|
กิจกรรมประกวดนิยาย Light writer ครั้งที่ ๑ เรื่องที่ ๔ Merry x’mas คริสต์มาสนี้มีเฮ เทใจเต็มรัก (SushiKAEW) วันคริสต์มาสคือวันแห่งความรักอีกวันหรอ? วันแห่งความสุขอีกครั้ง? ใช่สิ...แต่มันไม่ใช่ของทุกคนหรอก ว่าไหม? เฉลิมฉลองพร้อมหน้าพร้อมตาในครอบครัว นั่งนับถอยหลังเวลาและรอเวลาที่จะขึ้นปีใหม่กับคนรัก ออกไปเที่ยวเล่นสังสรรค์กับญาติ พอตื่นเช้ามาก็จะมีของขวัญวางไว้ให้ และมีการ์ดแสนสวยต้อนรับวันใหม่ในปีใหม่...แต่สำหรับฉัน... ...ดูท่าว่ามันจะตรงข้ามกันหมด!!! ...มันคือวันแห่งความเศร้า พ่อแม่ของฉันไปทำงานที่ฝรั่งเศสโดยไม่ได้พาฉันไปด้วย เพราะตอนที่พวกท่านไป ฉันยังเด็ก ไม่อยากพาไปตะลอน เลยฝากฉันไว้กับญาติๆ ที่ไหนได้ ญาติฉันดันติดงานจนไม่สามารถดูแลฉันได้อย่างเต็มที่ พอโตมากพอที่จะดูแลตัวเองแล้ว ก็ปล่อยไปเฉยๆ คนที่รัก? ไม่มีหรอก หน้าตาแบบนี้ ใครเอาก็คงมี แต่ท่าจะยาก หน้าตาฉันนั้นจัดว่าน่ารักเล็กน้อย แต่เทียบกับเพื่อนๆ แล้ว คนละเรื่องกันเลย เพราะฉะนั้น...ต้องนั่งฉลองให้ตัวเองคนเดียว นับถอยหลังวันและเวลาคนเดียว ต้อนรับปีใหม่อยู่อย่างเดียวดาย... แต่ตอนนี้... เค้าขอไปเที่ยวทะเลกับเพื่อนก่อนนะตัวเอง~~~ ปิ ปิ ปิกาจู๊~~~ เสียงโทรศัพท์เพลงพิคาจูดังขึ้นในขณะที่ฉันกำลังจัดต้นสนให้ดูดีในวันปีใหม่ เมื่อกลับมาจะได้มีอะไรต้อนรับหน่อย ไม่งั้นก็คง... เหงาตายกันไปข้างพอดี ฉันกดรับโทรศัพท์โดยไม่ได้มองเบอร์ แต่แล้วก็ต้องตกใจกับเสียง เพราะแทนที่มันจะสูงเหมือนเสียงของเพื่อนฉัน มันกลับทุ้มต่ำ ระ...หรือว่า...!!! “แคล!!! กล่องเสียงแกมีปัญหารึเปล่า!!!” ฉันตะโกนใส่ทันที [เฮ้ย บ้าเปล่าวะ ฉันสไนป์เว้ย ว่างรึเปล่า? จะไปเที่ยวกัน] สไนป์คือเพื่อนผู้ชายที่ฉันค่อนข้างสนิทกันมากกันเลยทีเดียว หล่อด้วยๆ เสียดายที่มีเจ้าของแล้วT^T “ออ ไม่ว่างหรอก จะไปเที่ยวกับแคลกับซุนหลีน่ะ ><” แคลกับซุนหลีคือเพื่อนสนิทที่สุดของฉันทั้งสองคน แคล ชื่อออกฝรั่งๆ เนอะแต่นิสัยดีสุดๆ ซุนหลีก็ชื่อจีนมากกกกก แต่ว่านิสัยใจดีและน่ารักเหมือนคนไทยเลย สองคนนี้เป็นคนสองคนที่ถือว่าสวยมาก~ ซึ่ง...แน่นอนว่า หนึ่งในนั้นคือแคลเป็นแฟนของสไนป์นั่นเอง [อ้อ ไม่น่าล่ะ เมื่อกี้ทักฉันเป็นแคลด้วยสินะ งั้นไม่รบกวนละ เดินทางปลอดภัยนะเออ บาย ^ ^] ติ๊ด ตืดๆๆๆๆๆ ปิ ปิ ปิกาจู๊~~~ เฮ้ย มันจะโทรอะไรนักหนาวะ เดี๋ยวแม่ถีบเลย= =^ ออ...อันนี้แคลโทรมาจริงๆละ ไม่รับมีหวังเดี๋ยวเจอแม่ใหญ่ (แคล) ส่งลูกถีบมาให้แน่แท้ “ฮัลโหล แคลหรอ?” ฉันกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์ ก่อนที่จะตกใจอีกรอบกับกล่องเสียงของแคล!!! [นั่นจินเจอร์ใช่มะ] “แคล!!! กล่องเสียงแกเจ๊งหรอ เสียงมันถึงได้นุ่มนวลขนาดนี้” เพื่อนฉัน... อนาถแท้ ฮือๆๆๆ [บ้า ฉันซุนหลีเอง ไอ้แคลมันขับรถอยู่ ขับแล้วห้ามโทร เคยได้ยินบ้างไหมวะ เออใช่ ลงมาได้ละ จะถึงบ้านของแกแล้ว เดี๋ยวไปเที่ยวช้าแล้วจะเสียใจนะแก] “อะจ้า ไปละๆ” โฮ่ย ทำไมกระเป๋าหนักจังฟระ ฉันฉุดกระชากลากถูกระเป๋าใบบิ๊กไปใส่ไว้ในรถของแคล ก่อนจะเปิดประตูเบาะหลังเข้าไปนั่ง ใช้เวลาเพียงไม่นานก็มาถึงทะเลหัวเหินคนยังคงพลุกพล่านในวันคริสต์มาสเช่นนี้ แน่นอนว่าฉันจะมาทำกิจกรรมเหมือนที่บ่นไปเมื่อข้างต้น เพียงแต่เปลี่ยนคนในครอบครัวกลายมาเป็นเพื่อนแทน เสียดายที่สไนป์กับบีบีไม่ได้มาด้วย เพราะสองคนนั้นเป็นแฟนของแคลและซุนหลี มักจะมาปลอบใจฉันเสมอๆ เวลาที่ฉันเห็นพวกเขาอยู่กันเป็นคู่ “ฮ่า พวกเราไม่ได้มาเที่ยวหัวเหินนานแค่ไหนแล้วนะ?^ ^” แคลเดินลงมาบิดขี้เกียจคลายเมื่อย “ตั้งแต่เราเจอกันวันแรกละมั้ง >,.<” ซุนหลีเดินมากอดคอฉันเอาไว้ แน่นอนว่าวันที่เราเจอกันวันแรก...พ่อแม่ฉันยังอยู่ที่ไทยแน่นอนถึงจะเรียกว่าอย่างนาน แต่มันไม่เคยเลือนรางไปจากหัวฉันเลย... “เฮ้ย! นั่นมันที่รักฉันที่หว่า!!” เสียงทุ้มดังขึ้นพร้อมกันถึงสองเสียงมาแต่ไกล ก่อนที่เสียงวิ่งจะเกิดขึ้น “สไนป์!!! / บีบี!!!” เสียงของเพื่อนสนิทฉันดังขึ้นพร้อมกัน จนเข้าใจทันทีว่าพวกเราดันฟลุ๊กเจอกันเสียแล้ว หากแต่ไม่นาน คิ้วของเพื่อนสาวทั้งสองของฉันก็ต้องขมวดมุ่นทันที พอหันไปมองตามสายตาก็เข้าใจในทันที... เพราะมันมีผู้ชายอีกคนวิ่งตามมาด้วยนะสิ ใบหน้าของเขาดูดีจนเหมือนสะกดฉันไว้ให้หันไปทางไหนไม่ได้ ยิ่งดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นหันมาสบกับฉัน เราสองคนจ้องกันนานมากจนบีบีวิ่งมาตบหัวฉันถึงจะหลุดได้ “ว่าไง เจอเพื่อนของพวกเราเข้าไป อึ้งเลยอะเด้~:P” บีบียีหัวฉันเล่นจนซุนหลีจ้องแล้วค่อยเลิก “เพื่อน? ชื่ออะไรหรอ? หน้าคุ้นๆ แหะO_O” แคลถามอย่างตื่นเต้นจนสไนป์จ้องเขม็ง เฮ้อ~=___= “นี่พวกแกทั้งหลายอย่ามาหึงกันต่อหน้าฉันได้ป่ะวะ!!!=___=!!!!!!!” ฉันว้ากจนพวกนั้นหยุด “อุย ลืมแนะนำเพื่อนเลยโกรธเลย ไอ้หน้าหล่อนี่ชื่อท็อฟ หน้าหล่อลากของมัน บอกก่อนว่าไร้หัวใจสุดๆ อ้อ แล้วที่เธอบอกว่าหน้าคุ้นๆ ก็เพราะเขาเป็นหนุ่มป็อป (ทีน) นะเซ่~” “ไอ้บีบี! แกแนะนำอะไรของแก ไร้หัวใจคือไม่เคยรักใครจริงอ่ะนะ แต่นิสัยไม่เย็นนะเฟ้ย!!! = =!!” แล้วเราทั้งหกคนก็แนะนำตัวกันไปให้ท็อฟรู้จัก ก่อนจะเดินไปรีสอร์ทด้วยกัน ราวกับฟ้าลิขิต! พวกเราได้ห้องวีไอพี เป็นสามห้องที่มีประตูเชื่อมถึงกันหมด เป็นเตียงคู่ทั้งหมด สามห้องนอนสามห้องน้ำหนึ่งห้องครัว หนึ่งห้องนั่งเล่น อยู่กลางน้ำ มีสะพานไม้ดูแข็งแรงทนทานพาดเข้าไปถึงตัวรีสอร์ท พูดง่ายๆ คือแก๊งของเราถูกแยกออกมาจากอาคารพักนั่นเอง เหมือนสังคมรังเกียจ (อะล้อเล่น) = = แต่วิวสวยมาก~~~ “ฉันนอนกับบีบี / สไนป์ / ซุนหลี / แคลนะ!!!” ทั้งสี่เสียงดังขึ้น ไม่บอกก็น่าจะรู้ว่าใคร แน่นอนว่าเป็นคู่! “แล้วฉันละ!!!” แน่นอนว่าส่วนต่างที่เหลืออีกสองคนคือฉันและท็อฟนั่นเอง= = เพื่อนบ้า! “พวกแกกะนอนกับที่รักกัน แถมแต่ละคนไม่ดังกันเลยเนอะ ไม่กลัวเป็นข่าวกันเลยใช่ป่ะ=A=” ฉันพูดปุ๊บ พวกนั้นก็หัวเราะกันก๊ากทีเดียว อะไรว้า “ฮ่าๆๆๆ ใช่ พวกฉันดัง และเพราะดัง ข่าวเรื่องมีแฟนจริง แพร่ไปนานแล้วไม่ต้องกลัวแล้ว ไปละ><” สไนป์วิ่งเข้าห้องพักของตัวเองไปพร้อมกับแคล ส่วนบีบีหันซ้ายหันขวา ก่อนจะลากซุนหลีเข้าไปในห้องพักด้วย ทิ้งฉันและท็อฟไว้สองคนยืนอยู่หน้าห้องพักห้องสุดท้าย... “นายนอนนอก ฉันนอนใน=c=” “ยัยโง่ ฉันสินอนใน เธอนอนนอก=o=” “ความเป็นสุภาพบุรุษหายไปไหนฟะ!” “แล้วเธอล่ะ! ความมีมารยาทหายไปไหน!” “เลือกระหว่างศักดิ์ศรีกับการอยู่รอด ฉันเลือกอยู่รอดโว้ย! / เลือกระหว่างศักดิ์ศรีกับการอยู่รอด ฉันเลือกอยู่รอดโว้ย!” ทั้งฉันและเขาพูดขึ้นพร้อมกัน “เฮ้ย พวกแกสองคนเข้าห้องได้แล้วโว้ย เสียงดังฉิบเป๋ง” บีบีตะโกนออกมาจากห้องของเขาทำให้เราจ๋อยกันสนิท ฉันมองหน้าเขา เขามองหน้าฉัน ก่อนที่เราจะ... “(-^- ) เชอะ! / เชอะ! ( -^-)” สะบัดหน้าใส่กันจนสไนป์ทนไม่ไหว (คงไปขัดจังหวะหวานๆ ของเขาเข้ามั้ง อิๆ) ออกมาพร้อมกับแคล มาช่วยกันดันหัวฉันและท็อฟเข้าไปในห้องพัก เราสองคนนั่งกันคนละฝั่งของเตียงคู่ หันหลังให้กัน โดยหน้าของฉันกันไปทางระเบียงที่ทำให้เห็นทะเลสีฟ้ากว้างใหญ่ ส่วนท็อฟหันไปทางห้องนั่งเล่นรวม (เพราะมันเชื่อมต่อกันของทุกห้องไง^ ^) “คืนนี้ฉันไม่นอนกับนายแน่ นายท็อฟฟี่...เฮ้ย!!!O_O” อยู่ดีๆ เขาก็ผลักหัวฉันให้นอนลงบนตักของเขาโดยที่เขาหันตัวมาในจังหวะที่ฉันหัวกำลังจะโขกเตียงได้อย่างพอดิบพอดี เขามองบหน้าฉันด้วยสายตาอ่อนลง ปนจริงจังจนฉันอดสงสัยไม่ได้ “เป็นอะไรของนายฟะ!” ฉันตวาดแต่ก็ไม่ได้ลุกขึ้นจากตักเขาเลย “เธอ...เคยเรียกใครว่าท็อฟฟี่มาก่อนรึเปล่า?” “ไม่นะ เอ๊ะ? เหมือนจะเคยเรียกตอนเด็กๆ มั้ง เหมือนเพื่อนคนหนึ่งในสมัยเด็กๆ น่ะทำไมหรอ?” “เธอทำให้ฉันนึกถึงเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ในตอนที่ฉันยังเด็ก ฉันชอบเรียกยัยนั่นว่าขนมปังขิงน่ะ” “ไม่จริงมั้ง...” ถ้าอย่างนั้น...เขาจะใช่... ไม่น่าล่ะ ทำไมมันถึงคุ้นเคยแปลกๆ “คงไม่ใช่หรอก เด็กผู้หญิงคนนั้นน่ารัก อ่อนโยนและใจดี อย่างเธอน่ะ คนละเรื่องกันเลย! ฉันเห็นแล้วอดขนลุกไม่ได้ บรื๋อ~ ผู้หญิงบ้าอะไรวะ น่ากลัวเป็นบ้าเลย ><” “หนอย ไอ้บ้า!!!” “โอ๊ย อย่ามาศอกใส่เซ่ เจ็บนะเฟ้ย” ในช่วงกลางวันเราก็นั่งทะเลาะอะไรต่อมิอะไรมากมายภายในห้องพักที่เชื่อมกัน (แต่มีประตูกันไว้ในแต่ละห้องนะเออ!) ไม่น่าเชื่อว่าเราทำเลาะกันได้ตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ จนเพื่อนๆ ต้องออกมาด่ากันถึงสิบกว่ารอบ เพราะไปขัดจังหวะของพวกนั้น เชอะ อิจฉาโว้ย >< ตอนนี้เรากำลังกินข้าวเย็นกันที่ชายหาดแบบว่า เรียกว่าบ้าบิ่นมากจริงๆ เราไปตั้งโต๊ะกันกลางน้ำ (ก็ตื้นๆ อ่ะนะ) แบบว่ากินไปเท้าจุ่มน้ำไปทำนองนั้น กินกันใต้แสงเทียนที่ตั้งบนโต๊ะ (บนพื้นก็จมน้ำนะสิ จะตั้งไปทำไมในน้ำ - -) “เฮ้อ อิ่มจังเว้ย นี่! บีบี นายเตะน้ำใส่เท้าฉันหรอ = =!” แคลที่กินเสร็จแล้วโวยวายออกมาทันที “อะไรของเธอ ฉันกินข้าวอยู่ดีๆ มาด่าเฉยเลย =A=” บีบีผู้ไม่ยอมแพ้เข้าปะทะสายตากับแคลมีกระแสไฟฟ้าเปรี๊ยะๆ จนซุนหลีและสไนป์ต้องเข้ามาช่วยกันแยกทันที เฮ้อ ทำไมฉันไม่มีคนมาช่วยทำให้หายเหงาแบบพวกนี้บ้างนะ ทำไมมันเย็นๆ ที่เท้าหว่า... ใครเตะน้ำใส่ฉันเนี่ย!!! ระ...หรือว่า...!!! “อีตาท็อฟ!!! >A<” เขาหันมามองตาฉันด้วยใบหน้าใสซื่อ พอคนอื่นหันกลับไปสนใจอาหาร เขาก็ส่งยิ้มเลศนัยมาให้ อะ...ไอ้บ้า~~~ มันแกล้งช้าน “เฮ้ย! ใครมันกระทืบเท้าวะ น้ำกระจายเต็มเลย ทำงี้มาเปิดศึกกันเลยซะจะดีกว่า!” บีบีออกความเห็นทำให้ทุกคนลุกขึ้นจากเก้าอี้ของตัวเอง ก่อนจะออกวิ่งลุยลงไปในทะเล ก่อนจะสาดน้ำใส่เป็นอย่างพัลวัน รอยยิ้มครั้งนี้ นานๆ ทีจะได้เห็นมัน เพราะทุกคนต่างยุ่งอยู่กับการสอบของตัวเอง พอเล่นกันจนหนำใจแล้ว จึงพากันเดินไปที่ห้องพัก (โดยไม่ลืมที่จะเอาโต๊ะอาหารไปเก็บด้วย ไม่ได้คิดจะบริจาคโต๊ะให้กับทะเล:P) ปิ ปิ ปิกาจู๊~~~ “สวัสดีค่ะ...ป้า” ฉันกรอกเสียงลงไปอย่างไม่ค่อยสบายใจนัก [โอหลานป้า ป้ามีอะไรจะบอก เราจะต้องไปฝรั่งเศส ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าวานี่จะมารับหลานไป] “แต่ป้า หนูไม่อยากไปจากที่นี่ หนูไม่ชินกับความเย็นหนาวที่นั่น!” [แต่หลานต้องมา! ] ป้ายืนยันคำขาด “ป้า...” ฉันพูดเสียงอ่อยลง [เชื่อป้าหน่อยได้ไหม ช่วยเชื่อป้าของแกซักทีจะได้ไหมหา!!! ] ใช่แล้ว นี่คือป้าของฉัน ป้าที่ฉันเกลียดที่สุดในจักรวาล หล่อนเป็นป้าที่ไม่เคยให้ความอิสระกับใคร! ขนาดตอนที่เธอยังทำงานอยู่ มีคนมาขอพักร้อน ยังไม่ให้เลย เผลอๆ จะลดเงินเดือนและเพิ่มงานด้วยซ้ำ “ไม่! หนูไม่ไป” [อยากโดนตีไหม!!! อยากโดนก็อย่ามานะ อย่ามาเชียวนะ ฉันจะตามไปตบแกถึงที่เลย! ] “ป้าคะ! ป้าทำอย่างนั้นกับหนูไม่ได้นะ!” [ทำไมจะไม่ได้หา! เด็กเวรๆ อย่างแกสมควรโดน] “นิสัยของแม่กับป้านี่คนละเรื่องจริงๆ เกิดมาพร้อมกันได้ไง!” ใช่อีกนั่นแหละ ป้ากับแม่เป็นพี่น้องกัน นิสัยของแม่คือยอดหญิง แม่ทำงานหนักเพื่อแบ่งเบาภาระของพ่อ ส่วนพ่อก็รักแม่หมดใจ จึงช่วยทำงานหนักไปด้วยกัน ทั้งๆ ที่ป้านิสัยต่างกันสุดขั้ว นิสัยอย่างที่ว่าไป และไม่ช่วยทำงาน แต่เกาะชาวบ้านเขากิน!!! [สรุป แกจะมาไหมหา เด็กบ้า!!! ] “ไม่ ยังไงก็ไม่ๆๆๆ” [แล้วถ้าอเดปบอกให้แกกลับล่ะ แกจะกลับไหมหือ? ] เสียงของป้าฟังดูเหยียดหยามสุดๆ อเดปงั้นหรอ... จริงหรอ เขาอยากให้ฉันกลับไปหาหรอ “...” [สรุปแกจะไปไหม ฉันให้แกตอบได้อีกทีเดียวเท่านั้น! ] “ค่ะ...ป้า” ฉันพยายามเค้นเสียงสดใสออกมา ต้องจากที่นี่ไปแล้วรึไงกัน... ยังไม่อยากจากที่นี่ไปเลย...คิดถึงเพื่อนๆ ... อาบน้ำแต่งตัวกันในชุดนอนเสร็จ มารวมตัวกันที่ห้องนั่งเล่นแสนใหญ่โต... “จะว่าไป วันนี้มันวันขึ้นปีใหม่นี่นา คริสต์มาสนะ>o<” ซุนหลีกอดหมอนใบใหญ่อย่างดีใจ “อย่างนี้ต้องมีเคาท์ดาวน์นะสิ^ ^” บีบีโอบไหล่ของซุนหลีเบาๆ จนคนโดนโอบหน้าแดง “ดีจัง...เราได้รวมตัวกันในวันปีใหม่พอดี... ได้เจอเพื่อนๆ กันในวันดีแบบนี้...” ...อบอุ่นจริงๆ ... “แกเองไม่ได้เหงาขนาดนั้นนี่นา แกมีพวกฉันอยู่นี่ไง มีอะไรก็โทรมา อย่าเก็บไว้คนเดียวเด็ดขาด เดี๋ยวแกจะเป็นโรคซึมเศร้าแล้วมันจะแย่ พวกฉันจะให้ใครมีเล่าชีวิตสนุกๆ ให้ฟังล่ะ น่าเบื่อตายตามแกไปพอดี^ ^” แคลกอดฉันไว้แน่น ก่อนที่ซุนหลีเข้ามากอดฉันทับแคลอีกที แคลเคยออความคิดเห็นว่าให้ฉันไปนอนที่บ้านเธอ แต่ฉันกลับปฏิเสธ ด้วยความที่พ่อแม่ของแคลเคยช่วยฉันไว้มากเกินไปแล้ว ไม่อยากรบกวนให้ลำบากอีกแล้ว ถึงแม้พวกท่านจะบอกว่าไม่ได้รบกวนอะไรเลยก็ตาม วันพรุ่งนี้เราจะกลับกันแล้ว... ไม่อยากจากเวลานี้ไปเลย... “5...” เสียงนับถอยหลังดังมาจากบีบี “4...” ดังมาจากซุนหลี “3...” จากสไนป์ “2...” แคล...และ... “1!!!” เสียงของฉันประสานกับเสียงทุ้มที่จะเป็นของใครไม่ได้นอกจาก... ท็อฟที่ส่งยิ้มอ่อนๆ มาให้ “Happy New Year!!!~~ เย้~” เราพวกทั้งหกคนกระโดดตัวลอยกันอย่างพร้อมเพรียง เสียงพลุดังสนั่น ผู้คนนับสิบเดินออกไปชมพลุกันที่ชายหาด เสียงเพลงเฉลิมฉลองดังอย่างรื่นเริง แสงไฟหลากสีที่ประดับต้นคริสต์มาสต้นยักษ์ที่ตั้งอยู่หน้ารีสอร์ทส่องสว่างวาบ เรียกเสียงฮือฮาได้ยกใหญ่ อากาศเย็นสบายสไตล์วันปีใหม่ในฤดูหนาว เสียงหัวเราะสังสรรค์ดังขึ้นไม่มีหยุด... มันเป็นปีใหม่ที่ดีที่สุดในรอบสิบปี... “จินเจอร์! แกร้องไห้!” เสียงตื่นตกใจของซุนหลีดังขึ้น วิ่งเข้ามากอดฉันใหญ่เลย “ท็อฟ! นายทำอะไรของนายหา! / ท็อฟ แกทำอะไรของแกหา!” เสียงของแคลและสไนป์ประสานกัน “ฉันเปล่า / เขาเปล่า...” เสียงของฉันและท็อฟดังขึ้นพร้อมกัน “ฉันแค่ดีใจมากจนร้องไห้น่ะ ไม่มีอะไรหรอก เพราะมันคือปีใหม่ที่ดีที่สุดตั้งแต่เกิดมาของฉันเลยฮือๆๆๆ” “ตกใจหมด โธ่เว้ย >3<” เสียงของทุกคนพูดขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะเฮฮา ไม่นานแคลกับซุนหลีก็หลับไปซะงั้น เจ้าชายทั้งสองถึงกับปลงตก ช่วยกันอุ้มเจ้าหญิงของตัวเองไปพักผ่อน ท็อฟที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับฉันลุกขึ้นก่อนจะเดินเข้าห้องไป ทิ้งฉันไว้คนเดียว... เพื่อเก็บเกี่ยวบรรยากาศแห่งความสุขเป็นครั้งสุดท้าย... ฉันลุกขึ้นเตรียมจะเดินเข้าห้อง หากแต่ว่า ท็อฟได้หลับไปแล้ว อย่างนี้ฉันก็นอนไม่หลับอยู่คนเดียวละสิแบบนี้ เหงาจัง เหงาสุดๆ ยิ่งคิดว่าต้องไปฝรั่งเศส ก็ยิ่งเศร้าแล้วทำไม...อเดปถึงอยากให้ฉันไปหานะ? อเดป เขาคือพี่ชายของเพื่อนชองฉันที่เคยอยู่ที่ไทย เพื่อนของฉันชื่อเดฟฟานี พี่ชายของเธอก็คืออเดป เราสนิทกันมากทั้งสามคนแต่วันหนึ่ง ป้าของฉันมาบังคับให้พวกเขาไปอยู่ฝรั่งเศส เพราะต้องการทรมานฉันให้ตายๆ ไปจากครอบครัวนี้ซะ แน่นอนว่า ป้ารักสองพี่น้องนั้นมาก แต่เพราะพี่น้องสองคนนั้นก็ไม่ยอม ให้ฉันอยู่คนเดียว ป้าจึงยังอำนวยความสะดวกแบบให้ญาติคนอื่นๆ มาดูและบ้างเล็กน้อย แล้วก็มีบ้านหลังเล็กๆ ให้... ต่อมาฉันก็พบกับเด็กผู้ชายคนหนึ่ง เขาเล่นกับฉันทุกวัน จนวันหนึ่ง ฉันก็หาเขาไม่พบเสียแล้ว... หมับ! “เฮ้ย~~~” อยู่ดีๆ มือของคนที่ฉันคือว่าหลับแล้วก็โอบรอบเอวฉันแล้วดึงลงไปนอน เราสองคนหันหน้าเข้าหากัน เขาลืมตาโพลง ดวงตาคมดุจเหยี่ยวของเขามองมาที่ฉัน ฉับพลัน ฉันรู้สึกว่าแก้มมันร้อนๆ โว้ย ใครมาจุดไฟเผาหน้าฉันรึเปล่า!!! “ว่าไง คิดอะไรอยู่^ ^” เขายิ้มละลายมาให้ฉัน โอ้ มายฮาร์ต มันเต้นจังหวะมั่วซั่วไปหมดแล้ว “เปล่าซะหน่อย” ฉันเชิดหน้าไปทางอื่นอย่างงอนๆ ก่อนจะถูกจับคางให้กดลง ฉันเลยค้อนใส่ไปทีหนึ่ง “โกหกเก้งเก่ง= =” “ขอใจย่ะ จะถือว่าเป็นคำชม” “นอนไม่หลับรึไง ไปเดินเล่นกันไหม” เขายิ้มมีเลศนัยออกมาจนฉันอดเสียวสันหลังวาบไม่ได้T^T “ไปสิ นายไม่ง่วงหรือไง” เขาส่ายหน้าเป็นเชิงตอบปฏิเสธ ก่อนจะจูงมือของฉันเดินไปตามทาง ผมสีน้ำตาลทองของเขาก็ยังมีเสน่ห์ในตัวกลางคืนแบบแปลกๆ อยู่ดีอ่ะนะ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นฉายแววน่ารักๆ ออกมาตลอด แต่มันก็ยังคงความคุ้นเคยได้ไม่สร่าง เราเดินเตะน้ำไปทั่ว เขาชี้นู่นนี่นั่นให้ดูไปทั่ว ตอนนี้มันเกือบจะตีสองแล้ว ผู้คนไม่ค่อยออกมาเดินเล่นกันแล้วเพราะอากาศก็เย็นมาก น้ำทะเลก็เย็น แต่วิวสวยเป็นบ้า แสงของพระจันทร์ส่องต้องกระทบผิวน้ำ ให้ความรู้สึกแปลกๆ “เธอนี่ถึกดีเนอะ หนาวจะแย่ ยังเดินอีก=3=” เขาบ่อนกระปอดประแปด “ถ้าไม่อยากมาก็กลับห้องไปสิ อย่าตามมา= =” ฉันสะบัดใส่เขาไปทีจนเขาขำพรืดออกมา “ฮ่าๆๆๆ...><” เขาหัวเราะแบบเสียมารยาทสุดๆ จนฉันอดหน้าร้อนไม่ได้ แง่ง “ขำไรยะ” “ก็ท่าของเธอน่ารักดีนี่นา มาๆ ขอหอมแก้มทีน้า” แล้วเขาก็กอดฉันจากข้างหลัง ก่อนจะขโมยหอมแก้มไปอย่างรวดเร็ว กรี๊ด!!! เขาช่างกล้าเนอะยางอายนี่มีบ้างไหม! นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนหอมแก้มฉันนะเนี่ย (ไม่รวมพ่อกับแม่หรอน้า) แถมมันยังเฉียดๆ ปากของฉันอีก แง้! ขนลุกจริงๆ บรื๋อ~ “เอ้า ดูทำหน้าเข้า งอเข้าไปๆ ไปๆ กลับกันเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องกลับแล้วน้า” แล้วเราก็เดินกลับกันสบายๆ แบบทอดน่องเตะน้ำอย่างสนุกสนาน “จินเจอร์~~~~~~ ตื่นโว้ย ตื่นๆๆๆ” เสียงของซุนหลีแทรกแก้วหูฉันเข้ามาสู้โสตประสาท ง่ายๆคือดังเข้ามาจนฉันต้องเด่งตัวลุกขึ้นมานี่แหละ “ไปๆ ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าขึ้นรถเตรียมออกเดินทางกันดีกว่า” แคลโวยวายขึ้นมาจนทุกคนจำต้องแยกย้ายกันไปจัดเตรียมของที่จะกลับไปที่ของตัวเอง พอขึ้นรถมา บรรยากาศเหมือนตอนมาเป๊ะๆ เพราะพวกผู้ชายไม่ได้มาด้วย เพราะตอนมาพวกนั้นก็เอารถมาเหมือนกัน ทิ้งไว้ที่นี่ไม่ได้ ฉันตัดสินใจบอกเรื่องสำคัญออกไปอย่างไม่รีรอ เพราะไม่ต้องการให้พวกแคลกับซุนหลีต้องตกใจเมื่อถึงเวลานั้น... “แคล ซุนหลี... ฉันมีอะไรจะบอก...” “อะไรหรอ?” สองเสียงดังขึ้นพร้อมกัน “อีกไม่กี่วัน พ่อแม่โทรตามฉันให้ไปอยู่กับพวกท่านที่ฝรั่งเศส บอกว่าช่วงนี้ว่างแล้ว จะได้อยู่อย่างพร้อมหน้าพร้อมตาเสียที” จะพูดละนะ... จะพูดแล้วน้า “แล้วฉันก็ตอบตกลงจะไปหาพวกท่านแล้วด้วย!” ฉันพูดไปมันออกไปแล้ว พูดมันออกไปแล้ว... ไม่ต่างจากที่คิดเอาไว้ ทั้งสองคนเบิกตากว้าง ท่าทางดูตกใจสุดๆ... “แกจะไปแล้วหรอ...O_O” เสียงของแคลดูตกใจสุดๆ “อือ...คงไม่ได้กลับมาไทยอีกนานจนกว่าพวกท่านจะจัดการบริษัททางนู้นเสร็จเลยล่ะ” “ทำไมแกต้องไปอีกแล้ว ฮือ... แกจะไปจากฉันอีกแล้ว...!!!T^T” ซุนหลีปิดหน้าตัวเองและสะบัดหัวไปมา “ฉันยังไม่ทันได้ทำอะไรให้แกดีๆ เลย...” เสียงกระซิบแผ่วเบา แต่ดังมากพอที่ฉันจะได้ยิน... “ซุน...แก...ได้ยินที่ฉันคุยโทรศัพท์ในห้องน้ำด้วยหรอ!!!O_O” ใช่ ฉันคุยเรื่องนี้ตอนอาบน้ำหลังจากเล่นน้ำทะเลกับพวกเพื่อนๆ “ใช่! ฉันได้ยิน... ยังไม่ทันจะ...ยังไม่ทันจะได้ทำอะไรให้เธอเลย!” ทันทีที่ได้ยิน รอยยิ้มของฉันมันก็ออกมาโดยไม่ทันรู้ตัว...นี่แก อยากทำอะไรให้ฉันประทับใจและไม่ลืมพวกแกไม่ว่าจะที่ไหนหรือเมื่อไหร่ใช่ไหม... “ฉันไม่มีวันลืมพวกแกได้หรอ ซุน แคล^ ^...” ซุนหลีเอามือออกจากใบหน้า หันหลังมามองฉันด้วยรอยยิ้มยินดีสุดๆ ไม่ต่างจากแคลที่มองผ่านกระจกรถกลับมาส่งยิ้มแสนยินดีไม่แพ้ซุนหลีมาให้ คนที่ทำให้ฉันได้รู้จักกับคำว่าความสุขและคำว่าเพื่อนแท้อย่างลึกซึ้งก็คือพวกแก จะทำให้ฉันลืมได้ยังไงกันเล่า! “เจอกันที่โรงเรียนพรุ่งนี้นะจินเจอร์ จะได้ไปเรียนพร้อมกันเลย” แคลตะโกนออกมาจากรถ หลังจากที่ส่งฉันหน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อย ฉันพยักหน้าเป็นเชิงตอบรับ รถคนเล็กแล่นออกไป โดยที่มีมือของซุนหลีและแคลโบกอยู่ด้วย ทันทีที่ก้าวเข้าไปในบ้าน... ทะ...ทำไมไฟถึงเปิดล่ะ ฉันจำได้ว่าปิดแล้วนะ! ระ...หรือว่า? “ไง?” เสียงที่ดังมาจากข้างหลังของฉัน ทำให้ต้องหันไปมองด้วยความตกใจ ก่อนจะอุทานชื่ออกมา “ท็อฟ!!!” แม่เจ้า เขาเข้ามาได้ไง “เธอไม่ได้ล็อกประตูบ้านไว้นะสิก็เลยเข้ามาได้^___,^” เขายิ้มที่มุมปาก “แล้วนายมาทำไมที่นี้” “จะมานอนพักเป็นเพื่อนเธอไง” เขาตอบหน้าตาย เฮ้ย! ได้ไงวะ ไม่ให้นะเฟ้ย แต่ทันทีที่ฉุกคิดได้ว่า... อีกไม่กี่วันฉันก็ต้องไปจากที่นี่แล้ว บอกเขาดีไหมน้า... ไม่เอาดีกว่า ไม่บอกๆ “กลัวฉันรึไงJ” เขามองฉันแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ โว๊ะ! “แน่นอน! ฉันต้องรักนวลสงวนตัวสิยะ” “รักนวลบ้าสงวนตัวบออะไรเล่า ตอนนั้นฉันหอมแก้มแล้วเธอโวยได้ไม่ถึงวันก็ลืม งี่เง่าชัดๆ” “ทำไมต้องมาจับผิดฉันตลอดเลยห๊า~” “ก็ฉันรักเธอ นอนได้ยัง ห้าววววว~~~” “ก็เอาสิ นอนก็นอน= =” ไม่ใช่ฉันใจง่ายนะ แต่ถ้าปฏิเสธละก็จะต้องโดนเขากัดคอตายแน่ เขาเล่นขนของใช้ทุกอย่างของเขามาหมดเลยอ่ะ... “เย้ นอนบ้านสาวครั้งแรกนะเนี่ย><” เขาดี้ด้าจนหน้ามันไส้ ปิ ปิ ปิกาจู๊~~~ เสียงโทรศัพท์แสนกวนของฉันดังขึ้น ฉันยกมือขึ้นเป็นเชิงแปบ แล้วเดินออกมาจากบ้านเพื่อหาสัญญาณดีๆ คุยกับใครบางคนที่เห็นชื่อแล้วพลอยรู้สึกไม่ดีไปด้วยเลยแหะ “สวัสดี วานี่ มีอะไรหรอ?” ฉันถามด้วยน้ำเสียงสั่นๆ กับสิ่งที่กลัวว่าจะเกิดขึ้น [คุณหญิงป้าบอกให้มารับหนูจินไปฝรั่งเศสค่ะ] เสียงตอบแสนเศร้าของวานี่ดังขึ้น “ไหนว่าวันอื่นไง!!!” ฉันตวาดอย่างโกรธแค้น ไม่ได้โกรธวานี่ แต่โกรธป้า!!! [คุฯหญิงป้าเกิดคิดพิสดารขึ้นมาว่ายิ่งให้รับไปเท่าไหร่ยิ่งดีค่ะ] เสียงเศร้าลอยมาอีก “เมื่อไหร่?” ที่วานี่เศร้า เพราะเธอรักฉันมาก และอาจไม่ได้ดูแลฉันอีกตลอดไปนะสิ [เที่ยงคืนวันนี้ค่ะ...เที่ยวบินออกตีสอง เดี๋ยวฉันไปรับไปส่ง...เองค่ะ] “ห...หา! วันนี้แน่นะ ได้...ฉันไปก็ได้... ขอโทรไปบอกเพื่อนๆ ก่อนนะ แล้วเจอกัน” ไม่ทันที่วานี่จะตอบ ฉันก็ชิงวางสายไปก่อนทันที คุณป้าได้สร้างความเจ็บปวดให้หนู เพื่อนๆ ของหนู และเขา... คนที่ฉันคิดว่าคงจะรักเขาไปเสียแล้ว...โปรดจำเอาไว้ หนูจะต้องกลับมาที่ไทย เพื่อมาหาเขาให้ได้ ต่อให้ถึงตอนนั้นเขาจะมีแฟนหรือฉันจะหาไม่เจอถึงแม้จะติดต่อไม่เคยได้ แต่ฉันมั่นใจ ว่าฟ้าได้ลิขิตให้ฉันคนนี้มีความรักกับคนอื่นเขาแล้ว จะไม่ทำให้ฟ้าที่ส่งเขามาต้องเสียใจเด็ดขาด หนูขอสัญญา หลังจากที่ฉันโทรไปบอกเพื่อนๆ ของฉัน แคลกับซุนหลีต่างร้องไห้เสียใจกันยกใหญ่ พวกเธอเอาแต่ตะโกนว่าทำไม ทำไมฉันต้องไป เพิ่งจะสนุกกันได้ยังไม่เต็มที่ จนน้ำตาของฉันถึงกับซึม ท็อฟก็มองงงๆ ว่าทำไมฉันต้องร้องไห้ ใช่แล้วค่ะ ฉันไม่คิดจะบอกเขา เพราะฉันมีคนที่ฉันรักอยู่แล้วคือ...เด็กผู้ชายคนที่หายไปคนนั้น หากเขารู้ อาจจะตามฉันไป ทำให้ไม่สามารถตัดใจจากเขาไปรักใครคนอื่นได้... ฉันวิ่งขึ้นห้องไปจัดกระเป๋า เตรียมเดินทาง ท็อฟผู้ไม่รู้เรื่องอะไร ก็หลับไปแล้ว ฉันย่องออกจากบ้านไปมั่นใจว่าเขาสามารถดูแลบ้านของฉันได้...อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วในชีวิตละมั้งที่จะได้มองบ้านหลังนี้เพราะฉันอาจจะต้องไปอาศัยอยู่ที่ฝรั่งเศสตลอดชีวิต... กลับมาอีกทีเพื่อนของฉันอาจจำฉันไม่ได้แล้วก็เป็นได้เพราะฉะนั้นฉันจะกลับมาทำไม ในเมื่อกลับมาก็ไม่มีใครรู้จักฉันอยู่ดี... “มาไวดีนะคะ หนูจิน^ ^” วานี่ยิ้มเศร้าๆ ให้จนฉันอยากร้องไห้ “พี่วานี่... จินไม่ลืมพี่หรอกนะ ไปเถอะ ไปส่งหนูเถอะ โปรดทิ้งหนูเป็นความทรงจำสีจางไปเถอะ หนูไม่อยากทำให้ใครต้องเจ็บปวดเพราะหนูอีก^ ^” ที่สนามบิน ได้ปรากฏร่างของเพื่อนทั้งห้องมาส่งฉัน ไม่เว้นแม้แต่บีบีกับสไนป์ ความตื้นตันทำให้ต่อมน้ำตาของฉันทำงานทันที ฉันร้องไห้กลางสนามบินที่เต็มไปด้วยเพื่อนๆ เพื่อนๆ ต่างก็ร้องไห้ไปกับฉัน จนสนามบินเต็มไปด้วยเสียงร้องไห้แห่งความเศร้าปนยินดี ที่ฉันได้โกอินเตอร์ ทั้งๆ ที่ฉันไม่ได้ต้องการอย่างนั้นเลย “ไปแล้วนะทุกคน...ว่างๆ ถ้าฉันกลับมา อย่าลืมทักนะจ้ะ^ ^”ฉันยิ้มทั้งน้ำตา “ไม่ลืมจ้า~~~” ทุกคนไม่เว้นแม้แต่วานี่ก็ส่งยิ้มโบกมือแสดงความยินดี ถึงแม้จะดึกจนเกือบตีสอง แต่ทุกคนก็ยังมาหาฉันโดยไม่บ่นอยู่ดี แต่แล้ว คิ้วของบีบีก็ต้องขมวดมุ่น ก่อนจะถามว่า “แล้วท็อฟล่ะ มันไม่มาหรอ?” ฉันส่ายหน้าเป็นเชิงไม่อยากตอบ ก่อนน้ำตาจะไหลอีกทีเพราะรู้สึกผิดแต่เวลาไม่รอให้ฉันกล่าวขอโทษ เสียงกล่าวของวานี่ก็ทำให้ฉันต้องเดินจากเพื่อนๆ ที่อยู่ด้วยกันมานับปีไปอย่างเศร้าใจ สัญญา ว่าเราจะไม่ลืมกัน... หวังว่าเราจะได้พบกันใหม่อีก บนเครื่องบิน ฉันนั่งอยู่กับผู้ชายคนหนึ่งใบหน้าน่ารักหน้าหยิกของเขาทำให้ฉันจำได้ทันทีว่าเขาคือใคร... “ไพทูล!” ทันทีที่ทักจบ เขาก็หันมามองหน้าฉันแบบเอ๋อๆ ก่อนจะกระจ่างทันที!!! “จินเจอร์! มิหน้าล่ะ นักเรียนโรงเรียนเรามากันหมดชั้นเลย นึกว่ามาแสดงความยินดีกับฉัน ที่ไหนได้ เธอนี่เองจินเจอร์^ ^” ไพทูล คือคนที่เป็นหนุ่มป๊อปปูล่าห์ ไม่แพ้ท็อฟ บีบี และสไนป์ เขามีรอยยิ้มแสนโดดเด่น และนิสัยแสนน่ารัก ผิดกับท็อฟ ที่มีนิสัยกวนๆ เจ้าเล่ห์ กับรอยยิ้มแท่แสนเท่ แต่มีข่าวมาว่าสองคนนี้เป็นคู่แข่งกันนี่นา... “แหะๆ นายจะไปฝรั่งเศสหรอ?” “อือ ไปเรียนต่อที่โรงเรียน 888 เธอละ ไปทำไม” “เฮ้ย ฉันก็เรียนที่นั่น สงสัยเราต้องไปด้วยกันซะแล้ว><” “คุณหญิงจินเจอร์ครับ รังเกียจจะควงกับผมลงเครื่องไหมครับ” “เอาสิคะ คุณชายไพทูล” แล้วเราก็หยอกล้อเฮฮา ตามประสาคนโรงเรียนเดียวกันจนเครื่องลงแล้วเราก็ควงกันลงจริงๆ ด้วยสิ จนพนักงานถึงกับเอามือปิดปาก หลุดหัวเราะพรืด เพราะฉันทำท่าดัดจริต คุณนาย อะฮ้าแถมเดินแบบนางแบบยังอายกันเลยทีเดียว “นี่...ขอเบอร์นายไว้ได้ไหม จะได้โทรมานัดเจอกัน บ้านนายอยู่แถวไหนหรอ?” ฉันถามเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ ก็ฉันไม่เคยขอเบอร์ผู้ชายคนไหนมาก่อนเลยนี่นา เขาหัวเราะคิกคักกับท่าทางมือสั่นของฉันจนตัวงอ อะไรยะ ไม่เคยเห็นรึไง คนตัวสั่นน่ะคนตัวส่าน~ “เอาสิ 08X-XXX-XXXX แล้วบ้านฉันอยู่แถวๆ ร้านค้าตรงนั้น ช่วงวันปีใหม่คนคึกคักมากเลยล่ะ^ ^” “อ้าว ใกล้กันเลยนี่นาO_O! งั้นเรานัดเจอกันที่น้ำพุนั่นละกันเนอะ” ฉันชี้ไปที่น้ำพุใกล้ๆ เขาพยักหน้า “ได้ พรุ่งนี้เจอกัน^ ^ แต่เอ๊ะ ขอเบอร์โทรเธอด้วยสิ” “เอาสิ 08X-XXX-XXXX” ก่อนที่เราจะเดิน แยกกันเมื่อถึงทางที่ต้องแยก ไม่อยากเชื่อ! ฉันเจอไพทูลผู้ชายที่เขสบอกว่าเข้าหาง่าย นิสัยน่ารัก นิสัยดี สุภาพบุรุษสูง หล่อเหลาแบบหน้าหยิก ชอบทำตัวหน้ามันไส้ พูดจากวนเล็กๆ น้อยๆ พองาม ท่าว่าจะจริงแหะ >< “พ่อขา อ้าวแม่ แม่อยู่ด้วยหรอคะO_O” ฉันโผเข้ากอดแม่แน่น “จ้า แม่กลับมาที่ฝรั่งเศสตอนที่พ่อโทรมาบอกจ้ะ สวยขึ้นเยอะเลยนะ แล้ว...ป้าของแม่ดูแลดีไหมเอ่ย พูดจาดีกับลูกไหม ทำตัวดีกับลูกไหม” ฉันได้แต่ยิ้มแห้งๆ ความจริงแม่รู้เรื่องนี้ดีว่าป้าของฉันทำตัวไม่ดี แต่ป้าจะทำตัวดีกับแม่ แต่คนอื่นนี่ไม่รับประกัน “อ่า...ก็ดีค่ะ แล้วพ่อล่ะ?” “ติดต่อทางโรงเรียนว่าจะย้ายเข้าพรุ่งนี้จ้ะ อีกแปปก็กลับมาละ อ้าวนั่น กลับมาแล้วๆ” พ่อเข้ามาลูบหัวฉันเบาๆ ก่อนจะกอดแม่เอาไว้ “โห ลูกของเราขึ้นมากนะ ไปๆ พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าไปเรียนนะ แข็งภาษาอังกฤษรึเปล่า เพราะพ่อเอาโรงเรียนที่มันคุยกันแบบอังกฤษให้ เพราะรู้ว่าลูกคุยฝรั่งเศสแล้วเน่าแน่=w=” “พ่ออ้า!” ตึก ตึก ตึก ตึก ฉันวิ่งสุดฝีเท้าไปที่น้ำพุที่นัดกับไพทูลเอาไว้ ป่านนี้ท็อฟจะเป็นยังไงบ้างหน้า...จะหาว่าฉันใจร้ายรึเปล่าน้า จะหาว่าฉันไม่รักเขาแล้วรึเปล่าน้า แล้วเขาจะยังไว้ใจและรักฉันอยู่รึเปล่า??? “อ้าวๆๆๆ ฉันนั่งอยู่ตรงนี้ทั้งคน จะเสียมารยาทเดินหนีไปเลยรึไง” เสียงคุ้นของคนที่นัดพบดังขึ้น “ป...เปล่านะ” “เหม่อถึงใครอยู่ล่ะหือ?” เขายื่นหน้าเข้ามา แต่ฉันดันหน้าเขาออกไป ก่อนจะถอยหลังไปตั้งหลัก “เปล่าซะหน่อย เรียนกันเถอะ นายแข็งอังกฤษรึเปล่าT^T” เขามองฉันขำๆ ก่อนจะตอบว่า “แน่นอน...” ฉันกระโดดโลดเต้นอย่างยินดีสุดๆ ก็ฉันห่วยอังกฤษอ้า “เย้!” “เธอจะหวังพึ่งฉันรึไง” “เกลียดคนรู้ทันที่สุด!” ทำทำหน้ายู่ใส่เขา ก่อนที่เขาจะ... หมับ!!! จ...จับมือฉัน เฮ้ย แต่ไม่ทันที่ฉันจะได้พูดอะไร เขาก็ลากฉันไปซะแล้ว ฉวยโอกาสสุดๆ เหมือนกับท็อฟเลย... โอ๊ย ทำไมฉันต้องไปคิดถึงเขานะ ลืมเขาไปได้แล้ว ลืมๆๆๆ “วิ่งช้าชะมัดเลย= =” เขาบ่น “แล้วใครใช้ให้นายมาจับมือของฉันล่ะ” “ตัวฉันเอง :P” หน้ามันไส้! หน้ามันไส้สุดๆ! แล้วใครใช้ให้นายมีสิทธิมาบ่นใส่ฉันยะ ตัวเองทำเองชัดๆ! ที่โรงเรียน888 “เกือบสาย รอดไป ต้องขอบใจฉันนะ!” เขาบ่นพลางหอบแฮกๆ “ใครใช้ให้นายลากฉันมาล่ะ ไม่ได้ขอซะหน่อย=3=” ก่อนที่เราสองคนจะเดินเข้าห้องเรียนไป อาจารย์ยังไม่มาเลยด้วยซ้ำ มันจะสายได้ไงฟะ แต่โห คนไทยเยอะเหมือนกันนะที่นี่ ส่วนใหญ่ คนไทยเยอะมาก แล้วก็อังกฤษกับเด็กฝรั่งเศสบางคน พอเราเดินเข้าไป ก็มีคนไทยสองสามคนเดินมาพล่ามภาษาอังกฤษใส่ฉันใหญ่เลย หน้าฉันดูโกอินเตอร์มากเลยรึไงยะ “ไพทูล เขาพูดว่าอะไรง่ะ T^T” “อ้าว พวกเธอเป็นคนไทยเหมือนกันหรอโทษทีๆ ^ ^” ผู้หญิงผมยาวสีทองที่ยาวเคลียร์ไหล่ใบหน้าดูสวยจัด แต่งหน้าเข้ม ดูเป็นลูกผู้ดีเอ่ยขอโทษอย่างนอบน้อม แต่ทำไมใบหน้ามันคุ้นเคย...คุ้นจนฉันเผลอโผล่งออกไปว่า... “เดฟฟานี...” “O_O!!!” ผู้หญิงคนนั้นมองหน้าฉันอย่างตกใจ ก่อนจะค่อยๆ คลี่ยิ้มแสนสวยออกมาช้าๆ ฉันมั่นใจทันที! นี่คือเดฟฟานีที่ฉันหาอยู่และดูเหมือนเธอจะรู้ว่าฉันคือใคร... “จินเจอร์!!!” แล้วเธอก็กระโดดกอดฉันด้วยความดีใจ ไพทูลที่ยืนงงอยู่ดูเหมือนเข้าใจทันที “แล้วอเดปล่ะ? มาไหม” ฉันถามเดฟทันที “โหย ไม่ถามเลยหรอว่าฉันสบายดีรึเปล่าไปถามถึงพี่อเดปเลยน้า~ น้อยใจฉิบเป๋งเลย-3-“ “อ่ะๆ แล้วเดฟล่ะสบายดีไหม ^ ^;;” “สบายดี ส่วนอเดป นั่น มันนั่งเพ้อถึงแกอยู่ตรงริมหน้าต่างนู่น เห็นป่ะ อเดป!!! จินเจอร์มาแล้วโว้ย!!!” เดฟฟานีหันไปตะโกนใส่พี่ชายตัวเอง จนเขาต้องหันมาด้วยใบหน้าเหนื่อยหน่าย และทันทีที่เขากันมาเห็นฉันที่ยืนโบกมือหย็อยๆ อยู่ข้างๆ น้องสาวของเขา เขาถึงกับต้องเบิกตากว้างอย่างดีใจ ก่อนจะวิ่งแบบใส่เกียร์หมาเข้ามากอดฉันอย่างว่องไว แบบฉันตั้งตัวไม่ทัน =[]=! “เฮ้ยๆๆๆ อายน้องสาวตัวเองบ้างเซ่” เดฟพูดขึ้นอย่างงอนๆ “อ่า...ควรเกรงใจผมมากกว่านะครับ...ผมไม่ได้ (บท) พูดอะไรเลยด้วยซ้ำ= =” ไพทูลเอ่ยเซ็งๆ “จินเจอร์ ไอ้หมอนี่มันใคร= =!!!” อเดปชี้ไปที่หน้าของไพทูลอย่างโกรธๆ “ไพทูล เพื่อนของฉันเอง^ ^” “อ้อ ยินดีที่รู้จัก ฉัน อเดป=^=” เขาเชิดปากขึ้นอย่างงอนๆ ก่อนจะยื่นมือไปจับกับไพทูลซึ่งเชิดไม่แพ้กัน ในวันแรกผ่านพ้นไปอย่างสนุกสนาน นานวันเข้าเริ่มเครียดเพราะใกล้สอบ นานไปเป็นปี พวกเราก็เริ่มแยกกันเรียนไปตามทางของตัวเอง ใบหน้าของเดฟฟานีสวยขึ้นเรื่อยๆ ผมสีทอง (เน้นว่าทองจริงๆ) ของเธอยาวขึ้นเรื่อยๆ ลอนสวยของเธอสวยงามกว่าใคร อเดป ใบหน้าคมเข้มของเขา ผมสีบรอนซ์ ของเขาเปล่งประกาย กับไพทูล ผมสีดำยิ่งดำสวยเข้าไปใหญ่ แต่ละคนดูดีขึ้นเรื่อยๆ ที่น่าตกใจก็คือ... ผมของฉันมันเป็นลอนปลาย! โอ้ อยากเป็นลม... พ่อแม่ฉันไม่มีใครผมหยักศกซักคน ผ่าเหล่างั้นหรอ... กลัวจังT^T วันนี้เป็นวันที่ฉันจะตัดสินใจส่งอีเมลล์ไปให้แคลกับซุนหลี สงสัยว่าสองคนนั้นคงลืมฉันไปแล้วมั้ง ‘แคล จำกันได้รึเปล่า คิดถึงมากเลยนะ เป็นไงบ้าง’ ‘ซุนหลี เป็นไงบ้าง คิดถึงเราไหม บีบีเป็นไงบ้าง’ ฉันส่งไป คิดว่าคงไม่ได้ตอบกลับหรอก ที่ไทยเรียนหนักกว่าที่นี่มาก กว่าจะได้เปิดคอมคงอีกนาน เฮ้อ...ฉันตั้งท่าจะลุกขึ้นไปอาบน้ำ หากแต่อีเมลล์กลับเด้งข้อความขึ้นถึงสามข้อความด้วยกัน โอ้ พวกหล่อนตอบกลับมาแล้ว! ‘ทำไมจะจำไม่ได้ล่ะ จินเจอร์บ้า หนีพวกฉันไปได้ไง พวกเราไม่มีอันจะเรียนกันเลยฮือๆๆๆT^T เออใช่ ไปคุยกับท็อฟบ้างก็ดีนะ มันจะคลั่งตายแล้ว= =’ ‘คิดถึงแกมากกกกกกก บีบีสบายดี ฉันก็สบายดี หัดไปทักท็อฟบ้างนะมันจะบ้าตายแล้วล่ะ’ พวกหล่อนรู้ตัวบ้างไหมว่าเพื่อนของพวกหล่อนไม่มีอีเมลล์ของท็อฟน่ะ= = โอเคๆ ใช่มันยังมีอีกเมลล์หนึ่ง เปิดก็เปิดวะ!!! ‘อยู่ไหน...’ จบ...= = สั้นดีเนอะ ว่าแต่ นี่ไม่มีใครบอกเขาเลยรึไงนะ เรื่องที่ฉันมาที่นี่น่ะ คิดว่ามันนานแล้วนะเออ ยังไงก็น่าจะมีหลุดไปบ้างไรบ้างอะแหละ แหมแบบว่า~ (ทำเสียงหน้าถีบสุดๆ! = =) เฮ้อ...สวยรับไม่ได้ (ว่ะ) รับไม่ได้จริงๆ=w= มีใครอยากเทกแคร์คน (ไม่) สวยบ้าง~ (วิ่งหนีกระเจิงอ่ะเธอ) ‘ไม่มีใครบอกนาย หรือนายโง่กันแน่เนี่ย’ ‘โหดร้ายว่ะ ไม่บอกแล้วยังด่า ใจร้ายๆๆๆๆ’ ดูมัน ดูม้าน ขนาดฉันยังไม่โวยวายขนาดนี้ แล้วมันเป็นใครหน้าไหน กล้ามาโวยวายปัญญาอ่อน= = ‘ฉันมาตามหาคนเฟ้ย คนๆหนึ่ง ที่ทั้งชีวิตนี้ฉันอยากเจอเขามากๆ’ ‘ผู้ชายหรอ!!’ ‘เขานี่ผู้หญิงมั้ง’ ‘ใครวะ จะไปตั๊นหน้ามัน !! จะตั้นหน้ามาน~~~’ ‘บ้า เขาคือเพื่อนตั้งแต่เด็กของฉัน เป็นคนที่นิสัยดีมากๆ เลยล่ะ ก็คนที่ฉันเรียกว่าท็อฟฟี่ๆ จนเขาตวาดเป็นสิบๆ รอบว่าไม่ให้เรียกท็อฟฟี่ แต่ฉันไม่หยุด เขาเลยแก้แค้นฉัน แล้วเรียกฉันว่าขนมปังขิง แต่วันหนึ่งอยู่ดีๆ เขาก็หายไป หายไปแบบที่ฉันหาไม่เจอ ฉันว่าฉันชอบเขา... มากๆ เลยล่ะ’ จะดีหรอเนี่ย ไปบอกชอบคนอื่นกับเขาแบบนี้ เขาจะโกรธจะเกลียดฉันไหม... หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้ตอบมาอีกเลย เฮ้อ~ “ที่รัก จะไปไหนกันดี” ไพทูลเดินมาถามพร้อมกับอเดปและเดฟฟานีเดินมาพอดี “ที่ไหนก็ได้จ้ะ วันนี้วันสุดท้ายของที่นี่แล้ว ฉันกะว่าจะไปหาที่ทำงานแล้วเนี่ย” ใช่แล้ววันนี้คือวันสุดท้ายในรั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้! พวกเรากะว่าจะไปเที่ยวกัน แต่ว่าต่างคนก็ต้องต่างหางานทำ นี่ก็ใกล้คริสต์มาสเข้าไปทุกทีแล้วอีกสองวันเท่านั้นเอง วันคริสต์มาสเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วนี่มันดีจริงๆ ไปเที่ยวทะเล และเขา... ท็อฟ... หลังจากที่เราเดินถ่ายรูปรอบมหา’ลัย เราก็แยกย้ายกันไปหาที่ทำงาน ฉันจบด้านการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ และการตกแต่งภายในระดับเซียน เพราะที่นี่เป็นศูนย์กลางการออกแบบอยู่แล้วนี่นา งานเสริมของฉันก็คือออกแบบชุดเสื้อผ้า ถึงไม่เซียน แต่ก็ทำเป็นนา แถมฉันยังแอบตัดชุดสำหรับวันคริสต์มาสปีนี้ไว้ด้วย ฮี่ๆ “เอ้า มากันแล้วหรอ ไวดีจริงๆ” ฉันทำปากยื่น เมื่อตัวเองเดินมาเป็นคนสุดท้ายของกลุ่มแล้วโดนดิฟฟานีแซวซะเละ ชิๆๆๆ “ไปไหนดี หอไอเฟลหรอ นี่ตั้งแต่เรามาที่นี่เป็นสิบปี เรายังไม่เคยไปเที่ยวไอเฟลดีๆ ด้วยกันเลยซักครั้ง เขาบอกว่าที่นั่นขึ้นได้ด้วย แถมยังมีไอศกรีมอร่อนอีกตางหาก อากาศดีวิวสวยนกพิราบเยอะโคตรด้วย” “ไปสิ ที่ทูลพูดฟังๆ แล้วก็น่าไปดีเนอะ><” แล้วทุกคนก็มุ่งหน้าไปกันที่ไอเฟลทันที “เออนี่ มีคนขอฉันแต่งว่ะ” เดฟฟานีพูดขึ้นเมื่อเราออกเดินกัน ทำให้อเดปถึงกับสะดุดล้มลงทันที “ว...ว่าไงนะ! มีคนขอเธอแต่งเรอะ! เธอตอบว่าไง!!!” เสียงตะคอกของอเดปทำหลายคนแถวนั้นหันมามอง ดีที่ไม่มีคนไทนยอยู่แถวนี้ =3= “ก็ตกลงนะเซ่ เพราะฉันก็แอบชอบเขามานานแล้วเหมือนกัน อา~ หล่อ เพอร์เฟ็กที่สุด *0*” “ความจริงก็มีนางแบบมาขอฉันแต่งเหมือนกันนะTwT” อเดปพูดขึ้นในที่สุด “แล้วพี่ว่าไงๆ” เดฟฟานีลุ้นตัวโก่งกับคำต่อไปของพี่ชายสุดที่เลิฟ “ก็ตกลงนะซี่ เธอสวย~ เย้~ นางแบบที่ป็อปสุดๆ ในหมู่นางแบบเลยล่ะ เธอคนนั้นบอกว่าชอบฉันตั้งนานแล้ว รู้สึกว่าเราจะเคยเดินชนกันที่หน้ามหา’ลัยทีหนึ่ง กว่าจะจำได้ทำยัยนั่นน้อยใจไปหลายเลย แหะๆๆๆ” “ไพทูล นายล่ะ? มีใครรึยัง” เขาทำหน้าเหวอเหมือนเจอก็อตซีล่า หันมาถามเลย หน้าฉันทุเรศขนาดนั้นเลยรึไง=3=!!! “ยัง เธอล่ะ” “ยัง ฉันยังต้องตามหาคนๆ นั้นอยู่ดี” “โอ๊ะถึงแล้วๆ ไอติมจ๋า~~~” เดฟฟานีวิ่งเข้าหารถไอศกรีมคนใหญ่ เธอเลือกซื้อแบบโคนหนึ่งสามลูก รสสตรอเบอร์รี่ (ที่เปรี้ยวได้อีก) รสกล้วย (ที่รสติพอทน) และช็อกโกแลต (ที่อร่อยเหาะไปเลย~) พวกเราต่อคิวขึ้นหอไอเฟลตั้งแต่กลางวันจนเย็น นี่ก็ปาเข้าไปสองทุ่มแล้ว หากแต่ท้องฟ้ายังสว่างอยู่เลยให้ตาย มันกำลังทำให้ฉันเข้าใจผิดว่ามันยังเช้าอยู่= = อยากห็นหอไอเฟลในวันคริสต์มาสจัง คงสวยน่าดู^ ^ เทศกาลคริสต์มาส... น่าเซ็งที่ฉันไม่สามารถหาเขาคนนั้นเจอได้ ตอนนี้ก็ปเข้าไปห้าทุ่มแล้ว องฟ้าเร่มมืด แต่บรรยากาศดีอย่าบอกใคร แต่ทำไมครั้งนี้หิมะไม่ตก ปกติมันจะต้องหิมะตกไม่ก็ลูกเห็บตกในวันแบบนี้ หากแต่วันนี้มันดันไม่ตก ขณะนี้ฉันนั่งอยู่ใต้ต้นคริสต์มาสต้นใหญ่สีฟ้า ที่มีซานตาครอสห้อยอยู่และบนยอดมีดาวดวงบะเอก มีเส้นสายรุ้งพาดไปมา แสงไฟเรืองรอง และแน่นอนที่ว่า ฉันใส่ชุดที่ตัดเอง มันเป็นเสื้อคลุมสีแดงและทำชายปุกปุยสีขาวเหมือนซานตาครอสฉบับผู้หญิง ผู้คนจากที่เดินกันขวักไขว่ ตอนนี้แทบไม่เหลือกันเลยทีเดียว ตึกๆๆๆ... เสียงย่ำฝีเท้าเบาๆ เดินมาทางฉัน... “ไง” ไพทูล!!! เขายิ้มด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ควันที่ออกจากปากของเขาบอกเป็นอย่างดีว่าเจ้าตัวหนาวมาก “มาทำอะไรที่แบบนี้! เฮ้ ลงไปนั่งที่พื้นทำไมน่ะ” เขาลงไปนั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้น ใบหน้าที่หล่อน่ารักของเขาดูน่ารักมายิ่งขึ้นเมื่อเวลาเปลี่ยนไป เขายื่นกล่องกำมะหยี่สีแดงสดออกมา ก่อนจะพูดประโยคที่น่าเหลือเชื่อออกมาว่า... “ในเมื่อพี่น้องคู่นั้นทิ้งเราไว้ตรงนี้... ก็ขอให้เรามาสมหวังกันจะได้ไหม ฉันรักเธอมานานมาแล้ว จะรับแหวนวงนี้...ได้รึเปล่า? ” ใบหน้าของฉันร้อนฉ่า รู้สึกตื่นเต้นจนมือไม้สั่น สมองของฉันประมวลอะไรไม่ออก แต่ทำไม ในส่วนลึกในใจ มันดันสั่งให้... ...ปฏิเสธเขา “...” “ว่าไง” ตึกๆๆๆ เสียงย่ำฝีเท้าหนักหน่วงดังขึ้น ก่อนที่ร่างของฉันจะลอย และไออุ่นที่คุ้นแสนคุ้น... คุ้นมากจริงๆ จะกระทบโดนฉัน... เด็กผู้ชายคนนั้น เขาคนนั้นแน่ๆ ฉันค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า กลัวว่ามันจะเป็นแค่ความรู้สึกนึกคิดไปเอง กลัวว่ามันจะเป็นเพียงความฝัน... “ท็อฟO_O!!!” เขา! เป็นเขาจริงๆ ด้วย “ว่าแล้วว่าเธอต้องอยู่ที่นี่^ ^” เขายิ้มอย่างยินดี “แกมาทำอะไรที่นี่!!!” อ๋าย ไพทูลระเบิดแล้ว ใบหน้าของเขาเริ่มแดง (เพราะโกรธนะเฟ้ย) เขาลุกขึ้นยืนอย่างอารมณ์เสีย ก่อนเขาจะมองเข้าไปในมือของท็อฟ โอ้ยอยากตาย ถ้าไม่ใช่เพราะของในมือของท็อฟนั้นคือกล่องกำมะหยี่สีดำสนิท ข้างบนฝังเพชรเป็นรูปดอกกุหลาบที่สวยงาม ละก็ ฉันจะกระโดดจากดาดฟ้าเอาหัวบั๊มพื้นจริงด้วย! รังสีอำมหิตอันรุนแรงของทั้งคู่ดูน่ากัลวเกินไป~ “ได้เวลาเลือกแล้ว ตัดสินใจซะ พวกฉันมีความเป็นลูกผู้ชายมากพอ พวกฉันยอมรับได้หากเธอไม่ต้องการใครคนใดคนหนึ่ง คนๆนั้นจะก้าวออกไปจากตรงนี้...ด้วยตัวของเขาเอง! ” ไพทูลพูดขึ้นเมื่ออารมณ์ของเขาดีขึ้น... ใบหน้าของท็อฟไม่ได้กดดันฉันแต่อย่างใด ก่อนที่ฉันจะตัดสินใจ ขอถามอะไรก่อนเถอะนะ “ท็อฟ... นาย...คือเด็กผู้ชายคนนั้น ใช่รึเปล่า” ใบหน้าเคร่งเครียดของเขาปรากฏรอยยิ้มเท่แสนเท่ที่ฉันคุ้นเคยออกมา “ใช่ ฉันเอง ยัยขนมปังขิงขี้แย เธอมันร้องไห้ได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ชอบกินขนมหวานก่อนกินข้าว และงี่เง่าไม่เคยเปลี่ยน... ถูกไหม?^ ^” ใช่...เขาคือเด็กผู้ชายคนนั้นจริงๆ เขาจริงๆ “ไพทูล นายไม่ได้ตามฉันมาเพื่อเรียน แต่เพื่อใกล้ชิดฉันใช่ไหม” ฉันหันไปถามไพทูลบ้าง “ใช่ ฉันไม่ได้มาเพื่อเรียน แต่มาเพื่อใกล้ชิดเธอ” เขาพยักหน้าเบาๆ “แล้วนายก็รักฉันจริงๆ...” “นั่นก็ใช่อีก” เขายิ้มอ่อนโยนออกมา ก่อนที่รอยยิ้มนั้น จะกลายไปเป็นใบหน้าเคร่งเครียด “ขอได้ไหม ขอก่อนเลือกอีกครั้งเถอะนะ ขอให้พวกนายมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม เมื่อเรื่องนี้ผ่านไป ได้โปรดอย่าตั้งตัวเป็นศัตรูซึ่งกันและกัน...เถอะนะ” “อื้อ บอกแล้วไง พวกเราเป็นลูกผู้ชายมากพอนะ^ ^” ท็อฟพูดเสียงกวน นี่สถานการณ์ขนาดนี้มันยังพูดเล่น ถ้าโลกแตก มันจะบอกว่า เอาครีมมาทาสิ โลกแตกน่ะ ผิวมันคงแห้งไปด้วยรึเปล่า= =!!! “หันหลังไป คนที่ถูกเลือก ฉันจะกอดเชา” ทั้งสองคนหันหลังไปอย่างลุ้นระทึก ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะหลับตาปี๋วิ่งเข้าหาคนๆ นั้น คนที่ฉันคิดว่าใช่ คนที่ฉันไว้ใจ... ตั้งแต่เด็ก... ใบหน้าไพทูลที่หันมามองของเขาปรากฏรอยยิ้มเศร้าแสนเศร้า ที่ฉันไม่อาจจะเห็นได้อีกในชีวิตนี้ เขาค่อยๆ ก้าวถอยหลังออกไป ก่อนจะวิ่งหายไปกับความมืด เสียงกระซิบแผ่วเบาที่หูของฉันทำให้ฉันหน้าร้อยฉู่ฉ่าทันที!!! อีตาท็อฟ! “โอ้โห เด็ดเดี่ยวจริงๆ J” “ฉันคิดผิดแล้วล่ะ เฮ้ย ไพทูล นายหายไปไหน ฉันขอโทษษษษษ” “โอ๋ๆๆๆ ขอโทษคร้าบ” แล้วเขาก็เอาแหวนทองคำขาวสวยที่สลักรูปดอกกุหลาบประดับเพชรเม็ดจิ๋วที่ดูประณีต และละเอียดอ่อน ใส่มาในนิ้วนางซ้ายของฉัน “รู้ป่ะ ฉันรักนายมากนะ^ ^” “โหย ผู้หญิงบ้าไรวะ บอกรักผู้ชายก่อน=3=” “อะๆ ไม่บอกรักนายละ งั้นนายบอกรักฉันทีซิ” “ผมรักคุณนะครับคุณนักออกแบบสุดสวย~” เกล็ดหิมะตกลงมาอย่างไม่น่าเชื่อ นาฬิกาเรือนยักษ์ตีดังกังวาน เหมือนจะบอกว่า...มันเที่ยงคืนแล้ว เราจูบกันท่ามกลางหิมะที่โปรยปราย เนินนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ รู้เพียงแค่... ขอสัญญาต่อหน้าท้องฟ้า ขอสาบานต่อหน้าดวงดาว ขอกล่าวคำสัตย์ต่อหน้าดวงจันทร์ ฉัน จินเจอร์คนนี้จะรักเขาตลอดไป... ขอขอบคุณทุกสิ่งอย่างที่รักษาชีวิตของฉันจนกระทั่งได้มาพบกับพรหมลิขิตของฉันเอง... Thank you everything for save my life until when I meet my destiny…
Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone และ Android Phoneเตรียมพบกับ Dek-D Writer App เวอร์ชั่น iPad / Android Tablet เร็วๆนี้ ฟรี!
|
เห็นด้วยกับทุกคอมเม้นท์จริงๆค่ะ ครั้งต่อไปจะปรับปรุงให้ดีกว่านี้ สู้ค่ะ!!!