สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ทาสมธุรส (วางแผงแล้ว ลงตอนจบ ๑๙ เมษา)

ตอนที่ 11 : ๑๐...


     อัพเดท 8 มี.ค. 56
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ซึ้งกินใจ
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : ละเวงวัณฬา ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ละเวงวัณฬา Email : ladyinnovels(แอท)windowslive.com
My.iD: http://my.dek-d.com/lady-in-vintage
< Review/Vote > Rating : 100% [ 2 mem(s) ]
This month views : 55 Overall : 45,921
247 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 179 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ทาสมธุรส (วางแผงแล้ว ลงตอนจบ ๑๙ เมษา) ตอนที่ 11 : ๑๐... , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1023 , โพส : 3 , Rating : 15 / 3 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


ย้ำทุกครั้งก่อนอ่าน....ว่าหยกจะลงเรื่องนี้ไม่จบนะคะ
ไม่จบ ไม่จบ ไม่จบ ไม่จบ ไม่จบ ไม่จบ ม่ายยยยยยจบ
แค่ ๕๐% เป็นตัวอย่างกรุบกริบ ก่อนหนังสือจะเป็นรูปเล่มขายในงานหนังสือปีนี้ค่ะ
แล้วอีกสามปีหลังจากหมดสัญญา เขาจะเอามาลงให้อ่านฟรี รอนะ!!!
////////////////////////////////////////////////////////////////////

        เพียงแค่ก้าวขึ้นบนเรือนที่พัก เงาร่างของคนที่แสงอาทิตย์ทั้งอยากและไม่อยากเจอในเวลาเดียวกันก็เดินมาดักหน้า สายตาฟ้องชัดเจนว่าต้องการสื่อสารอะไร ถ้าหล่อนเปลี่ยนความมุ่งมั่นที่จะบอกขายหุ้นให้เขา เป็นมุ่งมั่นจะบริหารงานต่อด้วยตัวเองคงจะดีไม่น้อย

        “คุณซันคะ เพลงมีเรื่องจะตกลงกับคุณ...”

        ชายหนุ่มรีบพยักหน้าและผายมือเป็นสัญญาณบอกให้หล่อนเดินตามเขาไปที่ห้องทำงาน ป่วยการจะยื้อเวลาต่อไปในเมื่ออีกฝ่ายมีอาการร้อนรนเต็มทีแล้ว พิณพลอยเดินตามเขามาเงียบๆ กระทั่งอยู่ในห้องทำงานที่มิดชิดด้วยกันเพียงลำพัง แสงอาทิตย์จึงเริ่มต้นเกริ่นถามหล่อน

        “หลังจากโอนกรรมสิทธิ์หุ้นทั้งหมดให้ผมแลกกับหนี้สินและเงินส่วนต่างที่จะได้รับ คุณคิดจะทำอะไรต่อไป”

        หญิงสาวนิ่งไปครู่หนึ่ง มองเขาราวกับจะประเมินท่าที  “ยังไม่แน่ใจค่ะ อาจจะลงทุนกิจการเล็กๆ สักอย่างที่พอจะทำคนเดียวได้”

        “กิจการเล็กๆ” ชายหนุ่มเลิกคิ้วประเมินผู้หญิงตรงหน้า ตัดสินใจพูดออกไปตามความรู้สึกของตัวเอง “กิจการเล็กๆ ที่คุณว่าคืออะไร ยังไม่มีอะไรอยู่ในหัวเลยใช่หรือไหม ยอมรับเถอะว่ากำลังวาดวิมานอยู่ในอากาศ”

        “คุณ”

        พิณพลอยจุกจนพูดอะไรไม่ออก แสงอาทิตย์ก็ยังสังเกตเห็นว่ามือของหญิงสาวกำเข้าหากันแน่น รวมทั้งริมฝีปากอิ่มที่เคยมีสีแดงสดก็เม้มเข้าหากันจนขาวซีดแต่เขาก็ตัดสินใจพูดต่อไปอย่างที่คิด

        “ยุคนี้ไม่ใช่ยุคแห่งการลงทุนอย่างไร้ทิศทาง ตัวอย่างใกล้ชิดที่สุดที่น่าจะเห็นก็คือพ่อของตัวเอง นักธุรกิจที่มีประสบการณ์มาเป็นสิบๆ ปียังล้มจนถึงขนาดยืนอยู่ต่อไปบนโลกนี้ไม่ได้”

        “มันไม่เกี่ยวกันนะคะ ที่คุณพ่อพลาดเรื่องการลงทุนกับที่ท่านเสีย ถ้าไม่มีอุบัติเหตุนั่นบางที...”

        พ่อเลี้ยงหนุ่มลุกขึ้นเดินไปยังผนังห้องด้านหนึ่ง แตะมือลงไปสองสามครั้งเพื่อเปิดช่องเก็บเอกสาร ด้านในซ่อนไว้ด้วยตู้เซฟขนาดกลาง หมุนรหัสสองสามครั้งเพื่อหยิบเอกสารปึกหนึ่งออกมาวางตรงหน้าหล่อน พิณพลอยดื้อใช่ย่อย หล่อนเหลือบมองซองเอกสารนั้นแวบเดียวแล้วพูดในสิ่งที่ต้องการพูดต่อไป ไม่ยอมแม้แต่จะแตะต้องมัน

        “เพลงขึ้นมาถึงเชียงใหม่ก็เพราะต้องการคำตอบที่แน่นอน แต่ถ้าคุณยังตัดสินใจไม่ได้ก็ไม่น่าจะรับนัด”

        “รู้อะไรบ้างเกี่ยวกับเรื่องธุรกรรมทั้งหมดหลังจากคุณพบธรรมเสีย” แสงอาทิตย์เลิกคิ้วมองหญิงสาว ถามกลับอย่างใจเย็น ทั้งที่ความจริงแล้วคนอย่างเขาไม่จำเป็นต้องใส่ใจเด็กอวดดีอย่างพิณพลอยสักนิด

        “ก็รู้เท่าที่ทนายความบอกให้ทราบค่ะ ว่าคีรีวลัยยังอยู่ได้ไม่ถูกฟ้องขายทอดตลาดเพราะมีชื่อเพลงเป็นเจ้าของ เป็นประธานกรรมการ แล้วก็มีคุณเป็นผู้ถือหุ้นร่วมรองลงมา แต่คิดว่าอีกสามเดือนคีรีวลัยคงเหลือแต่ชื่อ ถ้าคุณยังยืนยันจะให้ทุกอย่างอยู่ในมือเพลง”

        ชายหนุ่มส่ายหน้า ไม่คิดว่าตัวเองจะต้องมาสนใจมือใหม่ที่ขาดทั้งประสบการณ์และวุฒิภาวะในการตัดสินใจ ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นทำท่าทางอย่างนี้ใส่เขาล่ะก็ คงถูกตะเพิดออกไปไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม

        “นอกจากปริญญาที่เอากลับมาจากอังกฤษแล้วที่นั่นเขาไม่สอนให้คุณคิดแก้ไขปัญหาอะไรบ้างเลยหรืออย่างไรกันนะ คุณจบจากมหาวิทยาลัยอะไรอีกหน่อยผมจะได้ไม่ส่งลูกหลานไปเรียน”

        แสงอาทิตย์ถามเสียงเนิบพลางเคาะมือลงบนโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ แต่ท่าทางเหล่านั้นทำให้พิณพลอยเก็บอารมณ์เอาไว้ไม่อยู่ หล่อนระบายทุกความรู้สึกออกมาเกือบหมดสิ้น

        “คุณก็พูดได้ อยากจะดูถูกเพลงยังไงก็ได้ แต่คนที่ไม่เหลืออะไรเลยจนตรอกไปทุกอย่างแบบเพลงจะมีอะไรให้สู้คะ จะให้เพลงเอาอะไรไปจัดการปัญหาพวกนั้น นี่มันปี พ..เท่าไหร่ ยังมีอีกเหรอพวกเสื่อผืนหมอนใบปากกัดตีนถีบแล้วก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในธุรกิจได้ แล้วเพลงมีตัวคนเดียว ไม่มีเงิน ไม่มีเครดิต ไม่เป็นที่รู้จักของใครๆ เลยสักนิดนอกจากเขาจะรู้กันว่าเป็นลูกของคุณพ่อที่เพิ่งจะถูกฟ้อง เพลงจะเอาอะไรไปจัดการปัญหาพวกนั้น”

        แสงอาทิตย์ผ่อนลมหายใจเบาๆ รอฟังว่าหล่อนจะพูดอะไรต่อไป

        “เพลงคิดมาดีแล้ว การที่ยอมทิ้งทุกอย่างไม่ดันทุรังต่อไปน่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ดีกว่าไม่เจียมตัวคิดจะทำทุกอย่างต่อทั้งที่ศักยภาพไม่พร้อม”

        “ผมเข้าใจ แต่ว่า...” ใช่ว่าเขาจะไม่เข้าใจหล่อน พิณพลอยยังอายุน้อยเมื่อเทียบกับภาระที่จะต้องรับผิดชอบ หล่อนย่อมมีความกดดันเป็นธรรมดา แต่เขาเองก็เคยผ่านเหตุการณ์คล้ายๆ อย่างนี้มาก่อน จึงไม่อยากให้อีกฝ่ายใช้วิธีการทิ้งทุกอย่างไปเพื่อแก้ปัญหา

        “ในเมื่อคุณซันเข้าใจ ทำไมต้องยื้อเวลาของเพลงเอาไว้ด้วย ในเมื่อสุดท้ายทุกอย่างก็ต้องลงเอยเหมือนอย่างที่เพลงคิด คุณเองก็มีทุกอย่างพร้อมที่จะจัดการคีรีวลัยต่อไปได้ ไม่ต้องใช้งานผู้หญิงที่ไม่มีอะไรเลยอย่างเพลงสักนิด”

        “เหตุผลน่ะมีแน่ ไม่คิดจะอ่านนั่นสักหน่อยหรือไง”

        แสงอาทิตย์วางซองเอกสารปึกหนึ่งลงตรงหน้าหล่อน รวมทั้งจดหมายที่เขาพับใส่กระเป๋าเสื้อมานั้นด้วย พิณพลอยมองที่เอกสารแล้วเงยหน้าขึ้นมองหน้าเขาสลับกัน คิ้วยังขมวดเข้าหากันแน่นไม่คลายออก ในที่สุดหล่อนก็เปิดซองดังกล่าวออกอ่าน

        ทุกวินาทีที่ผ่านไปหลังหญิงสาวกวาดสายตาลงไปยังเอกสารทุกแผ่น ใบหน้าขาวนวลก็ค่อยๆ เผือดสีลงเรื่อยๆ จนเกือบจะไร้สีเลือด หล่อนเงยหน้ามองเขาราวกับจะขอคำยืนยัน

        “ผมไม่กล้ายืนยันหรอกนะ ว่าพ่อของคุณจงใจจัดฉากฆ่าตัวตายเพื่อให้ได้เงินประกัน แต่ว่าหลายอย่างก็เป็นหลักฐานชวนให้คิด”

        “แต่ตำรวจบอกว่า...”

        ตำรวจสรุปสำนวนคดีของพบธรรมว่าเป็นอุบัติเหตุ เนื่องจากวันนั้นมีพายุฝน และบริเวณที่เกิดอุบัติเหตุก็เคยมีอุบัติเหตุทำนองนี้เกิดขึ้นหลายครั้ง และพิณพลอยก็ปักใจเชื่อเช่นนั้นไปแล้ว

        “ไม่มีใครเคยเห็นเอกสารพวกนี้ นอกจากผมแล้วก็คุณ”

        “พ่อจะทำแบบนั้นทำไม ไม่จำเป็นเลยสักนิด” หล่อนคราง เงินที่ได้จากกรมธรรม์ประกันภัยไม่ได้มากมายคุ้มกับชีวิตที่เสียไปของบิดาเลย หากท่านยังอยู่ อย่างน้อยๆ ทรัพย์สินส่วนที่โอนมาเป็นชื่อของหล่อนก็น่าจะพอเลี้ยงชีวิตสองพ่อลูกได้ตามอรรถภาพ

        “อ่านทุกอย่างให้จบก่อน แล้วเราค่อยคุยกัน” หญิงสาวเพิ่งอ่านจดหมายไปได้ไม่กี่ตัวก็ทำท่าจะรับความจริงไม่ได้ แต่เขาก็จำเป็นต้องบังคับให้หล่อนทำความเข้าใจกับสถานการณ์ทั้งหมดก่อน

        “เพลง...ไม่อยากรับรู้อะไร”

        “จะไม่ให้เชื่อได้ยังไงว่าพ่อของคุณตั้งใจฆ่าตัวตายหนีปัญหา ในเมื่อความอ่อนแอทุกอย่างมันเห็นได้ชัดบนตัวคุณ แค่ทำใจอ่านเอกสารพวกนี้ให้จบยังทำไม่ได้”

        เขาตั้งใจว่ากระทบให้หล่อนได้สติ พิณพลอยเงยหน้าขึ้น หยดน้ำตาคลอหน่วย เสียงสั่นพร่า

        “เพลง...”

        “ผมให้เวลาคุณกับเอกสารพวกนี้ทั้งคืน พรุ่งนี้เราค่อยมาคุยกันใหม่ ถ้าเรื่องของเพลงเป็นเรื่องที่จัดการได้ง่ายๆ ผมคงไม่ต้องปวดหัวแบบนี้หรอก”

        หญิงสาวไม่ยอมเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แต่แสงอาทิตย์ก็ยังเห็นหยดน้ำตาไหลรินอาบสองแก้ม หล่อนไม่สะอื้นให้ได้ยินสักนิด แค่นั้นก็ถือว่ามากพอแล้วสำหรับคนที่ไม่ชอบเห็นน้ำตาของผู้หญิง

        “แล้วพบกันพรุ่งนี้ ในนั้นมีจดหมายถึงคุณ ผมไม่ทราบหรอกนะว่าคุณพบธรรมเขียนอะไรไว้ แต่คิดว่าอาจจะทำให้ตัดสินใจได้มากขึ้น”

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

        หนี้นอกระบบ!!!

        หนี้พนัน!!!

        ถ้าเอกสารและจดหมายที่พิณพลอยเปิดอ่านในห้องทำงานของเขาทำให้หล่อนเกิดอาการตะลึงพรึงเพริดมากแล้ว จดหมายปิดผนึกที่พบธรรมเขียนฝากไว้ถึงหล่อนก็ยิ่งทำให้คนอ่านเกือบล้มทั้งยืน

        นอกจากหนี้สินที่เกิดจากการกู้ยืมตามกฎหมาย จนศาลพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย พ่อของหล่อนยังกู้ยืมหนี้นอกระบบ และกลายเป็นนักพนัน โดยที่หล่อนไม่เคยรู้ระแคะระคายมาก่อน

        มือที่จับกระดาษสั่นระริกเมื่อเลื่อนสายตาอ่านข้อความแต่ละบรรทัด จนหมดลมหายใจไปแล้ว พ่อยังอุตส่าห์ห่วงและสั่งเสียหล่อนว่าอย่าไปยุ่งเกี่ยวกับคนพวกนั้น ขอให้รักษาคีรีวลัยเอาไว้ให้ได้ โดยยึดแสงอาทิตย์เป็นที่ปรึกษา เห็นได้ชัดว่าพ่อไว้ใจผู้ชายคนนั้นมาก

        กว่าจะอ่านจดหมายจบ ตาหล่อนก็พร่าไปด้วยม่านน้ำตา แวบหนึ่งพิณพลอยนึกกล่าวโทษว่าเป็นความผิดของบิดาที่จู่ๆ ก็เข้าไปเกี่ยวข้องกับวังวนการพนันทั้งที่เข้มงวดกวดขัน สั่งสอนลูกไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้นมาโดยตลอด แต่แล้วหญิงสาวก็ต้องตำหนิตัวเองที่คิดแบบนั้น ที่จริงหล่อนต่างหากที่ผิด ไม่เคยรับรู้เลยว่ามีเรื่องร้ายแรงแบบนี้เกิดขึ้น และไม่เคยได้ช่วยหาทางแก้ไขเลยสักนิด

        “มีเรื่องถึงขนาดนี้ ทำไมคะ ทำไมคุณพ่อไม่บอกเพลงสักคำ”

        พิณพลอยไม่อยากให้เวลาเช้ามาถึง ไม่รู้จะเอาหน้าไปพบแสงอาทิตย์ได้อย่างไร ในเมื่อเหตุการณ์กลับพลิกผันเป็นเช่นนี้ไปแล้ว

        ...แต่ธรรมชาติทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์เสมอ ในที่สุดรุ่งเช้าก็มาถึง พร้อมกับแสงตะวันที่สาดส่องและหล่อนต้องพบกับเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้

/////////////////////////////////////////////////////////

        คนรับใช้แจ้งให้หญิงสาวรู้ว่าแสงอาทิตย์รออยู่ที่ห้องอาหารที่ต้องเดินข้ามไปอีกฝั่งของระเบียงบ้าน พิณพลอยเดินไปสมทบด้วยท่าทางเงื่องหงอย ไม่นึกอยากกินอะไรเลย อากาศเช้านี้ขมุกขมัวพอๆ กับจิตใจของหล่อน หมอกลงจัดถึงขนาดที่ว่ามองเห็นสิ่งที่อยู่ห่างออกไปในราวหนึ่งเมตรได้ไม่ถนัดตา

        แต่ชีวิตพิณพลอยดูจะมืดมัวกว่า

        “คุณได้อ่านจดหมายหรือยังคะ” หญิงสาวลองถามเขาอีกครั้ง แม้เมื่อคืนแสงอาทิตย์จะบอกให้รู้แล้วก็ตามว่าไม่เคยแตะต้องจดหมายนั้น นอกจากทำหน้าที่เก็บมันเอาไว้มอบให้หล่อนเมื่อถึงเวลา

        “พ่อของคุณฝากจดหมายเอาไว้ ไม่ใช่เรื่องที่ผมจะต้องเปิดอ่าน”

        “ถ้าอย่างนั้น...” หญิงสาวส่งซองกระดาษในมือให้เขา ชายหนุ่มมองหน้าหล่อนแวบหนึ่งแล้วรับมันไปเปิดอ่าน

        “เพลงคิดไม่ถึงว่าจะมีเรื่องซับซ้อนแบบนี้”

        “ผมก็ไม่คิดเหมือนกัน” แสงอาทิตย์กวาดสายตาลงบนจดหมายแล้วเงยหน้าขึ้นตอบหล่อน “ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้วคิดจะทำยังไงต่อ”

        “เพลงคงต้องรบกวนคุณ แต่ไม่ใช่อย่างที่พ่อบอกในจดหมายหรอกนะคะ”

        “แล้วยังไง”

        “ก็...อย่างที่เพลงบอกแต่แรก ถ้าคุณจะช่วยซื้อหุ้นทั้งหมดเอาไว้ แล้วบริหารโครงการทั้งหมดเอง ฉันยอมขายทุกอย่างแบบไม่เอากำไรเลยด้วยซ้ำ ได้เงินมาเท่าไหร่ก็จะโอนคืนใช้หนี้ส่วนที่พ่อยืมคุณมาทันที”

        พิณพลอยรู้สึกเหมือนเป็นคนสิ้นไร้ไม้ตอก การบากหน้าขอความช่วยเหลือจากคนอื่นเป็นสิ่งที่หล่อนไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะต้องทำในชาตินี้

        “ตาผมถามบ้าง...” เขาใช้สายตาคมกริบมองหล่อนหลังจากเป็นคนฟังมานาน พิณพลอยต้องยกมือขึ้นลูบแขนทั้งสองข้าง ความรู้สึกเสียวสันหลังเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ

คิดว่าจะเหลือเงินสักเท่าไหร่หลังจากเราซื้อขายหักกลบลบหนี้กันแล้ว แล้วคำถามเดิมที่ยังไม่ตอบ คุณจะทำอะไรต่อหลังจากนี้ และสุดท้ายในเมื่อรู้ว่ามีเจ้าหนี้เพิ่มมาอีกแบบนี้ คิดว่าเขาจะไม่มาตามทวงหนี้ที่พ่อคุณติดค้างอยู่หรือไง” เขาถามเป็นชุดจนหล่อนตั้งตัวแทบไม่ติด

        “พะ...เพลงว่าคงไม่ หนี้พวกนั้นไม่มีสัญญาทางกฎหมาย พ่อก็เสียไปแล้ว เพลงกลับเมืองไทยมาตั้งเกือบเดือนก็ไม่เห็นมีใครแสดงตัว”

        หล่อนแทบตอบคำถามเหล่านั้นไม่ได้ พยายามหลอกตัวเองว่าคงไม่มีเหตุการณ์ร้ายๆ อย่างที่แสงอาทิตย์พยายามขู่ให้กลัว ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วหนี้นอกกฎหมายนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าเป็นหนี้ในระบบธนาคารเสียอีก จุดจบของคนที่ไม่มีเงินไปคืนไม่ใช่แค่ถูกฟ้องล้มละลาย แต่อาจจะไม่มีลมหายใจบนโลกนี้อีกต่อไป และคงเป็นเพราะเรื่องนี้ก็ได้ พ่อของหล่อนถึงตัดสินใจจบชีวิตตัวเองลง ไม่ใช่เพราะต้องการสินไหมทดแทนจากกรมธรรม์ประกันชีวิตเหมือนที่หล่อนและแสงอาทิตย์เข้าใจเมื่อคืน

        “เพราะมันเป็นเรื่องนอกกฎหมายถึงได้น่าเป็นห่วง ถ้ามันเป็นหนี้สินตามกฎหมายถูกต้องยังพอมีทางตกลงหรือว่าประนีประนอมยอมความกันได้ กับคนพวกนั้นอย่าคิดว่าไม่มีหลักฐานอะไรแล้วพวกมันจะยอมปล่อยให้หนี้สูญไปเปล่าๆ ผมถามเพื่อให้คุณลองคิดว่าถ้ามันมีเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นจริงๆ จะทำยังไง แต่ถ้าไม่มีก็ดี”

        “แล้วถ้ามันเกิดขึ้นจริงๆ จะให้เพลงทำยังไงคะ คงต้องขับรถไปชนตรงโค้งนั้นตามรอยพ่อ เรื่องจะได้จบ” หญิงสาวตั้งใจประชดออกมาอย่างโง่ๆ ทำเอาคนฟังฟิวส์ขาด ตวาดเสียงดังจนหล่อนใจสั่น คาดไม่ถึงว่าเขาจะกล้าแสดงท่าทางแบบนี้

        “อย่ามาทำอวดเก่งเรื่องโง่ๆ แบบนี้ให้ผมเห็นอีกนะเพลง ถ้าคุณไม่รักชีวิตตัวเอง อยากจะขับรถไปลงเหวที่ไหนก็เอา ไม่ต้องเที่ยวประกาศบอกใครหรอก เพราะถ้าไม่ทำแล้วก็เท่ากับเป็นการพูดพล่อยๆ เท่านั้นเอง”

        พิณพลอยกัดริมฝีปากแน่น มือสองข้างกำเข้าหากันจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ ทุกถ้อยคำของคนตรงหน้าเฉือนหัวใจหล่อนแทบขาดวิ่น หน้าแดงทั้งโกรธและอาย และต่อให้เขาพูดถูกแทบทุกคำ แต่วิธีการพูดที่ทั้งตรงและรุนแรงแบบนี้ก็ไม่ต่างกับเอาปืนมายิงแสกหน้าหล่อนสักเท่าไหร่

        ทิฐิทำให้หญิงสาวเก็บกลืนน้ำตาเอาไว้ไม่ให้มันไหลออกมาเป็นพยานความขายหน้า ยังไม่ทันคิดหาทางตอบโต้กลับไป แสงอาทิตย์ก็ยิงคำถามใส่หล่อนต่อทันที

        “รู้ไหมว่าคุณพบธรรมเคยพูดฝากคุณกับผมไว้ยังไง”

        “ท่านคงไม่ได้คิดจะยกฉันให้คุณมั้งคะ” พิณพลอยทำเสียงเยาะ ไม่มีความคิดว่าสิ่งที่ประชดออกไปจะเป็นจริงสักนิดเดียว

        “ถ้าผมตอบว่าใช่ล่ะ”

        “ไม่จริง” หล่อนแทบจะตะโกนใส่หน้าเขา เด็กรับใช้ที่ยกอาหารเช้ามาเสิร์ฟจ้องมองทั้งคู่ด้วยท่าทางสงสัย แต่พอชายหนุ่มหันไปโบกมือทีเดียวก็รีบวางถาดในมือลงแล้วเดินหลบฉากไป

        “ลูกสาวที่กำลังจะเรียนจบจากต่างประเทศ หน้าตาดี ที่พ่อของคุณเอ่ยปากฝากฝังเอาไว้ คงไม่ใช่ใครอื่นหรอกมั้ง นอกเสียจากว่าคุณพบธรรมจะมีลูกสาวอีกคนที่ไม่ใช่คุณ”

        “คุณคิดไปเองหรือเปล่า ปกติคงจะดูแลผู้หญิงมากเสียจนคิดว่าจะต้องเที่ยวดูแลใครต่อใครแบบนั้นทั้งหมดสิคะ”

        “แต่เผอิญว่า...ข้อตกลงระหว่างผมกับพ่อของคุณเป็นแบบนั้นจริงๆ ซะด้วยสิ” ชายหนุ่มหยิบจดหมายอีกฉบับส่งให้หล่อนบ้าง พิณพลอยไม่ยอมรับมันมา หล่อนเหลือบมองแล้วทำเป็นไม่สนใจ หาทางกลบเกลื่อนด้วยการโวยวาย

        “บ้า...มีแต่เรื่องบ้าๆ นี่มันอะไรกัน ชีวิตฉัน กลับมาเมืองไทยเพราะข่าวร้ายว่าพ่อตาย เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีเรื่องพวกนี้อีก”

        “ถ้าคุณยังร้องกรี๊ดๆ อยู่แบบนี้ รับรองว่าได้บ้าตามที่พูดแน่ๆ หยุดแล้วก็คิดได้แล้ว”

        เสียงตบโต๊ะดังปังหยุดหล่อนได้ทันที พิณพลอยไม่ใช่คนช่างโวยโดยพื้นฐานอยู่แล้ว หล่อนแกล้งแสดงอาการไปอย่างนั้น พอเจอคนจริงเสียงดังกว่าก็ชักใจสั่น

        “ท่านฝากให้ผมดูแลคุณ คนอื่นจะคิดยังไงไม่รู้ แต่ผมไม่ใช่สถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า ที่จะเก็บใครต่อใครมาเลี้ยงดูโดยไม่นึกถึงผลตอบแทนที่จะได้รับ”

        “แบบนี้ต่างจากพวกเจ้าหนี้นอกระบบนั่นตรงไหน”

        “...ผมคงตอบคำถามนี้ไม่ได้หรอกนะคุณเพลง คุณเองก็ยังไม่เคยเจอพวกนั้น และก็หวังว่าจะไม่ได้เจอตลอดไปอย่างที่คิด แต่ที่รู้ๆ คือหนี้สินส่วนตัวระหว่างคุณกับผม ที่มีสัญญาทางกฎหมายรองรับ คงผูกเราสองคนให้เลี่ยงที่จะพบเจอกันได้ยากสักหน่อย”

        “หุ้นและสินทรัพย์ที่เหลืออยู่ของเพลงน่าจะเป็นประโยชน์กับคุณมากกว่า...เอ่อ...”

        “คิดอะไร...” เขาถามหล่อนเสียงดุ พิณพลอยหน้าเหลอ ในเมื่อกำลังพูดกันเรื่องตัวหล่อน แล้วเขาไม่ได้คิด...

        “เรื่องหนี้สินที่เรามีต่อกัน ยังไงคุณก็ต้องจัดการใช้คืนผมตามความเป็นจริง ส่วนเรื่องตัวคุณ...รับรองว่าได้ทำประโยชน์ให้ผมแน่ๆ”

        “คุณจะให้เพลงทำอะไร” หล่อนข่มใจ ข่มอายถามกลับไป แสงอาทิตย์ยื้อเกมด้วยการนิ่ง ปล่อยให้หล่อนใจหายใจคว่ำอยู่นานสองนาน

        “ผมยังไม่ได้คิด แต่ให้โอกาสคุณนั่นแหล่ะคิดก่อน หรือจะลองกลับไปทบทวนที่กรุงเทพฯ ดูก็ได้ สัก...เดือนนึงเป็นยังไง”

        ชายหนุ่มเสนอทางเลือกให้หล่อน...อย่างใจป้ำเหลือเกิน

        “คุณก็รู้ฉันไม่มีเวลามากขนาดนั้น” พิณพลอยแย้งเสียงอ่อนลง แต่แสงอาทิตย์กลับไม่ใจอ่อนด้วยสักนิด เขายื่นข้อเสนอที่เหมือนกับการต่อเวลาให้หล่อนมีชีวิตอยู่ในกรงขัง ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นสักกี่มากน้อย

        “นั่นก็แล้วแต่ว่าคุณจะคิดได้เร็วแค่ไหน”

        “คุณบอกมาตรงๆ ดีกว่าค่ะว่าคนอย่างฉันจะทำอะไรให้ได้...” หญิงสาวยังไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายจะได้ประโยชน์อะไรจากการยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือในครั้งนี้ หล่อนจ้องเขาตาแป๋ว ชายหนุ่มยักไหล่ ยิ้มอย่างไม่น่าไว้ใจและเปิดเผยข้อแม้ออกมาในที่สุด

        “ก็แค่มีปัญหาน่ารำคาญ และคิดว่าเพลงน่าจะช่วยผมได้”

        “ปัญหาอะไร แล้วคุณจะให้ฉันทำอะไร”

หล่อนไม่วางใจเขาสักนิด นับตั้งแต่พบหน้าแสงอาทิตย์ พิณพลอยรู้สึกว่าตัวเองตกเป็นรองอยู่ตลอด ที่สำคัญไม่อยากเชื่อว่าผู้ชายคนนี้จะมีปัญหาใดที่แก้ไขด้วยตัวเองไม่ได้จนต้องพึ่งพาคนอื่น โดยเฉพาะคนๆ นั้นคือหล่อน

        “ปัญหาเรื่องพิจิกา ผู้หญิงที่คุณเจอเมื่อวาน”

        “เท่าที่เห็น เธอไม่ใช่คู่มือของคุณนะคะ แค่คุณพูดสองสามคำเธอก็คงเตลิดไปแล้ว” พอรู้ว่าใครคือตัวปัญหา พิณพลอยยิ่งไม่เชื่อ เพราะเท่าที่เห็นพิจิกาไม่น่าจะทำอะไรผู้ชายคนนี้ได้หากเขาไม่ยอม แต่แสงอาทิตย์ยังคงยืนยัน

        “ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่พิจิกาคนเดียว แต่ไม่จำเป็นต้องบอกหรอกมั้งว่าเพราะอะไรหรือว่าเพราะใคร ที่รู้ๆ เพลงได้เปรียบแน่ๆ ถ้ายอมตกลง”

        “คุณจะใช้ฉันกันคุณไหมออกไปจากชีวิต” หญิงสาวเริ่มคาดเดาได้บ้างแล้ว ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ “คิดเหรอคะว่าคุณไหมจะเดาแผนนี้ไม่ออก”

        “ถ้าบอกว่าเราคบกันก็คงไม่มีประโยชน์ เพราะผมก็คบผู้หญิงตั้งมากมาแต่ไหนแต่ไร แต่ถ้าบอกว่าเราจะหมั้นกัน คงตัดปัญหาไปได้ซะที”

        “หมั้น...” หล่อนตื่นตกใจกับสิ่งที่เขาเสนอ บ้าเถอะ!

        “ใช่ เราจะหมั้นกัน นอกจากคุณจะช่วยกันไหมแล้วก็ผู้หญิงที่ผมไม่ต้องการออกไปได้ ฐานะคู่หมั้นของผมก็พอจะช่วยกันไม่ให้ใครกล้ายุ่งกับเธอเหมือนกัน”

        พิณพลอยตาเหลือกกับข้อแลกเปลี่ยนนั้นจนวางมาดยโสได้ไม่ตลอดรอดฝั่ง แป๊บเดียวเขาก็ทำให้ต้องร้องอุทานเสียงหลง

แล้วนานแค่ไหนคะ จนกว่าคุณจะเจอคนที่ใช่แล้วถอนหมั้นกับฉัน แล้วถึงวันนั้นเจ้าหนี้ของคุณพ่อย้อนกลับมาจะทำยังไง”

ถ้าเพลงช่วยผม รับรองว่าผมก็ช่วยเพลงเต็มที่เหมือนกัน”

        “แค่เล่นละครตบตาคุณไหมใช่ไหมคะ”

        “ก็อาจจะต้องรวมไปถึงคุณป้าด้วย” คำตอบของเขาทำให้หล่อนกระอักกระอ่วนใจ ลำพังต้องเล่นละครหลอกพิจิกายังพอทน แต่กับป้าของเขาที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายสิบปี  เกรงว่าจะหลอกผู้ใหญ่ไม่ได้

        “เพลงขอคิดดูก่อน” นิ่งคิดอยู่พักใหญ่พิณพลอยก็ยังไม่กล้ารับปาก แสงอาทิตย์เองก็ไม่เซ้าซี้เร่งเร้าเอาคำตอบ

        “เรื่องจดหมายของคุณพบธรรม ผมเก็บไว้เพื่อรอให้คุณได้อ่าน ส่วนการตัดสินใจว่าจะทำยังไงต่อไปเป็นของเพลงทั้งนั้น ส่วนเรื่องหนี้พนัน ผมคงไม่เข้าไปยุ่งถ้าคุณไม่อนุญาต”

        ทำไมหล่อนจะไม่อนุญาต ทำไมหล่อนจะไม่อยากให้เขาช่วย แต่ที่แสงอาทิตย์กำลังทำอยู่เรียกว่าแลกเปลี่ยนความช่วยเหลือกันต่างหาก และความต้องการของเขานั้นก็เกินกว่าที่หล่อนจะยอมรับได้ภายในเวลาไม่กี่นาที ต้องเอาชีวิตไปผูกติดกับอีกฝ่ายถึงระดับคู่หมั้นคู่หมาย

        “ฉันไม่อยากเชื่อว่าท่านจะตั้งใจฆ่าตัวตาย”

        “รูปการและหลักฐานที่เธอกับฉันเห็นมันชวนให้คิดว่าเป็นแบบนั้นไม่ใช่หรือไง แต่สุดท้ายแล้วเราก็ไม่รู้อยู่ดีว่าความจริงคืออะไร สุดแล้วแต่เธอจะเชื่อแล้วก็ยอมรับความจริงได้แค่ไหน ถ้าเธอจะเชื่อว่าพ่อจากไปเพราะอุบัติเหตุแล้วสบายใจก็ตามใจ แต่ฉันขอเตือนอีกเรื่องหนึ่ง จดหมายในมือนั้นทำลายมันทิ้งไปซะ เก็บไว้ต่อไปก็ไม่เกิดประโยชน์ เพราะถ้ามันไปอยู่ในมือของเจ้าหน้าที่หรือพนักงานจากบริษัทประกัน รูปคดีที่สรุปออกมาอาจจะเปลี่ยน คงรู้ใช่ไหมว่าผลของมันจะเลวร้ายแค่ไหน”

        “คุณไม่ลองคิดทบทวนดีๆ อีกสักครั้งหรือคะ เท่าที่ศึกษาเอกสาร คีรีวลัยน่าจะทำกำไรได้ปีหนึ่งไม่น้อย ขอแค่มีงบประมาณสานต่อให้โครงการสร้างเสร็จครบตามที่โฆษณาเอาไว้ เห็นแก่คุณพ่อ คุณรับซื้อเอาไว้แล้วช่วยดูแลมันต่อแทนท่าน ดีกว่าปล่อยให้มันอยู่ในมือคนไร้ประสบการณ์อย่างเพลง ส่วนเรื่องผู้หญิงที่จะมาเป็นคนกันท่าคุณพิจิกา คุณน่าจะหาคนอื่นได้ไม่ยาก”

        พิณพลอยพยายามอีกครั้ง หล่อนคิดว่านี่เป็นการพูดที่ยาวที่สุดแล้วนับตั้งแต่พบเขา และเป็นการพูดหลังจากคิดไตร่ตรอง ลำดับเหตุผลที่จะยกมาอ้างอย่างเต็มความสามารถ ทว่าก็ยังไม่ได้ผล แสงอาทิตย์ส่ายหน้าปฏิเสธแทบจะทันที

        “ฉันไม่ไว้ใจคนอื่น ถ้าเกิดเขาคิดจริงจังเรื่องหมั้นขึ้นมาจะทำยังไง”

ถ้าคุณกลัวเรื่องนั้น ทำไมไม่คิดว่าเพลงอาจจะทำบ้างก็ได้” จากหว่านล้อมกลายเป็นข่มขู่ แต่แสงอาทิตย์กลับยักไหล่ ท่าทางไม่เห็นหล่อนอยู่ในสายตาหรือคิดว่าจะสามารถหักหลังเขาได้เลยสักนิด

สำหรับเธอ ถ้ากล้าก็ลองดู”

หญิงสาวถอนใจ ในที่สุดก็เป็นฝ่ายโดนต้อนเข้ามุมโดยไม่รู้ตัว แสงอาทิตย์ยิ้มเย็น ใช้วิธีการย้อนถามกลับ

ที่ฉันพูดมาทั้งหมดนั้นเธอยังไม่เข้าใจอีกหรือไง ต่อให้ฉันยอมทำตามข้อเสนอ ขอถามหน่อยเถอะว่า หลังจากนี้เธอจะใช้ชีวิตต่อไปยังไง ถ้าถูกพวกเจ้าหนี้คนอื่นๆ ตามทวง เงินที่จะได้จากการขายหุ้น มันก็แค่พอใช้หนี้ให้ฉันคนเดียวเท่านั้น”

เพลงคิดว่าจะขายบ้านที่กรุงเทพฯ ด้วย แล้วกลับไปอยู่อังกฤษ”

คิดว่าจะขายได้สักเท่าไหร่ บ้านของเธอทำเลดีนะ แต่คงไม่ขายออกง่ายๆ หรอก แล้วถึงขายได้รู้ไหมว่าเงินแค่นั้นสำหรับเมืองไทยทุกวันนี้มันก็เป็นได้แค่พลเมืองระดับสอง ไม่ใช่เศรษฐีมหาเศรษฐีอย่างเมื่อก่อน แล้วถ้าเป็นที่อังกฤษ...”

หญิงสาวถึงกับหน้าเมื่อถูกตอกกลับมาตรงๆ ความหวังที่ริบหรี่อยู่แล้วแทบจะดับสูญ ทำไมจะไม่รู้เล่าว่าการจะใช้ชีวิตอยู่ที่อังกฤษต้องใช้เงินมากสักแค่ไหน และหล่อนจะได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศนั้นง่ายๆ เหมือนเมื่อครั้งยังเป็นลูกสาวเศรษฐีหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ แต่ก็ยังหลอกตัวเองว่านักศึกษาที่ไปเรียนพร้อมกับทำงานไปด้วยก็มีให้เห็นเยอะแยะไป

เพลงมีเพื่อนอยู่ที่นั่น”

บ้านเพื่อนน่ะ ไปเป็นแขกชั่วครั้งชั่วคราวมันก็มีความสุข คุยกันสนุกสนานดี แต่รู้ไหมว่าจากประสบการณ์ของฉัน ถ้าคิดจะไปอาศัยเขาอยู่นานๆ เพื่อนที่ว่ารักๆ กัน เลิกคบกันมานักต่อนักแล้ว”

ตกลงไม่ว่าจะพูดอะไร หล่อนคงไม่มีวันชนะเขาได้เลยสินะ!!!

เพื่อนฉันไม่ใช่คนแบบนั้นหรอกค่ะ”

แสงอาทิตย์ส่ายหน้า ท่าทางมั่นใจเต็มเปี่ยมของเขาทำให้หล่อนหมั่นไส้อย่างรุนแรง คนอะไรพูดจาบั่นทอนกำลังใจได้อย่างร้ายกาจ ไม่มีเลยสักคำที่จะปลอบโยน ถึงความจริงจะเป็นสิ่งไม่ตายก็ตาม แต่การที่เขาโยนมันใส่หล่อนติดๆ กันโดยไม่คิดจะพักแบบนี้ ราวกับต้องการให้หล่อนล้มลงนอนตายแทบเท้าเขา

เขาร่ายมนต์บทไหนใส่พ่อของหล่อนกันนะ บิดาถึงได้บอกว่าผู้ชายคนนี้เป็นที่พึ่งให้ได้

ไม่จริงสักนิด...เขาไม่ใช่ที่พึ่ง แต่เพราะหายใจเข้าออกเป็นผลประโยชน์ และตั้งใจจะตักตวงสิ่งนั้นจากหล่อนจนคุ้มค่าเงินที่จะต้องเสียให้มากกว่าเป็นผลประโยชน์ที่ทัดเทียมต่างหาก

        “ถ้าอยากกลับไปคิดทบทวนที่กรุงเทพฯ ก็บอกได้นะ ฉันจะให้คนขับรถไปส่งที่สนามบิน”

        “ค่ะ เพลงต้องกลับแน่ๆ” หล่อนตอบเขาด้วยสายตาท้าทาย ใครจะไปอยากทนอยู่ที่นี่ให้อึดอัดใจกันเล่า

///////////////////////////////////////////////////////////////////////

พิณพลอยได้คำตอบจากสายการบินว่าต้องรออีกสองวันกว่าจะได้กลับกรุงเทพฯ ตามความต้องการ ตั๋วเครื่องบินของทุกสายการบินบังเอิญถูกจองเต็มหมด และหล่อนก็ไม่อยากทรมานตัวเองด้วยการนั่งรถทัวร์เป็นเวลาหกเจ็ดชั่วโมง

        “งั้นก็นั่งคิดนอนคิดอยู่ที่นี่ไปก่อน ถ้าจะให้ดีเธอให้ใครพาไปเดินสำรวจโครงการเอาไว้ประกอบการตัดสินใจด้วยก็ได้”

        แสงอาทิตย์พูดยิ้มๆ เมื่อรู้ว่าหล่อนยังกลับไม่ได้อย่างที่ต้องการ รอยยิ้มนั้นทำให้พิณพลอยหงุดหงิดไม่น้อย

        “ค่ะ” หล่อนกระแทกเสียง “ถ้าอย่างนั้นคงต้องรบกวนคนของคุณให้ช่วยพาไปส่งที่สำนักงานของคีรีวลัยซะวันนี้เลย จะได้มีเวลาสำรวจตรวจสอบกันนานๆ”

        “ได้...จะไปตอนนี้เลยหรือเปล่า” ชายหนุ่มลุกขึ้นสนองตอบคำประชดของหล่อนทันทีทันใด

        “คงต้องขอเวลาสักชั่วโมงเตรียมตัว ไปสภาพนี้พนักงานคงจะไม่ศรัทธานักหรอกค่ะ” หญิงสาวก้มมองตัวเองที่อยู่ในชุดลำลอง เสื้อยืดกางเกงผ้าฝ้ายสีสดยาวแค่เข่า ไม่ได้พิถีพิถันในการประโคมโหมแต่งตัวมากนัก

        “เรียบร้อยแล้วก็บอกกับเด็กแล้วกัน”

        เขาสั่งเรียบร้อยก็เดินออกไปจากห้องนั้น ปล่อยให้หล่อนกลับเข้าห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้า กลับออกมาอีกครั้งแสงอาทิตย์ที่นั่งรออยู่บริเวณระเบียงบ้านก็ลุกขึ้นเดินนำไปที่รถ

        “เชิญ...”

        “คุณ...ไปส่งเพลงเองหรือคะ” หญิงสาวถามเพื่อความแน่ใจ หลังจากพบว่าไม่มีใครในที่นั้นที่จะไปส่งหล่อนได้นอกจากเขา แสงอาทิตย์พยักหน้ารับ

        “ใช่สิ วันนี้ผมขาดงานมาคุยกับคุณอยู่แล้วก็จะสละเวลาให้ทั้งวันเลยแล้วกัน หรือจู่ๆ คุณจะโผล่เข้าไปที่คีรีวลัยเอง โดยไม่มีคนรู้จักเลยสักคน แล้วแนะนำตัวว่าเป็นใครมาจากไหนอย่างนั้นก็ได้นะ เอาไหมผมจะได้ให้คนขับรถไปส่ง”

        “ไม่ค่ะ...คุณไปด้วยก็ดีแล้ว” หล่อนรีบตามเขาไปที่รถ เปิดประตูขึ้นนั่งที่เบาะด้านข้าง นั่งเงียบไปตลอดทางจนเกือบจะถึงปลายทาง

        “ที่จริงฉันไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับที่นี่เลยสักนิด”

หญิงสาวพยายามพูดให้เขาเข้าใจ ว่าหล่อนเป็นใครก็ไม่รู้ที่จู่ๆ โผล่มาเป็นเจ้าของคีรีวลัย ด้วยอุบัติเหตุของพ่อบังคับให้ต้องรับหน้าที่นี้ คนข้างๆ ที่กำลังทำหน้าที่สารถีส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย

        “ความสำคัญมันอยู่ที่ตัวคุณจะสร้างมันขึ้นมาได้หรือเปล่า ตอนนี้ไม่ แต่อนาคตก็ไม่แน่ ขอแค่มีใจให้กับงานเท่านั้น”

        “นั่นแหล่ะค่ะปัญหา...ฉันไม่รู้สึกว่าตัวเองมีใจให้งานนี้เลย”

        แรงกระชากรถทำให้หล่อนเกือบจะกรี๊ด เหมือนแสงอาทิตย์จะจงใจเหยียบเบรกเสียจนเครื่องยนต์กระตุก ปรายตามองมาที่หล่อนแวบหนึ่งอย่างดูแคลน แล้วออกรถต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

        “ขนาดธุรกิจที่พ่อตัวเองสร้างขึ้นมายังไม่กล้าบริหารจัดการต่อ เธอยังกล้าคิดจะไปสมัครงานที่บริษัทฯ ของคนอื่นอีกอย่างนั้นเหรอ แล้วคิดว่าจะมีใครเขาอยากรับเธอ”

        “คุณพูดไปพูดมาก็อยากจะให้ฉันเป็นคนจัดการภาระพวกนี้ แถมยังต้อง...ต้อง”

        ถ้าเลี่ยงได้ พิณพลอยไม่อยากวกไปพูดถึงข้อแม้นั้น แต่ยิ่งเลี่ยงก็ไม่เป็นผล

        “เป็นคู่หมั้นของผมไม่ทำให้คุณสึกหรอหรอกมั้ง”

        “แต่ว่า...” พิณพลอยไม่ค่อยแน่ใจนักหรอก เพราะลำพังสายตาเขาเวลาจ้องหล่อน ก็ทำให้รู้สึกว่าตัวเองสึกหรอได้ในทางจิตใจไม่น้อย แสงอาทิตย์ทำท่ารำคาญและตัดบท ไม่รอให้หล่อนพูดจนจบ

        “ผมบอกแล้วว่ายังไม่ต้องตอบ ในเมื่อให้เวลาคิดแล้วก็ใช้ให้คุ้มค่า เกิดอะไรขึ้นจะได้ไม่ต้องเสียใจ”

        “คุณก็เหมือนกันนะคะ คิดใหม่บ้างก็ได้ จะได้ไม่ต้องเสียดาย เผื่ออีกหน่อยคีรีวลัยจะวอดวายเพราะฝีมือของฉัน หรือไม่ก็ได้กำไรมหาศาลจนอยากจะเป็นเจ้าของทั้งหมดซะเอง เสียดายที่ไม่ยอมซื้อหุ้นไว้แต่แรก”

        หญิงสาวย้อนกลับไปด้วยเหตุผลเดียวกัน แอบค่อนว่าในใจว่าคนระดับนี้กลับใช้วิธีการแก้ปัญหาที่เกิดจากผู้หญิงที่ไม่ต้องการ ปัญญาอ่อนสิ้นดี

        “หึ...”

เสียงหัวเราะสั้นๆ นั้นบาดใจพิณพลอยมาก มันแสดงชัดเจนว่าเขากำลังดูถูกและเยาะหยันหล่อนอยู่เช่นกัน

        “รู้ไหมว่าทักษะการพูดของคุณมันก็ใช้ได้นะ ถ้าเอาไปทำประโยชน์ทางด้านการตลาดของที่นี่”

        แสงอาทิตย์เลี้ยวรถเข้าไปยังสถานที่โอ่อ่าแห่งหนึ่ง ที่ทำเอาหล่อนตะลึงเพราะนึกว่ากำลังย่างก้าวเข้าสู่สวนในพระราชวังลึกลับ ที่เต็มไปด้วยกุหลาบนานาพันธุ์บานสะพรั่งเป็นนางเอกของที่นี่ รวมทั้งไม้ดอกเมืองหนาวอีกหลากหลายชนิด ไม่นึกเลยว่าพ่อของหล่อนจะเนรมิตสถานที่แบบนี้ทิ้งเอาไว้

        “สวยจังเลยนะคะ ขนาดยังสร้างไม่เสร็จนะเนี่ย”

        “น่าแปลกใช่ไหมล่ะ ที่คุณเพิ่งจะได้เห็น ทั้งที่เป็นเจ้าของโดยตรงแท้ๆ นี่ถ้า เข้าไปดูข้างในกันก่อนดีกว่า ยืนเถียงกับคุณอยู่อย่างนี้ พอดีได้เวลาเลิกงาน พนักงานกลับกันหมด”

        “คุณก็นำเข้าไปสิคะ” หล่อนรอให้เขาเป็นฝ่ายนำเข้าไปภายในสำนักงานโครงการ ที่ตอนนี้เหลือพนักงานอยู่ไม่มากนัก หนึ่งลาออกไปเพราะไม่แน่ใจในความมั่นคงของตัวเองหลังจากได้ข่าวการเสียชีวิตของพบธรรม และเสียงลือเสียงเล่าอ้างเกี่ยวกับการขาดสภาพคล่องของโครงการ

        ที่ยังอยู่คงเป็นหัวหน้าฝ่ายบัญชี ที่รีบแจ้งรายละเอียดงบต่างๆ ให้หล่อนรับทราบทันทีที่รู้ว่าเป็นใคร พิณพลอยจึงได้รู้ว่าทุกวันนี้เงินใช้จ่ายในโครงการแทบจะไม่มีเหลือแล้ว และหากยังไม่มีเงินอีกส่วนหนึ่งเข้ามาช่วย หัวหน้าฝ่ายบัญชีเองก็คงต้องขอลาออกอีกคนหนึ่ง

        “ที่อยู่ช่วยก็เพราะเห็นแก่คุณพ่อของคุณค่ะ ท่านมีบุญคุณกับพี่มาก แต่ถ้าอีกหน่อยเราไม่มีเงินเดือนจ่ายให้พนักงาน พี่เองก็คงอยู่ไม่ได้ นี่ถ้าเปิดตัวโครงการเราต้องรับพนักงานใหม่อีกกว่าครึ่งร้อยด้วยซ้ำ”

        พิณพลอยจะเป็นลมเมื่อรับรู้ตัวเลขเหล่านั้น หล่อนจะหาเงินที่ไหนมาจ่าย หันไปสบตาแสงอาทิตย์ เขาก็ไม่ยอมหันมามอง ทั้งที่พิณพลอยแน่ใจว่าเขารู้ว่าหล่อนกำลังจะสติแตก

        “คุณเพลงมีแผนการอะไรบ้างคะ ตอนแรกพี่คิดว่าคุณเพลงจะไม่สนใจที่นี่ซะแล้ว รู้ไหมคะว่าคุณพบธรรมเคยบอกว่าอีกหน่อยจะยกที่นี่ให้คุณเพลงบริหาร ท่านรักที่นี่มากๆ ทุ่มเทเงินทองมาตรงนี้หมด หยุดโครงการอื่นๆ ที่กรุงเทพฯ เอาไว้ก่อน ทีแรกเห็นว่าจะสร้างคอนโดสองแห่งที่นั่น แต่ก็ระงับเอาไว้”

        พนักงานสาวมีท่าทางกระตือรือร้น เหมือนเห็นหล่อนเป็นเทพมาจุติ หารู้ไม่ว่าพิณพลอยก็แค่นางฟ้าตกสวรรค์ รอให้เทวดาที่มีพลังอำนาจมากกว่ามาช่วยดามปีกอยู่เหมือนกัน แต่หล่อนไม่เจอเทวดาใจดี ข้างๆ ตัวก็มีแต่ซาตานร้ายหลอกล่อให้ขายวิญญาณกับเขาเสียมากกว่า

        โธ่...พ่อขา ทำไมไม่สร้างคอนโดระดับกลางขายเหมือนเดิม  ป่านนี้เราสองคงรวยไม่รู้เรื่อง เพราะตั้งแต่น้ำท่วมกรุงเทพฯ คอนโดขายดีขึ้นไม่รู้กี่เท่าตัว

        “เพลงเองยังไม่ได้วางแผนอะไรไว้มากค่ะ เอาไว้คราวหน้าถ้าได้เจอกันจะลองบอกคร่าวๆ ให้ฟังนะคะ”

        พอได้ยินว่าพ่อรักและทุ่มเทกับที่นี่แค่ไหน หญิงสาวก็ใจอ่อน น้ำท่วมปากไม่กล้าบอกออกไปตรงๆ เหมือนตอนที่บอกแสงอาทิตย์ ว่าหล่อนคิดจะเอาตัวรอดโดยการทิ้งคีรีวลัยไปอย่างไม่สนใจอะไรทั้งนั้น

        “นี่คุณเพลงพักอยู่ที่ไหนคะ ที่นี่ก็มีห้องพักส่วนหนึ่งที่เข้าอยู่ได้แล้ว ถ้าย้ายมาอยู่ที่นี่น่าจะ...”

        “คุณเพลงพักอยู่ที่บ้านของผม น่าจะสะดวกแล้วก็ปลอดภัยกว่า แต่ตอนนี้เธอจะกลับกรุงเทพฯ น่าจะอีกสัปดาห์หนึ่งถึงจะกลับขึ้นมาใหม่”

        แสงอาทิตย์พูดแทรกขึ้นมาเมื่อเห็นว่าพนักงานทำท่าจะชักชวนให้หล่อนมาพักเสียด้วยกันในโครงการ พิณพลอยได้แต่ยืนเงียบอยู่ตรงกลาง ฟังคนสองคนพูดจาตกลงกันเหมือนกับว่าเรื่องที่พูดไม่เกี่ยวกับหล่อนอย่างไรอย่างนั้น

        “อยู่บ้านคุณซัน อืมม์...ก็ดีเหมือนกันนะคะ ที่จริงอยู่ที่นี่ก็คงไม่เหมาะเพราะว่าคนงานยังเข้าออก ดิฉันก็ลืมไปว่าคุณเพลงเป็นผู้หญิงคนเดียวซะด้วย”

        “อยู่ที่ไหนก็อันตรายทั้งนั้นแหล่ะค่ะ ถ้าเรื่องมันจะเกิด” หล่อนประชดชะตากรรมของตัวเองเมื่อสบโอกาส พนักงานสาวถึงได้รู้สึกถึงตัวตนของหญิงสาวอีกครั้ง หล่อนหัวเราะคิกๆ

        “แหม อยู่ที่บ้านของคุณซันน่ะปลอดภัยแน่ๆ ค่ะคุณเพลง ที่นี่ไม่มีใครกล้าแหยมกับเจ้าถิ่นแน่ๆ คุณเพลงปลอดภัยหายห่วง”

        “เหรอคะ...” หญิงสาวหันไปมองหน้าเจ้าของบ้าน นั่นแหละตัวอันตรายของแท้สำหรับหล่อน แต่พนักงานบัญชีคนนั้นดูเหมือนจะไม่รู้ว่านั่นคือการประชด ยังรับคำหนักแน่น ทำเอาพิณพลอยเหนื่อยใจยิ่งกว่าเดิมราวๆ ล้านเท่าเห็นจะได้

//////////////////////////////////////////////////////////////////////////



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ทาสมธุรส (วางแผงแล้ว ลงตอนจบ ๑๙ เมษา) ตอนที่ 11 : ๑๐... , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1023 , โพส : 3 , Rating : 15 / 3 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1

#3 : ความคิดเห็นที่ 147
ปัญหาหนัก แต่ก็ต้องสู้นะ ยังดีที่มี backup อยู่ หรือพูดให้ถูกต้องว่าโชคดีที่ถูกตาถูกใจ คนดี นะคะ
Name : fsn [ IP : 110.164.90.97 ]
Email / Msn: -
วันที่: 10 มีนาคม 2556 / 13:32

#2 : ความคิดเห็นที่ 145
ออกกับสำนักพิมพ์ไหนค่ะ

จะได้ตามไปซือในงานหนังสือได้ถูก

รอติดตามต่อค่ะ
PS.  
Name : pimpim< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ pimpim [ IP : 61.90.67.253 ]
Email / Msn: kitisarn_wallapa(แอท)yahoo.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 มีนาคม 2556 / 22:55


#1 : ความคิดเห็นที่ 140
ชอบพระเอกจังค่่ะ >//
Name : ninki [ IP : 110.49.251.47 ]
Email / Msn: ninki_bsquid(แอท)hotmail.com
วันที่: 8 มีนาคม 2556 / 09:55

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

Blood Incident ทีมผมไม่ (วุ่น) วายนะครับ

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android