สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

กิจกรรมประกวดนิยาย Lightwriter ครั้งที่ 1

ตอนที่ 11 : เรื่องที่ ๗ Moment At Christmas (Sky Symphony)


     อัพเดท 24 ธ.ค. 54
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/อื่น ๆ
Tags: กิจกรรม, ประกวด, นิยาย, คริสต์มาส, ขึ้นปีใหม่
ผู้แต่ง : นัก(อยาก)เขียนมือใหม่ใจเกินร้อย ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ นัก(อยาก)เขียนมือใหม่ใจเกินร้อย
My.iD: http://my.dek-d.com/lightwriter
< Review/Vote > Rating : 0% [ 0 mem(s) ]
This month views : 6 Overall : 1,603
94 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 6 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
กิจกรรมประกวดนิยาย Lightwriter ครั้งที่ 1 ตอนที่ 11 : เรื่องที่ ๗ Moment At Christmas (Sky Symphony) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 116 , โพส : 8 , Rating : 10 / 2 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


กิจกรรมประกวดนิยาย Light writer ครั้งที่ ๑

เรื่องที่ ๗       Moment At Christmas (Sky Symphony)

 

 

 

วันที่ 25 ธันวาคม...

ทุกท่านรู้ไหมครับ ว่ามันคือวันอะไร

 

ผมมั่นใจว่า 99.99% จะต้องรู้ว่ามันคือวันอะไร...แน่นอนว่า คนตั้งคำถามอย่างผมเองยังทราบว่ามันคือวันอะไร...มันคือวันที่พวกเราทุกคนเรียกว่า

 

“วันคริสต์มาส”

 

วันคริสต์มาส...ถ้าพูดถึงวันนี้แล้ว คุณจะนึกถึงอะไรครับ? ผมให้เวลาสามนาที ติ๊กต๊อก...ติ๊กต๊อก...ติ๊กต๊อก หมดเวลา! ตอบมาได้เลยครับ

 

“ต้นคริสต์มาส”

“ซานต้าครอส”

“เพลงจิงเกิงเบลล์”

“ของขวัญ”

“วันเกิดของพระเยซู”

ฯลฯ

 

ครับ...ทุกคำตอบที่พวกคุณตอบมามันเกี่ยวกับวันคริสต์มาสทั้งนั้น แต่สำหรับผม...วันคริสต์มาสมันมีอะไรที่มากกว่านั้น

 

มันมีความทรงจำหนึ่งระหว่างผมและผู้หญิงที่ผมรัก

ผมรักเธอมาก...เพียงแต่

เธอไม่เคยหันมองผมเลย

 

 

 

ผมหยิบสิ่งของที่เป็นสามมิติแบบสี่เหลี่ยมมนๆ ตรงมุมขึ้นมาดู

 

มันเป็นอุปกรณ์ที่แปลกใหม่มากในโลกของผม แต่มันเป็นอุปกรณ์ที่มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 แล้วในโลกมนุษย์ แต่ผมเพิ่งจะรู้จักมันเมื่อในศตวรรษที่ 21 ผมไม่ได้รู้จักมันช้านะ แต่ว่ามันไม่มีในโลกของผมนี่นา เพื่อนๆ ของผมยังไม่รู้จักมันเลยด้วยซ้ำไป...

 

ดังนั้น ในโลกนี้ ผมเนี่ยแหละทันสมัยสุดแล้ว ฮ่าๆๆ!

 

เดี๋ยว! คริสเตียน! ดึงสติกลับมาก่อน อย่าเพิ่งลอยไกล ผมรีบดึงสติตัวเองกลับมาหลังจากเผลอหลองตัวเองไปชั่ววูบ ซึ่งการหลงตัวเองนั้นเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องยิ่งนักในโลกนี้

 

ผมกดปุ่มนูนๆ แถบด้านข้างของกล่องซึ่งนูนออกมาเพื่อเปิดเครื่องตามที่เธอได้สอนผมไว้ เครื่องสี่เหลี่ยมมีชีวิตถูกเปิดอย่างอัตโนมัติ ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอสี่เหลี่ยมคือภาพเบื้องหน้าผม เพียงแต่ว่าภาพในจอนั้นเหมือนก็อปปี้กับภาพด้านหน้าผมเข้ามาให้พอดีกับกรอบสี่เหลี่ยมด้วยการย่อภาพนั้นลง

 

ผมเลือกหามุมที่ดีแล้วกดปุ่มชัตเตอร์อีกครั้ง

 

เพียงแต่มันเป็นการกดชัตเตอร์ที่โดดเดี่ยวที่สุดเท่าที่ผมเคยทำมา...

 

แองเจิ้ล คือชื่อของเธอ

 

ความจริงแล้ว แองเจิ้ลมีชื่อเต็มๆ ว่า แองเจลิน่า แต่เธอพูดกับผมในวันแรกที่เราเจอกันว่า

 

แองเจลิน่าน่ะ มันยาวเกินไปแล้วก็ดูสูงศักดิ์เกินตัวไปด้วย นายเรียกฉันสั้นๆ ว่า แองเจิ้ล ละกันนะ

 

แองเจิ้ล  ที่แปลว่านางฟ้างั้นเหรอ?

 

หัวใจของผมเต้นตูมตาม ตลอดมาที่ผมลงมาสอบเพื่อเลื่อนขั้นเป็นผู้พิพากษาที่โลกมนุษย์ ด้วยหัวข้อการทดสอบครั้งสุดท้ายว่า ทำความปรารถนาของมนุษย์ที่กระทำความดีและศรัทธาพระเจ้ามาตลอด จำนวน 100 คนให้เป็นจริง ผมเคยเจอความปรารถนามาจากผู้คนหลายคน ไม่ว่าจะเป็นความปรารถนาของเด็ก ผู้หญิง ผู้ชาย หญิงชรา นอกจากนี้ ผมยังเคยช่วยผู้หญิงสวยระดับนางแบบซึ่งผมก็ทำความปราถนาให้เป็นจริงมาแล้วด้วย แต่ทำไม...เมื่อผมเจอผู้หญิงคนนี้ ใจของผมถึงได้เต้นตึกตักกันนะ?

 

ผมไม่เข้าใจตัวเองเลยจริงๆ ว่าเรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่มันเกิดขึ้นแล้ว ผมกำมือแน่นแล้วสูดลมหายใจเข้าออกสิบครั้งเพื่อผ่อนคลายจิตใจให้สงบลง

 

เย็นไว้ คริสเตียน เย็นไว้...ยังไงนายก็รักเธอไม่ได้นะ!

 

ความปรารถนาของคุณคืออะไร?

 

ผมถามเธอไปด้วยน้ำเสียงนิ่งเฉย...เพื่อนๆ ของผมพูดเสมอว่า ผมเหมือนผู้ชายเย็นชา จริงๆ แล้วผมไม่ใช่คนเย็นชาหรอก แต่เป็นประเภท แสดงความรู้สึกไม่เก่งเสียมากกว่า

 

นายจะช่วยฉันจริงๆ เหรอ?

 

ครับ ผมมีหน้าที่ทำให้ความปรารถนาของคุณเป็นจริง

 

เธอเงียบไปสักพักแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาดั่งเสียงกระซิบ ใบหน้าสวยของเธอมีสีแดงเหมือนมะเขือเทศ...เธอเป็นอะไรไปนะ? ผมไม่เคยเจอมนุษย์ที่หน้าแดงเหมือนมะเขือเทศมาก่อนเลยด้วยสิ ขอนึกก่อนนะ อ๋อ! ในตำรา การปรับตัวเพื่อให้เป็นมนุษย์อย่างแนบเนียนเขาบอกไว้ว่า...

 

เมื่อใบหน้าของมนุษย์มีสีหน้าแดงดั่งมะเขือเทศ เป็นการบ่งบอกว่า เขากำลังเขินอายหรือโกรธอยู่

 

อืม...อืม แสดงว่าแองเจิ้ลกำลังอายสินะ ถ้าอย่างนั้น ในตำราเรื่อง การจีบสาวขั้นเทพ สำหรับเทพหนุ่มผู้อ่อนหัด (ความรัก)’ เขาบอกไว้ว่า...

 

เมื่อผู้หญิงเขินอาย ควรอยู่นิ่งๆ ไม่แสดงกิริยาอาการดีใจหรือเสียใจเด็ดขาด

 

เมื่อคิดได้แล้ว ผมก็นั่งนิ่ง ยืดหลังตรงเพื่อรอฟังคำตอบซึ่งน่าจะเป็นคำตอบที่ตอบได้ทันที ไม่ใช่คิดมาเป็นเวลาห้านาทีแล้วสำหรับคำถาม ความปรารถนาของคุณคืออะไรนะ!?

 

นายช่วยฉันได้จริงๆ ใช่มั้ย ไม่โกหกแน่นะ?

 

ครับ เทพเจ้าไม่มีการโกหกหรอกครับ

 

ผมตอบตามสัตย์จริง เธอหน้าแดงกว่าเดิมแต่ก็ยื่นตัวมาใกล้ๆ กระซิบข้างหูของผม...มันเป็นความปราถนาที่หินที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาเลย        

 

แล้วใครจะเชื่อล่ะ...ว่าหลังจากนี้ คำปรารถนาของเธอมันจะทำให้ผมลำบากมากมายขนาดนี้!

 

 

 

ผมมีเวลาสามเดือนเต็มในการที่จะช่วยทำความปรารถนาของเธอให้เป็นจริง

 

วันเริ่มต้นภารกิจ : 25 ตุลาคม xx

วันสิ้นสุดภารกิจ : 25 ธันวาคม xx

 

เวลาสามเดือนกับภารกิจที่หินที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมา เหมาะสมกับเป็นคนที่ 100 จริงๆ ขออะไรได้ง่ายเป็น 100 เท่าที่เคยเจอมา...

 

คริสเตียนขอบอกว่า คิดแล้วเครียด!

 

ทำไมเธอถึงอยากทำคำขอเรื่องที่ยากมากๆ แบบนี้ให้เป็นจริงล่ะ?

 

ผมถามเธอขึ้นขณะที่กำลังเขียนรายงานส่งให้อาจารย์ผู้คุมสอบ มันต้องเขียนเหตุผลลงไปด้วยว่า ทำไมผู้ที่เจ้าเลือกถึงต้องการปราถนาสิ่งนี้?

 

ก็เพราะมันยากไง ถึงได้ขอให้นายทำ คริสเตียน

 

เธอทำด้วยตัวเองก็น่าจะได้นะผมแย้งกลับไป เมื่อคิดความปรารถนาสุดท้ายที่จะต้องทำให้สำเร็จ จะไม่ทำก็ไมได้ด้วย...ในเมื่อชีวิตผมมันแขวนอยู่กับเส้นด้ายแล้ว!

 

ถ้าทำด้วยตัวเองสำเร็จ ฉันก็ไม่ต้องมานั่งหงอหัวเดี่ยวกระเทียมลีบแบบตอนนี้กับนายหรอก

 

….

 

ผมไม่ได้พูดตอบกลับไป บางครั้งบางครา ผมก็รู้สึกรำคาญ มนุษย์แบบบอกไม่ถูก เฮ้อ~! นี่ละหนา เขาถึงบอกว่า จิตใจของมนุษย์ยากแท้หยั่งถึง ดำรงชีวิตด้วยการไขว่คว้าหาสิ่งที่ตนต้องการ แม้จะได้มาด้วยวิธีการที่ผิดก็ตาม...

 

เหมือนกับที่เธอ แองเจิ้ลกำลังทำ...

 

ความรักที่ได้มาด้วยการขอพรแต่ไม่ลงมือทำเอง ผมไม่เชื่อหรอกนะครับว่าจะจบแบบแฮปปี้ เอ็นดิ้ง

 

แองเจิ้ลเงียบไปเมื่อได้ยินผมพูดขึ้น เธอก้มหน้าลงช้าๆ เหมือนรับรู้ แต่ดวงตาอันโง่เขลาสีฟ้าของเธอบอกผมว่า

 

เธอไม่รู้เรื่องเลย...

 

 

 

ตลอดเวลานับร้อยๆ ปี ผมเคยอ่านหนังสือมากขนาดนี้เพื่อการเตรียมสอบเป็นผู้พิพากษาเพียงอย่างเดียว

 

ผมไม่ใช่คน เอ๊ย! เทพเจ้าประเภทชอบอ่านหนังสือซะด้วยสิ ผมดันเป็นเทพเจ้าที่มีงานอดิเรกคือการจับผิด ไม่ชอบพูดคุยกับใคร แต่ชอบฟังแล้วสังเกตว่า พวกเขาคิดอะไร รู้สึกอะไร และต้องการจะสื่ออะไรให้คนที่กำลังคุยด้วยฟัง

 

 อ๊ะ! ผมได้ยินเสียงแว่วๆ มาว่าไม่เข้าใจ ถ้างั้นจะขอยกตัวอย่างนะครับ

 

สมมุติว่า A กับ B กำลังคุยกัน

A : ได้ข่าวเรื่องนางฟ้าคนใหม่ที่สวยๆ มั้ย?

B : คนที่ชื่อแอนนาน่ะเหรอ

A : เออๆ แอนนานางฟ้าคนใหม่นั่นแหละ สวยแทบลืมหายใจเลย

B : เหอๆ แต่อย่าเผลอไปจีบเข้าล่ะ

A : ทำไม (ว่ะ) ?

B : เพราะยัยแอนนาน่ะ สวยแต่รูป จูบไม่หอม!

 

ถ้าสมมุติว่าผมเป็นคนฟังเรื่องนี้โดยไม่ออกความคิดเห็นเลย คือ ทำหน้าที่เป็นตัวประกอบฉากฟังว่าชาวเทวดาเขาพูดอะไรกัน (มนุษย์เรียกว่า เสือก)  ผมจะวิเคราะห์ได้ว่า

 

1.มีนางฟ้าคนใหม่ ชื่อ แอนนา

2.เธอสวยมาก

3.A มีความปรารถนาลึกๆ ที่จะจีบเธอ

4.ทว่าแอนนาเป็นคนที่สวยแต่รูป จูบไม่หอม

4.1 แอนนาอาจจะมีนิสัยบางอย่างที่ไม่สมควรจะมีในหมู่นางฟ้า เช่น เห็นแก่ตัวหรือทำตัวเป็นผักชีโรยหน้า

5. B อาจจะเคยได้ยินหรือได้สัมผัสนิสัยที่แท้จริงของแอนนามาแล้ว

 

จากสารเดียวกัน ส่วนมากจะวิเคราะห์ได้ไม่ละเอียดเท่าผมหรอก เพราะในการที่คุณจะวิเคราะห์ให้ละเอียดมากๆ คุณต้องฟังและจับใจความให้ได้ก่อนว่าผู้พูดจะสื่ออะไร เมื่อจับใจความได้แล้ว คุณสามารถนำมาวิเคราะห์ต่อให้ละเอียดถึงแก่นว่า ผู้พูดรู้สึกอะไรและคิดยังไงกับเรื่องที่พูด

 

แต่ว่า ถ้าจับใจความได้อย่างเดียว ผมว่าก็โอเคแล้ว...แต่ที่ผมฟังละเอียดเพราะผมชอบฟังเท่านั้นเอง พวกคุณทั้งหลาย อย่าลืมทำตามที่ผมแนะนำไปล่ะครับ เพราะทักษะการฟังเป็นทักษะหนึ่งที่สำคัญในชีวิตพวกคุณมากทีเดียว เพราหากคุณฟังไม่ดี เกรดสวยๆ คงตกวูบแหละครับ เหอๆ

 

เอ่อ...มนุษย์ท่านใดที่รู้ตัว (แอบคิดก็ได้) ว่าสวย/หล่อ ช่วยบอกผมหน่อยสิครับ ว่าผมนอกเรื่องมามากแค่ไหนแล้ว และผมจะพูดอะไร

 

อ๋อ! ขอบคุณมากครับ ผมนึกออกแล้วว่าผมจะพูดอะไร

 

ผมอยากจะบอกว่า...ตอนนี้ ผมเป็นดั่งผู้กล้าที่ต้องออกไปปราบปีศาจร้าย ช่วยเจ้าหญิงซึ่งนอนหลับไม่ได้สติภายใตโลงแก้ว แต่ก่อนจะไป ผมต้องปราบปีศาจร้ายที่ชื่อว่า หนังสือจีบหนุ่มให้ได้ก่อน

 

ผมยิ้มแหยๆ ให้กับกองหนังสือที่กองเต็มโต๊ะรอบตัวผมครบสี่ทิศ เหนือ ใต้ ออก ตก แต่ละกองมีหนังสือเพียง 5-6 เล่ม ซึ่งส่วนมากเป็นหนังสือภาพน่ารักๆ กุ๊กกิ๊กๆ คำบรรยายสั้นๆ

 

แองเจิ้ลบอกว่าหนังสือพวกนี้จะช่วยให้ผมวางแผนได้ดีขึ้น...วางแผนกับมนุษย์บ้าน่ะสิ! เทวดาสุด (ไม่) หล่ออย่างผมต้องมาอ่านหนังสือจีบผู้ชายงั้นเหรอ!? ผมไม่ใช่ไม้ป่าเดียวกันนะ ถึงจะใช่ก็ไม่ยอมรับ เอ๊ย! ไม่เป็นๆๆ ผมไม่ใช่พวกไม้ป่าเดียวกันนะครับ! คุณผู้อ่าน อย่าเพิ่งคิดไปไกล โฮๆ

 

ถ้ายังไง...พรุ่งนี้ ผมจะขอไปดูหน้าตาเชลได้มั้ยครับ?

 

เชล คือ ชายที่แองเจิ้ลแอบชอบ และเขาเป็นความปรารถนาของเธอ...

 

ความปรารถนาที่ไม่มีสิ่งใดเทียบเทียม...

ความปรารถนาที่เธอต้องการ...

ความปรารถนาที่ยากจะสมหวังหากไร้ซึ่งผม...

และเป็นความปรารถนาที่...

ผมกำมือแน่นด้วยหัวใจที่เจ็บปวด...

 

 

 

เทพเจ้าอย่างผมจะมีความสามารถพิเศษอยู่หนึ่งอย่าง นั่นคือ มองเห็นออร่าของมนุษย์ โดยออร่ามีทั้งหมดสามสีด้วยกัน นั้นคือ ขาว ดำ และเทา โดยออร่าแต่ละสีจะมีความหมายของมันเอง โดยสีขาวแทนมนุษย์ที่เป็นคนดี สีเทาแทนมนุษย์ที่กึ่งๆ คนดีและคนเลว ส่วนสีดำแทนมนุษย์ที่เป็นคนเลว

 

ไม่ต้องสงสัยว่าแองเจิ้ลจะมีสีขาวล่ะ...เพราะถ้าเธอไม่มีสีขาว เธอคงไมได้รับสิทธิพิเศษหนึ่งในล้านที่จะได้ทำความปราถนาให้เป็นจริงด้วยฝีมือเทพเจ้าอย่างพวกผมหรอก

 

ผมครุ่นคิดขณะเดินไปข้างๆ แองเจิ้ลในลุคนักเรียนโรงเรียนโลกมนุษย์...ผมไม่ได้ใส่แบบฟอร์มชุดนักเรียนมานานแล้วนะเนี่ย คิดถึงจังเลย...ผมเผลอยิ้มออกมา แล้วทันใดนั้น ก็ได้ยินเสียงผิวปากแซวและเสียงพูดคุยนินทา...นินทาผม แม้จะเป็นคำนินทาที่ทำให้ผมตัวลอยก็เถอะ ~~~

 

นายมันเกิดมาเป็นดาวจริงๆ

 

แองเจิ้ลแขวะผม ผมขยิบตาสนเท่ห์พูดไปด้วยน้ำเสียงยั่วยวนว่า

 

คนมันหล่อแต่เกิดนี่ครับ...ทำไงได้

 

ผมจำได้แม่นยำแม้กาลเวลาจะผ่านไปร้อยๆ ปีเลยว่า...ตอนนั้นผมมีความสุขแค่ไหนที่ได้ยั่วให้แองเจิ้ลหน้าแดง

 

หลังจากแผนการที่ผมขบคิดจนหัวแทบแตก...ในที่สุด ความพยายามก็เห็นผล เมื่อผ่านไปหนึ่งเดือนกับอีกสองสัปดาห์ ในวันที่ผมกำลังด้อมๆ มองๆ กับสี่เหลี่ยมที่ใช้งานได้ ซ่งเมื่อกดปุ่มก็มีภาพคนในกล่องสี่เหลี่ยมด้วยอ่า! มหัศจรรย์จริงๆ เอ๋...มนุษย์เขาเรียกว่าอะไรนะ รู้สึกจะเป็นเทเลทับบี้เนี่ยแหละ (แล้วผมก็มาทราบทีหลังว่าเขาเรียกว่าเทเลวิชั่น Television) แองเจิ้ลก็ผลุนผลันเข้ามาในห้องนอนผมแล้วตะโกนดังลั่นว่า

 

คริสเตียน เชลขอฉันเป็นแฟน แล้วล่ะ!!’

 

ผมเบิกตากว้างแทบไม่เชื่อสิ่งที่ได้ฟังเมื่อตะกี้...

 

ขออีกรอบได้มั้ยครับ?

 

เชลขอฉันเป็นแฟนแล้ว กรี๊ดๆๆๆ

 

เชล...หมอนั่นน่ะหรือ? ขอเธอเป็นแฟนแล้ว

 

ผมรู้สึกจุกที่ลำคอแบบบอกไม่ถูก มันเหมือนกับว่ามีก้อนอะไรแข็งๆ ติดที่ลำคอ ผมคาดว่า คุณจะมีอาการเช่นนี้เมื่อมีใครสักคนพูดทำร้ายจิตใจคุณในลักษณะที่เรียกว่า แทงใจนั่นแหละครับ...ผมก็เป็นคล้ายๆ กัน

 

ผมหยิกแขนตัวเองอย่างแรงจนเลือดออกเพื่อดึงสติให้กลับมาอยู่กับที่...ตอนผมยังเป็นมนุษย์ ผมเป็นคนที่ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง ล้มป่วยง่าย ตอนเป็นเทวดาผมก็ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงไม่ต่างจากเดิม ถ้าผมหยิกตัวเอง ผมควรจะเจ็บ แต่ครั้งนี้...

 

กลับไม่เจ็บเลย

 

คริสเตียน ที่นี้นายก็ทำงานเสร็จแล้วล่ะ! จะกลับไปเลยมั้ย?

 

เธอหมายถึงผมทำภารกิจจบแล้ว...ใช่ มันจบแล้ว

 

จบจริงๆ ทั้งงานและหัวใจของผม

 

คริสเตียน? เป็นอะไรไป

 

เปล่า

 

ผมโกหกหน้าตาย เทพเจ้าโกหกไม่ได้...หากเทพเจ้าคนใดโกหกจะต้องได้รับโทษ โดยเฉพาะนักเรียนเตรียมสอบอย่างผม ซึ่งการโกหกครั้งนี้อาจทำให้ผมเสียประวัติ

 

แต่ผมยินดีจะโกหกต่อไปเรื่อยๆ เพื่อช่วยเธอ

 

 

 

ตอนนี้ ผมกำลังนึกถึงคำพูดวันแรกที่ผมได้เจอกับพระเจ้า

 

การโกหกคือสัญชาติญาณในการเอาชีวิตรอดของมนุษย์ แต่ตอนนี้เจ้าไม่ใช่มนุษย์แล้ว จงจำไว้ว่าเจ้าคือเทพเจ้า เจ้าไม่จำเป็นจะต้องกระทำการเยี่ยงมนุษย์อีกต่อไป

 

ท่านครับ... ผมสำนึกสำผิดแล้ว ท่านอย่าเพิ่งโกรธผมนะครับ ไว้กลับสวรรค์เมื่อไร ผมจะไปอธิบายเหตุผลให้ฟังครับ อีกอย่าง มันเป็นแค่ครั้งแรกที่ผมโกหกนะครับ เพื่อนผมหลายคนโกหกบ่อยกว่านี้อีก แล้วทำไมท่านต้องให้ผมเขียนรายงานสำนึกผิดด้วยครับ แค่รายงานสอบที่ผมต้องเขียนก็เยอะอยู่แล้ว โฮ!

 

 

 

ในวันเกิดของเชล แองเจิ้ลตั้งใจทำคุกกี้ไปให้เชล ขณะที่ผมกำลังดูเธอทำขนมอยู่นั้น ผมถามเธอว่า

 

คุณดีใจมั้ยที่ได้คบกับเขา?

 

รอยยิ้มในห้วงรักของเธอที่ตอบแทนคำพูด...ความรักทำให้คนตาบอด แองเจิ้ลก็เป็นในกรณีเดียวกัน...มันได้ปิดบังดวงตาสีฟ้าสวยของเธอ ทำให้มองไม่เห็นว่าเชลร้ายกาจแค่ไหน!

 

วันแรกที่ผมพบเชล ผมเห็นออร่าสีดำของเขาปกคลุมตัว มันไม่มีสีขาวปะปนอยู่เลย...ผมแทบมองไม่เห็นโอกาสที่เชลจะเป็นคนดีด้วยซ้ำไป! ผมลองใช้เวทมนตร์เพื่ออ่านใจว่าเขาคิดอะไรกับแองเจิ้ล คำตอบที่ได้มันทำผมจุก...มันอยากทำให้ผมชกเขามาก ผมอยากบอกแองเจิ้ลว่า เชลเป็นคนไม่ดี เลิกกับเขาเถอะ!’ แต่ผมทำไม่ได้...ทำไมน่ะเหรอ หึ! ก็เพราะกฎในการสอบงี่เง่าที่บอกไว้ว่า

 

ห้ามขัดขวางความปรารถนาของมนุษย์ เจ้ามีสิทธิแค่เตือนเขา แต่เขาจะทำตามหรือไม่นั้น ไม่ใช่เรื่องของเจ้า

 

แล้วพวกคุณลองคิดง่ายๆ ว่า ถ้ามีคนรู้จักกันไม่นานมาบอกกับคุณว่า แฟนคุณเป็นคนไม่ดีนะ เลิกกับเขาเถอะคุณจะเชื่อมั้ย? ไม่เชื่อหรอก! โดยเฉพาะคนหัวรั้นแบบแองเจิ้ลด้วยแล้ว ผมพูดไปก็เหมือนตบมือข้างเดียวแล้วมันจะทำให้ผมเกิดอารมณ์โกรธ ผิดศีลอีก...ดังนั้น ผมไม่ขอทำดีกว่า

 

ผมดูเหมือนคนเลวมากมั้ยครับนี่?

 

ดีใจสิ ดีใจยิ่งกว่าสอบได้อังกฤษเต็มอีกนะ

 

อา...พอพวกคุณฟังอย่างนี้ พวกคุณจะกล้าไปแย้งมั้ยครับว่าคนที่เธอกำลังคบมันไม่ดี อย่างน้อยก็ผมคนหนึ่งละกัน...แต่ผมไม่ได้ขี้ขลาดนะ! ถ้าใครว่าผมขี้ขลาด ขอให้ขึ้นไปอ่านย่อหน้าที่ 9 ในหน้ากระดาษนี้ลงมาอีกครั้งครับ

 

และแล้ว..ขณะที่ผมกำลังจะนอน ผมได้คิดบัญญัติสำนวนเทวดาใหม่ว่า

 

ความรักทำให้คนตาบอดผมขอเปลี่ยนเป็น ความรักทำให้เทพเจ้าตาบอดละกัน เหอๆ

 

 

 

อีกสิบวันจะถึงวันคริสต์มาส...

 

วันที่ผมจะต้องกลับไปสวรรค์ เพื่อส่งรายงานทั้งหมดหลังจากเคลียร์ภารกิจสุดท้ายเรียบร้อย ตอนนี้เชลกับแองเจิ้ลกำลังคบกันได้ด้วยดี พวกเขาทั้งสองคนคบกันมาได้ประมาณห้าอาทิตย์แล้วล่ะ พวกเขาทั้งคู่ดูไปกันได้ด้วยดี แม้ผมจะเป็นห่วงก็เถอะ...

 

วันนี้แองเจิ้ลกับผมเราไม่ได้กลับบ้านพร้อมกัน เพราะแองเจิ้ลจะไปทำรายงานที่บ้านเพื่อน สำหรับเทพเจ้าอย่างผมที่ไม่ต้องทำการบ้าน แม้อาจารย์จะให้มา ผมแค่ใช้เวทสักนิดสักหน่อย แค่พริบตา การบ้านทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อย...แน่นอนว่าผมใช้วิธีนี้บ่อย หุๆ

 

ขณะที่ผมกำลังเดินกลับบ้านหลังจากอ่านหนังสือที่ห้องสมุดโรงเรียนจนเพลิน ผมก็เดินผ่านห้องเรียนห้องหนึ่ง มันเป็นห้องเกรด 11 ห้อง D นั่นเอง ผมได้ยินเสียงครางของชายหญิงคู่หนึ่งออกมา....ทำอะไรกันอยู่เนี่ย นี่มันหกโมงแล้วนะ ไม่กลับบ้านหรือไง ผมบ่นกับตัวเองแล้วก็แอบส่องๆ ดอมๆ ดูว่าเขาทำอะไรกัน  ทว่า...ผมกลับได้เห็นบางสิ่งที่ไม่สมควร

 

ผมหยิกแขน เพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งที่เห็นตรงหน้ามันคือความจริง

 

 เพื่อนสนิทของผมคนหนึ่งบอกว่าช่วงหลังๆ ผมซาดิสต์ขึ้น เป็นบ้าอะไรของแก หยิกแขนตัวเองอยู่นั่นแหละมันแขวะผม...ผมไม่ได้เป็นบ้า ผมรู้ตัวดีว่ากำลังทำอะไรอยู่

 

ผมรู้ดีว่าตอนนี้ผมกำลังควบคุมตัวเองไม่ให้เป็นบ้า!

 

ผมเบิกตากว้าง ได้ยินเสียงครางของชายหญิงคู่หนึ่ง ผมรู้จักฝ่ายชายดี แต่ฝ่ายหญิงผมไม่รู้จัก ผมจำได้เพียงว่าผู้หญิงคนนั้นเธอเคยตามจีบผมอยู่ตอนที่ผมปลอมตัวมาเป็นนักเรียนเรียนที่โรงเรียนนี้

 

แต่ตอนนี้...พวกเขากำลังจูบกันดูดดื่ม จู๋จี๋กัน

 

โดยที่ฝ่ายชายคือเชล แฟนของแองเจิ้ล!

 

ผมรู้สึกโมโหจนแทบควบคุมสติตัวเองไม่อยู่ แทบวิ่งถลาเข้าไปกระชากเชลกับผู้หญิงคนนั้นออกจากกันแล้วต่อยเชลจนฟันหัก ส่วนผู้หญิงคนนั้นก็อยากจะจับไปถ่วงน้ำ

 

‘นายทำแบบนี้แล้วความจะไม่แตกหรือ อา....คบกับยัยนั่นทำไม’

 

‘หลอกใช้น่ะสิ รวยๆ ซื่อๆ แบบนั้น น่าจะหลอกง่ายอยู่’

 

ผมหมุนตัวแล้วรีบออกวิ่ง

 

ไปยังจุดมุ่งหมายเพียงหนึ่งเดียว

 

 

 

แองเจิ้ล! คุณต้องฟังผมนะ’

 

ผมพูดด้วยน้ำเสียงดังลั่นแทบตะโกนจนแองเจิ้ลต้องอ้าปากเหวอ เธอถามผมขณะที่กำลังทำคุกกี้ให้เชล คุกกี้แห่งความรักที่ผมรู้สึกสะอิดสะเอียนอย่างบอกไม่ถูก

 

‘มีเรื่องอะไรเหรอ? คริสเตียน’

 

ผมสูดลมหายใจ...ช้าๆ นะคริสเตียน นายต้องอธิบายด้วยเหตุผล ถ้าใช้อารมณ์ล่ะก็ จบเห่

 

‘เชล...หลอกใช้เธอ เขามีแฟนของเขาอยู่แล้ว’

 

เสียงไม้พายขนมตกลงบนพื้น ดวงตาสีฟ้าครามของเธอสั่นไหว แองเจิ้ลรวบรวมน้ำเสียงอันแห้งผากของเธอซึ่งแทบไม่มีเหลืออยู่ ถามผมว่า...

 

’จะ...จริงเหรอ?’

 

ผมพยักหน้าตอบรับด้วยความยากลำบาก ขอโทษนะ แองเจิ้ล แต่ผมไม่อยากให้เธอคบกับไอ้เลวนั่น!

 

‘ครับ...‘

 

ตามตำราที่ผมศึกษาและคำบอกเล่าของทุกคน เมื่อผู้หญิงพบว่ามีเพื่อนที่บอกเธอว่าแฟนกำลังนอกใจ เธอจะอึ้ง ช็อค บางคนที่โง่งมในความรักก็อาจจะด่ากลับมา เหมือนที่แองเจิ้ลทำในตอนนี้

 

‘โกหก!!’

 

ผมชะงัก โกหก? ผมไม่ได้โกหกเธอเลยนะ!! ผมเถียงกลับไปว่า

 

‘ผมไม่ได้โกหก!‘

 

‘ฉันคบกับเชลมา ตลอดเวลาที่คบกัน เขาเทคแคร์ฉันดีมาก ไม่มีท่าทีจะนอกใจฉัน! แล้วนายมากล่าวหาเขาได้ยังไง!?’

 

แองเจิ้ลตวาดใส่ เธอตวาดผม!

 

‘แองเจิ้ล!’

 

‘นายมีหลักฐานยืนยันมั้ยล่ะ?’

 

เธอยืนท้าผม ผมกอดอกเชิดกลับไปด้วยความมั่นใจว่า

 

‘ถ้าคุณไม่เชื่อ พรุ่งนี้คุณลองอยู่โรงเรียนตอนหกโมงเย็นสิ...คุณจะได้รู้ว่าเขานอกใจคุณยังไง!’

 

 

 

วันต่อมา...วันที่ผมท้าทายให้แองเจิ้ลพิสูจน์ว่าแฟนของเธอนั้นไม่ได้ดีอย่างที่เธอคิด ผมตัดสินใจไม่ไปโรงเรียน ด้วยเหตุผลอันหรูเลิศ (เข้าข้างตัวเอง) ว่า...

 

1.ผมรู้สึกไม่ค่อยกระชับกระเชิงเท่าไรนัก (เขาเรียกว่าขี้เกียจ)

2.ผมอยากรอดูสีหน้าแองเจิ้ล

3.ผมอยากให้แองเจิ้ลพิสูจน์เอง (ผมไม่อยากเกี่ยวนะครับ ปัญหาผัวเมียน่ะ)

 

ขณะที่ผมกำลังอ่านนิยายสุดฮิตเรื่อง ยาคุโมะ นักสืบวิญญาณ (หากใครยังไม่ได้หาอ่าน รีบหาอ่านเลยด่วน คริสเตียนการันตีว่า คุ้มค่ากับเงินในกระเป๋าคุณแน่นอน จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์เดียวกับคินดะอิจินั่นแหละ ลองเสิร์ชกูเกิ้ลดูแล้วกันนะครับ เฮ้! อย่าเข้าใจผิดสิ ผมไม่ได้เงินค่าโฆษณาเลยนะ ผมแค่บอกต่อเท่านั้นเอ๊งงงงงงงง แหม หนังสือมันดีก็ต้องบอกต่อสิครับ) ก็มีเสียงเปิดประตูดังขึ้น

 

แองเจิ้ลนั่นเอง...ที่ทำให้ผมตกตะลึง

 

เธอเดินเข้ามาหาผมแล้วมองหน้าผม แก้มทั้งสองข้างของเธอมีร่องรอยของการร้องไห้ ถ้าแห้งแล้วแบบนี้...คงจะร้องไห้มานานแล้วสินะ แล้วทันใดนั้น เธอก็ทำให้ผมตกตะลึงอีกครั้ง...

 

เพี๊ยะ!

 

หน้าของผมหันไปทางที่ถูกตบอัตโนมัติ ความรู้สึกชาแล่นไปทั่วหน้า แต่ความรู้สึกที่มันทำให้ผมรู้สึกชากว่าแรงตบของเธอเมื่อกี้คือ...

 

’นายรู้มาตลอดสินะ!’

 

แองเจิ้ลตวาดผมด้วยความรู้สึกเศร้าเสียใจ เธอกระชากคอเสื้อผมแล้วตวาดใส่ต่อไม่ยั้ง

 

‘นายรู้ว่าเชลเขาเป็นคนยังไง แต่นายกลับทำเป็นไม่รู้เรื่อง หึ! เห็นฉันเป็นตัวตลกมานานแค่ไหนแล้วล่ะ! สนุกมากมั้ยกับเรื่องของคนอื่นน่ะ!’

 

 ’พะ...พูดเรื่องอะไรครับ?’

 

ผมถามด้วยความงุนงง พยายามนึกข้อมูลจากตำราทุกเล่มเกี่ยวกับมนุษย์ว่าความรู้สึกของแองเจิ้ลในครั้งนี้ เธอกำลัง รู้สึกนึกคิดอะไรกันแน่...?

 

โกรธ?

อิจฉา?

ดีใจ?

เสียใจ?

 

 ฮึ! นายทำให้ฉันตาสว่างเลยล่ะ คริสเตียน! พวกนายมันก็เห็นมนุษย์เป็นของเล่นเพื่อความสำราญ! นายรู้มาตลอดว่าเขาหลอกใช้ฉัน แต่นายกลับไม่พูด! กรี๊ด!’

 

ผมไม่เคยคิดแบบนั้นนะผมรีบแก้ความตัวเอง

 

ถ้านายไม่เคยคิด แล้วทำไมไม่เตือนฉัน

 

ก็เพราะมันเป็นกฎ...ผมพูดไม่ออก แองเจิ้ลเชิดหน้าขึ้น พยายามเก็บความปวดร้าวไว้ในใจ

 

ถ้าฉันต้องรู้ว่าเชลเลวแค่ไหน สู้ไม่รู้ดีกว่า!’

 

ผมเริ่มโมโหขึ้นมา...สู้ให้ผมไม่บอกว่าเขาหลอกใช้เธอ เธอจะมีความสุขมากกว่าการได้รู้ความจริง? อมันความสุขตรงไหน! ความสุขที่เกิดจากการหลอกลวงตัวเองน่ะ มันไม่ใช่ความสุขสักหน่อย!

 

เธอคิดเหรอว่าผมอยากจะช่วยเธอน่ะ?

 

ผมถามกลับไปนิ่งๆ ด้วยความรู้สึกเฉยชา สายตาของผมที่มองแองเจิ้ลในตอนนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า มันเหมือนสายตาของ...

 

สิงโตที่มองเหยื่อด้วยความเย็นชา ไร้เยื่อใย

 

‘!!!’

 

แองเจิ้ลเบิกตากว้าง ผมดึงมือที่เธอจับคอเสื้อผมแล้วสลัดออก

 

จะให้พูดความจริงไหมครับ? ผมน่ะไม่ได้อยากจะช่วยคุณหรอกนะ ความปรารถนางี่เง่าของคุณซึ่งเป็นความรักจอมปลอมที่หวังจะให้คนอื่นทำให้ แต่ตัวเองไม่เคยลงมือเลย...ผมไม่สงสัยเลยว่าทำไมคุณถึงถูกหลอกใช้!’

 

นายจะไปรู้อะไร!’

 

รู้ว่าคุณจะแอบชอบคนเลว แต่ไม่คิดเตือน เพราะรู้ว่าคุณเสียใจแค่ไหน ถึงไม่เตือน! คุณน่าจะพอใจมากกว่าที่โกรธผม เพราะถ้าคุณไม่ได้ผมช่วยตั้งแต่แรก คุณก็คงไม่มีวันได้คบกับเชลหรอก!’

 

ผมตะโกนความอัดอั้นใจทุกอย่างออกไป ผมหอบหลังพูดจบทันที แล้วผมก็คิดได้ว่า...

 

ผมพูดอะไรออกไป?

 

ผมเงยหน้ามองแองเจิ้ลซึ่งก้มหน้ามองพื้น ผมมองไมเห็นหน้าเธอเลยว่าเธอกำลังรู้สึกอะไร ผมมั่นใจเลยว่ามันคงไม่ดีแน่

 

แบบนั้นสินะ...

 

เธอพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแปร่งๆ พิกล ผมคิดแล้วเดินเข้าไปใกล้เธออีกนิด ผมพยายามวางมือลงไปบนหัวเธอเพื่อหวังจะทำให้ใจเย็นลงได้บ้าง แต่เธอกลับปัดออกด้วยความรุนแรงทั้งทางกายและคำพูด

 

อย่ามาแตะต้องตัวฉันนะ!’

 

แองเจิ้ลเงยหน้าขึ้นมองผม เธอใช้สองมือเช็ดน้ำตาลวกๆ

 

นายพูดถูก ฉันโง่เองที่หลงรักคนเลวๆ อย่างหมอนั่น ตอนนี้นายก็ทำภารกิจเสร็จแล้วนี่ เราก็แยกย้ายกันได้แล้วล่ะ

 

แองเจิ้ล...?

 

เธอหันหลังให้ผมแล้วก้าวเดิน น้ำเสียงต่อมานั้นสั่นเครือ หยาดน้ำสีใสตกกระทบลงพื้น

 

ขอร้องล่ะ...อย่ามายุ่งกับฉันอีกเลยนะ

 

 

 

อย่าถามผมนะ...ว่าผมมาอยู่ที่สวนสาธารณะได้ยังไง

 

ผมจำได้แค่ว่า พอผมรู้ตัวขึ้นอีกครั้ง ผมก็พบว่าตัวเองกำลังนั่งที่ม้านั่งในสวน ในมือขวาของผมมีกระป๋องโค้กอยู่ ผมหยิบมันขึ้นมาแล้วซดดื่มอึกๆๆ รวดเดียวจนหมดกระป๋อง

 

‘We  wish you a marry christmas

We  wish you a merry christmas’

 

ยังไม่ถึงวันคริสต์มาสซะหน่อย วันนี้คริสต์มาสอีฟต่างหาก...จะรีบร้องกันทำไม เทพไม่มีอารมณ์ร่วมโว้ย! ผมพาลใส่เสียงลำโพงในสวนสาธารณะหน้าตาเฉย

 

พี่คะ...? พี่คะ ทะเลาะกับแฟนมาเหรอคะ?

 

ผมมองเด็กน้อยตัวเล็กๆ อายุน่าจะราวๆ หกเจ็ดขวบ ในมือเธอถือช่อดอกไม้ช่อใหญ่อยู่ ผมเค้นยิ้มบางๆ ให้เธอ

 

ประมาณนั้นครับ...

 

เธอมองหน้าผมด้วยความงุนงง แล้วเงียบไปสักพักก่อนจะเด็ดดอกไม้ดอกใหญ่ที่สุดดอกใหญ่ที่สุดดอกหนึ่งมาให้ผม มันคือดอกทานตะวัน...

 

แฮ่~ หนูก็ไม่รู้หรอกนะค่ะว่าทะเลาะเรื่องอะไรกัน แต่ลองง้อโดยใช้ดอกทานตะวันสิค่ะ ดอกทานตะวันมีความหมายดีมากเลยนะค่ะ พี่ชายรู้มั้ยคะ ว่าความหมายคือว่าอะไร?         

 

ไม่รู้หรอก บอกพี่ชายหน่อยสิ

 

เข้าใจแล้ว...ทำไมใครๆ ก็บอกว่าเด็กตัวเล็กๆ คือเทวดาตัวน้อยๆ ผมยิ้มกับตัวเองขณะสูดดมกลิ่นหอมของดอกทานตะวัน อารมณ์อันเศร้าหมองของผมถูกแทนที่ด้วยอารมณ์แฮปปี้จากดอกไม้และรอยยิ้มของเด็กน้อยตัวเล็กๆ ชาวอังกฤษคนนี้

 

ดอกทานตะวันจะหันไปทางดวงอาทิตย์ทุกครั้งเลยใช่มั้ยคะ? เพราการที่ดอกทานตะวันหันหน้าไปหาดวงอาทิตย์ทุกครั้งจึงเป็นเครื่องหมายบ่งบอกความในใจว่า ‘แม้เธอจะเย่อหยิ่งเพียงไร แต่สักวันฉันจะชนะใจเธอรักของฉันมั่นคงและภักดีต่อเธอเสมอ ดุจดั่งทานตะวันที่ไม่เคยหันมองผู้ใดนอกจากดวงอาทิตย์ค่ะ’

 

ความหมายที่เธอพูดนั้นกินใจผมเต็มๆ ผมกระทืบ Like ให้เลยเอาสิ! เด็กน้อยพูดต่อ

 

พี่ชายก็รีบไปง้อแฟนเร็วๆ นะค่ะ หนูจะเอาใจช่วยค่ะ อ้อ...แล้วก็อย่าลืมอุดหนุนดอกไม้ร้าน SunShine ที่ตั้งอยู่ชั้นห้าของห้างสรรพสินค้า xxx ด้วยนะค่ะ ไม่งั้นหนูงอนด้วย‘

 

ผมหัวเราะออกมา...เอ้อ มนุษย์มีการโฆษณาสินค้าแบบนี้ด้วยเหรอ? ไว้ผมกลับสวรรค์เมื่อไรจะรีบไปเขียนลงไดอารี่ เผื่อหลังเกษียณผมจะเปิดร้านขายของ

 

ถ้าสำเร็จ พี่เหมาหมดร้านเลย

 

จริงนะคะ?

 

ผมยื่นนิ้วก้อยไปให้เธอ พูดด้วยน้ำเสียงมั่นเหมาะ

 

สัญญาเลยครับ

 

เด็กน้อยเกี้ยวก้อยตอบด้วยใบหน้ายิ้มไร้เดียงสา ขณะที่ผมก็รู้สึกสำลักความสุขเต็มที่แล้ว...

 

ทว่า...

 

เกล็ดหิมะร่วงลงจากท้องฟ้าสีหม่นดั่งหมกปากกา ตกลงสู่พื้นดิน เทวดาตัวน้อยเดินจากไป

 

พร้อมกับข่าวร้ายที่ตามมาไม่ทันตั้งตัว...

 

ผมบีบดอกทานตะวันแน่น ถึงแม้ว่าผมจะโกหกตัวเองไปเรื่อยๆ มันก็เท่านั้นสินะ...มันไม่ทันแล้วสินะ มันไม่ทันแล้ว

 

หัวใจของผมถลำลึกเกินไปแล้ว...

 

 

 

ผมเหม่อมองแม่น้ำเทมส์บนสะพานทาวเวอร์บริดจ์ เฮ้อ...จวนจะได้เวลาแล้วสินะ รายงานทุกเล่มก็ส่งอาจารย์ไปแล้วตั้งแต่สองวันก่อน ข้าวของก็เก็บหมดแล้ว (เสกให้ไปอยู่ที่สวรรค์แล้วด้วย) เหลือแค่เพียงอย่างเดียวสินะที่จะยังไม่ได้ทำ

 

ผมมองดอกทานตะวันในมือทันใดนั้น ผมก็ได้ยินเสียงหนึ่ง

 

เสียงฝีเท้าที่เดินมาจากด้านหลังพร้อมเสียงหอบแฮ่กๆ ของเธอ ผมหันกลับไปมองผู้มาใหม่

 

แอง...เจิ้ล?

 

ให้หาตั้งนาน คริสเตียน...

 

แองเจิ้ลยิ้มมุมปากแล้วเดินเข้ามาหาผมเธอมองแม่น้ำเทมส์ยามราตรีร่วมกับผม เราทั้งคู่เงียบไม่มีใครพูดอะไร...ทั้งนั้น จนกระทั่งแองเจิ้ลเริ่มประเด็นก่อน

 

เอ้อ นายจะกลับสวรรค์เมื่อไร

 

พรุ่งนี้ครับ

 

ผมตอบโดยไม่มองหน้าเธอ แล้วซ่อนดอกทานตะวันไว้ในที่จะไม่ให้เธอเห็น ที่เดียวที่ผมคิดออกในตอนนี้..ผมเสกให้มันล่องหน เอาเป็นว่าผมจะให้เธอหรือไม่ให้ก็...ค่อยคิดแล้วกัน ผมสรุปกับตัวเอง

 

วันคริสต์มาสอีฟปีนี้...สวยมากเลยนะ

 

งั้นเหรอครับ

 

ผมพูดสั้นๆ ผมไม่เคยฉลองคริสต์มาสที่อังกฤษมาก่อน ผมเคยฉลองแค่ที่สวรรค์ ที่อเมริกา ที่ญี่ปุ่น แล้วก็ที่ไทยเท่านั้น เพราะฉะนั้น ผมไม่มีตัวให้เปรียบเทียบหรอกว่าสวยหรือไม่สวย

 

แต่ที่นี่ก็...สวยจริงๆ หละครับ

 

แองเจิ้ลหัวเราะหึๆ เธอเกลี่ยผมที่ปลิวไสวตามสายลมให้ไปด้านหลังด้วยท่าทางงดงามราวกับนางแบบ แล้วพูดขึ้นมาว่า

 

ฉัน...มีเรื่องหนึ่งจะต้องบอกนายนะ

 

บอกมาเลยครับ

 

เพราะเหลือเวลาอีกแค่สามสิบห้านาทีเท่านั้น

 

เรื่องที่ฉันพูดไปวันนี้น่ะ...ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นนะ คือว่า ฉัน...ฉันก็เสียใจที่รู้ว่าเชลเป็นแบบนั้น แต่ถ้าไม่ได้นาย ฉันก็คงถูกหลอกอีกต่อไปแน่ๆ เอาเป็นว่า...ฉันขอโทษนะ

 

แองเจิ้ลพูดออกมาด้วยสีหน้าแดงๆ สายตาเสมองทางอื่น นี่เป็นวิธีที่ผู้หญิงใช้เวลาอายหรือเปล่านะ? หึๆ แต่ผมก็ดีใจนะ ที่ได้ยินแบบนั้น

 

ผมก็ต้องขอโทษด้วยที่ทำตัวหยาบคายใส่ มันไม่ใช่นิสัยสุภาพบุรุษเลย

 

นายมันก็สุภาพขาหลุดอยู่แล้วนี่

 

เฮ้! ผมเปล่าเป็นนะ

 

เราทั้งคู่เผลอมองหน้ากัน ก่อนจะหัวเราะออกมา...แองเจิ้ลล้วงหยิบของบางสิ่งจากในถุงกระดาษสีน้ำตาล ซึ่งมีลวดลายตกแต่งไว้สวยงาม

 

นายเกิดวันที่ 26 ใช่มั้ยล่ะ? ฉันคงไม่ได้อยู่ฉลองวันเกิดกับนายแน่ๆ เพราะอย่างนั้น...นี่เป็นของขวัญวันเกิดล่าวงหน้าจากฉันนะ

 

มันคือ...ของที่ผมอยากได้มานาน

 

ใช่แล้ว...มันคือกล้องถ่ายรูป

 

คุณรู้ได้ยังไงว่าผมอยากได้...กล้อง?

 

ผมถามด้วยความตื่นเต้น ในมือลูบๆ คลำๆ กล้องถ่ายรูปตรา Canon รุ่นที่ผมเห็นเพียงแวบเดียวก็ชอบเลย ชอบขนาดที่ผมเก็บเงินเพื่อซื้อเชียวนะ! (สวรรค์ไม่ใช้เงินครับ เราใช้แต่ทอง เหอๆ)

 

ก็ตอนที่ฉันพานายไปห้าง Harrod น่ะ ฉันจำได้เลยนะว่าตอนที่นายเดินผ่านมุมกล้อง พอนายเห็นกล้องตัวนี้ปุ๊ป นายก็ไม่ยอมเดินไปไหนเลยนี่ ตอนนั้นฉันยังต้องลากนายอยู่เลย

 

แองเจิ้ลพูดแล้วหัวเราะออกมา เธอยื่นถุงกระดาษใบนี้ให้ผม

 

นี่ก็คู่มือและอุปกรณ์จำเป็นอย่างอื่น เกี่ยวกับกล้อง นายก็ลองใช้ตอนนี้เลยละกัน

 

แชะ!

 

ไม่ทันขาดคำ ผมก็ถ่ายรูปแองเจิ้ลซึ่งกำลังทำหน้าเหวอ ภาพที่ออกมาก็ชวนเหวอตามด้วย

 

ว้ายๆๆ ลบเลยนะย่ะ

 

ลบให้โง่น่ะสิผมแลบลิ้นแล้วชูกล้องสูงขึ้น แองเจิ้ลเขย่งตัวเพื่อหยิบกล้อง แต่เธอหยิบไม่ถึงหรอก หึๆ เตี้ยอย่างเธอถ้าหยิบกล้องจากมือคนสูง 185  ถึงก็เก่งแล้ว!

 

ไม่เอาก็ได้

 

แองเจิ้ลทำแก้มป่องอย่างงอนๆ ผมยิ้มมุมปากแล้วยื่นดอกทานตะวันที่เพิ่งเสกให้กลับมาในมือให้เธอ

 

 อ่ะ

 

แองเจิ้ลมองดอกทานตะวันในมือของผม เธอรับมันมาด้วยท่าท่างเคอะเขิน แก้มทั้งสองข้างมีสีแดงบางๆ เฮ้...อย่าคิดว่าเธออายคนเดียวสิ ผมก็อายเป็นนะเฟ้ย!

 

ขณะที่เราสองคนคุยกันเรื่อยเปื่อย หัวข้อสนทนามีหลากหลาย ตั้งแต่มีสาระ – ไร้สาระ เช่น

 

มีสาระ - ชีวิตหลังจากนี้ & เทคนิคการถ่ายรูป

ไร้สาระ – นิยาย Bestseller ในช่วงนี้’ & ‘วิธีทำพาสต้าให้อร่อยๆ

จนสุดท้าย เราทั้งคู่ก็กลับสู่ความเงียบอีกครั้ง...

 

อาจจะเป็นเพราะผมพูดแทรกขึ้นมาเมื่อกี้ก็ได้ว่า อีกสิบนาทีผมต้องไปแล้วแองเจิ้ลเลยหยุดพูดวิธีทำพาสต้าคาโบนาร่าทันที แล้วก็เงียบไป...

 

นายจะไปจริงๆ เหรอ

 

ในช่วง 3 นาทีสุดท้ายนั้น แองเจิ้ลก็ถามขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ผมกดชัตเตอร์ภาพแม่น้ำเทมส์ซึ่งส่องไสวด้วยแสงไฟคริสมาตร์

 

 ครับ

 

‘’ฉันไม่อยู่แล้วใครจะทำพาสต้าให้นายกินกันน้า~

 

ผมคงต้องให้คนใช้ทำให้น่ะครับผมตอบไปตามสัตย์จริง ถึงแม้คนใช้จะทำไม่อร่อยเท่าแองเจิ้ล แต่ก็พอกินได้ว่าแต่ ยากระต่ายบินที่บ้านหมดหรือยังนะ? ถ้าหมดต้องรีบซื้อทันทีที่ขึ้นสวรรค์...เอิ่ม ผมซื้อสำรองยกโหลเลยดีกว่า เพื่อความมั่นใจก่อนจะกินอาหารด้วยฝีมือคนรับใช้ที่บ้านผม

 

นั่นสินะ ลูกคุณหนูอย่างนายแค่จับกระทะยังไม่เป็นเลย

 

ก็ผมไม่ชอบทำอาหารนี่นา

 

ไม่หรอก...ผมไม่ชอบและทำไม่เป็นทำทุกอย่างเกี่ยวกับงานบ้านนั่นแหละ

 

เอ่อ แองเจิ้ล

 

ผมรีบเปลี่ยนประเด็นทันทีที่ผมทราบว่าเหลือเวลาอีกแค่สองนาที...สองนาทีสุดท้ายที่จะได้อยู่กับแองเจิ้ล...สองนาทีสุดท้ายกับวันเวลาตลอดสามเดือน ผมพูดขึ้นในจังหวะเดียวกับที่เสกกล้องและถุงกระดาษให้กลับไปอยู่ที่บ้านบนสวรรค์

 

สามเดือนที่ผ่านมานี้ มีอะไรเกิดขึ้นเยอะมากเลยนะ

 

อื้อแองเจิ้ลตอบรับคำของผม เธอดมกลิ่นดอกทานตะวันที่ยังไม่เลือนหาย ผมมองเธอแล้วคิดย้อนเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมา ผมควรจะพูดสินะผมคิดกับตัวเอง

 

แองเจิ้ล...

 

หืม?

 

ผมก้มมองพื้น มือซ้ายกำหมัดแน่น เพราะไม่มีความกล้ามากพอที่จะมองหน้าเธอ เสียงหัวใจของผมเต้นแรง ความรู้สึกอันหนักหน่วงในใจตะโกนบอกผมว่า

 

ผมหลอกตัวเองไปมากกว่านี้ไม่ได้...

หากจะไม่ได้เจอเธออีก...แต่อย่างน้อย

ก็อยากบอกความรู้สึกที่มีต่อเธอ

แองเจิ้ล...!’

 

ผมเงยหน้ามองเธอ มองทะลุเข้าไปในดวงตาสีฟ้าครามอันงดงามคู่นั้น...พยายามจดจำ เธอให้มากที่สุด

 

ผม...

 

ผมคิดกับคุณแบบ

 

ผม...ผมน่ะ

 

มีเวลาเหลืออีกไม่มาก

ต่อจากนี้นับร้อยปีนายจะขี้ขลาดก็ได้

แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้!

เจ้าขี้ขลาด!

 

ผม...ชะ..

ครั้งหนึ่ง...

 

ท่านพ่อผู้เป็นที่รักของผมในสมัยที่ผมยังเป็นมนุษย์ อา...ทำไมผมต้องมานึกถึงความทรงจำสมัยยังเป็นมนุษย์ในเวลานี้ด้วยนะ ไม่เข้าใจเลย

 

 ทุกคนมีสิทธิที่จะอธิษฐานในสิ่งที่ตนเองปรารถนา แม้กระทั่งคนที่เลวที่สุดก็ยังมีสิทธิที่จะอธิษฐาน

 

ตลอดมา...ตั้งแต่อดีตยันปัจจุบัน ผมไม่เคยเชื่อเรื่องคำอธิษฐาน ผมเชื่อมั่นว่าถ้าผมลงมือทำ ไม่ว่าจะเป็นอะไร ก็ต้องได้มา แต่ตอนนี้ ผมอยากอธิษฐานในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ที่สุดเพื่อทำให้มันเป็นไปได้

 

เรื่องที่ไม่มีวันเป็นไปได้...แต่อยากให้เป็นไปได้

ผมควรได้รับสิทธิอธิษฐานแบบนี้ไหม?

ผม...ควร...ได้รับ...มัน...ไหม?

ท่านพ่อ...?

 

 

เพราะความรู้สึกของพวกเรายังเชื่อมต่อกัน

ผมเชื่อมั่นเช่นนั้นและอธิษฐาน

ขอให้เวลาหยุดเดิน

เพื่อให้โอกาสผมได้บอกความในใจเพียงหนึ่งเดียว

 แต่คำขอนั้นก็ไม่เป็นจริง...

 

แองเจิ้ล...ผม...ชอบ

 

จังหวะที่ท้องฟ้าหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว

เสียงนาฬิกาบ่งบอกเวลาเที่ยงคืน...

แองเจิ้ลก็หายไป...

หายไป...

 

ภาพที่ปรากฏตรงหน้าผมครั้งสุดท้าย...คือภาพใบหน้าตื่นตะหนกของแองเจิ้ลพร้อมเสียงกรีดร้องของเธอ...

อา...เธอเรียกชื่อผมหรือเปล่านะ?

ผมได้ยินไม่ชัดเลย...

น้ำเสียงของเธอนั้นแผ่วเบาเหลือเกิน...

เพราะผมได้ยินเพียงแค่เสียงของ

หยดน้ำตา

 

 

ความทรงจำของเขาและเธอ ได้จบลงแล้ว ณ ห้วงเวลาแห่งคริสต์มาส,,,The End

 

 

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
กิจกรรมประกวดนิยาย Lightwriter ครั้งที่ 1 ตอนที่ 11 : เรื่องที่ ๗ Moment At Christmas (Sky Symphony) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 116 , โพส : 8 , Rating : 10 / 2 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1

#8 : ความคิดเห็นที่ 84
ฟังเพลงนี้ไปพลางอ่านนิยายนี้ ได้อารมณ์มากค่ะ




แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 14 มกราคม 2555 / 21:49
แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 14 มกราคม 2555 / 21:50

PS.  มนุษย์เรานั้นอยู่กับความมืดก่อนที่จะได้พบกับแสงสว่าง.....เมื่อได้พบกับแสงสว่างจึงเข้าไปหามัน....เพราะมันสดใสกว่า สบายกว่า โล่งใจกว่า ... แต่อย่างน้อย บางทีความมืดคือเพื่อนที่ดีที่สุดของเรา...
Name : #Mafia Princess#< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ #Mafia Princess# [ IP : 180.180.57.206 ]
Email / Msn: zodiac_sky-symphony(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 มกราคม 2555 / 21:46

#7 : ความคิดเห็นที่ 83
เงียบเหงาจริงเเฮะ


แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 14 มกราคม 2555 / 21:46
แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 14 มกราคม 2555 / 21:45

PS.  มนุษย์เรานั้นอยู่กับความมืดก่อนที่จะได้พบกับแสงสว่าง.....เมื่อได้พบกับแสงสว่างจึงเข้าไปหามัน....เพราะมันสดใสกว่า สบายกว่า โล่งใจกว่า ... แต่อย่างน้อย บางทีความมืดคือเพื่อนที่ดีที่สุดของเรา...
Name : #Mafia Princess#< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ #Mafia Princess# [ IP : 180.180.57.206 ]
Email / Msn: zodiac_sky-symphony(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 มกราคม 2555 / 21:40


#6 : ความคิดเห็นที่ 76
คริสเตียนนอกเรื่องออกไปบ่อยนะ = ="
แล้วก็ ถ้าไม่บอกว่าอยู่อังกฤษผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะเนี่ยย น่าจะมีบรรยายลักษณะบ้าง อะไรบ้าง
การดำเนินเรื่องถือว่าดีมากครับ ให้คะแนน5/5เลย :)
PS.  I'm ไม่มีอะไรเลย..
Name : CRAZY : ))< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ CRAZY : )) [ IP : 223.204.169.59 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 ธันวาคม 2554 / 21:19

#5 : ความคิดเห็นที่ 70
มาช่วยเม้นตามคำขอแล้วเจ้าค่ะ
แต่งได้ดีนะ ถึงขนาดมีคนขอให้แต่งภาค2ด้วย
ว่างๆก็พิจารณาตอนปีใหม่ล่ะกัน เหอๆ
ซึ้งกำลังพอดี ไม่หวานเลี่ยนดังนิยายน้ำเน่า และไม่จืดเค็มเกินไปดังแฟนตาซีบางเรื่อง
PS.  เกิดมาแล้วต้องตาย แล้วเราเกิดมาเพื่ออะไร?
Name : gokutara< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ gokutara [ IP : 118.172.225.66 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 ธันวาคม 2554 / 15:23

#4 : ความคิดเห็นที่ 63
เรื่องนี้ไอเดียดีมากเลยครับ เป็นเทพที่หลงรักมนุษย์
ตอนแรกนึกว่าตัวเอกเป็นมนุษย์ต่างดาว อ่านมาเรื่อยๆ อ่อ เทพนี่เอง ฮ่าๆ
วิธีเล่าเรื่องก็ดีมากๆ ครับ ใช้วิธีเล่าเหมือนผู้พูดกำลังเล่าเรื่องที่ตัวเองเคยประสบมาเรื่อยๆ แต่เสียตรงนอกเรื่องบ่อยไปหน่อย อิอิ
แล้วก็บรรยากาศของเรื่องนึกไม่ออกเลยครับว่าเป็นที่ประเทศอังกฤษเพราะไม่ได้บรรยายลักษณะสถานที่เลย
แล้วก็ตัวละครก็ไม่ได้บรรยายลักษณะด้วยก็เลยนึกภาพไม่ออกว่าเป็นชาวต่างชาติ อันนี้ก็ต้องว่ากันต่อไป
เนื้อเรื่องโดยรวมจริงๆ ไม่ได้เกี่ยวกับคริสต์มาสแต่ก็ดึงเข้ามาตอนท้ายได้ ก็ถือว่ายังไม่ลืมโจทย์ไปนะครับ
สำหรับคะแนนนะครับ...

4/5 ครับ
หักเรื่องนอกเรื่องแล้วก็ไม่ได้บรรยายลักษณะเกี่ยวกับตัวละครนะครับ ^^


แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 27 ธันวาคม 2554 / 11:21

PS.  Subject : watch : นาฬิกาผ่าเวลา Genre : แฟนตาซี ไซไฟ ครอบครัว
Name : Aerng< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Aerng [ IP : 115.67.59.134 ]
Email / Msn: aerngq(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 ธันวาคม 2554 / 00:08

#3 : ความคิดเห็นที่ 56
 ไม่จริง!! ขอร้องล่ะแต่งภาคต่อเถอะค่ะ TT^TT
คริสเตียน! ทำไมไม่รีบพูดออกไปค๊าาา เทพเจ้างี่เง่าเอ้ย! อย่าซื่อบื้อนักเซ่!
แองเจิ้ลจ๊ะ! -0- ถ้าหล่อนจะโง่เง่าเต่าตุ่นจนไม่รู้ว่าคริสเตียนชอบขนาดนี้นะ แถมยังมาโทษเตียยนน้อยอีก ชิๆๆ! >^<

โอเคๆ มีสาระหน่อย 55

สาระ : เป็นเรื่องเล่าสินะคะ เรื่องเล่าของเทพเจ้าที่หลงรักมนุษย์
แพรว่าถ้าเนื้อเรื่องยาวกว่านี้ และอธิบายละเอียดมากๆ จะดีกว่านี้ค่ะเพราะจะทำให้ได้อารมณ์กว่า แต่ก็ถือว่าดีมากกก ดีกว่าเรื่องของแพรเองอีกด้วยซ้ำไป
แล้วก็เรื่องของแทนใจกล้องในวันคริสต์มาสมันเป็นอะไรที่คาดไม่ถึงเลยล่ะค่ะ >< แพรไม่คิดว่าจะมีคนแต่งแนวนี้ออกมาด้วยซ้ำไป ! แต่ดูๆแล้วแพรก็ชอบนะ
ชอบที่สุดก็ดอกทานตะวันน่ะค่ะ ความหมายเนี่ยของกระทืบไลค์ด้วยคน!! 'แม้เธอจะเย่อหยิ่งเพียงไร แต่สักวันฉันจะชนะใจเธอ' เอ่อ...รีทวิตไปเลยย 555 
คำผิดก็มีให้เห็นไม่มากนะคะ ภาษาก็ใช้ได้ แต่สงสารคริสเตียนจริงๆนะ อยากให้ทำภาคต่อ! @@ ขอร้องงง >.<

ความทรงจำของเขาและเธอได้จบลงแล้ว ณ ห้วงเวลาแห่งคริสต์มาส...  

ชอบคำตอนจบอ่ะ คำว่า "ห้วงเวลาแห่งคริสต์มาส" ทำให้แบบว่านึกถึงคริสเตียนเลยล่ะค่ะ

นึกขำ! เรื่องนี้มีหนังสือเยอะมากก 55 คุณคริสเตียนจะเป็นหนอนหนังสือไปไหนค่ะ! 

ลงคะแนน!!!!

จากเสียงวิภาควิจารณ์ที่ออกมาผลสรุปว่า....


4.9/5 ค่าาาา ^^ คงไม่ว่ากันนะคะ

(0.1 ที่หักเพราะ คริสเตียยนนนอกเรื่องบ่อย 555)

:)


ปล. เมลล์เธอเราคุ้นมาก 



แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 25 ธันวาคม 2554 / 21:02

PS.  PaNGReD : I'm Fake! But I love you. ;)
Name : รัตติกาลPrincess[แรงบันดาลใจ]< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ รัตติกาลPrincess[แรงบันดาลใจ] [ IP : 125.26.147.14 ]
Email / Msn: babe_lucifer(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 ธันวาคม 2554 / 20:57

#2 : ความคิดเห็นที่ 44
#Moment At Christmas

แฟนตาซีโรแมนติก ...ดำเนินเรื่องดีมากเลยค่ะ
ใช้ผู้ชายเป็นคนบรรยาย ซึ่งก็ถือว่าใช้ภาษาบรรยายใช้ได้ จะมีบ้างคือตั้งใจทำให้บรรยายหลุด..โดยไม่จำเป็น
เรียบเรียงเหตุการณ์ไม่กระโดด เนื้อเรื่องเรียบเรื่อย อบอุ่นดีค่ะ

ตัวละครเด่นเพียงแค่สอง ซึ่งจุดนี้ก็ทำให้ทั้งคู่ดูเด่นขึ้นมาได้จริงๆ
มีมิติคาแรกเตอร์ที่เกือบชัดเจน (ขอใช้คำว่า เกือบ เท่านั้นนะคะ)
อ่านแล้วเข้าใจได้ว่าตัวละครรู้สึกยังไง แต่จะถามว่าอินไหม.. ก็นะ โอเคเลยล่ะค่ะ

ด้านไอเดียเราว่าน่ารักดีนะคะ เป็นความรักของเทพเจ้าที่มีให้กับหญิงสาวที่ตนต้องทำความปรารถนาของเธอให้เป็นจริง
แต่ผู้เขียนก็เด็ดเดี่ยวพอที่จะทำให้เขาไม่มีโอกาสได้เปิดเผยความรู้สึก
เพราะมันเป็นเรื่องที่ผิด.
เป็นช่วงเวลาที่เราคิดว่าเป็นจุดไคลแมกซ์ของเรื่อง เพราะคนอ่านก็จะลุ้นว่าเขาจะได้บอกไหม
สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ.
แต่เราเห็นด้วยค่ะ เพราะอย่างน้อยทั้งคู่ก็ได้อยู่ด้วยกันได้คืนคริสต์มาส พูดคุย หัวเราะให้กัน
นั่นเพียงพอแล้วสำหรับความรักทีเป็นไปไม่ได้

มีคำผิดบ้างเล็กน้อยค่ะ

คะแนนที่เราให้ 5/5
ตั้งใจเขียนต่อไปนะคะ .
Name : momoe'< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ momoe' [ IP : 110.49.251.205 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 ธันวาคม 2554 / 18:06

#1 : ความคิดเห็นที่ 22
ฮึก...สงสารคริสเตียนอ่ะ เจ็บปวดแทนจริงๆ
อ่านกี่เรื่องๆ ก็บรรยายได้ดีหมดทุกเรื่องเลยแฮะ เรื่องนี้ก็บรรยายดี
แต่เรื่องที่ผ่านมาไม่ได้ใช้ผู้ชายเป็นตัวละครหลักนี่นา
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สองในการประกวดที่ใช้ผู้ชายดำเินินเรื่อง
อืม เรื่องนี้ออกแนวแฟนตาซีสินะ ดีจัง นึกว่าจะไม่มีหลงมาซะแล้ว แฟนตาซี-โรแมนติก
แต่เรื่องนี้ดูเหมือนจะเป็นแฟนตาซี-ซึ้งกินใจมากกว่าล่ะเนอะ
ไม่มีคำผิดเลย ท่าทางจะเช็คและตรวจทานมาอย่างดี

คะแนนที่ได้ 5/5
(ไม่มีข้อผิดพลาดเลยจ้า)

PS.  Do You Love Me Like I Love You...? If You Don't Love. Please...Don't Give Me Hope...
Name : Shadow Alice< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Shadow Alice [ IP : 101.108.35.124 ]
Email / Msn: Little_Mingsia(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 ธันวาคม 2554 / 11:23

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

SOSO Simulation of Soul Online

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android