|
การวัดตัวเพื่อสร้างแบบตัดเสื้อมาตรฐาน การวัดตัวเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างแบบตัด จำเป็นต้องศึกษาวิธีการวัดตัวให้แม่นยำ เพื่อคุณภาพในการสร้างแบบตัดเสื้อมาตรฐานและการสร้างแบบตัดเสื้อเบื้องต้นโดยเฉพาะแบบ ตัดเสื้อเบื้องต้นหรือเสื้อแม่แบบที่สร้างขึ้นเฉพาะบุคคล สำหรับแบบตัดเสื้อมาตรฐานนั้นจะสร้างขึ้นตามขนาดมาตรฐานที่กำหนดขนาดตัวมาแล้ว ซึ่งต้องวัดตัวเหมือนการวัดตัวตัดเสื้อ ผู้ศึกษาควรทำความเข้าใจเพื่อเปรียบเทียบขนาดตัวเทียบเคียงการใช้และปรับแบบตัดตลอดจนการนำไปใช้เพื่อการเลือกซื้อ การสร้างแบบตัดเสื้อตัวหลวม วัดขนาดตัวในการสร้างแบบตัดน้อยกว่าเสื้อเข้ารูปร่างและปัญหาของรูปทรง ความพอเหมาะ ขั้นตอนการทำงานก็น้อยกว่าด้วยทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรายละเอียด การตกแต่ง แบบของส่วนประกอบ แขนเสื้อ และปกเสื้อ เป็นต้น การเตรียมตัวเพื่อวัดตัว 1. ผู้ถูกวัดตัวความสวมชุดชั้นในที่พอเหมาะกับตัวเพื่อผลการวัดสัดส่วนที่ถูกต้องและควรสวมชุดชั้นในชุดที่ใส่วัดตัวเมื่อมาลองตัวหรือการสวมใส่จริงทุกครั้ง 2. ไม่สวมชุดที่มีเสื้อผ้ามากชิ้นในการวัดตัว หรือเสื้อเสริมไหล่ที่หนาเทอะทะจนไม่สามารถคาดเดาสัดส่วนจริงได้ ควรพิจารณาให้เหมาะสม การวัดตัวเพื่อสร้างแบบตัดชุดที่เข้ารูปทรง เน้นความพอดี เช่น ชุดชั้นใน ชุดราตรีเข้ารูป ฯลฯ 3. นำสิ่งของออกจากกระเป๋าเสื้อ กระเป๋ากระโปรง 4. ผู้ถูกวัดยืนในท่าที่สบายๆ ไม่ก้มๆ เงยๆ หรือก้มลงมองตามขณะวัดตัว เพราะทำให้สัดส่วนที่วัดคลาดเคลื่อนได้ 5. ผู้ถูกวัด ควรคาดเอวด้วยเทปคาดเอวหรือยางยืดเพื่อเห็นเอวที่ชัดเจน ขณะวัดจะยึดที่ขอบบนหรือขอบล่างของเทปคาดเอวก็ให้ปฏิบัติเหมือนกันตลอดสำหรับการวัดตัวครั้งนั้นๆ 6. การสอดนิ้วเพื่อจัดสายวัดขณะวัดตัวให้ใช้วิธีสอดนิ้วชี้หรือสอดนิ้วชี้กับนิ้วกลางสำหรับจับสายวัดเพื่ออ่านความกว้างของส่วนต่างๆที่วัดพอดี จะใช้วิธีสอดหนึ่งนิ้วหรือสองนิ้วให้ใช้วิธีใดวิธีหนึ่งตลอดในการวัดตัวครั้งนั้นๆ การวัดตัวก่อนที่จะเย็บเสื้อผ้าเป็นตัวเสื้อ กางเกงหรือกระโปรง ช่างตัดเสื้อจะต้องรู้สัดส่วนของผู้ที่จะสวมใส่เสื้อผ้านั้นก่อน การวัดตัวจึงเป็นขั้นตอนแรกของการตัดเย็บ ซึ่งถ้าสามารถวัดได้ถูกต้องหรือใกล้เคียง เสื้อผ้าก็จะพอเหมาะพอดีกับรูปร่างของผู้สวมใส่โดยไม่ต้องแก้ไขในภายหลัง ผู้วัดจะทำการวัดตัวตามขั้นตอนต่อไปนี้ 1. ยาวหน้า โดยทาบสายวัดตรงรอยบุ๋มตรงกลางคอด้านหน้า ให้แนบกับลำตัวด้านหน้าลงมาถึงเอว 2. ยาวหลัง โดยทาบสายวัดจากปุ่มกลางกระดูกคอด้านหลัง ให้แนบลำตัวลงมาจนถึงแนวเอว 3. บ่าหน้า วัดจากช่องรักแร้หรือแนวแขนพับด้านหนึ่งมายังอีกด้านหนึ่ง 4. บ่าหลัง วัดจากช่องรักแร้หรือแนวแขนพับด้านหนึ่งมายังอีกด้านหนึ่ง 5. อกสูง วัดจากปุ่มกลางคอหน้าพาดสายวัดเฉียงมาที่จุดยอดอกด้านใดด้านหนึ่ง 6. อกห่าง วัดจากจุดยอดอกด้านหนึ่งมายังอีกด้านหนึ่ง 7. ไหล่กว้าง วัดจากข้างคอที่แนวตะเข็บไหล่มาที่ปุ่มปลายไหล่ วัดตำแหน่งนี้เมื่อสร้างแบบตัดเสื้อตัวหลวม สร้างแบบตัดเสื้อเข้ารูปไม่ต้องวัด 8. ตะเข็บไหล่ วัดจากข้างคอมาถึงปุ่มปลายไหล่(วัดที่ด้านใดด้านหนึ่ง) วัดตำแหน่งนี้เมื่อสร้างแบบตัดเสื้อตัวหลวม สร้างแบบตัดเสื้อเข้ารูปไม่ต้องวัด 9. รอบคอ วางสายวัดให้ชิดกับฐานคอตรงแนวต่อกับช่วงไหล่ แล้วใช้นิ้วสอดเข้าไปในสายวัดหนึ่งนิ้ว วัดให้พอหมุนได้ 10. รอบอก วัดให้ผ่านส่วนที่นูนที่สุดของอกโดยให้สายวัดด้านหน้าและด้านหลังเป็น แนวเดียวกันอย่าให้สายวัดตกห้อยหรือยกสูง 11. รอบเอว วงสายวัดไปรอบเอว วัดตรงส่วนที่คอดที่สุด ตรงแนวที่คาดเชือกไว้ให้พอดีไม่ต้องให้ตึงมาก 12. รอบสะโพกบน วัดผ่านบริเวณที่เป็นหน้าท้องถ้าเป็นวัยรุ่นหรือผู้ที่ไม่มีหน้าท้องอาจสังเกตได้ยาก เพราะหน้าท้องเรียบให้สังเกตจากมาตรฐานเส้นสะโพกบนอยู่ต่ำจากเอวลงมาประมาณ 10-11 เซนติเมตร 13. รอบสะโพกล่าง ทาบสายวัดจากเอวลงไปประมาณ 18-20 เซนติเมตร หรือตรงส่วนที่นูนที่สุดของตะโพก แล้ววงสายวัดให้รอบ และขณะวัดให้ใช้นิ้วสอดเข้าไปในสายวัดสองนิ้ว จากนั้นลองเลื่อนสายวัดขึ้นลงดู พอให้สายวัดผ่านตะโพกได้สะดวกจึงถือว่าใช้ได้ 14. วัดความยาวกระโปรงหรือกางเกง โดยวางสายวัดทาบจากเส้นเอวยาวลงมาทางด้านหน้าขาหรือด้านข้างตามต้องการ วิธีวัดขนาดแขนเพื่อสร้างแขนเสื้อ ขณะวัดควรงอแขนเล็กน้อย 15. รอบต้นแขน สอดสายวัดเข้าช่องรักแร้บริเวณแขนพับ ควรวัดรอบต้นแขนก่อนการวัดรอบวงแขน 16. รอบวงแขน สอดสายวัดผ่านใต้รักแร้ขึ้นมาผ่านปุ่มปลายไหล่ให้สังเกตว่ารอบวงแขนมักมีเนื้อที่มากกว่ารอบต้นแขนค่าเฉลียประมาณ 9-12 เซนติเมตร 17. รอบข้อศอก ขณะวัดงอแขนในลักษณะให้แขนส่วนล่าง(ข้อศอก-ปลายนิ้ว) ขนานกับแขนส่วนบนเป็นมุมฉาก จากนั้นจึงวัดรอบข้อศอก 18. รอบข้อมือ วงสายวัดรอบตรงปุ่มข้อมือ แล้วลองเลื่อนขึ้นลงให้ผ่านมือได้สะดวกโดยไม่คับหรือหลวมจนเกินไป 19. แขนยาว วัดจากปุ่มปลายไหล่ผ่านข้อศอก มาถึงใต้ปุ่ม ตัวเลขที่จดมี 2 ช่วง ตัวแรกคือความยาวจากไหล่-ข้อศอก ตัวเลขที่สองคือความยาวจากไหล่-ข้อมือ 20. ความยาวแขน ให้ผู้ถูกวัดยืนเท้าเอว แล้วใช้สายวัดทาบจากปลายไหล่ผ่านข้อศอกไปจนถึงข้อมือ การวัดสัดส่วนตามขั้นตอนนี้เป็นการวัดแบบพื้นฐานทั่วไป แต่ถ้าต้องการตัดเสื้อผ้าที่มีรายละเอียดมากขึ้น เช่น เสื้อแขนยาว ต้องวัดรอบรักแร้เพิ่มเติม เพื่อจะได้เผื่อหลวมให้สามารถเคลื่อนไหวในอิริยาบถต่างๆ ได้โดยสะดวก เป็นต้น รายการวัดตัวเพื่อตัดเสื้อเข้ารูป-ขนาดมาตรฐาน รายการวัดตัวเสื้อเข้ารูป | ขนาดมาตรฐาน | ขนาดตัวเอง | ขนาดตัวเบอร์ | S | M | L | XL | 1 | ยาวหน้า | 34 | 35 | 36 | 38 | | 2 | ยาวหลัง | 39 | 40 | 41 | 43 | | 3 | บ่าหน้า | 32 | 33 | 34 | 35 | | 4 | บ่าหลัง | 33 | 34 | 35 | 37 | | 5 | อกสูง | 19 | 20 | 20 | 21 | | 6 | อกห่าง | 17 | 18 | 18 | 19 | | 7 | ตะเข็บไหล่ | 12 | 13 | 13 | 14 | | 8 | รอบคอ | 33 | 34 | 35 | 36 | | 9 | รอบอก | 80 | 84 | 88 | 92 | | 10 | รอบเอว | 60 | 64 | 68 | 72 | | 11 | รอบสะโพกบน | 82 | 86 | 90 | 92 | | 12 | รอบสะโพกล่าง | 86 | 90 | 94 | 98 | | 13 | รอบต้นแขน | 26 | 27 | 28 | 29 | | 14 | รอบวงแขน | 36 | 40 | 42 | 44 | | 15 | รอบข้อศอก | 23 | 24 | 25 | 26 | | 16 | รอบข้อมือ | 14 | 15 | 16 | 18 | | 17 | แขนยาว | 29-50 | 32-52 | 31-53 | 32-54 | |
การเตรียมผ้าก่อนตัด บางครั้งผ้าที่ซื้อมาอาจถูกตัดหรือฉีกชายผ้า ทำให้เส้นด้ายของเนื้อผ้าเสียรูปทรงไป สามารถแก้ไขได้โดยดึงมุมทุกมุมของผ้าให้เป็นมุมฉากเสียก่อน และถ้าต้องการหดผ้าสำหรับผ้าที่ซักเปียกได้ ให้ทบผ้าตามยาวเข้าด้วยกัน แล้วพับผ้าวางลงในภาชนะที่มีน้ำ แช่ผ้าในน้ำประมาณครึ่งชั่วโมงหรือจนกระทั่งน้ำซึมทั่วผ้า จึงยกออกทั้งยังพับอยู่ จากนั้นใช้ฝ่ามือกดน้ำออกโดยไม่บิด เพราะจะทำให้ยับและยืดเสียรูป แล้วนำไปตากแดดให้แห้งบนพื้นราบก่อนนำมาใช้งาน การสร้างแบบตัด หลังจากได้แบบเสื้อผ้าที่ต้องการ วัดขนาดตัวเรียบร้อยแล้ว ก็จะต้องสร้างแบบตัดเป็นขั้นตอนต่อไป โดยแบบตัดมาตรฐานทั้งหมดจะมี 3 แผ่นคือ 1. แผ่นหน้า 2. แผ่นหลัง 3. แขนเสื้อ ซึ่งแบบตัดมาตรฐานเหล่านี้ สามารถนำไปดัดแปลงเป็นแบบเสื้อใดๆ ก็ได้ตามต้องการ ส่วนหลักการสร้างแบบตัดนั้นมีมากมายหลายวิธีให้เลือกใช้ตามความถนัด การสร้างแบบแผ่นหน้า โดยวัดจากริมกระดาษสร้างแบบด้านบนขวามือลงมา 10 เซนติเมตร เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างแบบและหาความกว้างและลึกของตัวเสื้อ ตัวอย่างเช่น ส่วนที่กำหนด | รอบคอ 33 | รอบคอ 34 | รอบคอ 35 | คอหน้ากว้าง | 6 | 6 | 6.25 | คอหน้าสูง | 6.5 | 6.5 | 6.75 | คอหลังกว้าง | 6.5 | 6.5 | 6.75 | คอหลังสูง | 1.5 | 1.5 | 1.75 |
การสร้างแบบตัดเสื้อเบื้องต้น
ภาพที่ 1 เป็นการวางเส้นกรอบนอกของเสื้อ A B ตีเส้นจากจุด A ไปหาจุด B ให้เท่ากับความยาวจากปุ่มคอหน้าถึงเอว ตามขนาด เป็น เส้นกลางตัวหน้า A C ตีเส้นฉากจากจุด A ไปหาจุด C ให้เส้น A C มีความยาวเท่ากับครึ่งหนึ่งของรอบอก เป็น เส้นคอหน้า
B D ตีเส้นฉากจากจุด B ไปหาจุด D ให้เส้น B - D ยาวเท่ากับเส้น A - Cเป็น เส้นเอว C - D ตีเส้นจากจุด C ไปหาจุด D เป็น เส้นกลางตัวหลัง

 ภาพที่ 2 นำแบบตัดภาพที่ 1 มาวางเส้นเพิ่มเติม A - B แบ่งเส้น A-B ออกเป็น 4 ส่วนเท่าๆ กัน วางจุด E ในส่วนที่ 1 , วางจุด F ในส่วนที่ 2 C - D แบ่งเส้น C-D ออกเป็น 4 ส่วนเท่าๆ กัน วางจุด G ในส่วนที่ 1 , วางจุด H ในส่วนที่ 2 G - E ตีเส้นจากจุด G ไปหาจุด E เป็น เส้นบ่า H - F ตีเส้นจากจุด H ไปหาจุด F เป็น เส้นอก
ภาพที่ 3 นำแบบตัดภาพที่ 2 มาวาง เส้นไหล่ A - I วางจุด I ที่เส้นคอหน้า ระยะ A - I เท่ากับ 1/6 ของรอบคอที่บวกแล้ว I - J ตีเส้นตั้งฉากจากจุด I ไปหาจุด J ให้ระยะ I - J เท่ากับ A - I + 1 เป็นส่วนสูงของเส้นไหล่ , แบ่งครึ่งเส้น I - J ที่จุด K C L สูงเท่ากับ I - J ตีเส้น L - J แบ่งครึ่งเส้น C - L ที่จุด M , ตีเส้น M - K

ภาพที่ 4 นำแบบตัดภาพที่ 3 มาวางเส้นตัวเสื้อชิ้นหน้า J A วาดเส้นโค้งจากจุด J ไปหาจุด A เป็นเส้นคอเสื้อด้านหน้า J N ตีเส้นจากจุด J ไปหาจุด N ยาวเท่ากับเส้นไหล่ E - O ระยะ E - O เท่ากับครึ่งหนึ่งความยาวของบ่าหน้าที่บวกเพิ่ม 1 เซนติเมตร F P เท่ากับหนึ่งในสี่ของรอบอกและให้บวกเพิ่มในชิ้นหน้าอีก 2 เซนติเมตร N O P วาดวงแขนจากจุด N ผ่าน O โค้งไปหาจุด P ตามในภาพ B Q เท่ากับ ระยะ F - P Q P ตีเส้นจากจุด Q ไปหาจุด P ให้จุด P อยู่สูงกว่าเส้นอก 2 เซนติเมตร เป็น เส้นตะเข็บข้าง
ภาพที่ 5 นำแบบตัดภาพที่ 4 มาวางเส้นเสื้อชิ้นหลัง L - R ให้ระยะ L R กว้างกว่าคอหน้า 1 เซนติเมตร และยกให้สูงขึ้น 2 เซนติเมตร ตั้งเป็น เส้นไหล่ วาดเส้นโค้งจากจุด L ไปหาจุด R เป็น เส้นคอหลัง G S เท่ากับครึ่งหนึ่งของเส้นบ่าหลังที่วัดได้บวก 2 M T เท่ากับระยะ G S ตีเส้นจากจุด T ไปหาจุด S R T U ตีเส้นไหล่ผ่านจุด R ไปหาจุด T ให้ระยะ T U เท่ากับ 1.5 เซนติเมตร U S P วาดเส้นวงแขน จากจุด U ผ่านจุด S ไปหาจุด P H P เป็นความกว้างของตัวเสื้อชิ้นหลัง D Q เป็นความกว้างของเส้นเอวหลัง

ภาพที่ 6 นำแบบตัดภาพที่ 5 มาวางเส้นเกล็ดวงแขน F 1 เท่ากับ ½ ของความห่างของจุดอก วางเส้นให้สูงกว่าเส้นอก 2 เซนติเมตร ทั้งบนและล่าง(เส้นสีแดง) A 1 เป็นความยาวจากปุ่มคอหน้า ถึง จุดอก O - 1 ตีเส้นจากจุด O ไปหาจุด 1 เพื่อวางเส้นเกล็ดวงแขน O 2 เท่ากับ 1/5 ของเต้าทรง 2 1 ตีเส้นจากจุด 2 ไปหาจุด 1 ให้เส้น 2 1 ยาวเท่ากับเส้น O 1 และวาดเส้นวงแขนใหม่ จากจุด 2 ไปหาจุด P ตามเส้นไข่ปลา


ภาพที่ 7 นำภาพที่ 6 มาวางเส้นคอดเอว วัดจากจุด Q ออกไปข้างละ 2 เซนติเมตร ตีเส้น P 2Q เป็นเส้นตะเข็บข้างใหม่ ทั้งสองเส้น
ภาพที่ 8 นำแบบตัดภาพที่ 7 มาเพิ่มความยาวของตัวเสื้อ B Y เพิ่มความยาวของเส้นกลางตัวในแบบตัดชิ้นหน้า ให้ยาวเท่ากับช่วงเอว ถึง สะโพก B W ต่ำกว่าเส้นเอว เท่ากับช่วงเอวถึงหน้าท้อง D X เพิ่มความยาวของเส้นกลางตัวในแบบตัดชิ้นหลังให้ยาวเท่ากับช่วงเอว ถึง สะโพก D V ต่ำกว่าเส้นเอว เท่ากับช่วงเอวถึงหน้าท้อง Y Z เท่ากับ ¼ ของรอบสะโพกบวก 2 เซนติเมตร เพื่อให้แบบตัดชิ้นหน้าใหญ่กว่าชิ้นหลัง 2 เซนติเมตร P Z ตีเส้นตะเข็บข้างจากจุด P ไปหาจุด Z วาดเส้นโค้งสะโพก ตามในภาพที่ 9


ภาพที่ 9 เป็นการแสดงเส้นต่างๆ ที่สร้างเสร็จแล้ว จะเห็นว่า มีการวางเกล็ดที่เส้นไหล่ด้านหลัง
เกล็ดไหล่ด้านหลัง เกิดขึ้นได้จากความกว้างของบ่าหลัง เกล็ดไหล่จะช่วยให้ผู้ที่หลังโกง มีเสื้อแนบกับตัว เมื่อลากเส้น S T ขึ้นไป แล้วลากเส้น R U ผ่านที่จุด T เส้น T U เท่ากับ 1.5 เซนติเมตร เส้นไหล่รวม R U อาจจะมากกว่าเส้นไหล่ J N ให้แบ่งครึ่งเส้นไหล่หน้า นำมาวางที่เส้นไหล่หลัง วางจากจุด R มายังจุด 1 และจากจุด U มาที่จุด 2 ที่เหลือตรงกลาง 1 - 2 คือเกล็ดไหล่ ตีเส้นตรง 1 3 ลงไปประมาณครึ่งหนึ่งของเส้น G C เส้น 2 - 3 โค้งเล็กน้อย ดังในภาพ

ภาพที่ 10 ตัดแยกแบบตัดชิ้นหน้าและชิ้นหลังออกจากกัน การสร้างแบบตัดเสื้อตัวหลวมที่ไม่มีเกล็ดทรง
ภาพที่ 11 เป็นการนำแบบตัดเบื้องต้นมาดัดแปลงเป็นเสื้อตัวหลวม ไม่มีเกล็ดทรง
1. เพิ่มเส้นไหล่หน้าอีก 1-2 เซนติเมตร เพื่อให้สวมใส่สบายขึ้น 2. ลบเส้นเกล็ดไหล่ด้านหลัง แล้ววางเส้นไหล่ให้ได้เท่ากับเส้นไหล่หน้า 3. เส้นอกหลัง ยื่นออกมาด้านข้างอีก 2 เซนติเมตร เพื่อให้ตัวหลวม 4. วาดวงแขนด้านหลังใหม่ ตามในภาพ 5. เพิ่มเส้นสะโพกหลังให้ยื่นออกไปอีก 2 เซนติเมตร เท่ากับเส้นอก 6. ตีเส้นตะเข็บข้างชิ้นหลังใหม่ 7. ลบเกล็ดอกหน้าทิ้ง 8. ตีเส้นอกหน้ายื่นออกมาอีก 1 เซนติเมตร ชดเชยเกล็ดทรงที่ลบทิ้งไป 9. วาดเส้นวงแขนใหม่ ตามในภาพ 10. ถ้าตัวเสื้อยังไม่หลวม ให้ลดเส้นวงแขนลงอีก 2 เซนติเมตร ทั้งชิ้นหน้าและชิ้นหลัง 11. วาดวงแขนใหม่อีกครั้ง ความกว้างและแคบของวงแขน กับสะโพก หรือส่วนต่างๆ ของเสื้อ ในครั้งแรกอาจจะไม่พอดีตัว ให้ทดลองสร้างแบบตัด แล้วตัดด้วยผ้าดิบ เพื่อที่จะดูว่าแบบตัดมีส่วนบกพร่องตรงไหน เพื่อจะได้แก้ไขแบบจนเป็นที่พอใจ แล้วจึงนำแบบที่แก้ไขนั้นไปวางแบบตัดตามที่ต้องการ การสร้างแบบตัดเสื้อคอกลมวีแขนในตัว ภาพมี่ 12 เป็นการนำแบบตัดเสื้อตัวหลวมมาดัดแปลงเป็นเสื้อคอกลมวีแขนในตัว 
ภาพที่ 13 แบบตัดเสื้อคอกลมวีแขนในตัว 1. จากข้างคอหน้าวัดเข้ามาประมาณ 3 เซนติเมตร ลากเส้นตรงผ่านปลายไหล่ยกขึ้น 1.5 เซนติเมตร (เส้นสีน้ำตาล) จากปลายไหล่ยาวประมาณ 12 เซนติเมตร 2. ลากเส้นฉากมาระดับเส้นอก ดังภาพ โค้งมาหาข้างตัว 3. จากข้างคอหน้าโค้งคอหน้า(เส้นสีม่วง) ตามภาพ 4. แบบตัดชิ้นหลัง สร้างแบบตามภาพ เช่นเดียวกับข้อที่ 1 
ภาพที่ 14 แสดงการวางแบบเสื้อบนผ้า สันทบคือการพับผ้าสองชั้นตามยาว ภาพที่ 15 การตัดสาบชิ้นหน้า-ชิ้นหลัง การตัดเสื้อสตรีต้องเผื่อตะเข็บตามมาตรฐาน ดังนี้ ตะเข็บข้างตัวเสื้อแบบตัดแผ่นหน้า-แผ่นหลัง และตะเข็บไหล่ ตะเข็บใต้ท้องแขนเสื้อ เผื่อเย็บ 2.5-3 เซนติเมตร แนวต่อภายในตัวเสื้อ เผื่อเย็บ 1.5-2 เซนติเมตร คอเสื้อแผ่นหน้า-แผ่นหลัง รอบวงแขนของตัวเสื้อและรอบวงแขนของแขนเสื้อ เผื่อเย็บ 1 เซนติเมตร ชายเสื้อและปลายแขน เผื่อพับ 4 เซนติเมตร พับแล้วให้เหลือ 3 เซนติเมตร แบบตัดชิ้นสาบ เช่น สาบคอ สาบแขนสำหรับเสื้อแขนกุด(เสื้อไม่ต่อแขน) สาบปลายแขน เผื่อเย็บโดยรอบ 1 เซนติเมตร การตัด แผ่นหน้า ตัด 1 ชิ้น แผ่นหลัง ตัด 1 ชิ้น คอหน้าตัดเป็นสาบ 1 ชิ้น คอหลังตัดเป็นสาบ 1 ชิ้น การกดรอย ใช้ลูกกลิ้งกับกระดาษกดรอย(เลือกสีกลมกลืนหรือใกล้เคียงกับผ้า) การกดรอยในส่วนที่เป็นเกล็ด กดรอยตำแหน่งที่อยู่ภายในตัวเสื้อที่การใช้ชอล์คสีเข้าไม่ถึง ใช้ชอล์คสีขีดรอยเส้นที่เป็นกรอบนอกของแบบเสื้อ การเย็บเสื้อสตรีตามขั้นตอน สำหรับการเย็บเสื้อสตรีนั้นมีวิธีการส่วนใหญ่ที่ต้องทำตามขั้นตอนที่เหมือนกันดังนี้ 1. เดินกันยืดส่วนที่เป็นผ้าเฉลียง เช่น รอบคอหน้า- คอหลัง รอบวงแขนหน้า-รอบวงแขนหลัง 2. กันลุ่ยตะเข็บทุกตะเข็บ เช่น ตะเข็บไหล่ ตะเข็บข้าง ตะเข็บรอยต่อในตัวเสื้อ (สำหรับตะเข็บรอยต่อในตัวเสื้อบางตะเข็บ ควรกันลุ่ยไปพร้อมกันหลังจากการต่อส่วนที่ต้องการแล้ว เช่น เส้นต่อตามขวางใต้อกหรือเหนืออก) การกันลุ่ยตะเข็บแยกกันหรือการกันลุ่ยตะเข็น 2 ชิ้นเข้าด้วยกัน 3. เย็บต่อส่วนตกแต่งภายในตัวเสื้อ แขนเสื้อ รีดตะเข็บให้เรียบร้อย 4. ต่อตะเข็บไหล่รีดแบะตะเข็บให้เรียบร้อย 5. ทำสาบคอให้เสร็จ 6. ต่อตะเข็บข้าง รีดแบะตะเข็บให้เรียบร้อย 7. เย็บแขนให้เสร็จ รีดตามขั้นตอนให้เรียบร้อยถ้าต้องสอยปลายแขนให้เนาไว้ก่อน 8. พับและเนาชายเสื้อ รีดให้เรียบร้อย 9. สอยด้วยมือ รีดให้เรียบร้อย 10. ตรวจความเรียบร้อย สรุป เสื้อสตรีบางแบบสามารถสร้างขึ้นตามแบบที่ต้องการ หรือสร้างขึ้นจากการแยกแบบตัดเสื้อมาตรฐาน หรือแบบตัดเสื้อเบื้องต้นก่อนการแยกแบบตัด ควรศึกษาแบบโดยวิเคราะห์แบบตัดเบื้องต้นก่อน เมื่อวิเคราะห์เบื้องต้นได้แล้วจึงแยกแบบตัดเป็นแบบที่ต้องการ เมื่อได้แบบตัดตามที่ต้องการแล้วจึงคำนวณผ้าเพื่อใช้ในการตัดเย็บสำหรับการเลือกซื้อผ้า ควรให้เหมาะสมกับแบบและบุคลิกของผู้สวมใส่เพราะลักษณะผ้า การใช้สีและผิวสัมผัสจะช่วย ส่งแบบและเสริมบุคลิกภาพให้ดูดียิ่งขึ้น การวางแบบตัดควรวางแบบตัดชิ้นใหญ่ก่อน แล้วจึงตัดชิ้นเล็ก ก่อนถอดแบบตัดออกจากผ้าที่ตัดแล้ว ควรพิจารณาให้ดีก่อนว่าได้ทำรอยหรือเครื่องหมายบนผ้าครบเรียบร้อยแล้ว การเย็บผ้าควรเย็บตามขั้นตอน การรีดระหว่างการเย็บเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้งานดูเรียบน่าใช้
Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone และ Android Phoneเตรียมพบกับ Dek-D Writer App เวอร์ชั่น iPad / Android Tablet เร็วๆนี้ ฟรี!
|
ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ ที่มาให้ความรู้กัน