สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

มารร้ายคู่หมายรัก

ตอนที่ 3 : บทที่ 3 ซึมซ่านสู่กลางใจ


     อัพเดท 6 ธ.ค. 54
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/รักหวานแหวว
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : jamsai_LOVE ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ jamsai_LOVE
My.iD: http://my.dek-d.com/jamsaikrsd
< Review/Vote > Rating : 100% [ 2 mem(s) ]
This month views : 92 Overall : 19,911
41 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 36 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
มารร้ายคู่หมายรัก ตอนที่ 3 : บทที่ 3 ซึมซ่านสู่กลางใจ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1756 , โพส : 2 , Rating : 15 / 3 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


บทที่ 3 ซึมซ่านสู่กลางใจ

 

ทันทีที่รายการข่าวหลังละครจบลงกัทลีรัตน์ก็รีบปลีกตัวเข้าห้องพัก แต่นอนพลิกไปมาหลายตลบตาก็ยังแข็งค้างไม่ยอมหลับ จนในที่สุดก็ต้องลุกจากเตียง แต่เมื่อออกจากห้องเธอพบว่าที่โถงนั่งเล่นซึ่งเปิดโคมไฟตั้งโต๊ะเพียงดวงเดียวนั้นว่างเปล่า ประตูหน้าถูกเปิดออก ปิดไว้แค่ประตูมุ้งลวด ได้ยินเสียงปณิธิยืนคุยโทรศัพท์อยู่ตรงเฉลียงหน้าบ้านซึ่งส่องสว่างด้วยแสงสีเหลืองจากโคมไฟคู่ที่ติดอยู่กับเสา

ปณิธิอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว เขาเตรียมเข้านอนด้วยการสวมกางเกงนอนขายาวในขณะที่ท่อนบนเปลือยเปล่า ท่าทางสบายๆ นั้นบ่งบอกว่าไม่ใส่ใจแม้แต่น้อยกับการต้องมาพักอยู่ร่วมบ้านเดียวกันกับเธอ ตรงข้ามกับหญิงสาวที่รู้สึกปั่นป่วนในอกอย่างบรรยายไม่ถูก เธอเป็นกังวลที่ตนทำตัวเสี่ยงต่อการเป็นข่าวฉาว แต่กลับสั่งตัวเองให้ปฏิเสธการกระทำทั้งหมดนี้ไม่ได้

อาจเป็นเพราะลึกๆ แล้วใจเธออยากรู้จักปณิธิมากขึ้น ยิ่งเขาบอกว่าพึงพอใจในตัวพลอยพัทธ ทั้งยังปากร้ายและมีอคติกับเธอมากเท่าไหร่ เธอกลับยิ่งรู้สึกเหมือนถูกดึงดูดเข้าหาเขามากขึ้นเท่านั้น ซึ่งโอกาสที่เธอจะได้รู้จักเขาเช่นเดียวกับตอนนี้คงไม่มีอีกแล้ว อย่างน้อยก็ถือว่าที่นี่มีความเสี่ยงน้อยที่สุดต่อการตกเป็นข่าว

“แป๊บนะมิ้นท์ ที่โรง’บาลเราโทรมา” กัทลีรัตน์เข้ามาใกล้ประตูและได้ยินเขาพูดอย่างชัดเจนเป็นประโยคแรก “สวัสดีครับ... วันนี้ไม่ใช่เวรผม ยังไงพี่ช่วยตามน้องอินเทิร์นแทนนะครับ ตามเฟิร์สต์คอลล์ออนคอลล์ศัลย์*... ครับ... เมื่อกี้ว่าไงนะมิ้นท์ ต่อสิ”

‘มิ้นท์’...? ผู้ที่กำลังทำตัวไร้มารยาทแอบฟังคนอื่นคุยโทรศัพท์ทวนชื่อนั้นอยู่ในใจอย่างเป็นปริศนา ทั้งยังเผลอขยับเข้าใกล้เป้าหมายอีกหลายก้าวด้วยความลืมตัว สายตามองตรงไปยังแผ่นหลังกว้างเปลือยเปล่าท่ามกลางแสงไฟสีนวลนิ่งๆ ไม่คลาดเคลื่อน หูผึ่งฟังการสนทนาด้วยความสนใจอย่างไม่มีเหตุผล

กัทลีรัตน์จับใจความได้ว่าปณิธิกำลังสนทนากับแพทย์หญิงชื่อ ‘มิ้นท์’ ซึ่งเป็นหมออยู่ที่อื่น เกี่ยวกับเรื่องการไปศึกษาต่อเฉพาะทางในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ โดยทั้งคู่จะเรียนที่เดียวกันแต่ต่างสาขา เธอเชื่อว่าพวกเขาคงตั้งใจไปเรียนในปีเดียวกัน บางทีอีกฝ่ายอาจจะเป็นคนรักของปณิธิก็ได้ น้ำเสียงห้าวทุ้มของเขาที่เอ่ยถ้อยคำสุภาพน่าฟังผสมผสานกับการกล่าวคำพูดหยอกล้ออย่างสนิทสนมกับปลายสายทำให้คนแอบฟังรู้สึกหมั่นไส้เกินบรรยาย ซึ่งมันทำให้เธอรู้ซึ้งว่าแท้จริงแล้วปณิธิเป็นคนสุภาพและไม่ได้เลวร้ายอะไรเลย เพียงแต่เขามีอคติกับเธอและแม่ของเธอมาก มันจึงเป็นกรณียกเว้นที่เขาทำตัวแย่มากกับเธอเพียงคนเดียว ความคิดดังกล่าวทำให้เธอมีอารมณ์คล้ายจะน้อยใจวูบขึ้นในอก ก่อนจะรีบกล้ำกลืนมันลงไปและเตือนตัวเองว่าอย่าทำตัวไร้สาระ

เพราะมัวแต่ใจลอยจากความคิดอันฟุ้งซ่าน ดังนั้นเมื่อปณิธิจบการสนทนาทางโทรศัพท์แล้วหันมาทางเธออย่างกะทันหันจึงทำให้หลบไม่ทัน เธอมองเขาอย่างตกใจเมื่อร่างสูงเปิดประตูเดินเข้ามาใกล้ ดวงตาคมกริบทอประกายอย่างข่มขู่

“อยากรู้อะไรก็ถามผมตรงๆ ได้นี่ ไม่เห็นต้องแอบฟังคนอื่นเขาคุยโทรศัพท์”

“ฉัน...ฉันไม่ได้อยากรู้อะไรของคุณซะหน่อย” หญิงสาวอึกอักตีสีหน้าไม่ถูก หน้าชาแล้วร้อนซู่ด้วยความอับอายที่ถูกจับได้ เคยมีคนกล่าวว่าแม้เธอจะไม่ใช่นักแสดงที่เก่งกาจจนน่าทึ่ง แต่ฝีมือการแสดงของเธอเข้าขั้นดีและยังสามารถพัฒนาต่อไปได้อีกไกล ทว่าตอนนี้กัทลีรัตน์กลับรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแค่ดาราหน้าใหม่ไร้อนาคตซึ่งทำไม่ได้แม้แต่จะควบคุมสีหน้าให้เป็นไปตามต้องการ

“ถ้าไม่อยากรู้อะไร ทำไมต้องมาแอบฟังอยู่ตั้งนาน” สีหน้าเขาราบเรียบ หากสายตากลับมองมาอย่างคาดคั้นจนคนโดนจ้องทำอะไรไม่ถูก

“ฉัน...” กัทลีรัตน์จำไม่ได้ว่าเคยรู้สึกขายหน้าจนอยากแทรกแผ่นดินหนีมากขนาดนี้มาก่อนหรือไม่ “ฉันก็แค่...สงสัยว่าคุณจะนินทาอะไรฉันอีกไหม”

“ผมไม่ได้พูดถึงคุณเลยสักคำ”

อาการปวดแปลบเพราะน้ำเสียงเย็นชาห่างเหินนั้นเป็นอารมณ์ที่เธอไม่อยากทำความเข้าใจ “ฉันแค่ระแวง...เพราะฉันไม่รู้นี่นาว่าจริงๆ แล้วคุณเป็นคนยังไงกันแน่”

“แล้วอยากรู้ไหมว่าผมเป็นคนยังไง” ปณิธิถามพลางมองเธออย่างแน่วแน่ อีกฝ่ายรู้สึกเหมือนกำลังถูกคุกคามและปั่นประสาททั้งที่เขาแทบไม่ได้ทำอะไรเลย “คุณเคยได้ยินข่าวที่หมอญี่ปุ่นคนหนึ่งเข้าร่วมสัมมนาเรื่องปัญหาการสูบบุหรี่บ้างไหม ที่เขาเสนอทางออกว่า ประชากรที่ติดบุหรี่มากแถมยังหัวแข็งทำยังไงก็ไม่ยอมเลิก ก็ควรปล่อยให้สูบไปเต็มที่จนกว่าจะโดนมะเร็งกินแล้วลาโลกไป ไม่ต้องเสียเวลาเปลืองงบรณรงค์ให้เลิกสูบ แต่ให้หันมาทุ่มเทปลูกฝังค่านิยมกับเด็กรุ่นใหม่แทน ซึ่งเรื่องนี้ทำให้หมอที่ว่าโดนด่าเช็ด แต่หมอแบบนั้นแหละ...สไตล์ผมเลย”

แม้จะเชื่อว่าเรื่องที่เขาเล่าไม่ได้มีสิ่งใดกระทบถึงเธอ หากหญิงสาวกลับสะอึกอึ้งมองเขาด้วยแววตาไหวระริก อารมณ์ตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ จนอยากกรีดร้องออกมา ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องรู้สึกอ่อนแอและไม่เป็นตัวของตัวเองต่อหน้าเขาอย่างที่ไม่เคยเป็นกับใครมาก่อนแบบนี้ด้วย

“ไงล่ะ รู้จักผมมากขึ้นบ้างไหม”

กัทลีรัตน์เม้มปากตาวาววับ กำหมัดแน่น “คุณมันแย่ที่สุด”

“คุณเองก็แย่เหมือนกัน คุยกับคนอื่นก็มองแค่ที่หน้าสิ คอยแต่จะมองต่ำแบบนี้ไม่มีมารยาทเลย” ปณิธิยิ้มใส่ตาเธออย่างล้อเลียน ไม่ใส่ใจเลยว่าจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกขายหน้าสักแค่ไหน ยิ่งเห็นแก้มเนียนแดงแจ๋เป็นลูกตำลึงสุกเขาก็ยิ่งพอใจ

“ล้อเล่นกับความรู้สึกคนอื่นแบบนี้สนุกนักใช่ไหม” เธอเค้นเสียงถามพลางมองเขาด้วยสายตาขุ่นเคือง

“ผมเปล่าซะหน่อย” ปณิธิปฏิเสธด้วยรอยยิ้มกวนโทสะ “แล้วไอ้ล้อเล่นกับความรู้สึกที่คุณว่านี่หมายรวมถึงที่ผมแก้เสื้อโชว์แมนทำให้คุณหวั่นไหวนี่ด้วยรึเปล่า”

“ใครหวั่นไหว ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรเลยสักนิด” หญิงสาวรีบปฏิเสธเป็นพัลวัน ใจสั่นระรัว “ในเมื่อคุณเองก็ไม่ใช่สเป็กฉัน ทำไมฉันต้องหวั่นไหวด้วยล่ะ อย่างน้อยผู้ชายแบบที่ฉันชอบก็ต้องฟิตหุ่นได้ล่ำบึ้กกว่านี้ คุณ...ผอมไป” เธอแค่แก้ตัวไปมั่วๆ หากมันกลับทำให้คนหลงตัวเองที่เชื่อว่าหุ่นเพรียวด้วยกล้ามเนื้อสมส่วนของตนสมบูรณ์แบบดีแล้วถึงกับเบ้ปากด้วยอารมณ์ขุ่นมัวทันควัน

“ผมจะต้องเป็นหมอผ่าตัด ขืนออกกำลังกายจนล่ำบึ้ก กล้ามเนื้อมัดเล็กๆ ก็เสียหายหมดสิ แค่นี้สาวๆ ก็กรี๊ดจะแย่ ไม่เห็นต้องฟิตให้โตเป็นก้ามปูแบบที่คุณชอบเลย”

เพราะตั้งใจจะเป็นหมอผ่าตัดโรคหัวใจ ดังนั้นปณิธิจึงตั้งปณิธานว่าจะไม่ยอมตายด้วยโรคนี้อย่างเด็ดขาด เขาเลยทำทุกอย่างเพื่อป้องกันไม่ให้โรคนี้มากล้ำกราย โดยฟิตร่างกายและหัวใจให้แข็งแรง ทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะและออกกำลังกายตามคำแนะนำของเทรนเนอร์ สมมติถ้ามีวันใดวันหนึ่งไขมันในเลือดเกิดเกินขึ้นมาล่ะก็ เขาจะรีบทานยาลดไขมันทันทีทันใด แต่ถ้าจะให้หักโหมฟิตร่างกายจนกล้ามขึ้นเป็นมัดๆ นั้นไม่ควร เพราะจะก่อให้เกิดผลเสียต่อการเป็นศัลยแพทย์ เนื่องจากจะทำให้กล้ามเนื้อมัดเล็กๆ ที่มีความสำคัญต่อการผ่าตัดเสียหายได้

“ฉันก็ไม่ได้ขอให้คุณทำซะหน่อยนี่”

“แต่ให้ตายผมก็ไม่เชื่อเด็ดขาดว่าคุณไม่รู้สึกอะไรเลย” เขาพูดด้วยสายตามาดหมาย ก่อนจะขยับเข้าประชิดแล้วจับมือเธอไปวางบนอกเปลือยของเขาอย่างรวดเร็วจนหญิงสาวไม่ทันตั้งตัว บังคับให้เคลื่อนไล้ไปบนแผงอกแน่นตึงต่ำลงสู่บริเวณหน้าท้องอย่างช้าๆ จนแตะโดนขอบกางเกง ไม่สนใจเจ้าของมือเย็นเฉียบข้างนั้นที่ยืนตัวแข็งทื่อด้วยอาการตกตะลึงแทบสิ้นสติ “ไหนว่าไม่รู้สึกอะไร แล้วทำไมหน้าแดงแจ๋แบบนี้”

คนหน้าแดงแจ๋สูดหายใจลึกด้วยความตระหนกสุดขีด เธอกระชากมือสั่นๆ กลับคืนโดยแรง ซึ่งเขาก็ยอมปล่อยอย่างง่ายดาย ร่างเล็กถอยกรูดเซจนเกือบล้ม ละล่ำละลักเสียงสั่นสะท้าน “หยาบคายที่สุด คุณทำอย่างนี้ได้ยังไงกัน ไม่เป็นสุภาพบุรุษเลยสักนิด”

“ผมบอกเมื่อไหร่กันว่าตัวเองเป็นสุภาพบุรุษ” เขาพูดหน้าตาเฉย กัทลีรัตน์ถึงกับกัดฟันกรอด

“คุณบอกว่าผู้หญิงชื่อกล้วยลามกงั้นเหรอ แล้วผู้ชายชื่อ ‘ปฏิสนธิ’ ล่ะ ไม่ลามกสักนิดเลยใช่ไหม คนบ้า ลามก หยาบคายที่สุด

 

หลังจากพบกันที่ชมทะเลรีสอร์ตเมื่อสองอาทิตย์ที่แล้ว ปณิธิก็ไม่ได้เจอกับกัทลีรัตน์อีกเลย ป่านนี้อีกฝ่ายคงยังเคืองเขาไม่หายที่บังอาจทำตัวรุ่มร่ามเกเรกับเธอถึงขนาดนั้น แม้เธอจะเอาคืนด้วยการล้อเลียนชื่อของเขาแรงๆ แบบนั้น แต่ปณิธิยอมรับว่ามันยังไม่สาสมกับสิ่งที่เขาทำต่อเธอทั้งหมด ชายหนุ่มทราบดีว่าแกล้งเธอแรงไป แต่ช่วยไม่ได้ที่เขาห้ามตัวเองไม่อยู่ ครั้นจะให้ขอโทษก็คงพูดไม่ออก เพราะบอกไม่ได้ว่าหลังจากขอโทษแล้วตนจะสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมได้หรือไม่

แต่อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าเรื่องนั้นจะกลายเป็นปัญหาไร้สาระที่ไม่จำเป็นต้องใส่ใจไปโดยปริยาย เมื่ออยู่ๆ ข่าวฉาวพร้อมภาพถ่ายของกัทลีรัตน์กับเขาก็ถูกเผยแพร่ออกมาอีกครั้งอย่างครึกโครม ซึ่งเขากับกัทลีรัตน์ถูกแอบตามถ่ายภาพไว้ตอนที่หิ้วกระเป๋าสัมภาระเดินเคียงกันเข้าบ้านพักของรีสอร์ต แถมยังมีภาพเดี่ยวๆ ของเขายืนเปลือยท่อนบนคุยโทรศัพท์ตรงเฉลียงอย่างสบายอารมณ์ด้วย แม้จะเป็นเวลากลางคืน แต่คุณภาพความคมชัดของรูปถ่ายก็มากพอจนมองออกว่าใครเป็นใครไม่ยาก

 

กลายเป็นข่าวให้ได้เม้าท์กันอย่างเมามันอีกครั้งเมื่อภาพสวีตระหว่างกล้วย-กัทลีรัตน์กับคุณหมอรูปหล่อคนเดิมหลุดออกมาเป็นครั้งที่สอง คราวนี้ควงกันไปหวานหลังปีใหม่ไกลถึงสงขลา แต่ก็ไม่สามารถหลุดรอดการจับตามองและกล้องถ่ายรูปไปได้ หนนี้ต่อให้ดาราสาวออกมายืนกรานปฏิเสธยังไงก็คงดิ้นไม่หลุดเพราะหลักฐานมัดตัวแน่นหนา ข้ออ้างแบบเก่าคงไม่มีน้ำยาให้ใครยอมเชื่อได้อีก เชื่อแน่ว่าระหว่างคู่นี้มันต้องมีอะไรในกอไผ่ ทางที่ดีกล้วยควรจะเปิดตัวไปเลยดีกว่าว่ารักกันอย่างไรและจริงจังแค่ไหน ต่อไปจะได้ไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ ให้ลำบาก

 

โดนเม้าท์กระฉ่อนเมืองว่าพอโตแล้วก็กลายเป็นผู้หญิงเสเพลไปโดยปริยาย... ล่าสุดแหล่งข่าวน่าเชื่อถือเปิดเผยถึงสาเหตุที่กล้วย-กัทลีรัตน์ไม่สามารถเปิดตัวคุณหมอสุดหล่อในฐานะคนรักได้อย่างเปิดเผย เนื่องจากทั้งคู่ไม่ได้เป็นแฟนกัน แค่คบเล่นสนุกๆ แก้เซ็ง ไม่ได้คิดจริงจัง เพราะฝ่ายชายมีคนรักเป็นบุคคลในสายอาชีพเดียวกันอย่างเป็นตัวเป็นตนแล้ว สาเหตุที่กล้วยเปลี่ยนไปก็ด้วยตอนนี้นางเอกขาวโอโมถือว่าตัวเองโตเป็นผู้ใหญ่มากพอและสำเร็จการศึกษาเป็นที่เรียบร้อย สามารถรับผิดชอบตัวเองได้เต็มที่ ดังนั้นสาวน้อยหน้าแบ๊วขาวโบ๊ะจึงไม่สนใจรักษาภาพลักษณ์อย่างแต่ก่อนอีกต่อไป

 

ส่อเค้ากล้วยแค่มือที่สาม หมายฉกคุณหมอจากแฟนสาว แต่ฝ่ายชายไหวตัวทัน เริ่มตีตัวออกห่างหลังเป็นข่าวรอบสอง เพราะกล้วยไม่ใช่สเป็ก ไม่คิดจริงจังด้วยแต่แรก... ‘กล้วย-กัทลีรัตน์’ สาวน้อยดีแตกที่ตกเป็นข่าวฉาวอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีข่าวลือว่ากล้วยเจตนาตีท้ายครัวแพทย์หญิงหวังฉกนายแพทย์หนุ่มรูปหล่อมาครอบครองถาวร แต่ตอนนี้เขาไม่ยอมเล่นต่อ ชิ่งหนีเป็นพัลวัน

 

“เลวร้ายกว่าที่คิดแฮะ” ปณิธิพึมพำพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่หลังอ่านข่าวจากนิตยสารบันเทิงจบ คิ้วเข้มขมวดด้วยสีหน้าเป็นกังวล เขาทราบเรื่องนี้ตั้งแต่ข่าวเริ่มหลุดออกมาครั้งแรกเมื่อสี่ห้าวันก่อน แต่เนื่องจากงานหนักจึงไม่มีเวลาใส่ใจ ไหนต้องยุ่งเรื่องจะไปเรียนต่ออีก และลึกๆ แล้วเขายังไม่อยากจะรับรู้เรื่องปวดหัวประเภทนี้ แม้จะเตรียมใจไว้บ้างแล้วนับแต่ตอนที่เกลี้ยกล่อมให้กัทลีรัตน์เข้าพักบ้านหลังเดียวกันที่รีสอร์ตก็ตาม

“สรุปว่าคืนนั้นเอ็งกับยัยกล้วยพักด้วยกันจริงๆ

“ขอโทษครับพี่ที่ไม่ได้เล่าให้ฟังก่อน” เช้าวันนั้นเขาตื่นขึ้นมาที่รีสอร์ตและพบว่ากัทลีรัตน์ทิ้งโน้ตไว้ให้ว่าจะไปพบกรนันท์และไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเขาอีก “แต่พักวิลล่าสองห้องนอน ไม่ได้มีอะไรอย่างในข่าวหรอกครับ ที่เงียบไว้ก็เพราะไม่อยากให้ยุ่งยาก”

“แต่มันก็ยุ่งจนได้” กรนันท์ถอนใจด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย “ที่มานี่แค่จะบอกว่าพ่อเขาให้ข้าเชิญเอ็งไปกินข้าวที่บ้านด้วยเย็นนี้”

ปณิธิชะงักกึก แววตาตกใจปรากฏออกมาวูบหนึ่ง “เชิญผมไปกินข้าวที่บ้าน?”

“เอ็งเตรียมใจไว้เลย ถึงจะไม่ใช่มาเฟีย แต่ก็ถือว่าบ้านนั้นเขามีอิทธิพลพอตัวเชียวนะ เขาเอาเอ็งตายแน่ที่บังอาจทำให้ลูกสาวเขาเสื่อมเสียซ้ำแล้วซ้ำเล่า”

“เฮ้ย ผมเปล่า”

“ก็มันเป็นข่าว ภาพก็ฟ้องโต้งๆ ใครบอกให้เอ็งไปพักบ้านเดียวกับยัยกล้วย คืนนั้นก็น่าจะพาไปส่งบ้านซะให้สิ้นเรื่อง ยัยกล้วยก็เหมือนกัน โง่ซะไม่มี ตัวเองเพิ่งจะเป็นข่าวเสียหายไปหยกๆ แท้ๆ ทั้งที่ตัวเองกำลังดังแต่กลับไม่รู้จักวางตัว ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรสักอย่าง”

“อย่าไปว่าเขาเลยพี่ เพราะผมเป็นคนบังคับให้เขาพักด้วย” กรนันท์ฟังแล้วนิ่วหน้า ในขณะที่ปณิธิถอนใจ “ก็อย่างที่พี่รู้ว่าคืนนั้นเขาเพิ่งรถชนมา แถมยังเป็นผู้หญิง จะทิ้งให้นอนคนเดียวมันก็น่าเป็นห่วง พี่ก็เมาเข้าที่พักไปแล้ว ผมรู้ว่าอาทิตย์นั้นพี่เหนื่อยมาทั้งอาทิตย์ก็เลยไม่อยากไปรบกวนให้ยุ่งยาก”

“แล้วเอ็งจะบอกพ่อเขาว่าไง”

“ก็บอกไปตามความจริงไงครับ พี่ก็ช่วยยืนยันกับทางโน้นด้วยสิว่าผมเป็นคนดีและไว้ใจได้แค่ไหน ที่สำคัญผมกับลูกสาวเขาไม่ได้มีอะไรกัน”

“เขาท่าจะเชื่อง่ายๆ หรอก น้านภาเองก็โทรหาข้าไม่รู้กี่ครั้ง บ่นอยู่นั่นแหละว่าไม่ช่วยดูน้อง ปล่อยให้เอ็งเข้าใกล้ยัยกล้วยจนเป็นเรื่อง ท่าทางน้านภาเขาจะยังเกลียดเอ็งเข้าไส้เลยนะไอ้ปั๊บ”

“แหงล่ะ ก็คงพอๆ กับที่ผมไม่ชอบเขาแหละ พี่ก็รู้ว่าเขาทำอะไรกับผมไว้บ้าง”

ความขัดแย้งระหว่างนภากับปณิธิไม่ได้จบลงแค่ตอนเกิดเหตุการณ์ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้และตกเป็นข่าวเมื่อปีก่อน เพราะหลังจากนั้นทั้งคู่ก็มีเรื่องบาดหมางในการทำงานร่วมกันเรื่อยมาอีกหลายครั้งและไม่เคยมีทีท่าว่าจะดีกันได้ จนกระทั่งนภามีส่วนทำให้ปณิธิตัดสินใจเปลี่ยนที่เรียนต่อเฉพาะทางอย่างกะทันหัน จากสถาบันที่เขาเลือกไว้แต่แรกไปเป็นอีกสถาบันหนึ่ง เพราะสามีคนปัจจุบันของนภาเป็นสตาฟฟ์อาวุโสของสาขาในสถาบันเดิมที่ปณิธิเคยเลือกไว้ ซึ่งนภาฝากคาดโทษผ่านกรนันท์มาว่าทางสถาบันจะไม่มีทางรับเขาเข้าเป็นแพทย์ประจำบ้านเพื่อศึกษาต่อ หรือถึงแม้จะรับแต่ชีวิตการเรียนของเขาก็คงจะไม่มีวันราบรื่น

แม้จะรู้ว่าสามีของนภาซึ่งเป็นพ่อของพลอยพัทธ...ไม่ได้มีอำนาจมากพอจะชี้เป็นชี้ตายเขาได้ ทั้งอีกฝ่ายคงไม่ทำตัวไร้สาระเช่นเดียวกับนภา และใจหนึ่งปณิธิเองก็นึกอยากลองดีกับนภาอยู่บ้าง แต่ท้ายที่สุดเขาก็ตัดสินใจเปลี่ยนที่เรียนเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหายุ่งยากและความลำบากใจ โดยมีกรนันท์ซึ่งจะกลับไปเป็นอาจารย์แพทย์ของสถาบันแห่งหนึ่งในอีกไม่กี่เดือนนี้เป็นผู้ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ของแพทย์ประจำบ้านในสถาบันต่างๆ ว่า

‘ถ้ามีเคสที่กำลังจะคลอดมา แล้วเรซิเดนต์* แค่เดินเข้ามาสั่งๆ พยาบาลให้ทำนั่นทำนี่ จากนั้นก็ออกไป แปลว่าเรียนที่เดียวกับพี่จักร แต่ถ้าเรซิเดนต์เข้ามาดูแล้วลงมือตรวจนั่นตรวจนี่เองแล้วก็สั่งให้พยาบาลทำต่อก่อนจะเดินออกไป แปลว่าเรียนที่เดียวกับข้า แต่ถ้าเกิดเรซิเดนต์ที่เป็นเวรไม่ยอมมาดูเลย แล้วปล่อยให้พยาบาลทำเองหมดเพราะอาจจะติดเล่นเกมหรืออะไรสักอย่าง แปลว่าเรียนที่เดียวกับพี่ปูน เอ็งลองเลือกเอาแล้วกันว่าอยากเรียนที่ไหน’

คำปรึกษานี้และอื่นๆ ในทำนองนี้อีกหลายประการที่เกือบไม่ได้ช่วยอะไรเลยของกรนันท์ทำให้ปณิธิหายเครียดและสามารถเลือกที่เรียนแห่งใหม่ได้โดยไม่รู้สึกหนักใจหรือเป็นปัญหา แต่แม้ว่าการเปลี่ยนสถาบันจะไม่ได้สร้างความยุ่งยากหรือทำให้ลำบากใจมากนัก ทว่ามันมีส่วนทำให้ความรู้สึกและทัศนคติที่เขามีต่อนภายิ่งติดลบและมีอันเลวร้ายลงอย่างถึงที่สุด

กรนันท์ยอมรับว่าเขาเองก็ไม่ทราบว่ารัตนชัยต้องการอะไรจึงเชิญไปทานข้าวด้วย ทว่าปณิธิก็มิได้เป็นกังวลมากนักเพราะทราบว่ารัตนชัยกับนภาไม่ค่อยลงรอยกัน ซึ่งมันกลับทำให้เขามีความรู้สึกในแง่บวกต่อรัตนชัยมากขึ้นเสียด้วยซ้ำ

แต่แล้วทุกอย่างก็เริ่มกระจ่างชัดและชวนตกตะลึงอย่างมากเมื่อปณิธิไปถึงบ้านของบิดากัทลีรัตน์แล้วพบว่าน้องสาวฝาแฝดของเขากับผู้เป็นอามาคอยอยู่ที่นั่นด้วย รัตนชัยเชิญอาสาวซึ่งเรียกได้ว่าเป็นญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียวของเขาขณะนี้มาพบถึงนี่เพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาข่าวฉาวของกัทลีรัตน์ซึ่งปณิธิมีส่วนร่วม กรนันท์แยกตัวไปคุยกับอดีตน้าเขยเพื่อปล่อยให้ปณิธิอยู่กับครอบครัวตามลำพัง

“อาถามจริงนะ เราจะโมโหไปทำไมกัน มีข่าวกับน้องกล้วยแบบนี้มันน่าภูมิใจจะตายไป” ผู้เป็นอาพูดพลางวางนิตยสารแนวปาปารัซซี่ในมือลงบนโต๊ะ

“ที่โมโหเพราะรูปในหนังสือนั่นปั๊บดูขี้เหร่เกินจริงตะหาก” ปณิธิประชดเคืองๆ หลังจากทักทายกันไม่กี่คำและเห็นว่าเวลานี้ผู้เป็นอามีท่าทีกระตือรือร้นแกมยินดีอย่างไรพิกลทั้งที่รู้ดีว่าเขาหงุดหงิดกับเรื่องที่กำลังเป็นปัญหามากแค่ไหน “ทั้งที่ปั๊บกำลังจะแย่แท้ๆ แต่ท่าทางอาพิ้งค์ไม่ได้เดือดร้อนแทนเลยสักนิด”

คุณอาผู้มีอายุมากกว่าเพียงสามปีและรั้งตำแหน่ง ‘เพื่อนสะใภ้’ ของเขาพ่วงอยู่ด้วยมองค้อนขวับหนึ่ง “ก็ปั๊บจะให้อาเดือดร้อนเรื่องอะไร อารู้ดีว่าถึงปั๊บจะเกเรขนาดไหนแต่ก็ไม่ใช่คนที่มักง่ายหรือชอบเอาเปรียบผู้หญิงอย่างไร้เหตุผล”

“นี่อาพิ้งค์หมายถึง...ปั๊บมันเอาเปรียบน้องกล้วยอย่างมีเหตุผลซ่อนเร้นงั้นหรือคะ”

“ยัยเปิ้ล!” ‘พริมา’ หันไปถลึงตาดุใส่หลานสาว “อาหมายถึงอาไม่เชื่อข่าวเสียหายพวกนั้น เพราะปั๊บไม่มีทางเอาเปรียบน้องกล้วยอย่างที่ข่าวว่าแน่ๆ”

“จริงๆ นายกับน้องเขาสนิทกันแค่ไหนเหรอ แล้วคิดอะไรอยู่ถึงไปมีข่าวกับเขาตั้งสองครั้งสองหน” ‘ปณาลี’ ถามพี่ชายฝาแฝดอย่างค้างคาใจ

“เปล่าคิดอะไร ฉันกับเขาไม่ได้สนิทกันสักนิด เรื่องที่เกิดขึ้นมันเหตุสุดวิสัยทั้งนั้น”

“น่าเชื่อตายล่ะ” คนเป็นน้องทำหน้าเบ้อย่างไม่เชื่อถือ

“แล้วนี่เตรียมใจไว้รึยังว่าถ้าคุณพ่อน้องกล้วยเขาซักฟอกเรื่องทั้งหมดเราจะแก้ตัวยังไง”

“ปั๊บก็คงพูดไปตามความจริง”

“ระวังเถอะ ขืนนายไปทำให้เขาขัดใจระวังจะโดนฆ่าหมกป่าแถวนี้แล้วโยนเป็นเรื่องสถานการณ์ความไม่สงบ ฉันว่านายไม่มีทางปฏิเสธได้แน่ถ้าเกิดเขาบีบให้รับผิดชอบด้วยการออกมายอมรับเป็นคู่รักแล้วแต่งงานกับลูกสาวเขา...”

“ปากเสีย” ปณิธิเอ็ดน้องสาว

“ปากเสียอะไรยะ อาว่าดีจะตายไป อาอยากได้น้องกล้วยเป็นหลานสะใภ้”

“อาพิ้งค์ชายหนุ่มทำหน้ายุ่งมองผู้เป็นอา

“ก็น้องกล้วยออกจะเป็นเด็กดี ไม่เคยมีข่าวเสียหายกับใครเลยจนกระทั่งมาเจอปั๊บนี่แหละ อาสืบประวัติมาอย่างดีแล้ว”

“แต่ปัญหาคือน้องเขาไม่ใช่สเป็กปั๊บน่ะสิคะอาพิ้งค์” ปณาลีออกความเห็น

“ตอนแรกภีมก็บอกว่าอาไม่ใช่สเป็กเขาเหมือนกัน ไม่จำเป็นที่เราจะต้องลงเอยกับคนที่ตรงสเป็กเสมอไปนี่นา”

“อาพิ้งค์อย่าเอาปั๊บไปเทียบกับสามีตัวเองสิ ปั๊บไม่เหมือนหมอนั่นซะหน่อย” หลานชายแย้งอย่างอ่อนใจ

“แต่อาไม่ชอบเลยที่ข่าวบอกว่าน้องกล้วยแค่คบปั๊บเล่นๆ ไม่ได้จริงจัง แถมพูดยังกับเขาเป็นสาวเจนจัดรักสนุก ทั้งที่สองคนยังไม่มีอะไรกันสักหน่อย ข่าวที่ออกมามันไม่ดีกับภาพพจน์น้องเขา อาเลยอยากให้ปั๊บทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยกู้หน้าให้เขา”

“แต่ต้องไม่ใช่ตกกระไดพลอยโจนด้วยการยอมแต่งงาน” ปณิธิรีบขัด

“หมั่นไส้ ยังกับน้องเขาจะอยากแต่งกับตัวเองนักนี่” ปณาลีพูดอย่างอดไม่ได้ “ถึงพ่อน้องกล้วยจะบังคับให้รับผิดชอบแบบนั้นจริงๆ แต่ฉันว่าน้องกล้วยคงไม่ยอมง่ายๆ หรอก”

ปณิธิฟังแล้วหน้าเบ้พลางทำเสียงฮึดฮัดในคออย่างไม่ชอบใจ

“เปิ้ลว่านะอาพิ้งค์ มันต้องมีคนคอยแกล้งน้องกล้วยแน่ๆ ไม่งั้นคงไม่โชคร้ายเป็นข่าวแย่ๆ กับปั๊บตั้งสองครั้งสองคราแบบนี้หรอก แถมยังให้ร้ายอีกด้วยว่าสองคนมีความสัมพันธ์กันแบบไม่จริงจัง บางทีอาจจะไม่ใช่ฝีมือนักข่าวนั่งเทียนเขียนเอามันส์อย่างเดียวข่าวมันเลยแรงขึ้นเรื่อยๆ แบบนี้ คงมีใครตั้งใจใส่ร้ายน้องกล้วยอยู่เบื้องหลัง”

“น้ำเน่าน่า”

“แต่อาว่าอาจจะจริงอย่างที่เปิ้ลว่าก็ได้นะ ถ้าเป็นแบบนั้นจริงปั๊บก็น่าจะช่วยแก้ข่าวให้น้องเขาซะ เพราะตัวเองมีส่วนทำให้เขาเดือดร้อน แล้วต่อไปปั๊บก็จะได้อยู่เคียงข้างช่วยปกป้องเขาด้วยไง”

ปณิธิทำหน้ายุ่ง “แต่มันไม่ใช่เรื่องอะไรของปั๊บซะหน่อย”

“เป็นข่าวกันขนาดนี้แล้วยังจะมาบอกไม่ใช่เรื่องของตัวเองได้ยังไง อย่างน้อยถ้ามีความเป็นสุภาพบุรุษหน่อยปั๊บก็ควรช่วยแก้ข่าวให้น้องเขาด้วยสิ” คนเป็นอาทำสีหน้าจริงจัง ในขณะที่น้องสาวฝาแฝดของเขาก็พลอยพยักพเยิดเห็นด้วย การโดนรุมอย่างไม่ทันตั้งตัวเช่นนี้จึงทำเอาปณิธิหงุดหงิดเกินบรรยาย

“ปั๊บรู้นะอาพิ้งค์คิดอะไรอยู่”

“อะไร อาคิดอะไรอยู่พริมาทำท่าตกใจเล็กน้อย

“ที่อาพิ้งค์ลงทุนมาถึงนี่ตามคำเชิญของคุณรัตนชัย ก็เพราะหวังว่าถ้าปั๊บลงเอยกับกล้วยได้จริงๆ อาพิ้งค์ก็ไม่ต้องมาเสียเวลาเหนื่อยกับการรอลุ้นหลานสะใภ้อีก แล้วพอจบเฉพาะทางกลับมาใช้ทุนที่นี่ไม่กี่ปีปั๊บก็คงต้องย้ายเข้ากรุงเทพฯ เพราะยังไงกล้วยเขาก็คงต้องทำงานอยู่กรุงเทพฯ ไปตลอด หรือถ้าปั๊บไม่ยอมย้ายไปจากที่นี่ กล้วยก็อาจจะเลิกเป็นดารากลับมาอยู่ทางนี้กับปั๊บได้ไม่เป็นปัญหา เพราะอย่างน้อยพ่อเขาก็อยู่ที่นี่ สรุปว่าเขาเป็นหลานสะใภ้ที่ตรงใจอาพิ้งค์ที่สุด เพราะจะทำให้อาพิ้งค์หายห่วงเรื่องปั๊บได้ตั้งแต่ตอนนี้”

แก้มเนียนของพริมากลายเป็นสีระเรื่อทันควันเมื่อถูกหลานชายจับไต๋ได้ตรงจุดทุกประเด็น “แล้วมันไม่ดีตรงไหนมิทราบ”

“ก็ตรงที่ปั๊บไม่ชอบแม่เขาสุดๆ เลยน่ะสิ”

“อย่ามาเฉไฉหน่อยเลย เรามันเจ้าเล่ห์ไม่มีใครเกินทำไมอาจะไม่รู้ซึ้ง ปั๊บเคยหลอกอามาตั้งกี่ครั้ง โดยเฉพาะเรื่องที่เคยสัญญาว่าจะไม่ไปใช้ทุนต่างจังหวัดเด็ดขาด พอเรียนจบก็จะใช้ทุนที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยปีเดียวแล้วเรียนต่อที่เดิมเลย แต่สุดท้ายกลับหนีมาอยู่ที่นี่ตั้งสามปีให้อาต้องคอยเป็นห่วง”

“โธ่ อาพิ้งค์ นั่นมันความใฝ่ฝันสมัยยังเบบี๋ ขืนใช้ทุนไม่ครบแล้วเรียนต่อปั๊บคงเหนื่อยแย่ ใช้ทุนครบแถมได้ฟิกซ์ศัลย์อีกสองปี พอตอนไปเรียนต่อก็ไม่ต้องถูกใครจิกหัวใช้งาน”

“ยังมีเรื่องอื่นอีกตั้งเยอะที่เราเจ้าเล่ห์กับอา”

“ว่ามาสิครับ ปั๊บมีเหตุผลแก้ตัวทุกข้อกล่าวหา”

“อาเกลียดปั๊บจริงๆ เลยนะเนี่ย”

“แต่ปั๊บรักอาพิ้งค์ที่สุดเลย” ปณิธิยิ้มกว้าง

ผู้เป็นอามองค้อน “ถ้ารักอาจริงก็ลองเปิดใจกว้างๆ แล้วพิจารณาน้องกล้วยอย่างไม่มีอคติสักนิดจะได้ไหม”

“บอกแล้วไงปั๊บไม่ชอบหน้าแม่เขา และคงจะไม่มีวันชอบได้แน่ ยังไงก็ไม่อยากจะเกี่ยวดองเด็ดขาด”

“แต่ผมเอาหัวเป็นประกันได้เลยครับว่าลูกสาวผมไม่มีส่วนคล้ายแม่แกเลยเรื่องนิสัยใจคอ”

ทั้งสามคนที่กำลังหารือเคร่งเครียดภายในห้องนั่งเล่นแห่งนั้นสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเสียงของรัตนชัยดังขึ้นขณะที่อีกฝ่ายเดินเข้าประตูมาหา

“ที่สำคัญ ถึงหมอจะคบกับยัยกล้วยก็ไม่จำเป็นว่าต้องไปเกี่ยวดองกับครอบครัวแม่เขา” สีหน้าคนพูดดูอารมณ์ดี “ขอโทษครับที่เสียมารยาทแอบฟัง ผมจะมาเชิญไปที่ห้องอาหาร พอดีได้ยินว่ากำลังคุยกันเพลินเลยไม่อยากขัดจังหวะ แต่เราย้ายไปคุยกันต่อระหว่างทานข้าวดีไหมครับ ผมมีเรื่องต้องขอความกรุณาจากคุณหมอกับคุณอาเยอะเลย”

 

ปณิธินั่งเงียบโดยไม่พูดอะไรเลยหลังจากรัตนชัยออกปากอย่างไม่อ้อมค้อมว่าต้องการให้เขาหมั้นหมายกับกัทลีรัตน์อย่างเป็นทางการโดยเร็วที่สุด แต่จะไม่บังคับเกี่ยวกับกำหนดการแต่งงาน เพียงแค่ต้องการให้ข่าวฉาวที่เกิดขึ้นซาลงไปโดยเร็วที่สุดเท่านั้น ส่วนจะถอนหมั้นกันทีหลังอย่างไรก็ไม่มีปัญหา

“แล้วคุณกล้วยล่ะคะ ไม่ทราบเธอคิดยังไงเกี่ยวกับเรื่องนี้” พริมาถามด้วยน้ำเสียงไม่สบายใจ แม้เหตุการณ์จะเป็นไปตามที่หล่อนแอบตั้งความหวังเอาไว้แต่ก็อดเป็นกังวลไม่ได้

“ผมคุยกับลูกเรียบร้อยแล้วครับ แกไม่มีปัญหาอะไร ผมคิดว่าแกคงไม่มีทางเลือกเพราะทนรับแรงกดดันจากข่าวที่แรงขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ไม่ไหวอีกแล้ว”

“จริงๆ ผู้ใหญ่อย่างเราก็ไม่อยากก้าวก่ายเรื่องของเด็ก แต่หลานปู่คนนี้แกจะเงียบๆ มีปัญหาอะไรก็มักเก็บไว้ไม่พูดกับใคร แล้วยิ่งตอนนี้แกก็เหมือนตัวคนเดียว ปู่กับพ่อเขาก็เลยห่วงจนเฉยไม่ไหว หลังจากใคร่ครวญแล้วเลยเลือกขอความร่วมมือจากหมอ คนของเราเป็นผู้หญิง จะทำอะไรก็มีแต่จะเสียหาย ถ้าไม่มั่นใจในตัวหมอจริงๆ เราคงไม่กล้าทำแบบนี้”

“แล้วปั๊บล่ะ จะว่ายังไง” คุณอาถือโอกาสโยนคำถามให้หลานชาย ทุกคนจึงมองไปที่เขาเป็นตาเดียว

“หมอจะเก็บไปคิดให้ดีก่อนสักสองสามวันแล้วค่อยกลับมาให้คำตอบก็ได้นะครับ ผมเข้าใจว่ามันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ” รัตนชัยกล่าวอย่างใจเย็นและค่อนข้างให้เกียรติ “จริงสิ...หรือหมอมีคนรักอยู่แล้ว”

“ก็ไม่เชิงครับ”

“ก็ไม่เชิงแปลว่าอะไร ปั๊บคบใครอยู่แล้วงั้นเหรอ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ทำไมอาไม่เห็นรู้เรื่อง” ผู้เป็นอารัวถามถี่ยิบ

ปฏิกิริยาอย่างฉับพลันของพริมาซึ่งเกิดจากคำพูดเพียงแค่นั้นของเขาทำเอาปณิธิหน้ามุ่ย “เปล่าครับ ยังไม่ได้คบใคร”

“ปั๊บมันยังไม่มีใครหรอกค่ะอาพิ้งค์ ถ้าภีมไม่แต่งงานกับอาพิ้งค์ เพื่อนคงคิดว่าสองคนนี้เป็นคู่เกย์ไปนานแล้ว”

“งั้นก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรนี่นา” คนเป็นอายิ้มออก แม้จะทราบดีว่าหลานชายผู้รักในอิสระของหล่อนไม่สบอารมณ์มากขนาดไหนกับการโดนบีบบังคับเช่นนี้ แต่พริมาก็ยังปรารถนาให้เรื่องลงเอยเช่นนี้อยู่ดี “ปั๊บเป็นผู้ชาย ยังไงก็ไม่ต้องกังวลว่าจะมีอะไรเสียหาย ที่สำคัญคือคุณกล้วยกำลังเดือดร้อน ปั๊บก็ควรแสดงความเป็นสุภาพบุรุษเท่าที่พอทำได้”

“แต่เราน่าจะให้เวลาหมอกลับไปคิดก่อนนะครับคุณพิ้งค์” รัตนชัยกล่าวอย่างแสดงน้ำใจ

“ไม่เป็นไรครับคุณอา ผมไม่มีอะไรขัดข้อง” ปณิธิกล่าวออกมาในที่สุดหลังจากคิดพิจารณาอย่างรวดเร็ว “ผมมีส่วนผิดในเรื่องนี้เต็มๆ ยังไงก็คงปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ แต่ถ้าจะทำพิธีหมั้นเป็นทางการช่วงนี้ผมคงหาเวลาว่างไม่ได้เลย ส่วนทางคุณกล้วยถ้าจะให้ข่าวกับสื่อว่ายังไงผมก็ไม่มีปัญหา ผมคงให้ความร่วมมือได้แค่นี้”

รัตนชัยกับผู้เป็นพ่อต่างมองปณิธิด้วยสีหน้าโล่งอกระคนพอใจ “สรุปว่าเราตกลงกันเข้าใจดีแล้วนะครับหมอ หมอไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะมีปัญหายุ่งยากตามมา โดยเฉพาะเกี่ยวกับนภา ผมจะเคลียร์ทุกอย่างให้เอง”

ปณิธิพยักหน้ารับพลางฝืนยิ้ม ไม่ได้นึกวางใจเลยสักนิดว่าจะปราศจากปัญหายุ่งยากตามมาอย่างที่รัตนชัยให้คำมั่น

 

ในที่สุดผู้เป็นพ่อก็ติดต่อมาเพื่อบอกเธอว่าปณิธิตกลงให้ความร่วมมือเพื่อช่วยกู้สถานการณ์ในครั้งนี้ ทว่ากัทลีรัตน์รู้สึกสับสนและยังคงไม่เข้าใจตัวเองจนกระทั่งบัดนี้ว่าเหตุใดจึงไม่คัดค้านเรื่องการหมั้นหมายระหว่างเธอกับปณิธิตามที่ผู้เป็นพ่อเสนอทางเลือกในการแก้ข่าวฉาว ทั้งที่ทราบแก่ใจดีว่าปณิธิไม่ได้มีใจชื่นชมหรือปลาบปลื้มในตัวเธอเลยแม้แต่น้อย

ทว่าข่าวฉาวน่าพิศวงที่ปรากฏออกมาครึกโครมอย่างต่อเนื่องและไม่อาจต้านทานได้ทำให้หญิงสาวตั้งรับไม่ไหวอีกต่อไป แม้ข่าวฉาวจะทำให้งานหลั่งไหลมาไม่หยุด หากเธอไม่สามารถตีหน้าระรื่นปฏิเสธเรื่องไม่จริงทั้งหมดซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้ เธอเหนื่อยล้าและเบื่อหน่ายจนแทบจะอาเจียนออกมาด้วยความสะอิดสะเอียนทุกทีที่ได้ยินได้ฟังเรื่องพวกนั้น

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนี้ทำให้กัทลีรัตน์รู้ซึ้งว่าการวางตัวดีและพยายามรักษาภาพพจน์ที่สวยงามมาตลอดแทบไม่ช่วยอะไรเลยเมื่อตนเผลอลืมตัวสัมผัสกับความเสื่อมเสียเพียงเล็กน้อย เพราะผู้คนที่คอยโอบอุ้มค้ำชูไม่สามารถต้านทานผู้ที่รอขย้ำซ้ำเติมได้เลย

ผู้จัดการของเธอเห็นด้วยกับวิธีแก้ปัญหาโดยการประกาศหมั้นกับปณิธิ แต่แม่คงแทบคลั่งถ้ารู้ว่าเธอกับพ่อร่วมมือกันทำอะไร แต่ในนาทีนี้แม่ช่วยอะไรเธอไม่ได้ หนำซ้ำการปรึกษาหรือบอกกล่าวเรื่องส่วนตัวของเธอกับแม่รังแต่จะเป็นผลร้าย เพราะพลอยพัทธย่อมมีสิทธิ์รับรู้ด้วยแน่นอน แม้จะไม่มีหลักฐานว่าพลอยพัทธมีส่วนรู้เห็นกับข่าวฉาวที่รุมกระหน่ำเธอในขณะนี้ แต่กัทลีรัตน์เกือบจะมั่นใจว่าลูกติดของพ่อเลี้ยงเธอคนนี้ต้องมีเอี่ยวกับปัญหาทั้งหมดอย่างแน่นอน

นาทีนี้เธอได้ตัดสินใจแล้วว่าจะยินดีทำทุกอย่างเพื่อให้สถานการณ์ข่าวฉาวที่รุมเร้าคลี่คลายลงโดยเร็ว ถึงจะคาดเดาได้ว่ามันอาจนำพาปัญหาใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมมาให้ก็ตาม และที่น่าหนักใจยิ่งกว่าก็คือ...ต่อให้เธอพยายามเตือนตัวเองให้เกลียดชังและต่อต้านปณิธิตลอดมา แต่ความรู้สึกมันกลับเป็นไปในทางตรงกันข้ามมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่อาจหักห้ามใจ แม้จะทราบดีว่าปณิธิไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอเลย

 



* แพทย์เวรลำดับที่หนึ่งแผนกศัลยกรรม

* แพทย์ประจำบ้าน หรือแพทย์ที่กำลังศึกษาต่อเฉพาะทาง



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
มารร้ายคู่หมายรัก ตอนที่ 3 : บทที่ 3 ซึมซ่านสู่กลางใจ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1756 , โพส : 2 , Rating : 15 / 3 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1

#2 : ความคิดเห็นที่ 36
สงสารนางเอกจัง
Name : koong-Gyu Hyun< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ koong-Gyu Hyun [ IP : 210.213.57.100 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2555 / 16:36

#1 : ความคิดเห็นที่ 6

น่ารักอ่ะ......คิดถึงอาพิ้งค์น่ะ.....แล้วคุณหมอเปิ้ลจะคู่กะใครเนี้ย...น่าลุ่น

Name : DOCTERBEE< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ DOCTERBEE [ IP : 180.180.32.171 ]
Email / Msn: nsch.beer(แอท)gmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 ธันวาคม 2554 / 11:12


หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

"หนังสือสดใหม่ ประจำเดือน ตุลาคม 2557"

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android