|
กิจกรรมประกวดนิยาย Light writer ครั้งที่ ๑ เรื่องที่ ๙ X’Mas alone คริสต์มาสที่หายไป (มณีสีบลอนด์) ค่ำคืนที่มีหิมะตกโปรยปรายในใจกลางกรุงนิวยอร์ก เมืองแห่งความศิวิไลซ์ คืนนี้เป็นค่ำคืนที่ดูเงียบสงบเป็นอย่างมากสำหรับเมืองแห่งนี้ เนื่องจากมันเป็นคืนแห่งคริสต์มาสอีฟ ชาวเมืองทุกคนจึงมีการเฉลิมฉลองตามวิธีของตัวเอง บ้างก็อบไก่งวงตัวโตๆ ทานกันที่บ้านกับครอบครัว บ้างก็ไปร่วมงานดนตรีที่โบสถ์ ส่วนเด็กๆ ก็มักจะไปจับกลุ่มร้องเพลงประสานเสียงกันอยู่ตามสถานที่ต่างๆ เพื่อขอขนมจากผู้คนที่ผ่านไปมาในที่นั้นๆ และสำหรับคนที่มีคู่รัก พวกเขาก็มักจะควงแขนกันมาเดินเล่นที่หน้าห้างกู๊ดเกท เพราะที่นี่จะมีการจัดต้นคริสต์มาสต้นยักษ์ที่ประดับประดาไปด้วยหลอดไฟสีสันต่างๆ อย่างสวยงามในทุกๆ ปี สำหรับพวกเขาแล้วมันช่างเป็นบรรยากาศที่สุดแสนจะโรแมนติก แต่นั่นไม่ใช่สำหรับ ‘คริสติน่า’ หญิงสาวที่กำลังนั่งอยู่บนม้านั่งใต้ต้นคริสต์มาสต้นยักษ์ต้นที่ว่าอย่างโดดเดี่ยว เธอใช้มือกอดอกตัวเองเพื่อลดความหนาวเหน็บในคืนนี้ ใบหน้าของเธอนั้นดูเศร้าหมองอย่างเห็นได้ชัด นัยน์ตาสีฟ้าครามดูเหม่อลอยเหมือนเธอกำลังคิดอะไรอยู่ นั่นเป็นเรื่องปกติของเธอตลอด 6 ปีที่ผ่านมา ผู้คนที่มาที่นี่ในคืนคริสต์มาสอีฟก็จะเห็นเธอมานั่งอยู่ตรงนี้เป็นประจำ เหมือนว่าเธอกำลังมารอใครคนหนึ่ง และถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริง คนๆ นั้นต้องเป็นคนที่สำคัญกับเธอเป็นอย่างมาก แต่ทำไมถึงต้องเป็นที่นี่ในคืนคริสต์มาสอีฟเท่านั้น เรื่องนี้ก็ไม่มีใครรู้นอกจากตัวเธอเอง ‘ตรู๊ด~ ตรู๊ด~’ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมาจากในกระเป๋ากางเกงยีนรัดรูปสีน้ำเงินที่คริสติน่าสวมอยู่ ทำให้เธอต้องสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ หญิงสาวรีบลุกขึ้นกระชับเสื้อโค้ชสีชมพูตัวหนาให้เรียบร้อยก่อนจะใช้มือที่ใส่ถุงมือสีเดียวกับเสื้อของเธอล้วงเข้าไปหยิบเจ้าตัวปัญหาออกมาอย่างยากลำบาก เธอค่อยๆ เขี่ยผมสีบลอนด์ทองออกจากใบหูก่อนจะแนบโทรศัพท์เข้าไปแทนที่ “ฮัลโหล?” คริสติน่าขานรับปลายสาย “คริสตี้เพื่อนรัก แน่ใจนะว่าคืนนี้จะไม่มากับพวกเราน่ะ?” เสียงเจื้อยแจ้วของหญิงสาวที่ปลายสายถามกลับมา “อื้อ! ต้องขอโทษเธอด้วยนะไลล่า พอดีคืนนี้ฉันมีธุระนิดหนึ่งน่ะ” คริสติน่าตอบปฏิเสธหญิงสาวปลายสาย “อืม…น่าเสียดายจัง ปีหน้าเธอต้องมากับเราให้ได้นะ” เสียงของไลล่าพูดกลับมาอย่างเสียดาย “อะ…อือ!” คริสติน่ารับปากด้วยน้ำเสียงที่คลุมเครือ ก่อนจะวางหูแล้วเก็บโทรศัพท์เข้าที่เดิมของมัน คริสติน่ามีอายุเพียง 23 ปีเท่านั้น เธอเพิ่งได้งานเป็นพนักงานในบริษัทธุรกิจแห่งหนึ่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และก็ได้ไลล่าเป็นคนคอยแนะนำการทำงานในหลายๆ เรื่อง พวกเธอจึงกันมากในระดับหนึ่งทีเดียว และในค่ำคืนคริสต์มาสอีฟนี้ ไลล่าก็มีปาร์ตี้กับแก๊งเพื่อนสาวของเธอ หญิงสาวจึงอยากให้คริสติน่าไปด้วย แต่ก็ต้องโดนปฏิเสธไปด้วยเหตุผลบางประการ คริสติน่านั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิม เธอกอดกระชับแขนตัวเองพลางถูขึ้นลงๆ เพื่อให้ความอบอุ่นกับตัวเอง สายตาของเธอมองไปยังคู่รักหลายคู่ที่เดินผ่านไปมา ทำให้ใบหน้าของเธอเริ่มเศร้าหมองลงอีกครั้ง แต่แล้วสายตาของเธอก็ต้องไปสะดุดเข้ากับร่างของชายหนุ่มคนหนึ่ง เขามีผมสีน้ำตาลแดง ชุดเสื้อคลุมตัวหนาที่สวมใส่นั้นเป็นสีน้ำตาลเข้ม ดวงตาสีเขียวอ่อนของเขากำลังจับจ้องมายังหญิงสาว ชายหนุ่มค่อยๆ ก้าวเดินเข้ามาหาคริสติน่า แต่พอชายหนุ่มเข้ามาใกล้ๆ คริสติน่าถึงได้รู้ทันทีว่าเขาก็คือ ‘เจมส์’ เพื่อนชายที่แอบชอบเธอมาตั้งแต่สมัยอยู่ไฮสคูลนั่นเอง รู้ดังนั้นเธอจึงหลบตาลงอย่างรำคาญทันที “เธอมาคนเดียวเหรอ?” ชายหนุ่มถามขึ้นทันทีที่เดินมาถึง คริสติน่าได้ยิ้มแห้งๆ แล้วพยักหน้าตอบ “ฉันก็มาคนเดียว ขอนั่งด้วยคนได้ไหม?” ชายหนุ่มพูดต่อพลางผายมือไปที่ที่ว่างข้างๆ หญิงสาว “คือที่ตรงนี้เป็นที่สำหรับคนสำคัญของฉันน่ะ” หญิงสาวพูดเสียงเรียบ “โอ้ งั้นฉันต้องขอโทษด้วยนะ คงเป็นที่ที่เธอเว้นไว้ให้ ‘โรเบิร์ต’ สินะ” “แต่ไม่เป็นไรหรอก ยังไงเขาก็ตายไปตั้ง 6 ปีแล้ว และฉันก็คิดว่าปีนี้จะเป็นปีสุดท้ายที่ฉันจะมานั่งตรงนี้แล้ว ถ้านายอยากจะนั่งก็เชิญได้เลย” คริสติน่ายิ้มเจื่อนๆ ซึ่งสิ่งที่เธอพูดนี้ทำให้ชายหนุ่มถึงกับขนลุกวาบทันที แต่เขาก็ยังนั่งลงบนที่ว่างข้างๆ หญิงสาวอยู่ดี “ฉันเสียใจเรื่องนั้นด้วยนะ” ชายหนุ่มพูดเสียงสลด คริสติน่าก็ได้แต่ยิ้มตอบกลับไป “โรเบิร์ต จอห์น” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้น “หืม!?” หญิงสาวทำหน้าฉงน “เขาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันเลย” ชายหนุ่มหันมาพูดกับหญิงสาวข้างๆ “อ๋อ เรื่องนั้นฉันรู้อยู่แล้ว ว่าแต่นายจะพูดขึ้นมาทำไม?” คริสติน่าพูดด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยจะน่าฟังนัก “คือฉันแอบเห็นเธอมานั่งอยู่ตรงนี้คนเดียวตลอด 6 ปีที่ผ่านมา ฉันก็เลยคิดว่าเธอควรจะได้รู้ความจริงอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเหตุการณ์ในวันนั้นได้แล้ว” เจมส์หันมาพูดเสียงเรียบ นั่นทำให้คริสติน่าทำหน้าฉงนขึ้นมาอีกครั้ง “จริงๆ ต้นเหตุมันเป็นเพราะฉันเองแหละ” ชายหนุ่มกล่าวต่อ “นายหมายความว่ายังไง?” หญิงสาวถามด้วยความสงสัย “คือ…เรื่องทั้งหมดมันก็มีอยู่ว่า…” ชายหนุ่มเริ่มกล่าวต่ออย่างจริงจัง คริสต์มาสอีฟ 6 ปีก่อน ท้องฟ้าช่วงบ่ายเหนือกรุงนิวยอร์กในวันนี้ มีเมฆปกคลุมไปทั่วบริเวณ คาดว่าในอีกไม่กี่ชั่วโมงน่าจะมีหิมะตกลงมา และเนื่องจากวันนี้เป็นวันคริสต์มาสอีฟ โรงเรียนต่างๆ จึงมีการจัดงานเฉลิมฉลองกัน ไม่เว้นแม้แต่นิวยอร์กไฮสคูล เด็กๆ ในโรงเรียนนั้นต่างพากันสนุกสนานเฮฮา มีทั้งการแสดงดนตรี เล่นละครเวที และรวมไปถึงการจัดงานเลี้ยงในห้อง แล้วแต่ความต้องการของเด็กนักเรียน เรียกได้ว่าเป็นวันที่เด็กๆ ทุกคนรอคอยเลยก็ว่าได้ คริสติน่าเองก็ด้วย ตอนนั้นเธอมีอายุแค่เพียง 17 ปี คริสติน่าเรียนอยู่เกรด 12 ห้อง B และเนื่องจากเธอเป็นคนที่หน้าตาดีอยู่พอสมควรจึงทำให้มีหนุ่มๆ มารุมจีบกันเยอะมาก แต่เธอก็ไม่อาจจะคบกับใครได้ เพราะตอนนั้นเธอมีคนรักอยู่แล้ว โรเบิร์ต จอห์น เด็กหนุ่มผมน้ำตาลทอง เขามีหน้าตาที่หล่อเหลาเอาการ คิ้วสีน้ำตาลคมเข้ม กับนัยน์ตาสีเขียวเป็นจุดเด่นกว่าส่วนอื่นๆ บนใบหน้าของเขา ชายหนุ่มเป็นนักกีฬาฟุตบอลสุดฮ็อตของโรงเรียนแห่งนี้ และที่สำคัญเขาก็คือคนรักของคริสติน่านั่นเอง ด้วยเหตุนี้ทั้งคู่จึงเป็นคู่รักที่เหมาะสมกันที่สุด พวกเขาคบกันมาตั้งแต่เกรด 8 รวมระยะเวลาก็ 4 ปี แต่ถึงอย่างนั้นความรักของพวกเขาก็ยังคงสดใสเหมือนกับว่าเป็นรักแรกเริ่ม เพราะพวกเขาขยันเติมความรักที่อ่อนโยนให้กันอย่างสม่ำเสมอทุกๆ วันด้วยการให้ดอกไม้บ้าง ช็อคโกแล็ตบ้าง แล้วก็ของขวัญในวันพิเศษต่างๆ บ้าง นั่นจึงทำให้เขาเป็นวัยรุ่นที่คบกันนานเป็นพิเศษ จนทำให้เพื่อนๆ หลายๆ คนรู้สึกอิจฉากันไปตามๆ กันเลย แถมวันนี้โรเบิร์ตก็ยังมาชวนคริสติน่าไปเที่ยวที่ห้างกู๊ดเกทในตอนกลางคืนอีกด้วย คริสติน่าก็ได้ตอบตกลงชายหนุ่มไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ช่วงบ่ายของวันนั้นจึงเป็นบ่ายที่สดใสที่สุดสำหรับเธอเลย ในปีนั้นห้างกู๊ดเกทเป็นห้างที่เพิ่งก่อตั้งเสร็จใหม่ๆ จึงเป็นสถานที่ที่ผู้คนหลั่งไหลกันมาเที่ยวเยอะเป็นพิเศษ นายกเทศมนตรีของนิวยอร์กจึงได้เริ่มจัดโครงการให้มีการจัดตั้งต้นคริสต์มาสต้นยักษ์ไว้ที่ห้างแห่งนี้ตั้งแต่ปีนั้นเป็นต้นมา คืนวันนั้นเป็นคืนที่หิมะตกหนักพอสมควร คริสติน่าเป็นฝ่ายมานั่งรอแฟนหนุ่มที่ใต้นคริสต์มาสยักษ์ตั้งแต่หัวค่ำจนดึก แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าโรเบิร์ตจะมาตามนัดเลย หญิงสาวพยายามโทรหา แต่ก็ไม่มีการตอบรับจากปลายสาย เธอจึงเริ่มรู้สึกโกรธและหงุดหงิดเป็นอย่างมาก แต่เธอก็ยังคงนั่งรออยู่ที่เดิมจนเกือบเช้า เธอถึงได้มั่นใจว่าชายหนุ่มคงไม่มาแล้วแน่นอน สุดท้ายเธอก็ตัดใจและกลับบ้านไปอย่างเดียวดาย หลังจากเทศกาลคริสต์มาสผ่านพ้นไปคริสติน่าก็ไปโรงเรียนตามปกติ เธอโกรธโรเบิร์ตเป็นอย่างมาก เธอจึงตั้งใจว่าจะไม่พูดกับเขาอีกเลย แต่เมื่อถึงโรงเรียนเธอก็ต้องพบกับเรื่องที่ทำให้สะเทือนใจจนน้ำตาต้องไหลพรากออกมาทันที หญิงสาวได้ทราบข่าวว่าแฟนหนุ่มของเธอ ได้ขับรถขึ้นไปบนภูเขาแองเกส ซึ่งเป็นเขาลูกหนึ่งที่อยู่แถวๆ ชานเมือง แล้วก็ต้องเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น เนื่องจากถนนที่มีน้ำแข็งเกาะเต็มไปหมด ทำให้ล้อของรถไม่สามารถยึดเกาะกับพื้นถนนได้ดี มันจึงลื่นไถลและพารถทั้งคันกับร่างของโรเบิร์ตพุ่งทะลุที่กั้นถนนจนตกลงไปในหน้าผาสูงและระเบิดขึ้นทันที นั่นทำให้ชายหนุ่มเสียชีวิตในที่เกิดเหตุในเวลาเดียวกัน กว่าทุกคนจะรู้เรื่องและไปพบศพก็ช่วงบ่ายของอีกวันหนึ่งแล้ว และเหตุผลที่โรเบิร์ตต้องขึ้นไปบนเขานั่นก็เป็นเพราะว่า เขาได้ฟังเรื่องเล่าบางอย่างเกี่ยวกับตำนานของภูเขาลูกนี้มาจากเพื่อนรักของเขา นั่นก็คือเจมส์นั่นเอง ชายหนุ่มเล่าให้โรเบิร์ตฟังว่าในค่ำคืนคริสต์มาสอีฟของทุกๆ ปี ที่เขาแองเกส จะมีเรื่องมหัศจรรย์บางอย่างเกิดขึ้น นั่นก็คือ จะมีดอกไม้วิเศษที่ชื่อดอกคริสต์มาสสโนว์ปรากฏขึ้นที่บริเวณยอดเขาลูกนี้ และชายใดที่สามารถเก็บดอกไม้นั้นมาให้หญิงที่ตนรักได้ ทั้งคู่จะได้ครองรักกันไปจนกัลปาวสาน แต่มันก็เป็นเพียงแค่ตำนานโบราณคร่ำครึที่เจมส์ได้ฟังมาจากย่าของเขาอีกที และก็เป็นเรื่องที่ไม่เคยมีใครเชื่อถือมาก่อนเลย แต่โรเบิร์ต ชายหนุ่มผู้อ่อนต่อโลกเขากลับเชื่อในเรื่องเล่าปรัมปรานี้ ชายหนุ่มจึงได้ตัดสินใจขึ้นไปบนยอดเขาที่ว่า และก็ต้องจบชีวิตลงด้วยเหตุนี้นี่เอง และหลังจากนั้นเป็นต้นมา คริสติน่าก็จะมานั่งที่ใต้ต้นคริสต์มาสต้นยักษ์หน้าห้างกู๊ดเกทในคืนคริสต์มาสอีฟของทุกๆ ปี ด้วยความหวังที่ว่า แฟนหนุ่มของเธอจะมาตามนัดสักครั้ง แต่ก็เป็นเพียงหวังลมๆ แล้ง เพราะในโลกแห่งความจริงโรเบิร์ตนั้นได้ตายไปจากเธอแล้ว ปัจจุบัน “นี่แหละ ความจริงทั้งหมด” เจมส์หันไปพูดกับคริสติน่าที่กำลังพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาอาบใบหน้าของเธอ แต่เธอก็ทำไม่สำเร็จ น้ำใสๆ ค่อยๆ ไหลลงมาจนท่วมแก้มนวลๆ ของเธอ ใบหน้าของหญิงสาวในตอนนี้แสดงออกถึงความเศร้าปนความโกรธที่เจมส์ทำให้คนรักของเธอต้องมาตายไป เธอจึงโวยวายแล้วทุบตีชายหนุ่มอย่างแรงโดยที่ชายหนุ่มก็ยอมแต่โดยดี “ฉันขอโทษจริงๆ คริส ฉันขอโทษจริงๆ” เจมส์ได้แต่พูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสลด ทันใดนั้นเองร่างชายหนุ่มก็สั่นกระตุกขึ้นอย่างแรงแล้วล้มลงไปนอนกับพื้น คริสติน่าถึงกับตกใจจนหน้าตาตื่นทันที หญิงสาวมองไปที่ดวงตาที่เหลือกลานของชายหนุ่ม อาการแบบนี้ ทำให้หญิงสาวคิดได้อย่างเดียวก็คือ เจมส์กำลังชักเพราะความเจ็บจากการโดนเธอทุบนั่นเอง “โอ้ไมนะ! เจมส์! เจมส์!” คริสติน่าก้มลงไปโอบร่างของชายหนุ่มที่กำลังสั่นกระตุกขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน เธอลูบไปที่ใบหน้าของเพื่อนชายอย่างร้อนรน “ใครก็ได้ช่วยด้วยค่ะ!” หญิงสาวตะโกนร้องขอความความช่วยเหลือจากคนที่เดินผ่านไปมา ทำให้ชายหญิงวัยกลางคนคู่หนึ่งที่ได้ยินเสียงของคริสติน่า ต้องรีบวิ่งเข้ามาช่วยในทันที “เดี๋ยวผมขอดูหน่อย” ชายวัยกลางคนก้มลงมาจับร่างที่สั่นกระตุกของเจมส์ เขาใช้ฝ่ามือตบไปที่หน้าของชายหนุ่มอย่างแรง ทำให้คริสติน่าต้องโวยวายทันที “คุณจะทำอะไรน่ะ!?” หญิงสาวโพล่งขึ้น แต่ชายวัยกลางคนผู้นั้นก็ไม่ได้ตอบอะไร ทำให้คริสติน่าเริ่มทำหน้าไม่พอใจ “ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ สามีฉันเขาเป็นหมอน่ะค่ะ” หญิงวัยกลางคนที่มาด้วยกันพูดขึ้นพลางยิ้มอย่างอบอุ่นให้หญิงสาว ทำให้คริสติน่ารู้สึกใจเย็นลงได้ทันที ไม่นานร่างของชายหนุ่มก็หยุดกระตุก ชายวัยกลางคนหยิบวัตถุรูปทรงกระบอกออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ชของเขาแล้วกดเปิดสวิตช์ที่ด้านข้างตัวกระบอกทำให้มีแสงไฟปรากฎขึ้นที่ด้านหน้าของมัน มันก็คือไฟฉายนั่นเอง เขาค่อยๆ ใช้นิ้วเปิดเปลือกตาของชายหนุ่มที่นอนแน่นิ่งอยู่ออกจนเห็นดวงตาที่นิ่งสนิทของชายหนุ่ม เขาใช้ไฟฉายในมือส่องส่ายไปมาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะปิดมันลง “เขาแค่เป็นลมไปน่ะครับ” ชายวัยกลางคนหันมาพูดกับคริสติน่า “อาจจะเกิดจากการตกใจกะทันหัน หรืออากาศที่หนาวก็เป็นได้ครับ จะให้เรียกรถพยาบาลให้หรือเปล่าครับ?” เขาอธิบายต่อก่อนจะถามขึ้น หญิงสาวก็ได้แต่พยักหน้าตอบ “ไม่ต้องหรอกครับ” เสียงหนึ่งพูดขึ้นจนทำให้ทุกคนต้องตกใจทันที เพราะเจ้าของเสียงก็คือเจมส์ที่เพิ่งฟื้นจากการเป็นลมเมื่อครู่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย “ผมแค่หนาวนิดหน่อยน่ะครับ” ชายหนุ่มเอ่ยต่อ “อื้อ…ถ้าไม่เป็นไรแล้วพวกเราขอตัวก่อนนะ” ชายวัยกลางคนพูด ก่อนจะยืนขึ้นแล้วจับมือกับผู้เป็นภรรยาของเขา “ครับ ขอบคุณมากๆ ครับ” ชายหนุ่มกล่าวขอบคุณให้แก่ผู้มีพระคุณทั้งสองคน พวกเขายิ้มให้ทั้งคู่ก่อนจะเดินจากไป “เธอทำให้ฉันตกใจรู้ไหมเจมส์?” คริสติน่าเริ่มหันมาทำหน้าโกรธเคืองใส่ชายหนุ่มอีกครั้ง “คริสซี่ที่รัก” ชายหนุ่มพูดอย่างแผ่วเบา เขาหันมาทำตาหวานใส่หญิงสาวจนทำให้เธอถึงกับขนลุกทันที เพราะชื่อนี้เป็นชื่อที่โรเบิร์ตใช้เรียกเธอเป็นประจำ “ใครอนุญาตให้เธอเรียกฉันอย่างนั้นฮะ!” หญิงสาวส่งสายตาดุใส่ร่างของเพื่อนชาย “นี่ผมเองไง” ชายหนุ่มพูดพลางใช้มือทัดผมของหญิงสาวที่ตกลงมากลับไปทัดที่หูของเธออย่างแผ่วเบา นั่นทำให้หญิงสาวถึงกับตกใจจนต้องผงะหลังไปเลย เพราะว่าเธอจำความรู้สึกนี้ได้ดี ความอ่อนโยนที่คริสติน่าเคยได้สัมผัสจากชายผู้เป็นที่รัก ชายผู้ที่ชื่อ โรเบิร์ต จอห์น “ไม่ๆ เป็นไปไม่ได้” หญิงสาวพูดขึ้นอย่างตะกุกตะกัก “คริสซี่นี่ผมเองจริงๆ ผมไม่อาจทนมองคุณนั่งเศร้าคนเดียวที่นี่ในทุกๆ ปีได้อีกแล้ว” ชายหนุ่มกล่าว น้ำใสๆ เริ่มไหลเอ่อออกมาจากดวงตาทั้งสองข้างของเขา นั่นทำให้คริสติน่ายิ่งใจเต้นแรงขึ้น “ผมไม่เคยผิดนัดกับคุณเลย ผมมาที่นี่ทุกๆ ปี ผมมานั่งข้างๆ คุณทุกๆ ปี ตั้งแต่เมื่อ 6 ปีก่อนแล้ว” ชายหนุ่มยังคงกล่าวต่อ แต่หญิงสาวก็ทำได้เพียงแค่ส่ายหน้าอย่างไม่รับรู้ แต่น้ำตาของเธอก็เริ่มไหลเอ่ออกมาด้วยเช่นเดียวกัน “ผมพยายามกอดคุณเมื่อเห็นคุณหนาวแต่คุณไม่เคยรู้สึกได้ ผมพยายามพูดคุยกับคุณแต่คุณไม่เคยได้ยิน ผมขอโทษจริงๆ ที่มันต้องเป็นแบบนี้ อย่าได้โกรธผมเลยนะ” ชายหนุ่มขอโทษทั้งน้ำตา “ผมรักคุ…” “พอ! เงียบ! ฉันไม่อยากฟัง! นายคิดจะเล่นอะไรอีกเจมส์!” คริสติน่าตะคอกเสียงดังขัดสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังจะบอก “ถ้าขืนนายพูดอะไรอีก นายจะไม่ได้เจอฉันอีกเลย ฉันรู้ว่านายแอบชอบฉันมาตลอด” หญิงสาวพูดเสียงดัง ใบหน้าของเธอแสดงอาการไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด ในใจของเธอคิดแค่เพียงว่า นี่มันเกิดอะไรขึ้น? วิญญาณของชายที่เธอรักมาเข้าสิงเพื่อนรักของเขาหรือยังไงกัน? “โอ้ ไม่จริงใช่ไหม? ทำไมผมไม่เคยรู้เรื่องเลย เจมส์ไม่ใช่คนอย่างนั้นแน่นอน” ชายหนุ่มส่ายหน้าไปมา “บอกให้หยุดพูดไง! นายไม่ได้สำนึกผิดเลยใช่ไหม ที่ต้องทำให้เพื่อนรักตายน่ะ!” หญิงสาวตะคอกเสียงดังขึ้นอีก จนทำให้คนที่เดินผ่านไปมาต้องหันมามอง พวกเขาคิดเพียงว่าคงจะเป็นคู่รักที่กำลังทะเลาะกันจึงไม่ได้สนใจอะไร “พูดยังไงคุณก็คงไม่เชื่อผม แต่ยังไงผมก็ต้องขอโทษจริงๆ ผมบอกคุณได้แค่นี้” ชายหนุ่มพูดเสียงเรียบ “ลาก่อน…คริสซี่ที่รัก” เสียงของเจมส์พูดขึ้นต่ออย่างแผ่วเบา “ไม่! อย่าเพิ่งไป! ฉันเชื่อคุณแล้ว!” คริสติน่าตะโกนอย่างร้อนรนจนชายหนุ่มต้องยิ้มขึ้นเบาๆ “โอ้ สุดท้ายคุณก็เชื่อผม แต่ยังไงผมก็คงต้องไป ผมจะอยู่กับคุณเสมอนะ” ชายหนุ่มพูดอย่างอาลัย “แต่ผมขออย่างหนึ่ง คุณจะให้ผมได้ไหม?” ชายหนุ่มกล่าวทำหน้าจริงจัง หญิงสาวก็พยักหน้าตอบเบาๆ “เจมส์เป็นเพื่อนรักของผม เมื่อกี้คุณบอกว่าเขาแอบรักคุณใช่ไหม และผมก็เห็นเขามาแอบมองคุณที่นี่ทุกๆ ปี ถ้าอย่างนั้นผมจึงอยากให้คุณคบกับเขาจะได้ไหม?” ชายหนุ่มอ้อนวอน คริสติน่าได้ยินก็ทำหน้าตกใจทันที “ฉันเริ่มไม่เชื่อแล้วล่ะว่าคุณคือโรเบิร์ตจริงๆ น่ะ” หญิงสาวเริ่มสองจิตสองใจเพราะเธอเชื่อว่าแฟนหนุ่มตัวจริงของเธอคงไม่มีวันพูดอย่างนี้แน่นอน แต่มันไม่ใช่สำหรับตอนนี้ “ไม่ใช่ๆ ฟังผมอธิบายก่อนคริสซี่ที่รัก คือผมอยากให้คุณคบกับเจมส์ แล้วคริสต์มาสอีฟของทุกๆ ปี ให้คุณมากับเขาที่นี่ แล้วผมจะสามารถมาหาคุณได้ด้วยร่างของเขา เข้าใจไหม?” ชายหนุ่มอธิบาย หญิงสาวถึงกับอึ้งกับสิ่งที่ได้ฟัง เธอรวบรวมสติอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าตามทั้งที่ยังคงไม่เชื่อเต็มร้อย “ถ้าคุณเข้าใจแล้วผมก็คงต้องกล่าวคำว่า ‘ลาก่อน’ จริงๆ สักที” ชายหนุ่มพูดขณะที่ตัวกำลังลอยขึ้นจากพื้น คริสติน่าเห็นดังนั้นเธอจึงสลัดความคิดที่ไม่อยากจะเชื่อชายหนุ่มตรงหน้าออกไปทันที น้ำตาของเธอเริ่มทะลักออกมาอย่างรวดเร็ว เธอรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งมาคว้าร่างของชายหนุ่มตรงหน้าให้ลงมายืนบนพื้นแล้วเอ่ยออกมาว่า… “ฉันรักคุณนะโรเบิร์ต” “ผมก็รักคุณเช่นกันคริสซี่ที่รัก แล้วพบกันใหม่…” ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะพูดจบ ปากของเขาก็ถูกหญิงสาวปิดมันลงด้วยปากเรียวงามของหญิงสาว พวกเขาประกบจูบกันอย่างแผ่วเบา คริสติน่าค่อยๆ หลับตาของเธอลงจนปิดสนิท หญิงสาวปล่อยให้อารมณ์พาจิตใจของเธอลอยไป ลอยไป ลอยไปกับความสุขที่เธอไม่ได้มีมานานแสนนาน ทั้งคู่จูบกันอยู่เป็นเวลาหลายนาที แล้วคริสติน่าก็ต้องลืมตาขึ้นเมื่อเธอรูสึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงจากชายหนุ่มตรงหน้า เธอลืมตาขึ้นมาจึงเห็นใบหน้าที่ตื่นตะลึงของเจมส์ เนื่องจากชายหนุ่มนั้น กำลังตกใจว่าตัวเองมาจูบกับหญิงสาวที่ตนแอบชอบมานานได้ยังไง นั่นเป็นเพราะว่า โรเบิร์ตได้ออกจากร่างของเจมส์ไปในช่วงเวลาที่ทั้งคู่ยังคงจูบกันอยู่นั่นเอง “เจมส์ เรามาเป็นแฟนกันเถอะ” หญิงสาวเช็ดน้ำตาที่แก้ม ก่อนจะพูดขึ้นพลางยิ้มให้เพื่อนชายตรงหน้า นั่นทำให้เจมส์ถึงกับตกใจจนขาหมดเรี่ยวแรงที่จะยืน ชายหนุ่มทรุดฮวบลงไปนั่งกับพื้นทันที เขาพยายามสะบัดหน้าเพราะคิดว่านี่คงจะเป็นความฝัน แต่สุดท้ายเขาก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นเรื่องจริง หญิงสาวที่เขารักมานาน กำลังขอเขาเป็นแฟนจริงๆ คริสติน่าได้แต่ยิ้มให้กับตัวเอง ก่อนจะหันไปมองที่ใต้ต้นคริสต์มาสต้นยักษ์ เธอจึงเห็นว่าที่ใต้ต้นนั้น กำลังมีดอกไม้สีขาวรูปทรงประหลาดๆ ที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนค่อยๆ งอกขึ้นมาจนผลิบานเต็มตัว เธอจึงเดินเข้าไปแล้วเด็ดมันขึ้นมา หญิงสาวจ้องมองไปดอกไม้ในมือด้วยใจที่เต้นระรัว “คุณเอามันมาให้ฉันได้จริงๆ สินะ โรเบิร์ต” หญิงสาวยิ้มแล้วพูดขึ้น น้ำตาของเธอค่อยๆ เอ่อออกมาอีกครั้ง เธอจึงเช็ดมันออกก่อนจะหลับตาลงนึกถึงภาพความสุขในค่ำคืนนี้ของเธอ เพราะมันจะตราตรึงในใจของเธอตราบนานเท่านาน หลังจากคืนนั้นคริสติน่าก็ได้คบกับเจมส์อย่างเป็นทางการ ทั้งที่ชายหนุ่มก็ไม่ได้รู้เลยว่าสาเหตุจริงๆ นั้นมาจากอะไร แต่สำหรับคริสติน่า เธอต้องรู้สึกขอบคุณชายหนุ่มที่ทำให้คืนนั้นของเธอเป็นค่ำคืนที่สุดแสนมหัศจรรย์ หญิงสาวมีความสุขขึ้นในทุกๆ วัน พวกเขามอบความรักให้กันเป็นประจำ จนทำให้คริสติน่ารู้สึกรักในตัวเจมส์ขึ้นมาบ้างแล้ว คริสติน่ารู้สึกผิดที่ต้องผิดสัญญากับเพื่อนสาวของเธอเมื่อถึงคริสต์มาสอีฟในปีต่อมา แต่จะให้ทำอย่างไรได้ เพราะสิ่งที่สำคัญกว่าเรื่องนั้นก็คือ เธอจะไม่ต้องโดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้วในค่ำคืนอย่างนี้ เพราะเธอจะได้มาพบกับชายผู้เป็นที่รักจริงๆ ของเธอที่ใต้ต้นคริสต์มาสยักษ์ต้นเดิมทุกๆ ปี คริสต์มาสที่หายไปของเธอจึงกลับคืนมาด้วยประการฉะนี้นั่นเอง -----------------------------------------------------------------จบ----------------------------------------------------------------------------- คุยกับรีดเดอร์ ก่อนอื่นต้องขอสวัสดีทุกๆ ท่านที่เข้ามาอ่านเรื่องนี้ก่อนเลยนะครับ หลายๆ ท่านอาจจะยังไม่รู้จักผม เพราะผมไม่เคยได้ร่วมกิจกรรมของกรุ๊ปเลยสักครั้ง สัญญาว่าต่อไปจะร่วมตลอด ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง อิอิ สำหรับเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องแรกที่ของผมที่เกี่ยวกับความรัก ทีแรกตั้งใจให้เป็นรักระหว่างพ่อกับลูกแต่สุดท้ายก็ลงเอยเป็นรักของหนุ่มสาวตามที่เห็นแหละครับ สุดท้ายก็ต้องขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านด้วยครับ ขอบคุณจริงๆ ครับ
Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone และ Android Phoneเตรียมพบกับ Dek-D Writer App เวอร์ชั่น iPad / Android Tablet เร็วๆนี้ ฟรี!
|
# X’ Mas alone คริสมาตร์ที่หายไป
ของพี่เอิร์งเหรอคะ หึๆ จะวิจาณ์ให้ถึงเนื้อถึงขนเลย! เอ้า..มาเริ่มด้วยคำชื่นชมกันก่อน ก่อนอื่นอยากบอกว่า....^^+
การใช้คำบรรยายนั้นใช้ได้เห็นภาพดี ลื่นไหล ให้ 5/5 คะแนนค่ะ ชื่อเรื่องนั้น อืม...ให้ 5/5 ค่ะ ดูแล้วมันไม่น่าจะหายไปเท่าไร แต่การตั้งชื่อเรื่องนี้เป็นสิทธิของคนเขียนนี่เนาะ หึๆ
ตัวละคร ใช้น้อยดี ให้ 5/5 ค่ะ ถ้าไม่บอกว่าพี่เอิร์งแต่งนี่ไม่รู้เลยนะค่ะ นึกว่าผู้หญิงแต่งซะอีก
คำผิด มีน้อยมาก ให้ 5/5 คะแนน
ข้อเสียขนมาให้แล้วค่า...
เหตุผลและความสมจริง อารมณ์ ของตัวละคร ให้ 4.5/5
เนื้อเรื่องสั้นไปหน่อย ยังไม่ค่อยปูอะไรให้เป็นที่เป็นทาง ถ้ายาวกว่าดีน่าจะดี ให้ 4.5/5
ยังไม่อินเท่าไรกับอารมณ์ ให้ 3/5 สำหรับข้อนี้ ในความเห็นเราถือว่าสำคัญมาก เพราะเมื่อเราอ่านอะไรสักอย่าง ถ้าคนเขียนไม่สามารถทำให้เราอิน โน้มน้าว ทำให้เกิดอารมณ์ขึ้นมาได้ ยังถือว่าไม่ค่อยเวิร์ค เหมือนกับนิยายที่อ่านแล้วน่าเบื่อค่ะ สำหรับเรื่องนี้ ฉันอ่านแล้วเฉยๆ อยู่เลย (ความเห็นส่วนตัว)
ความประทับใจ อืมๆ...นี่ถือว่าเป็นใจความสำคัญของการเขียนการ์ตูนเลยนะค่ะ เหมือนกับการทำให้คนอ่านอินนั่นแหละค่ะ (พี่เขียนนิยาย ไม่ใช่การ์ตูน = =/พี่เอิร์ง) เรื่องนี้ยังไม่ประทับใจเท่าไร นอกจากความเจ้าเล่ห์ของเจมส์ที่หลอกคริสซี่ ให้ 2/5 ละกันค่ะ
คะแนนโดยรวม ได้ 4.25/5 ครับผม ^__^
P.S.ใช้วิธีหาค่าเฉลี่ยนะพี่เอิร์ง ถ้าเห็นคำวิจารณ์ฉันแล้ว เม้นท์กลับมาที่ไอดีฉันด้วยนะ อย่าเพิ่งงอนนะ T[]T
PS. มนุษย์เรานั้นอยู่กับความมืดก่อนที่จะได้พบกับแสงสว่าง.....เมื่อได้พบกับแสงสว่างจึงเข้าไปหามัน....เพราะมันสดใสกว่า สบายกว่า โล่งใจกว่า ... แต่อย่างน้อย บางทีความมืดคือเพื่อนที่ดีที่สุดของเรา...