สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

กิจกรรมประกวดนิยาย Lightwriter ครั้งที่ 1

ตอนที่ 15 : เรื่องที่ ๑๑ Silly Ghost ของขวัญของฉันคือวิญญาณ (coffeelover)


     อัพเดท 24 ธ.ค. 54
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/อื่น ๆ
Tags: กิจกรรม, ประกวด, นิยาย, คริสต์มาส, ขึ้นปีใหม่
ผู้แต่ง : นัก(อยาก)เขียนมือใหม่ใจเกินร้อย ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ นัก(อยาก)เขียนมือใหม่ใจเกินร้อย
My.iD: http://my.dek-d.com/lightwriter
< Review/Vote > Rating : 0% [ 0 mem(s) ]
This month views : 6 Overall : 1,603
94 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 6 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
กิจกรรมประกวดนิยาย Lightwriter ครั้งที่ 1 ตอนที่ 15 : เรื่องที่ ๑๑ Silly Ghost ของขวัญของฉันคือวิญญาณ (coffeelover) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 79 , โพส : 6 , Rating : 5 / 2 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


กิจกรรมประกวดนิยาย Light writer ครั้งที่ ๑

เรื่องที่ ๑๑    Silly Ghost ของขวัญของฉันคือวิญญาณ (coffeelover)

 

บทนำ

 

ฉันกำลังออกฝีเท้าเดินไปตามทางเดิน เอามือทั้งสองข้างล้วงเข้าไปไหนกระเป๋าเสื้อกันหนาว บรื๋อออ ทำไมวันนี้มันหนาวนักนะ =_= สวัสดีค่ะ ฉันชื่อมิรุ อ๊ะๆ คงสงสัยล่ะสิว่าทำไมฉันถึงชื่อญี่ปุ๊น ญี่ปุ่นขนาดนี้ เป็นเพราะฉันคือลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่นค่ะ โฮะๆ ฉันถึงได้มีโฉมหน้าที่น่ารักอย่างนี้ไงล่ะ ^^)V

 

 ตอนนี้ฉันกำลังเดินทางไปโรงเรียนอย่างมีความสุข...ซะเมื่อไหร่ =_=!! บรรยากาศรอบตัวฉันหนาวแทบบ้า เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงเดือนธันวาใกล้ถึงเวลาเทศกาลงานคริสต์มาสแล้ว...อ้อใช่ เห็นอย่างนี้ หนาวไม่ถึงขั้นหิมะตกหรอกนะเพราะที่นี่คือประเทศไทย แต่มันมีลมหนาวพัดโบกสะบัดน่ะสิ และฉันก็เกลียดความหนาวที่สุดเลย โฮกกก T^T

 

ในที่สุดก็เดินมาถึงหน้าโรงเรียน ฉันยกมือถูไปมาเพื่อให้ความอบอุ่นแล้วใส่มันเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกันหนาวอีกที ระหว่างทางขณะที่เดินเข้าห้องเรียนก็แทบจะไม่มีใครเดินเข้ามาทักฉันว่า อรุณสวัสดิ์จ้า มิรุเหมือนในการ์ตูนสาวบ๊องแบ๊วที่ฉันเคยดูเลย =_= ทุกคนที่นี่กลัวฉันไปหมด!!

 

อยากรู้มั้ยล่ะว่าทำไมพวกเขาถึงกลัวฉัน...อ้า อย่าเกรงใจหรือตอบปฏิเสธทำร้ายจิตใจฉันเลยนะ ทุกคนกลัวฉันเพราะฉันเป็นพวกชอบเรื่องผีสางเท่านั้นแหละ แล้วก็มีข่าวลือว่าฉันชอบเล่นไสยศาสตร์ทั้งๆที่มันไม่จริงเลย!! ฉันแค่ชอบดูรายการโทรทัศน์แนวสยองขวัญพวกนี้เท่านั้นเอง T^T

 

แถมรายการพวกนี้มันชอบมาดึกจนฉันต้องยอมนอนไม่พอ ใต้ตาจึงคล้ำกลายเป็นหมีแพนด้าเท่านั้นเอง!! แต่พวกที่โรงเรียนดันสร้างข่าวลือแปลกๆ ว่าฉันเล่นมนต์ดำจนดึกดื่น โอ๊กกก ชีวิตฉันก็เป็นแบบนี้แหละ น่าเศร้าใช่ปะ

 

“นี่ๆ ยัยนั่นมาแล้วอย่าเข้าไปใกล้นะ”

 

“วันนี้ดูน่ากลัวอีกแล้วอ่ะ”

 

คำนินทาเข้ารูหูเต็มๆ จนฉันต้องปรายตาหันไปมองทำให้สองสาวนั่นหยุดปากทันใด =[]=!! เอาเถอะ...ฉันมันเหี้ยน T^T)b

 

“ยัยนั่นหันมามองฉันด้วยอ่ะ ฉันจะโดนเสกมนต์ดำใส่เปล่าอ่ะ”

 

“นี่เงียบๆ หน่อยสิ เดี๋ยวก็โดนเข้าจริงๆหรอก” โว้ยยย ฉันไม่ใช่พวกนั้นนะ

 

ฉันได้แต่คิดค้านในใจโดยไม่เอ่ยอะไรออกมา เพราะยิ่งถ้าฉันพูด พวกเขายิ่งอยู่ห่างฉันและกลัวฉัน ตลอดเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่ย้ายมาที่นี่ฉันต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้ มันเป็นช่วงที่น่าเศร้ามากเลยล่ะ (_ _)

 

หลังจากที่ฝืนอยู่ท่ามกลางฝูงนินทา ฉันก็เดินมาถึงห้องเรียน ทันทีที่เปิดประตูทุกคนในห้องถึงกับชะงักเมื่อเห็นฉันย่างก้าวเข้าไป เพื่อนๆทุกคนเงียบไม่มีใครคิดจะเอ่ยปากทักทายเลย...ฉันจึงค่อยๆเดินไปที่โต๊ะตัวเอง ทำไมชีวิตฉันถึงโดดเดี่ยวอย่างนี้นะ T0T!!

 

สวรรค์ตั้งใจจะกลั่นแกล้งฉันใช่มั้ย!?!

 

 

 

สายเรียกเข้าปริศนา!!

 

หลังจากวันสอบเก็บคะแนนของเดือน ก็เข้าสู่วันรื่นเริงของโรงเรียน ถึงแม้ฉันจะไม่รื่นเริงตามก็เถอะ -_- เพราะว่าทางโรงเรียนมีประกาศให้หยุดช่วงเทศกาล วันนี้เลยเป็นวันที่ทางโรงเรียนจัดงานฉลองเทศกาลคริสต์มาสล่วงหน้า เฮ้อ...แล้วฉันก็รู้สึกว่ามันน่าเบื่อสิ้นดีซะด้วยสิ ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ฉันเลย!!

 

พลั่ก...จู่ๆก็มีคนวิ่งมาชมฉันซะหน้าทิ่ม “โอ๊ย” ฉันคราง หน้าเกือบทิ่มลงหม้อต้มกระเพาะปลาที่ฉันกำลังเล็งอยู่พอดี

 

“เฮ้ย อย่ามาเกะกะสิ” แล้วคนที่วิ่งชนฉันกลับต่อว่าฉันซะงั้น? มันหาเรื่องกันนี่หว่า -_-*

 

“นี่!! นาย” ฉันร้องพลางสะบัดหน้าไปข้างหลังเพื่อมองหน้าคนที่วิ่งชนฉันให้เห็นกันเต็ม...แต่ว่า...

 

ไอ้หมอนั่นมันดันกลืนไปกับฝูงผู้หญิงเสียแล้ว ฉันเพียงแค่เห็นว่าหมอนั่นมันมีผมสีดำขลับเท่านั้น ฮึ่ย!! ถ้าฉันเห็นเขาเป็นครั้งที่สองล่ะก็ ฉันจะกระทืบมัน!! แม้ว่าอุบัติเหตุเพียงแค่หน้าฉันเกือบทิ่มลงกระเพาะปลาก็เถอะ

 

 

 [แล้วนี่เธอเป็นยังไงบ้างล่ะ สบายดีมั้ย]

 

“เรียกว่าไม่มีดีเลยล่ะ สิ้นดีเลยด้วยซ้ำ” ฉันกรอกเสียงใส่โทรศัพท์มือถือพลางนอนกลิ้งบนเตียงไปมาในห้องนอน “ฉันคิดถึงเธอจังเลย คิทแคท”

 

ขณะนี้ฉันกำลังพูดคุยกับเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน เธอชื่อว่าคิทแคท เอาล่ะ...ที่ฉันมีเพื่อนสักคนได้ก็เพราะฉันกับยัยนี่เป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่สมัยตอนฉันอยู่โรงเรียนเก่า แต่ต่อมาฉันก็ต้องย้ายโรงเรียนเพราะพ่อกับแม่ต้องทำงานอยู่แถวนี้ซึ่งอยู่ห่างจากโรงเรียนมากเกิน

 

ฉันว่าที่ย้ายมาก็ไม่เห็นมีอะไรต่างจากเดิมเลย นอกจากพ่อกับแม่ยังคงต้องไปอยู่ค้างที่บริษัทคอยทำงาน นานๆทีก็จะกลับบ้านมาอยู่กับฉัน =_=

 

[อะไรที่ว่าสิ้นดี อย่าบอกนะว่าข่าวลือยังไม่ซาอ่ะ]

 

“ถูกต้องแล้วค้าบ” ฉันเฉลยด้วยเสียงเริงร่าทั้งๆ ที่หน้าตาก็ไม่ได้เริงร่าตามน้ำเสียง

 

[ก็เธอเล่นชอบดูแต่หนังสยองขวัญและดูรายการไสยศาสตร์จนตาเป็นหมีแพนด้า มันก็ไม่แปลกหรอก]

 

“อย่าบ่นสิ เค้ากำลังเศร้านะ -3-”

 

[โชคดีจังพรุ่งนี้เธอตื่นสายได้ไม่ต้องไปโรงเรียนเพราะวันหยุดเทศกาลอ่ะ ไม่เหมือนโรงเรียนฉันเลย] คิทแคทบ่นเสียงเนือยๆ [อีกอย่างฉันต้องปั่นจักรยานไปทุกวันอีก]

 

“ก็ตื่นเช้าๆสิยะ” ฉันบอกเพื่อนรักเสียงห้วน

 

[อ๊ะ!! นี่ก็ดึกแล้วนะ รีบนอนเหอะ เดี๋ยวตอนเช้าหน้าเธอจะสยองกว่าเดิมจนความน่ารักหายหมด] ชิ!! ความน่ารักฉันไม่มีวันจางหายหรอก :p

 

“ก็ได้ๆ งั้นฝันดีนะ”

 

[จ้า ฝันหวานนนน เจอผีรอบเตียงนะ]

 

ตู๊ดๆๆ ยัยคิทแคทรีบอวยพรจบก็ตัดสายทิ้งทันที เหอะๆ อวยพรได้ถูกใจมากเลยเพื่อนรัก เผอิญพอดีฉันอยากเห็นผีมากแต่ชีวิตยังไม่เจอสักที =_=!!

 

หู ฮู~ ฮูๆ

 

จู่ๆ เสียงโทรศัพท์มือถือสุดสยองของฉันก็ดังขึ้นมา เอ...หรือว่ายัยคิทแคทกลับใจอยากคุยกับฉันต่อนะ ดีเลยๆ ยังไม่อยากหลับพอดี สัปดาห์นี้ฉันไม่ต้องมีเรียนซะด้วยเพราะทางโรงเรียนกำลังอยู่ช่วงหยุดยาวของวันคริสต์มาส ทำให้ฉันไม่ต้องไปนั่งทนฟังคนอื่นที่โรงเรียนนินทาเรื่องข่าวลือเรื่องมนต์ดำของฉัน

 

“ฮัลโหล นี่ยัย...”

 

[เครป...ผมขอโทษ] อ้าว เฮ้ย!! ทำไมยัยมิรุถึงเสียงทุ้มขึ้นล่ะ แถมมันฟังดูเหมือนทางปลายสายจะร้องไห้อยู่ด้วย

 

“เอ่อ...”

 

[อย่าเพิ่งพูดอะไรนะ ผมขอล่ะ] เสียงทางปลายสายร้องขอด้วยเสียงสั่นเครือ ฉันจึงเงียบและถือโทรศัพท์มือถือต่อไปโดยให้ชายปริศนาพูดต่อ [เรากลับมาเริ่มต้นกันใหม่ได้มั้ย ได้โปรดเถอะ ผมจะทำตัวให้ดีกว่าหมอนั่น]

 

ปลายสายพูดด้วยเสียงหนักแน่น นี่มันคนโทรผิดชัดๆ ฉันไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อนเลย อีกอย่างคนที่โทรมาเหมือนจะเป็นพวกที่เพิ่งอกหักด้วย แล้วฉันจะทำยังไงดีล่ะ

 

ปลอบใจ? ตัดสาย? หรือสวมบทเป็นแฟนซะเลย?

 

“เอ่อ...โทรผิดแล้วมั้งคะ”

 

[เครป!! คุณไม่ชอบผมถึงขั้นแกล้งว่าผมโทรผิดเลยเหรอ ผมไม่ดีตรงไหน] อ๊ากกกก ฉันไม่ได้ชื่อเครปนะ TwT ไม่ได้เป็นแฟนนายด้วย ทำไมเรื่องมันปุ๊บปั๊บจริงๆ 

 

“ใจเย็นๆ นะคะฉันไม่ได้ชื่อเครปและไม่ใช่แฟนคุณด้วย”

 

[ผมจะให้เวลาคุณตอบมาว่าเราจะกลับเป็นเหมือนเดิมหรือไม่ ถ้าคุณไม่ตอบผมจะโดดเดี๋ยวนี้แหละ]

 

เมื่อได้ฟังดังนั้นฉันก็เด้งตัวขึ้นจากเตียงทันที O_O สมองของฉันเริ่มอยู่อาการตกใจเพราะประโยคที่ว่า ถ้าคุณไม่ตอบผมจะโดดเดี๋ยวนี้แหละมันจะคิดสั้นนี่หว่า ซวยๆๆ ฉันรีบเค้นสมองพยายามแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ตอนนี้ฉันรู้สึกว่าเหมือนกำลังกุมชีวิตใครคนหนึ่งไว้เลย!!

 

“โอเค ฉันยอม” ฉันผ่อนลมหายใจให้เป็นปกติ “เราจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม ตกลงมั้ย” แล้วฉันก็วางแผนสวมรอยเป็นแฟนของชายปริศนา

 

[คุณฝืนใจตอบใช่มั้ย ความจริงคุณจะตอบว่าไม่ใช่มั้ยล่ะ] เอ๊ะ...ฉันอุตส่าห์ตอบตกลงนะเฟ้ย!!

 

“อ้าว...นายพูดเองนะ” ฉันก็เผลอปากพูดไป =[]=!! บรรลัยแล้ว

 

[งั้นก็ตกลง ลาก่อนนะ]

 

“เฮ้ยๆๆ นายอย่าเพิ่งโดดนะ คิดถึงคนที่รักนายบ้างสิว่าเขาจะรู้สึกยังไง”

 

[ผมรักคุณนะ]

 

ตู๊ดๆๆ... =0=!! =[]=!! T[]T!! ปลายสายถูกตัดทิ้งเหลือแค่ฉันที่อยู่อาการโคม่า ฉันฆ่าคนทางอ้อมไปแล้วหรือเนี่ย มันยังไม่ถึงวันคริสต์มาสให้ฉันได้สุขสันต์ก่อนเลย แต่ดันมีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นซะก่อน โอ้ววว ม่าย

 

และหลังจากตอนนั้นทั้งคืนฉันก็ได้แต่ภาวนาให้หมอนั่น...ชายปริศนาทางปลายสายมีชีวิตรอด...

 

 

 

เช้าวันต่อมาฉันลุกจากเตียง คิดจะพยายามลืมเรื่องเมื่อคืนวานทิ้งไปให้หมดและเดินไปเข้าห้องครัวเพื่อเตรียมมื้อเช้า นมกับซีเรียลคงอิ่มล่ะนะ =_= ดีกว่าไม่มีอะไรกิน

 

ขณะที่ฉันเดินยกชามซีเรียลไปนั่งกินที่โซฟา ทันทีที่เปิดทีวีฉันก็เปิดไปเจอกับรายการข่าวช่วงเช้าเข้า [ต่อไปนี้จะเป็นรายงานข่าวเกี่ยวกับเด็กหนุ่มวัยรุ่นที่เพิ่งอกหักจากรักและคิดสั้นโดดตึกค่ะ]

 

แค่กๆๆ ข่าวตรงหน้าเล่นเอาฉันแทบสำลัก หรือว่าเด็กหนุ่มวัยรุ่นในข่าวตรงหน้าฉันมันคือไอ้หมอนั่นเมื่อคืนอ่ะ!! ฉันรีบวางชามลงบนโต๊ะแล้วจ้องฟังข่าวทางทีวีอย่างตั้งใจ หมอนั่นจะตายหรือเปล่านะ ขอให้อย่าตายเถอะ

 

[เขาโดดตึกตึกตั้ง 8 ชั้นทีเดียวนะคะ แล้วดูเหมือนปาฏิหาริย์จะช่วยเขาไว้ค่ะ ตอนนี้เขาก็กลายเป็นเจ้าชายนิทรารักษาอยู่ที่โรงพยาบาลxxx...

 

[อันนี้ก็เป็นอุทาหรณ์สำหรับทุกคนนะคะว่าอย่ารักจนเกินไป เอาล่ะค่ะข่าวต่อไป...]

 

ฉันนั่งนิ่งอยู่สักพักก็ลุกขึ้นยืนรีบเดินไปเปลี่ยนชุดและออกจากบ้านมุ่งไปที่โรงพยาบาลxxxทันที ไหนๆฉันก็ไม่มีอะไรจะทำแล้วนี่ ไปเยี่ยมหมอนั่นสักหน่อยคงไม่เป็นไร พอนั่งแท็กซี่มาถึงโรงพยาบาล ฉันก็พบว่าตัวเองยังไม่รู้ชื่อของหมอนั่นเลยนี่หว่า  =[]=?

 

“มาพบใครคะ” นางพยาบาลสาวสวยถามพร้อมกับยิ้มหวาน

 

“เอ่อ...คนที่เพิ่งออกข่าวว่าโดดตึก 8 ชั้นอ่ะค่ะ” เอาวะ...ลองดู

 

“อ๋อ อยู่ที่ชั้นxx ห้อง 130 ค่ะ”

 

“ขอบคุณค่ะ” ฉันพยักหน้าน้อยๆ พร้อมกับโค้งตัวและมุ่งหน้าขึ้นลิฟท์ไปที่ห้อง 130

 

ประตูลิฟท์เปิดออก ฉันก็รีบก้าวมุ่งไปห้อง 130 รอบตัวมีแต่กลิ่นยาทั้งนั้นเลย

 

ทันทีที่เกือบถึงหน้าห้อง 130 ฉันก็เดินผ่านชายหญิงคู่หนึ่งที่กอดกันเดินร้องไห้ผ่านหน้าฉันไป เห็นพวกเขาคุยกันเรื่องเด็กที่ชื่อซีบิลๆเนี่ยแหละ แต่ฉันก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากเลยเดินต่อไปจนมาถึงหน้าห้อง 130 ว่าแต่...หมายเลขห้องนี้มีเลขอาถรรพ์อย่างเลข 13ด้วยแฮะ = =;;

 

ฉันค่อยๆเปิดประตูแง้มเล็กน้อย ยื่นหน้าเข้าไป เมื่อเห็นว่าในห้องไม่มีใครอยู่ฉันจึงเดินเข้าไปในห้องคนไข้นั้น พอเดินเข้าไปก็พบกับร่างของผู้ชายที่นอนบนเตียง มีเครื่องช่วยหายใจ...

 

มองอยู่สักพักก็ง่า...ฉันรู้ผิดขึ้นมาแล้วสิ T^T

 

จากนั้นฉันก็เงยหน้ามอง ก็พบป้ายชื่อว่า ซีบิลอ๋อ เข้าใจละ หมอนี่ชื่อซีบิลแน่ๆ และที่เดินผ่านไปเมื้อกี้คงเป็นพ่อแม่ของเขา ฉันก็ได้แต่คิดว่าขอให้ซีบิลหายป่วยไวไวล่ะนะ หวึ่บ!! ทันใดนั้นฉันก็รู้สึกมีอะไรไม่รู้เดินผ่านให้ฉันรู้สึกหนาวๆ เย็นๆ อะไรเนี่ย!! ทำไมเปิดแอร์ซะเย็นเชียวล่ะ

 

ฉันซึ่งที่ไม่ค่อยชอบอากาศเย็นๆจึงรีบไปคว้ารีโมตมากดหรี่แอร์ให้อุ่นขึ้น ให้ตายเหอะ...ฤดูหนาวยังจะเปิดแอร์เนี่ยนะ จากอากาศเย็นนั่นทำให้ฉันอยากเข้าห้องน้ำทันทีทันใด เหอะๆ ขอเข้าห้องน้ำหน่อยละกันน้า

 

พอเดินเข้าห้องน้ำฉันก็หันหน้าเข้ากระจกเหมือนมีอะไรมาดลใจให้หันไป แล้วพอฉันหันไปปุ๊บ!!

 

ฟึ่บ!! ผะ...ผู้ชายหล่อม้ากกกก มาก *0* คนอะไรไม่รู้ ยิ่งมองก็ยิ่งน่ารัก ~

 

“กรี๊ดดดดด”

 

ฉันร้องเสียงหลงเมื่อเห็นหน้าผู้ชายในกระจก หน้าตี๋ๆ บวกกับเข้มๆ หน่อยเข้ากันที่สุดเลยอ่ะ >_< พอฉันตั้งใจจะหันหลังไปเห็นตัวจริงที่ไม่ใช่เงา ไอ้คนหล่อก็หายไป อ้าว =0=? มันหายไปไหนอ่ะ สมองฉันเริ่มออกทำงานประมวลสิ่งที่เกิดขึ้น อ๊ะ!!...หรือว่าจะเป็น...ผี!!

 

 

ผีปรากฏตัวแล้ว!!

 

หลังจากที่เจอเหตุการณ์เมื้อกี้ฉันก็เริ่มกระดี้กระด้าอยากเจอผีหน้าหล่ออย่างสุดๆ แต่พอมาคิดอีกทีวิญญาณนั่นก็หน้าคล้ายร่างบนเตียง เห...ทำไมวิญญาณเขามาที่นี่ล่ะ หรือว่าเขาอาจใกล้ตาย วิญญาณออกร่างแล้วอยากมาฆ่าฉันก็ได้ที่เป็นเหตุให้เขาตาย -_-? ฉันจึงรีบโกยแน่บออกจากห้องนั้นทันที เอาเถอะ...ถึงอยากเจอผี แต่ถ้ามันจะฆ่าฉัน ฉันก็ไม่เอาด้วยหรอก!!

 

เวลาต่อมาฉันก็พบว่าตัวเองอยู่ที่สวนสาธารณะข้างโรงพยาบาลอันร่มรื่นหลังจากที่โกยแน่บมาแล้ว ฮ้า บรรยากาศสบายจัง *0* โอ๊ะ...แล้วฉันก็หันไปพบคุณยายคนหนึ่งที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้ม้าหินอ่อน เดินเข้าไปทักคงไม่เสียหายอะไรหรอกมั้ง?

 

“สวัสดีค่ะคุณยาย ทำไมมานั่งคนเดียวล่ะคะ”

 

“ยายมานั่งคนเดียวน่ะแหละ ดีแล้ว” เธอตอบกลับมาพร้อมรอยยิ้มอย่างอ่อนโยนที่ฉันดูแล้วรู้สึกคุ้นเคย?

 

“งั้นหนูขอนั่งด้วยได้มั้ยคะ”

 

ฉันไม่รอคำตอบรีบนั่งลงทันที ท่าทางของฉันทำให้คุณยายถึงกับหัวเราะ นั่งไปสักพักคุณยายที่นั่งอยู่ข้างๆก็เอื้อมมือมาแตะฉันจนแทบสะดุ้ง

 

“อะไรเหรอคะคุณยาย” ฉันเอียงคอถาม

 

“ยายเพิ่งนึกได้ว่าทำสิ่งสำคัญหล่นลงแม่น้ำตรงนั้น ช่วยเก็บให้ยายได้มั้ย”

 

ช่วงแรกฉันก็ลังเลใจอยู่หน่อยแต่ก็ไม่กล้าที่จะปฏิเสธจึงพยักหน้าตกลงไป เสี้ยววินาทีนั้นเอง...ฉันก็รู้สึกถึงพลังอะไรบางอบ่างมันไหลเข้าไปในมือฉันแต่ก็ไม่ได้ใจอะไรมาก

 

“เดี๋ยวหนูไปเก็บให้นะคะ”

 

ฉันยิ้มแล้วเดินไปที่แม่น้ำ ว่าแต่...ฉันจะเก็บมันยังไงล่ะ แล้วสิ่งที่คุณยายให้หามันคืออะไร

 

เมื่อคิดว่าจะหันไปถาม ฉันก็เจอเงาของใครบางคนสะท้อนอยู่ที่แม่น้ำ เงานั้นคือผู้ชายที่หล่อๆ เมื่อกี้นี่นา กรี๊ดดด ท่านผู้อ่านคะ วิญญาณตนนี้จะมาพรากชีวิตมิรุคนนี้แล้วค่ะ T0T

 

ทันทีที่หันหลังไปก็เจอวิญญาณผู้ชายคนนั้นเต็มๆ ฉันสะดุ้งด้วยความกลัวเต็มที่จึง...ตู้ม!! ซ่า!! เสียงระเบิดกระสุนทิ้งตัวลงแม่น้ำของฉันดังขึ้น ฉันตกลงไปในแม่น้ำแล้ว!! ไม่นะ ทำไมฉันต้องมาตัวเปียกด้วยเนี่ย T^T โชคดีที่ฉันว่ายน้ำเป็น วิญญาณตรงหน้าจึงไม่ได้เอาชีวิตฉันไปง่ายๆ

 

ฉันรีบว่ายน้ำขึ้นไปบนพื้นหญ้าอย่างยากลำบาก ไอ้ผีตัวนี้ก็ไม่คิดจะช่วยเอาแต่มองอย่างเดียว(ก็มันจะเอาชีวิตเธอไม่ใช่เหรอ) ฉันเลยรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมา

 

“ไอ้ผีบ้า!! ฉันไม่ได้ตั้งใจจะฆ่านายสักหน่อย ทำไมต้องมาตามแบบนี้ด้วย”

 

“เธอฆ่าฉัน -*-?” ผีตรงหน้าถามเสียงสูงขมวดคิ้วมุ่น “ฉันไม่ยักจะจำได้ว่าเธอฆ่าฉัน จำได้แค่ว่าฉันฆ่าตัวตายเองไม่ใช่เหรอ แล้วเธอคือใครน่ะ” ง่ะ =0=

 

“ถ้าฉันเดาถูกนะ...สำหรับนายฉันก็คือคนที่นายโทรไปหาเมื่อคืนไง โทรไปร้องห่มร้องไห้” ว่าแล้วฉันก็ยกมือขึ้นทำเป็นคุยโทรศัพท์ “ถ้าคุณไม่ตอบผมจะโดดเดี๋ยวนี้แหละ ผมรักคุณ” ฉันกระแดะพูดเสียงสูงล้อเลียน

 

“นี่เธอ” ผีตรงหน้ากดเสียงต่ำ

 

“ว้ายๆ กลัวจังเลย” ผีหน้าหล่ออย่างนายฉันไม่กลัวหรอกน่า แค่มีร่างโปร่งแสงเล็กน้อย แค่นี้สบายมาก!!

 

“แสดงว่า...ฉันโทรผิดจริงๆ” เขาทำท่ากุมขมับแล้วเบือนหน้ามาหาฉัน “ได้ยินหมดเลยเหรอ” ฉันพยักหน้าบอกคำตอบแล้วตั้งใจจะเดินไปหาคุณยาย แต่พอหันไปปุ๊บ...คุณยายหายไปแล้ว =[]=!!

 

“นี่นาย!! เห็นคุณยายที่นั่งบนเก้าอี้เมื่อกี้มั้ย” ฉันรีบหันมาถามวิญญาณที่น่าจะชื่อซีบิล แต่หมอนั่นยังคงทำท่าสลด =_= เฮ้อ...สงสารวิญญาณอกหักตรงหน้าจริง จริ๊ง ฉันจึงเดินเข้าไปใกล้ๆ หมอนั่นพยายามปลอบเอ่อ...ผีที่กำลังอกหัก? เอาเถอะ อย่าสนเลยว่าปลอบอะไร แต่ที่รู้ๆหมอนี่หล่อมากเลยอ่ะ *0* ผมซอยไล่ระใบหน้าสีน้ำตาลอ่อนเข้ากับจมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากเรียวๆ นั่นอย่างที่สุด

 

ขอบอกว่าในชีวิตฉันไม่เคยเจอผีที่หล่ออย่างนี้มาก่อนเลย =w=)b

 

“อย่าเศร้าไปเลยน่า ชีวิตนายหาผู้หญิงได้อีกเยอะ”

 

“คนอย่างเธอจะไปรู้อะไรเล่า”

 

“เฮ้อ...แล้วนายจะไปนอกใจแฟนทำไมเล่า” ฉันพูดเดาเหตุการณ์อกหักของหมอนี่ไปมั่วๆ เพราะเห็นหน้าอย่างนี้จะมาโดนผู้หญิงทิ้งเหรอ เป็นไปไม่ได้!!

 

“ฉันโดนทิ้ง โดนนอกใจเฟ้ย ไม่ใช่ฉันไปนอกใจเขา” คำตอบของซีบิลทำเอาฉันแทบเป็นลม ผู้หญิงที่ไหนกล้าทิ้งผู้ชายหล่อๆอย่างนี้ไปได้นะ

 

“เฮ้อ...”

 

ฉันถอนหายใจ ทันใดนั้นเองฉันก็เพิ่งคิดออก วิญญาณ...ร่างบนเตียงที่ใช้เครื่องช่วยหายใจ... เฮ้ย!! หมอนี่มันตายไปแล้วเหรอ!! เอ๊ะ...แต่ว่าร่างนั่นยังหายใจอยู่นะ แล้วทำไมวิญญาณมาอยู่ตรงนี้ล่ะ

 

“นี่นายตายหรือยังอ่ะ”

 

“อย่ามาปากพล่อยนะยัยแพนด้า ฉันยังไม่ตายเฟ้ย!!” อ๊าก ตอนนี้ฉันกำลังโดนผีด่า

 

“นายเป็นผี อย่ามาสะเอ๊อะว่าฉันนะ” ฉันตอกกลับไปซีบิลถึงขั้นน้ำตาคลอเบ้า “อ๊ะ นะ...นายร้องไห้ทำไมอ่ะ ฉันว่าไปแค่นิดเดียวเองนะ =[]=

 

“ฮือ~ ทำไมต้องว่าฉันด้วย T^T” เอาล่ะ...ฉันพอเข้าใจแล้วว่าไอ้ที่แฟนนอกใจเขาเป็นเพราะอะไร =_=

 

“เอาล่ะๆ ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ แต่นายชื่อซีบิลใช่มั้ย” ฉันยกมือรีบหยุดไม่ให้ผีตรงหน้าร้องไห้? “แล้วร่างบนเตียงคนไข้ห้อง 130 มันคือใคร!!

 

“อืม” เขาปาดน้ำตามองฉันด้วยสายเนือยๆ ให้ตาย...หมอนี่ยิ่งมองยิ่งหล่อ “นั่นมันฉันเอง พอรู้ตัวอีกทีวิญญาณก็ออกมาจากร่างแล้วด้วย ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันแหละ” เขาเอียงคอทำหน้าครุ่นคิด ฉันจึงรีบสะบัดหัวเรียกสติเข้าที่ นี่ฉันคุยกับวิญญาณอยู่ ใช่!! ฉันคุยกับวิญญาณหน้าหล่อตรงหน้า!!

 

“งั้นนายก็เป็นวิญญาณ” ฉันขมวดคิ้วจ้องหน้า

 

จากนั้นก็ค่อยเอานิ้วไปจิ้มตรงหัวไหล่ที่โปร่งใสของซีบิล จึ้กๆ =[]=!! ปกติแตะวิญญาณมันต้องลอดผ่านไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมมันเหมือนฉันแตะคนอยู่ล่ะ

 

“เธอทำอะไรน่ะ -_-

 

“นายวิญญาณ 100% แน่เหรอ ทำไมฉันแตะตัวนายได้ล่ะ”

 

“ใครจะไปรู้กับเธอล่ะ ฉันยังไม่รู้ตัวเองเลย” เขาส่ายหน้าพร้อมทั้งแบมือสองข้าง “แต่ก็มีแค่เธอที่เห็นฉันและแตะฉันได้ ฉันเลยตามเธอมา”

 

“หือ ฉันไปเห็นนายตอนไหน” ฉันยิ้มแหย ค่อยนึกได้ว่าตอนแรกที่เพิ่งเจอนายนี่ก็เจอเขาที่หน้ากระจกของผนังห้องน้ำ “อ้อ ฉันจำได้และ” ฉันพยักหน้ารับ สายตาเหลือบไปเห็นคนที่เดินผ่าน พวกเขามองฉันด้วยสายตาแปลกๆ =_= ฮ่าๆ อย่าบอกนะว่ามันเหมือนในหนังที่คนเห็นวิญญาณโดนหาว่าเป็นคนบ้า!!

 

ฉันก้มหน้าคิดอยู่เล็กน้อยจนวิญญาณซีบิลตรงหน้าทำหน้างุนงงใส่

 

“เธอเป็นอะไรไป เห็นเงียบ”

 

“ฉัน...นายจะไปไหนก็ไปเหอะ ฉันไม่อยากโดนมองว่าเป็นคนบ้า” ฉันเขยิบถอยหลังแล้วค่อยๆเดินหนีห่างออกจากซีบิลเหมือนขยะแขยง

 

“เฮ้ย!! อย่าเพิ่งไปไหนสิ” เขาวิ่ง “ฉันไม่มีใครเป็นเพื่อนเลยนะ คุยกับใครก็ไม่ได้ ช่วยอยู่เป็นเพื่อนฉันเถอะ”

 

“อย่าตามฉันมานะ” ฉันร้องเบาๆ เพื่อไม่ให้คนอื่นได้ยินและหาว่าฉันบ้าคุยกับตัวเอง!! “นายรีบๆไปนอนทับร่างของนายบนเตียงเหมือนในหนังแล้วกลับเข้าร่างเดิมไปซะ”

 

“แล้วถ้าเข้าร่างไม่ได้ล่ะ” เขาซอยเท้าตามฉันติดๆ

 

“ก็เรื่องของนาย”

 

ทันทีที่ซีบิลได้ยินประโยคห้วนของฉัน เขาก็ชะงักท่าทางเหมือนลูกหมานั่งหงอยเพราะโดนเจ้านายทิ้ง ฉันก็ไม่อยากทำร้ายเขาหรอก แต่ฉันจะไปช่วยอะไรเขาได้ล่ะ ตัดไฟแต่ต้นลมโดยไม่ไปยุ่งกับเขาท่าจะดีที่สุด ขอโทษนะซีบิล...ใจจริงก็อยากจะช่วยแต่ว่าแค่คนในโรงเรียนยังไม่กล้าเข้าใกล้ฉัน ก็อย่าให้คนนอกโรงเรียนไม่กล้าเข้าฉันเหมือนกันเลย อีกอย่างตอนนี้ฉันหนาวสุดๆไปเลย T^T ฮือ...

 

เวลาต่อมาฉันก็มานอนสบายใจเฉิบที่บ้าน...ตรงไหน!! ^^;

 

ตอนนี้ในใจฉันเป็นกังวลเรื่องซีบิลมากกว่าเพราะฉันเป็นพวกชอบห่วงคนอื่น ทั้งที่เห็นหน้าหมอนั่นไม่ถึงวัน อ๊ากกกก นี่ฉันเป็นอะไรไปนะ เปิดดูซีดีหนังสยองขวัญคงจะช่วยเบาสมองได้??

 

ฉันจึงหย่อนขาลงจากเตียงเดินไปเปิดทีวีที่ตั้งอยู่ตรงข้าม พอใส่ซีดีเข้าเครื่องเล่นปุ๊บ ฉันก็รีบกระโดดขึ้นเตียงเตรียมนั่งดูตาแป๋ว กรี๊ดดดดเสียงของทีวีดังไปทั่วห้องนอน ฉันชอบเสียงแบบนี้สุดๆ =.,= ‘ใครก็ได้ช่วย...จอทีวีฉายภาพนางเอกโดนมีดปักเข้าที่กลางท้อง เลือดของเธอเริ่มไหลรินออกมาช้าๆ ฮี่ๆๆวิญญาณร่างโปร่งใสแสยะยิ้มจนปากฉีกถึงใบหูพร้อมหัวเราะเสียงโหยหวนสะเทือนอารมณ์

 

ฉันดูเรื่องนี้ทุกวันก็ไม่มีวันเบื่อเลยล่ะ >_<

 

อย่า...ทำอะไรฉันเลยเสียงของนางเอกนอนหอบเธอกำลังจะตาย!!

 

“เธอนี่ชอบดูเรื่องแนวนี้ด้วยเหรอ” วิญญาณตรงหน้าจ้องมองฉันพร้อมกับสีหน้าทึ่งๆ...วิญญาณ...=0=!!

 

“กรี๊ดดดด นี่นายมาที่นี่ได้ยังไง” ฉันร้องเสียงหลง เมื่อเห็นร่างโปร่งใสปรากฏอยู่ตรงหน้า แถมบนหน้านั่นมันหล่อจนคุ้นตา “ซีบิล!!

 

“อ๊ะ...รู้ชื่อฉันด้วยเหรอ” เขาพูดแล้วปรับสีหน้าเป็นจะร้องไห้แล้วตอบคำถามฉัน “ฉันนอนทับร่างบนเตียงแล้ววิญญาณมันไม่เข้าไปอ่ะ T0T” ฉันที่นั่งฟังอยู่บนเตียงจึงรีบลุกคว้ารีโมตมากดให้หนังหยุดเล่นสักพัก เพื่อมาเคลียร์ปัญหากวนใจกับวิญญาณช่างตื้อ “อีกอย่างฉันไม่มีที่ไปด้วย พอนึกถึงเธอขณะนอนหลับตาสลดใจ วิญญาณมันก็มานี่แล้ว”

 

“นายจะไปไหนก็ไปเลยไป” ฉันไม่ฟังพร้อมกับใช้นิ้วจิ้มหน้าอกของเขาแล้วย้ายไปที่ชี้ที่ประตูห้อง

 

“ทำไมต้องใจร้ายอย่างนี้ด้วย T0T” ซีบิลร้องค่อยๆ ทรุดตัวลงกอดรวบขาฉันทั้งสองข้างเหมือนภรรยาอ้อนวอนสามีที่เพิ่งหย่าร้างในหนังน้ำเน่า “ให้ฉันอยู่ด้วยเถอะนะ T^T

 

“ตะ...แต่นายเป็นผู้ชาย” ฉันหาข้ออ้าง

 

“ผู้ชายที่มีร่างเป็นวิญญาณ ทำมิดีมิร้ายเธอไม่ได้ละกัน ถึงทำก็มีลูกไม่ได้แน่ T^T” ฉันที่ฟังคำแก้ตัวของเขารู้สึกหมั่นไส้ จึงทุบหัวเขาไปหนึ่งดอก

 

“ปากเสีย!!

 

“น้า~ ผมขอล่ะ ซีบิลคนนี้จะไม่ทำให้เอ่อ...”

 

“มิรุ -_-” ฉันบอกชื่อตัวเองเมื่อเห็นซีบิลเริ่มอ้ำอึ้งไม่รู้จักชื่อฉัน

 

“อ้อ ซีบิลคนนี้จะไม่ทำให้มิรุสุดสวยลำบากเลย งั้นช่วยให้ซีบิลตัวน้อยๆ คนนี้หน่อยน้า”

 

“ฉันบอกชื่อแต่ไม่อ่อนใจให้หรอกอีกอย่างนายก็ไม่ใช่คนแต่เป็นวิญญาณ -_-

 

T^T

 

-_-

 

T^T

 

“ก็ได้!!” เนื่องจากฉันทนสายตาอ้อนวอนจากวิญญาณหน้าหล่อไม่ไหวจึงตอบรับพร้อมกับถอนหายใจอย่างปลงตก ทำไมฉันต้องมาอยู่กับวิญญาณหน้าหล่อ นิสัยขี้แยอย่างนี้ด้วยนะ!!

 

 

เหตุผลที่ฉันเห็นนาย!!

 

กริ๊ก...แอ๊ดดดด ฉันค่อยโผล่หัวออกจากประตูห้องน้ำพลางมองซ้าย มองขวา ก็ปกติเวลาอาบน้ำเสร็จฉันชอบแต่งตัวต่อข้างนอกนี่ จนลืมไปว่ามีวิญญาณอาศัยพักพิงด้วยแถมเป็นวิญญาณเพศผู้อีกต่างหาก ความเคยตัวจึงลืมว่าต้องเอาชุดไปเปลี่ยนข้างในห้องน้ำ อ้อ...ฉันลืมบอกใช่มั้ยว่าไอ้วิญญาณเนี่ย หลังจากฉันตกปากรับคำมันก็คอยวนเวียนอยู่แต่ในห้องของฉัน =_=

 

พอเห็นทางสะดวก ฉันจึงค่อยๆ ย่องออกไปสภาพผ้าขนหนูหนึ่งผืนพันตัว แล้วไปหยิบเสื้อผ้าจากตู้ไม้

 

“อ๊ากกกก” =[]=!! นั่นมันเสียงของซีบิลนี่

 

ไม่รอช้า ฉันจึงรีบบึ่งออกจากห้องลงบันไดไปเช็คสถานการณ์ที่ชั้นล่างทันทีด้วยความตกใจ แล้วพบสีหน้าซีบิลกำลังเหวอๆ ฉันว่าถ้าหน้าเขาซีดได้คงซีดไปแล้วล่ะ =_=

 

“นายเป็นอะไร” ฉันถามทั้งๆ ที่ยังยืนอยู่ปลายบันไดขั้นสุดท้าย

 

“เธอไม่เห็นเหรอ!!” เขาเบือนหน้าจากโซฟามาถามฉัน “คุณยายหัวเปื้อนเลือดบนโซฟาอ่ะ” เขาชี้ พอหันไปมองตามก็ไม่เห็นอะไรเลยนอกจากโซฟาที่ว่างเปล่า เขาเห็นอะไรน่ะ

 

“ฉันก็ไม่เห็นอะไรเลย” ฉันส่ายหน้าพลางยักไหล่

 

“...” แล้วทันใดนั้นเองฉันก็เริ่มรู้ตัว ซีบิลจ้องฉันตาไม่กระพริบเลย =_=

 

“กรี๊ดดดด ไอ้วิญญาณลามก นายคิดอะไรอยู่น่ะหันไปทางอื่นเดี๋ยวนี้นะเฟ้ย” ฉันร้องทำให้ซีบิลถึงกับชะงักเหมือนเพิ่งรู้ตัว สภาพฉันมันสุดๆไปเลย แค่มีผ้าขนหนูผืนเดียว! ให้ตาย! ฉันรีบจ้ำเท้าขึ้นชั้นสองไปอย่างรวดเร็ว โอ๊ย!! หมอนั่นมองฉันแล้วจะคิดไปถึงไหนแล้วเนี่ย ท่านผู้อ่านทุกคนจงดูฉันเป็นตัวอย่างแล้วระวังอย่าเจอแบบฉันล่ะ T^T

 

 

 

หลังจากเข้าห้องใส่เสื้อยืดและกางเกงขายาวแบบสบายๆ เรียบร้อยฉันก็เดินลงไปชั้นล่าง และเห็นวิญญาณของซีบิลกำลังยิ้มร่าเหมือนคุยกับใครไม่รู้อยู่บนโซฟา “นายคุยกับใครน่ะ -_-” ฉันถามหน้ามุ่ยขณะคิดที่จะต่อว่าเขาเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อกี้

 

“คุยกับยายของเธอไง ไม่เห็นสินะ”

 

=_=!!” ยายของฉัน? ท่านเสียไปนานแล้วนี่

 

“แต่ยายของฉัน”

 

“อื้ม...ฉันคุยกับวิญญาณของท่านอยู่ ^^” เขาบอก ฉันจะเชื่อเขาดีมั้ยนั่นว่าเขาคุยกับคุณยายจริงๆ “อีกอย่างท่านเล่าเกี่ยวกับเธอตอนร้องไห้ไม่ได้ไปงานโรงเรียนเพราะป่วยเป็นหวัดด้วยล่ะ” เอ่อ...ฉันเชื่อแล้วดีกว่า =_= เพราะนั่นมันความทรงจำอันเลวร้ายที่คนในครอบครัวฉันเท่านั้นที่รู้

 

“แต่ทีฉันเห็นนาย ทำไมฉันถึงไม่เห็นคุณยายล่ะ” ฉันเอียงคอถามชี้ตัวเองค่อยๆ เดินไปนั่งโซฟาตัวเล็กคนละตัวกับที่ซีบิลนั่งอยู่

 

“ท่านบอกว่าเธอเห็นแล้ว แต่ไม่รู้เท่านั้นตอนที่สวนสาธารณะ” ซีบิลตอบ “แล้วที่เธอเห็นฉันได้เพราะท่านให้พลังกับเธอ เธอจึงมองหน้าเห็นหน้าฉันและแตะฉันได้ไง ^^” เขาว่าพร้อมทั้งรอยยิ้ม

 

“แล้วไงต่อ...ทำไมท่านต้องทำแบบนั้นด้วย” ฉันขมวดคิ้วสงสัย “แล้วนายก็ยังไม่ตาย ทำไมถึงวิญญาณออกจากร่างล่ะ”

 

“ท่านบอกว่าถูกชะตากับฉันน่ะ และมันก็เป็นเรื่องปกติที่คนอยู่ช่วงนิทราหรือโคม่าวิญญาณจะออกจากร่าง” ซีบิลหันหน้าไปหาโซฟาที่ว่างเปล่าพร้อมกับพยักหน้าแล้วเบือนมาหาฉันอีกว่า “แล้วท่านก็อยากให้ฉันไปเที่ยวกับเธอในวันคริสต์มาสของวันพรุ่งนี้ด้วย ^0^

 

ให้ตายเหอะ!! ทำไมคุณยายถึงเอาแต่ใจอย่างนี้นะ โอ๊ย หัวของฉันต้องรับข้อมูลอย่างรวดเร็วจนปวดไปหมดแล้ว อ๊ากกกก สับสน @_@ แถมด้วยที่ว่าคุณยายถูกชะตากับซีบิลนี่หมายความว่าไงกัน!!

 

“เดี๋ยวหยู้ดดดด หยุด” ฉันยกมือห้ามกุมขมับจูนสมองให้เข้าที่พร้อมกับตั้งคำถาม “เพียงแค่ถูกชะตาเพราะนายเดินตามฉันต้อยๆตั้งแต่โรงพยาบาลน่ะเหรอ” ฉันถามคุณยายผ่านทางซีบิล

 

(-_-)(_ _)(-_-)(_ _)(-_-) หงึกๆ

 

“คุณยายอยู่กับฉันมานานแล้ว”

 

(-_-)(_ _)(-_-)(_ _)(-_-) หงึกๆ

 

“และที่ฉันเห็นนายได้เพราะพลังของคุณยาย”

 

(-_-)(_ _)(-_-)(_ _)(-_-) หงึกๆ

 

“ท่านอยากให้ฉันไปเที่ยวกับวิญญาณอย่างนายวันคริสต์มาสของวันพรุ่งนี้”

 

(-_-)(_ _)(-_-)(_ _)(-_-) หงึกๆ

 

“แล้วฉันมองเห็นวิญญาณของนายได้แค่ตนเดียวเพราะคุณยายเจาะจงนาย”

 

(-_-)(_ _)(-_-)(_ _)(-_-) หงึกๆ

 

“แล้วร่างของนายล่ะ จะกลับเข้าได้เมื่อไหร่แล้ว...ฉันจะเห็นนายไปถึงเมื่อไหร่”

 

“คุณยายเธอบอกว่าแล้วแต่เวลาจะกำหนดให้ฉันตายหรืออยู่ ส่วนเรื่องที่เห็นฉันก็แล้วแต่พลังของท่านจะหายไป”

 

โอเค้!! สรุปข่าว...ฉันมองวิญญาณได้ตนเดียวคือซีบิลข้อมูลเกี่ยวกับหมอนี่คือหน้าหล่อ ขี้แย มีร่างอยู่ในห้องผู้ป่วย 130 โรงพยาบาลxxx แถมวิญญาณก็กลับเข้าได้เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ทำไมชีวิตฉันต้องเจออะไรแปลกๆ แบบนี้ด้วยนะ!! เอ...จะว่าไปถ้าฉันเห็นวิญญาณล่ะก็...

 

“ขอลายเซ็นหน่อยดิ่ *0*” ฉันชะงักเลิกกุ้มขมับพร้อมกับทำตาประกายวาววับ ในเมื่อฉันเป็นแฟนพันธุ์แท้เรื่องสยองขวัญ วิญญาณต่างๆ ฉันก็ต้องภูมิใจไว้สิว่า “ฉันเห็นวิญญาณเชียวนะ ขอลายเซ็นเก็บไว้หน่อยเหอะ” ฉันเอามือทั้งสองข้างผสานกันอ้อนวอนซีบิลที่กำลังหน้าเหวอ

 

“เธอหมายความว่าไงน่ะ -_-;

 

“แน่ะ...นายคงไม่รู้ล่ะสิว่าฉันชอบเรื่องลึกลับอย่างพวกวิญญาณ แล้วนายก็แอบจ้องฉันตอน...เมื้อกี้ด้วยนะ!!” ฉันหรี่ตาจ้องเจ้าตัวที่เริ่มชะงักกับประโยคสุดท้ายของฉัน

 

“กะ...ก็เธอจะออกมาสภาพนั่นทำไมเล่า” เขาตวาดสีหน้าไม่แสดงออกมาว่าแดงเลย ก็นะ...เพราะเขาเป็นวิญญาณอยู่นี่

 

“หน็อยยยยย นายจะบอกว่าเป็นความผิดฉันเหรอ แล้วใครล่ะที่เป็นคนร้องเสียงโหยหวนเพราะกลัวคุณยายของฉันเมื้อกี้น่ะ” ฉันชี้หน้าซีบิลพูดพลางเริ่มมีน้ำโห - -*

 

“เธออย่ามาล้อฉันนะเฟ้ย ยัยแพนด้า”

 

“อ๊ากกกก ไอ้วิญญาณขี้แย”

 

 

ชีวิตธรรมดาต้องไปเที่ยวกับวิญญาณ!!

 

“ตื่นได้แล้ว!! ตื่นๆๆ ตื่นเถิดชาวไทย ~ ฉันเอาหัวซุกเข้าใต้หมอนเมื่อจู่ๆก็มีเสียงร้องเพลงเพี้ยนดังลอดเข้ามาในหู ใครบังอาจจะมาปลุกฉันเนี่ย ง่วงเฟ้ย =.,=Zzz “ถ้าเธอไม่ตื่นฉันจะบีบคอแล้วฆ่าเธอนะ”

 

“ฆ่าได้...ก็ฆ่าไป คร่อก...” ฉันตอบเสียงทุ้มนั่นอย่างงัวเงียพลางพลิกตัวออกจากหมอนเมื่อเสียงร้องเพลงแบบเพี้ยนๆ ผิดคีย์หายไปแทนที่ด้วยเสียงทุ้มพูดคุยด้วย ไม่อยากตื่นเลย (_ _)

 

“งั้นฆ่าจริงๆนะ” จู่ๆ เสียงทุ้มนั้นก็ตอบกลับพร้อมกับความรู้สึกที่มีมืออันเย็นเฉียบโอบรอบคอของฉัน มันค่อยๆ ออกแรงบีบขึ้นเรื่อยๆ “เธอได้ตายแน่”

 

เฮือก!! O_O ฉันรีบลืมตาตื่นทันทีตรงหน้าฉันคือซีบิลกำลังคร่อมตัวฉันแล้วทำอะไรไม่ทำ เขากำลังจะบีบคอฉัน T0T “เฮ้ยๆๆ หายใจไม่ออกซีบิล ปล่อยช้านนนเดี๋ยวนี้ ~~” ฉันร้องเสียงหลงดันไหล่ทั้งสองข้างที่เย็นเหมือนถูกแช่แข็งของซีบิล เขาค่อยๆ บีบคอฉันแรงขึ้นเรื่อยๆ จนหายใจไม่ออก “ซีบิล แค่ก...ปล่อยเค้าไปเห๊อะ T^T

 

“หึๆ อยากตายไม่ใช่เหรอ” ฉันจ้องนัยน์ตาทั้งสองข้างของซีบิล น่ากลัว...ฉันไม่อยากตาย!!

 

พลั่ก~!!! ทันใดนั่นหัวของซีบิลก็ถูกผลักอย่างแรงจนหน้าเขาทิ่มไปกับหมอนซึ่งเฉียดกับหน้าฉันไปเพียงหนึ่งเซนติเมตร T0T เพราะโชคดีที่ฉันเบี่ยงหน้าทัน นี่ถ้าฉันโดนจริง ฉันคงถูก...เอ่อ...ผีจูบไปแล้ว -///- นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีของแฟนพันธุ์แท้เรื่องสยองขวัญหรือเปล่านะ U_U

 

“โอ๊ย คุณยายผลักผมทำไม” ซีบิลร้องเสียงหลงหลังจากที่ปล่อยมือจากคอฉันกลิ้งไปนอนข้างๆบนเตียงพลางลูบหัวป้อย “ผมแค่แกล้งมิรุนิดหน่อยเองนะT^T” เขาน้ำตาเล็ด ส่วนฉันก็รีบดันตัวลุกขึ้นนั่ง

 

“ห๊า นายแกล้งฉันเรอะนั่น” ฉันพูดชูกำปั้นขึ้น “นั่นเขาเรียกว่านิดหน่อย เหรอยะ!!

 

“ก็...ก็นิดหน่อย ^^;” เขาทำหน้าใสซื่อลุกขึ้นนั่งเกาหัว “เธอกับคุณยายก็เลิกว่าผมเถอะ T^T

 

ฉันหันซ้าย หันขวาพยายามมองหาวิญญาณของคุณยาย “คุณยายคะ!! ถ้าได้ยินหนูล่ะก็ ช่วยด่าไอ้หมอนี่เยอะๆ เลยค่ะ มันบังอาจมาแกล้งหนู!!

 

“ก็เธอไม่ยอมตื่นอ้า” จากนั้นหัวของเขาก็ทิ่มเข้ากับที่นอนอีกที “คุณยายค้าบ พอแล้ว...ผมขอโทษ” เขาพยายามเค้นคำออกมา

 

“ฮ่าๆๆ สมแล้วค่ะคุณยาย ฆ่ามันให้ตายซ้อนเลย” ว่าจบฉันก็แลบลิ้นเดินออกจากห้องไปหาข้าวเช้ากิน วันนี้ฉันทำโจ๊กดีกว่า กินนมกับซีเรียลมาจนเบื่อแล้ว =_= ระหว่างที่ฉันตั้งหม้อเพื่อเตรียมต้มโจ๊กในครัว เอ่อ...ฉันลืมบอกใช่มั้ยว่ามันเป็นโจ๊กซองน่ะ นานๆทีฉันก็กินอ่ะนะ ซีบิลก็โผล่วิญญาณเข้ามาในครัวพร้อมกับนั่งบนเคาน์เตอร์ครัวมองฉันด้วยท่าทีสบายใจเฉิบ

 

“จ้องอะไรน่ะ” ฉันถามพลางเทโจ๊กผงใส่ลงหม้อ

 

“เปล๊า ไม่มีอะไรทำน่ะ อีกอย่างวันนี้ก็วันคริสต์มาสด้วย บ้านเธอไม่ไปฉลองหน่อยเหรอ”

 

ได้ยินคำถามฉันถึงกับชะงัก “บ้านฉันไม่ฉลองให้สิ้นเปลืองหรอก อยู่ธรรมดาแบบนี้แหละ” ฉันหมุนตัวไปหาช้อนมาคนโจ๊กแล้วตอบต่ออีกว่า “ฉันอยู่ที่นี่คนเดียว พ่อแม่ก็ไม่ว่าง จะฉลองทำไมล่ะ”

 

“ฉลองกับฉันก็ได้นี่” ซีบิลชี้ตัวเองพลางยิ้มกว้าง

 

“เออ...ก็น่าสนฉลองกับวิญญาณ” ฉันเงยหน้ามองเจ้าตัววิญญาณที่นั่งยิ้ม “อีกอย่างคุณยายก็อยากให้ฉันไปเที่ยวกับนายด้วยนี่”

 

“อื้มๆ” เขาพยักหน้าเหมือนกับว่าตั้งใจอยากให้ฉันพูดอย่างนี้อยู่แล้ว แต่ทว่า...

 

“ถ้าฉันไปเที่ยวกับนาย ฉันก็โดนมองเป็นคนบ้าสิ -_-*

 

“น้า มิรุ ฉันอยากเที่ยวอ้า”

 

“เฮ้อ...ก็ได้ๆ ถ้านายกลับเข้าร่างได้เมื่อไหร่ฉันเอานายตายแน่”

 

 

 

เวลาต่อมา ช่วงค่ำฉันก็ได้มาเที่ยวใจกลางกรุงเทพกับไอ้วิญญาณประหลาดๆ นี่ ขณะเดินไปตามถนนฉันก็เอามือล้วงกระเป๋า ข้างนอกนี่ ลมหนาวพัดโถมเข้าใส่เต็มที่กับการมาของฉันจริงๆ T^T รู้สึกว่ายิ่งดึกข้างนอกยิ่งสวยซะด้วยสิ ไฟที่ถูกประดับตามต้นไม้ที่ทางห้างเอามาตั้งโชว์เห็นคนเขาบอกว่าสวยสุดๆ เอาเหอะ...ฉันจะยอมยืนรอดูถึงแม้จะดึกแค่ไหนก็ตาม T0T และถึงจะกำลังตัวสั่นเพราะบรรยากาศของช่วงฤดูหนาวก็ตาม เอ๊ะ...แต่มีอยู่ตัวที่ไม่สั่นไปกับฉัน

 

“มิรุ!! มานั่งนี่สิ” ไอ้ซีบิลไงล่ะ U_U!! เขากำลังนั่งตบม้านั่งสีน้ำตาลเข้มข้างๆตัวด้วยสีหน้าเบิกบานเพื่อให้ฉันไปนั่งด้วย เห็นอย่างนั้น ฉันก็อดยิ้มไม่ได้จึงค่อยๆเดินไปนั่งกับเขา

 

ทันใดนั้นเองไฟที่ถูกประดับอยู่ก็ถูกเปิดขึ้น พรึ่บ!! ดวงตาทั้งสองข้างของฉันกำลังสะท้อนภาพต้นคริสต์มาสตรงหน้า มันสวยมากจริงๆ “สวยเนอะ” ฉันพึมพำเบาๆ ปกติช่วงเทศกาลนี้ฉันไม่ค่อยได้ไปเที่ยวข้างนอกและเห็นอะไรแบบนี้หรอกเพราะส่วนมากจะอยู่กับบ้านดูทีวีมากกว่า

 

“อื้ม ฉันก็ว่างั้น” ฉันเบือนสายตาหันไปมองวิญญาณของซีบิลที่เป็นร่างโปร่งใสกำลังยิ้ม

 

มันดีใจอยู่ลึกๆ ที่คุณยายทำให้ฉันได้เจอเขา “แล้วนี่นายเลิกกับแฟนได้ไงน่ะ” จู่ๆปากฉันก็พาไป ปากเฮงซวย!

 

“เพราะว่าฉันขี้แยน่ะ” เขายิ้มน้อยๆ ทำให้ฉันรู้สึกผิดแบบสุดๆ “เธออยากได้อะไร”

 

“เห...อะไรของนายน่ะ” ฉันพูดเบาๆเพื่อไม่ให้คนอื่นได้ยิน

 

“เธออยากได้อะไรเป็นของขวัญ เดี๋ยวฉันหาให้” วิญญาณตรงหน้าหันหน้ามามองฉัน ใจของฉันเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะจนต้องเบือนไปมองข้างหน้าแทน ปกติจะไม่มีคนถามกันไม่ใช่เหรอน่ะ?!?

 

“ถ้าอยากให้ของขวัญเขาไม่ถามกันหรอกนะ เขาต้องเซอร์ไพรส์กันสิ” ฉันขมวดคิ้วมุ่น

 

“ก็ฉันไม่รู้นี่” ฉันจึงทำเป็นไม่ใส่ใจหยิบหนังสือสยองขวัญออกมาจากกระเป๋าเปิดหน้าที่ถูกคั่นไว้มาอ่าน “เฮ้...อย่าทำเป็นไม่สนฉันสิ” เมื่อซีบิลเห็นฉันทำเป็นไม่สนใจจึงพูดต่อว่า “เธอนี่ชอบของพวกนี้จริงๆเหรอเนี่ย”

 

“ก็ใช่น่ะสิ” ฉันยิ้มมองหน้าเขา

 

“อืม...งั้นเธอมีปากกามั้ย”

 

ฉันเอียงคอสงสัยแต่ก็หาปากกาที่อยู่ในกระเป๋า ภายในกระเป๋ามันรกซะจนฉันหาปากกาอยู่นานจนเจอและยื่นมันให้ซีบิล “เอาหนังสือมานี่สิ” ฉันสงสัยหนักกว่าเดิมแต่ก็ยื่นหนังสือในมือไปให้ ทว่า...ฉันชักมันกลับทันที “เธอทำอะไรน่ะ ฉันกำลังให้ของขวัญนะ” เขาว่า ฉันจึงเสสายตาไปทางข้างหลังเมื่อเห็นว่าวัยรุ่นบางกลุ่มพวกเขางงและจ้องกับท่าทางของฉันพวกเขาคงกำลังเห็น...ปากกาลอยได้!!

 

ฉันรีบคว้าปากกาจากมือซีบิลมาทันที “มายากลที่ฝึกฉันทำได้แล้ว” ฉันทำท่าชูกำปั้นเหมือนฝึกมายากลสำเร็จจนกลุ่มวัยรุ่นเดินจากไป “นายตั้งใจทำบ้าอะไรน่ะ ฉันเกือบซวย!!” ซีบิลจึงจ้องฉันเหมือนเด็กกำลังงอนผู้ใหญ่แล้วลุกเดินจากฉันไป...ชิ ฉันไม่ง้อหรอก!!

 

ฉันก้มหน้าคิดถึงซีบิลที่เพิ่งเดินไป เหอะ...หมอนั่นชอบทำเป็นงอนอยู่ได้ ฉันไม่ตามไปง้อเขาหรอก...

 

“เปิดปากกา” จู่ๆฉันก็ได้ยินเสียงของซีบิลมากระซิบข้างหู หมอนั่นยังไม่ไปเหรอนั่น?

 

“นาย...”

 

“อย่าเพิ่งพูดอะไรแล้วเปิดปากกา เดี๋ยวโดนหาว่าเป็นคนบ้า” ฉันก้มหน้าทำตามที่เขาบอกคือเปิดปากกาแล้วฉันก็รู้ได้ว่ามืออันเย็นเฉียบของเขามันกำลังบังคับมือของฉันให้เขียนตามที่เขาต้องการลงบนปกหนังสือที่ถืออยู่ ฉันรู้สึกเหมือนเด็กที่กำลังถูกผู้ใหญ่จับมือฝึกใช้ดินสอเลย

 

หมึกจากปากกาค่อยๆ ลากเป็นลายเซ็น...?

 

“ของขวัญของฉันนะ” ซีบิลกระซิบอีกที ฉันจึงอมยิ้ม อีตาบ้าเอ๊ย...

 

“หึๆ คิดได้นะนายน่ะ และฉันก็มีอะไรอยากให้นายทำเหมือนกัน”

 

ฉันยิ้มแล้วค่อยควานหาของในกระเป๋าอีกที คราวนี้ในมือฉันมีกล้องโพลารอยด์ที่เมื่อก่อนเห็นมันติดประกาศว่าสามารถถ่ายรูปติดวิญญาณได้ =w=)b คราวนี้ฉันจะได้ใช้งานเป็นครั้งแรกแล้ว >0<

 

“ถ่ายรูปกับฉันนะ เพราะเห็นมันบอกว่าถ่ายรูปติดวิญญาณได้”

 

“นี่เธอเชื่อไอ้กล้องแบบนี้ด้วยเหรอ -_-” ฉันเบือนหน้าไปด้านหลังกระทุ้งศอกใส่เขาเบาๆ “โอ๊ย!! เจ็บนะ”

 

“เร็วเข้าสิ ฉันอยากได้รูปถ่ายติดวิญญาณ - -++

 

“เหอะ ก็ได้ๆ” ซีบิลทำหน้าอ่อนใจแล้วเอาแก้มมาแนบติดกับฉันให้รู้สึกเย็นๆ บรื๋อออ ถ่ายรูปแบบนี้มันต้องลงทุนหนาวอย่างนี้ด้วยเหรอเนี่ย TwT แชะ!! ทันใดนั้นรูปก็เคลื่อนออกมาจากกล้อง ฉันยิ้มดีใจตั้งใจจะหันไปบอกขอบคุณเขาแต่เสี้ยววินาทีนั้น...ฉันต้องรีบปิดปากกลืนคำพูดทันที

 

ใบหน้าของฉันใกล้เขามาก...

 

ฉันเหมือนถูกบังคับให้โน้มหน้าเข้าไปใกล้เขาเรื่อยๆ จนรู้สึกถึงไอเย็นแปลกๆที่แตกต่างจากความเย็นของช่วงฤดูหนาว ปกติฉันไม่ชอบความเย็น...แต่ครั้งนี้มันแตกต่าง ริมฝีปากของฉันค่อยๆเข้าไปใกล้กับริมฝีปากเรียวของเขา ค่อยๆเข้าไปใกล้...ฉันหลับตาลง แล้วแทนที่ฉันจะได้สัมผัสกับริมฝีปากเย็นเฉียบนั่น ทว่า...ฉันได้พบกับไอเย็นเฉยๆ

 

พอรู้สึกผิดปกติจึงรีบลืมตา ซีบิลไม่อยู่แล้ว!! ดวงตาทั้งสองข้างของฉันเริ่มชื้นขึ้น

 

“ซีบิล” ฉันพึมพำ “นะ...นายหายไป...ไหน”

 

 

ความรู้สึกของซีบิล!!

ขณะที่มิรุให้ผมถ่ายรูปด้วย ผมจึงใจอ่อนเอาหน้าไปแนบกับแก้มอุ่นๆของเธอ ผมรู้สึกอบอุ่น...ความอุ่นที่วิญญาณอย่างผมไม่ได้รู้สึกถึงมันมานาน แต่ทันทีที่เธอกดชัตเตอร์เสร็จ เธอก็หันมาประจันหน้ากับผม...ถ้าใจของผมเต้นได้มันคงเต้นเร็วไม่เป็นจังหวะ ทันใดนั้นผมก็รู้สึกว่าตัวเองโน้มหน้าไปหามิรุเหมือนถูกสะกดให้ทำ...แต่ทว่ามันไม่เป็นไปอย่างที่คิด

 

สิ่งที่ผมเผชิญคือหน้าของผมลอดผ่านใบหน้าของมิรุไปแล้ว...ผมถึงกับชะงักทันที

 

“ซีบิล” มิรุพึมพำด้วยสายตาที่ว่างเปล่าและเริ่มมีน้ำตา “นะ...นายหายไป...ไหน” พอได้ยินผมก็เหมือนใจหล่นไปตาตุ่ม ยัยนี่ไม่เห็นผมแล้ว เธอมองไม่เห็นผมและไม่ได้ยินผม

 

“มิรุ ฉันอยู่นี่ไง อยู่นี่น่ะอยู่นี่!!

 

ผมพยายามคว้าไหล่เล็กทั้งสองข้างของเธอ แต่ผมก็แตะมันไม่ได้ แตะเธอไม่ได้อีกแล้วงั้นเหรอ นี่คือคำถามในใจ ผมจึงอ้อมไปนั่งลงข้างๆเธออย่างอ่อนแรง อยู่ใกล้...แต่แตะไม่ได้ก็ปวดใจแฮะ ผมมองมิรุที่ค่อยๆหยิบรูปภาพที่ออกมาจากกล้องยกขึ้นมอง ในรูปนั้นมีแต่มิรุ...ไม่มีผม

 

“นายหายไปไหนน่ะ” มิรุพึมพำกับรูปในมือ “ไอ้ขี้โกง...อย่าขี้โกงเหมือนคนที่ขายกล้องนี่ให้ฉันสิ” น้ำตาของเธอเริ่มไหลอาบแก้ม

 

“ไม่ได้โกงซะหน่อยฉันอยู่นี่” ผมค่อยๆเอื้อมมือไปที่ใบหน้าเนียนของเธอเหมือนจะซับน้ำตาให้ทั้งที่มือนั้นแตะไม่ได้เพียงแต่ลอดผ่าน คำว่าของเธอทำเอาผมขำ ขี้โกงเหมือนคนที่ขายกล้องงั้นเหรอ ด่าได้น่ารักจริงๆ ผมคิดพลางยิ้มอย่างขมขื่น “เธอก็โกงฉันไม่ให้แตะเธอได้เหมือนกัน” รอบตัวของผมเต็มไปด้วยแสงสีจากหลอดไฟที่ประดับตามข้างทาง ผมได้อยู่ช่วงเทศกาลคริสต์มาสกับมิรุ แต่ทำไมเหมือนไม่ได้อยู่ด้วยเลยนะ

 

“ไม่อยากให้นายหายไปนะ” มิรุเริ่มร้องไห้โดยไม่สนคนที่เดินผ่านและมองเธอ

 

“อืม” ผมตอบเธอแม้ว่าเธอจะไม่ได้ยินก็ตาม

 

“ไอ้วิญญาณบ้า”

 

“อืม”

 

“รู้มั้ยว่านายขี้แย”

 

“อืม”

 

“ฉันไม่ชอบนิสัยนาย”

 

“อืม”

 

แล้วทันใดนั้นผมก็รู้สึกว่าร่างวิญญาณผมมันค่อยเลือนหายไป ผมก้มมองดูมือของตัวเองที่ค่อยๆ จางลง ผมจึงรีบหันไปหาเธอ มองภาพสุดท้ายที่ผมอาจจะไม่ได้เห็นอีก “ฉันรัก...” แล้วร่างของผมก็หายไปก่อนที่จะพูดจบ...และขณะนั้นก็ไม่ได้ยินเสียงที่มิรุจะพูดต่อว่า...

 

“แต่ฉันก็รักนายนะ นายคือของขวัญที่ฉันต้องการ”

 

ผมไม่ได้ยินประโยคนั้น...

ฉันรักนาย

           

*ไม่ว่าเมื่อไรที่ฉันเรียกชื่อเธอ

มันไม่มีทางจะส่งไปถึง แต่ตอนนี้

ฉันจดจำรอยยิ้มของเธอยามที่เธอหันมาหาฉัน

มันช่างเจิดจ้าจนต้องหลบสายตา

และคิดว่าจะไม่สามารถชอบใครได้เป็นครั้งที่สอง

เพราะว่านั้นคือเธอ ตอนนี้ฉันถึงได้มั่นใจ

แต่ว่าเธอก็ไม่ได้อยู่ที่นี้อีกแล้ว*

               

 

เสียงเพลงดังลอดออกจากหูฟังที่เสียบอยู่ในหูของฉันพลางมองรูปที่เพิ่งถ่ายบนโต๊ะเขียนหนังสือในห้องนอน รูปนั้นมีฉันแต่ข้างกายนั้นว่างเปล่า อยู่ๆน้ำตาก็ค่อยไหลออกมา...วันคริสต์มาสผ่านไปแล้ว ในหัวฉันก็เอาแต่คิดถึงซีบิล

 

ฉันหันไปยกหนังสือสยองขวัญที่ปกมีลายเซ็นของซีบิลเขียนผ่านทางมือฉัน ฉันเกลียดความหนาวของช่วงฤดูหนาว...แต่ก็คิดถึงไอเย็นๆจากตัวซีบิล ยิ่งคิดน้ำตาก็ยิ่งค่อยหยดลงบนลายเซ็นนั่น ใจฉันมันเจ็บแปล๊บเหลือเกิน สองคำในใจฉันคือคำว่า คิดถึง

 

 

 

หลายวันต่อมา...ฉันเดินไปโรงเรียนคนเดียวในช่วงวันที่ 2 หลังจากวันปีใหม่ที่ผ่านมา และมันก็เหมือนทุกอย่าง สายลมหนาวของช่วงเทศกาลมันยังคงอยู่ถึงแม้จะน้อยลงก็ตาม มันทำให้ฉันคิดถึงซีบิล

 

ขณะที่ฉันกำลังจะเดินผ่านเข้าประตูรั้วโรงเรียน “นี่เธอ...” เสียงทุ้มอันคุ้นเคยดังมาจากด้านหลังพอฉันหันไปก็พบกับ...

 

“ซีบิล” ฉันพึมพำชื่อนั้นเบาๆ

 

“อื้ม ฉันเอง เธอเรียนที่นี่ด้วยเหรอ” เขายิ้มพลางเกาหัว ฉันอดกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่รีบพุ่งตัวไปกอดเขาที่อยู่ในชุดนักเรียน และมารู้อีกทีว่าวิญญาณของหมอนี่ไม่ได้หายไปแต่ดันกลับไปเข้าร่างต่างหาก ทำไมฉันโง่เง่าอย่างนี้นะ -_- “คิดถึงจัง” ซีบิลยิ้มบางๆ

 

“ฉัน...ก็เหมือนกัน” ฉันพูดขณะที่หน้าเริ่มแดง

 

“ฉันรักเธอนะ” ซีบิลพูดค่อยๆโน้มหน้าเข้ามา หน้าของเขาเริ่มแดงและนี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็นนะเนี่ย “แล้วเธอล่ะ ยังไม่บอกฉันเลยนะ”

 

“อะไร!! ฉันบอกไปแล้วย่ะแต่นายไม่ได้ยินเอง”

 

“งั้นพูดอีกทีสิ” แล้วริมฝีปากเราก็แตะกัน มันไม่มีไอเย็นประหลาดๆ แต่มันมีความอบอุ่นและหอมหวานแทนที่...ตอนนี้ฉันรู้สึกถึงหัวใจของเขาที่กำลังเต้นแรงอยู่ ความอบอุ่นจากตัวของเขาท่ามกลางสายลมที่พัดผ่าน สายลมหนาวที่ฉันเคยเกลียด

ฉันเชื่อว่าของขวัญวันคริสต์มาสที่แท้จริงของฉันคือเขาแน่

คุณยายคะ...ขอบคุณค่ะที่ทำให้หนูได้เจอเขาและมีวันคริสต์มาสที่ดีๆอย่างนี้

ต่อจากนี้หนูคงไม่โดดเดี่ยวอีกแล้ว

-จบ-

*เพลงญี่ปุ่นชื่อ love letter

 

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
กิจกรรมประกวดนิยาย Lightwriter ครั้งที่ 1 ตอนที่ 15 : เรื่องที่ ๑๑ Silly Ghost ของขวัญของฉันคือวิญญาณ (coffeelover) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 79 , โพส : 6 , Rating : 5 / 2 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1

#6 : ความคิดเห็นที่ 87
เรื่องน่ารักดีนะ ใสๆดี ^^

PS.  โลกไม่ได้มีผู้ชายแค่คนเดียว[- ~~~ ^_____________^ -]
Name : over_oaf< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ over_oaf [ IP : 110.49.251.193 ]
Email / Msn: oil_love-you(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2555 / 00:14

#5 : ความคิดเห็นที่ 86
 โอเคนะ   แต่อ่านแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวอยู่
PS.  จูกัดเหลีบง ฮกหลง ขงเบ้ง
Name : ออมม่า ชายนี่เวิร์ล!!!!< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ออมม่า ชายนี่เวิร์ล!!!! [ IP : 118.172.150.210 ]
Email / Msn: yozzie.yod(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2555 / 20:15


#4 : ความคิดเห็นที่ 69
ตรงคำพิมพ์หนา 'ฉันรักนาย' เป็นชื่อตอนนะคะ แฮะๆ

ความจริงคือพยายามเขียนให้สั้นอ่ะค่ะพอเจอคอมเม้นต์ของคุณ Aerng สะอึกเลยทีเดียว 55
ส่วนคอมเม้นของคุณ momoe' ดีใจนะคะที่นิยายทำให้อมยิ้มได้
แล้วก็คอมเม้นของคุณ Shadow Alice ลองคบกับมิรุก็สนุกไปอีกแบบนะ >w
ยังไงก็ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์มาก ^/l\^
จะเอาไปปรับปรุงคร้าบ


แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 28 ธันวาคม 2554 / 14:58

PS.  
Name : coffeelover< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ coffeelover [ IP : 58.9.55.131 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 ธันวาคม 2554 / 14:37

#3 : ความคิดเห็นที่ 67
เรื่องนี้รู้สึกจะสนุกที่สุดที่อ่านมาก่อนหน้านี้เลยนะเนี่ย
ชอบมากๆครับ แต่...
ก็ยังมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง อาจจะเป็นเพราะต้องเขียนให้สั้นหรือรีบมากไปหรือยังไงผมก็ไม่รู้เหมือนกัน
อันนี้ไม่เป็นไรครับ เพราะคิดว่าถ้าเป็นเรื่องยาวคงจะดีได้กว่านี้ครับ
แต่โดยรวมถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีมากครับ
บรรยายได้ไหลลื่นคำผิดมีนิดหนึ่งชื่อคิทแคทผิดเป็นมิรุไปเลย อิอิ
เล่าเรื่องก็ไปเรื่อยๆ ไม่งงเลยครับ
แต่มีอยู่ตอนท้ายสงสัยนิดๆว่าทำไมมิรุไม่ไปหาซีบิลที่โรงพยาบาลมัวมาคิดถึงอยู่ทำไม ฮ่าๆ
สำหรับคะแนนนะครับ...

เอาไปเลย 5/5 ครับ
มีข้อผิดพลาดบ้างนิดๆหน่อยๆ แต่อ่านแล้วก็เห็นว่าผู้เขียนแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี
ผมคิดว่าผมควรจะได้คะแนนเต็มจากผมไปแล้วนะครับ
ตั้งใจต่อไปนะครับ สู้ๆ

PS.  Subject : watch : นาฬิกาผ่าเวลา Genre : แฟนตาซี ไซไฟ ครอบครัว
Name : Aerng< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Aerng [ IP : 202.91.19.195 ]
Email / Msn: aerngq(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 ธันวาคม 2554 / 00:17

#2 : ความคิดเห็นที่ 53
#Silly Ghost ของขวัญของฉันคือวิญญาณ

น่ารักค่ะ มีผี แต่ไม่น่ากลัว อ่านแล้วอมยิ้มเสียอีก สรุปแล้วคุณยายคือแม่สื่อสินะ หัวเราะ
ดำเนินเรื่องไหลเรื่อย ชอบค่ะ ไม่ได้เร็วหรือช้าไปแต่อย่างใด
ภาษาการบรรยายไม่สะดุด ใช้บุรุษที่ 1 ดำเนินเรื่องได้ดีค่ะ
แต่.. ความไม่สมเหตุสมผลยังมีอยู่บ้าง ทั้งเรื่องการรักกันรวดเร็วปานจรวด
และการมองเห็นวิญญาณ อันนี้ไม่ได้ลบหลู่ในด้านนั้น ถ้าสมมติว่าเห็นจริงๆ ถึงจะเป็นคนคลั่งไคล้เรื่องนี้แค่ไหน ก็ต้องมีการตกใจกันบ้าง

ตัวละครมีมิติดีค่ะ ชัดเจน
แต่เนื่องจากว่าให้นางเอกเป็นผู้บรรยาย ขนาดว่าให้เธอเป็นคนบรรยาย เรายังไม่เห็นว่าเธอจะคิดหวั่นไหวอะไรซักนิด
แต่กลับบอกรักเลยซะอย่างนั้น
ด้านพระเอก ก็คงเพราะจิตใจอ่อนแอเพราะเพิ่งเฮิร์ทหนัก แถมนางเอกยังเป็นคนเดียวที่เขาสามารถคุยด้วยได้
จะรู้สึกดีๆ มันก็คงได้อยู่

คำผิดมีเล็กน้อยค่ะ

คะแนนที่เราให้ 4/5
ตั้งใจเขียนต่อไปนะคะ .
Name : momoe'< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ momoe' [ IP : 110.49.251.205 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 ธันวาคม 2554 / 20:20

#1 : ความคิดเห็นที่ 28
นางเอกดันบ้าเรื่องเกี่ยวกับวิญญาน ไม่แปลก
เป็นฉันก็ไม่อยากคบกับเพื่อนที่ชอบเรื่องวิญญานอ่ะ
กลัวว่ามันจะเอาวิญญานมาให้ผวาเล่นตอนนอน =[]=

เข้าเรื่อง...
ดำเนินเรื่องได้ดีเลยทีเดียว เนื้อเรื่องมีเกี่ยวกับวันคริสมาสต์นิดหน่อย
(เฉพาะในตอนท้ายเท่านั้นล่ะมั้ง)
แอบฮาซีบิลนิดหน่อย เป็นผู้ชายแท้ๆ แต่ดันขี้แยอย่างกับผู้หญิง
ไม่มีคำผิดเลยแม้แต่น้อยนิด ยอดเยี่ยมมากเลยล่ะค่ะ!
แต่ก็อย่างว่าแหละนะ...สุดท้ายมันก็เกี่ยวกับความรักอยู่ดี T^T

คะแนนที่ได้ 5/5
(ถูกใจเรื่องนี้เป็นการส่วนตัวเลยให้ ฮ่าๆๆๆ)

PS.  Do You Love Me Like I Love You...? If You Don't Love. Please...Don't Give Me Hope...
Name : Shadow Alice< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Shadow Alice [ IP : 101.108.35.124 ]
Email / Msn: Little_Mingsia(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 ธันวาคม 2554 / 12:06

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

SOSO Simulation of Soul Online

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android