สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
  • เข้าสู่ My.iD Control
  • สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ
  • กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง
  • กิจกรรมประกวดนิยาย Lightwriter ครั้งที่ 1

    ตอนที่ 16 : เรื่องที่ ๑๒ Cure Christmas (CandFleRogll (หมอกเทียน และ เทียนม้วน))


         อัพเดท 24 ธ.ค. 54
    กลับไปหน้าหลักของบทความ
    แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
    นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/อื่น ๆ
    Tags: กิจกรรม, ประกวด, นิยาย, คริสต์มาส, ขึ้นปีใหม่
    ผู้แต่ง : นัก(อยาก)เขียนมือใหม่ใจเกินร้อย ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ นัก(อยาก)เขียนมือใหม่ใจเกินร้อย
    My.iD: http://my.dek-d.com/lightwriter
    < Review/Vote > Rating : 0% [ 0 mem(s) ]
    This month views : 14 Overall : 1,423
    94 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 5 คน ]

    [ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
    กิจกรรมประกวดนิยาย Lightwriter ครั้งที่ 1 ตอนที่ 16 : เรื่องที่ ๑๒ Cure Christmas (CandFleRogll (หมอกเทียน และ เทียนม้วน)) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 32 , โพส : 2 , Rating : 0 / 0 vote(s)

    ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


    กิจกรรมประกวดนิยาย Light writer ครั้งที่ ๑

    เรื่องที่ ๑๒    Cure Christmas (CandFleRogll (หมอกเทียน และ เทียนม้วน))

     

    บทนำ

    ...หญิงสาวจากวิหารสีขาว ร่างกายของเธอผุดผ่องราวกับเทพธิดา เลือดของเธออาบวารีเพื่อล้างภัยร้าย...

     

    หญิง สาวร่างบางอรชร เดินก้าวออกจากโบสถ์สีขาว เธอเดินลงบันไดที่ทอดยาวสู่ลานสีขาวรูปวงกลมทีมีรอยสลักรู้วงแหวนและ อักขระเรียงตัวอยู่มากมายภายใน ชุดคลุมสีขาวสไตล์นักบวชคริสต์ปลิวไสวปล่อยเส้นผมสีขาวของเธอปลิวไสวไปตาม แรงลม ดวงตาสีอเมทิสต์มองไปยังผู้คนรอบข้าง   เสียงระฆังดังกังวานกลบเสียงของเหล่าผู้คนที่ต่างยืนอยู่รอบบันได เมื่อเธอก้าวลงมาถึงแท่นสีขาวสง่าที่อยู่บนลาน  บน แท่นมีร่างของแพะสีขาว ตัวใหญ่นอนอยู่ เธอวางมือข้างขวาสีขาวลงบนตัวของแพะ เสียงใสกังวานดังออกมาจากปากของเธอ ทำให้ผู้คนรอบข้างยกมือขึ้นมากุมพร้อมกับเสียงพูดคุยที่เริ่มเงียบลง แสงสีขาวเปล่งออกมาจากมือของหญิงสาวอาบไปทั่วร่างของแพะ เธอใช้มือซ้ายที่มีถุงมือสีขาวสวมอยู่วางไว้บนตัวแพะ พร้อมกับยกมืออีกข้างที่ไม่ได้สวมถุงมือเอื้อมไปหยิบกริช สีเงินวาววับขึ้นมา ก่อนจะแทงลงไปที่ตัวของแพะผู้โชคร้ายเลือดสีแดงฉานอาบไปทั่วมือของเธอพร้อม กับเสียงร้องของแพะที่เงียบสงบลง หญิงสาวยกมือกุมขึ้นก่อนจะเดินหันหลังกลับขึ้นไปบนโบสถ์ พร้อมกับฝูงชนเบื้องล่าง ที่ตะโกนพร้อมกันขึ้นมาว่า แด่วินซา

     

    ดวง จันทร์สีเหลืองอมเงินส่องแสงเด่นกลบหมู่ดาว ในค่ำคืนที่เงียบสงัด หญิงสาวในชุดคลุมสีขาววิ่งตามทางในป่า นางอุ้มแพะสีขาวไว้ เธอวิ่งมาจนถึงบ่อน้ำสีขาวเบื้องหน้าที่อยู่ติดกับหน้าผาสูง รอบข้างนั้นมีต้นไม้สูงใหญ่ปกคลุมอยู่รอบ ตรงกลางบ่อน้ำซึ่งไม่มีต้นไม้ปกคลุมจึงเป็นบริเวณเดียวที่แสงของดวงจันทร์ ส่องถึง เธอคลุกเข่าลงพร้อมกับวางแพะไว้เบื้องหน้า หญิงสาวปลดฮูดคลุมหัวลงเผยโฉมหน้าอ่อนวัย ดวงตาสีอเมทิสต์มองไปยังแพะเบื้องหน้า เธอวางมือข้างซ้ายลงบนตัวแพะ พร้อมกับพึมพำอะไรบางอย่าง แสงสีขาวอาบไปทั่วตัวแพะ ก่อนที่แพะจะค่อยๆลุกตัวขึ้นก่อนจะค่อมหัวให้หญิงสาวและเดินจากไป หญิงสาวถอดถุงมือสีขาวก่อนจะจุ่มมือที่มีรอยแผลอยู่บนมือมากมาย เลือดจางๆจากแผลที่อยู่กลางมือเธอค่อยๆกระจายไปในบ่อน้ำ ก่อนจะจางหายไปเมื่อเธอยกมือขึ้น จากน้ำ ซึ่งการกระทำของเธอนั้นไม่อาจรอดพ้นสายตาของชายหนุ่มผู้หนึ่งที่แอบดูเธอ อยู่หลังต้นไม้ แกร๊บ เสียงเท้าของชายหนุ่มที่เหยียบโดนใบไม้แห้งดังขึ้น

     

    ใครนะหญิงสาวเอ่ยด้วยสีหน้าตกใจพลางหันไปมองทางต้นเสียง ชายหนุ่มแนบตัวเข้ากับต้นไม้พร้อมกับเงียบเสียงทุกอย่างลงแม้กระทั่งเสียง หายใจของเขา

     

    คิดว่าจะหลบข้าพ้นหรอ เพนเซียหญิง สาวเอ่ยก่อนที่แสงสีเขียว จะพุ่งจากมือเธอไปยังต้นไม้ เถาวัลย์สีเขียวที่เกี่ยวอยู่กับต้นไม้เลื้อยเข้าไปรัดชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเหวี่ยงร่างเขามาข้างหน้าของหญิงสาว

     

    ข้าขอโทษ ข้าไม่ได้ตั้งใจจะมาแอบดูเจ้าชายหนุ่มเอ่ยพร้อมกับเล่าเรื่องราวของเขา ซึ่งอาจเป็นการเริ่มต้นความรักของทั้งสอง

     

    แสง ตะวันส่องลงมายังบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ริมผา ชาวบ้านมากมายต่างพากันมาตักน้ำในบ่อเพื่อเอาไปรักษาลูกหลานของเขาที่ต่าง ป่วยเป็นโรคระบาดที่นักบวชไม่สามารถรักษาได้ ผลจากการทำพิธีบูชาเทพโดยวินซาที่ชาวบ้านพากันไปขอให้วินซาทำเพื่อรักษาโรค ระบาดในหมู่บ้านทำให้พวกเขาสามารถนำน้ำศักดิ์สิทธิ์ไปรักษาลูกหลานจนหาย ทำให้พวกเขายังเชื่อและนับถือในพลังวิเศษของตัววินซา

     

    ...เมื่อ ถึงยามค่ำคืน อีกครั้ง วินซาก็ออกจากวิหารเพื่อไปพบชายหนุ่มอีกครั้ง ซึ่งเป็นการเติบโตของความรักระหว่างเธอกับเขาภายใต้แสงจันทร์ของทุกคืน...

     

    และ แล้ววันหนึ่งก็เกิดโรคระบาดภายในหมู่บ้าน ชายหนุ่มกำลังดูแลแม่ของเขาที่กำลังป่วยหนักด้วยโรคระบาด เขาตัดสินใจที่จะไปหาหญิงสาวผู้เป็นที่รักที่โบสถ์

     

    วินซา เจ้าช่วยรักษาโรคระบาดให้กับพวกเราได้หรือไม่ชายหนุ่มเอ่ยถามหญิงสาวอย่างร้อนรน

     

    ข้าไม่สามารถทำได้ เพราะยังไม่ถึงเวลาที่จะใช้พลังของเราได้หญิงสาวเอ่ยด้วยแววตาเศร้าสร้อย

     

    ข้าขอร้องละ เจ้าต้องการอะไรในการทำพิธี ข้าจะหามาให้เจ้า แต่เจ้าต้องช่วยข้านะชายหนุ่มเอ่ยอ้อนวอนอย่างไม่ยอมแพ้

     

    ข้าไม่สามารถช่วยท่านได้จริงๆหญิงสาวเอ่ย

     

    ในเมื่อท่านไม่ช่วยข้า ข้าก็จะหาทางของข้าเองชายหนุ่มเอ่ยด้วยความโมโห ก่อนจะเดินหันหลังกลับ

     

    เดี๋ยวก่อน แต่ข้ามีคำแนะนำให้ เจ้าจงใช้เลือดแห่งการรักษาหญิงสาวเอ่ยด้วยรอยยิ้มเศร้าสร้อยก่อนจะเดินหันหลังกลับเข้าไปในโบสถ์

     

    เมื่อ ชายหนุ่มได้ยินดังนั้นจึงรีบกลับไปปรึกษากับชาวบ้านในละแวกนั้นในสิ่งที่วิ นซาบอก และเราเรื่องราวการทำพิธีของวินซาที่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ เมื่อเล่าเสร็จชายหนุ่มกับพึ่งคิดได้ว่าสิ่งที่วินซาหมายถึงนั้นคืออะไร แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว เหล่าชาวบ้านพากันรวมตัวไปหาวินซาที่วิหาร แล้วจับเธอไปยังบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ร่างของวิซาถูกโยนลงไปในบ่อน้ำพร้อมเลือด สีแดงฉานที่กระจายไปทั่ว และก่อนที่นางจะตายนางได้เอ่ยว่า เลือดของข้าอาจรักษาโรคระบาดได้ แต่ชีวิตคนอีกมากมายในอนาคตอาจต้องทรมานเพราะเลือดของข้าร่าง ของแม่มดขาวค่อยๆสลายรอยขึ้นสู่อากาศพร้อมกับที่ลมหนาวค่อยๆพัดมา ใบไม้เริ่มร่วงโรยลงมาพร้อมกับหิมะสีขาวด้วยที่จะเปลี่ยนเมืองนี้ให้กลาย เป็นเมืองหิมะที่มีชื่อว่า วิซ

     

     

     

    ค่ำคืนสีม่วง ลมหนาวพัดผ่าน หยาดเหมันต์ล่วงหล่น ถึงผู้จากลา และถือกำเนิด

    ณ ดินแดนที่ปกคลุมด้วยสีขาว ต้นไม้ไร้ใบแผ่กิ่งก้าน ลมหนาวพัดพาเกล็ดน้ำแข็งให้ปลิวว่อน แต่ยังมีสถานที่อบอุ่นสำหรับบางคนแต่บางคนก็ไม่มีแม้กระทั่งผ้าที่เอามาห่มให้คลายหนาว ซึ่งก็เปรียบเสมือนเหมันต์สีดำและขาว

     

    ภายในโกดังร้างหลังหนึ่ง เด็กสาวสองคนกำลังนั่งกอดกันเพื่อคลายความหนาว เด็กสาวทั้งสองมีผมสีเงินยาวถึงกลางหลัง คนหนึ่งมี่ดวงตาสีอเมทิสต์ที่ส่องประกายกร้าว ส่วนอีกคนมีดวงตาสีทับทิมส่องประกายเศร้าสร้อย

     

    ไวโอลิน เจ้าเล่นเพลงให้ข้าฟังหน่อยสิเด็กสาวตาสีแดงเอ่ยกับเด็กสาวตาสีม่วงผู้เป็นน้องสาว

     

    มาริ ข้าปวดเมื่อยจากลมหนาว จนไม่อยากจะขยับไปไหนแล้วไวโอลินเอ่ย ขณะมองไปที่ไวโอลินสีน้ำตาลของตนที่วางอยู่ข้างๆ

     

    แต่ข้าอยากฟังเพลงเพื่อคลายหนาวมาริโอเนตเอ่ย ก่อนจะหันไปมองน้องสาวของตน ไวโอลินหันสบตาพี่สาวของเขาก่อนเอื้อมมือไปหยิบไวโอลินไม้สีน้ำตาลที่มีรวดลายสีเงินส่องประกาย ขึ้นมาเพื่อบรรเลงเพลงขับไล่ความหนาวเหน็บ ที่มันไม่อาจหายออกไปจากใจของพวกเธอเลย

     

    อีกด้านของเหมันต์สีดำ

    ภายในบ้านหลังเล็กๆที่แสนอบอุ่น เด็กสาวผมสีเงินสองคนกำลังนั่งคุยกันอยู่ที่โต๊ะทรงสี่เหลี่ยม โดยมีหญิงสาวผมสีน้ำตาลหยักศกกำลังตั้งหน้าตั้งตาปรุงอาหารอยู่บนเตาห่างออกไปไม่ไกลนัก หญิงสาวยกถ้วยซุปมาวางบนโต๊ะอาหารขัดการคุยของเด็กสาวทั้งสอง

     

    นี่ ซุปได้แล้ว มากินกันก่อนดีกว่าเดี๋ยวค่อยคุยกันต่อหญิงสาวเอ่ยก่อนจะหันไปยิ้มให้ลูกสาวทั้งสองพร้อมนั่งลงร่วมโต๊ะอาหาร

     

    แคนเดิล เธอช่วยเพิ่มบรรยากาศบนโต๊ะกินข้าวหน่อยสิเด็กสาวที่มีดวงตาสีอเมทิสต์ส่องประกายอ่อนโยนเอ่ยกับน้องสาวของตนที่มีดวงตาสีทับทิมสดใส เด็กสาวที่ถูกเรียกว่าแคนเดิลหันไปยิ้มให้กับพี่สาวก่อนที่มือของเธอจะเปลี่ยนกลายน้ำเหนียวสีขาวค่อยไหลไปกลางโต๊ะก่อนที่จะก่อรูปร่างเป็นแท่งกลมๆ 3แท่ง ซึ่งตรงกลางมีขนาดใหญ่สุดและด้านข้างสองอันเล็กรองลงมา เปลวไฟสีแดงอมส้มลุกขึ้นมาบนแท่งทรงกลมสีขาวทั้งสาม ก่อนที่มือของแคนเดิลจะกลับมาสู่สภาพเดิม

     

    ยาน เธอช่วยปิดไฟหน่อยสิแคนเดิลเอ่ยกับพี่สาวของตน ก่อนที่มือของยานจะมีเส้นไหมสีม่วงพุ่งไปยังสวิตช์ไฟ ฟึบ ไฟในบ้านหลังน้อยดับลง เหลือแต่แสงเทียนสลัวๆสร้างบรรยากาศการกินอาหารให้กับครอบครับอันแสนอบอุ่น

     

     

     

    นี่อีกหนึ่งวันจะถึงวันคริสต์มาสแล้วนะ เราจะทำอะไรกันดีแคนเดิลถามพี่สาวของเธอพลางคิดถึงสิ่งที่พวกเขาทำในปีก่อนๆ ตอนปีที่แล้วที่พวกเธออายุ 11 ปี เธอได้ช่วยกันสร้างแคนเดิลแฟรกเทอรี่ โดยใช้พลังเทียนของแคนเดิลสร้างเค้กเทียนยักษ์ขึ้นมาและใช้เส้นไหมของยานตกแต่งเค้กและเอาปลายด้านหนึ่งออกมาและจุดไฟจนไฟรามไปเรื่อยๆจนถึงตัวเค้กกลายเป็นโดมไฟขนาดยักษ์เพื่อฉลองวันคริสต์มาสซึ่งก็เป็นวันเกิดของพวกเธอ ทำให้ชาวบ้านต่างตื่นตกใจกันมากมาย ซึ่งพวกเธอก็โดนแม่ดุและถูกทำโทษกักบริเวณเป็นเวลา 3 เดือน

     

    แต่ไม่เอาแบบปีที่แล้วนะ ตอนถูกกักบริเวณมันน่าเบื่อมาก เรามาหาอะไรทำที่มันตื่นเต้นและไม่เดือดร้อนคนอื่นดีกว่ายานเอ่ยพลางทำหน้าเบื่อๆ

     

    คุยอะไรกันอยู่ จ๊ะ อย่าบอกนะจะหาเรื่องแอบหนีไปทำตอนวันเกิดอีกนะหญิงสาวผมสีน้ำตาลเดินมานั่งร่วมวงกับลูกสาวของเธอ

     

    เอ่อ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ คุณแม่ เรากำลังคุยเรื่องงานฉลองคริสมาสต์ที่จะถึงนี้ค่ะแคนเดิลเอ่ยกับแม่ของเธอก่อนจะลูกมาลากพี่สาวของเธอขึ้นห้องไป พร้อมกับสายตาของหญิงสาวผมน้ำตาลที่มองด้วยความเอ็นดู

     

    นี่ แคนเดิล เธอรู้สึกแปลกๆไหม กับวันคริสมาสต์ปีนี้ มันอาจไม่เหมือนเดิมฉันรู้สึกได้อย่างนั้นยานเอ่ยกับแคนเดิลด้วยสีหน้ากังวลขณะนอนอยู่บนตียง

     

    ไม่มีอะไรหรอกน่ามันก็เหมือนเดิมนั่นแหละ เรารีบนอนกันเถอะเอ่ยกับพี่สาวทั้งๆที่เธอเองก็รู้สึกเช่นเดียวกัน แต่ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไรเธอต้องผ่านมันไปให้ได้

                   

     

     

    ฟู่ เสียงเนื้อทำปฏิกิริยากับน้ำมันดังขึ้น พร้อมกับกลิ่นหอมตลบอบอวน หญิงสาวผู้เป็นแม่กำลังง่วนอยู่กับการทำอาหารให้ลูกสาวของเธอ

     

    แม่คะ เช้านี้มีอะไรกินบ้างคะเสียงสดใสของแคนเดิลดังขึ้นขณะที่เธอนั่งร่วมโต๊ะกินอาหาร

     

    สเต็กเนื้อควอสจ๊ะแม่บอกพร้อมกับยกจานสเต็กมาวางบนโต๊ะโดยมียานไปช่วยยก

     

    ว้าวหอม น่ากินจังแคนเดิลเอ่ยก่อนจะหยิบมีดกับส้อมเตรียมหั่นเนื้อ เพี๊ยะ ยานเอื้อมมือมาตีมือน้องสาวของตนที่กำลังจะหั่นเนื้อในจาน

     

    เจ้าลืมอะไรไปรึเปล่ายานเอ่ยด้วยสีหน้าดุๆ แคนเดิลทำสีหน้าตกใจก่อนจะส่งสายตาไปขอโทษ แล้วทุกคนก็พูดขึ้นมาว่า

     

    แด่วินซาจากนั้นก็ลงมือรับประทานอาหาร

     

    หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ แม่ของพวกเธอก็ได้ไหว้วานให้พวกเธอนำตะกร้าผลไม้ไปเยี่ยมคุณยายที่ท้ายป่าโดยบอกว่าจะค้างที่นั่นเลยก็ได้สองเด็กสาวที่คนหนึ่งสวมผ้าคลุมสีแดง อีกคนสวมผ้าคลุมสีม่วงที่กำลังถือตะกร้าผลไม้ เดินไปตามทางที่พื้นปกคลุมไปด้วยหิมะ มีต้นไม้ไร้ใบและต้นสนขึ้นอยู่เรียงรายข้างทาง ที่พื้นบางแห่งมีหญ้าแสมขึ้นมาพร้อมกับดอกไม้หลากสีที่ขึ้นอยู่เต็มไปหมด เหมือนเป็นดอกไม้ประจำถิ่น

     

    ว้าว ดอกไม้สวยจังเราแวะเก็บไปฝากคุณยายกันเถอะเด็กสาวผ้าคลุมสีแดงเอ่ย

     

    เอาสิ แคนเดิล เลือกดอกสวยๆหน่อยนะเด็กสาวผ้าคลุมสีม่วงกล่าวบ้าง หลังจากนั้นทั้งสองก็เดินไปเรื่อยโดยมีแคนเดิลเป็นคนเก็บดอกไม้และยานเป็นคนถือตะกร้า

     

    ว้าว ดอกคัสซิโนเวียดอกนี้ สวยจังแคนเดิลเอ่ย ขณะก้มลงไปเพื่อจะเก็บดอกคัสซิโนเวียที่อยู่หน้าพุ่มไม้พุ่มใหญ่

     

    กรี๊ดด แคนเดิล ระวังยานกรีดร้องเตือนแคนเดิลขณะมองหมาป่าตัวใหญ่ขนสีเทา ฟันแหลมเฟื้อยกระโจนออกมาจากพุ่มไม้เข้าใส่แคนเดิล

     

    แคนเดิล ช๊อปแคนเดิลเอ่ยก่อนจะวาดมือที่เปลี่ยนกลายเป็นเทียนก่อนจะรวมกันเป็นค้อนขนาดยักษ์พุ่งเข้าใส่หมาป่า ร่างของหมาป่าเมื่อปะทะกับค้อนเทียนที่แข็งเหมือนเหล็กก็ปลิวง่ายหลังไถลไปกับพื้นพร้อมเสียงครวญคราง

     

    แคนเดิลเป็นอะไรไหมยานวิ่งเข้ามาถามด้วยวามเป็นห่วง

     

    ไม่เป็นไรหรอกจ…”แคนเดิลเอ่ยยังไปทันจบหมาป่าร่างยักษ์ก็กระโจนเข้าใส่ทั้งสองแต่มันไม่ได้มีตัวเดียว ยังมีหมาป่าอีกสองตัวที่กระโดดเข้าใส่ทั้งสองจากด้านหลัง กร๊อบ คอของหมาป่าทั้งสามหมุนบิดก่อนจะร่วงลงกับพื้นห่างจากทั้งสองไปไม่ถึงเมตร

     

    พวกเธอไม่เป็นไรนะเด็กสาวผมสีเงินดวงตาสีแดงเอ่ยขณะเดินนำเด็กสาวอีกคนที่ลักษณะคล้ายกันแต่ดวงตาสีม่วงออกมาจากข้างทาง

     

    ไม่เป็นไร แต่พวกเธอเป็นใครกันแคนเดิลถามอย่างฉงน แต่เธอก็ต้องตกใจเมื่อเห็นหญิงสาวของคนที่มาใหม่มีรูปร่างใบหน้าเหมือนกับเธอและพี่สาวทุกประการแต่จะมีต่างกันแววตาและสีตา

     

    ฉันไวโอลินยินดีที่ได้รู้จัก ส่วนนี่พี่สาวฉันมาริโอเนตเด็กสาวตาสีม่วงใส่ชุดมอมแมมเอ่ย

     

    ฉันว่าอย่าพึ่งแนะนำตัวกันตอนนี้เลย หมาป่าหิมะมักจะอยู่กันเป็นฝูงเดี๋ยวมันจะดมกลิ่นมาหาเรากันหมดมาริโอเนตบอกก่อนจะเดินนำไปตามทาง

     

    เขาก็เป็นแบบนี้แหละ อย่าไปสนใจเขาเลยไวโอลินบอกยิ้มๆก่อนจะจูงมือเพื่อนใหม่ทั้งสองตามมาริโอเนตที่เดินห่างไปไกลแล้วไป เมื่อเดินมาสักพักเด็กสาวทั้งสี่ก็พักอยู่ใต้ต้นไม้และเริ่มทำความรู้จักกัน

     

    เราชื่อแคนเดิลนะ ส่วนนี่ยานพี่สาวเราแคนเดิลเอ่ยแนะนำตัวเองพลางชี้ไปที่ยาน

     

    ฉันไวโอลิน นั่นมาริโอเนตไวโอลินแนะนำบ้าง

     

    ทำไมพวกคุณไว้ใจพวกฉันละถึงเดินมาด้วยกัน ไม่นึกเอะใจบ้างหรอที่อยู่ๆตอนที่พวกคุณตกอยู่ในอันตรายแล้วก็โผล่มาช่วยมาริโอเนตเอ่ยขึ้นพลางมองไปทางยาน

     

    ก็เหมือนพวกคุณนั่นแหละค่ะ ที่ยอมเข้ามาช่วยพวกฉันและเดินมาด้วยกันทั้งๆที่เห็นแล้วว่าพวกฉันมีพลังพอที่จะเอาตัวรอดได้ยานเอ่ยขณะหันมาสบตากับมาริโอเนต

     

    พวกคง พวกคุณอะไรกัน ฉงฉัน อะไรกันเราเป็นเพื่อนกันแล้วนะ ยังจะใช้คำพูดอะไรแบบนี้อีก ในที่นี้มีแต่เธอ กับเราแค่นั้นแหละแคนเดิลเอ่ยขึ้นทำให้บรรยากาศที่กำลังอึมครึ้มหายไปภายในพริบตาและตามมาด้วยเสียงหัวเราะคิกคิกของไวโอลิน ขณะที่ยานหันมามองแคนเดิลอย่างขำๆ

     

    แล้วพวกคุณ...

     

    พวกเธอแคนเดิลเอ่ยขัดขึ้นมาพลางจ้องไปยังมาริโอเนต

     

    อื้ม พวกเธอจะไปไหนกันมาริโอเนตเอ่ยอย่างยอมแพ้ต่อสายตาของแคนเดิลที่มองมา

     

    เราจะไปเยี่ยมยายกัน ค่อยไปคุยกันที่นั่นดีกว่านะแคนเดิลเอ่ยก่อนที่ สี่สาวจะพากันไปที่บ้านยายซึ่งระหว่างทางก็จะได้ยินเสียงของเด็กสาวสองคนพูดคุยกันไปตลอดทาง

                   

     

     

    ก๊อก ก๊อก ก๊อก คุณยายคะ หนูแคนเดิลมาเยี่ยมคุณยายค่ะแคนเดิลตะโกนบอกขณะเคาะประตูไม้ของบ้านหลังเล็กๆที่ชายป่าๆ

     

    แอ๊ดด ประตูไม้เปิดออกพร้อมหญิงชราในชุดนอนใส่แว่นตากรอบทองพร้อมหมวกคลุมหัวยืนอยู่

     

    หวัดดีจ๊ะ หลานๆมาเยี่ยมยายกันหรอจ๊ะ เชิญเข้ามาข้างในกันก่อนสิหญิงชราเอ่ยก่อนจะเดินกับไปนั่งที่เตียง

     

    ยายคะ เป็นอะไรมากไหมคะ ทำไมยายเสียงแหบจังคะแคนเดิลเอ่ยขณะนำตะกร้าผลไม้ไปวางไว้บนโต๊ะก่อนจะเดินไปหายายของเธอ

     

    อ่อ ยายเจ็บคอนะยายเอ่ยด้วยเสียงแหบพร่า

     

    แล้วทำไมยายหูยาวจังคะเอ่ยอย่างสงสัย

     

    ก็ยายจะได้ยินเสียงของหนูชัดๆไงจ๊ะยายตอบ

     

    แล้วทำไมยายฟันใหญ่จังคะ แล้วก็ปากเหม็นด้วยอะแคนเดิลเอ่ยพลางเริ่มเดินถอยห่าง

     

    ก็เอาไว้กินเจ้าไงเล่าเจ้าเด็กบ้ายายคำรามก่อนกลายร่างเป็นหมาป่าแล้วกระโจนเข้าใส่เธอ

     

    กรี๊ดดดดดด แคนเดิลๆ เป็นอะไรเสียงของยานดังขึ้นพร้อมเขย่าตัวของแคนเดิลที่หลับอยู่บนเก้าอี้ที่บ้านของคุณยาย ซึ่งเธอคงจะหลับไปตอนที่พวกเขาคุยกัน

     

    ไม่เป็นไรหรอกแค่ฝันร้ายนะแคนเดิลเอ่ยหอบๆ

     

    อย่าบอกนะ ฝันถึงนิทานที่ชอบอ่านบ่อยนะ เล่นกรี๊ดซะลั่นบ้านเลยยานถามอย่างขบขัน แต่แคนเดิลก็เงียบไปทำให้เธอรู้ว่าที่แท้แคนเดิลฝันถึงเรื่องหนูน้อยหมวกแดงนี่เอง

     

    เอ้าแคนเดิล ดื่มชาก่อนสิหน้าซีดหมดแล้วคุณยายเอ่ยก่อนทำท่าจะลุกไปยกชามาให้แคนเดิล

     

    ไม่ต้องหรอกค่ะ ยายนอนพักเถอะ เดี๋ยวแคนเดิลหยิบเองแคนเดิลเอ่ยก่อนจะลุกไปพยุงยายของเธอนอนลงแล้วลุขึ้นไปหยิบชามานั่งจิบ

     

    คุยไปถึงไหนกันแล้วหรอเมื่อนั่งลงแคนเดิลก็เอ่ยถามทั้งสามคน

     

    ก็คุยถึงพลังวิเศษของทุกคนไงยานตอบหน้าเครียด

     

    ห๊า พวกเธอก็มีงั้นหรอแคนเดิลถามอย่างตกใจ

     

    ใช่ นี่พลังของเราไวโอลินบอกก่อนเรียกไวโอลินออกมาก่อนจะบรรเลงเพลงที่เศร้าสร้อยขณะนั้นดวงตาสีอเมทิสต์ของเธอก็แข็งกร้าวขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับเนื้อเพลงที่บรรเลงเศร้าสร้อยลงเรื่อยๆเช่นกัน โครม กึก กึก กึก บ้านทั้งหลังเริ่มสั่นพร้อมกับที่กรอบรูปเริ่มตกลงพึ้น

     

    ไวโอลิน หยุดได้แล้วมาริโอเนตบอกน้องสาวของเธอแต่ไวโอลินก็ไม่มีท่าทีจะหยุดเล่น ข้าวของภายในบ้านเริ่มล้มระเนระนาด

     

    ไวโอลิน ฉันบอกให้หยุดมาริโอเนตตะวาดก่อนดวงตาของเธอจะกลายเป็นสีขาวไปแว๊บหนึง แขนของไวโอลินก็บิดดังกึก ไวโอลินไม้ล่วงหล่นกับพื้น พร้อมที่บ้านทั้งหลังหยุดสั่นไหว แต่ไวโอลินไม่หยุดแค่นั้นเธอก้มลงไปหมายจะคว้าไวโอลินขึ้นมาบรรเลงต่อ

     

    ไวโอลิน เจ้าหยุดแล้วหลับซะเถอะคุณยายเอ่ยเสียงอ่อนโยนก่อนที่ร่างของไวโอลินจะทรุดฮวบลงกับพื้น

     

    คุณยายทำได้ไงคะยานถามอย่างสงสัย

     

    เฮ้อ เราช่วยกับเก็บของก่อนดีกว่าแล้วเดี๋ยวยายจะเล่าให้ฟังยายเอ่ยก่อนที่ร่างของไวโอลินจะลอยขึ้นไปนอนอยู่บนเตียงทำให้พวกเธออึ้งไปตามๆกัน หลังจากที่พวกเธอเก็บของเสร็จ ทุกคนก็ต่างมานั่งรุมล้อมยายที่นั่งอยู่บนเตียงโดยมีไวโอลินนอนอยู่ข้างหลัง

     

    เอาละนะยายจะได้เริ่มเล่าสักที

     

     

     

    วินซาหญิงสาวที่เป็นเหมือนเทพธิดาสำหรับพวกเรา นางช่วยรักษาโรคระบาดมากมาย และแล้ววันหนึ่ง ก็เกิดโรคร้ายขึ้นอีกครั้ง ซึ่งครั้งนั้น ข้าก็ป่วยเพราะโรคระบาดที่รักษาไม่หายนี่ และพี่ชายของข้า เขาเคยเล่าให้ข้าฟังว่า เขารู้จักกับนางและเขาหลงรักนาง นางต้องช่วยเขาได้แน่ และเขาก็ได้ไปขอร้องนาง

     

    วินซา เจ้าช่วยรักษาโรคระบาดให้กับพวกเราได้หรือไม่เขาเอ่ยถามกับนางอย่างร้อนรน

     

    ข้าไม่สามารถทำได้ เพราะยังไม่ถึงเวลาที่จะใช้พลังของเราได้นางเอ่ยด้วยแววตาเศร้าสร้อย

     

    ข้าขอร้องละ เจ้าต้องการอะไรในการทำพิธี ข้าจะหามาให้เจ้า แต่เจ้าต้องช่วยข้านะเขาเอ่ยอ้อนวอนอย่างไม่ยอมแพ้

     

    ข้าไม่สามารถช่วยท่านได้จริงๆนางเอ่ย

     

    ในเมื่อท่านไม่ช่วยข้า ข้าก็จะหาทางของข้าเองเขาเอ่ยด้วยความโมโห ก่อนจะเดินหันหลังกลับ

     

    เดี๋ยวก่อน แต่ข้ามีคำแนะนำให้ เจ้าจงใช้เลือดแห่งการรักษานางเอ่ยด้วยรอยยิ้มเศร้าสร้อยก่อนจะเดินหันหลังกลับเข้าไปในวิหาร โดยมีข้าเดินตามนางเข้าไปในโบสถ์ นางนั่งลงบนแท่นในโบสถ์ที่สลักรวดลายเป็นรูปปีกขนนก

     

    ข้ารู้ว่าเจ้าอยู่ที่นี่นางเอ่ยขณะหันมองมาทางข้า

     

    ท่านเห็นข้าข้าเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ

     

    ข้าเห็นเจ้านางเอ่ยด้วยรอยยิ้มเศร้าสร้อย

     

    เจ้ารู้ไหมทำไมข้าถึงไม่ช่วยพวกเขานางเอ่ยอย่างที่ข้าไม่แน่ใจว่านางต้องการคำตอบจากข้าหรือไม่

     

    เพราะข้าไม่อาจอยู่ค้ำโลกได้ไงละ ข้าอาจรักษาพวกเจ้าได้ แต่ในภายภาคหน้าที่พวกเจ้าไม่มีข้าใครจะรักษาพวกเจ้าอีก อีกอย่างข้ามีงานให้เจ้าทำ อาวุธของพวกชาวบ้านไม่สามารถทำอันตรายข้าได้หรอก แต่มีสิ่งหนึงที่ทำได้นางเอ่ยพลางหยิบกริชสีเงินวาววับขึ้นมา ก่อนจะร่ายคาถาลงที่กริช ก่อนจะยกกริชขึ้นเหนือหัว หยดน้ำสีเงินจากกริชร่วงหล่นเข้าใส่ปากของนาง

     

    เจ้าจะไม่ดูก็ได้นะ ข้ารังเกียจร่างนี้เต็มทนแล้วนางเอ่ยด้วยใบหน้าบิดเบี้ยว ก่อนหน้าของนางเหี่ยวหย่นและเริ่มเหลวเละกลายเป็นน้ำเมือกสีเขียวผสมน้ำเหลืองซึ่งไม่ต่างจากร่างกลายของนางตอนนี้ที่เริ่มเป็นเช่นเดียวกัน ข้ากรี๊ดร้องอย่างตกใจกับร่างอันน่าเกลียดน่ากลัวของนาง นางดิ้นทุรนทุรายอยู่บนแท่นซักพักก็หยุดนิ่งและร่างกายของนางก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม

     

    เฮ้อ น่ารังเกียจใช่ไหมข้านะ เจ้ารู้ไหม โรคร้ายต่างๆนะมันสูญหายไปได้อย่างไร มันไม่ได้หายไปไหนหรอกมันอยู่ในตัวข้านี่แหละ สิ่งข้าเป็นมันไม่ได้เป็นเหมือนพรสวรรค์แต่มันเป็นเสมือนคำสาปร้ายที่เขาสาปข้าไว้ ลูซิเฟอร์ ข้าจะใช้เลือดของเขาที่เขามอบให้ข้าเนี่ยแหละ เป็นตัวเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่ไม่มีใครมาบงการ พวกเจ้าจะสามารพัฒนาและดูแลรักษากันเอง เจ้ามาเป็นส่วนหนึ่งกับข้าเถอะนะนางเอ่ยพลางยื่นมือมาทางข้า ข้ายื่นมือเข้าไปจับมือกับนาง และหลังจากนั้นนางก็สิ้นใจไปพร้อมกับที่หิมะร่วงหล่นลง พร้อมกับคำที่นางให้ไว้กับข้า บุตรแห่งเลือดของข้าทั้งสี่ พวกเขาจะต้องเลือกว่า เขาจะสร้างลูซิเฟอร์ขึ้นมาอีก หรือ เขาจะสร้างดวงจิตแห่งวินซา

                   

     

     

    ซึ่งพวกเธอก็เป็นบุตรแห่งเลือดของนาง และที่ยายได้พลังเวทของนางมาก็เพราะหลังจากที่นางตายความหนาวเหน็บก็พลัดผ่านมา น้ำในสระศักดิ์สิทธิ์ได้กลายเป็นน้ำแข็งทั้งหมดมีแค่ ยาย แล้วก็แม่ของเจ้าที่กำลังตั้งท้องอยู่ได้ดื่มเลือดของนางเท่านั้น ซึ่งนั่นก็ทำให้พวกเจ้าเกิดออกมา และหลังจากที่ยายดื่มเลือดยายก็ได้ย้อนเวลาไปดูวิถีชีวิตนางตามที่ยายเล่ามา ซึ่งก็ทำให้ยายมั่นใจว่าพวกเธอคือบุตรทั้งสี่ เพราะ สองคนนี่ดื่มเลือดของนางตอนกำลังจะเกิด คือเจ้ากับเจ้า แคนเดิล และยาน ส่วนอีกสองคนเกิดจากกายนางพวกเจ้าจำอะไรได้บ้างไหมละ หืมยายหันมาถามไวโอลินกับมาริโอเนต

     

    เราจำได้แค่ตั้งแต่ตอนพวกเราสามขวบ มีผู้หญิงคนหนึ่งจากเราไปพร้อมกับมอบไวโอลินให้ไว้กับไวโอลิน เธอเป็นหญิงสาวผมสีขาวบริสุทธิ์ ดวงตาสีม่วงสดใส เมื่อเธอจากไปพวกเราก้อยู่ที่บ่อน้ำศักดิ์จากนั้นเป็นต้นมาพวกเราก็ย้ายมาอาศัยในโกดังร้างในเมืองหมู่บ้าน จนบัดนี้แหละมาริโอเนตเอ่ยด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย

     

    คงเป็นนางจริงๆด้วย ยายเหลือเวลาไม่มากนัก ยายใกล้หมดเวลาแล้ว วันพรุ่งนี้พวกเจ้าจะต้องเลือกว่าจะทำเช่นไรกับชีวิตของตนเองต่อไป จงไปที่วิหารแล้วที่นั่นเจ้าจงเลือกซะ คืนนี้นอนที่นี่แหละพักผ่อนให้มากๆนะ อ่อแล้วก่อนจะนอนพวกเธอรู้ไหมทำไมเขาถึงเรียกวันเกิดของพวกเธอว่าวันคริสต์มาส เมื่อก่อนนะ ตอนที่นางตายเหมันต์ได้ล่วงหล่นมา เขาตั้งชื่อวันนี้ว่า เครโยมัส(เค-ระ-โย-มัส)มันแปลว่า ผู้นำพาเหมันต์แต่ผ่านมาถึงสิบสองปีแล้วมันเรียกยากเขาก็เลยเรียกเพี้ยนกันมาเป็นคริสต์มาสเนี่ยแหละ เอาละพวกเธอไปนอนได้แล้วยายเล่าก่อนจะลุกขึ้นไปดับไฟ

     

     

     

    วันนี้เช้าที่สดใส เหมือนกับเด็กสาวทั้งสี่ที่ต่างคนต่างใส่ชุดคลุมคนละสี่คุณยายทำให้ แคนเดิลเสื้อคลุมสีแดง ยานสีม่วง ไวโอลินสีดำ และมาริโอเนตสีขาว

     

    นี่พวกเราจะไปตามที่คุณยายบอกใช่ไหมแคนเดิลถามขึ้น

     

    พวกเราเชื่อที่คุณยายพูดไหมล่ะมาริโอเนตเอ่ยทำให้ทุกคนหันมามองเธอแปลกๆ

     

    อะไรกันฉันแค่ถามเฉยๆ ถ้าเชื่อก็ไปสิมาริโอเนตเอ่ยก่อนจะเดินนำออกไป

     

    อืมงั้นเราไปกันเถอะไปพิสูจน์ความจริงกันแคนเดิลเอ่ยก่อนจะเดินตามมาริโอเนตไป

     

    อืมงั้นเราก็ไปกันเถอะค่ะยานเอ่ยก่อนจะจูงมือไวโอลินตามสองสาวไป

     

    วิหารสีขาวตั้งตระหง่านอยู่กลางป่า เด็กสาวทั้งสี่ยืนอยู่หน้าวิหารสูงกว่า10เมตรที่ไม่มีบันไดขึ้น พวกเธอต่างฉงนสงสัยว่าจะขึ้นไปได้อย่างไร

     

     เอาไงดีไวโอลินถาม

     

    ลองดูสิแคนเดิลเอ่ยก่อนที่ใต้เท้าของเธอจะมีน้ำสีขาวออกมาแต่มันไม่สามารถไหลไปไหนได้มันได้แต่วนอยู่ใต้เท้าเธอเท่านั้น

     

    ทำไมควบคุมได้แค่นี้ละแคนเดิลเอ่ยอย่างตกใจ

     

    ทดสอบงั้นหรอมาริโอเนตเอ่ย ทุกคนจึงหันมามอง ก่อนที่ตาของมาริโอเนตเปลี่ยนเป็นสีขาว และที่พื้นใต้เท้าของเธอก็มีคลื่นพลังบางอย่างแผ่ออกมาก่อนตัวของเธอจะลอยขึ้นไปบนโบสถ์

     

    “’อืม งั้นลองมั่งไวโอลินเอ่ยก่อนจะบรรเลงเพลงและตัวเธอก็ลอยตามขึ้นไป และยานกับแคนเดิลก็ตามมาโดนที่ยานนั่นมีเส้นไหมลอยออกมาจากเท้ายกตัวเธอลอยขึ้นมาก็เหมือนกับแคนเดิลที่ใช้เทียนลอยตัวขึ้นมา เด็กสาวทั้งสี่เดินเข้าไปในตัวโบสถ์ด้านในเป็นห้องโถงกว้างมีเสาขนาดยักษ์อยู่ทางด้านข้าง ตรงกลางมีแท่นสีเงินทรงกลมที่มีกริชสีเงินปักอยู่

     

    ในที่สุดพวกเจ้าก็มาถึงเสียงสองเสียงดังขึ้นพร้อมกันเสียงหนึ่งเป็นเสียงใสกังวานของผู้หญิงอีกเสียงเป็นเสียงของชายหนุ่มที่ดูลึกลับ

     

    พวกเจ้าต้องเลือกข้า พวกมันทำร้ายเจ้าพวกเจ้าไม่เคยได้ความสุขจากการใช้ชีวิตไม่มีใครสนใจดูแลเจ้า ดูพวกมันสิแม้ในวันเกิดเจ้ามีใครสักคนไหมที่มาสนใจดูแลเจ้า มาสิ มาริโอเนต ไวโอลินมาอยู่กับข้า พวกเจ้าก็ด้วย แคนเดิล ยาน พวกเจ้าแค่อยากทำอะไรสนุกๆ แค่อย่างสร้างสิ่งที่คิดว่ามันดี แต่พวกเขาก็ลงโทษเจ้า ว่าเจ้า พวกเจ้ามาอยู่กับข้า เถอะไปสิไปหยิบกริชจากแท่นนั่นขึ้นมาแล้วใช้มันซะเสียงผู้ชายลึกลับเอ่ยขึ้น

     

    ไม่อย่าไปฟังมัน พวกเจ้าก็รู้เขาทำเพราะห่วงพวกเจ้า เจ้าไปหยิบกริชนั่นแล้วทำลายมันซะเสียงใสกังวานเอ่ยขึ้น แคนเดิลได้ยินดังนั้นเธอก็วิ่งเข้าไปหมายจะหยิบกริช วิ้ง วิ้ง คลื่อนดนตรีพรุ่งออกมาจากไวโอลินซัดแคนเดิลปลิวไปกระแทกกับเสา

     

    แล้วพวกเราละ วินซาท่านทิ้งพวกเราไปไม่มีใครเคยห่วงและเข้าใจเรา ไม่มีใครสนใจเราเลยมาริโอเนตเอ่ยพร้อมกับน้ำตาที่ไหลลิน จากนั้นเธอก็เดินเข้าไปที่แท่นหมายจะคว้ากริช แต่ใต้เท้าของเธอก็มีเทียนพุ่งขึ้นมากระแทกเธอลอยขึ้นก่อนจะปล่อยให้เธอตกลงมากระแทกพื้น

     

    เราไม่ยอมให้เธอทำร้ายคนที่เรารักหรอกนะ ยายก็บอกแล้วไงว่านั่นมันเป็นลูกซิเฟอร์ มันจะทำลายพวกเราทุกคนแคนเดิลเอ่ยพร้อมกับลุกขึ้นจากพื้น

     

    เจ้าจะไปเข้าใจอะไร เจ้าได้อยู่อย่างสุขสบายนี่ ไวโอลินจัดการมันซะมาริโอเนตเอ่ยแต่เมื่อเธอหันไปก็เห็นไวโอลินกำลังถูกมัดด้วยเส้นไหมที่ปล่อยออกมาจากตัวของยาน

     

    หน๊อยมาริโอเนตกัดฟันกร๊อดก่อนที่ร่างองยานจะทรุดฮวบลงแขนของเธอบิดเกรียวจนเหมือนแขนจะหักพร้อมกับเสียงร้องโอดโอยจากเธอ

     

    หยุดนะแคนเดิลเอ่ยก่อนจะวิ่งเข้าไปหมายจะช่วยยาน วิ้ง วิ้ง คลื่นเสียงพุ่งกระแทกร่างของแคนเดิลให้ไถลไปกับพื้นจนเกือบตกวิหาร

     

    ฮ่า เจ้าพลาดแล้วละวินซา ที่สร้างพวกเขาขึ้นมาเสียงชายลึกลับดังขึ้นด้วยความเย้ยหยัน

     

    ข้าว่าข้าไม่พลาดนะ ลูซิเฟอร์เสียงของวินซาโต้กลับ

     

    ขณะนั้นกริชบนแท่นก็ได้ถูกดึงขึ้นโดยมาริโอเนต

     

    ได้แล้วทำยังไงต่อมาริโอเนตถาม

     

    เจ้าก็ต้องนำพวกนั้นทั้งหมดมายืนในวงกลมสีทิศรอบแท่นนี่ แล้วร่ายมนต์ตามวงแหวนเวทย์ เท่านั้นก็เสร็จลูซิเฟอร์บอก

     

    ไวโอลินไปลากพวกนั้นมามาริโอเนตหันไปสั่งน้องสาว

     

    แต่ มาริมันจะดีจริงหรอ ถ้าเราทำแบบนั้นเราจะได้อะไรขึ้นมาไวโอลินเอ่ยด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย

     

    นี่ สั่งให้ทำก็ทำสิมาริโอเนตหันมาตวาดใส่ไวโอลิน

     

    ไม่ พี่จะทำอะไรนะ ฉันจะไม่ยอมให้โดนบังคับอีกแล้วไวโอลินเอ่ยพลางเตรียมไวโอลินขึ้นมาบรรเลง

     

    คิดว่าพลังของเจ้าจะสู้ได้หรอ พลังของฉันคือการควบคุมไงละ ฉันอยากได้อะไรก็ต้องได้มาริโอเนตเอ่ยก่อนที่ไวโอลินจะปล่อยอุปกรณ์คู่กายเธอลงกับพื้นก่อนจะเดินมาอยู่ในแท่นวงกลมด้วยความที่เธอฝืนกับพลังของมาริโอเนตทำให้แขนของเธอถึงกับฉีกเลือดออก ไม่นานนักมาริโอเนตก็บังคับร่างของยานและแคนเดิลมายืนตามตำแหน่งได้สำเร็จและเริ่มท่องมนต์ เมื่ออักษรมนต์ตัวสุดท้ายหลุดออกจากปากของมาริโอเนตแท่นตรงกลางก็ส่องประกายก่อนจะมีแสงสีเขียวพุ่งออกมาเตรียมที่จะพุ่งออกนอกวิหาร แต่ขณะนั้นก็มีหญิงชราคนหนึ่งเดินออกมาจากเสา พร้อมกับพึมพำอะไรบางอย่างแสงสีเขียวก็พุ่งเข้าใส่หญิงชราที่ยิ้มรับกับมันเมื่อมันพุ่งมาถึงร่างของหญิงชราก็เน่าเปื่อยย่อยสลายไปพร้อมกับพลัง 3 ใน 4 ของแสงสีเขียวก่อนที่พลังที่เหลือจะพุ่งออกไปนอกวิหาร

     

    ฮ่าๆ ในที่สุดแผนการของข้าก็สำเร็จลูซิเฟอร์เอ่ยพลางหัวเราะอย่างสะใจ

     

    เสียใจด้วยนะลูซิเฟอร์มันไม่เป็นอย่างนั้นหรอก พลังของเจ้านะสลายไปกับร่างของเพนราเนียที่มีเลือดของเราอยู่ไปแล้ว ส่วนที่เหลือมันก็จะอยู่แค่ในอาราจักรวิซแห่งนี้เท่านั้นแหละ และซึ่งก็เป็นหน้าที่ของพวกเขาที่พัฒนาการรักษา ขึ้นมาเพื่อรักษาโรคร้ายและเมื่อพัฒนาก็จะไม่มีพลังวิเศษที่ใช้รักษาโรคจะมีแต่ ความรู้ในการรักษาที่จะพัฒนาต่อไปเรื่อยๆเท่านั้น

     

    วินซาเอ่ยจบแสงสีขาวก็พุ่งออกมาจากแท่นเข้าใส่กริชสีเงินกลายเป็นหนังสือเล่มใหญ่ที่จะบันทึกเรื่องราวของพวกเขาสี่เทพแห่งการรักษา แคนเดิลเทพความแห่งมุ่งมั่นในการศึกษาค้นคว้า ยานเทพแห่งความอ่อนโยนในการดูแล ไวโอลินเทพแห่งผลิตคิดค้น และมาริโอเนตเทพแห่งการทำลายโรคร้าย พวกเธอจะใช้ชีวิตของมนุษย์ที่ต้องเสียสละเพื่อศึกษาค้นคว้าเพื่ออนาคตที่ดีของรุ่นลูกรุ่นหลานสืบต่อมา

     

    ...ในวันคริสต์มาสคุณต้องมุ่งมั่นในการจุดเทียนเพราะลมหนาว ต้องใส่ผ้าที่ทำจากผ้าไหมที่อ่อนนุ่ม  ต้องฟังเสียงเพลงที่มีท่วงทำนองที่ไพเราะ และต้องควบคุมตัวคุณนั้นจะทำวันต่อไปให้เป็นไปอย่างไร...

     

     



    Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone และ Android Phone
    เตรียมพบกับ Dek-D Writer App เวอร์ชั่น iPad / Android Tablet เร็วๆนี้ ฟรี!
    กิจกรรมประกวดนิยาย Lightwriter ครั้งที่ 1 ตอนที่ 16 : เรื่องที่ ๑๒ Cure Christmas (CandFleRogll (หมอกเทียน และ เทียนม้วน)) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 32 , โพส : 2 , Rating : 0 / 0 vote(s)
    Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
    [ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
    หน้าที่ 1

    #2 : ความคิดเห็นที่ 72
    อ่าฮะ เป็นแฟนตาซีเต็มรูปแบบเรื่องเดียวของรอบนี้เลย
    แต่ผมไม่เคยได้อ่านแนวแฟนตาซีมาก่อนเลย ทำให้จินตนาการตามไม่ค่อยทัน อิอิ
    ด้านเนื้อเรื่องนั้นผมว่าผู้เขียนมีไอเดียในการแต่งเรื่องดีนะครับ เป็นตำนานใหม่ของวันคริสต์มาสไปเลย
    แต่อาจจะรวบรัดไปหน่อยทำให้คนอ่านตามไม่ค่อยจะทัน
    ตัวละครก็ใช้ชื่อตามพลังของแต่ละตัว ทำให้ถึงจะเยอะแต่ก็จำได้ไม่ยาก
    การบรรยายถือว่าเป็นการบรรยายที่ไม่ต้องมีอะไรมากแต่ให้ไหลลื่นดีกว่าสินะครับ ทำได้ดีเลยครับ
    คำผิดก็มีเยอะอยู่ คงจะเป็นเพราะว่ารีบแต่งแน่ๆ เลย อิอิ
    สำหรับคะแนนทีผมจะให้สำหรับเรื่องนี้นะครับ...

    4/5 ครับ
    หักนิดหนึ่งเรื่องคำผิดนะครับ ^^

    PS.  Subject : watch : นาฬิกาผ่าเวลา Genre : แฟนตาซี ไซไฟ ครอบครัว
    Name : Aerng< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Aerng [ IP : 1.46.17.102 ]
    Email / Msn: aerngq(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
    วันที่: 29 ธันวาคม 2554 / 01:02

    #1 : ความคิดเห็นที่ 29
     เป็นเรื่องที่ดีจริงๆ เลยค่ะ ฉันชอบเรื่องแฟนตาซีแบบนี้มากเลย
    ยอดเยี่ยมมากเลย!

    เข้าเรื่อง...
    บรรยายได้ไหลลื่นดีและไม่มีติดขัดอะไรทั้งสิ้น แต่ติดแค่ทำไมบางทีเว้นวรรคไม่เท่ากัน
    บางทีก็เว้นวรรคห่างกันจนผิดสังเกตเกินไป คำผิดก็ไม่มีเลย
    ตัวละครไม่เยอะ เท่าที่จำได้มีลูซิเฟอร์ วินเีซีย วินซา แคนเดิล ยาน ไวโอลิน มาริโอเน็ต คุณยาย คุณแม่
    พลังก็ตามชื่อของแต่ละคนเลย คุณมีไอเดียที่ดีจริงๆ เลยค่ะ ประกอบกับคำที่สละสลวยแล้วก็เพอร์เฟค

    คะแนนที่ได้ 5/5
    (สุดยอดเลยค่ะเรื่องนี้)

    PS.  Do You Love Me Like I Love You...? If You Don't Love. Please...Don't Give Me Hope...
    Name : Shadow Alice< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Shadow Alice [ IP : 101.108.35.124 ]
    Email / Msn: Little_Mingsia(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
    วันที่: 25 ธันวาคม 2554 / 12:19

    หน้าที่ 1
    Post your comment : แสดงความคิดเห็น
    ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

    ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
      โพสความเห็นด้วย member Login name Password
      โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
                พิมพ์เลขที่เห็น

    Dark Night จอมโจรแห่งรัตติกาล

    ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

    • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
      เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
      จากผู้ลงผลงาน

    • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
      ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
      ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

    • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
      โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
      หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
      ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
      Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
      Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

    App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android