สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

กิจกรรมประกวดนิยาย Lightwriter ครั้งที่ 1

ตอนที่ 8 : เรื่องที่ ๔ Merry x’mas คริสต์มาสนี้มีเฮ เทใจเต็มรัก (SushiKAEW)


     อัพเดท 24 ธ.ค. 54
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/อื่น ๆ
Tags: กิจกรรม, ประกวด, นิยาย, คริสต์มาส, ขึ้นปีใหม่
ผู้แต่ง : นัก(อยาก)เขียนมือใหม่ใจเกินร้อย ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ นัก(อยาก)เขียนมือใหม่ใจเกินร้อย
My.iD: http://my.dek-d.com/lightwriter
< Review/Vote > Rating : 0% [ 0 mem(s) ]
This month views : 17 Overall : 1,652
96 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 6 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
กิจกรรมประกวดนิยาย Lightwriter ครั้งที่ 1 ตอนที่ 8 : เรื่องที่ ๔ Merry x’mas คริสต์มาสนี้มีเฮ เทใจเต็มรัก (SushiKAEW) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 48 , โพส : 8 , Rating : 0 / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


กิจกรรมประกวดนิยาย Light writer ครั้งที่ ๑

เรื่องที่ ๔       Merry x’mas คริสต์มาสนี้มีเฮ เทใจเต็มรัก (SushiKAEW)

 

 

วันคริสต์มาสคือวันแห่งความรักอีกวันหรอ? วันแห่งความสุขอีกครั้ง? ใช่สิ...แต่มันไม่ใช่ของทุกคนหรอก ว่าไหม? เฉลิมฉลองพร้อมหน้าพร้อมตาในครอบครัว นั่งนับถอยหลังเวลาและรอเวลาที่จะขึ้นปีใหม่กับคนรัก ออกไปเที่ยวเล่นสังสรรค์กับญาติ พอตื่นเช้ามาก็จะมีของขวัญวางไว้ให้ และมีการ์ดแสนสวยต้อนรับวันใหม่ในปีใหม่...แต่สำหรับฉัน...

 

...ดูท่าว่ามันจะตรงข้ามกันหมด!!!

 

...มันคือวันแห่งความเศร้า พ่อแม่ของฉันไปทำงานที่ฝรั่งเศสโดยไม่ได้พาฉันไปด้วย เพราะตอนที่พวกท่านไป ฉันยังเด็ก ไม่อยากพาไปตะลอน เลยฝากฉันไว้กับญาติๆ ที่ไหนได้ ญาติฉันดันติดงานจนไม่สามารถดูแลฉันได้อย่างเต็มที่ พอโตมากพอที่จะดูแลตัวเองแล้ว ก็ปล่อยไปเฉยๆ คนที่รัก? ไม่มีหรอก หน้าตาแบบนี้ ใครเอาก็คงมี แต่ท่าจะยาก หน้าตาฉันนั้นจัดว่าน่ารักเล็กน้อย แต่เทียบกับเพื่อนๆ แล้ว คนละเรื่องกันเลย เพราะฉะนั้น...ต้องนั่งฉลองให้ตัวเองคนเดียว นับถอยหลังวันและเวลาคนเดียว ต้อนรับปีใหม่อยู่อย่างเดียวดาย...

 

แต่ตอนนี้...

 

เค้าขอไปเที่ยวทะเลกับเพื่อนก่อนนะตัวเอง~~~

 

ปิ ปิ ปิกาจู๊~~~

 

เสียงโทรศัพท์เพลงพิคาจูดังขึ้นในขณะที่ฉันกำลังจัดต้นสนให้ดูดีในวันปีใหม่ เมื่อกลับมาจะได้มีอะไรต้อนรับหน่อย ไม่งั้นก็คง... เหงาตายกันไปข้างพอดี ฉันกดรับโทรศัพท์โดยไม่ได้มองเบอร์ แต่แล้วก็ต้องตกใจกับเสียง เพราะแทนที่มันจะสูงเหมือนเสียงของเพื่อนฉัน มันกลับทุ้มต่ำ ระ...หรือว่า...!!!

 

“แคล!!! กล่องเสียงแกมีปัญหารึเปล่า!!!” ฉันตะโกนใส่ทันที

 

[เฮ้ย บ้าเปล่าวะ ฉันสไนป์เว้ย ว่างรึเปล่า? จะไปเที่ยวกัน] สไนป์คือเพื่อนผู้ชายที่ฉันค่อนข้างสนิทกันมากกันเลยทีเดียว หล่อด้วยๆ เสียดายที่มีเจ้าของแล้วT^T

 

“ออ ไม่ว่างหรอก จะไปเที่ยวกับแคลกับซุนหลีน่ะ ><” แคลกับซุนหลีคือเพื่อนสนิทที่สุดของฉันทั้งสองคน แคล ชื่อออกฝรั่งๆ เนอะแต่นิสัยดีสุดๆ ซุนหลีก็ชื่อจีนมากกกกก แต่ว่านิสัยใจดีและน่ารักเหมือนคนไทยเลย สองคนนี้เป็นคนสองคนที่ถือว่าสวยมาก~ ซึ่ง...แน่นอนว่า หนึ่งในนั้นคือแคลเป็นแฟนของสไนป์นั่นเอง

 

[อ้อ ไม่น่าล่ะ เมื่อกี้ทักฉันเป็นแคลด้วยสินะ งั้นไม่รบกวนละ เดินทางปลอดภัยนะเออ บาย ^ ^]

 

ติ๊ด ตืดๆๆๆๆๆ

 

ปิ ปิ ปิกาจู๊~~~

 

เฮ้ย มันจะโทรอะไรนักหนาวะ เดี๋ยวแม่ถีบเลย= =^ ออ...อันนี้แคลโทรมาจริงๆละ ไม่รับมีหวังเดี๋ยวเจอแม่ใหญ่ (แคล) ส่งลูกถีบมาให้แน่แท้

 

“ฮัลโหล แคลหรอ?” ฉันกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์ ก่อนที่จะตกใจอีกรอบกับกล่องเสียงของแคล!!!

 

[นั่นจินเจอร์ใช่มะ]

 

“แคล!!! กล่องเสียงแกเจ๊งหรอ เสียงมันถึงได้นุ่มนวลขนาดนี้” เพื่อนฉัน... อนาถแท้ ฮือๆๆๆ

 

[บ้า ฉันซุนหลีเอง ไอ้แคลมันขับรถอยู่ ขับแล้วห้ามโทร เคยได้ยินบ้างไหมวะ เออใช่ ลงมาได้ละ จะถึงบ้านของแกแล้ว เดี๋ยวไปเที่ยวช้าแล้วจะเสียใจนะแก]

 

“อะจ้า ไปละๆ” โฮ่ย ทำไมกระเป๋าหนักจังฟระ ฉันฉุดกระชากลากถูกระเป๋าใบบิ๊กไปใส่ไว้ในรถของแคล ก่อนจะเปิดประตูเบาะหลังเข้าไปนั่ง ใช้เวลาเพียงไม่นานก็มาถึงทะเลหัวเหินคนยังคงพลุกพล่านในวันคริสต์มาสเช่นนี้ แน่นอนว่าฉันจะมาทำกิจกรรมเหมือนที่บ่นไปเมื่อข้างต้น เพียงแต่เปลี่ยนคนในครอบครัวกลายมาเป็นเพื่อนแทน เสียดายที่สไนป์กับบีบีไม่ได้มาด้วย เพราะสองคนนั้นเป็นแฟนของแคลและซุนหลี มักจะมาปลอบใจฉันเสมอๆ เวลาที่ฉันเห็นพวกเขาอยู่กันเป็นคู่

 

“ฮ่า พวกเราไม่ได้มาเที่ยวหัวเหินนานแค่ไหนแล้วนะ?^ ^” แคลเดินลงมาบิดขี้เกียจคลายเมื่อย

 

“ตั้งแต่เราเจอกันวันแรกละมั้ง >,.<” ซุนหลีเดินมากอดคอฉันเอาไว้ แน่นอนว่าวันที่เราเจอกันวันแรก...พ่อแม่ฉันยังอยู่ที่ไทยแน่นอนถึงจะเรียกว่าอย่างนาน แต่มันไม่เคยเลือนรางไปจากหัวฉันเลย...

 

“เฮ้ย! นั่นมันที่รักฉันที่หว่า!!” เสียงทุ้มดังขึ้นพร้อมกันถึงสองเสียงมาแต่ไกล ก่อนที่เสียงวิ่งจะเกิดขึ้น

 

“สไนป์!!! / บีบี!!!” เสียงของเพื่อนสนิทฉันดังขึ้นพร้อมกัน จนเข้าใจทันทีว่าพวกเราดันฟลุ๊กเจอกันเสียแล้ว หากแต่ไม่นาน คิ้วของเพื่อนสาวทั้งสองของฉันก็ต้องขมวดมุ่นทันที พอหันไปมองตามสายตาก็เข้าใจในทันที... เพราะมันมีผู้ชายอีกคนวิ่งตามมาด้วยนะสิ ใบหน้าของเขาดูดีจนเหมือนสะกดฉันไว้ให้หันไปทางไหนไม่ได้ ยิ่งดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นหันมาสบกับฉัน เราสองคนจ้องกันนานมากจนบีบีวิ่งมาตบหัวฉันถึงจะหลุดได้

 

“ว่าไง เจอเพื่อนของพวกเราเข้าไป อึ้งเลยอะเด้~:P” บีบียีหัวฉันเล่นจนซุนหลีจ้องแล้วค่อยเลิก

 

“เพื่อน? ชื่ออะไรหรอ? หน้าคุ้นๆ แหะO_O” แคลถามอย่างตื่นเต้นจนสไนป์จ้องเขม็ง เฮ้อ~=___=

 

“นี่พวกแกทั้งหลายอย่ามาหึงกันต่อหน้าฉันได้ป่ะวะ!!!=___=!!!!!!!” ฉันว้ากจนพวกนั้นหยุด

 

“อุย ลืมแนะนำเพื่อนเลยโกรธเลย ไอ้หน้าหล่อนี่ชื่อท็อฟ หน้าหล่อลากของมัน บอกก่อนว่าไร้หัวใจสุดๆ อ้อ แล้วที่เธอบอกว่าหน้าคุ้นๆ ก็เพราะเขาเป็นหนุ่มป็อป (ทีน) นะเซ่~

 

“ไอ้บีบี! แกแนะนำอะไรของแก ไร้หัวใจคือไม่เคยรักใครจริงอ่ะนะ แต่นิสัยไม่เย็นนะเฟ้ย!!! = =!!” แล้วเราทั้งหกคนก็แนะนำตัวกันไปให้ท็อฟรู้จัก ก่อนจะเดินไปรีสอร์ทด้วยกัน ราวกับฟ้าลิขิต! พวกเราได้ห้องวีไอพี เป็นสามห้องที่มีประตูเชื่อมถึงกันหมด เป็นเตียงคู่ทั้งหมด สามห้องนอนสามห้องน้ำหนึ่งห้องครัว หนึ่งห้องนั่งเล่น อยู่กลางน้ำ มีสะพานไม้ดูแข็งแรงทนทานพาดเข้าไปถึงตัวรีสอร์ท พูดง่ายๆ คือแก๊งของเราถูกแยกออกมาจากอาคารพักนั่นเอง เหมือนสังคมรังเกียจ (อะล้อเล่น) = = แต่วิวสวยมาก~~~

 

“ฉันนอนกับบีบี / สไนป์ / ซุนหลี / แคลนะ!!!” ทั้งสี่เสียงดังขึ้น ไม่บอกก็น่าจะรู้ว่าใคร แน่นอนว่าเป็นคู่!

 

“แล้วฉันละ!!!” แน่นอนว่าส่วนต่างที่เหลืออีกสองคนคือฉันและท็อฟนั่นเอง= = เพื่อนบ้า!

 

“พวกแกกะนอนกับที่รักกัน แถมแต่ละคนไม่ดังกันเลยเนอะ ไม่กลัวเป็นข่าวกันเลยใช่ป่ะ=A=” ฉันพูดปุ๊บ พวกนั้นก็หัวเราะกันก๊ากทีเดียว อะไรว้า

 

“ฮ่าๆๆๆ ใช่ พวกฉันดัง และเพราะดัง ข่าวเรื่องมีแฟนจริง แพร่ไปนานแล้วไม่ต้องกลัวแล้ว ไปละ><” สไนป์วิ่งเข้าห้องพักของตัวเองไปพร้อมกับแคล ส่วนบีบีหันซ้ายหันขวา ก่อนจะลากซุนหลีเข้าไปในห้องพักด้วย ทิ้งฉันและท็อฟไว้สองคนยืนอยู่หน้าห้องพักห้องสุดท้าย...

 

“นายนอนนอก ฉันนอนใน=c=

 

“ยัยโง่ ฉันสินอนใน เธอนอนนอก=o=

 

“ความเป็นสุภาพบุรุษหายไปไหนฟะ!

 

“แล้วเธอล่ะ! ความมีมารยาทหายไปไหน!

 

“เลือกระหว่างศักดิ์ศรีกับการอยู่รอด ฉันเลือกอยู่รอดโว้ย! / เลือกระหว่างศักดิ์ศรีกับการอยู่รอด ฉันเลือกอยู่รอดโว้ย!” ทั้งฉันและเขาพูดขึ้นพร้อมกัน

 

“เฮ้ย พวกแกสองคนเข้าห้องได้แล้วโว้ย เสียงดังฉิบเป๋ง” บีบีตะโกนออกมาจากห้องของเขาทำให้เราจ๋อยกันสนิท ฉันมองหน้าเขา เขามองหน้าฉัน ก่อนที่เราจะ...

 

“(-^-  ) เชอะ! / เชอะ! (  -^-)” สะบัดหน้าใส่กันจนสไนป์ทนไม่ไหว (คงไปขัดจังหวะหวานๆ ของเขาเข้ามั้ง อิๆ) ออกมาพร้อมกับแคล มาช่วยกันดันหัวฉันและท็อฟเข้าไปในห้องพัก เราสองคนนั่งกันคนละฝั่งของเตียงคู่ หันหลังให้กัน โดยหน้าของฉันกันไปทางระเบียงที่ทำให้เห็นทะเลสีฟ้ากว้างใหญ่ ส่วนท็อฟหันไปทางห้องนั่งเล่นรวม (เพราะมันเชื่อมต่อกันของทุกห้องไง^ ^)

 

“คืนนี้ฉันไม่นอนกับนายแน่ นายท็อฟฟี่...เฮ้ย!!!O_O” อยู่ดีๆ เขาก็ผลักหัวฉันให้นอนลงบนตักของเขาโดยที่เขาหันตัวมาในจังหวะที่ฉันหัวกำลังจะโขกเตียงได้อย่างพอดิบพอดี เขามองบหน้าฉันด้วยสายตาอ่อนลง ปนจริงจังจนฉันอดสงสัยไม่ได้

 

“เป็นอะไรของนายฟะ!” ฉันตวาดแต่ก็ไม่ได้ลุกขึ้นจากตักเขาเลย

 

“เธอ...เคยเรียกใครว่าท็อฟฟี่มาก่อนรึเปล่า?”

 

“ไม่นะ เอ๊ะ? เหมือนจะเคยเรียกตอนเด็กๆ มั้ง เหมือนเพื่อนคนหนึ่งในสมัยเด็กๆ น่ะทำไมหรอ?”

 

“เธอทำให้ฉันนึกถึงเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ในตอนที่ฉันยังเด็ก ฉันชอบเรียกยัยนั่นว่าขนมปังขิงน่ะ”

 

“ไม่จริงมั้ง...” ถ้าอย่างนั้น...เขาจะใช่... ไม่น่าล่ะ ทำไมมันถึงคุ้นเคยแปลกๆ

 

“คงไม่ใช่หรอก เด็กผู้หญิงคนนั้นน่ารัก อ่อนโยนและใจดี อย่างเธอน่ะ คนละเรื่องกันเลย! ฉันเห็นแล้วอดขนลุกไม่ได้ บรื๋อ~ ผู้หญิงบ้าอะไรวะ น่ากลัวเป็นบ้าเลย ><

 

“หนอย ไอ้บ้า!!!

 

“โอ๊ย อย่ามาศอกใส่เซ่ เจ็บนะเฟ้ย”

 

 

 

ในช่วงกลางวันเราก็นั่งทะเลาะอะไรต่อมิอะไรมากมายภายในห้องพักที่เชื่อมกัน (แต่มีประตูกันไว้ในแต่ละห้องนะเออ!) ไม่น่าเชื่อว่าเราทำเลาะกันได้ตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ จนเพื่อนๆ ต้องออกมาด่ากันถึงสิบกว่ารอบ เพราะไปขัดจังหวะของพวกนั้น เชอะ อิจฉาโว้ย >< ตอนนี้เรากำลังกินข้าวเย็นกันที่ชายหาดแบบว่า เรียกว่าบ้าบิ่นมากจริงๆ เราไปตั้งโต๊ะกันกลางน้ำ (ก็ตื้นๆ อ่ะนะ) แบบว่ากินไปเท้าจุ่มน้ำไปทำนองนั้น กินกันใต้แสงเทียนที่ตั้งบนโต๊ะ (บนพื้นก็จมน้ำนะสิ จะตั้งไปทำไมในน้ำ - -)

 

“เฮ้อ อิ่มจังเว้ย นี่! บีบี นายเตะน้ำใส่เท้าฉันหรอ = =!” แคลที่กินเสร็จแล้วโวยวายออกมาทันที

 

“อะไรของเธอ ฉันกินข้าวอยู่ดีๆ มาด่าเฉยเลย =A=” บีบีผู้ไม่ยอมแพ้เข้าปะทะสายตากับแคลมีกระแสไฟฟ้าเปรี๊ยะๆ จนซุนหลีและสไนป์ต้องเข้ามาช่วยกันแยกทันที เฮ้อ ทำไมฉันไม่มีคนมาช่วยทำให้หายเหงาแบบพวกนี้บ้างนะ ทำไมมันเย็นๆ ที่เท้าหว่า... ใครเตะน้ำใส่ฉันเนี่ย!!! ระ...หรือว่า...!!!

 

“อีตาท็อฟ!!! >A<” เขาหันมามองตาฉันด้วยใบหน้าใสซื่อ พอคนอื่นหันกลับไปสนใจอาหาร เขาก็ส่งยิ้มเลศนัยมาให้ อะ...ไอ้บ้า~~~ มันแกล้งช้าน

 

“เฮ้ย! ใครมันกระทืบเท้าวะ น้ำกระจายเต็มเลย ทำงี้มาเปิดศึกกันเลยซะจะดีกว่า!” บีบีออกความเห็นทำให้ทุกคนลุกขึ้นจากเก้าอี้ของตัวเอง ก่อนจะออกวิ่งลุยลงไปในทะเล ก่อนจะสาดน้ำใส่เป็นอย่างพัลวัน รอยยิ้มครั้งนี้ นานๆ ทีจะได้เห็นมัน เพราะทุกคนต่างยุ่งอยู่กับการสอบของตัวเอง พอเล่นกันจนหนำใจแล้ว จึงพากันเดินไปที่ห้องพัก (โดยไม่ลืมที่จะเอาโต๊ะอาหารไปเก็บด้วย ไม่ได้คิดจะบริจาคโต๊ะให้กับทะเล:P)

 

ปิ ปิ ปิกาจู๊~~~

 

“สวัสดีค่ะ...ป้า” ฉันกรอกเสียงลงไปอย่างไม่ค่อยสบายใจนัก

 

[โอหลานป้า ป้ามีอะไรจะบอก เราจะต้องไปฝรั่งเศส ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าวานี่จะมารับหลานไป]

 

“แต่ป้า หนูไม่อยากไปจากที่นี่ หนูไม่ชินกับความเย็นหนาวที่นั่น!

 

[แต่หลานต้องมา! ] ป้ายืนยันคำขาด

 

“ป้า...” ฉันพูดเสียงอ่อยลง

 

[เชื่อป้าหน่อยได้ไหม ช่วยเชื่อป้าของแกซักทีจะได้ไหมหา!!! ] ใช่แล้ว นี่คือป้าของฉัน ป้าที่ฉันเกลียดที่สุดในจักรวาล หล่อนเป็นป้าที่ไม่เคยให้ความอิสระกับใคร! ขนาดตอนที่เธอยังทำงานอยู่ มีคนมาขอพักร้อน ยังไม่ให้เลย เผลอๆ จะลดเงินเดือนและเพิ่มงานด้วยซ้ำ

 

“ไม่! หนูไม่ไป”

 

[อยากโดนตีไหม!!! อยากโดนก็อย่ามานะ อย่ามาเชียวนะ ฉันจะตามไปตบแกถึงที่เลย! ]

 

“ป้าคะ! ป้าทำอย่างนั้นกับหนูไม่ได้นะ!

 

[ทำไมจะไม่ได้หา! เด็กเวรๆ อย่างแกสมควรโดน]

 

“นิสัยของแม่กับป้านี่คนละเรื่องจริงๆ เกิดมาพร้อมกันได้ไง!” ใช่อีกนั่นแหละ ป้ากับแม่เป็นพี่น้องกัน นิสัยของแม่คือยอดหญิง แม่ทำงานหนักเพื่อแบ่งเบาภาระของพ่อ ส่วนพ่อก็รักแม่หมดใจ จึงช่วยทำงานหนักไปด้วยกัน ทั้งๆ ที่ป้านิสัยต่างกันสุดขั้ว นิสัยอย่างที่ว่าไป และไม่ช่วยทำงาน แต่เกาะชาวบ้านเขากิน!!!

 

[สรุป แกจะมาไหมหา เด็กบ้า!!! ]

 

“ไม่ ยังไงก็ไม่ๆๆๆ”

 

[แล้วถ้าอเดปบอกให้แกกลับล่ะ แกจะกลับไหมหือ? ] เสียงของป้าฟังดูเหยียดหยามสุดๆ อเดปงั้นหรอ... จริงหรอ เขาอยากให้ฉันกลับไปหาหรอ

 

“...”

 

[สรุปแกจะไปไหม ฉันให้แกตอบได้อีกทีเดียวเท่านั้น! ]

 

“ค่ะ...ป้า” ฉันพยายามเค้นเสียงสดใสออกมา ต้องจากที่นี่ไปแล้วรึไงกัน... ยังไม่อยากจากที่นี่ไปเลย...คิดถึงเพื่อนๆ ...

 

 

 

อาบน้ำแต่งตัวกันในชุดนอนเสร็จ มารวมตัวกันที่ห้องนั่งเล่นแสนใหญ่โต...

 

“จะว่าไป วันนี้มันวันขึ้นปีใหม่นี่นา คริสต์มาสนะ>o<” ซุนหลีกอดหมอนใบใหญ่อย่างดีใจ

 

“อย่างนี้ต้องมีเคาท์ดาวน์นะสิ^ ^” บีบีโอบไหล่ของซุนหลีเบาๆ จนคนโดนโอบหน้าแดง

 

“ดีจัง...เราได้รวมตัวกันในวันปีใหม่พอดี... ได้เจอเพื่อนๆ กันในวันดีแบบนี้...” ...อบอุ่นจริงๆ ...

 

 “แกเองไม่ได้เหงาขนาดนั้นนี่นา แกมีพวกฉันอยู่นี่ไง มีอะไรก็โทรมา อย่าเก็บไว้คนเดียวเด็ดขาด เดี๋ยวแกจะเป็นโรคซึมเศร้าแล้วมันจะแย่ พวกฉันจะให้ใครมีเล่าชีวิตสนุกๆ ให้ฟังล่ะ น่าเบื่อตายตามแกไปพอดี^ ^

 

แคลกอดฉันไว้แน่น ก่อนที่ซุนหลีเข้ามากอดฉันทับแคลอีกที แคลเคยออความคิดเห็นว่าให้ฉันไปนอนที่บ้านเธอ แต่ฉันกลับปฏิเสธ ด้วยความที่พ่อแม่ของแคลเคยช่วยฉันไว้มากเกินไปแล้ว ไม่อยากรบกวนให้ลำบากอีกแล้ว ถึงแม้พวกท่านจะบอกว่าไม่ได้รบกวนอะไรเลยก็ตาม

 

วันพรุ่งนี้เราจะกลับกันแล้ว... ไม่อยากจากเวลานี้ไปเลย...

 

5...” เสียงนับถอยหลังดังมาจากบีบี

 

4...” ดังมาจากซุนหลี

 

3...” จากสไนป์

 

2...” แคล...และ...

 

1!!!” เสียงของฉันประสานกับเสียงทุ้มที่จะเป็นของใครไม่ได้นอกจาก... ท็อฟที่ส่งยิ้มอ่อนๆ มาให้

 

Happy New Year!!!~~ เย้~” เราพวกทั้งหกคนกระโดดตัวลอยกันอย่างพร้อมเพรียง เสียงพลุดังสนั่น ผู้คนนับสิบเดินออกไปชมพลุกันที่ชายหาด เสียงเพลงเฉลิมฉลองดังอย่างรื่นเริง แสงไฟหลากสีที่ประดับต้นคริสต์มาสต้นยักษ์ที่ตั้งอยู่หน้ารีสอร์ทส่องสว่างวาบ เรียกเสียงฮือฮาได้ยกใหญ่ อากาศเย็นสบายสไตล์วันปีใหม่ในฤดูหนาว เสียงหัวเราะสังสรรค์ดังขึ้นไม่มีหยุด... มันเป็นปีใหม่ที่ดีที่สุดในรอบสิบปี...

 

“จินเจอร์! แกร้องไห้!” เสียงตื่นตกใจของซุนหลีดังขึ้น วิ่งเข้ามากอดฉันใหญ่เลย

 

“ท็อฟ! นายทำอะไรของนายหา! / ท็อฟ แกทำอะไรของแกหา!” เสียงของแคลและสไนป์ประสานกัน

 

“ฉันเปล่า / เขาเปล่า...” เสียงของฉันและท็อฟดังขึ้นพร้อมกัน

 

“ฉันแค่ดีใจมากจนร้องไห้น่ะ ไม่มีอะไรหรอก เพราะมันคือปีใหม่ที่ดีที่สุดตั้งแต่เกิดมาของฉันเลยฮือๆๆๆ”

 

“ตกใจหมด โธ่เว้ย >3<” เสียงของทุกคนพูดขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะเฮฮา ไม่นานแคลกับซุนหลีก็หลับไปซะงั้น เจ้าชายทั้งสองถึงกับปลงตก ช่วยกันอุ้มเจ้าหญิงของตัวเองไปพักผ่อน ท็อฟที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับฉันลุกขึ้นก่อนจะเดินเข้าห้องไป ทิ้งฉันไว้คนเดียว... เพื่อเก็บเกี่ยวบรรยากาศแห่งความสุขเป็นครั้งสุดท้าย...

 

ฉันลุกขึ้นเตรียมจะเดินเข้าห้อง หากแต่ว่า ท็อฟได้หลับไปแล้ว อย่างนี้ฉันก็นอนไม่หลับอยู่คนเดียวละสิแบบนี้ เหงาจัง เหงาสุดๆ ยิ่งคิดว่าต้องไปฝรั่งเศส ก็ยิ่งเศร้าแล้วทำไม...อเดปถึงอยากให้ฉันไปหานะ? อเดป เขาคือพี่ชายของเพื่อนชองฉันที่เคยอยู่ที่ไทย เพื่อนของฉันชื่อเดฟฟานี พี่ชายของเธอก็คืออเดป เราสนิทกันมากทั้งสามคนแต่วันหนึ่ง ป้าของฉันมาบังคับให้พวกเขาไปอยู่ฝรั่งเศส เพราะต้องการทรมานฉันให้ตายๆ ไปจากครอบครัวนี้ซะ แน่นอนว่า ป้ารักสองพี่น้องนั้นมาก แต่เพราะพี่น้องสองคนนั้นก็ไม่ยอม ให้ฉันอยู่คนเดียว ป้าจึงยังอำนวยความสะดวกแบบให้ญาติคนอื่นๆ มาดูและบ้างเล็กน้อย แล้วก็มีบ้านหลังเล็กๆ ให้... ต่อมาฉันก็พบกับเด็กผู้ชายคนหนึ่ง เขาเล่นกับฉันทุกวัน จนวันหนึ่ง ฉันก็หาเขาไม่พบเสียแล้ว...

 

หมับ!

 

“เฮ้ย~~~” อยู่ดีๆ มือของคนที่ฉันคือว่าหลับแล้วก็โอบรอบเอวฉันแล้วดึงลงไปนอน เราสองคนหันหน้าเข้าหากัน เขาลืมตาโพลง ดวงตาคมดุจเหยี่ยวของเขามองมาที่ฉัน ฉับพลัน ฉันรู้สึกว่าแก้มมันร้อนๆ โว้ย ใครมาจุดไฟเผาหน้าฉันรึเปล่า!!!

 

“ว่าไง คิดอะไรอยู่^ ^” เขายิ้มละลายมาให้ฉัน โอ้ มายฮาร์ต มันเต้นจังหวะมั่วซั่วไปหมดแล้ว

 

“เปล่าซะหน่อย” ฉันเชิดหน้าไปทางอื่นอย่างงอนๆ ก่อนจะถูกจับคางให้กดลง ฉันเลยค้อนใส่ไปทีหนึ่ง

 

“โกหกเก้งเก่ง= =

 

“ขอใจย่ะ จะถือว่าเป็นคำชม”

 

“นอนไม่หลับรึไง ไปเดินเล่นกันไหม” เขายิ้มมีเลศนัยออกมาจนฉันอดเสียวสันหลังวาบไม่ได้T^T

 

“ไปสิ นายไม่ง่วงหรือไง” เขาส่ายหน้าเป็นเชิงตอบปฏิเสธ ก่อนจะจูงมือของฉันเดินไปตามทาง ผมสีน้ำตาลทองของเขาก็ยังมีเสน่ห์ในตัวกลางคืนแบบแปลกๆ อยู่ดีอ่ะนะ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นฉายแววน่ารักๆ ออกมาตลอด แต่มันก็ยังคงความคุ้นเคยได้ไม่สร่าง

 

เราเดินเตะน้ำไปทั่ว เขาชี้นู่นนี่นั่นให้ดูไปทั่ว ตอนนี้มันเกือบจะตีสองแล้ว ผู้คนไม่ค่อยออกมาเดินเล่นกันแล้วเพราะอากาศก็เย็นมาก น้ำทะเลก็เย็น แต่วิวสวยเป็นบ้า แสงของพระจันทร์ส่องต้องกระทบผิวน้ำ ให้ความรู้สึกแปลกๆ

 

“เธอนี่ถึกดีเนอะ หนาวจะแย่ ยังเดินอีก=3=” เขาบ่อนกระปอดประแปด

 

“ถ้าไม่อยากมาก็กลับห้องไปสิ อย่าตามมา= =” ฉันสะบัดใส่เขาไปทีจนเขาขำพรืดออกมา

 

“ฮ่าๆๆๆ...><” เขาหัวเราะแบบเสียมารยาทสุดๆ จนฉันอดหน้าร้อนไม่ได้ แง่ง

 

“ขำไรยะ”

 

“ก็ท่าของเธอน่ารักดีนี่นา มาๆ ขอหอมแก้มทีน้า” แล้วเขาก็กอดฉันจากข้างหลัง ก่อนจะขโมยหอมแก้มไปอย่างรวดเร็ว กรี๊ด!!! เขาช่างกล้าเนอะยางอายนี่มีบ้างไหม! นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนหอมแก้มฉันนะเนี่ย (ไม่รวมพ่อกับแม่หรอน้า) แถมมันยังเฉียดๆ ปากของฉันอีก แง้! ขนลุกจริงๆ บรื๋อ~

 

“เอ้า ดูทำหน้าเข้า งอเข้าไปๆ ไปๆ กลับกันเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องกลับแล้วน้า” แล้วเราก็เดินกลับกันสบายๆ แบบทอดน่องเตะน้ำอย่างสนุกสนาน

 

 

 

“จินเจอร์~~~~~~ ตื่นโว้ย ตื่นๆๆๆ” เสียงของซุนหลีแทรกแก้วหูฉันเข้ามาสู้โสตประสาท ง่ายๆคือดังเข้ามาจนฉันต้องเด่งตัวลุกขึ้นมานี่แหละ

 

“ไปๆ ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าขึ้นรถเตรียมออกเดินทางกันดีกว่า” แคลโวยวายขึ้นมาจนทุกคนจำต้องแยกย้ายกันไปจัดเตรียมของที่จะกลับไปที่ของตัวเอง

 

 

 

พอขึ้นรถมา บรรยากาศเหมือนตอนมาเป๊ะๆ เพราะพวกผู้ชายไม่ได้มาด้วย เพราะตอนมาพวกนั้นก็เอารถมาเหมือนกัน ทิ้งไว้ที่นี่ไม่ได้ ฉันตัดสินใจบอกเรื่องสำคัญออกไปอย่างไม่รีรอ เพราะไม่ต้องการให้พวกแคลกับซุนหลีต้องตกใจเมื่อถึงเวลานั้น...

 

“แคล ซุนหลี... ฉันมีอะไรจะบอก...”

 

“อะไรหรอ?” สองเสียงดังขึ้นพร้อมกัน

 

“อีกไม่กี่วัน พ่อแม่โทรตามฉันให้ไปอยู่กับพวกท่านที่ฝรั่งเศส บอกว่าช่วงนี้ว่างแล้ว จะได้อยู่อย่างพร้อมหน้าพร้อมตาเสียที” จะพูดละนะ... จะพูดแล้วน้า “แล้วฉันก็ตอบตกลงจะไปหาพวกท่านแล้วด้วย!” ฉันพูดไปมันออกไปแล้ว พูดมันออกไปแล้ว... ไม่ต่างจากที่คิดเอาไว้ ทั้งสองคนเบิกตากว้าง ท่าทางดูตกใจสุดๆ...

 

“แกจะไปแล้วหรอ...O_O” เสียงของแคลดูตกใจสุดๆ

 

“อือ...คงไม่ได้กลับมาไทยอีกนานจนกว่าพวกท่านจะจัดการบริษัททางนู้นเสร็จเลยล่ะ”

 

“ทำไมแกต้องไปอีกแล้ว ฮือ... แกจะไปจากฉันอีกแล้ว...!!!T^T” ซุนหลีปิดหน้าตัวเองและสะบัดหัวไปมา “ฉันยังไม่ทันได้ทำอะไรให้แกดีๆ เลย...” เสียงกระซิบแผ่วเบา แต่ดังมากพอที่ฉันจะได้ยิน...

 

“ซุน...แก...ได้ยินที่ฉันคุยโทรศัพท์ในห้องน้ำด้วยหรอ!!!O_O” ใช่ ฉันคุยเรื่องนี้ตอนอาบน้ำหลังจากเล่นน้ำทะเลกับพวกเพื่อนๆ

 

“ใช่! ฉันได้ยิน... ยังไม่ทันจะ...ยังไม่ทันจะได้ทำอะไรให้เธอเลย!” ทันทีที่ได้ยิน รอยยิ้มของฉันมันก็ออกมาโดยไม่ทันรู้ตัว...นี่แก อยากทำอะไรให้ฉันประทับใจและไม่ลืมพวกแกไม่ว่าจะที่ไหนหรือเมื่อไหร่ใช่ไหม...

 

“ฉันไม่มีวันลืมพวกแกได้หรอ ซุน แคล^ ^...” ซุนหลีเอามือออกจากใบหน้า หันหลังมามองฉันด้วยรอยยิ้มยินดีสุดๆ ไม่ต่างจากแคลที่มองผ่านกระจกรถกลับมาส่งยิ้มแสนยินดีไม่แพ้ซุนหลีมาให้ คนที่ทำให้ฉันได้รู้จักกับคำว่าความสุขและคำว่าเพื่อนแท้อย่างลึกซึ้งก็คือพวกแก จะทำให้ฉันลืมได้ยังไงกันเล่า!

 

 

 

“เจอกันที่โรงเรียนพรุ่งนี้นะจินเจอร์ จะได้ไปเรียนพร้อมกันเลย” แคลตะโกนออกมาจากรถ หลังจากที่ส่งฉันหน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อย ฉันพยักหน้าเป็นเชิงตอบรับ รถคนเล็กแล่นออกไป โดยที่มีมือของซุนหลีและแคลโบกอยู่ด้วย ทันทีที่ก้าวเข้าไปในบ้าน...

 

ทะ...ทำไมไฟถึงเปิดล่ะ ฉันจำได้ว่าปิดแล้วนะ! ระ...หรือว่า?

 

“ไง?” เสียงที่ดังมาจากข้างหลังของฉัน ทำให้ต้องหันไปมองด้วยความตกใจ ก่อนจะอุทานชื่ออกมา

 

“ท็อฟ!!!” แม่เจ้า เขาเข้ามาได้ไง

 

“เธอไม่ได้ล็อกประตูบ้านไว้นะสิก็เลยเข้ามาได้^___,^” เขายิ้มที่มุมปาก

 

“แล้วนายมาทำไมที่นี้”

 

“จะมานอนพักเป็นเพื่อนเธอไง” เขาตอบหน้าตาย เฮ้ย! ได้ไงวะ ไม่ให้นะเฟ้ย แต่ทันทีที่ฉุกคิดได้ว่า... อีกไม่กี่วันฉันก็ต้องไปจากที่นี่แล้ว บอกเขาดีไหมน้า... ไม่เอาดีกว่า ไม่บอกๆ

 

กลัวฉันรึไงJ เขามองฉันแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ โว๊ะ!

 

แน่นอน! ฉันต้องรักนวลสงวนตัวสิยะ

 

รักนวลบ้าสงวนตัวบออะไรเล่า ตอนนั้นฉันหอมแก้มแล้วเธอโวยได้ไม่ถึงวันก็ลืม งี่เง่าชัดๆ

 

ทำไมต้องมาจับผิดฉันตลอดเลยห๊า~”

 

ก็ฉันรักเธอ นอนได้ยัง ห้าววววว~~~”

 

“ก็เอาสิ นอนก็นอน= =” ไม่ใช่ฉันใจง่ายนะ แต่ถ้าปฏิเสธละก็จะต้องโดนเขากัดคอตายแน่ เขาเล่นขนของใช้ทุกอย่างของเขามาหมดเลยอ่ะ...

 

“เย้ นอนบ้านสาวครั้งแรกนะเนี่ย><” เขาดี้ด้าจนหน้ามันไส้ 

 

ปิ ปิ ปิกาจู๊~~~

 

เสียงโทรศัพท์แสนกวนของฉันดังขึ้น ฉันยกมือขึ้นเป็นเชิงแปบ แล้วเดินออกมาจากบ้านเพื่อหาสัญญาณดีๆ คุยกับใครบางคนที่เห็นชื่อแล้วพลอยรู้สึกไม่ดีไปด้วยเลยแหะ

 

“สวัสดี วานี่ มีอะไรหรอ?” ฉันถามด้วยน้ำเสียงสั่นๆ กับสิ่งที่กลัวว่าจะเกิดขึ้น

 

[คุณหญิงป้าบอกให้มารับหนูจินไปฝรั่งเศสค่ะ] เสียงตอบแสนเศร้าของวานี่ดังขึ้น

 

“ไหนว่าวันอื่นไง!!!” ฉันตวาดอย่างโกรธแค้น ไม่ได้โกรธวานี่ แต่โกรธป้า!!!

 

[คุฯหญิงป้าเกิดคิดพิสดารขึ้นมาว่ายิ่งให้รับไปเท่าไหร่ยิ่งดีค่ะ] เสียงเศร้าลอยมาอีก

 

“เมื่อไหร่?” ที่วานี่เศร้า เพราะเธอรักฉันมาก และอาจไม่ได้ดูแลฉันอีกตลอดไปนะสิ

 

[เที่ยงคืนวันนี้ค่ะ...เที่ยวบินออกตีสอง เดี๋ยวฉันไปรับไปส่ง...เองค่ะ]

 

“ห...หา! วันนี้แน่นะ ได้...ฉันไปก็ได้... ขอโทรไปบอกเพื่อนๆ ก่อนนะ แล้วเจอกัน”

 

ไม่ทันที่วานี่จะตอบ ฉันก็ชิงวางสายไปก่อนทันที คุณป้าได้สร้างความเจ็บปวดให้หนู เพื่อนๆ ของหนู และเขา... คนที่ฉันคิดว่าคงจะรักเขาไปเสียแล้ว...โปรดจำเอาไว้ หนูจะต้องกลับมาที่ไทย เพื่อมาหาเขาให้ได้ ต่อให้ถึงตอนนั้นเขาจะมีแฟนหรือฉันจะหาไม่เจอถึงแม้จะติดต่อไม่เคยได้ แต่ฉันมั่นใจ ว่าฟ้าได้ลิขิตให้ฉันคนนี้มีความรักกับคนอื่นเขาแล้ว จะไม่ทำให้ฟ้าที่ส่งเขามาต้องเสียใจเด็ดขาด หนูขอสัญญา

 

หลังจากที่ฉันโทรไปบอกเพื่อนๆ ของฉัน แคลกับซุนหลีต่างร้องไห้เสียใจกันยกใหญ่ พวกเธอเอาแต่ตะโกนว่าทำไม ทำไมฉันต้องไป เพิ่งจะสนุกกันได้ยังไม่เต็มที่ จนน้ำตาของฉันถึงกับซึม ท็อฟก็มองงงๆ ว่าทำไมฉันต้องร้องไห้ ใช่แล้วค่ะ ฉันไม่คิดจะบอกเขา เพราะฉันมีคนที่ฉันรักอยู่แล้วคือ...เด็กผู้ชายคนที่หายไปคนนั้น หากเขารู้ อาจจะตามฉันไป ทำให้ไม่สามารถตัดใจจากเขาไปรักใครคนอื่นได้...

 

ฉันวิ่งขึ้นห้องไปจัดกระเป๋า เตรียมเดินทาง ท็อฟผู้ไม่รู้เรื่องอะไร ก็หลับไปแล้ว ฉันย่องออกจากบ้านไปมั่นใจว่าเขาสามารถดูแลบ้านของฉันได้...อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วในชีวิตละมั้งที่จะได้มองบ้านหลังนี้เพราะฉันอาจจะต้องไปอาศัยอยู่ที่ฝรั่งเศสตลอดชีวิต... กลับมาอีกทีเพื่อนของฉันอาจจำฉันไม่ได้แล้วก็เป็นได้เพราะฉะนั้นฉันจะกลับมาทำไม ในเมื่อกลับมาก็ไม่มีใครรู้จักฉันอยู่ดี...

 

“มาไวดีนะคะ หนูจิน^ ^” วานี่ยิ้มเศร้าๆ ให้จนฉันอยากร้องไห้

 

“พี่วานี่... จินไม่ลืมพี่หรอกนะ ไปเถอะ ไปส่งหนูเถอะ โปรดทิ้งหนูเป็นความทรงจำสีจางไปเถอะ หนูไม่อยากทำให้ใครต้องเจ็บปวดเพราะหนูอีก^ ^

 

 

 

ที่สนามบิน ได้ปรากฏร่างของเพื่อนทั้งห้องมาส่งฉัน ไม่เว้นแม้แต่บีบีกับสไนป์ ความตื้นตันทำให้ต่อมน้ำตาของฉันทำงานทันที ฉันร้องไห้กลางสนามบินที่เต็มไปด้วยเพื่อนๆ เพื่อนๆ ต่างก็ร้องไห้ไปกับฉัน จนสนามบินเต็มไปด้วยเสียงร้องไห้แห่งความเศร้าปนยินดี ที่ฉันได้โกอินเตอร์ ทั้งๆ ที่ฉันไม่ได้ต้องการอย่างนั้นเลย

 

“ไปแล้วนะทุกคน...ว่างๆ ถ้าฉันกลับมา อย่าลืมทักนะจ้ะ^ ^”ฉันยิ้มทั้งน้ำตา

 

“ไม่ลืมจ้า~~~” ทุกคนไม่เว้นแม้แต่วานี่ก็ส่งยิ้มโบกมือแสดงความยินดี ถึงแม้จะดึกจนเกือบตีสอง แต่ทุกคนก็ยังมาหาฉันโดยไม่บ่นอยู่ดี แต่แล้ว คิ้วของบีบีก็ต้องขมวดมุ่น ก่อนจะถามว่า

 

“แล้วท็อฟล่ะ มันไม่มาหรอ?” ฉันส่ายหน้าเป็นเชิงไม่อยากตอบ ก่อนน้ำตาจะไหลอีกทีเพราะรู้สึกผิดแต่เวลาไม่รอให้ฉันกล่าวขอโทษ เสียงกล่าวของวานี่ก็ทำให้ฉันต้องเดินจากเพื่อนๆ ที่อยู่ด้วยกันมานับปีไปอย่างเศร้าใจ สัญญา ว่าเราจะไม่ลืมกัน... หวังว่าเราจะได้พบกันใหม่อีก

 

 

 

บนเครื่องบิน ฉันนั่งอยู่กับผู้ชายคนหนึ่งใบหน้าน่ารักหน้าหยิกของเขาทำให้ฉันจำได้ทันทีว่าเขาคือใคร...

 

“ไพทูล!” ทันทีที่ทักจบ เขาก็หันมามองหน้าฉันแบบเอ๋อๆ ก่อนจะกระจ่างทันที!!!

 

“จินเจอร์! มิหน้าล่ะ นักเรียนโรงเรียนเรามากันหมดชั้นเลย นึกว่ามาแสดงความยินดีกับฉัน ที่ไหนได้ เธอนี่เองจินเจอร์^ ^” ไพทูล คือคนที่เป็นหนุ่มป๊อปปูล่าห์ ไม่แพ้ท็อฟ บีบี และสไนป์ เขามีรอยยิ้มแสนโดดเด่น และนิสัยแสนน่ารัก ผิดกับท็อฟ ที่มีนิสัยกวนๆ เจ้าเล่ห์ กับรอยยิ้มแท่แสนเท่ แต่มีข่าวมาว่าสองคนนี้เป็นคู่แข่งกันนี่นา...

 

“แหะๆ นายจะไปฝรั่งเศสหรอ?”

 

“อือ ไปเรียนต่อที่โรงเรียน 888 เธอละ ไปทำไม”

 

“เฮ้ย ฉันก็เรียนที่นั่น สงสัยเราต้องไปด้วยกันซะแล้ว><

 

“คุณหญิงจินเจอร์ครับ รังเกียจจะควงกับผมลงเครื่องไหมครับ”

 

“เอาสิคะ คุณชายไพทูล” แล้วเราก็หยอกล้อเฮฮา ตามประสาคนโรงเรียนเดียวกันจนเครื่องลงแล้วเราก็ควงกันลงจริงๆ ด้วยสิ จนพนักงานถึงกับเอามือปิดปาก หลุดหัวเราะพรืด เพราะฉันทำท่าดัดจริต คุณนาย อะฮ้าแถมเดินแบบนางแบบยังอายกันเลยทีเดียว

 

 

 

“นี่...ขอเบอร์นายไว้ได้ไหม จะได้โทรมานัดเจอกัน บ้านนายอยู่แถวไหนหรอ?” ฉันถามเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ ก็ฉันไม่เคยขอเบอร์ผู้ชายคนไหนมาก่อนเลยนี่นา เขาหัวเราะคิกคักกับท่าทางมือสั่นของฉันจนตัวงอ อะไรยะ ไม่เคยเห็นรึไง คนตัวสั่นน่ะคนตัวส่าน~

 

“เอาสิ 08X-XXX-XXXX แล้วบ้านฉันอยู่แถวๆ ร้านค้าตรงนั้น ช่วงวันปีใหม่คนคึกคักมากเลยล่ะ^ ^

 

“อ้าว ใกล้กันเลยนี่นาO_O! งั้นเรานัดเจอกันที่น้ำพุนั่นละกันเนอะ” ฉันชี้ไปที่น้ำพุใกล้ๆ เขาพยักหน้า

 

“ได้ พรุ่งนี้เจอกัน^ ^ แต่เอ๊ะ ขอเบอร์โทรเธอด้วยสิ”

 

“เอาสิ 08X-XXX-XXXX” ก่อนที่เราจะเดิน แยกกันเมื่อถึงทางที่ต้องแยก ไม่อยากเชื่อ! ฉันเจอไพทูลผู้ชายที่เขสบอกว่าเข้าหาง่าย นิสัยน่ารัก นิสัยดี สุภาพบุรุษสูง หล่อเหลาแบบหน้าหยิก ชอบทำตัวหน้ามันไส้ พูดจากวนเล็กๆ น้อยๆ พองาม ท่าว่าจะจริงแหะ ><

 

“พ่อขา อ้าวแม่ แม่อยู่ด้วยหรอคะO_O” ฉันโผเข้ากอดแม่แน่น

 

“จ้า แม่กลับมาที่ฝรั่งเศสตอนที่พ่อโทรมาบอกจ้ะ สวยขึ้นเยอะเลยนะ แล้ว...ป้าของแม่ดูแลดีไหมเอ่ย พูดจาดีกับลูกไหม ทำตัวดีกับลูกไหม” ฉันได้แต่ยิ้มแห้งๆ ความจริงแม่รู้เรื่องนี้ดีว่าป้าของฉันทำตัวไม่ดี แต่ป้าจะทำตัวดีกับแม่ แต่คนอื่นนี่ไม่รับประกัน

 

“อ่า...ก็ดีค่ะ แล้วพ่อล่ะ?”

 

“ติดต่อทางโรงเรียนว่าจะย้ายเข้าพรุ่งนี้จ้ะ อีกแปปก็กลับมาละ อ้าวนั่น กลับมาแล้วๆ” พ่อเข้ามาลูบหัวฉันเบาๆ ก่อนจะกอดแม่เอาไว้

 

“โห ลูกของเราขึ้นมากนะ ไปๆ พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าไปเรียนนะ แข็งภาษาอังกฤษรึเปล่า เพราะพ่อเอาโรงเรียนที่มันคุยกันแบบอังกฤษให้ เพราะรู้ว่าลูกคุยฝรั่งเศสแล้วเน่าแน่=w=

 

“พ่ออ้า!

 

 

 

ตึก ตึก ตึก ตึก

 

ฉันวิ่งสุดฝีเท้าไปที่น้ำพุที่นัดกับไพทูลเอาไว้ ป่านนี้ท็อฟจะเป็นยังไงบ้างหน้า...จะหาว่าฉันใจร้ายรึเปล่าน้า จะหาว่าฉันไม่รักเขาแล้วรึเปล่าน้า แล้วเขาจะยังไว้ใจและรักฉันอยู่รึเปล่า???

 

“อ้าวๆๆๆ ฉันนั่งอยู่ตรงนี้ทั้งคน จะเสียมารยาทเดินหนีไปเลยรึไง” เสียงคุ้นของคนที่นัดพบดังขึ้น

 

“ป...เปล่านะ”

 

“เหม่อถึงใครอยู่ล่ะหือ?” เขายื่นหน้าเข้ามา แต่ฉันดันหน้าเขาออกไป ก่อนจะถอยหลังไปตั้งหลัก

 

“เปล่าซะหน่อย เรียนกันเถอะ นายแข็งอังกฤษรึเปล่าT^T” เขามองฉันขำๆ ก่อนจะตอบว่า

 

“แน่นอน...” ฉันกระโดดโลดเต้นอย่างยินดีสุดๆ ก็ฉันห่วยอังกฤษอ้า

 

“เย้!

 

“เธอจะหวังพึ่งฉันรึไง”

 

“เกลียดคนรู้ทันที่สุด!” ทำทำหน้ายู่ใส่เขา ก่อนที่เขาจะ...

 

หมับ!!!

 

จ...จับมือฉัน เฮ้ย แต่ไม่ทันที่ฉันจะได้พูดอะไร เขาก็ลากฉันไปซะแล้ว ฉวยโอกาสสุดๆ เหมือนกับท็อฟเลย... โอ๊ย ทำไมฉันต้องไปคิดถึงเขานะ ลืมเขาไปได้แล้ว ลืมๆๆๆ

 

“วิ่งช้าชะมัดเลย= =” เขาบ่น

 

“แล้วใครใช้ให้นายมาจับมือของฉันล่ะ”

 

“ตัวฉันเอง :P” หน้ามันไส้! หน้ามันไส้สุดๆ! แล้วใครใช้ให้นายมีสิทธิมาบ่นใส่ฉันยะ ตัวเองทำเองชัดๆ!

 

 

 

ที่โรงเรียน888

 

“เกือบสาย รอดไป ต้องขอบใจฉันนะ!” เขาบ่นพลางหอบแฮกๆ

 

“ใครใช้ให้นายลากฉันมาล่ะ ไม่ได้ขอซะหน่อย=3=” ก่อนที่เราสองคนจะเดินเข้าห้องเรียนไป อาจารย์ยังไม่มาเลยด้วยซ้ำ มันจะสายได้ไงฟะ แต่โห คนไทยเยอะเหมือนกันนะที่นี่ ส่วนใหญ่ คนไทยเยอะมาก แล้วก็อังกฤษกับเด็กฝรั่งเศสบางคน พอเราเดินเข้าไป ก็มีคนไทยสองสามคนเดินมาพล่ามภาษาอังกฤษใส่ฉันใหญ่เลย หน้าฉันดูโกอินเตอร์มากเลยรึไงยะ

 

“ไพทูล เขาพูดว่าอะไรง่ะ T^T

 

“อ้าว พวกเธอเป็นคนไทยเหมือนกันหรอโทษทีๆ ^ ^” ผู้หญิงผมยาวสีทองที่ยาวเคลียร์ไหล่ใบหน้าดูสวยจัด แต่งหน้าเข้ม ดูเป็นลูกผู้ดีเอ่ยขอโทษอย่างนอบน้อม แต่ทำไมใบหน้ามันคุ้นเคย...คุ้นจนฉันเผลอโผล่งออกไปว่า...

 

“เดฟฟานี...”

 

O_O!!!” ผู้หญิงคนนั้นมองหน้าฉันอย่างตกใจ ก่อนจะค่อยๆ คลี่ยิ้มแสนสวยออกมาช้าๆ ฉันมั่นใจทันที! นี่คือเดฟฟานีที่ฉันหาอยู่และดูเหมือนเธอจะรู้ว่าฉันคือใคร...

 

“จินเจอร์!!!” แล้วเธอก็กระโดดกอดฉันด้วยความดีใจ ไพทูลที่ยืนงงอยู่ดูเหมือนเข้าใจทันที

 

“แล้วอเดปล่ะ? มาไหม” ฉันถามเดฟทันที

 

“โหย ไม่ถามเลยหรอว่าฉันสบายดีรึเปล่าไปถามถึงพี่อเดปเลยน้า~ น้อยใจฉิบเป๋งเลย-3-

 

“อ่ะๆ แล้วเดฟล่ะสบายดีไหม ^ ^;;

 

“สบายดี ส่วนอเดป นั่น มันนั่งเพ้อถึงแกอยู่ตรงริมหน้าต่างนู่น เห็นป่ะ อเดป!!! จินเจอร์มาแล้วโว้ย!!!” เดฟฟานีหันไปตะโกนใส่พี่ชายตัวเอง จนเขาต้องหันมาด้วยใบหน้าเหนื่อยหน่าย และทันทีที่เขากันมาเห็นฉันที่ยืนโบกมือหย็อยๆ อยู่ข้างๆ น้องสาวของเขา เขาถึงกับต้องเบิกตากว้างอย่างดีใจ ก่อนจะวิ่งแบบใส่เกียร์หมาเข้ามากอดฉันอย่างว่องไว แบบฉันตั้งตัวไม่ทัน =[]=!

 

“เฮ้ยๆๆๆ อายน้องสาวตัวเองบ้างเซ่” เดฟพูดขึ้นอย่างงอนๆ

 

“อ่า...ควรเกรงใจผมมากกว่านะครับ...ผมไม่ได้ (บท) พูดอะไรเลยด้วยซ้ำ= =” ไพทูลเอ่ยเซ็งๆ

 

“จินเจอร์ ไอ้หมอนี่มันใคร= =!!!” อเดปชี้ไปที่หน้าของไพทูลอย่างโกรธๆ

 

“ไพทูล เพื่อนของฉันเอง^ ^

 

“อ้อ ยินดีที่รู้จัก ฉัน อเดป=^=” เขาเชิดปากขึ้นอย่างงอนๆ ก่อนจะยื่นมือไปจับกับไพทูลซึ่งเชิดไม่แพ้กัน

 

ในวันแรกผ่านพ้นไปอย่างสนุกสนาน นานวันเข้าเริ่มเครียดเพราะใกล้สอบ นานไปเป็นปี พวกเราก็เริ่มแยกกันเรียนไปตามทางของตัวเอง ใบหน้าของเดฟฟานีสวยขึ้นเรื่อยๆ ผมสีทอง (เน้นว่าทองจริงๆ) ของเธอยาวขึ้นเรื่อยๆ ลอนสวยของเธอสวยงามกว่าใคร อเดป ใบหน้าคมเข้มของเขา ผมสีบรอนซ์ ของเขาเปล่งประกาย กับไพทูล ผมสีดำยิ่งดำสวยเข้าไปใหญ่ แต่ละคนดูดีขึ้นเรื่อยๆ ที่น่าตกใจก็คือ... ผมของฉันมันเป็นลอนปลาย! โอ้ อยากเป็นลม... พ่อแม่ฉันไม่มีใครผมหยักศกซักคน ผ่าเหล่างั้นหรอ... กลัวจังT^T

 

วันนี้เป็นวันที่ฉันจะตัดสินใจส่งอีเมลล์ไปให้แคลกับซุนหลี สงสัยว่าสองคนนั้นคงลืมฉันไปแล้วมั้ง

 

แคล จำกันได้รึเปล่า คิดถึงมากเลยนะ เป็นไงบ้าง

 

ซุนหลี เป็นไงบ้าง คิดถึงเราไหม บีบีเป็นไงบ้าง

 

ฉันส่งไป คิดว่าคงไม่ได้ตอบกลับหรอก ที่ไทยเรียนหนักกว่าที่นี่มาก กว่าจะได้เปิดคอมคงอีกนาน เฮ้อ...ฉันตั้งท่าจะลุกขึ้นไปอาบน้ำ หากแต่อีเมลล์กลับเด้งข้อความขึ้นถึงสามข้อความด้วยกัน โอ้ พวกหล่อนตอบกลับมาแล้ว!

 

ทำไมจะจำไม่ได้ล่ะ จินเจอร์บ้า หนีพวกฉันไปได้ไง พวกเราไม่มีอันจะเรียนกันเลยฮือๆๆๆT^T เออใช่ ไปคุยกับท็อฟบ้างก็ดีนะ มันจะคลั่งตายแล้ว= =’

 

คิดถึงแกมากกกกกกก บีบีสบายดี ฉันก็สบายดี หัดไปทักท็อฟบ้างนะมันจะบ้าตายแล้วล่ะ

 

พวกหล่อนรู้ตัวบ้างไหมว่าเพื่อนของพวกหล่อนไม่มีอีเมลล์ของท็อฟน่ะ= = โอเคๆ ใช่มันยังมีอีกเมลล์หนึ่ง เปิดก็เปิดวะ!!!

 

อยู่ไหน...

 

จบ...= = สั้นดีเนอะ ว่าแต่ นี่ไม่มีใครบอกเขาเลยรึไงนะ เรื่องที่ฉันมาที่นี่น่ะ คิดว่ามันนานแล้วนะเออ ยังไงก็น่าจะมีหลุดไปบ้างไรบ้างอะแหละ แหมแบบว่า~ (ทำเสียงหน้าถีบสุดๆ! = =) เฮ้อ...สวยรับไม่ได้ (ว่ะ) รับไม่ได้จริงๆ=w= มีใครอยากเทกแคร์คน (ไม่) สวยบ้าง~ (วิ่งหนีกระเจิงอ่ะเธอ)

 

ไม่มีใครบอกนาย หรือนายโง่กันแน่เนี่ย

 

โหดร้ายว่ะ ไม่บอกแล้วยังด่า ใจร้ายๆๆๆๆ

 

ดูมัน ดูม้าน ขนาดฉันยังไม่โวยวายขนาดนี้ แล้วมันเป็นใครหน้าไหน กล้ามาโวยวายปัญญาอ่อน= =

 

ฉันมาตามหาคนเฟ้ย คนๆหนึ่ง ที่ทั้งชีวิตนี้ฉันอยากเจอเขามากๆ

 

ผู้ชายหรอ!!’

 

เขานี่ผู้หญิงมั้ง

 

ใครวะ จะไปตั๊นหน้ามัน !! จะตั้นหน้ามาน~~~’

 

บ้า เขาคือเพื่อนตั้งแต่เด็กของฉัน เป็นคนที่นิสัยดีมากๆ เลยล่ะ ก็คนที่ฉันเรียกว่าท็อฟฟี่ๆ จนเขาตวาดเป็นสิบๆ รอบว่าไม่ให้เรียกท็อฟฟี่ แต่ฉันไม่หยุด เขาเลยแก้แค้นฉัน แล้วเรียกฉันว่าขนมปังขิง แต่วันหนึ่งอยู่ดีๆ เขาก็หายไป หายไปแบบที่ฉันหาไม่เจอ ฉันว่าฉันชอบเขา... มากๆ เลยล่ะจะดีหรอเนี่ย ไปบอกชอบคนอื่นกับเขาแบบนี้ เขาจะโกรธจะเกลียดฉันไหม...

 

หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้ตอบมาอีกเลย เฮ้อ~

 

ที่รัก จะไปไหนกันดี ไพทูลเดินมาถามพร้อมกับอเดปและเดฟฟานีเดินมาพอดี

 

ที่ไหนก็ได้จ้ะ วันนี้วันสุดท้ายของที่นี่แล้ว ฉันกะว่าจะไปหาที่ทำงานแล้วเนี่ย ใช่แล้ววันนี้คือวันสุดท้ายในรั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้! พวกเรากะว่าจะไปเที่ยวกัน แต่ว่าต่างคนก็ต้องต่างหางานทำ นี่ก็ใกล้คริสต์มาสเข้าไปทุกทีแล้วอีกสองวันเท่านั้นเอง วันคริสต์มาสเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วนี่มันดีจริงๆ ไปเที่ยวทะเล และเขา... ท็อฟ...

 

หลังจากที่เราเดินถ่ายรูปรอบมหาลัย เราก็แยกย้ายกันไปหาที่ทำงาน ฉันจบด้านการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ และการตกแต่งภายในระดับเซียน เพราะที่นี่เป็นศูนย์กลางการออกแบบอยู่แล้วนี่นา งานเสริมของฉันก็คือออกแบบชุดเสื้อผ้า ถึงไม่เซียน แต่ก็ทำเป็นนา แถมฉันยังแอบตัดชุดสำหรับวันคริสต์มาสปีนี้ไว้ด้วย ฮี่ๆ

 

 

 

เอ้า มากันแล้วหรอ ไวดีจริงๆ ฉันทำปากยื่น เมื่อตัวเองเดินมาเป็นคนสุดท้ายของกลุ่มแล้วโดนดิฟฟานีแซวซะเละ ชิๆๆๆ

 

ไปไหนดี หอไอเฟลหรอ นี่ตั้งแต่เรามาที่นี่เป็นสิบปี เรายังไม่เคยไปเที่ยวไอเฟลดีๆ ด้วยกันเลยซักครั้ง เขาบอกว่าที่นั่นขึ้นได้ด้วย แถมยังมีไอศกรีมอร่อนอีกตางหาก อากาศดีวิวสวยนกพิราบเยอะโคตรด้วย

 

ไปสิ ที่ทูลพูดฟังๆ แล้วก็น่าไปดีเนอะ><” แล้วทุกคนก็มุ่งหน้าไปกันที่ไอเฟลทันที

 

เออนี่ มีคนขอฉันแต่งว่ะ เดฟฟานีพูดขึ้นเมื่อเราออกเดินกัน ทำให้อเดปถึงกับสะดุดล้มลงทันที

 

ว...ว่าไงนะ! มีคนขอเธอแต่งเรอะ! เธอตอบว่าไง!!!” เสียงตะคอกของอเดปทำหลายคนแถวนั้นหันมามอง ดีที่ไม่มีคนไทนยอยู่แถวนี้ =3=

 

ก็ตกลงนะเซ่ เพราะฉันก็แอบชอบเขามานานแล้วเหมือนกัน อา~ หล่อ เพอร์เฟ็กที่สุด *0*”

 

ความจริงก็มีนางแบบมาขอฉันแต่งเหมือนกันนะTwT” อเดปพูดขึ้นในที่สุด

 

แล้วพี่ว่าไงๆ เดฟฟานีลุ้นตัวโก่งกับคำต่อไปของพี่ชายสุดที่เลิฟ

 

ก็ตกลงนะซี่ เธอสวย~ เย้~ นางแบบที่ป็อปสุดๆ ในหมู่นางแบบเลยล่ะ เธอคนนั้นบอกว่าชอบฉันตั้งนานแล้ว รู้สึกว่าเราจะเคยเดินชนกันที่หน้ามหาลัยทีหนึ่ง กว่าจะจำได้ทำยัยนั่นน้อยใจไปหลายเลย แหะๆๆๆ

 

ไพทูล นายล่ะ? มีใครรึยัง เขาทำหน้าเหวอเหมือนเจอก็อตซีล่า หันมาถามเลย หน้าฉันทุเรศขนาดนั้นเลยรึไง=3=!!!

 

ยัง เธอล่ะ

 

ยัง ฉันยังต้องตามหาคนๆ นั้นอยู่ดี

 

โอ๊ะถึงแล้วๆ ไอติมจ๋า~~~” เดฟฟานีวิ่งเข้าหารถไอศกรีมคนใหญ่ เธอเลือกซื้อแบบโคนหนึ่งสามลูก รสสตรอเบอร์รี่ (ที่เปรี้ยวได้อีก) รสกล้วย (ที่รสติพอทน) และช็อกโกแลต (ที่อร่อยเหาะไปเลย~) พวกเราต่อคิวขึ้นหอไอเฟลตั้งแต่กลางวันจนเย็น นี่ก็ปาเข้าไปสองทุ่มแล้ว หากแต่ท้องฟ้ายังสว่างอยู่เลยให้ตาย มันกำลังทำให้ฉันเข้าใจผิดว่ามันยังเช้าอยู่= =

 

อยากห็นหอไอเฟลในวันคริสต์มาสจัง คงสวยน่าดู^ ^

 

 

 

เทศกาลคริสต์มาส...

 

น่าเซ็งที่ฉันไม่สามารถหาเขาคนนั้นเจอได้ ตอนนี้ก็ปเข้าไปห้าทุ่มแล้ว องฟ้าเร่มมืด แต่บรรยากาศดีอย่าบอกใคร แต่ทำไมครั้งนี้หิมะไม่ตก ปกติมันจะต้องหิมะตกไม่ก็ลูกเห็บตกในวันแบบนี้ หากแต่วันนี้มันดันไม่ตก ขณะนี้ฉันนั่งอยู่ใต้ต้นคริสต์มาสต้นใหญ่สีฟ้า ที่มีซานตาครอสห้อยอยู่และบนยอดมีดาวดวงบะเอก มีเส้นสายรุ้งพาดไปมา แสงไฟเรืองรอง

 

และแน่นอนที่ว่า ฉันใส่ชุดที่ตัดเอง มันเป็นเสื้อคลุมสีแดงและทำชายปุกปุยสีขาวเหมือนซานตาครอสฉบับผู้หญิง ผู้คนจากที่เดินกันขวักไขว่ ตอนนี้แทบไม่เหลือกันเลยทีเดียว

 

ตึกๆๆๆ...

 

เสียงย่ำฝีเท้าเบาๆ เดินมาทางฉัน...

 

ไง

 

ไพทูล!!! เขายิ้มด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ควันที่ออกจากปากของเขาบอกเป็นอย่างดีว่าเจ้าตัวหนาวมาก

 

มาทำอะไรที่แบบนี้! เฮ้ ลงไปนั่งที่พื้นทำไมน่ะ เขาลงไปนั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้น ใบหน้าที่หล่อน่ารักของเขาดูน่ารักมายิ่งขึ้นเมื่อเวลาเปลี่ยนไป เขายื่นกล่องกำมะหยี่สีแดงสดออกมา ก่อนจะพูดประโยคที่น่าเหลือเชื่อออกมาว่า...

 

ในเมื่อพี่น้องคู่นั้นทิ้งเราไว้ตรงนี้... ก็ขอให้เรามาสมหวังกันจะได้ไหม ฉันรักเธอมานานมาแล้ว จะรับแหวนวงนี้...ได้รึเปล่า? ใบหน้าของฉันร้อนฉ่า รู้สึกตื่นเต้นจนมือไม้สั่น สมองของฉันประมวลอะไรไม่ออก แต่ทำไม ในส่วนลึกในใจ มันดันสั่งให้...

 

...ปฏิเสธเขา

 

...

 

ว่าไง

 

ตึกๆๆๆ

 

เสียงย่ำฝีเท้าหนักหน่วงดังขึ้น ก่อนที่ร่างของฉันจะลอย และไออุ่นที่คุ้นแสนคุ้น... คุ้นมากจริงๆ จะกระทบโดนฉัน... เด็กผู้ชายคนนั้น เขาคนนั้นแน่ๆ ฉันค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า กลัวว่ามันจะเป็นแค่ความรู้สึกนึกคิดไปเอง กลัวว่ามันจะเป็นเพียงความฝัน...

 

ท็อฟO_O!!!” เขา! เป็นเขาจริงๆ ด้วย

 

ว่าแล้วว่าเธอต้องอยู่ที่นี่^ ^” เขายิ้มอย่างยินดี

 

แกมาทำอะไรที่นี่!!!” อ๋าย ไพทูลระเบิดแล้ว ใบหน้าของเขาเริ่มแดง (เพราะโกรธนะเฟ้ย) เขาลุกขึ้นยืนอย่างอารมณ์เสีย ก่อนเขาจะมองเข้าไปในมือของท็อฟ โอ้ยอยากตาย ถ้าไม่ใช่เพราะของในมือของท็อฟนั้นคือกล่องกำมะหยี่สีดำสนิท ข้างบนฝังเพชรเป็นรูปดอกกุหลาบที่สวยงาม ละก็ ฉันจะกระโดดจากดาดฟ้าเอาหัวบั๊มพื้นจริงด้วย! รังสีอำมหิตอันรุนแรงของทั้งคู่ดูน่ากัลวเกินไป~

 

ได้เวลาเลือกแล้ว ตัดสินใจซะ พวกฉันมีความเป็นลูกผู้ชายมากพอ พวกฉันยอมรับได้หากเธอไม่ต้องการใครคนใดคนหนึ่ง คนๆนั้นจะก้าวออกไปจากตรงนี้...ด้วยตัวของเขาเอง! ” ไพทูลพูดขึ้นเมื่ออารมณ์ของเขาดีขึ้น...

 

ใบหน้าของท็อฟไม่ได้กดดันฉันแต่อย่างใด ก่อนที่ฉันจะตัดสินใจ ขอถามอะไรก่อนเถอะนะ

 

ท็อฟ... นาย...คือเด็กผู้ชายคนนั้น ใช่รึเปล่า ใบหน้าเคร่งเครียดของเขาปรากฏรอยยิ้มเท่แสนเท่ที่ฉันคุ้นเคยออกมา

 

ใช่ ฉันเอง ยัยขนมปังขิงขี้แย เธอมันร้องไห้ได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ชอบกินขนมหวานก่อนกินข้าว และงี่เง่าไม่เคยเปลี่ยน... ถูกไหม?^ ^” ใช่...เขาคือเด็กผู้ชายคนนั้นจริงๆ เขาจริงๆ

 

ไพทูล นายไม่ได้ตามฉันมาเพื่อเรียน แต่เพื่อใกล้ชิดฉันใช่ไหม ฉันหันไปถามไพทูลบ้าง

 

ใช่ ฉันไม่ได้มาเพื่อเรียน แต่มาเพื่อใกล้ชิดเธอ เขาพยักหน้าเบาๆ

 

แล้วนายก็รักฉันจริงๆ...

 

นั่นก็ใช่อีก เขายิ้มอ่อนโยนออกมา ก่อนที่รอยยิ้มนั้น จะกลายไปเป็นใบหน้าเคร่งเครียด

 

ขอได้ไหม ขอก่อนเลือกอีกครั้งเถอะนะ ขอให้พวกนายมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม เมื่อเรื่องนี้ผ่านไป ได้โปรดอย่าตั้งตัวเป็นศัตรูซึ่งกันและกัน...เถอะนะ

 

อื้อ บอกแล้วไง พวกเราเป็นลูกผู้ชายมากพอนะ^ ^” ท็อฟพูดเสียงกวน นี่สถานการณ์ขนาดนี้มันยังพูดเล่น ถ้าโลกแตก มันจะบอกว่า เอาครีมมาทาสิ โลกแตกน่ะ ผิวมันคงแห้งไปด้วยรึเปล่า= =!!!

 

หันหลังไป คนที่ถูกเลือก ฉันจะกอดเชา

 

ทั้งสองคนหันหลังไปอย่างลุ้นระทึก ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะหลับตาปี๋วิ่งเข้าหาคนๆ นั้น คนที่ฉันคิดว่าใช่  คนที่ฉันไว้ใจ... ตั้งแต่เด็ก...

 

ใบหน้าไพทูลที่หันมามองของเขาปรากฏรอยยิ้มเศร้าแสนเศร้า ที่ฉันไม่อาจจะเห็นได้อีกในชีวิตนี้ เขาค่อยๆ ก้าวถอยหลังออกไป ก่อนจะวิ่งหายไปกับความมืด เสียงกระซิบแผ่วเบาที่หูของฉันทำให้ฉันหน้าร้อยฉู่ฉ่าทันที!!! อีตาท็อฟ!

 

โอ้โห เด็ดเดี่ยวจริงๆ J

 

 ฉันคิดผิดแล้วล่ะ เฮ้ย ไพทูล นายหายไปไหน ฉันขอโทษษษษษ

 

โอ๋ๆๆๆ ขอโทษคร้าบ แล้วเขาก็เอาแหวนทองคำขาวสวยที่สลักรูปดอกกุหลาบประดับเพชรเม็ดจิ๋วที่ดูประณีต และละเอียดอ่อน ใส่มาในนิ้วนางซ้ายของฉัน

 

รู้ป่ะ ฉันรักนายมากนะ^ ^

 

โหย ผู้หญิงบ้าไรวะ บอกรักผู้ชายก่อน=3=

 

อะๆ ไม่บอกรักนายละ งั้นนายบอกรักฉันทีซิ

 

ผมรักคุณนะครับคุณนักออกแบบสุดสวย~

 

เกล็ดหิมะตกลงมาอย่างไม่น่าเชื่อ นาฬิกาเรือนยักษ์ตีดังกังวาน เหมือนจะบอกว่า...มันเที่ยงคืนแล้ว เราจูบกันท่ามกลางหิมะที่โปรยปราย เนินนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ รู้เพียงแค่... ขอสัญญาต่อหน้าท้องฟ้า ขอสาบานต่อหน้าดวงดาว ขอกล่าวคำสัตย์ต่อหน้าดวงจันทร์ ฉัน จินเจอร์คนนี้จะรักเขาตลอดไป...

 

ขอขอบคุณทุกสิ่งอย่างที่รักษาชีวิตของฉันจนกระทั่งได้มาพบกับพรหมลิขิตของฉันเอง...

 

Thank you everything for save my life until when I meet my destiny…

 

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
กิจกรรมประกวดนิยาย Lightwriter ครั้งที่ 1 ตอนที่ 8 : เรื่องที่ ๔ Merry x’mas คริสต์มาสนี้มีเฮ เทใจเต็มรัก (SushiKAEW) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 48 , โพส : 8 , Rating : 0 / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1

#8 : ความคิดเห็นที่ 79
 ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์มากๆเลยนะคะTwT

เห็นด้วยกับทุกคอมเม้นท์จริงๆค่ะ ครั้งต่อไปจะปรับปรุงให้ดีกว่านี้ สู้ค่ะ!!!
Name : Nitto_07-GHOST< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Nitto_07-GHOST [ IP : 115.87.58.194 ]
Email / Msn: kaewkaow(แอท)live.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 ธันวาคม 2554 / 20:42

#7 : ความคิดเห็นที่ 78
 ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์มากๆเลยนะคะTwT

เห็นด้วยกับทุกคอมเม้นท์จริงๆค่ะ ครั้งต่อไปจะปรับปรุงให้ดีกว่านี้ สู้ค่ะ!!!
Name : Nitto_07-GHOST< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Nitto_07-GHOST [ IP : 115.87.58.194 ]
Email / Msn: kaewkaow(แอท)live.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 ธันวาคม 2554 / 20:42


#6 : ความคิดเห็นที่ 77
สนุกมากๆเลย นางเอกน่ารักดี บรรยายเนื้อเรื่องได้ดี คุ้มกับการอ่านจริงๆ emo ทำให้ถึงอารมอย่างสุดซึ้ง อยากให้ชนะจังสู็ๆค่ะ รู็ว่าบางตอนอาจไม่ดีทำให้กรรมการดุไปบ้างเเต่ก็เข้าใจว่าบางทีก็ไม่มีเวลาทำเป็นกำลังใจค้า 5/5 ^^
PS.  หวัดดี
Name : ~~OoPOMoO~~< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ~~OoPOMoO~~ [ IP : 124.121.81.241 ]
Email / Msn: pomsawasdee(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 ธันวาคม 2554 / 22:13

#5 : ความคิดเห็นที่ 73

การบรรยายลื่นไหลดี แต่ว่ามันเหมือนจะลื่นไหลไปจนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเท่าไหร่ อ่านๆอยู่ อ้าวเฮ้ย!!! เรียนจบซะแล้ว แถมอยู่ๆ พระเอกก็มาแบบงงๆ ทางที่ดีควรจะมีระยะเวลาบอกบ้าง อย่างน้อยๆ ก็บรรยายประมาณว่า ในที่สุดก็ผ่านมา...ปี ตอนนี้ฉันเรียนจบแล้ว บลาๆๆๆๆ ย้อนกลับไปในตอนแรกที่เพื่อนนางเอก เจอแฟนตัวเอง เรายังมึนๆว่าตกลงใครคู่ใครกันแน่ ไม่มีการบอกแน่ชัดแบบเจาะจง แถมตอนไปเที่ยว ชายหญิง นอนด้วยกัน เราว่ามันไม่ดีนะ ถึงจะเป็นแฟนกันก็เถอะ ยิ่งพระเอกกับนางเอกยิ่งแล้วใหญ่ แม้ว่าจะเคยเจอกันมาก่อนตอนเด็ก แต่ปัจจุบันยังจำไม่ได้ ก็เหมือนเจอกันครั้งแรก การที่ยอมนอนด้วยกันแถมเตียงอีก มันแปลกๆ ต่อมาพระเอกขอมานอนบ้านนางเอก เธอก็ให้นอนเฉยๆ คือ...มันไม่ใช่เรื่องที่ดีนะ ส่วนเรื่องความรู้สึกรักของพระ นาง น่าจะมีจุดเชื่อมต่อ ที่ดีกว่านี มันดู อยู่ๆก็รักกันเลย ไม่มีสาเหตุ จุดเริ่มต้น หรือเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกว่าเออ เราชอบเขานะ จู่ๆก็รักเลย...ลองเอาไปปรับปรุงดูนะ

เราให้ 1.5 /5 แล้วกันนะ


PS.  ฝากนิยายเรื่องแรกของข้าพเจ้าด้วยนะเจ้าค่ะ Navestear สงครามแห่งสองดินแดน - http://writer.dek-d.com/chasiree/writer/view.php?id=577110
Name : siver_buff< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ siver_buff [ IP : 124.121.92.239 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 ธันวาคม 2554 / 18:12

#4 : ความคิดเห็นที่ 41
ความรักมาอีก 1 เรื่องแล้ว

ชื่อเรื่อง แม้จะสื่อออกมาได้ชัดเจนตั้งแต่ชื่อเรื่องว่านี่คือนิยายรัก แต่เรากลับมีความคิดอีกอย่างว่าชื่อเรื่องยังไม่ค่อยสะดุดหูชวนสนใจเท่าที่ควรเท่าไร แต่ตัวเนื้อหาภายในก็ไปกันได้กับชื่อเรื่อง ไม่ขัดกันดี

ภาษา เราเป็นคนที่อ่านนิยายแนวมีอิโมติค่อนได้ แต่ก็ต้องไม่มีถี่จนเกินไปนัก ซึ่งสำหรับกรณีของเรื่องนี้ก็ยังนับว่ามีมากอยู่ ยังไงก็ระวังเรื่องการใช้ emo ด้วยนะ เพราะบางครั้งมันทำให้เสียอรรถรสทางการอ่านเอาได้เหมือนกัน

การบรรยายและการดำเนินเรื่อง บรรยายเหตุการณ์และเนื้อเรื่องด้วยภาษาง่ายๆสมกับเป็นนิยายแนววัยรุ่น อ่านเพลิน ไม่เครียด แต่การใส่ความคิดแซวตัวละครของคนเขียนลงในวงเล็บถี่เกินไปทำให้อ่านแล้วอารมณ์สะดุดไม่ต่อเนื่องกัน คำผิดมีอยู่ประปราย การดำเนินเรื่องค่อนข้างสับสน อยู่ดีๆเวลาก็ผ่านไปแล้ว 10 ปีซะงั้น ไม่มีการตัดฉากหรือเว้นระยะให้เห็นว่าเริ่มฉากใหม่แล้ว

เนื้อเรื่อง เรื่องราวความรักของหนุ่มสาววัยรุ่นที่แม้กาลเวลาผ่านไปแต่หัวใจพวกเขายังคงเดิม เป็นแนวคิดที่ดี ทว่าการที่คุณให้เพื่อนนางเอกและแฟนนอนห้องเดียวกันตั้งแต่ม.ปลายนี่มันออกจะเป็นการส่งเสริมเรื่องความใกล้ชิดจนเกินงาม คุณต้องเข้าใจว่าวัฒนธรรมไทยยังไม่เปิดกว้างถึงขนาดนั้น และตัวเราซึ่งเป็นนักเขียนที่เผยแพร่ผลงานสู่สาธารณะก็ต้องมีส่วนในการรับผิดชอบต่อสังคมด้วย เพราะไม่มีอะไรรับประกันว่าคนที่มาอ่านงานเขียนของเรา เขาแยกแยะได้ว่าอะไรถูก อะไรไม่ถูกได้ทุกคนจริง

ตัวละคร ตัวละครในเรื่องนี้มีเยอะมากจนไม่น่าเชื่อว่าเป็นเรื่องสั้น ซึ่งทำให้จำชื่อของตัวละครที่เดิมก็แปลกจนจำยากอยู่แล้วและพอในเรื่องมีตัวละครเยอะยิ่งทำให้จำยากเข้าไปใหญ่ ส่งผลให้ต้องกระจายบทกันออกไปจนกลายเป็นเนื้อเรื่องยืดเยื้อและเนื้อหาไม่แน่น แถมเหมือนแย่งบทตัวเอกด้วย ตัวละครเอกอย่างจินเจอร์ไม่ค่อยมีมิติ กล่าวคือเหมือนมีอยู่อารมณ์เดียวคือลั้นลาฮาเฮ ขนาดตอนไคลแมกซ์ที่ควรจะซีเรียสก็ยังมีอารมณ์ตบมุกอีกซะงั้น


คะแนนที่ให้ 2/5


ยังไงนี่ก็เป็นเพียงความเห็นของผู้อ่านคนหนึ่งเท่านั้น ขอให้คุณอย่าท้อ และสู้ต่อไปหากยังคิดจะก้าวเดินอยู่บนถนนสายนักเขียน



แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 25 ธันวาคม 2554 / 16:44

PS.  กินซะ ก่อนจะไม่ได้กิน...นอนซะ ก่อนจะไม่ได้นอน...ทำซะ ก่อนจะไม่ได้ทำ
Name : หอยทากกินบะหมี่< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ หอยทากกินบะหมี่ [ IP : 202.44.135.242 ]
Email / Msn: snail-dag_bamee(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 ธันวาคม 2554 / 16:43

#3 : ความคิดเห็นที่ 38
เรื่องนี้น่ารักมากๆ เลยนะ ชื่อเรื่องก็ตรงกับเนื้อเรื่องเลย จินเจอร์เราบ้ารักอย่างเดียวเลย อิอิ
ออกแนวรักแบบเด็กๆ วัยรุ่นกุ๊กกิ๊กๆ มากๆ อ่านแล้วก็จินตนาการไปด้วยว่าคนเขียนต้องยังเด็กอยู่แน่ๆ เลย
แต่คำผิดเยอะไปหน่อยนะครับ
เนื้อเรื่องอ่านไปอ่านมาก็สงสัยว่าตัวเอกเราต้องการจะบอกอะไรคนอ่านกันแน่
เพราะสับสนกับบทบรรยายบางจุด อาจเป็นเพราะผมไม่เคยอ่ายนิยายแนวแบบนี้ก็เป็นได้
รู้สึกขัดๆ เหมือนกันเวลาเห็น Emoticon แต่อันนี้ก็แล้วแต่วิจารณญาณของผู้เขียนเอง ผู้อ่านรับได้ทุกอย่าง อิอิ
โดยรวมถือว่าสนุกใช้ได้เลยครับ แต่ตัวเอกรักกันง่ายดายเกินไป
แต่ชอบจุดไคล์แม็กซ์มากๆ ลุ้นมากๆ ตรงที่จินเจอร์จะเลือกตอนท้ายนี่เอง
พยายามต่อไปนะครับ สู้ๆ
จะให้คะแนนแล้วน้า....


2.5/5 ครับ(โหดจริงๆด้วยแฮะ)
หักเรื่องของคำผิดกับการตัดตอนที่ไวไปนิดแล้วก็เนื้อเรื่องที่เป็นปีใหม่ผิดกับชื่อเรื่องที่บอกว่าคริสต์มาส อิอิ


แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 25 ธันวาคม 2554 / 15:39
แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 25 ธันวาคม 2554 / 15:43

PS.  Subject : watch : นาฬิกาผ่าเวลา Genre : แฟนตาซี ไซไฟ ครอบครัว
Name : Aerng< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Aerng [ IP : 1.46.158.168 ]
Email / Msn: aerngq(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 ธันวาคม 2554 / 15:37

#2 : ความคิดเห็นที่ 35
#Merry x’mas คริสต์มาสนี้มีเฮ เทใจเต็มรัก

เป็นปีใหม่สองครั้ง ที่มีความสุข ทั้งสองครั้ง ความสุขแบบใสๆ เด็กวัยเรียน กับเพื่อน ความสุขแบบอบอุ่นใจ กับคนรัก
ดำเนินเรื่องเร็วมาก ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงเหตุการณ์ใดได้เลยค่ะ
เหมือนตั้งใจจะ ‘ยัด’ ทุกๆ เหตุการณ์เข้ามาให้เป็นเรื่องสั้น
ทั้งที่ความจริงตัดบางประเด็นไปก็ได้ ทำให้เนื้อเรื่องได้สื่อแต่ละเหตุการณ์ออกมาชัดเจน และกระชับค่ะ
ภาษาบรรยายก็อยู่ระดับพอใช้ได้ แต่ว่าบางครั้งก็ใส่สอดแทรกมาโดยไม่จำเป็น และมันฉุดให้อารมณ์เราขาดไป

ตัวละครดูไม่มีมิติ ไม่ค่อยสมเหตุสมผลเรื่องความรู้สึกอะไรต่างๆ
รวมถึงความไม่สมเหตุสมผลของเนื้อหาด้วย
อีกทั้งยังใช้ตัวละครเยอะเกินไป จนทำให้ไม่มีอะไรเด่นเลย
ขนาดนางเอกซึ่งเป็นคนบรรยาย เรายังรู้สึกว่าเธอไม่เด่นเลยค่ะ
มันทำให้คาแรคเตอร์ของตัวละครไม่ชัดเจน อ่านจนจบยังไม่รู้สึกเลยว่าเรารู้จักกับพวกเขา
บางคนโผล่มาอย่างไม่มีที่มาที่ไป เพื่อที่จะมาอยู่ถึงจุดไคลแมกซ์ และไร้เหตุผลด้วย
คู่พระเอกนางเอก ก็ดูจะรักกันง่ายดายไปไหม? ยังไม่ได้รู้จักอะไรกันเลย
จะบอกว่าเป็นเพราะว่ารู้จักกันตอนเด็ก แต่อ่านแล้ว ที่สื่อออกมา คือเขารักกัน ‘ในตอนนี้’
ซึ่งหาไม่เจอว่ารักกันได้ยังไง?

แนวคิดของเรื่อง ก็ดูธรรมดาๆ แต่ก็น่ารักนะคะ มันมีมุมมองความสดใสแบบเด็กๆ
แต่เมื่อโตขึ้น กลับไม่มีมุมมองเปลี่ยนว่าเรา ‘โตขึ้น’

คำผิดมีบ้างเล็กน้อยค่ะ

คะแนนที่เราให้ 2.5/5
ตั้งใจเขียนต่อไปนะคะ .
Name : momoe'< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ momoe' [ IP : 110.49.234.246 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 ธันวาคม 2554 / 15:13

#1 : ความคิดเห็นที่ 18
ตอนแรกเศร้ามากเลย ตอนที่จินเจอร์โดนป้าบังคับให้ไปฝรั่งเศส
อ่านแล้ว...รู้สึกถึงแม่ตัวเองขึ้นมาทันใดเลย =__=
เรื่องนี้แสดงถึงมิตรภาพและความรักที่บริสุทธิ์จริงๆ เลยนะเนี่ย
มีคำผิดอยู่เล็กน้อยนะคะ มีแค่ไม่กี่คำ ถ้าลองอ่านอีกครั้งก็จะเจอ
บรรยายได้ไหลลื่น มีบางประโยคที่อ่านแล้วรู้สึกติดขัดนิดหน่อย

คะแนนที่ได้ 5/5
(เรื่องนี้น่ารักมากเลยค่ะ)

PS.  Do You Love Me Like I Love You...? If You Don't Love. Please...Don't Give Me Hope...
Name : Shadow Alice< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Shadow Alice [ IP : 101.108.35.124 ]
Email / Msn: Little_Mingsia(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 ธันวาคม 2554 / 10:32

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

Blood Incident ทีมผมไม่ (วุ่น) วายนะครับ

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android