เป็นเรื่องราวที่ถ่ายทอดความรู้สึกของความคิดของคนผ่านตัวอักษรที่ทำให้รู้ ซึ่งห้วงความคิดของความเป็นมนุษย์ของคนที่มีทั้ง อารมณ์รัก โกรธ ชิงชัง ริษยา โดยใช้คำพูดที่ตรงไปมาได้อย่างน่าเหลือเชื่อ เท่าที่ผมลองนั่งอ่านเรื่องนี้อยู่สามวันจนถึงตอนสุดท้าย (ตอนที่ 12 อัพเดทวันที่ 27 กย. 52) ผมรู้สึกว่าเรื่องนี้มันมีอะไรมากกว่าการที่ตัวเอกชายกับตัวเอกหญิงประชันฝีปากซึ่งกันและกัน
ใน โลกความเป็นจริงที่เรามีชีวิตอยู่ทุกวันนี้มันเป็นสังคมที่มีสิทธิ์ที่จะ เกิดแบบในเนื้อเรื่องดังกล่าวนี้ แม้จะเป็นเพียงโลกในนิยาย แต่การสื่อภาษาของผู้เขียนนี้ก็สามารถท่จะถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของคนเรา ออกมาได้อย่างแยบคาย
สำหรับภาษาที่คุณใช้บรรยายเนื้อเรื่องของเรื่องนี้จัดว่าอยู่ในเรตที่ไม่ เหมาะกับเยาวชน สำหรับในทางการรบรรยายผ่านสื่อประเภทนี้(การอ่าน) ถือว่าเป็นหนึ่งในความไม่เหมาะสมอย่างหนึ่งเหมือนกันครับ แต่นั่นกระไรเล่า คุณมีการบอกเตือนผู้อ่านแล้วว่า "เนื้อเรื่องดังกล่่าวนี้ไม่เหมาะสมสำหรับเยาวชนไทย และมีภาษาที่ไม่สุภาพ" เมื่อเป็นเช่นนี้ผู้อ่านที่เข้ามาอ่านก็ต้องคำความเข้าใจก่อนลงมืออ่านว่าตน เหมาะสมที่จะเริ่มลงมืออ่านหรือไม่ เพราะผู้เขียนเตือนแล้ว
เท่าที่ดูจากการโต้ตอบคำถามระหว่างผู้เขียนกับผู้อ่านส่วนมากมักจะโดนใจกับ การใช้ภาษาของเจ้าของ เป็นภาษาที่ดิบหัก และสามารถสื่ออารมณ์ได้และมีอารมณ์ขันแทรกเข้ามาเป็นระยะ ๆ แต่ในทางกลับกันก็มีข้อเสียในด้านของการสื่อสารตรงการจัดวางองประกอบของ เนื้อหาการบรรยายและคำพูดของตัวละครนั้นเอง
ระหว่างคำพูดของตัวละครที่พูดออกมากับความคิดของตัวละครที่อยู่ภายในใจนั้น แยกอ่านกันค่อนข้างยากสำหรับผู้อ่านที่มีนิสัยการอ่านไว โดยจะทำให้เขาต้องอ่านแบบเพ่งเล็งตัวอักษรที่ติดกันเป็นจำนวนมาก และทำให้อรรถรสการอ่านลดหย่อนลงไปบ้างพอสมควร (หนึ่งในนั้นก็คือผมครับ) แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่ที่จะกล่าวถึงมากนักก็เป็นนแค่การจัดวาง และการเคาะแบ่งให่เหมาะสมนั่นเอง ประเด็นที่ควรมองอย่างสำคัญที่สุดก็คือเรื่อง "ความเป็นจริงที่อิงความจริงในเนื้อเรื่อง"
คืออะไร ก็คือความสมจริงที่มิได้ยกขึ้นมาลอย ๆ ครับ หากขาดสิ่งเหล่านี้ไปนิยายของคุณก็จะทำได้แค่เพียงเพ้อฝัน หากถามว่ามันมีอยู่ในเนื้อเรื่องไหม ขอตอบว่ามีครับ ความสมจริงดังกล่าว หากถามว่าอยู่ตรงไหนอีก ขอตอบว่ามีอยู่ทั่วทุกตัวอักษร
สังคมไทยในปัจจุบัน เต็มไปด้วยความจริงที่โสมมกว่าในอดีตมากมาย ทั้งเรื่องสุรา นารี มีชู้ หรือหึงหวง เป็นสิ่งที่สังคมเรามีอยู่อย่างจริง ๆ จนมิอาจจะปฏิเสธได้ ไม่ว่าจะคนกินเหล้า เมามั่ว หรือ เสียตัวก่อนแต่งงาน การมีชู้ วัฒนธรรม จรรยาบรรณ มันมีอยู่จริง และทั้งหลายในเรื่องของคุณนี้ก็มีเนื้อหาที่เป็นองค์ประกอบของชีวิตคนสองคนในเนื้อเรื่องที่ต้องเผชิญเรื่องที่ไม่ธรรมดาสำหรับชีวิต
สังคมไทยเราปัจจุบันแม้จะไม่มีการยอมรับกันในเรื่องดังกล่าว(ในเนื้อ เรื่อง) แต่เขาก็ใช้ทรรศนคติส่วนบุคคลดักกรอบของความคิดที่เขาว่า ความรักต้องสวยงามอย่างนี้ ต้องเป็นแบบนี้ ต้องทำแบบนี้มันถึงจะถูก แต่เขาเหล่านั้นไม่เคยรู้เรื่องอะไรเลยว่านั่นมันเป็นเพียงอุดมคติแห่งรัก ความรักในชีวืตมนุษย์นั้นจริง ๆ แล้วมันโหดร้ายแค่ไหน ต้องเจอกับอะไรบ้าง?
ซึ่งสิ่งต่าง ๆ นี้คุณได้นำเสนอในมุมมองของตัวเองสองคนผู้หญิงวัยทำงานผู้เป็นเจ้าคนนายคน ผู้มาดมั่น กับผู้ชายวัยเรียนคนหนึ่งที่เผอิญมาพบกันแล้วก็เกิดเรื่องจนต้องแต่งงานกัน อย่างหาทางออกอื่นไม่ได้เพียงเพราะความผิดเล็กน้อย(แต่ก่อปัญหาใหญ่)เท่า นั้น ต้องโกหกคนอื่น และเผชิยกับอนาคตใหญ่ที่ไม่อาจคาดเดาได้แม้แต่น้อยนับว่าเป็นพล็อตเรื่องที่ น่าติดตามอยู่เรื่องหนึ่งครับ
เมื่อได้วิเคราะห์หลังการอ่านแล้ว ผมพบว่ามันมีอะไรแฝงอยู่มากมายเหนือกว่าว่าจะเป็นเรื่องที่ใช้ภาษา Hardcore ในการด่าทอกันไม่ว่าจะเป็นในจิตในหรือคำพูดที่แสดงออกมา มันให้ความรู้สึกว่ามันสมจริง ซึ่งในการอ่านไปเพียงแค่วันแรกด้วย 2 บท มันทำให้คนอย่างผมคิดในใจเพียงว่า เรื่องอะไรเนี่ย? มีแต่คำพูดแรง ๆ ด่าไปมาไม่เห็นมีอะไรดีเลย (สรุปหลักๆ คือไม่มีชั้นเชิงในการเล่าเรื่อง นอกจากการที่พูดไปมาระหว่างตัวละครเอก แล้วก็มีคำบรรยายอารมณ์ของตัวเอก ขณะนั้นเท่านั้น) มันทำให้ผมรู้สึกเบื่อและปิดหน้าต่างลงไปเพื่ออ่านวันใหม่ดีกว่า
วันถัดมาผมเห็นวิธีการเล่าเรื่องในแบบเดิมแต่ต่างมุมมองตัวละคร คราวนี้เป็นฝ่ายชายบ้าง เมื่ออ่านแล้วทำให้คุณค่าในนิยายของคุณเปลี่ยนไป จากน้อยเดิม กลายเป็นมากขึ้น ผมเห็นมุมมองอะไรใหม่ ๆ จากตัวละครนี้
ผมเห็นความรักของคน ๆ หนึ่งที่พยายามสร้างขึ้นจากความล้มเหลว เห็นความเป็นพื้นหลังจากชายคนหนึ่ง หญิงคนหนึ่ง สภาพแวดล้อมสังคมที่มันเป็นไปได้และมีอยู่จริง ผมอ่านทวนถึงสองครั้งและวิเคราะห์ถึงเนื่อความทั้งหมดในเนื้อเรื่องนี้
ความรักคืออะไรใครกำหนดกรอบ ทำไมถึงต้องรัก แล้วรัก จริง ๆ เป็นอย่างไร ไม่เองเคยนิยามความรักในแบบฉบับของผมเอาไว้ และมั่นใจว่ามันคือแบบนี้แหละ แต่เมื่อมาเจอเนื้อเรื่องแบบนี้ มันกระทบกรอบผมพังทลายลงและต้องมองในมุมมองความรักใหม่ ๆ ที่มีอยู่ให้มากกว่าแต่ก่อน ผมต้องใช้ตัวเองจินตนาการว่าถ้าผมเป็นผู้ชายอายุขนาดนี้ (ใกล้เคียงเลยล่ะแต่อายุน้อยกว่าผมนะตัวเอกชายน่ะ) ดันไปทำอะไรแบบในเนื้อเรื่องผมจะทำยังไง และหากเป็นแบบในเรื่องผมจะแก้ไขอะไรได้ไหม
คำตอบคือไม่มีแล้วครับ หักหลังเพื่อนไปมีอะไรกับพี่สาวเขา คงยาก ผมชอบคำพูดจากน้องชายของตัวเองหญิงว่า "มีอะไรจะแก้ตัวไหม" กับสถานะการณ์แบบนี้ เป็นผมผมแค้นตัวเองมากแน่นอน เพราะผมรักเพื่อนมากกว่าอะไรเสียอีก
เมื่ออ่านจบผมพบว่าความผิดมันเริ่มต้นแค่เพียง ตัวเอกชายไปแหย่ตัวเอกหญิงในงานวันเกิดน้องชายตัวเองหญิงเท่านั้นเอง ไฟมันถึงประทุ (- -") แต่เมื่อเนื้อเรื่องดำเนินมาถึงขนาดนี้แล้ว ความผิดพลาดสำหรับผู้เขียนมีเพียงไม่กี่อย่างซึ่งนั่นก็คือ
๑.การ บรรยายที่ค่อนข้างอ่านยากสำหรับผู้อ่านที่ไม่ชินกับการบรรยายดังกล่าว ควรปรับปรุงเพื่อผู้อ่านที่มีความเคยชินกับการอ่านไวและสายแต่แก่ ๆ (เยี่ยงผมและผู้อื่น) แต่ข้อนี้เป็นเพียงส่วนน้อยครับ
๒.ลักษณะการ บรรยายเป็นเพียงการบรรยายเจาะจงไปที่อารมณ์และความรู้สึกเป็นหลัก การบรรยายสภาพภายนอกเห็นได้น้อย ซึ่งภายในเนื้อเรื่องมีเพียงแค่ความคิดเห็นและความรู้สึกของตัวเองต่อสิ่ง ที่อยู่รอบ ๆ เท่านั้น ด้วยประเด็นนี้มันจะทำให้เนื้อเรื่องคุณดูแคบและไม่อาจที่จะทำให้คนเขามอง เห็นถึงพัฒนาการของตัวเอกกับความรักในเรื่องได้เลยนอกจากคุณจะใช้คำพูดว่า "เปลี่ยนไป" "เหมือนเดิม" อย่างเช่นในเรื่อง ขอให้ปรับปรุงข้อนี้เพิ่มขึ้นอีกสัก ๓๐ เปอร์เซ็นก็อพอครับ เพราะเท่าที่ดูการบรรยายเช่นว่านี้เหมาะกับการดำเนินเรื่องอยู่แล้ว ไม่ต้องปรับมากเท่าไหร่
๓.(ข้อขอเดาส่วนตัว) เท่าที่ดูแล้วนั้นเนื้อเรืองและคำพูดในเรื่องนี้เหมือนกับว่าผู้เขียนสวมจิต วิญญาณเข้าไปอยู่ในเรื่องแล้วเหมือนกับเขียนบรรยายออกมาด้วยความเก็บกดอะไร บ้างอย่างในชีวิต ผมก็เลยรู้สึกว่ามันสมจริงตรงนี้แหละครับ แต่มันก็ดีตรงที่ว่าสามารถทำให้ผู้อ่านเข้าถึงความรู้สึกของตัวละครได้ด้วย การจินตนาการตามนั่นเอง ถ้าผมเดาว่ารูปต่าง ๆ ใน My ID คือคุณแวร์จริง ๆ ผมเดาเพียงว่าตัวจริงคุณแวร์นี่คงร้ายไม่แพ้ตัวเอกในเรื่องเลยล่ะ (ขออภัยหากล่วงเกินครับ)
สำหรับข้อดึผมกล่าวไว้ข้างต้นหมดแล้วนะครับ นิยายของคุณจัดเป็นหนึ่งในเนื้อเรื่องท่สะท้อนสังคมเรื่องหนึ่งที่ผมอยาก ติดตามอ่านต่อในตอนต่อ ไปและต่อไปจนถึงตอนจบถ้า(ถ้ามีโอกาสนะครับ) และหวังว่าบทความของผมบทนี้จะเป็นประโยชน์แม้ว่ามันจะน้อยนิดก็ตามสำหรับ คุณ ขอขอบคุณที่แวะเข้ามาเยี่ยมลานกว้างครับ สวัสดี
ปล. ผมจำได้ว่าคุณแวร์เคยเข้ามา comment บทความผมเหมือนกันในเรื่องบัลลังก์โลก ขอบคุณครับสำหรับความคิดเห็นนั้น ผมได้นำไปปรับปรุงแล้วครับ หากมีข้อสงสัยอะไรเชิญแวะมานะครับ ลานกว้างนี้เปิดรับเสมอ
ด้วยยความเคารพ
อวันดูร์ อันดาร์ริน
<< ย่อ |