่าแล้วครูซก็เก่าต้นคอแกรกๆ

“ครูซ ซายะ ...เป้าหมายปรากฏตัวออกมาแล้ว”

ไม่ทันจะได้คุยกันมากไปกว่านี้ก็มีเสียงเนือยๆ อีกเสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นมาในช่องสัญญาณสื่อสาร ส่งให้ครูซที่กำลังเอนตัวสบายๆ อยู่บนเบาะนั้นขยับตัวลุกขึ้นมานั่งให้ถนัดถนี่ทันที

“โอ๊ะโอ๋ ในที่สุดก็โผล่หางออกมาแล้วสินะ”

ว่าแล้วดวงตาสีฟ้าใสนั้นก็ชำเลืองมองไปรอบๆ โดยพินิจ ภายในทะเลทรายต่างระดับที่เตี้ยลงไปหลายขั้นนั่นเองภาพที่ปรากฏขึ้นมาให้เห็นตรงหน้าก็คือกองคาราวานของรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่พ่วงท้ายมาด้วยวัตถุบางอย่างที่ถูกคลุมไว้ด้วยผ้าสีเทาอ่อนอย่างมิดชิด

“นั่นสินะไอ้ของที่ทางกองทัพของ อเมเรีย ให้มาตรวจสอบว่ามันคืออะไรกันแน่?”

ครูซกรอกเสียงลงไปเพ่งมองไปที่วัตถุทรงยาวขนาดใหญ่ที่วางไว้บนรถพ่วงอย่างสงบนิ่ง

“คาดว่าน่าจะใช่”

เนล อลาสเตอร์ ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเนือยๆ ส่งให้ครูซมองไปรอบๆ ต่อโดยพินิจ ดวงตาของสไนเปอร์หนุ่มแลเห็น รถบรรทุกขนาดใหญ่อีกราวๆ 6 คันขับล้อมหน้าล้อมหลังอยู่แบบเรียงแถวในรถคันเป้าหมายที่ขนวัตถุปริศนามาด้วย พร้อมกันนั้นรอบๆ รถบรรทุกนั่นยังมีคนอีกราวๆ 30 คนเดินตรวจการอยู่รอบๆ กองคาราวานนั้นด้วยสภาพที่สวมเสื้อคลุมสีครีมกันแดดเอาไว้มิดชิด

“มีทหารยามเฝ้าอยู่ด้านนอกหลายตัวเลยแฮะ แต่ไม่เห็นอาวุธติดตัวกันเลยนะ...”

“น่าจะเป็นพวกจอมเวทไม่ก็พวกผู้อัญเชิญอสูรน่ะค่ะ ส่วนมากพวก เอเดน ก็มักจะใช้คนพวกนี้ในภารกิจสำคัญอยู่แล้วนี่คะ”

ซายะออกความเห็นผ่านช่องสัญญาณ ซึ่งครูซเองก็ค่อนข้างเห็นด้วยจากประสบการณ์ตรงที่เขาเคยปะทะกับพวกผู้กรการร้ายกลุ่มที่ชื่อว่า “เอเดน” นี้มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง

“ผ้าคลุมที่ใช้คลุมรถแต่ล่ะคันเป็นแบบ สเตลท์ ใช่มั้ย?” ครูซถาม

“ถูกต้อง ...เห็นเป็นกองคาราวานใหญ่ๆ แบบนี้ แต่ดูเหมือนจะไม่มีภาพปรากฏขึ้นในสัญญาณจากดาวเทียวเลย”

คำตอบจากเนลส่งให้ครูซสำลักลมดัง “เหอะ!

“เป็นพวกที่ชอบทำอะไรเซอร์ไพรส์คนอื่นเสมอเลยนะ ถ้ารับงานเป็นพวกจัดอีเวนท์สงสัยจะรุ่งน่าดูนะไอ้พวกบ้านี่น่ะ”

คำบ่นเซ็งๆ นั้นส่งให้ซายะส่งเสียงหัวเราะออกมาทางช่องสัญญาณสื่อสาร

“ถ้าอย่างนั้นจะเอายังไงดี พวกมันเข้ามาในระยะโจมตีของฉันแล้วนะ จะให้ผมสั่นระฆังเริ่มเทศกาลเลยดีมั้ยคุณรักษาการหัวหน้าทีม?”

ครูซถามส่งให้ซายะที่แม้ตอนนี้จะจวนเจียนเข้าสู่เวลาลงมือในภารกิจเต็มแก่แล้วก็ตามแต่เธอก็ยังคงยิ้มออกมาอย่างผ่อนคลาย จนกระทั่งเธอพยักหน้ากลับมาเป็นสัญญาณอะไรบางอย่าง

“ถ้าอย่างนั้นก็ระมัดระวังของที่พวกมันขนมาด้วยก็แล้วกันนะคะ เพราะว่าทางกองทัพอเมเรียต้องการของสิ่งนั้นกลับไปแบบไม่มีรอยขีดขวน เป็นไปได้ว่ามันอาจจะเป็นของใหญ่ก็ได้เพราะฉะนั้นก็กรุณาระวังด้วยนะคะคุณครูซ”

ได้ยินดังนั้นครูซก็ส่งยิ้มกว้างก่อนจะปิดหน้าจอสื่อสารนั้นไป เพียงไม่นานนักจึงดีด “โฟกัสสโคป” ที่เป็นเหมือนกล้องส่องทางไกลขนาดใหญ่ออกมาจากพนังด้านบนของค๊อกพิท ครูซ ตั้งท่าดันกล้องซูมนั้นลงประทับในท่าถนัด ดวงตาสีฟ้ากรอกลงไปเพื่อเล็งเป้าหมายเขม็ง

และตรงด้านนอกนั้นเองที่มีหุ่นรบ GK (การ์เดียนคีปเปอร์) ซุ่มอยู่บนพื้นทะเลทรายโดยใช้วิธีการนอนราบไปกับพื้นตรงสันเขา และใช้อาคมพลางตัวระดับสูงซ่อนอยู่ตรงนั้น พร้อมกับปากกระบอกปืนที่ยื่นออกมาตรงหน้าในท่าที่มั่นคง

เป้าหมายคือฝูงคาราวานของศัตรูพร้อมกับรถบรรทุกทั้ง 7 คันที่กำลังค่อยๆ เคลื่อนที่ผ่านไปในระยะ 200 เมตรในจังหวะคงที่

“ฉันจะยิงรถคันหน้าสุดเพื่อหยุดการเคลื่อนไหวของพวกมัน พร้อมนะเจ๊?”

ครูซส่งเสียงถามด้วยน้ำเสียงที่สุขุมยิ่งขึ้นดวงตาสีฟ้าของเขาส่องประกายจริงจัง

“ฉันประจำตำแหน่งเรียบร้อยแล้วค่ะ ...ยิงเลยค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นก็ ...ขอต้อนรับสู่ช่วง สไนเปอร์ไทม์”

สิ้นเสียงกวนๆ จากชายหนุ่มแล้วนิ้วที่เกร็งอยู่ตรงไกปืนก็ค่อยๆ เหนี่ยวเข้าหาตัว พร้อมกับเป้าหมายที่เล็งไว้อย่างมั่นใจแล้ว ลมหายใจถูกกลั้นเอาไว้เพียงชั่วครู่ พร้อมๆ กับเสียงปืน “บีมสไนเปอร์” รุ่นพี่เศษที่ผลิตขึ้นมาโดยเฉพาะของหุ่นเครื่องนั้นดังขึ้น

ปัง!!

เสียงคำรามอันเป็นเอกลักษณ์ลั่นขึ้นไปทั่วทะเลทราย เช่นเดียวกับลำแสงสีเหลืองอมทองที่พุ่งออกจากปากกระบอกปืนเป็นเส้นตรงเข้าเล่นงานรถบรรทุกคันหน้าสุดตรงที่นั่งคนขับอย่างแม่นยำจนคว่ำและระเบิดในพริบตา!

“...ลุยเลยเจ๊!

ครูซตะโกนขึ้น ขณะที่เล็งเป้าหมายไปยังรถบรรทุกคันต่อไปที่อยู่ใกล้ๆ

กว่าจะรู้ตัวหุ่นรบอีกเครื่องหนึ่งที่ซุ่มอยู่แถวนั้นก็พุ่งทะยานเข้าไปในดงของศัตรูทันที

หุ่นรบสีขาวเกราะแดงพุ่งออกไปเป็นเส้นตรง มันเป็นหุ่นที่รูปร่างค่อนข้างเปราะบางกว่าตัวอื่นๆ ข้อต่อต่างๆ ดูจะบอบบางกว่าซ้ำรูปทรงยังค่อนข้างผิดรูป ...แต่หากจะบอกว่ามันเป็นหุ่นที่มีรูปทรงเหมือนกับผู้หญิงก็ไม่ผิดนัก!

“ห..หุ่นนั่นมัน GK ของผู้พิทักษ์ ไอ้พวกการ์เดนท์มันโผล่ออกมาแล้ว!!!

ทันทีที่โดนโจมตีก็ดูเหมือนว่าเหล่าผู้ก่อการร้ายทั้งหลายจะตั้งหลักกันได้อย่างรวดเร็ว รถบรรทุกทั้งหมดจอดสนิทลง พร้อมกับหุ่นรบหลายเครื่องที่ซ่อนอยู่ด้านในรถพวกนั้นค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นมายืนเตรียมพร้อม เช่นเดียวกับหุ่นรบอีกสองเครื่องที่ถูกขนมาโดยรถบรรทุกคันที่เพิ่งระเบิดไปเมื่อครู่ก็ลุกขึ้นมาโดยปราศจากบาดแผลใดๆ ทั้งสิ้น

จอมเวทเริ่มยิ่งเวทมนตร์โจมตี

ขณะที่ผู้อัญเชิญอสูรนั้นก็รีบเรียกเอาทั้งโกเลมขนาดยักษ์หรืออสูรประเภทมังกรขึ้นต่อต้าน!

“...ยังเป็นพวกที่มีความระวังภัยสูงกันเหมือนเคยเลยนะคะ แต่ได้เห็นแบบนี้แล้วค่อยเบาใจหน่อย เพราะถ้าขืนยอมแพ้ง่ายๆ ฉันคงจะเบื่อแย่ที่ไม่ได้เก็บกวาดขยะเน่าเสียพวกนี้ออกไปจากโลกของเรา”

หญิงสาวผู้เป็นนักบินของหุ่นรบสีขาวเกราะแดงเครื่องนั้นเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มละไม ดวงตาสีครามของ ซายะ ลินส์ จ้องเขม็งไปที่กลุ่มศัตรูที่ตอนนี้มีหุ่นรบสองเครื่องกับ โกเลมอีกสามตัววิ่งเข้ามาขวางทางเธอเอาไว้!

GK-1308TS-TSUBAKI (สึบากิ) หุ่นรบรุ่นพิเศษที่ผลิตขึ้นมาเพียงเครื่องเดียวให้แก่ ซายะ ลินส์ โดยเฉพาะ มันเป็นหุ่นรุ่นพิเศษที่แทบจะไม่มีเกราะหรือระบบป้องกันใดๆ ให้แก่ตนเองเลย ซ้ำอาวุธที่ใช้ยังล้วนเป็นอาวุธในระยะประชิดล้วนๆ อีกด้วย ซึ่งตอนนี้เจ้า “สึบากิ” นั้นก็ได้ชักเอาดาบคาตานะที่เหน็บไว้ตรงเอวขึ้นมาเตรียมพร้อมในท่าโจมตีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“อ๊ากกกกกกกก!!!

และเพียงอึดใจเดียวราวกับกระพริบตาผ่านไป ทันทีที่เจ้าหุ่นรบสีแดงเครื่องนี้พุ่งผ่านศัตรูกลุ่มแรกที่เข้ามาขวาง เสี้ยวพริบตานั้นหุ่นรบก็ถูกฟันเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย สัตว์อสูรก็โดนฟันขาดครึ่ง เสียงของผู้อัญเชิญอสูรร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ขณะที่หุ่นรบ ยาร์กุสติน ที่โดนเล่นงานนั้นระเบิดพินาศ!

“ว...เหวอ หุ่นรบเครื่องนั้นมัน สึบากิ ไม่ใช่เหรอ?!

“เฮ้ยจริงเหรอ!?”

“ซ..ซายะ ลินส์...นี่ไอ้พวกการ์เดนท์มันส่ง คาเมเลียสีเลือด (Bloody Camellia) มาเล่นงานพวกเราเลยหรือเนี่ย?!

พวกผู้ก่อการร้ายยิ่งตื่นตระหนกเมื่อได้รับการยืนยันแล้วว่าศัตรูที่บุกเข้าจู่โจมแบบสายฟ้าแลบนั้นยังเป็น คาเมเลียสีเลือด ผู้พิทักษ์ระดับสูงของลิตเติ้ลการ์เดนท์ที่ช่วงระยะสองปีที่ผ่านมานี้เธอได้สร้างผลงานปราบเหล่าผู้ก่อการร้ายมาอย่างโชกโชน ซึ่งนอกจากจะมีฝีมือร้ายกาจแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เหล่าอาชญากรทั้งหลายต้องขยาดเมื่อได้พบกับสตรีนางนี้ก็คือความโหด!!

“อ๊ากกกกกกกก!!!

ขาดคำก็มีผู้อัญเชิญอสูรอีกคนหนึ่งทรุดลงไปนอนกับพื้นแหกปากร้องเสียงหลงพร้อมกับการกุมลำคอของตัวเองด้วยความเจ็บปวด เนื่องด้วยเจ้าหุ่นรบ สึบากิ เพิ่งจะใช้ดาบคาตานะตัดคอของอสูรมังกรตรงหน้าลงอย่างเลือดเย็นจนเล่นเอาเลือดสีแดงสุดพุ่งสาดกระเซ็นออกมาเป็นฝอยเปรอะหุ่นรบเครื่องจนยิ่งเพิ่มความสยดสยองให้แก่เหล่าอาชญากรได้อีกเป็นเท่าตัว

ตูม!!!

แถมอีกเพียงอึดใจเดียวเท่านั้นก็เกิดเสียงระเบิดขึ้นอีกจุดหนึ่งอย่างต่อเนื่อง!

“ร...รถท้ายขบวนโดนยิ่งจนพินาศไปแล้ว บ..แบบนี้มันล็อคให้เราหนีไปไหนไม่ได้แล้วนะ!

ผู้ก่อการร้ายตะโกนขึ้น ขณะที่หุ่นรบ GK อีกเครื่องหนึ่งก็ยังซุ่มยิงสไนเปอร์ของเขาอย่างเพลิดเพลิน

“สไนเปอร์!! มันซุ่มเล่นงานเราอยู่ตรงเนินนั่น ยิงไอ้สไนเปอร์ของมันก่อนเร็วเข้า!!

 จนมีพวกมันคนหนึ่งตาไวตะโกนสั่งการให้หุ่นรบที่เพิ่งจะตั้งหลักยืนขึ้นมาได้นั้นหันปากกระบอกปืนไปตรงจุดที่ GK อีกเครื่องหนึ่งนอนซุ่มอยู่ หุ่นรบ “แทงค์บัสเตอร์” รุ่นโจมตีระยะไกลของ บริเทน สามเครื่องตั้งหลักยืนให้มั่นก่อนจะดีดเสาค้ำร่างไปด้านหลังตนเองและเล็งฐานปากกระบอกปืนใหญ่ไปยังจุดที่ศัตรูซุ่มอยู่ทันที

ตูม!!!

ปืนใหญ่สามกระบอกด้านหลังถูกยิงออกไปอย่างหนักหน่วงจนเกือบจะเสียหลัก กระสุนระเบิดนั้นพุ่งเข้าเป้าหมายอย่างจังจนเปลวไฟและแรงสั่นสะเทือนไปทั่วบริเวณ

ซายะถึงกับต้องหยุดมือและตวัดสายตาไปมองตรงจุดที่ถูกยิงเมื่อครู่ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นจุดเดียวกับที่ ครูซ ซุ่มยิงสนับสนุนเธออยู่ตรงนั้น แม้เพื่อนจะโดนโจมตีไปต่อหน้าต่อตา แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้มีสีหน้ากังวลใดๆ ปรากฏขึ้นมาจากเธอเลยแม้แต่น้อย

“ให้ตายสิ ว่าจะนอนยิงสบายๆ ซักหน่อย ลากฉันลงมาทำไมฟะ!

เสียงห้าวๆ ตะโกนออกมานอกตัวหุ่นรบด้วยซ้ำ ขาดคำร่างของหุ่นรบก็พุ่งทะยานออกมาจากกลุ่มควันเมื่อครู่นี้พร้อมกับ ปืนพก ขนาดย่อมสองกระบอก!

ขาดคำอาวุธขนาดย่อมสองกระบอกนั้นก็ลั่นกระสุนออกมาอย่างรวดเร็ว แม้จะไม่ได้มีความรุนแรงเท่ากับ สไนเปอร์บีม ที่ยิงออกมาเมื่อครู่ แต่ความแม่นยำและเฉียบขาดของนักบินก็ทำให้การโจมตีแต่ล่ะนัดนั้นพุ่งเข้าจุดตายของสัตรูจน แทงค์บัสเตอร์ ทั้งสามเครื่องที่ยิงใส่เขาเมื่อครู่นี้ระเบิดกระจุยภายในพริบตา!

ไม่นานนักเจ้าหุ่นรบเครื่องนั้นก็ลงมายืนอยู่ข้างๆ สึบากิ ทันที

มันเป็นหุ่นรบสีขาวเกราะเขียว รูปร่างดูเพรียวบางแต่ก็มีเกราะที่แน่นหนากว่าหุ่นรบของซายะอยู่มากโข ปีกสองข้างถูกหุบไว้ข้างลำตัว เช่นเดียวกับปืนสไนเปอร์บีมขนาดใหญ่ที่ถูกดีดเก็บไว้ด้านหลัง

GK-1305LG-LUGER (ลูเกอร์) หุ่นรบรุ่นพิเศษที่ผลิตขึ้นมาเพื่อ ครูซ โอเซล โดยเฉพาะ มันเป็นหุ่นรบที่สร้างขึ้นโดยมีระบบสนับสนุนการใช้อาวุธประเภทยิงทุกชนิด โดยที่มีความคล่องตัวสูงและเกราะเบา และถูกติดตั้งไว้แต่อาวุธประเภทปืนที่ใช้โจมตีในระยะไกลทั้งสิ้น

“ห...หุ่นนี่มัน ลูเกอร์ ของเจ้า ครูซ โอเซล นี่!

“อะไรวะ! นอกจาก สึบากิ ยังมี ลูเกอร์ อีกเหรอเนี่ย?!

“ไม่ต้องกลัวมัน รุมเล่นงานพวกมันเลย อย่าให้แผนการของพวกเราต้องเสียไปเด็ดขาด!

เสียงของเหล่าอาชญากรยิ่งตื่นตระหนกยิ่งขึ้นเมื่อหุ่นรบที่ปรากฏตัวขึ้นเครื่องที่สองนั้นเป็นหุ่น ลูเกอร์ ที่มีนักบินชั้นอ๋องอย่าง ครูซ โอเซล ที่เป็นมือสไนเปอร์อันดับต้นๆ ของการ์เดนท์ในตอนนี้ ซ้ำเจ้าหุ่นลูเกอร์เครื่องนี้ก็เคยสร้างผลงานบรรลือโลกมาแล้วด้วยการยิงสไนเปอร์สังหาร กองส์ ผู้ก่อการร้ายตัวเอ๊ที่กำลังจะใช้หุ่นรบติดตั้งระเบิดทำลายล้างของมันเพื่อกวาดล้างประชาชนในประเทศ โครแอช ซึ่งนายครูซคนนี้ก็ใช้บีมสไนเปอร์ของเขาจัดการยิงตัดพลังงานของหุ่นรบศัตรูให้เครื่องดับลงไปก่อนที่จะได้ทันกดระเบิดด้วยระยะยิงที่ห่างถึง 15 กิโลเมตร ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

ซึ่งหลังจากนั้นเป็นต้นมาเขาก็ได้รับฉายาว่า กันสลินเกอร์ (Gunslinger) ไปโดยปริยาย

“เป็นคนดังนี่วางตัวยากเนอะ ว่างั้นมั้ยเจ๊?”

ครูซที่เอาหุ่นรบ ลูเกอร์ ของเขาหันหลังชนกับ สึบากิ ของซายะเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงติดตลก

ซึ่งแม้บัดนี้ทั้งคู่จะโดนศัตรูที่มีจำนวนมากกว่าล้อมเอาไว้แต่ก็ต่างเผยรอยยิ้มขำขึ้นมาจางๆ

“รีบๆ ทำงานให้จบเถอะค่ะคุณครูซ บอกตามตรงว่าฉันเองก็อยากจะกลับบ้านเต็มแก่แล้วเหมือนกัน” ซายะพูด

“นั่นสินะ ถ้างั้นก็แบ่งกันคนล่ะครึ่งละกัน!

สิ้นเสียงตะโกนของครูซแล้วหุ่นรบ GK ทั้งสองเครื่องก็แยกย้ายกันไปคนล่ะทิศอย่างรวดเร็ว

สึบากิก็ยังคงร่ายรำเพลงดาบของตระกูลลินส์ออกมาได้อย่างอ่อนช้อยราวกับทุกข้อต่อของมันนั้นถูกสร้างด้วยร่างกายมนุษย์จริงๆ ไม่มีผิด ทุกการย่างก้าวทุกการฟาดฟันของคมดาบตัดเฉือนร่างของหุ่นรบศัตรูให้พินาศได้อย่างง่ายดาย เลือดสีแดงสดสาดกระเซ็นไปทั่วจากร่างของสัตว์อสูรที่ยามนี้กลายเป็นเพียงก้อนเนื้อที่ชุ่มไปด้วยเลือด!

ขณะที่ ลูเกอร์ นั้นใช้ปืนคู่ บีมพิสเทิล ของมันได้อย่างชำนาญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน การเคลื่อนไหวแม้ไม่อ่อนช้อยเท่าสึบากิแต่การเคลื่อนหลบศัตรูและค่อยๆ ควงปืนพกนั้นยิงเข้าจุดตายอย่างแม่นยำก็ทำให้ศัตรูแทบจะเข้าไปประชิดตัวมันไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ทำให้รู้ได้เลยว่าฉายากันสลินเกอร์นั้นมันไม่ใช่อะไรที่เกินเลยแม้แต่นิดเดียว!

“ศัตรูเหลือแค่ 4 เครื่องเท่านั้นนะ ยังไงซะก็พยายามจับเป็นให้มากที่สุดเข้าใจมั้ย”

เสียงของเครฟาดังขึ้นในช่องสัญญาณสื่อสารของผู้พิทักษ์ทั้งสองคน ส่งให้ครูซนั้นเหลือบไปมองเห็น ยาร์กุสติน สองเครื่องที่กำลังพยายามยิงตอบเล่นงานเขาอย่างบ้าคลั่ง ขณะที่ซายะนั้นก็เหลือบไปเห็น แทงค์บัสเตอร์ อีกสองเครื่องที่เล็งเป้าหมายมาทางเธอเตรียมจะยิงปืนใหญ่อัดในระยะไม่ห่างนัก

ผู้พิทักษ์ทั้งสองหัวเราะหึขึ้นเบาๆ ลูเกอร์ดีดเอา บีมสไนเปอร์ ออกมาจากด้านหลังอย่างรวดเร็วก่อนจะบรรจงเล็งเป้าหมายไปยังจุดสำคัญของพลังงานในหุ่นรบยาร์กุสตินตรงบริเวณหน้าอกซ้ายอย่างใจเย็น ก่อนจะเหนียวไกสองครั้งในจังหวะต่อเนื่องส่งลำแสงจากสไนเปอร์นั้นพุ่งเข้าทะลุเป้าหมายอย่างเฉียบคมจนทรุดลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้นทันควัน

“เรียบร้อย....” ครูซพูดเสียงใส

ขณะที่ สึบากิ นั้นก็พุ่งตรงเข้าใส่ศัตรูที่เป็นหุ่นรุ่นโจมตีระยะไกลแบบเทอะทะนั้นอย่างรวดเร็วปานสายลม คมดาบฟาดฟันในเข้าใส่ในระดับที่สายตาของคนทั่วไปไม่อาจมองทันได้ เผลอเพียงอึดใจเดียวหุ่นรบทั้งสองก็หลุดกระจุยเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยลงไปกองบนพื้นอย่างง่ายดาย

“ทางนี้เองก็ทำงานเสร็จสิ้นแล้วค่ะ”

เช่นเดียวกับซายะที่ถอนใจออกมาเบาๆ

เผลอเพียงอึดใจเดียวที่ GK ของเหล่าผู้พิทักษ์ได้ออกไปอาระวาด เหล่าอาชญากรพวกนี้ก็ต้องราบเป็นหน้ากลองอย่างที่เห็น คนที่ไม่ได้ขับหุ่นรบก็ลงไปนอนสิ้นสติอยู่บนพื้นทราย ส่วนพวกที่ซวยขึ้นไปนั่งบนหุ่นรบก็บอกไม่ได้ว่าอยู่ในสภาพที่ครบ 32 หรือมีชีวิตรอดกลับมาได้รึเปล่า

“....คุณเนลคะ ทางนี้คงจะเรียบร้อยดีแล้วเรียกให้หน่วยเก็บกวาดมาจัดการที่เหลือเถอะค่ะ”

“รับทราบ”

ซายะออกคำสั่ง เนลขานรับ ส่วนครูซก็เหลือบไปมองเป้าหมายที่เป็นรถบรรทุกขนาดใหญ่ซึ่งพ่วงอะไรบางอย่างมาด้วยตรงท้ายซึ่งแน่นอนว่ายังมีสภาพปลอดภัยดีอยู่เหมือนเคย

“เป้าหมายปลอดภัยดีสินะคะ?” ซายะถาม

“คิดว่านะ” ครูซเป่าปากเบาๆ “นี่คิดว่าของด้านในมันจะเป็นอะไรเหรอเจ๊?”

“ไม่ทราบสิคะ แต่ฉันว่าคงไม่ใช่ของที่น่าเสวนาด้วยเท่าไหร่นัก ...โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้วเป็นของที่เกี่ยวข้องกับพวก เอเดน แบบนี้น่ะ”

“นั่นสินะ...” ครูซเบ้ปาก “ครั้งหลังสุดที่ได้ทำภารกิจเกี่ยวกับพวกมันก็เล่นเอาฉันอึ้งไปเลยที่มันคิดจะใช้แก๊ซพิษ ฆ่าคนทั้งเมืองใน ฝรั่งซัวร์ แบบนั้นน่ะ”

“นั่นสิคะ ครั้งนั้นก็โชคดีที่พวกเรายับยั้งมันเอาไว้ได้ ซึ่งฉันว่าครั้งนี้ก็อาจจะเป็นแบบนั้นด้วย ดูจากเป้าหมายที่พวกมันตรงไปในเมือง วากัส แหล่งท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของโลกที่เป็นจุดรวมตัวกันของประชาชนแล้วล่ะก็ พวกมันคงคิดจะทำอะไรเลวๆ แบบที่เราคาดไม่ถึงแน่ล่ะค่ะ”

“ก็นะ....”

เป็นอีกครั้งที่ครูซยังจ้องมองไปในวัตถุน่าสงสัยนั่นเขม็ง ดูจากขนาดและความยาวของมันแล้ว ก็คงจะคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากหัวระเบิด ...ติดที่ว่ามันเป็นระเบิดชนิดไหนเนี่ยสิ

“ด..เดี๋ยวก่อนนะทั้งสองคน ระวังด้วย มันยังมีสัญญาณของหุ่นรบอยู่แถวนั้นอีกตัวนึง!

ทว่าในจังหวะนั้นเองที่เสียงของเครฟาดังขึ้นมาในช่องสัญญาณสื่อสาร

ระบบเตือนภัยจากหุ่นรบของผู้พิทักษ์ทั้งสองดังขึ้นเช่นเดียวกับอาวุธที่ชักตรงไปยังหุ่นรบอีกเครื่องหนึ่งที่จู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นมาให้เห็นตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ทว่ากว่าจะรู้ตัวเจ้าหุ่นรบของศัตรูเครื่องนี้ก็กำลังชี้ปากกระบอกปืนตรงไปยังวัตถุปริศนาที่พวกมันขนมาด้วยราวกับจะเป็นคำเตือนไม่ให้ผู้พิทักษ์ทั้งสองคนขยับตัวมากไปกว่านี้อีกแล้ว!

“ใจเย็นๆ ก่อนเจ๊....” ครูซถึงกับเดาะลิ้นขัดใจ

“ฉันทราบค่ะ” เช่นเดียวกับดวงตาของซายะที่หรี่ลง

“หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะไอ้ผู้พิทักษ์เวรตะไรเอ๊ย คิดเหรอว่าฉันจะยอมให้พวกแกทำอะไรตามใจมากไปกว่านี้อีกแล้ว ห๊ะ!?”

เสียงของเจ้าอาชญากรตัวร้ายดังขึ้นจากหุ่นรบตรงหน้านั้น ครูซเข้าใจในทันทีว่าทำไมเจ้าหุ่นรบสีดำเครื่องนี้จึงได้หลบจากสายตาและระบบจับสัญญาณของเขาไปได้อย่างแยบยลขนาดนั้น เพราะมันก็คือ วัลคิวรี่ หุ่นรบรุ่นพิเศษของพวก เอเดน ที่มีระบบหัวจ่ายเวทมนตร์ ซึ่งสามารถทำให้พวกมันใช้เวทมนตร์ผสานเข้ากับหุ่นรบได้ ซึ่งเมื่อครู่เจ้านี่คงจะใช้อาคมพลางตัวคอยดูเชิงอยู่ตลอดเวลาไม่ผิดแน่

“วัลคิวรี่งั้นเหรอ ถ้าเป็นยามปกติฉันสอยมันทิ้งได้ในเวลา 2 วินาทีแน่ แต่ว่าตอนนี้มัน....”

ครูซได้แต่เป่าปากเซ็งๆ อยู่อย่างนั้นเองส่วนซายะก็ยังคงกำเมจคอนโทรลเอาไว้แน่น

ถอยออกไปไกลๆ ไอ้เลยพวกพิทักษ์นรกเอ๊ย ไม่อย่างนั้นฉันยิงไอ้นี่กระจุยไปพร้อมกับพวกแกแน่!

เจ้าอาชญากรร้องเตือนขึ้นมาอีกครั้งจนพร้อมกับมือหุ่นรบที่ขยับไปเกี่ยวโดนผ้าที่ใช้คลุมวัตถุต้องสงสัยนั้นจนเผยอขึ้นมา ส่งให้ตอนนั้นเองที่ครูซตวัดไปเห็นสัญลักษณ์บางอย่างในวัตถุดังกล่าวนั้นเข้า สัญลักษณ์ที่เล่นเอาดวงตาสีฟ้านั้นถึงกับเปิดกว้างขึ้นทันที

“เฮ้ยๆๆ แบบนี้ไม่ตลกเลยนะ สัญลักษณ์แบบนั้นมัน....”

“หัวรบนิวเคลียร์...”

ทั้งครูซและซายะถึงกับอึ้งกับสิ่งที่เห็น นั่นหมายความว่าเจ้าพวกเอเดนนี้คิดจะใช้ระเบิดนิวเคลียร์เข้าไปถล่มเมือง วากัส อย่างไม่ต้องสงสัยเลย!

คิดได้ดังนั้นซายะก็ถึงกับโมโหจนดวงตานั้นส่องประกายวาวโรจน์ขึ้นมาทันที

“คุณครูซคะ ยิงปืนของมันให้ตกไปได้มั้ยคะ จากนั้นฉันรับลองเลยว่าจะจัดการมันไม่ให้เหลือซากเลยค่ะ”

คำกล่าวจากปากของซายะนั้นเล่นเอานายโอเซลถึงกับสะดุ้งโหยง!

“จะบ้าเหรอเจ๊ นั่นมันนิวเคลียร์นะเฟ้ย!” เขาร้องเสียงหลง “เกิดไปสะกิดให้มันทำงานขึ้นมาต่อให้เป็นเกราะเวทมนตร์ของ GK ก็เอาไม่อยู่หรอกนะ ไอ้ยิงให้ปืนหรือแขนมันระเบิดอ่ะได้อยู่หรอก แต่เกิดมันปืนลั่นยิงออกไปด้วยล่ะก็ พวกเราเละแน่นะ”

“...ชิ!

ซายะเดาะลิ้นขึ้นมาหนักหน่วงราวกับขัดใจที่ไม่ได้จัดการกับไอ้พวกสารเลวตรงหน้าให้สิ้นซาก

“รู้ว่าขัดใจนะเจ๊ แต่แนะนำว่าอย่าเพิ่งทำอะไรบุ่มบ่ามเด็ดขาด พวกเอเดนน่ะมันไม่ห่วงชีวิตตัวเองหรอกนะ ติดที่มันเองก็คงไม่อยากเสียหัวรบนิวเคลียร์นี้ไปแบบไร้ค่าเหมือนกันนั่นแหละ เพราะฉะนั้นเราต้องทำอะไรอย่างระมัดระวังก่อน”

“ฉันทราบดีค่ะ!

ฟังจากการกระแทกเสียงแล้วคงจะเป็นการข่มใจให้อดกลั้นมากกว่าเข้าใจในสถานการณ์เยอะ!

ให้ยังไง ซายะ ลินส์ ก็ยังคงเกลียดพวกผู้ชายไม่ได้เรื่องเข้ากระดูกดำจริงๆ ...คิดๆ แล้วครูซก็ได้แต่ถอนใจก่อนจะเหลือบไปจ้องมองเจ้าอาชญากรตรงหน้าเขม็ง

“ถอยไปสิโว้ยไอ้พวกผู้พิทักษ์ ไม่งั้นฉันยิงไอ้นิวเคลียร์นี่ส่งให้พวกแกไปลงนรกจริงๆ นะเว้ย!

เป็นอีกครั้งที่เจ้าตัวร้ายตะโกนออกมาอย่างกราดเกรี้ยว แต่เสียงของมันก็สั่นๆ แสดงให้เห็นถึงความกลัวที่ปรากฏขึ้นมาอย่างชัดเจน ทั้งครูซและซายะเองก็ชั่งใจว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปดี จะเสี่ยงยิงเล่นงานก็ยากเกินไป แต่จะปล่อยให้ศัตรูหนีไปได้ยิ่งไม่ควรใหญ่

“ถอยไปสิโว้ย ฉันจะนับสิบถ้าพวกแกไม่ไปฉันยิงจริงๆ แน่!

มันตะโกนขึ้นอีกครั้งจนครูซพยายามเล็งปืนสไนเปอร์ของเขาไปที่มือตรงบริเวณนิ้วของหุ่นวัลคิวรี่ที่กำลังจะเหนี่ยวไกปืนเอาไว้เผื่อในสถานการที่ต้องจัดการขั้นเด็ดขาดจริงๆ

“ครูซ พูดถ่วงเวลาให้ที ฉันโปรยละอองนาโนเมคานิคออกไปรอบๆ ตัวพวกนายแล้ว จะพยายามเจาะระบบหุ่นของมันและปล่อยไวรัสให้หุ่นมันหยุดทำงานภายใน 2 นาที”

ไม่นานนักเนลก็หาทางออกให้กับเพื่อนๆ ได้อย่างรวดเร็ว ทว่าสองนาทีมันก็ออกจะ...

“ขอเร็วกว่านั้นนะถ้าเป็นไปได้” ครูซเป่าปาก

“จะพยายาม” เนลขานรับ

ไม่ช้านายโอเซลก็กดปุ่มไปที่เครื่องสื่อสารเพื่อเปิดระบบให้เสียงของเขาดังออกไปด้านนอก

“เฮ้ย! ไอ้คุณผู้ก่อการร้ายฉันว่านายน่ะมอบตัวดีๆ ซะเถอะน่า คิดจริงๆ เหรอว่าจะรอดจากพวกเราไปได้น่ะ?”

“หุบปาก ฉันไม่สนใจอะไรทั้งนั้น จะให้ตายไปพร้อมกับพวกแกฉันก็ไม่เกี่ยงหรอกโว้ย!

มันตวาดกลับมาจนครูซจงใจถอนใจออกมายาวเหยียด

“แกเองก็น่าจะรู้จักฉันเป็นอย่างดีไม่ใช่เหรอ?” ครูซถาม “ฉันน่ะคือ กันสลินเกอร์ นะ ถ้าฉันยอมถอยแกไปจริงๆ ก็จะขอบอกไว้ตอนนี้เลยว่าถ้าได้ระยะที่นิวเคลียร์จะเล่นงานพวกฉันไม่ได้ ฉันจะยิงมันทิ้งลากแกลงนรกไปแบบไม่เสียดายกระสุนเลยจะบอกให้ ...คงจะรู้ดีอยู่แล้วนี่ ฝีมือการยิงสไนเปอร์ของฉันน่ะ”

คำกล่าวนี้ส่งให้ฝั่งตรงข้ามนิ่งเงียบไปคล้ายจะหวาดกลัวขึ้นมาไม่น้อย ซายะเองก็เหลือบไปมองทางหุ่น ลูเกอร์ ที่ยืนอยู่ข้างๆ พยายามเอาใจช่วยครูซที่มีฝีปากในการเจรจามากที่สุดในทีม

“เพราะงั้นมอบตัวดีกว่าน่า จริงๆ แล้วแกเองก็ไม่อยากตายใช่มั้ยล่ะ?”

“...ม...ไม่มีทาง”

“คิดถึงเรื่องครอบครัวของแกให้ดีๆ พ่อแม่ เมีย หรือว่าลูกของแก คิดว่ามันดีแล้วจริงๆ เหรอที่แกจะมาตายในที่แบบนี้เพื่อกลุ่มของแกที่เอาแต่เข่นฆ่าผู้คนแบบนี้น่ะ”

“ไม่ต้องเอาอุดมการณ์ผู้พิทักษ์ที่เลิศเลอของแกมาพูดกับฉัน!!

“มันไม่ใช่อุดมการณ์ แต่มันคือความเป็นจริงของโลกนี้นะ พวกแกเป็นใครถึงมีสิทธิ์ไปคร่าชีวิตคนอื่นได้ทั้งที่เขาเป็นผู้บริสุทธิ์ไม่เกี่ยวข้องอะไรด้วยเลย สิ่งที่แกกำลังจะทำน่ะมันกำลังจะทำให้ชีวิตของมนุษย์ที่มีเลือดมีเนื้อมีทุกอย่างเหมือนกับแก เหมือนกับครอบครัวของแกต้องตายไปนะ แกคิดว่านั่นมันถูกต้องแล้วเหรอ?”

“นั่นก็เพื่อสลวงสวรรค์ที่แท้จริงของพวกเรา! พวกมนุษย์นั่นก็สมควรตายแล้ว พวกมันก็ไม่ต่างอะไรไปจากก้อนเนื้อที่มากไปด้วยราคะ มีแต่ความโลภจ้องจะชิงดีชิงเด่นกัน การที่พวกเราจะสังเวยพวกมันเพื่อสร้างโลกที่แท้จริงมันก็สมควรแล้วนี่!

“อุดมการณ์ของพวกแกน่ะฉันฟังมาจนเอียนแล้วเอเดน สิ่งที่พวกแกทำก็แค่ไปเติมเชื้อไฟให้มันยิ่งปะทุมากขึ้นเท่านั้นเอง พวกแกก็แค่ต้องการที่จะทำให้โลกปั่นป่วน เกิดแค่ความขัดแย้งกัน ไอ้พวกลูกกระจอกแบบแกก็อาจจะคิดแบบนั้นได้ แต่ไอ้พวกตัวใหญ่ๆ ในกลุ่มของแกมันก็แค่หลอกใช้พวกแกเพื่อที่จะได้ทำให้อาวุธสงครามของพวกแกขายได้เท่านั้นเอง อย่าโง่ไปหน่อยเลย”

“ห...หุบปาก!!

ครูซพยายามที่จะพูดด้วยน้ำเสียงใจเย็น และหลอกล่อชวนคุยกับฝั่งตรงข้ามได้อย่างยอดเยี่ยม แม้ทุกคนจะรู้ดีว่าการพูดเพื่อให้ฝั่งตรงข้ามกลับใจมอบตัวได้นั้นแทบจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้ตั้งแต่แรกแล้ว เพียงแต่ว่าเขากำลังพยายามทำเพื่อถ่วงเวลาให้เนลเจาะระบบหุ่นรบนั้นให้ได้!

ครูซเหลือบไปมองเวลาแลเห็นว่าเขาถ่วงให้ไปได้หนึ่งนาทีกว่าๆ แล้ว ซึ่งยังไม่มีวี่แววว่าจะสำเร็จเลย

“เนลเร่งมือหนึ่ง...” ครูซกระซิบบอก

“พยายามอยู่”

เมื่อได้ยินเสียงตอบกลับมาแล้ว ครูซจึงเริ่มต้นต่อ

“มอบตัวเถอะ ฉันสัญญาว่าถ้าแกให้ความร่วมมือกับเราเป็นอย่างดี พวกเราจะไม่ทำอะไรแกเลย แล้วก็จะปกป้องแกจากพวกเอเดนด้วย พวกฉันเองก็พอจะมีเส้นสายกับพวกรัฐบาลโลกอยู่บ้าง ฉันจะให้พวกเขาดูแลแกกับครอบครัวของแกอย่างดีแน่ ฉันสัญญา”

“ไม่มีทาง ฉันจะไม่มีวันหักหลังพวกพ้องและอุดมการณ์ของตัวเองแน่!

“คิดให้ดีๆ นะ ถ้าแกตายไปพร้อมกับฉันมันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอก คิดดีๆ ว่าครอบครัวของแกจะอยู่ต่อไปยังไงโดยไม่มีแก ไอ้ฉันสองคนน่ะมันเป็นลูกคนเล็กของบ้านตายไปครอบครัวพวกฉันก็ไม่สะเทือนหรอกโว้ย แล้วจะบอกให้ว่าไม่ใช่แค่พวกแกที่ไม่เสียดายชีวิต ผู้พิทักษ์อย่างพวกฉันก็ถูกฝึกมาไม่ให้กลัวตายเหมือนกัน ยิ่งได้ตายในภารกิจแบบนี้น่ะมันเป็นความตายในฝันเลยล่ะ เพราะงั้นคิดดีๆ คนที่จะมีแต่เสียกับเสียก็คือแก ...ไม่ใช่เท่านั้น พวกพ้องของแกที่นอนอยู่ตรงนี้ก็จะตายไปพร้อมกับแกด้วย แกรับผิดชอบชีวิตพวกนั้นไหวหรือเปล่า ชีวิตของคนที่แกเรียกว่าเพื่อนนั่นน่ะ”

“...ม..ไม่...ฉันไม่...”

เริ่มมีอาการกระอักกระอวนจากฝั่งตรงข้าม ครูซยังคงเล็งปืนของเขาไปที่มือของศัตรู ซายะเองก็เตรียมตัวที่จะพุ่งเข้าใส่ได้ทุกเมื่อ

“ว่าไง ลดปืนลงเถอะ...โอเคมั้ย?”

“พอได้แล้ว!!

และเมื่อครูซพยายามที่จะต่อรองอีกครั้ง เจ้าอาชญากรนั่นก็ตวาดออกมาเสียงดังลั่น

“เลิกพูดได้แล้ว ฉันให้เวลาแกสิบวิ รีบๆ ไสหัวออกไปจากที่นี่ซะ ไม่อย่างนั้นฉันยิงจริงๆ แน่!

สิ้นคำกล่าวนั้นมันก็เริ้มต้นนับตัวเลขถอยหลังขึ้นมา ส่งให้ครูซต้องถอนใจ

นอตตัวสุดท้ายได้หลุดออกมาแล้วสินะ...บ้าจริง!

“สิบ...เก้า....แปด....เจ็ด....”

“คุณครูซคะ ต้องเสี่ยงแล้วนะคะ ไม่ทันแล้วแบบนี้” ซายะตะโกนพร้อมกับการจับเมจคอนโทรลไว้แน่น

“อย่านะครูซ ขออีก 20 วินาที! เช่นเดียวกับเนล

ครูซมุ่นคิ้วเข้าหากันแน่น ดวงตาจรดลงไปบน โฟกัสสโคป เตรียมตัวที่จะลั่นกระสุนสไนเปอร์ของเขาออกไปได้ทุกเมื่อ ความชั่งใจเพียงหนึ่งเดียวก็คือหากเขายิงออกไปกระสุนหรือแรงระเบิดนั่นอาจจะไปกระตุ้นให้นิวเคลียร์ทำงานขึ้นมาจริงๆ ก็ได้ ...ซึ่งหากเป็นแบบนั้นพวกเขาก็เตรียมบอกลาโลกนี้ได้เลย

“...ห้า...สี่....สาม....”

“คุณครูซคะ ต้องยิงแล้วนะคะ!

“โธ่เว้ย!!

“เดี๋ยวก่อน!

และในจังหวะที่ครูซตัดสินใจว่าจะยิงออกไปนั่นเองมันก็มีเสียงห้าวๆ ของบุรุษอีกคนหนึ่งตะโกนขึ้นมาห้ามเอาไว้จนนิ้วนั้นชะงักนิ่งไป

“ใครน่ะ!?” ครูซกระพริบตาแบบงงๆ

“ไอ้พวกนี้น่ะเจรจาให้ตายมันก็ไม่ฟังหรอก ให้ฉันจัดการกับมันเอง”

และในตอนนั้นเองที่ทั้งครูซและซายะต้องผงะไป ไม่ใช่เพราะเสียงที่ดังขึ้นในเครื่องสื่อสารของคนทั้งสอง ทว่ากลับเป็นร่างของบุรุษคนหนึ่งที่ปรากฏขึ้นมาตอนไหนก็ไม่ทราบได้ ซ้ำยังไปยืนอยู่ตรงข้างๆ เท้าหุ่นรบของศัตรูอีกด้วย ร่างสูงที่สวมฮูดสีขางปกปิดใบหน้าเอาไว้อย่างชัดเจน

“เฮ้ย! ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!?”

เจ้าอาชญากรเองก็เหมือนกับจะรู้ตัวว่ามีใครเข้ามาประชิดเครื่องของมันเข้าจึงร้องออกมาเสียงดังและตกใจจนเหนียวไก่ปืนออกมา ทว่า...

แกร๊ก

นั่นก็คือเสียงของปืนที่กระสุนด้านจนยิงไม่ออก

“ท..ทำไมถึงยิงไม่ได้เล่า?!

เจ้าอาชญากรร้ายตะโกนออกมาเสียงหลง ขณะที่ชายหนุ่มในชุดฮูดสีขาวนั้นเชิดริมฝีปากขึ้นเป็นรอยยิ้ม

“รอบนี้คิดจะใช้นิวเคลียร์เลยเหรอ พวกแกนี่มันชั่วเกินเยียวจริงๆ”

เขารำพึงขึ้นมาเบาๆ ก่อนจะยกมือขึ้นเหนือศีรษะจนกระทั่งมีประกายแสงเวทมนตร์สีทองสว่างวาบออกมาจากมือข้างนั้น พริบตานั้นเองก็มีเขตอาคมเวทมนตร์รูปดาวหกแฉกปรากฏขึ้นใต้ร่างของหุ่นรบเครื่องนั้นก่อนจะตามมาด้วยโซ่พันธนาการสีทองที่พุ่งขึ้นรวบตัวของหุ่นรบวัลคิวรี่นั้นเอาไว้จนขยับไม่ได้!

“คุกเข่าลงมาซะ เอเดน!

ตะโกนเสียงดังแล้วก็สะบัดมือลงมา เท่านั้นเองอาคมพันธนาการสีทองนั้นก็กระชากร่างของหุ่นรบวัลคิวรี่ลงไปนอนแน่นิ่งบนพื้นได้ เศษทรายฟุ้งกระจายไปทั่วท่ามกลางสายตาของเหล่าผู้พิทักษ์ที่ได้แต่มองค้างไปกับความสามารถของบุรุษลึกลับตรงหน้าที่สามารถล้มหุ่นรบได้ด้วยตัวเปล่าๆ แบบนี้

“เรียบร้อย” ชายหนุ่มในชุดฮูดเป่าปากโล่งใจ “เอาล่ะนะ บัค คาร์ริสัน หนึ่งในอาชญากรตัวแสบของพวกเอเดนในที่สุดฉันก็ตามจับแกได้ซักที เตรียมบอกลาอิสรภาพอันหอมหวานของพวกแกได้เลย”

สิ้นคำกล่าวนั้นแล้วดวงตาสีเขียวเพริดอตภายใต้เสื้อคลุมนั้นก็เหลือบไปมองหุ่นรบวัลคิวรี่ของศัตรูด้วยความสมเพช และเพียงไม่นานนักเขาก็ตวัดสายตากลับไปมองด้านหลังเพื่อจ้องไปทางหุ่นรบ GK ของผู้พิทักษ์ทั้งสองคนที่ยังยืนอึ้งอยู่ตรงนั้นก่อนจะหัวเราะหึออกมาเบาๆ

“สองคนนั้นฝีมือดีขึ้นเยอะเลยนะ” ชายหนุ่มพูดยิ้มๆ

“ก็นั่นน่ะสินะ บอกตามตรงว่ามาเห็นตอนนี้แล้วข้าแทบจะจินตนาการถึงพวกเขาเมื่อสองปีก่อนไม่ออกเลยเชียวล่ะ ฝีมือดีจริงๆ ยอมรับเลย” พร้อมกับเสียงกวนๆ ที่ดังขึ้นจากในคอเสื้อของเขา

และเรื่องทุกอย่างก็ดูเหมือนจะจบลงไปด้วยดี เพราะเจ้าอาชญากรตัวสุดท้ายก็โดนอาคมประหลาดจับตัวเอาไว้ได้แล้วโดยสมบูรณ์ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ ซายะ กับ ครูซ สามารถเผยรอยยิ้มออกมาได้เลย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเจ้าคนแปลกหน้าที่มาช่วยชีวิตพวกเขาเอาไว้นั้นมันช่างคุ้นตาได้อย่างน่าประหลาด

“ม..หมอนั่นเป็นใครกัน?” ครูซรำพึงขึ้นมา

 

 

 

“ขอบคุณมากเลยนะครับคุณผู้พิทักษ์ เพราะพวกคุณแท้ๆ ถึงได้ช่วยชีวิตประชาชนเอาไว้ได้เป็นล้านๆ คนเลยล่ะครับ ทางผมต้องขอเป็นตัวแทนชาว อเมเรีย ทุกคนขอบคุณพวกคุณจริงๆ ครับ”

น้ำเสียงตื้นตันพร้อมกับร่างของชายกลางคนที่สวมชุดเครื่องแบบกองทัพ อเมเรีย เอาไว้เต็มยศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัญลักษณ์ดาบไขว้สีทองบนบ่าทั้งสองข้างนั้นทำให้รู้ได้เลยว่าชายคนนี้นั้นมียศถึงขั้น นายพล ประจำกองทัพใน อเมเรีย แห่งนี้นั่นเอง

โดยที่ยามนี้ท่านนายพลคนนี้กำลังยกมือขึ้นทำท่าวันทยหัตถ์ให้กับหนุ่มสาวรุ่นลูกตรงหน้าอย่างนอบน้อม ซึ่งเหล่าหนุ่มสาวกลุ่มนั้นก็ล้วนแต่งตัวด้วยเครื่องแบบของผู้พิทักษ์ทั้งสิ้นอีกด้วย

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะท่านนายพล มันเป็นหน้าที่ของพวกเราอยู่แล้ว ดิฉันยินดีที่ได้ทำงานนี้ค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นการช่วยชีวิตของประชาชนแล้วมันก็เป็นหน้าที่ของผู้พิทักษ์เราอยู่แล้วค่ะ”

ซายะ ลินส์ ที่กลับมาปล่อยผมให้ยาวตรงลงมากลางหลังนั้นเอ่ยด้วยรอยยิ้มหวานชวนมอง ส่งให้ท่านนายพล สตีฟ แม็คกิลลอยน์ แห่งกองทัพ อเมเรีย นั้นพยักหน้ารับอย่างพอใจ เขาเองก็พอจะได้ยินมาบ้างว่าลูกสาวคนสุดท้องของตระกูลลินส์นั้นมีทั้งความงามและกริยาที่เพียบพร้อม แต่พอมาเห็นด้วยตาตัวเองแล้วเขาชักรู้สึกอยากจะลดอายุตัวเองลงไปซัก 30 ปีจริงๆ!

“ท่านนายพลครับแล้วไอ้นิวเคลียร์ลูกนั้นน่ะ?”

ครูซ โอเซล ที่นั่งอยู่บนโซฟาอีกด้านหนึ่งภายในห้องทำงานส่วนตัวของนายพลสตีฟเอ่ยทักขึ้นจนคนแก่กว่าชำเลืองตากลับมาพร้อมด้วยอาการถอนใจ

“ทางเราก็ขนไปเก็บไว้ในที่ปลอดภัยแล้วนะครับ ดูๆ แล้วน่าจะเป็น นิวเคลียร์ ที่ผลิตขึ้นมาโดย โลเคียร์เหนือ น่ะครับ ประเทศที่เป็นคอมมิวนิสต์และสนับสนุนการใช้นิวเคลียร์ก็มีอยู่ไม่มากนักหรอก แต่ปัญหาคือมันลักลอบเอาของแบบนั้นเข้ามาถึงวากัสได้ยังไงกัน”

คำตอบจากท่านนายพลนั้นส่งให้ครูซต้องถอนใจออกมาเบาๆ

“เป็นไปได้มั้ยคะว่าบางที อาจจะมีหนอนบ่อนไส้ในกองทัพอเมเรียคอยช่วยเหลือพวกมันอยู่?”

อีกครั้งที่มีคำถามดังขึ้น ซึ่งรอบนี้เป็น เครฟา เดลดอเรส สาวน้อยเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลอมแดงที่ดัดตรงปลายให้เป็นรอนดูน่ารักสไตล์คุณหนู ใบหน้าจริงจังกับดวงตาสีม่วงเอมิธิสต์นั้นส่งให้ท่านนายพลต้องถอนใจออกมาอีกคำรบ

“ก็มีความเป็นไปได้สูงครับ” ท่านนายพลยอมรับตรงๆ “เพราะพวก เอเดน เองก็มักจะใช้วิธีส่งให้พวกของมันแฝงตัวเข้าไปอยู่ในกองทัพแต่ล่ะประเทศอยู่แล้ว ถ้าโชคดีก็เป็นแค่พวกระดับกลางๆ ไม่มีผลกระทบอะไรมากนัก แต่ถ้าโชคร้ายก็อาจจะเป็นพวกคนใหญ่คนโตที่สามารถสั่งการอะไรก็ได้ พวกเราเองก็จนปัญญาจะจัดการอะไรได้ นอกจากจะขอกำลังจากรัฐบาลโลกให้ช่วยเหลือ ...แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็ดำเนินการแบบสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้น่ะครับ”

คำตอบนั้นทำให้ผู้พิทักษ์ทั้งสี่คนเหลือบมามองหน้ากันเอง จนกระทั่งซายะนั้นต้องกรอกตามองไปรอบๆ อย่างครุ่นคิด ...เพราะช่วงระยะหลังๆ มานี้ ทางผู้พิทักษ์กับรัฐบาลโลกก็พยายามทำการกวาดล้างพวกเอเดนที่แฝงตัวไปในกองทัพของประเทศต่างๆ ทำตัวเป็น “จูดาส” เล่นงานประเทศของตนเอง ซึ่งในช่วงสองปีที่ผ่านมานี้หลังจาก วิกเตอร์ ฟาเรนโซ่ ถูกจับได้ว่าเป็นหนึ่งในแกนนำหลักของ เอเดน แล้ว พวกจูดาสหลายคนก็ถูกลากคอขึ้นมาด้วย แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามมันก็ไม่มีท่าทีเลยว่าพวกเขาจะกวาดล้างเหล่า จูดาส พวกนี้ออกไปหมดได้เสียที

“ถ้าเป็นไปได้ฉันจะประสานงานกับหน่วยข่าวกรองให้เขาตามเรื่องนี้ต่อไปดีกว่านะคะ”

และในตอนนั้นเองที่มีเสียงเนือยๆ เอ่ยขึ้นมากลางวงสนทนา

เนล อลาสเตอร์ หรือสาวน้อยร่างเล็กที่ตัดผมสั้นระต้นคอ ดวงตาสีเทาอ่อนที่ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ เลยเหลือบไปจ้องกับนายพลสตีฟเขม็ง

“ถ้าเป็นหน่วยข่าวกรองของการ์เดนท์ต้องหาตัวจูดาสพบได้แน่ๆ และเมื่อถึงตอนนั้นทางเราจะต้องขอเสียมารยาทลงมือจัดการกับพวกมันเองคงไม่ว่าอะไรนะคะ?”

สาวน้อยร่างเล็กถามย้ำอีกครั้ง จนท่านนายพลเหลือบมาสบตากับ ซายะ ที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าทีมชุดนี้ เธอจึงเอียงศีรษะให้น้อยๆ พร้อมกับรอยยิ้ม

“อย่างที่เธอว่านั่นแหละค่ะ ถ้าทำแบบนั้นแล้วน่าจะลากตัวพวกมันออกมาได้ง่ายกว่านะคะ”

“ครับผมเข้าใจ” ท่านนายพลพยักหน้ารับ “ถ้าอย่างนั้นผมคงต้องฝากเรื่องที่เหลือด้วยนะครับ เดี๋ยวผมจะแจ้งงานที่เหลือนี้ไปทางการ์เดนท์เองครับ”

“ค่ะ”

สิ้นคำกล่าวนี้แล้วซายะก็ลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะทำงานท่านนายพล ส่งสัญญาณให้เพื่อนร่วมทีมทุกคนทำตาม เช่นเดียวกับท่านนายพลที่ลุกขึ้นตามมารยาทเมื่อเหล่าผู้พิทักษ์กลุ่มนี้ส่งสัญญาณว่าจะขอตัวกลับก่อน

“แล้วเรื่องพวกเอเดนที่จับตัวมาได้นี้จะให้ทางคนของ รัฐบาลโลก เอาตัวไปจะดีเหรอครับ?”

ท่านนายพลถาม จนซายะยิ้มรับ

“หลังจากเกิดเรื่องเมื่อสองปีก่อนนี้รัฐบาลโลกก็ค่อนข้างที่จะไว้ใจได้มากขึ้นสำหรับท่านการ์เดนท์ของเราพอควร อีกอย่างเดี๋ยวทางหน่วยสืบสวนของทางเราจะประสานงานจัดการต่อไปเองค่ะคุณไม่ต้องกังวลไปหรอก”

“ได้ยินอย่างนั้นผมก็เบาใจครับ”

ท่านนายพลเป่าปากโล่งอกก่อนจะผ่ายมือเพื่อเชิญให้ซายะเดินนำออกไปจากห้องแห่งนี้ได้ทุกเมื่อ และในตอนนั้นเองที่ครูซซึ่งนั่งข้องใจอะไรบางอย่างมาโดยตลอดต้องหันไปหาท่านนายพลอีกครั้ง

“ท่านครับมีอีกเรื่องที่ผมสงสัย” เขาถาม

“ครับ?”

“ในภารกิจที่พวกผมไปจัดการมาเมื่อครู่ ดูเหมือนว่ามันจะมีใครเข้ามาช่วยพวกเราทำงานด้วยน่ะครับ แล้วหมอนั่นก็เป็นคนที่จัดการปกป้องนิวเคลียร์แล้วก็ช่วยชีวิตพวกเราเอาไว้ด้วย....”

“อ๋อ เขาน่ะเหรอครับ”

โดยเข้าใจทันทีท่านนายพลก็ร้องขึ้นมาเสียงใสพร้อมกับรอยยิ้มร่า

“ท่านรู้จักเขาเหรอครับ?” ครูซหรี่ตาลง

“ก็ไม่รู้จักชื่อหรืออะไรเป็นพิเศษหรอกนะครับ เคยทำงานด้วยกันครั้งสองครั้งในยุทธการที่พวกเราต้องบุกเข้าทลายแก้งค์ยาเสพติดที่ โคลาเลียร์ น่ะครับ อีกอย่างผมก็ไม่ได้เป็นคนจ้างเขามาเสียด้วย ดูเหมือนเขาจะรับคำสั่งขึ้นตรงจากท่านประธานาธิบดีน่ะครับ”

“รับคำสั่งจากท่านประธานาธิบดี?!

ครูซถึงกับอ้าปากค้าง เพราะเจ้าคนในฮูดสีขาวนั้นถึงขนาดขึ้นตรงกับประธานาธิบดีที่น่าจะทราบเรื่องนี้ดีอยู่แล้วว่าทางกองทัพได้จ้างผู้พิทักษ์มาทำงานแล้ว นั่นหมายความว่าท่านเชื่อใจเจ้าหมอนั่นมากกว่าพวกเขาที่เป็นผู้พิทักษ์เสียอีก!

“เขาเป็นทหารรับจ้างเหรอคะ ถ้าเป็นคนของกองทัพก็น่าจะใส่เครื่องแบบ” ซายะถาม

“ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ” ท่านนายพลส่ายหน้า “รู้แต่ว่าเขาน่ะเก่งมากๆ เลยล่ะครับ ตอนที่พวกผมได้ร่วมงานกัน เขาก็บุกเดี่ยวเข้าไปในฐานที่มั่นของแก้งค์ยาเสพติดพร้อมกับสุนัขตัวโตๆ สีขาวของเขาก่อนจะใช้เวลาแค่ 2 นาทีก็เคลียร์งานให้เสร็จได้โดยไร้รอยขีดขวนเลยล่ะครับ”

ฟังแล้วทุกคนก็เหลือบมามองหน้ากันตาปริบๆ โดยเฉพาะครูซกับซายะที่สบตากันนิ่งราวกับจะสื่ออะไรบางอย่างถึงกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำว่า “สุนัขตัวโตสีขาว” นั่นด้วย

“ยังไงซะเขาก็เป็นคนของท่านประธานาธิบดีน่ะครับ ผมเองก็ไม่ค่อยทราบรายละเอียดอะไรนักหรอก ป่านนี้เขาก็คงจะกลับไปหาท่านประธานาธิบดีแล้วล่ะครับ” ว่าแล้วท่านนายพลก็ไหวไหล่วืด “...ถ้ายังไงก็ผมคงต้องขอตัวก่อนนะครับมีเรื่องต้องไปจัดการเกี่ยวกับภารกิจนี้เยอะแยะไปหมด ยังไงซะเครื่องที่จะไปส่งทุกท่านถึงแอนทาเรสก็จอดรออยู่ด้านหน้าแล้วครับ ไว้ผมจะส่งคำขอบคุณไปที่สถาบันอีกทีนะครับ”

 

 

 

“เสร็จซักที!

เสียงตะโกนอย่างอ่อนแรงดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงของ ครูซ โอเซล ที่ทิ้งตัวลงไปนั่งในห้องพักของเรือเหาะส่วนตัวขนาดกลางที่บัดนี้กำลังบินอยู่บนท้องฟ้าและตรงดิ่งไปยัง แอนทาเรส เมืองอันเป็นที่ตั้งของสถาบันลิตเติ้ลการ์เดนท์นั่นเอง

“งานนี้ตอนแรกนึกว่าจะไม่ยากอะไรนะ ให้ตายสิพวกมันเล่นขนนิวเคลียร์มาด้วยหน้าตาเฉยเลย ไอ้พวกบ้านี่ก็ชักจะเล่นอะไรพิเรนทร์ขึ้นเรื่อยๆ แล้วนะ”

พูดแล้วครูซก็ยกเท้าขึ้นมาวางพาดไว้บนโต๊ะรับแขกตัวเตี้ยๆ ในชุดเก้าอี้โซฟานั้นแบบผ่อนคลายอารมณ์เต็มที่ แม้นี้จะเป็นเครื่องบินโดยสารของทางกองทัพอเมเรียก็ตามที แต่ก็ดูเหมือนจะถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องบินรับรองแขกคนสำคัญมากกว่า เพราะภายในห้องนั่งเล่นแห่งนี้มันได้ถูกตกแต่งเอาไว้หรูหราไม่ใช่เล่น ทั้งชุดโซฟารับแขกสุดหรู หรือไม่ว่าจะเป็นเค้าท์เตอร์บาร์ที่เพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์ครัวง่ายๆ ที่ใช้ทำพวกอาหารทานเล่นหรือเครื่องดื่มได้นั่นเอง

“เสร็จงานโดยที่ทุกคนปลอดภัยก็ดีแล้วล่ะค่ะ”

ซายะที่ทิ้งตัวลงนั่งอีกด้านหนึ่งเองก็ดูจะเหนื่อยจากงานครั้งนี้ไม่น้อยเหมือนกัน

“ก็นั่นสินะ” ครูซถอนใจ “แค่ไม่ต้องไปเน่าตายในทะเลทรายแบบนั้นก็โชคดีมากแล้วล่ะ”

“นี่พวกเรา คิดยังไงก็ผู้ชายที่สวมฮูดสีขาวคนนั้นเหรอ?”

พอทุกคนทิ้งตัวลงนั่งในโซฟารับแขกจนครบ เครฟา ก็เปิดประเด็นถามขึ้นมาในทันที เพราะไม่ใช่แค่เพียงซายะหรือครูซเท่านั้นหรอกที่รู้สึกติดใจกับคนที่มาช่วยชีวิตพวกเธอเอาไว้ แม้แต่เครฟาหรือเนลเองก็ดูจะคุ้นเคยกับเสียงที่ได้ยินผ่านเครื่องสื่อสารอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

ได้ยินคำถามนั้นแล้วครูซกับซายะจึงเหลือบมาสบตากัน

“ฝีมือขนาดนั้นน่ะจะคิดอะไรได้ล่ะ ก็เก่งมากๆ เลยน่ะสิ มือเปล่าแท้ๆ แต่ล้มหุ่นวัลคิวรี่ที่มีระบบเตาพลังงานเวทมนตร์ได้หน้าตาเฉยเลยนี่”

ครูซตอบแบบขอไปที ซึ่งเครฟาก็หันมาค้อนใส่ทันที

“ฉันมีตาย่ะ!” เธอแหวใส่ “ที่ฉันจะถามก็คือ ฉันรู้สึกคุ้นๆ กับเขามากเลยนะเป็นไปได้หรือเปล่าว่าเขาคือ....”

“ไม่ใช่หรอก!” ครูซโบกมือหย็อยๆ “ไอ้หมอนั่นน่ะใช้เวทมนตร์แบบนั้นเป็นที่ไหนกัน ถ้าเป็นหมอนั่นจริงล่ะก็ประชิดตัวได้ขนาดนั้นน่ะนะ มันคงจะใช้ดาบของมันสับหุ่นนั่นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้ว”

“ก็...จริงของคุณครูซนะคะ”

ซายะยิ้มออกมาเจื่อนๆ เพราะในความทรงจำของเธอ “เขา” คนนั้นเองก็เป็นนักดาบฝีมือดีมาก ในระยะประชิดขนาดนั้นนักดาบชั้นอ๋องย่อมต้องใช้ทักษะที่ตนเองชำนาญที่สุดก็คือวิชาดาบเล่นงานศัตรูเป็นแน่ แต่ชายที่ปรากฏตัวขึ้นมานั้นเลือกที่จะใช้เวทมนตร์เล่นงานศัตรูมากกว่า

“แต่ว่าเราก็ไม่ได้เจอตานั่นมาตั้งสองปีแล้วนะ บางทีโนอาร์อาจจะสอนเวทมนตร์ให้เขาก็ได้จริงมั้ย?”

เครฟายังคงสันนิษฐานอย่างไม่ยอมแพ้

“ก็เป็นไปได้นะคะ” ซายะถอนใจ

“ฉันว่าไม่ใช่หรอก ถึงจะเก่งนะแต่ถ้าเป็นหมอนั่นจริงๆ อย่างน้อยก็คงไม่ใจดำขนาดไม่ยอมเข้ามาทักทายพวกเราพวกเราแบบนี้หรอก ...จริงมั้ยล่ะ?”

เครฟาเงียบไปกับคำค้านของครูซ จนกระทั่งเป็นเนลที่พูดขึ้นมาบ้าง

“แต่เขาบอกว่ามีหมาตัวโตๆ สีขาวด้วยไม่ใช่เหรอ?”

คำกล่าวนี้เองที่ทำให้ทุกคนนิ่งงันไป เพราะหากพูดถึงสุนัขตัวโตๆ สีขาวแล้วล่ะก็ “เขา” คนนั้นเองก็ใช่ว่าจะไม่ได้เลี้ยงเอาไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมันเป็น สุนัขพันธุ์ ไวท์คาคาเชี่ยน ที่หาได้อยากอีกด้วย

ถึงตรงนี้ทุกคนก็พูดอะไรไม่ออก โดยเฉพาะเครฟาที่ก้มหน้างุดๆ ออกมาอย่างนั้นเอง

“เป็นอะไรไปเครฟา?” ครูซถาม “อย่าบอกนะว่าคิดถึงหมอนั่น?”

“บ้าใครจะไปคิดถึงอีตานั่นยะ!” เครฟาแหวใส่ด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีนิดๆ “ก..ก็แค่หายไปตั้งสองปีโดยที่ไม่ได้ติดต่อพวกเรามาเลยแบบนี้ ฉันเองก็อดเป็นห่วงไม่ได้เท่านั้นเอง”

ได้ยินดังนั้นแล้วครูซก็ถอนใจออกมาเบาๆ เพราะเรื่องที่ “เขา” คนนั้นขอแยกตัวออกมาจากกลุ่มเพื่อออกไปเดินทางเพียงลำพังนั้นก็ได้จากไปสองปีกว่าแล้ว โดยที่เขาไม่ได้ติดต่ออะไรกลับมาหาพวกเพื่อนๆ เลยแม้แต่น้อย กระทั่งเนลที่เป็นเจ้าแม่ข่าวสารเองยังจนปัญญาที่จะหาข้อมูลของเขาได้พบ ทั้งสัญญาณจากเครื่อง PDS หรือสัญญาณจาก เทียร์ ประจำตัวก็ล้วนขาดหายไป

จนตอนนี้ไม่รู้เป็นตายร้ายดียังไงบ้าง

แค่คิดทุกๆ คนในห้องนี้ก็ต่างจ๋อยไปถนัดตา เพราะเอาเข้าจริงๆ แค่ผ่านไป 2 เดือนทุกคนก็คิดถึง “เขา” คนนี้กันจะแย่อยู่แล้ว

“เอาน่ะ เดี๋ยวหมอนั่นก็ติดต่อพวกเรามาเองนั่นแหละ!

เมื่อเพื่อนๆ จ๋อยกันลงไป มูดเม็คเกอร์ ประจำทีมก็ต้องรีบทำหน้าที่ของตนเองเรียกสายตาของทุกคนให้เหลือบไปมองทางเขา ก่อนจะฉีกยิ้มเผล่

“ฉันว่าอยู่ที่ไหนมันก็ไม่สบายเท่ากับอยู่ที่การ์เดนท์แล้วล่ะนะ เดี๋ยวมันเหนื่อยมากๆ ก็เผ่นกลับมาบ้านเองนั่นแหละ แต่ว่าก่อนหน้านั้นนะพวกเราต้องไม่ลืมนะว่าเดี๋ยวเราต้องกลับไปเตรียมตัวเป็นผู้คุมสอบให้พวกเด็กใหม่ปีนี้ด้วยน่ะ”

คำกล่าวของครูซนั้นส่งให้เพื่อนทุกคนเผยอริมฝีปากขึ้นมาราวกับจะนึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้

“จริงด้วย โอ้ยแค่คิดก็เซ็งแล้วอ่ะ” เครฟาโอดครวญทันที “แล้วปีนี้ฉันต้องไปเป็นผู้คุมในการสอบภาคปฏิบัติด้วยอ่ะ ....อุตสาห์ดีใจนึกว่าจะต้องทำภารกิจไปนานๆ จนกลับไปคุมสอบไม่ทันแล้วเชียว”

“น่าๆ...” ครูซยิ้มร่าเอื้อมมือไปตบไหล่เพื่อนสาวเบาๆ “ฉันว่าสนุกดีออกปีที่แล้วฉันกับเนลก็ได้เป็นคนคุมสอบภาคปฏิบัติด้วย เทียบกับตอนที่ต้องไปนั่งจับผิดพวกรุ่นน้องตอนสอบข้อเขียนแล้วฉันว่าได้วิ่งหนีพวกบ้านั่นที่พยายามจะแย่งสร้อยคอเพื่อให้สอบผ่านน่ะสนุกกว่าเยอะเลย ...เนอะท่านนายพล”

“อื้อ”

เนลก็ยังคงถูกครูซเรียกด้วยศักดิ์แปลกๆ มาโดยตลอดซึ่งเธอก็ไม่ถือโทษอะไร (จะชอบด้วยซ้ำ)

“ก็ต้องมายั้งมือให้พวกรุ่นน้องมันยากจะตายไป” เครฟาเบ้ปาก

“เอาน่ะ ทางสถาบันคงไม่ส่งพวกที่หัวกะทิมาให้เธอคุมสอบหรอก คิดว่าไม่น่าจะยั้งมือยากเท่าไหร่ เทียบกับคุณซายะที่ต้องไปคุมสอบให้พวกตัวเต็งแล้วของเธอน่ะงานง่ายๆ เหมือนเล่นวิ่งไล่จับเลยล่ะ จริงมั้ยเจ๊?”

“ค่ะ” ซายะยิ้มรับ “แค่ใช้เวทมนตร์ง่ายๆ ให้พวกเขาคอยแก้ไขสถานการณ์ให้ได้ก็พอค่ะ ส่วนฉันก็จะใช้แค่ดาบไม้แล้วก็พยายามออกดาบให้น้อยลงค่ะ ถึงจะยากหน่อยแต่เพื่อให้เราตรวจสอบว่าพวกเด็กๆ นั้นมีความสามารถมากพอที่จะมาทำงานเป็นผู้พิทักษ์ได้รึเปล่าแล้วก็ปล่อยๆ ให้เขาชนะได้ก็พอแล้วค่ะ”

“งั้นเหรอ...”

เครฟายังคงไม่มั่นใจนัก เพราะปีที่แล้วเธอเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่ได้เป็นคนคุมสอบในการสอบภาคปฏิบัติ เนื่องด้วยเธอจำต้องไปดูแลเรื่องอาคมของการสอบข้อเขียนจนหมดแรงแล้ว แต่ปีนี้ดูเหมือนว่าจะมีผู้พิทักษ์ที่ใช้อาคมเก่งๆ มาคอยช่วยงาน มันจึงทำให้เธอต้องไปคุมสอบภาคปฏิบัติด้วยอย่างช่วยไม่ได้

“พอมาลองเป็นคนคุมสอบก็ทำให้รู้ได้เลยนะว่าตอนนั้น เจ้าอเลน มันอ่อยให้เราแค่ไหนน่ะ”

ครูซเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มพลางหวนไปนึกถึง อเลน โคลว์วิซ ที่เรียนจบไปแล้ว

ได้ยินดังนั้นเองทุกคนก็เหลือบมามองหน้ากันเองพร้อมกับรอยยิ้มขำ

“นั่นสินะคะ” ซายะหัวเราะเบาๆ “นึกถึงตอนนั้นแล้วเขาก็คงจะปวดหัวเหมือนกันที่เจอพวกเรา 6 คนเล่นงานจนออมมือให้ลำบากมาก”

นั่นสินะ ไม่รู้ป่านนี้เขาเป็นยังไงบ้าง” เครฟาหันไปถามเนล

“เห็นว่าจับคู่ทำงานกับ เซียร์ เกสทริกซ์ ประสานงานอยู่กับรัฐบาลโลกล่ะนะ”

ได้ยินดังนั้นทุกคนก็หัวเราะร่าพลางนึกถึงวันเก่าๆ ที่พวกเขาเคยทำร่วมกันมา จนกระทั่งเผลอเพียงอึดใจเดียวมันก็กลับกลายเป็นว่าตอนนี้พวกเขาได้มายืนอยู่ในจุดที่กลายเป็นรุ่นพี่คอยสั่งสอนรุ่นน้องไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ จะว่าเร็วก็เร็วอยู่หรอก แต่จะบอกว่าพวกเขาเองก็ผ่านอะไรมามากมันก็ใช่เหมือนกัน

“อีกไม่กี่วันแล้วสินะที่จะถึงวันสอบนั่นน่ะ” ครูซเอ่ยขึ้น “ไม่รู้ว่าอลิซจะกลับมาทันรึเปล่า เห็นว่าโดนให้ไปเป็นกรรมการคุมสอบภาคปฏิบัติเหมือนกัน ฉันยังจำได้เลยว่าเด็กกลุ่มที่แล้วที่ต้องมาสอบกับท่านเจ้าหญิงแห่งเสียงเพลงน่ะมัวแต่อึ้งจนขยับตัวได้ไม่ถนัดเลย สุดท้ายกลายเป็นอลิซที่ต้องพูดให้พวกนั้นใจเย็นๆ ให้กำลังใจถึงจะสอบผ่านมาได้ คิดแล้วก็ตลกดีแฮะ”

“นั่นสินะคะ” ซายะหัวเราะเสริม “คิดว่าเธอคงจะกลับมาทันแหละค่ะ พรุ่งนี้ก็น่าจะถึงบ้านเราตอนค่ำๆ ล่ะมั้งคะ”

“งั้นพรุ่งนี้เราค่อยฉลองเรื่องที่ทำภารกิจเสร็จสิ้นพร้อมๆ กับอลิซก็แล้วกันนะ” ครูซถาม

“ดีค่ะ” ซายะพยักหน้ารับ

“อื้อ เธอเองก็คงจะเหนื่อยนะ” เครฟาเห็นด้วย

“ไม่ขัดข้อง” เช่นเดียวกับเนล

ได้ยินดังนั้นแล้วทุกคนก็เหลือบมายิ้มให้กันด้วยอารมณ์ที่ดูจะผ่อนคลายหลังจากทำภารกิจเสร็จสิ้นได้เสียที แม้จะมีอะไรติดขัดไปบ้าง แต่การที่ทุกคนมารวมตัวกันอยู่ตรงนี้ได้ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีมากแล้ว

“แต่จะว่าไปฉันหิวมากเลยนะตอนนี้ กว่าจะบินไปถึงแอนทาเรสก็ตั้ง 6 ชั่วโมง ทางกองทัพอเมเรียเขาไม่มีอาหารอะไรมาเลี้ยงรับรองพวกเราเลยเหรอ?”

ครูซพูดขึ้นขณะที่เอนตัวลงไปบนโซฟาแบบอ่อนแรง

และในตอนนั้นเองที่มีมือของใครบางคนยกถาดอาหารขนาดใหญ่ที่ครอบฝาเอาไว้วางลงบนโต๊ะ พร้อมกันนั้นพอได้เปิดฝาออกเท่านั้นเองกลิ่นอาหารหอมฉุยก็ลอยขึ้นเตะจมูกของผู้พิทักษ์หนุ่มสาวทั้ง 4 คนจนต้องก้มลงไปมองทันที

“ว้าว..น่าทานจัง” ซายะยิ้มหวานทันที

“อ้าวก็มีอาหารเลี้ยงนี่ ว่าแต่ไอ้ของหน้าตาประหลาดนี่มันคืออะไรเนี่ย?”

ครูซเอ่ยถามขึ้นโดยไม่หันไปมองหน้าคนที่นำอาหารมาเสริฟให้ด้วยซ้ำ

“ซีโครงหมูย่างซอสบาบีคิวกับมันฝรั่งทอด”

จนกระทั่งมีเสียงห้าวๆ ตอบกลับมา ส่งให้ครูซที่หิวเป็นทุนเดิมอยู่แล้วนั้นฉีกยิ้มร่า และเอื้อมมือลงไปคว้าเอาเจ้าซีโครงหมูย่างนั้นขึ้นมาจับไว้ท่อนหนึ่ง

“เหรอ ขอบใจมากนะงั้นฉันไม่เกรงใจล่ะ”

“ฉันด้วย” เครฟาเองก็หิวจนต้องหันไปคว้าอาหารมาถือไว้

“ฉันเองก็เริ่มจะท้องร้องแล้วถ้าอย่างนั้นก็ขอซักชิ้นนะคะ”

“...ด้วย”

เช่นเดียวกับซายะและเนลที่รู้สึกว่าจะโหมทำงานจนหิวโดยไม่รู้ตัวก็ต่างคว้าอาหารตรงหน้ามาถือไว้ โดยไม่คิดจะสนใจคนที่นำอาหารมาเสริฟเลยแม้แต่น้อยเพราะว่าคิดว่ายังไงก็คงจะเป็นบริกรที่ทางกองทัพอเมเรียเตรียมเอาไว้คอยดูแลพวกเขาเป็นแน่

และไม่มีการรีรอทุกคนก็กัดอาหารตรงหน้ากันไปคนล่ะคำ

เท่านั้นเองพวกเขาก็ถึงกับตกใจจนตาโต...

“อ..อร่อยโคตร!!

ครูซแหกปากเสียงดังลั่น ส่วนสองสาวที่มีคำว่าคุณหนูค้ำคอร์อยู่ก็พยายามไม่ออกอาการแต่ต่อมอร่อยมันก็ทำงานจนต้องยกมือขึ้นจับแก้มของตัวเองไว้ด้วยอาการที่ปิดตาปี๋ ขณะที่เนลแม้จะไม่ได้พูดอะไรออกมาแต่ก็รีบกัดซีโครงหมูย่างไปอีกคำโต ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบเอามันฝรั่งทอดมาทานคู่กันยิ่งได้รสชาติอร่อยขึ้นเป็นเท่าตัว

“อร่อยมากเลยอ่ะ! ซอสบาร์บีคิวนี่ก็รสชาติหวานกำลังดี หมูก็นุ่มมากย่างได้เกรียมกำลังดี ...บ้าเอ๊ย ไม่เคยกินซี่โครงหมูย่างที่ไหนอร่อยเท่านี้มาก่อนเลย” ครูซพูด

“จริงด้วย ปกติฉันไม่ค่อยชอบทานเนื้อตรงส่วนซี่โครงเพราะมันทานยาก แต่ว่านี่แค่กัดนิดเดียวเนื้อก็หลุดออกมาจากกระดูกเลย อร่อยจัง” เครฟาพยายามทานอย่างเรียบร้อยแต่ก็ยากเต็มที

“นั่นสิคะ อร่อยมากจริงๆ ดูสิขนาดคุณเนลที่ไม่ค่อยทานอะไรยังอยากอาหารซะขนาดนั้น”

ทุกคนเหลือบไปมองเนลที่ไม่พูดไม่จาโซ้ยอาหารต่อเนื่องโดยไม่สนใจว่าตัวเองนั้นเป็นกุลสตรีเลยแม้แต่น้อย เห็นดังนั้นแล้วทุกคนก็ยิ้มร่าทันที

“พวกเราคงจะเหนื่อยจริงๆ ล่ะนะ กินอะไรก็คงอร่อยไปหมด ...แต่ฉันว่ารสชาติแบบนี้คุ้นๆ นะ”

“นายก็ด้วยเหรอครูซ ฉันเองก็คุ้นรสชาติแบบนี้เหมือนกัน” เครฟาเสริม

“นั่นสินะคะ โดยเฉพาะซอสเนี่ย ฉันว่าฉันเคยทานที่ไหนมาก่อนนะ แล้วก็อาหารอร่อยๆ แบบนี้มันก็ใช่ว่าจะหาทานได้ง่ายๆ เสียด้วยสิคะ”

และเมื่อสิ้นเสียงของซายะนี่เองที่ทุกคนจะสบตากันแน่นิ่งไป ปากก็ค่อยๆ เคี้ยวอาหารราวกับจะประเมินรสชาติให้ละเอียดกว่านี้ แต่คำว่า “รสชาติคุ้นๆ” นั้นมันทำให้พวกเขาสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง ...ใช่อะไรบางอย่างที่มันคุ้นเคยมากๆ

“ซอสนั่นเป็นสูตรพิเศษของทางร้านเราเองครับ เพราะส่วนใหญ่ซอสบาร์บีคิวของที่อื่นจะใช้ของสำเร็จรูปทำ แต่ทางเราจะใช้ของสดทำครับใช้เวลาเคี่ยวประมาณ 3 ชั่วโมงอย่างพิถีพิถัน ส่วนเนื้อซี่โครงนั้นก็ใช้เวลาหมักด้วยกรดผลไม้ที่มีเอนไซน์มากทำให้มันนุ่มกว่าปกติครับ ส่วนตอนย่างเราก็ใช้เกลือผลิตภัณฑ์พิเศษจากเทือกเขา ทีเบสต์ มาโรยตอนย่างทำให้รสชาติมันเข้มข้นขึ้นด้วยครับ”

จนกระทั่งมีคำอธิบายดังขึ้นมาจากด้านหลังส่งให้เหล่าผู้พิทักษ์ทั้ง 4 คนชะงักไปและค่อยๆ เหลือบไปชำเลืองมองตามเสียงที่กำลังจ้อเป็นต่อยหอยนั้นช้าๆ

ครูซถึงกับทำซี่โครงที่ถือไว้ตก เครฟาอ้าปากค้าง เนลหยุดมือ ซายะนั้นอยากจะยิ้มแต่เนื่องด้วยอาหารเต็มปากเธอจึงต้องยกมือขึ้นปิดปากเอาไว้

“แล้วซี่โครงหมูย่างบาร์บีคิวกับมันฝรั่งทอด เนี่ยก็เป็นอาหารขึ้นชื่อของประเทศอเมเรียพอควรเลยนะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมือง เน็คซัส น่ะฮิตมากเลยเชียวล่ะ ยังไงซะเขาถึงบอกว่าถ้ามาถึงอเมเรียแล้วไม่ได้ทานซี่โครงหมูย่างล่ะก็ถือว่ามาไม่ถึงรู้มั้ย”

ผู้มาใหม่ยังพูดต่อด้วยรอยยิ้มติดตลก

เขาสวมเสื้อคลุมสีขาวที่มีฮูดอยู่ด้านหลัง เรือนผมสีดำขลับนั้นถูกมัดให้เป็นกระจุกไว้แบบลวกๆ ขณะที่ดวงหน้าดูดีนั้นก็กำลังส่งรอยยิ้มอารมณ์ดีกลับมาให้ ดวงตาสีเขียวเพริดอตนั้นยังคงส่องประกายขี้เล่นอยู่เสมอโดยเฉพาะรูปร่างที่สูงราวๆ 185 ซม. นั้นดูกำยำขึ้นกว่าเดิมพอสมควร

เขานั่งอยู่บนเก้าอี้กลมตัวสูงหน้าเค้าเตอร์บาร์ ในท่าไขว่ห้างสบายอารมณ์และเอนศอกไว้บนเค้าท์เตอร์โดยมีแก้วเบียร์เย็นเฉียบตั้งอยู่ข้างๆ

“พวกนายนี่ดูๆ ไปแล้วไม่ค่อยเปลี่ยนไปเลยแฮะ โดยเฉพาะเธอนะเนล สองปีมานี้ไม่สูงขึ้นเลยเหรอ?”

เขายังคงทักทายอย่างสนิทสนม แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ผู้พิทักษ์ทั้งสีขยับตัวได้เลย ดูเหมือนว่าการปรากฏตัวของชายหนุ่มผมดำคนนี้จะทำให้พวกเขาอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก

“อ่าว รีแอ็คชั่นนิ่งกันขนาดนี้ล่ะเนี่ย?” ชายหนุ่มผมดำเบ้ปากนิดๆ

“ข้าว่าช็อคกันจนค้างไปแล้วมากกว่ากระมัง” พร้อมกับเสียงกวนๆ ที่ดังขึ้นมาจากด้านในเสื้อ

ได้ยินดังนั้นชายหนุ่มผู้มาใหม่ก็หัวเราะพรืด หันไปคว้าแก้วเบียร์เย็นเฉียบนั้นมาจิบลงคออึกใหญ่ ก่อนจะส่งเสียง “ฮ้า—“ ออกมายาวๆ หลังจากน้ำสกัดจากรำข้าวนี้มันช่วยทำให้เขาสดชื่นขึ้นจากการต้องไปทำงานในพื้นที่ทะเลทราย (อีกแล้ว) อยู่ไม่น้อย

“ฉันได้ยินมาว่าพวกนายกำลังจะเดินทางไปที่ลิตเติ้ลการ์เดนท์ใช่มั้ย ถ้ายังไงขอฉันติดรถไปลงที่นั่นด้วยคนได้รึเปล่า พอดีว่ากำลังจะกลับบ้านน่ะ”

และคำกล่าวนี้เองที่ทำให้ผู้พิทักษ์ทั้งสี่คนได้สติขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนที่ทุกคนจะเริ่มฉีกยิ้มกว้างออกมาชนิดไม่คิดจะเก็บอาการดีใจนั้นเอาไว้กับตัวเลยแม้แต่น้อย กว่าจะรู้ตัวอีกทีพวกเขาก็ตะโกนเรียกชื่อของชายหนุ่มตรงหน้าออกมาราวกับรอที่จะได้เรียกชื่อนี้มานานถึง 2 ปีเต็ม!

“เร็น!

“ออร์แกน!

ทุกคนยิ้มร่า ขณะที่เจ้าของนาม “เร็น ออร์แกน” นั้นหัวเราะหึขึ้นมาเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มที่ไม่คิดจะเก็บความดีใจเอาไว้ด้วยเช่นกัน เขาลุกขึ้นยืนและผ่ายมือทั้งสองข้างออก

“ฉันกลับมาแล้วเพื่อน”

 

 




Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
The Guardian and War of Angel ตอนที่ 68 : DoF-Chapter 1 : ฉันกลับมาแล้ว , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 10924 , โพส : 150 , Rating : 443 / 89 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6

#150 : ความคิดเห็นที่ 12345
กลับมาแล้วววววววววววว
Name : cherryme< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ cherryme [ IP : 125.25.124.74 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 ธันวาคม 2556 / 00:02

#149 : ความคิดเห็นที่ 12155
ไม่ค่อยตื่นเต้นง่ะ พระเอกไม่แมพ
Name : ขอทานสะท้านฟ้า< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ขอทานสะท้านฟ้า [ IP : 183.89.72.175 ]
Email / Msn: sprasart(แอท)gmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 กันยายน 2556 / 12:25


#148 : ความคิดเห็นที่ 11703
เล่ม5 เล่ม5 เล่ม5...........^^
Name : สวนเห็ด< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ สวนเห็ด [ IP : 125.26.241.237 ]
Email / Msn: wanthisatakky(แอท)gmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 สิงหาคม 2556 / 18:13

#147 : ความคิดเห็นที่ 11168
รอเล่ม5ๆๆๆ อ่านตอนจบของตอนแล้วแอบน้ำตาไหลนิดนึง ซึ้งงงงง~


PS.  หากเจ้าต้องมองฟ้าแล้วรอความหวังจากสิ่งหนึ่ง เจ้าคิดว่าจะได้สิ่งนั้นจริงหรือ สู้ลุกขึ้นยืนแล้วกระทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการมันจะง่ายกว่าไหม แต่ผลสุดท้ายคำตอบก็สุดแล้วแต่ตัวเจ้าจะต้องการ
Name : ~ DaRk MoOn ~< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ~ DaRk MoOn ~ [ IP : 58.11.33.30 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 มิถุนายน 2556 / 21:13

#146 : ความคิดเห็นที่ 10722
ในหนังสือมีบอกนะว่า เร็นเอาไลท์ไปด้วยน่ะ อ่านดีๆ แล้วจะเจอ ไลท์ในเรื่องนี้คือตัวละครที่จืดจางมาก!! มาซาลันใจร้ายให้บทไลท์น้อยมาก!!
PS.  เปิดเรื่องใหม่แล้วเจ้าคะ >>>>รักวุ่นวายของท่านประธาน<<<< http://my.dek-d.com/a_lein/writer/view.php?id=666633
Name : เด็กแสบสะท้านโลกา< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เด็กแสบสะท้านโลกา [ IP : 1.1.249.125 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 มิถุนายน 2556 / 18:53

#145 : ความคิดเห็นที่ 10719
อืมๆๆๆ ในหนังสือ มันไม่มีเขียนว่า เจ้าไลท์ เดินทางไปด้วยนะ 

ไหงตอนนี้ มีเจ้าไลท์เดินทางไปด้วยอะ งง 
PS.  บ้านิยายแฟนตาซีเข้าเส้น
Name : เซปารีเทีย< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เซปารีเทีย [ IP : 58.11.49.186 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 มิถุนายน 2556 / 11:21

#144 : ความคิดเห็นที่ 10143
ในที่สุดเร็นก็กลับมา
PS.  If it does not go to hell and who will go to hell.
Name : alangod< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ alangod [ IP : 110.168.174.30 ]
Email / Msn: i_love_doll_master(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 พฤษภาคม 2556 / 18:13

#143 : ความคิดเห็นที่ 10021
สนุกมากครับ เขียนเรื่อยๆเลยนะครับ

แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 4 พฤษภาคม 2556 / 16:29
Name : art1821< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ art1821 [ IP : 180.180.115.55 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 พฤษภาคม 2556 / 16:28

#142 : ความคิดเห็นที่ 9308
ซึ้งจนอ่านไปยิ้มไป แถมยิ้มถึงใบหูเลย (เวอร์) จะเป็นกำลังใจให้น่ะครับ ไรเตอร์ สู้ๆ
Name : Demon Wolf Night< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Demon Wolf  Night [ IP : 58.9.62.61 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 เมษายน 2556 / 10:33

#141 : ความคิดเห็นที่ 8982
ใช้เวทเก่งขึ้นจมเลยสินะ
Name : ttdddt< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ttdddt [ IP : 49.49.184.249 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 เมษายน 2556 / 07:59

#140 : ความคิดเห็นที่ 8968
ตอนนี้อ่านไปยิ้มไปจริงๆ
Name : inasba< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ inasba [ IP : 27.55.138.35 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 เมษายน 2556 / 18:41

#139 : ความคิดเห็นที่ 8820
เร็นเก่งเวทมนตร์ขึ้นเยอะเลย
เทพได้อีก
Name : MerCuRy< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ MerCuRy [ IP : 124.122.138.11 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 เมษายน 2556 / 01:19

#138 : ความคิดเห็นที่ 8797
สนุกสุดยอดดดด
Name : yokza01< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ yokza01 [ IP : 115.87.244.39 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 เมษายน 2556 / 16:00

#137 : ความคิดเห็นที่ 8774
นึกว่าจะไปเจอกันตอนคุมสอบ   สนุกมากๆๆครับ
PS.   สนุก Ps.ชอบลืมแสดงความคิดเห็นครับ (ขอโทษด้วยนะครับ)
Name : bld_bom_LoL< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ bld_bom_LoL [ IP : 171.7.122.13 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 เมษายน 2556 / 00:06

#136 : ความคิดเห็นที่ 8607
เร็นนนนนนนน กลกับมาแล้ววววววว><
PS.  หากฉันเป็นแม่มดร้าย ที่จะ"ทำลาย"ผู้คน ถึงตอนนั้น "เธอ"จะยังอยู่เคียงข้างฉันมั๊ย?
Name : Alice the black davil< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Alice the black davil [ IP : 49.49.214.141 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 เมษายน 2556 / 10:54

#135 : ความคิดเห็นที่ 8480
เย้ๆๆ. กลับมารวมกันอีกครั้งแล้ว
Name : Fal2eNHil2E< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Fal2eNHil2E [ IP : 110.170.48.130 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 เมษายน 2556 / 22:06

#134 : ความคิดเห็นที่ 8479
ไม่พาน้องหมา กับหุ่นรบ กลับมาด้วยหรอ
Name : เรียกฉันว่า พะแพร< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เรียกฉันว่า พะแพร [ IP : 171.99.225.196 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 เมษายน 2556 / 21:58

#133 : ความคิดเห็นที่ 8473
Rennnnnnnn!!!!!!!!
Name : siladevil< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ siladevil [ IP : 49.48.153.147 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 เมษายน 2556 / 20:18

#132 : ความคิดเห็นที่ 8472
เย้ น้องหมามาแว้ว
Name : titania< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ titania [ IP : 171.7.101.8 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 เมษายน 2556 / 20:11

#131 : ความคิดเห็นที่ 8470
รีบอัพต่อเร็วนะคับ
Name : m-mix< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ m-mix [ IP : 1.2.154.119 ]
Email / Msn: i_love_naruto_2540(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 เมษายน 2556 / 17:19

#130 : ความคิดเห็นที่ 8468
ทนไม่ไหวแล้วคร้าบบบบบบบบบ สนุกมากเลยยย
Name : The Project - CRW< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ The Project - CRW [ IP : 101.108.132.63 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 เมษายน 2556 / 14:39

#129 : ความคิดเห็นที่ 8467
อยากอ่านต่อคับบบบบบบบบบบบบบบบบบ
Name : อยากอ่าน [ IP : 27.55.140.27 ]
Email / Msn: Gsky1207(แอท)hotmail.com
วันที่: 4 เมษายน 2556 / 14:06

#128 : ความคิดเห็นที่ 8464
อ๊ายยยยยยยยยยยย คิดถึง ><"
Name : ibeezaba< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ibeezaba [ IP : 49.48.30.33 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 เมษายน 2556 / 02:14

#127 : ความคิดเห็นที่ 8459
โครตคิดถึงเลย มาอัพเที่ยวนี้ จะเทพขนาดใหนนะ อยากรู้เร็วๆ อัพต่อไวๆนะคะไรเตอร์ ถ้าไม่อัพจะแช่งให้ท้องร่วงเลย อิอิอิอิ
Name : คลั่งนิยาย< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ คลั่งนิยาย [ IP : 183.89.41.41 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 เมษายน 2556 / 14:10

#126 : ความคิดเห็นที่ 8455
ในที่สุดเร็นสุดเมพของพวกเราก็กลับมา ^^~
Name : belly [ IP : 14.207.117.184 ]
Email / Msn: belly_abc(แอท)hotmail.com
วันที่: 2 เมษายน 2556 / 21:32

หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

SOSO Simulation of Soul Online

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android