[ EXO ] ILLICIT Couple อุบัติรักมาเฟียเถื่อน <KrisDo>

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 18 Views

  • 2 Comments

  • 6 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    18

    Overall
    18

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ
สวัสดีทุกคนนะคะ นิยายเรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้นแน่นอนถ้าไม่มีกำลังใจจากเพื่อนๆ จากที่ไรท์ห่างหายไปสองปีตอนนี้ไรท์กลับมาแล้วนะคะ ฝากติดตามด้วยค่ะ


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

  ในค่ำคืนที่สูญเสียเสียของรักที่มีค่ามากที่สุดในชีวิต.....หรืออาจจะเทียบเท่าหรือมากกว่าชีวิตของตนก็เป็นได้

สิ่งที่คนตัวเล็ก โดดเดี่ยว อ้างว้าง และไร้ซึ่งการปลอบโยนจากคนที่ตนรัก


และคนที่เห็นใจ สิ่งที่คนตัวเล็ก ตาโต ผิวขาวเนียน ผู้อ้างว้าง และอ่อนแอ


อย่างโดคยองซูจะทำได้ดีที่สุด คือ ร้องไห้และระบายทุกสิ่งที่เป็น


คำพูด คำถาม และคำทักท้วง ทุกอย่างที่มีอยู่ในอกเล็กออกมาเป็นน้ำตา


น้ำตาเท่านั้นที่จะบอกเล่าความรู้สึก เจ็บปวด อ้างว้าง


ของเด็กตัวเล็กที่อ่อนโยนและอ่อนแอคนนี้ได้รับ ความเจ็บปวด


ความเจ็บปวดที่เด็กตัวเล็กผู้โดดเดี่ยวที่พึ่งจะเสียบุพการี


ทั้งสองอันเป็นที่รักเท่าชีวิตของเด็กตัวเล็กไป


มันช่างเจ็บปวดเหลือเกินจนในตอนนี้หัวใจดวงเล็กๆของคนตัวเล็กผู้โดดเดี่ยวแตกสลายจนไม่เหลือชิ้นดี


ถ้าไม่นับว่าก้อนเนื้อที่อยู่ใต้หน้าอกด้านซ้ายของคนตัวเล็กมันยังสูบฉีดเลือดอยู่ก็คงเทียบมันได้เท่ากับก้อนหินที่ผุกร่อนจนแทบจะกลายเป็นเม็ดทรายละเอียดเกินกว่าจะก่อตัวกันได้อีกต่อไปแล้ว


แต่ในมรสุมชีวิตครั้งนี้มันก็ไม่ได้เลวร้ายไปซะทั้งหมดหมด


ถึงแม้ว่าคนตัวเล็กจะเหลือตังจากงานศพของบุพการีทั้งสองไม่ถึง 2,000 วอน


เพราะพรุ่งนี้คนตัวเล็กจะต้องนำไปที่สุสาน


เพื่อฝังศพของบุพการีอันเป็นที่รักทั้งสองคน


แต่สิ่งที่ทำให้คนตัวเล็กมีเรี่ยวแรงพอที่จะหายใจต่อได้ในตอนี้คือ สปิ๊กกี้


สุนัขพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ ขนสีน้ำตาลขาวอมทอง แสนรู้ อารมณ์ดี รักเด็ก


และหวงเจ้าของมากสุนัขตัวนี้พ่อและแม่ของคนตัวเล็กซื้อไว้ให้ลูกชายอันเป็นที่รัก


ในเวลาที่เขาทั้งสองต้องไปทำงานต่างจังหวัด


และเพื่อเป็นเพื่อนรักทักคนตัวเล็กลูกชายของเขาทั้งสอง


แต่เจ้าสปิ๊คกี้ตัวนี้ก็มีข้อเสียของตนตามภาษาสุนัข คือ


เวลาที่เจ้าของลืมให้อาหารเจ้าสปิ๊คกี้ตัวนี้จะกินของจากคนไม่เลือกหนา 

 


“โฮ่ง” สุนัขแสนรู้เห่าเพื่อปลอบคนตัวเล็กด้วยท่าทีที่เป็นห่วง

 


“อึก…ขอบใจน่ะสปิ๊คกี้…อึก…ที่คอบปลอบฉันถ้าไม่มีแกฉันจะอยู่ยังไงในวันแบบนี้” คนตัวเล็กพูดทั้งน้ำตาที่อาบทั้งสองข้างแก้มสีระเรื่อเนียนด้วยสีหน้าที่ที่อารมณ์ตีกันไปหมด

 


       “เอ๊ะ” เสียงของคนตัวเล็กอุทานขึ้นด้วยท่าทีคิดอะไรบางอย่างออก


แต่พ่อกับแม่บอกเราไว้ว่า

 


‘ถึงพ่อกับแม่จะไม่อยู่บนโลกใบนี้แล้ว คยองไม่ต้องกลัวว่า คยองจะลำบากนะลูก’

 


คำที่พ่อกับแม่พูดมันแปลว่าอะไรนะ ?



วันนี้เป็นวันที่คนตัวเล็กต้องไปสุสานเพื่อไปอำลากับร่างที่ไร้วิญญาณของบุพการีอันเป็นที่รักทั้งสอง

   วันนี้คนตัวเล็กตื่นตั้งแต่เช้ามืดเพื่อไปหาร่างไร้วิญญาณของของบุพการีทั้งสองพร้อมกับ สุนัขแสนรู้

  “ไปกันเถอะสปิ๊คกี้อึกเดี๋ยวไม่ทันลาพ่อกับแม่นะ ฝนก็ใกล้จะตกแล้วด้วย และฉันก็อยากจะไปถึงสุสานเป็นคนแรกคนตัวเล็กว่าพรางมองทองฟ้าสีเทาที่ไม่ค่อยเป็นใจนัก แต่มันช่างบันยายความรู้ศึกของคนตัวเล็กได้ดีเสียเหลือเกิน

เร็วเข้าสปิ๊คกี้เดี๋ยวไม่ทันอึกคนตัวเล็กเร่งฝีเท้าอย่างเต็มกำลังเพื่อให้ตนและเพื่อนสุนัขแสรู้ไปถึงสุสานให้เร็วที่สุด

   คนตัวเล็กทั้งวิ่งทั้งน้ำตาเพราะคนตัวเล็กรู้ดีอยู่แกใจว่าในครั้งนี้มันจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วจริงๆ

   ที่ตนจะได้เจอใบหน้าของบุพการีอันเป็นที่รักสุดขั้วหัวใจ ของคนตัวเล็ก

 

   “แฮ่กแฮ่กแฮ่กเสียงคนตัวเล็กหอบกระเส่าด้วยความเหนื่อยล้าที่ใช้แรงเกินตัวตั้งแต่เกิดมานี่เป็นครั้งแรกของเขาที่วิ่งไม่หยุดพักแม้แต่ครั้งเดียว

 

 

 

 

 

 

 

   พรับ!!!

 

 

 

 

 

 

 

   “อึกฮืออึกฮืออึกฮือเมื่อคนตันเล็กได้เห็นร่างไร้วิญญาณของบุคภการีทั้งสองที่นอนแน่นิ่งอย่างสบอยู่

   ทำให้คนตัวเล็กถึงกับทรุดลงไปกองกับพื้นที่สะอาดแต่มันช่างเยือกเย็นเสือเหลือเกินคงเป็นเพราะว่าความเหงาเปล่าเปลี่ยวในใจของคนตัวเล็กทำให้ตอนนี้ความเย็นจากภายนอกปรกคลุมอยู่ภายนอกเริ่มเกาะกินหัวใจดวงน้อยจนแทบจะไม่เหลือความอบอุ่นอยู่แล้วแต่สายฝนก็ช่างกลั่นแกลงเสียเหลือเกินยิ่งคนตัวเล็กร้องไห้ออกมามากแค่ไหนสายฝนก็สาดซัดลงมาแรงไม่แพ้กันแต่ความอบอุ่นที่คุ้นเคยนี่มันช่างดีเสียเหลือเกินความอบอุ่นที่มาจากขนหนาสะอาดนุ่มที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆนี่มันช่วยให้คนตัวเล็กหลุดออกจากความหนาวเหน็ดอันทรมานครั้งนี้ไปได้

 

   “ขอบใจนะ สปิ๊คกี้**อึกอึกที่ยังอยู่กับฉัน

 “โฮ้งเสียงเห่าของสุนัขแสนรู้ดังขึ้นราวกับเขาตั้งใจจะบอกว่าจะอยู่เคียงข้างคนตัวเล็กตลอดไป

 “ขอบใจนะ สปิ๊คกี้ ขอบใจมากจริงๆคนตัวเล็กพรางกอดสุนัขแสนรู้ไว้แน่น

 

   หลังจากที่หยดน้ำใสที่เกาะอยู่บนแก้มเนียนทั้งทั้งสองข้างของคนตัวเล็กเหือดแห้งไปจนหมดสิ้นเหล่าผู้คนในหมู่บ้านที่รู้จักกันจึงข่อยๆทยอยกันมาจนเต็มสุสาน

   แม้ทุกคนที่อยู่ในสุสานแห่งนี้จะไม่ใช่ญาติของคนตัวเล็กเลยแม้แต่เดียวเพราะพ่อและแม่ของคนตัวเล็กต่างเป็นลูกคนเดียวเหมือนกันทั้งสองคน

   แต่ทุกคนต่างรู้จักและรักครอบครัวของคนตัวเล็กพากันรักครอบครัวของคนตัวเล็กมาก

   เพาะครอบครัวของคนตัวเล็กเป็นมิตรกับทุกครอบครับไม่เคยทำเรื่องให้ใครโกรธแค้น

   และมักจะช่วยเหลือครอบครัวของผู้คนเหล่านี้มาตลอดโดยที่ไม่ขอสิ่งใดเป็นของตอบแทน

   ครอบครัวของคนตัวเล็กจึงเป็นที่รักของทุกคนในหมู่บ้าน

 

   “หลับสบายนะ

 

   “ไปหาพระเจ้านะทุกคนต่างพากันอวยพรให้แก่ผู้ล่วงลับทั้งสองที่กำหลังจะเดินทางไปหาพระเจ้าด้วยน้ำเสียงเสร้าโศกเสียใจ

   แต่คนตัวเล็กกับไม่ได้พูดอะไรออกมาเพื่อเป็นการบอกลาผู้เป็นบุพการีทั้งสองที่กำลังจะไปหาพระเจ้าแต่คนตัวเล็กกับกับรีบวิ่งเข้าไปสวมกอดร่างไร้วิญญาณของบุพการีทั้งสองด้วยความรักโดยไม่คิดจะปล่อย

   ด้วยสีหน้าที่บ่งบอกถึงความเศร้าใจอย่างเห็นได้ชัดทำให้ทุกคนที่มาร่วมกันเพื่อส่งผู้ล่วงลับทั้งสองไปหาพระเจ้าน้ำตาซึมไปตามกัน

 

   ถึงแม้คนตัวเล็กอยากจะบอกบุพการีทั้งสองว่าอย่าทิ้งเขาไปอยู่กับคยองซูก่อนแต่เขาก็รู้ดีว่ามันคงเป็นไปไม่ได้จึงได้แต่ปล่อยน้ำตาออกมาแทนคำพูดทุกคำของตน

   สายฝนเริ่มกระหน่ำลงมาหนักขึ้นอีกรอบทั้งๆที่ซาไปแล้วแต่คนตัวเล็กก็เข้าใจดีมันคงกระหน่ำลงมาเพื่อตอกย่ำคนตัวเล็กที่นั่งสวมกอดร่างไร้วิญญาณของบุพการีทั้งสองอย่างไม่คิดที่จะปลอบใจ

 

   “ปล่อยเถอะนะจ๊ะ คยองซูพ่อแม่ของเธอกำลังจะไปหาพระเจ้าแล้วนะอย่าเสียใจไปเลยแม่ชีองค์หนึ่งที่ดูท่าทางใจดีและอบอุ่นเดินมายืนข้างคนตัวเล็กพรางพูดบอกให้คนตัวเล็กทำใจและปล่อยให้ร่างไร้วิญญาณของบุพการีทั้งสองไปหาพระเจ้าแต่คำพูดนั้นกับไม่ได้ทำให้คนตัวเล็กดีขึ้นแต่อย่างใดกลับทำให้คนตัวเล็กร้องไห้หนักขึ้นกว่าเดิม

   คนตัวเล็กไม่ได้ตอบคำที่แม่ชีแน่ะนำแต่อย่าใดแต่ก็ค่อยๆ

   คลายกอดออกจาร่างไร้วิญญาณของบุพการีทั้งสองด้วยท่าที่ดูลำบากใจเป็นอย่างมากก่อนที่จะปล่อยให้คุณลุงในหมู่บ้านทั้งสี่คนนำร่างที่ไร้วิญญาณของบุพการีทั้งสองลงไปในโลงไม้เนื้อหอมชั้นดีที่มีดอกกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์รองเต็มพื้นโลงก่อนที่จะค่อยๆปิดฝาโลงไม้ลงอย่างช้าๆและค่อยๆแบกโลงไม้ที่มีร่างไร้วิญญาณของคนทั้งสองอยู่ภายในลงหลุบดินก่อนที่ทุกคนในสุสานนำดินสอพองมาโรยให้คนทั้งสองที่นอนอยู่ในโลงไม้

   ก่อนที่จะกลบหลุมศพของผู้ล่วงลับทั้งสองจนมิดอย่างสวยงามและจึงนำศิลาที่สลักชื่อของผู้ล่วงลับทั้งสองและบรรจงวางอย่างเบามือจนเข้าที่ทุกคนในสุสานต่างพากันมองคนตัวเล็กที่นั่งคุกเข่าร้องไห้อยู่หน้าหลุมด้วยความสงสาร

    และในตอนนี้เหตุการณ์ที่สงบและเศร้าเคล้าไปด้วยน้ำตากำลังจะเปลี่ยนไปเพราะรถคันสีดำดีไซด์สวยยี่ห้อหรูที่ติดกระจกฟิล์มจนมืดทึบทำให้คนที่อยู่ข้างนอกมองไม่เห็นคนที่นั่งอยู่ภายในรถคันหรูที่มาจอดตั้งแต่คนตัวเล็กมาถึงสุสาน

   แต่ไม่มีใครเดินลงมาจากรถแม้แต่คนเดียว

   แต่ในตอนนี้มีผู้ชายสองคนเดินลงมาจากรถคนแรกเดินตรงเข้าไปหา

   สปิ๊คกี้สุนักแสนรู้ของคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ห่างผู้เป็นเจ้าของประมารหนึ่งเมตรเพราะเจ้าสุนัขแสนรู้คงจะรู้ว่าในเวลานี้เจ้าของคนตัวเล็กคงต้องการอยู่คนเดียว

และเมื่อเวลาผ่านไปสายฝนก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตกและคนตัวเล็กก็เช่นกันไม่มีทีท่าว่าจะหยุดร้องไห้เลยแม้แต่นิดจนในที่สุดก็มีใครคนนึงเดินเข้ามานั่งข้างๆคนตัวเล็กพร้อมกับพุดขึ้นเสียงหงอยๆ

  "คยองหยุดร้องเถอะนะกลับบ้านกัน"เสียงเล็กพูดขึ้น

"ทำไมอะแบคเราทำออะไรผิดทำไมชีวิตเราต้องเจออะไรแบบนี้..อึก"คนตัวเล็กสสะอื้นจนตัวสั่นเมื่อระบายความรูสึกกับแบคฮยอนเพื่อนตัวเล็กของตน

 "คยองไม่ได้ทำอะไรผิดหรอกแต่ตอนนี้มันแค่ถึงเวลาที่พ่อกับแม่ของคยองได้พักผ่อนแล้วแค่นั้นเองแล้วอีกอย่างแบคเชื่อนะว่าท่านทั้งสองต้องคอยองคยองจากข้างบนนั้นย่างแน่นอน"แบคฮยอนพุดพร้อมกับรอยยิ้มบางย่างอบอุ่นมอบให้กับเพื่อนตัวเล็กของตน

  "แต่เราไม่เหลือใครแล้ว"คนตัวเล็กพูดหงอยๆ

  "บ้าคยองก็ยังมีเราไง ตาแล้วก็ยาย ไหนจะสปิ๊กกี้อีก"คนตัวเล็กพูดเสียงใส

  "โฮ่ง!!!"สปิ๊คกี้เฮ่าพร้อมกับวิ่งเข้ามาหาเจ้านาย

  "นั้นไงเจ้าสปิ๊คกี้ยังเห็นด้วยเลย"แบ็คฮยอนพูด

  "นั้นสินะเราลืมไปได้ไง ขอโทษนะ"คยองซูพูด

  "ไม่เป็นไรแต่อย่าลืมอีกนะไม่งั้นเราโกระจริงๆด้วย"แบ็คฮยอนพูดพร้อมกับทำน่ามุ๋ยอย่างไม่จริงจังนัก

  "งั้นกลับกันเถอะ"

  "อื่มตากับยายว่ามีเรื่องจะคุยกับเราด้วยแหละ"แบ็คอยอนบอก

  "เรื่องอะไรหรอ"คยองซูถาม

   "ไม่รู้ดิแต่ดูแล้วจริงจังน่าดู"

ทั้งสองเดินกลับบ้านพร้อมกันโดยที่มีเจ้าสปิ๊คกี้เดินร่วมทางไปด้วยโดยที่ทั้งไม่รู้เลยว่าชีวิตของทั้งสองคนกำลังจะเจจอกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่







 

จบไปแล้วนะคะกับตอนแรก

จากที่ไรท์หายไปสองปีอยากบอกว่ากลับมาเที่ยวนี้จะไม่หายไปอีกแล้ว

ไรท์จะมาอัพอาทิตย์ละสองครั้งแล้วก็ผากติดตามด้วยนะคะ

แล้วตอนหน้าเผ้ดแน่นอนโฮ่ะๆๆๆๆๆๆ^o^!!!!!!!!




ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Sweet13368 จากทั้งหมด 2 บทความ

บทวิจารณ์

เขียนบทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

เขียนคำนิยม

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 19 กันยายน 2559 / 16:07
    ติดตามค่าาา
    #2
    0
  2. วันที่ 19 กันยายน 2559 / 15:25
    มาต่อนะคะนร้าาาาาาาา????
    #1
    0
พิมพ์เลขที่เห็น