SF EXO ♡ Paper Doll (KaiDo)

  • 98% Rating

  • 12 Vote(s)

  • 7,346 Views

  • 122 Comments

  • 173 Fanclub

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    230

    Overall
    7,346

  • Comments
    122

  • Fanclub
    173

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ
ตุ๊กตากระดาษตกน้ำ อย่างมากก็แค่เปียกแล้วขาด
แต่นี่ทำไมมันถะ..ถึง กะ..กลายเป็น คน ได้ล่ะ !
( RE-WRITE ♡ 150415 )


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


ตุ๊ ก ต า รุ่ น ใ ห ม่   ก อ ด ไ ด้   ห อ ม ไ ด้   จู บ ไ ด้   ?






Pretty Boy - Juniel

THEME BY :) Shalunla
 


CONTACT ME : TWITTER

THANKS FOR COMMENTS & VOTES

DO NOT COPY



 

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 19 เม.ย. 58 / 00:11

บันทึกเป็น Favorite


-






         “ แม่ครับจะเอาอันนี้ ” เสียงของเด็กผู้ชายหน้าตาน่ารักกำลังออดอ้อนอย่างน่ารัก พลางกระโดดเหยงๆ ชี้ไปทางหุ่นยนต์ตัวใหญ่




         “ ไม่ได้นะลูก มันแพงเกินไป ” คนเป็นแม่ห้าม ก่อนจะดึงแขนเล็กให้เดินตามไปอีกทาง



         แต่เด็กชายคนนั้นยังคงหันหลังกลับมามองด้วยใบหน้าเศร้าๆ ดวงตาแดงก่ำเหมือนจะร้องไห้เสียให้ได้



         พอเห็นภาพแบบนี้ผมก็นึกถึงตอนเด็กๆของผมนะครับ ตอนนั้นน่ะผมดื้อกว่านี้ซะอีก ลงไปนั่งกับพื้นร้องไห้งอแง โดนแม่หยิกแขนจนเขียวไปเลย สุดท้ายก็ไม่ได้หุ่นยนต์อยู่ดี



         นึกแล้วก็อดยิ้มไม่ได้จริงๆ..



         คุณคงสงสัยว่าทำไมผมถึงมาอยู่ในร้านขายของเล่นแบบนี้ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่เพียงแค่นึกความทรงจำในวัยเด็ก ขายาวๆมันก็ก้าวเข้ามาในร้านแห่งนี้ซะแล้ว



         ด้วยสีสันสดใสที่เป็นสิ่งดึงดูดเด็กๆแล้ว ยังมีเพลงน่ารักๆเปิดคลอไปเบาๆด้วย ร้านนี้ขายของเล่นแทบจะทุกชนิดเลย อันที่จริงผมก็เป็นพวกสะสมโมเดลอยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่มีตัวไหนที่ถูกใจเลย



         ดวงตาสีเข้มยังคงกวาดมองไปยังชั้นที่วางขายโมเดลไปเรื่อยๆ  และแล้วเขาก็เจอตัวที่ต้องการ นิ้วยาวดีดดังเปาะอย่างถูกใจ



         “ เอาตัวนี้ครับ ” ผมหยิบโมเดลหุ่นยนต์เท่ๆแล้ววางมันลงบนเคาท์เตอร์เพื่อจ่ายเงิน



         “ ช่วงนี้ร้านเรามีโปรโมชั่นนะคะ เมื่อท่านลูกค้าซื้อโมเดลจากร้านเราจะได้แถมตุ๊กตากระดาษชุดพิเศษ เป็นรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นด้วยค่ะ ”



         พนักงานสาวพูดพร้อมหยิบตุ๊กตากระดาษน่ารักๆออกมาจากตู้สินค้าด้านข้างเคาท์เตอร์



         “ เอ่อ.. ครับ ” ผมพยักหน้ารับอย่างงงๆ อันที่จริงผมก็ไม่รู้ว่าจะเอาไปทำอะไรหรอกครับ แต่ไหนๆเขาก็แถมให้แล้ว เอาไปก็ได้มั้ง



         “ ขอบคุณครับ ” ผมจัดการจ่ายเงินเรียบร้อย ก่อนจะเดินออกมา มุ่งตรงกลับไปที่คอนโด



         ผมชื่อคิมจงอิน เป็นหนุ่มโสดครับ อยู่คนเดียวช่วงเก้าปีที่ผ่านมา พ่อแม่อยู่ต่างประเทศ ตอนนี้ผมเรียนจบแล้ว แต่ยังหางานทำไม่ได้เลย



         เรียกง่ายๆว่าตกงานนั่นแหละครับ..



         ผมวางถุงของเล่นไว้บนโซฟา เดินเข้าไปหาอะไรกินในครัวสักหน่อย จู่ๆเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น บ่งบอกว่าไอ้ยอลเพื่อนสนิทของผมโทรเข้ามา



         “ ว่าไงมึง ..... กี่โมงวะ ....... โอเคได้ๆ ..... เออแค่นี้แหละ ” ผมโยนโทรศัพท์ไว้บนโซฟาอย่างไม่ใส่ใจอะไรนัก ไอ้ยอลมันบอกว่าจะมาหาผมที่ห้อง ไม่รู้เหมือนกันว่ามีธุระอะไร แต่ก็ช่างมันเถอะครับ ผมไม่ได้อยากรู้อะไรมากนักหรอก



         ผมเปิดถุงของเล่นออก หยิบเจ้าโมเดลหุ่นยนต์ออกมาดู ขยับมันไปมาบ้างนิดหน่อย แต่ก็ไม่กล้าทำแรงหรอกครับ กลัวมันจะพังเอา



         ตู้กระจกเล็กๆข้างหัวเตียงถูกเปิดออก ตอนนี้มันมีสมาชิกใหม่เพิ่มมาอีกตัว ซึ่งก็เป็นโมเดลหุ่นยนต์สีน้ำเงินเข้มปนสีดำดูเท่เอามากๆ



         ผมปิดลงอย่างเบามือ ยืนมองตู้โมเดลที่ตอนนี้มีโมเดลอยู่นับยี่สิบตัวยืนเท่อยู่ข้างใน มันอาจจะเป็นเรื่องไร้สาระสำหรับคนอื่น แต่เจ้าพวกนี่ก็เป็นเหมือนเพื่อน เวลาที่ผมอยู่คนเดียว



         ผมหย่อยตัวลงที่โซฟาอีกครั้ง หลังจากเอาโมเดลไปตั้งไว้ในห้องนอน กะว่าจะหลับพักผ่อนสักหน่อย แต่ก็เหลือบไปเห็นชุดตุ๊กตากระดาษที่ทางร้านแถมมาให้



         ไหนๆก็ไหนๆละ เปิดดูสักหน่อยแล้วกัน..



         ผมแกะซองพลาสติกออก แล้วหยิบเจ้ากระดาษแข็งที่เป็นโมเดลออกมา ผมเชื่อแล้วล่ะว่ามันพิเศษจริงๆ หน้าตาของตุ๊กตาน่ารักน่าชังไม่เบา



         มีดวงตาที่กลมโต จมูกโด่ง ริมฝีปากได้รูป เป็นตุ๊กตาที่ดูไม่สูงเท่าไหร่ แต่แปลกอยู่อย่างนึง ที่เจ้าตุ๊กตาตัวนี้ไม่ใช่ผู้หญิง เป็นตุ๊กตาผู้ชายที่หน้าตาน่ารักตัวนึง



         แปลกนะครับ ปกติเราจะเห็นแต่อันที่เป็นผู้หญิงสวยๆ ขายาวๆใช่มั้ย .. แต่จะว่าไปแบบนี้ก็น่ารักดีเหมือนกัน



         ผมหยิบชุดที่อยู่ในถุงออกมาวางไว้บนโต๊ะญี่ปุ่นใกล้ๆโซฟา แล้วเลือกเสื้อสีเหลือง กับกางเกงขาสั้นสีเทาออกมาใส่ให้เจ้าตุ๊กตากระดาษในมือ



         ก็ดูสิครับ ตอนนี้มันยังโป๊อยู่เลย



         เด็กๆปิดตาเอาไว้นะ..



         ไม่นานผลงานของผมก็สำเร็จ ตุ๊กตาเด็กผู้ชายผมสั้นหน้าตาน่ารัก ได้สวมใส่เสื้อสีเหลืองและกางเกงขาสั้นสีเทาเรียบร้อยแล้ว ดูดีไม่เบาเลย



         ผมยิ้มออกมาก่อนจะกำลังจะจัดเก็บเจ้าพวกเสื้อผ้าใส่ถุงอย่างเดิม ผมว่ามันออกจะดูขัดๆสักหน่อยที่ผมมานั่งเล่นแต่งตัวตุ๊กตากระดาษแบบนี้



         แต่ยังไม่ทันที่ผมจะเก็บของตรงหน้าเสร็จ เสียงเคาะประตูก็ดังขัดขึ้นซะก่อน ผมวางของเล่นตรงหน้าไว้ ก่อนจะเดินออกไปส่องตาแมว มองให้แน่ใจว่าใช่ชานยอลจริงๆ



         มือหนากำลังจะเปิดประตู แต่จู่ๆก็ชะงักเอาไว้ ขายาวรีบกลับไปที่โต๊ะญี่ปุ่น ก่อนจะรีบจัดการเอาเจ้าตุ๊กตากระดาษพร้อมกับเสื้อผ้าทั้งเซตโยนเข้าไปในห้องน้ำ ก่อนจะปิดประตู โดยที่ไม่ลืมล็อคเอาไว้ด้วย



         สงสัยใช่มั้ยครับว่าทำไมผมจะซ่อนทำไม



         ก็แหม ผมเป็นผู้ชายนะครับ มานั่งเล่นอะไรแบบนี้



         ขืนไอ้ยอลเห็น ได้แซวยันลูกบวชแน่ๆ



         ผมสูดหายใจลึกๆอย่างโล่งอก ก่อนจะเดินไปเปิดประตูให้เพื่อนรักที่ตะโกนโวกเวกโวยวายเสียงดัง



         “ ทำไมเปิดช้าจังวะ ทำเหี้ยไรอยู่ ” หัวใหญ่ๆของมันชะโงกเข้ามาในห้อง ก่อนจะแทรกตัวเข้ามาอย่างไม่เกรงใจ ก็แน่ล่ะครับ มันเคยมีความเกรงใจใครที่ไหน



         นั่นไงพูดยังไม่ทันขาดคำเลย เดินเข้าไปในครัวหยิบแอปเปิ้ลมากินเรียบร้อยแล้ว ให้มันได้อย่างนี้สิเพื่อนรัก



         “ กูหลับอยู่เลยไม่ได้ยินเสียงเคาะประตู ” ผมแถไปอย่างหน่ายๆ



         “ โกหก ” สายตาจับผิดของชานยอลมองทอดมายังคนที่กำลังจะล้มตัวนอนบนโซฟาอีกครั้ง



         “ ไม่เชื่อก็เรื่องของมึง ” ผมชะงักไปนิดหน่อย ก่อนจะหลับตาแสร้งทำเป็นอยากนอนจริงๆ



         ผมรู้ว่าผมอาจจะไม่ได้แนบเนียนสักเท่าไหร่ แล้วยิ่งกับไอ้ยอล คบกันมาตั้งแต่ประถม มันไม่รู้ไส้รู้พุงผมจนหมด ก็ไม่รู้จะว่าไงแล้ว



         “ เออช่างเหอะ ที่กูมาวันนี้มีเรื่องอยากจะให้มึงช่วย ” ชานยอลเปลี่ยนไปยืนพิงกำแพงแถวๆทีวีแทน



         “ อะไร ” ผมตอบไปทั้งๆที่ยังหลับตาอยู่



         “ หานายแบบเสื้อผ้าให้กูหน่อย แล้วมึงก็ช่วยถ่ายรูปเขาออกมาให้เท่ๆ คล้ายๆพวกเน็ตไอดอลในเว็บขายเสื้อผ้าอะไรแบบนั้นน่ะ ทำได้มั้ย ”



         ชานยอลยื่นข้อเสนอที่เหมือนเป็นการจ้างงานผมเสียมากกว่า อันที่จริงผมเรียนจบด้านการถ่ายภาพมา ส่วนไอ้ยอลมันเป็นหัวหน้าแผนกด้านการโฆษณาในบริษัทเสื้อผ้าแบรนด์ดัง



         ผมรู้ว่ามันพยายามจะหางานมาให้ผม เพราะมันก็เคยบ่นๆว่าผมจะจนตายถ้ายังไม่มีงานทำเอาแบบนี้



         แต่ทำไงได้ล่ะครับ ผมเบื่อการที่ต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบของพวกบริษัทหน้าเงินพวกนั้น เลยลาออกมแทบจะทุกที ผมก็เลยตกงานอยู่อย่างนี้



         ผมยังจำได้ว่าในหนังสือเรียนตอนมอสามมันเขียนไว้ว่า “ ไม่เลือกงาน ไม่ยากจน ” แต่นั่นมันก็เป็นแค่อดีต ผมไม่ได้เลือกงานสักหน่อย ผมแค่เลือกทำอะไรที่ไม่ได้ต้องไปอยู่ในกรอบแบบนั้นต่างหาก



         “ ว่าไง มึงจะรับงานนี้มั้ย ” ไอ้ยอลเห็นผมครุ่นคิดอยู่นานเลยถามขึ้น



         “ มึงมีทุนสักก้อนมั้ย ” ผมเอ่ยต่อรองออกไป การที่จะออกตามหานายแบบหน้าตาดี มาเป็นแบบให้นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยนะ ต้องมีค่าเดินทาง ค่าจ้างนายแบบ แล้วก็อะไรอีกมากมาย จริงมั้ยล่ะครับ



         “ แน่นอนอยู่แล้ว ” ซองขาวๆถูกยื่นมาตรงหน้าผม มันเป็นเงินที่มากพอที่จะทำให้ผมทำงานได้สบายๆ



         “ มึงต้องการเร็วแค่ไหน ” ผมเอ่ยถามไปอีกครั้ง มันหยิบไอโฟนขึ้นมากดดูแผนงานของมันนิดหน่อยก่อนจะเอ่ยตอบ



         “ ภายในสองทิตย์ ” มันยิ้มในแบบฉบับของมัน ก่อจะลุกขึ้นยืนล้วงกระเป๋ากางเกง



         “ ถ้ามึงทำได้ดี กูจะบอกเจ้านายให้ถึงความดีของมึง โชคดีนะ กูไปละ ซารางเฮ ” ชานยอลแกล้งทำรูปหัวใจเหนือหัว ก่อนจะวิ่งหนีเท้าจงอินที่หมายจะเตะตูดเพื่อนรักในความทะเล้น



         แต่ถึงมันจะบ้าๆบอๆ แต่มันก็เป็นเพื่อนที่ดีนะครับ คุณว่ามั้ย?



         ผมเดินไปเปิดประตูห้องน้ำเมื่อนึกขึ้นได้ว่าซ่อนตุ๊กตาเอาไว้ในนั้น หวังว่าพวกมันจะไม่เปียกซะก่อนนะครับ



         ประตูถูกเปิดออก พร้อมกับร่างสูงที่ก้าวเข้าไปหมายจะเอาถุงตุ๊กตากระดาษออกมา แต่แล้วเท้าก็ต้องหยุดชะงักด้วยความตกใจ



         พระเจ้า นี่มันอะไรกันครับ !!!!!!!!!!!!




         ร่างเล็กเปลือยเปล่าที่นั่งกอดเข้าตัวเองอยู่ในอ่างอาบน้ำ เนื้อตัวที่เปียกโชกไปด้วยน้ำกำลังลุกขึ้นอย่างช้าๆ เมื่อเห็นจงอินที่ยืนอยู่หน้าประตู ตาโตๆกำลังจ้องมองอีกคนไม่กระพริบ ใบหน้าไร้ซึ่งสีหน้าและอารมณ์ใดๆ



         เหมือนคน เหมือนคนมากจริงๆ..



         จงอินเหมือนถูกแช่แข็งเมื่อเห็นคนตรงหน้า หน้าตาของเด็กผู้ชายที่ดูน่ารักไร้เดียงสาถอดแบบออกมาจากตุ๊กตากระดาษเมื่อกี้ราวกับโคลนนิ่ง



         แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขาคือคน ไม่ใช่ตุ๊กตาเมื่อกี้ที่ยังจับเสื้อผ้าใส่นู้นนี่ให้ ตาคมเหลือบไปมองที่ที่ขอบอ่าง มีเสื้อผ้าที่เขาใส่คน เอ่อ.. หมายถึงใส่ให้ตุ๊กตากระดาษตัวเมื่อกี้ถูกพาดเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อสีเหลืองหรือกางเกงขาสั้นสีเทา



         แม้แต่กระดาษเสื้อผ้า ก็กลายเป็นเสื้อผ้าจริงๆ



         จงอินหลับตาปี๋ สะบัดหัวแรงๆ แล้วรีบปิดประตูดังปัง เขาไม่อยากเชื่อว่านี่จะเป็นเรื่องจริง เขาต้องฝันอยู่แน่ๆ ตุ๊กตากระดาษจะกลายเป็นคนได้ยังไง



         มือหนาหยิกแขนตัวเองจนเป็นรอยแดง แต่แล้วก็ต้องร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด นี่มันเป็นเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่ความฝัน



         หรือว่าเขาจะตาฝาดไปเอง จงอินกำลังอ้อนวอนต่อพระเจ้า เขากำลังคิดว่าสิ่งที่เขาเห็นในห้องน้ำเป็นผี



         ไม่รอช้าจงอินรีบหยิบสร้อยคอกางเขนของเขาออกมา แล้วตัดสินใจเปิดประตูอีกครั้ง คราวนี้ก็ต้องตกในกว่าเดิม เมื่อคนที่อยู่ที่อ่างน้ำเมื่อครู่ ตอนนี้มายืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว



         ไม่กางเขนตกไปที่พื้นอย่างไม่รู้ตัว จงอินไม่อยากจะเชื่อ แต่นี่มันคือความจริง .. มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่



         คนตัวเล็กก้มมองสร้อยเส้นนั้น ก่อนจะย่อตัวลงไปเก็บขึ้นมา แล้วยื่นให้จงอิน มือหนาสั่นเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมไปหยิบมันกลับคืนมา



         “ ขะ ... ขะ ... ขอบใจ ”



         ขนาดไม้กางเขนยังไม่กลัว แสดงว่าไม่ใช่ผีน่ะสิ เป็นคนงั้นเหรอ? เป็นไปไม่ได้..



 




         “ นายเป็นใคร ” หลังจากจัดการหาเสื้อผ้ามาใส่ให้คนตัวเล็กที่เปลือยอยู่แล้ว จงอินก็เอ่ยถามอีกคนที่นั่งอยู่บนพื้น โดยที่ตัวเขาเองก็นั่งอยู่บนโซฟา แล้วหันหน้าเข้าหากัน




         “ ... ” ไม่มีเสียงตอบจากคนตรงหน้า ตาโตมองจงอินนิ่งๆแล้วก็เงียบต่อไป



         จงอินขมวดคิ้วด้วยท่าทางที่แปลกเหล่านั้น เขาก็ไม่แน่ใจว่าตุ๊กตากระดาษนี่มีชีวิตรึเปล่าด้วยซ้ำ



         “ ถ้านายไม่พูด ฉันจะตั้งชื่อให้นะ ” คนตัวเล็กดูเหมือนจะเข้าใจที่จงอินพูด หน้าหวานพยักขึ้นลงเพื่อตอบรับ



         “ ก็ฟังรู้เรื่องนี่ ทำไมไม่พูดล่ะ เป็นใบ้เหรอ ”



         “ .... ” อีกคนส่ายหัว แต่ก็ยังคงไม่ยอมพูดอยู่ดี



         จงอินถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆเพื่อมองคนตัวเล็กอย่างชัดๆ



         เหมือนตุ๊กตากระดาษตัวนั้นจริงๆ



         มหัศจรรย์..



         “ คยองซู .. นายชื่อ คยองซู นะ ” คนตัวเล็กพยักหน้าอย่างเข้าใจ



         “ ฉันตั้งชื่อให้นาย นายก็ควรจะขอบคุณสิ ” จงอินดึงตัวเองกลับมานั่งกอดอกมองอย่างเดิม



         “ .... ”



         “ พูดขอบคุณฉัน .. ขอบ คุณ ” จงอินย้ำอย่างช้าๆ



         “ .... ” แต่คยองซูก็ยังคงเงียบเหมือนเดิม



         จงอินดูเหมือนจะหมดความอดทนซะแล้ว เขาเอามือขยี้ผมตัวเองจนยุ่ง แล้วทิ้งตัวพิงไปกับโซฟาอย่างเหนื่อยหน่าย เขาไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไป




         แต่แล้วความคิกพวกนั้นก็หยุดชะงักไป เมื่อสัมผัสจากมือเล็กที่กำลังลูบผมของเขาอยู่ ทำเอาลืมหายใจไปชั่วขณะ



         คยองซูกำลังจัดทรงผมให้เขา..



         จงอินมองอย่างไม่เข้าใจ ตาโตๆเหลือบไปเห็นสายตาที่จ้องมาก็ทำให้พลันต้องดึงมือกลับมา แล้วก้มหน้าหนีซะอย่างนั้น



         รอยยิ้มถูกยิ้มออกมาอย่างพอใจ จงอินไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน แต่เหมือนเขาจะเริ่มสนใจตุ๊กตากระดาษตัวนี้ขึ้นมานิดๆแล้ว



         “ อยากพูดได้มั้ย? ” จงอินเอ่ยถามอีกคน ที่นั่งก้มหน้าอยู่



         คยองซูเงยหน้าขึ้นมาแล้วพยักหน้า มุมปากของเขาเหมือนจะยิ้ม แต่ก็ยังไม่ชัดเจน ยังคงเป็นสีหน้าที่เรียบปกติ



         อยากจะยิ้ม..



         “ แม้แต่ยิ้มนายก็ทำไม่ได้เหรอ ” จงอินลงมานั่งบนพื้นตรงหน้าคยองซู



         “ .... ” และก็เหมือนเดิมที่ไม่ได้รับคำตอบใดๆ



         จงอินพยักหน้าเออออเอง มือหนายกแตะที่แก้มของอีกคนเบาๆ คนตัวเล็กเผลอสะดุ้งเล็กน้อย พร้อมกับตาที่โตขึ้นกว่าเดิม ซึ่งก็เรียกเสียงหัวเราะจากจงอินได้ไม่น้อย



         นิ้วโป้งแตะลงที่ข้างปากบาง แล้วลากไปด้านข้าง ทำให้ปากของคยองซูยกยิ้ม แต่ก็ยังดูไม่เป็นธรรมชาติเท่าไหร่



         “ นายต้องยกริมฝีปากขึ้นทั้งสองข้างแบบนี้ มันถึงจะเรียกว่ายิ้ม ” มือหนาละออกมา เป็นเชิงว่าให้คยองซูลองทำมันด้วยตัวเอง



         ในครั้งแรกคยองซูดูประหม่า รอยยิ้มของเขาดูน่าแหยๆ แต่แล้วพยายามอีกครั้ง ริมฝีปากสีสวยค่อยๆยกยิ้มอย่างช้าๆ และในที่สุด รอยยิ้มที่จงอินคิดว่ามันน่ามองที่สุดก็ถูกยิ้มอย่างสวยงาม



         รอยยิ้มของคยองซู..



         มือหนายีผมคนตรงหน้าอย่างเอ็นดู แต่ก็ถูกมือเล็กตีเข้าบอกให้ พร้อมกับส่ายหัวนิดๆ เหมือนคยองซูจะบอกว่า “ อย่าทำแบบนี้สิ ”



         ซึ่งนั่นมันก็เรียกรอยยิ้มของจงอินได้มากทีเดียว เขายิ้มเพราะคยองซู..



         “ เอาล่ะ เรามาฝึกพูดกัน ดีมั้ย ” คยองซูพยักหน้ารับ ใบหน้าหวานยังคงยิ้มไม่หยุด



         “ นายยังติดค้างฉัน เพราะงั้นนายต้องพูดว่าขอบคุณให้ได้ ”



         “ พูดตามนะ ..  ขอบ  คุณ  ” จงอินค่อยๆพูดช้าๆ แล้วก็ออกเสียงชัดๆ



         “ ขะ ... ขะ ... ” คยองซูพยายามจะออกเสียง แต่ก็ยังฟังไม่ออกเป็นคำอยู่ดี



         จงอินเองก็พยักหน้าแล้วยิ้มให้ เป็นเชิงว่าดีแล้วๆ อย่างนั้นแหละ พูดสิ พูด..



         “ ขะ ... ขอบ คุณ ... ขอบคุณ ” คยองซูยิ้มกว้างเมื่อเขาเริ่มพูดได้แล้ว เขาเองก็ดีใจไม่แพ้คนตรงหน้าที่ดูจะดีใจ เอาแต่ปรบมือเสียงดังอยู่อย่างนั้น



         ขอบคุณ..




         “ ต่อไปก็ชื่อของฉัน จงอิน .. คิม จง อิน ” 



         จงอินพูดให้ดูเป็นตัวอย่าง ก่อนจะเว้นจังหวะให้อีกคนได้ฝึกพูดตาม



         “ คิ ... คิม .... จวย ... อะ... อิน ”



         เพราะการออกเสียงที่ไม่ถูกต้องของคยองซู ทำเอาจงอินขำไม่หยุด ก็ดูชื่อผมสิครับ



         คิมจวยอิน



         “ ไม่เป็นไร เอาใหม่นะ .. จง  อิน  ” ร่างสูงเลิกขำ เมื่อเห็นใบหน้าหวานกำลังเบ้ยังกับจะร้องไห้



         “ .... ” คยองซูไม่กล้าพูดมันอีกรอบ เหมือนเสียความมั่นใจ เอาแต่นั่งก้มหน้าเศร้าอยู่อย่างนั้น



         มือใหญ่เลื่อนไปกุมมือเล็กของคยองซูเอาไว้ จงอินบีบมันเบาๆ เพื่อให้กำลังใจและเพิ่มความมั่นใจให้อีกคน



         คยองซูปฏิเสธไม่ได้ว่าการกระทำของจงอินทำให้เรารู้สึกตัวเบาหวิว เหมือนตอนที่โดนลมพัด กระดาษก็จะล่องลอยไปตามสายลม



         ถ้าเป็นมนุษย์ก็คงเหมือนอาการใจเต้นแรงล่ะมั้ง..



         “ จะ ... จง อิน .. จงอิน ” คยองซูพูดเสียงเบาเพราะกลัวจะผิดอีก แต่นั่นก็ดังพอจะทำให้จงอินได้ยินมันชัดเจน รอยยิ้มกว้างถูกส่งไปให้คนตัวเล็กอย่างพอใจ ทำเอาคยองซูก็อดยิ้มไม่ได้เช่นกัน



         เขาใช้เวลาสอนคยองซูพูดคำมากมายที่จำเป็นต้องใช้ เพื่อจะได้คุยกันรู้เรื่อง จงอินไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องมาเสียเวลาทำอะไรที่มันไม่ได้มีสาระอะไรมากมายอย่างนี้



         ทั้งที่งานที่ได้รับมอบหมายก็ยังไม่ได้เริ่มด้วยซ้ำ แค่เขารู้สึกว่าคยองซูจำเป็นต้องเรียนรู้ จำเป็นต้องเข้าใจ เวลาอยู่ด้วยกันจะได้ไม่เป็นปัญหา



         ผมตัดสินใจให้เขาอยู่ที่นี่ เพราะถึงคุณเอาเขาไปไว้ที่อื่น ก็ไม่มีใครจะเชื่อหรอก ว่าเขาคือกระดาษ ไม่ใช่คน




         คยองซูยังมีหลายอย่างที่ไม่เหมือนมนุษย์..



 




         “ นายหิวมั้ย? ” จงอินเอ่ยถามคยองซูที่เอาแต่นั่งดูทีวีอยู่บนโซฟา



         “ ไม่หิวครับ ” คยองซูพูดตอบโต้ได้มากแล้ว เขาเข้าใจมากขึ้นกว่าเมื่อสองวันก่อน



         คยองซูชอบที่จะเรียนรู้และทำตามอย่างตั้งใจ



         ถ้าผมบอกคุณอาจจะไม่เชื่อ แต่ว่าเขาไม่ได้กินอะไรมาสองวันแล้ว เขาบอกว่าเขากลัวอาหาร ผมก็ไม่เข้าว่าทำไมถึงกลัว



         “ กินสักหน่อยเถอะ ถ้านายไม่กิน นายจะตายนะ ” พอคยองซูได้ยินคำว่าตาย เขาก็รีบเด้งตัวขึ้นมาจากโซฟาทันที



         “ ผมไม่อยากตาย ” คยองซูพูดอย่างเศร้า จงอินเลยอดที่จะเดินไปกอดปลอบเสียไม่ได้



         “ ไม่อยากตาย ก็ต้องกินนะ รู้มั้ย ” คยองซูพยักหน้าเบาๆ มือหนาก็ลูบหัวทุยเล็กๆอย่างอ่อนโยน



         “ งั้นเราไปกินข้าวกันเถอะ ” จงอินคลายอ้อมกอดออก แล้วดึงมืออีกคนไปในครัว



         แต่แรงขืนที่มือ ทำให้เราต้องหันกลับไปมองคยองซู และดูเหมือนว่าคำถามที่คยองซูถาม จะทำให้เขาหายหิวไปเลย



         “ แบบนี้ที่จงอินทำ เรียกว่าอะไรเหรอ ” คยองซูเดินเขามาสวมกอดร่างสูงเอาไว้หลวมๆอย่างกล้าๆกลัวๆ



         จงอินบอกไม่ได้ว่าที่เขาเป็นอยู่คืออะไร ใจเต้นแรงเวลาอยู่ใกล้คยองซู อยากจะดึงมากอดๆไม่ปล่อยไปไหน บางทีเขาอาจจะเป็นคนที่ติดของเล่นเหมือนเด็กๆก็ได้



         “ แบบนี้เรียกว่า กอด ครับ ” ว่าแล้วแขนยาวก็ยกขึ้นกอดคนตัวเล็กอีกครั้ง



         คยองซูรู้ดีว่าเขาไม่มีหัวใจเหมือนมนุษย์ แต่ตอนนี้เขากำลังรู้สึกตัวเบาหวิวอีกครั้ง



         เพราะจงอิน..



         ไม่นานอาหารก็ถูกจัดเตรียมจนเสร็จ จงอินให้คยองซูนั่งตรงข้ามเขา เพื่อที่เขาจะได้มองคยองซูได้ง่ายๆ



         จงอินยกช้อนขึ้นมาตักอาหาร และบอกให้คยองซูทำตาม มือเล็กหยิบมันขึ้นมา แล้วตักข้าวเข้าปากตามที่จงอินทำ เหมือนเด็กที่กำลังเลียนแบบผู้ใหญ่ยังไงอย่างนั้น



         “ เก่งมาก ” มือใหญ่ยีผมนุ่มอย่างเอ็นดู ก่อนจะส่งน้ำให้อีกคนดื่มหลังจากทานเสร็จ



         คยองซูรับมันมา และดื่มเข้าไป แต่เหมือนมือเล็กจะไม่ทันระวัง ทำให้แก้วที่มีน้ำปริ่มแก้ว หกใส่ตัวเองจนเปียกไปหมด



         “ เย็น.. ” คยองซูชี้ไปที่น้ำขนเสื้อของเขา เหมือนจะบอกว่าไอ้นี่มันเย็น มันทำให้เขาเย็น



         “ เขาเรียกว่า เปียก ต่างหากล่ะ ” จงอินขำเล็กๆในความไม่รู้ภาษา ก่อนจะไปหยิบผ้ามาเช็ดให้



         “ เปียก .. จงอิน คยองซูเปียก ” มือหนาหยุดไปเมื่อเจอประโยคนี้เข้า ถ้าไม่ใช่คยองซูคนนี้พูดออกมา เขาคงคิดว่าคนตรงหน้ากำลังอ้อนเขาแน่ๆ



         แต่เพราะคือคยองซู



         คยองซูคนที่ไร้เดียงสา..



         “ เสร็จแล้วครับ ” จงอินบอกคนตัวเล็ก ผ้าที่เปียกชื้นถูกเอาไปตากไว้ที่ระเบียง



         “ ตามออกมาทำไม ” คยองซูทำหน้าเหมือนกำลังนึกอะไรบางอย่าง นิ้วเล็กเกาหัวอย่างครุ่นคิด ก่อนจะยิ้มออกมาเหมือนนึกอะไรออกเข้าแล้ว จงอินเองก็ยืนตั้งใจรอฟังอยู่



         “ ว่าไงครับ ”



         “ ขอบคุณ ” คยองซูยิ้มกว้างเหมือนที่จงอินเคยสอน ทำเอาคนที่เป็นอาจารย์ยิ้มไม่หุบตามไปด้วย



         “ น่ารักจริงๆ ” มือใหญ่บีบปลายจมูกรั้นเบาๆอย่างหมั่นเขียว



         “ น่ารัก คืออะไร ” คยองซูเอียงคออย่างสงสัย



         “ .... ” จงอินก็ไม่รู้จะตอบยังไง คำนี้มันอธิบายยากนี่ครับ



         “ คืออะไร ” คยองซูเดินเข้ามาใกล้เขา แล้วถามย้ำอีกครั้ง



         “ เอ่อ.. คือมัน.. ”



         “ .... ”



         “ มันคือ.. ”



         “ .... ”



         “ คยองซู ”



         จงอินเองก็ไม่รู้จะจำกัดความคำว่าน่ารักอย่างไรให้คยองซูเข้าใจ ถ้าบอกว่าน่ารักคือคยองซู น่าจะเป็นคำที่บอกความหายได้ดีที่สุดแล้วล่ะครับ



         เพราะคยองซูเป็นคนน่ารัก



         คือความน่ารักของโลกทั้งใบ..



         “ อ๋อ.. ครับ ” คยองซูพยักหน้าอย่างเข้าใจ แล้วเดินกลับไปในบ้าน ทิ้งให้คนตอบยืนยิ้มอยู่คนเดียวที่ระเบียง



         ผมพูดเองก็เขินเองนะครับเนี่ย..



 




         คยองซูกับผมเราใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมาเกือบอาทิตย์แล้ว ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ เราสนิทกันมากขึ้น เวลาไปไหนก็ไปด้วยกัน




         “ คยองซูอยากกินไอติม ” คนตัวเล็กชี้ไปที่ไอติมที่อยู่ในปากจงอิน



         “ แต่นายก็กินไปแล้วนี่ ” ใช่ครับ เขากินหมดก่อนผมเสียอีก ท่าทางจะชอบมากด้วย แล้วดูสิ ยังจะมาแย่งผมอีก



         “ อยากกิน หิว.. ” คยองซูเริ่มมีท่าทางแบบเด็ก เขากระทืบเท้า แล้วเขย่าแขนผมไม่หยุด นี่กะว่าจะกินให้ได้เลยใช่มั้ย



         “ งั้นอ้าปากสิ ” คยองซูทำตามจงอินพูดอย่างว่าง่าย ปากบางอ้ารอไอติมอย่างใจจดใจจ่อ



         จงอินเห็นอย่างนั้นก็อดจะยิ้มไม่ได้ ปากหนากัดไอติมครึ่งนึงเข้าไปในปากเขา แล้วส่งมันไม่ให้คยองซู



         แต่ไม่ใช่ที่เหลือ แต่เป็นในปากของเขา..



         ปากหนาประกบเข้าที่ปากบางอย่างช้าๆ ก้อนไอติมเย็นๆถูกเคลื่อนย้ายเข้าไปในปากของคยองซูเรียบร้อย



         อาจจะเป็นเพราะไอติมจะละลายเร็วเมื่ออยู่ในปากของมนุษย์ ทำให้มีบางส่วนไหลเปรอะเปื้อนออกมาข้างปากของคยองซู



         มือเล็กเผลอกำแน่นอย่างไม่รู้ตัว มันเป็นจูบที่ไม่ได้จาบจ้วงลึกซึ้ง แต่เป็นสัมผัสที่คยองซูรับรู้ว่ามันทำให้ตัวเบาหวิวและมีรสชาติหวานเอามากๆ



         จงอินถอนจูบออกมา นิ้งโป้งเช็ดไอติมที่เลอะแก้มคยองซูออกอย่างไม่รังเกียจ



         “ อร่อยมั้ย ” คยองซูยังคงหลับตาปี๋ จนจงอินต้องจุ้บปากบางนั่นเบาๆอีกครั้ง เป็นสัญญาณให้ลืมตาได้แล้ว



         “ หวานครับ ” เสียงเบาพูดอ้อมแอ้ม ใบหน้าหวานยังคงก้มหลบสายตาของจงอินที่มองมา



         “ เอาอีกคำมั้ย ” จงอินแกล้งถาม ถึงแม้ว่ามันจะหวานและรู้สึกดี แต่คยองซูก็ไม่กล้าจะกินมันอีกแล้ว



         ถ้าเขาเป็นมนุษย์ ก็อาจจะเปรียบได้กับอาการ เขิน นั่นแหละ..



         “ จงอิน ” คยองซูเงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นเรียกจงอินทำลายความเงียบ



         “ หืม.. ” จงอินขานรับในลำคอ



         “ เมื่อกี้ มันเรียกว่าอะไรเหรอ ” คยองซูพูดเสียงเบาเหมือนเคยๆ ปากบางยิ้มเล็กๆด้วยความเขินอาย


 

         “ จูบ ”

 


         จงอินยิ้มกว้างไม่หุบ คยองซูก็ยังเป็นคยองซูวันยังค่ำ

 

 

 

 



 

         คุณอาจจะเคยชินกับการใช้ชีวิตอยู่คนเดียวมาเกือบสิบปี เวลาคุณเหงา คุณก็แค่เปิดเพลงแล้วหลับไป



         แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิม เวลาคุณเหงา คุณก็แค่คุยเล่นกับใครสักคน นั่งดูทีวีด้วยกัน ฟังเพลงด้วยกัน หลับไปด้วยกัน หาอะไรกินด้วยกัน แล้วก็อีกมายที่คุณไม่ต้องคนเดียวอีกต่อไป



         “ ตื่นได้แล้วนะครับ ” จงอินกระซิบเยาๆที่ข้างหูคยองซู ที่ตอนนี้เอาแต่ขี้เซาอยู่บนเตียง



         มือเล็กยกขึ้นมาปิดหู แล้วพลิกตัวหันหน้าไปอีกฝั่ง หนีเสียงปลุกของจงอิน



         น่ารัก..



         “ ถ้าดื้อ จงอินจะไม่ชอบนะ ” เขาจำเป็นต้องใช้ศัพท์ง่ายๆ เพื่อให้คยองซูเข้าใจ และดูเหมือนมันจะได้ผลดีซะด้วย



         คยองซูรีบเด้งตัวขึ้นมา แล้วพับผ้าห่มอย่างเรียบร้อย รอยยิ้มของจงอินก็เป็นคยองซูนี่แหละที่เป็นคนสร้างมันขึ้นมา



         จงอินจูงมือคยองซูเข้ามาในห้องน้ำ อุ้มคนตัวเล็กนั่งบนขอบอ่างล้างหน้า มือหน้าหยิบยาสีฟันบีบลงบนแปรงสีฟันสีชมพู ก่อนจะค่อยๆแปรงฟันให้คยองซูช้าๆ



         คยองซูเองก็รู้หน้าที่ ยิงฟันครบทั้งสามสิบซี่ แล้วก็อ้าปากกว้างเมื่อแปรงสีฟันเข้าไปแปรงด้านในปาก



         มันเป็นแบบนี้ทุกวัน จงอินจะเป็นคนไปปลุกคยองซู และแปรงฟันให้ในทุกๆเช้า เขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องทำทุกอย่างให้คยองซูเหมือนเด็กๆอย่างนี้



         จงอินแค่รู้สึกอยากจะดูแลคยองซูให้ดีที่สุด



         มีเรื่องหลายอย่างที่จงอินเพิ่งรู้เกี่ยวกับคยองซู คยองซูบอบบางเหมือนกับกระดาษ เวลาเขาโดนลมแรงๆ ตัวเล็กๆจะเซไปมา เสียการทรงตัว เหมือนเวลากระดาษโดนลมพัดแล้วจะปลิวไปมาไร้ทิศทาง



         หรือแม้แต่เวลาที่เดินไปชนอะไรเข้า ผิวเขาก็จะถลอกแล้วเป็นรอย แต่ไม่มีเลือดออก เหมือนเวลากระดาษที่ยับๆ แต่ไม่นานก็จะคลายตัวเป็นปกติ



         แต่นั่นก็ไม่เป็นปัญหาเท่าไหร่ เพราะยังไงผมก็ดูแลคยองซูได้อยู่แล้ว



         คยองซูเริ่มเรียนรู้ที่จะทำอาหาร และเขาก็ทำมันอร่อยมากๆด้วย หน้าที่ตอนเช้าของคยองซูคือการทำอาหารให้ผมกิน



         ร่างสูงนั่งๆนอนๆบนโซฟารอคนตัวเล็กในครัวทำอาหารให้เสร็จ จู่ๆเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น และจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากไอ้ยอลที่โทรมาย้ำเรื่องงาน



         “ กูยังไม่ได้เริ่มเลยว่ะ ... เออน่ายังไงก็ทัน ... เดี๋ยวกูส่งรูปให้วันศุกร์ ... โอเคแค่นี้แหละ ”



         ผมกดตัดสายไปอย่างเบื่อหน่าย ผมเล่นสนุกกับคยองซูจนลืมไปเลยว่ามีงานรออยู่ แล้วนี่ก็เหลือเวลาอีกสองวัน ก่อนกำหนดส่งในวันศุกร์



         ตกงานจนเคยชินกับการไม่มีงานทำไปแล้ว..



         “ จงอินเครียดเหรอ ” คยองซูวางถ้วยอาหารบนโต๊ะ แล้วเดินมาหาจงอินที่นั่งขมวดคิ้วอยู่ที่โซฟา



         คยองซูสวมผ้ากันเปื้อนสีสดใส มันเหมาะกับตัวเขามากๆ คยองซูนั่งลงบนพื้นตรงหน้าจงอินแล้วถามด้วยความเป็นห่วง



         “ มีงานน่ะ ” คยองซูพยักหน้าเชิงรับรู้



         “ มานี่สิ ” มือหนาดึงคนตัวให้เข้ามาใกล้



         คยองซูยืนเข่าขึ้น ตอนนี้ตัวของเขาแทรกอยู่ตรงหว่างขาจงอิน มือหนารั้งเอวบางให้เข้ามาใกล้ จนหน้าของเราห่างกันไม่ถึงคืบ



         “ กอดหน่อย ” จงอินอ้าแขนกว้าง คยองซูก็ทำตามอย่างว่าง่าย



         แขนเล็กยกขึ้นโอบคนตัวสูงแน่น หน้าหวานซุกลงกับไหล่กว้างอย่างเคย



         “ น่ารักจัง ” จงอินเกยคางไว้กับไหล่เล็กๆ แล้วยิ้มกว้างออกมา ตาคมนั่นหลับลงเพื่อไล่ความเครียดออกไป



         แต่อันที่จริง แต่เห็นหน้าคยองซู



         ความเครียดพวกนั้น มันก็หายไปหมดแล้ว..



         “ หมายถึงคยองซูเหรอ ” คนตัวเล็กพูดเสียงอู้อี้ ทำเอาจงอินหลุดขำออกมา



         ร่างสูงผละอ้อมกอดออกมา แล้วพยักหน้ายิ้มๆให้กับคยองซู มือหนาอ้อมไปด้านหลังแล้วแก้โบว์ผ้ากันเปื้อนข้างหลังออกให้คยองซู แล้วยกร่างบางให้ขึ้นมานั่งที่ตัก



         “ จูบหน่อย ” ได้ยินแค่นั้น คยองซูก็ตาโตขึ้นกว่าเดิม แต่ก็ต้องยอมทำตามอยู่ดี



         หน้าขึ้นสีระเรื่อเลื่อนเข้ามาใกล้จงอินทีละนิดๆอย่างเชื่องช้า ลมหายใจอุ่นๆรดอยู่ที่ปลายจมูกของจงอิน ไม่นานสัมผัสนิ่มๆที่ปากหนาก็ทำเอาหัวใจจงอินแทบหยุดเต้น



         คยองซูกดจูบลงไปอย่างที่จงอินเคยทำ ไม่ได้จาบจ้วง แต่เป็นเพียงแค่จูบเบาๆ แค่เพียงริมฝีปากสัมผัสกันอย่างเนิ่นนาน



         ปากบางเป็นคนฝ่ายถอนจูบออกก่อน คยองซูเองเริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะละลายหายไปในอากาศเสียให้ได้ จงอินก็อดยิ้มในความน่ารักของคยองซูไม่ได้



         “ คยองซู ”



         “ .... ” ใบหน้าหวานที่เอาแต่ก้มด้วยความเขิน เงยหน้าขึ้นมามองอีกคนตามเสียงเรียก



         “ ช่วยอะไรฉันอย่างนึงได้มั้ย.. ” คยองซูพยักหน้าหงึกๆอย่างไม่รอช้า

 
 


         “ ช่วยเป็นนายแบบของฉัน ”



 




         เช้าวันนี้บรรยากาศดี เหมาะกับการไปถ่ายภาพนอกสถานที่ จงอินพาคยองซูผู้รับบทเป็นนายแบบจำเป็นของช่างภาพออกมาถ่ายรูปยังสถานที่ต่างๆ



         “ คยองซูลองหันข้างดูสิ อา.. แบบนั้นแหละ ” ช่างภาพจงอินกำลังกดชัตเตอร์ถ่ายภาพอย่างแข็งขัน



         ช่วงแรกๆคยองซูเองก็มีเกร็งๆอยู่บ้าง ต้องให้จงอินคอยจัดท่าทางให้ตลอด แต่เมื่อเริ่มปรับตัวได้คยองซูก็เริ่มเรียนรู้และยืนเป็นแบบเท่ๆให้จงอินได้



         “ เยี่ยมมากเลย ขออีกหน่อยนะ ” จงอินยกนิ้วให้คยองซู นายแบบเองก็ยิ้มแฉ่งเมื่อได้ยินคำชม



         คยองซูโพสท่าไปเรื่อยๆ จงอินก็กดถ่ายภาพไม่หยุดหย่อนเช่นกัน รวมถึงเวลาที่คยองซูเผลอด้วย จงอินถ่ายมันเก็บเอาไว้ทั้งหมดนั่นแหละ



         ก็คยองซูน่ะ จะทำอะไรก็น่ารักไปหมด..

 





 

         “ อา.. เสร็จสักที ” จงอินบิดขี้เกียจอย่างเหนื่อยๆ แขนยาวพาดลงบนพนักพิงเก้าอี้ตัวยาว ที่มีคยองซูนั่งอยู่ข้างๆเขา



         มองเผินๆก็ดูเหมือนเขากำลังโอบไหล่คยองซูนั่นแหละ แต่ก็ดูเหมือนว่าคยองซูเองก็จะเออออตามไปด้วย ด้วยการพิงพนักพิงนั้นอย่างเอาใจ




         “ เหนื่อยมั้ย ” คยองซูถามพร้อมยื่นขวดน้ำให้



         มือหนารับมา แต่ยังทันที่คยองซูปล่อยมือออก จมูกโด่งก็กดลงที่ข้างแก้มใสของคนตัวเล็กเสียก่อน



         “ หายเหนื่อยแล้ว ” จงอินยิ้มกว้าง แล้วเปิดขวดน้ำดื่มอย่างสบายใจ



         คยองซูเองก็แทบอยากจะหายตัวไปไหนสักที่ ถ้าเขาทำมันได้ การกระทำของจงอิน มันมีผลต่อเขามาก มันทำให้เขารู้สึกดี



         รู้สึกชอบ หรือที่มนุษย์เรียกกันว่า ความรัก..



         ใช่แล้วคยองซูรับรู้ถึงมัน แม้เขาจะไม่มีหัวใจ



         “ จงอิน ” คยองซูเรียกคนตัวสูง ที่ตอนนี้เอนหัวมาหนุนไหล่เขาเอาไว้


 


         “ เมื่อกี้เขาเรียกว่า หอมแก้ม ” จงอินพูดอย่างรู้ทัน คยองซูเองก็ยิ้มรับกับคำตอบเหมือนเคย


 




         เวลาล่วงเลยมาถึงวันศุกร์สุดสัปดาห์ คงเป็นวันที่หลายๆคนกำลังดีใจ ทั้งเด็กๆที่จะได้หยุดเสาร์อาทิตย์ พนักงานที่จะได้หยุดพักเหนื่อยจากงานที่หนักหน่วงมาตลอดห้าวัน หรือแม้แต่ไอ้เพื่อนผมคนนี้




         “ ว่าไงมึง ไหนงานกูล่ะ ” ชานยอลมาหาจงอินที่คอนโด ตอนนี้ก็ใกล้จะค่ำแล้ว เขาต้องมาเอางานไปตรวจดูและเตรียมพรีเซนต์ในวันจันทร์หน้า



         “ อ่ะเอาไป ” จงอินยื่นซองรูปภาพที่ไปอัดมาเรียบร้อย พร้อมกับแผ่นซีดีที่มีไฟล์รูปอยู่ในนั้น



         “ ฝีมือดีไม่เปลี่ยนเลยนะมึง ” ชานยอลเปิดรูปดูไปมา แต่ก็ไม่วายต้องเอามือมาโยกหัวเพื่อนหยอกตามประสา



         “ แล้วเงินที่เหลือ เดี๋ยวกูโอนกลับไปให้นะ ” จงอินพูด แล้วเปิดรายจ่ายที่ลิสไว้ในโทรศัพท์ให้ดู



         “ ไม่ต้องหรอก กูต่างหากที่ต้องโอนให้มึง ค่าจ้างช่างภาพชื่อดัง .. คราวนี้มึงได้มีงานทำสมใจแน่ ” ชานยอลแกล้งจุ้บรูปภาพพวกนั้น บ่งบอกว่าเขามั่นใจมากว่างานเหล่านี้ เจ้านายจะต้องชอบแน่ๆ



         “ แล้วมึงไปหานายแบบมาจากที่ไหนวะ น่ารักสัดเลย ” ชานยอลพูดพลางชี้ไปในรูป



         “ เอ่อ.. ” จงอินเองก็ไม่รู้จะตอบยังไง จะให้เขาบอกไปว่าเจอในห้องน้ำงั้นเหรอ



         มันก็ไม่ใช่คำตอบที่ดีนักเท่าไหร่หรอก..


 

         “ จงอิน คยองซูหิว.. ” แต่จู่ๆคนตัวเล็กที่นอนหลับอยู่ในห้องก็เปิดประตูออกมา ความแตกจนได้



         “ เฮ้ยหรือว่า.. ไอ้สัด ไม่เบานะมึง ฮ่ะๆ ” ชานยอลยิ้มล้อเพื่อนรัก ก่อนจะยืนขึ้นโค้งให้คยองซู ทำเอาคนที่ยืนอยู่หน้าประตูก็โค้งตอบไปอย่างงงๆ



         “ คยองซู นี่เพื่อนจงอินเอง ชื่อชานยอล .. ไอ้ยอลนี่คยองซู เป็นนายแบบในรูป ” จงอินแนะนำเสร็จสรรพ คยองซูยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ก่อนจะวิ่งเข้าครัวไป



         “ แฟนมึงนี่น่ารักนะเนี่ย ” ชานยอลแกล้งต่อยเบาๆที่แขนเพื่อนรักเป็นเชิงล้อ



         แฟนเหรอ?



         ผมไม่รู้ว่าระหว่างผมกับคยองซูคืออะไร



         แต่แค่มีเขาผมก็สามารถจะเดินต่อไปในทุกๆวันอย่างมีความสุข



         ผมคงจะตกหลุมรักเขาเข้าแล้วล่ะ..



         “ แล้วจะทำไม ” จงอินเริ่มหงุดหงิด เมื่อชานยอลชมคยองซูว่าน่ารัก



         “ อั่นแน่ะๆ มีหึง มีหวง โห่.. ไอ้ดำอินเลิฟ ” ชานยอลหัวเราะร่วน เพราะไม่เคยเห็นอาการแบบนี้ของจงอินมาก่อน สงสัยคนนี้จะรักจริง



         “ เออๆกูไม่แกล้งแล้ว ถ้าเจ้านายก็เห็นชอบยังไง กูจะโทรมาบอกข่าวดีละกันนะ ไปละ.. ” ชานยอลตบบ่า พร้อมเดินออกไป พอดีกับที่สวนกับคยองซูที่ออกมาจากครัวพอดี



         “ จงอินไปนอนกันเถอะ ง่วงอีกแล้ว ” คยองซูดึงมืออีกคนให้ลุกตาม จงอินเองก็เดินตามไปอย่างว่าง่าย



         จงอินทิ้งตัวลงนอนข้างๆคยองซู มือหนาดึงผ้าห่มขึ้นมาถึงประมาณอก มือหนารั้งร่างบางเข้ามากอดไว้แน่น



         หลังของคยองซูแนบติดกับอกอุ่นๆของจงอิน จนไม่เหลือที่ว่างใดๆ แม้แต่อากาศก็ยากที่จะลอดผ่าน



         “ จงอิน ” คยองซูเรียกอีกคนที่ดูเหมือนลมหายใจสม่ำเสมอจะกำลังบอกว่าคนตัวสูงหลับไปแล้ว


 

         “ ถ้าคยองซูไม่ใช่กระดาษ ก็คงจะดีกว่านี้ใช่มั้ย ”






         แสงแดดยามเช้าทอดผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้อง ทำให้คนตัวสูงรู้สึกตัวตื่นขึ้น แต่เมื่อลืมตาขึ้นมากลับไม่พบร่างบางที่มักจะขี้เซาเสมอซะแล้ว




         ความกลัวแล่นเข้ามาในจิตใจของเขา ขายาวรีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำ ห้องครัว ห้องนั่งเล่น แต่ก็ไม่พบใครเลย จงอินมีท่าทีรีบร้อนอย่างเห็นได้ชัด



         โดยที่ไม่ได้สังเกต ว่าตุ๊กตากระดาษคยองซู กำลังรออยู่ที่โต๊ะญี่ปุ่น



         เขาอยากจะเรียกจงอิน แต่ทำไมได้..



         “ คุณเป็นใคร ” จงอินชะงักไป เมื่อกลับไปที่ห้องนอนแล้วเขาพบว่ามีผู้หญิงผมยาว สวมใส่ชุดกระโปรงสีขาวดูหวานและงดงามมาก แต่ที่สำคัญตัวของเธอลอยเหนือพื้นอยู่ เหมือนกับกำลังล่องลอย



         “ ข้าก็คือเจ้าของตุ๊กตากระดาษยังไงล่ะ ” หญิงสาวเพยิดหน้าไปทางโต๊ะญี่ปุ่น และนั่นก็ทำให้จงอินเห็นคยองซูถูกวางอยู่บนโต๊ะ



         “ ทะ..ทำไมเขาถึงกลับไปเป็นอย่างนั้นล่ะครับ ” จงอินเสียงสั่นเครือด้วยความกลัว



         กลัวว่าคยองซูจะจากเขาไป..



         “ นั่นเป็นเพราะความผิดพลาดของเบื้องบนได้ถูกแก้ไขแล้วล่ะสิ ”



         “ คุณพูดอะไร ผมไม่เข้าใจ ” จงอินมีสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก คนตรงหน้าเขาพูดจาแปลกเกินกว่าจะเข้าใจ



         หญิงสาวยิ้มอย่างใจดี เพราะเธออ่านใจของมนุษย์ได้ เธอรู้ว่าชายหนุ่มผิวเข้มคนนี้กำลังรู้สึกรักตุ๊กตากระดาษเข้าเสียแล้ว



         “ หากท่านมีความต้องการให้ตุ๊กตากระดาษตัวนั้นกลับมาเป็นเหมือนเดิม จงตอบคำถามของข้าด้วยความสัจจริง ”



         จงอินพยักหน้ารับข้อเสนอ และเงียบเพื่อตั้งใจฟัง



         “ ระหว่างเป็นมนุษย์ กับ เป็นกระดาษ ท่านจะเลือกอะไร ” จงอินครุ่นคิดอยู่สักครู่ ก่อนจะตอบออกไป



         เขาเลือกคยองซู..



         “ กระดาษครับ ” จงอินตอบเสียงหนักแน่น เรียกร้อยยิ้มได้จากหญิงสาวได้มากทีเดียว



         “ ข้าเข้าใจแล้ว งั้นท่านก็จงเป็นกระดาษอย่างที่ท่านตั้งใจเถิด ” ว่าแล้วหญิงสาวก็ร่ายมนตร์ จนจงอินกลายเป็นตุ๊กตากระดาษ เช่นเดียวกับคยองซู

 


         “ จงอิน ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ ” คยองซูถาม เมื่อเห็นว่าจงอินกลายเป็นตุ๊กตากระดาษ และดำลังก้าวเดินมาอยู่ตรงหน้าเขา



         “ เพราะจงอินรักคยองซูไงครับ ” จงอินตอบอย่างมั่นใจ ตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องคิดหาเหตุผลอะไรให้มากมายแล้ว

 

 




 

จะมีชีวิตดั่งมนุษย์ หรือไม่มีชีวิตดั่งกระดาษ

แต่มีเพียงสิ่งเดียว ที่สามารถเชื่อมหัวใจของทั้งสองสิ่งเข้าด้วยกัน

นั่นคือ ความรัก..



 




         แสงแดดยามเช้าทอดผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้อง ทำให้คนตัวสูงรู้สึกตัวตื่นขึ้น แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบคนที่คุ้นเคย



         คยองซู..



          “ จงอินตื่นได้แล้ว ”


 

         อา.. นี่ผมแค่ฝันไปเหรอเนี่ย







         นายไม่ได้ฝันไปหรอก ทุกอย่างถูกเปลี่ยนแปลงเพราะนาย


         ขอบคุณนะคิมจงอิน ที่มอบชีวิตให้กับฉัน..






 

-

งงกันมั้ยคะ คือจริงๆแล้วจงอินไม่ได้ฝันไป
ที่จงอินเลือกเป็นกระดาษเหมือนคยองซู

เพราะความรักที่หนักแน่นและสัจจริง
เลยทำให้หญิงสาวคนนั้นประทานชีวิตให้คยองซู

ได้เป็นมนุษย์เหมือนจงอิน 



 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ ฟาโอมราออย จากทั้งหมด 16 บทความ

บทวิจารณ์

เขียนบทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

เขียนคำนิยม

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

122 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 19 เมษายน 2558 / 04:24
    น่ารักอ่ะ งืออออ ฟินด้วย นับถือความรักของจงอินจริงๆ
    #122
    0
  2. #121 mamama
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2557 / 21:47
    ปาฎิหารย์ไม่มีจริงเหรือ
    #121
    0

  3. วันที่ 18 ตุลาคม 2557 / 17:43
    เรื่องนี้น่ารักใสๆมากค่ะ บอกเลยว่ายิ้มจนปวดแก้ม
    จงอินต้องดูแลคยองดีๆนะ น่ารักฝุดๆ >♡< !!!!!!!
    #120
    0
  4. วันที่ 13 ตุลาคม 2557 / 00:36
    ฟินเลย
    คยองมีชีวิตแล้ว
    จงอินดูลคยองดีๆ นะ
    สนุกค่ะ
    #119
    0
  5. วันที่ 25 กรกฎาคม 2557 / 17:36
    เป็นฟิคที่น่ารักกกกกมากกกก
    ชอบบมากกค่ะ    ละมุนนนนนนนน
    #118
    0
  6. วันที่ 18 กรกฎาคม 2557 / 20:49
    มาอีกเรื่องแล้วที่จำได้ว่าอ่านไม่ต่ำกว่าล้านรอบ อร๊ายยยยยย

    ฟินตลอด ตลอดดดด น่ารัก น่าชัง หลงในความซื่อและไร้เดียงสาของคยองซูเต็มเปา

    เม้นต์เราโผล่มาอีกละ ฮ่าๆๆๆ ไรท์อย่าพึ่งเบื่อหน้าเราไปนะคะ เห็นเม้นต์เราก็ถือซะว่าเราพึ่งเข้ามาละกัน

    อ่านย้ำๆ ซ้ำๆ ฟินๆกันต่อไป สนุกมากๆค่ะไรท์ อารมณ์ดีสุดๆก่อนนอนเลย 

    รักไรท์นะเคอะ จุ๊บๆ (แบบที่เราทำกับไรท์เรียกว่าดูดปากนะคะ ให้จงอินสอนคยองซูแบบนี้ ฮ่าๆๆๆๆ)
    #117
    0
  7. วันที่ 7 กรกฎาคม 2557 / 20:09
    ฟิน มากกกกกกก คยองน่ารักมาก ค่ะ ถ้าทำเป็นเรื่องยาว จะติดตามแน่นอน ^^
    #116
    0
  8. วันที่ 1 มิถุนายน 2557 / 16:58
    เจ๋งเฟ่อร์ๆๆ T3T ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆน่ารักๆแบบนี้นะคะ ใจหายวาบนึกว่าจะกลายเป็นกระดาษทั้งคู่ซะแล้ว TT เยี่ยมค่ะ ไรต์เตอร์

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 1 มิถุนายน 2557 / 16:59
    #115
    0
  9. วันที่ 5 พฤษภาคม 2557 / 08:29
    อ๊าก เขิน ><
    #114
    0
  10. วันที่ 26 เมษายน 2557 / 02:09
    คยองงงงงงงงงงงงงงงงงงง -/-
    #113
    0
  11. วันที่ 22 เมษายน 2557 / 21:51
    โอ้ยยยยย ฟลินมากมายยยย >///<
    #112
    0
  12. วันที่ 21 เมษายน 2557 / 18:18
    ชอบมว๊ากกกก
    #111
    0
  13. วันที่ 19 เมษายน 2557 / 18:45
    ความรักไม่ได้จำกัดนิยาม
    ฟิน  ความรักของกระดาษ >///<
    #110
    0
  14. วันที่ 15 เมษายน 2557 / 17:47
    น่ารักง่าา>< 
    อยากได้ตุ้กตากระดาษแบบนี้บ้างจางง
    #109
    0
  15. วันที่ 12 เมษายน 2557 / 05:17
    โอ้ยยยย น่ารักมากเลอ เขินๆ
    ตุ๊กตากระดาษต้องน่ารักมากแน่เลอ
    จงอิน กอบโกยมากเลยอ่ะ
    คยองซูคือน่ารัก น่ารักคือคยองซู
    #108
    0
  16. วันที่ 8 เมษายน 2557 / 22:12
    น่ารักกกกกกมากกกกกกก >< จงอินน่ารักกก ยอมเลือกกระดาษเพราะรักคยอง อ้ายย >.< Happy Ending กันไปน่ารักๆ
    #107
    0
  17. วันที่ 27 มีนาคม 2557 / 04:15
    อา ตั้งแต่ที่อ่านฟิคมาน้ะ เรื่องนคร้เป็นเรื่องที่น่ารักมากๆเลยล้ะ -3- ปกติเป็นคยไม่ชอบอ่านฟิคสั้นแต่เรื่องนี้สนุกเป็นบ้าเลย ในหัวมีแต่คำว่าน่ารัก
    #106
    0
  18. วันที่ 17 มีนาคม 2557 / 18:58
    น่ารักจัง ^-^
    #105
    0
  19. วันที่ 7 มีนาคม 2557 / 09:55
    น่ารักมากเลย ไรท์ฟินนนนนน
    #104
    0
  20. #103 nudda555
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2557 / 02:28
    อ่านแล้วเขินอ่ะ 555
    #103
    0
  21. วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2557 / 01:53
    ไรเตอร์ ขาาา เค้าขอยาวๆ 
    มุ้งมิ้ง มุ้งมิ้งมาก -////////-
    #102
    0
  22. วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2557 / 15:33

    เเต่งต่อเลยได้ไหม ??????

    อ้ากกกก  หนูจะเอาฟิคชั่นเเบบนี้ ๆๆๆๆๆ #งอเเง 55555555
    #101
    0
  23. วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557 / 17:24
    โอ้ยยยยยยยย เขินจงอินแทนนุ้งโด้55555 >///////<
    'น่ารัก คืออะไร'
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    'คยองซู' โว้ยยยยยยย แม่เจ้าาาาา ฟินตัวแตกกก >///////<
    #100
    0
  24. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2557 / 14:37
    อ๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

    บอกได้เลยว่า น่ารักที่สุดดดดดด

    ยอมเป็นกระดาษเพื่อคยองซูเลยยยยยยยยยย

    ไคน่ารักที่สุดดดดดดดดดดดดดดด
    #99
    0
  25. #98 เริศมากกกก
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 / 17:42
    โหยยย ตอนจบนี่แบบ ซึ่งอ่ะ

    อยากให้แต่งยาวๆเล้ย ><

    ขอบคุณนะคะ
    #98
    0
พิมพ์เลขที่เห็น

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android