สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

กิจกรรมประกวดนิยาย Lightwriter ครั้งที่ 1

ตอนที่ 9 : เรื่องที่ ๕ Over Christmas! … จบเกม! เดิมพันวันคริสต์มาส (Praewa riiiez)


     อัพเดท 24 ธ.ค. 54
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/อื่น ๆ
Tags: กิจกรรม, ประกวด, นิยาย, คริสต์มาส, ขึ้นปีใหม่
ผู้แต่ง : นัก(อยาก)เขียนมือใหม่ใจเกินร้อย ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ นัก(อยาก)เขียนมือใหม่ใจเกินร้อย
My.iD: http://my.dek-d.com/lightwriter
< Review/Vote > Rating : 0% [ 0 mem(s) ]
This month views : 0 Overall : 1,655
96 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 6 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
กิจกรรมประกวดนิยาย Lightwriter ครั้งที่ 1 ตอนที่ 9 : เรื่องที่ ๕ Over Christmas! … จบเกม! เดิมพันวันคริสต์มาส (Praewa riiiez) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 472 , โพส : 18 , Rating : 72 / 15 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


กิจกรรมประกวดนิยาย Light writer ครั้งที่ ๑

เรื่องที่ ๕       Over Christmas! … จบเกม! เดิมพันวันคริสต์มาส (Praewa riiiez)

 

 

คิดว่าคุณงั้นหรอ...คือ “คนที่ฉลาดที่สุด!” ผิดแล้ว!! ฉันต่างหาก ที่ “ฉลาดที่สุด!” และฉันคนนี้แหละคือ... “ผู้คุมเกม”

แล้วพบกัน

Christmas Eve

 

 

WELCOME

Do you want to know? …that, you’re stupid or intelligent

If, you want to know, c’mon let’s start the game.

ยินดีต้อนรับเข้าสู่เกม

อยากรู้มั้ย...ว่าคุณโง่ หรือฉลาด

ถ้าอยากรู้ ก็เข้ามาสิ มาเริ่มเกมกันเถอะ

 

 

“เริ่มได้...”

 

บทนำ   A.M.

 

เด็กสาวตัวน้อยได้ลืมตาขึ้นมามองโลก เธอช่างมีชีวิตราวกับเจ้าหญิง ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี ไม่เคยได้ก้าวออกจากรั้วคฤหาสน์เกิน 2 เมตร อาหารเลอเลิศเท่านั้นจึงจะได้ไปอาศัยอยู่ในท้องของเธอ มีแม่นมคนใช้ให้เรียกหาได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง แต่ถึงเวลาที่เธอจะได้ไปพบกับโลกใบใหม่ซึ่งไม่ได้มีแค่พ่อบ้าน แม่บ้าน แม่นม หรือคนใช้ เธอเข้าเนิร์ดเซอร์รี่พบปะกับเพื่อนใหม่ เธอเป็นคนดี ถึง ดีมาก! จนไม่มีใครเชื่อว่าเธอจะดีได้ขนาดนั้น เพื่อนๆต่างรุมแกล้งเธอ จนเธอไม่เข้าใจว่าทำไมความดีที่เธอมีจึงไม่สามารถทำให้พวกเขาดีกับเธอได้เลย พวกเขาพยายามจะทำให้เธอสารภาพว่าเธอเลว เธอมันชั่ว ทั้งที่ความจริงคือ ไม่! แม้กระทั่งอาจารย์ประจำชั้นที่คิดว่าเธอคง เสแสร้ง ตอแหล !! จึงได้เพิ่มงานให้เธอได้มากกว่าคนอื่น ... เด็กเนิร์ดเซอร์รี่เนี่ยนะ !!

 

เมื่อถึงวันหนึ่ง... สาวน้อยใช้ชีวิตโดยผ่านความเกลียดชังของเพื่อนฝูงและอาจารย์จนเข้าอนุบาล และได้พบกับเด็กชายนิสัยดี เขามาพร้อมกับความลับของเธอ เขารู้ว่าเธอแอบชอบ ปิแอร์ เด็กผู้ชายหน้าตาดี ชาติตระกูลดี ฐานะทางบ้านมั่นคง และเขาคือ หนุ่มฮอต! แหงล่ะที่เขาจะไม่มีวันชายตาแลเหลียวมองมาทางเธอ ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอรู้ดี และตอนนี้เขาเป็นแฟนกับ บาร์บีน่า เด็กสาวที่สวยที่สุดในชั้นเรียน เธอจึงได้แต่เฝ้ามองเขาอยู่ห่างๆ

 

“เธอก็รู้ดีนี่นา ว่าเขาไม่มีวันมาชอบเธอหรอก”  เด็กชายบอกเธอคล้ายกับเป็นห่วงเป็นใย

 

“แล้วจะให้ฉันทำยังไงล่ะ” สาวน้อยพูดด้วยน้ำเสียงกล้าๆกลัวๆ พรางมองไปที่ปิแอร์ซึ่งกำลังเล่นอย่างสนุกกับบาร์บีน่ายิ่งมองแล้วยิ่งทำให้เธอเจ็บปวด ภาพเด็กหนุ่มที่ตัวเองรัก กับเด็กสาวผู้เลอโฉมแฟนของเขา เห็นแล้วช่างน่าอิจฉา

 

“แล้วทำไมเธอไม่เกลียดเขาเลยล่ะ”

 

“หมายความว่าไง?” เธอเริ่มสับสนกับคำพูดของเด็กชาย นี่เขาเข้ามาเพื่ออะไรกันแน่นะ

 

“ในเมื่อชอบไป เขาก็ชอบเธอไม่ได้ ก็แล้วทำไมไม่เกลียดไปเลยล่ะ...”

 

สาวน้อยเริ่มสับสนกับคำพูดของเด็กชายมากยิ่งขึ้น ในเมื่อชอบไม่ได้ก็จะให้เกลียดเหรอ บ้าน่ะ! จะให้ฉันเกลียดคนที่ฉันชอบภายใน 2 วินาทีอย่างนี้เลยเหรอ เขากำลังคิดอะไรอยู่นะ

 

“ฉะ ฉันทำไม่ได้หรอกน่า”

 

“มันไม่ยากหรอก...มาเล่นเกมกับฉันสิ J

 

 

 

1   How…

 

“แล้วฉันต้องทำยังไงล่ะ” ความสับสนเริ่มจางหายไป เมื่อเธอได้ยินคำว่า เกม เป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้วเด็กๆชอบเล่นเกม และเธอก็เช่นเดียวกัน เธอคิดว่าเกมนี้ต้องสนุกแน่ๆ เธอจึงรีบตอบตกลงกับเด็กชายว่าเธอจะเล่นเกมนี้ แล้วมันก็ได้เริ่มต้นขึ้น...

 

“ขั้นแรกเธอต้องหาเครื่องมือที่ทำให้เธอเกิดความอ่อนแอ...แบบลวงตา”

 

 

สวัสดี ในที่สุดก็ตัดบทมาที่ฉันจนได้นะ เสียเวลากับบทคุยไร้สาระนั่นจริงๆ ฉันคือ คริสต์มาส อีฟ เกรทเนส วันนี้ชะนีตัวหนึ่งนัดฉันให้มาพบที่ร้าน Winter Wind วันนี้ฉันมาในชุดเดรสผ้าซีทรูสีฟ้าครามยาวๆ พลิ้วไหวไปกับสายลม พร้อมกับแลมเบอกินีคู่ใจ ที่กำลังขับขานเพลง...

 

Romeo takes me somewhere we can be alone, I keep …” ไม่นะ! ฉันไม่ได้ชอบ Taylor Swift แลมเบอกินีคันนี้มันน่าจับไปทิ้งซะให้ฉันฟังผู้หญิงใส่กระโปรงนั่งดีดกีต้าร์ร้องเพลงนี่เหรอถ้าฟังจริงนั่นคงไม่ใช่ฉัน มันต้องแบบนี้ย่ะ

 

Ra ra ah ah ah Roma Roma ma Gaga oh la la want you Bad romance…” นี่สิฉัน!!

               

 

 

Winter Wind Restaurant 7.35 P.M.

เมื่อแลมเบอกินีสีแดงโฉบเฉี่ยวจอดลง ขาวเรียวยาวของสาวสวยก็ได้ก้าวลงมาจากรถ โอ้พระเจ้า! เธอสวยเหลือเกินราวกับนางฟ้า ผมสีคาราเมลที่ปลิวไสว ช่างตัดกับตาสีเขียวมรกตของเธอ เธอก้าวเข้ามาในร้าน คนทั้งร้านจ้องเธอไม่ละสายตาเลยทีเดียว เมื่อถึงจุดนัดพบเธอเห็นว่ามีคนมานั่งรออยู่แล้วจึงได้เริ่มบทสนทนาของเธอ แน่ล่ะ! เธอรู้ว่ายัยนี่มันเลวแค่ไหน และเลวยิ่งกว่าเมื่อหล่อนทำเรื่องชั่วนั่น

 

“หล่อน...คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน”  ริมฝีปากเรียวบางเอ่ยขึ้นด้วยนำเสียงที่เหมือนไม่ใส่ใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นซักเท่าไหร่ พร้อมกับใช้แววตาที่ว่างเปล่าจ้องไปยังสิ่งมีชีวิตที่เธอคิดว่ามัน ต่ำทราม!’

 

“หึ! จะใครกันล่ะ ถ้าไม่ใช่ คนที่แย่งแฟนเธอ “ หญิงสาวหุ่นเซ็กซี่เย้ายวนใจชายหนุ่ม ตอบด้วยความสะใจ เมื่อเธอสามารถฉกมาร์เดนมาจาก คริสต์มาส อีฟ เกรทเนส หญิงสาวผู้เป็นที่หมายปองของชายหนุ่ม น่าถนุถนอมดุจอัญมณีอันเปราะบาง สวยงามดุจเพชรชั้นหนึ่ง และก็เฉียบแหลมดุจเหยี่ยวเพชฌฆาตเช่นกัน

 

“หล่อนน่ะมัน..พวกชั้นต่ำ ไม่เจียม”

 

“กรี๊ด! ด่าไปเถอะ ต่อให้ด่ายังไงเขาก็ไม่กลับมาหาแกหรอก นังโง่!” เสียงของสาวเศษสวะทำให้ทั้งร้านเริ่มตกตะลึงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หากแต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่งเพราะแววตาสีมรกตคู่นั้นช่างดุดันจนน่ากลัวเหลือเกิน

 

“คิดว่าฉันสนใจ เครื่องมือที่ไร้ค่า ชิ้นนั้นมากนักหรอ อยากได้...ก็เชิญคาบไปเลยเถอะ” พูดจบ เธอก็จากไปพร้อมกับแลมเบอกินีที่ขับขานเพลง Bad Romance อยู่โดยที่เธอไม่ได้แสดงความรู้สึกใดๆออกมาเลย

 

มาร์เดน เร็นตัน คือหนุ่มฮอตแห่ง Athena Wisdom University ซึ่งเป็นมหาลัยที่ฉันพึ่งย้ายเข้าไปเมื่อเทอมก่อน เรารักกัน เขาและฉันต่างก็เรียกกันและกันว่า แฟน แต่เขามีใครอีกคน ซึ่งก็คือ ยัยชะนีหน้าหนา ที่ชื่อ รีอาน่า เซเวสเตอร์ เธอคิดว่าตัวเองสวยเลิศแต่คงเทียบไม่ติดกับฉัน เธอแย่งมาร์เดนไปจากฉัน โอ้! ฉันควรจะเสียใจ ร้องไห้ TT ไม่หรอกเปลืองน้ำตาเปล่าๆ ไม่มีค่าอะไรเลยถ้าฉันทำแบบนั้นแต่ถ้าเพื่อทำให้ใครอีกคนสนใจ ไม่แน่J

 

  เสียงโทรศัพท์ของฉันดังขึ้น

 

 ‘Cheloe’

 

ว่าไง...เชลโลว์” เพื่อนของแฟนที่เพิ่งจะเก่าฉัน เขาโทรมาถามด้วยความเป็นห่วงและฉันเองก็น่าจะทำตัวให้เขาเป็นห่วงนะ

 

“ใช่ หล่อนแย่งเขาไป และเขาก็คงไม่กลับมาแล้วล่ะ” น้ำเสียงที่เหมือนจะเข้มแข็งแต่กลับแฝงความเศร้าสร้อยได้อย่างลงตัว สมกับเป็นนางเอก โฮะๆ ^O^

 

[เธอไม่เป็นไรใช่มั้ย...เธอน่าจะบอกฉันนะ]

 

“ไม่ ฉันไม่เป็นไร จริงๆ”  ปฏิกิริยาของร่างกายฉันเริ่มตอบสนองแค่เพียงเสียงของเขากลับทำให้ฉัน ใจเต้นแรง...

 

[เธอชอบทำเป็นเข้มแข็งอยู่เรื่อย เดี๋ยวฉันจะไปหา...] แล้วเขาก็ตัดสายไป

 

 

 

The Beauty Forest 9.00 P.M.

ฉันนั่งรอเขาอยู่ในที่ๆเรามักจะมาเจอกันบ่อยๆ เพราะปัญหาหัวใจของฉัน ร้าน  The Beauty Forest เป็นร้านอาหารหรูกลางกรุง มองจากชั้นดาดฟ้าของที่นี่ทำให้เห็นบรรยากาศได้ทั้งเมือง มันช่างเป็นสถานที่ๆแสนจะโรแมนติก           

“เธอรอนานมั้ย” เขามาพร้อมกับรอยยิ้มเหมือนทุกครั้ง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเต็มใจ

 

“ไม่หรอก ดีใจที่มา ^^” ฉันยิ้มให้เขาอย่างเป็นมิตร เชลโลว์ รีควอแลน ชายหนุ่มที่ฮอตไม่แพ้กันกับมาร์เดนด้วยเชื้อชาติลูกครึ่ง ไทย-อเมริกา-เยอรมัน ทำให้เขามีนัยน์ตาสีเงิน ตัดกับผมสีดำสนิทดูขรึมๆ แต่กลับมีเสน่ห์อย่างเหลือล้น เขาคือเพื่อนที่ดี เขาคอยให้คำปรึกษาทุกครั้งที่ฉันมีปัญหากับมาร์เดน แต่ต่อไปนี้คงไม่ต้องมีอีกแล้ว ครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้มาเจอกัน เพราะเรื่องปัญหาหัวใจอันแสนจะวุ่นวายของฉันที่ขยันสร้างมาให้เขาช่วย...

 

“เห็นเธอยิ้มได้ก็โอเค เธอคงจะไม่กลับไปหามาร์เดนอีกใช่มั้ย”

 

“แน่นอน เรื่องนั้นฉันไม่ทำแน่ ฉันไม่มีวันกลับไปหาคนที่ไม่เห็นคุณค่าของฉันหรอก”

 

“ดีที่เธอคิดได้ ฉลองกันหน่อยมั้ย ^^” เขาสั่งไวน์องุ่นอ่อนๆขวดใหญ่มา ราวกับรู้ว่าฉันชอบ สีแดงๆของไวน์องุ่นทำให้ฉันเริ่มมีความคิดดีๆอีกแล้ว J

 

กริ๊ก! 

เสียงแก้วไวน์องุ่นของเรากระทบกัน เขากับฉันท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติก

 

“คิดว่าฉันเป็นยังไง” คำถามที่ฉันปล่อยออกไปทำให้เขาอึ้งมากทีเดียว

 

“ฮ่าๆๆ เธอถามอะไรง่ายๆกับฉันอีกแล้วนะ คริสต์มาส อีฟ ... อืม เธอก็สวยน่ะสิ ^^

 

“ฉันน่ารักมั้ย?”

 

“ฮ่าๆๆ เอาอีกแล้วนะ เลิกใช้มุกตื้นๆเหอะ เธอคงจะจบด้วยคำว่า ถ้าน่ารักก็รักฉันสิ อะไรประมาณนี้สินะ...แต่ฉันรักเธอไม่ได้เธอก็รู้ ^_^ …” อีกครั้งกับคำตอบแบบนี้ เขามักจะปฏิเสธ ทั้งที่ฉันยังไม่ขอ น่าเศร้าแหะ L

 

“ไม่เอาน่า อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิคริสต์มาส อีฟ เธอก็รู้นี่ ฉันมีแฟนแล้วนะ ^^” ใช่! เขามีแฟนแล้ว แล้วยังไง? รักฉันไม่ได้หรอ เพราะเขามีแฟนแล้ว ฉันยิ่งอยากรู้ว่าผู้หญิงที่ทำให้เขารักได้ขนาดนี้ หล่อนคือใครกัน?

 

“แล้วระหว่างเรา...” ก่อนที่ฉันจะพูดจบ เขาตัดบทขึ้นมา

 

“เราเป็นเพื่อนกันนะ คริสต์มาส อีฟ”

 

“ฉันว่ามันไม่ใช่ สำหรับฉัน” ฉันไม่ได้คิดแค่เพื่อนกับนาย เชลโลว์! เขาคงไม่รู้ทุกครั้งที่ฉันแกล้งทำเป็นมีปัญหากับมาร์เดนก็เพราะฉันอยากเจอเขา ฉันอยากคุยกับเขา ให้ฉันกับเขาอยู่ด้วยกันสองคน ให้เราได้มีเวลาร่วมกันบ้าง ถึงแม้รู้ดีว่า ฉันเป็นได้แค่เพื่อน... แค่จูบกับเขาสักครั้ง แค่ได้กอดในฐานะคนที่เขารัก ฉันยังไม่เคย มันช่างทรมานเหลือเกิน

 

“ฉันเสียใจ ฉันขอโทษที่ทำแบบนี้ ในเวลาที่ฉันอ่อนแอ นายคือคนเดียวที่ไว้ใจได้ที่สุด นายคือที่พึ่ง นายคือคนที่ห่วงใยฉัน  จนเมื่อรู้ตัวอีกที ฉันก็รู้สึดีๆกับนาย”  ตอนนี้สายตาของเขาที่มองฉันเต็มไปด้วยความสับสนในคำพูดของฉัน เขาค่อยๆจับใบหน้าของฉันเชิดขึ้นอย่างแผ่วเบา แล้วค่อยๆเลื่อนสัมผัสของฝ่ามือไร้ไปตามเส้นผมสีคาราเมลของฉัน หน้าของเขาค่อยๆมาใกล้ฉัน...

 

“ฉันทำไม่ได้ มันผิดต่อคนที่ฉันรัก ทำไมเธอชอบ...”

 

“สร้างปัญหา! นั่นแหละฉัน” พูดจบฉันก็รีบดึงชาแนลใบเก๋คอลเล็กชั่นใหม่ล่าสุดขึ้นมาแล้วเดินออกไปจากตรงนั้น แต่กลับมีเสียงของเขาตามออกมา  “ไม่! ไม่ใช่อย่างนั้นนะ เดี๋ยวคริสต์มาส อีฟ เกรทเนส!

 

กึก!

ฉันหยุดรองเท้าหนังจระเข้คู่โปรด ลงพรอมกับใบหน้าที่ค่อยๆหันกลับไปหาเขา ฉันไม่เข้าใจในสิ่งที่ร่างกายตัวเองกำลังทำ ทำตามสิ่งที่เขาสั่ง

 

“ฉันจะไปหาคุณพรุ่งนี้ ที่คอนโด ช่วยทำเป็นลืมเรื่องวันนี้ด้วย” แววตาเศร้าๆของฉันทำให้เขาตอบตกลงอย่างง่ายดาย วันนี้...ล้มเหลว เขารักหล่อนมากเกินไป เกินที่ฉันจะสู้ได้ แต่ ก็ใช่ว่าฉันจะยอมแพ้!

 

2   You and I

 

“ฉะ ฉันขอโทษ” สาวน้อยพูดด้วยความเสียใจ นัยน์ตาของเธอเต็มไปด้วยน้ำตา เมื่อเธอรู้ว่าตัวเองทำผิดลงไป

 

“เธอไม่จำเป็นต้องขอโทษฉันหรอก เพราะมันเป็นเกมของเธอ” เด็กหนุ่มพูดพร้อมเข้าปลอบสาวน้อยอย่างอ่อนโยน ”ช่างมันเถอะนะ เริ่มขั้นต่อไปดีกว่า^^” เด็กชายบอกเธอพร้อมกับรอยยิ้มที่สื่อความหมายว่า ไม่เป็นไร

 

“ยะ ยังไงหรอ” สาวน้อยถาม พรางปาดคราบน้ำตาของเธอ

 

“ทำให้เขาเชื่อใจเธอด้วยการ แกล้งทำเป็นเชื่อใจเขา” เด็กชายบอกแผนการขั้นต่อไป 

 

 

 

The nature Condominium 9.00 A.M.

ป๊อกๆๆ ครืด~ ไม่! นี่ไม่ใช่หนังผี เป็นเป็นเสียงกริ่งของห้องเชลโลว์ เขาเป็นคนที่ชอบแกล้งคนอื่นอยู่เรื่อย ขี้เล่น ทะเล้นน่ารัก เอ่อ...แล้วฉันจะมาพร่ำถึงเขาทำไมนะ ท่าจะเป็นเอามาก =_=’’

 

“ครับๆ” เสียงตอบรับจากเขาทำให้ฉันมั่นใจว่าเขาคงไม่ปล่อยให้ฉันรอนาน

 

“อ้าว! มาแล้วเหรอ ^^” นี่เขาทำอะไรเนี่ย! เชลโลว์ใส่ผ้ากันเปื้อนลายคิตตี้กินแครอท (ได้ข่าวว่าคิตตี้เป็นแมว -*-) ในมือของเขาถือตะหลิวอยู่ ส่วนอีกข้างเกาหัวแก้เขิน หน้าเขามีสีแดงระเรื่อ นี่เขินฉันเหรอ เฮ้อ~ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า น่ารัก

 

“ฉันเตรียมอาหารรอเธอน่ะ ^^

 

“คนบ้า หัดดูนาฬิกาซะบ้าง เก้าโมงแล้ว ฉันไม่กินย่ะ”

 

“รักษาหุ่นล่ะสิ ฮ่าๆๆ เอาน่า ช่วยหน่อยนะ มีเยอะเลย” เขาทำหน้าอ้อน จนทำให้ฉันใจอ่อน นี่คือมื้อเช้ามื้อแรกที่ฉันกินหลังเจ็ดโมงเช้า ฉันรู้ดีว่ามันอาจจะทำให้เกิดไขมันส่วนเกิน น้ำหนักขึ้น -^- แต่ในเมื่อเขาขอมาขนาดนี้ ฉันคงปฏิเสธไม่ได้ ฉันแพ้เขาอีกแล้ว! หลังจากเราทานมื้อเช้าเสร็จ เชลโลว์ก็ขอตัวไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนจะเตรียมตัวไปมหาลัย 

 

 

 

Athena Wisdom University 11.00 A.M.

เราก็ไปมหาลัยพร้อมกัน ว้าว! บังเอิญจัง เราอยู่คณะเดียวกัน เรียนตรงกันทุกคาบเลย วันนี้เราเดินทางด้วยรถของเชลโลว์ส่วนหนูแลมสุดสวยของฉันก็จอดเฉิดฉายรออยู่ที่คอนโด ทันทีที่ลงจากรถทุกสายตาจ้องมาที่เราสองคน เหอะ! มีใครจะคิดบ้างล่ะ ว่าฉันจะเสน่ห์แรงขนาดที่ว่า เมื่อวานยัยรีอาน่าเพิ่มจะมาประกาศแย่งมาร์เดนไปแต่วันนี้กลับมีเชลโลว์หนุ่มฮอตอีกคนมาเดินควงเราเดินไปเข้าคลาสพร้อมกันซึ่งฉันรู้ดีว่าเขาคงจะรู้สึกแปลกๆกับสายตาที่มองเราสองคน แต่ก็ไม่ได้แสดงออก

 

“พวกเขาคงไม่คิดว่าเราเป็นแฟนกันหรอกนะ”

 

“คงไม่หรอก^U^” เพราะสักวันมันจะเป็นแบบนั้นจริงๆ

 

 

 

The nature Condominium 6.00 P.M.

หลังเลิกคลาสสุดท้ายเราก็ตกลงกันว่าจะกลับไปดินเนอร์ที่คอนโดเขาอีกครั้งเพราะเขาบอกว่าเมื่อเช้าฉันกินน้อยมาก ก็ใช่น่ะสิยะ ! L ขืนกินเยอะกว่านั้นเขาจะกล้ารับผิดชอบเรื่องน้ำหนักฉันหรอ พอเรามาถึงคอนโดของเขา เขาก็รีบลากฉันไปที่ซูเปอร์ที่อยู่ใกล้ๆเพื่อเตรียมส่วนประกอบเขาซื้อของมาเยอะแยะคงจะทำเผื่อแฟนเขาแน่ๆ หึ! ถึงยังไงฉันก็ยุ่งไม่ได้อยู่แล้วนี่นา

 

“เธอมาเป็นลูกมือฉันนะ” เขาหันมาพูดกับฉันในขณะที่กำลังวุ่นกับข้าวของอยู่

 

“ไม่ปฏิเสธอ่านะ ^^” ฉันเดินไปที่ครัวของห้องเขาภายในถูกตกแต่งอย่างน่ารักเชียวล่ะ ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นห้องของผู้ชาย โต๊ะสีเหลืองคาราเมลน่ารักนั่น มันไม่เข้ากับเขาเลยนะ

 

“ห้องนี่นายแต่งเองเหรอ?” ฉันถามเชลโลว์ที่กำลังต้มซุปอยู่อย่างมีความสุข เขาคงคิดว่าตัวเองอยู่ในดินแดนมหัศจรรย์ไม่ก็คงจะเป็นการ์ตูนห้องครัวหรรษา ฮะๆๆ นี่ฉันคิดบ้าอะไรเนี่ย!! ><

 

“เปล่าหรอก แฟนผมแต่งให้น่ะเธอชอบอะไรน่ารักๆแบบนี้แหละ แล้วเธอยังบอกว่ามันเข้ากับผมด้วย ^///^” เขาพูดด้วยสีหน้าภูมิใจแกมเขินนิดๆแฟนอีกแล้วนี่เขาจะรักหล่อนไปถึงเมื่อไหร่! ในขณะที่อยู่กับฉันยังคิดถึงหล่อนด้วยเหรอ

 

“เธอ เป็นใคร เหรอ?” ในที่สุดความอยากรู้ขอฉันก็มากเกินจะเก็บไว้ ฉันได้พลั้งพูดมันออกไปแล้ว สีหน้าของเชลโลว์เริ่มเปลี่ยนไปหลังจากที่ได้ฟังคำถามนั้น แววตาของเขามีทั้งเรื่องราวที่อยากบอก และไม่อยากบอกอะไรบางอย่างออกมา เหมือนมันมีอะไรมากกว่านั้นมากกว่าที่หล่อนจะเป็นแค่ แฟนเขา

 

“ฉัน บอกเธอไม่ได้ ฉันเสียใจ” เขาบอกไม่ได้นั่นคงเป็นเพราะเขายังไม่เชื่อใจฉัน ไม่ไว้ใจฉันพอที่จะบอกความลับอะไรบางอย่างได้ นี่อาจจะเป็นแค่การสันนิฐานขั้นต้นของฉันเกี่ยวกับเรื่องความลับของ เชลโลว์ และแฟนของเขา

 

“ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่ อ๊ะ!” ฉันสะดุดล้มขาโต๊ะ จนเกือบจะหน้าคะมำพื้นแต่เชลโลว์ก็เข้ามาช่วยไว้ทัน ตอนนี้ฉันอยู่บนตัวเขาหน้าเราห่างกันไม่ถึงสองเซน แววตาของเขาจ้องมองมาที่ฉันอย่าง เสน่หา ว้าว! เขาคิดอะไรของเขานะ J เชลโลว์ค่อยๆเอื้อมมือมาที่ท้ายทอยฉันแล้วดันลงให้ไปใกล้ๆหน้าของเขามากขึ้น จนตอนนี้จมูกเราชิดกัน ฉันได้ยินเสียงหายใจถี่ๆ พร้อมกับการเต้นของหัวใจที่ไม่เป็นจังหวะ ริมฝีปากบางเรียวของเขาเริ่มสัมผัสริมฝีปากของฉัน...

 

(There’s something), something about this place. (Something), something ‘bout lonely night,...” แต่ทุกอย่างต้องหยุดลงเมื่อเสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้น You and I – Lady Gaga มาผิดเวลาจริงๆนะ ถึงฉันจะชอบเพลงของ Gaga มาก แต่ถ้ามาในเวลาอย่างนี้ฉันขอเกลียดสัก 3 วิก็แล้วกัน เชลโลว์ทำหน้าเสียดาย แววตาของเขาบอกได้ว่าอยากจะทึ้งหัวคนโทรมาให้มันเละไปซะ แต่เขาก็ต้องขอตัวไปรับโทรศัพท์ก่อน เขาเดินออกไปจากห้องครัว ก่อนจะกลับเข้ามาอีกครั้งพร้อมกับรอยยิ้มน่าหลงใหล แต่ถึงยังไงก็ไม่มีต่อหรอกนะจ้ะ ^^

 

“โทษทีนะ พอดีแฟนฉันโทรมาน่ะ ^^

 

“เธอ เป็นใคร เหรอ?” ฉันย้ำคำถามเดิมเพราะอยากจะรู้

 

“เอาอีกแล้วนะ เธอทำให้ฉันรู้สึกว่าเธอเป็นแฟนฉันยังไงไม่รู้สิ ฮ่าๆๆ ^-^” ถ้าเป็นแบบนั้นได้ก็ดีน่ะสิ เขาควรจะเชื่อใจฉันเพราะฉันเองยังเชื่อใจและไว้ใจเขาพอที่จะบอกเรื่องของฉันกับมาร์เดน แต่เขากลับตรงกันข้าม

 

เชลโลว์ชวนคุยเรื่องอื่นเพื่อเปลี่ยนประเด็นจนเขาทำอาหารเสร็จแต่อาหารของเขามันมีชีสด้วยน่ะสิ! นั่นมันเป็นอาหารต้องห้ามสำหรับสาวสุขภาพดีอย่างฉันเลยนะ เขาเริ่มแสยะยิ้มเล็กๆ อย่างเจ้าเล่ห์ พรางชูสิ่งที่อยู่ในมือเขา มันคือ...

 

“ชีส! นายคงจะไม่...” ฉันไม่รอให้เขาได้พูดอะไร แต่รีบออกวิ่งไปอย่างรวดเร็ว ถ้าให้ฉันเดาเขาคงจะเอามันมายัดใส่ปากฉันแน่ๆ ฉันวิ่งออกมาจนถึงบริเวณห้องนั่งเล่นแต่แล้วอุบัติเหตุก็ได้เกิดขึ้น โซฟาของเขามันกว้างเกินไป จนฉันวิ่งชนแล้วล้มลงไป แต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดกว่านั้นคือ เขาสะดุดขาฉันล้มลงมาที่โซฟาเช่นกัน ตอนนี้บรรยากาศเหมือนในละครน้ำเน่าหลังข่าวโดยปริยายเขาสะดุดล้มมาคร่อมฉัน ฉันไม่ได้ต้องการให้เรื่องของฉันมันเป็นอย่างนั้นด้วยหรอกนะ เรื่องของคนฉลาดอย่างฉันน่ะ มันต้องดูมีชั้นเชิงกว่านี้สิ เหอะ!

 

“อะ เอ่อ...” เสียงของฉันเหมือนตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่แววตาของเราที่ประสานกัน ทำให้ความตกใจของฉันหายไปจนหมด กลับกลายเป็นความหลงใหลเข้ามาแทนที่ แววตาสีเงินของเขาช่างดูมีเสน่ห์ ในยามที่มันสะท้อนแววตามรกตของฉัน ตอนนี้ฉันรับรู้ได้อีกครั้งถึงลมหายใจถี่ๆ และหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ มือของเขาเริ่มซุกซน มันเลื้อยไปเลื้อยมาบริเวณต้นขาของฉัน จากนั้นริมฝีปากอันเรียวบางของเขาค่อยๆมอบสัมผัสแสนนุ่มนวลนั้นมาที่ริมฝีปากของฉัน

 

ตุ๊บ!

ร่างของเราสองคนตกลงมาที่พื้นเพราะเขาตัวใหญ่เกินกว่าที่จะอยู่บนโซฟากับฉันได้ เขาผละออกจากฉันพร้อมกับกินชีสที่ถือมา เฮ้อ~ ฉันรอด แต่ไม่นะ เขาจูบฉันอีกครั้งพร้อมกับดันชีสนั่นมาให้ฉัน เจ้าบ้าเอ้ย!

 

“อะ อื้อ” ฉันขัดขืน อย่างที่ควรจะทำมาตั้งนานแต่มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นหรอกเขาไม่ยอมผละออกไปเลย จนฉันต้องยอมกินมันเข้าไป L แต่มันหวานจัง สัมผัสของเขาช่างอ่อนโยน แต่เมื่อฉันพยายามลืมตาจากความใคร่ขึ้นมาสิ่งที่ฉันเห็นไม่คิดว่ามันจะเลยเถิดมาได้ขนาดนี้ เชลโลว์เปลือยท่อนบน และเดรสซีทรูสีม่วงของฉันกระจุย!

 

“เชลโลว์!” ฉันเรียกเตือนสติเขา ก่อนที่จะไม่เหลือ two piece อยู่เลย

 

“ฉะ ฉันขอโทษ” เขาเริ่มได้สติแล้ว หลังจากตกอยู่ในความ เสน่หา (หว้า~ เป็นคำที่เชยจัง) เขาค่อยๆจับเชิ้ตของเขามาสวมให้ฉัน อย่างน้อยอยู่ในสภาพนี้ก็น่าจะดีกว่า two piece อะนะ

               

 

 

The luxurious Condominium 11.11 P.M.

หลังจากที่เราดินเนอร์เสร็จ ทั้งๆแบบนั้นแหละ -///- เขาก็ขอตัวไปอาบน้ำส่วนฉันก็ต้องรีบกลับคอนโด เมื่อถึงคอนโด ฉันก็เจอมาร์เดนรออยู่ก่อนแล้ว

 

“ว่าไง ไปด้วยดีสินะกับรีอาน่า” ฉันทักเขาในขณะที่กำลังถอดรองเท้าเดินไปบริเวณห้องรับแขก เขาดูท่าทางมีความสุขมาก แหงสิ! ก็เขารักยัยนั่นนี่นา

 

“แน่นอน และต้องขอบคุณเธอด้วย ค่าตอบแทนของเธอเนี่ย ทำเอาฉันหลงจนโงหัวไม่ขึ้นเลยนะ แม่คนเก่ง J

 

“ฉันเคยทำอะไรพลาด มาฉลองกันหน่อยมั้ย ฉันได้ไวน์องุ่นรสชาติเยี่ยมมาใหม่ หวังว่านายจะชอบ” ฉันเดินไปบริเวณห้องครัวพร้อมกับเอื้อมมือเอาขวดไวน์องุ่นพร้อมแก้วสองใบมา เราดื่มกันได้สักพักคุยเรื่องสารทุกข์สุขดิบเรื่อยเปื่อย เขาเล่าเรื่องระหว่างเขากับรีอาน่าให้ฉันฟัง ที่จริงเธอก็ไม่เลวนัก และฉันก็เล่าเรื่องของฉันกับเชลโลว์ให้ฟังด้วย

 

“เธอเนี่ยนะ~ เขามีแฟนแล้วนะ ฮ่าๆๆ” เหมือนเขาจะประชดฉัน แต่มันก็เป็นแค่เรื่องตลกสำหรับเราก็เท่านั้น

 

“นายเคยเห็นว่าฉันสนใจเหรอ J” เขาหัวเราะอีกครั้ง นี่คำพูดของฉันกระตุ้นต่อมฮาของเขาได้ขนาดนี้เชียวเหรอ หลังจากนั้นไม่นานนัก มาร์เดนก็ขอตัวกลับ

 

“ใกล้คริสต์มาสแล้วนะ รีบๆหน่อยละ ฉันไปแล้ว” มาร์เดนเอ่ยทิ้งท้ายเล็กน้อยก่อนจะเปิดประตูห้องออกไปจะว่าไปนี่ก็ใกล้คริสต์มาสแล้วนะฉันควรจะรีบๆได้แล้ว ขืนมัวชักช้า คงจะไม่ทันการแน่ๆ

 

 

 

The luxurious Condominium 9.00 A.M.

วันนี้เชลโลว์มาหาฉันที่คอนโดเขาบอกว่ามีที่แห่งหนึ่งอยากจะพาไปหวังว่าคงไม่ใช่อย่างในนิยายน้ำเน่าที่ไปบ้านเด็กกำพร้าบ้างละ บ้านพักคนชรา ไม่ก็โรงพยาบาลบ้าอะไรประมาณนั้น

 

“มาแล้วสินะ จะไปไหนล่ะ?” ฉันถามเชลโลว์ที่แต่งตัวสบายๆ กางเกงขาสั้นกับเสื้อยืดแขนยาวสีขาว ดูดี~

 

“เธอคิดว่าไงล่ะ?” เขาถามอย่างมีชั้นเชิง ชอบให้ฉันทายอยู่เรื่อยเลยนะ

 

“ทะเล” คำตอบนั้นเป็นสิ่งที่ฉันคิดตั้งแต่เห็นกางเกงขาสั้นกับเสื้อยืดนั่นแล้ว แต่ถ้าเขาจะไปมันจริงๆ แล้วฉันละ  เดรสรัดรูปสีดำนี่มันไม่ให้เลยนะ -^-

 

“ไม่ใช่หรอกนะ ฮะๆๆ แต่ก็ใกล้เคียง เพราะมันมีน้ำ >.^” เขาทำหน้าตาทะเล้นก่อนจะออกรถ ฉันรู้สึกว่ามันชักจะยังไงๆ เพราะเขาขับรถมาใกล้กับที่บริเวณที่มีผู้ประสบภัยน้ำท่วม อ๊ะ! น้ำ

 

“เหอะ! ที่นี่เองเหรอ” ฉันเริ่มจะไม่สบอารมณ์ มาช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมนี่นะ ครอบครัวฉันบริจาคไปให้เกือบสิบล้านแล้วและฉันก็ไม่ต้องการลงพื้นที่จริงด้วย L เชลโลว์หัวเราะอย่างชอบใจทันทีที่เห็นฉันทำหน้าซังกะตาย เขาคงคิดจะแกล้งฉันหรือไม่ก็อยากทำบุญจริงๆ ฉันคงจะดีใจกว่านี้ถ้าเขาชวนแฟนของเขามาแทนที่จะเป็นฉันนะ

 

“เฮ้! ดีใจหน่อยสิ เธอกำลังจะได้ช่วยเหลือคนนะ ^^” เชิญดีใจไปคนเดียวเถอะ

 

“แหวะ! เหม็นเน่า” ฉันทำหน้าหยีก่อนที่เขาจะได้หัวเราะออกมา

 

 

 

หน่วยอาสาสมัครช่วยเหลือผู้ประสบภัย 11.00 A.M.

 

เราเดินออกจากรถและตรงไปที่หน่วยอาสาสมัครช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม เชลโลว์ขอเรือหนึ่งลำเพื่อจะได้เอาถุงยังชีพไปให้ผู้ประสบภัย และสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อเราไปกันแค่สองคน! เขาคงไม่อยากรู้ความลับหรอกนะ หนึ่ง ฉันกลัวน้ำยิ่งกว่าแมวซะอีก และสอง ฉันว่ายน้ำไม่เป็น และสามมันเป็นความจริงเลยละ ฉันใส่เดรสรัดรูป L

 

“นายคงจะไม่ไปกันแค่สองคนหรอกนะ”

 

“ฮะๆ เธอกลัวเหรอ มากับฉันไม่ต้องกลัวหรอกน่า ฉันไม่ปล่อยให้เธอตายหรอก ^^” เขาเอ่ยปากด้วยความมั่นใจ อย่างน้อยมีเขาฉันก็มั่นใจว่าจะรอดได้สัก 60% (ทำไมให้น้อยจัง T^T)

 

“อืม...ฉันเชื่อใจนาย” คำพูดแค่หนึ่งประโยคของฉันดูเหมือนว่ามันจะมีผลต่อคนตรงหน้ามากเลยทีเดียวนั่นทำให้เขาหยุดอึ้งนิดหน่อย และประทับจูบลงบนริมฝีปากของฉันอย่างอ่อนโยน เพื่อเป็นสัญญาว่าเขาจะปกป้องฉันให้ถึงที่สุด

 

“ฉันสัญญา” เขากระซิบที่ข้างหูของฉัน และฉันหวังว่าคำสัญญาของเขาคงจะทำให้ชีวิตฉันปลอดภัยจริงๆนะ เอาละ! ตอนนี้ฉันมั่นใจว่าจะรอด 100% แล้วล่ะ

 

ฉันและเชลโลว์ขับเรืออกไปในบริเวณหมู่บ้านๆหนึ่ง ที่เงียบงัน แต่ก็ได้พบกับบ้านของคุณตากับคุณยายที่กำลังส่งยิ้มให้เราอย่างมีความหวัง เชลโลว์จึงพายเรือเข้าไปหาพร้อมกับยื่นถุงยังชีพให้ คุณยายท่าทางตื้นตันใจมากเธอเอ่ยขอบคุณเราไม่ขาดปาก แต่คุณตากลับพูดบางอย่างที่ทำให้เราขนลุกซู่เลยทีเดียว

 

“หลานสองคนรีบกลับไปเถอะนะ ในหมู่บ้านนี้ไม่มีใครแล้ว ทุกคนตายกันหมด เหลือแค่ตากับยายเราออกไปไม่ได้ หิวโซอยู่นานไม่มีใครกล้าเข้ามาที่นี่จนพวกหลานมานี่แหละ รีบกลับไปซะนะ” คุณตาพูดเชิงราวกับว่าวิญญาณของคนในหมู่บ้านนี้ช่างโหดเหี้ยมอำมหิต  และพร้อมจะเอาชีวิตของทุกคนไปได้ ถ้าคุณเข้าไปในหมู่บ้านนี้ ฉันหันไปหาเชลโลว์ทันทีที่เขาพายเรือกลับออกมาจากบริเวณบ้านคุณตาคุณยาย ที่จริงแล้วเขาลองถามคุณตากับคุณยายว่าจะกลับออกไปกับพวกเรามั้ย แต่คุณยายตอบว่า “เราไม่ไปไหนหรอก ที่นี่คือบ้านของเรา เราจะไม่ยอมไปไหน ชีวิตของเราอยู่ในช่วงบั้นปลายแล้ว ต่อให้ไปหรืออยู่ ก็ต้องตายอยู่ดี” คุณยายพูดด้วยท่าทางไม่หวาดกลัวเลยแม้แต่นิดเดียว ฉันรู้สึกซึ้งในความรักของคุณยายกับคุณตาที่มีต่อบ้านจริงๆ

 

 “เธอคิดว่าจะยังมีคนในหมู่บ้านอีกมั้ย?” เชลโลว์พายเรือออกมาได้ซักพักเขาก็หันมาทางฉันพร้อมกับคำถามน่าปวดหัว เฮ้อ~ ก็คุณตากับคุณยายก็บอกว่าไม่มีใครแล้วนี่นา

 

“ฉันว่าไม่นะ” ฉันมีลางสังหรณ์ใจว่าเขาจะต้องดื้อด้านแน่ๆ

 

“เธอไม่คิดว่ามันจะมีคนเหรอ บางทีคุณตากับคุณยายก็อาจจะไม่รู้ว่ามีคนอยู่ในหมู่บ้านอีกก็ได้ ในเมื่อไม่เคยมีใครเข้ามาที่นี่”

 

“อืม มีเหตุผล” บางทีอาจจะมีคนอยู่อย่างที่เขาพูดก็ได้ และคนที่เหลือคิดเหมือนคุณตากับคุณยายว่าไม่มีใครอยู่อีกแล้ว ทุกคนตายหมด เหลือแค่ตัวเอง หลังจากที่ฉันพูดจบเชลโลว์ก็หันหัวเรือกลับเข้าไปในหมู่บ้านทันที เขาเข้าไปจนลึกเข้าไปเรื่อยๆ แต่ก็ยังไม่เห็นใคร

 

“ฉันว่าท่าจะเป็นอย่างที่คุณตาคุณยายบอกนะ” ฉันออกความเห็นเพราะไม่มีหวังว่าจะเจอใครแต่อยู่ๆเรือก็เริ่มสั่น

 

กึ๊กๆ!! 

เรือเริ่มสั่น ฉันรีบหาที่จับ แต่ก็ไม่ทันแล้วร่างของฉันค่อยลอยออกจากเรือ เชลโลว์หันหลังกลับมาจึงรีบคว้ามือฉันไว้แต่ตอนนี้ร่างของฉันจมลงไปในน้ำเรียบร้อยแล้ว เหลือแต่ใบหน้าที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมา

 

“แฮกๆๆ ช่วยฉัน แฮกๆ ฉันกลัวน้ำ” วินาทีนี้ร่างกายฉันไร้เรี่ยวแรงแต่มือของเขายังรั้งฉันไว้ น้ำนี่สูงกว่า 2 เมตรถ้าเขาปล่อยฉันต้องตายแน่นอน

 

“จับมือฉันไว้!! เธอเชื่อใจฉันมั้ย!! จับไว้แน่ๆเซ่!!” เชลโลว์ตระโกนอย่างหัวเสีย

 

“ฉันเชื่อ...ใจนาย” ฉันรวบรวมแรงที่เหลืออยู่ทั้งหมดจับมือเขาไว้ เชลโลว์ออกแรงดึงฉันขึ้นแต่ฉันกลับรู้สึกได้ถึงอีกแรงที่ดึงขาฉันไว้ จากใต้น้ำ! “เชลโลว์ แค็กๆ เหมือนมีใครก็ไม่รู้ดึงขาฉัน ฮือๆ ToT” ความอ่อนแอเริ่มทำให้ฉันไม่เหลือความเข้มแข็งที่มีน้ำตาฉันเริ่มหลั่งไหลออกมา ร่างกายฉันสั่นเทาไปหมด ถ้าฉันต้องตายตอนนี้ ฉันก็ยังทำไม่สำเร็จน่ะสิ!!

 

“จับมือฉันไว้!! ไม่ต้องไปสนใจ! ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ!!” เชลโลว์ ดึงฉันสุดแรง จนตอนนี้ร่างฉันหลุดพ้นจากแรงดึงจากใต้น้ำ! ลอยกลับขึ้นมาบนเรือ ฉันรีบโผลเข้ากอดเชลโลว์ทั้งน้ำตา

 

“ขอบคุณ ฮึก ขอบคุณจริงๆ” เชลโลว์ปลอบโยนฉัน ก่อนจะออกเรือกลับมาที่หน่วยอาสา

 

“คุณเชลโลว์คุณคริสต์มาส อีฟครับ!! ผมนึกว่าคุณจะไม่รอดซะแล้ว ผมขอโทษครับ ผมขอโทษจริงๆ ผมลืมบอกพวกคุณว่าในหมู่บ้านนั่นไม่มีคนแล้ว มีแต่ผีครับ! ผมขอโทษ!!ครับ” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งมาขอโทษขอโพยเชลโลว์กับฉัน ในขณะที่เขากำลังเตรียมเรือจะออกไปหาเรา

 

“แต่ผมเห็นคุณตากับคุณยายนะครับ” เชลโลว์เอ่ยขึ้น

 

“อ๋อ! เราก็เห็นครับแต่พวกเขาตายแล้วนะครับ! พวกเขาเป็นผีดีที่คอยเตือน แต่ก็ไม่มีใครฟัง” สีหน้าของเจ้าหน้าที่กลายเป็นเศร้าสลด ในขณะที่เล่าเรื่องคุณตากับคุณยายให้เราฟังว่า พวกเขาเข้าไปในหมู่บ้านนั้นก็เจอศพลอยเกลื่อนเนื่องจากตำแหน่งของหมู่บ้านนี้มีกระแสน้ำไหลเชี่ยวแรงมากจนคนในหมู่บ้านไม่ทันตั้งตัวจมน้ำตายกันหมด และสองตายายก็เช่นกัน พวกท่านจมน้ำตาย แต่ด้วยบุญที่ทำไว้มากจึงทำให้สามารถปรากฏตัวออกมาช่วยผู้คนที่จะเข้ามาในหมู่บ้านได้ เหตุการณ์ครั้งนี้ที่ฉันได้เจอคงจะเตือนใจไปอีกนานว่าเราควรจะเชื่อใจใครอย่างจริงใจบ้าง

 

 

               

หลังจากที่ฉันและเชลโลว์ส่งเรือคืนและร่วมบริจาคอีกเล็กน้อยเราก็รีบกลับคอนโด ระหว่างทางฉันเงียบเพราะความกลัว วินาทีนั้นฉันคงจะไม่ลืมมันอีกเลย วันนี้มีเหตุการณ์น่าปวดหัวมากมายเกินขึ้น แต่ฉันก็รอดมาได้เพราะเชื่อใจเขา เชลโลว์นายจะดีกับฉันเกินไปแล้วนะ 

 

“อย่าเงียบสิ เธอทำให้ฉันกังวลนะ ยังไงเธอก็ไม่เป็นไรนี่นา”

 

“อย่าพูดแบบนั้น ถึงฉันจะไม่เป็นไรแต่มันจะกลายเป็นฝันร้ายของฉันอีกนาน” ฉันหันไปสบตากับเขาด้วยแววตาที่บ่งบอกว่ากลัวมากแค่ไหน เชลโลว์ค่อยๆชะลอรถ แล้วประคองหน้าฉันขึ้น เขาจ้องมองเข้ามาในแววตาฉัน

 

“ฉันดีใจนะ ที่เธอเชื่อใจฉัน ฉันก็เชื่อใจเธอนะ ฉันเชื่อว่าเธอต้องลืมมันได้” เขาค่อยๆจูบฉันอย่างแผ่วเบาและลึกซึ้ง เนิ่นนานกว่าเขาจะผละออกมาลูบไล้ไรผมของฉันอย่างอ่อนโยน “เธอต้องลืมมันได้ คริสต์มาส อีฟ”

 

 

 

The nature Condominium 7.15 P.M.

หลังจากที่เรากลับไปถึงคอนโดของเขา เขาก็ขอตัวไปอาบน้ำส่วนฉันก็ขออาบน้ำที่คอนโดเขาก่อนเพราะเนื้อตัวฉันสกปรกมากเลยทีเดียว พอเชลโลว์ออกมาจากห้องน้ำฉันก็รีบเข้าไปอาบในทันที เมื่อก้าวเข้ามาในห้องน้ำกลิ่นหอมอบอวลของเขายังไม่ทันได้จางหายไปมันฟุ้งกระจายไปรอบๆห้องน้ำ หันไปดูที่อ่างล้างหน้าของเขา เขาใช้แค่โฟมล้างหน้าที่ใช้ทำความสะอาดใบหน้าอย่างเดียว ไม่มีครีมบำรุงใดๆ เหมือนผู้ชายที่หน้าขาวเนียนใสคนอื่น ถัดจากโฟมล้างหน้าแล้วก็เป็นแชมพูสระผม ครีมอาบน้ำสำหรับผู้ชายทั่วๆไป กับยาสีฟัน แปรงสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก และจบ! ฉันแทบช็อค! เขาใช้แค่นี้เองงั้นเหรอ OMG! ฉันเลิกสำรวจของใช้ส่วนตัวของเขาแล้วรีบอาบน้ำ ฉันไม่ได้เอาอุปกรณ์อาบน้ำของตัวเองมาเลย มีแค่แปรงสีฟันที่ฉันพกติดตัวตลอด ที่เหลือเลยคงต้องยืมเขา ^^

 

เมื่อภารกิจในห้องน้ำของฉันเสร็จสิ้น ฉันก็รี่ออกมาจากห้องน้ำ และสิ่งที่ฉันพบคือเขาหลับอยู่โซฟาหน้าทีวี นี่เขาคงยังไม่ลืมสินะว่าต้องไปส่งฉันที่คอนโด ฉันเดินจ้ำอ้าวเข้าไปหาเขาในทันที

 

“นี่! ฉันต้องกลับนะ”  เขามีปฏิกิริยาเล็กน้อยกับเสียงของฉันแต่ก็ยังไม่ตอบอะไร “ฉัน ต้อง กลับ นะ เชลโลว์!” ตอนนี้ร่างอันแข็งแกร่งนั่นเริ่มเปิดเปลือกตาขึ้นมามองหน้าฉันพร้อมกับรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม

 

“ฉันเหนื่อยมากเลยนะ ไม่มีแรงขับรถไปส่งเธอหรอก ยังไงก็นอนกับฉันไปก่อนละกันนะ ^^” นึกหรอว่ารอยยิ้มแบบนั้นฉันจะยอมน่ะ พ่อตัวดี ฮึ้ย! =^=

 

“ฉันก็อยากกลับนะ นายไม่รู้เหรอว่าฉันต้องทาครีมบำรุงผิวน่ะ และฉันก็ไม่ได้เอามาด้วย!” ฉันเริ่มหัวเสีย ก็แน่ล่ะ ไม่ทาหนึ่งวันอาจจะเกิดอะไรก็ไม่รู้กับผิวหน้าอันบอบบางของฉันก็ได้

 

“อยู่กับฉัน ฉันไม่สนหรอกว่าเธอจะสวยไม่สวยแค่เป็นเธอก็โอเคแล้ว ไปนอนกันเถอะ” พูดจบเขาก็ลุกขึ้นมาอุ้มฉันไปที่ห้องของเขา เขาค่อยๆวางฉันลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา

 

“ปล่อยนะ!” ฉันตะโกนห้ามเขา แต่เขาก็ไม่มีทีท่าว่าจะฟัง ฉันเริ่มทะเลาะกับเขา เขาบอกปัดอยู่อย่างเดียวว่าไม่อยากไปส่งเพราะเหนื่อยมากแล้ว คิดเหรอว่าฉันไม่เหนื่อยและนั่นยิ่งทำให้ฉันอยากพักผ่อน ให้ตายเถอะ! เขานิสัยเหมือนเด็กและชอบเอาแต่ใจที่สุด -^- จนสุดท้ายเราก็ได้ข้อสรุปสำหรับคืนนี้

 

“พอที! โอเค ฉันจะนอนที่นี่ ก็ได้” ฉันเริ่มเป็นฝ่ายถอย เพราะรู้ว่าเถียงกับเด็กไปสุดท้ายเขาก็ต้องงอแง

 

“ดีมาก J นอนสะสิฉันก็เริ่มง่วงแล้ว” พูดจบเขาก็นอนลงข้างๆฉันแล้วปิดไฟโคมที่ข้างเตียง

 

“หมายความว่าไง? นายจะนอนตรงนี้งั้นเหรอ?!” จากที่เคยหลับตาพริ้มเชลโลว์ก็ลืมนัยน์ตากรุ้มกริ่มคู่นั้นขึ้น

 

“แค่นอนเฉยๆน่า ฉันไม่ทำอะไรหรอก” เขาหลับตาลงและเงียบไปคล้ายคนนอนหลับ เหอะ! อย่างหวังเลยว่าจะเชื่อ ฉันว่าคืนนี้คงต้องมีอะไรมากกว่าที่คิดแน่ๆ แต่ฉันคงไม่มีเวลาไปเถียงกับไอ้เด็กโข่งนี่ทั้งๆที่ร่างกายยังเหนื่อยล้า ฉันค่อยๆหลับตาลง แต่แล้วสิ่งที่คิดไว้ก็เริ่มเกิดขึ้น เตียงเริ่มขยับเบาๆ จนฉันรับรู้ได้ถึงร่างอีกร่างหนึ่งที่เข้ามาใกล้ตัว เชลโลว์ กอดฉันจากข้างหลัง เขาค่อยๆกระฉับกอดนั้นมากยิ่งขึ้นพร้อมกับกระซิบที่ข้างหูของฉัน “ขออยู่อย่างนี้ได้มั้ย?” กลิ่มตัวของเขาช่างหน้าหลงใหลในนาทีนี้มันติดตรึงอยู่ที่ปลายจมูกของฉัน เขาเริ่มซุกซน จมูกของเขาไล้ไปตามเส้นผมของฉัน หยี~ เขาไม่เหม็นหรือยังไงนะ “ว้าว~ ผมเธอหอมจัง ถึงแม้จะมีกลิ่นน้ำเน่านิดๆแต่ก็...เซ็กซี่ดีนะ ><” ฉันเริ่มเบื่อหน่ายเชลโลว์มากขึ้นทุกที เลยต้องยอมให้เขาอยู่อย่างนี้ไปต่อ ฉันค่อยๆปิดเปลือกตาที่เหนื่อยล้าลง นึกถึงเรื่องวันนี้ที่เกิดขึ้น เราเชื่อใจกันและกัน เราฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ต่อจากนี้ไประหว่างฉันกับเขามันจะอยู่ในฐานะอะไรกันนะ ขอร้องล่ะ ฉันยังไม่อยากได้ขึ้นชื่อว่าเป็น ผู้หญิงที่แย่งแฟนชาวบ้าน

 

3   Morning Kiss and the hidden story

 

“บาร์บีน่ากันท่าฉันตลอดเลย” สาวน้อยกล่าวกับเด็กชายด้วยความสิ้นหวัง หลังจากที่เธอพยายามทำตามขั้นตอนของเขาทุกอย่างแต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะสำเร็จ เธอเริ่มรู้สึกกลัวเกมนี้ กลัวว่าเมื่อมันไม่จะสำเร็จแล้วเธอจะไม่เหลือใครเหมือนเช่นเคย ไม่มีเด็กชายตัวน้อยที่คอยปลอบเธอเหมือนทุกครั้ง

 

“ไม่เป็นไรหรอก ฉันว่าเรามาเริ่มขั้นต่อไปดีกว่า เพราะบางทีขั้นตอนนี้ของเธออาจสำเร็จก็ได้นะ ^^” เด็กชายพูดเป็นปมปริศนา จนทำให้สาวน้อยเริ่มสงสัย เขาทำไมไม่บอกอะไรเธอเลยว่าผลสุดท้ายแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น

 

“แล้วมันจะได้ผลมั้ย?” สาวน้อยถามเพราะตอนนี้เธอเริ่มจะไม่มั่นใจแล้วว่า เธอจะทำมันพังอีกหรือเปล่า

 

“ขั้นตอนนี้เป็นการหาผู้เคราะห์ร้ายมาต่อรอง”

 

“หมายความว่าไง?”  สาวน้อยผู้ไร้เดียงสาเอ่ยถามเด็กชาย เขาหันกลับมาหาเธอพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ หากแต่เธอก็พร้อมที่จะยอมรับฟังคำพูดจาปากของเขาอย่างน้อมรับ เปรียบดั่งทาสผู้จงรักพักดี

 

“มันจะช่วยเธอได้ในวันที่เกม โอเวอร์! ...” เขาเว้นวรรคเพื่อให้สาวน้อยได้ตื่นเต้นกับเกมที่เขาและเธอกำลังลงเรือลำเดียวกันอยู่ “เธอต้องตามหาสิ่งที่สำคัญของเขามาให้ได้J

 

 

 

The nature Condominium 6.45 A.M.

แสงแดดที่ทอผ่านม่านเข้ามากระทบกับเปลือกตาของฉันทำให้ฉันค่อยลืมตาขึ้น เชลโลว์ยังคงหลับอยู่ทั้งที่กอดฉันไม่ได้วางมือ เขาดูน่าเอ็นดูที่สุดตอนหลับสนิทแบบนี้ ฮะๆ ^^ เชลโลว์ก็ค่อยๆลืมตามาแบบงัวเงีย เขาขยี้ตาเบาๆแล้วหันมามองหน้าฉันแววตาของเขาสื่อได้หลายๆอย่างทั้งดีใจ และ...มีแผนอะไรสักอย่าง

 

“ดีจังที่ตื่นมาแล้วมีเธออยู่แบบนี้ ^^” เชลโลว์ยิ้มอย่างมีความสุข ก็แหงสิ! เขาได้เปรียบฉันนี่ L

 

“ไม่ตลกเลยนะเชลโลว์ ปล่อยได้แล้ว นี่เช้าแล้วนะ” ฉันพยายามจะทำให้เขาตั้งสติได้เสียที เช้าแล้วเราควรจะกลับเข้าสู่โหมดปกติ เขาน่าจะคิดได้แล้วว่าเราเป็น เพื่อน กันอย่างที่เขาเคยบอกเอาไว้

 

“ไม่เอาน่าจะรีบไปไหน J นี่ตอนเช้าสินะ ถ้าอย่างนั้น...” เชลโลว์ประทับริมฝีปากลงมาอย่างรวดเร็ว ฉันรู้สึกได้ถึงความอ่อนโยน นุ่มนวลและหวานซึ้งอย่างที่สุด ฉันจูบตอบเขาเหมือนอย่างที่เคยทำ “มอร์นิ้งคิส >3<” เชลโลว์เอ่ยขึ้นหลังผละจากจูบที่หวานซึ้งนั่น

 

“ไอ้เด็กเอาแต่ใจ! -////-” ฉันตะโกนใส่หน้าเขาด้วยความเขินอาย ใบหน้าของฉันแดงระเรื่อ ตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนมีผีเสื้อพันๆตัวบินวนอยู่ในท้องฉัน โอ้พระเจ้า! ฉันต้องบ้าแน่ๆที่หลงใหลผู้ชายเอาแต่ใจคนนี้!

 

 

 

The nature Condominium 07.00 A.M.

มื้อเช้าของเราวันนี้คือ American Breakfast อย่างง่าย เชลโลว์ลงมือทำเองเช่นเคยโดยมีฉันเป็นลูกมือคอยช่วยอยู่ห่างๆ วันนี้เขาสัญญาเอาไว้ว่าจะพาไปที่อีกแห่งหนึ่งซึ่งรับรองได้ว่าเด็ดแน่ๆ และเขายังบอกอีกว่าเป็นที่ๆฉันต้องอยากไป เพราะอาจจะมีคำตอบที่ฉันอยากรู้อยู่ก็ได้ งานนี้ถ้าฉันไม่ตอบตกลงก็คงจะน่าเสียดายมากเลยทีเดียว หลังมื้อเช้าของเราเชลโลว์รีบอาบน้ำแต่งตัวและไปส่งฉันที่คอนโด และฉันก็ต้องรีบทำภารกิจส่วนตัวอย่างเร็วที่สุด เพราะเขาให้เวลาฉันแค่ 30 นาที นั่นเป็นเวลาที่ฉันใช้ในการแปรงฟันเชียวนะ เร็วไปหรือเปล่า! เชลโลว์นั่งรอฉันที่ห้องรับแขกพร้อมกับขู่ว่าถ้าฉันช้าแม้แต่เสี้ยววินาทีเขากินฉันแน่!! เหอะ! ไม่มีอะไรจะน่ากลัวได้เท่าผู้ชายคนนี้อีกแล้ว!

 

“เสร็จหรือยัง คริสต์มาส อีฟ~ ^^ เหลือเวลาอีกแค่สามสิบวินาทีนะครับ อ๊ะๆ! จะช้ากว่านี้ก็ได้นะ เพราะเธอน่ะสมควรจะโดนกิน ><” นับวันฉันเริ่มรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้หื่นขึ้นทุกที เขาดูไม่เหมือนกับตอนที่เรานัดเจอกันบ่อยๆที่ร้านThe Beauty Forest ดูแตกต่าง...อย่างสิ้นเชิง เหมือนเขาเป็นคนละคนกัน แล้วตัวตนไหนกันนะที่เป็นตัวจริงของเขา

 

“เสร็จแล้ว!” ฉันเดินรี่ออกไปหาเขา เชลโลว์ทำหน้าเสียดายอย่างเห็นได้ชัด เขาเดินนำออกไปที่รถ

 

 

 

Light Candle Hospital 11.00 A.M.

เชลโลว์ขับรถพาฉันมายังโรงพยาบาลแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองมาก เขาจะพาฉันมาหาใครกันนะ “นายพาฉันมาที่นี่ทำไมกัน?” ฉันหันไปถามเชลโลว์ด้วยความสงสัย เขายิ้มจนเห็นเขี้ยวเล็กๆที่มีเสน่ห์ แต่ไม่ยอมตอบ เขาหันหน้ากลับไปและขับรถเข้าไปจอดที่ชั้นใต้ดินของโรงพยาบาล

 

เราเข้ามาในโรงพยาบาลแล้ว มีคนไข้ไม่มากนักทุกคนหันมามองเชลโลว์ที่กำลังเดินนำฉันเพื่อเดินไปยังห้องของใครคนหนึ่ง เขายังไม่ยอมบอกว่าเขาจะพาฉันไปหาใครเลยแม้ว่าฉันจะพยายามถามแค่ไหน จนหยุดที่หน้าห้องเล็กๆห้องหนึ่งเคาะที่หน้าประตูห้องแล้วมีเสียงเล็กๆตอบกลับมา “เข้ามาได้ค่ะ” เป็นเสียงที่คุ้นเคยจริงๆนะ ยังเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน

 

^^ เธอสบายดีมั้ย?” เชลโลว์ยิ้มทักหญิงสาวที่นอนอย่างสงบนิ่งอยู่บนเตียง

 

“แน่นอนนั่น...O_O” หญิงสาวตะลึงเมื่อเห็นผู้มาเยือนคนใหม่ของหล่อน

 

“คริสต์มาส อีฟ เกรทเนส นี่ บาร์บีน่า เนลลิซ่า คนที่ฉันใช้แอบอ้างว่าเป็นแฟน ^. <” เขาแนะนำให้ฉันรู้จัก บาร์บีน่า เนลลิซ่า หญิงสาวที่กำลังนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง หล่อนเริ่มเข้าใจว่าฉันคือคริสต์มาส อีฟ หลังจากที่หล่อนตะลึงอยู่นาน และทำเหมือนจะรู้จักฉันมาก่อน

 

“แอบอ้างว่าเป็นแฟน?” ดูเหมือนว่าเรื่องที่ฉันสงสัยเกี่ยวกับความลับที่ปิดซ่อนไว้ของเชลโลว์จะคลี่คลายเสียที แต่สงสัยจะคลี่คลายเกินกว่าที่ฉันคิดเอาไว้เสียอีก

 

“ใช่! ฮ่าๆๆ ^O^ เรื่องมันยาวน่ะ เดี๋ยวเอาไว้เล่าให้ฟังแล้วกันนะ” พอพูดจบก็เดินไปหาบาร์บีน่าที่เตียง เขาถามถึงเรื่องกายภาพบำบัดกับเธอและดูเหมือนว่าเธอจะรักษาตัวอยู่ที่นี่มานานมากแล้ว

 

“อ่า... ฉันขอตัวไปซื้ออาหารมาให้บาร์บีน่าก่อนนะคริสต์ หวังว่าพวกเธอจะเข้ากันได้ดี ^^” พอเชลโลว์เดินออกไปจากห้องแล้ว ฉันก็ยืนประจันหน้ากับบาร์บีน่า เธอยิ้มให้ฉันอย่างเป็นมิตร

 

“หวัดดี ^^” เสียงหวานๆนั่นเอ่ยทักฉัน

 

“หวัดดี บาร์บีน่า ^^ สบายดีมั้ย?” ฉันถามเธอตามมารยาท ดูเหมือนว่าเราจะค่อยๆสนิทกัน เธอเล่าเรื่องของเชลโลว์ให้ฉันฟังว่าพวกเขาเคยเป็นแฟนกันมาก่อน แต่ต้องเลิกกันไปเพราะเธอมีค่ากับเขามากกว่านั้น อันนี้ฉันตีความเอง

 

“เราเลิกกันและกลับไปเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม เชลโลว์บอกว่าเราไม่ควรจะคบกันเพราะเขาไม่อยากให้ฉันเป็นอันตรายจากการตามล่าของใครบางคน เอ่อ...เธอไม่ควรจะรู้หรอกนะ แต่แอบใบ้ให้ว่าใครคนนั้นหน้าคล้ายเธอมาก แต่เธอดูมั่นกว่า สวยกว่าจนฉันมั่นใจว่าไม่ใช่ ฮ่าๆ” เราหัวเราะไปพร้อมๆกัน และเธอก็จิบน้ำก่อนจะอ้อนให้ฉันปอกแอปเปิลให้เธอทาน เราสนิทกันแล้วล่ะ ฮะๆ

 

“หว่า~ ทำไมเชลโลว์ไม่กลับมาสักทีนะ” เธอซักไปเรื่อยในเรื่องที่เธอจะพูดได้ เธอช่างพูดจริงๆ

 

“นั่นสินะ ฮะๆ เขาคงลืมว่าไม่ได้พกเจ้าเหมียวน้อยตัวโปรดมา ฮะๆ ^^” ฉันเพิ่งรู้ว่าเองมีอารมณ์ขันด้วยแหะ

 

 “นั่นไม่เกี่ยวเลยนะคริสตี้~ ^O^” บาร์บีน่าเรียกฉันอย่างสนิทสนม “อ๊ะ!” จากอารมณ์ขันเมื่อครู่ทำให้บาร์บีน่าเผลอเอามือไปปัดเปลือกแอปเปิลไปตกที่หมอนของเธอ “ช่วยหยิบออกไปที ><” บาร์บีน่าทำเสียงจิบปากจิบคอขอร้องให้ฉันหยิบมันออกให้ ในขณะที่ฉันเอื้อมมือไปหยิบเปลือกแอปเปิลนั่นเชลโลว์ก็โผล่เข้ามาพอดี

 

“หยุดนะคริสต์มาส อีฟ!!” อยู่ๆเชลโลว์ก็เข้ามาดึงมือฉันออกไปจนมีดตกลงกับพื้น เขากระชากข้อมือฉันอย่างรุนแรงจนข้อมือฉันแดงเถือก

 

“เธอจะทำอะไร!!” เขาถามโดยที่ไม่สังเกตสถานการณ์รอบตัวเลยแม้แต่น้อย บาร์บีน่าที่กำลังตื่นตกใจก็พยายามห้ามเชลโลว์เอาไว้แต่เขาก็ไม่ฟังเธอเลย เขาลากฉันออกมาจากห้องแล้วเดินตรงไปที่สวนพักผ่อนของทางโรงพยาบาล

 

“ปล่อย!” สิ้นเสียงของฉันก็ผลักฉันชนกับต้นไม้ขนาดใหญ่ในสวนนั้น

 

“เธอห้ามทำอะไรบาร์บีน่านะ เมอ...”

 

“นี่เชลโลว์!! นายหัดคิดอะไรก่อนจะใจร้อนบ้างได้มั้ย!?” ฉันพูดขัดเขาด้วยความโมโห หน้าของเขาในตอนนี้เริ่มแดงขึ้นด้วยความโกรธ

 

“คิดอย่างนั้นเหรอ! ฉันคิดได้แค่ว่าเธอกำลังจะฆ่าบาร์บีน่าน่ะสิ!!” เขาตะคอกใส่หน้าฉัน

 

“จะฆ่าได้ยังไงกัน! ฉันกับเธอเริ่มสนิทสนมกันแล้วด้วยซ้ำ! นายเอาอะไรมาพูด!” เชลโลว์ดูอึ้งๆไปสักครู่ เขาค่อยๆปล่อยมือที่จับหัวไหล่ฉันลง และกุมขมับเหมือนมีเรื่องที่ต้องคิด

 

“โธ่เว้ย! มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!!” เขาหันกลับมามองหนน้าฉันเหมือนคาดคั้นเอาคำตอบ

 

“ฉันจำเป็นต้องอธิบายด้วยเหรอ” ฉันยอกย้อนเขา ในเมื่อเวลาที่ฉันพยายามอธิบายให้ฟังก็ไม่เคยเปิดหูรับฟังฉัน แต่ในเวลาที่ฉันลุกเป็นไฟจนเดือดจัดแบบนี้กลับมาคาดคั้นเอาคำตอบ นี่แหละพวกมนุษย์หน้าโง่!

 

“คริสต์มาส อีฟ เธออย่างยั่วโมโหฉันได้มั้ย! บอกมามันเกิดอะไรขึ้น!?

 

“ไม่” ฉันเอ่ยอย่างเรียบเฉย “ฉันจะไม่บะ...” เสียงของฉันถูกกลืนหายไปกับรอยจูบที่เขามอบให้แต่ครั้งนี้มันช่างเป็นจูบที่ขมฝาด ไม่ได้เต็มไปด้วยความหวานหรือความนุ่มนวลเหมือนครั้งก่อนๆ เขาในเวลานี้ห่วงบาร์บีน่ามากอย่างเคย เขาไม่สนใจด้วยซ้ำว่าฉันจะรู้สึกยังไง จูบนี่เนิ่นนานนักแต่ฉันก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะจูบตอบเลยแม้แต่น้อย

 

“ฉันขอโทษ...” ประโยคแรกที่เชลโลว์เอ่ยขึ้นหลังจากจูบนั่น เขาค่อยๆกอดฉันด้วยความอ่อนโยนเช่นเคย “ฉันขอโทษที่ใช้อารมณ์กับเธอมากเกินไป ฉันน่าจะฟังเธอบ้าง ขอร้องล่ะ...”

 

“ฉันกำลังปอกแอปเปิลให้เธอกินอยู่ แล้วเปลือกแอปเปิลมันไปตกอยู่ที่หมอนของเธอ ฉันเลยเอื้อมมือด้านที่ฉันถือมีดอยู่ไปหยิบออกให้ นายเลยเห็นภาพแบบนั้น” ฉันค่อยๆย่อรายละเอียดในสิ่งที่เกิดขึ้น

 

“ขอบคุณนะ” เชลโลว์ประทับริมฝีปากของเขาลงมาอีกครั้งแต่ครั้งนี้มันช่างแตกต่างเพราะมันหวานเกินจะให้อภัย

 

 

 

Light Candle Hospital 2.35 P.M.

เรากลับมาที่ห้องของบาร์บีน่าอีกครั้ง ดูเหมือนเธอกำลังเฝ้ารอเราด้วยความกังวล “พวกเธอเป็นยังไงบ้าง?...” คำถามมากมายที่พลั่งพลูออกจากปากของบาร์บีน่า เธอเป็นห่วงเรามากจนถึงขั้นอยากจะเดินให้ได้เลยทีเดียว

 

 “ไม่เป็นไรหรอก^^” บาร์บีน่าโล่งอกขึ้นเมื่อเห็นว่าเราไม่เป็นไรแล้ว เชลโลว์เดินไปข้างๆเตียงของบาร์บีน่า เขาจับมือเธอขึ้นมาพร้อมปลอบประโลมเหมือนที่เขาเคยทำให้ฉัน ไม่สิ! เหมือนที่เขาเคยทำให้เธอก่อนหน้านี้ตั้งหลายหน เพราะบาร์บีน่าเล่าให้ฉันฟังว่าเขาใช้วิธีนี้ปลอบคนอื่นให้หายได้เสมอ ไม่ใช่แค่กับฉันคนเดียว

 

“เธออยากรู้เรื่องขของเรามั้ย?” เชลโลว์เปิดประเด็นคำถามที่เขาไม่ควรจะถามในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าฉันอยากรู้

 

“ฮ่าๆ ไม่น่าถามเธอเลย ก็รู้คำตอบอยู่ดี ...ฉันกับบาร์บีน่าเราเคยเป็นแฟนกันตอนอนุบาล แต่เราต้องเลิกกันเพราะมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้น ซึ่งเธอก็คงรู้ดี อ๊ะ! ไม่สิเธอไม่รู้เลย หลังจากเหตุการณ์นั้นบาร์บีน่าก็ประสบอุบัติเหตุจนเป็นอัมพาตช่วงล่าง จนไม่สามารถขยับไปไหนได้ เธอรักษาตัวอยู่ที่นี่นานนับเกือบ 16 ปีแล้ว แม่ของเธอต้องจ้างคุณครูมาสอนเธอเป็นรายบุคคล เธอไม่เคยมีเพื่อนคนไหนมาหาเลยนอกจากฉัน เราเลยรู้สึกว่าอาจจะเป็นเพราะความผิดบางอย่างที่ได้เคยสร้างเอาไว้ เราไม่รู้จะลบล้างมันได้ยังไง แต่ถ้ามีโอกาสเราก็พร้อมจะทำ ถ้ามันจะช่วยบรรเทาความผิดของเราได้ ฉันกับบาร์บีน่าเลยสัญญาว่าจะเป็นเพื่อนกันตลอดมา แต่ฉันชอบอ้างว่าเธอเป็นแฟนอยู่เรื่อยเพราะไม่อยากให้พวกผู้หญิงมาเจาะแจะกับฉันมาก ฮ่าๆ...” เชลโลว์ขำออกมา บาร์บีน่าเองก็เช่นกัน

 

“รวมทั้งฉันด้วยสินะ”  ทุกคนหยุดอารมณ์ขันนั้นลงทันที บาร์บีน่ามองหน้าเชลโลว์ ส่วนเขาก็หันกลับมามองที่ฉัน “ไม่! ไม่ใช่หรอกนะ สำหรับเธอมันคนละกรณี” เขาแก้ตัวอย่างทุลักทุเล “แล้วกรณีไหนล่ะ ผู้หญิงที่ยอมเกินไป ผู้หญิงที่หลงตัวเอง อย่างนั้นเหรอ!” ตอนนี้ฉันเริ่มรู้สึกคลั่ง นี่เขาจัดว่าฉันเป็นผู้หญิงประเภทไหนกันล่ะ ถึงได้โกหกไม่หยุดสักทีว่ามีแฟนแล้ว เขาทำให้ฉันดูเหมือนผู้หญิงน่าไม่อายที่คอยแต่จะแย่งแฟนคนอื่น

 

“กรณีแฟนเพื่อนยังไงล่ะ!” เชลโลว์พูดจบเขาก็โผเข้ามากอดฉันต่อหน้าบาร์บีน่า ฉันอึ้งๆเล็กน้อย ไม่นึกว่าเขาจะคิดมากเรื่องนี้ แฟนเพื่อน แฟนมาร์เดน เพื่อนของเขา แต่พักหลังๆมานี้พวกเขาช่างเหินห่างซึ่งฉันก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

 

“นายชอบคริสตี้เหรอเชลโลว์? ><” คำถามของบาร์บีน่าทำให้เขาผละฉันออก แววตาของเขาตอนนี้เริ่มสับสน ดูเหมือนเขาจะยังไม่ใจว่าตัวเองทำอะไรอยู่

 

“ฉัน ...” เขาพูดอ้ำอึ้ง ไม่มั่นใจ “ไม่รู้” คำตอบที่บาร์บีน่าได้ทำให้ฉันและเธอใจหายกันไปเลยทีเดียว บาร์บีน่าคงรู้ว่าฉันคิดยังไงในฐานะผู้หญิงด้วยกัน จากการกระทำของเขาที่แสดงออกทุกครั้งที่เราอยู่ด้วยกัน ช่างแตกต่างกับคำพูดของเขาเสียจริง แล้วฉันในตอนนี้ละ เป็นอะไรกันแน่กับเขา เพื่อนเหรอ? คนรู้ใจ? หรือตัวอะไรสักอย่างที่เอาไว้แก้เหงา เวลาที่เขาห่างไกลจากบาร์บีน่า!

 

“ฉันขอตัวกลับก่อนนะบาร์บีน่า” ฉันรีบเดินหันหลังออกมาจากห้องนั้น ซึ่งตอนนี้เชลโลว์กำลังวิ่งตามหลังฉันมา

 

“เดี๋ยวก่อน! คริตส์มาส อีฟ ! เธอต้องกลับกับฉันนะ” เชลโลว์ตะโกนดังมาจากด้านหลังทำให้ตอนนี้นางพยาบาลหันมามองทางเราสองคน ดูเหมือนคู่รักกำลังทะเลาะกัน

 

“โทษทีนะเชลโลว์เย็นนี้ฉันมีนัดต้องรีบไปเตรียมตัว คงต้องขอกลับเอง ขอบคุณสำหรับวันนี้” ฉันเอ่ยอย่างเรียบง่ายแล้วเดินหันหลังจากไป นี่ก็บ่ายสองกว่าๆ ฉันคงต้องรีบเตรียมตัวเพื่อนัดเย็นนี้แล้วสินะนัดอะไรฉันยังไม่ทันได้คิดด้วยซ้ำไป หึ! นี่ฉันหึงเขากับบาร์บีน่างั้นเหรอ แต่ฉันจะไม่ยอมให้ฉันเป็นฝ่ายเดียวที่มีอาการแบบนี้หรอกนะ เชลโลว์

 

4   Jealous

 

“เธอค้นพบหรือยังว่าอะไรสำคัญสำหรับเขาที่สุด?” เด็กชายถามถึงความเป็นไปของแผนการของเขา

 

“เป็นสิ่งที่ใครๆก็รู้ บาร์บีน่ายังไงล่ะ” สาวน้อยตอบด้วยความมั่นใจนับเป็นขั้นตอนแรกที่เธอทำสำเร็จในเกมนี้ เด็กชายยิ้มเผยเขี้ยวสวยของเขา

 

“นั่นแหละ! เธอคือเหยื่อในวันที่เกมโอเวอร์” เด็กชายบอกสาวน้อย เธออมยิ้มเมื่อเห็นเขายิ้มให้กับความสำเร็จครั้งแรกของเธอ นับวันที่สาวน้อยอยู่ใกล้ชิดกับเด็กชายเธอคิดว่าเขาคือคนๆเดียวที่คอยช่วยเหลือเธอ เป็นห่วงเธอ จนเธอเชื่อใจและไว้ใจเขาอย่างถึงที่สุด “ใกล้คริสต์มาสแล้วสินะ เมอร์รี่” เด็กชายเอ่ยขึ้น

 

“อื้ม ^^ ฉลองกันหน่อยมั้ย?” สาวน้อยเมอร์รี่ถามเด็กชายขึ้น เธอรู้ว่าเขาอาจจะปฏิเสธเพราะในวันนั้นเขาคงต้องไปฉลองกับเพื่อนๆของเขา ซึ่งพวกเขาไม่ต้องการตัวน่ารังเกียจอย่างเธอ

 

“แน่นอน! เธอต้องไปด้วยกันนะ ^^ ฉลองวันเกิดของเธอด้วยไง เมอร์รี่ คริสต์มาส” เด็กชายยิ้มให้สาวน้อยเมอร์รี่ที่แค่ชื่อของเธอก็บ่งบอกได้แล้วว่าสาวน้อยคนนี้จะต้องเกิดในวันคริสต์มาสอย่างแน่นอน

 

“ไม่...” ก่อนที่สาวน้อยจะได้เอ่ยอะไร เด็กชายแอบหอมแก้มเธอ จนตอนนี้แก้มของสาวน้อยแดงระเรื่อ เธอเขินอายที่เด็กชายทำแบบนั้นกับเธอ เธอคิดว่าเขาคงจะชอบเธอแน่ๆ เพราะตอนนี้เธอก็ชอบเขามากเช่นกัน

 

“ขั้นต่อไป ทำให้เขาอิจฉาตาร้อน หึงเธอเป็นฟืนเป็นไฟ! โดยใช้ฉัน ><” เด็กชายพูดก่อนจะโอบสาวน้อยเมอร์รี่เดินไปหาเพื่อนๆของเขา

 

 

 

The luxurious Condominium 7.45 P.M.

“สวัสดีมาร์เดน J” ฉันทักทายมาร์เดนผ่านทางโทรศัพท์

 

[ว่าไงคริสต์มาส อีฟ คนฉลาดอย่างเธอเกิดอะไรขึ้นถึงต้องโทรมาหาฉัน หืม? ^^] มาร์เดนถามคำถามที่เขาเองก็น่าจะรู้ตัวอยู่แล้ว

 

“ถึงขั้นนี้แล้วยังต้องถามอีกเหรอ มาหาทีสิ ที่ Moonlight Club ที่เดิมของเรา” ฉันจัดการนัดหมายสถานที่ที่เราสองคนไปกันบ่อยๆในช่วงที่เราเป็นแฟนกัน มูนไลท์คลับ เป็นคลับของมาร์เดนเขาดูแลกิจการที่นี่เองทุกอย่าง

 

[ว่าไงว่ากันที่รัก แล้วเจอกัน] ฉันตัดสายไปหลังจากที่มาร์เดนตอบตกลง จากนั้นก็พาหนูแลมลูกรักออกไปโฉบเฉียวท่ามกลางแสงไฟแห่งเมืองกรุงที่ไม่เคยหลับใหล

 

 

 

Moonlight Club 9.10 P.M.

ฉันพาร่างอันเซ็กซี่ของตัวเองเดินเข้ามาในคลับนี้ ด้วยชุดเดรสซีทรูสีครามประดับคริสตัลที่พลิ้วไหลไปตามจังหวะการก้าวเท้าของฉัน ช่างเข้ากันกับรองเท้าชาแนลสีเงิน และกระเป๋าหลุยส์วิคตองสีเงินเช่นกัน ทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่คริสต์มาส อีฟคนนี้ แต่แล้วก็ต้องผิดหวังที่จะได้ชนแก้วกับฉันสักครั้ง เพราะผู้ชายที่ฉันกำลังเดินไปหาในเชิ้ตสบายๆสีขาวเขาคือ มาร์เดน เร็นตัน เจ้าของคลับแห่งนี้ที่สามารถเฉดหัวใครก็ได้ออกไปจากคลับของเขา

 

“เจอหรือยัง?” คำแรกที่ฉันทักมาร์เดนทำให้เขาผายมือไปทางบาร์เทนเนอร์ที่กำลังชงเครื่องดื่มให้กับชายร่างสูงโปร่งผมสีดำตัดกับนัยน์ตาสีเงินของเขา ใช่แล้วล่ะ เชลโลว์ รีควอแลน เขากำลังคลั่งหนักนั่งจิบ Bloody Mary อย่างกังวลใจเรื่องอะไรสักอย่าง ฉันไม่ได้ใส่ใจอะไรมากพร้อมๆกับเดินไปนั่งข้างๆมาร์เดน แต่กลับถูกจ้องมองอย่างจิกกัดจากพวกโสเภณีคัพซีอัพ ฉันเลยทำหน้าเหยเกใส่มาร์เดน และเขาก็รู้หน้าที่อย่างเคย เขาตะคอกไล่ยัยพวกนั้นออกไปจนหมด และกวักมือเรียกฉันไปนั่งข้างๆเขา

 

“แม่คนเก่ง วันนี้รีอ่าน่าจัดหนักมาให้ฉันเลยเธอรู้มั้ย นี่ถ้าไม่ใช่เธอฉันคงไม่ยอมขนาดนี้หรอกนะ^^

 

“ขอบคุณ” ฉันกระซิบข้างหูเขาอย่างแผ่วเบา เป็นจังหวะเดียวกันที่เชลโลว์หันมาทางพวกเราเขาดูตะลึงไปสักครู่ และหันกลับมาสบตากับฉัน

 

ติ๊ด! เสียงข้อความเข้าในโทรศัพท์ของฉัน

 

 

เธอบอกว่าจะไม่กลับไปหามาร์เดนอีก

                                                                                      Cheloe’

 

 

เชลโลว์ส่งข้อความมาหาฉัน ถ้าจะไม่ตอบกลับก็แล้งน้ำใจเกินไป หึ หึ! เชลโลว์มองที่หน้าจอโทรศัพท์ของเขาที่มีข้อความปรากฏขึ้น ข้อความนั้นทำให้ใบหน้าของเขาที่เคยขาวซีดกลับแดงขึ้นอย่างน่ากลัว เขาเดินเข้ามาที่โซนวีไอพี ซึ่งเป็นที่ๆฉันและมาร์เดนนั่งอยู่

 

“ไงมาร์เดน” เชลโลว์ทักทายมาร์เดน “อ้าว! คริสต์มาส อีฟ เธอมีนัดกับมาร์เดนงั้นเหรอ” เขายิ้มให้ฉันอย่างเลือดเย็น เชลโลว์ที่ฉันเจอในวันนี้มีหลากหลายบุคลิกจริงนะ 

 

“อ๋อใช่ นายคงมีเรื่องกลุ้มใจมากสินะ ถึงได้มาดื่มที่นี่” เขาไม่ได้ตอบแต่ยักคิ้วเป็นเชิงว่า แน่นอน

 

“มากเลยทีเดียว L” มาร์เดนเห็นท่าทางว่าเราจะเปิดประเด็นเร็วเกินไปเลยสั่งของโปรดของเชลโลว์มาอีกแก้ว มาร์เดนฉลาดมากเขาเริ่มต้นจากการชวนเราคุยเรื่องสัพเพเหระแต่ส่วนใหญ่มักเล่าถึงช่วงเวลาที่เรายังคบกันอยู่ เชลโลว์มีท่าทีไม่ค่อยสู้ดีนัก เขามองหน้าฉันทุกครั้งที่มาร์เดนพูดเกี่ยวกับความรักอันลึกซึ้งของฉันกับเขา และดื่มอย่างไม่เกรงใจ

 

 

 

Moonlight Club 2.00 A.M.

คลับกำลังจะปิดแล้วมาร์เดนอาสาไปส่งฉันแต่ “ฉันไปส่งเองดีกว่านะ เพราะฉันกับคริสต์มาส อีฟ เรามีอะไรต้องเคลียร์กันก่อน” เชลโลว์ขัดขึ้นมา เขาต้องการไปส่งฉันเพื่อเคลียร์บางอย่างที่เราต่างก็รู้ดี

 

“ไม่เป็นไรหรอกเชลโลว์ ฉันกับมาร์เดนยังอยากไปรื้อฟื้นความหลังกันนิดหน่อยน่ะ ^^” ฉันบอกปัดอย่างมีมารยาทที่สุดเท่าที่จะทำได้ในสถานการณ์แบบนี้ ฉันไม่ต้องการเคลียร์กับสิ่งที่เขาเองยังบอกว่า ไม่รู้ เพราะมันคงไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมา หลังพูดจบฉันเดินหันหลังไปทางเฟอร์รารี่มาร์เดน ปล่อยให้เชลโลว์มองตามอย่างไม่สนใจ แต่แล้วเหตุการณ์ที่ได้คาดคิดเอาไว้ก็เกิดขึ้น

 

“พอได้แล้วคริสต์มาส อีฟ เธอยั่วโมโหฉัน!!” เชลโลว์เดินเข้ามากระฉากตัวฉันไป มาร์เดนเริ่มหัวเสียเขาไม่รู้จะโต้ตอบเชลโลว์ยังไงดี จนสุดท้ายต้องจบด้วยวิธีแบบลูกผู้ชาย!

 

“แกมันสวะ! มาร์เดน แกทิ้งเธอแต่กลับมาทำแบบนี้งั้นเหรอ!” เชลโลว์ตะคอกใส่มาร์เดนด้วยความเจ็บแค้นพร้อมกับปล่อยหมัดหนักๆไปที่แก้มซ้ายของมาร์เดน

 

“สวะงั้นเหรอ!! หึ! ไอ้งั่งเอ้ย!” มาร์เดนปล่อยหมัดกลับไปให้เชลโลว์อีกครั้ง

 

ผลัก! ผลัก! ผลัก!

 

“ แกมันก็เป็นได้แค่หยะ...” ฉันรีบจูบมาร์เดนอย่างรวดเร็ว ฉันไม่ได้ต้องการให้เกิดเรื่องทะเลาะวิวาทต่อไปอีกแล้ว และไม่ต้องการให้มาร์เดนเผลอหลุดบางอย่างเกี่ยวกับเราสองคนออกมา เพราะเชลโลว์อาจจะไม่ชอบใจหนักกว่าเดิม

 

“ราตรีสวัสดิ์มาร์เดน หวังว่าคืนนี้นายคงฝันดี ^^” ฉันเดินกลับไปทางเชลโลว์ เขามองฉันสลับกับมาร์เดนอย่างสงสัย “ฉันมานี่แล้วไง ต้องการฉันมากไม่ใช่เหรอ” ฉันตอบเชลโลว์อย่างประชดประชัน แต่ก็ยอมเดินไปขึ้นรถของเขาอยู่ดี เฮ้อ~ วันนี้หนูแลมลูกรักของฉันต้องโดนจอดทิ้งไว้อีกแล้วเหรอนี่ น่าเศร้าจัง T^T

 

 

 

“เธอต้องการอะไรกันแน่?” เชลโลว์เริ่มเปิดบทสนทนาของเราในขณะที่เงียบมานาน แต่คำถามเริ่มต้นของเขาก็ชวนให้รู้ได้ด้วยเซ้นส์ว่า ไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมาแน่ๆ -^-

 

“นายมันไม่รู้เรื่อง!

 

“เธอทำให้ฉันโมโหนะ คริสต์มาส อีฟ เธอไปทำแบบนั้นกับมันทำไม มันเห็นเธอไม่มีค่านะ!” เชลโลว์เริ่มอธิบายเหตุผลไม่เอาไหนของเขาออกมา

 

“โมโห หรือ หึง กันล่ะ นายอิจฉาที่มาร์เดนได้จูบกับฉัน อิจฉาที่มาร์เดนกับฉันเคยมีช่วงเวลาที่ดีต่อกันในฐานะที่กล้าเปิดเผย ถึงเขาจะเห็นฉันไม่มีค่า แต่ก็ยังดีกว่านาย ที่ไม่รู้อะไรเลย! นายมันอ่อนหัด!” ฉันตะโกนใส่หน้าเชลโลว์ เขาไม่ได้ฟังที่ฉันพูดเลยเอาแต่ขับรถไปโดยไม่มีจุดหมาย

 

เอี๊ยด!!

 

เชลโลว์เบรกรถกะทันหัน ฉันพยายามสังเกตโดยรอบแต่กลับไม่พบอะไรเลย ฉันนึกว่าเขาไปชนใครตายเข้าให้เสียอีก อ๊ะ!! ในขณะที่ฉันยังไม่ทันได้ตั้งตัวเชลโลว์ก็ออกแรงจับไหล่ฉันให้หันไปเผชิญหน้ากับเขา พร้อมกับจูบที่ดุดัน รุนแรงอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน เขาบังคับให้ฉันจูบตอบด้วยลิ้นที่แสนซุกซนนั่น มือของเขาเริ่มอยู่ไม่เป็นสุข มันเลื้อยไปเลื้อยมาตามร่างกายที่บอบบางของฉัน ฉันรับรู้ถึงความรู้สึกคาวๆมาจากริมฝีปาก ใช่! เขาทำร้ายมันด้วยเขี้ยวของเขา เขากัดริมฝีปากของฉัน มันแสบมาก แต่กลับไม่เท่าแสบเท่าแผลที่อยู่ในใจของฉัน เขาทำร้ายฉัน

 

“ฉันเจ็บ ปล่อย” ฉันเอ่ยด้วยแรงที่อ่อนล้า พยายามหยุดเขาทุกวิธีแต่ก็ไม่สามารถสู้ได้ น้ำใสๆเริ่มหลั่งไหลออกมาจากดวงตาคู่สวยของฉัน มันหยดลงบนใบหน้าของเชลโลว์ ผู้ชายที่กำลังล่วงเกินฉันอยู่ เขาได้รับสัมผัสแห่งหยดน้ำตาที่ซึมลงบนใบหน้าของเขา เชลโลว์หยุดการกระทำที่ต่ำทรามนั้นลง เขาโผเข้ากอดฉันอย่างอ่อนโยน เป็นครั้งที่สองของวันนี้ ที่เขาใช้วิธีซ้ำซากนี่กับฉัน แต่คราวนี้อย่าได้หวังเลย

 

“ฉันขอโทษ” เขาพูดแบบเดิม ทำแบบเดิม และไม่เคยดีขึ้นเลยอย่างเดิม

 

“หยุดพูดคำนั้นสักที! แล้วพาฉันกลับ” ฉันออกคำสั่ง เขาควรจะฟังฉันบ้างนะ นิสัยเด็กๆแบบนี้น่าจะเลิกไปเสียที

 

“ฉันขอร้องล่ะ อย่าไล่ฉันเลยนะ ใช่! ฉันยอมรับแล้ว ฉันหึงเธอ ฉันอิจฉามันกับเธอ เพราะฉันไม่หนักแน่นพอ เพราะฉันเอง ขอโทษนะ ฉันจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว ฉันเข้าใจความรู้สึกของฉันในตอนนี้แล้ว ช่วยไปที่แห่งหนึ่งกับฉันอีกได้มั้ย? มันจะเป็นที่สุดท้ายที่ฉันขอร้องให้เธอไปถ้าเธอไม่ได้คิดเหมือนฉัน” เชลโลว์กุมมือฉันไว้แล้วค่อยๆประทับริมฝีปากลงไปที่มือของฉันอย่างแผ่วเบาราวกับมันคืออัญมณีเลอค่า หลังจากนั้นจูบอันหวานชื่นของเขาก็กลับมาเป็นเช่นเคย จะเป็นอะไรไหมนะถ้าฉันลองทำตามคำขอของเขาสักครั้ง มันคงจะไม่มากอะไรเมื่อเทียบกับผลกำไรที่จะได้คืน  J

 

5   The last admit

 

 

“น่าเสียดายนะ เมอร์รี่” เด็กชายพูดกับเด็กสาวตัวน้อยของเขา วันนี้แผนผิดพลาดอีกครั้ง ไม่สิ! ตามเคยมากกว่าเพรามันเคยผิดพลาดมาหลายครั้งแล้วก่อนหน้านี้

 

“ฉันขอโทษ” เมอร์รี่เอ่ยคำเดิมๆที่เธอบอกเขาเป็นประจำทุกครั้งที่มัน ผิดพลาด

 

“เธอไม่ผิดหรอกน่า เราก็แค่ ยังทำได้ไม่ดีพอ ปล่อยมันไปเถอะ” เด็กชายบอกก่อนจะค่อยๆเดินวนรอบตัวของเมอร์รี่ เขาพิจารณาทั้งใบหน้า ทรงผม รูปร่างของสาวน้อย และคิดแผนการบางอย่าง

 

“มองอะไรเหรอ?” สาวน้อยเมอร์รี่ถามอย่างสงสัยในสิ่งที่เด็กชายกำลังกระทำอยู่

 

“ขั้นตอนต่อไป ฉันไม่มั่นใจเลยว่าเธอจะทำได้หรือเปล่า” เขาพูดอย่างหมดหวัง ดูเหมือนว่าขั้นต่อไปของเขาจะยากยิ่งนักสำหรับเด็กสาวตัวน้อยๆอย่างเมอร์รี่

 

“มะ มันยากขนาดนั้นเชียวหรือ?” สาวน้อยเกิดความกังวลขึ้นเมื่อเห็นเด็กชายถึงกับหมดหวังในตัวเธอ

 

“ก็ถ้าฉันบอกให้เธอทำให้ปิแอร์บอกรักเธอ เธอจะทำได้หรือเปล่า” สิ่งที่เด็กชายได้พูดออกมานั้นคลายความสงสัยของเมอร์รี่ไปได้อย่างสิ้นเชิง ใช่! เธอทำไม่ได้แน่ แต่เด็กก็คือเด็กอยู่วันยังค่ำ เธออาจจะตะลึงกับคำพูดของเด็กชายเล็กน้อยแต่สุดท้ายก็ต้องยอมทำเพราะไม่ต้องการที่จะเสียเพื่อนคนเดียวที่มีอยู่ในตอนนี้ของเธอไป เชลโลว์ ลีควอแลน

 

 

 

Condominium The luxurious 10.00 A.M.

ฉันเตรียมตัวทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เชลโลว์โทรมาบอกล่วงหน้าก่อนว่าอาจจะเลตนิดหน่อยเพราะเขายุ่งเรื่อง Project ใหม่ที่กำลังทำอยู่ แต่ก็บอกทิ้งท้ายเอาไว้ว่าจะรีบมาให้เร็วที่สุด รอนานไม่ถึง 10 นาทีบีเอ็มดับเบิ้ลยูสีขาวสะอาดและดูหรูหราอย่างลงตัวของเชลโลว์ก็มาถึงที่หน้าคอนโดของฉัน รถของเชลโลว์นั้นหากเทียบเพียงราคากับรถของฉัน แน่นอนว่าฉันกินขาด แต่ถ้าเทียบกับทั้งการตกแต่ง และดีไซน์ภายในรถที่ทำขึ้นใหม่แล้ว ราคาสูสีกันเลยทีเดียว

 

“ขอโทษนะมาเลตนิดหน่อย เธอคงไม่ว่าฉันหรอกนะ” ประโยคแรกที่ทักฉันขึ้นของเชลโลว์ ก่อนจะมาหอบสำภาระต่างๆของฉันไปทำให้เช้านี้เริ่มหดหู่ ฉันล่ะเกลียดคำว่า ขอโทษ เสียจริง ถ้าไม่ทำผิดก็คงไม่ขอโทษ แล้วทำไมไม่คิดก่อนจะทำผิดไปล่ะ คนเรานี่ก็แปลกเหมือนกันนะ ถ้าเป็นไปได้ฉันอยากให้คำนี้หายไปจากโลกนี้จริงๆ เพราะคำๆนี้นี่แหละมันถึงทำให้สังคมไม่มีความยุติธรรม ไม่มีคำว่าความจริง

 

“รีบขึ้นรถเถอะ อย่าเพิ่งพูดอะไรเลย” ฉันบอกปัดก่อนที่เชลโลว์จะได้เอ่ย ขอโทษๆๆ อีกล้านครั้ง พอขึ้นมาในรถแล้วเชลโลว์ก็เริ่มออกเดินทาง ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเขาจะพาฉันไปที่ไหน แต่แน่นอนว่า ไกลแน่ๆ! เขาบอกว่าเราต้องค้างที่นั่นกันสักหนึ่งคืน แถมยังแอบใบ้มาอีกว่าเป็นที่ๆฉันเคยทายกับเขาในครั้งแรกที่เขาไม่บอกว่าจะพาฉันไปไหน เอ่อ ฉันลืมไปหมดแล้วล่ะ แต่ก็ช่างมันประไร ฉันเตรียมมาทุกชุดที่คิดว่าเข้าได้กับทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นเดรสชีฟองสีมิ้นท์ เดรสรัดรูปพิมพ์ลายเสือดาว บิกินี่ โค้ชหนาๆอีกสองตัว และอื่นๆอีกมากมายที่ฉันจะสามารถใส่มันไปได้ในทุกที่

 

“บอกมาได้หรือยังล่ะ ว่าจะพาฉันไปเซอร์ไพรส์ที่ไหนอีก” ฉันถามเชลโลว์ขึ้นแบบลอยๆโดยที่ไม่ได้มองหน้าเจ้าตัว

 

“อ่า...เป็นที่ๆมีน้องน้ำเยอะเสียด้วยสิ”

 

“ห๋า?! จะพาฉันไปที่นั่นอีกแล้วเหรอ ที่คิดจะค้างเป็นวันเลยเหรอ!” คำตอบของเขาทำให้ฉันใจหาย

 

“ฮ่าๆๆ บ้าน่า ไม่ไปอีกแล้วแหละ เธอนี่ไม่ฉลาดเอาเสียเลย” เขายิ้มกวนประสาทฉันอีกครั้ง “ไปทะเลกัน ^^

 

“เฮ้อ~ ค่อยโล่งอกไป” ฉันจะดีใจมากถ้านายไม่พูดวกวนอย่างนั้นนะเชลโลว์ หลังจากนั้นเราทั้งสองคนเงียบไป เชลโลว์ตั้งใจขับรถ ส่วนฉันก็นั่งดูวิวทิวทัศน์ริมถนนไปเรื่อยๆ ทะเลจะว่าไปก็ไม่ได้ไปมานานเหมือนกันนะ ลืมไปแล้วสิว่ามันเป็นยังไง จะสวยมากขนาดไหน จะมีอะไรเกิดขึ้นบ้างในวันที่เราสองคนอยู่ด้วยกันที่...ทะเล

 

 

 

Andaman Sea 5.15 P.M.

หลังจากที่เราเดินทางกันมาเกือบวันทำให้เรามาถึงที่ ทะเล ที่อยู่ทางภาคใต้ของไทย ที่นี่สวยเหลือเกิน สวยมากจริงๆ เราจอดรถทิ้งไว้ที่ริมถนนแล้วเดินเรียบมากับชายหาดสีขาว เชลโลว์พกกล้องถ่ายภาพมาด้วย ทำให้เราได้สนุกกับการถ่ายภาพสวยๆที่ทะเล ฉันเป็นนางแบบส่วนเขาก็เป็นช่างภาพ ฮะๆ เขาดูตลกมากเวลาสั่งให้ฉันโพสท่าต่างๆ ยิ่งเป็นท่าเซ็กซี่ๆแบบ Lady Gaga แล้วล่ะก็เขาทำปากเผยอนิดๆ แววตาคมกริบ มือที่ลูบไล้ไปตามแผงอก ว้าว! ~

 

“เป็นไงสวยมั้ย ฮ่าๆๆ เธอลองมาโพสบ้างฉันจะถ่ายให้” เขาจูงมือฉันให้ไปโพสท่าบ้าๆนั่นที่เขาคิดขั้นมาเอง ฉันว่าจะขอบาย แต่ตอนนี้คงไม่ทันแล้ว เพราะฉันได้ทำท่าบ้าๆนั่นเรียบร้อยแล้ว “ว้าว~ Taylor Swift ยังต้องอิจฉาแววตาสีมรกตคบกริบคู่นั้นของเธอเลย” เชลโลว์ชมไม่ขาดปาก ก็แหงสิ ฉันสวยอยู่แล้ว และฉลาดที่สุดด้วย J

 

หลังจากเราโพสท่าถ่ายรูปบ้าๆนั่นเสร็จ ก็ถึงเวลาเข้าที่พัก เชลโลว์มีบ้านพักตากอากาศอยู่ที่นี่ด้วย บ้านของเขาเป็นจุดชมวิวที่สวยมาก ได้ข่าวมาว่ามันหลังไม่ต่ำกว่ายี่สิบล้านซึ่งพ่อของเขาประมูลมันมาจากเศรษฐีอเมริกันคนหนึ่ง ซึ่งมันก็ถือว่าคุ้มมากในราคาแค่นี้ ที่นี่มันสวย~ จนเกินจะบรรยาย ทะเลสีคราม พระอาทิตย์สีส้มที่กำลังจะลับขอบฟ้า สายลมที่พัดยอดมะพร้าวให้เคลื่อนไหว หาดทรายสีขาวสะอาดถูกตกแต่งด้วยเปลือกหอยนานาชนิดและ โอ้พระเจ้า! ฉันไม่รู้จะอธิบายยังไง มันสวยมาก สวยที่สุด

 

“เธอพร้อมจะพบเซอร์ไพรส์ของฉันหรือยัง? ^^” เชลโลว์พูดดักจินตนาการของฉัน แต่มันก็ไม่ได้ถึงกับทำให้หงุดหงิด แต่ทำให้รู้สึกตื่นเต้นมากกว่า เขาปิดตาฉันแล้วพาเดินไปสถานที่แห่งหนึ่ง ฉันมองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากแสงสีดำ แต่เท้าที่เปลือยเปล่าของฉันสัมผัสได้ถึงเม็ดทรายที่ละเอียด และแฉะด้วยละอองไอน้ำจากทะเล ทันใดนั้นมือของเชลโลว์ค่อยเปิดออก ตาของฉันรับรู้ถึงแสงสว่างของดวงจันทร์ในยามเย็นหลังพระอาทิตย์ตก และแสงเทียนจากพื้นทรายที่รายล้อมรอบตัวฉัน มันวิเศษมาก!

 

“โอ้พระเจ้า! มันสวยมาก สวยที่สุด” ฉันอุทานขึ้นอย่างอดไม่ได้ รอบๆตัวฉันถูกประดับด้วยเทียนหลายพันเล่ม ช่อดอกไม้ที่ตั้งอยู่เรียงตัวเป็นรูปหัวใจ  มงกุฎดอกไม้ที่อยู่บนศีรษะของฉัน หอยหลากชนิดที่ประดับประดาอยู่เต็มไปหมด มันโรแมนติกและสวยมาก โอ้!! ฉันอยากให้คุณมาเห็นมันจัง

 

“สิ่งที่เธอต้องการ สิ่งที่เธออยากให้มันแน่นอน สิ่งที่ฉันเคยบอกว่าไม่รู้ ในวันนี้ฉันค้นพบมันแล้วล่ะ คริสต์มาส อีฟ ฉันรู้แล้วว่าหัวใจของตัวเองต้องการอะไรกันแน่ และสิ่งนั้นคือเธอ เธอพูดถูก ฉันมันเด็ก ฉันเอาแต่ใจ แต่ต่อจากนี้ไปฉันสัญญา ฉันจะดูแลเธอ ปกป้องเธอ และทำทุกสิ่งที่เธอต้องการ...” เชลโลว์คุกเข่าต่อหน้าฉัน แล้วพรั่งพลูคำเหล่านั้นออกมา แววตาที่ดูมั่นคงของเขาทำให้ฉันรู้สึกประทับใจกับสิ่งที่เขากำลังทำ “ฉันรักเธอ คริสต์มาส อีฟ” เขาสารภาพรักฉัน เขาบอกมันออกมาแล้ว ฉันโผเข้าไปกอดเขาและมอบจุมพิษที่แสนจะอ่อนหวาน และดูดดื่มให้สมกับค่ำคืนที่แสนโรแมนติกนี้ ร่างกายของฉันตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากหุ่นยางที่ไร้กระดูก มันอ่อนไหวไปหมด แค่ลมพัดมาเบาๆยังรู้สึกหนาวลึกไปถึงข้างใน แต่สิ่งที่ทำให้ฉันพ้นภัยจากอันตรายทั้งปวงคือ เขา เชลโลว์

 

“แต่งงานกับฉันนะ” เชลโลว์เอ่ยคำที่ฉันไม่คิดว่าจะได้ยินมันจากปากของเขา ฉันอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะส่งยิ้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความตื้นตันไปให้เขา วินาทีนี้ฉันพูดอะไรไม่ออกเลยจริงๆ น้ำตาฉันไหลออกมาจากตาสีมรกตน่าหลงใหลนั่น เชลโลว์ค่อยๆยื่นแหวนเงินที่ประดับคริสตัลเกรดเอมาหาฉัน ฉันยื่นมือไปให้เขาสวมมันให้ เชลโลว์สวมกอดฉันอย่างอ่อนโยน “ทำแบบนี้ถือว่าแต่งนะ”  เชลโลว์พูดขึ้น เราสองคนกอดกันท่ามกลางบรรยากาศที่แสนจะโรแมนติก...

 

หลังจากหารสารภาพรักของเชลโลว์ผ่านไปเราก็กลับมาที่บ้าน เราช่วยกันทำดินเนอร์ดูคล้ายกับคู่สามีภรรยาที่เพิ่งแต่งงานกันใหม่ เชลโลว์วางแผนไว้ว่าเราจะแต่งงานกันทันทีที่เรียนจบ อ้อ! แล้วที่สำคัญ เขาสัญญาว่าจะปลอบโยนด้วยสัมผัสที่ลึกซึ้งแบบนั้นแค่กับฉันคนเดียว J  ช่วงค่ำเราไปนั่งดูดาวที่ชายหาด ท้องฟ้าวันนี้ปลอดโปร่งมองเห็นดาวส่องแสงระยิบระยับเต็มท้องฟ้า และแสงจันทร์เหลืองนวลทอส่องมายังพื้นทะเล โอ้พระเจ้า! ท่านจะประทานช่วงเวลาดีๆแบบนี้ให้ฉันนานแค่ไหนกันนะ ช่วงเวลานี้ฉันมีความสุขจริงๆ แต่จะมีความสุขกว่าถ้าถึงวันที่เกมโอเว่อร์!

 

 

 

Athena Wisdom University 10.00 A.M.

วันที่เรามีความสุขมักจะหมดไปอย่างรวดเร็วเสมอ นั่นแหละที่ทำฉันมายืนอยู่หน้ามหาลัยด้วยความเบื่อหน่าย วันนี้มาสอบนำเสนอ Project ใหม่ของ Mr. Johnson Carlen ฉันขอตัวมาคนเดียวหลังจากที่ตอนเช้าเชลโลว์ชวนให้ไปกับเขาเพราะเมื่อคืนเราเหนื่อยกันมากเลยทีเดียวกับการฉลองวันเกิดของฉันในวันคริสต์มาส อีฟ สองวันสำหรับเราที่ผ่านมาเขาเป็นแฟนที่ดีมาก จนใครๆในมหาลัยต่างก็บอกว่าคู่ของเราเป็นคู่ที่น่าอิจฉามากๆ และแน่นอน! มาร์เดนรีบมาแสดงความยินดีกับฉันทันทีที่ได้ยินข่าวเลยทีเดียว ยินดีด้วยนะ แม่คนเก่งคริสต์มาสอีฟ ฮะๆ รักกันนานๆนะ ถึงจะแค่สองวันก็เก็บเกี่ยวความสุขให้มากล่ะJ ประโยคที่เขาทิ้งไว้ทำให้ฉันทึ่งได้ไม่เคยเปลี่ยน

 

หลังจากที่การนำเสนอจบลงเป็นไปตามความคาดหมาย Mr. Johnson ชมฉันไม่ขาดปาก จะยังไงก็ช่างเถอะเย็นนี้ฉันมีนัดกับเชลโลว์ที่ร้าน The Beauty Forest เพื่อเฉลิมฉลองวันคริสต์มาสของเรา และเพื่อจบเกมของฉัน!

 

6   Game Over!

 

16 years ago…

“โอ้พระเจ้า! นายต้องไม่เชื่อแน่ๆเลย ปิแอร์บอกรักฉันแล้ว” เมอร์รี่บอกกับเชลโลว์อย่างพอใจที่แผนของพวกเขากลับสำเร็จได้อย่างไม่คาดฝัน ทั้งๆที่มันน่าจะพังไปตั้งแต่ตอนแรกที่ไม่มีทีท่าว่าจะสำเร็จเลย แต่วันนี้ที่เมอร์รี่ตัวน้อยเดินเข้าไปบอกกับปิแอร์ว่าเธอรักเขา ปิแอร์กอดเธอพร้อมกับบอกรักเช่นกัน

 

“อย่าดีใจให้ฉันเห็นได้มั้ย!” อยู่ๆเชลโลว์ก็โมโหทั้งๆที่แผนของพวกเขาสำเร็จแล้ว

 

“นายเป็นอะไรไป?” เมอร์รี่ถามเด็กชายด้วยความสงสัย และเป็นห่วง

 

“ฉัน ฉันชอบเธอ! เมอร์รี่ ฉันชอบเธอ”

 

“โอ้พระเจ้า!  เมอร์รี่ถึงกับอุทานอย่างตกใจ ในตอนนี้เมอร์รี่รู้ตัวดีว่าเธอลืมปิแอร์ไปแล้ว ในใจของเธอมีแต่เชลโลว์เด็กชายที่เธอรัก เธอโผเข้ากอดเด็กชายเขากอดเธอตอบ “ฉันก็ชอบนาย แต่ไม่กล้าบอกเพราะกลัวจะเสียนายไป” เมอร์รี่บอกกับเด็กชายด้วยความจริงใจ เธอร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ เชลโลว์ค่อยๆเช็ดคราบน้ำตาของเธอ

 

“อย่าร้องไห้เลยเมอร์รี่ คืนนี้มีปาร์ตี้คริสต์มาสที่คฤหาสน์ของฉันเราจะไปจบเกมด้วยกัน ปิแอร์จะต้องเสียใจที่ไม่เคยหันมามองเธอตั้งแต่แรก และเราจะฉลองงานวันเกิดให้เธอ เพื่อนๆทุกคนจะมา ^^” เชลโลว์เอ่ยปากชวนเมอร์รี่ไปที่คฤหาสน์รีควอแลน ด้วยความดีใจสาวน้อยก็ตอบตกลง

 

หลังจากนั้นเธอก็กลับบ้านไปเตรียมตัวเพื่องานคืนนี้ ทั้งแม่บ้าน คนสวน คุณนายสเปนเซอร์ต่างก็ตกใจจนถึงขั้นโทรไปรายงานคุณพ่อของเธอที่อยู่ไกลถึงอเมริกาว่าวันนี้เมอร์รี่น้อยของพวกเขาไม่ได้กลับบ้านมาพร้อมกับน้ำตาเช่นเคย แต่ในแววตาสีมรกตของเธอนั้นเต็มไปด้วยความสุขราวกับได้พบตัวละครในเรื่องสโนว์ไวท์ที่เธอโปรดปาน ทุกคนช่วยกันแต่งตัวให้เมอร์รี่น้อยเมื่อเธอบอกว่าจะไปปาร์ตี้คริสต์มาสกับเพื่อนๆ คุณนายสเปนเซอร์ไม่ได้ห้ามเธอแต่อย่างใด เพราะเธอดีใจมากที่เมอร์รี่น้อยจะได้มีเพื่อนกับคนอื่นเขาบ้าง หลังจากที่เธอไม่เคยได้ออกจากบ้านในคืนวันคริสต์มาสมากว่า 6 ปี

 

คนขับรถและคุณนายสเปนเซอร์มาส่งเมอร์รี่ที่คฤหาสน์ของตระกูลรีควอแลนที่พวกเขารู้จักกันดีในทางธุรกิจ ถือว่าเป็นตระกูลที่ใหญ่มาก สามารถควบคุมเศรษฐกิจของประเทศได้เลยทีเดียว แต่ตระกูลสเปนเซอร์นั้นมีธุรกิจต่างๆที่ยิ่งใหญ่กว่าหากไม่มีตระกูลสเปนเซอร์ก็อาจจะทำให้ธุรกิจของตระกูลรีควอแลนล่มสลายได้ นั่นจึงเป็นเหตุที่สองตระกูลไม่ค่อยมีปัญหากัน “โชคดีนะเมอร์รี่ คริสต์มาส เมอร์รี่คริสต์มาสจ้ะ ^^” คุณนายสเปนเซอร์อวยพรวันคริสต์มาสให้กับลูกสาวตัวน้อยของเธอ

 

“ฮะๆ คุณแม่พูดเมอร์รี่คริสต์มาสทำไมตั้งสองครั้งคะ ^O^” เมอร์รี่หัวเราะลั่น

 

“ก็มันเป็นทั้งชื่อของลูก และคำอวยพรในวันคริสต์มาสไงจ้ะ ลูกรัก พรุ่งนี้คุณพ่อจะกลับมาฉลองวันเกิดของลูกนะ เฮ้อ~ แม่น่าจะคลอดลูกให้เร็วกว่านี้ แค่ 1 นาทีเองนะ” คุณนายสเปนเซอร์ทำหน้าเสียดายที่เธอคลอดลูกสาวช้าเกินไปแค่ 1 นาทีเท่านั้น หากเธอไปโรงพยาบาลเร็วกว่านี้เธอคงจะได้จัดงานวันเกิดให้ลูกสาวในวันนี้แน่ๆ แต่ถึงอย่างไรก็ไม่สามารถจะย้อนเวลาไว้ได้ เธอเลยได้แต่ตั้งชื่อของหนูน้อยให้มีความหมายตรงกับวันคริสต์มาสที่สาวน้อยชอบ หากไม่ใช่คนทีรู้จักเมอร์รี่จริงๆคงไม่มีใครรู้หรอกว่า เธอเกิดวันที่ 26 ธันวาคมไม่ใช่ 25 ธันวาคมตามชื่อที่แม่เธอตั้งให้

 

“ไม่เห็นเป็นไรเลยค่ะ หนูก็ชอบวันคริสต์มาสนะคะ ยิ่งดีไปใหญ่ถ้าได้จัดสองวันแบบนี้ ^^” สาวน้อยไม่ได้เสียใจแต่อย่างใดเธอดีใจมากที่จะได้โชคสองชั้นได้จัดทั้งวันคริสต์มาสและวันเกิดของเธอในวันถัดมา เธอช่างไร้เดียงสาเสียจริง พูดจบเมอร์รี่ก็วิ่งเข้าไปในคฤหาสน์รีควอแลน

 

We wish you a merry Christmas We wish you a merry Christmas

We wish you a merry Christmas and a happy new year

 

เสียงเพลงแห่งการเฉลิมฉลองดังก้องไปทั่วคฤหาสน์เด็กๆต่างพากันวิ่งเล่น เมอร์รี่ได้แต่เหลียวมองหาเชลโลว์ เด็กชายที่สัญญากับเธอว่าจะจัดงานวันเกิดให้ ทั้งๆที่ตัวเธอเองก็รู้ว่าวันนี้ไม่ใช่วันเกิดของเธอ แต่เธอก็ไม่กล้าปฏิเสธน้ำใจของเขา เพราะความกลัว กลัวที่จะเสียเขาไป แม้เพียงความผิดเล็กน้อยของเขาเธอก็ให้อภัยได้ สาวน้อยเฝ้ารอเชลโลว์อยู่เนิ่นนานจนอยู่ๆไฟทั้งคฤหาสน์ก็ดับลง เธอตกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ส่งเสียอะไรออกไป...

 

Happy Birthday to you Happy Birthday to you

Happy Birthday Happy Birthday Happy Birthday

to you

 

เสียงเพลงดังขึ้นด้วยการเปล่งเสียงอย่างพร้อมเพียงกันของเพื่อนๆของเธอ ในตอนนี้เธอคิดว่าที่เธอทำดีกับพวกเขาไปคงทำให้พวกเขาเข้าใจในตัวเธอ แต่ไม่เลย! หลังจากที่เธออธิษฐานเสร็จก่อนที่เธอจะได้เป่าไฟของเทียนให้ดับลงเค้กก้อนโตที่อยู่ในมือของหนุ่มน้อยเชลโลว์ก็ลอยมาปะทะกับใบหน้าของเมอร์รี่โดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว! ไฟของเทียนค่อยๆเผาไหม้ใบหน้าของเธอ เธอเจ็บปวดทุรนทุราย พยายามร้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนๆ แต่สิ่งที่เธอได้มาคือเสียงหัวเราะเยาะ และความจริงบางอย่างจากปากเด็กชายที่เธอรัก

 

“ยัยโง่เอ้ย! เธอคิดว่าฉันจะชอบเธอจริงๆน่ะเหรอ นั่นมันนิทานกล่อมเด็กแล้วล่ะยัยบ้า บาร์บีน่าไม่ใช่แฟนของปิแอร์อย่างที่เธอเข้าใจหรอกนะ! เธอเป็นแฟนของฉันต่างหาก! เพราะฉะนั้นก็จงเข้าใจไว้เสียว่าฉันไม่มีทางชอบคนโง่ๆอย่างเธอแน่ ฮะๆๆ เธอมันโง่ที่สุดที่คิดว่าปิแอร์จะชอบเธอ และทุกๆคนจะดีกับเธอ เธอมันก็เป็นได้แค่ตัวตลกที่กลายมาเป็นเหยื่อในเกมของฉัน ฉันเท่านั้นคือผู้คุมเกม! ไม่ใช่เราสองคนอย่างที่เธอเข้าใจ ทุกๆคนร่วมมือกับฉันเพื่อหลอกเธอ! เพื่อเปิดโปงว่าเธอมันเลวแค่ไหนที่ต้องการทำให้ปิแอร์กับบาร์บีน่าเลิกกัน เธอมันเลว! เธอไม่ใช่แม่พระอย่างที่ใครๆคิดเธอมันก็แค่พวกชอบสร้างภาพไปวันๆ ยัยโง่!! ฉันเท่านั้นที่ฉลาดที่สุด! ฮ่าๆๆ” คำพูดของเชลโลว์ทำให้เมอร์รี่เจ็บยิ่งกว่าโดนเปลวไฟเผาไหม้ใบหน้าของเธอ เธอเข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจนแล้วว่าไม่มีใครดีกับเธอเลยนอกจากผู้คนในคฤหาสน์สเปนเซอร์ที่เข้าใจเธอจริงๆ เชลโลว์ไม่ได้รักเธออย่างที่เธอเข้าใจ เขารังเกลียดเธออย่างที่คนอื่นๆเป็น

 

กรี๊ด!!!!!!!!

 

เมอร์รี่กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ทุกคนยิ่งหัวเราะด้วยความสมเพศเธอมากขึ้นกว่าเดิม แม่บ้านที่เห็นเหตุการณ์รีบเข้าไปช่วยเธอและโทรหาคนของตระกูลสเปนเซอร์ให้มารับเธอกลับไป...

 

 

 

หลังจากเหตุการณ์วันคริสต์มาสพ่อและแม่ของเด็กๆทุกคนต่างมาร่วมแสดงความเสียใจที่คฤหาสน์ตระกูลสเปนเซอร์แต่ก็ถูกแม่บ้านไล่ออกไปทั้งหมด เมอร์รี่น้อยในตอนนี้กลับกลายเป็นยัยเมอร์รี่หน้าปีศาจ ที่เพื่อนๆพูดล้อกัน ใบหน้าที่เคยขาว เรียบเนียน สวยดุจนางฟ้าที่มาพร้อมซานต้าของเธอ กลับกลายเป็นใบหน้าที่ มีรอยแผลเป็นจากการเผาไหม้ของเปลวเทียน พ่อกับแม่ของเธอต่างเคียดแค้นเด็กทุกคนที่ทำกับเธอแบบนี้ พวกเขายกเลิกกิจการ ถอนหุ้นทุกอย่างที่เคยร่วมกับพ่อแม่ของเด็กพวกนั้น กิจการบ้านของพวกเขาค่อยๆล้มละลายลงทีละคน ทีละคน แต่มีสองตระกูลที่พวกเขาไม่สามารถทำลายได้ นั่นคือตระกูลเนลลิซ่า ของบาร์บีน่า และตระกูลรีควอแลน ของเชลโลว์

 

ตระกูลของบาร์บีน่านั้น พวกเขาไม่ได้ทำธุรกิจใดๆเลย ไม่เคยเป็นหุ้นส่วนกับตระกูลสเปนเซอร์ และยังมีตระกูลรีควอแลนที่ช่วยเกื้อหนุน พ่อและแม่ของเมอร์รี่จึงไม่สามารถทำอะไรเธอได้ ส่วนตระกูลรีควอแลน พวกเขาถอนหุ้นทุกอย่างที่เคยสนับสนุน หรือลงทุนด้วย แต่ด้วยเงินเก็บที่มากมายของคุณรีเชสเตอร์ รีควอแลน ทำให้กิจการของพวกเขาแค่ทุลักทุเลในช่วงแรกแต่สุดท้ายก็กลับมาสมดุล และพวกเขาก็ได้พาเชลโลว์หนีไปอยู่ที่เยอรมัน จนตระกูลสเปนเซอร์ไม่สามารถทำอะไรเชลโลว์ได้เลย แต่สำหรับบาร์บีน่า ในช่วงหลังคุณนายสเปนเซอร์ได้สั่งให้คนไปตัดสายเบรกรถส่วนตัวของบาร์บีน่า จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุรถคว่ำคนขับรถของบาร์บีน่าบาดเจ็บสาหัสจนกลายเป็นเจ้าชายนิทรา ส่วนบาร์บีน่าเองก็กลายเป็นอัมพาตช่วงล่าง ทุกคนต่างรู้ดีว่าเรื่องที่เกิดขึ้นใครเป็นคนบงการแต่ก็ไม่สามารถหาหลักฐานเพื่อจับตัวพวกเขาได้

 

สาวน้อยเมอร์รี่เดินทางไปรักษาตัวที่อเมริกา เธอได้รับการรักษาและศัลยกรรมใบหน้า เปลี่ยนแปลงทุกอย่างที่เสียหายคุณนายสเปนเซอร์ยอมจ่ายเพื่อที่จะได้นางฟ้าตัวน้อยของเธอกลับมา หลังจากที่เธอได้รับการรักษาตัวหลังการศัลยกรรม เธอเปลี่ยนชื่อเป็น คริสต์มาส อีฟ เกรทเนส เป็นชื่อที่ใช้ลวงตาใครๆเรื่องวันเกิด และเป็นนามสกุลเก่าของแม่เธอ เธอได้ย้ายเข้าเรียนในโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งในวอชิงตัน เธอเป็นที่ยอมรับของเพื่อนๆ ทุกคนต่างก็รักเธอ นั่นเป็นเพราะเธอได้รับการเรียนรู้แล้วว่าคนเราหากแสดงออกแค่เพียงด้านใดด้านหนึ่ง อาจจะทำให้ผู้คนไม่ยอมรับในตัวเรา เราควรจะเป็นหลายๆอย่าง แสดงออกหลายๆด้าน แม้บางทีอาจจะเป็นแค่การเสแสร้ง แต่ถ้าหากว่ามันช่วยให้เราอยู่ในสังคมที่กำลังเปลี่ยนไปนี้ได้ ก็จงทำมันเสียเถิด...

 

จนวันหนึ่งเธอได้พบกับมาร์เดน เขาคือเพื่อนที่เข้าใจเธอที่สุด พวกเขาอยู่กลุ่มเดียวกันมาจนเข้ามหาลัย พวกเข้ากลับมาที่ไทยและย้ายมหาลัยเอกชนชื่อดัง แต่ด้วยความผิดพลาดบางอย่างของการลงทะเบียนทำให้พวกเขาต้องแยกจากกัน แต่นั่นก็ไม่เป็นปัญหาเพราะพวกเขายังติดต่อกันอยู่เสมอๆ จนมาร์เดนแนะนำเพื่อนคนใหม่ของเขาให้เธอรู้จัก เชลโลว์ รีควอแลน นับจากวันนั้นมาคริสต์มาส อีฟ ก็เล่าเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวัยเด็กของเธอให้มาร์เดนฟัง เขายินดีที่จะเป็นเครื่องมือของเธอพร้อมกับช่วยเธอเล่นเกม และสิ่งที่เธอจะตอบแทนเขาคือการเป็นแม่สื่อระหว่างเขากับรีอาน่าให้

 

จากนั้นการแก้แค้นของคริสต์มาส อีฟ เกรทเนสก็ได้เริ่มต้นขึ้น...

 

7   Over Christmas!

 

The Beauty Forest 10.00 P.M.

คริสต์มาส อีฟในชุดเดรสรัดรูปสีแดงเพลิง รองเท้าหนังงูสีแดงสด และเครื่องเพชรสีเขียวมรกต ช่างเข้ากันกับเทศกาลคริสต์มาเสียจริง เธอเดินเข้ามาในร้านที่เป็นธุรกิจส่วนหนึ่งของแม่เธอ แผนของเธอทุกอย่างกำลังไปได้สวย เหลือก็แค่พาเหยื่อที่โง่เง่ามาฟังเซอร์ไพรส์ที่เธอตั้งใจทำขึ้นมาตั้งแต่ทีแรก เธอเดินขึ้นมาถึงที่ชั้นดาดฟ้าของร้าน ที่มีชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งรอก่อนอยู่แล้ว คริสต์มาส อีฟ ค่อยๆนั่งลงและยิ้มอย่างเลือดเย็น

 

J

 

“มีเซอร์ไพรส์อะไรอย่างนั้นเหรอ ทำไมถึงยิ้มแบบนั้นกันล่ะ? ^^” เชลโลว์ยังคงดีกับเธอเหมือนเช่นเคย

 

“แน่นอน! เชลโลว์ รีควอแลน เด็กชายผู้ที่หลอกให้สาวน้อยตัวเล็กๆไร้เดียงสามาตกหลุมพรางด้วยการบอกเธอว่า มาเล่นเกมกับฉันสิ หึ! นายคงจะไม่คิดสินะว่าเธอจะกลับมาแก้แค้น!! เมอร์รี่ คริสต์มาส สเปนเซอร์!! นี่คือชื่อของสาวน้อยคนนั้น และเธอก็คือฉันดคริสต์มาส อีฟ คนนี้ที่นายรู้จักด้วย!” คริสต์มาส อีฟ ไม่รอให้เสียเวลาทันทีที่เจอเหยื่อของเธอ เธอก็เปิดประเด็นขึ้นมาทันที เธอไม่ต้องการที่จะรอคอยอีกต่อไปแล้ว ถึงเวลาที่เธอจะได้แก้แค้นเสียที

 

“ฉันรู้ ฉันรู้ว่าเธอคือเมอร์รี่” เชลโลว์พูดด้วยแววตาที่ไร้ความรู้สึก ในนาทีนี้เขารับรู้ถึงการกลับมาของเธออย่างเต็มรูปแบบ ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้เขาพยายามจะใช้หัวใจของเขาเยียวยาเธอ เขาพยายามจะใช้ความรักของเขาทำให้เธอลืมสิ่งที่เขาเคยทำกับเธอเอาไว้ แต่ในวันนี้เขารู้แล้วว่า เธอไม่เคยลืมมัน! และกำลังจะจบเกมของเธอลงในไม่ช้านี้!

 

“หึ! แต่ก็ยังโง่! โง่ให้ฉันหลอกอย่างนั้นเหรอ” คริสต์มาส อีฟ มองเชลโลว์ด้วยแววตาน่าสมเพศ เขารู้แต่ก็ยังทำตามแผนของเธอทุกอย่าง ทั้งที่เขาเองเป็นคนคิดมันแต่ก็ยังโง่ให้เธอใช้มันทำร้ายเขา เขามันโง่ไม่ได้ฉลาดอย่างที่เคยพูดไว้!

 

“...”

 

 “จากวันนั้น วันที่นายทำลายชีวิตฉัน ทำลายชีวิตเด็กสาวคนหนึ่งที่ไม่เคยทำร้ายใคร ด้วยเกมของนาย เกมที่นายควบคุมอยู่ตั้งแต่ทีแรก นายทำให้ฉันรักนาย และสุดท้ายทุกอย่างก็กลายเป็นแค่เรื่องโกหก ทุกคนที่ร่วมแผนการของนายถูกฉันจัดการทีละคน ทีละคน แต่คนที่รอดมาได้คือนาย และยัยบาร์บีน่า...” คริสต์มาสค่อยๆเล่าทุกอย่างให้เชลโลว์ได้รับรู้อย่างเลือดเย็น “สำหรับยัยนั่นฉันคงไม่คิดจะไปทำอะไรเธออีกแล้ว แต่เพราะนาย ที่ทำให้ฉันต้องใช้เธอเป็นเหยื่อ!...”

 

พรึบ!

 

ม่านที่เหมือนกำลังคลุมลูกโป่งที่ลอยอยู่นอกดาดฟ้าทั้งสองด้านค่อยๆเปิดขึ้นเผยให้เห็นผู้หญิงสองคนที่สำคัญสำหรับเชลโลว์มาก คนหนึ่งคือผู้หญิงที่ให้กำเนิดเขา คนที่เขารักเสมือนดวงใจหลังจากที่พ่อของเขาจากไป และอีกคนคือเพื่อนสาวคนเดียวที่เหลืออยู่ เธอเป็นคนที่สำคัญสำหรับเขามาก ทั้งสองกำลังถูกห้อยโต่งเต่งอยู่ด้วยเชือกเพียงเส้นเดียว

 

J ถ้านายเลือกที่จะช่วยใครสักคน นายก็ต้องเสียอีกคนไป ฮะๆ คิดว่านายงั้นหรอ...คือ คนที่ฉลาดที่สุด!’  ผิดแล้ว! ฉันต่างหาก ที่ ฉลาดที่สุด!’ และฉันคนนี้แหละคือ... ผู้คุมเกมวันนี้นายคือคนที่โง่ที่สุดในเกม เชลโลว์ รีควอแลน” คริสต์มาส อีฟ ยิ้มด้วยความชั่วร้าย เธอหันหลังเตรียมพร้อมจะจากไป

 

“เดี๋ยว! ฉันขอถามอะไรบางอย่างกับเธอได้มั้ย?” เชลโลว์เอ่ยขึ้น

 

“...” คริสต์มาส อีฟ เงียบและตั้งใจฟังคำถามสุดท้ายระหว่างเขากับเธอ

 

“”เธอ...เคยรักฉันบ้างมั้ย?” เป็นคำถามที่ทำให้คริสต์มาส อีฟ สาวสวยคนเก่งคิดอยู่นาน เธอเริ่มสับสนในช่วงเวลาที่เธอและเขาเคยอยู่ด้วยกัน ช่วงเวลาที่พวกเขามีความสุขและทุกข์ด้วยกัน เธอทบทวนทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นก่อนจะให้คำตอบที่ทำให้เชลโลว์ถึงกับ...

 

“ไม่...ฉันไม่เคยบอกมันเลย ถ้านายยังจำได้ และสิ่งที่ฉันทำลงไปมันก็แค่...การแสดง J

 

“...”

 

กริ๊ก!

 

เชลโลว์ถึงเขาทรุดลงกับพื้นเมื่อคริสต์มาส อีฟ มอบคำตอบที่แสนเจ็บปวดพร้อมทั้งโยนแหวนที่เขาเคยให้ทิ้งไป เขาหันไปทางแม่และบาร์บีน่าที่กำลังดิ้นอย่างสุดชีวิต พวกเขาต่างไม่อยากตาย ทุกคนต้องการมีชีวิตอยู่ แต่สุดท้ายก็ต้องตาย นั่นเป็นสัจธรรม

 

คริสต์มาส อีฟ หันหลังและเดินจากไปพร้อมกับความดีใจและความสุขที่เปี่ยมล้น เธอแก้แค้นสำเร็จ เชลโลว์ทรมานยิ่งกว่าตายทั้งเป็น การที่ต้องเลือกให้คนใดคนหนึ่งมีชีวิตตอยู่ และคนใดคนหนึ่งต้องตายมันยากเย็นเหลือเกินยิ่งถ้าทั้งสองคนล้วนแต่สำคัญต่อชีวิตของเขาทั้งสิ้น

 

Merry Christmas” เธอทิ้งท้ายให้กับการจบเกมของเธอก่อนจะขึ้นแลมเบอกินีสีแดงเพลิงคู่ใจแล้วขับมันออกไปท่องในเมืองกรุงที่แสงสีต่างๆไม่เคยจางหายไป...

 

 

 

คัต!!

“เยี่ยมมากทุกๆคน หลังปิดกองคงต้องจัดปาร์ตี้ครั้งใหญ่เสียแล้ว ^O^” เสียงคัตของผู้กำกับหมายถึงการเลือกสวมบทคาร์แร็กเตอร์ของตัวละคร พวกเขาต่างก็ดีใจที่หนังที่พวกเขาตั้งใจทำมาเป็นเดือนๆจบลงแล้ว

 

แปะ แปะ แปะ

เสียงปรบมือของทีมงานดังขึ้นเพื่อชื่นชมความเก่งของนักแสดงทุกคนที่เล่นได้สมบทบาทมากจริงๆ หนังอาจจะจบไปแต่สิ่งที่แฝงเอาไว้นั้นมีมากมาย...

 

 

การที่ต้องเลือกบางอย่าง หมายถึงเราต้องเสียบางอย่างไปเช่นกัน

คริสต์มาส อีฟ เธอเลือกที่จะแก้แค้น แต่ก็ต้องสูญเสียความรักไป

คุณล่ะ พร้อมหรือยังที่จะเลือกอะไรบางอย่าง แต่อย่างลืมนะว่าคุณต้องเสียบางอย่างไป

ไม่ว่าจะอย่างไรคุณคือผู้ตัดสินทุกอย่าง... J

Merry Christmas’

นักแสดง และทีมงาน

Over Christmas จบเกม! เดิมพันวันคริสต์มาส

 

 

 

 

 




Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
กิจกรรมประกวดนิยาย Lightwriter ครั้งที่ 1 ตอนที่ 9 : เรื่องที่ ๕ Over Christmas! … จบเกม! เดิมพันวันคริสต์มาส (Praewa riiiez) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 472 , โพส : 18 , Rating : 72 / 15 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1

#18 : ความคิดเห็นที่ 92
ตอนนี้ทันมั้ย? 5555

อันดับ 1 Mafia Princess 

จ้าาาา อิอิ ชอบคะแนนเธออ่ะ มันแบบถูกคำนวณอย่างถูกต้อง 555 ตัวใหญ่มากกเป็นจุดเด่น อิอิ

อันดับ 2 momoe'

ชอบค่าาา ชอบมากก บอกข้อติได้ดีสุดๆจะรีบเอาไปแก้ไขเลย

อันดับ 3 Oceanz
ค่าาาาา ชอบตอนมันบอก ลืม =_=


ขอบคุณทุกๆคนที่ให้กำลังใจจ้าาา ชอบเวลาคนอินกับเรื่องของเราจังง ><

PS.  PaNGReD : I'm Fake! But I love you. ;)
Name : รัตติกาลPrincess[แรงบันดาลใจ]< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ รัตติกาลPrincess[แรงบันดาลใจ] [ IP : 180.183.64.224 ]
Email / Msn: babe_lucifer(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 เมษายน 2555 / 15:56

#17 : ความคิดเห็นที่ 81

# Over Christmas

เรื่องนี้ของแพรสินะ เอาล่ะ มาวิจารณ์กันเถอะ...แพร

 

ถ้าเธอพร้อม...ฉันจะบอกให้ฟังเอง...

ถ้าไม่พร้อม ก็ข้ามมันไปซะ!

 

การบรรยายที่ลื่นไหล ไม่สะดุด แต่กลับต้องทำให้ฉันขมวดคิ้วด้วยการตัดฉาก เป็นการตัดฉากที่ไม่เวิร์คเท่าไร เพราะตัดแล้วมันทำให้คนอ่านปวดหัวมากกว่านี้ เนื่องจากจุดประสงค์ของเรื่องนี้คงตั้งใจตัดฉากให้งง ฉันให้ 5/5 คะแนน

คำผิดมีมากพอสมควร ให้ 4/5

การทำให้คนอ่านอินไปกับเนื้อเรื่อง ได้พอสมควร ให้ 4.5/5

ความยาวของเรื่อง คิดว่ายาวเกินไป ยาวจนน่าเบื่อแทน เพราะเงื่อนไขในการส่งครั้งนี้คือเรื่องสั้น ไม่ใช่นิยาย ให้ 4.5/5 (เนื้อเรื่องสนุก จึงพอละเว้นให้ได้)

การเว้นระยะห่างหน้า เว้นระยะขอบ ฯลฯ ทำไม่ดีเท่าไร ให้ 2/5

ความสมจริงของตัวละคร ให้ 4/5

ความประทับใจ ให้ 5/5 ประทับใจกับตอนจบมาก เรื่องนี้

ความประทับใจต่อนักเขียน ข้อนี่ไม่ได้ลำเอียงนะ แต่คนที่เขียนนิยายครั้งแรกแล้วแต่งได้ขนาดนี้นี่...เก่งมากๆ แพรเก่งกว่าฉันอีก ครั้งแรกที่ฉันจับปากกาเขียนห่วยจะตายไป ให้ 5 เต็มเลยเอ้า!

รวมคะแนนได้   4.83/5  ขอรับครับผม

 

เป็นกำลังใจให้แพรเขียนนิยายเรื่องต่อไป...

ถ้าเขียนแล้วส่งมาให้  “แพร” อ่านบ้าง...แพร

 


PS.  มนุษย์เรานั้นอยู่กับความมืดก่อนที่จะได้พบกับแสงสว่าง.....เมื่อได้พบกับแสงสว่างจึงเข้าไปหามัน....เพราะมันสดใสกว่า สบายกว่า โล่งใจกว่า ... แต่อย่างน้อย บางทีความมืดคือเพื่อนที่ดีที่สุดของเรา...
Name : #Mafia Princess#< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ #Mafia Princess# [ IP : 101.109.17.180 ]
Email / Msn: zodiac_sky-symphony(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 มกราคม 2555 / 17:32


#16 : ความคิดเห็นที่ 75

4.5/5 ค่ะ   (บังเอิญชอบหนังที่พระเอกกับนางเอกรักกันตอนจบ T^T)

ฮ่าๆๆๆ  ชอบหมดเลยค่ะ แค่เสียตรงมันเป็นหนังเท่านั้นเอง

มีความรู้สึกเหมือนโดนหักมุมแล้วหักมุมอีก =_=


PS.  คุณอาจจะเป็นเพียงคนคนนึงบนโลกใบนี้แต่รู้มั้ย? ว่าคุณอาจจะเป็นโลกทั้งใบของคนคนนึงก็ได้
Name : เจ้าหญิงคลุกฝุ่น< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เจ้าหญิงคลุกฝุ่น [ IP : 125.27.24.177 ]
Email / Msn: pop_wongsabut(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 ธันวาคม 2554 / 20:35

#15 : ความคิดเห็นที่ 71
บรรยายได้ดีมากค่ะ ไม่ติดๆ ขัดๆดี
เข้าใจความรู้สึกตัวละครมากค่ะ
ตอนแรกอ่านก็ งงๆ นะคะ แต่พออ่านอ่านไปอ่านมาก็เข้าใจแล้วค่ะ 555
เสียดายมากที่มันเป็นแค่การแสดงงง T^T
คะแนน 5/5 แล้วกันนะคะ
เจ๋งมากกกกก
Name : Nowy :) [ IP : 49.48.137.216 ]
Email / Msn: yo_romantic(แอท)hotmail.com
วันที่: 28 ธันวาคม 2554 / 20:43

#14 : ความคิดเห็นที่ 68
เข้าใจแล้วว่าทำไมคนเม้นเยอะ เพราะมันหักมุมอย่างนี้ไง!!
โอ้วววว มันสนุกมากเลย >< เขียนเก่งจริงๆ
แสดงอารมณ์ของตัวละครได้ดี ยิ่งนางเอก เรารู้สึกเลยว่าเจ๊เค้าแรง 555+

ส่วนคะแนนเราให้ 4.7 ค่ะ

Name : teaplus [ IP : 58.9.55.131 ]
Email / Msn: -
วันที่: 28 ธันวาคม 2554 / 14:29

#13 : ความคิดเห็นที่ 65
หักแล้วหักอีก 555555 สนุกมากๆ ค่ะ อ่านไปแล้วแบบไหลปรื้ดๆ ดราม่าดี เหมือนเดาเรื่องได้คร่าวๆ แต่ไม่ทั้งหมด มีปมให้คิดต่อในตอนท้ายที่เชลโลจะเลือกใคร ^ ^ ทำได้ดีมากๆ อ่า เป็นกำลังใจให้น้า สู้ๆ พี่ให้ 4.5/5 เล้ย เค้าโหวตกันยังไงไม่รู้ หลงมาจากเฟสโรงเรียนนะจ้ะ 555 >
Name : งิงิ [ IP : 101.108.233.122 ]
Email / Msn: -
วันที่: 27 ธันวาคม 2554 / 21:23

#12 : ความคิดเห็นที่ 59
ชอบมากกกกกกก >
Name : France Louis [ IP : 182.53.118.151 ]
Email / Msn: Cinnamonroll_usa(แอท)hotmail.co.uk
วันที่: 25 ธันวาคม 2554 / 21:54

#11 : ความคิดเห็นที่ 58
งั้นขอวิจาร์ณหน่อยนะคะ (เมื่อกี้ลืม =__='')
จบหักมุม OK ดิฉันชอบที่เชวโลว์มันถูกทิ้ง (ถึงแม้คนอื่นจะไม่ชอบ..)
แต่ตอนคิดว่าไม่น่าจะจบแบบ..ทั้งหมดเป็นการแสดงอ่ะ
เพราะถ้าไม่เป็นการแสดงมันจะดูลึกซึ้งกว่าน่ะค่ะ
และก็ืั้งๆที่มาร์เดนเป็นคนที่ช่วยคริสตี้แต่ไม่ได้ประกอบเหตุผลว่าช่วยยังไง
เหมือนคริสตี้ทำเองคนเดียวมากกว่า =[]=''
ส่วนเนื้อเรื่องแปลกใหม่สนุกดี ชอบตอนผี ^O^
สรุปเนื้อหาทั้งหมดของเรื่อง... นี่มัน..เพอร์เฟ็ก !!!
ส่วนคะแนนให้แล้วเน้อ >O
Name : Oceanz [ IP : 110.171.38.15 ]
Email / Msn: -
วันที่: 25 ธันวาคม 2554 / 21:09

#10 : ความคิดเห็นที่ 57
 อะแฮ่มๆ..สำหรับเรื่องนี้นะคะสนุกมากแล้วก้หักมุมสุดๆไปเลย  ชอบนางเอกค่ะเริ่ดมาก  แต่มันแปลกๆนี้ดดดนึงคือตอนแรกเชลโลว์ยังบอกว่าเป็นแค่ได้เพื่อนแค่เพื่อนอยู่เลย อะไรวะแล้วอยู่ดีดีก้ดันเข้าด้ายเข้าเข็มกันอย่างเมามัน(?) ก้แบบว่าถ้าเปนชีวิตจิงอิตานี้คงจะหื่นน่าดู แต่ก้ชอบมากค่ะ 
           อยากให้มีภาคต่อเปนลูกๆหลานๆไม่ก้เอาแนวใหม่ค่ะนางเอกโหด มัน ฮา บ้า รั่ว
Name : RADJUNG< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ RADJUNG [ IP : 223.206.236.161 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 ธันวาคม 2554 / 21:04

#9 : ความคิดเห็นที่ 55
เชลโลว์นิสัยไม่ดีอ่ะเคยแกล้งคริสตี้แล้วยังมาอ่อยใครคริสตี้หลงรักอีก
ชอบมากๆๆจบแบบนี้ให้เชลโลว์ใจตายซะ !!!
เอาไปเลย 5/5
Name : Oceanz [ IP : 110.171.38.15 ]
Email / Msn: -
วันที่: 25 ธันวาคม 2554 / 20:52

#8 : ความคิดเห็นที่ 54
สนุกมากเร้ยย ชอบๆๆ
สู้ๆนะคะน้องแพร ให้ 5/5 เลย :D
Name : yukiice [ IP : 223.206.216.186 ]
Email / Msn: -
วันที่: 25 ธันวาคม 2554 / 20:43

#7 : ความคิดเห็นที่ 51
ผมว่าก็สนุกดีนะครับ มันดูลึกลับดี...
ชื่อเรื่องดูน่าสนใจที่จะอ่านต่อ
ผมว่าเอาไป 5/5 เลยครับ ^^
Name : Escherichia [ IP : 182.53.116.52 ]
Email / Msn: grast_enstine01(แอท)hotmail.co.th
วันที่: 25 ธันวาคม 2554 / 19:20

#6 : ความคิดเห็นที่ 50
 เรื่องนี้จบแบบหักมุมสุดๆไปเลยค่ะ  ทีแรกงง อ้าว!!! จบแบบนี้ได้ยังไงอ่ะ

การบรรยายเรื่องได้ลื่นไหลมาก ซึ่งปกตินักเขียนใหม่ก็มีไม่ค่อยเยอะหรอกนะ  ส่วมากจะเป็นแบบว่าไม่บรรยายเลยหรือบรรยายซะทุกคำพูด ก็จะทำให้มันน่าเบื่อเกินไป

แต่เชลโลว์เปลี่ยนอารมณ์ได้แบบเป็นตนละคนเลยค่ะ(แค่เปลี่ยนฉาก) ซึ่งก็น่าจะไปปรับปรุงตรงส่วนนี้

ส่วนตอนจบก็ได้ไปอ่านตามลิ้งค์แล้วนะค่ะ ก็อยากจะตินิดนึงว่า ที่บอกว่าแฮปปี้เอนดิ้ง มันก็เป็นแค่การแสดงไม่ใช่รึค่ะหรืออาจจะเป็นแบบว่าการแสดงก็จบแบบนั้น ส่วนในชีวิตจิงก็ พระเอกกับนางเอกไปฉลองคริสต์มาสด้วยกันประมาณนี้ค่ะ

ก็นับว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจสำหรับนักเขียนมือใหม่

ก็ขอเป็นกำลังใจให้ก็แล้วกันนะค่ะ :)
      4.5/5
    สู้ๆค่ะ ^^ 
Name : lจ้าxญิJน้Oe< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ lจ้าxญิJน้Oe [ IP : 125.26.147.14 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 ธันวาคม 2554 / 19:19

#5 : ความคิดเห็นที่ 49
 เรื่องนี้อ่านแล้วได้ทุกอารมณ์เลยอ่ะค่ะ (สนุก น่าติดตาม เศร้า น่ารัก บลา ๆๆ ) 
ติดตามมาทุกตอนเลยค่ะ เรื่องนี้ถือว่าเป็นแนวที่มีปมแปลกแหวกแนวดี
ให้ข้อคิดมากมาย ต้องเข้าใจนะคะว่าบรรยายไม่ถูก มัน เป็นความสนุกที่แปลกใหม่มากถึงมากที่สุด แหวกแนว

เอาล่ะ จบคำวิจารณ์ มาดูข้อความจากใจ prewwy บ้าง(มันไม่เหมือนคำวิจารณ์เท่าไหร่)

เชลโลใจร้ายอ่ะ ทีบหน้าเลยยังทำได้ แว้ก(ไม่กล้าหรอกค่ะ หล่อเกิน T^T)
เมอร์รี่น่าสงสารอ่ะ ตอนแรกก็เป็นคนดีจริง ๆไม่เสแสร้งอยู่แล้ว
คนบ้าติ๊งต๊องพวกไหนมาทำใ้ห้เธอเปลี่ยนไป(พระเอกด้วย รับไม่ได้)
จบแบบหักมุมที่สุด(อย่างน้อยก็มีจบแบบแฮปปี้เอ็นดิ้งให้ด้วย ขอบคุณไรเตอร์ค่ะ)
ถ้ามีภาคต่ออัพด้วยนะคะ ><

เรื่องนี้เอาไปโลด 5/5 เต็มเลยค่ะ
Name : prewwy< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ prewwy [ IP : 110.171.39.55 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 ธันวาคม 2554 / 19:17

#4 : ความคิดเห็นที่ 47
 ตอบความเห็น #1 ขอบคุณมากค่ะที่วิจารณ์ ^[+++]^ ฮ่าๆๆ ที่จริงแล้วไรท์เตอร์ก็แอบแต่งแบบ Hapy Ending ไว้อยู่นะ ตามไปอ่านได้ที่ http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=771592  เลยค่าาา 


ตอบความเห็นที่ #2 ขอบคุณที่วิจารณ์ค่าาา ><  ที่การแสดงออกของตัวละครไม่ชัดเจนนั้นเป็นเพราะ ฮ่าๆๆ ไรท์เตอร์เพิ่งแต่งจบเรื่องแรกในชีวิตเลยอ่าค่ะ 555 มีอะไรเนี่ยวิจารณ์จัดหนักได้เลยนะคะ เพราะจะได้นำไปแก้ไข (จดๆๆ) ฮ่าๆๆ
ผู้หญิงสองคนนั้นน่ะ....ต้องลุ้นเองค่าาา 555 ลิ้งเดียวกันกับข้างบนเลยนะคะ ส่วนเรื่องคำผิด...แน่นอนค่าา!! 555 ไม่มีใครรีไรท์ให้เลยค่ะ T^T ช่วงนั้นนั่งปั่นคนเดียว เเล้วก็รีบมากกก 555 เลยผิดค่อนข้างเยอะ ^^ ขอโทษมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ :) (ดูจะวิชาการไป -''- ) ขอบคุณสำหรับคะแนน ตั้ง 4.5 แน๊ะ! ^O^ เยอะมากอ่ะ นึกว่าจะให้ 0.5 ซะอีก 55 ^^ ขอบคุณอีกรอบค่ะ


ตอบความเห็นที่ #3  ขอบคุณที่วิจารณ์นะคะ ฮ่าๆๆ อ่านแล้วอาจจะเครียยดไปหน่อย พอดีที่ทำออกมาธีมนี้เพราะคิดว่าแนวหวานแหววเยอะแล้ว 555 ชื่อตัวละครพอดีเขาเป็นลูกครึ่งกันน่ะค่ะ 55 (แถอีก =_='') จริงๆแล้วไรท์เตอร์เองก็คิดเหมือนกันว่าบรรยากาศมันไม่ค่อยให้แตต่ว่าพอแต่งเสร็จถ้าจะไม่ส่งก็เสียดาย >< ก็เลยตามเลยค่ะ ฮะๆๆ ขอบคุณที่วิจารณ์ ^O^  ส่วนคำผิดเป็นเรื่องแน่นอน 55 ^O^ ขอบคุณมากๆค่าาาา >< คะแนนเยอะจัง ;)

ขอบคุณค่าาาา :D


ปล. ต่อจากคำว่าบทนำ มันเป็น '0.01 A.M.' นะคะ








แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 25 ธันวาคม 2554 / 19:04

PS.  PaNGReD : I'm Fake! But I love you. ;)
Name : รัตติกาลPrincess[แรงบันดาลใจ]< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ รัตติกาลPrincess[แรงบันดาลใจ] [ IP : 125.26.147.14 ]
Email / Msn: babe_lucifer(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 ธันวาคม 2554 / 18:57

#3 : ความคิดเห็นที่ 42
เรื่องนี้ทำเอาผมอ่านจนปวดหัวกันไปเลยทีเดียว ฮ่าๆ
อ่านแล้วเครียดมากเลย ปกติผมเองไปชอบอย่างนี้อยู่แล้ว
อ่านตั้งสองชั่วโมงกว่าแน่ะกว่าจะจบ ต้องกินยาพาราไปสองเม็ดเลยทีเดียว
แต่การให้คะแนนยังไงก็ต้องเป็นไปอย่างเป็นกลางและถูกต้องที่สุดนะครับ

เอาล่ะจะวิจารณ์ละ
การผูกเรื่องนั้นยอดเยี่ยมมาก แสดงถึงความสามารถในการเล่าเรื่องของผู้แต่งได้ดีเลย
ภาษาที่ใช้เข้ากับเรื่องมาก
แล้วก็การตัดไปตัดมาระหว่างแต่ละซีนทำได้ดีทีเดียว
ยิ่งตอนเฉลยตอนท้ายก็ทำได้ดีทีเดียวถึงแม้ผมอ่านแล้วก็พอจะเดาออกอยู่แล้วก็ตามที แต่ก็สุดยอดจริงๆ ครับ
แต่เรื่องหนึ่งที่ขัดใจผมอยู่ก็คือ ชื่อของตัวละครต่างๆ มันจะไม่ค่อยเข้ากับบรรยากาศประเทศไทยเลยนะ อิอิ
จะให้คะแนนแล้วน้า...


เอาไปเลย 4.5/5 ครับ
หักนิดหนึ่งเรื่องคำผิดนิดหน่อยแล้วก็เรื่องไม่ได้บรรยายบรรยากาศของเทศกาลตามที่โจทย์ต้องการครับ
เนื่องจากผู้เขียนตีความหมายของคริสต์มาสตามโจทย์ไปอีกทางหนึ่งที่ไม่ใช่เทศกาลคริสต์มาสไม่อย่างนั้นผมคงต้องให้เต็มไปแล้ว
ยอดเยี่ยมมากๆ ครับเรื่องนี้

PS.  Subject : watch : นาฬิกาผ่าเวลา Genre : แฟนตาซี ไซไฟ ครอบครัว
Name : Aerng< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Aerng [ IP : 115.67.163.242 ]
Email / Msn: aerngq(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 ธันวาคม 2554 / 17:18

#2 : ความคิดเห็นที่ 40
#Over Christmas! จบเกม! เดิมพันวันคริสต์มาส

กรีดร้องโวยวาย ทำไมจบหักมุมแบบนี้! หัวเราะ อ่านแล้วไม่รู้จริงๆ ค่ะ ว่าเป็นการแสดงตลอดทั้งเรื่อง
ชอบการนำเสนอ การดำเนินเรื่องนะคะ แต่ที่ดูจะหลุดไปหน่อยคือตอนที่ไปช่วยผู้ประสบภัย
มัน..ดูไม่ค่อยจะเข้ากันเท่าไหร่ แต่ก็เพื่อเป็นการสื่อถึง “การเชื่อใจ”
อ่านจบเรื่อง...สรุปออกมาได้ว่าวันคริสต์มาสมันคือตัวตนของนางเอกเรื่องนี้
ทั้งชื่อของเธอ วันเกิดที่ถูกเข้าใจผิดของเธอ ความเสียใจอย่างที่สุดและการแก้แค้นของเธอ
มันเกิดขึ้นและจบลงในวันนี้.
แต่ ไม่เห็นมุมมองของวันคริสต์มาสค่ะ เหมือนกับว่าเรื่องนี้มีแค่เกมที่ดำเนินไป และมีวันคริสต์มาสเป็นวันจบเท่านั้น
ไม่ได้รับบรรยากาศของวันนี้เลย.

การบรรยายค่อนข้างที่จะไหลลื่น มีส่วนน้อยที่อ่านแล้วสะดุดแล้วต้องขมวดคิ้วด้วยความไม่ชอบใจ
จุดนี้ถือว่าทำได้ดี ถึง ดีมากค่ะ

ตัวละครก็ไม่มากไม่น้อยเกินไป ถือว่ายังเป็นจำนวนที่สามารถจำได้ เมื่อกล่าวถึงแล้วไม่งงว่า เอ๊ะ อินี่ใคร?
แต่ มิติและการแสดงออก อารมณ์ คาแรคเตอร์ของตัวละครไม่เด่นชัด
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตั้งใจให้คนอ่านไม่รู้หรือเปล่า จะให้ลุ้นทีหลังอะไรเทือกนั้น แต่..มันทำให้อ่านแบบ “ไม่รู้อะไรเลย” นะคะ
น่าจะเพิ่มความชัดเจนให้ตัวละครมากกว่านี้ พฤติกรรมโดยเฉพาะเชลโลว์ เปลี่ยนแปลงไร้เหตุผลสิ้นดีเลย
ราวกับเป็นคนละคน. ทั้งที่แค่เปลี่ยนฉากเท่านั้นเอง

ไอเดียเจ๋งนะคะที่โยงเรื่องวัยเด็กและตอนโตมารวมเข้าด้วยกัน ใช้เกมเดียวกัน แต่เปลี่ยนคนบงการ
อ่านตอนแรกๆ ก็งงหน่อยๆ จากการบรรยายคลุมเครือ แต่ทุกอย่างก็คลายปมหมดค่ะ
จบเรื่องแบบจบ ไม่มีอะไรค้างคานอกจากคำถามที่ว่า ผู้หญิงสองคนนั้น ใครรอด? (แซว)

คำผิดเหมือนจะเจอ แต่ไม่เยอะ ให้อภัยค่ะ

คะแนนที่เราให้ 4.5/5
ตั้งใจเขียนต่อไปนะคะ .
Name : momoe'< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ momoe' [ IP : 49.230.30.180 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 ธันวาคม 2554 / 16:12

#1 : ความคิดเห็นที่ 19
 เฮ้ยยย! ที่มันอ่านมามันคือการแสดงหมดเลยเหรอเนี่ย TOT! [โวยวาย]
คนแต่งแต่งได้เนียนมากเลยอ่ะ นึกว่ามันจะเป็นเรื่องจริงทั้งหมด กรีดร้อง!

เข้าเรื่อง
บรรยายได้ไหลรื่นดีมาก อ่านแล้วไม่รู้สึกว่าติดขัดอะไรเลย
เนื้อเรื่องก็ดีมาก การแสดงของตัวละครทำให้คนอ่านรู้สึกคล้อยตาม
แอบสงสารแม่หนูน้อยเมอร์รี่ แต่เชลโลว์นิสัยไม่ดีเลย ขนาดตอนนั้นยังเด็กนะเนี่ย
ยังหลอกคนอื่นได้แล้ว แถวยังปาเค้กที่มีเทียนยังไม่ดับใส่หน้าแม่หนูเมอร์รี่อีก
สรุปคือ...ยอดเยี่ยมค่ะ!!!

คะแนนที่ได้ 5/5
(ดีมากจริงๆ ค่ะเรื่องนี้!)

PS.  Do You Love Me Like I Love You...? If You Don't Love. Please...Don't Give Me Hope...
Name : Shadow Alice< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Shadow Alice [ IP : 101.108.35.124 ]
Email / Msn: Little_Mingsia(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 ธันวาคม 2554 / 11:01

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

Dek-D ชวนน้องๆ ส่งเรื่องสั้นวันแม่หัวข้อ

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android