สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

DreakOnline *ศึกอภิมหาสงครามสามหมู่*

ตอนที่ 65 : บทพิเศษ :: ตำนานหกมิตรภาพนิรันดร์


     อัพเดท 24 เม.ย. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: Dreak, Online, นิยาย, เกมออนไลน์, นิยายเกมออนไลน์, เดรกออนไลน์
ผู้แต่ง : JeSSelaR ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ JeSSelaR Email : Jesselar(แอท)hotmail.co.th
My.iD: http://my.dek-d.com/jaykung1997
< Review/Vote > Rating : 78% [ 16 mem(s) ]
This month views : 620 Overall : 96,215
1,463 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 544 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
DreakOnline *ศึกอภิมหาสงครามสามหมู่* ตอนที่ 65 : บทพิเศษ :: ตำนานหกมิตรภาพนิรันดร์ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1892 , โพส : 15 , Rating : 30 / 6 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


บทพิเศษ

ตำนานหกมิตรภาพนิรันดร์

 

ณ กรุงขีดขิน ภายในเขตแดนกรุงอโยธยา แห่ง ป่าหิมพานต์

ภายในกรุงขีดขิน ที่สร้างจากหินเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็มีความงดงามจากธรรมชาติเป็นเลิศอย่างน่าอัศจรรย์ใจเป็นที่สุด

และที่สำคัญ..เมืองนี้ ปกครองโดยเหล่า ‘กบิล’ ที่มีลักษณะร่างกายาเป็นวานร ขนาดตัวสูงใหญ่เท่ามนุษย์ปกติ เดินหลังตรง ผิดจากวานรทั่วไป

พญาสุครีพ มีกายาสีแดง มียศฐาเป็น พญาไวยวงศามหาสุรเดช ครองกรุงขีดขิน!

ภายในพระราชวัง ที่มีลักษณะเป็นทรงไทยโบราณ สร้างจากอิฐปูนสีขาวสะอาด จั่วสามเหลี่ยมสีทองดูเป็นสง่า รายล้อมไปด้วยกำแพงทองคำ และบนยอดพระราชวังนี้ มีระเบียงสีขาวใหญ่ ซึ่งมักจะปรากฏร่างของวานรเผือก ประดับประดาไปด้วยเครื่องประดับทองคำสะอาด ประณีตและสวยงามยิ่ง กับวานรเคียงข้างมากมาย

แววตาสีดำสนิทของวานรเผือก ดูเหม่อลอย ทั้งๆที่ข้างกายา ก็มีสหายมิตรวานรมากมายนั่งเคียงข้างถึงสิบแปดตน..ทั้งหมดคือเหล่า 18 มงกุฎ..เหล่าทหารวานรของหนุมาน วานรเผือกตนนี้นี่เอง!

“เป็นอะไรรึ? ท่านหนุมาน”

เกยูร วานรสีม่วงแก่ หัวโล้นเกลี้ยง ปากอ้า..1 ใน 18 มงกุฎ อดีตชาติคือท้าววิรุฬหก จตุโลกบาลแห่งทิศใต้ เอ่ยทักขึ้น..เมื่อเห็นว่านายเหนือหัวของตนมีท่าทางที่แปลกๆไป

“ไม่มีอะไรหรอก เกยูร..ข้าแค่รู้สึกเซ็งๆเท่านั้นแล”

หนุมานเอ่ยตอบ ก่อนจะค่อยๆยกเหล้าสุราขึ้นดื่ม โกมุท วานรสีบัวโรย ที่มีหัวโล้นเกลี้ยงคล้ายเกยูร แต่ปากหุบ ที่มีอดีตชาติเป็นพระหิมพานต์ เทพเจ้าแห่งป่าหิมพานต์จึงกล่าวเอ่ยถามออกมากับหนุมานอย่างสงสัยเป็นที่สุด

“ท่านเซ็งอะไรรือ? บอกข้าทีเถิด..จะได้เร่งแก้ไขได้ เพื่อสร้างความรื่นเริงให้กลับมาสู่ท่านอีกครา”

เมื่อได้ยินโกมุทพูดดังนั้น ไชยามพวาน วานรสีเทา หัวโล้นเกลี้ยง ปากอ้า อดีตชาติคือพระวิศาลเทพบุตร หรือพระอีศาณ จึงกล่าวเสริมด้วยเฉกเช่นเดียวกัน

“ใช่แล้ว! ข้า ไชยามพวาน..ขอให้สัตย์ ว่าจะทำทุกสรรพสิ่งที่พอจะกระทำได้ เพื่อสร้างความรื่นเริงแก่ท่านเช่นกัน”

ได้ยินดังนั้น หนุมานก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ ใบหน้าค่อยๆมีรอยยิ้มอีกครา แต่เป็นเพียงรอยยิ้มจางๆเท่านั้นเอง..ซึ่งนั่นก็เพียงพอแล้ว ให้เหล่า 18 มงกุฎได้ชื่นใจขึ้นบ้าง กับอารมณ์ที่ดูเหมือนจะค่อยๆดีขึ้นของหนุมาน

“หลังจากที่จบศึกกรุงลงกาแล้ว ก็มิมีผู้ใดที่ข้าจะประลองฝีมือได้ด้วยเลยแม้แต่คนเดียว ทำให้ข้าเริ่มเซ็งจนเหม่อลอยเช่นนี้แล” หนุมานถอนหายใจออกมาเบาๆ

“แล้วท่านนิลพัทล่ะ..ท่านหนุมานมิไปลองฝีมือกับท่านดูหรือ?”

มาลุนทเกสร วานรสีม่วงครามอ่อน หัวโล้น ปากหุบ อดีตชาติคือพระพฤหัสบดี หรือ เทพฤษี พระอาจารย์ของพระอินทร์ กล่าวเสนอความเห็นออกมา

“ข้าเริ่มเบื่อมันแล้วล่ะ..สู้กับมันมาก็ช้านาน มิมีผู้ใดชนะกันเลย จนมันไม่สู้กับข้าแล้ว!”

หนุมานบ่นอย่างคัดแค้นแน่นใจ ก่อนจะยกสุราขึ้นดื่มอีกครา!

“งั้นท่านจะทำอย่างไรเล่า?!”

วิมลวานร วานรสีดำหมึก หัวโล้น ปากหุบ ชาติก่อนคือพระเสาร์ เทพเจ้าแห่งกสิกรรม เอ่ยถามขึ้นมาอย่างสงสัย

“พวกยักษาก็แทบจะไร้พิษสงอีกแล้ว..หากทศกัณฑ์ไม่ฟื้นกลับมา ข้าคงมิมีโอกาสได้สนุกสนานเป็นแน่แท้ แต่ต่อให้ทศกัณฑ์กลับมา ข้าว่าพระรามคงมิพอใจแหงๆ...” หนุมานเอ่ยเปรยออกมา “แต่ว่าถ้าหากข้า...”

สิ้นคำพูดพญาวานรเผือกก็ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ ทำให้เหล่า 18 มงกุฎเริ่มเสียวสันหลัง กับสิ่งที่กำลังจะประสบกับความคิดของนายเหนือหัวตรงหน้า

“ท่านจะทำเยี่ยงไรรือ?!”

ไวยบุตร วานรสีมอครามแก่ หัวโล้น ปากอ้า อดีตพระพิรุณ เทพแห่งฝน เอ่ยถามออกมาเสียงสั่นๆ

“ข้าจะไปประลองฝีมือกับวานรหินขนทองแห่งสวรรค์ฝั่งตะวันออก..ซุนหงอคง!!”

ว่าแล้วพญาวานรเผือกก็พุ่งทะยานออกนอกเมืองขีดขินทันทีด้วยความสำราญใจ มุ่งหน้าสู่ พระราชวังแห่งกรุงอโยธยา ที่ประทับของพระรามและนางสีดาด้วยความเร็วสูงสุด

ไม่ช้านานก็ถึงพระราชวัง หนุมานตรงดิ่งเข้าไปยังแท่นประทับของพระราม ที่กำลังนั่งดูข้อมูลอะไรสักอย่างอยู่อย่างพึงพอใจ

“ข้าแต่องค์พระราม! ข้า พญาวานรเผือก หนุมาน แห่งกรุงขีดขินครับ!”

หนุมานกล่าว ก่อนจะคุกเข่าลงแสดงความเคารพ เรียกสายตาของพระรามให้หันมามองได้ด้วยความสงสัย

พระรามมีกายาสีเขียว ใบหน้ายิ้มแย้มดูอ่อนโยนเมตตา สวมชุดประดับปราดาอย่างประณีต ข้างกายคือสตรีสาวสวยงามเป็นที่สุด ผิวกายสีนวลงาม ดวงตาสีดำ ริมฝีปากอวบอิ่ม ส่งยิ้มมาให้วานรเผือกตรงหน้าอย่างเมตตาเฉกเช่นพระราม

“ตามสบายเถิดหนุมาน เจ้ามาพบข้าเฉกเช่นนี้..มีเรื่องปราการใดรึ?!”

“ข้าใคร่ที่จะขอประทานอนุญาตจากพระราม ไปท้าประลองกับ ฉีเทียนต้าเซิ่น ซุนหงอคง..แห่งสวรรค์ฝั่งตะวันออกของเง็กเซียนครับ” หนุมานกล่าว

“อืม~ ฉีเทียนต้าเซิ่น ซุนหงอคง..วานรหินขนทองใช่รึไม่?” พระรามถาม

“ใช่ครับ!”

“งั้นข้าขอเวลาสักสองสามชั่วโมง เพื่อพบปะพูดคุยกับองค์เง็กเซียนเสียหน่อยแล้วกัน..”

พระรามเอ่ยกล่าว หนุมานจึงขอตัว แล้วเดินออกมานอกวังทันที เพื่อกลับกรุงขีดขิน ไปยังจุดเดิมที่กำลังดื่มสุรากับ18มงกุฏ

“ท่านไปกลับเร็วเหลือเกิน..ท่านหนุมาน?!”

สัตพลี วานรสีขาวผ่อง หัวโล้น ปากหุบ อดีตพระจันทร์ เทพเจ้าแห่งแสงสว่างยามราตรีเอ่ยขึ้นอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นหนุมานกลับมาในเวลาไม่นานเฉกเช่นนี้

“ข้าเพิ่งไปขออนุญาตจากพระรามเท่านั้น ยังมิได้ไปท้าประลองกับฉีเทียนต้าเซิ่น ซุนหงอคงหรอกนะ..เพราะหากมีปัญหาระหว่างเทพด้วยกัน แล้วมันจะลำบากองค์พระรามเสียมากกว่า”

หนุมานอธิบาย ก่อนจะดื่มสุรากับมิตรสหาย18มงกุฎอย่างรื่นเริง หารู้ไม่ว่า..ความต้องการประลองฝีมือในครั้งนี้นั้น..จะได้สร้างชะตาลิขิตบางสิ่งให้กับพญาวานรเผือกตนนี้อย่างใหญ่หลวงแล้ว!!

 

ทางด้านดินแดนสวรรค์ ณ ตำหนักเง็กเซียน ที่กำลังนั่งสนทนากับพระรามแห่งกรุงอโยธยาผ่านทาง D – Watch คล้ายๆแบบทีมงานเกม แต่เป็นสีทองอร่าม

“จริงรึ พระราม..?!”

เง็กเซียนฮ่องเต้ ชายฉกรรจ์เคราดำ ดวงตาคมกริบดั่งอินทรี ริมฝีปากสั่นระริกเบาๆอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ตนพึ่งรับรู้

“จริงแท้แน่นอน เง็กเซียน! พญาวานรเผือกของข้า..หนุมานยืนกรานเช่นนั้นจริงๆ”

พระรามเอ่ยตอบ ทำให้เง็กเซียนถอนหายใจเบาๆอย่างโล่งอก

“ตกลง! ข้าอนุญาตให้ซุนหงอคง ประลองฝีมือกับท่านพญาวานรเผือก หนุมาน..ทหารเอกของเจ้าได้แล้วกัน! เพราะข้าเองก็อยากดูเจ้าปีศาจลิงตนนี้ ได้ถูกกำหราบเสียบ้าง ฮ่าๆ”

เง็กเซียนหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น ก่อนที่ร่างของชายฉกรรจ์ ขนสีน้ำตาลทอง สวมชุดเกราะแบบจีนโบราณ ออกแนวสีทองสลับกับแดงบ้างเป็นบางที่ แต่กางเกงกับเสื้อด้านในเกราะนั้นเป็นสีแดงทั้งชุด และที่สำคัญ..รัดเกล้าสีทองอร่ามยังคงประดับเป็นสง่าอยู่กลางหน้าผากเสียด้วย

“ข้า..ซุนหงอคง เทพบุตรวานร ราชันย์สวรรค์ เขาผลไม้ ถ้ำม่านน้ำตกเขาฮั่วกั่วซาน ขอคารวะแอนด์เข้าเฝ้าองค์เง็กเซียนฮ่องเต้!”

หงอคงโค้งหัวกว่าร้อยองศารอบหนึ่ง แล้วก็กระโดดเด้งขึ้นยืนตรงเหมือนเดิมหน้าท้องพระโรงของตำหนักเง็กเซียน

“เห้อ! หงอคง..ข้าละหน่ายใจกับชื่อยาวของเจ้าเสียจริงๆเลย! ตัดเหลือแค่ ‘ซุนหงอคง ราชันย์ศวรรค์’ ไม่ก็ ‘ซุนหงอคง เทพบุตรวานร’ ก็พอมิได้รึ?! ข้าล่ะเกิดอารมณ์เซ็งจิตทุกคราเวลาที่ได้ยินเจ้าพูดชื่อยาวขนาดนั้นออกมา” เง็กเซียนกล่าวอย่างเซ็งๆ

“ไม่เอาน่า~ เง็กเซียน..ข้าเป็นเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ท่านยังมิชินอีกรึ?! ว่าแต่..ครานี้ ท่านให้เทพไท่ไป่เรียกข้ามา มีราชโองการอันใดรึเปล่า?”

หงอคงเอ่ยถาม ก่อนที่จะงัดกล้วยออกมาจากข้างเอวสองหวี แล้วปอกเปลือกเคี้ยวกินอย่างเอร็ดอร่อย..ในท้องพระโรงตำหนักเง็กเซียน

“ก็มีล่ะนะ..ข้ารู้สึกว่าช่วงนี้เจ้ามิค่อยได้ฝึกวิชา ใช่หรือไม่?”

“เห้ย! ท่านกลายเป็นหมอเดาตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย..ข้าขยันฝึกจะตายไป! ไม่เชื่อท่านให้ยมบาลเรียกวิญญาณปีศาจ เลาชู กับ นิวชู ขึ้นมาถามดูก็ได้! ข้าตีมันเล่นเพื่อฝึกวิชาอย่างไรล่ะ!”

หงอคงแหว ก่อนจะทำท่าจะบินลงไปยมโลกเพื่อตามหาวิญญาณปีศาจทั้งสองมาจริงๆ แต่เง็กเซียนฮ่องเต้หยุดไว้ได้ทันฉิวเฉียดพอดี

“อย่าเพิ่ง! ข้ามีเรื่องจะบอก..” เง็กเซียนเริ่มเบื่อ จึงกะจะบอกตรงๆจะได้จบๆไปเลย

...แต่ซุนหงอคงกับทำหน้าเบื่อๆ เอามือแคะจมูกแล้วเอาออกมาดีดบ้าง แคะขี้หูบ้าง แคะขี้ฟันบ้าง เหมือนไม่ค่อยสนใจฟังเท่าไหร่

“ซุนหงอคง! เจ้าฟังเรื่องของเง็กเซียนเสียก่อนเถอะ..” เอ้อหลางเสินกล่าวปราม

“ใช่แล้ว! ต้าเซิ่นเหย ฟังองค์เง็กเซียนเสียก่อนเถอะนะ ถือว่าข้าขอ..” เทพไท่ไป่ก็กล่าวเสริมขึ้นบ้าง

(*ราชันย์สวรรค์..คล้ายกับฉีเทียนต้าเซิ่น)

เมื่อสหายรวมทั้งเซียนชั้นสูงช่วยพูด ทำให้หงอคงตั้งใจฟังแต่โดยดี ซึ่งเง็กเซียนก็มิวายเสริมขัดเอาไว้ก่อนด้วย

“ฉีเทียนต้าเซิ่น ซุนหงอคง! รับราชโองการฉบับพิเศษโดยตรงจากข้า!”

หงอคงถึงกับสะดุ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมองหน้าเง็กเซียนอย่างตะลึงน้อยๆ พร้อมทั้งคิดในใจอย่างเซ็งๆ ‘เล่นงี้เลยเหรอตาเฒ่า!’

“ข้า ซุนหงอคง เทพบุตรวานร ราชันย์สวรรค์ เขาผลไม้. . .”

ยังมิทันที่หงอคงจะกล่าวจนจบ เง็กเซียนก็ขัดขึ้นเสียก่อน

“มิต้องเอ่ยนามของเจ้า! เพียงรับฟังราชโองการฉบับพิเศษนี้ก็พอ!”

เง็กเซียนกล่าวจบ จึงสูดลมหายใจเข้าปอดเบาๆ แล้วจึงเอ่ยสิ่งที่ประสงค์ออกมา

“ฉีเทียนต้าเซิ่น ซุนหงอคง! ข้า..เง็กเซียนฮ่องเต้ แห่งดินแดนสวรรค์ ขอสั่งให้ซุนหงอคง รับคำท้าประลองของ พญาวานรเผือก หนุมาน เพื่อกระชับสัมพันธไมตรีของข้า กับพระรามแห่งกรุงอโยธยา!”

ทันทีที่ราชโองการฉบับพิเศษถูกกล่าวจนจบด้วยน้ำเสียงขององค์เง็กเซียนฮ่องเต้เอง ก็เกิดเสียงฮือฮาดังรอบตำหนักเง็กเซียน เพราะการประลองกระชับสัมพันธไมตรี คือการประลองที่ต้องลงแรงให้มากที่สุด เพื่อเอาชนะการประลอง

หากฝ่ายไหนชนะไป สามารถขอสิ่งใดก็ได้จากผู้แพ้มาหนึ่งอย่าง!

“หึ! พญาวานรเผือก หนุมานกระนั้นรึ?! แสดงว่าต้องเป็นเผ่า วานรเช่นข้าเป็นแน่แท้! ก็ดี..ข้ามิได้ประลองกับวานรที่แข็งแกร่งพอจะรับมือข้าได้มานานแล้ว ตั้งแต่วานรเทพ มา ข้าก็มิได้สู้กับใครอย่างจริงจังเลยแม้เพียงครั้งเดียว”

หงอคงกล่าวออกมาอย่างนึกสนุก พลองทองถูกเรียกออกมาจากรูหูข้างขวา แล้วนำมาควงเล่นในมืออย่างชำนาญ

“ยังมิถึงเวลา ซุนหงอคง! เมื่อถึงเวลา ข้าจะให้เทพไท่ไป่ไปรับเจ้าที่เขาฮั่วกั่วซานเลยทีเดียว”

เง็กเซียนกล่าวออกมา

“ตกลง! เป็นคราแรกเลย ที่ท่านทำให้ข้าถูกใจขนาดนี้ ตาเฒ่าเง็กเซียน ฮ่ะๆๆ!”

ว่าแล้วหงอคงก็บินกลับเขาฮั่วกั่วซานด้วยความเร็วสูงจนน่าจะเกิน 5,000 กิโลเมตร/ชม. โดยในใจคิดถึงเพียงแต่เรื่องการประลองที่กำลังจะเกิดขึ้นเท่านั้นเอง!!

 

ณ กรุงขีดขิน ที่ระเบียงสีขาวสะอาดบนพระราชวังสไตล์ไทยในกรุงขีดขินนี้ ก็ปรากฏร่างของวานร19ตน ที่โผล่มาดื่มเหล้าสรวลเสเฮฮาเหมือนเช่นเคย

“ท่านหนุมาน..สรุปแล้ว! การประลองจะถูกจัดขึ้นจริงๆหรือขอรับ?!”

สุรกานต์ วานรสีเหลืองจำปา หรือสีแดงชาด หัวโล้น ปากอ้า มีอดีตชาติเป็นพระมหาชัย เทพแห่งชัยชนะ เอ่ยถามขึ้นอย่างตระหนก

“จริงแท้! พระรามได้ติดต่อมาแล้ว ว่าวานรหินขนทองซุนหงอคงอะไรนั่น รับคำท้าแล้ว! แถมยังเปิดการประลองเป็นแบบกระชับสัมพันธไมตรีเสียด้วย” หนุมานกล่าว

“ประลองแบบกระชับสัมพันธไมตรีรึ?!”

สุรเสน วานรสีแสดเจือเขียว หัวโล้น ปากอ้า ชาติก่อนคือพระพุธ เทพแห่งวาจาและพาณิชย์ เป็นวานรที่มีความสามารถเกือบเทียบเท่าหนุมานเลยทีเดียว

“ใช่แล้ว สุรเสน! ตอนนี้พระรามกำลังตัดสินใจกับพระนางสีดาอยู่ ว่าต้องการอะไรจากเง็กเซียนฮ่องเต้กันแน่..หึๆ! ช่างน่าสนุกเสียจริงๆ การประลองนี้”

หนุมานเปรยอีกครั้ง ก่อนจะยกสุราขึ้นดื่ม ตามด้วยองุ่นไร้เม็ดอีกครึ่งพวง

ง่ำๆๆ อึกกๆๆ!

สุราถูกยกขึ้นดื่มอีกครั้ง ก่อนที่แก้วเหล้าจะถูกปาไปไหนไม่รู้มั่วซั่วไปหมดแล้ว

 

ทางด้านเขาฮั่วกั่วซาน ภายในถ้ำผลไม้ของซุนหงอคง รายล้อมไปด้วยลูกหลานลิงมากมาย ต่างเล่นกันอย่างสนุกสนาน ดื่มกิมสุราผลไม้จนเมามายกันไปหมด

“ไต้อ๋อง! ยังไม่นอนอีกหรอคร้าบ!”

ลูกลิงตัวเล็กๆ สูงไม่ถึงเมตรครึ่งกล่าวขึ้น ก่อนที่เทพบุตรวานรจะอุ้มร่างของลิงตนนั้นขึ้นมานั่งบนตักอย่างอ่อนโยน

“เดี๋ยวข้าก็จะนอนแล้วล่ะ! ขอข้าคิดอะไรสักอย่างอีกเสียหน่อยแล้วกันน่ะ...แล้วเจ้าน่ะ ก็ไปนอนได้แล้ว! ดึกจะตายอยู่แล้ว” หงอคงกล่าว

“ได้ครับไต้อ๋อง! ราตรีสวัสดิ์!”

ลูกลิงตนนั้นกล่าว ก่อนจะวิ่งกลับไปนอนต่อทันที

“เห้อ! เมื่อไหร่จะถึงเวลานั้นนะ?!”

ซุนหงอคงเปรยขึ้น ดวงตาเหม่อลอยไปบนท้องฟ้า ดวงดาวฉายแสงทั่วท้องนภาไปหมด สุราวานรชั้นดีถูกยกขึ้นดื่มช้าๆ

 

ในขณะที่จอมวานรทั้งสองต่างกำลังดื่มสุรา จ้องมองไปบนท้องฟ้าอันกว้างใหญ่นั้น จู่ๆก็รู้สึกถึงความตื่นเต้นซาบซ่านในจิตใจขึ้นมาอย่างกระทันหัน

ตูมม!

เสียงดอกไม้ไฟลูกเล็กมากๆดังขึ้นถึงสองจุด คือกรุงขีดขิน กับบริเวณถ้ำม่านน้ำตก ราวกับจะเป็นสักขีพยานในการดำเนินการประลองก็ว่าได้

“ข้าจะรออย่างใจจดใจจ่อเชียวล่ะ..พญาวานรเผือก หนุมาน! / เทพบุตรวานร ซุนหงอคง!!”

 

เวลาผ่านไปไม่กี่สัปดาห์ ช่วงเวลาแห่งการประลองก็เริ่มขึ้น เหล่าเทพจากฝั่งสรวงสวรรค์และฝั่งหิมพานต์ก็มาพานพบกันที่..เวทีประลองที่ขึ้นชื่อว่าโหดหินมากๆ เนื่องจากอุปสรรคระหว่างการต่อสู้ และการโจมตีที่รอบทิศทางอีกด้วย

“โอ้~ ท่านก็มาดูด้วยเหมือนกันรึ? โอดินแห่งแอสการ์ด”

เง็กเซียนฮ่องเต้กล่าวทัก เมื่อเห็นชายวัย50-60ปี ผมหงอกสีขาวโพลนไปทั้งหัว เคราสีขาวดูมีสง่า ปิดตาขวาด้วยผ้าปิดตาที่สร้างจากทองคำแท้และคุณสมบัติชั้นเลิศนานับประการ สวมชุดเกราะสีทองอร่าม ที่หลังคือหอกสีทองอร่ามเช่นกัน

ข้างกายคือชายหนุ่มย่างเข้าวัยฉกรรจ์ ผมสีทรายทองนั้นเข้ากับใบหน้าคมเข้มหล่อเหลา สวมชุดเกราะสีเงินกับค้อนศึกสีเงินสลักอักษรไว้เต็มไปหมด

“ย่อมเป็นเช่นนั้น เง็กเซียนฮ่องเต้แห่งดินแดนสวรรค์”

โอดินรับคำ ใบหน้ายิ้มน้อยๆ ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ๆเง็กเซียน

“โอ้! รึว่านี่คือ ธอร์ กับค้อนศึกโยลเนียร์ที่ร่ำรือกัน” เง็กเซียนกล่าว พลางหันไปมองชายข้างกายเทพโอดิน ธอร์รับคำด้วยการโค้งตัวให้เล็กน้อย

“ยินดีที่ได้พบ องค์เง็กเซียน..ถูกแล้ว! ข้าคือธอร์ บุตรแห่งโอดิน! ส่วนข้างกายท่านคงจะเป็น แม่ทัพสามตาเอ้อหลางเสิน ที่ว่ากันว่าฝีมือพอกันกับข้าใช่รึไม่?” ธอร์หันไปหาเอ้อหลางเสิน ที่วันนี้เข้ามาอารักขาข้างกายของเง็กเซียนฮ่องเต้

“ยินดีที่ได้รู้จัก..ข้านั่งไม่เปลี่ยนชื่อ นอนไม่เปลี่ยนแซ่ ข้า เอ้อหลางเสิน!”

เอ้อหลางเสินกล่าวอย่างฉะฉานแล้วจึงยื่นมือให้ธอร์ ธอร์ยิ้มรับอีกครั้ง ก่อนจะยื่นมือไปจับด้วยเช่นกัน

วิ๊งงงง!

แสงประกายเจิดจ้าพลันปรากฏขึ้น ก่อนจะปรากฏร่างของชายหนุ่มผมสีทองกับดวงตาสีฟ้าน้ำทะเล ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ที่สวมชุดคลุมสีขาวผ่อง มาคู่กับชายหนุ่มอีกคนที่มีเส้นเกศาสีทองเช่นกัน แต่ดวงตาเป็นสีฟ้าอ่อน

“ยินดีที่ได้พบท่าน เง็กเซียน!”

ผู้มาใหม่กล่าว ก่อนจะโค้งหัวให้เล็กน้อย เง็กเซียนฮ่องเต้ก็โค้งหัวกลับให้เช่นกัน

“ข้าก็ยินดีที่ได้พบท่านเช่นกัน อัครเทวทูตมิคาเอล กับอัครเทวทูตราฟาเอลใช่รึไม่?”

เง็กเซียนกล่าว อัครเทวทูตทั้งสองพยักหน้า ก่อนที่จะเดินเข้าไปอยู่รวมกลุ่มกัน

“เชิญพวกท่านนั่งกันก่อนเถอะ! แล้วเราจะได้ชมศึกกันในอีกไม่ช้านี้แล้ว”

เง็กเซียนกล่าว ผายมือครั้งหนึ่งก็ปรากฏบัลลังก์สีทองอร่ามที่สลักนามเอาไว้ว่า ‘โอดิน’ บัลลังก์สีทองแต่เนื้อเป็นสีแดงที่สลักนามเอาไว้ว่า ‘เง็กเซียนฮ่องเต้’ บัลลังก์สีขาวผ่องที่เปล่งประกายแสงเจิดจ้า แต่ปรากฏอักษรสีเงินเหนือบัลลังก์ว่า ‘มิคาเอล’ รวมทั้งบัลลังก์หินสีขาว ‘ซุส’ บัลลังก์สีเงิน ‘อิซานางิ’ และสุดท้าย..บัลลังก์สีทองคาดเขียวหยก ‘พระราม’

รวมทั้งบัลลังก์ของผู้ติดตามข้างกายที่เยื้องไปด้านหลังของมหาเทพทั้งหลายไปราวครึ่งเมตร

เปรี๊ยงงงงง!!

เสียงสายอสุนีดังขึ้นอึกครึ่ม ก่อนจะปรากฏร่างของชายฉกรรจ์เส้นเกศาสีขาว ยาวถึงกลางหลัง แผงอกเปิดไว้มิได้ใส่อาภรณ์ โชว์ซิกแพ็คที่ดูแข็งแรงเอาไว้ด้วย กางเกงยาวสีขาวที่ประดับที่คาดเอ็วสีเทาขลิบทองเอาไว้

ข้างกายคือชายฉกรรจ์เส้นผมสีฟ้าอ่อนกับดวงตาสีดำสนิท

“ท่านยังเปิดตัวได้อลังการเช่นเดิมนะ” โอดินกล่าวทัก

“ท่านก็ยังคงแข็งแรงดีเช่นเดิม โอดิน” ผู้มาใหม่กล่าวทัก

“ไม่ได้พบกันนานเลยนะ ซุส”

เง็กเซียนกล่าวทัก ก่อนจะผายมือให้เทพเจ้าแห่งโอลิมปัสเดินไปนั่งบนบัลลังก์ประจำตัว

“บัลลังก์นี้..ข้าเดาว่าคนสร้างต้องเป็นเทพบิดรอิซานางิเป็นแน่ ผสานกับพลังอันเป็นเอกลักษณ์ของเฮฟเฟตัส เป็นบัลลังก์เหล่านี้ใช่รึไม่?”

ซุสทักขึ้นเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังที่ใช้ในการสร้างบัลลังก์

“ใช่แล้ว!”

เสียงน่าเกรงขามดังขึ้น ชายฉกรรจ์ย่างวัยชราเดินเข้ามา เรือนผมสีขาวโพลน เขาสวมชุดคลุมดูเด่นสง่า ข้างกายคือเด็กหนุ่มผมสีเทากับใบหน้าเรียบเฉย

“เทพบิดรอิซานางิเป็นผู้สร้างบัลลังก์นี้ร่วมกับเฮฟเฟตัส! ข้าต้องขอบคุณท่านมาก ที่สร้างบัลลังก์ให้แก่พวกเราเช่นนี้”

เทพบิดรอิซานางิยิ้ม ก่อนจะกล่าวออกมาบ้าง

“มิต้องเกรงใจ การประลองกระชับมิตรแบบนี้ ข้าเองก็ต้องให้เกียรติ์มาชมอยู่แล้ว ยิ่งเป็นศึกจากเผ่าวานรด้วยแล้วล่ะก็นะ ฮะๆๆ!” อิซานางิหัวเราะ ก่อนจะเดินไปนั่งบนบัลลังก์สีเงินของตน

“ตอนนี้เหลือเพียงแค่พระรามเท่านั้นสินะ” มิคาเอลกล่าวทัก

“ใช่แล้ว..ฮะๆ ข้านึกภาพตอนพญาวานรเผือก หนุมาน สู้กับ เทพบุตรวานร ซุนหงอคงไม่ออกเลยจริงๆ คงจะมันส์พิลึก”

โอดินกล่าว พลางหัวเราะออกมา คนอื่นก็เห็นได้

“ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ข้าว่าเราน่าจะจัดการประลองกระชับมิตรรวมทุกท่านเลยดีไหมล่ะ?” มิคาเอลเสนอขึ้น เนื่องจากตนเองก็มีความคิดที่จะให้ฝั่งตัวเองลองประลองฝีมืออยู่บ้างด้วย

“ข้าเห็นด้วย..เจ้าอยากลองเข้าไปประลองดูรึไม่? ธอร์ บุตรแห่งข้า” โอดินเสริม ก่อนจะหันไปกล่าวกับบุตรแห่งตนเองที่นั่งเยื้องไปด้านหลัง

“ถ้าจริงก็น่าสนใจไม่เลวเลยท่านพ่อ”

ธอร์รับคำ โอดินจึงพยักหน้าให้เหล่าจอมเทพองค์อื่นๆคราหนึ่ง ธอร์ก็บินลงสู่สนามประลองที่ใหญ่โตหลายร้อยตารางเมตรทันที

“อืม~งั้นข้า...” ซุสใคร่ครวญ “ขอส่งบุตรของข้าลงบ้างแล้วกัน..เพอร์ซีอุส!”

ซุสกล่าวขึ้น..ดั่งประกาศิต ร่างของชายฉกรรจ์ผมหยักศกสีดำก็ปรากฏขึ้น ดวงตาสีเหลืองทองอำพันจ้องมองไปยังบิดาอย่างสงสัย

“นี่มันเรื่องอะไรกัน..ท่านพ่อ?” เพอร์ซิอุสถาม แล้วจึงหันไปมองจอมเทพทั้งหลาย

“ทุกท่าน..นี่คือเพอร์ซิอุส บุตรแห่งข้า! เพอร์ซิอุส..นี่คืออัครเทวทูตมิคาเอลแห่งสวรรค์อีเด็น เง็กเซียนฮ่องเต้แห่งดินแดนสวรรค์ โอดินแห่งแอสการ์ด รวมทั้งเทพบิดรอิซานางิแห่งแดนดินอาทิตย์อุทัย”

ซุสแนะนำจอมเทพทุกองค์ให้ได้รู้จักกับบุตรชายของตน ก่อนจะหันไปกล่าวกับเพอร์ซิอุส

“พ่ออยากให้เจ้าช่วย..เจ้าช่วยประลองกับตัวแทนจากมหาเทพอื่นๆได้รึไม่ ลูกข้า?” ซุสถาม

“ข้ามิชอบต่อสู้..ทำไมท่านมิให้เฮอร์คิวลิส หรือ อคิลลิส มาสู้ล่ะ” เพอร์ซิอุสบ่น

“เอาน่า..ช่วยพ่อเสียหน่อยเถิด” ซุสอ้อนวอน

“เห้อ! ก็ได้!”

เพอร์ซิอุสบ่น ก่อนจะกระโดดลงสู่สนามประลองอย่างง่ายดาย

“เอาล่ะ..งั้นข้าส่งตัวแทนเป็น เทวทูตปีศาจแห่งการลงทัณฑ์ อีฟริก ก็แล้วกัน!” มิคาเอลกล่าว

จู่ๆก็พลันปรากฏร่างที่รายล้อมไปด้วยเปลวเพลิง ร่างกายสีแดงที่ปล่อยเปลวไฟออกมาทั่วทั้งร่าง เขาโค้งยาวเฟื้อยสองข้างบนหัว ปีกสีแดงสองข้างก็ปล่อยไฟราวกับปีกเพลิง และที่สำคัญ..ร่างกายทั้งหมดนั้นเป็นเหมือนลิงไม่มีผิดเพี้ยน ยกเว้นเขากับปีกเท่านั้นเอง!

อีฟริกหันมามองมิคาเอลคราหนึ่ง ก่อนจะกระโดดลงลานประลองราวกับรู้จุดประสงค์ของมิคาเอล

“คราวนี้แค่กระชับมิตรนะ อีฟริก! อย่าเกินเลยล่ะ” มิคาเอลเตือน

“ข้ารู้..” อีฟริกรับคำ เสียงของมันดูทรงพลังอย่างบอกไม่ถูกเลยทีเดียว

“งั้นเหลือเพียงท่านสินะ..ท่านอิซานางิ” เง็กเซียนหันไปหาเทพบิดรที่นั่งยิ้มอย่างสบายใจบนบัลลังก์สีเงินของตนเอง

“เขาอยู่นั่นแล้ว!”

วูมมมมมมมมมม!!

เสียงสายลมอันรุณแรงปรากฏขึ้น ก่อนจะเผยให้เห็นร่างของเด็กหนุ่มเรือนผมสีเทาที่มาพร้อมกับเทพบิดรอิซานางินั่นเอง

ตอนนี้..ผู้ที่อยู่บนสนามประลองนั้น ก็มีเพอร์ซิอุสตัวแทนของซุส ธอร์ตัวแทนของโอดิน อีฟริกตัวแทนของมิคาเอล และเด็กหนุ่มเรือนผมสีเทาตัวแทนของเทพบิดรอิซานางิ

“งั้นก็เรียกตัวเอกตอนแรกทั้งสองมาได้ล่ะมั้ง พระราม”

มิคาเอลกล่าวขึ้น ก่อนจะพลันปรากฏร่างกายาสีเขียวมรกตกับร่างกายสีขาวเผือกขึ้นมาจากอากาศธาตุทันที..พระรามยิ้ม ก่อนจะพยักหน้าให้หนุมานกระโดดลงไปสู่สังเวียนที่ตนต้องการ

“งั้นเจ้าก็ไปได้แล้ว ซุนหงอคง..ไม่ควรแอบแบบนี้หรอกนะ” เง็กเซียนกล่าวขึ้นบ้าง

ตูมมมมมม!

เสียงพื้นลานประลองพังเป็นหลุบขนาดครึ่งเมตรดังขึ้น ก่อนจะปรากฏร่างของวานรสีน้ำตาลทอง สวมชุดเกราะโบราณแบบจีนสีทองขลิบแดง ใบหน้ายิ้มราวกับถูกใจในของเล่นก็มิปาน

“ในเมื่อมาครบแล้ว..ก็เริ่มได้กระมัง!”

ซุสกล่าวนำ ก่อนจะเรียกพลังสายฟ้าของตนสะท้อนขึ้นไปบนฟ้า ตามด้วยมิคาเอลที่ใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ของตน โอดินเรียกใช้พลังแห่งเทพและปัญญา เง็กเซียนฮ่องเต้ใช้พลังแห่งสวรรค์ พระรามใช้ศรศักดิ์สิทธิ์ และเทพบิดรอิซานางิใช้พลังแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์ตามลำดับ

ก่อนจะรวมตัวกันแล้วบังเกิดเป็นกระดานขนาดเจ็ดคูณสามออกมาหนึ่งแผ่นใหญ่กลางอากาศราวกับภาพโฮโลแกรม

จอมเทพ

ซุส

โอดิน

อิซานางิ

เง็กเซียน

พระราม

มิคาเอล

ตัวแทน

เพอร์ซิอุส

ธอร์

ซูซาโนะ

ซุนหงอคง

หนุมาน

อีฟริก

พิชิต

-

-

-

-

-

-

พ่าย

-

-

-

-

-

-

 

ทั้งหกจอมเทพจ้องมองอย่างพอใจ ก่อนจะหันไปมองทั้งหกร่างบนลานประลองทันที

‘เทพบุตรวานร ซุนหงอคง เผ่า วานร เลเวล 450 พร้อมรบ’

‘พญาวานรเผือก หนุมาน เผ่า วานร เลเวล 450 พร้อมรบ’

‘เทพเจ้าสายลม ซูซาโนะ โอมิโคโตะ เผ่า เทพ เลเวล 450 พร้อมรบ’

‘เทพเจ้าสายฟ้า ธอร์ เผ่า เทพ เลเวล 450 พร้อมรบ’

‘วีรชนมนุษย์ครึ่งเทพ เพอร์ซิอุส เผ่า มนุษย์ครึ่งเทพ เลเวล 450 พร้อมรบ’

‘เทวทูตปีศาจแห่งการลงทัณฑ์ อีฟริก เผ่า วานร เลเวล 450 พร้อมรบ’

เสียงแจ้งเตือนดังขึ้น ถ้านับจริงๆแล้วเพอร์ซิอุสถือว่าเสียเปรียบมากที่สุด เนื่องจากเป็นเพียงมนุษย์ครึ่งเทพ มิใช่พวกเทพหรือเซียนแบบคนอื่นๆ..แต่ก็มีในสิ่งที่คนอื่นๆไม่มี...

ความกล้า!

“เพอร์ซิอุสท่าทางจะอาการหนักนะเนี่ย” เง็กเซียนแซวซุสเล็กน้อย ซุสเพียงแค่ยิ้มรับเท่านั้น

“ข้าเห็นด้วย..ท่านเปลี่ยนตัวตอนนี้ก็ยังทันนะ ซุส” พระรามเสริม

“ไม่เป็นไรหรอก! ข้ามั่นใจในตัวเพอร์ซิอุส บุตรแห่งข้ามาก! มนุษย์ครึ่งเทพผู้สังหารดิคราเค่นและโครนอสร่างอวตารมาแล้ว รวมถึงคิเมร่าได้ด้วยมือเปล่าๆเสียด้วย!”

เมื่อได้ยินดังนั้น เทพทั้งห้าก็ชื่นชมในฝีมือของเพอร์ซิอุสไม่น้อยเลยทีเดียว

“เริ่มได้!”

จอมเทพทั้งหกประสานเสียงออกไปเพื่อเริ่มการประลองกระชับมิตร ซึ่งแน่นอนว่าหนุมานนั้นพุ่งเข้าใส่หงอคงเป็นคนแรก

“โว้ววว!”

หงอคงอุทาน แต่ก็เรียกพลองทองขึ้นมารับไว้ได้ทันท่วงที จากตรีเพชรของหนุมานที่ฟาดเข้าใส่

เคร้งงงงง!!

เมื่อมีคนเปิดศึก กระประลองแนวตะลุมบอนก็เริ่มขึ้น ซูซาโนะพุ่งเข้าใส่ธอร์ด้วยความเร็วสูงจากสายลม..ขึ้นชื่อว่าเทพเจ้าสายลมแล้ว คงมีดีด้านกระแสลมไม่น้อยทีเดียวเชียวล่ะ

วูมมมมๆๆๆๆๆๆ! เปรี๊ยงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!

เมื่อเข้ามาใกล้กับธอร์ เทพเจ้าสายฟ้าก็ฟาดค้อนศึกโยลเนียร์ของตนลงสู่พื้น เกิดเป็นกระแสคลื่นมหาศาล รวมทั้งสายฟ้าที่ฟาดลงสู่พื้นปฐพีจนเสริมความแรงขึ้นอีกเท่าหนึ่ง

เทพเจ้าสายฟ้าพุ่งเข้าใส่ซูซาโนะบ้าง แต่ก็ถูกขัดขวางโดยเพอร์ซิอุส วีรชนผู้พิชิตปาดาบสิเงินเข้าใส่ธอร์ ซึ่งเทพเจ้าสายฟ้าก็สามารถหลบได้ทันท่วงที จึงพุ่งเข้าใส่เพอร์ซิอุสแทน

“โว้ยยยยยยยยยยยยยย!!!”

เสียงคำรามดังขึ้น ร่างลิงเพลิงของอีฟริกห่อหุ้มไปด้วยเปลวเพลิง จนกลายเป็นกลุ่มก้อนเปลวไฟขนาดใหญ่ ลุกรามไปทั่วทุกทิศ

“..ตรีศูลแห่งโพไซดอน!”

เพอร์ซิอุสคำรามก่อนจะปักตรีศูลลงบนพื้นหินอย่างแรง จนเกิดเป็นแผ่นดินไหวอย่างต่ำก็สิบริกเตอร์ขึ้นมา แผ่นดินแตกแยกเป็นทาง

“ไม่น่าเชื่อว่าเพอร์ซิอุสจะเรียกตรีศูลของโพไซดอนออกมาได้นะ”

มิคาเอลเปรย หลังจากมองเห็นตรีศูลที่อยู่กับโพไซดอน

“เพอร์ซิอุสก็แค่สามารถเรียกจิตพลังแห่งสามอาวุธเทพ อัสนีบาตของข้า ตรีศูลของโพไซดอน และคราดของเฮเดสได้ในระดับ SSS เท่านั้นแหละ! แม้เฮเดสมันจะเปลี่ยนมาใช้เคียวแล้วก็เถอะ แต่คราดของหมอนั่นก็ถือว่าเป็นไอเทมระดับ X อยู่ดีนั่นแหละ” ซุสเฉลย

การต่อสู้ดำเนินไปได้สักพักแล้ว ผลัดกันได้เปรียบเสียเปรียบ ธอร์ปะทะสายฟ้ากับเพอร์ซิอุสบ้าง ซูซาโนะปะทะกับอีฟริก ซุนหงอคงกับหนุมานก็สู้กันเป็นคู่ จนตอนนี้ศึกตะลุมบอนเริ่มเปลี่ยนเป็นสู้แบบคู่กันแล้ว

 

ด้านเพอร์ซิอุส กับ ธอร์

“เจ้าเยี่ยมมาก! เป็นมนุษย์ครึ่งเทพที่แข็งแกร่งมากที่สุดเลยทีเดียว”

ธอร์ชม ก่อนจะปาค้อนศึกโยลเนียร์ใส่เพอร์ซิอุสด้วยความเร็วและแรงที่สูงมาก

วืดดด!

เพอร์ซิอุสกระโดดหลบค้อนศึกโยลเนียร์ของธอร์ได้แบบเฉียดฉิว ก่อนจะเรียกอาวุธออกมาโจมตีธอร์ในขณะที่พุ่งเข้าใส่บ้าง

“อัสนีบาตแห่งซุส!”

ชั่วพริบตา สายฟ้าสีเหลืองทองก็ปรากฏขึ้นครอบคลุมมือของเพอร์ซิอุส ก่อนจะงอกยาวเป็นสายอัสนีบาตที่มีพลังโจมตีสูงทันที

เปรี๊ยงงงงงงงงงง!!

สายอัสนีพุ่งเข้าใส่ธอร์อย่างรุนแรง แต่ธอร์ก็ปาค้อนศึกสกัดเอาไว้ เพื่อซื้อเวลาหลบอัสนีบาตให้มากยิ่งขึ้นไปอีก

“เยี่ยม..สมแล้วที่เป็นถึงบุตรแห่งซุส! แต่ข้าเองก็มิน้อยหน้าหรอกนะ!”

ธอร์กล่าว ก่อนจะเรียกค้อนศึกโยลเนียร์กลับมาไว้ในมือ แล้วกระโจนฟาดค้อนศึกใส่เพอร์ซิอุสที่ใช้ตรีศูลแห่งโพไซดอนกับอัสนีบาตแห่งซุสยกขึ้นกันเอาไว้

ค้อนศึกอัสนีมหาวินาศ!

เปรี๊ยงงงงงงงงงงง!!! เปรี๊ยะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!

สายฟ้าจำนวนมหาศาลปรากฏพวยพุ่งออกมาจากค้อนศึกที่ฟาดลงพื้น กระจัดกระจายทำลายทุกสรรพสิ่งที่ขวางทางด้วยพลังอำนาจอันมหาศาล

“ค้อนศึกโยลเนียร์ ระดับ X แบบนี้ข้าจะสู้เจ้าได้ไหมเนี่ย?”

เพอร์ซิอุสเปรย แต่ก็พุ่งเข้าใส่ธอร์อยู่ดี

“เจ้าเองก็ใช่ย่อย สามารถใช้ไอเทมระดับ SSS สองชิ้นได้พร้อมกันราวกับแขนขา นับว่าฝีมือมิใช่ย่อยเลยเพอร์ซิอุส ข้าขอซูฮกจริงๆ”

ธอร์กล่าว

มหาศาสตราวุธไตรภพ ฟ้าหนึ่ง นรกสอง ปฐพีสาม...กำเนิดหอกแห่งเธรียม!

เพอร์ซิอุสกล่าวออกมา ก่อนจะเรียกคราดแห่งเฮเดสออกมาด้วย ผสานศาสตราวุธระดับ SSS ทั้งสามเข้าไปด้วยกันจนบังเกิดเป็นแสงสีฟ้าเจิดจ้า!

“หึ! คิดถูกจริงๆที่เรียกเจ้ามา เพอร์ซิอุส..” ซุสเปรย “เฮอร์คิวลิสหรืออคิลลิสไม่สามารถรวมศาสตราทั้งสามเป็นหอกแห่งเธรียมได้หรอก การจะสู้นั้น เจ้าต้องใช้หอกแห่งเธรียมในการพิชิต!”

เปรี๊ยงงงงง!

ค้อนศึกฟาดเข้าที่หอกสีเทาดำที่ปล่อยสายฟ้าออกมาตลอดเวลา ความยาวของหอกนั้นประมาณสามเมตรเห็นจะได้ เพอร์ซิอุสตั้งรับค้อนศึกของธอร์ได้ ก็ตวัดหอกใส่ธอร์กลับบ้าง พลางกระโดดถอยหลังไปหลายก้าว

“หอกแห่งเธรียมงั้นรึ? การนำศาสตราเทพระดับ SSS สามชิ้นมารวมกันยังได้แค่นี้เองรึ?”

ธอร์กล่าวเบาๆราวกับพูดกับตัวเอง แต่ก็ลองปาค้อนศึกใส่อีกครั้งเช่นกัน

วูบบ เปรี๊ยงงงงงง!!!

เพอร์ซิอุสสามารถตีค้อนศึกของธอร์กลับไปได้อย่างง่ายดาย และครานี้ มนุษย์ครึ่งเทพตนนี้ก็เริ่มเป็นฝ่ายบุกบ้างแล้ว!

วูบ! วูบ! วูบ! ฉับ! วูบ! วูบ!

เพอร์ซิอุสตวัดกวัดแกว่งหอกแห่งเธรียมไปมาตัดอากาศจนเกิดเป็นเสียงลมรุนแรงสายคราติด ตามด้วยตวัดใส่ไหล่ของธอร์ ซึ่งก็ทำได้แค่แผลเฉี่ยวๆเท่านั้น แต่เพอร์ซิอุสยังไม่หยุด ตวัดหอกตัดอากาศจนเกิดเป็นเสียงลมอีกสองครั้ง..

แล้วเพอร์ซิอุสก็ปรากฏหลังธอร์!

ฉัวะๆๆ! ฉับๆๆๆๆๆๆๆๆๆ. . .!!

หอกแห่งเธรียมตวัดเชือดเฉือนร่างกายของธอร์จนเป็นแผลใหญ่ได้สามแผล ตามมาด้วยรอยแผลขนาดกลางอีกทั่วร่างกาย

“เป็นอย่างที่ข้าคิดจริงๆ!”

จู่ๆ ธอร์ที่ตั้งรับมานานโดยไม่ได้ป้องกันก็กล่าวออกมา เทพเจ้าสายฟ้าพุ่งขึ้นสู่เวหาทันที ก่อนจะดิ่งพสุธาลงมาด้วยความเร็วสูงโดยใช้ค้อนศึกโยลเนียร์เป็นตัวทะลวง

ตูมมมมมมมมมมมมม!!!

กลุ่มควันฟุ้งไปทั่วบริเวณ ไม่มีผู้ใดมองผ่านเข้าไปในกลุ่มควันนี้ได้เลยแม้แต่คนเดียว ยกเว้นชายสองคนที่ติดอยู่ข้างในกลุ่มควันนั้น

“หึ! ใช้ได้นี่...”

ธอร์กล่าว ร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผลจากการโจมตีของเพอร์ซิอุสนั้นปากแผลเริ่มฉีกตัว หยาดโลหิตเริ่มไหลรินอีกครั้งอย่างไม่มีทีท่าจะหยุด

“เจ้าเองก็ฉลาดเหมือนกัน..”

เพอร์ซิอุสตอบ..ใช่! ที่เพอร์ซิอุสกล่าวแบบนี้ก็เพราะธอร์รู้จุดอ่อนของหอกแห่งเธรียมยังไงล่ะ..

หอกแห่งเธรียม คือหอกที่สร้างจากการนำอัสนีบาตแห่งซุส นับเป็นแฉกเดียว รวมกับคราดแห่งเฮเดส สองแฉก และตรีศูลแห่งโพไซดอน ที่มีสามแฉก..รวมเป็นศาสตราวุธหกแฉกที่มีพลังทำลายล้างสูงตามตำนานโบราณ

แต่เพราะเป็นศาสตราวุธหกแฉกที่ไม่สมบูรณ์ เพราะการสร้างศาสตราวุธหกแฉกมิใช่เรื่องง่าย ทำให้หอกแห่งเธรียมมีสภาพเป็นหอกสีเทาดำยาวสามเมตรที่มีพลังประจุสายฟ้ามหาศาลแทน พลังธาตุน้ำเพิ่มความคล่องแคล่วกับคอยรักษาฟื้นพลัง พลังแห่งความมืดเสริมความแข็งแกร่งกับพลังโจมตี ส่วนพลังสายฟ้าก็ความเร็วชั่วพริบตากับการสังหาร

ฉะนั้นจุดอ่อนของหอกที่ไม่สมบูรณ์นี้ก็คือ ต้องใช้พลังกายของผู้ใช้เป็นมหาศาล แม้จะได้รับพลังธาตุน้ำจากตรีศูลแห่งโพไซดอนที่ผสานเข้าไปเพื่อฟื้นพลัง แต่ก็ไม่ได้ฟื้นพลังกายด้วย ถ้าต้านรับนานๆก็อาจอ่อนล้าได้ง่ายเช่นกัน

ธอร์จึงตัดสินใจขั้นเด็ดขาด ใช้พลังทั้งหมดแลกกับเพอร์ซิอุส เพื่อให้หมดเรี่ยวแรงทั้งคู่ โดยใช้ค้อนศึกโยลเนียร์กระแทกกับหอกแห่งเธรียมที่มีความแรงสูงสุด

“สรุปว่าเจ้ากับข้าเสมอกันสินะ” ธอร์กล่าวเสียงอิดโรย

“ข้าก็ว่างั้น..” เพอร์ซิอุสตอบ

“เจ้าเป็นมนุษย์ครึ่งเทพที่เก่งกาจที่สุดเท่าที่ข้าเคยพบ ไม่แน่อาจเก่งกว่าเทพบางองค์ในแอสการ์ดด้วยซ้ำล่ะมั้ง หึๆ”

ธอร์กล่าวพลางหัวเราะ ก่อนจะยื่นมือมาทางเพอร์ซิอุส ซึ่งมนุษย์ครึ่งเทพชายคนนี้ก็รู้ตัว จึงยื่นมือไปจับด้วยความเป็นมิตร

 

จอมเทพ

ซุส

โอดิน

อิซานางิ

เง็กเซียน

พระราม

มิคาเอล

ตัวแทน

เพอร์ซิอุส

ธอร์

ซูซาโนะ

ซุนหงอคง

หนุมาน

อีฟริก

พิชิต

ธอร์

เพอร์ซิอุส

-

-

-

-

พ่าย

ธอร์

เพอร์ซิอุส

-

-

-

-

 

“เป็นการต่อสู้ที่สุดยอดจริงๆ การที่มนุษย์ครึ่งเทพสามารถสู้ได้สูสีกับเทพเจ้าแบบนี้” พระรามเปรยเมื่อดูการต่อสู้ของธอร์กับเพอร์ซิอุสจนจบ

“‘มนุษย์ครึ่งเทพนั้น แข็งแกร่งกว่าเทพเจ้า’ การต่อสู้ที่แท้จริงน่ะ แค่เสี้ยววินาทีก็อาจรู้ผลแล้ว มิจำเป็นต้องใช้เวลานาน.. หวังว่าพวกท่านจะจำเอาไว้นะ” ซุสกล่าวออกมา

“แหม..ตัวแทนสามารถพิชิตเทพอื่นได้เช่นนี้ควรดีใจ มิใช่หม่นใจ..ข้าโอดิน ขอเชิญให้เจ้ามาดื่มสุราที่เลิศที่สุดในแอสการ์ดกับข้าดีกว่า อย่างไรตัวแทนของเราสองก็แพ้แล้ว หึๆ”

โอดินกล่าว พลางสะบัดมือเรียกขวดสุราชั้นเลิศทองคำมาหลายขวดให้ลอยค้างกลางอากาศ

“ข้าว่าเราควรเสริมด้วยไวน์ของบุตรข้าด้วยนะ โอดิน..”

ซุสกล่าวกับโอดิน ก่อนจะส่งโทรจิตไปหาบุตรชายของตนที่กำลังนอนสบายอยู่ในไร่องุ่นของตนเอง พร้อมกับดื่มโคล่ากระป๋องอย่างขัดใจหน่อยๆ

‘ไดโอนีซุส..บุตรข้า เจ้าช่วยส่งไวน์ชั้นเลิศผ่านเฮอร์มิสมาให้ข้าหน่อย ข้าจะดื่มกับจอมเทพโอดินเสียหน่อย..แล้วข้าจะอนุญาติให้เจ้าดื่มไวน์ได้ทุกวันปีใหม่เลย แต่ต้องเป็นไวน์ชั้นเลิศที่สุดนะ’

เมื่อได้ยินเสียงของบิดาดังขึ้นในหัว เทพเจ้าหนุ่มก็ร้องลั่นออกมาอย่างยินดี เรียกเทพแห่งการสื่อสารและการเดินทางเฮอร์มิสมา แล้วมอบไวน์ชั้นเลิศกว่าสิบขวดให้ไปส่งให้มหาเทวราชซุสทันที

“เอาล่ะ..ขอเชิญพวกท่านทั้งหลายได้ชิมไวน์ชั้นเลิศฝีมือบุตรของข้าไดโอนีซุสเสียหน่อยเถอะ”

ซุสกล่าว ก่อนจะสะบัดเรียกขวดไวน์สีแดงเข้มหลายสิบขวดออกมาแล้วแจกจ่ายไปยังมหาเทพทุกองค์ทันที

“แหม! ท่านจะเอนด์จอยไปรึเปล่าซุส? เดี๋ยวเมากันพอดี” เง็กเซียนเตือน

“ท่านอย่าลืมสิเง็กเซียน..เราอยู่ในเดรกออนไลน์นะ มิใช่ ‘ดราเฟรนเซีย’ ถึงต้องกังวลเรื่องมัวเมา”

ซุสกล่าว ก่อนจะยกไวน์ขึ้นดื่มคู่กับสุราของโอดินทันที

“ผสมกันมันจะได้รสชาติอะไร ซุส..ต้องดื่มทีละอย่างสิ”

โอดินเตือนพลางหัวเราะ

“จะว่าไป..ข้ายังมิได้ถามเลยว่าพวกท่านเข้ามาในเกมนี้กี่คนกันแน่” มิคาเอลเอ่ยถามขึ้นหลังจากจิบไวน์ชั้นเลิศแล้ว

“ทางข้า มีข้า..หวังหมู่ เอ้อหลางเสิน นาจา หลี่จิ้ง แล้วก็เจ้าลิงขนหงอคง หกคนเท่านั้นเอง” เง็กเซียนกล่าวขึ้น ซุสก็เสริมขึ้นมา

“ทางข้าก็มีเหล่าสภาเทพโอลิมปัสแล้วก็เฮเดส ทานาทอส ฮิปนอส แล้วก็อีกหลายคนที่ข้าบอกไม่หมดหรอกนะ”

“ส่วนทางข้า มีข้ากันธอร์สองคน” โอดินกล่าว

“ฝั่งข้าก็มี ข้า สีดา พระลักษณ์ พิเภก หนุมาน พาลี สุครีพ และก็เหล่าสิบแปดมงกุฎเท่านั้นเองกระมัง น่าจะใช่” พระรามกล่าวอย่างมิแน่ใจ

“ทางข้าก็มี ข้าเอง..ซูซาโนะ กับ อามาเทราสุ สามคน..ทางท่านก็อัครเทวทูตทั้ง7สินะ มิคาเอล” เทพบิดรอิซานางิกล่าว มิคาเอลเพียงพยักหน้ารับเท่านั้น

“ที่เหลือเป็น AI สินะ..นอกจากที่พวกท่านมิได้พามาด้วย” โอดินกล่าว

“อืม..แม้จะมิคุ้นเคยเช่นชีวิตจริง แต่ระบบของเกมนี้ก็ถือมาสร้างนิยามสหายของพวกเราได้คล้ายที่สุดเลยล่ะ” พระรามกล่าว

“สรุปว่าจะมีตัวตนจริงๆรึ..? ขนาด นารีเน่ ผู้พิทักษ์ที่แข็งแกร่งที่สุด กับ มาร์วิน นักสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดร่วมมือกันยังมิอาจจะสังหารหัวหน้ามันได้เลย ทำได้แค่สังหารแข้งข้าบริวารของมันเท่านั้นเอง”

โอดินกล่าวอย่างไม่ค่อยมั่นใจเสียเท่าไหร่

“ใช่! มีแน่..บุตรของนารินกับมาร์วิน สองผู้แข็งแกร่งที่สุดที่มีพลังต่อต้าน ‘พวกมัน’ น่ะ ข้าอยากจะพบไวๆเหลือเกิน..ตอนนี้ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในเดรกตอนนี้มีแค่3คนเท่านั้นเอง ทั้งๆที่ในโลกเดรกนี้เวลาร่วงเลยมากว่า24ปีแล้วแท้ๆ” มิคาเอลกล่าวตัดเพ้อขึ้นบ้าง

“หึ! จักรพรรดิเทพอสูร อัลบาทอส...ตรีศูลม้วนสมุทร ไทรน์...จอมอสูรเพลิง ซิกเตอร์! จริงอยู่ว่าสามคนนี้อาจแข็งแกร่ง แต่ยังมิพอจะสู้กับพวกมันเลยด้วยซ้ำ” อิซานางิกล่าว

“ข้าว่าอีกไม่ช้า..บุตรแห่งนารีเน่และมาร์วินจะต้องปรากฏตัวแน่นอน สองคนนั้นเคยพูดเอาไว้นี่นา..ดราเฟรนเซียคือจุดเริ่มต้นแห่งกองกำลังต่อต้านยูเรก้า!” ซุสกล่าวออกมา

“อืม..บุตรแห่งสองผู้ถูกเลือกจากเอิร์ธงั้นหรอ..เทพธิดาแห่งดวงตะวัน กับจอมมารแห่งรัตติกาล..ฮะๆ ข้ามิอยากจะคิดว่าบุตรของทั้งสองคงจะมีฉายาว่า เทพอสูรตะวันจันทรานะเนี่ย..ฮ่าๆๆ” โอดินเสริม

“หึ! เทพอสูรตะวันจันทรา นาคินงั้นหรอ~?!”

 

ในขณะเดียวกัน ด้านอีฟริกกับซูซาโนะ

บรึ้มมมมมมม!

เป็นอีกครั้งที่เปลวไฟของอีฟริกถูกสายลมของซูซาโนะพัดไหวอย่างแรงจนดับตัวลง เพราะด้วยความเร็วขนาดที่อากาศขาดหายไป ก็พอจะทำให้เปลวไฟดับลงแล้ว

“สมแล้วที่เป็นถึงเทพเจ้าสายลม..ไม่เสียชื่อบุตรแห่งเทพบิดรอิซานางิจริงๆ” อีฟริกกล่าวชม

“เจ้าเองก็สมกับเป็นเทวทูตปีศาจ..ทั้งๆที่เป็นลูกครึ่ง แต่ฝีมือกลับเหนือล้ำสุดๆ” ซูซาโนะชมบ้าง

“ไม่ต้องชม! แต่ก่อนข้าเป็นเพียงปีศาจ บัดนี้เป็นเทวทูตปีศาจที่คอยลงทัณฑ์มนุษย์บาปหนัก แต่อย่างน้อย ข้าก็ถือว่าคล้ายกับเทพอสูรมหาบาปแห่งความยโสโอหังลูซิเฟอร์มากที่สุด ตนหนึ่งเลยทีเดียว..ทำให้ข้าได้..รับของขวัญเล็กน้อยจากลูซิเฟอร์!”

มิติลวงตา!

บรรยากาศเริ่มบิดเบี้ยว ก่อนจะถูกย้อมไปด้วยสีแดงอมดำฉานราวกับเลือด

“โหว~ ทักษะน่าอิจฉาเหมือนกันนินะ”

ซูซาโนะกล่าว ก่อนที่จะค่อยๆบังเกิดกระแสลมล้อมรอบซูซาโนะเอาไว้ ราวกับบาเรียลมมิมีผิด

กำแพงสายลม!

ศาสตราวุธเทพสายลม!

หลังจากสร้างกำแพงสายลมแล้ว ซูซาโนะไม่หยุดยั้ง ดาบยาวหนึ่งเมตรสีเทาขลิบทองสลักอักษรสีดำกับหอกยาวสีเทาขลิบทองกับสลักอักษรสีดำเช่นกันปรากฏขึ้นในมือของซูซาโนะ

“ข้าจะทำลายมิติน่ารำคาญนี่ให้ดู!”

ซูซาโนะตวาด

อามา โนะ ฮาบาคิริ! (เพลงดาบปีกสวรรค์)

ดาบกับหอกหลอมรวมกับเป็นดาบใหญ่อันวิจิตรบรรจงงดงาม ยาวกว่าสามเมตร..ซูซาโนะฟาดมันลงกับพื้นทันที ปรากฏคลื่นดาบสีเทาขลิบไปด้วยสีทองและซ้อนทับสีดำอีกชั้นหนึ่ง

เพล้งงงง!!

มิติแตกตัวออกเป็นแนวกว้าง แต่ไม่กี่วินาทีต่อมามันก็กลับมาเป็นดั่งเดิมราวกับมิได้รับความเสียหายแม้แต่นิดเดียว

“อะ..อะไรกัน!” ซูซาโนะอุทานอย่างตกใจ

“บอกแล้ว..ต่อให้เจ้ามีเลเวล 450 ก็เถอะ! แต่ยังไงนี่ก็เป็นท่าที่ใช้ได้ครั้งเดียวแล้วทิ้งนี่นะ ต้องขอบคุณลูซิเฟอร์จริงๆเลย แต่ยังไงมิคาเอลก็ต้องชนะ ไม่งั้นฉันก็ต้องไปนั่งกินแกรบอยู่บนโลกเดรกโดยสังหารมนุษย์ไม่ได้แน่ๆ”

“นายไม่คิดจะมาสู้กับฉันรึไง?!”

ซูซาโนะกล่าวยั่วอารมณ์ของอีฟริก กะหวังให้เทวทูตปีศาจตนนี้เข้ามาปะทะกันตรงๆ

“คิดดีแล้วเร้อออ~ ยังไงฉันก็มีพลังธาตุเป็นไฟนะ..นายที่เป็นเทพสายลมน่าจะรู้ ว่าลมมันเสริมไฟ”

“ก็แล้วยังไงล่ะ?!”

ซูซาโนะเปล่งออร่าพลังสีเทาออกมา ก่อนจะเริ่มจับกลุ่มเป็นทอร์นาโดขนาดเล็กกว่าสิบลูกล้อมรอบตัวเทพสายลม ก่อนจะค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

ทอร์นาโดสายลม!

“อุ๊บ! เล่นงี้เลยหรอฟะ!!”

อีฟริกอุทานออกมา เมื่อสังเกตได้ว่าทอร์นาโดสายลมกว่าสิบลูกเริ่มใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้มิติเริ่มแปรปรวน

“ใช่!”

บรึ้มมมมมมมมมมม!!

ทันทีที่มิติลวงตาแปรปรวน ก็เกิดระเบิดขึ้นจนมิติแตกเป็นเสี่ยงๆ ซูซาโนะพุ่งออกมาทันที สัมผัสได้ถึงพลังของอีฟริก..มือทั้งสองเริ่มหลอมรวมอาวุธเข้าด้วยกันอีกครั้ง

อามา โนะ ฮาบาคิริ! (เพลงดาบปีกสวรรค์)

ดาบกับหอกหลอมรวมกับเป็นดาบใหญ่อันวิจิตรบรรจงงดงาม ยาวกว่าสามเมตรเช่นกัน ซูซาโนะตวัดใส่อีฟริกด้วยความเร็วสูง บังเกิดคลื่นสายลมสีเทาขลิบทองซ้อนทับด้วยสีดำอีกชั้นเหมือนครั้งแรกทันที

หมัดเทวทูตปีศาจ!

ตูมมมมมมมมม!

หมัดของอีฟริกห่อหุ้มไปด้วยเปลวเพลิงอันร้อนแรง จนสามารถทำลายคลื่นดาบของซูซาโนะได้ ทั้งสองเริ่มพุ่งเข้าใส่กันอย่างรวดเร็ว

“อย่าคิดว่าจะชนะข้า หากพละกำลังของเจ้าอ่อนด้อยเช่นนี้!”

อีฟริกเยาะเย้ย หมัดของเทวทูตปีศาจตนนี้หนักหน่วง รุนแรง..ความสามารถดุจดั่งเทวทูต แต่พละกำลังราวปีศาจร้าย กำลังระดมหมัดเข้าใส่เทพเจ้าสายลมที่ใช้ดาบสายลมรับหมัดนั้นอยู่

“กำลังข้าอาจจะสู้เจ้าที่แข็งแกร่งราวปีศาจไม่ได้..แต่พลังข้ามากกว่าเจ้าแน่นอน!”

ยาคุสะ โนะ อิคาซูชิ! (8เทพสายฟ้า)

เปรี๊ยะๆๆๆๆๆ!!

ห่าสายฟ้าพวยพุ่งลงมาจากฟากฟ้า พลันปรากฏเป็นชายฉกรรจ์ร่างกายสีทองอร่ามที่ปลดปล่อยสายฟ้าครอบคลุมร่างกายตลอดเวลา

“จัดการ!”

ซูซาโนะกล่าว ก่อนจะแยกย้ายกับ8เทพสายฟ้าไปกันคนละทาง

“หึ! 8เทพสายฟ้างั้นรึ? เป็นเทพสายลมแท้ๆ แต่กลับสามารถเรียก 8เทพสายฟ้าออกมาได้” อีฟริกกล่าวเยาะ ก่อนจะหันไปเตะเข้าใส่ใบหน้าของเทพสายฟ้าตนหนึ่ง จนขาข้างนั้นถูกช๊อตจนชาไปทั่วขา

“อูยยย! ช๊อตแรงชะมัด..กี่แสนโวลต์ล่ะเนี่ย!”

“ไม่รู้รึไง..? สายลมน่ะ สามารถก่อให้เกิดสายฟ้าได้นะ..สายฟ้าแรงสูงล้านโวลต์เลยด้วย!!”

ซูซาโนะปรากฏขึ้นข้างหลังของอีฟริก เทวทูตปีศาจถึงกับตาเบิกโพล่ง หมุนตัวไปรอบกาย ปลดปล่อยเปลวเพลิงออกมาครอบคลุมตัว

ร่างอวตารเพลิง!

ร่างของอีฟริกกลายเป็นร่างเพลิงไปทั้งตัวแล้ว เทวทูตปีศาจพุ่งเข้าใส่ซูซาโนะด้วยความเร็วสูง เพราะใช้พลังไฟพวยพุ่งไปด้านหลังอย่างรุนแรงจนกลายเป็นแรงดันมหาศาล ส่งให้ร่างของอีฟริกพุ่งเข้ามาด้านหน้าเร็วกว่าเดิมหลายเท่า

“ก็ยังไม่อยากใช้หรอกนะ..แต่คงช่วยไม่ได้”

ซูซาโนะบ่นออกมา ระยะห่างกับร่างอวตารเพลิงของอีฟริกเหลือแค่ไม่กี่สิบเมตรแล้ว

“คิเกน โนะ คาเซะ! ฮาเคะ โนะ อาราชิ!”

ชั่วพริบตา คำพูดของซูซาโนะก็ค่อยๆเรียงต่อกันเป็นประโยคยาวภาษาญี่ปุ่น

“อุเมะ โนะ คาเซะ!”

ประโยคอีกประโยคพุ่งออกจากปากของเทพสายลม เรียงต่อกับประโยคเดิม จนยาวขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็หลอมรวมกันเป็นอักษรจีนเพียงตัวเดียว!

[風]

“วัฏจักรสายลม!”

สายลมพวยพุ่งออกจากร่างของซูซาโนะ กระแทกเข้ากับอีฟริกอย่างจัง ความเร็วของลมนั้นมหาศาลจนแทบเป่าเปลวไฟของอีฟริกจนดับ แต่ยังมิอาจดับ เพราะอีฟริกนั้นเร่งเปลวเพลิงให้มากขึ้นเรื่อยๆ

“สายลมแห่งการกำเนิด! คิเกน!”

สายลมก่อตัวขึ้นเป็นทอร์นาโดหลายพันลูก ขนาดแต่ละลูกก็สูงหลายเมตร กว้างหลายเมตรเช่นกัน

“สายลมแห่งการทำลาย! ฮาเคะ!”

สายลมทั้งหลายพันลูก ต่างพุ่งใส่อีฟริกทั้งหมด จนกลายเป็นระเบิดดังก้องกัมปนาท

บรึ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!

 

โอดินจ้องมองภาพอย่างสนใจ ก่อนจะหันไปแซวเทพบิดรอิซานางิที่ชิมไวน์องุ่นอย่างออกรสชาติ

“ลูกชายท่านนี่แข็งแกร่งดีนะ เทพอิซานางิ! ถึงขนาดสร้างทอร์นาโดกว่าพันลูกได้ขนาดนี้ ถ้าเป็นคนอื่นคงสลบไปตั้งแต่เรียกออกมาแล้ว”

“สลบแน่..ข้ารู้ขีดจำกัดของลูกข้าดี หลังจากที่ใช้พลังนี้เสร็จ ร่างกายของซูซาโนะจะไร้เรี่ยวแรงไปหลายวันเลยทีเดียว” อิซานางิเฉลย

“โฮ่! ลงทุนแท้”

ซุสแซว ก่อนจะหันไปชมศึกของซูซาโนะกับอีฟริกต่อ

 

กลุ่มควันเริ่มซาลงแล้ว ซูซาโนะยันตัวเอาไว้อย่างยากลำบาก เรี่ยวแรงค่อยๆหดหายทีละนิดๆ ขนาดแรงจะหายใจยังแทบไม่มีด้วยซ้ำ

“ต๊ะเอ๋! แฮ่ๆๆ!”

อีฟริกตะโกนออกมาเสียงแหบ ภายในกลุ่มควันที่เหลืออยู่เล็กน้อย ทำเอาซูซาโนะหน้าซีด ยันตัวเอาไว้อย่างเต็มแรง เพื่อสู้ตายอย่างเต็มที่

“อ๊ะ! เจ้า..”

ซูซาโนะอุทานออกมา สภาพของอีฟริกตอนนี้คือ ร่างกายแห้งกราว สะบักสะบอมไปทั้งตัว ร่างอวตารเพลิงดับลงไปนานแล้ว พลังก็โดนซัดจนหายไปหมดเกลี้ยงด้วยเช่นกัน

“ฮ่าๆๆ เจ้าเองก็ไร้เรี่ยวแรงแล้วเหมือนกันนี่นา”

อีฟริกกล่าว พลางหัวเราะออกมา ซูซาโนะก็หัวเราะตามออกมาด้วย

“ฮ่าๆๆ ว่าแต่ข้า! เจ้าเองก็แทบดิ้นตายอยู่แล้วนี่นา หุๆ”

ทั้งสองกล่าวคุยกันฉันท์มิตรสหายที่สนิทกันมานาน ก่อนจะสลบไปทั้งคู่หลังจากที่นั่งพักไปได้ไม่ถึงสิบวินาที

จอมเทพ

ซุส

โอดิน

อิซานางิ

เง็กเซียน

พระราม

มิคาเอล

ตัวแทน

เพอร์ซิอุส

ธอร์

ซูซาโนะ

ซุนหงอคง

หนุมาน

อีฟริก

พิชิต

ธอร์

เพอร์ซิอุส

อีฟริก

-

-

ซูซาโนะ

พ่าย

ธอร์

เพอร์ซิอุส

อีฟริก

-

-

ซูซาโนะ

 

และในขณะเดียวกันอีกจุดหนึ่ง ด้านของหนุมานและซุนหงอคง

“ได้ข่าวว่าเจ้าเป็นฝ่ายเทียบเชิญขอเปิดศึกประลองนี้เลยรึ?”

ซุนหงอคงกล่าวถามขึ้น พลางกระชับพลองทองในมืออย่างไม่ค่อยไว้วางใจพญาวานรเผือกตรงหน้าเสียเท่าไหร่

“ข้าได้ยินเรื่องเจ้ามานานแล้ว อยากประมือด้วยซักครั้ง! เทพบุตรวานร ซุนหงอคง!” หนุมานกล่าวตอบ ตรีเพชรในมือก็ถูกกระชับไว้ให้แน่นมือเช่นกัน

“ก็เอาสิ! ข้าเองก็อยากพิสูจน์พลังของเจ้ากับข้าเช่นกัน ในฐานะที่เราเป็นเผ่าวานรทั้งคู่ ใครจะแกร่งกว่ากัน!”

หงอคงกล่าว ก่อนจะพุ่งเข้าใส่หนุมานด้วยความเร็วสูง หนุมานเองก็เกร็งท่อนแขนตั้งรับ ตรีเพชรนั้นถูกยกขึ้นเหนือศีรษะ

แกร๊งงงง!

พลองทองของซุนหงอคง ฟาดเข้ากับตรีเพชรของหนุมานอย่างที่คิด เมื่อร่างของหงอคงถูกหยุดจากการยับยั้งของหนุมาน เทพบุตรวานรหนุ่มก็ตีลังกากลับหลังไปหลายตลบ แต่เมื่อหันกลับมาก็พบว่าหนุมานพุ่งตัวตามเข้ามาด้วย!

สายลมแห่งพระพาย!

พายุขนาดกลางปรากฏล้อมรอบตรีเพชรในมือพญาวานรเผือก หนุมานแทงตรีเพชรใส่ใบหน้าของซุนหงอคงอย่างไม้ปราณี

พลองทองตัดพิภพ!

เคร้งๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ. . .!!

หงอคงใช้พลองทองตวัดรับไว้ได้ จนเกิดเป็นคลื่นระเบิดอย่างรุนแรง แต่เทพอสูรวานรทั้งสองหาสนใจไม่ ต่างพากันฟาดปะทะศาสตรากันหลายต่อหลายรอบ ใช้วิชาโจมตีกันไปมา ผลัดกันฟาด ผลัดกันรับ แฝงพลังผนึกลงศาสตราอย่างมิหยุดหย่อน จนพลังเริ่มลดลงเรื่อยๆ

“เราปะทะศาสตรากันมาก็หลายร้อยกระบวนแล้ว~ จะพักหน่อยรึไม่ล่ะ สหายตัวขาวเอ๋ย!”

หงอคงพูดไกล่เกลี่ย พลองทองกระชับในมือแน่นอย่างระมัดระวังตัว

“ก็น่าจะเป็นเช่นนั้น..” หนุมานกล่าว “ถ้าร่างกายของข้าไม่สามารถฟื้นตัวได้ล่ะก็น่ะนะ!”

สายลมหวนกลับ ฟื้นชีพจรหกสิบสี่จุด!

สายลมต่างห่อหุ้มร่างของเทพอสูรพญาวานรเผือกหนุมานเอาไว้เป็นโดมสีเทา โดมนั้นปลดปล่อยสายลมกรรโชกแรงตลอดเวลา จนหงอคงมิอาจฝ่าทะลวงเข้าไปได้

“เอาบ้างสิ! อย่าคิดว่าฟื้นตัวได้คนเดียวนะเฟ้ย!”

ชีพจรฟ้าดิน! วิชาฟื้นสภาพ 72 อิทฤทธิ์!

ร่างของหงอคงเปล่งออกร่าสีทองออกมาอย่างเจิดจ้า จนแม้แต่จอมเทพทั้งหกยังต้องหรี่ตาลงเล็กน้อย...

เทพอสูรวานรทั้งสองต่างเปล่งออร่าและพลังสายลมออกมาอย่างรุนแรง..จนกระทั่ง!

เพล้งงงงง! วูบบบบบ!!

โดมสายลมแตกกระจายออก เช่นเดียวกันกับแสงออร่าสีทองที่ดับวูบลงพร้อมๆกัน!

ตรีเพชรทะลวงวิญญาณ!

พลองทองฟาดอสูร!

แกร๊งงง. . .บรึ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!

ชั่วพริบตาที่โดมกับออร่าหายไป เทพอสูรวานรทั้งสองก็ใช้วิชาที่รุนแรงในการโจมตีใส่ฝ่ายตรงข้ามทันทีโดยไม่คิดชีวิต ชั่วพริบตาที่ตรีเพชรและพลองทอง ไอเทมระดับ X ระดับไอเทมของศาสตราแห่งเทพเจ้าและมารระดับสูง

ไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่า ระดับไอเทมในเกมนั้น นอกจาก E D C B A S SS SSS แล้ว..ยังมีไอเทมอีกหนึ่งระดับ คือไอเทมระดับ X ที่เรียกได้ว่าเป็นระดับพิเศษ ไอเทมระดับ X นั้นคือไอเทมระดับเทพเจ้าที่มีเลเวลตั้งแต่ 450 ขึ้นไปจนถึงเลเวล 500 ระดับของพวกจอมเทพและจอมมาร

แต่เมื่อไอเทมของเทพเจ้าระดับสูงกว่า 450 ถูกดรอปออกมา ไอเทมสูงสุดจะถูกลดขั้นให้อยู่ในระดับ SSS เท่านั้นที่สูงที่สุด

เพราะไอเทมระดับ X เป็นไอเทมลึกลับที่แม้แต่ทีมงานเกมก็ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ามาได้อย่างไร..แต่เพราะไอเทมระดับ X นั้น..มีพื้นเพพลังงานมาจากพลังของเทพอสูรจริงๆ!

ร่างของเทพอสูรวานรทั้งสองบนโลกแห่งเดรก สภาพอาการบาดเจ็บเล็กน้อย เทพอสูรวานรทั้งสองต่างเร่งพลังปราณอันเป็นเอกลักษณ์ของตนออกมาจนเริ่มบีบอัดตัวแน่นจนเห็นได้ชัดในอากาศ

ลมปราณวานรสายลม!

ลมปราณราชันย์วานร!

อากาศรอบๆเทพอสูรวานรทั้งสอง รอบกายของหนุมาน อากาศเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีเทา ราวกับว่าเป็นควันสีเทาที่มีน้ำหนัก..ทางด้านหงอคงก็มีควันสีทองที่เบาบาง คลุมร่างอยู่เช่นกัน

“ไหนๆก็ไหนๆแล้ว..พลังฉันกับนายก็ลดลงเยอะมากแล้วด้วย จากการผนึกพลังลงในอาวุธแล้วสู้กันด้วยวิชาต่างๆ..เรามาจบศึกนี้ดีกว่าไหม?” หงอคงเสนอ เนื่องจากเริ่มคันปาก อยากดื่มสุราอสูรเมามายของตนเต็มที

“หึ! ตกลง! ยังไงศึกนี้ ฉันก็เป็นคนเสนอ..พวกเทพองค์อื่นๆก็ถือว่ามาเยี่ยมชมก็แล้วกัน..!” หนุมานกล่าวจบก็เปล่งพลังปราณห่อหุ้มร่างกายอย่างมหาศาลทันที

“โหววว~ มหาศาลจริงๆ”

หงอคงกล่าว ก่อนจะเร่งพลังปราณจนมากเท่ากับหนุมานเช่นกัน!

“มาจบศึกกันดีกว่า!!”

ทั้งสองเทพอสูรวานรตวาดออกมาพร้อมกัน พลังปราณที่ห่อหุ้มร่างกายถูกดูดผนึกลงไปในอาวุธทั้งหมด พลังเวทย์เองก็เช่นกัน พลังทุกอย่างถูกผนึกลงอาวุธเพื่อให้เกิดท่าไม้ตายโจมตีที่แรงที่สุดบนเอกภพ!

จอมราชันย์วานรโกรธา...พลองในมือข้า ใช้วิชาร้อยกระบวน ฟาดฟันกระแทกจนสลาย!

พญาวานรเผือกพิโรธ...ตรีเพชรเปล่งประกาย ดาวเดือนเปล่งพลัง จู่โจมอริข้าให้มลายสิ้น!

ซุนหงอคงพุ่งเข้าใส่หนุมาน พลองทองในมือที่เปล่งไปด้วยพลังปราณและพลังธาตุทองในร่างกายของเทพอสูรวานรขนทอง กระบวนท่าถูกใช้ออกมาทีละท่าๆ ฟาดฟันอย่างรุนแรง

หนุมานก็มิได้ตั้งรับอย่างเดียว ตรีเพชรเปล่งประกายแสงสีเงินเทา ดาวเดือนพุ่งลอยออกจากปากของวานรเผือก เปล่งรัศมีเสริมพลังให้ตรีเพชรในมือ!

ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!

ไม่มีผู้ใดร่วงรู้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น...อย่างน้อยก็ในเวลานี้

 

“ท่านว่าผู้ใดจะชนะรึ? พระราม” เง็กเซียนฮ่องเต้กล่าวถาม

“มิอาจร่วงรู้ เง็กเซียน! พลังของสองเทพอสูรวานรนี้สูงส่งมาก หนุมานคือทหารเอกของข้า ข้ามั่นใจฝีมือเขามาก หากอยู่ต่อหน้าพวกยักษาแห่งกรุงลงกา..แต่กับซุนหงอคงแห่งดินแดนสวรรค์นี้แล้ว ข้ารู้สึกว่าเขาจะมีพลังพอๆกัน หรือมากกว่าแม่ทัพสามตาของท่านใช่รึไม่?” พระรามถาม

“ใช่แล้ว! เป็นเช่นนั้นจริงๆ” เง็กเซียนตอบเสียงเรียบ

“งั้นข้าคงมิอาจร่วงรู้ผลลัพธ์จริงๆล่ะท่าน” พระรามกล่าวพลางหัวเราะ

 

ฉ่าาา~!!

เสียงไอน้ำดังขึ้นท่ามกลางกลุ่มควัน ก่อนที่ควันจะค่อยๆแตกตัวออก และหายไป..ภาพที่เห็นภายในกลุ่มควันก็คือ...

“ชนๆๆ!!”

เสียงเข้มของลิงเผือกดังขึ้น ถ้วยในมือยกชนกับถ้วยในมือของลิงขนทองเบาๆ ก่อนจะยกขึ้นดื่ม

“ไม่ยักรู้! ว่าพญาวานรเผือกแห่งหิมพานต์จะนิยมดื่มเหล้าอสูรเมามายด้วย น่ายินดียิ่ง! ที่สุราของข้าจะติดปากไปทั่วโลก” หงอคงกล่าวยิ้มๆ

“ฮ่าๆๆ ข้าเคยใช้ให้ไชยามพวานไปตะเวณหาซื้อสุราของเจ้าเลยล่ะ ทั้งในดราเฟนเซีย และเดรกนี้..แม้จะต้องเสียเวลาบ้าง แต่ก็ถือว่าคุ้มกับสุราที่ได้ลิ้มรส” หนุมานกล่าว “...รวมทั้งความตื่นเต้นที่ข้าห่างหายไปนานเสียด้วย”

หงอคงยิ้ม ก่อนที่จะยิ้มถ้วยสุราขึ้นดื่มจนหมดจอก แล้วจึงยืนขึ้น หนุมานเองก็ยืนขึ้นเช่นกัน

“เจ้านับเป็นสหายเผ่าพันธุ์เดียวกัน ที่ทำให้ข้าตะลึงได้มากที่สุด..เจ้าคือสหายและศัตรูที่เก่งกาจและสูสีมากของข้า หนุมาน..หวังว่าเจ้าคงจะลดเกียรติ์มาเป็นสหายกับไต้อ๋องแห่งเขาผลไม้ถ้ำม่านน้ำตกนี้นะ”

ซุนหงอคงยื่นมือไปด้านหน้าช้าๆ พญาวานรเผือกจ้องมองมือนั้นอยู่ครู่นึง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองหงอคง..ใบหน้าค่อยๆฉีกยิ้มรับ

“ข้าว่าเจ้าสิต้องลดเกียรติ์ราชันย์สวรรค์มาเป็นสหายกับทหารแห่งอโยธยาเช่นข้า ฮ่าๆๆ”

มือสีขาวค่อยๆยื่นไปจับมือกับซุนหงอคง..

“มิตรภาพ..คู่แข่ง! เจ้าคือทั้งจุดสูงสุดของทั้งสองสิ่งสำหรับข้า หนุมาน! ข้าขอนับถือเจ้าเลยทีเดียว”

ซุนหงอคงกล่าว หนุมานยิ้มรับ

“เจ้าเองก็เช่นกัน สหายข้า..”

เทพอสูรวานรทั้งสองยิ้มให้กัน ไม่นานก็ปรากฏร่างของตัวแทนอีกสี่คนที่เดินทางมาอย่างยากลำบาก ต่างคนต่างช่วยกัน เกื้อหนุนกัน..จนกระทั่งมาหยุดตรงจุดที่เทพอสูรวานรทั้งสองนั่งก๊งเหล้ากันอยู่

“ช่วย..ช่วย..” อีฟริกครางออกมาอย่างทรมาน “ช่วยรินเหล้าให้ข้ากินม่างงเซ่!!!”

ว่าแล้วอีฟริกก็กระโจนเข้าไปยกเหล้าในไหของหงอคง แล้วยกซดหมดทันที

“เห้ย! เหล้าข้า! ไอ้ลิงแดงเอ๊ย! แย่งเหล้าข้าอีก!”

หงอคงแกล้งตะโกนเสียงดัง ทำท่าเหมือนโกรธ แต่อีฟริกไม่สนใจ หนังตาเริ่มหย่อน แล้วหลับลึกลงทันที

“เห้อ! ข้าว่าศึกนี้เป็นศึกที่มันส์ที่สุดเลยล่ะ” ธอร์กล่าวยิ้มๆ

“ข้าเห็นด้วย” ซูซาโนะกล่าวเสริม

“ใช่ที่สุด!” เพอร์ซิอุสกล่าวเสริมออกมาบ้าง

“ศึกนี้มันส์ที่สุดเลย! ข้าเห็นการต่อสู้ของพวกเจ้ามาบ้างแล้ว ช่างแข็งแกร่งกันเหลือเกิน” หนุมานกล่าวชม ว่าที่สหายใหม่

“เจ้าสองคนเองก็สุดยอด! เล่นกันซะพวกข้าขนลุกเลยนะเนี่ย!” อีฟริกกล่าวเสริม พยายามลืมตาให้ตื่นขึ้นเต็มที่

“เจ้าน่ะนอนไปเถอะ! ไม่รู้มิคาเอลคิดอะไร ดันเอาไอ้บ้านี่มาแข่ง ทั้งๆที่มันเพิ่งตื่นแท้ๆ” ธอร์กล่าวยิ้มๆ พลางผลักหัวอีฟริกเบาๆ

“ข้า..เทพเจ้าสายฟ้า ธอร์! ขอเกียรติ์จากเจ้าทั้งสอง ร่วมเป็นมิตรสหายกันเอาไหม?” ธอร์เสนอ ก่อนจะยื่นมือทั้งสองข้างไปให้เทพอสูรวานรทั้งสอง

“ฮ่าๆๆ เทพเจ้าสายฟ้า! ข้ายินดีอย่างยิ่ง ที่ได้มีสหายในดินแดนแอสการ์ดเช่นเจ้า! แต่อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้าแอบหวังจะจิ๊กสุราข้าไปกินนะเฟ้ย! ฮ่าๆๆ” หงอคงกล่าว ทำให้ทุกคนหัวเราะร่วนออกมาทันที

“ฮ่าๆๆ เพื่อความมันใจ! ข้า เทพเจ้าสายฟ้า ธอร์..ขอให้สัตย์ปฏิญาณ ว่ามิตรภาพที่เราทั้งหกสร้างด้วยกันในวันนี้ จะอยู่ตราบชั่วนิจนิรันดร์! หากใครแย้งก็ว่ามา!”

ซูซาโนะยกมือขึ้น ทำเอาธอร์หน้าเสีย อารมณ์ขึ้นที่ซูซาโนะถือตัว ไม่ยอมเป็นสหาย..ไร้ซึ่งความจริงใจแน่ๆ!

“ข้าอยากจะถามว่า..ถ้าแยกย้ายกันแล้ว เราจะติดต่อกันอย่างไรต่างหากล่ะ?!”

ซูซาโนะกล่าวยิ้มๆ ทุกคนจึงหัวเราะร่วนออกมาอีกครั้ง รวมทั้งธอร์ด้วย

“เราสามารถติดต่อกันโดยง่ายในโลกเดรกนี้...” หงอคงกล่าว “..ข้าจะใคร่ขอให้จอมเทพทั้งหก ทรงสร้างเขตแดนเชื่อมหกสถานที่เข้าด้วยกัน”

“คล้ายๆไบฟรอส (Bifrost) สินะ!” ธอร์ทวน

“ถ้ำม่านน้ำตกบนเขาฮั่วกั่วซานของข้า..วังในกรุงขีดขินของหนุมาน..พระราชวังในแอสการ์ดของธอร์..บ้านของเพอร์ซิอุส..และห้องลงทัณฑ์ของอีฟริก!” หงอคงกล่าวแนะ

“อืม..ข้าว่าถ้าเป็นเทพทั้งหก คงสามารถสร้างทางรวมเข้าด้วยกันได้เป็นแน่!” หนุมานกล่าว

“คราวนี้ก็หมดข้อสงสัยแล้วสินะ ซูซาโนะ” ธอร์หันไปถามเทพสายลม

“อืม..ข้าหมดแล้ว! ข้าขอบอกเลยว่า ยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นสหายกับพวกท่าน..เทพบุตรวานร ซุนหงอคง..พญาวานรเผือก หนุมาน..มนุษย์ครึ่งเทพ เพอร์ซิอุส..เทวทูตปีศาจแห่งการลงทัณฑ์ อีฟริก และเทพเจ้าสายฟ้า ธอร์.. ข้าขอให้คำสัตย์ปฏิญาณ มิตรภาพของเราทั้งหก ฟ้าดินเป็นพยาน..ให้มันคงอยู่ชั่วนิจนิรันดร์!”

ซูซาโนะกล่าวจบ แสงสีทองก็แผ่ออกมาจากร่างของเทพสายลม วนตามชื่อที่ซูซาโนะกล่าว คือหงอคง หนุมาน เพอร์ซิอุส อีฟริก และธอร์ตามลำดับ

จากนั้นทุกคนก็ทำจนครบทุกคน เมื่อสิ้นคำพูดจบสุดท้ายของธอร์ ซึ่งเป็นคนพูดคนสุดท้าย แสงสีทองก็เปล่งออกมาจากทั้งหกร่างพร้อมๆกัน เป็นสัญญาณถึงความสำเร็จในการปฏิญาณนี้

“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น..มิตรภาพของพวกเราทั้งหกจะมีฟ้าดินเป็นพยาน สวรรค์นรกรู้แจ้ง และคงอยู่ชั่วนิจนิรันดร์!”

นับจากนี้ไป..ตำนานของศึกประลองกระชับมิตรที่น่าตื่นเต้นที่สุดในโลกเดรก ได้มีคำสัตย์ปฏิญาณของเหล่าเทพทั้งหกตน..เทพสายลม ซูซาโนะ..เทพสายฟ้า ธอร์..เทพบุตรวานร ซุนหงอคง..พญาวานรเผือก หนุมาน..เทวทูตปีศาจแห่งการลงทัณฑ์ อีฟริก..และ มนุษย์ครึ่งเทพ เพอร์ซิอุส

แม้ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ซึ่งคำสัตย์สาบานนี้อย่างแน่ชัด แต่จอมเทพทั้งหก จะรู้ดีอยู่แก่ใจ..ว่าสิ่งที่เรียกว่า มิตรภาพ..ไม่มีวันตาย!



___________________________
ปล. คุณ ISSIS เป็นเม้นต์ที่555พอดีเลย

ขอให้มีความสุขมากๆนะคร้าบบ

ต้องการให้เกิดอะไรขึ้นในเดรกก็บอกได้เลย ผมจะพยายามจัดให้ เนื่องจากเป็นเลขลัคกี้ของนิยายเรื่องนี้ครับ หุๆๆ


55555', ตามสัญญานะครับ

ทันทีที่มีคอมเม้นต์เกิน 555 เม้นต์

ผมจะลงบทพิเศษที่ใช้เวลาแต่งนานหลายอาทิตย์ให้ หุๆ

ที่แต่งนานไม่ใช่เพราะอะไรหรอกครับ

ต้องคอยคิดพล็อตให้เนื้อเรื่องมันเอามายำกันได้

ต้องถามความคิดเห็นเพื่อนคนนี้ เพื่อนคนนู้น เพื่อนคนนั้นมากมาย

จนในที่สุดก็ได้เป็น บทพิเศษ :: ตำนานหกมิตรภาพนิรันดร์

อ่านให้สนุกนะครับ

หากมีจุดใดให้แก้ไขก็บอกมาได้เลยครับ จะเร่งแก้ให้..

ติชมด้วยเน้อ หุๆๆ

จาก...เจสซิล่า


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
DreakOnline *ศึกอภิมหาสงครามสามหมู่* ตอนที่ 65 : บทพิเศษ :: ตำนานหกมิตรภาพนิรันดร์ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1892 , โพส : 15 , Rating : 30 / 6 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1

#15 : ความคิดเห็นที่ 1318
เอาหลายตำนานมารวมกันเเล้ว แล้วทำไมไม่เอาแปดเซียมเข้ามาร่วมเเจมด้วยละ คงน่าสนุกพิลก
PS.  หากอยู่แบบไร้ค่า... ก็ไม่ต่างจากคนตาย
Name : เสน่ห์แสงจันทร์< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เสน่ห์แสงจันทร์ [ IP : 101.108.181.133 ]
Email / Msn: taddy--hell-angel(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 ตุลาคม 2555 / 02:38

#14 : ความคิดเห็นที่ 1310
เอาทุกๆตำนานมารวมกันเลยหรอนี้!
Name : crow< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ crow [ IP : 1.1.194.198 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 ตุลาคม 2555 / 17:07


#13 : ความคิดเห็นที่ 1295
มันส์แท้เหลา 555
Name : Death Eaters.< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Death Eaters. [ IP : 171.7.27.60 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 ตุลาคม 2555 / 20:49

#12 : ความคิดเห็นที่ 1257
ผีสุรานี่เข้าสิ่งได้ทุกที่ทุกเวลาเลยจริงๆ
PS.  If it does not go to hell and who will go to hell.
Name : alangod< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ alangod [ IP : 180.183.100.239 ]
Email / Msn: i_love_doll_master(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 กันยายน 2555 / 16:20

#11 : ความคิดเห็นที่ 1148
เก่งสุดๆ
PS.  นิยายที่มีนักอ่านเงา คิดซะว่า " งานเขียน " ของเรา PerfecT นิยายทุกเรื่อง " คนๆนี้ " ไม่ คิด " แบน " เพราะมันมาจาก " จินตนาการและความตั้งใจ "
Name : บังเอิญอ่าน< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ บังเอิญอ่าน [ IP : 49.49.190.73 ]
Email / Msn: lovekh129(แอท)gmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 กันยายน 2555 / 23:33

#10 : ความคิดเห็นที่ 992
ว้าววววววววววววว  มันส์มากจ้า



เทพส่วนใหญ่เป็นคนจริงๆหรือเนี่ย นึกว่าเป็นAIซะอีกอะ



สนุกมากจ้า
Name : ฝนธารา< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ฝนธารา [ IP : 171.99.71.228 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 กรกฎาคม 2555 / 20:22

#9 : ความคิดเห็นที่ 602
โธ่ให้ลุ้นตั้งนานพอกลุ่มควันหายไปดันมาดวดเหล้ากันซะนี่
Name : polluion< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ polluion [ IP : 124.121.197.132 ]
Email / Msn: zzaa10123(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 พฤษภาคม 2555 / 12:35

#8 : ความคิดเห็นที่ 568
 สุดท้าย ก็ ไม่พ้นวงเหล้าเหรอเนี่ย ดื่มหนักระวังสุขภาพบ้างดิเพ่
Name : นักอ่านเลือดสาดกระจาย< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ นักอ่านเลือดสาดกระจาย [ IP : 171.4.236.131 ]
Email / Msn: dragonball1909(แอท)gmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 เมษายน 2555 / 00:32

#7 : ความคิดเห็นที่ 567
สุดท้ายก็ก๊งเหล้าเหมือนเดิม.........
PS.  เราเป็นเพื่อนกันนะ
Name : เวนีล่า< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เวนีล่า [ IP : 1.4.185.168 ]
Email / Msn: noramon_2009(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 เมษายน 2555 / 23:39

#6 : ความคิดเห็นที่ 565
เป็นตอนที่ชวนขบคิดในปริศนามาก เจ๋งจริงๆ ที่เอามารวมกันได้สนุกขนาดนี้ ^^
Name : โคะโฮะ [ IP : 58.9.59.130 ]
Email / Msn: -
วันที่: 26 เมษายน 2555 / 03:05

#5 : ความคิดเห็นที่ 562
555

หลายตำนานจัง 
PS.  ขีวิตไม่ใช่นิทานไม่ได้จบสวยหรูเสมอไปเพราะ โลกมันโหดร้ายเสมอไงหล่ะ...
Name : เนนิน< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เนนิน [ IP : 61.90.112.5 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 เมษายน 2555 / 17:56

#4 : ความคิดเห็นที่ 561
อืมๆ เก่งพอๆกันทั้งหมดเลยแห้ะ(แต่ลึกๆอยากให้พวกที่นั่งดูบู๊กันเองมากกว่า อิอิ)
PS.  อา..งานหนังสือใกล้เข้ามา กระเป๋าเงินไกลออกไป เฮ้อ...
Name : [~ZanLighT~]!< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ [~ZanLighT~]! [ IP : 14.207.198.253 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 เมษายน 2555 / 12:18

#3 : ความคิดเห็นที่ 560
ว้าวๆวาว>~<
Name : k_fruit< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ k_fruit [ IP : 27.55.9.236 ]
Email / Msn: k_fruit(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 เมษายน 2555 / 10:48

#2 : ความคิดเห็นที่ 559
โอ้! ลัคกี้นัมเบอร์ เกิดมาเพิ่งเคยโชคดีกับคนอื่นแบบนี้นะเนี่ยะ!! ขอส่งต่อความโชคดีใ้ห้ไรท์เตอร์อ่ะ
ขอให้ไรท์เตอร์มีความสุขมากๆ ไอเดียพุ่งกระฉูดเลยจ้า!  ^^/b

ไม่ขอไรมากอ่ะ แต่งสนุกๆ เปิดจิตนาการของไรท์เตอร์ให้เต็มที่เลย อย่าจำกัดตัวเองไว้ในข้อจำกัดบางประการก็พอนะ^^
แล้วก็...แล้วก็....มาแต่เร็วๆนะ รออ่านอยู่จ้า
Name : ISSIS< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ISSIS [ IP : 58.137.98.201 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 เมษายน 2555 / 10:48

#1 : ความคิดเห็นที่ 557
 เอิ๊กๆ อ่านไปยิ้มไป
PS.  คอมเม้นท์ คือ กำลังใจขอนักเขียนให้เขียนเรื่องต่อไปจนจบ
Name : ๏—•HadeS•—๏< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ๏—•HadeS•—๏ [ IP : 171.7.214.102 ]
Email / Msn: nteeza(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 เมษายน 2555 / 22:59

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

"หนังสือสดใหม่ ประจำเดือน ตุลาคม 2557"

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android