Sharing II [Jason x Dic k / All Dic k]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 113 Views

  • 6 Comments

  • 8 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    113

    Overall
    113

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ
เจสันเดาว่าอีกฝ่ายกำลังนึกถึงบรูซ ท่าทีอิ่มเอมใจบนความลังเลนั่นมักจะถูกแสดงออกให้เห็นทุกครั้งเวลาที่พวกเขากำลังพูดถึงผู้มีศักดิ์เป็นพ่อบุญธรรมของพวกเขาทั้งคู่


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
Pairing : Jaydick [AllDick]

ต่อจาก Sharing อันนี้นะคะ >> http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=1512601 



ไม่ได้ตั้งใจจะให้เป็นเรื่องยาวมากมาย เลยไม่ได้เปิดเรื่องยาวค่ะ5555 


เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 18 ก.ย. 59 / 17:28

บันทึกเป็น Favorite


Sharing II

pairing : JayDic k [All Dic k] 

ตอนที่แล้ว >>   http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=1512601


___________________________________________________





           การใช้ชีวิตไม่ใช่เรื่องง่าย

 

            เด็กชายตัวเล็กมองเห็นพ่อและแม่ตายไปต่อหน้าต่อตา  รู้ดีว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร และใครเป็นคนทำให้เรื่องพวกนี้มันเกิดขึ้น  แต่เด็กที่ลืมตาดูโลกได้เพียง9ปีจะมีศักยภาพมากพอในการลงมือทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ครอบครัวและจิตวิญญาณของตนได้รับความยุติธรรมนั้น...

            ไม่ใช่เรื่องง่าย

            ไม่ง่ายเลยกับการที่ต้องมองดูป้ายหลุมศพซึ่งสลักตัวตนของคนที่เคยมอบรอยยิ้มให้กัน

            ริชาร์ด เกรย์สัน รู้ดีว่าครอบครัวของเขายืนอยู่บนความเสี่ยง แต่ไม่เคยคาดคิดจริงๆสักครั้งว่าวันหนึ่งจะต้องสูญเสียพวกเขาไปอย่างถาวร ...ไม่เชิงว่าไม่คาดคิด  แต่เป็นไม่กล้าคิด

           

            เขาสงสัยว่าพ่อบุญธรรมตามกฎหมายของเขาจะเคยรู้สึกแบบเดียวกันนี้ในช่วงวัยที่ใกล้เคียงกัน

 

            เสียใจด้วย...กับสิ่งที่เกิดขึ้น

 

          ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าเคร่งเครียดผู้ที่ดวงตาสะท้อนอารมณ์ตามคำพูดอย่างจริงใจ

            บรูซ เวย์น ผู้เคยสัมผัสการสูญเสียแบบเดียวกัน

           

            ดิ๊กเคยสงสัยว่าการที่บรูซรับเขามาเป็นลูกบุญธรรมนั้น แท้จริงแล้วมีสาเหตุมาจากสถานะหน้าตาทางสังคมหรือเปล่า ซึ่งมันตลกสิ้นดีถ้าหากชายหนุ่มจะรับเลี้ยงใครสักคนเพียงเพราะต้องการให้สังคมเห็นว่าเขาแสนดีเพียงใด

            รับเลี้ยงเด็กผู้ชายที่จิตใจเพิ่งแตกสลาย---ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน

           

            เขาเคยนึกสงสัยว่าตัวเองเป็นลูกที่ไม่ดีหรือเปล่า เมื่อเห็นว่าบรูซยังคงไปเยี่ยมหลุมศพของพ่อและแม่อยู่ตลอด ผู้ชายคนนี้ก้าวเดินต่อไปโดยไม่เคยทิ้งอดีตอันแสนเจ็บปวดที่สร้างตัวตนเขาขึ้นมาไว้ข้างหลัง  ทุกสิ่งที่บรูซทำ เป็นตัวขับเคลื่อนให้ดิ๊กตั้งคำถามกับตัวเอง แน่นอนว่าเขาไม่กล้าพอที่จะเอ่ยปากขอความเห็นจากพ่อบุญธรรมคนนี้

 

            แบทแมนเป็นภาระหรือเปล่า...? เป็นหน้าที่งั้นหรือ?... เป็นตัวตนใช่หรือไม่?

 

          ดิ๊ก เกรย์สัน เป็นความลำบากใจของบรูซ เวย์นหรือเปล่า?

 

            พอได้แล้ว!’

 

          แบทแมนตบเขา

           

            ไม่ใช่ครั้งแรก ไม่ใช่เรื่องแปลก 

            สิ่งที่แปลกคือมันทำให้เด็กชายที่กำลังก้าวเข้าสู่วัยรุ่นสงบลงอย่างไม่น่าเชื่อ  ดิ๊กจะคิดทุกอย่างได้เหนืออารมณ์และคำตำหนิทั้งปวงจากฝ่ามือของผู้เป็นพ่อ...อาจารย์...คนดูแล...คู่หูอะไรก็ตามที่บรูซพอใจอยากจะเรียก

            ดิ๊กเป็นเด็กฉลาด  เรียนรู้เร็ว และเขารู้ดีว่าควรซึมซับอะไรบ้างจากผู้ชายคนนี้

           

          รู้ดีว่าเวลาไหนควรเดินออกมา

 

            แต่ไม่เคยคิดอย่างจริงจังว่าบรูซจะรู้สึกอย่างไร...

 

           

            ไนท์วิงปรากฏตัวขึ้น บลัดเฮฟเว่นกับฮีโร่คนใหม่

 

            ดิ๊กยังคงเป็นเหมือนเดิม... เด็กผู้ชายคนหนึ่งจากคณะละครสัตว์ที่สูญเสียครอบครัวไป  เด็กผู้ชายที่ร่าเริงและเป็นมิตร

            ชายหนุ่มผู้ซ่อนความต้องการภายใต้หน้ากากสีดำ

 

 

            นายคือริชาร์ด เกรย์สันใช่ไหม?

โรบินปรากฏตัวขึ้น  แบทแมนกับคู่หูคนใหม่

 

เขามองดูเด็กชายที่อายุน้อยกว่าเขา---แน่นอนอยู่แล้ว

ผ้าคลุมสีคุ้นตานั่นพาเขาย้อนกลับไปสู่วันวานที่เต็มไปด้วยเรื่องราว  ดิ๊กไม่แน่ใจว่าไนท์วิงในตอนนั้นทำสีหน้าแบบไหน แต่สิ่งที่แน่ใจคือความคิด...

 

บรูซ เวย์น เป็นของเขา

เคยเป็นของเขา

 

ชายหนุ่มมองดูคู่หูแห่งGotham ทำงานประสานกันในการจับตัวคนร้าย  จังหวะรับส่ง การสื่อสาร การเคลื่อนไหว

ไนท์วิงในตอนนั้นหรี่ตาลง คมฟันขบกรอดโดยไม่ตั้งใจ

 

เจสัน ทอดด์ กำลังแย่งบรูซ เวย์นไปจากเขา

 

ตลกดีที่นั่นเป็นความคิดแบบเด็กๆ---เด็กขี้อิจฉา

เขายอมรับว่าตัวเองอิจฉา  เสียใจ  โกรธ  หลากหลายอารมณ์ที่ทำให้แสดงสีหน้าผิดหวังและเริ่มกราดคำตัดพ้อใส่เท่าที่จะสามารถนึกได้

และมาเสียใจอีกครั้งที่พูดมันออกไป

 

ฉันยอมรับ... ว่าฉันเหงา และคิดถึงนาย

 

คำพูดเหล่านั้นดึงดิ๊กกลับมาสู่ความเป็นตัวเองอีกครั้ง หลังจากตระหนักได้ว่าทำตัวเป็นเด็กขี้อิจฉาจนน่าตกใจ

 

ไม่ว่าดิ๊กจะทำตัวไม่ดีแค่ไหน  ดื้อด้านเพียงใด หรือกระทั่งคิดว่าตัวเองเป็นภาระหรือไม่

แต่บรูซ...จะยังคงรักเขา

 

            .

 

            .

 

            .

 

            .

 

            .

 

            “โฮ่... ทะเลาะกับDaddyมางั้นสิ?”

            มุมปากของชายหนุ่มหยัดขึ้นเป็นรอยยิ้ม  มือแกร่งแหวกผ่านผ้าม่านสีเข้มที่กำลังสะบัดไหวตามการทะลักของมวลอากาศจากด้านนอกประตูระเบียงเข้ามา

            สองขาของชายหนุ่มพาร่างสันทัดของตนพ้นจีบผ้ามาด้านใน  หน้ากากที่เคยปกปิดรอบดวงตาถูกดึงออกเมื่อเห็นว่าเรียกความสนใจจากเจ้าของห้องได้สำเร็จ

            “ฉันขอบอกรอบที่เจ็ดว่าให้ โผล่มาทางประตูห้อง  เจสัน”

            ฝากระปุกครีมถูกเปิดออกวางไว้ข้างเตียง  ปลายนิ้วแต้มตัวยาขึ้นมาปาดบริเวณมุมปากลวกๆ

            “นายอยากให้ฉันแบกสภาพเปื้อนเลือดทั้งตัวผ่านรปภ.หน้าอพาร์ทเมนท์ขึ้นมาจริงๆน่ะเหรอ?”  เจสันเอนตัวพิงประตูระเบียงที่เพิ่งปิดลง  คิ้วเรียวเลิกขึ้นเป็นเชิงถามแม้น้ำเสียงจะตั้งใจกวนประสาทมากกว่าต้องการคำตอบก็ตาม

           

            นั่นเรียกให้ดิ๊กละจากการทำแผลให้ตัวเองมามองอีกฝ่าย ชายหนุ่มเห็นใครอีกคนที่อายุน้อยกว่าในชุดเรดฮูดคุ้นตาซึ่งเต็มไปด้วยคราบเลือดแห้งกรังสีน้ำตาล แต่นั่นไม่ได้อยู่ในความสนใจของเขา 

          ใบหน้าสมบูรณ์แบบของชายหนุ่มเอียงลงเล็กน้อย ก่อนที่ริมฝีปากจะวาดเป็นรอยยิ้มอบอุ่น

 

            “มานี่สิ ...ลิตเติลวิง

            ดิ๊กกวักมือ แล้วตบเบาๆที่พื้นเตียงด้านข้างขณะเปิดกล่องปฐมพยาบาลขึ้นอีกครั้ง

           

            ราวกับเป็นคำสั่ง---ซึ่งไม่ใช่แน่นอนอยู่แล้ว ดิ๊กรู้ดีว่าควรจะใช้ประโยคคำสั่งภายใต้ประโยคขอร้องอย่างไรให้อีกฝ่ายทำตามที่พูด

            เจสันเดินมานั่งลงอย่างไม่ลังเลโดยไม่พูดอะไร

            “แล้วคราวนี้มาทำอะไรที่บลัดเฮฟเว่นล่ะ?” ดิ๊กเอ่ยต่อ ขณะมองสำรวจใบหน้าหล่อเหลาของน้องชายเพื่อประเมินบาดแผลฟกช้ำและรอยขีดข่วน

            เจสันไม่ตอบในทันที  ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นเพียงแค่กลอกไปด้านข้างคล้ายจะเบื่อหน่ายกับคำถาม

            ชายหนุ่มยิ้มรับท่าทีเบื่อเซ็งนั่นราวกับรู้ดีอยู่แล้ว

            “ไม่เอาน่า...”

           

            เจสันมองตามนิ้วมือที่ไล่ทำแผลบนใบหน้าของเขาทีละจุดอย่างใจเย็น  เขารู้อยู่แล้วว่าถ้าโผล่มาในสภาพที่มีแต่บาดแผลแบบนี้ อีกฝ่ายจะต้องเข้ามาจัดการให้ไม่ว่าเขาจะร้องขอหรือไม่ก็ตาม    ในตอนแรกเขาคิดว่ามันคือความรู้สึกผิด  หน้าที่  ความรับผิดชอบ  หรืออะไรก็ตามแต่ที่ถูกส่งมาจากเหตุการณ์แย่ๆที่เกิดขึ้นกับเขา

            ดิ๊กอาจจะสงสาร  หรือไม่ก็คิดว่าตัวเองมีส่วนในความเสียหายครั้งนั้น

            ซึ่งเขาก็โทษดิ๊กด้วยแน่นอนอยู่แล้ว  เขาโทษทุกคน  โดยเฉพาะแบทแมน

            แต่ตอนนี้... บอกตามตรงว่าเขาไม่เข้าใจระบบความคิดของผู้ชายคนนี้สักเท่าไร   อะไรที่ทำให้ความใจดีพวกนั้นถูกส่งมาให้เขา

            ดิ๊กมักจะยืนอยู่ตรงนั้น  ในที่ที่เขาต้องการ  ปรากฏตัวขึ้นมาให้ความช่วยเหลือตั้งแต่สมัยที่เขายังเป็นโรบิน      แน่นอนว่าดิ๊กโกรธ---เขารู้  เขามองเห็นมันผ่านสีหน้าของไนท์วิงที่โผล่มาเห็นแบทแมนมีคู่หูคนใหม่ในนามที่เจ้าตัวเคยใช้

            ผู้ชายคนนี้ไม่แม้แต่จะซ่อนสีหน้าเจ็บปวดให้พ้นจากสายตาของเขา   และนั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เขาตั้งคำถามเกี่ยวกับตำแหน่งหน้าที่ในตอนนั้น

            แน่นอนว่าเขาชอบการเป็นโรบิน  ไม่ว่ามันจะทำให้ดิ๊ก เกรย์สันเสียใจหรือไม่  ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะต้องเข้าไปยุ่งด้วย  เขาไม่สนใจว่าดิ๊กจะรู้สึกอย่างไร   เพียงแต่รู้ว่าสิ่งที่ดิ๊กทิ้งเอาไว้มันกำลังกดดันเขามากขึ้นเรื่อยๆ  ท้ายที่สุดก็เหมือนเป็นการแข่งขันของเขากับตัวตนก่อนหน้าของดิ๊ก

 

            “นายโดนเขาตบอีกแล้วเหรอ?”  เจสันเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ หลังจากผ้าพันแผลถูกพันลงบนแขนตนด้วยฝีมือใครอีกคน

            ลูกแก้วสีฟ้าคู่นั้นละจากท่อนแขนของเขามามองสบสายตาอยู่ครู่หนึ่ง  มันเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นพราวระยับพร้อมด้วยรอยยิ้มบนริมฝีปาก

            ดิ๊กไม่มีความคิดที่จะเล่าว่าตัวเองเข้าไปขวางระหว่างโรบินกับแบทแมนที่กำลังทะเลาะกันอย่างดุเดือด

            “นายไม่รู้หรอกว่าฉันเคยโดนอะไรมาบ้าง”  

            เจสันยักไหล่

          “นายก็ไม่รู้เหมือนกันว่าฉันโดนอะไรมาบ้าง”

            ราวกับพูดในสิ่งที่ไม่ควร   ดิ๊กเบนสายตาหลบไปอีกทาง ไม่เอ่ยตอบอะไรในทันที ไม่เอ่ยถามถึงการปรากฏตัวไร้เหตุผลของเขาอีกต่อไป  ไม่แม้กระทั่งตอบสนองคำพูดนั้นของเขา ราวกับไม่ได้ยินในสิ่งที่พูด

            อุปกรณ์ทำแผลถูกเก็บลงกล่องปฐมพยาบาลเหมือนเดิม

            “จะแวะไปGothamอีกเมื่อไร?”  เห็นแบบนั้นเจสันจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม  เขารู้ความเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายดีพอๆกับที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับแบทแมนบ้างในช่วงนี้

            “ไม่รู้สิ? ช่วงนี้คงไม่โผล่ไปสักพัก”  ดิ๊กตอบเรียบๆ ไม่แฝงไปด้วยอารมณ์ใดเป็นพิเศษในน้ำเสียง

            “อยากเล่นบทหนีออกจากบ้านอีกหรือไง?” เจสันหัวเราะในลำคอ ปล่อยให้คำพูดของตนทิ่มแทงลงบนจิตใจอีกฝ่าย

 

            ดิ๊กเบนสายตากลับมามองคู่สนทนาอีกครั้ง

            “ฉันไม่ได้หนี  ไม่เคยหนี

           

            เขาไม่อยากเชื่อว่าดิ๊กจะพูดแบบนั้นออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่แววตาเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจได้ขนาดนั้น

          “โฮ่! อย่ามาพูดให้ขำหน่อยเลย  นายชอบหนี  นายรักการหนีเลยล่ะ”

            ดิ๊กมองเจสันเหยียดยิ้มอย่างสมเพช  แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เกินความคาดหมาย กระนั้นเจ้าตัวก็ไม่ได้พูดอะไรต่อในทันที และนั่นทำให้บางอย่างในตัวเจสันปะทุขึ้นมา---เขาเดาว่ามันคือความต้องการอยากทำลายอีกฝ่ายอยู่ลึกๆ

            “นายหนีมาตลอด ดิ๊กกี้เบิร์ด...  หนีทุกอย่างในชีวิตเท่าที่นายจะสามารถหนีได้   นายหนีออกจากชีวิตใครสักคนที่นายได้เข้าไปสร้างความสัมพันธ์ด้วยทุกครั้ง ไม่ว่านายจะต้องการแบบนั้นหรือไม่ก็ตาม  แต่อะไรบางอย่างในตัวนายจะบังคับให้นายทำแบบนั้นในท้ายที่สุด”

            คนฟังหลุบสายตาลงคล้ายครุ่นคิดตามถ้อยคำอีกฝ่าย เป็นท่าทีที่เจสันคาดเดาไม่ได้ แต่ก็รักที่จะมอง

            กระทั่งดิ๊กเคลื่อนกายกลับมานั่งลงข้างตัวเขาเหมือนเดิม รอยยิ้มไร้ความหมายถูกส่งผ่านมาให้อีกครั้ง

            “นายคิดแบบนั้นเหรอ?” 

            พักหลังมานี้ ชายหนุ่มได้รับฟังสิ่งต่างๆจากผู้คนรอบข้างที่กล่าวถึงตัวตนของเขาในมุมมอมของแต่ละคนชัดเจนมากกว่าที่เคยคาดคิดไว้

            บรูซเริ่มพูดว่าเขาซน เดเมี่ยนเริ่มบอกว่าเขาขี้กังวลเกินเหตุ และเป็นเจสัน ...ที่บอกว่าเขาชอบหนี

            แน่นอนว่าเขาชอบฟัง  มีความสุขกับการมองผลตอบรับจากการกระทำของตน

 

          “นายทำแบบนั้นเสมอแหละ  แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องของฉันหรอก”

            เจสันรู้สึกว่าปล่อยให้ตัวเองพูดในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการรับรู้มากเกินไป  เขาหยุดความสัตย์จริงจากใจลงด้วยการลุกขึ้นเดินผ่านหน้าเจ้าของห้องไปเปิดตู้เย็นอย่างถือวิสาสะ

            ชายหนุ่มผู้มาเยือนเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ เมื่อมองเห็นขวดเบียร์วางเรียงติดกันอยู่ด้านใน

            “ไม่ยักรู้ว่านายชอบดื่ม”

            ดิ๊กเอนตัวลง แนบแผ่นหลังกับหมอนใบโตขณะเลื่อนสายตามองคนที่เปิดตู้เย็นของตนโดยไม่ขออนุญาต

            “ฉันเปล่า  แต่คิดว่านายน่าจะอยากดื่ม เลยซื้อติดไว้” น้ำเสียงเรียบเรื่อยเสมือนว่าสิ่งที่พูดไปไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่แท้จริงแล้วเจสันรู้ดีว่าดิ๊กต้องการจะสื่ออะไรผ่านคำพูดเหล่านั้น

            เจสันประแทกปิดตู้เย็น สาวเท้าเข้ามาใกล้เจ้าของห้อง  แววตาฉายชัดถึงความไม่พอใจ

            “นายคิดว่ามันตลกนักหรือไง?”

            “เจสัน... ใจเย็น  ฉันไม่เข้าใจว่านายหงุดหงิดอะไร”

            ดิ๊กเบนสายตาขึ้นสบกับคนอายุน้อยกว่าที่ยืนอยู่ข้างเตียง ท่าทีใจเย็นแต่แฝงไปด้วยการขบคิดอยู่ทุกจังหวะนั่นเป็นสิ่งที่ดิ๊กมักจะแสดงออกต่อหน้าเขาเสมอ ไม่ว่าเขาจะเป็นโรบินหรือเรดฮูดก็ตาม

 

          โรบินโหนตัวจากตึกด้านบนสู่พื้นหลังคาที่ต่ำลงมาระดับหนึ่ง  ใบหน้าของเด็กหนุ่มเงยขึ้นมองจุดดาวสว่างบนฟากฟ้าขณะลอยตัวกลางอากาศ  แต่ก่อนที่เท้าทั้งสองข้างจะได้สัมผัสพื้นผิวคอนกรีต ร่างของเขาก็ถูกดึงรั้งด้วยอ้อมแขนของใครอีกคนที่พุ่งเข้ามาจากด้านหลัง

          จับนายได้ล่ะ

          รอยยิ้มเป็นมิตรวาดขึ้นบนริมฝีปากของชายในชุดไนท์วิงรัดรูป  สองแขนรวบพาตัวเด็กชายผู้อายุน้อยกว่าเบนเส้นทางไปยังตึกอีกด้าน

          เฮ้ย!’ โรบินอุทานขึ้นอย่างตกใจ  ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความไม่พอใจเมื่อพบว่าตัวเองปล่อยให้จิตใจล่องลอยถึงขนาดโดนคว้าตัวได้ง่ายๆ ขณะที่ไนท์วิงพาร่างของเขามาหยุดอยู่บนพื้นดาดฟ้าของอีกฝั่ง

          ดูสิว่าฉันเจออะไร... หนีBมาหรือไงหือ?ดิ๊กยืดตัวขึ้นเต็มความสูง มือข้างหนึ่งท้าวลงบนเอวของตนขณะมองหน้าอีกฝ่ายอย่างตั้งคำถาม

          อย่ามายุ่งเรื่องของฉันเจสันในชุดโรบินแสดงท่าทีไม่พอใจใส่คนที่เหมือนจะเป็นต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมด โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่องเลยด้วยซ้ำ

          ไม่เอาน่า  นายรู้ใช่ไหมว่าที่นี่คือบลัดเฮฟเว่น และโดยปกติแล้วโรบินจะอยู่ก็อธแธม...กับแบทแมน

          ดิ๊กพูดถูก แต่เจสันยังไม่พร้อมจะพูดว่าตัวเองยอมรับความคิดของอีกฝ่าย

          นายมาหาฉันชายหนุ่มพูดต่อ ใบหน้าสมบูรณ์แบบประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน และนั่นทำให้เจสันจำเป็นต้องถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้

          เขาตบฉัน

          ดิ๊กไม่มีท่าทีแปลกใจกับสิ่งที่ได้ยิน

          ฉันแค่เสนอแนวทาง และอยากช่วย ก็แค่คิดว่าเรื่องแบบนี้ฉันสามารถทำด้วยตัวเองได้สบายโดยไม่ต้องให้เขาเข้ามาคอยสั่ง

          ‘แล้วนายก็เจ็บตัวสินะ  โอ้...ดูสิ แขนนาย

          สายตาของชายหนุ่มพุ่งตรงไปยังรอยมีดกรีดผ่านบนแขนข้างขวาที่ยังไม่ได้รับการรักษา

          นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญเจสันตวาดกลับอย่างหัวเสีย

          ดิ๊กผ่อนลมหายใจ เงยหน้าขึ้นคล้ายกำลังนึกอะไรบางอย่างก่อนที่ริมฝีปากจะระบายรอยยิ้มอ่อนโยนออกมาอีกครั้ง

          เจสันเดาว่าอีกฝ่ายกำลังนึกถึงบรูซ ท่าทีอิ่มเอมใจบนความลังเลนั่นมักจะถูกแสดงออกให้เห็นทุกครั้งเวลาที่พวกเขาอยู่ด้วยกันตามลำพังและกำลังพูดถึงชายคนนั้น ผู้มีศักดิ์เป็นพ่อบุญธรรมของพวกเขาทั้งคู่

          ‘นั่นล่ะที่ทำให้เขาโมโห เขาไม่อยากให้นายเจ็บตัว

          ‘ก็เลยตบฉันงั้นเหรอ? ฟังดูย้อนแย้งนะ  เขาแค่หงุดหงิดที่ฉันไม่ฟังคำสั่ง ไม่สามารถเป็นโรบินที่สมบูรณ์แบบได้เหมือนอย่างที่นายทำไว้เท่านั้นแหละ

          ดิ๊กดูตกใจกับความคิดนั้นของเจสัน

          ไม่... เจสัน   ฟังนะ...ชายหนุ่มย่อตัวลงให้สายตาภายใต้หน้ากากอยู่ในระดับเดียวกับอีกฝ่าย  มันไม่ใช่การแข่งขัน... ฉันไม่ได้สมบูรณ์แบบ ไม่อย่างนั้นฉันคงยังเป็นโรบินอยู่ ว่างั้นไหม?  ความจริงก็คือเขาหงุดหงิดที่นายไม่ฟังเขา จนทำให้ตัวเองบาดเจ็บ  แล้วหงุดหงิดซ้ำจากการที่นายโยงเรื่องพวกนั้น ตีความไปถึงตัวฉัน ซึ่งนายก็รู้ดีว่าบีไม่ใช่คนที่จัดการกับความโกรธได้ดีนักเมื่อมันเกี่ยวข้องกับพวกเรา

          ดิ๊กยิ้มอีกครั้งเมื่อพูดถึงเรื่องนี้

          เขาไม่ใช่พ่อที่ดีนักในการควบคุมพฤติกรรมของลูกชายในเรื่องพวกนั้น  แล้วยิ่งนายกำลังเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น... รู้ไหม มันค่อนข้างยากสำหรับบี แต่เขาก็ยังเป็นพ่อที่ดีในหลายๆเรื่อง  เชื่อเถอะว่าวันต่อมา นายจะถูกเขาเรียกออกไปที่สนามข้างบ้านและพบว่าเขายืนถือลูกบาสอยู่ตรงนั้น

          เจสันมองรอยยิ้มอบอุ่นของดิ๊กยามพูดถึงใครอีกคน

          แต่ถ้ามันกวนใจนายนัก อยู่ที่นี่สักพักก็ได้ ฉันจะพูดกับบรูซให้ อย่างน้อยเขาจะได้คลายกังวลว่านายไม่ได้พาตัวเองไปเสี่ยงอันตรายที่ไหน

          ...ช่างทำตัวเป็นพี่ชายที่แสนดี

          ผู้ชายคนนี้ช่างอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความคิดที่คาดเดายาก

          เขาเคยเห็นดิ๊กตอนสติแตกมาแล้ว  ดิ๊กผู้เปี่ยมไปด้วยอารมณ์และระเบิดมันใส่แบทแมน แน่นอนว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวเขาเกี่ยวกับโรบิน  และเขาไม่ได้ยืนอยู่ในเหตุการณ์โดยตรง  แต่แอบมองการสาดวาจาและท่าทางระหว่างแบทแมนกับไนท์วิงจากที่ไกลๆ

          เขาเคยเห็นดิ๊กที่เคร่งขรึมในการทำหน้าที่  บางครั้งไนท์วิงเข้ามาประสานงานกับพวกเขา และนั่นทำให้เขาได้เห็นว่าทำไมคนคนนี้ถึงสามารถเป็นโรบินเพียงหนึ่งเดียวที่สมบูรณ์แบบ อย่างที่บรูซมักจะมองผ่านชุดซึ่งอยู่ในตู้กระจกนั่นด้วยสายตาหลากหลายอารมณ์

          แต่ทั้งหมดนั่นไม่ได้พุ่งเป้ามาที่เจสัน    ปฏิกิริยาของดิ๊กยามเมื่ออยู่กับเขามักเปี่ยมไปด้วยความใจเย็น... แลดูอบอุ่น แต่เจสันมองเห็นความใจเย็นและครุ่นคิดในทุกการกระทำราวกับดิ๊กกำลังวางแผนเดินหมากกระดาน  ทุกสิ่งที่ดิ๊กทำ...เจสันไม่สามารถมองว่าเป็นการกระทำที่บริสุทธิ์ใจได้อย่างแท้จริง

          ...กระนั้นเขาก็มักจะมาหาดิ๊กเสมอเมื่อรู้สึกไร้ที่พึ่ง

         

          แม้ในตอนนี้เองก็เช่นกัน...

            “นายทิ้งร่องรอย”  เจสันพ่นลมหายใจผ่านริมฝีปาก  รู้สึกเหมือนถูกล้อเล่นกับความคิด แม้ว่าจริงๆแล้วจะไม่ได้เป็นแบบนั้นก็ตาม

             “นายทิ้งร่องรอยไว้ให้ฉันตามนายมา นายต้องการจะบอกว่าตัวเองอยู่ที่ไหน  และนายรู้ว่าฉันจะต้องมาหานายทันทีที่ฉันมาถึงบลัดเฮฟเว่น”

            ดิ๊กยังคงประสานสายตาอยู่อย่างนั้น ปล่อยให้เจสันพูดในสิ่งที่คิดโดยไม่ขัด

            “นายทำได้ยังไง  หือ? นายคิดไว้ด้วยแล้วหรือเปล่าว่าฉันจะต้องพูดเรื่องพวกนี้? อ้อ นายรู้ทุกอย่างอยู่แล้วนี่”

            “เจสัน...” น้ำเสียงของดิ๊กอ่อนลง

            ชายหนุ่มยันกายขึ้นในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน ดวงตาหลุบไปด้านข้างก่อนจะถอยหายใจออกมาอีกครั้ง

            “ฉันไม่คิดว่าตัวเองจะสามารถทำแบบนั้นได้หรอกนะ”  ดิ๊กยกมือขึ้นลูบท้ายทอยตัวเอง  “ไม่นึกเลยว่านายจะคิดไปไกลได้ถึงขนาดนั้น ...เจย์  นายเป็นคนเดียวที่ฉันเดาทางไม่ได้ และลึกๆแล้วฉันชอบที่มันเป็นแบบนี้นะ”

            เจสันพ่นลมหายใจ แสดงออกชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยกับคำพูดของอีกฝ่าย

            “ไม่เอาน่า เจย์”

            น้ำเสียงแผ่วเบาเจืออารมณ์ปลอบประโลมนั่นทำให้เจสันต้องเบือนสายตากลับมามองคนพูดอย่างหลีกเหลี่ยงไม่ได้

            “ฉันไม่สบายใจเลยที่เห็นนายไม่สบอารมณ์แบบนี้” ปลายนิ้วถูกส่งขึ้นไล้ตามมัดกล้ามบนท่อนแขนของคนที่ยืนอยู่  “ฉันให้นายสูบบุหรี่ในห้องฉันก็ได้นะ ถ้ามันทำให้นายอารมณ์ดีขึ้น”

            รอยยิ้มอ่อนโยนกับคำพูดที่เหมือนคุยกับเด็กชายตัวน้อยเพื่อหลอกล่อให้เลิกโวยวายด้วยของเล่น  ซึ่งเจสันห้ามตัวเองไม่ให้คิดว่าดิ๊กกำลังพยายามควบคุมพฤติกรรมของเขากรายๆไม่ได้

            “บอกฉันทีสิ ว่านายไม่ได้ทำแบบนี้กับเจ้าเด็กนั่นด้วย”

            “อุ...”  ดิ๊กแทบสะอึกเมื่อนึกถึงความหมายของสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการจะสื่อ

            “นายทำ  โอ้ให้ตาย  ดิ๊กกี้เบิร์ด... นายมันเลว” เจสันเหยียดยิ้มมุมปาก พึงพอใจที่คำพูดของเขาสามารถสร้างความสั่นคลอนให้คู่สนทนาได้

            ดิ๊กโคลงศีรษะไปด้านหน้า  หัวเราะเบาๆอย่างไม่สื่อความหมาย

            “นายพูดถูก” แม้จะเอ่ยออกไปแบบนั้น แต่ริมฝีปากเจ้าตัวก็ยังประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน

            ชายหนุ่มที่ตอนนี้อารมณ์ไม่พอใจลดลงไปมากพอสมควรเคลื่อนกายมานั่งข้างตัวอีกฝ่ายอย่างเต็มใจ “หึ ...แม้แต่บรูซยังยอมแพ้นายเลยนี่  นับประสาอะไรกับเด็กน้อยที่เรียกตัวเองว่าลูกชายของแบทแมน”

            “เราจะยังคุยเรื่องนี้ต่อใช่ไหม?  จริงๆแล้วฉันมีความสุขนะที่ได้พูดถึงเดเมี่ยน” ดิ๊กยิ้ม---รอยยิ้มเจ้าเล่ห์  

            เหมือนเจสันจะเป็นคนเดียวที่ได้รับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์จากดิ๊ก...ผู้ที่มักจะยิ้มอย่างอ่อนโยนและอบอุ่นอยู่ตลอดเวลา

           

            และเขาชอบมัน

 

            “ได้... ดิ๊กกี้เบิร์ด  นายมันเลวร้าย”  คมฟันของชายหนุ่มผู้อายุน้อยกว่าฝังลงบนลำคอเจ้าของห้อง แม้จะไม่ได้ออกแรงมาก แต่ก็เพียงพอจะทำให้ดิ๊กสะดุ้งไปได้เล็กน้อย

            “อือ... เจย์” ดวงตาสีฟ้าลุ่มลึกหรี่ลง  “จะอยู่ถึงเช้าไหม? ฉันคิดว่าจะทำอะไรให้นายเป็นมื้อเช้าสักหน่อย ถ้านายอยาก”

            เจสันส่งเสียงทุ้มต่ำในลำคอ

            “ไม่เอาซีเรียลแล้วกัน”

            “ฮะๆ  ไม่เอาซีเรียล  โอเค”           

            เขาเหลือบมองรอยยิ้มอบอุ่นของดิ๊กอีกครั้ง นึกสงสัยว่าใครก็ตามที่มองมันจะตกหลุมพรางของผู้ชายคนนี้ทุกคนหรือเปล่า 

            “เฮ้ ดิ๊ก...”

            เจ้าของชื่อส่งเสียงในลำคอแทนการตอบรับ

            “ซูเปอร์แมนของเราเคยตกหลุมของนายไหม”

          บุรุษเหล็กเป็นอีกหนึ่งในคนที่เขานึกสงสัย  ไม่มีใครไม่รู้ว่าดิ๊กชื่นชอบซูเปอร์แมนมาตั้งแต่เด็กๆ  จริงๆก็ตามประสาเด็กชายทั่วๆไป   แต่พอมาใช้ชีวิตอยู่ตรงนี้แล้วทำให้ต้องใกล้ชิด ประสานงานร่วมกับฮีโร่ในดวงใจประชาชนคนนั้นยิ่งทำให้เขานึกสงสัย   โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่มาของชื่อไนท์วิง ซึ่งดิ๊กเคยเล่าให้เขาฟังเมื่อครั้งที่เขายังเป็นโรบิน  ความสนิทสนมที่น่าตกใจระหว่างดิ๊กกับซูเปอร์แมนมันทำให้เขาอดคิดไม่ได้ว่าบางทีถ้าหาก---

            “ฉันไม่ได้ขุดหลุมอะไรทั้งนั้น  เจสัน...”  ดิ๊กหัวเราะ  ท่าทางเหมือนได้ฟังคำถามจากเด็กน้อยที่กำลังพูดด้วยน้ำเสียงพิศวงอย่างแท้จริง

            “หรือต่อให้ทำ...”  ปลายนิ้วถูกยกขึ้นไล้ตามสันกรามบนใบหน้าหล่อเหลาของผู้ที่เคยมีศักดิ์เป็นน้องชาย “ก็จะมีแต่คนที่ขาดความอบอุ่นเท่านั้นแหละที่จะตกลงไป”

 

          อ้อ... จริงด้วยสินะ

            เจสันเหยียดยิ้มและยอมรับคำพูดนั้นอยู่ในใจ


          _________________[TBC?]__________________________


     จริงๆดีใจที่มีคนอ่านแล้วชอบออลดิ๊กเหมือนกัน55555  มันดีค่ะะะ  

     ตั้งใจว่าให้เป็นช่วง4เดือนที่พี่ดิ๊กไม่กลับไปเยี่ยมGothamคือพี่ดิ๊กอยู่กับเจสัน  แค่กกๆ!

     5555  ได้มีโอกาสมาแต่งฟิคแล้วดีใจจังเลยค่ะTwT   ขอบคุณที่แวะมาพูดคุยกันนะคะ แอร๊ รักทุกคนนนน  ตอนหน้าเป็นคิวใครดี----

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ K. pneumoniae จากทั้งหมด 19 บทความ

บทวิจารณ์

เขียนบทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

เขียนคำนิยม

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

6 ความคิดเห็น

  1. #6 Fii
    วันที่ 23 กันยายน 2559 / 01:14
    โอยยย เกลียดดดดดดดดดด ปกติอ่านฟิคที่ขึ้นว่า allใครสักคน แล้วคนนั้นต้องโดนรุมโดนแกล้ง อะไรแบบนั้น นี่พี่ดิ๊กคุมหมด ยั่วและปั่นหัวทุกคนได้หมด เกรย์สันนายมันร้าย เหมือนหนุ่มๆแต่ละคนเต้นอยู่บนฝ่ามือ โคตรควีน เอามงไป ฮืออออ ชอบจังข่าาาา

    รักตอนเจย์ด่าดิ๊กมากค่ะ คือถึงดิ๊กจะดูเป็นเพอร์เฟคแมนขนาดไหนแต่เรื่องความรักเค้ากลับจัดการได้แย่มากเลย เปลี่ยนผู้หญิงบ่อยจนน่าสงสัยว่าจำชื่อได้ยังไง เดทกัน จูบกันก็ยังเรียกว่าเพื่อนแบบนี้ เราคิดว่าผู้ชายแบบนี้นี่เลวมากค่ะ อยากให้มีใครด่านางตรงๆมานานแล้ว ฟิคนี้ทำฝันให้เป็นจริงมากค่ะ 5555555555

    รอฟิคเรื่องต่อๆไปนะคะ
    #6
    1
    • 24 กันยายน 2559 / 20:25
      ฮาาาา พี่ดิ๊กโดนรังแกนี่ไม่ใช่แนวเลยค่ะ ชอบให้พี่ดิ๊กควีน--- แค่กๆ55555 ดีใจที่ชอบค่ะ><
      กรี๊ดดดดด จริงค่ะะะะะะ พี่ดิ๊กสมควรโดนด่าบ้างไรบ้าง เป็นคนที่จัดสรรเรื่องความรักได้เลวร้ายมาก ออกแนวผู้ชายหลั่นล้าน่าตีที่สุด5555 ไม่เคยไปรอดกับใครได้ตลอดรอดฝั่งสักที ต้องเป็นเพราะการเลี้ยงดูของบรูซแน่ๆค่--- แค่ก!
      จริงๆกะให้เมี่ยนเป็นคนนว่าค่ะ แต่คิดอีกที เจย์ก็ได้อ่ะ เดี๋ยวบทน้อย(?)5555
      ขอบคุณที่แวะมาคุยกันนะคะ>< ว่างยาวๆจะมาแต่งอีกแน่นอนค่า
      #6-1
  2. วันที่ 21 กันยายน 2559 / 23:55
    อยากจะบ้าตายยยยยยยยย!!! ดิ๊กนี่มันสุดยอดจริงๆ สยบทุกคนในครอบครัว ต่อไปขอดิ๊กกะทิมนะ อยากรู้ว่าเป็นไง
    #5
    1
    • 24 กันยายน 2559 / 20:21
      พี่ดิ๊กกับทิมนี่ไม่แน่ใจค่ะว่าจะสามารถนำมาทำออลดิ๊กได้TwT กลัวใจตัวเองพาให้พี่ดิ๊กท็อปไป5555
      ขอบคุณที่แวะมาพูดคุยกันนะคะ จะลองพยายามใส่ลงไปนะคะ5555
      #5-1
  3. #4 p_ice (@p-ice) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 08:32
    เจสันนายตกหลุมดิกไปลึกแบบปีนไม่ขึ้นแล้วละ 555 ดิกน่ารักกกกกก
    #4
    1
    • #4-1 K. pneumoniae (@liszukung) (จากตอนที่ 1)
      21 กันยายน 2559 / 18:42
      เจสันก็ได้ประโยชน์ค่ะ เอาหมด5555 ดีใจที่ชอบค่า >< ขอบคุณที่แวะมาคุยกันนะคะ
      #4-1
  4. #3 MMMilL.x
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 01:10
    แอร้ยฟ้ดห่กวงกก้ก เราชอบฟิคของไรต์มากเลย ชอบออลดิ๊กกับเดเมี่ยนดิ๊กที่สุดในแบทแฟมแล้วค่ะ เจอเจย์ดิ๊กก็หลงพายไปด้วย5555

    ชอบนิสัยดิ๊กมาก ดูมีความรักครอบครัว ใจดีคนรักคนหลง ประทับใจในตัวเมนมากค่ะ ภาษาสวยเข้าใจง่าย เป็นกำลังใจให้แต่งอีกนะคะ&#128144;
    #3
    1
    • 21 กันยายน 2559 / 18:41
      แอร๊ย >< ดีใจที่ชอบค่า
      เนาะะะะ พี่ดิ๊กที่แสนดีของน้องๆ5555 โมเมนท์กับเมี่ยนนี่ชอบมากเลยค่ะ555
      แอร๊ เขิน มากอดทีค่ะ //กอดดด
      ดีใจที่ชอบค่ะ ว่างยาวๆจะมาแต่งอีกแน่นอนค่า
      ขอบคุณที่แวะมาคุยกันนะคะ
      #3-1
  5. วันที่ 19 กันยายน 2559 / 10:24
    พอดีอวยคู่เดเมี่ยรดิ๊คคะเลยไม่ค่อยได้ใส่ใจอะไรมาก
    แต่ไม่เป็นไรคะไรท์จะยังไงก็ได้ขอแค่พี่ดิ๊คเคะก็พอแล้ว
    อ่านหลายรอบคะตั้งแต่ของตอนที่แล้วและก็ของตอนนี้
    โดยสรุปดีงามคะ
    แต่จากความรู้สึกของเราที่เป็นทั้งคนเขียนคนอ่านคือเรารู้สึกว่ามันต้องตามให้ทันเพราะเนื้อเรื่องมันมีทั้งอดีตทั้งปัจจุบันบางที่เราก็ดูไม่ออกว่าย่อหน้านี้กล่าวถึงใครต้องอ่านหลายรอบแต่ไม่มีปัญหานะคะ
    เกี่ยวกับตัวละครก็อย่างที่ว่าไว้คะเราอวยน้องเล็กกินพี่ใหญ่แล้วเรื่องนี้ก็ไม่รู้คิดไปหรือเปล่า
    เรารู้สึกว่ามีแต่เจสันที่สนใจพี่ดิ๊คเท่านั้นส่วนพี่ดิ๊คก็ดีด้วยทุกคนแต่รู้สึกจะให้ความสนใจน้องเดเมี่ยนจอมขวางโลกเสียมากกว่า
    แต่จะมีตอนต่ออยู่ใช่ไหมคะ
    จะรอนะคะอวยพี่ดิ๊คdc
    พอๆกับป๋าโทนี่marvel
    จะรอนะคะ
    #2
    2
    • 19 กันยายน 2559 / 18:14
      กรี๊ด ยาวมาก ปลื้มใจ มีคนพูดเยอะTwT) //กอด
      จริงๆช่วงนี้ไฮป์เมี่ยนดิ๊ก ดิ๊กเมี่ยนมากจริงๆค่ะ5555 รู้สึกว่าลึกซึ้งดีในความเมี่ยนกับดิ๊ก ส่วนหนึ่งเพราะฟิคนี้ดิ๊กรักบรูซมาก ตอนหน้าๆจะขยายส่วนความโม่ยของพี่ดิ๊กที่มีต่อบรู--- //ฮาา
      เลยส่งผลให้พี่ดิ๊กแอบมีมีปฏิกิริยากับเมี่ยนมากกว่าแหละค่ะ(ดีใจที่สังเกตอ่า555) รู้สึกผิดกับเจย์นิดนึงนะ5555 >< จะใส่อะไรเป็นการไถ่โทษเจย์ในคราวหน้าแล้วกันเนาะ แฮ่
      ขอโทษที่ทำให้สับสนนะคะTwT แฟลชแบ็คไม่บอกกล่าวบ่อยมากจริงๆ(แล้วเราดันชอบด้วย ฮืออ ขอโทษค่ะ)จะพยายามเวิ่นให้น้อยลงแล้วใส่ความชัดเจนมากขึ้นนะคะ555TwT
      ดีใจที่ชอบค่ะ อวยเหมือนกันน>< ไอดีอันนี้มีไว้แต่งเกี่ยวกับซูเปอร์ฮีโร่โดยเฉพาะเลยค่ะ
      ขอบคุณที่แวะมาพูดคุยกันนะคะ ดีใจ อยากแต่งบ่อยๆเหมือนกันค่ะ ถ้าว่างยาวๆเมื่อไรก็คงมาแต่งตลอดๆค่า
      //กอดดด
      #2-1
    • 20 กันยายน 2559 / 12:43
      55555555
      ถ้านั่นเป็นแนวทางของไรท์รีดอย่างเราก็ไม่ว่าหรอกคะ
      เพราะนั่นคือเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์ของคนเขียน
      #2-2
  6. วันที่ 19 กันยายน 2559 / 09:54
    กรี๊ดดด ชอบความร้ายกาจของพี่ดิ๊กตอนอยู่กับพี่เจย์
    พี่ดิ๊กน่ารักมาก//เขิน
    พี่ดิ๊กผู้คุมได้ทุกอน่าง

    //ทำไมพออยู่กับพี่เจย์มันดูแตกต่างจากเมี่ยนจัง
    #1
    1
    • 19 กันยายน 2559 / 18:06
      จริงๆยังไม่ลงตัวเลยค่ะว่าต้องการให้พี่ดิ๊กเป็นแบบไหนตอนอยู่กับเจย์5555
      ส่วนตัวรู้สึกว่าเดเมี่ยนกับพี่ดิ๊กมันสัมพันธ์ลึกซึ้งดีค่ะ มีเป็นพี่ลงพี่เลี้ยงไรงี้ ใกล้ชิด แล้วพี่ดิ๊กฟิคนี้ก็รักบรูซมาก เลยมีปฏิกิริยากับเมี่ยนเยอะหน่อย แอร๊ ว่าจะใส่อะไรเป็ฯการไถ่โทษเจย์อยู่เหมือนกันค่ะ เอาไว้รอบหน้าเนาะTwT
      ดีใจที่ชอบนะคะ>< ขอบคุณที่แวะมาคุยกันน้า
      #1-1
พิมพ์เลขที่เห็น