สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรือนดาหลา

ตอนที่ 7 : งานเลี้ยงตอนค่ำกับการคุมเกมส์ของเจ้าบ่าว


     อัพเดท 2 เม.ย. 56
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ซึ้งกินใจ
Tags: อดีต, เรือนดาหลา
ผู้แต่ง : ทิพย์ทิวา ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ทิพย์ทิวา
My.iD: http://my.dek-d.com/i-thip
< Review/Vote > Rating : 98% [ 5 mem(s) ]
This month views : 88 Overall : 19,603
436 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 70 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรือนดาหลา ตอนที่ 7 : งานเลี้ยงตอนค่ำกับการคุมเกมส์ของเจ้าบ่าว , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 983 , โพส : 3 , Rating : 39 / 8 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด



ตอนที่ 7 งานเลี้ยงตอนค่ำกับการคุมเกมส์ของเจ้าบ่าว

“ซินดี้ โกนหนวดให้ฉันหน่อย” เสียงเข้มของเมธัสดังขึ้นหลังอาบน้ำเสร็จเมื่อกลับมาถึงบ้านในช่วงบ่ายเพื่อเตรียมตัวแต่งตัวสำหรับงานเลี้ยงในตอนค่ำ

“โกนหนวด!!!” เสียงแม่สาวซินดี้ถามซ้ำเสียงสูงปี๊ดอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง

“โกนหนวดเหรอคะ ซินดี้หูฝาดไปรึเปล่า” หล่อนมองหน้าเขาอย่างตื่นเต้นแกมลังเล

“อือ โกนหนวด โกนให้เกลี้ยง และทำยังไงก็ได้ให้ฉันดูดีที่สุดเท่าที่ฝีมือเธอจะทำได้” ชายหนุ่มเริ่มเสียงเขียว

“ค่ะ ค่ะ ซินดี้จะจัดการให้เดี๋ยวนี้ล่ะ” แม่สาวสองเพศรีบจัดการมือไม้สั่น

“คุณหนึ่งนอนบนเตียงสระผมก่อนนะคะ ซินดี้จะจัดเต็มค่ะ เอาให้เหี้ยนไม่เหลือซักเส้นเลยค่ะ รับรองว่าซินดี้จะจัดการสุดฝีมือให้คุณหนึ่งหล่อปานเทพบุตรมาจุติเลยค่า” หล่อนพูดจาวางท่าสะบัดสะบิ้งจีบปากจีบคอเต็มพิกัดปานว่าสวรรค์เปิดทางสว่างให้แก่หล่อนแล้วฉะนั้น

สถานที่จัดงานเลี้ยงในตอนค่ำคุณเอมอรลงทุนทุ่มสุดตัวให้ช่างมาตกแต่งโรงเก็บปาล์มขนาดใหญ่ให้มีบรรยากาศเหมือนกับสถานที่จัดเลี้ยงในโรงแรมห้าดาว เนื่องจากจำนวนแขกที่มากมายหลายร้อยคน จำนวนโต๊ะจีนหลายร้อยโต๊ะ

เพราะเป็นการแต่งงานของลูกชายคนโตของเจ้าของลานปาล์มที่มีชื่อเสียงที่สุดในจังหวัด การจัดงานในต่างจังหวัดจำเป็นต้องใช้พื้นที่ขนาดใหญ่ เรียกว่าเป็นการเชิญคนแทบทั้งจังหวัด เนื่องจากทั้งฝ่ายเจ้าบ่าวและเจ้าสาวเป็นบุคคลที่ค่อนข้างเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป แขกเหรื่อจึงถูกเชิญมาอย่างมากมายซึ่งแทบทั้งหมดเป็นแขกของพ่อแม่เจ้าบ่าวเจ้าสาว มากกว่าที่จะเป็นแขกของเจ้าบ่าวเจ้าสาวเองซะอีก

แขกของเจสิตามีเพียง 2 คน คือ มินตราเพื่อนเจ้าสาวซึ่งมาถึงตั้งแต่เมื่อวาน กับคุณยุทธนาเจ้านายของหล่อนซึ่งเพิ่งจะมาถึงสนามบินนานาชาติสุราษฏร์ธานีเมื่อตอนบ่ายแก่ๆ ของวันนี้

ส่วนแขกของเมธัสก็มีเพียงเชิงชายซึ่งเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวเพียงคนเดียวที่ขับรถส่วนตัวลงมาจากกรุงเทพตั้งแต่เมื่อวานตอนเช้า เพราะสำหรับตัวเขาเองอยากให้งานแต่งงานครั้งนี้เป็นงานที่เงียบที่สุด แต่ทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่คิดเมื่อคุณเอมอรคุณแม่ของเขาจัดการทุกอย่างอย่างทุ่มทุนสร้าง

หน้างานซึ่งปกติงานทั่วไปจะต้องมีรูปบ่าวสาวโชว์หน้างานแต่งานนี้ไม่มี เพราะเป็นงานแต่งงานที่แสนจะพิศดารเมื่อเจ้าบ่าวเจ้าสาวเพิ่งจะเจอกันครั้งแรกในวันแต่งงาน แต่พอใกล้ค่ำแขกเหรื่อกำลังเริ่มเข้ามา เชิงชายกับมินตรากุลีกุจอช่วยกันยกรูปถ่ายของเจ้าบ่าวเจ้าสาวมาวางไว้หน้างาน

หนูอรกมลรีบเอาดอกไม้มาตกแต่งประดับประดาสวยงาม ซึ่งเป็นภาพที่เจสิตาจับมือเมธัสตอนหล่อนคุยกับเขาหลังจบงานพิธีตอนเช้า ภาพนั้นหล่อนวางมือลงบนหลังมือของเขาเหมือนจะบีบเบาๆ หลอนเงยหน้ามองเขาพร้อมกับยิ้มน้อยๆ ส่วนเขาก็เผลอส่งสายตาหวานมองหล่อน เป็นมุมกล้องที่ดูสวยงามและโรแมนติกที่สุด

ซึ่งเป็นฝีมือการถ่ายภาพของเชิงชาย ที่ทำงานเป็นช่างภาพอิสระ เขาแอบถ่ายภาพนี้ไว้ได้ตอนที่เขาตั้งใจว่าจะเดินมาตามเมธัสให้กลับบ้านพร้อมกัน หลังจากนั้นเชิงชายก็เอาภาพนั้นมาให้มาให้มินตราดูซึ่งหล่อนเป็นกราฟฟิคดีไซน์เนอร์มือหนึ่งของบริษัทอยู่แล้ว หล่อนก็ได้ไอเดียตกแต่งภาพนิดหน่อยแล้วส่งไฟล์นั้นมาให้คุณยุทธนาทางอีเมล์สั่งให้เจ้าหน้าที่ที่บริษัทของเธอจัดการปริ๊นเป็นภาพคัทเอ้าท์ขนาดใหญ่เพื่อเอามาติดไว้ที่ซุ้มขนาดใหญ่ที่เชิงชายสั่งช่างให้ทำอย่างเร่งด่วนในตอนบ่ายของวันนั้นซึ่งจัดเป็นซุ้มสำหรับให้แขกถ่ายรูป

และอีกรูปเป็นรูปที่เจสิตาเดินเกาะแขนเมธัสแล้วเขาเผลอเอามือไปแตะหลังมือของหล่อน รูปนั้นหล่อนมีรอยยิ้มน้อยๆ บนใบหน้าในขณะที่เขาแอบเผลอมองหล่อนด้วยสายตาที่ดูอบอุ่น คุณยุทธนาเอารูปนั้นใส่กรอบและเอาขึ้นเครื่องมาทันเวลางานแต่งตอนค่ำพอดี

หนูอรกมลโชว์ฝีมือจัดดอกไม้ทั่วทั้งงาน เพราะเป็นงานที่หล่อนถนัด หล่อนเรียนจบคหกรรมถนัดด้านการบ้านการเรือนเป็นอย่างดี หล่อนไม่ได้เป็นหลานสาวแท้ๆ ของคุณเอมอรแต่เป็นลูกสาวคนเดียวของเพื่อนที่เธอรักที่สุด เธอรับอรกมลมาเลี้ยงตั้งแต่เด็กๆ หลังจากพ่อกับแม่ของเธอเสียชีวิตทั้งคู่ด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์

ส่วนเมธีน้องชายของเมธัสซึ่งไปเรียนอยู่เมืองนอกตั้งแต่เรียนจบมัธยมปลาย ส่งข่าวมาบอกว่าไม่สามารถกลับมาร่วมงานแต่งงานของพี่ชายได้เนื่องจากอยู่ระหว่างสอบเทอมสุดท้ายในระดับปริญญาโท เมธีเป็นหนุ่มน้อยคงแก่เรียน เขาชอบการเรียนเป็นชีวิตจิตใจ ตอนเรียนอยู่มัธยมเขาใส่แว่นตาหนาเตอะ และสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนในการเข้าแข่งขันด้านวิชาการต่างๆ มากมาย

ภายในโรงเก็บปาล์มซึ่งขณะนี้ดัดแปลงเป็นห้องจัดเลี้ยงหรูหราขนาดใหญ่ติดแอร์เย็นฉ่ำ และภายนอกโรงปาล์มซึ่งเป็นลานปาล์มกว้างขวาง วางโต๊ะไว้เป็นจุดๆ สำหรับแขกที่อยากนั่งรับลมด้านนอก ภายนอกตกแต่งสไตล์วินเทจโดยฝีมือของอรกมล โต๊ะจีนคลุมด้วยผ้าสีขาว เก้าอี้คลุมด้วยผ้าขาวคาดด้วยโบว์ผ้าสีน้ำตาลทองตรงพนักพิงสร้างความหรูหราให้กับงานได้เป็นอย่างดี ประดับโดยรอบงานด้วยรั้วไม้ระแนงทาสีขาวซึ่งประดับประดาไปด้วยต้นไม้และดอกไม้สดซึ่งส่วนใหญ่ก็ล้วนแล้วแต่เป็นกุหลาบสีขาวและสีชมพูหวานทั่วทั้งงาน พอเริ่มมืดไฟกระพริบแบบหลอด LED สีขาวในงานที่ประดับประดาไว้ก็ถูกเปิดขึ้นอย่างสวยงามราวอยู่ในดินแดนนิรมิตร

“คุณเอมอรเจ้าบ่าว เจ้าสาวมากันรึยัง นี่แขกเริ่มจะทยอยมากันแล้ว” นายราเมศถามภรรยา

“เดี๋ยว ดิฉันจะให้หนูอรไปตามให้ค่ะ เอ๊ะ นั่นแม่ซินดี้นี่ มากับใครน่ะ” คุณเอมอรมองชายหนุ่มในชุดสูทสีขาวงาช้างที่เดินตามแม่สาวซินดี้ช่างเสริมสวยเจ้าประจำที่หล่อนเจาะจงจ้างมาในราคาแพงลิ่วเพื่อแปลงโฉมลูกชายของหล่อนโดยเฉพาะ

“เฮ้ย นั่นมันตาหนึ่งนี่ ไหนบอกว่าไม่ยอมโกนหนวด แม่ซินดี้ทำยังไงของยอมโกนหนวดได้นะ” คุณราเมศพึมพำกับภรรยา

“สงสัยคงพอใจในตัวหนูตามั้งคะคุณ ถึงยอมโกนหนวดและแต่งองค์ทรงเครื่องซะหล่อเหลาขนาดนี้ ดิฉันไม่เคยเห็นลูกดูดีแบบนี้มานานแล้ว ปลื้มใจจนน้ำตาจะไหลแล้วค่ะคุณพี่” หล่อนพูดจบก็เอียงแก้มไปซบไหล่สามี คุณราเมศเอามือลูบศีรษะหล่อนเบาๆ เป็นการรับรู้ถึงความตื้นตันใจของหล่อน

เมธัสเดินเข้ามาหาบิดาและมารดาของเขาซึ่งยังคงจ้องมองอย่างตื่นตะลึงในโฉมใหม่ของลูกชาย คนทั้งงานเริ่มพูดกันจ๊อกแจจอแจว่าหนุ่มหล่อที่เห็นใช่เจ้าบ่าวรึเปล่า เพราะดูแล้วเหมือนเห็นคนละคนกับภาพถ่ายที่โชว์ไว้หน้างาน บางคนดูหน้าเจ้าบ่าวตัวจริงแล้ววิ่งไปดูรูปถ่าย ทำให้เขาเอะใจเดินไปดูรูปหน้างานบ้าง แล้วก็ตะลึงกับภาพถ่ายที่ดูแล้วหวานซะจนเขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เขามองเจ้าสาวของเขาด้วยสายตาแบบนี้จริงๆ เหรอ หรือว่าเป็นฝีมือการถ่ายภาพของเพื่อนเจ้าบ่าวตัวแสบที่มักจะแอบเก็บภาพอารมณ์ของบุคคลตอนเผลอตัวมาให้เขาดูบ่อยๆ เชิงชายเคยพูดให้เขาฟังว่า “มุมกล้องที่แคบสามารถเปลี่ยนความเป็นจริงได้” ใช่แล้วเพื่อนตัวแสบของเขาแน่นอน ถ้าจะบอกแขกเหรื่อทั้งงานว่าเบื้องหลังภาพนี้ไม่ได้สวยงามอย่างที่เห็นคงไม่มีใครเชื่อ

“เป็นไงบ้างคะฝีมือซินดี้ ..” เสียงดัดเกินผู้หญิงรวมทั้งจริตจะก้านของหล่อนเรียกความสนใจให้คุณเอมอรที่กำลังมองลูกชายด้วยความปลื้มใจต้องละสายตามามองหล่อนแทน

“เกินความคาดหมายของฉันเลยแหละแม่ซินดี้ งานนี้หล่อนทำดีมาก เดี๋ยวจะตบรางวัลอย่างงาม” คุณเอมอรหันมาชมหล่อน

“หมดหน้าที่ช่วงนี้ของซินดี้แล้ว ขอตัวไปหาอะไรเลี้ยงสมองก่อนนะคะ คุณอร...” เสียงหล่อนยังสะบัดสะบิ้งกรีดนิ้วไปมา

“ไปเถอะจ้า แม่คุ้น ยังไงก็ขอบใจแม่มากนะ” คุณเอมอรเอ่ยอนุญาต

“โอกาสหน้าอย่าลืมใช้บริการซินดี้อีกนะคะ ซินดี้ไปล่ะ  โอเค หนึ่ง สอง สาม ไปแร่ดดดดดส์” หล่อนพูดจบก็ตบมือสามทีแล้วเดินตูดบิดออกไปจับจองพื้นที่สำหรับอาหารเลี้ยงสมองและอาหารเลี้ยงสายตาก็คือบรรดาหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ในงาน คุณเอมอรมองตามไปทั้งอมยิ้มทั้งส่ายหัวกับพฤติกรรมเกินผู้หญิงของหล่อน

“หนูอร มานี่สิ ลองไปดูที่ห้องแต่งตัวสิ ว่าเจ้าสาวเขาแต่งตัวเสร็จรึยัง บอกว่าแขกเริ่มมาแล้วนะ ให้เร่งมือหน่อย เจ้าบ่าวมารออยู่แล้ว ถ้าไปบอกเสร็จแล้วหนูอรก็ไปแต่งตัวใหม่เถอะยุ่งวุ่นวายจัดโน่นจัดนี่ทั้งวันแล้ว ได้เวลาไปทำสวยได้แล้ว ป้าซื้อชุดใหม่มาวางไว้ให้หนูแล้วอยู่บนเตียงในห้องนอนหนูน่ะ หนูใส่แล้วต้องสวยแน่ๆ” คุณเอมอรสั่ง

“ค่ะ คุณป้า แต่คุณป้าไม่น่าลำบากเลยค่ะ อรมีชุดอยู่แล้ว” หล่อนตอบอย่างเกรงใจ

“ชุดเก่าของหนู่น่ะเหรอ ไม่เอาหรอก วันนี้แต่งงานพี่หนึ่งเขาทั้งที ป้าอยากให้หนูสวยกว่าปกติ ให้ช่างแต่งหน้าเขาแต่งหน้าให้ด้วยจะได้สวยๆ ป้าสั่งช่างเขาไว้แล้วอย่าให้เขารอนาน รีบไปเถอะ งานจะเริ่มแล้ว” คุณเอมอรสั่งซ้ำ

“ค่ะ คุณป้า” หญิงสาวรับคำแล้วเดินออกไป

 -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

“คุณลุงคะ คุณป้าให้มาตามค่ะ เจ้าบ่าวมาถึงแล้ว” อรกมลบอกกับนายพรหมซึ่งกำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์รออยู่หน้าห้องแต่งตัวของเจ้าสาว

“น่าจะเสร็จกันแล้วนะ เดี๋ยวลุงจะตามให้ ขอบใจนะหนู” นายพรหมพูดจบก็เดินไปเคาะห้องแต่งตัว ส่วนอรกมลก็เดินกลับไปที่บ้านเพื่อแต่งตัวตามที่คุณเอมอรสั่ง

“แม่อนงค์ ลูกแต่งตัวเสร็จรึยัง ฝ่ายเจ้าบ่าวเขาให้มาตามแล้ว” นายพรหมตะโกนเรียก

“เสร็จแล้วจ้า จะออกไปเดี๋ยวนี้แหละพ่อ” เสียงนางอนงค์ผู้เป็นภรรยาตอบกลับมาแล้วประตูห้องก็เปิดออก นายพรหมมองลูกสาวในชุดแต่งงานแสนสวยแล้วอดชมไม่ได้

“แหมะ ลูกสาวพ่อวันนี้สวยจริงๆ ไหนยิ้มให้พ่อดูหน่อย เพิ่งจะเห็นหนูโตเป็นสาวก็วันนี้เอง” นายพรหมพูดกับลูกสาว

“นี่พ่อคะ หนูอายุ 32 แล้วนะคะ เรียกว่าแก่แล้วต่างหากค่ะ ไม่ใช่เพิ่งโตเป็นสาว” เจสิตายิ้มกว้างแล้วกระเซ้าพ่อเล่นหล่อนรู้ว่าสำหรับพ่อกับแม่ของหล่อนเห็นหล่อนเป็นเด็กตลอดไม่ว่าหล่อนจะอายุมากแค่ไหน

“ฮ่ะ ฮ่ะ พ่อก็เป็นแบบนี้แหละ ไม่เคยคิดว่าหนูโตแล้วซะที ไปเถอะเจ้าบ่าวเขารออยู่แล้ว เดี๋ยวพ่อจะไปส่ง” นายพรหมพูดจบก็ยื่นแขนให้ลูกสาวเกาะ หล่อนรีบคว้าแขนของพ่อมากอดอย่างรู้สึกอบอุ่นและเต็มตื้นในใจ

นี่หล่อนกำลังจะเป็นผู้ใหญ่จริงๆ หล่อนกำลังจะมีครอบครัวจริงๆ แล้วเหรอ ความเคว้งคว้างสับสนเริ่มเข้ามาเกาะกุมหัวใจ ความรู้สึกเคว้งคว้างแบบนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งที่สามแล้วในชีวิตเธอ

ครั้งแรกมันเกิดขึ้นตอนถูกพ่อไปส่งเข้าโรงเรียนอนุบาลวันแรก วันที่พ่อของหล่อนส่งหล่อนให้กับคุณครู และคุณครูก็รับหล่อนไปเข้าห้องเรียน พ่อมองตามหล่อนและหล่อนก็เดินไปหันมองพ่อไปจนลับตา

ครั้งที่สองตอนที่หล่อนขึ้นรถทัวร์มาเรียนกรุงเทพฯครั้งแรก ตอนนั้นพ่อฝากฝังหล่อนกับคนบนรถทัวร์ทั่วไปหมดทั้งๆ ที่ไม่เคยรู้จักกันว่าช่วยดูหล่อนให้ด้วย กลัวว่าหล่อนจะตกรถหรือหลงทาง หล่อนรู้สึกอายแต่หล่อนก็รู้สึกใจหายตอนที่รถทัวร์ค่อยๆ เคลื่อนออกไปหล่อนมองเห็นพ่อมองตามรถนิ่งๆ จนสุดสายตา

มาถึงตอนนี้หล่อนรู้แล้วว่าพ่อของหล่อนใจหายเคว้งคว้างแค่ไหนที่ต้องส่งลูกสาวไปอยู่ในที่ไกลแสนไกล พ่อของหล่อนคงรู้สึกเคว้งคว้างกว่าหล่อนหลายเท่านัก 

และนี่เป็นครั้งที่สามที่หล่อนรู้สึกว่าจะต้องออกจากอ้อมอกของพ่อแม่ไปอยู่ยังดินแดนแปลกใหม่อีกครั้ง ทั้งๆ ที่หล่อนเตรียมใจไว้แล้ว แต่พอถึงเวลาหล่อนก็แทบเข่าอ่อน แต่เดอะโชว์มัสโกออน หล่อนตอบตัวเองในใจ การแสดงกำลังจะเริ่มต้นต้องแสดงไปจนกว่าจะถึงเวลาจบของมัน หล่อนเกาะแขนบิดาก้าวเดินออกไปพร้อมกันส่วนมินตราเพื่อนเจ้าสาวกับอนงค์ผู้เป็นมารดาเดินตามมาข้างหลัง

 “เจ้าสาวมาแล้ว” เสียงของบรรดาแขกเหรื่อในงานที่เพิ่งเข้ามาไม่กี่โต๊ะพูดขึ้น เมธัสซึ่งกำลังทักทายอยู่กับแขกผู้ใหญ่ที่เป็นเพื่อนของบิดาต้องชะงักการพูดคุย เขาหันมาทางเสียงที่ได้ยิน พร้อมกับคิดในใจ เกมส์กำลังจะเริ่มต้นแล้ว แต่สายตาที่เคยมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวก็มาสะดุดลงที่หญิงสาวตรงหน้าซึ่งเป็นเจ้าสาวของเขา เจ้าสาวที่รูปร่างเพรียวบางสูงสง่าในชุดเจ้าสาวสีขาวชายกระโปรงยาวลากพื้นสวยงามหรูหราตามสมัยนิยม โชว์เนินอกอิ่มและไหล่ขาวเนียนกระจ่างตา เกล้าผมสูงปล่อยปอยผมเล็กเคลียแก้มเนียนใสอมชมพู แต่งหน้าด้วยโทนสีชมพูอ่อน สวยหวานซึ้งอย่างมีสไตล์ สวมถุงมือสีขาว

หล่อนคงเป็นเจ้าสาวในฝันที่ผู้ชายทั้งโลกฝันอยากจะได้เป็นเจ้าของ รวมทั้งตัวเขาด้วย เขาคิดในใจ ไม่ใช่สิ ต้องไม่ใช่เขาแน่ๆ เขารีบปฏิเสธใจตัวเอง

ส่วนเจสิตาเองหล่อนก็ตกตะลึงในโฉมใหม่ของเจ้าบ่าว เขาสมส่วนสง่างาม ใบหน้าที่ไร้หนวดเครารกครึ้มทำให้เขาดูอ่อนวัยกว่าช่วงเช้า เหมือนเป็นคนล่ะคน เขาคนนี้ดูคล่องแคล่วมีเสน่ห์ เหมือนหนุ่มหล่อไฮโซในเมืองกรุงไม่เหมือนชายหนุ่มผู้อมทุกข์เมื่อเช้าเลยซักนิด และดูเป็นมิตรขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

หล่อนค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมามองเขาแล้วยิ้มบางๆ อย่างเคย สายตาจากดวงตากลมโตคู่หวานของหล่อนสะกดเขาอีกแล้ว สะกดอีกแล้ว! ตกลงหล่อนเป็นนางฟ้าหรือแม่มดจำแลงกันแน่ สายตาของหล่อนเหมือนจะมีอำนาจเหนือเขาอีกแล้ว ใช่ หล่อนกำลังสะกดเขา เขาคิดในใจแล้วค่อยๆ เรียกสติกลับมา จำไว้ เกมส์นี้นายเมธัสจะต้องเป็นผู้คุมเกมส์

เขารีบยิ้มหวานให้หล่อน ยิ้มด้วยสายตาที่เคยสะกดสาวๆ ทั่วกรุงให้อ่อนระทวยมาแล้ว หล่อนแทบละลายอยู่ตรงนั้น แต่ก็ต้องชะงักเมื่อสายตาหวานฉ่ำที่เขาส่งให้หล่อนนั้นเปลี่ยนไป กลายเป็นสายตาที่ท้าทายเหมือนกับจะบอกว่าฉันทำได้มากกว่าที่หล่อนเคยปรามาสไว้ซะอีก

แล้วเขาก็ค่อยๆ เดินเข้ามาหาหล่อนมองหน้าหล่อนด้วยสายตาที่หวานซึ้งแล้วพูดว่า “คุณสวยมาก”  ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองบิดาของหล่อนยิ้มๆ แล้วพูดว่า “ผมขออนุญาตรับเจ้าสาวของผมนะครับ คุณพ่อ” เขาเน้นคำว่า คุณพ่อ ก่อนยื่นแขนมาให้หล่อนเกาะ คุณเอมอรกับคุณราเมศมองหน้ากันอย่างไม่หูเชื่อตาตัวเอง

“มันเกิดอะไรขึ้น” คุณราเมศกระซิบถามภรรยา

“ไม่ทราบค่ะ ดิฉันก็งง งงจริงๆ ค่ะ” คุณเอมอรทำท่าเหมือนจะยกมือเกาศีรษะเพราะหาคำตอบให้กับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ แต่ก็ต้องรีบวางมือลงเพราะกลัวว่าผมที่อุตส่าห์ให้ช่างทำผมยีจนฟูและจัดทรงเหมือนทรงคุณนายในละครทีวีต้องเสียทรง

“มีอะไรหรือคะคุณอร” อนงค์ผู้เป็นมารดาของเจ้าสาวเข้ามาถามเมื่อเห็นสองผัวเมียกระซิบกระซาบกันผิดปกติ

“ไม่มีอะไรหรอกจ้าแม่อนงค์  แค่ชมว่าเจ้าสาวเจ้าบ่าวสวยหล่อสมกันจริงๆ”  คุณเอมอรรีบแก้ตัว

“แหม ดิฉันก็ว่างั้นค่ะ คุณหนึ่งโกนหนวดแล้วหล่อเหลาเอาการทีเดียว เล่นเอาดิฉันจำแทบไม่ได้เลยค่ะ อย่างกับคนล่ะคน” นางอนงค์พูด

“ค่ะ ดิฉันก็แปลกใจ เอ๊ย ดิฉันก็คิดแบบนั้นค่ะ หนูตาของแม่อนงค์ก็สวยซะจนฉันตะลึงไปเหมือนกัน”คุณเอมอรตอบตะกุกตะกัก

“มัวแต่ชมกันเองอยู่นั่นแหละ รีบพาลูกไปรับแขกเถอะแขกเริ่มมากันเยอะแล้ว” นายพรหมเดินมาเตือน

สองบ่าวสาวรับแขกกันตั้งแต่ใกล้ค่ำจนเริ่มมืดแขกมาเต็มทุกโต๊ะล้นไปถึงโต๊ะด้านนอกหน้าลานปาล์มซึ่งอรกมลจัดไว้สำรองสำหรับหนุ่มสาวที่ต้องการบรรยากาศแบบธรรมชาติ กับเป็นโต๊ะของคนงานซึ่งมาร่วมงานแต่งงานของเจ้านาย บรรดาคนงานซึ่งมีนายเม่นเป็นหัวโจกกำลังคุยกันสรวลเสเฮฮาส่งเสียงคุยกันครื้นเครง ทางนายจ้างก็ปล่อยให้ลูกจ้างได้สนุกกันเต็มที่หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยกันมานาน

หลังจากทำหน้าที่หลักเหมือนกับงานแต่งงานทั่วๆ ไป คือยกมือไหว้แขกทุกคนซึ่งส่วนใหญ่แล้วบ่าวสาวแทบจะไม่รู้จักเลยก็ว่าได้ เพราะล้วนแต่เป็นแขกของพ่อแม่

หน้าที่ต่อมาก็คือยืนให้แขกต่อคิวถ่ายรูป ชายหนุ่มทำได้อย่างคล่องแคล่วไม่ติดขัด เหมือนเจ้าบ่าวที่เต็มใจแต่งงาน ยิ้มแย้มแจ่มใสพูดจาเอาใจใส่แขกในงาน จนดูไม่ออกว่าเจ้าสาวที่ยืนอยู่ข้างกายเขาเป็นผู้หญิงที่เขาเพิ่งเจอหน้าครั้งแรกเมื่อเช้านี้ 

เจสิตายืนตัวแข็งทื่อเพราะรับไม่ทันไม่คิดว่าเจ้าบ่าวของหล่อนจะมาไม้นี้ เขาโอบกอดหล่อนถ่ายรูปเหมือนกับหล่อนเป็นเจ้าสาวที่เขารักปานจะกลืนกิน ถ่ายรูปไปยิ้มไปหยอกเย้าหล่อนต่อหน้าแขกเหรื่อจนหล่อนตั้งรับแทบไม่ทัน จนหล่อนต้องแอบหยิกเขาไปหลายครั้ง ด้วยเหตุผลที่เขาเสแสร้งรักหล่อนเกินเหตุ และก็ได้ผลอย่างที่หล่อนต้องการคือแขกในงานสนุกสนานรื่นเริงไปกับหน้าที่ที่หล่อนบอกให้เขาทำ

แต่งานนี้คนที่ขาดทุนเต็มประตูก็คือหล่อน เขาแกล้งหาเรื่องฉวยโอกาสกับหล่อนได้ตลอดเวลา ส่วนตัวเขาเองก็สนุกกับการทำให้หล่อนรู้สึกพ่ายแพ้ต่อคำปรามาส เขาแกล้งทำเป็นมีความสุขต่อหน้าทุกคน แต่บางทีเขาก็ลืมตัวดันมีความสุขกับมันจริงไปซะนี่ จนเขาเริ่มสับสนว่าความรู้สึกมีความสุขนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาจริงๆ หรือว่าแค่แกล้งทำ 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรือนดาหลา ตอนที่ 7 : งานเลี้ยงตอนค่ำกับการคุมเกมส์ของเจ้าบ่าว , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 983 , โพส : 3 , Rating : 39 / 8 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1

#3 : ความคิดเห็นที่ 338
คู่นี้อีกคู่หรอคะ น่ารักค่ะหวานแซงหนึ่งกะตาละ
Name : Nuttie-n< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Nuttie-n [ IP : 115.67.5.38 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 กรกฎาคม 2556 / 17:34

#2 : ความคิดเห็นที่ 275
ตลกดีคะ แกล้งทำมีความสุข จนลืมตัวไปมีความสุขจริง ๆ
Name : bigPizza< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ bigPizza [ IP : 64.126.57.24 ]
Email / Msn: thinkJaden(แอท)gmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 มิถุนายน 2556 / 03:27


#1 : ความคิดเห็นที่ 249
ฮิ้วววว ว ว   *^*  อย่างนี้เค้าเรียกรักแรกพบรึเปล่าเนี๊ย อิอิ
PS.  ที่นี่!! ไม่มีอะไรมาก เป็นเพียงสถานที่ๆเก็บคลังนิยาย ที่ชอบ=,.=;; หลงเข้ามาแล้ว!! ไงๆก็ช่วยดูๆหน่อยนะ รัก Writer ทุกๆคนเลยจ้าา า^___^
Name : Pearendless< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Pearendless [ IP : 125.26.93.75 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 มิถุนายน 2556 / 23:30

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

"ถ้าคุณคิดว่าภารโรงประจำ โรงเรียนเป็นแค่คนทำความสะอาด คุณคิดผิด เพราะภารโรงที่ชื่อแจ็ค สมิธ เป็นมากกว่านั้น"

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android