สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

The Guardian and Alliance of Light

ตอนที่ 23 : PoM-Chapter 2 : โรงพยาบาลกับเจ้าหญิงแห่งเสียงเพลง


     อัพเดท 21 พ.ค. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : +-MaSaLaN-+ ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ +-MaSaLaN-+
My.iD: http://my.dek-d.com/masalan
< Review/Vote > Rating : 96% [ 200 mem(s) ]
This month views : 3,785 Overall : 1,050,449
13,279 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 5093 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
The Guardian and Alliance of Light ตอนที่ 23 : PoM-Chapter 2 : โรงพยาบาลกับเจ้าหญิงแห่งเสียงเพลง , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 11261 , โพส : 98 , Rating : 272 / 56 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


Chapter 2

โรงพยาบาลกับเจ้าหญิงแห่งเสียงเพลง

 

 

"แหม ไม่อยากจะเชื่อเลยนะเนี่ยว่านายเต่าถุยคนนั้นจะรู้จักเป็นห่วงเป็นใยคนอื่นเขาเป็นด้วย ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ยังเคยคิดที่จะส่งฉันไปให้พวกผู้ร้ายทั้งที่ฉันกำลังขอความช่วยเหลืออยู่แท้ๆ เชียว"

เสียงเจื้อยแจ้วนั้นดังขึ้นมาควบคู่กับใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มสดใสร่าเริง แม้ว่าตามตัวจะมีผ้าพันแผลติดอยู่บ้าง แต่ท่าทางร่าเริงกับรอยยิ้มหวานสวยนั้นก็ทำให้เธอดูห่างจากคำว่า "ได้รับบาดเจ็บ" อยู่มากโขเลยจริงๆ

อาการดังกล่าวของหญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีพิ๊งค์บลอนด์ซึ่งนอนอยู่บนเตียงคนไข้ในห้อง VIP ของโรงพยาบาล "เซนตินัล" นั้นถึงกับทำให้ เร็น ออร์แกน ต้องเผยอริมฝีปากขึ้นนิดๆ คล้ายกับจะพูดอะไรไม่ออก

"ก็ไหน...ข่าวบอกมาว่าเธอได้รับบาดเจ็บไง?"

ชายหนุ่มเปรยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ส่งให้เจ้าของร่างบางที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยนั้นยิ้มร่าและโบกมือหย่อยๆ ออกมาให้เห็น

"ก็ได้รับบาดเจ็บน่ะสิ นายไม่เห็นแผลตามตัวของฉันหรือไงยะ?"

ก็อยากจะสวนกลับไปว่า "ฉันมีตา" อยู่หรอกนะ แต่ไอ้ท่าทางเริงร่าของคุณเธอมากกว่าที่ทำให้เขาแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่า คนๆ นี้เพิ่งจะโดนหมายชีวิตอยู่เมื่อเช้านี้เอง!!

"คุณหนูก็ได้รับบาดเจ็บตามเนื้อตามตัวนิดหน่อยนั่นแหละค่ะคุณเร็น"

แล้วจึงเป็นผู้จัดการสาวที่ยืนอยู่อีกด้านหนึ่งและกำลังใช้มีดใบเล็กนั้นปลอกเปือกแอปเปิลด้วยท่าทางที่ชำนิชำนาญ ส่งให้นายออร์แกนต้องชำเลืองตาไปมอง แม้ว่าตอนนี้คุณไอน่า เจนิส ผู้จัดการส่วนตัวของเจ้าหญิงแห่งเสียงเพลงจะถูกพันแผลไว้ตามตัวหลายจุด แต่เธอก็ยังคงดูสวยและเซ๊กซี่ในสายตาของเล่นเสมอ

"โชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บไปถึงภายในแล้วก็พวกกระดูก ที่น่าห่วงก็มีแค่บาดแผลตรงศีรษะเท่านั้นเองนอกนั้นก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงหรอกค่ะ เดิมทีคนๆ นี้ก็มักจะเล่นซนจนได้แผลเป็นประจำอยู่แล้ว" ว่าแล้วเธอก็หัวเราะขำ "ยิ่งได้คุณเร็นมาเยี่ยมแบบนี้ฉันว่าดีไม่ดีพรุ่งนี้แผลคงจะหายสนิทเลยกระมังคะ"

"นี่ฉันไม่ใช่จิ้งจกนะยะ จะได้หางขาดแล้วงอกใหม่ได้ในวันเดียว"

"ใช่ที่ไหนล่ะถึงเป็นจิ้งจกมันก็ต้องใช้เวลากว่า 5-6 อาทิตย์เถอะกว่าหางของมันจะงอกขึ้นมาได้"

เร็นยังไม่วายตบมุขเข้าให้ก่อนจะหันไปมองผู้จัดการสาวสวยที่ชื่อว่า ไอนา เจนิส ด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ

"ผมต้องขอโทษด้วยนะครับที่ติดต่อคุณมากะทันหันแบบนี้"

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ" ไอน่ายิ้มรับ "ดิฉันสิคะที่ต้องเป็นฝ่ายขอบคุณในน้ำใจของคุณเร็น ว่ากันตามตรงแล้วคนที่จะเรียกว่าเป็นเพื่อนกับคุณหนูแบบนี้คุณเร็นน่ะไม่ค่อยจะมีหรอกค่ะ ดิฉันเห็นคนเป็นห่วงคุณหนูแบบนี้แล้วดิฉันก็โล่งใจค่ะ อย่างน้อยๆ คุณหนูก็จะมีคนที่สามารถเรียกได้เต็มปากเต็มคำว่าเพื่อนเสียทีหนึ่ง"

"เว่อร์แล้วย่ะไอน่า"

คำกล่าวของผู้จัดการสาวนั้นไม่วายทำให้ อลิเซียร์ เซซิล ต้องหันไปมุ่ยหน้าใส่

ไม่ช้าเธอก็หันกลับมายิ้มให้กับเร็นอีกครั้ง ก่อนจะชำเลืองมองไปทางชายหนุ่มร่างเล็กอีกคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ กับนายออร์แกน

"นี่แล้วนายน่ะอีตาเต่าถุย ไม่คิดจะแนะนำเพื่อนนายให้รู้จักบ้างเหรอ?"

คำกล่าวนั้นเองที่ทำให้เร็นผงะไปก่อนจะหันกลับมามองคนข้างๆ ที่เขาลืมไปเสียสนิทเลยว่าหมอนี่อาสาจะเดินทางมาเป็นเพื่อนเขาด้วย ซึ่งบัดนี้นายอัลวิส ไทรน์ นั้นก็ได้แต่ยืนหงิมอยู่คนเดียวด้วยท่าทางที่บอกได้เลยว่าจืดจางเต็มทน

"เฮ้ย! ขอโทษทีว่ะอัลฉันลืมนายไปสนิทเลยนะเนี่ย" เร็นหัวเราะร่าก่อนจะรีบดันเพื่อนออกมาด้านหน้า "นี่เพื่อนซี้ของฉันเอง ถึงจะตัวเล็กๆ หุ่นไม่ให้ก็เถอะนะแต่หมอนี่ก็เป็นผู้พิทักษ์เหมือนกับฉันชื่อว่า อัลวิส ไทรน์ น่ะ"

"ส..สวัสดีครับ"

อัลวิสเองก็ไม่ได้ใส่ใจที่เจ้าเร็นมันจะปากเสียออกมาแค่ไหน เขาดูจะมีสีหน้าตื่นเต้นไม่น้อยที่ได้มาเจอกับ อลิเซียร์ เซซิล ตัวเป็นๆ ตรงหน้าแบบนี้ เห็นดังนั้นแล้วเจ้าหญิงแห่งเสียงเพลงผู้โด่งดังจึงส่งรอยยิ้มหวานกลับมาให้ทันที

"แหมท่าทางเรียบร้อยนะเนี่ย แทบไม่น่าเชื่อเลยว่าจะมาคบกับคนแบบนายได้" แขวะเร็นให้อีกดอกก่อนจะหันมายิ้มกับอัลวิส "ยังไงก็ยินดีที่ได้รู้จักนะคะคุณอัลวิส แล้วก็ขอบคุณมากนะคะที่อุตสาห์มาเยี่ยมฉันแบบนี้"

"ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมก็แค่มาเป็นเพื่อนคุณเร็นเขาเฉยๆ"

พูดด้วยท่าทางเขินๆ แบบนั้นแล้ว อลิเซียร์จึงหัวเราะคิกคักกับท่าทางของคนตรงหน้าไม่น้อย

ซึ่งคำกล่าวของสาวน้อยคนสวยนั้นก็เล่นเอานายเร็นถึงกับเลิกคิ้วขึ้นนิดๆ

"นี่เธอขอบคุณแต่เจ้าอัลงั้นเหรอ? แล้วฉันล่ะที่อุตสาห์รีบบึ่งมาจากสถาบันเพื่อมาเยี่ยมเธอเนี่ย?"

"ทำไมฉันต้องขอบคุณนายด้วย? ก็นายมันของตายอยู่แล้วนี่?"

พูดแล้วก็ยิ้มหวานให้จนเจ้าคนที่กลายเป็น "ของตาย" นั้นถึงกับหัวเราะหึออกมาดังๆ

"ใครเป็นของตายของเธอไม่ทราบห๊ะ?"

ว่าแล้วก็เดินเข้าไปชิดทันที ก่อนที่ดวงตาสีเขียวเพริดอตนั้นจะเพ่งมองหญิงสาวตรงหน้าโดยพินิจ

"เธอเองก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยซักนิดเดียว แถมยังกวนประสาทเหมือนเดิมไม่มีผิดเลย รู้งี้ฉันไม่น่าตกใจรีบดิ่งมาหาเธอเลย ไอ้เรารึเป็นห่วงแทบแย่"

ซึ่งคำว่า "เป็นห่วง" จากปากของชายหนุ่มนั้นมันทำให้อลิเซียร์ดูจะฉีกรอยยิ้มให้กว้างขึ้นไปได้อีกหลายเท่าตัวเลยด้วยซ้ำ

"อะไรจ๊ะนี่เป็นห่วงฉันขนาดนี้เชียวเหรอ?" หญิงสาวหรี่ตานิดๆ

"เหอะ! คนอย่างเธอจะไม่ให้น่าห่วงได้ยังไง ใช้ชีวิตน่าหวาดเสียวจะตาย"

อลิเซียร์มุ่ยหน้าออกมานิดๆ กับคำกล่าวนั้น แต่ว่าไม่นานนักเธอก็เอื้อมมือออกไปหานายออร์แกนข้างหนึ่งจนเขาต้องเลิกคิ้วขึ้นสงสัย

"อะไร?"

"ของฝากไงล่ะยะถามได้ ฉันเป็นคนป่วยนะ แล้วตามมารยาทนายจะต้องหิ้วของฝากมาเยี่ยมผู้ป่วยไม่ใช่หรือยังไงหือนายเต่าถุย?"

คำกล่าวนี้ส่งให้เร็นต้องหัวเราะพรืดออกมาเบาๆ

"ได้เห็นหน้าตาหล่อๆ ของฉันแค่นี้ยังไม่พอใจอีกหรือไงหือ?"

"แหวะ! หน้าอย่างเนี่ยอ่ะนะหล่อ?"

"หล่อไม่หล่อ อยู่ๆ ก็เคยมีสาวสวยคนนึงวิ่งมาขอไปเดทด้วยละกัน"

"จริงอ่ะ? ผู้หญิงคนไหนนะช่างคิดสั้นจริงๆ เลย"

ดูเหมือนว่าจู่ๆ บรรยากาศรอบๆ ห้องผู้ป่วย VIP แห่งนี้มันจะกลายเป็นสีชมพูขึ้นมาเสียดื้อๆ ไอ้เสียงหยอกล้อที่ผสมกับเสียงหัวเราะคิกคักของเจ้าหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่บัดนี้ได้ลืมไปโดยสิ้นเชิงว่านอกจากพวกเขาแล้วภายในห้องแห่งนี้มันยังมีคนอื่นหายใจกันอยู่ในที่แห่งนี้ด้วย

ซึ่งกว่าจะรู้ตัวเร็นก็ชำเลืองหันไปเห็นอัลวิสกำลังยิ้มเจื่อนๆ ให้เขา

ขณะที่อลิเซียร์นั้นก็เหลือบไปเห็นไอน่ากำลังยิ้มหวานอย่างมีเลศนัยอะไรบางอย่างจนเธอนั้นต้องมีอาการหน้าขึ้นสีงุดๆ

"พอดีฉันมีธุระต้องไปคุยอะไรกับลูกน้องพอดีเลยล่ะค่ะ" ไอน่าเอ่ยขึ้นมาเสียงใส "ยังไงก็ฝากคุณเร็นช่วยอยู่ดูแลยัยคุณหนูตัวแสบแทนฉันซักครู่หนึ่งด้วยก็แล้วกันนะคะ อีกอย่างพอดีว่าฉันไม่อยากจะเป็นก้างไปติดคอใครบางคนน่ะค่ะ"

"ไอน่า!" อลิเซียร์หันไปแหวใส่

"อ..เออ พอดีผมเองก็นึกขึ้นได้ว่ามีธุระต้องโทรศัพท์ติดต่อกลับไปที่บ้านพอดี ถ้างั้นผมเองก็ขอตัวไปข้างนอกก่อนละกันนะครับ"

"ห๊ะ? นายก็ด้วยเรอะ?"

เร็นหันไปมองเจ้าเพื่อนตัวเล็กที่ตอนนี้ตั้งท่าจะถอยหลังเดินออกไปจากห้องอยู่รอมร่อ เขารู้ดีว่าจริงๆ แล้วเจ้าหมอนี่ไม่ได้มีธุระอะไรอย่างที่พูดออกมาหรอก เพียงแต่มันเกรงใจที่จะอยู่ขัดจังหวะเขามากกว่า!

"ครับ คุณเร็นไม่ต้องเป็นห่วงผมหรอกครับ คุยตามสบายเลยไม่ต้องรีบนะครับ"

"แหม ไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้นก็ได้นะเพื่อน ฉันเองก็ไม่ได้...."

"คุณเร็นคะ"

ยังไม่ทันที่เร็นจะได้พูดจนจบรอบนี้ไอน่าก็ขัดจังหวะขึ้นมาก่อนจนเขาต้องหันไปมอง

"ครับ?"

"คือพอดีฉันยังปอกแอปเปิลไม่เสร็จเลย เดี๋ยววานคุณเร็นปอกต่อแทนฉันทีนะคะ พอดีว่าคุณหนูเธอชอบทานแอปเปิลที่สุดเลยล่ะค่ะ ยิ่งถ้าเป็นแอปเปิลจากมือคุณเร็นละก็เธอคงจะชอบเป็นพิเศษเลยกระมัง"

"ไอน่า!!"

ก็ไม่รู้จะแหวใส่ยังไงดีแล้วเพราะวันนี้ดูท่าทางแล้วไอน่าเธอจะจัดการแกล้งเจ้านายของเธอได้อย่างไร้ทางตอบโต้โดยสิ้นเชิงจริงๆ ตอนนี้ก็เลยได้แต่หน้าขึ้นสีจัดอย่างเดียวจริงๆ

"ถ้างั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ"

"ผมด้วยนะครับคุณเร็น"

"เดี๋ยวสิทั้งสองคน..."

ยังไม่ทันที่เร็นจะได้รั้งตัวไว้ด้วยซ้ำประตูห้องก็ถูกเปิดและปิดลงอย่างรวดเร็ว พร้อมๆ กับความเงียบที่ก่อตัวขึ้นมาแทนที่ ส่งผลให้หนุ่มสาวทั้งสองที่ดูเหมือนจะโดนเปิดทางให้อย่างชนิดที่ไม่มีปกปิดเข้าแบบนี้ได้แต่อึ้งอยู่ตรงนั้นเอง โดยเฉพาะอลิเซียร์ที่ดูจะมีอาการหน้าขึ้นสีนิดๆ อีกด้วย

"ให้ตายสิ แต่ล่ะคน"

เร็นก็ได้แต่หัวเราะขำออกมาเบาๆ ก่อนจะเดินอ้อมลงไปนั่งข้างเตียงแทนที่ของไอน่าได้ชนิดที่ไม่ได้มีรอยกังวลปรากฏขึ้นมาบนสีหน้าเลยแม้แต่น้อย ผิดกับทางอลิเซียร์ที่ดูจะมีอาการตื่นเต้นเล็กๆ

"ชอบทานแอปเปิลเหรอเธอน่ะ?"

เร็นเอ่ยถามขึ้นขณะที่เขาเริ่มทำการปอกเปลือกผลไม้สีแดงสดในมือต่อ

"อือ"

"ก็ดีนะแอปเปิลมีวิตามินหลายชนิดช่วยในเรื่องบำรุงผิวดีด้วย คนที่เป็นดาราแบบเธอกินบ่อยๆ ก็ดีแถมมันช่วยเรื่องการดูแลน้ำหนักด้วยนะ"

คำกล่าวนี้ทำให้อลิเซียร์ชะงักไปนิดๆ ก่อนจะหรี่ตามองนายออร์แกนเขม็ง

"นายเนี่ยพูดเหมือนพวกนักวิชาการณ์ด้านโภชนาการเลยนะยะ สรุปว่าสามเดือนที่ผ่านมานายเข้าไปเรียนอะไรในสถาบันผู้พิทักษ์มากันแน่เนี่ย?"

"โอ้ย อย่าให้เล่าเลยเยอะแยะไปหมด" เร็นไหวไหล่ "ส่วนไอ้พวกความรู้เกี่ยวกับอาหารเนี่ยมันไม่จำเป็นต้องเข้าไปเรียนอะไรหรอก ลำพังแค่ความรู้ที่ฉันมีตอนก่อนจะสอบเข้าไปในสถาบันมันก็ล้นเหลือจนเอาไปทำอะไรได้ไม่หมดแล้ว"

"ขี้คุยว่ะ"

อลิเซียร์แซวเข้าให้ด้วยการกลั้วหัวเราะเสียงใส ส่งให้เร็นต้องเผยรอยยิ้มอ่อนโยนตามขึ้นมา และไม่ช้านายออร์แกนผู้เชี่ยวชาญในการใช้มีดก็ทำการปอกเปลือกแอปเปิลเสร็จได้ในพริบตา เขาตัดแบ่งแอปเปิลเป็นชิ้นเล็กๆ พอดีคำแถมยังเหลืองเปลือกบางส่วนของมันไว้บนชิ้นแอลเปิลจนมีลักษณะเหมือนกับกระต่ายตัวเล็กๆ ไม่มีผิด

"แอปเปิลรูปกระต่ายสูตรพิเศษของเร็น ออร์แกนเสร็จแล้วครับผม"

อลิเซียร์หัวเราะขำกับชื่อแปลกๆ นั่น

"ก็แค่แอปเปิลรูปกระต่ายทำเป็นตั้งชื่อซะโอเว่อร์ไปได้น่ะ"

สิ้นคำกล่าวนั้นดวงตาสีฟ้าครามดุจทะเลจีสเตอร์คู่สวยนั้นก็เพ่งมองผลไม้ตรงหน้าด้วยความสนอกสนใจไม่น้อย เพราะหากเป็นไปได้แล้วเธอแทบไม่อยากจะกินมันเลยจริงๆ อาจเป็นเพราะเจ้ากระต่ายแอปเปิลหลายชิ้นในจานนั้นมันน่ารักจนน่าเสียดายที่จะกินลงไปจริงๆ

"แล้วมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่หือ?" เร็นที่เอามีดไปวางไว้บนโต๊ะหัวเตียงเริ่มต้นพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น "ฉันเองก็ยังไม่ได้ฟังรายละเอียดของเรื่องนี้มาเท่าไหร่ พอได้ยินว่าเธอโดนหมายหัวเข้าแบบนี้มันก็ตกใจจนต้องรีบเข้ามาหาอย่างที่เห็น"

ว่าแล้วก็ถอนใจออกมาเบาๆ จนอลิเซียร์นั้นเงยหน้าขึ้นมายิ้มหวานให้เขาเห็น

"นั่นแหนะ แสดงว่าห่วงฉันจริงๆ ด้วยนะเนี่ย แหมทำตัวน่ารักแบบนี้ก็เป็นเหรอจ๊ะ?"

"ฉันซีเรียสนะ เธอไม่รู้หรือไงว่าตอนได้ยินข่าวฉันตกใจมากแค่ไหนน่ะ"

ใช่ไม่เพียงแค่น้ำเสียงที่กำลังจริงจัง แต่สีหน้าของเร็นเองก็ดูจะมีความกังวลปรากฏขึ้นมาไม่น้อย

เห็นแบบนั้นแล้วอลิเซียร์ก็ยิ่งดูจะยิ้มหวานออกมามากขึ้นเสียอีก

"ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ฉันคนนี้ไม่ตายง่ายๆ หรอก" ว่าแล้วอลิเซียร์ก็เอื้อมมือไปลูบแก้มของเร็นเบาๆ "ระดับท่าน อลิเซียร์ เซซิล คนนี้ซะอย่างอึดหนังเหนียวตายยากจะตายไปรู้มั้ย?"

ฟังแล้วเร็นก็หัวเราะหึออกมาเบาๆ ก่อนจะเริ่มต้นถามต่อ

"แล้วมันเกิดอะไรขึ้น ทำไมจู่ๆ เธอถึงได้โดนหมายหัวแบบนี้ล่ะ?"

"ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลยนะ มันไม่ใช่ครั้งแรกหรอกนะที่ฉันโดนลอบฆ่าแบบนี้น่ะ"

คำกล่าวนี้เองที่ทำให้เร็นถึงกับผงะไปวูบหนึ่ง

"ว่าไงนะ?" เขาหรี่ตาลง "คนที่เป็นนักร้องอย่างเธอเนี่ยนะ ทำไมล่ะ?"

อลิเซียร์ถอนใจออกมายาวเหยียดกับคำกล่าวนั้นก่อนที่เธอจะเอนตัวลงไปกับหัวเตียงด้วยท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน ดวงตาที่จ้องตรงไปด้านหน้านั้นแม้จะมีประกายแห่งความมุ่งมั่นปรากฏขึ้น แต่มันก็แฝงไปด้วยความสับสนที่เร็นสังเกตถึงมันได้เช่นเดียวกัน

"การกระทำของฉันมันคงไปกระตุ้นให้ใครหลายๆ คนไม่พอใจในตัวฉันล่ะมั้ง"

คำตอบนั้นก็ยังไม่ชัดเจนจนเร็นต้องส่ายหน้า

"ฉันก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี"

"จุดยืนของเจ้าหญิงแห่งเสียงเพลงก็คือการร้องเพลงเพื่อสร้างสันติภาพ บทเพลงของเธอจะต้องสื่อเข้าไปถึงจิตใจของประชาชนได้เพื่อที่จะสร้างโลกที่ปราศจากซึ่งสงคราม เพื่อสร้างโลกในอุดมคติที่มนุษย์ทุกคนจะสามารถอยู่ร่วมกันได้โดยไม่มีการแบ่งแยกชนชั้นใดๆ ทั้งสิ้น"

ฟังแล้วเร็นก็นิ่งเงียบไปทันที เขาเองก็พอจะเคยได้ยินเรื่อง "ความฝัน" ของอลิเซียร์มาบ้าง มันเป็นเรื่องเมื่อครั้งก่อนตอนที่เขาและเธอได้เจอกันครั้ง เธอเองก็ได้เล่าเรื่องความฝันของเธอให้กับเขาฟัง ความฝันที่อยากจะให้บทเพลงของเธอนั้นสามารถเข้าถึงจิตใจของคนฟังได้

"นายอาจจะฟังเหมือนมันเป็นเรื่องไร้สาระนะ แต่สำหรับฉัน ฉันคิดแบบนั้นจริงๆ ฉันเชื่อว่าเสียงเพลงของฉันจะทำให้คนเราสามารถเข้าใจซึ่งกันและกันได้ บทเพลงของฉันจะทำให้จิตใจของพวกเขา ...อบอุ่นขึ้น"

เร็นเองก็ยังคงไม่พูดอะไรออกไป เขาเองก็เคยไปค้นดูประวัติของเจ้าหญิงแห่งเสียงเพลงมาอ่านบ้างเหมือนกัน และสิ่งที่เธอได้สร้างสรรค์ไว้ก็คือบทเพลงที่ทำให้คนเราสามารถเข้าใจซึ่งกันและกันได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้สิ่งที่เรียกว่า "สงคราม" ในการแก้ไขปัญหาใดๆ เลย

เช่นเดียวกับผลงานของเธอที่สามารถยับยั้งสงครามลงได้หลายต่อหลายครั้งโดยที่ไม่ทำให้ผู้คนต้องล้มตายลงไปเลยแม้แต่คนเดียว

"แต่ว่าการที่ฉันสามารถยับยั้งสงครามลงได้นั้นมันก็ทำให้ใครหลายๆ คนไม่พอใจ" อลิเซียร์ถอนใจก่อนที่จะหันมายิ้มให้กับเร็นในที่สุด "นายรู้จักกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า เอเดน รึเปล่า?"

เร็นเองก็รู้สึกคุ้นอยู่กับคำว่า "เอเดน" อยู่ไม่น้อย แต่แน่นอนว่าสำหรับคนที่วันๆ แทบจะไม่ได้ออกมาจากห้องครัวอย่างเขานั้นไม่มีวันที่จะรู้จักกับเรื่องพวกนี้ได้เลย เขาจึงได้แต่ส่ายหน้าให้เป็นคำตอบ

เห็นดังนั้นอลิเซียร์จึงเม้มปากเข้าหากันนิดๆ

"หากพูดถึงสงครามแล้วล่ะก็เบื้องหลังเกือบทั้งหมดล้วนมีสาเหตุเกิดขึ้นด้วยฝีมือของพวก เอเดน ทั้งนั้น ในระยะ 30 ปีที่ผ่านมาเนี่ย นายไม่สังเกตบ้างเหรอว่ามีสงครามเกิดขึ้นบ่อยมากๆ เลย"

ชายหนุ่มพยักหน้าเป็นคำตอบ เพราะหากเป็นเรื่องสงครามระหว่างประเทศต่างๆ นั้นเขาก็พอจะได้ยินจากข่าวตามโทรทัศน์อยู่บ้าง และตั้งแต่เขาจำความได้จนถึงทุกวันนี้เขาเองก็ได้ยินว่าประเทศนั้นประเทศนี้ต่างทำสงครามกันบ่อยมากๆ จนแทบจะกลายเป็นเรื่องเคยชินไปแล้วด้วยซ้ำ

"สงครามกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ที่เกิดขึ้นในรอบ 30 ปีที่ผ่านมาล้วนเป็นฝีมือของพวก เอเดน ทั้งสิ้น"

"ว่าไงนะ..."

เร็นถึงกับผงะไปกับคำกล่าวนั้น ซึ่งอลิเซียร์เองก็ดูจะมีสีหน้าที่ตึงเครียดมากขึ้น

"ถ้าแบบนั้นเจ้าพวกนี้มันก็เป็นผู้ก่อการร้ายน่ะสิ?"

"ใช่" อลิเซียร์ถอนใจ "และสิ่งที่พวกมันต้องการจากสงครามก็คือ โอกาสที่จะได้ขายอาวุธสงครามให้กับประเทศที่กำลังก่อสงครามได้อย่างเต็มที่ยังไงล่ะ นายเองก็คงจะรู้สินะว่าอาวุธที่ใช้ก่อสงครามน่ะมีราคาสูงมากแค่ไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะที่หลังชนฝากันแบบนั้นแล้ว แต่ล่ะประเทศย่อมยินดีที่จะจ่ายเงินให้กลุ่ม เมเดน เพื่อให้ได้มาซึ่งอาวุธที่จะทำให้ประเทศของตนเองเป็นฝ่ายชนะ ...นั่นแหละคือสิ่งที่พวกเอเดนทำมาโดยตลอด 30 ปี"

ยิ่งฟังเร็นก็ไม่อยากจะเชื่อ สำหรับเขาที่อยู่ในประเทศที่สงบสุขมาโดยตลอด ไอ้เรื่องพรรค์นี้มันแทบจะเหมือนตลกร้ายที่เค้นเสียงหัวเราะออกมาไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

"แค่เพียงเพื่อจะขายอาวุธสงคราม ก็เลยยุให้ประเทศต่างๆ มาตีกันเนี่ยนะ?" เขาถาม

"ใช่"

เร็นส่งเสียงออกมาดัง "เหอะ" ก่อนจะส่ายหน้าวืด

"เป็นไปไม่ได้ที่พวกมันจะมีตัวตนมาได้จนถึงทุกวันนี้ หากพวกมันเคลื่อนไหวอย่างโจ่งแจ้งขนาดนั้นทำไมพวกผู้พิทักษ์อย่างฉันถึงไม่ถอนรากถอนโคนพวกมันซะเลยล่ะ"

"ผู้พิทักษ์พยายามทำมันมาโดยตลอดนะ" อลิเซียร์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "พวกเขาพยายามค้นหาตัวตนที่แท้จริงขององค์กรเอเดนมาโดยตลอด แต่สิ่งที่คว้าได้กลับเป็นเหมือนควันจางๆ ต่อให้เป็นองค์กรผู้พิทักษ์ที่มีพลังอำนาจมากแค่ไหน แต่หากไม่สามารถรับรู้ถึงตัวตนของกลุ่มเอเดนได้ พลังที่พวกเขามีก็ไร้ค่า"

"หมายความว่าไง?" เร็นหรี่ตาลง

"ตลอดระยะเวลา 30 ปี นั้นผู้พิทักษ์เองก็พยายามจะค้นหาตัวพวกกลุ่มเอเดนมาโดยตลอด แต่ว่าตัวตนของพวกเอเดนเป็นเหมือนสายลม แม้จะรู้ว่ามีตัวตนแต่ก็ไม่อาจสัมผัสถึงมันได้ แม้แต่พวกผู้พิทักษ์ก็ไม่รู้ว่าตัวตนของกลุ่มเอเดนคือใคร หัวหน้ากลุ่มคือใคร มีเชื้อชาติอะไร แม้หลายครั้งจะจับตัวพวกสมาชิกของพวกเอเดนมาได้ แต่สุดท้ายคนพวกนี้ก็จะชิงฆ่าตัวตายเพื่อไม่ให้ใครสามารถชิงข้อมูลขององค์กรไปได้ แม้ว่าจะโดนพวกผู้พิทักษ์กวาดล้างไปได้ค่อนข้างเยอะแล้ว แต่มันก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นเลย เพราะว่าพวกเขาไม่อาจเข้าไปถึงต้นตอของพวกเอเดนได้เลย"

ยิ่งฟังเร็นก็ยิ่งขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น เขาแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าในโลกใบนี้มันจะมีองค์กรของผู้ก่อการร้ายที่สามารถต่อกรกับพวกผู้พิทักษ์ได้แบบนี้อยู่ด้วย

"เพราะแบบนี้ใช่มั้ยไอ้พวกบ้านี่มันถึงได้คิดจะฆ่าเธอ" เร็นบีบมือเข้าหากันแน่น "เพียงเพราะว่าเธอต้องการที่จะร้องเพลงเพื่อสร้างสันติภาพ คนพวกนี้ถึงคิดว่าเธอเป็นก้างชิ้นโตที่จะทำให้พวกมันไม่สามารถทำธุรกิจเลวๆ พวกนั้นได้?"

เร็นสามารถอ่านเกมได้ในฉับพลัน ซึ่งอลิเซียร์ก็ได้แต่พยักหน้ารับนิ่งๆ เท่านั้นเอง

ยิ่งได้ยินแบบนี้เขาก็ยิ่งรู้สึกโมโหจี๊ดขึ้นมาทันที

"เพราะว่าเรื่องแค่นี้น่ะเหรอมันถึงคิดจะฆ่าเธอน่ะ?" เร็นตะโกนออกมาลั่น

ทว่าอลิเซียร์นั้นกลับยิ้มให้เขา แม้ว่าจะเป็นรอยยิ้มที่ฝืนขึ้นมาอย่างชัดเจนก็ตาม

"แต่ก็เพราะว่าเป็นเรื่องแค่นี้นั่นแหละที่ทำให้โลกนี้มีสิ่งที่เรียกว่า สงคราม น่ะ"

ประโยคนี้เองที่ทำให้เร็นถึงกับอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก เขารู้ดีว่าสำหรับตัวเขานั้นเขายังอ่อนต่อโลกนี้เกินไป ผิดกับอลิเซียร์ที่ผ่านสมรภูมิรบมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ได้พบเจอและเห็นอะไรมากมาย แต่ถึงกระนั้นเขาก็มองออกว่าเธอรู้สึกเสียใจแค่ไหนที่การกระทำของเธอมันไม่ได้ช่วยให้โลกใบนี้สงบสุขขึ้นเลย

ราวกับจะรู้ได้ว่ากำลังทำให้คนตรงหน้าเป็นกังวลมากแค่ไหน จู่ๆ อลิเซียร์ก็เปลี่ยนสีหน้าของเธอได้รวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ รอยยิ้มหวานสดใสที่แสนคุ้นเคยนั้นก็ขยับขึ้นจนทำให้เร็นผงะไป

"ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ระดับเจ้าหญิงแห่งเสียงเพลงคนนี้น่ะสบายหายห่วง!" เธอเอื้อมมือไปตบไหล่เขาป๊าบๆ "ฉันน่ะนะจะไม่ยอมเลิกล้มความฝันของตัวเองหรอก ฉันจะร้องเพลงตลอดไปแล้วก็จะสร้างโลกที่ปราศจากไปด้วยสงครามด้วยเสียงเพลงของฉันให้ได้เลย ไอ้พวกเอเดนงี่เง่าอะไรนั่นน่ะฉันไม่กลัวหรอก"

ว่าแล้วก็ยังคงตีไหล่ของนายออร์แกนไปเรื่อยๆ กระทั่งเขาต้องเอื้อมมือไปจับมือเรียวสวยบอบบางข้างนั้นเอาไว้ ก่อนที่ดวงตาเพริดอตนั้นจะหันไปสบด้วยเขม็ง

"ถึงเธอจะไม่กลัว แต่ว่าฉันก็ยังห่วงเธออยู่ดี ไม่รู้หรือไงว่าสิ่งที่เธอกำลังเผชิญหน้าอยู่กับมันน่ะอันตรายมากแค่ไหน?"

คำกล่าวนี้ทำให้อลิเซียร์อึ้งไปนิดๆ อาจเป็นเพราะดวงตาคมกริบคู่สวยตรงหน้าเธอนั้นมันส่องประกายแห่งความเป็นห่วงขึ้นมาอย่างจริงจัง เป็นแววตาที่ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาในทันที

ขาดคำอลิเซียร์จึงฉวยเอามือของเร็นนั้นให้เลื่อนขึ้นไปวางไว้บนหน้าผากของเธอเบาๆ ส่งให้ชายหนุ่มได้แต่เลิกคิ้วขึ้นนึกสงสัยว่าคนตรงหน้าคิดจะทำอะไรกันแน่?

"ตั้งแต่เด็กๆ แล้วนะ เวลาฉันรู้สึกเหนื่อยหรือท้อใจ ฉันมักจะให้ไปอ้อนคุณพ่อของฉันอยู่บ่อยๆ แล้วท่านก็มักจะลูบหัวฉันอย่างอ่อนโยนเสมอเลยล่ะ ถ้าไม่ว่าอะไรนะ...ตอนนี้ฉันอยากจะอ้อนนายได้รึเปล่า?"

เร็นถึงกับอึ้งไปกับคำพูดนั้นแต่ว่าในอึดใจต่อมาก็หัวเราะพรืดออกมาเบาๆ และขยับมือค่อยๆ ลูบศีรษะของคนตรงหน้าอย่างอ่อนโยนที่สุด ทำให้อลิเซียร์ค่อยๆ ปิดตาลงพร้อมกับรอยยิ้มที่สบายใจขึ้นมาอย่างชัดเจน

"อันที่จริงฉันเองก็รู้สึกท้อนิดหน่อยล่ะนะที่ต้องมาเจอกับเรื่องในวันนี้ แต่ถ้าได้มาชาร์จแบตแบบนี้แล้วมันก็ไม่เป็นไรแล้วล่ะ"

สิ้นคำพูดนี้แล้วเธอจึงเอื้อมมือไปกุมมือของเร็นเอาไว้แน่น

"ฉันไม่เป็นไรแล้วล่ะ" เธอเอ่ยพร้อมกับดวงตาที่เปิดขึ้นอีกครั้งอย่างเข้มแข็ง "ต่อให้ต้องเจอเรื่องหนักหนาสาหัสแค่ไหนฉันก็พร้อมจะลุยต่อแล้ว ไม่ต้องห่วงนะฉันให้สัญญาเลยฉันไม่ตายง่ายๆ หรอก กะอีพวกผู้ก่อการร้ายกระจอกๆ น่ะเหรอจะมาสู้ท่านอลิเซียร์คนนี้ได้ จริงมั้ยล่ะ?"

ว่าแล้วก็ยิ้มร่าออกมาอีกครั้ง สำหรับเร็นแล้วมันช่างเป็นรอยยิ้มที่เจิดจ้าที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมาเลยจริงๆ อลิเซียร์ เซซิล เป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งที่สุดเท่าที่เขารู้จักมา เธอเป็นคนมองโลกในแง่บวกอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะหากเป็นเขาที่ต้องมาอยู่ในสถานการณ์เดียวกันแล้วเขาคงไม่สามารถเดินมาได้ไกลเท่ากับเธอคนนี้หรอก

ยิ่งได้เห็นมันก็ยิ่งทำให้เขารู้เลยว่า...ตัวเขามันยังเด็กนัก

เขายังต้องเรียนรู้อะไรเกี่ยวกับโลกนี้อีกเยอะมากจริงๆ

"เราเลิกคุยเรื่องน่าเบื่อกันดีกว่า"

อลิเซียร์ตัดบทด้วยรอยยิ้มร่าเริงก่อนที่เธอจะทิ้งตัวลงไปเอนกับเตียงอีกครั้ง ส่วนเร็นที่เพิ่งจะได้รับมือของเขากลับคืนมาก็ดูจะมีอาการเขินนิดๆ แต่ก็เก็บอาการทางสีหน้าได้เก่งอย่างไม่น่าเชื่อ

"ที่สถาบันผู้พิทักษ์เป็นยังไงบ้างล่ะ? 3 เดือนแรกนี้เขาคงจะเคี่ยวพวกนายกันหนักมือเลยล่ะสิท่า?"

อลิเซียร์ถามพร้อมกับการหยิบเอาแอปเปิลรูปกระต่ายขึ้นมากัดพอดีคำ

"น่าเบื่อจะตายไป" เร็นเบ้ปาก "วันๆ ได้แต่นั่งอยู่ในห้องเรียนทั้งวี่ทั้งวัน แถมยังสอนแต่เรื่องยากๆ ทั้งนั้น ไอ้พวกเพื่อนๆ ฉันมันก็คงจะสบายกันหรอกแต่ล่ะคนเรียนกันเก่งๆ ทั้งนั้น แต่ไอ้พวกไม่ถนัดสายวิชาการณ์แบบฉันน่ะง่อยรับประทานเลยแหละ"

สาวน้อยเจ้าของเรือนผมสีชมพูอ่อนหัวเราะเสียงใสออกมาทันที

"มันก็เรื่องธรรมดานั่นแหละ ปีแรกๆ เขาก็ต้องยัดพวกพื้นฐานให้นายเรียนก่อนสิ พวกความรู้ทั่วไปมันก็สำคัญนะ ยิ่งถ้านายฝันอยากจะเดินทางไปทั่วโลกล่ะก็ขืนมีความรู้เท่าหางอึ่งมีหวังตายตั้งแต่ยังไม่ทันก้าวออกจากแอนทาเรสเลยมั้งน่ะ"

"ก็รู้" เร็นถอนใจยาวเหยียด "แต่ให้ตายเถอะ ไม่เห็นจะต้องมายัดกันพรวดๆ ขนาดนี้ก็ได้นี่หว่า ยิ่งฉันไม่เคยเรียนไอ้เรื่องพวกนี้มาก่อนด้วยยิ่งปวดหัวหนักเข้าไปใหญ่ เรียนหนักในห้องยังไม่พอกลับบ้านมาต้องเจอเพื่อนเจ้าระเบียบบางคนมาบังคับจะติวให้อีก ปวดหัวจะตาย"

"แหม น่าสงสารจริงๆ นะคะ" อลิเซียร์ยิ้มร่า

"แถมวันๆ ก็เอาแต่เรียนอยู่ในห้องนะ ไอ้พวกวิชาภาคปฏิบัติก็มีแต่เรื่องน่าเบื่อให้ทำ ไอ้หวังว่าจะได้ออกไปทำภารกิจข้างนอกสถาบันบ้างก็ไม่เห็นมันจะมีวี่แววว่าจะได้ทำเลยซักนิดเถอะ อยู่เฉยๆ จนสนิมจะเกาะตัวอยู่แล้วเนี่ย"

ฟังแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้าอ่อนใจ แต่ก็ยังมีรอยยิ้มที่แฝงความเอ็นดูปรากฏขึ้นไม่น้อย

"สถาบันเขาคงไม่ยอมให้พวกเด็กปีหนึ่งที่ไม่มีประสบการณ์แล้วก็พื้นฐานออกไปทำภารกิจง่ายๆ หรอกน่า ตอนอยู่ปีหนึ่งนายเองก็คงไม่ได้ออกไปทำภารกิจอะไรมากมายหรอก กว่าจะได้ออกไปลุยจริงๆ จังๆ ก็ต้องปีสองขึ้นไปโน่นแหละ เพราะฉะนั้นตอนนี้ก็อัดพื้นฐานให้แน่นๆ เข้าไว้ก่อนละกัน"

"ฉันกลัวว่ามันจะแน่นไปจนสมองระเบิดเอาน่ะสิ" เร็นเบ้ปาก

"ไม่ได้นะ ถ้านายไม่มีพื้นฐานที่แน่นล่ะก็ระวังจะกลายเป็นผู้พิทักษ์ห่วยๆ นะ ดูอย่างฉันสิกว่าจะมาเป็นนักร้องได้ถึงทุกวันนี้ยังต้องผ่านการซ้อมอะไรมาสารพัด โลกนี้มันไม่มีอะไรที่ได้มาแบบสำเร็จรูปโดยไม่ต้องใส่ความพยายามลงไปหรอกเข้าใจมั้ย"

ฟังแล้วก็ได้แต่เบ้ปากออกมาอย่างเดียวเลยจริงๆ เห็นแล้วอลิเซียร์ก็ได้แต่หัวเราะขำกับท่าทางที่เหมือนเด็กของนายออร์แกนอย่างบอกไม่ถูก เธอเองก็รู้อยู่ตั้งแต่แรกแล้วว่าคนอย่างอีตานี่จะต้องไม่ใช่พวกที่ถูกชะตากับการนั่งการนั่งเรียนนิ่งๆ อยู่ในห้องเรียนเงียบๆ เป็นแน่

"นี่แล้วนายรู้รึยังว่าเร็วๆ นี้ฉันจะเปิดไลฟ์คอนเสิร์ตที่แอนทาเรสด้วยนะ"

จู่ๆ อลิเซียร์ก็เปลี่ยนเรื่องเสียดื้อๆ จนเร็นชะงักไปนิดๆ ก่อนจะเผยรอยยิ้มขึ้นมา

"จะไม่รู้ได้ยังไงกันล่ะ ก็เจ้าอัลคนเมื่อกี้นี้อ่ะมันเล่นพูดกรอกหูฉันทุกวันหลังอาหารเลยด้วยซ้ำ ....เออ แล้วจะบอกให้ว่าไอ้หมอนี่น่ะนะแฟนพันธุ์แท้เธอเลยขอบอก ฉันเห็นมันนั่งดู MV เธอวันนึงตั้งไม่รู้กี่รอบ บางทีเห็นมันมีร้องตามเต้นตามเธอด้วย เห็นแล้วขนลุกไงก็ไม่รู้ฟ่ะ"

"ร..เหรอ"

อลิเซียร์รับคำด้วยสีหน้าแปลกๆ ซึ่งเธอพยายามจะยิ้มออกมาให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุดจนเร็นต้องหรี่ตามอง

"ไม่ต้องทำหน้ารังเกียจขนาดนั้นหรอกน่า เห็นมันต๊องๆ งั้นนะ แต่เจ้าอัลน่ะนิสัยดีมากนะขอบอก ฉันน่ะนะได้หมอนั่นช่วยไว้หลายเรื่องเชียวล่ะ ฉันยังคิดเลยนะถ้าเกิดไม่มีหมอนี่มาเรียนด้วยมีหวังฉันคงโดนไล่ออกจากสถาบันไปตั้งแต่อาทิตย์แรกแล้วด้วยซ้ำไปมั้ง"

"อื้อ ฉันก็ไม่ได้คิดอะไรมากหรอก แฟนๆ ที่เขาเครซี่ฉันเยอะๆ กว่านี้มีออกถมไป บางคนอาการหนักกว่านี้อีกฉันยังไม่รังเกียจพวกเขาเลย"

ได้ยินดังนั้นแล้วเร็นก็เลยยิ้มกว้างออกมาให้เห็นก่อนจะเอียงคอนิดๆ

"แล้วเพิ่งจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาไลฟคอนเสิร์ตของเธอมันไม่ต้องเลื่อนไปก่อนหรือไงเนี่ย?"

ใช่ เพราะหากเจ้าตัวยังมานอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลแบบนี้แล้ว ไอ้การที่จะต้องออกไปกระโดดเหยงๆ อยู่บนเวทีคอนเสิร์ตมันก็เป็นเรื่องแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

"ก็อาจจะต้องเลื่อนวันแสดงไปอีกซักสองสามอาทิตย์ล่ะนะ แต่ยังไงก็ไม่ต้องห่วงไปไลฟ์คอนเสิร์ตของฉันจะต้องเปิดการแสดงให้แฟนๆ ได้เข้าไปชมอย่างแน่นอนจ้ะ"

ว่าแล้วก็ขยิบตาให้ด้วยท่าทางน่าเอ็นดู ทว่าเร็นกลับไม่ได้รู้สึกยินดีกับประโยคนั้นเท่าไหร่นัก

"ป..เป็นอะไรไปอ่ะ?" อลิเซียร์ผงะไปนิดๆ

"เธอแน่ใจเหรอที่จะจัดไลฟคอนเสิร์ตในตอนนี้น่ะ คืออย่างน้อยๆ ตอนนี้เธอก็กำลังโดนเจ้าพวกนั้นหมายหัวอยู่นะ แล้วไอ้งานที่จะต้องไปอยู่ในสถานที่ล่อเป้าแบบนั้นมันจะไม่ยิ่งเป็นอันตรายเข้าไปใหญ่เหรอ?"

อลิเซียร์เองก็กะเอาไว้แล้วว่าเร็นจะต้องเป็นกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ เธอจึงเผยรอยยิ้มหวานกลับมาให้เขาเห็นอีกครั้งหนึ่ง พร้อมกันนั้นมือเรียวสวยก็วางขึ้นทาบลงบนแก้มของเขาอย่างอ่อนโยนอีกครั้งหนึ่ง

"ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ต้องเป็นห่วง ถ้าฉันบอกว่าไหวก็คือไหว อีกอย่างนายก็ช่วยทำให้พลังงานของฉันกลับมาเต็มถังอีกครั้งนึงแล้วนี่"

"แต่ว่า...."

"ฉันน่ะนะเคยไปร้องเพลงในสนามรบที่สาดกระสุนกันไม่เลี้ยงมาแล้วด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเวทีคอนเสิร์ตแบบนี้จ๊ะ" ว่าแล้วก็ขยิบตาให้ "เพราะฉะนั้นนายเองก็อย่าห่วงไปเลยนะ"

ได้ยินแบบนั้นแล้วเร็นก็พูดอะไรไม่ออก

ส่วนหนึ่งก็คือแววตาของเธอนั้นเป็นแววตาของคนที่เปี่ยมไปด้วยความฝัน มันเป็นแววตาที่มุ่งมั่นที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปด้วยใจที่รักมันอย่างถึงที่สุด ซึ่งเร็นรู้ดีว่าต่อให้พูดยังไงอลิเซียร์ก็คงจะไม่มีวันเปลี่ยนใจได้ สุดท้ายเขาก็เลยได้แต่จำใจพยักหน้ารับไปอย่างนั้นเอง

"นี่แล้วรู้รึเปล่าว่าตอนนี้ฉันมีบัตรคอนเสิร์ตแบบ VIP เหลืออยู่ตั้งหลายใบเลยนะ"

จู่ๆ เธอก็เปลี่ยนเรื่องขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยอีกครั้ง

ทว่ารอบนี้เร็นกลับรู้ดีว่าแม่สาวน้อยตรงหน้านี้กำลังจะสื่ออะไรกับเขาอยู่ ซึ่งแน่นอนว่าเจ้าคนขี้แกล้งมันต้องทำเป็นมึนเอาไว้ก่อนเพื่อความได้เปรียบในการคุมเกม!!

"เหรอ..."

เขาทำเป็นรับคำไปส่งๆ อย่างนั้นเองจนทำเอาอลิเซียร์ต้องผงะไปนิดๆ จนอ้าปากค้าง

"ก็ฉันบอกว่ามีบัตรเหลืออยู่ไงเล่า" อลิเซียร์พูดต่อด้วยเสียงที่ชักจะแข็ง

"ก็แล้วมันยังไงเล่า?" ซึ่งเร็นก็ยังคงตีหน้าเซ่อต่อ

"ก็บัตรมันเหลือเยอะใช่มั้ยล่ะ แล้วฉันก็ไม่รู้จะเอาไปให้ใครด้วย"

"ก็รู้แล้วว่ามันมีบัตรเหลือเยอะ ก็แล้วมันยังไงล่ะ?"

อลิเซียร์ชักจะมีอาการหน้าขึ้นสีนิดๆ แถมแก้มสองข้างก็เริ่มป่องขึ้นด้วยอาการงอน

"บัตรแบบ VIP เชียวนะ ฉันอุตสาห์ให้ไอน่าไปขอไว้ตั้งเยอะ แล้วมันเหลือเนี่ย ที่นั่งแบบชั้นลอยติดเวทีเห็นชัดแจ๋วเลยด้วย"

"อื้อ ก็ดีเนอะสมเป็นบัตรระดับ VIP เลยนี่ แล้วราคามันเท่าไหร่เหรอ?"

"ก็ราวๆ สองหมื่นเหรียญล่ะมั้ง...เอ๊ย ไม่ใช่แล้ว ก็ฉันบอกแล้วไงว่ามันเหลืออ่ะ!"

"ก็รู้แล้วว่ามันเหลือ ก็แล้วมันยังไงเล่า?!"

ฝั่งชายชักสนุกที่ได้แกล้งคนตรงหน้า ขณะที่ทางฝั่งหญิงเองก็ชักจะเริ่มรู้ตัวแล้วว่ากำลังโดนคนตรงน้าแกล้งปั่นหัวอยู่แน่ๆ สุดท้ายเจ้าหล่อนก็ไม่รู้จะรับมือยังไงดีแล้วก็เลยได้แต่เมินหน้าหนีไปอีกทางพร้อมกับกระชากเสียงใสว่า

"ช่วยมาดูฉันเล่นไลฟ์ได้รึเปล่าล่ะ!?"

สุดท้ายก็เลยต้องเป็นฝ่ายยอมง้อจนได้ ซึ่งเห็นไอ้ท่าทางที่เมินหน้าหนีไปอีกทางพร้อมกับสีแดงจัดจ้านที่ลามมาถึงกระทั่งใบหูนั้นแล้วเร็นก็เลยได้แต่ยิ้มขำออกมา

"นี่คิดจะชวนฉันไปออกเดทอีกแล้วเหรอจ๊ะคนสวย?"

คำถามด้วยน้ำเสียงกวนประสาทนั้นก็ไม่ได้เรียกให้อลิเซียร์หันกลับมามองได้เลย

มิหนำซ้ำมันยิ่งทำให้เธออายขึ้นไปอีกด้วยซ้ำ

"ไม่รู้แล้วแต่จะคิด ถ..ถ้านายไม่อยากจะไปก็ไม่เป็นไรนะยะ ฉันเอาบัตรไปขายหน้างานเป็นบัตรผีก็ได้ ดีเหมือนกันจะได้มีเงินไปช็อปปิ้งทิ้งๆ ขว้างๆ โดยไม่ต้องไปง้อ...."

"ไปสิ"

เร็นตัดบทด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเกินกว่าที่อลิเซียร์จะร่ายยาวไปมากกว่านี้ พลันดวงตาสีครามกลมโตนั้นตวัดกลับมามองเห็นชายหนุ่ม เธอจึงได้รู้ว่าผู้ชายคนนี้เองก็มีรอยยิ้มที่อ่อนโยนไม่ใช่เล่นเหมือนกัน

"งานนี้ฉันต้องไปอยู่แล้ว ...ไม่สิ ฉันต้องไปแน่ๆ ฉันให้สัญญาเลย"

คำกล่าวนั้นทำให้อลิเซียร์ยิ้มออกมาได้ทันที

"สัญญาแล้วนะ"

"อือ แล้วฉันพาเพื่อนมาดูได้ด้วยใช่มั้ย?" เร็นถาม

"ได้แน่นอน ฉันเตรียมเผื่อพวกเพื่อนๆ ของนายไว้แล้ว บอกให้พวกเขามากันให้ได้เลยนะ"

"จ้าๆ"

เร็นโบกมือหย่อยๆ นึกขำที่แม่เจ้าหญิงแห่งเสียงเพลงตรงหน้านี้อย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาเพิ่งจะเห็นเธอเป็นยอดหญิงแกร่งที่ไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใดอยู่หมาดๆ แต่ตอนนี้เขากลับเห็นเธอเป็นเพียงสาวน้อยวัยใสธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้นเอง

"งั้นวันนี้ฉันกลับก่อนดีกว่า"

ที่สุดแล้วเร็นก็ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้หลังจากที่เขาเหลือบไปเห็นนาฬิกาแขวนพนังมันชี้ตรงไปที่เวลา 5 โมงเย็น ซึ่งน่าจะเป็นเวลาที่เขาควรจะรีบกลับไปทำอาหารเย็นให้พวกเพื่อนๆ ได้แล้ว

"นี่ก็วิ่งแจ้นออกมาจากสถาบันทันทีที่ได้ยินเรื่องของเธอโดยไม่ได้บอกใครไว้เลย ป่านนี้เจ้าพวกบ้านั่นคงจะรอข้าวเย็นจากฉันอยู่น่ะ อีกอย่างเธอเองก็จะได้พักผ่อนมากๆ ด้วย"

"อื้อ ยังไงก็ขอบใจมากนะที่มาเยี่ยมวันนี้"

แม้จะมีสีหน้าเสียดายไม่น้อย แต่อลิเซียร์เองก็รู้สึกเกรงใจที่เร็นต้องสละเวลาของผู้พิทักษ์เพื่อมาเยี่ยมเธอแบบนี้ไม่น้อยเหมือนกัน

"อ่อ แล้วก็มีอีกเรื่องนะ"

ทว่ายังไม่ทันที่เร็นจะได้ก้าวออกไปเขาก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อตัวนอกของเครื่องแบบผู้พิทักษ์ และล้วงเอาของบางอย่างยื่นไปให้อลิเซียร์ ซึ่งพอเธอเพ่งมองดูดีๆ แล้วจึงได้รู้ว่ามันคือ...

"โทรศัพท์มือถือ?" เธอเลิกคิ้วขึ้น

"ใช่ เครื่องนี้ฉันเพิ่งซื้อมาเมื่อปลายปีที่แล้วนี่เอง สภาพใหม่ไม่เคยทำตกไม่เคยทำเปื้อน มีระบบเชื่อมต่อ ไวไฟ ถ่ายรูป ดูหนังฟังเพลง อะไรได้หมดทุกอย่าง"

ยิ่งได้ฟังคำบรรยายแล้วอลิเซียร์ก็ยิ่งสงสัยว่าจู่ๆ นายนี่จะมาโฆษณาถึงสรรพคุณโทรศัพท์ของเขาให้เธอฟังทำไม?

"แล้วยังไงเหรอ?" อลิเซียร์เอียงคอถาม

"นี่คิดจะย้อนกลับหรือไงหือ?"

"ไม่ๆ ฉันไม่ได้กวน ก็จู่ๆ นายจะเอาโทรศัพท์มือถือของนายมาให้ฉันดูทำไม?"

"ฉันไม่ได้ให้ดู แต่ฉันเอามาให้เธอเลยต่างหาก"

ยิ่งได้ยินแบบนี้อลิเซียร์ยิ่งผงะไปพร้อมกับรอยยิ้มขำ

"แล้วจู่ๆ นายเอาโทรศัพท์ของนายมาให้ฉันทำไมเนี่ย?"

"ก็เธอน่ะไม่ยอมให้เบอร์ของเธอกับฉัน แล้วถ้าเกิดว่าฉันอยากจะติดต่อกับเธอขึ้นมาจริงๆ จังๆ ฉันจะทำยังไงล่ะ ...ไม่รู้ล่ะ ฉันบังคับใช้เลยก็แล้วกัน ระหว่างทางฉันซื้อซิมการ์ดเปิดเบอร์ใหม่มาให้แล้ว ส่วนเรื่องสายชาร์ตมันมีอยู่ในตัวเครื่องอยู่แล้ว เป็นแบบปลักหัวเดียวนะ ใช้ง่ายไม่ต้องห่วงเลย"

ไม่พูดเปล่านายออร์แกนจัดการยัดโทรศัพท์มือถือนั้นใส่มือของอลิเซียร์ทันที เล่นเอาเธอถึงกับต้องส่งเสียงหัวเราะดังลั่นออกมาทันที

"นี่พอนายขอเบอร์สาวๆ เขาไม่ได้ นายก็ถึงกับลงทุนซื้อเครื่องเพื่อมาใช้ติดต่อด้วยเลยเหรอเนี่ย มุขนี้ไม่รวยจริงใช้ไม่ได้เลยนะเนี่ย"

ว่าแล้วก็ยิ่งหัวเราะชอบใจเข้าไปใหญ่ส่งให้นายออร์แกนต้องเป็นฝ่ายมุ่ยหน้าออกมาบ้าง

"ก็ฉันไม่รู้จะทำยังไงแล้วนี่!" เร็นแหวใส่

ยิ่งเห็นท่าทางเขินๆ ของพ่อหนุ่มตรงหน้าแล้วอลิเซียร์ยิ่งชอบใจเข้าไปใหญ่ แม้ว่ามันจะเป็นวิธีที่โคตรจะลงทุนแต่ก็ต้องยอมรับล่ะนะว่ามันทำให้เธอแอบปลื้มอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน สุดท้ายอลิเซียร์จึงกุมโทรศัพท์เครื่องนั้นเอาไว้แน่น

"นี่นายใช้โทรศัพท์มือถือสีชมพูเหรอเนี่ย นายเป็นผู้ชายจริงๆ หรือเปล่ายะ?"

เธอถามยิ้มๆ เพราะพอสังเกตดีๆ แล้วไอ้โทรศัพท์เครื่องนี้มันสีชมพูหวานทีเดียวเชียวล่ะ

"ก็ฉันไม่ได้เป็นคนซื้อเองนี่หว่า ลูกน้องที่ร้านอาหารมันทนไม่ไหวกับโทรศัพท์โทรมๆ เครื่องเก่าของฉันคุณเธอก็เลยไปซื้อเครื่องนี้มาให้เป็นของขวัญวันเกิด แถมยังเลือกมาตามสีที่ตัวเองชอบซะอีก ฉันก็ไม่อยากขัดใจก็เลยใช้มาจนเพิ่งจะมาได้ไอ้ PDS จากทางสถาบันเนี่ยแหละ"

คำอธิบายนั้นส่งให้เธอยิ้มหวานออกมาได้ไม่น้อย

"ก็ได้ อย่างน้อยมันก็เป็นสีโปรดของฉันล่ะนะ ฉันจะรับมันไว้ก็แล้วกัน"

ได้ยินดังนั้นแล้วเร็นก็ฉีกยิ้มกว้างออกมาทันที

"นี่แล้วถ้ามีเรื่องเดือดร้อนหรืออยากจะปรึกษาคุยอะไรก็โทรมาได้เลยนะ เร็น ออร์แกน คนนี้เปิดใช้บริการ 24 ชั่วโมงเลยล่ะ"

"เจ้าค่า" อลิเซียร์รับคำเสียงใส

 

 

"อัลกลับกันได้แล้ว"

ไม่ช้าเร็นก็เดินออกมาจากห้องพัก VIP นั้นในที่สุด เขาส่งเสียงเรียกหาเพื่อนสนิทก่อนจะมองไปรอบๆ โดยหวังว่าเจ้าเพื่อนคนนี้จะนั่งรออยู่ตรงชุดเก้าอี้โซฟาแถวๆ นั้น แต่ที่ไหนได้มันกลับไม่มีใครยืนอยู่ตรงนั้นเลยแม้กระทั่งไอน่า เจนิส ที่ควรจะระวังเรื่องความปลอดภัยของอลิเซียร์

"หายไปไหนกันหมดเนี่ย?"

เขาบ่นขึ้นมาลอยๆ อีกครั้งก่อนจะมองซ้ายมองขวาโดยพินิจ ตลอดทางเดินในตึกของโรงพยาบาลนั้นแทบจะไม่มีใครเดินผ่านไปมาเลยด้วยซ้ำ เนื่องด้วยอาจจะเป็นห้องพักแบบ VIP รวมไปถึงระบบรักษาความปลอดภัยของทางทีมงานของไอน่าก็เป็นได้

ทว่าไม่นานนักหลังจากที่เร็นเดินตรงไปตามทางเดินเรื่อยๆ เขาก็ได้เห็นว่า อัลวิส เพื่อนของเขานั้นยืนอยู่ตรงห้องโถงตรงกลางชั้นซึ่งจะมีบ่อน้ำพุเล็กๆ กับชุดเก้าอี้โซฟารับแขกตั้งอยู่ตรงนั้น ซึ่งพอสังเกตดีๆ จึงได้รู้ว่าเจ้าเพื่อนตัวเล็กของเขานั้นกำลังยืนคุยอยู่กับคุณไอน่าผู้จัดการของอลิเซียร์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดกันพอสมควร

และพอเร็นตั้งท่าจะเดินเข้าไปอัลวิสก็เหลือบมาเห็นเขาพอดี ทั้งสองคนนั้นจึงหยุดคุยกันและเปลี่ยนสีหน้าไปอย่างรวดเร็วจนเร็นต้องหรี่ตาลง

"คุยอะไรกันเหรอครับ ท่าทางเครียดน่าดู"

เร็นเอ่ยทักทันทีที่เดินเข้าไปหาทั้งสองคน เขาเองก็รู้ดีว่าอัลวิสนั้นเป็นคน อัธยาศัยดีเข้ากับคนอื่นได้ง่าย แต่มันก็น่าแปลกเหมือนกันที่เจ้าหมอนี่จะมาคุยกันหน้าเครียดกับคุณไอน่าแบบนี้

"อ..อ่อ ไม่มีอะไรหรอกครับ"

อัลวิสโบกมือไปมาด้วยสีหน้าที่มีพิรุธสุดๆ จนเร็นต้องหรี่ตามอง

พลันเขาเหลือบไปมองทางไอน่าที่ยังคงยิ้มหวานเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเขาก็เลยได้แต่ทำเป็นไม่ใส่ใจ ทั้งที่นึกแปลกใจอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

"คุยกับคุณหนูเสร็จแล้วสินะคะ วันนี้ดิฉันต้องขอบคุณจริงๆ ที่อุตสาห์สละเวลามาเยี่ยมคุณหนูแบบนี้ บอกตามตรงว่าก่อนหน้านี้เธอก็จ๋อยไปสนิทเลยล่ะค่ะที่โดนเล่นงานก่อนจะขึ้นคอนเสิร์ตแบบนี้ แต่ว่าพอได้เจอคุณเธอก็ร่าเริงขึ้นมาทันทีเลย"

"ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมเต็มใจมาอยู่แล้ว"

เร็นหันไปยิ้มรับนิดๆ ทว่าเพียงพริบตารอยยิ้มนั้นก็พลันหายไปจนไอน่าต้องผงะออกมาบ้าง

"คุณไอน่าครับ คุณแน่ใจแล้วเหรอครับเรื่องที่จะยังคงให้ยัยตัวแสบขึ้นไปแสดงสดบนเวทีแบบนั้นน่ะ คุณเองก็รู้ไม่ใช่เหรอครับว่ามันเสี่ยงน่ะ?"

คำกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังนี้เองก็ทำให้ผู้จัดการสาวต้องถอนใจออกมายกใหญ่เช่นกัน

"ฉันทราบดีค่ะ" เธอว่า "คุณไม่คิดเหรอคะว่าฉันเองก็พยายามจะบอกให้เธอเลื่อนคอนเสิร์ตครั้งนี้ไปก่อนเหมือนกัน แต่ก็ตามสไตล์คุณหนูล่ะค่ะ พูดยังไงเธอก็ไม่ฟัง คุณเองก็น่าจะรู้ดีนี่คะ"

เร็นเองก็พูดไม่ออก ขนาดเขาที่รู้จักกับอลิเซียร์มาไม่นานยังรู้สึกได้ถึงความมุ่งมั่นของเธอเลย นับประสาอะไรกับไอน่าที่ดูแลอลิเซียร์มาโดยตลอดจะไม่เข้าใจถึงความรู้สึกของเธอกัน

"เป็นไปฉันเองก็อยากจะเลื่อนทั้งคอนเสิร์ตแล้วก็งานที่ต้องออกไปในที่สาธารณะทั้งหมดไปเหมือนกันนั่นแหละค่ะ แต่พูดหนึ่งสองยังไงเธอก็ไม่ยอม" ว่าแล้วก็ถอนใจอีกคำรบ "อีกอย่างการที่จะได้ขึ้นเล่นไลฟ์คอนเสิร์ตที่ สตาร์ฮอล ในแอนทาเรสน่ะคือความฝันตั้งแต่สมัยเด็กๆ ของคุณหนูแล้วล่ะค่ะ"

"สตาร์ฮอล?"

เร็นเลิกคิ้วขึ้นนิดๆ ก่อนจะเหลือบตาไปมองเจ้าเพื่อนตัวเล็กของเขาที่มีคุณค่าไม่ต่างอะไรไปจากสารานุกรมเคลื่อนที่คนหนึ่ง ซึ่งอัลวิสก็ไม่ทำให้ผิดหวังเลยแม้แต่น้อย

"สตาร์ฮอล เป็นสถานที่ที่ใช้จัดงานคอนเสิร์ตหรือละครเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกน่ะครับ พวกซุปเปอร์สตาร์หลายคนหากจะขึ้นชื่อว่าประสบความสำเร็จจริงๆ ก็จะต้องผ่านการขึ้นเวทีที่นี่อย่างน้อยๆ ก็คนล่ะครั้งล่ะครับ เพราะฉะนั้นมันจึงเป็นความฝันของนักร้องทุกคนน่ะครับที่จะได้ขึ้นเล่นสดที่นี่กัน"

ได้ยินดังนั้นแล้วเร็นจึงถอนใจออกมาอีกคน เขาเองก็พอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมอลิเซียร์ถึงได้ให้ความสำคัญกับการเล่นคอนเสิร์ตในครั้งนี้นัก สุดท้ายเขาก็เลยได้แต่ยกมือขึ้นกุมขมับเท่านั้นเอง

"ยัยตัวแสบเอ๊ย..." รำพึงออกมาเบาๆ แล้วจึงเงยหน้าขึ้นมองไอน่าอีกครั้ง "ถ้างั้นผมคงต้องฝากให้คุณช่วยดูแลยัยตัวแสบให้มากกว่านี้ด้วยนะครับ ผมรู้สึกได้เลยว่าเรื่องมันต้องไม่จบลงแค่นี้แน่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าครั้งหน้าพวกมันลงมืออีกมันต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ"

"ค่ะ" ไอน่าพยักหน้ารับด้วยสีหน้าจริงจัง "ฉันจะรัดกุมให้มากกว่านี้แน่นอน"

"แล้วถ้ามีอะไรต้องติดต่อมาบอกผมนะครับ ผมจะมาช่วยเลยไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม"

คำกล่าวนี้ส่งให้ผู้จัดการสาวนั้นเผยรอยยิ้มกว้างขึ้นรับทันที

"ค่ะ คุณเร็นเองก็ไม่ต้องเป็นกังวลอะไรมากไปนักนะคะ ถึงจะเห็นฉันเป็นแบบนี้แต่ฉันเองก็เคยเป็นผู้พิทักษ์แล้วก็เป็นรุ่นพี่ของพวกคุณมาก่อน เพราะฉะนั้นฉันรู้วิธีการรับมือคนพวกนี้ดีค่ะ"

พูดแล้วเธอก็ล้วงมือเข้าไปในคอเสื้อก่อนจะหยิบเอาเทียร์ซึ่งมีผลึกสีเหลืองออกมาให้เห็น ส่งให้เร็นกับอัลวิสต้องประหลาดใจไม่น้อย ทว่าเมื่อคนตรงหน้านั้นเคยเป็นหนึ่งในผู้พิทักษ์มาก่อนแล้วล่ะก็เร็นเองก็คงจะเบาใจขึ้นมาได้บ้าง อย่างน้อยๆ เรื่องในวันนี้ที่ไอน่านั้นสามารถปกป้องอลิเซียร์เอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยมแบบนี้ มันก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเธอเองก็เป็นผู้พิทักษ์ที่มีฝีมือยอดเยี่ยมคนหนึ่ง!

"ถ้าอย่างนั้นวันนี้ผมสองคนต้องขอตัวกลับกันก่อนนะครับ"

"ค่ะ ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพนะคะ"

"ครับ"

ทั้งสองหนุ่มนั้นต่างรับคำกันเสียงใส ก่อนที่จะแยกย้ายกันไป โดยที่ทางเร็นและอัลวิสต่างเดินเข้าไปยืนในลิฟต์ พร้อมกับกดปุ่มเพื่อที่จะเดินทางกลับบ้านกันเสียที

"ถือว่าโชคดีมากๆ เลยนะครับที่คุณอลิเซียร์ไม่เป็นอะไรแบบนี้"

อัลวิสเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มหลังจากที่กดปุ่มลงไปยังชั้น 1 ของโรงพยาบาล

ทว่าคำกล่าวนั้นกลับไม่ได้ทำให้เร็นเปลี่ยนสีหน้าที่ตึงเครียดของเขาลงไปได้เลย

"เป็นอะไรไปเหรอครับคุณเร็น?"

คำถามนั้นส่งให้เร็นต้องเหลือบตากลับมามองเพื่อนตัวเล็กของเขา จนกระทั่งร่างสูงนั้นทิ้งตัวเองลงไปกับกำแพงลิฟต์พร้อมกับการเงยหน้าขึ้นด้วยท่าทางอ่อนใจ

"ฉันรู้สึกไม่ดีเลยอัล...." เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ

"ผมเองก็เหมือนกันครับ แต่มันก็ถือดีแล้วล่ะครับที่ไม่ได้มีใครเคราะห์ร้ายเพราะเหตุการณ์วางระเบิดครั้งนี้"

"ไม่...ไม่ใช่เรื่องนั้น"

เร็นส่ายหน้าก่อนจะมุ่นคิ้วเข้าหากันแน่น

มันเป็นสีหน้าตึงเครียดจริงจังอย่างที่อัลวิสไม่เคยเห็นจากผู้ชายอารมณ์ดีที่ชื่อว่า เร็น ออร์แกน มาก่อนเลย ดวงตาสีเขียวเพริดอตนั้นวาวโรจน์น่ากลัวจนเดาไม่ออกเลยว่าชายคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่ในหัวกันแน่

"ฉันรู้สึกสังหรณ์ไม่ดีเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย ลางสังหรณ์ของฉันมันบอกเลยว่าเรื่องนี้ต้องยังไม่จบแค่นี้แน่ๆ ไอ้เจ้าพวกนั้นมันจะต้องลงมืออีก"

สิ้นคำพูดนี้เขาก็ยกมือขึ้นไปบีบหัวคิ้วอย่างหนักหน่วงจนอัลวิสนั้นถึงกับพูดอะไรไม่ออกเลยจริงๆ

เร็นเองก็รู้ดีว่าหากเขาไม่ตัดสินใจทำอะไรลงไปซักอย่างแล้วล่ะก็ ทุกๆ อย่างจะต้องสายเกินไป

"อัลนายรู้จักพวก เอเดน อะไรนั่นมั้ย?" เขาหันมาถาม

"เอเดน? พวกที่วางระเบิดคุณอลิเซียร์น่ะเหรอครับ ก็ต้องรู้จักสิครับ พวกนี้น่ะก่อเรื่องแต่ล่ะทีมีแต่คดีระดับชาติทั้งนั้นเลย ...ว่าแต่คุณเร็นถามทำไมเหรอครับ?"

"ฉันอยากได้ข้อมูลของพวกมัน ทั้งหมดเลย"

 

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
The Guardian and Alliance of Light ตอนที่ 23 : PoM-Chapter 2 : โรงพยาบาลกับเจ้าหญิงแห่งเสียงเพลง , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 11261 , โพส : 98 , Rating : 272 / 56 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4

#98 : ความคิดเห็นที่ 13183
ขอบคุณมากค่ะ
PS.  สถานะ : อารมณ์ดีมากกกก 5555555 ขอบคุณนักเขียนทุกท่าน ที่แต่งนิยายดีๆ ออกมาให้ได้อ่าน อย่างมีความสุข
Name : yukai< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ yukai [ IP : 223.206.250.230 ]
Email / Msn: yuka_cutie(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 สิงหาคม 2557 / 08:47

#97 : ความคิดเห็นที่ 8139
ค.ห.6553
นั้นมันความชอบส่วนตัวละมั้ง
แบบนี้ล่ะดีที่สุดแล้ว
Name : เรื่องมาก [ IP : 125.25.191.227 ]
Email / Msn: -
วันที่: 18 มีนาคม 2556 / 13:27


#96 : ความคิดเห็นที่ 6553
จะหนุกกว่านี้ถ้าไม่มีรักไครอะไรเนี่ย
PS.  <div style="text-align: center"><span style="font-size: 18px"><br /> ชิมิๆ
Name : เนตรทิพย์< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เนตรทิพย์ [ IP : 125.24.255.97 ]
Email / Msn: killersilver1(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 มกราคม 2556 / 14:15

#95 : ความคิดเห็นที่ 6014
ไรท์เตอร์ น่าจะบรรยายตอน ไอน่าปกป้อง อลิเซียร์น๊า แบบใช้เเวทย์เกราะ 9 ชั้นไรเงี้ย *0*
Name : พาพิโลล่าแองเจิ้ลไวท์บริทเนสก้า [ IP : 125.27.189.230 ]
Email / Msn: -
วันที่: 13 ธันวาคม 2555 / 19:16

#94 : ความคิดเห็นที่ 6013
ไรท์เตอร์ น่าจะบรรยายตอน ไอน่าปกป้อง อลิเซียร์น๊า แบบใช้เเวทย์เกราะ 9 ชั้นไรเงี้ย *0*
Name : พาพิโลล่าแองเจิ้ลไวท์บริทเนสก้า [ IP : 125.27.189.230 ]
Email / Msn: -
วันที่: 13 ธันวาคม 2555 / 19:16

#93 : ความคิดเห็นที่ 5995
ผมไม่ชอบผู้หญิงทุกคนในเรื่องอ่ะ - -
ช่วยระเบิดตายกันไปให้หมดเลยได้ไหมล้าาา //พลั้วะ โดนรุมกระทืบ

แบบว่าอ่านข้ามทุกช็อตที่เกี่ยวกับฉากผู้หญิง
อ่านต่อตอนสู้เท่านั้น เหอๆ

ยังดีเวลาสู้สนุกดี ไม่งั้นคงทนอ่านไม่รอดแล้วเรื่องนี้
ยังกะนิยายรักเลย สรุปนี่เป็นหมวดผสมสินะ ผมว่ามันครึ่งแฟนตาซี ครึ่งนิยายรัก
PS.  I really hate every kind of .. Harem..!!!! Damn repulsive .. Just go and die!!!
Name : RoZenKrueZ< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ RoZenKrueZ [ IP : 203.131.208.117 ]
Email / Msn: name_of_lucifer(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 ธันวาคม 2555 / 13:50

#92 : ความคิดเห็นที่ 5740
ต่อให้อลิเซียตาย
ยังไงก็ไม่ชอบเครฟาอยุ่ดี
Name : Rabbitt [ IP : 27.55.6.42 ]
Email / Msn: -
วันที่: 5 ธันวาคม 2555 / 20:31

#91 : ความคิดเห็นที่ 5687
ท่าทางจะฟิวขาดแล้ว
PS.  0o การโกงที่จับไม่ได้ ไม่นับว่าเป็นการโกง! o0
Name : นักอ่านพเนจร เมฆา< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ นักอ่านพเนจร เมฆา [ IP : 180.183.177.230 ]
Email / Msn: teepodza(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 ธันวาคม 2555 / 16:20

#90 : ความคิดเห็นที่ 5640
ไม่ชอบอลิเซียเลย ชอบเครฟามากกว่า อลิเซียดุเเล้วเหมือนเสนอตัวงะ
Name : ซามูไรฮาเร็ม< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ซามูไรฮาเร็ม [ IP : 58.9.136.59 ]
Email / Msn: yooliooy232(แอท)gmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 พฤศจิกายน 2555 / 19:07

#89 : ความคิดเห็นที่ 5243
จริงจังแว้วนะ
Name : ปีกราชันย์< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ปีกราชันย์ [ IP : 58.9.144.207 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 พฤศจิกายน 2555 / 16:31

#88 : ความคิดเห็นที่ 5098
น่ารักมาก เลยค่ะ  คู่กันใช่ไหม คะ
PS.   [-ทำทุกวันไห้มีความสุข แล้วเราจะไม่มีความทุกในเเต่ละวัน-](งง ไหมนี้)
Name : สายลมแห่งโชคชะตา< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ สายลมแห่งโชคชะตา [ IP : 58.9.207.80 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 พฤศจิกายน 2555 / 13:25

#87 : ความคิดเห็นที่ 4768
*-* น่ารัก
Name : yokza01< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ yokza01 [ IP : 58.8.197.175 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 ตุลาคม 2555 / 13:50

#86 : ความคิดเห็นที่ 4758
มีเอเดนเรียบร้อย......คราวนี้ก็รอเดมอสกับสโนว์แลนด์ละกัน 555 ชอบเรื่องนี้มากๆเลยค่ะ^^
PS.  ความมืดและว่างเปล่า อาจเป็นสิ่งที่ผู้คนต่างหลีกเลียง แต่การที่ฉันคือคนเดียวที่ยังยืนมองมันด้วยสายตาว่างเปล่าได้ ก็เพราะว่ามันคือสิ่งที่ฉันชินชาแล้ว...น่ะสิ...
Name : Faliona< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Faliona [ IP : 202.28.78.12 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 ตุลาคม 2555 / 00:01

#85 : ความคิดเห็นที่ 4103
รู้ว่า อลิเซียจะต้องตายอ่า แร้วพระเอกก็จะเปลี่ยนไป แบบว่านะ มันพอเดาๆดั้ย ก่อนน่านี้ไรเตอร์บอกว่ายังไม่ได้ตัดสินใจให้คัยเปงนางเอก แต่นี้มันเห็นกันอยู่ แร้วเรื่องมันเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น มันต้องเกิดอารายขึ้นกะอลิเซียแน่ๆ ใจจิงไม่อยากให้มาทางเรื่องรักๆใคร่ๆมากนัก เพราะใจหวังจะดั้ยอ่านแนวบู๊ ผจญภัย ต่อสู้มันส์ๆ ประมานนั้นมากกว่า ไม่อยากหัยเน้นตรงนี้มากเกินปาย หรือเอาแนวรักเพิ่ล ปกป้องเพิ่ล ร่วมกันต่อสู้ กะเพิ่ล รุ่นพี่รัยงี้ เอาเส้ากินใจน้ำตาไหลไปเรย ตั้งแต่อ่านมาชอบเรื่องนี้มากเรย แต่พอเริ่มเข้าประเด็นนี้มากไปมันทำหัยไม่อยากอ่าน ยังไงก้อฝากความหวังไหนกับตอนต่อๆไปล่ะกัน ขอบคุนค่ะ
Name : Lady Isabella< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Lady Isabella [ IP : 27.55.4.203 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 กันยายน 2555 / 03:32

#84 : ความคิดเห็นที่ 3057





มีเอเดน แล้วจะมีเดมอสไหมนี่ 55


PS.  การบ้านเยอะมากเลย ฮือๆ เครียดๆๆๆๆ
Name : Sel2aMOon< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Sel2aMOon [ IP : 125.24.78.164 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 กรกฎาคม 2555 / 16:34

#83 : ความคิดเห็นที่ 3030
คห2288
เลี้ยงคนในองค์กรตายแทนกันได้ ... ถ้าใช้วิธีข่มขู่จับตัวประกันเล่นงานครอบครัวคนรักอะไรเทือกนี้ล่ะ?
ก็น่าจะเป็นไปได้นะครับแบบวิธีบังคับไม่ใช่ด้วยอุดมการณ์น่ะ
Name : xxx [ IP : 124.120.158.70 ]
Email / Msn: -
วันที่: 27 กรกฎาคม 2555 / 19:52

#82 : ความคิดเห็นที่ 2288
อ่านเรื่ององค์กรซังกะบ๊วยเเล้วสงสัยในทางเทคนิคนิดหน่อย

ตามที่ปูมา...องค์กรนี้ทำทุกอย่างเพื่อเงิน(โดยอาศัยสงครามเป็นเครื่องมือ) น่าจะเห็นเงินเป็นพระเจ้า สามารถซื้อขายทุกอย่างได้ด้วยเงิน เลยสามารถฆ่าคนเป็นผักปลาได้เพื่อเงิน
ตรรกกะขององค์กรนี้น่าจะเป็น มีเงิน = มีอำนาจ เป็นกฏผกผันธรรมดา

แต่การที่องค์ที่เห็นเงินเป็นพระเจ้า น่าจะคิดว่าแค่มีเงินก็ซื้อคนซื้อชีวิต ซื้อคนตายแทนได้เเล้ว เเล้วคนที่อยู่องค์กรนี้ได้ไม่ว่าจะระดับบน ระดับล่างถ้าไม่บ้าสงคราม บ้าอำนาจ ก็เป็นเพราะเห็นแก่เงินซะอีก
[เหมือนองค์กรของโปรเพสเซอร์ โมริอาร์ตี้ในหนังเชอร์ล็อคโฮล์มไง ที่บอกว่าตัวเองไม่ใช่ปิศาจสงครามนะ แค่เป็นคนจ่ายทั้งยาพิษเเละยารักษาเท่านั้นเอง แต่ไม่ว่าใช้อะไร ก็ต้องไปซื้อที่เขา หึๆ]

แต่กลับกลายเป็นว่าดันเป็นองค์กรที่สามารถเลี้ยงคนให้มีอุดมการณ์สามารถตายเพื่อองค์กรได้
ทั้งที่โดยส่วนตัวคิกว่า ความจงรัก และ ความภักดี เป็นสิ่งทีต้องเกิดในหัวใจ เงินซื้อไม่ได้ซะอีก

เป้าหมายขององค์กรคือเงินแน่เหรอ หรือมีอะไรล้ำลึกกว่านั้นที่ทำให้คนมากมายยอมถมชีวิตตัวเองให้องค์กรอยู่ต่อไปได้
ต้องปูเรื่ององค์กรนี้แน่นๆนะไรเตอร์ ไม่งั้นเรื่องนี้ตอนจบจะหลวมนะ
Name : fukaze [ IP : 171.97.31.65 ]
Email / Msn: -
วันที่: 24 มิถุนายน 2555 / 14:05

#81 : ความคิดเห็นที่ 2221
อย่าทรมานคนอ่านด้วยการให้อลิเซียร์ตายเลยนะคะไรเตอร์  T^T
Name : ladyangle< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ladyangle [ IP : 180.183.49.179 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 มิถุนายน 2555 / 14:48

#80 : ความคิดเห็นที่ 2188
สวีทกันเบาๆ 555
PS.  ........... ...........
Name : ‡ กรุงโรม ‡< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ‡ กรุงโรม ‡ [ IP : 182.52.200.118 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 มิถุนายน 2555 / 20:56

#79 : ความคิดเห็นที่ 2186
ไม่ต้องกลัวครับตายชัวร์ไม่งั้นไม่พีค พระเอกพลาดชัว จะถล่มเขา  ที่จับตัวการไม่ได้เพราะตัวการคือผู้พิทักรึเปล่าเหอะ
Name : Maschinenbau blue< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Maschinenbau blue [ IP : 202.28.180.202 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 มิถุนายน 2555 / 00:54

#78 : ความคิดเห็นที่ 2185
ไม่ต้องกลัวครับตายชัวร์ไม่งั้นไม่พีค พระเอกพลาดชัว จะหถล่มเขา
Name : Maschinenbau blue< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Maschinenbau blue [ IP : 202.28.180.202 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 มิถุนายน 2555 / 00:53

#77 : ความคิดเห็นที่ 2045
กลัวอลิเซียตายจังเลย -*- แบบให้พระเอกเป็นผู้ใหญ่ขึ้นไรงี้
Name : ชอบๆๆๆๆๆ [ IP : 125.25.215.22 ]
Email / Msn: -
วันที่: 30 พฤษภาคม 2555 / 23:42

#76 : ความคิดเห็นที่ 1968
หวาน + น่ารัก ทั้งคู่ เลย จริงๆ
Name : WonderFul Life< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ WonderFul Life [ IP : 118.172.191.56 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 พฤษภาคม 2555 / 19:06

#75 : ความคิดเห็นที่ 1919
 หวานนนนนน >///< ค้างด้วยอ่ะไรท์เตอร์ มาอัพต่อเร็วๆนะ
Name : fevor< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ fevor [ IP : 58.8.116.33 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 พฤษภาคม 2555 / 21:59

#74 : ความคิดเห็นที่ 1917
วี้ดว้ายแดดิ้นน่ารักๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

เร็นจัดการมันให้เรียบ เท่มากกกกกกกกก
Name : || ๐ FerasiA~HaruNa ๐ ||< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ || ๐ FerasiA~HaruNa ๐ || [ IP : 27.55.15.93 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 พฤษภาคม 2555 / 14:11

หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

"หนังสือสดใหม่ ประจำเดือน พฤศจิกายน 2557"

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android