สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

คีรีมนตรา...มายาแห่งรัก (Ivy bookhouse)

ตอนที่ 34 : ตอนที่ 30 คุณป้าของธนัทเทพ (2) (100%)


     อัพเดท 27 มิ.ย. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ซึ้งกินใจ
Tags: โรแมนติกคอมเมดี้, ความงดงามของธรรมชาติ, พระรองโรคจิต, พระเอกกวน...
ผู้แต่ง : อิสรียา ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ อิสรียา Email : giggsgok(แอท)gmail.com
My.iD: http://my.dek-d.com/isareeya
< Review/Vote > Rating : 96% [ 10 mem(s) ]
This month views : 208 Overall : 50,088
1,365 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 99 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
คีรีมนตรา...มายาแห่งรัก (Ivy bookhouse) ตอนที่ 34 : ตอนที่ 30 คุณป้าของธนัทเทพ (2) (100%) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1890 , โพส : 14 , Rating : 74 / 15 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 ตอนที่ 30 คุณป้าของธนัทเทพ 2 (100%)


            เป็นเวลาเกือบตีสี่ที่นาวีได้พาร่างกลับมายังห้องของตนด้วยความมึนงง หลังจากที่ชายหนุ่มถูกเพื่อนลากออกไปสังสรรค์ข้างนอกตั้งแต่ตอนสี่ทุ่ม โดยบรรดาเพื่อนๆ อ้างว่าเพื่อฉลองการสละโสดของเขา ซึ่งชายหนุ่มเห็นว่านานๆ ทีจะได้พบเจอกันพร้อมหน้าพร้อมตาสักครั้ง จึงยอมออกไปกับเพื่อนอย่างไม่อาจปฏิเสธได้

มือหนาเอื้อมไปเปิดประตูห้องอย่างแผ่วเบาที่สุด ด้วยเกรงว่าหญิงสาวที่อยู่ด้านในจะตื่นขึ้นมา ชายหนุ่มสะบัดศีรษะเล็กน้อยเพื่อขับไล่ความมึนงงออกไป ก่อนแทรกร่างเข้าไปด้านในอย่างเงียบเชียบ จากนั้นจึงค่อยๆ งับบานประตูลงตามเดิม ร่างสูงสาวเท้าเดินตรงเข้าไปยังเตียงกว้างของตนที่บัดนี้ไม่ได้ว่างเปล่าดังเช่นวันวาน

          ญาตาวีสะดุ้งตื่นขึ้นมาก่อนหน้านั้นแล้ว เนื่องจากได้ยินเสียงเขาไขกุญแจห้อง ด้วยสัญชาตญาณของเธอ ทำให้หญิงสาวรีบพลิกกายหันหลังไปอีกฟากหนึ่ง นอนนิ่งราวถูกสาป แสร้งทำเสมือนว่ากำลังอยู่ในห้วงนิทราอันแสนสุข ช่างขัดกับใจที่กำลังเต้นไม่เป็นจังหวะด้วยความตื่นเต้น เมื่อนึกไปถึงว่ายามนี้เธอกำลังนอนอยู่ในห้องของชายหนุ่มที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีของเธออย่างถูกต้องตามกฎหมาย  

            บรรยากาศยามนี้เงียบสนิท มีเพียงเสียงการทำงานของเครื่องปรับอากาศครางเบาๆ อยู่ด้านนอก ญาตาวีนอนกำผ้าห่มเอาไว้จนแน่นขณะกลั้นหายใจจนรู้สึกอึดอัด เมื่อรับรู้ได้ถึงที่นอนข้างกายเธอนั้นไหวยวบลงไป หญิงสาวต้องสะดุ้งเฮือก เมื่อมือหนาเอื้อมมาสัมผัสกับต้นแขนของเธอเอาไว้ รับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดอยู่บริเวณพวงแก้ม แม้จะไม่ได้ลืมตาหันไปมอง แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงใบหน้าของเขาที่อยู่ห่างจากเธอแค่คืบ

            จมูกคมสันฝังลงบนพวงแก้มสาวหนักหน่วง ก่อนคลอเคลียอยู่ไม่ห่าง กลิ่นแอลกอฮอล์ที่โชยมาปะทะจมูก ทำให้หญิงสาวทนนอนนิ่งๆ ไม่ได้อีกต่อไป

            “อย่าค่ะ…เหม็นเหล้า…”

            หญิงสาวลืมตาขึ้น ก่อนตัดสินใจพลิกกายนอนหงาย สองมือดันใบหน้าของอีกฝ่ายให้ออกห่างไปจากตน ก่อนเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟที่อยู่บริเวณหัวเตียงทันที

            “อ้าว…นึกว่าหลับอยู่เสียอีก รอพี่อยู่หรือเปล่า”

            ชายหนุ่มยิ้มพราว แววตาฉ่ำเยิ้ม มองปราดเดียวก็รู้ว่าเขาดื่มไปไม่น้อย

            “ไม่ได้รอ และหลับอยู่ แต่คนแถวนี้ทำให้ตื่น”

            “ตื่นแล้วก็มาหาอะไรทำกันดีไหม”

            ชายหนุ่มไม่พูดเปล่า เขาโน้มใบหน้าลงมาเพื่อที่จะตักตวงหากำไรเอากับกายสาว ญาตาวียังคงไม่ยอมให้อีกฝ่ายได้กระทำตามใจ มือเรียวรีบดันใบหน้าของเขาออกเป็นพัลวัล

            “ทำไม…”

            นาวีหยุดการกระทำแทบจะในทันที  พลางจับจ้องร่างของเธออย่างไม่เข้าใจ ใบหน้าบอกบุญไม่รับ เมื่อรู้สึกไม่พอใจที่หญิงสาวใต้ร่างกล้าปฏิเสธเขา ทั้งๆ ที่เขาอยากรักเธอแทบใจจะขาด

            “เมามาขนาดนี้ ไปไกลๆ เลยนะ”

            หญิงสาวเอ่ยพลางยกมือขึ้นมาอุดจมูก ก่อนตัดสินใจพลิกกายนอนตะแคงไปอีกด้านหนึ่งทันที

            “ใครบอกว่าเมา ถ้าเมาจริงจะกลับห้องถูกหรือ”

            ชายหนุ่มยังคงดื้อดึงที่จะกระทำเอาแต่ใจ แต่ญาตาวียังคงไม่ยอมเขาอย่างง่ายๆ เมื่ออารมณ์น้อยใจที่สุมอยู่ในอกทำให้เธอแสดงท่าทีออกมาเช่นนั้น

            ทั้งน้อยใจที่เขาปล่อยให้เธอนอนเพียงลำพังมาครึ่งค่อนคืน แม้กระทั่งได้ทะเบียนสมรสมานอนกอด แต่เขากลับตอกย้ำว่าเพื่อตบตาวาคิมเท่านั้น การที่เขาให้เธอมานอนร่วมห้อง และยอมอยู่กินกับเธอฉันท์สามีภรรยา มันก็เป็นเครื่องบ่งบอกว่าเขาหวังเพียงร่างกายของเธอเท่านั้น ไม่ได้มีใจผูกพันดั่งเช่นคนรักกันแต่อย่างใด

            เธอเกลียดตัวเองยิ่งนัก ที่ไม่อาจทำใจแข็งปฏิเสธเขาได้ ปล่อยใจให้ตกเป็นทาสของความลุ่มหลงมัวเมาในตัวของอีกฝ่าย อย่างไม่อาจถอนตัวขึ้นมาได้เสียแล้ว

            “น้องดรีมกำลังทำตัวไม่น่ารักเลยรู้ไหม”

            ชายหนุ่มเอ่ยเสียเข้ม ก่อนรั้งร่างของเธอให้พลิกกายหันหน้ามาทางเขา

            “ไม่น่ารักก็ไม่ต้องมาพูดด้วย ไปหาคนที่น่ารักกว่านี้เลยไป”

            หญิงสาวทำหน้างอน ก่อนทำท่าจะลุกพรวดขึ้น ชายหนุ่มรู้ทันรีบเอามือดันร่างของเธอไว้ให้นอนลงตามเดิม

            “ไล่กันเหรอ เดี๋ยวก็ไปจริงๆ เสียเลยนี่”

            ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนผละออกมาจากร่างของเธอ เมื่อรู้สึกว่าเขากำลังถูกหาเรื่องไม่เลิก

            ท่าทีของชายหนุ่มเบื้องหน้าทำให้ญาตาวีน้อยใจยิ่งนัก หญิงสาวจึงโพล่งออกไปทันที

“ทำไม จะไปหายายหน้าจืดใช่ไหม”

นาวีนิ่งอึ้งไปพักหนึ่ง ก่อนถอนหายใจออกมา เมื่อรู้สึกว่าหญิงสาวข้างกายเริ่มคิดเตลิดไปไกล จึงตัดสินใจใช้น้ำเย็นเข้าลูบด้วยเขาเองก็อยากพักผ่อนเต็มทน หมดอารมณ์ที่จะหาความสุขจากกายสาวอีกต่อไป

            “ช่างเถอะ อย่าไปพูดถึงคนอื่นเลย มาพูดเรื่องของเราดีกว่า”

            “เรื่องของเรา?” ญาตาวีทวนคำ พลางทำหน้างง เมื่อเขาเปลี่ยนท่าทีปุบปับจนเธอตามแทบไม่ทัน

            “อืมใช่…เวลาอยู่ด้วยกันสองคน ขอร้องว่าอย่าเอ่ยถึงคนอื่นได้ไหม เอ่ยถึงให้ได้อะไรขึ้นมา”

            ชายหนุ่มทิ้งกายลงนอนเคียงข้างเธอ คิดด้วยความกลัดกลุ้มว่าเขาพยายามบอกเธอไปหลายครั้ง ว่าไม่ได้คิดอะไรกับพิมพกานต์ แต่ดูท่าว่าอีกฝ่ายจะไม่เชื่อ เพราะเธอมักจะอ้างเรื่องนี้ขึ้นมาทุกครั้งที่เถียงกัน

            “พี่วี ถ้าดรีมถามอะไรไป จะยอมตอบมาตามตรงไหม”

            หญิงสาวพลิกกายนอนตะแคงไปทางเขา มือข้างหนึ่งเท้าศีรษะเอาไว้

            “ลองถามมาก่อนสิ ถ้าตอบได้ก็จะตอบ”

            ชายหนุ่มหันมามองใบหน้าของเธอนิ่ง ญาตาวีถอนหายใจออกมาเพื่อรวบรวมความกล้า ก่อนโพล่งออกไป

            “ดรีมไม่รู้ว่าทุกวันนี้ เราสองคนรักกันไหม หรือพี่วีแค่ต้องการรับผิดชอบในสิ่งที่ได้กระทำลงไปเท่านั้น”

            นาวีถึงกับนิ่งอึ้งไป เมื่อได้ฟังคำถามที่กระทบใจเข้าอย่างจัง ที่เขาเงียบนั้นเนื่องจากยังไม่แน่ใจในตัวเอง ว่าทุกวันนี้เขาคิดอย่างไรกับเธอ หากจะบอกว่ารักมันก็ยังเร็วเกินไปไหม ชายหนุ่มครุ่นคิดอยู่ในใจ ด้วยเขาเองก็ไม่อยากเอ่ยคำที่กลายเป็นว่าให้ความหวังใครขึ้นมา เพราะมันจะย้อนกลับมาฆ่าคนฟังเสียเอง หากวันข้างหน้าเรื่องราวไม่ได้เป็นอย่างที่ใจคิด

            “ทำไมถึงเงียบไปล่ะคะ แต่แค่นี้ดรีมก็พอจะรู้แล้ว ว่าพี่วีคิดอย่างไร”

            ญาตาวีลุกพรวดขึ้นทันที เมื่อไม่ได้รับคำตอบที่พึงใจ ขาเรียวสวยก้าวลงจากเตียงก่อนเดินไปเปิดม่าน สายตามองผ่านกระจกใสออกไปยังความมืดมิดด้านนอก มองไม่เห็นอะไรนอกจากความม่านความมืดที่ห่มคลุมอยู่ ไม่ต่างอะไรกับชีวิตเธอยามนี้

            นาวีลุกตามมาหยุดยืนอยู่ทางด้านหลัง ปลายนิ้วเขี่ยสายชุดนอนของเธอเล่น ก่อนก้มหน้าลงฝากฝังรอยจูบบริเวณหัวไหล่กลมมนราวหวงแหน

            “น้องดรีมก็ดูจากการกระทำเอาก็แล้วกัน คำพูดบางครั้งก็เชื่อถือไม่ได้หรอกนะ หากบอกว่ารัก แต่ใจอยู่กับคนอื่นแล้วจะมีประโยชน์อะไร”

            นาวีเลี่ยงที่จะตอบตามตรง รู้สึกว่าหญิงสาวเบื้องหน้ากำลังทำให้เขาลำบากใจที่จะพูด

            “แต่บางครั้งคำพูดก็สำคัญ มันแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่น” 

            “แต่ทุกวันนี้เราสองคนก็เข้ากันได้ดีไม่ใช่หรือ แม้กระทั่งเรื่อง…บน…เตียง…”

            ชายหนุ่มกระซิบชิดใบหู ญาตาวียืนหน้าร้อนผ่าวด้วยความอับอายปนกรุ่นโกรธ นี่เขาเห็นเธอเป็นที่รองรับอารมณ์หรืออย่างไรกัน หญิงสาวคิดพลางหันขวับไปมองหน้าเขา ก่อนเบือนหน้ากลับมาดังเดิม

            “ผู้ชายก็คิดเหมือนกันหมด เห็นเซ็กส์สำคัญกว่าความรัก”

            “มันก็ไม่ผิดใช่ไหม ที่ผู้ชายจะชอบเรื่องเซ็กส์ เพียงแต่ว่าจะติดใจใครก็เท่านั้น”    

            “ก็คงทุกคนที่ผ่านเข้ามา” หญิงสาวเอ่ยแกมประชด มือเรียวปัดมือหนาออกจากหัวไหล่ของตนด้วยรู้สึกไม่พอใจกับคำพูดของอีกฝ่าย

“มันก็ไม่เสมอไป หากหวังแค่มีเซ็กส์ บอกตามตรงนะ แค่ครั้งเดียวก็เบื่อ แต่น้องดรีมกลับทำให้พี่อยากรักน้องดรีมบ่อยๆ อยากอยู่ใกล้ชิดกันตลอดเวลา แล้วอย่างนี้จะเรียกว่าอะไรดีล่ะ”

นาวีเริ่มหยอดคำหวาน หวังให้อีกฝ่ายรู้สึกดีขึ้น แต่ชายหนุ่มไม่รู้หรอกว่า มุมมองของเขากับเธอนั้นมันช่างต่างกันอย่างสิ้นเชิง

“หึ…ฟังเหมือนดูดีนะคะ”

หญิงสาวยิ้มหยัน ในขณะที่อีกฝ่ายไม่ทันสังเกตเห็น

“ก็แค่พูดตามความรู้สึกเท่านั้น แค่นี้พอจะสบายใจขึ้นมาบ้างไหม”

นาวีเอ่ยเท่าที่ใจพอจะนึกออกอยู่ในขณะนี้ ไม่รู้ว่าจะสรรหาคำใดมาแทนคำว่ารักที่เขาไม่แน่ใจว่าจะพูดมันออกไปดีไหม

“ช่างเถอะ หากไม่คิดอะไรต่อกันก็ไม่เป็นไร ดรีมจะคิดเสียว่าเรื่องราวในวันนั้นมันแค่อารมณ์ชั่ววูบ และนับจากวันนี้เป็นต้นไป ดรีมก็จะกลับไปอยู่บ้าน จะไม่หนีพี่คิมไปไหนอีก เขาอยากจะได้ดรีมไปเป็นอะไรก็ช่าง เพราะทุกวันนี้มันก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ในเมื่อพี่วีไม่เห็นค่า และดรีมมันก็คือเมียที่พี่วีไม่ต้องการ”

“ดรีม! พูดอะไรออกมา”

นาวีหมุนกายของเธอให้หันมาประจันหน้า รู้สึกสร่างเมาขึ้นมาทันที เพียงได้ฟังถ้อยคำตัดพ้ออย่างรุนแรงของเธอก็ทำให้ใจของเขาร้อนรุ่มขึ้นมาทันที

“พี่วีไม่ต้องกลัวหรอก ที่เราเคยตกลงกันมันก็จะครบสามเดือนแล้ว ข้อตกลงของเราเคยเป็นอย่างไร มันก็ยังคงเป็นอย่างนั้น ในเมื่อวันนี้ดรีมคว้าหัวใจของพี่วีมาไม่ได้ ทางเลือกเดียวคือเดินออกไปจากชีวิตของพี่ใช่ไหม จริงๆ แล้วพี่วีกำลังบีบบังคับให้ดรีมทำแบบนั้นใช่ไหม”

“ไปกันใหญ่แล้ว” นาวีถอนหายใจออกมา เมื่อหญิงสาวตรงหน้ารัวความในใจออกมาเป็นชุด ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงแล้วเขาลืมเรื่องข้อตกลงบ้าๆ นั่นไปแล้วด้วยซ้ำ

“แล้วจะให้คิดอย่างไรล่ะคะ เพราะท่าทีของพี่วีมันฟ้อง ในเมื่อวันนี้กายอยู่ใกล้กัน แต่ใจของพี่วีอยู่กับใคร...”

“เอ่อ…”

*********************

ต่อค่ะ ^ ^

“ว่าไงคะ หากแค่บอกมาคำเดียวว่าไม่ได้คิดอะไร ดรีมก็จะไม่วุ่นวายอีก นับจากนี้ไปจะทำตัวให้เหมือนเพื่อนคนหนึ่งเท่านั้น”

ญาตาวียังคงรุกหนัก ด้วยตั้งใจเอาไว้แล้วว่า ถึงอย่างไรวันนี้ก็ต้องคุยกันให้รู้เรื่อง ไม่อย่างนั้นเธอคงต้องคาใจอย่างนี้ไปตลอด แค่อยากฟังคำพูดที่ให้รู้ว่าเขาเองก็รู้สึกอะไรกับเธอบ้างก็เท่านั้น

“อะ…เอ้อ…นี่มันก็ตีสี่กว่าแล้ว และพี่ก็เมามากกก…เอ่อ ปวดหัวด้วย นอนกันเถอะนะ”

นาวีตัดบทเมื่อเริ่มอึดอัดกับคำถามที่ตอบได้ยากสิ้นดี แสร้งยกมือขึ้นกุมศีรษะ ก่อนรีบผละออกห่างจากหญิงสาวแล้วเดินไปทิ้งตัวลงนอนบนเตียงกว้างทันที ปล่อยให้อีกฝ่ายทำเสียงจิ๊จ๊ะอยู่ในลำคอที่การเจรจาวันนี้ต้องล้มเหลวลงไป

“ลุกมาคุยกันก่อนนะ อย่าเพิ่งหลับสิ”

หญิงสาวพาร่างขึ้นไปนั่งเคียงข้างชายหนุ่มบนเตียง สองมือพยายามดึงแขนเขาให้ลุกขึ้นมาพูดคุยกันต่อ แต่ดูท่าว่าความพยายามของเธอจะไม่เป็นผลเอาเสียเลย เมื่ออีกฝ่ายไม่ตอบสนอง ชายหนุ่มหลับตานิ่งก่อนเอ่ยออกมาเสียแผ่ว

“พี่ปวดหัว เอาไว้คุยกันวันหลังนะ”

“ไอ้พี่วีบ้า…เช๊อะ!”

หญิงสาวสะบัดแขนอีกฝ่ายอย่างแรงเมื่อถูกขัดใจ ก่อนผลุนผลันนั่งหันหลังให้อีกฝ่ายด้วยความหงุดหงิด เมื่อรู้ทันว่าเขาแสร้งทำเป็นนอนหลับเพื่อหลบหลีกเธอ ด้วยความหมั่นไส้ เธอจึงหันหน้ากลับไปทุบกำปั้นลงบนแผงอกของเขาอย่างแรง

“นี่แน่ะ! ไม่เห็นจะง้อ ขอให้หลับยาวไม่ต้องตื่นขึ้นมาเลยยิ่งดี”

‘อูย…มือหนักชะมัด’

นาวีกัดฟันกรอดคิดอยู่ในใจ เมื่อรู้สึกเจ็บจุกที่บริเวณหน้าอกขึ้นมาในทันใด แต่กระนั้นก็แสร้งทำเป็นไม่สะทกสะท้านกับการกระทำของอีกฝ่าย ทั้งที่ความจริงแล้วเขาแทบอยากลุกขึ้นมาเอาคืนด้วยวิธีอื่นเสียเดี๋ยวนั้น เนื่องจากกำปั้นของเธอเมื่อสักครู่มันทำให้เขาถึงกับจุกไปพักหนึ่งเลยทีเดียว แต่ด้วยกลัวว่าเรื่องราวจะไม่จบลงอย่างง่าย โอกาสที่เขาจะไม่ต้องได้นอนไปจนถึงเช้ามีความเป็นไปได้สูง คิดดังนั้นจึงแสร้งทำเป็นผลอยหลับไป จนกระทั่งหลับลึกไปจริงๆ อย่างไม่รู้ตัว เมื่อร่างกายของเขาฟ้องว่าอ่อนล้าเต็มทน…

 

เสียงเคาะประตูห้องที่ดังถี่ติดต่อกันหลายครั้ง ส่งผลให้ญาตาวีที่กำลังอาบน้ำอยู่อย่างอ้อยอิ่งนั้น ต้องรีบชำระล้างคราบฟองครีมอย่างลวกๆ ด้วยกลัวว่าผู้ที่อยู่ข้างนอกจะรอนาน พานคิดไปถึงว่าอาจเป็นมารดาของนาวี ที่มาตามให้ไปทานข้าวเนื่องจากสายมากแล้ว หญิงสาวคว้าเสื้อคลุมมาสวมปกปิดกายเอาไว้ ก่อนรีบออกจากห้องน้ำเดินตรงไปเพื่อเปิดประตูห้องให้ผู้ที่รออยู่ด้านนอกทันที

“คุณลุงค้าบบ…เรย์จะเข้าไปข้างใน”

แต่แล้วหญิงสาวก็ต้องชะงักมือที่กำลังจะบิดลูกบิดประตู เมื่อเสียงเจื้อยแจ้วคุ้นหูดังแว่วเข้ามา ทำให้เธอถึงกับถอนหายใจยาวขึ้นมาทันที

“บ้าจริง มาทำอะไรกันตอนนี้เนี่ย”

หญิงสาวคิดขณะเปิดประตูออกอย่างจำใจ เมื่อถูกอีกฝ่ายเคาะรัวหนักขึ้น

ร่างที่ยืนอยู่หน้าประตูฉีกยิ้มให้เธอจนตาหยี ก่อนพรวดพราดเข้ามาด้านในทันที ซ้ำยังวิ่งไปกระโดดขึ้นเตียงของคุณลุง แล้วกระโดดโลดเต้นไปมาด้วยความสนุกสนาน ราวกับกำลังดีใจที่ได้มาอยู่ในห้องนี้สมใจ

“คุณป้าคับ เปิดทีวีหน่อยคับ เรย์จะดูการ์ตูน”

หนูน้อยเริ่มออกคำสั่ง เมื่อเห็นว่าทีวียังคงปิดอยู่ ก่อนที่จะทิ้งกายลงนอนเคียงข้างคุณลุงที่ยังคงหลับไม่รู้เรื่อง ขาข้างหนึ่งยกขึ้นมาพาดหัวเข่าเอาไว้อย่างสบายอารมณ์

‘อะ…อ้าว บังอาจมาสั่งคนอย่างญาตาวีนี่นะ’

หญิงสาวกัดฟันกรอด เมื่อเหลือบไปเห็นร่างกลมป้อมนอนไขว่ห้างรอตนอยู่ แถมยังยกแขนขึ้นไปรองศีรษะเอาไว้อย่างสบายใจ

“เร็วสิคับ คุณป้า เดี๋ยวก็จบจนได้”

“อะ…อ้อ…จ้ะๆ เรย์จะดูเรื่องไหนจ๊ะ”

ญาตาวีกัดฟันยิ้มออกมา แม้จะไม่ค่อยถูกโฉลกกับเด็กๆ มากนัก แต่สถานการณ์ยามนี้เธอก็ต้องทำใจยอมรับสภาพที่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ เนื่องจากเกรงใจคุณยายและพ่อแม่ของเด็กนั่นเอง

“ซึบาสะคับ”

“หือ…อะไรสะๆ นะ”

หญิงสาวเลิกคิ้วขึ้นพลางมองหน้าเด็กคล้ายขอความกระจ่าง เมื่อเธอไม่เข้าใจว่ามันคือเรื่องอะไร เพราะเธอรู้จักแต่โนบิตะกับชิซูกะเท่านั้น

“คุณป้านี่ไม่รู้เรื่องเลย ก็ที่เตะบอลกันไงคับ ดังจะตาย ใครๆ ก็รู้จัก เรย์ก็รู้จัก คุณป้าแพ้ ที่ไม่รู้จัก”

หนูน้อยพูดพลางผลุนผลันลุกขึ้นนั่ง ก่อนปราดเข้ามาแย่งรีโมทในมือหญิงสาวไป จากนั้นจึงกดหาช่องที่ต้องการเสียเอง ด้วยเห็นว่าอีกฝ่ายเงอะงะไม่ทันใจตน ความที่คุณลุงเปิดให้ดูบ่อยธนัทเทพจึงจำหมายเลขช่องได้อย่างแม่นยำ

“นี่ไงคับ กัปตันซึบาสะ คุณป้าไม่รู้เรื่อง”

“จ้ะๆ พ่อเด็กฉลาด…ฉลาดไปหมดพ่อคุณ”

หญิงสาวอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ มือเรียวเอื้อมไปบีบแก้มนุ่มนิ่มทั้งสองข้างเพื่อหยอกล้อ เมื่อพยายามเปิดใจให้กว้างจึงพบว่า ความไร้เดียงสาของเด็กก็ทำให้เธอยิ้มได้เหมือนกัน

“คุณลุง ตื่นได้แล้วคับ ช้างมาบ้านแล้วคับ”

เมื่อหนูน้อยเห็นคุณลุงยังคงนอนนิ่ง มือน้อยๆ จึงเขย่าร่างของคุณลุงไปมา เพื่อให้ตื่นขึ้นมาคุยกับตน โดยยกเอาคำพูดที่ผู้ใหญ่ชอบหลอกตนเวลาจะให้ตื่นนอนมาใช้บ้าง

“หือ…”

เมื่อถูกรุกรานหนักเข้า นาวีจึงสะดุ้งตื่นขึ้นมาท่ามกลางความมึนงง ชายหนุ่มปรือตามองไปรอบกายเพื่อปรับสภาพ ศีรษะที่หนักอึ้งทำให้เขาถึงกับนอนนิ่ง ไม่อยากขยับเขยื้อนกายมากไปกว่านี้

“ลุกคับคุณลุง ทีคุณป้ายังตื่นแล้วเลย”

ธนัทเทพยังคงไม่ลดละ ร่างกลมป้อมขึ้นไปนั่งคร่อมร่างของนาวีเอาไว้ ขณะดึงแขนของเขาให้ลุกขึ้นมา

“เรย์คร้าบบบ…อย่ากวนกันได้ไหม”

ชายหนุ่มลากเสียงยาวออกมา ก่อนพลิกกายนอนคว่ำหน้า คว้าหมอนมาปิดใบหูเอาไว้ ยามนี้เขารู้สึกปวดศีรษะและมึนงงจนไม่อยากโงหัวขึ้นมาเสวนากับใคร

“คุณลุงนี่ขี้เกียจจัง นอนกินบ้านกินเมือง”

“คิก…สมน้ำหน้า เจอเด็กว่าเข้าให้ อายไหมล่ะ”

ญาตาวีหัวเราะคิกคักชอบใจอยู่คนเดียว ในขณะที่นาวีได้ยินอย่างชัดเจน แต่เขาไม่มีอารมณ์ที่จะตอบโต้ จึงได้แต่นิ่งเสีย ชายหนุ่มต้องถอนหายใจยาวออกมาอีกครั้ง เมื่อหลานชายจอมซนยังคงเขย่าร่างของเขาอยู่อย่างนั้น จนในที่สุดเขาก็ต้องยอมแพ้ให้แก่ความดื้อรั้นของธนัทเทพเพื่อตัดความรำคาญ

“เฮ้อ…เบื่อเจ้าเรย์จริง ทำไมไม่ไปอยู่กับพ่อกับแม่บ้างนะ”

ชายหนุ่มซุกหน้าลงกับหมอนนิ่ง ร่างสูงนอนพลิกกายไปมาอยู่บนเตียงเพื่อขับไล่ความมึนงงให้หมดไป

“คุณพ่อลุกไม่ไหวนี่คับ และคุณพ่อยังบอกให้เรย์มาอยู่กับคุณลุงก่อน”

‘ตลอด…สงสัยจะลุกไม่ขึ้นล่ะสิท่า ดื่มจนจำทางกลับบ้านไม่ได้’

นาวีอดที่จะแขวะพ่อเด็กอยู่ในใจไม่ได้ เนื่องจากเมื่อคืนนี้ฝ่ายนั้นก็มีสภาพไม่ต่างไปจากเขาเท่าไหร่นัก ดูเหมือนว่าจะหนักกว่าเสียด้วยซ้ำ เพราะหน้าที่ขับรถเมื่อคืนนี้ก็คือตัวเขาเอง โชคดีที่ยังพากันกลับมาถึงบ้านได้โดยไม่เกิดอุบัติเหตุเสียก่อน

“เมื่อคืนคุณพ่อถูกคุณแม่ทุบดังตุ้บเลยคับ ก็เลยลุกไม่ไหว”

“ฮ่าๆ ขนาดนั้นเลยหรือครับ”

นาวีหัวเราะร่วนออกมาอย่างลืมตัว เมื่อได้ฟังถ้อยคำบอกเล่าจากหลานชาย ด้วยความที่เป็นเด็กยังไม่รู้ประสีประสา ธนัทเทพจึงเล่าตามที่ตนได้รู้เห็นมาให้คุณลุงฟังไปเรื่อยๆ เนื่องจากยังแยกแยะไม่ออกว่าสิ่งไหนดีหรือไม่ดี

“ฮ่าๆ ไอ้คนไม่กลัวเมีย ลับหลังล่ะก็เก่งไปหมด”

นาวีอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ เมื่อหลานชายเอาคุณพ่อมาเผาเสียจนเกรียม เพราะเขารู้ดีว่าน้องเขยของเขานั้นมักจะทำซ่าตอนลับหลังภรรยา ต่อหน้าก็ไม่ต่างไปจากแมวเชื่องๆ ตัวหนึ่ง

            “คุณพ่อหลานเรย์ไม่ได้เรื่อง ดูคุณลุงสิ มีใครกล้าทำอะไรที่ไหน นี่ถ้าเป็นลุงนะ คงต้องมีสวนกลับไปแบบนี้...โช๊ะๆ”

             ชายหนุ่มพูดพลางชำเลืองตามาทางญาตาวีที่กำลังคว้าเสื้อผ้าออกมาจากตู้เพื่อสวมใส่ ขณะทำท่าทางชกมือไปในอากาศให้หลานชายดู เรียกเสียงหัวเราะชอบใจที่ดังออกมาจากปากของธนัทเทพทันที ด้วยขบขันกับท่าทางของคุณลุงยิ่งนัก

            “แหวะ…เก่งจริ๊งงง ลุกให้ขึ้นก่อนเถอะ ค่อยมาทำปากดี”

            หญิงสาวเบะปากออกมาด้วยความหมั่นไส้ เมื่อแต่งตัวเสร็จแล้วจึงเดินไปเปิดประตูห้อง เพื่อที่จะลงไปข้างล่าง นาวีเห็นดังนั้นจึงตะโกนออกมาทันที

“ใจคอไม่คิดจะดูแลกันเลยหรือยังไง ลุกไม่ไหวเห็นไหม”

ญาตาวีหยุดการเคลื่อนไหว มือเรียวดันประตูให้ปิดลงตามเดิม หญิงสาวรีบหมุนกายเดินเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าชายหนุ่มทันที ก่อนค้อมตัวลงแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้อีกฝ่ายในระยะประชิด ลากเสียงใส่หน้าเขาอย่างช้าๆ

“เสีย-ใจ-เพราะ-เรา-ไม่-ได้-เป็น-อะไร-กัน”

“เหรอออ…”

ชายหนุ่มลากเสียงสูง มือหน้าคว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางโดยที่เธอไม่ทันระวังตัว ก่อนกระชากร่างของเธอเข้าหาตัวแล้วรวบกอดเอาไว้ทันที

“ปล่อยสิ หลานพี่วีมองใหญ่แล้ว”

ญาตาวีกระซิบกระซาบให้ได้ยินกันแค่สองคน พลางส่งสายตาเป็นเชิงปราม เมื่อเหลือบไปเห็นหลานชายของเขากำลังจ้องมองมายังตนตาแป๋ว เหมือนสนใจระคนสงสัยว่าผู้ใหญ่กำลังเล่นอะไรกันอยู่ เธอกลัวว่าหนูน้อยจะเอาภาพที่เห็นนี้ไปพูดต่อจนรู้กันทั่ว

“อยากรู้คำตอบไม่ใช่หรือ”

ชายหนุ่มยิ้มพราว นัยน์ตาเริ่มวาววับ จนอีกฝ่ายชักไม่แน่ใจว่าเมื่อคืนเขาเมาจริงๆ หรือเปล่า เพราะท่าทางยามนี้ช่างไม่เหมือนคนสร่างเมาเลยแม้สักนิด

“คำตอบอะไร ไม่อยากรู้แล้ว ปล่อยสิคนฉวยโอกาส”

“ตามใจ…เฮ้อ ผู้หญิงนี่เอาใจยากจริง”

เมื่อเห็นว่าหลานชายเริ่มยิ้มเอียงอาย นาวีจึงยอมคลายอ้อมกอดออก เพื่อปล่อยเธอให้เป็นอิสระ ญาตาวีรีบเด้งตัวออกห่างมาจากรัศมีของเขา ก่อนเปิดประตูห้องพาร่างออกไปด้านนอกทันที ปล่อยให้ลุงกับหลานอยู่กันเพียงสองคนตามลำพัง

 

หลังจากหาอะไรทานแล้ว ญาตาวีจึงปลีกตัวออกมาจากนาวีเพื่อเดินเล่น โดยฝ่ายนั้นขอหลบไปนอนต่อในห้องสมุดเนื่องจากยังไม่หายมึนงง หญิงสาวเดินเลี่ยงออกไปทางด้านหลังบ้าน จุดประสงค์เพื่อไปหาที่นั่งอ่านหนังสือยังมุมที่เธอชอบเมื่อยามมาเยือนคราวก่อน

            แต่แล้วหญิงสาวต้องชะงักฝีเท้าลงในทันใด เมื่อสายตาไปสบเข้ากับบรรดาทหารเกณฑ์ ที่ผู้กองทัตเทพสั่งให้มาช่วยกันรื้อปรับแต่งสวนหลังบ้านใหม่ เมื่อเห็นสายตาหลายคู่ที่เริ่มจ้องมองมายังตนด้วยความสนใจ เธอจึงส่งยิ้มกลับไปบ้างตามมารยาท

            “ใครวะ”

            หนึ่งในนั้นเอ่ยถามเพื่อนด้วยความสนใจ เมื่อเห็นว่าเธอก็มองมายังกลุ่มของพวกตนเช่นเดียวกัน รูปร่างหน้าตาและผิวพรรณทำให้เธอตกเป็นเป้าสายตาของพวกเขาทั้งหลายแทบจะในทันที

            “สวยๆ แบบนี้ เมียน้อยผู้กองชัวร์”

            มีคนใจกล้าเสนอความคิดเห็น เมื่อเอ่ยออกไปแล้วก็ต้องเหลียวซ้ายแลขวาด้วยความหวาดหวั่น ด้วยเกรงว่าจะมีใครผ่านมาได้ยิน

            “ปากมอมแล้วมึง ใครจะบ้าพอพาเมียน้อยเข้าบ้าน อยากโดนคอมแบทหรือไง”

            คำพูดนั้นมาพร้อมก้อนดินที่ลอยหวือไปทางเจ้าของคำพูดเมื่อสักครู่ จนอีกฝ่ายต้องกระโดดหลบเป็นพัลวัล

            “ถ้าไม่ใช่เด็กผู้กอง…ก็คงเป็นเด็กเฮียเขาล่ะ”

            เจ้าของความเห็นแรกยังคงแสดงความคิดออกมา ขณะจับจ้องไปยังเจ้าของร่างที่กำลังเดินตรงมาทางพวกตน

            “ใคร…”

            “อ้าว…ก็พี่เมียผู้กองไง ”

            เจ้าของคำพูดหัวเราะออกมาเล็กน้อย รู้สึกสนุกปากเมื่อได้วิจารณ์คนอื่นไปเรื่อยเปื่อย

            “เฮ้ยๆ พอเลย กูว่าพวกมึงเริ่มลามปามแล้ว อยากกินลูกปืนแทนข้าวหรือไงวะ เกิดใครผ่านมาได้ยินว่าพวกเรากำลังนินทาเจ้านาย ได้ซวยกันหมดล่ะ”

            หนึ่งในนั้นอดที่จะเบรกออกมาไม่ได้ เมื่อสายตาของเขามองผ่านกระจกใสเข้าไปในตัวบ้านอย่างบังเอิญ เขาเห็นบุคคลที่เพื่อนเพิ่งเอ่ยถึงนั้นกำลังยืนจับจ้องมายังพวกตนอย่างไม่ละสายตา อยู่ตรงบริเวณห้องสมุดขนาดย่อมๆ ที่ออกแบบให้โปร่งโล่งสบายตา โดยใช้ผนังเป็นกระจกใสทั้งหมด สามารถมองออกมาชมวิวทิวทัศน์ของสวนหลังบ้านได้อย่างชัดเจน

            ญาตาวีเหลียวมองเข้าไปในบ้าน เพียงสายตาสบเข้ากับร่างสูงที่ยืนเท้าเอวอยู่ในห้องสมุดกำลังมองมาทางเธอ ด้วยอารมณ์ที่อยากจะประชดประชันให้เขารู้สึกคันๆ ขึ้นมาบ้าง เธอจึงตัดสินใจเดินนวยนาดเพื่อที่จะเข้าไปทักทายกลุ่มทหารเกณฑ์เหล่านั้นทันที

            "ไฮ..."


 *******************



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
คีรีมนตรา...มายาแห่งรัก (Ivy bookhouse) ตอนที่ 34 : ตอนที่ 30 คุณป้าของธนัทเทพ (2) (100%) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1890 , โพส : 14 , Rating : 74 / 15 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1

#14 : ความคิดเห็นที่ 515
นั่นไง ออกฤทธิ์แสบซะบ้างนะดรีม

เบื่อตาคนไม่รู้ใจตัวเอง เชอะ!!
PS.  En paz
Name : Esperanza< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Esperanza [ IP : 49.49.47.250 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 กรกฎาคม 2555 / 16:56

#13 : ความคิดเห็นที่ 429
555 เอาให้พี่วีหึงสุดๆไปเลย จะได้รุ้ตัวเร็วๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
PS.  คนที่ "เข้าตา" ก็ใช่ว่า จะ "เข้าใจ" คนที่อยู่ "ข้างกาย" ก็อาจไม่ได้ มี "หัวใจ" ไว้ "เพื่อเรา" ...!!! อิอิ
Name : lจ้าหญิงในสายลม< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ lจ้าหญิงในสายลม [ IP : 202.28.27.6 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 มิถุนายน 2555 / 13:39


#12 : ความคิดเห็นที่ 417
งานเข้าแว้ววววพี่วี   เมียสวยก็แบบนี้แหละดูให้ดีล่ะ


เป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์นะคะ  ขอบคุณมากค่ะ
Name : pybpig< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ pybpig [ IP : 223.207.117.225 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 มิถุนายน 2555 / 11:40

#11 : ความคิดเห็นที่ 416
คุณลุง คุณป้า คุณหลาน น่ารักจัง
โดยเฉพาะคุณหลาน ช่างจด ช่างจำ ช่างจำนรรจา 
คุณผู้ใหญ่อายเขามั้ยนั้น เด็กว่าให้เข้าแล้ว คริ ครีิ

คุณทหารตัวน้อย ๆ ระวังคำพูดบ้างหนา 
ประเดี๋ยวสั่งขังลืมเสียนี้ 

หนูดรีมจะเล่นยั่วพี่วีอะเปล่าเนี่ย
ดูท่าจะได้ผลซะด้วยดิ 
รอลุ้นพี่วี จะออกอาการแบบไหนจ้า
Name : saluk< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ saluk [ IP : 110.49.249.177 ]
Email / Msn: busaluk_sak(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 มิถุนายน 2555 / 06:20

#10 : ความคิดเห็นที่ 414
สงสารญาตาวี
และก้อยังคิดถึงผู้กองทัตเทพอยู่เหมือนเดิม
^^^
Name : อภิญญ [ IP : 27.55.10.18 ]
Email / Msn: -
วันที่: 26 มิถุนายน 2555 / 22:26

#9 : ความคิดเห็นที่ 413
เอาเข้าแล้วมั้ยหละ ตาพี่วีนี้ก็ช่างไม่รู้ใจหนูดรีมบ้างเลย งั้นหนูดรีมงอนไปเลย
Name : saluk< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ saluk [ IP : 110.49.227.228 ]
Email / Msn: busaluk_sak(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 มิถุนายน 2555 / 19:25

#8 : ความคิดเห็นที่ 412
 งานเข้าาาาาาาาา
Name : PhamaiZhang< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ PhamaiZhang [ IP : 180.183.158.100 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 มิถุนายน 2555 / 15:01

#7 : ความคิดเห็นที่ 411
งานเข้าพี่วีชะแล้ว
Name : คุณหญิง^^< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ คุณหญิง^^ [ IP : 141.0.9.215 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 มิถุนายน 2555 / 12:10

#6 : ความคิดเห็นที่ 410
งานเข้าอย่างแรงงงงง เลยค่ะพี่วีเจ้าขา รีบเคลียร์ค่ะ เดี๋ยวน้องดรีมมีงอนนะคะ


เป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์นะคะ ขอบคุณมากมายค่ะ
Name : pybpig< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ pybpig [ IP : 223.205.125.51 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 มิถุนายน 2555 / 10:32

#5 : ความคิดเห็นที่ 409

เฮ้อ นาวีนะนาวี รีบอธิบายเลยนะะะะะะะะะะะะะะะะะ


PS.  คนที่ "เข้าตา" ก็ใช่ว่า จะ "เข้าใจ" คนที่อยู่ "ข้างกาย" ก็อาจไม่ได้ มี "หัวใจ" ไว้ "เพื่อเรา" ...!!! อิอิ
Name : lจ้าหญิงในสายลม< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ lจ้าหญิงในสายลม [ IP : 202.28.27.6 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 มิถุนายน 2555 / 09:53

#4 : ความคิดเห็นที่ 408
เป็นไงหล่ะอิพี่วีความรู้สึกช้าตลอด
เจอประชดเข้าไปเริ่มร้อนรุ่มแระ สมน้ำหน้า ((อินมว๊ากกก 555+))
Name : ตาล [ IP : 110.49.227.128 ]
Email / Msn: -
วันที่: 26 มิถุนายน 2555 / 08:19

#3 : ความคิดเห็นที่ 407
ไปกันใหญ่แล้ว! ค่อยๆพูด ค่อยๆจา
Name : ooiidd4< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ooiidd4 [ IP : 86.21.47.157 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 มิถุนายน 2555 / 05:26

#2 : ความคิดเห็นที่ 406
ตีกัน  ตีกัน  ตีกันเลย ฮ่าๆๆๆ 

PS.  จงเป็นตัวของตัวเอง เพราะชีวิตสั้นเกินกว่าจะเป็นคนอื่น
Name : ayumiin< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ayumiin [ IP : 183.88.84.28 ]
Email / Msn: eyeindy(แอท)yahoo.co.th ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 มิถุนายน 2555 / 02:05

#1 : ความคิดเห็นที่ 405
โอ๊ยจะบ้าตายกับอีพีวีอ่ะ
Name : markykkd< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ markykkd [ IP : 72.227.148.19 ]
Email / Msn: marky3011(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 มิถุนายน 2555 / 01:16

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

Dek-D ชวนน้องๆ ส่งเรื่องสั้นวันแม่หัวข้อ "เรื่องสั้นเรื่องนี้...ไม่มีแม่"

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android