เจ็ดวันฉันรักเธอ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 13 Views

  • 0 Comments

  • 0 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    13

    Overall
    13

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ
อะไรก็เกิดขึ้นได้ในเจ็ดวัน จะตังค์หมด รถเสีย เคลียร์งานเสร็จ แล้วความรักล่ะ? ความรักจะเกิดขึ้นได้ในเจ็ดวันหรือเปล่า?


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
สวัสดีค่ะ เรื่องนี้เขียนไว้นานแล้ว ลองอ่านดูนะ จ๊วบบบ 
รักนะ จาก พุง


เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 23 ก.ย. 59 / 01:32

บันทึกเป็น Favorite



วันที่หนึ่ง

 

แหนบ

 

ใบหน้าของเขาลอยเด่นขึ้นมาท่ามกลางผู้คนแน่นขนัดควันรถโขมงที่ป้ายรถเมล์ นั่นคือ ฉันยืนเหงื่อแตกรอรถเมล์อยู่ ส่วนเขาขับรถหรูสีดำจอดสนิทติดอยู่หลังรถเมล์ที่กำลังจอดรอให้คนขึ้น

ความหล่อใสของเขาทะลุกระจกรถติดฟิล์มลามินาออกมาทิ่มตาฉัน

เมื่อรถเมล์ออกตัว รถของเขาก็ขับผ่านหน้าฉันไป

ฉันมองตามหลังรถของเขาที่เคลื่อนห่างออกไปเรื่อยๆ  เหมือนเป็นสัญลักษณ์ว่าฉันไม่มีทางที่จะไล่ตามเขาทัน โชคไม่เคยเข้าข้างให้ฉันได้พบคนที่แอบรักซ้ำอีกครั้ง รถคันนั้นคือราชรถคันสุดท้ายที่ผ่านหน้า และฉันก็ต้องยืนรอราชรถขนส่งมวลชนสองประตูยี่สิบหน้าต่างต่อไป

ฉันพยายามจำเลขทะเบียนของรถเขา เพราะมันเป็นของที่ระลึกอย่างเดียวที่จะเก็บเอาไว้เป็นความทรงจำระหว่างเรา ขณะที่กำลังชะโงกชะเง้อขะเย้อแขย่งหรี่ตามองเลขทะเบียนอยู่ มีรถเมล์คันหนึ่งวิ่งผ่านหน้าฉันไป มันคือรถเมล์สายที่ยืนรอมาเกือบครึ่งชั่วโมง สุดท้าย เลขทะเบียนก็จำไม่ได้ แถมตกรถเมล์อีกต่างหาก

          ฉันหันไปขอความช่วยเหลือจากหนุ่มน้อยสวมเสื้อกั๊กสีส้มสดใสที่สงสัยว่าคงจะไม่ค่อยได้ซักด้วยกลิ่นคละเคล้าลมที่ตีมาทางเบาะหลัง  แต่เขาก็เป็นที่พึ่งได้เสมอยาม   คับขัน ซึ่งวันนี้เขาพาฉันซ้อนฟิโน่ติดลำโพงเปิดเพลงกระหึ่มมาถึงที่ทำงานอย่างเร็วแรงทะลุนรก

ขณะเดินผ่านที่จอดรถ ตามประสาคนชอบส่องกระจก ฉันก็อดไม่ได้ที่จะเอาหน้าตัวเองไปส่องกับกระจกรถที่จอดอยู่เรียงราย ฉันหันไปมองซ้ายมองขวา ไม่มีคนอยู่แถวนี้ จึงตัดสินใจส่องกระจกรถคันหนึ่งที่จอดอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่        

 

หลังจากเห็นขนคิ้วที่คิ้วซ้ายสองเส้นแตกแถวไม่เป็นระเบียบ ฉันก็เอามือควานเข้าไปในกระเป๋าถือเพื่อหาแหนบประจำตัวที่พกติดตัวตลอดเวลา

ขนคิ้วเส้นที่หนึ่งถูกกำจัดออกไปอย่างง่ายดาย ฉันเก๊กหน้าสวยส่องกระจกซ้ายทีขวาที ก่อนจะเริ่มดึงเส้นที่สอง

เอ่อ ขอโทษครับ

ฉันตกใจจนทำแหนบตกพื้นจึงก้มลงไปเก็บ หลังจากเงยหน้าขึ้นมา คนที่เห็นอยู่ตรงหน้าคือผู้ชายในฝันคนเดียวกับที่เห็นผ่านฟิล์มลามินาเมื่อเช้า

ขอโทษค่ะ ฉันทำอะไรไม่ถูก รีบวิ่งหนีออกมา เพิ่งมารู้ตัวทีหลังว่ายังคงถือแหนบในท่าหนีบอย่างมั่นคงอยู่ในนิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือ

เขาเป็นใคร มาที่บริษัทนี้เพื่ออะไร ฉันจะดีใจดีไหมที่เราได้พบกันอีกครั้งในตอนที่ฉันถอนขนคิ้วที่กระจกรถ แถมเป็นกระจกรถของเขาเสียด้วย

วันนี้เรามีพนักงานใหม่ เจ้านายของฉันพูดในที่ประชุม เขาจะมาช่วยงานเราในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายการเงิน ฉันไม่ค่อยสนใจเพราะไม่ใช่แผนกฉัน แถมยังมีเรื่องสำคัญมากกว่าให้คิด นั่นก็คือเรื่องแหนบถอนขนเมื่อเช้า

เชิญครับ คุณแดนไทย

สวัสดีครับ

ใช่แล้วค่ะ พนักงานใหม่คนนี้คือคนเดียวกับคุณหล่อทะลุฟิล์ม และคนที่เห็นฉันวิ่งหนีพร้อมแหนบในมือ

ฉันใช้จอและแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์เป็นเกราะกำบังขณะที่เขาเดินมาทักทายทุกคนถึงโต๊ะทำงาน

สวัสดีครับ

สวัสดีค่ะฉันแกล้งทำเป็นยุ่ง รัวนิ้วพิมพ์มั่วๆ ไม่เป็นคำบนแป้นพิมพ์

เมื่อเขาเดินผ่านไป ฉันถอนหายใจ แอบมองตามหลังเขาไปในขณะที่เขาเดินทักทายพนักงานทุกคนอย่างสง่างาม ฉันคงคู่ควรแค่ได้แต่มองเขาข้างหลังแบบนี้ไปจนตาย โอกาสที่เขาจะมาสนใจคนอย่างฉันก็แทบจะไม่มีอยู่แล้ว คงไม่มีใครอยากคุยกับผู้หญิงพกแหนบ เพราะมันไม่น่าจะใช่ของที่

คนเราจะพกติดตัวไว้ใช้ประจำวัน ฉันเดาว่าไม่น่าจะมีเพื่อนผู้หญิงที่ไหนคุยกันว่า นี่เธอ วันนี้เอาแหนบมาหรือเปล่า ขอยืมหน่อยสิ อ๋อ เอามาสิ ถ้าไม่ได้ติดมาด้วยนี่แย่เลยนะวันนี้

เจ้าแหนบน้อยเมื่อเช้าคงทำให้เขาคิดว่าฉันถอนขนตามร่างกายในที่ทำงานทุกครั้งที่มีโอกาส และคงกากบาทหน้าฉันทิ้งอย่างสิ้นเชิงไปแล้ว



 

วันที่สอง

 

แก้วกาแฟ

 

ในห้องครัวของออฟฟิศ มีแก้วกาแฟอยู่ใบหนึ่ง เป็นแก้วกาแฟต้องห้าม  ไม่มีใครรู้ที่มา ไม่มีเจ้าของ ไม่มีใครกล้าหยิบมาใช้ โดยเฉพาะผู้หญิง เพราะลายพิมพ์บนแก้วเป็นรูปสัตว์ป่าสงวนที่เรียกว่าแรด

ปกติทุกคนรวมทั้งตัวฉันเองมีแก้วกาแฟเป็นของตัวเอง วันนี้ ฉันเดินเข้าไปในห้องครัวเพื่อชงกาแฟดื่มก่อนทำงานตามปกติ แต่กลับไม่พบแก้วของฉัน แก้วใบเดียวที่วางอยู่ในมุมมืดของตู้คือแก้วลายแรด

ฉันจะเดินออกไปถามคนอื่นก็ได้ว่าใครเป็นคนเอาแก้วของฉันไป แต่เรื่องหยิบของผิดแบบนี้ถือเป็นเรื่องเล็กน้อยและเกิดขึ้นได้บ่อยๆ ในที่ทำงาน ฉันหยิบแก้วลายแรดเปรอะฝุ่นเพราะไม่มีใครใช้มานานออกมาล้าง แล้วชงกาแฟ

ฉันเดินออกจากครัว กลับไปทีโต๊ะทำงาน จิบกาแฟจากแก้วลายแรดไปทำงานไปอย่างสาวออฟฟิศที่มุ่งหน้าสู่ความเป็นมืออาชีพเท่านั้น

แก้วใบนี้เหมาะกับแกดีนะ ใครซื้อให้ เพื่อนสนิทที่ทำงานแซว

แกเพิ่งรู้เหรอว่าฉันชอบแรด มีผู้ชายซื้อมาให้ แล้วสั่งพิมพ์ลายนี้ให้ฉันโดยเฉพาะเลยนะ จริงๆ มีพิมพ์ชื่อฉันตัวเล็กๆ อยู่บนนอแรดด้วย แต่มันลอกออกไปหมดแล้ว ฉันหันหลังไปตอบเพื่อน พูดไปหัวเราะไปเสียงดัง เพื่อนของฉันไม่หัวเราะตอบ แล้วมองเลยฉันไปข้างหลัง นั่นแปลว่า คงมีใครที่ตำแหน่งใหญ่ระดับหัวหน้ามายืนอยู่ข้างหลังฉัน และเขาคงได้ยินที่ฉันพูดหมดทุกอย่าง

ใช่ค่ะ คนที่ยืนอยู่คือหนุ่มโสดในฝันปี 2013 ของฉัน ฉันหันหลังกลับไปเห็นเขายืนอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ฉันแอบเอื้อมมือไปหมุนแก้วให้ด้านที่พิมพ์ลายแรดหันกลับเข้ามาด้านใน แต่โชคร้ายที่รูปแรดตัวใหญ่พิมพ์อยู่ทั้งสองด้านของแก้ว




 

วันที่สาม

 

แหนม

 

ฉันแวะซื้อแหนมย่างกับข้าวเหนียวจากรถเข็นในซอย แล้วเดินกินเป็นอาหารเช้ามาเรื่อยๆ จนถึงป้ายรถเมล์

วันนี้คนก็เยอะ รถราต่างมารวมตัวกันโดยไม่ได้นัดหมายเพื่อเป็นสักขีพยานต่อความหมายแห่งการดำรงชีวิต กว่ารถเมล์จะมาคงอีกนาน แต่ไม่เป็นไร ฉันมีแหนมย่างข้าวเหนียวแนมด้วยพริกขี้หนูผักกะหล่ำรอรถเป็นเพื่อน

ฉันได้ยินเสียงบีบแตรสั้นๆ เรื่อยๆ อย่างน่ารำคาญจากรถคันหนึ่ง ฉันไม่เข้าใจคนขับรถบางคนที่ชอบบีบแตรไม่มีเหตุผล รถก็ติดออกอย่างนี้ ถนนข้างหน้าก็ใช่ว่าจะโล่ง ถ้าคันหน้าเขาเคลื่อนไปข้างหน้าได้ก็ไม่มาจอดสนิทติดสนั่นอยู่กับที่แบบนี้ ใครๆ ก็อยากไปถึงที่หมายเร็วๆ ด้วยกันทั้งนั้น

ฉันมองผ่านกระจกรถเพื่อจะมองค้อนหน้าคนขับรถคันนั้นให้มันรู้กันไปว่าคนใจนักเลงอย่างฉันโมโหและรำคาญ คนขับรถคงไม่กล้าลงมาหาเรื่องเพราะฉันมีพรรคพวกเป็นคนรอรถเมล์อยู่ทั้งกองทัพ ในปากยังคงเคี้ยวแหนมย่างอยู่อย่างดุดัน

ค่ะ คนขับรถคือคุณแดนไทย ชายในฝันที่เห็นฉันยืนกินแหนมอยู่ที่ป้ายรถประจำทาง และที่เขาบีบแตร เพราะตั้งใจจะเรียกให้ฉันหันไปมอง

เขาเปิดกระจกรถ แล้วก้มหน้าถามฉันว่า

ไปที่ทำงานด้วยกันไหมครับ

ฉันรีบยัดถุงใส่แหนมย่างลงในกระเป๋า ฉันควรทำอย่างไรดี ถ้าขึ้นรถไปกับเขาตอนนี้ กลิ่นแหนมคงจะตลบอบอวลบนรถแอร์เย็นฉ่ำของเขา ฉันไม่ได้สระผมมาร่วมสามวัน ชุดทำงานที่ใส่มาก็ห่างไกลจากมาตรฐานไอเอสโอสำหรับการที่จะขึ้นรถไปนั่งข้างๆ ชายในฝันเป็นครั้งแรก

 

รถข้างหน้าเริ่มออกตัว และรถข้างหลังเริ่มบีบแตรไล่ เขาพยักหน้าเรียกให้ฉันขึ้นรถ

ฉันจำใจต้องขึ้นรถไปกับเขา

คุณแดนไทยเขาจำฉันได้อย่างไรฉันไม่ทราบ แล้วการที่ขึ้นรถมากับผู้ชายที่เพิ่งเห็นหน้ากันได้เพียงวันสองวันก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย แต่ตอนนี้เรื่องที่น่ากังวลกว่าคือเรื่องกลิ่นแหนม ฉันพยายามเอามือล้วงกระเป๋าหามายมิ้นท์พูดแล้วหอมโดยไม่ให้ฝากระเป๋าเปิดเพราะกลัวกลิ่นแหนมพวยพุ่งออกมา แต่ไม่มีมายมิ้นท์ มีแต่ยาดมส้มโอมือที่ฉันหยิบขึ้นมาดมแก้เขิน

เอ่อ สวัสดีครับ จำผมได้ใช่ไหม ผมแดนไทย ที่เพิ่งเข้ามาทำงานเมื่อสองวันก่อน เราเคยเจอกันแล้วที่บริษัท... จำได้ไหมครับ ครั้งแรก คุณกำลัง... เอ่อ... ส่องกระ...

ค่ะ ฉันหยุดไม่ให้เขาพูดเรื่องแหนบด้วยการหันหน้าไปหาเขานิดๆ แล้วตอบโดยพยายามไม่เปิดปากมากนัก เพราะกลัวกลิ่นปากจะโชย

ผมไม่มีโอกาสได้ถามชื่อคุณเลย คุณชื่ออะไรครับเขายิ้ม เขามีลักยิ้มที่น่ารักที่สุดในโลก

นารินค่ะ ฉันก้มหน้ามองแต่ขาตัวเอง และอยู่ในท่านั้นไปตลอดทางจนถึงที่ทำงาน แดนไทยชวนฉันคุยหลายเรื่อง ฉันตอบด้วยการพยักหน้า ส่ายหน้า หรือไม่ก็คำว่าค่ะสั้นๆ ฉันจะไม่โทษเขาเลยถ้าหลังจากวันนี้ไปเขาจะคิดว่าฉันเป็นใบ้

ขอบคุณค่ะ ฉันยอมเปิดปากพูดหลังจากลงจากรถ และระยะห่างของเราคือสองฟากของตัวรถ

ไม่เป็นไรครับ จริงๆ แล้วถ้าบ้านของคุณอยู่ใกล้ป้ายรถเมล์ป้ายนั้นก็แสดงว่าบ้านเราไม่ได้อยู่ไกลกันเท่าไหร่ เขาพูดพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้ย่านธุรกิจตึงเครียดแห่งนี้สดใสขึ้นมาทันตา

เมื่อถึงโต๊ะทำงาน ฉันรีบหยิบชุดแปรงสีฟัน เพื่อจะเดินเข้าห้องน้ำไปแปรงฟันขจัดกลิ่นแหนมย่าง

ก่อนถึงห้องน้ำหญิง ฉันเห็นเพื่อนร่วมงานยืนจับกลุ่มอัปเดทละครหลังข่าวจากเมื่อคืนและข่าวชาวบ้านอยู่แถวนั้น เป็นเวลาเดียวกับที่คุณแดนไทยกำลังเดินมาทางนี้ ฉันได้แต่ภาวนาในใจไม่ให้เพื่อนปากร้ายตะโกนแซวสิ่งที่เขามักจะแซวทุกครั้งที่เห็นฉันพร้อมแปรงสีฟัน แดนไทยเดินผ่านมาพอดี และแน่นอน เพื่อนฉันไม่พลาด เขาตะโกนว่า

เฮ้ย นาริน เมื่อเช้าไม่ได้แปรงฟันมาจากบ้านเหรอวะ ถึงต้องมาแปรงที่ทำงาน

ฉันอยากจะเอายาสีฟันไปป้ายตาเพื่อนคนนี้จริงๆ

ฉันรีบเดินเข้าห้องน้ำ ถ้ามองไม่ผิด ฉันสังเกตเห็นคุณแดนไทยแอบยิ้มอยู่เงียบๆ คนเดียว

สรุปว่า ตอนนี้นอกจากเขาจะรู้ว่าฉันพกแหนบ ชอบกินแหนมแล้ว เขาก็คงจะนึกว่าภายใต้คนหน้าตาซื่อๆ คนนี้  แท้ที่จริงแล้วก็แอบสิบเอ็ดร.ด. อยู่เงียบๆ และไม่แปรงฟันมาทำงานด้วย



 


วันที่สี่

 

เครื่องพิมพ์

       

        ที่ออฟฟิศเราใช้เครื่องพิมพ์ร่วมกันเหมือนกับออฟฟิศที่อื่นทั่วไป และคงเหมือนกับคนอื่นๆ หลายคน ฉันแอบพิมพ์เอกสารที่ไม่เกี่ยวกับงานอยู่บ่อยๆ

        ฉันติดนิยายรักโรแมนติกเรื่องยาวออนไลน์เรื่องหนึ่งอยู่ และสั่งพิมพ์ทีละตอนทุกครั้งที่มีตอนออกใหม่ วันนี้ฉันสั่งพิมพ์ตอนล่าสุดที่มีชื่อตอนแปลกๆ ว่า รักเรื่องเพศ

        ฉันกดสั่งพิมพ์ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ไปเรียบร้อย รู้สึกภูมิใจที่ตัวเองกำลังได้รับสวัสดิการพิเศษเป็นของฟรีจากที่ทำงาน ฉันนั่งรออยู่ครู่หนึ่งก็เดินไปที่เครื่องพิมพ์ ขณะเดียวกัน ฉันเห็นเจ้านายกำลังเดินไปที่เครื่องพิมพ์พร้อมกับคุณแดนไทย

        นี่มันเวรกรรมอะไรของฉัน ฉันรีบเดินเร็วเพื่อไปให้ถึงที่นั่นก่อนพวกเขา แต่ขาฉันสั้น จึงจำเป็นต้องวิ่งให้เร็วที่สุด ฉันวิ่งผ่านโต๊ะทำงานของเพื่อนปากเสียคนเดิม เขายังไม่รู้ว่าเพื่อนกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ล่อแหลมจึงแซวว่า

        กินปลาร้ามาจนท้องเสียล่ะสิ ถอดกางเกงให้ทันนะจ๊ะ       

        โชคร้ายที่เจ้านายของฉันไปถึงก่อน ท่านหยิบปึกกระดาษที่แผ่นแรกมีชื่อตอนพิมพ์ด้วยแบบอักษรตัวหนาขนาดมหึมาว่า รักเรื่องเพศ ขึ้นมา

วันนี้ฉันตกงานแน่นอน

        “นี่ของใคร ของคุณหรือเปล่า คุณ  นาริน ท่านมองลอดแว่นถาม ฉันอยากจะร้องไห้

ก่อนที่ฉันจะยอมรับผิดด้วยจำนนต่อหลักฐาน แล้วเตรียมตัวเก็บของใส่ถุง

ก๊อบแก๊บกลับบ้านไปเตะฝุ่น คุณแดนไทยที่อยู่ในเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนสบายตาผูกเนคไทสีเงินเข้ากันทำให้เขาดูเหมือนกล่องของขวัญน่ารักที่ใครๆ ก็อยากได้พูดว่า

อ๋อ งานชิ้นนี้ใช่ไหมครับ ที่คุณนารินคุยกับผมเมื่อเช้า

        ฉันมองหน้าเขา ยังคงเอ๋ออยู่

        งาน...

        ก็งานโครงการรณรงค์ให้ความรู้เรื่องเพศกับวัยรุ่นที่คุณเสนอตัวทำให้กับโรงเรียนมัธยมแถวบ้านในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ไงครับ เขาขยิบตา พยักหน้าส่งซิกให้ฉัน

        อ๋อ ใช่ค่ะ ท่าน คือหนูหาข้อมูลอยู่น่ะค่ะ

        “งั้นรึ อื้ม ทำอย่างนี้เป็นเรื่องดีนะ อย่าลืมบอกทางโรงเรียนด้วยล่ะว่าเป็นพนักงานของบริษัทเรา ท่านยื่นปึกกระดาษคืนให้ฉัน ฉันรับเอามากอดไว้ที่อก ไม่ลืมหันหน้าปกซุกเข้าหาตัว

        ขอบคุณค่ะ ฉันไหว้ขอบคุณท่าน

        ขอบคุณค่ะ ฉันอยากจะไหว้ขอบคุณคุณแดนไทยอยู่เหมือนกันแต่เขาน่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับฉัน ฉันจึงแค่ก้มศีรษะให้ แล้วรีบวิ่งหนีไปด้วยความอายปนดีใจ

        เขาช่วยชีวิตและการงานอาชีพของฉันเอาไว้ ฉันปลื้มเขามากขึ้นไปอีก นอกจากหน้าตาดีแล้วยังใจดี ฉลาด และมีไหวพริบอีกด้วย

ฉันนั่งอายอยู่คนเดียวบนโต๊ะเขียนหนังสือในห้องนอนเมื่อกลับถึงบ้าน ทอดถอนหายใจเพ้อฝันถึงเขาจนนอนไม่หลับ นั่งม้วนปอยด้วยนิ้วชี้ผมจนเกือบจะหลุดออกจากหนังศีรษะ กว่าจะรู้ตัวก็เขียนชื่อเขาในรูปหัวใจเต็มแผ่นกระดาษบนกองงานที่หอบเอากลับมาทำที่บ้าน

แต่เมื่อเหลือบไปเห็นปกนิยายตอนรักเรื่องเพศแล้ว ก็จิตตก ป่านนี้เขาคงจะเข้าใจผิดคิดว่าฉันเป็นคนรักและหมกมุ่นเรื่องเพศแล้วแน่ๆ



 


 

วันที่ห้า

 

เครื่องถ่ายเอกสาร

 

วันนี้ฉันมีพรีเซนต์งาน

เมื่อคืนนอนไม่หลับจนสว่าง ก็เลยออกจากบ้านมาถึงออฟฟิศแต่เช้า ตอนนี้ยังคงรู้สึกเบลอๆ

ฉันหยิบเอกสารที่ต้องทำแจกผู้เข้าร่วมประชุม แล้วรีบเดินไปที่ห้องถ่ายเอกสาร

ฉันนำเอกสารที่ถ่ายสำเนาเสร็จแล้วไปจัดแยกเป็นชุดวางอย่างเป็นระเบียบไว้บนโต๊ะที่ห้องประชุม และดูความเรียบร้อยของคอมพิวเตอร์ จอภาพในห้องประชุม และไฟล์งานต่างๆ ที่จะนำเสนอ

คุณแดนไทยเปิดประตูห้องประชุมเข้ามา

วันนี้มาเช้านะครับ ผมมองหา แต่ไม่เห็นคุณที่ป้ายรถเมล์

พอดีวันนี้ต้องมาเตรียมงานค่ะฉันตอบ รู้สึกว่าตัวเองช่างเป็นผู้หญิงทำงานเก่ง

เขาเดินไปดูชุดเอกสารที่ฉันถ่ายสำเนาแล้วจัดวางไว้บนโต๊ะในห้องประชุม ฉันเห็นเขาดึงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาการเอกสารชุดหนึ่ง

มันคือกระดาษแผ่นที่ฉันวาดรูปหัวใจแล้วมีชื่อเขาอยู่ตรงกลาง

ฉันคงเผลอหยิบติดมือมาจากบ้านรวมกับกองเอกสารที่เอากลับไปทำที่บ้านเมื่อคืนแล้วเบลอถ่ายสำเนามารวมกับเอกสารงานด้วย

เขาหยิบกระดาษแผ่นนั้นออกมาจากเอกสารอีกชุดที่วางอยู่ถัดไปมาให้ฉันดู นั่นแปลว่า เอกสารงานทุกชุดที่อยู่บนโต๊ะในห้องประชุมมีกระดาษวาดรูปหัวใจแผ่นนี้รวมอยู่ด้วย

ฉันอายจนทำอะไรไม่ถูก เขาเดินไปค่อยๆ ดึงกระดาษแผ่นนี้ออกทีละแผ่นจากทุกโต๊ะ แล้วหันมาพูดยิ้มๆ ว่า

เร็วๆ มาช่วยกันครับ ยังมีเวลาเหลืออยู่  

ขอบคุณนะคะ แก้มของฉันร้อนจี๋แดงแจ๋

คุณแดนไทยยิ้มน้อยๆ ดวงตาของเขาฉายแววอบอุ่น

หลังจากพรีเซนต์งานเรียบร้อย ฉันเดินออกมาจากห้องประชุม แดนไทยเดินเข้ามาหาอีกครั้ง แล้วยื่นกระดาษอีกแผ่นให้

มันคือแผ่นกระดาษที่ฉันวาดรูปหัวใจ

ต้นฉบับที่ลืมวางทิ้งเอาไว้ในเครื่องถ่ายเอกสาร

ผมนึกขึ้นได้ว่าคุณอาจจะลืม ก็เลยไปดูที่เครื่อง ดีนะที่ผมเอาออกมาทัน ผมเห็นพี่หวานกำลังเดินมาถ่ายเอกสารพอดี แดนไทยพูดถึงพี่หวานกระจอกข่าวสายสังคมของบริษัทเรา

แดนไทยช่วยฉันไว้อีกครั้ง และคราวนี้เขารู้ความในใจฉันหมดแล้ว ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีเลย เพราะทำให้เขาถือไพ่เหนือกว่า และฉันเล่นไพ่ไม่เป็น

อย่างน้อยวันนี้ก็เป็นศุกร์ ฉันไม่รู้ว่าจะมีคนเคยเอากระปุกไปใส่กระเป๋าหรือเปล่า แตแน่ใจว่าไม่มีใครเคยเอากระเป๋าไปยัดใส่กระปุกแน่นอน





วันที่หก

 

ร่ม

       

        วันนี้เป็นวันหยุด ฝนตกแต่เช้า อยู่ดีๆ ก็นึกอยากกินไก่ทอดมันๆ  ขึ้นมาจึงกางร่มเดินออกไปห้างฯ แถวบ้านตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของกระเพาะอาหาร

        ไก่ทอดกรอบและมันสมบูรณ์แบบตามอุดมคติ ปากฉันมันแผล็บโดยไม่ต้องพึ่งลิปมันให้ยุ่งยาก ความอิ่มทำให้อารมณ์ดีมีความสุข     

นาริน มีเสียงผู้ชายเรียกชื่อฉัน คุณพระคุณเจ้าคะ หนูขอร้องเถอะค่ะ หากชีวิตนี้หนูเคยทำความดีอะไร ขอให้พระพุทธองค์ทรงพิจารณาและเมตตาหนูด้วย เจ้าของเสียงจะเป็นผู้ชายคนไหนในโลกก็ได้ แม้แต่เด็กผู้ชายข้างบ้านสมัยเด็กๆ ที่เขาวิ่งหนีตอนที่หนูไปวิ่งไล่กอดเขา แต่ขออย่าให้เป็นคุณแดนไทยเลย วันนี้หนูใส่เสื้อยืดเก่าๆ แถมจากปุ๋ยไข่มุกตราเรือใบไวกิ้งกับกางเกงขาสั้นย้วยๆ ขาหนูใหญ่ หนูใส่รองเท้าแตะหนีบ ผมหนูก็เพิ่งโดนลมพัดกระเซิง ตาชั้นเดียวของหนูไม่ได้กรีด ปากหนูมันเพราะเพิ่งกินไก่ทอดมา

นารินครับ

คุณพระคุณเจ้าไม่ฟังคำภาวนาของฉันเลย เพราะเจ้าของเสียงคือคุณแดนไทย และยิ่งไปกว่านั้น เขาพาคุณแม่มาด้วย

มาเดินเล่นเหรอครับ

อ๋อ... พอดีมาซื้อเข็มเย็บผ้ากับลูกไม้ไปทำงานเย็บปักถักร้อยน่ะค่ะ ฉันโม้ แค่ซ่อมกระดุมเสื้อฉันยังทำไม่ค่อยได้ นับประสาอะไรกับงานเย็บปักเป็นกิจจะลักษณะ ฉันแอบหันหน้าไปเม้มเลียริมฝีปากให้หายมัน ใครจะยอมบอกว่าที่จริงฉันมากินไก่

เสียงเพลงรักไม่ต้องการเวลาขับร้องโดยน้องหนูนาดังคลอเคลียมาจากร้านขายซีดี เราสบตากันโดยบังเอิญ

 

ฉันคิดว่ารักมันคือความผูกพัน คิดว่ารักแท้ต้องเดินผ่านวันและเวลา ยิ่งเนิ่นนานนานไปเท่าไร ความรักยิ่งมีค่า ที่ฉันรู้ที่เคยฝัน รักที่ฉัน เคยเข้าใจ ...ฉันเพิ่งเข้าใจว่ารักเป็นอย่างนี้ ฉันเพิ่งเข้าใจเมื่อได้มาเจอด้วยตัวเอง เสี้ยวนาทีก็มีความหมาย เปลี่ยนโลกได้ทั้งใบ ฉันเพิ่งรู้ใน วันนี้ รักไม่ต้องการเวลา... เหมือนหัวใจ ลอยหลุดไปทันทีที่สบตา เมื่อพบเธอ ความรักที่เคยเข้าใจก็เปลี่ยนไป ไม่ต้องใช้วันเวลา แค่เราได้พบกัน ในวันนี้ แค่พบเจอกับเธอ ก็รักเธอ...

 

ฉันบังคับใจไม่ให้คิดไปเองคนเดียวว่าเรากำลังใจตรงกัน คุณแดนไทยควรจะได้สบตาผู้หญิงสวยในร้านอาหารหรูๆ ไม่ใช่ในห้างฯ แถวบ้านกับคนใส่เสื้อแถมจากปุ๋ยตราเรือใบไวกิ้ง

นี่แม่ผมครับเขาแนะนำคุณแม่ของเขาพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นที่ละลายหัวใจของฉัน

สวัสดีค่ะ ฉันไหว้ท่าน เก๊กเรียบร้อยมากที่สุด ท่านรับไหว้ด้วยรอยยิ้มละไม

นี่ก็กำลังจะกลับพอดี ผมจอดรถไว้ข้างหน้า

ข้างนอกฝนปรอยๆ หนูเอาร่มมา เดี๋ยวหนูเดินกางร่มไปส่งคุณแม่ที่รถให้ค่ะ

เมื่อเราเดินออกมาที่หน้าประตูห้าง ฉันพยายามกางร่ม มันก็ดันไม่ยอมกางออก ฉันยืนจับก้านร่มกระตุกขึ้นๆ ลงๆ และแล้วลมกรรโชกหน้าฝนก็พัดกระชากร่มจนซี่ร่มหัก ตัวผ้าใบร่มตลบกลับไปอีกด้าน

ร่มพังอย่างเป็นทางการ ทุกคนยืนเป็นสักขีพยานดูอยู่เงียบๆ

ไม่เป็นไร งั้นเดี๋ยวผมวิ่งไปเอารถมารับตรงนี้แล้วกันแดนไทยเสนอ

        ค่ะ ฉันแอบถอนหายใจให้กับความไม่เอาไหนของตัวเอง

        “บ้านอยู่ไหนลูก เดี๋ยวให้แดนเขาขับรถไปส่งนะคุณแม่ยิ้มใจดีทำให้ฉันผ่อนคลายลงบ้าง

        เขาขับรถมาส่งฉันถึงหน้าบ้าน ฉันขอบคุณเขา แล้วสวัสดีคุณแม่ก่อนลงจากรถ

        หมดไปอีกวันกับความไม่ได้เรื่องของตัวฉันต่อหน้าเขา ฉันเริ่มชินเสียแล้ว

        ขณะที่ฉันกำลังจะเปิดประตูเดินเข้าบ้าน ฉันเห็นแดนไทยวิ่งลงมาจากรถ ฝนเริ่มกระหน่ำหนักแล้ว

        พรุ่งนี้วันอาทิตย์ถ้าคุณไม่ต้องไปให้ความรู้เรื่องเพศกับน้องเด็กมัธยม เราไปดูหนังกันไหมลักยิ้มบนแก้มของเขารู้คำตอบของฉันดี ดวงตาคู่นั้นก็รู้ รอยยิ้มของเขาก็ด้วย

        ฉันอึ้ง ไม่ได้เตรียมตัว ฉันคิดมาตลอดว่าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเฉพาะกับผู้หญิงสวยๆ เท่านั้น

        เราสองคนยืนตากฝน รอบข้างมีแต่เสียงสายฝนกับเสียงเต้นของหัวใจฉันเท่านั้น

        ฉันพยักหน้ารับ

        งั้นพรุ่งนี้มารับตอนหกโมงได้ไหมครับ

        “หกโมงเช้าเหรอคะ

        ปกติวันอาทิตย์คุณตื่นเช้าอย่างนั้นทุกครั้งเลยหรือครับ

        ฉันส่ายหน้า

        หกโมงเย็น ดีไหมครับ เขาหัวเราะ

        ฉันพยักหน้ารับอีกครั้ง

        เขายิ้มกว้างจนฉันอดคิดไม่ได้ว่าเขาดีใจที่ฉันตอบตกลง แล้วเดินกลับไป

ที่รถ

 

 

วันที่เจ็ด

 

ถังป็อปคอร์น

 

วันนี้ฉันเลือกชุดที่สวยที่สุดที่มีอยู่เพื่อแก้ตัวจากความซกมกเมื่อวาน

แดนไทยมาถึงที่หน้าบ้านฉันหกโมงตรง ทั้งพ่อ แม่ และน้องชายออกมานั่งรอแอบดูเรื่องประหลาดจากระเบียงชั้นสองเหมือนรอดูบั้งไฟพญานาค ไม่มีใครเคยคิดว่าจะมีผู้ชายหน้าตาดีขับรถมารับถึงหน้าบ้านพาฉันไปดูหนัง

วันนี้ครบหนึ่งอาทิตย์พอดีที่ฉันพบกับเขา ส่วนตัวแล้วฉันคิดว่ามันเร็วเกินไปที่ฉันจะตอบตกลงไปดูหนังกับเขาสองต่อสองหลังจากที่เราพบกันแค่หกวัน แต่อายุ      อานามของฉันก็เกือบเลขสามแล้ว เวลาเล่นตัวหมดลงไปตั้งแต่ร่างกายสตรีเริ่มเสื่อมโทรมหลังจากอายุยี่สิบห้า

โปรแกรมหนังไม่มีอะไรที่เหมาะกับการออกเดทครั้งแรกเลย หนังที่ฉายมีแต่หนังผี หนังแอ็คชัน และหนังสืบสวนฆาตกรรม เมื่อก่อนฉันต่อต้านหนังรัก     โรแมนติกเพราะหมั่นไส้คู่รัก ซึ่งมาจากการที่ไม่มีคนดูด้วยนั่นเอง แต่ตอนนี้ ฉันไม่เคยอยากให้มีหนังรักโรแมนติกในโปรแกรมหนังเท่าวันนี้มาก่อนในชีวิต สุดท้าย เราเลือกดูหนังผี เพราะตารางเวลาเหมาะสมที่สุด

เราซื้อชุดป็อปคอร์น น้ำอัดลมสองแก้วเข้าไปด้วย ฉันเป็นคนถือถังป็อปคอร์นเอาไว้ ด้วยความเคยชินกับการดูหนังคนเดียว กว่าจะรู้ตัว ก็กินคนเดียวหมดไปค่อนถัง ฉันยื่นถังส่งให้เขา ตั้งใจจะแบ่งให้เขากินบ้าง เขารับไปมือของเราจับโดนกันโดยบังเอิญ

ด้วยความอายอย่างไม่มีคำบรรยาย ฉันปล่อยถัง แล้วป็อปคอร์นก็หกใส่เขาและกระจายเต็มพื้น

หลังจากนั้น ฉันดูหนังไม่รู้เรื่องเลย บนจอฉันเห็นแต่ภาพเบลอ เสียงที่ได้ยินก็เหมือนเสียงของคนกำลังคุยกันใต้น้ำ ฉันกินแต่น้ำแก้เขินที่พอหนังจบนอกจากจะต้องรีบวิ่งไปเข้าห้องน้ำแทบไม่ทันแล้ว ยังพบว่าแก้วที่ฉันดื่มน้ำมาตลอดทั้งเรื่องที่จริงแล้วมันเป็นแก้วของเขาซึ่งวางอยู่ในที่วางแก้วด้านขวามือของฉัน ส่วนแก้วที่วางอยู่ด้านซ้ายที่เป็นของฉัน ยังเหลือน้ำอยู่เต็มแก้ว

ระหว่างทางที่เขาขับรถไปส่งฉันที่บ้าน เขาถามว่า พรุ่งนี้ไปทำงานพร้อมกันไหมครับก่อนที่ฉันจะตอบตกลง เขาถามต่อว่า

หรือว่าอยากจะยืนกินแหนมย่างที่ป้ายรถเมล์คนเดียวมากกว่า ฉันสูดหายใจเข้าด้วยความเครียด

ถ้าคุณไม่รังเกียจกลิ่น พรุ่งนี้เช้า ฉันก็จะซื้อมานั่งกินมันในรถนี่แหละ กินไปถอนขนคิ้วไป อ้อ นั่งอ่านเรื่องรักเรื่องเพศไปด้วย

คุณลืมแก้วลายแรดไปอีกอย่างนะแดนไทยทับถม

ใช่ กระหน่ำมาเลย ยังไม่หมดนะ ยังมีเรื่องร่มไม่ยอมกาง แล้วก็เรื่องข้าวโพดที่ฉันโปรยใส่คุณอีก ฉันมันเป็นคนงี่เง่าแบบนี้แหละ

คุณก็ยังลืมไปอีกอย่างอยู่ดี เขาพูดระหว่างขับรถ ไฟจากถนนส่องใบหน้าของเขาวับวาม

เอาเข้าไป ยังไม่ครบอีกเหรอ    

เขายื่นมือไปที่เบาะนั่งหลังรถ แล้วควานหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมายื่นให้ฉัน มันคือสำเนาแผ่นกระดาษที่ฉันวาดรูปหัวใจเต็มแผ่นพร้อมชื่อเขาอยู่กลางหัวใจทุกดวง

อ้อ ฉันนึกคำพูดไม่ออก

คุณจะทำให้ผมดูได้หรือเปล่า

ทำยังไง ให้วาดให้ดูเหรอ

ไม่ใช่อย่างนั้น เขาหัวเราะ ก็ทำเหมือนที่คุณจะนั่งกินแหนมย่างถอนขนคิ้วอะไรของคุณให้ผมดูอีกไง

คุณจะให้ฉันพูดมันออกมาเหรอ

ถ้าคุณรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ผมก็อยากได้ยินให้แน่ใจ

มันไม่เร็วไปหรือคะ เราเจอกันแค่เจ็ดวันเองฉันพูดเสียงเบาจนเกือบจะเป็นเสียงกระซิบ ป่านนี้หน้าฉันคงแดงกระฉูดแล้ว ฉันพยายามหันหน้าไปด้านข้างไม่ให้เขาเห็นให้เนียนมากที่สุด หวังว่าเขาจะไม่คิดว่าฉันเป็นคนเพี้ยนๆ คุยกับกระจกรถ

ไม่เร็วไปหรอกครับ ถ้าเรา...คิดเหมือนกันเวลาแค่ไม่กี่วินาทีก็พอแล้วสำหรับคนที่รู้สึกว่าไม่อยากปล่อยให้ไปไหน เขากระแอมแก้เขินนิดหน่อย

ฉันยิ้มอายออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ตั้งแต่โตเป็นสาว ฉันยังไม่เคยยิ้มอย่างมีความสุขมากขนาดนี้

ถ้ามันง่ายขนาดนั้น ทำไมคุณไม่พูดเองล่ะคะ ฉันแกล้งถาม

อ้าว ผมไม่ใช่คนที่นั่งวาดรูปหัวใจแล้วเขียนชื่อตัวเองให้เต็มหน้ากระดาษไปหมดสักหน่อย

ให้ฉันพิสูจน์ให้คุณเห็นแทนก็แล้วกัน เริ่มจากพรุ่งนี้เป็นต้นไปนะ

ถ้าเป็นอย่างนั้น จะอีกเจ็ดวัน หรือนานกว่านั้น ผมก็จะอยู่รอดูไม่หนีคุณไปไหน

ตลอดทางกลับบ้านที่เหลือ ฉันรู้สึกเหมือนกำลังล่องลอยคู่เคียงกับก้อนเมฆและดวงจันทร์อยู่บนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดาวพร่างพราย


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ มณิกา จากทั้งหมด 4 บทความ

บทวิจารณ์

เขียนบทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

เขียนคำนิยม

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น

พิมพ์เลขที่เห็น