สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ดาบคลั่งโลหิต

ตอนที่ 18 : สองศิษย์หัวซาน


     อัพเดท 25 ธ.ค. 56
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/กำลังภายใน
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : ฟ้าบรรจบดิน ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ฟ้าบรรจบดิน Email : voraman10(แอท)hotmail.com
My.iD: http://my.dek-d.com/lipai
< Review/Vote > Rating : 100% [ 4 mem(s) ]
This month views : 77 Overall : 110,436
559 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 277 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ดาบคลั่งโลหิต ตอนที่ 18 : สองศิษย์หัวซาน , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2900 , โพส : 7 , Rating : 192 / 40 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 


                          
                              







           
           "  ท่าน....เอ่อท่านผู้ตรวจการ   "   


       
             เสียงของเตียวทูฟง ดังขึ้นจากทางเบื้องหลังของโค้วหย่งเทียน พร้อมกับมีบุรุษสูงวัยหน้าตา

   มอมแมม  ผมเผ้ากระเซิงปรกคุลมใบหน้า ข้างเอวแขวนไว้ด้วยน้ำเต้าสีแดง  ท่าทีน่าขบขันผู้หนึ่ง ติด

   ตามมา  หากแม้นว่าผู้ใด มีนัยตามิมืดบอด  ก็ยอมจะทราบว่าบุรุษสูงวัยผู้นี้คือขอทานชราผู้หนึ่งนั่นเอง

     
   
   "  ท่านเจ้าสำนักเตียว ท่านผู้นี้คือ  "   โค้วหย่งเทียนกล่าวขึ้น  เมื่อเห็นเตียวทูฟงนำชายผู้หนึ่งเข้ามา


    "   ท่านผู้นี้คือ จิวตงเซียน ผู้อาวุโสของพรรคกระยาจก  "  เตียวทูฟงกล่าวแนะนำขึ้น


    "  ผู้น้อย เทียนหย่งคาระวะ ท่านผู้อาวุโส จิว   "   โค้วหย่งเทียนในนามเทียนหย่ง  ประสานมือคำนับ

  ขอทานชราพรรคกระยาจก


    "  ยินดี ยินดียิ่ง ท่านเทียนหย่ง อายุยังเยาว์ กลับได้เป็นถึงผู้ตรวจการ สำนักคุ้มภัย สายฟ้าคุณธรรม

        นับว่า มิธรรมดา  "   ขอทานชรากล่าวพลางหยีตา เหม่อมองบุรุษหนึ่งด้วยสาย ชื่นชม 


     
       เตียวทูฟงและจิวตงเซียน ทั้งสองต่างเคยเป็นศิษย์สำนักหัวซาน แต่ด้วยนิสัย และพฤติกรรมที่มักจะ

   ออกนอกลู่นอกทาง มิอยู่ในกฏระเบียบของสำนัก จึงถูกขับออกจากสำนักมาพร้อมกัน   เส้นทางชีวิต

    ทำให้ทั้งสอง ต่างแยกย้ายไปตามวิถีทางของตนเอง  จิวตงเซียนระเหเร่ร่อน   จนได้เข้าสังกัด พรรค

    กระยาจก  ด้วยความเป็นผู้ที่ชื่นชอบ ดื่มสุรา เป็นชีวิตจิตใจ จึงมีฉายาเซียนเมาน้ำเต้าแดง   ส่วนเตียว

    ทูฟง ฉายากระบี่หัวซานมีกระบี่เพลงบี่ที่พริ้วไหวล้ำลึก แต่กลับเลือกเดินในเส้นทางสายมืดดำ  ทำให้

    เซียนเมาน้ำเต้าแดง นึกเดียจฉัน  ตีตัวออกห่าง   แต่เมื่อรู้ข่าวว่าเตียวทูฟงกลับใจ จึงได้กลับมาคบค้า

    สมาคม ฉันศิษย์พี่น้องเหมือนเดิม   ด้วยเบื้องลึกในใจทั้งสอง ยังคงผูกพันธ์อยู่กับสำนักหัวซานมิคลาย   


       ถ้าพูดถึงเพลงหมัดมวยต้องเส้าหลิน เพลงกระบี่ต้องหัวซาน ที่มีเพลงกระบี่ล้ำลึก มีชื่อเสียงลือเลื่อง

   ไปทั่วยุทธภพวงการนักเลง   มิเพียงแต่เพลงกระบี่ที่โดดเด่น สำนักหัวซานยังมีพลังลมปราณล้ำลึกอีก

   แขนงหนึ่ง คือพลังปราณมังกรแดง    นอกจากปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งสำนักหัวซานแล้ว  ยังมิเคยมีผู้ใดที่

    มีสามารถหลอมรวม ฝึกวิชาทั้งสองแขนงนี้สำเร็จเป็นหนึ่งได้      ภายหลังจึงได้มีการแบ่งแยกกันฝึก

    เกิดเป็นฝักฝ่าย เป็นหัวซานเหนือ หัวซานใต้ จนเกิดศึกภายในแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นขึ้น  หัวซานใต้เป็น

    สายกระบี่  หัวซานเหนือเป็นสายพลังปราณ   หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันครองตำแหน่งเจ้าสำนักหัวซาน

    เรื่อยมาตามแต่ที่ช่วงใดฝ่ายใด จะมีกำลังกล้าแข็งกว่ากัน  


          เตียวทูฟงเป็นศิษย์สายกระบี่หัวซานใต้    จิวตงเซียนเป็นศิษย์หัวซานเหนือสายพลังปราณ แต่ทั้ง

    สองกลับเบื่อหน่ายในการชิงดีชิงเด่น ของเหล่าศิษย์พี่น้องสองสาย จึงชักชวนกันท่องยุทธภพใช้ชีวิต

    ในวงการนักเลงหลายปี  เมื่อกลับมาสำนัก  ต่างถูกผู้นำหัวซานฝ่ายตน   ขับออกจากสำนักในฐานะที่มิ

   ภักดี  มีใจช่วยเหลือพรรคพวกฝ่ายตนให้เป็นใหญ่   และหัวหน้าผู้นำหัวซานใต้ ในตอนนั้น ก็คือเจ้าสำนัก

   หัวซานคนปัจจุบัน เล้งซุนคุ้ง  ที่เอาชนะพลังปราณมังกรแดง ขั้นสี่ของเมี่ยวสั่งเซินผู้นำสายพลังปราณ

   จนทำให้ เมี่ยวสั่งเซิน ได้จากไปอย่างไร้ร่องรอย   


      แต่บัดนี้ เมี่ยวสั่งเซิน ได้กลับมาแล้ว ข่าวการมาของเมี่ยวสั่งเซิน ทำให้ยอดขุนเขาสำนักหัวซานต้อง

   สั่นสะท้าน  เงาเมฆสีดำทะมึนได้ปรกคลุมไปทั่ว  และมีทีท่าว่าจะกลืนกินยอดขุนเขาหัวซานให้หายไป
         
       
       
         เตียวทูฟงและเซียนเมาน้ำเต้าแดง อย่างไรก็เคยเป็นศิษย์สำนักเขาซาน  หวั่นเกรงว่าจะเกิดศึก  ระ

   หว่างศิษย์พี่น้องร่วมสำนัก  จนต้องหลั่งโลหิต โชลมขุนเขาหัวซานให้กลายเป็นสีแดงขึ้น
         

      เมื่อโค้วหย่งเทียนทราบความจริงว่า เซียนเมาน้ำเต้าแดง คือศิษย์พี่ของ เตียวทูฟงจึงบอกเล่าความ

   จริง และเหตุผลที่ตนต้อง ปลอมแปลกใช้อีกชื่อหนึ่ง


  " ผู้เยาว์ ต้องขออภัย ท่านผุ้อาวุโสด้วย  " โค้วหย่งเทียนประสานมือกล่าวขอโทษเซียนเมาน้ำเต้าแดง

   ที่ตนมิได้บอกชื่อและฐานะตน ตั้งแต่แรก    


 
"   มิกล้า มิกล้า   ข้าพเจ้าได้รู้จัก  วีรบุรุษผู้กล้าหาญ และยังเป็น ทายาทเพียงหนึ่งเดียว    ของท่านดาบ

   จอมภพ  เช่น ประมุขโค้ว นับว่าเป็นวาสนา ของขอทานเฒ่าแล้ว  "       ขอทานชรากล่าวด้วยความตื่น

    ตระหนก และชื่นชม เมื่อได้รู้ ฐานะที่แท้จริง ของโค้วหย่งเทียน      ทั้งยังเข้าใจในความจำเป็นที่บุรุษ

    หนุ่มต้องปลอมตัวในครั้งนี้


                

          ขณะนั้น เตียวทูฟงได้เอ่ยขึ้นว่า 


    "  เรียนท่านประมุข ความจริงเรื่องของสำนักหัวซานในครั้งนี้   มิควรเดือดร้อนถึงท่านประมุข  "


      เมื่อเตียวทูฟง หยุดนิดหนึ่งแล้ว หันไปมองหน้าขอทานชรา แล้วกล่าวสืบไปว่า


"  เรื่องนี้ถ้าหากแม้น เมี่ยวสั่งเซิน มิชักนำคนนอก อย่างนิกายฟ้าเอกกะเข้าเกี่ยวข้อง ข้าพเจ้าและศิษย์

   พี่จิว ก็คงปล่อยให้เป็นไปตามวิถีทาง กฏของสำนักหัวซาน จะมิเข้าไปยุ่งเกี่ยว  "


  
       โค้วหย่งเทียนเมื่อได้ยินคำว่า เมี่ยวสั่งเซิน ตาเป็นประกายขึ้นวูบหนึ่ง  เมี่ยวสั่งเซิน ผู้นี้คือหนึ่ง

   ในกลุ่มคนชุดดำที่ เข่นฆ่าล้างตระกูล เยี่ย มิใช่หรือ แต่ก็รีบงำความยินดีไว้  แม้เตียวทูฟงและเซียน

   เมาน้ำเต้าแดง จะสังเกตุเห็นท่าทีเปลี่ยนแปลงของโค้วหย่งเทียน ที่ปรากฏแววตาอันเย็นยะเยียบ

   น่าหวาดหวั่นขึ้นมาวูบหนึ่ง  แต่กลับพากันเข้าใจว่าบุรุษหนุ่มคงมี อารมณ์ร่วมกับพวกตน

  

   "  เรื่องนี้ต้องโทษบรรดาผู้คนที่หลง มั่วเมาในการแย่งชิงอำนาจ จนให้สำนักตกต่ำ "    เซียนเมา

น้ำเต้าแดงกล่าวยกน้ำเต้าที่บรรจุสุราขึ้นดื่ม อย่างเอือมระอาต่อการชิงดีชิงเด่น ของเหล่าศิษย์ในสำนัก

หัวซาน


      โค้วหย่งเทียนเมื่อได้ฟังเรื่องราว ต่างเห็นใจคนทั้งสอง ถึงแม้คนทั้งจะเคยถูกขับออกจากสำนัก

กลายเป็นคนนอก แต่ยังมีใจห่วงกังวลต่อชีวิตของผู้คนในอดีตสำนักตน นับว่าทั้งคู่เป็นผู้ที่น่ายกย่อง 

โค้วหย่งเทียนจึงเอ่ยขึ้นว่า


   "  หากท่านทั้งสองมีสิ่งใดที่ ข้าพเจ้าจะช่วยเหลือได้ ขอให้กล่าวมาได้เต็มที่ ข้าพเจ้าจะมิบ่ายเบี่ยง

       จะทำจนสุดความสามารถ  "

    
    เมื่อได้ฟังคำกล่าวของโค้วหย่งเทียน ทั้งคู่ต่างก็ยิ้มออก   เซียนเมาน้ำเต้าแดง จึงกล่าวอย่างยินดี

    ขึ้นว่า


     "   เช่นนี้นับ  ประเสริฐ  ยิ่ง  "


 
  "  ขอบพระคุณ ท่านประมุขที่เมตตายื่นมือเข้าช่วยเหลือ  เหตุนองเลือดในครั้งนี้ นับว่ายังพอมีทางที่

      จะช่วยบรรเทาได้  "เตียวทูฟงกล่าวขึ้น





 


                    "    ยอดขุนเขาตระหง่าน 

                                     ม่านกระบี่พริ้วไหว

                                             สายธารล้ำลึกเกรียงไกร

                                                         ใจมั่นรวมกันเป็นหนึ่ง    "


   

        บนลานยอดเขาสำนักหัวซาน  บรรดาศิษย์ สำนักหัวซานต่างเปล่งเสียง ทั้งร่ายรำกระบวนท่า

 กระบี่ ที่พร้อมเพียงกัน ก่อเกิดเป็นม่านกระบี่ พริ้วไหวดุจสายลม  บุรุษรูปร่างสูงใหญ่อายุราวหกสิบ

 กว่าปีผู้หนึ่ง  กำลังยืนจับจ้องมองกระบวนค่ายกลกระบี่หัวซาน อย่างใจจดใจจ่อ  ขมวดคิ้วเข้าหากัน

 จนดูน่าเกรงขาม  ครั้นก็ร้องกล่าวออกไปว่า


      "  ใจมั่นรวมกันเป็นหนึ่ง   พวกเจ้า เวลาประสานกระบี่ จะต้องมีจิตสัมพันธ์กันยอมตกตายด้วยกัน

         อานุภาพของค่ายกลเก้ากระบี่หัวซาน จึงเปล่งอานุภาพได้เต็มที่  พวกเจ้าลองอีกครั้ง  "


    "  ขอพระคุณท่านอาจารย์ที่สอนสั่ง "    บรรดาศิษย์ หัวซานต่างเปล่งเสียงน้อมรับ คำสั่งสอนของ

  ผู้เป็นอาจารย์ขึ้นพร้อมกัน   ทำให้คิ้วที่ขมวดเข้าหากัน ในตอนแรกของผู้เป็นอาจารย์ เริ่มคลายออก

  จนปรากฏรอยยิ้มที่มุมปากขึ้น  พลางลูบหนวดอันยาวของตน  มองดูเหล่าศิษย์ด้วยความชื่นชม เมื่อ

  เหล่าศิษย์ประสานกระบี่อีกครั้ง จนเปล่งอานุภาพออกมา    อาจารย์ผู้นี้คือเจ้าสำนักหัวซาน คนปัจจุ

  บัน กระบี่มังกรหัวซาน เล้งซุนคุ้ง 

         
        อันค่ายกลเก้ากระบี่หัวซาน เป็นค่ายกลกระบี่ที่เหล่าบูรพาจารย์ของสำนัก ทุ่มเทสติปัญญาผ่าน

  การแก้ไขขัดเกลา จนสมบูรณ์เปี่ยมไปด้วยอานุภาพ  หากแม้นว่ามีผู้ตกเข้าไปในค่ายกลเก้ากระบี่หัว

  ซาน  มีเพียงทางสายเดียวให้เลือก หากมิยอมแพ้ คือ ตกตายแบบซากสมบูรณ์ หรือ กลายเป็นซาก

  ที่อวัยวะกระจัดกระจาย    ผู้ฝึกจะต้องเป็นมือกระบี่ที่ทัดเทียมกัน เก้าคน ใช้กระบี่เก้าเล่ม ทำกิจวัต

  ร่วมกันกิน นอน ขับถ่าย ร่วมสุขทุกข์ในเวลาพร้อมกัน  ทั้งเก้าคนจึงมีจิตมั่นรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน แม้

  ตกตายก็พร้อมกัน   นับว่าเป็นค่ายกลที่ร้ายกาจเหี้ยมโหด  

 
    ครั้งนี้เจ้าสำนักหัวซาน กระบี่มังกรหัวซาน เล้งซุนคุ้ง ได้ตระเตรียมค่ายกลเก้ากระบี่หัวซาน ไว้ต้อน

  รับผู้ที่จะมารุกราน    


           

            พลันมีเสียงอันเปี่ยมด้วย พลังอันสมบูรณ์แกร่งกร้าว ดังมา
    

   "  ฮ่ะ ฮ่ะ  เล้งซุนคุ้ง ถึงขนาดเตรียม ค่ายกลเก้ากระบี่หัวซาน ไว้ต้อนรับเราผู้แซ่ เมี่ยว เชียวหรือ   "


   
     เสียงกล่าวจากเชิงเขา กลับบรรลุ ดังขึ้นมาถึงลานยอดเขาหัวซาน  บ่งบอกถึงระดับพลังฝีมืออัน

  สูงส่งของผู้มาเยือน  


    "  เมี่ยวสั่งเซิน  ในที่สุดเจ้าก็มาจนได้  "   กระบี่มังกรหัวซาน เล้งซุนคุ้งกล่าว พรึมพร่ำ    


ใจแม้ตระหนกกับพลังวัตที่สูงส่งของผู้มา  แต่ยังรักษาสีหน้าท่าทีไว้อย่างสงบ  พลันปรากฏร่างของ

 บุรุษสูงวัย รูปร่างใหญ่ ใบหน้าสี่เหลี่ยมนัยตา แวววาวราวพยัคฆ์ร้ายผู้หนึ่ง   คนผู้นี้คือกระบี่บรรพรต

 เมี่ยวสั่งเซิน  เบื้องหลังมีบรรดาศิษย์สำนักหัวซานเหนือฝ่ายพลังปราณ  ถัดไปเป็นกลุ่มคนสวมอาภร

  สีดำดูลี้ลับกลุ่มหนึ่ง      พลันเจ้าสำนักหัวซาน เล้งซุนคุ้ง จึงกล่าวขึ้นว่า


     "   เมี่ยวสั่งซุน มิเจอท่านหลายปี ดูท่าพลังฝีมือ คงจะก้าวหน้ามิน้อย  "  หยุดเล็กน้อยแล้วกล่าว

 เสียงดังยิ่งขึ้นว่า  

      "   แต่เหตุไฉนท่านจึงไปเกลือกกลั้ว กับพวกนิกายฟ้าเอกกะ นำพาคนเหล่านี้เข้ามาในสำนัก  "


   
         กระบี่บรรพรต เมี่ยวสั่งเซิน เมื่อได้ยินดังนั้นจึงแค่นเสียงกล่าวขึ้นว่า  


  "  เล้งซุนคุ้ง  ตอนเจ้าแย่งชิงตำแหน่งเจ้าสำนักจากเรา  เป็นเจ้ามิใช่รึ ที่ชักนำคนของราชสำนักเข้า

       มา  บัดนี้เรานำคนของนิกายฟ้าเอกกะ เข้ามาบ้างจะเป็นไร  "


   
    เดิมทีสำนักหัวซานเป็น สำนักในยุทธภพ ที่มิข้องเกี่ยวกับทางราชสำนัก  ต่อเมื่อกระบี่มังกรหัวซาน

  เล้งซุนคุ้ง ต้องการ แย่งชิงตำแน่งเจ้าสำนักจาก   กระบี่บรรพรตเมี่ยวสั่งเซิน  จึงชักนำราชสำนักเข้า

   มาเกี่ยวข้อง บีบจนเมี่ยวสั่งเซิน  ต้องออกจากสำนักแล้ว หายสาบสูญไป  ตั้งแต่นั้นมาสำนักหัวซาน

   ก็เปรียบประดุจแขนขา ของราชสำนัก    ส่วนเมี่ยวสั่งเซิน ห้าหกปีมานี้กลับไปพึ่งพิง นิกายฟ้าเอกกะ  

   ทางหนึ่งคิดจะยืมมือนิกายฟ้าเอกกะ  หวังช่วยทวงตำแหน่งเจ้าสำนักหัวซานกลับคืน   



     
                                 อำนาจย่อมครอบงำสำนึก ของผู้แสวงหาซึ่งอำนาจ  

                     กว่าจะรู้ตัวว่าตน ได้ถูกอำนาจกลืนกิน ก็ต่อเมื่อหมดสิ้นทุกอย่างแล้ว

                                  แม้กระทั่ง  "  จิตวิญญาณแห่งความเป็นมนุษย์  "
 


 









Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ดาบคลั่งโลหิต ตอนที่ 18 : สองศิษย์หัวซาน , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2900 , โพส : 7 , Rating : 192 / 40 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1

#7 : ความคิดเห็นที่ 418
สมควร
Name : PrinceOom< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ PrinceOom [ IP : 27.55.8.115 ]
Email / Msn: aum456_(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 พฤศจิกายน 2556 / 11:24

#6 : ความคิดเห็นที่ 131
ผลประโยชน์ไม่เข้าใครเฮ้อ
Name : powersem< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ powersem [ IP : 58.11.212.111 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 มิถุนายน 2555 / 21:01


#5 : ความคิดเห็นที่ 65
รอต่อค่าาาาา
Name : หยกจันทรา [ IP : 58.9.37.36 ]
Email / Msn: -
วันที่: 12 พฤษภาคม 2555 / 23:25

#4 : ความคิดเห็นที่ 63
 แค้นบรรพบุรุษ ยากปล่อยวาง
PS.  ตัดตัวตน ออกจากจิตวิญญาณ อะฮ้า~
Name : สายลมพลิ้ว< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ สายลมพลิ้ว [ IP : 125.24.236.24 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 พฤษภาคม 2555 / 19:53

#3 : ความคิดเห็นที่ 62
 ครับ กำลังสนุก

ติดตามต่อไป

PS.  
Name : มังกรอหังการ< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มังกรอหังการ [ IP : 180.183.98.201 ]
Email / Msn: thanwa-som(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 พฤษภาคม 2555 / 07:49

#2 : ความคิดเห็นที่ 61

ขออภัยครับ พอดีหิวข้าวเลยออกไปหาหม่ำนิดหน่อย อิอิ
Name : หลี่ไ๋ป๋< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ หลี่ไ๋ป๋ [ IP : 1.20.0.130 ]
Email / Msn: voraman10(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 พฤษภาคม 2555 / 23:30

#1 : ความคิดเห็นที่ 60
อ่าน่าจะรอให้มันได้ อีกสัก 4-5 ตัวอักษรค่อยลงนะ

ผมว่า อิอิอิ

PS.  
Name : มังกรอหังการ< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มังกรอหังการ [ IP : 180.183.98.201 ]
Email / Msn: thanwa-som(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 พฤษภาคม 2555 / 22:41

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

"หนังสือสดใหม่ ประจำเดือน ตุลาคม 2557"

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android