สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

กิจกรรมประกวดนิยาย Lightwriter ครั้งที่ 1

ตอนที่ 5 : เรื่องที่ ๑ ของขวัญจากหยาดน้ำตา (พันธะมาตา)


     อัพเดท 24 ธ.ค. 54
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/อื่น ๆ
Tags: กิจกรรม, ประกวด, นิยาย, คริสต์มาส, ขึ้นปีใหม่
ผู้แต่ง : นัก(อยาก)เขียนมือใหม่ใจเกินร้อย ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ นัก(อยาก)เขียนมือใหม่ใจเกินร้อย
My.iD: http://my.dek-d.com/lightwriter
< Review/Vote > Rating : 0% [ 0 mem(s) ]
This month views : 11 Overall : 1,702
96 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 6 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
กิจกรรมประกวดนิยาย Lightwriter ครั้งที่ 1 ตอนที่ 5 : เรื่องที่ ๑ ของขวัญจากหยาดน้ำตา (พันธะมาตา) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 266 , โพส : 6 , Rating : 6 / 2 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


กิจกรรมประกวดนิยาย Light writer ครั้งที่ ๑

เรื่องที่ ๑       ของขวัญจากหยาดน้ำตา (พันธะมาตา)

 

 

...............

ตอนที่ ๑

...............

 

มันเป็นเช้าของวันที่ 19 ธันวาคม เสียงระฆังจากวัดข้างบ้านดังกราวปลุกทุกสรรพชีวิตให้ตื่นขึ้นเช่นทุกครั้งในเวลาหกนาฬิกาเศษ น้ำค้างยังพรมอยู่เปาะแปะเพราะเป็นช่วงฤดูหนาวของประเทศไทย ระฆังดังครั้งที่หนึ่ง สอง และ...สาม ในที่สุดชีวิตหนึ่งที่ยังหลับใหลก็ตื่นขึ้น

 

เขาเป็นชายหนุ่มร่างสันทัด ผิวคล้ำกร้านอย่างคนกรำงานหนักมาโดยตลอด รูปร่างเพรียว สูงประมาณห้าฟุตเศษ เขายังคงอยู่ในชุดนอนยับยู่ยี่และผมเผ้าเป็นกระเซิงเช่นทุกวันอันแสดงถึงการไม่ได้ใส่ใจของเจ้าของ ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นจากที่นอน เหลือบมองนาฬิกาแล้วร้องออกมาด้วยความตกใจ

 

“หกโมง บ้าที่สุดเลย”

 

เขารีบผลุนผลันลงบันได อาบน้ำแต่งตัวอย่างรวดเร็วจนกระทั่งลำดวน มารดาชราของเขาตื่นและลงมาข้างล่าง

 

“หยุดสักวันเถอะเดี่ยว แม่ว่าแกโหมงานหนักเกินไปแล้วนะ” นางกล่าวกับลูกชายขณะที่เดี่ยวกำลังสาละวนยกซอสามสายลงมาจากชั้น

 

“ไม่ได้หรอกครับแม่ ชีวิตนักดนตรีหากินอย่างผมน่ะ ขืนหยุดก็ไม่มีอะไรกินกันพอดี เราไม่ใช่จะมีข้าวของเงินทองมากมาย แม่เองก็ใช่จะแข็งแรงเหมือนแต่ก่อน ผมต้องดูแลแม่ให้ถึงที่สุดครับ” เดี่ยวตอบ ยังไม่ละมือจากการปรับสายซอและยัดมันกลับลงย่ามเตรียมออกไปสมทบกับวงดนตรีใหญ่ข้างนอก ลำดวนมองบุตรด้วยความรักและชื่นชม แต่ไหนแต่ไรมา เดี่ยวเป็นคนกตัญญูรู้คุณ เขาทำงานหนักร่วมกับวงดนตรีไทยอิสระ ตระเวนเล่นดนตรีไปทั่วเพื่อหาเงินมาดูแลครอบครัว อันบัดนี้เหลือกันเพียงสองชีวิตเท่านั้น

 

เดี่ยวเหวี่ยงสายย่ามขึ้นสะพายไหล่ เตรียมตัวออกจากบ้าน พลันตาของเขาก็แวบไปดูปฏิทินโดยไม่ได้ตั้งใจ

 

“สิบเก้าธันวา” เขาพึมพำ น้ำเสียงเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด “ใกล้จะถึงแล้วสินะ วันนั้นน่ะ”

 

โชคดีที่ลำดวนไม่ได้ยินคำที่เขารำพึงก่อนออกจากบ้าน เดี่ยวคิดขณะเท้าย่ำไปตามพื้นกรวดมุ่งหน้าสู่ศาลาข้างสถานีตำรวจอันเป็นที่พบปะกันของวงดนตรีของเขา สิบเก้าธันวา เหลืออีกหกวันแล้วสินะ วันอันเจ็บปวดที่กำลังจะย้อนมาถึง

 

 

...............

ตอนที่ ๒

...............

 

ร้อยตรีพิชัย ทหารพรานหนุ่มกลับมาถึงบ้านในเวลาเกือบๆหกโมงเย็น วางปืนและถอดเครื่องแบบทหารพรานออก เมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วเขาจึงตรงขึ้นไปบนบ้าน

 

“พ่อครับ” เสียงห้าวนุ่มทักมาจากข้างหลัง พิชัยหันไปมองแล้วยิ้มออกมาน้อยๆ ทำให้ใบหน้าคมกร้าวของเขาดูอ่อนโยนลง ผู้ทักเขาเป็นเด็กหนุ่มอายุราวๆสิบแปดซึ่งแท้จริงแล้วก็คือลูกชายคนเดียวของเขานั่นเอง

 

“ชอบทักพ่อข้างหลังจริงๆนะเดี่ยว” ทหารหนุ่มสัพยอก

 

“ก็ผมคิดถึงพ่อนี่ครับ” เดี่ยวตอบ “นานทีพ่อจะกลับมา แม่กับผมภาวนาให้พ่อปลอดภัยทุกวันเลย”

 

“ชีวิตทหารอย่างพ่อไม่แน่ไม่นอนหรอกนะลูก จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้” พิชัยพูด ลูบศีรษะหนุ่มน้อยเบาๆ “รักจะสีซอสามสาย รักจะเล่นดนตรีก็ให้ยึดมั่นไว้ แต่ก็อย่าทิ้งการเรียน แล้วก็อย่าเป็นทหารอย่างพ่อ พ่อไม่อยากให้ลูกต้องมาเสี่ยงโดยไม่จำเป็น”

 

“ครับพ่อ” เดี่ยวรับคำเสียงมั่นคง พอดีกับที่มารดาเดินลงมาจากบนบ้าน

 

“อ้าวคุณ ทำไมจะมาแล้วไม่บอกล่ะ จะได้ไปรับ” นางทักเมื่อเห็นสามียืนอยู่กับลูก

 

“ผมไม่อยากให้คุณกับลูกต้องลำบากน่ะลำดวน แล้วก็จะมาบอกข่าวอะไรหน่อย” พิชัยเว้นระยะเล็กน้อย “คราวนี้ผมต้องย้ายไปประจำการที่ชายแดนสระแก้วโน่น อีกนานกว่าจะได้กลับ หรือว่า ผมอาจไม่ได้กลับมาอีกเลยก็ได้”

 

“ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะชัย ฉันกับลูกยิ่งใจคอไม่ดีอยู่ด้วย” ลำดวนร้องด้วยเสียงตระหนก “อย่าพูดเป็นลางสิ”

 

“ผมบอกแล้ว ชีวิตผมน่ะเอาแน่เอานอนไม่ได้ ก็แค่เผื่อไว้ ถ้าผมเป็นอะไรไปก็ขอให้ดูแลตัวเองดีๆนะ” พิชัยพูด น้ำเสียงของเขาเศร้าผิดไปจนเดี่ยวรู้สึกสะท้านเยือกขึ้นในใจ ไม่ เหตุการณ์ชนิดนั้นมันต้องไม่เกิดขึ้นกับพ่อของเขา ไม่มีวัน

 

รุ่งขึ้นพิชัยต้องออกจากบ้านด่วนโดยไม่ได้ล่ำลาลูกเมีย เขาหายไปโดยไม่มีข่าวคราวอยู่หลายวันจนกระทั่งวันหนึ่ง จดหมายจากทางกองทหารก็ส่งมาถึงบ้านพร้อมร่างอันไร้วิญญาณของร้อยตรีพิชัย

 

ยี่สิบห้าธันวาคม วันที่ทุกชีวิตรื่นเริงบันเทิงใจ กลับเป็นวันในความทรงจำที่เศร้าที่สุดสำหรับสองชีวิตในบ้านชนบทเล็กๆหลังนั้น

 

 

...............

ตอนที่ ๓

...............

 

เวลาผ่านไปเกือบสองปีแล้วหลังจากวันที่พ่อของเดี่ยวเสียชีวิต แม่ของเขาผ่ายผอมและดูแก่ลงกว่าวัยทั้งๆที่อายุของนางเพิ่งห้าสิบเท่านั้น อายุของแม่กับพ่อห่างกันถึงสิบเอ็ดปี ข้อนี้เดี่ยวรู้ และถ้าพ่อของเขาอยู่ในขณะนี้ ครอบครัวก็คงไม่ลำบากจนเกินไป อย่างน้อยเขาก็อาจไม่ต้องมาเล่นดนตรีหากินเหมือนที่ต้องทำเพื่อหารายได้ในขณะนี้

 

พากายย่างมาถึงศาลา สมาชิกวงคนอื่นๆมากันเกือบครบแล้ว ทั้งศักดา เพื่อนหน้าทะเล้นของเขา วิสุทธิ์ มือจะเข้จอมเงียบขรึมจนทุกคนตั้งฉายาให้ว่า “นายหุ่น” ศักติ เพื่อนสาวจอมแก่นแก้ว ผู้หญิงคนเดียวมือซอด้วงประจำวง หรือแม้แต่ราเชน พี่ใหญ่ของวง

 

“ช้าอีกตามเคยนะแก” ศักดาทักทันทีเมื่อเห็นชายหนุ่มโผล่หน้าเข้าไป เดี่ยวฝืนยิ้ม พยายามข่มความรู้สึกเรื่องพ่อที่เข้ามารบกวนจิตใจ

 

“โทษที ฉันยุ่ง” มือเอกซอสามสายตอบ ทรุดตัวลงนั่ง ขอขลุ่ยเพียงออจากราเชนมาตั้งเสียง ก็พอดีกับที่เรืองศรี มือซออู้คนสุดท้ายเข้ามาถึง

 

“เสียดาย ไม่มีมือกลองวันนี้ งานใหญ่ดันไม่ว่างเสียนี่” ราเชนบ่น

 

“พรุ่งนี้ผมก็คงไม่ว่างเหมือนกันแหละครับ มีเรียน” เดี่ยวบอก

 

“เฮ้ พวกเรามาทันพระ” เสียงแหลมใสของศักติเรียกความสนใจจากทุกคนได้เป็นอย่างดี เธอยืนมองออกไปนอกศาลาตั้งแต่ที่เดี่ยวเข้ามา ทุกคนหันขวับแล้วถามอย่างรู้เชิง

 

“ใครเอาของมาใส่บาตรบ้าง”

 

เดี่ยวเพิ่งรู้ตัวเดี๋ยวนี้เองว่า เขาลืมเตรียมของมาใส่บาตร ซึ่งตามปกติเขาจะต้องเตรียมมาทุกครั้ง หนุ่มมือซอพยายามควานหาทุกซอกทุกมุมในย่ามแต่ก็ไม่พบอะไร สุดท้ายเขาจึงดึงธนบัตรยี่สิบบาทออกมากำ

 

“คนอย่างแกลืมของใส่บาตร เพิ่งเคยเห็น” ศักดาหันมาหยอกปนค่อนขอด เดี่ยวเฉย แกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน จนเมื่อชายจีวรปลิวไสวเข้ามาใกล้ๆ ชายหนุ่มจึงจำได้ว่าเป็นหลวงพี่ก้าน ญาติห่างๆซึ่งรู้จักมักคุ้นกับเขาเป็นอย่างดี

 

ของทุกอย่างที่วงดนตรีเตรียมมา สามารถใส่จนเต็มบาตรของหลวงพี่ได้ไม่ยากเย็นนัก แถมบางครั้งทำท่าจะล้นออกมาอีกต่างหาก ทุกคนพนมมือ สำรวมจิตแน่วนิ่งฟังการให้พรจากพระหนุ่ม

 

“เจริญพร สาธุชนผู้เจริญ” หลวงพี่กล่าวด้วยเสียงเนิบช้า “วันนี้จะไปเล่นที่ไหนล่ะ”

 

“ผ้าป่าวันใกล้ๆนี่แหละขอรับ” วิสุทธิ์เพิ่งยอมเปิดปากพูดเป็นประโยคแรก

 

“กุศลผลบุญอันใดโยมทำไว้ ขอให้ส่งผลแก่ตัวโยมโดยเร็ว อย่างวันนี้ไปเล่นดนตรีงานผ้าป่า ก็ขอให้บุญผ้าป่าวันนี้ส่งผลให้โยมทั้งหลายประสบแต่สิ่งดีๆเถอะนะ”

 

หลวงพี่หันมาสบตากับเดี่ยวแวบหนึ่ง ใบหน้าของพระหนุ่มเย็นสงบยากจะอ่านออก

 

“ยังคร่ำครวญหาพ่ออยู่หรือโยม” หลวงพี่ถาม

 

“มันยากจะทำใจยอมรับน่ะขอรับ” เดี่ยวตอบ รู้สึกแปลกใจที่หลวงพี่ดูเขาออกได้ทั้งๆที่ไม่ได้แสดงอะไรออกไปเลย

 

“โยม ปล่อยวางเสีย แล้วจิตของโยมจะสงบ” หลวงพี่พูดแค่นั้นก็ขอตัวกลับวัด เดี่ยวกลับมานั่งซึมอยู่ข้างๆซอคู่ชีพ ประโยคสั้นๆที่บอกให้เขาปล่อยวาง เขาได้ยินจนชิน แต่ใจหาได้ทำอย่างที่หลวงพี่เคยพร่ำบอกไม่ เขายังคงร่ำร้องอาลัยรักในบิดาที่ตายจาก และนอกจากเขาแล้ว ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า ในตอนใส่บาตร เขาอธิษฐานขอให้ได้พบหน้าพ่ออีกสักครั้งแม้จะเป็นแค่ในมโนจิตหรือในฝันก็ยังดี เขาไม่เคยแม้แต่จะฝันถึงพ่อตลอดสองปีที่ผ่านมา นี่คือความเจ็บปวดทางใจอีกชนิดที่ยากจะยอมรับ

 

 

................

ตอนที่ ๕

................

 

งานผ้าป่าในวันนั้นเดี่ยวรู้สึกว่าตัวเองเล่นได้ไม่เต็มฝีมือเท่าที่ควร สองปีแล้วที่เขาเกิดอาการเช่นนี้ในช่วงก่อนถึงวันคริสต์มาส วันที่ปกติเขาเองก็ไม่ได้ใส่ใจนักว่ามันจะเป็นวันสำคัญอะไรนอกจากวันปีใหม่ของชาวคริสต์ เขาไม่ได้กลับเข้าบ้านทันทีหลังเล่นงานผ้าป่าเสร็จ แต่กลับเดินเรื่อยเฉื่อยเข้าไปหลบมุมพักร้อนอยู่ในร่มไม้ของวัดประจำหมู่บ้าน ซอสามสายขนาดย่อส่วนตัวนี้เป็นของชิ้นสุดท้ายที่พ่อให้ และคำสัญญาสุดท้ายที่พ่อไม่มีโอกาสได้ทำยังอยู่ในความทรงจำตลอดมา

 

“คริสต์มาสปีหน้า พ่อจะซื้อขลุ่ยเพียงออให้ แล้วปีใหม่ปีหน้าพ่อก็จะซื้อซอแบบเต็มส่วนที่ลูกอยากได้ให้”

 

พ่อกล่าวคำสัญญานี้กับเขาในวันคริสต์มาสครั้งสุดท้ายก่อนปีที่จะถูกสังหารด้วยกับระเบิดของทหารกัมพูชาที่ชายแดน ยิ่งคิด เดี่ยวก็ยิ่งรู้สึกปวดร้าวขึ้นทุกที เขาอยากร้องไห้ ร้องอย่างที่ลูกผู้ชายอ่อนแออย่างเขาควรจะร้อง

 

“ทำไมไม่คิดว่าตอนนี้พ่อได้อยู่ที่ดีแล้วล่ะ” เสียงหนึ่งทักจากข้างหลังทำเอาสะดุ้ง ชายหนุ่มหันขวับแล้วร้อง “หลวงพี่” ออกมาอย่างโล่งอก

 

“พ่อของโยมไม่ได้จากโยมไปไหนหรอก อย่างน้อย พ่อก็ยังอยู่ในใจโยม ให้โยมระลึกถึงได้” หลวงพี่พูดด้วยอาการสงบสำรวมอันเป็นลักษณะปกติที่เดี่ยวเห็นจนชินตา

 

“หลวงพี่ครับ แต่สิ่งที่ผมจำได้เกี่ยวกับพ่อก็เป็นสิ่งน่าเจ็บปวดไม่ใช่หรือครับ” เขาถาม ความขมขื่นยิ่งทวีหนักขึ้นจนอยากกลั้นใจตายให้รู้แล้วรู้รอด

 

“ทำไมโยมไม่อนุโมทนา ดีใจกับการจากไปในครั้งนี้เล่า” หลวงพี่ถาม

 

“แต่พ่อผมตายทั้งคนนะหลวงพี่” เดี่ยวเสียงดังโดยไม่รู้ตัว เขาไม่ชอบการพูดตัดเยื่อใยในลักษณะนี้เลยจริงๆ

 

“การตาย ไม่ได้หมายถึงการสิ้นสุดหรอกนะโยม” หลวงพี่เริ่มเทศนา เดี่ยวนิ่ง ตั้งใจฟัง เขาไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน

 

“ความตายคือการเริ่มต้นต่างหาก เริ่มต้นภพใหม่ ชาติใหม่ เริ่มต้นสั่งสมความดี สั่งสมบุญบารมีเพื่อเป็นกุศลในภายหน้า ถึงจะต้องใช้กรรมที่ทำไว้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพ่อของโยมจะทรมาน พ่อของโยมมีความดี เป็นทหารด้วยความจำใจ บาปผิดที่พ่อของโยมได้รับไม่หนักหนาเกินไปหรอก”

 

“แต่พ่อผมก็ต้องใช้บาปใช่ไหมล่ะครับ ทำไมล่ะ” เดี่ยวถาม ทั้งสุขทั้งเศร้าในเวลาเดียวกัน

 

“ฟังคำอาตมาไว้ แล้วขอให้คิด ตรองด้วยปัญญาของโยม รอยดินสอ แม้ใช้ยางลบลบความดำออกได้ แต่ยังคงทิ้งรอยขีดไว้บนกระดาษฉันใด บาปอันลบล้างไม่ได้ด้วยบุญที่มากกว่าก็ฉันนั้น บาปไม่สามารถลบล้างได้ แต่ผ่อนเบาบางลงได้ พ่อของโยมไปดีแล้ว ทำไมจะต้องโศกเศร้าอยู่อีกเล่า” หลวงพี่เทศนายาวยืดแล้วพูดเชิงถาม ตายังประสานกับเดี่ยวอยู่เช่นนั้น

 

“มัน มันอดเศร้าไม่ได้น่ะขอรับ คิดๆดูว่าวันนี้ไม่มีพ่ออยู่ใกล้ๆ” เดี่ยวตอบเสียงสั่นพร่า ความรวดร้าวตันขึ้นมาถึงหน้าอก

 

“พ่อของโยมเตรียมตัวดีแล้ว ไม่เคยหวั่นเกรงต่อความตาย และพร้อมที่จะตาย คนเตรียมตัวตายได้เช่นนี้น่ะหายากนะ” หลวงพี่บอก

 

“เรื่องที่พูดเป็นลางนั่นหรือขอรับ” เดี่ยวถาม

 

“เปล่า ไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น แต่อาตมาหมายถึงทุกขณะจิตที่พ่อของโยมเดินบนสังเวียนการต่อสู้” หลวงพี่บอก

 

“ทำอย่างไรหรือขอรับ” เดี่ยวถาม

 

“แม้ไม่ทราบวันตาย แต่ก็สามารถเตรียมทุกอย่างไว้รับมือกับความตายและภาระหลังการตายได้” หลวงพี่ตอบ “ท่านไม่ได้ทิ้งหนี้สิน ไม่ได้ทิ้งอะไรไว้ให้ทางบ้านจัดการเลยไม่ใช่หรือ แล้วท่านก็ตั้งจิตระลึกอยู่ตลอดว่าความตายจะเข้ามาหาท่านเมื่อไรก็ได้ พ่อของโยมน่ะชอบปฏิบัติธรรม ท่านจึงเข้าใจได้ว่าทำไมจึงต้องเตรียมตัวที่จะตาย และทำไมจึงต้องตาย ตายเพื่อเกิด เกิดเพื่อสั่งสมความดี ปฏิบัติธรรมเพื่อหลุดพ้น และหลุดพ้นเพื่อปลดภาวะของจิตจากทุกข์ทั้งมวล”

 

“ขอรับ ผมเข้าใจแล้วล่ะ” เดี่ยวพูดเสียงแจ่มใส เขารู้สึกสบายใจอย่างประหลาด สบายใจกว่าทุกครั้งที่ได้ฟังหลวงพี่เทศน์

 

“ปล่อยวางเถอะโยม อย่ายึดติดกับทุกข์เพื่อให้ใจโยมทุกข์อีกเลย” หลวงพี่ทิ้งท้ายก่อนที่เดี่ยวจะขอตัวกลับบ้าน

 

 

...............

ตอนที่ ๖

...............

 

๒๕ ธันวาคม

ระฆังดังกราวปลุกสติของเดี่ยวให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง เขาลงไปข้างล่าง อาบน้ำชำระร่างกายและจิตใจให้สดชื่น ลำดวนลงมาทำกับข้าวอีกแล้ว แม่ไม่เคยฟังคำที่เขาห้ามเลยเกี่ยวกับการลงมาทำกับข้าว

 

“แม่ ลงมาทำกับข้าวทำไมล่ะครับ” เดี่ยวเดินเข้าไปหา แต่วันนี้เขาไม่ได้ขุ่นข้องหมองใจเหมือนเช่นวันอื่นทุกครั้งที่เห็นแม่ลงมาทำกับข้าว

 

“ใส่บาตรกันนะลูก” ลำดวนเสพูดไปอีกเรื่องหนึ่ง เดี่ยวงง ไม่คิดว่ามารดาจะมาแปลกกว่าทุกวันเช่นนี้

 

“ครบรอบสองปีพ่อน่ะ” นางเสริม

 

“ครับแม่” เขารับคำ กระวีกระวาดเข้าไปช่วย

 

“ทำไมปีนี้แม่ไม่เห็นแกซึมเลยนะ” ลำดวนตั้งข้อสังเกตขณะคนแกงเผ็ดในหม้อ

 

“ผมปล่อยได้แล้วล่ะครับ พ่อไปสบายแล้ว ผมไม่ควรจะเศร้ากับการไปดีของพ่อนี่นา” เดี่ยวตอบ มือยังคงง่วนอยู่กับถุงที่จะใช้จัดอาหารใส่บาตร

 

“ปีนี้จะอธิษฐานว่าอะไรล่ะ” ลำดวนถาม ดูนางไม่ใส่ใจต่อคำตอบนัก

 

“ขอให้พ่ออยู่ในที่ของพ่อให้สุขสบายครับ” นักดนตรีหนุ่มตอบ

 

“เปลี่ยนไปเยอะเลยนะ หลายวันที่ผ่านมา” มารดายิ้มในหน้า ความอิ่มเอิบกลับมาอีกครั้งหลังจากที่หายไปนานตั้งแต่สามีตายจาก

 

“หลวงพี่บอกผมว่า การตายคือการเกิด การเกิดคือการสั่งสมความดี ปฏิบัติธรรมเพื่อหลุดพ้น และหลุดพ้นเพื่อตายอย่างสมบูรณ์ ดับทุกข์จากสภาวะจิตทั้งมวล” เดี่ยวทวนคำของหลวงพี่ก้านที่ได้สนทนากันเมื่อวันก่อนเท่าที่จำได้

 

“แม่ดีใจที่แกคิดได้แบบนั้น” ลำดวนกล่าว ยังคงยิ้มอยู่เช่นนั้น

 

ศักดา วิสุทธิ์ ราเชน ศักติ และเรืองศรี ทั้งกลุ่มของวงดนตรีที่ไปเล่นผ้าป่ากับเขาวันนั้นมาดักรอที่หน้าบ้าน ในมือแต่ละคนถือถุงซึ่งบรรจุข้าวปลาอาหารหลายๆอย่าง

 

“อะไรกันนี่” เดี่ยวถามงงๆ

 

“ก็ใส่บาตรให้พ่อนายไง” ศักติตอบ “พวกเราจะทำตั้งแต่หลวงพี่พูดกับนายวันนั้นแล้วล่ะ ไปถามหลวงพี่ดูรู้ว่าพ่อนายเสียวันนี้เลยมารอใส่บาตรพร้อมนาย คาดไม่ผิด นายใส่บาตรจริงๆด้วย”

 

“ฉันจะไปทำสังฆทานตอนปีใหม่ด้วยล่ะ” วิสุทธิ์บอก “แกจะไปไหมเดี่ยว”

 

“ที่ไหน” มือเอกซอสามสายถาม

 

“วัดบ้านเรา” ศักดาตอบแทน

 

“นี่จะไปกันหมดเลยหรือ” เดี่ยวตกใจ

 

“แน่นอนสิ เพื่อนกันนี่นา” ศักติพูด

 

“เธอพูดอะไรซึ้งๆเป็นด้วยหรือยายสา ฉันเพิ่งรู้นะนี่” ศักดาหันมาสัพยอกเพื่อนสาว ศักติค้อนให้วงใหญ่

 

“หุบปากไปเลยนายน่ะ แล้วก็อย่ามาเรียกฉันว่ายายสา บอกกี่ครั้งว่าฉันไม่ได้ชื่อสาสักหน่อย ฉันชื่อนิดต่างหาก” เธอแหว

 

“ทะเลาะเป็นเด็กไปได้ เดี๋ยวก็ไม่ได้บุญพอดี เดี่ยว ตอนปีใหม่ร่วมศรัทธากับพี่ไหม” ราเชนห้ามศึกแล้วหันมาถามเดี่ยว

 

“ครับ ขอบคุณครับพี่” หนุ่มผู้กำพร้าพ่อตอบ ยกมือไหว้ขอบคุณ ราเชนยิ้มเอ็นดู

 

“ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้” เขาพูดปนหัวเราะ

 

หลวงพี่ก้านมาถึงในอีกห้านาทีต่อมา ทั้งหมดใส่บาตร ตั้งจิตอธิษฐานด้วยกัน และไม่ลืมอธิษฐานถึงร้อยตรีพิชัยอันเป็นปัจจัยหลักให้ทุกคนมาใส่บาตรในวันนี้

 

“ปล่อยได้แล้วหรือโยม” หลวงพี่ถามเดี่ยว

 

“ขอรับ” ชายหนุ่มตอบ

 

“ปีนี้อธิษฐานว่าอะไรล่ะ” หลวงพี่ถามอีก

 

“ให้พ่ออยู่ในที่ของพ่อให้สงบครับ” เดี่ยวตอบ

 

“ดีแล้วล่ะโยม อย่างนี้สิถึงจะเรียกว่าเป็นกุศล” หลวงพี่ชม แต่การวางท่ายังสำรวมตามเดิมอย่างอ่านความรู้สึกไม่ถูก

 

“ต่อไปวันคริสต์มาสก็ไม่ใช่วันเศร้าสำหรับแกแล้วสินะเดี่ยว” ศักดาว่า

 

“ใช่ สุขที่สุดเลยล่ะ เหมือนได้เจอพ่ออีกครั้งเลย” นักดนตรีหนุ่มตอบด้วยรอยยิ้ม เขาไม่ต้องการของขวัญใดๆทั้งสิ้นในวันนี้ ไม่ต้องการให้ใครทำตามสัญญา ไม่ต้องการให้ใครให้อะไรเขาอีก แต่สิ่งที่เขาต้องการที่สุดก็คือ ให้พ่อของเขาอยู่อย่างสงบและอยู่ในความทรงจำของเขาตลอดไป พ่อตายอย่างวีรบุรุษ และพ่อก็จะอยู่ในใจเขาเยี่ยงชายชาตินักรบอันควรนับถือที่สุด

 

“เออ แปลกนะ วันนี้แทนที่เราจะเดินเข้าโบสถ์ กลายเป็นมาใส่บาตรเสียนี่” ศักดาพูดติดตลก ทุกคนอดยิ้มไม่ได้

 

“ทำไงได้ เราไม่ใช่คริสต์กันนี่นา” เรืองศรีว่า ทุกคนหันหน้าเข้าหากัน ยิ้มด้วยความรู้สึกแห่งมิตรภาพแท้จริง

 

ลำดวนนั้นหลังจากใส่บาตรและหลวงพี่ไปแล้ว เธอก็ออกมายืนดูอยู่ห่างๆ แอบมีความสุขเงียบๆเมื่อเห็นบุตรอันเธอรักใคร่มีความสุขร่วมกับเพื่อนวงดนตรีของเขา

 

“คุณ ไม่ต้องห่วงฉัน ไม่ต้องห่วงเราสองคนแล้วนะ อยู่อย่างสงบอย่างที่ลูกว่าเถอะ ฉันกับลูกยังรักคุณอยู่ทุกลมหายใจนะ ถ้าคุณอยู่โลกนั้นแล้วได้ยินน่ะ” เธอพึมพำแล้วยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

 

 

...............





Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
กิจกรรมประกวดนิยาย Lightwriter ครั้งที่ 1 ตอนที่ 5 : เรื่องที่ ๑ ของขวัญจากหยาดน้ำตา (พันธะมาตา) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 266 , โพส : 6 , Rating : 6 / 2 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1

#6 : ความคิดเห็นที่ 34
เอาล่ะ แวะมาอ่านผลงานของเพื่อนร่วมกิจกรรมค่ะ ^^

ภาพรวมของเนื้อเรื่องไม่ซับซ้อน เข้าใจได้ ^^ แต่อ่านไปแล้วเกิดสะดุดกับคำบางคำ
เช่น ขอรับ มันให้ความรู้สึกย้อนยุค หรือเป็นอารมณ์แบบหยอกล้อ ไม่เหมาะกับปัจจุบันเท่าไหร่

อีกส่วนคือบทสนทนาของตัวละครทั้งในช่วงพ่อลูก และเดี่ยวกับพระ ที่ดูจะแปลกไปในความรู้สึก
ของข้าพเจ้า ช่วงพ่อกับลูก ให้ความรู้สึก พ่อกับลูกสาว มากกว่าพ่อกับลูกชาย เช่น "แม่กับผมภาวนาให้พ่อปลอดภัยทุกวันเลย" ลูกชายในวัยสิบแปดไม่น่าจะกล้าพูดกับคนเป็นพ่อที่ไม่ค่อยได้พบกันได้โดยปราศจากความขัดเขิน

ส่วนที่ชอบในเรื่องนี้คือ มิตรภาพของเพื่อน และตอนจบที่จบแบบมีความสุข ^^

ปล.กลับมาแก้ไข เพราะไม่แน่ใจว่าผู้ร่วมกิจกรรมสามารถลงคะแนนได้รึเปล่า
เลยขอลบคะแนนออก ^^

แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 26 ธันวาคม 2554 / 06:30
Name : เพ่ยกวาง (PeiGuang)< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เพ่ยกวาง (PeiGuang) [ IP : 115.67.11.1 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 ธันวาคม 2554 / 15:03

#5 : ความคิดเห็นที่ 30
#ของขวัญจากหยาดน้ำตา

อ่านแล้วตีความอย่างไม่แน่ใจ ว่า 'ของขวัญจากหยาดน้ำตา' นั้น จะใช่ 'ของขวัญที่พ่อไม่มีโอกาสได้ให้' หรือเปล่า?
ภาษาการบรรยายดีในระดับหนึ่งนะคะ แต่ในบางครั้งอ่านแล้วก็รู้สึกว่า มันใช้คำสิ้นเปลืองมากเกินไป
การใช้คำพูดของตัวละครไม่คงที่ อย่างเช่นตอนที่เดี่ยวสนทนากับหลวงพี่ เดี๋ยว 'ครับ' เดี๋ยว 'ขอรับ'
อันนี้ไม่รู้ว่ามันจะเป็นประเด็นน่าสนใจไหม แต่เราค่อนข้างจะสะดุดค่ะ

เพราะเป็นเรื่องสั้น เลยรู้สึกว่าอ่านแล้วสื่อถึงความเศร้าไม่ค่อยเต็มที่
เหมือนมีอะไรบางอย่าง.. จะฉุดให้เราคล้อยตามเรื่องไปได้ แต่สุดท้ายก็ปิดกั้นเอาไว้
แต่ก็ทำได้ถือว่าพอใช้เลยล่ะค่ะ

ตัวละครที่ปรากฏในเรื่องเยอะ มาเหมือนกับว่าต้องการให้ฉากนั้นๆ แลดูมีบรรยากาศของมิตรภาพ อบอุ่น สดใส
แต่อ่านแล้วยังไม่รู้สึกว่ายิ้มได้ค่ะ

แนวคิดของเรื่อง ยอมรับว่าเก่งมากที่นำเสนอวันคริสต์มาสแบบวิถีของชาวพุทธ
ไม่ตามกระแสว่าเราจะต้องจัดปาร์ตี้ ลิสต์รายการของขวัญ ซึ่งเป็นจุดที่เราเห็นด้วยมาก
มีการสอดแทรกคำสอน อ่านแล้วรู้สึกสงบดีค่ะ
มีมุมมองความคิดของตัวละครหลัก ที่ทำให้เข้าใจว่า คริสต์มาสสำหรับเขามันคือ ‘ฤดูหนาว’ จริงๆ

สำหรับคำผิดมีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ถือว่ามีความรอบคอบดีค่ะ

คะแนนที่เราให้ 4/5
ตั้งใจเขียนต่อไปนะคะ .


แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 25 ธันวาคม 2554 / 13:03
Name : momoe'< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ momoe' [ IP : 49.229.120.73 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 ธันวาคม 2554 / 12:56


#4 : ความคิดเห็นที่ 27
อยู่ดีๆก็กดแก้ไขข้อความไม่ได้ งั้นขอโพสอีกรอบแล้วกัน

สำหรับคะแนนเรื่องที่เราให้


4/5 คะแนน 
PS.  กินซะ ก่อนจะไม่ได้กิน...นอนซะ ก่อนจะไม่ได้นอน...ทำซะ ก่อนจะไม่ได้ทำ
Name : หอยทากกินบะหมี่< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ หอยทากกินบะหมี่ [ IP : 202.44.135.242 ]
Email / Msn: snail-dag_bamee(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 ธันวาคม 2554 / 12:06

#3 : ความคิดเห็นที่ 21
โห....สารภาพเลยว่าไม่ได้คิดมาก่อนว่าจะได้มาเจอเรื่องของพุทธๆในวันคริสต์ๆ o_O!!!!

เป็นเรื่องสั้นประเภท ๖ ตอนจบที่ให้ข้อคิดกับคนอ่านได้ดีทีเดียวกับเรื่องของการปล่อยวางและการทำบุญตามหลักศาสนาที่แต่ละคนนับถืออยู่

ชื่อเรื่อง อ่านแล้วรู้เลยว่าต้องมีคนตายในเรื่อง นับว่าสื่อถึงตัวเนื้อเรื่องได้ดี เพราะของขวัญที่ว่าไว้ตรงชื่อเรื่องหมายถึงของขวัญวันคริสต์มาส

ตรงบทแรกที่แนะนำตัวละครเอก (เดี่ยว) อ่านแล้วรู้สึกเหมือนกำลังจะอ่านเรื่องยาวมากกว่าเรื่องสั้น
เพราะพรรณนามาละเอียดกว่าจุดอื่นมาก(จนเกือบมากเกิน)

ด้านเนื้อหาและการบรรยาย มันเป็นอะไรที่แปลกแหวกกระแสคริสต์มาสดีจริงๆ ขอยกนิ้วให้กับไอเดียของคุณเลย
แม้จะหากลิ่นอายของความเป็นคริสต์มาสได้น้อย แต่เรามองอีกแง่หนึ่งว่าคริสต์มาสอยู่ในฤดูหนาว 
และคุณก็ตีความของคำว่า "หนาว" ของตัวละครออกมาเป็น "ความหนาวเย็นในจิตใจ" เพื่อจะสื่อว่าไม่ใช่ทุกคนที่ยิ้มได้ในวันคริสต์มาสกัน
มันเป็นอะไรที่เราต้องขอชื่นชมในความกล้าคิดกล้าเขียนของคุณจริงๆ เพราะคนส่วนใหญ่มักคิดถึงเรื่องรักๆใคร่ๆในวันคริสต์มาสมากกว่ามาทำบุญ

ทว่าอาจเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสั้น ทำให้การสื่ออารมณ์ของตัวละครยังไม่อินถึงขีดสุด 
ตัวเราอ่านแล้วไม่ค่อยรู้สึกเศร้าไปกับนายเดี่ยวหรือคุณแม่เท่าไรเลย

ด้านตัวละคร...ตัวละครโผล่มาเยอะมากจนไม่น่าเชื่อว่าเป็นเรื่องสั้น จำไม่หมดเลยทีเดียว เหอๆๆ

คำผิด มีมานิดเดียวเท่านั้น อยู่ในเกณฑ์ให้อภัยได้

สุดท้าย เป็นกำลังใจให้สำหรับการเขียนในครั้งต่อๆไปนะ อย่าท้อ สู้ๆ :)


แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 25 ธันวาคม 2554 / 11:25

PS.  กินซะ ก่อนจะไม่ได้กิน...นอนซะ ก่อนจะไม่ได้นอน...ทำซะ ก่อนจะไม่ได้ทำ
Name : หอยทากกินบะหมี่< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ หอยทากกินบะหมี่ [ IP : 202.44.135.242 ]
Email / Msn: snail-dag_bamee(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 ธันวาคม 2554 / 11:18

#2 : ความคิดเห็นที่ 15
มีคำผิดอยู่บ้างที่นะคะ สงสัยจะสายตาคลาดเคลื่อนจากคำผิดนิดหน่อยหรือเปล่าเอ่ย? [แซวขำๆ นะจ้ะ]
อืม เรื่องนี้มันเกี่ยวกับคริสมาสต์แล้วก็ปีใหม่ แต่เท่าที่อ่านมามันไม่ค่อยมีบรรยากาศพวกนั้นเลยนะ
เหมือนกับประมาณว่าอ่านหนังสือพุทธธรรมยังไงยังงั้น แต่อ่านแล้วก็ให้ความรู้สึกแบบ...ใจเย็นแล้วก็สงบดี
บรรยายได้ดีถึงดีมากเลย อ่านแล้วไม่รู้สึกว่าติดขัดตรงไหนเลย ถือว่าเยี่ยมมากค่ะ

คะแนน...4/5 :)

[หัก 0.5 เพราะคำผิด อีก 0.5 เพราะบรรยากาศของมันน่ะ]

สู้ๆ จ้า

PS.  Do You Love Me Like I Love You...? If You Don't Love. Please...Don't Give Me Hope...
Name : Shadow Alice< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Shadow Alice [ IP : 101.108.35.124 ]
Email / Msn: Little_Mingsia(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 ธันวาคม 2554 / 09:53

#1 : ความคิดเห็นที่ 13
ฮ่าๆ คริสต์มาสกลายเป็นแนวพุทธศาสนาไปซะได้
แต่เนื้อเรื่องถือว่าดีนะครับ
หากแต่ธีมของเรื่องไม่ค่อยเข้ากับบรรยากาศคริสต์มาสซักเท่าไร
แต่อ่านแล้วรู้สึกใจร่มๆ แปลกๆ นะ อิอิ
แล้วก็อ่านสบายดีด้วย เพราะผู้เขียนบรรยายได้ไหลลื่นมากๆครับ
แต่ก็มีคำผิดบ้างนิดหน่อยก็ไม่เป็นไร
จะให้คะแนนแล้วนะครับ ^^

เรื่องนี้ให้ 2/5 นะครับ(โหดไปไหมนี่)
หักที่ธีมของเรื่องครับ(โหดจริงๆ)



แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 25 ธันวาคม 2554 / 00:37
แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 25 ธันวาคม 2554 / 13:53

PS.  Subject : watch : นาฬิกาผ่าเวลา Genre : แฟนตาซี ไซไฟ ครอบครัว
Name : Aerng< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Aerng [ IP : 1.47.40.38 ]
Email / Msn: aerngq(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 ธันวาคม 2554 / 00:33

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

"หนังสือสดใหม่ ประจำเดือน ตุลาคม 2557"

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android