สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

จอมดาบแห่งหายนะ

ตอนที่ 67 : chapter10-14 residue


     อัพเดท 10 มิ.ย. 57
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : dOOm ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ dOOm Email : lv396035(แอท)hotmail.com
My.iD: http://my.dek-d.com/lv396035
< Review/Vote > Rating : 85% [ 7 mem(s) ]
This month views : 3,402 Overall : 44,531
389 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 991 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
จอมดาบแห่งหายนะ ตอนที่ 67 : chapter10-14 residue , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 622 , โพส : 3 , Rating : 20 / 4 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


หลังจากวันนั้นพวกเขาก็กลับไปรายงานผลของภารกิจที่แม้ว่าพวกเขาจะได้รับค่าตอบแทนเนื่องจากว่ายังไงเสียก็สามารถที่จะไล่ต้อนศัตรูจนออกไปจากเมืองได้ก็ตามหากแต่ถึงแบบนั้นกลับไม่มีใครดีใจกับเงินที่ได้รับเลยแม้แต่คนเดียว

พิธีศพของคนที่ตายไปในการต่อสู้ครั้งนี้ถูกจัดขึ้นในเมืองราฟาสแน่นอนว่าพวกเรย์ย่อมต้องไปเข้าร่วมอย่างเลี่ยงไม่ได้หน่วยที่สี่และหน่วยที่ห้าเดินทางปัยงเมืองราฟาสอีกครั้งแม้ว่าจะมีคนที่ไม่ค่อยต้อนรับพวกเขามากนักแต่ก็ไม่มีใครออกมาพูดอะไร

แต่คนอื่นไม่เป็นแบบนั้นหากไม่นับยูโตะที่ดูจะเฉยชากับการกระทำของตนแล้วคนอื่นๆกลับแฝงสีหน้าเศร้าสร้อยเอาไว้จริงๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งอลันที่ตั้งแต่เหยียบเข้ามาในเมืองนี้ใบหน้าของเจ้าตัวก็ปราศจากรอยยิ้มโดยสิ้นเชิง

หลับให้สงบเถอะนะ ขอโทษด้วยที่พี่ช่วยอะไรเราไม่ได้เลย คนที่เสียใจที่สุดกับการที่เด็กพวกนี้ต้องตายต้องมีรายชื่อของอลันติดหนึ่งในนั้นแน่นอนเรย์ยินดีเอาหัวเป็นประกันในเรื่องนี้เลยทีเดียว ส่วนพ่อแม่ของเด็กนั้นนอกจากอาการร้องไห้ในตอนที่ฝังแล้วก็ไม่ได้แสดงท่าทางอะไรออกมาอีก

ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ทั้งหมดรวมกับผู้เสียชีวิตในคดีก่อนหน้าทั้งหมดก็เกือบๆร้อยห้าสิบชีวิตเห็นจะได้แต่โดยส่วนมากถึงไม่บอกก็รู้ว่าเป็นฝีมือของเขาที่ลงมือฆ่าคนเหล่านั้นตอนที่ปะทะกับซิสเตอร์ผู้นั้นเพียงแต่ไม่มีใครที่รู้ข้อเท็จจริงนี้นอกเสียจากตัวเขา ยูโตะและ...

เขาเบนสายตาไปมองร่างที่อยู่ชุดสูทพิธีการของผู้ชายทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วเธอเป็นอิสตรีเธอเป็นอีกคนที่มีปฏิกิริยาเป็นอย่างมากในตอนที่ได้เห็นการฆ่าล้างบางตอนนั้นเข้าและนับแต่ตอนนั้นเขาก็แทบไม่ได้พูดคุยกับเธออีกเลย

ช่างเถอะ เราก็ทำใจเอาไว้แล้วนี่นะแน่นอนว่าการเผยตัวตนที่เก็บซ่อนเอาไว้ของตนออกมาเรย์ก็เตรียมใจเอาไว้แล้วเช่นกันกับเจ้ายูโตะที่เคยผู้ที่อยู่โลกแบบเดียวกันคงไม่เท่าไหร่แต่กับคนที่ไม่เคยเห็นความมืดที่แท้จริงนั้นคงไม่อาจยอมรับมันได้อย่างแน่นอนไม่แปลกเลยที่เธอจะมีท่าทางแบบนั้น

ฮึก ฮือ ขอโทษนะ ขอโทษ ส่วนเจ้าคนเด็กสุดในกลุ่มนั้นก็ร้องไห้อย่างไม่เกรงสายตาใครทว่าความโศกเศร้าของเขาก็แผ่ออกมาเสียจนทำให้หลายต่อหลายคนรู้สึกอยากเข้าไปปลอบหากไม่ติดว่านี่เป็นงานศพตรงข้ามกับยูโตะที่มองภาพที่เห็นนี้ด้วยความเฉยชาเหมือนกับไม่ได้สนใจสักนิด

อย่าร้องเลยน่าอลัน ร้องไปก็ไม่มีประโยชน์คนตายไปแล้วก็ไม่ฟื้นขึ้นมาหรอก เช่นเดียวกับอลันที่แม้จะไม่ได้แสดงท่าทางมากเท่ากับเซจิโร่แต่หยดน้ำตาก็ไหลอาบแก้มทั้งสองข้างของเจ้าตัวอยู่ตลอดเวลาเป็นการร้องไห้อย่างเงียบงันที่ทำให้เขาแทบทนดูไม่ไหว

พูดดีนักนะ ทั้งที่เป็นเพราะพวกแกไม่ใช่หรือไงที่มีคนตายมากมายขนาดนี้ เหมือนคำพูดของเขานั้นจะไปกระทบกับใครบางคนเข้าเพราะในทันทีที่เอ่ยปากออกไปหนึ่งในคนที่มาร่วมงานศพก็ตวัดสายตากินเลือดกินเนื้อมาหาพวกเขาในทันที

แม้จะอยากเถียงแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแท้จริงแล้วเรื่องทั้งหมดอาจจะเริ่มต้นมาจากพวกเขาก็เป็นได้หากพวกเขาไม่มาที่เมืองนี้อาจไม่มีคนตายมากมายถึงเพียงนี้ก็เป็นได้เช่นเดียวกับเซจิโร่และคาซึกิที่ไม่รู้จะโต้แย้งเช่นไรดีผิดกับคนอีกผู้นึง

จริงๆก็ไม่อยากมีเรื่องหรอกนะครับ แต่ในเรื่องนี้ผมคงต้องขอแย้งสักหน่อย คุณบอกว่าเป็นเพราะพวกเราที่ทำให้เมืองนี้กลายเป็นแบบนี้ช่วยบอกมาหน่อยได้ไหมครับว่าทำไมถึงเป็นเพราะพวกเรา แต่ทางฝั่งของคนที่เริ่มตอบโต้ก่อนกลับเป็นยูโตะที่ดูจะไม่ชอบใจคำพูดนั้นมากกว่าเรย์เสียอีกทำให้เขาจำต้องกลืนคำพูดของตนเองลงคอและยกให้อีกฝ่ายจัดการแทน

เพราะพวกแก!! พวกแกสู้กับเจ้าคนร้ายนั่นทำให้คนมากมายต้องตาย!! ไม่รีรอใดๆความเกรี้ยวกราดถูกระเบิดอารมณ์ใส่ในทันทียิ่งทำให้พวกอลันหน้าเสียยิ่งขึ้นไปอีกผิดกับทางฝั่งของยูโตะที่ในยามนี้ยิ้มจนแก้มแทบปริเมื่ออีกฝ่ายพูดออกมาแบบนั้น

งั้นพวกคุณทำอะไรบ้างเหรอครับ ในระหว่างที่พวกเราต่อสู้คุณทำอะไรไม่สิ ต้องบอกว่าคุณทำอะไรได้บ้างต่างหาก เห็นทำได้แต่ก้มหน้าทำตามคำสั่งของซิสเตอร์ที่ไหนไม่รู้งกๆไม่ใช่หรือครับ การสวนกลับที่สุดแสนจะเจ็บแสบเพราะคนทั้งเมืองนี้นั้นต่างถูกไอริสควบคุมเอาไว้ทั้งหมดการพูดเช่นนี้เป็นการกระทบเข้ากับคนทั้งเมืองเลยทีเดียว

การที่มีคนตายคุณมั่นใจแล้วหรือครับหากปล่อยให้หล่อนลอยนวลโดยไม่ทำอะไรจะมีปริมาณคนตายน้อยกว่านี้ จริงอยู่พวกเราผิดพลาดอันนั้นเป็นสิ่งที่เราต้องยอมรับและเราก็ไม่ขอให้คุณมาเห็นอกเห็นใจอะไรด้วย แต่อย่ามาว่าเพราะต้องการจะเอาพวกเราเป็นที่ระบายอารมณ์พวกคุณน่ะไม่มีปัญญาเคลื่อนไหวด้วยตัวเองได้แต่ถูกบงการอย่างเดียว พวกผมกับพวกคุณน่ะมันคนละชั้นกัน เป็นคำเหยียดหยามที่ทำให้แทบทุกคนได้แต่กัดฟันกรอดจ้องมองมาทางเจ้าตัวอย่างเคียดแค้นแต่ก็เถียงไม่ออกเลยแม้แต่คำเดียว

หรือถ้าคุณจะอยากให้เมืองนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของซิสเตอร์คนนั้นต่อไป แล้วสักวันคุณอาจงัดมีดไปแทงคนที่คุณรักหรือคนที่รักคุณก็ไม่ว่ากันนะครับ แต่ถ้าต้องการแบบนั้นแนะนำว่าแทงด้วยมือตัวเองดีกว่าจะสะใจกว่ากันเยอะเลย น่าสมเพศจริงๆตัวเขาตอนเจ็ดขวบยังไม่มีความคิดจะโทษคนอื่นเลยการที่คนสำคัญของเราตายนั้นเหตุผลไม่ได้ซับซ้อนไปกว่าการที่ตัวเราอ่อนแอเป็นเหตุผลง่ายๆที่คนบางคนเลือกจะมองข้าม

ไร้พลังจนปกป้องของสำคัญของตัวเองไม่ได้แล้วยังจะปากเก่งอีก เอาแต่โทษคนอื่นไม่ได้สำเหนียกดูตัวเองสักนิดเลยว่าทำอะไรบ้าง ได้แต่ภาวนาให้มันผ่านพ้นโดยหวังจะมีคนมาช่วยพอผลลัพธ์ออกมาเลวร้ายก็ผลักความผิดมาให้คนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยทั้งที่ความจริงตัวเองไม่ได้ทำอะไรเลย เลวระยำความสุภาพที่เป็นเอกลักษณ์หายไปสิ้นหลงเหลือเพียงความเย็นชาภายในดวงตาสีอำพันคู่นั้นเพียงอย่างเดียวและนี่เองที่เป็นคำพูดที่บาดลึกในจิตใจของคนทั้งเมืองมากที่สุด

พอเถอะนะยูจัง พอเถอะนะ พอเถอะ ในตอนนั้นเองกลับมีมือเล็กมารั้งแขนของเขาเอาไว้ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหนเลยนอกจากเซจิโร่ที่ในยามนี้ทนฟังไม่ไหวอีกต่อไปจึงเข้ามาห้ามพร้อมส่ายหัวเป็นการแสดงว่าให้พอได้แล้ว

ผมก็ขี้เกียจจะเสวนากับพวกอ่อนแอแบบนี้เหมือนกัน ไปกันเถอะครับเซจิ คำว่าอ่อนแอถูกย้ำเสียงจนทำให้คนฟังสะดุ้งก่อนที่ทั้งสองคนจะเดินออกไปจากงานศพเช่นเดียวกับหน่วยที่สี่ที่ก้าวเท้าออกไปจากที่นี่ด้วยเช่นกันหลงเหลือไว้เพียงร่างของคนจำนวนมากที่ถูกคำพูดของยูโตะด่าเสียจนไม่เหลือชิ้นดี

ฝากของเซจิโร่กับยูโตะนั้นในตอนนี้ทางฝั่งของยูโตะถูกหัวหน้าตัวน้อยของตนลากแขนไปด้วยความโมโหแม้จะไม่ได้ออกปากในตอนนี้แต่แค่แววตาและท่าทางก็รู้ได้ในทันทีอาจเป็นเพราะความที่เขาอยู่กับอีกฝ่ายมานานแถมยังเดินเร็วเสียจนทิ้งหน่วยที่สี่ทั้งหน่วยเอาไว้เบื้องหลัง

โหดร้ายไปแล้วนะยูจัง พวกเขาเพิ่งสูญเสียญาติพี่น้องไปเองนะ ทำไมถึงต้องพูดจาทำร้ายจิตใจพวกเขาถึงขนาดนั้นด้วย อันที่จริงแล้วโดยส่วนตัวเซจิโร่ไม่อยากตอบโต้สักนิดอยากให้พวกเราได้ระบายความโกรธกับความเศร้าออกมาเพราะการที่คนพวกนั้นตายไปเป็นเพราะพวกเขาทำงานผิดพลาดก็มีส่วนด้วยเช่นกัน

ไร้สาระน่าครับเซจิ ทำไมผมถึงต้องเห็นใจพวกเขาด้วยล่ะ รู้จักกันรึก็ไม่แถมยังมาตวาดใส่แบบนั้นอีก ถึงจะไม่ชอบหน้าแต่ในคราวนี้ผมเห็นด้วยกับคำพูดของเจ้าบ้านั่นนะครับ ร้องไห้ไปคนตายก็ไม่ฟื้นขึ้นมาอยู่ดีแล้วจะร้องไห้ไปทำไม มันเป็นการกระทำที่สูญเปล่าสิ่งที่สูญเสียไปแล้วไม่ว่าจะทำเช่นไรก็ไม่มีวันที่จะได้มันกลับคืนมาอีกเป็นครั้งที่สองแม้ว่าเขาจะอยากให้เป็นเช่นนั้นเพียงไรก็ตาม

ผมยังแปลกใจด้วยซ้ำว่าทำไมเซจิถึงได้ร้องไห้ให้เด็กพวกนั้น กับรุ่นพี่อลันยังว่าไปอย่างแต่ตัวเซจิเองแทบไม่เคยเห็นหน้าคนที่ตายไปเลยนี่ครับ กับอลันที่ร้องไห้เขายังพอเข้าใจว่าโทษที่เด็กพวกนั้นตายเป็นความผิดของตนเองแต่กับเซจิโร่นั้นเขาไม่เข้าใจในความคิดของเพื่อนตนสักนิด

ก็ มันน่าเศร้าออกจะตายไปนี่นา การที่พลัดพรากจากใครสักคนไปมันน่าเศร้าออกแถมยังไม่ได้เจอกับคนๆนั้นอีกตลอดกาลด้วย ยูจังไม่คิดว่ามันเศร้าเหรอ ก็ไม่สามารถพูดได้อย่างเต็มปากมากนักเพราะอันที่จริงแล้วตัวเขาเองก็ไม่เคยพบกับเหตุการณ์ที่คนใกล้ตัวตายแต่ถึงแบบนั้นแค่ลองจินตนาการถึงตอนที่ไม่มีคุณพ่อ คุณแม่ทั้งสอง พี่ชายหรือกระทั่งยูโตะแค่นั้นก็ทำให้เขาเจ็บปวดจนไม่รู้จะบรรยายยังไงแล้ว

ผมจะเล่านิทานเรื่องนึงให้ฟังก็แล้วกัน กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเด็กชายอยู่คนนึงเด็กคนนั้นแต่เดิมมีทั้งพ่อ แม่และน้องสาวที่น่ารักเป็นครอบครัวเล็กๆที่แม้ไม่ร่ำรวยแต่ก็มีความสุข ภาพวันเวลาเหล่านั้นผุดขึ้นมาในหัวช่วงที่เขามีความสุขที่สุดในชีวิตคงไม่อาจเถียงได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่เขายังคงเหมือนเด็กปกติอยู่ตอนนั้น

จนวันนึงที่บ้านของเด็กคนนั้นกลับต้องเข้าไปอยู่ในเขตแดนของสงคราม ทั้งที่ครอบครัวของเด็กคนนี้ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลยแท้ๆแต่พวกเขากลับต้องมาตาย หลงเหลือแค่เด็กคนนั้นที่รอดชีวิตมาได้ หากถามว่าตอนนั้นเขารู้สึกยังไงคงต้องตอบว่าตัวเขาเองก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่าตนในตอนนั้นรู้สึกเช่นไรรู้แต่เพียงว่าสมองของเขาว่างเปล่าไปโดยสิ้นเชิง

จนกระทั่งวันนึงที่มีคนใจบุญสองคนผ่านทางและรับเด็กคนนั้นเข้ามาเลี้ยง รวมถึงฝึกฝนในเรื่องต่างๆให้กับเด็กคนนั้นด้วย ต้องยอมรับเลยว่าชีวิตหลังจากที่เจอท่านอาจารย์ทั้งสองของเขานั้นเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงจากเด็กที่ไม่มีกระทั่งจุดหมายในชีวิตได้แต่หายใจไปวันๆและหาของกินด้วยทุกวิธีทางกลับมาเป็นนักดาบคนนึงได้แบบนี้

แต่ถึงแบบนั้นเด็กคนนั้นเขาก็ไม่เคยร้องไห้ครับกระทั่งในวันที่ครอบครัวของเขาตายไปต่อหน้าต่อตา แม้ว่าจะถูกทุบตีจนเจ็บเจียนตาย และในตอนที่ต้องไปแย่งอาหารกับสัตว์ในป่าเขาก็ไม่เคยมีน้ำตาสักหยด ยังรู้สึกขำตัวเองอยู่เหมือนกันหากเป็นเด็กคนอื่นเขาก็ไม่แน่ใจนักว่าจะเป็นยังไงต่อแต่ตัวเขาในตอนนั้นกลับไม่อาจร้องไห้ออกมาได้เลย

ไม่รู้เป็นเพราะคำสอนจากพ่อของเด็กคนนั้นหรือเพราะนิสัยส่วนตัวกันแน่แต่เด็กคนนั้นก็ไม่ร้องไห้ เขายังคงยิ้มต่อไปและไม่เคยโทษใครทั้งสิ้น เพราะไม่รู้เหมือนกันว่าทำแบบนั้นแล้วจะได้อะไรขึ้นมา เขาไม่ได้แกล้งฝืนแต่เขาไม่มีน้ำตาจะไหลออกมาจริงๆนับตั้งแต่วันที่เขาสูญเสียทุกสิ่งไปนั้นเหมือนกับว่าเขาได้สูญเสียน้ำตาของตัวเองไปด้วยแล้วสิ่งเดียวที่เหลือคือการใช้ชีวิตตามใจชอบเท่านั้น

ข้อคิดที่ได้จากนิทานเรื่องนี้ก็คืออย่าร้องไห้เพราะสุดท้ายเราก็ไม่ได้อะไรจากมันฉะนั้น ยิ้มเอาไว้ยังจะดีซะกว่าเพราะอย่างน้อยเราก็คงไม่เจ็บเท่ากับร้องไห้แน่ จริงๆนิทานนี้ยังมีอีกข้อคิดที่แฝงเอาไว้อยู่แต่กับเซจิโร่มันอาจจะหนักไปก็เป็นได้ดังนั้นเขาจึงเลือกจะละเลยมันทิ้งไปเสียดีกว่าเพราะแค่นี้ก็

หึ ผมนี่ไม่ไหวเลย แทนที่ผมจะเล่าเรื่องคลายเครียดแต่กลับทำให้เซจิร้องไห้มากขึ้นซะงั้นแน่ะ ตอนนี้หัวหน้าตัวน้อยของเขาปล่อยโฮออกมาชุดใหญ่เลยทีเดียวจนเขาชักไม่แน่ใจแล้วว่าคนที่เจอเหตุการณ์นี้เป็นตัวเขาหรือเซจิโร่กันแน่

ชั้นร้องแทนนายนี่นา ร้องแทนนายที่ร้องไห้ไม่เป็นน่ะ ฮึก แค่ได้ฟังยังรู้สึกเศร้าจับใจเลยเขาไม่รู้หรอกว่าชีวิตที่ผ่านมาของยูโตะจะเป็นยังไงและเขาก็ไม่เคยถามแต่ก็ไม่นึกเหมือนกันว่าจะเคยมีประวัติแบบนี้มาก่อนแค่ประวัติก็ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดแทนแล้วแต่นี่น่าเจ็บปวดที่สุดก็คือการไม่ร้องไห้เลยในวันนั้น

เขาไม่เชื่อหรอกว่ายูโตะจะไม่เจ็บปวดกับเรื่องที่เกิดขึ้นถ้าเขาต้องเป็นแบบยูโตะเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองจะเป็นยังไงแต่ยูโตะกลับบอกว่าตนไม่เคยร้องไห้ให้เรื่องนั้นทำให้เขาอดที่จะสงสารไม่ได้เพราะการไม่ร้องไห้มันไม่ได้หมายถึงว่าไม่ได้เสียใจ

แต่เป็นเพราะน้ำตาของเขาเหือดแห้งไปแล้วต่างหากความเสียใจที่เกิดขึ้นนั้นจนทำให้น้ำตาทั้งหมดของเขาเลือนหายไปสิ้นหลงเหลือเพียงรอยยิ้มที่ดูเหมือนหน้ากากขึ้นมาเท่านั้นแม้จะรู้ว่าตนช่วยอะไรเพื่อนคนนี้ไม่ได้เลยแต่อย่างน้อยเขาก็จะขอร้องไห้แทน ร้องไห้แด่คนที่ไม่อาจหลั่งน้ำตาได้อีก

เฮ้อ ผมไม่รู้แล้วล่ะว่าจะกล่อมเซจิยังไงดี แต่ผมยังขอยืนยันนะครับผมไม่คิดว่าตัวเองน่าสงสารและไม่โทษเรื่องที่ผมสูญเสียครอบครัวเป็นความผิดของใครด้วย เพราะอย่างน้อยก็ทำให้ผมได้เจอโลกกว้างนี่นะ  ถ้าไม่เกิดเรื่องแบบนั้นเขาคงไม่มีวันได้เจอท่านอาจารย์ทั้งสองอย่างแน่นอนท่านอาจารย์ที่เปรียบได้กับพ่อแม่คนที่สองของเขาเมื่อคิดถึงทั้งคู่แล้วเขาก็อดที่จะยิ้มไม่ได้

ชั้นก็ไม่ได้ร้องไห้เพราะใครบังคับสักหน่อย ชั้นร้องเพราะความตั้งใจของชั้นเองต่างหาก ถึงจะได้ฟังเรื่องที่น่าเศร้าก็ตามแต่อย่างน้อยเขาก็ยังดีใจที่ยูโตะยอมเล่าประวัติของตัวเองให้ตนฟังโดยที่เขาไม่ได้ซักไซ้ถามอย่างน้อยยูโตะก็เห็นเขาเป็นคนที่ไว้ใจได้คนนึง

โดยที่เซจิโร่นั้นไม่ได้รู้ตัวสักนิดว่าภายในร่างของตนเองมีอะไรที่สั่นไหวอย่างแผ่วเบาอยู่

 

ทางด้านของเรย์นั้นหลังจากที่เดินออกมาจากงานศพตรงนั้นคาซึกิก็ขอแยกตัวออกไปจึงเหลือเพียงเขากับอลันที่กำลังเดินไปในเมืองราฟาสอย่างเงียบเหงาเพราะคนส่วนใหญ่ยังคงอยู่ร่วมกับไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิตกันอยู่นั่นเอง

ตัวของเรย์ไม่ได้เอื้อนเอ่ยอะไรเขาไม่รู้แล้วว่าจะทำยังไงให้เจ้าเพื่อนคนนี้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้เขาจึงทำเพียงแค่เดินอยู่ด้านข้างอย่างเงียบงันเท่านั้นไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่านั้นเลยส่วนอลันนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาเช่นกันแต่ได้ก้มหน้าเดินไปเงียบๆ

เรย์นี่เข้มแข็งจังเลยนะครับ ทั้งที่เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นแต่ก็ยังสามารถลุกขึ้นมาได้ในทันที ทั้งที่คนข้างตัวของเขาก็ประสบกับเหตุการณ์ที่มีคนเสียชีวิตมาเหมือนเขาแท้ๆแต่ถึงแบบนั้นคนข้างตัวกลับยังทำตัวเหมือนปกติได้ไม่มีผิด

เข้มแข็งกับเลือดเย็นมันต่างกันสหาย ของชั้นมันในกรณีหลังการที่เป็นอย่างนายนั่นแหละถือเป็นคนปกติ ไม่ต้องให้ใครมาบอกเขาก็รู้ตัวเองดีว่าแท้จริงแล้วตัวเขาเป็นเช่นไรและเขาคิดว่าการเป็นอย่างอลันนั้นดีกว่าเป็นอย่างเขาหลายสิบเท่า

ชั้นยังขอยืนยันคำเดิมนะอลันมันไม่ใช่ความผิดของนาย ถึงนายไม่ได้มาที่นี่ก็ไม่ได้หมายความว่าเด็กพวกนั้นจะรอดไปได้ และอีกอย่างเรื่องนี้มันก็เป็นอดีตเป็นเรื่องที่แก้ไขไม่ได้ไปแล้ว ถ้านายยังจมจ่อกับความทุกข์น่ะเด็กพวกนั้นก็คงไม่ดีใจหรอกน่า ที่จริงเขาไม่มีสิทธิพูดประโยคแบบนี้เท่าไหร่เพราะเอาเข้าจริงคนที่มันยึดติดกับอดีตมากที่สุดก็เห็นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากตัวเขาเองนี่แหละแต่เขาก็ทนปล่อยให้เพื่อนเป็นอย่างนี้ต่อไปไม่ได้เหมือนกัน

แต่ว่าจะให้ผมกลับไปใช้ชีวิตโดยไม่รู้ร้อนรู้หนาวแบบเมื่อก่อน จะให้ผมเมินเฉยต่อการตายของพวกเด็กๆแล้วผม ทำแบบนั้นไม่ได้ เขาอาจจะยังอ่อนหัดจริงๆก็ได้ใช่ว่าเขาจะไม่เคยฆ่าคนมาก่อนแต่ถึงแบบนั้นคนพวกนั้นโดยมากก็เป็นคนเลวและยังเป็นการป้องกันตัวทำให้เขาไม่รู้สึกอะไรมากนักแต่ในคราวนี้มันผิดจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

ป๊อก ในตอนนั้นเองที่ในที่สุดเรย์ก็หมดความอดทนก่อนเขกกบาลคนข้างตัวในทันทีแน่นอนว่าเรี่ยวแรงที่เขาใช้มันอาจไม่มากมายอะไรแต่กับอลันที่เป็นมือปืนเมื่อถูกเรย์เขกหัวเข้าไปเต็มๆนั้นก็เจ็บเสียจนน้ำตาหยดหนึ่งปริ่มออกมาก่อนมองไปทางเพื่อนของตนด้วยความแปลกใจ

ลองเป็นแบบนั้นดูสิ ชั้นจะต่อยนายให้หงายเลย ชั้นไม่ได้ให้นายเมินเฉยแต่ให้นายจดจำพวกเขาเอาไว้ต่างหาก จงจำเด็กพวกนั้นเอาไว้ให้ดีอย่าได้ลืมเด็ดขาด แต่ไม่ใช่ในฐานะคนที่นายฆ่าเพราะนายไม่ได้ฆ่าเด็กพวกนั้น เด็กๆน่ะไม่โกรธนายหรอกเชื่อดิ ใครจะไปโกรธพี่สาวใจดีแบบนายลงกัน ฉายาที่เด็กๆที่โบสถ์ของอลันและซิสเตอร์เคยตั้งให้แม้ว่าตัวของเขาจะไม่เป็นที่ต้อนรับสำหรับคนในหมู่บ้านแต่กับโบสถ์แห่งนั้นเรียกได้เต็มปากว่าเป็นบ้านของเขาเองและนั่นที่ทำให้อลันยิ้มออกมา

เข้าใจแล้วละครับ ขอบคุณมากนะเรย์ที่ทำให้ผมยืนหยัดขึ้นมาได้อีกครั้ง ถึงจะเคยบอกว่าตนเป็นคนคุมพฤติกรรมเรย์ก็ตามแต่แท้จริงแล้วเรย์ไม่ได้เป็นภาระกับเขาเลยสักนิดแม้จะมีนิสัยชอบมีปัญหาก็ตามตรงข้ามเขาต่างหากที่เป็นคนพึ่งพาเรย์บ่อยๆเพราะแท้จริงแล้วเรย์เข้มแข็งกว่าเขาไม่รู้กี่เท่า

ด้วยความยินดี นายกับชั้นเป็นเพื่อนกันนี่ สำหรับเขาแล้วอลันเป็นทั้งเพื่อนและคู่หูที่เขาไว้ใจดังนั้นเขาจึงไม่ปรารถนาให้หมอนี่จมอยู่กับความทุกข์แบบนั้นทว่าทั้งเรย์และตัวของอลันเองไม่รู้ตัวสักนิดว่ามีความไม่พอใจเล็กๆก่อตัวขึ้นมาเมื่อได้ยินคำว่าเพื่อน

ปีหน้าเรามาเยี่ยมเด็กๆพวกนั้นด้วยกันนะครับเรย์ เขาไม่ได้ใส่ใจมากนักเพราะคิดว่าความขุ่มมัวทางอารมณ์นี้เป็นเพราะตนยังคิดไม่ตกกับความตายของเด็กพวกนั้นส่วนเรย์ก็พยักหน้ารับโดยไม่อิดออดเพราะอย่างน้อยเจ้าหมอนี่มันก็ยิ้มแล้ว



นี่โหดแล้วเหรอครับนี่พระเอกแค่โกรธเองนะแต่คลั่งของจริงมันหลังจากนี้ต่างหาก



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
จอมดาบแห่งหายนะ ตอนที่ 67 : chapter10-14 residue , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 622 , โพส : 3 , Rating : 20 / 4 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1

#3 : ความคิดเห็นที่ 180
ชอบคำด่า โดนสุดๆ
PS.  มี 'สถานะ' ใช่ว่า มี 'สิทธิ' ทุกอย่าง... มี 'คนอยู่ข้างๆ' ใช่ว่า จะ 'ไม่เหงา'... มี 'ใครมากมาย' ใช่ว่าจะ 'อยู่กับเรา'... มีเพียง 'คน' ใน 'กระจกเงา' ที่จะ 'รักเรา' ตลอดไป...
Name : seneru< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ seneru [ IP : 101.51.253.73 ]
Email / Msn: cooler-snow(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 พฤษภาคม 2556 / 14:08

#2 : ความคิดเห็นที่ 152
ยูโตะนายด่าได้โดนมาก รู้สึกเลยว่าพวกที่ดีแต่ด่าแต่ทำอะไรไม่ได้ไม่จำเป็นต้องไปสนใจมันเลยสักนิด
Name : Master Of Dragon Knight< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Master Of Dragon Knight [ IP : 125.24.36.214 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 เมษายน 2556 / 12:35


#1 : ความคิดเห็นที่ 151
ยูโตะ ด่าได้สะใจมากอ่ะ 100 คะเเนน
เรย์ต้องไปเครียล์กับคาซึกิอีกสินะ = = 
เหอๆ ดีนะไรอาไม่มาเห็น ^^
Name : เซวาเรียส เดอะ ลูมิเฟล< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เซวาเรียส เดอะ ลูมิเฟล [ IP : 223.205.74.43 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 เมษายน 2556 / 10:19

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

"หนังสือสดใหม่ ประจำเดือน พฤศจิกายน 2557"

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android