|
บทที่1
“จุ๊ๆๆ เจอหน้าก็ให้พรกันเลยหรือ น้องรัก” คามินเอ่ยเย้านัยน์ตาเป็นประกาย ปลายนิ้วสีทองแดงแตะไล้หยอกเอินบนกลีบปากสีเชอร์รี่สดฉ่ำอย่างแสนรัก แต่หยาดน้ำผึ้งกลับปัดกระเด็น
“ให้พรที่ไหน ฉันกำลังแช่งคุณต่างหาก แช่งอยู่ทุกวัน ไม่รู้จักตายสักที” แม้น้ำเสียงที่สวนออกไปจะแข็งกร้าว เย็นชา แต่ด้วยสภาวะจิตใจที่ยังป่วนปั่นเพราะรสชวนฝันของจุมพิตนั้นทำให้คนฟังพอจับอาการสั่นในกระแสเสียงได้
“จะให้ผมตายได้ยังไง” คามินพูดกลั้วหัวเราะพลางโน้มใบหน้าเข้าหาหญิงสาว ลมหายใจอุ่นแผ่วผ่าวเป่ารดนวลแก้ม ก่อนเอ่ยกระเซ้าชิดเนื้อเนียน
“เขาว่าผู้หญิงด่า แปลว่าผู้หญิงรัก ยิ่งแช่งชัก ยิ่งแปลว่ารักมาก คุณรักผมถึงขนาดแช่งกันทุกวันอย่างนี้ ถ้าผมตายคุณก็เสียใจแย่สิ”
หยาดน้ำผึ้งกระถดตัวหนีจนแผ่นหลังชนประตู ในขณะที่ใบหน้าคร้ามคมก้มตามติด สุดท้ายเมื่อเห็นว่าหนีไม่พ้นแน่ จึงเชิดหน้าเถียงกลับบ้าง
“ใครว่าฉันรักคุณ ฉันเกลียดคุณต่างหาก เกลียดอย่างที่ไม่เคยเกลียดใคร ถ้าคุณตายเมื่อไหร่ ฉันจะดีใจ...” ไม่รอให้แม่น้องน้อยพูดจบ คามินก็จัดการประทับจูบเข้าที่นวลแก้มทั้งสองข้าง และตบท้ายด้วยการซ้ำเบาๆบนเรียวปากงาม เล่นเอาเจ้าตัวถึงกับนั่งกลอกลูกตาเพราะไปต่อไม่ถูก
“เดี๋ยวเถอะไอ้บ้าคราม ลวนลามฉันอีกแล้วนะ แบบนี้แหละ ฉันถึงกะ...” หยาดน้ำผึ้งหลับตาแน่น คำว่าเกลียดถูกกลืนหายเข้าไปในอกเมื่อริมฝีปากเจ้าชู้ทำท่าจะฉกวูบลงมาที่ตำแหน่งเดิมอีกรอบ ทว่าคราวนี้คามินไม่กดจุมพิตลงไปอย่างที่นึกกลัว กลับเคลียจมูกเล่นล้อกับจมูกโด่งสวยของเธอแทน
“คุณไม่ได้เกลียดผม หยาดน้ำผึ้ง คุณไม่เคยเกลียดผมเลย ลองฟังเสียงหัวใจคุณดูสิ ได้ยินไหม ว่าหัวใจคุณกำลังบอกรักผม รัก รัก รัก น้ำผึ้งรักพี่ครามสุดหัวใจ”
เสียงห้าวลึกกังวานหวานคล้ายมีมนต์สะกด กล่อมให้คนฟังเคลิบเคลิ้มคล้อยตาม หยาดน้ำผึ้งเกือบจะปล่อยใจให้เต้นไปตามคำรักของเขาแล้ว หากทิฐิและความเจ็บแค้นกลับมีอำนาจเหนือกว่า
“ไม่จริง ฉันไม่ได้รักคุณ ไม่เคยรัก แล้วก็ไม่คิดที่จะรักด้วย” หญิงสาวตะโกนสุดเสียง มือเล็กๆผลักร่างสูงใหญ่ออกสุดแรงแต่ไร้ผล คามินยังคงกอดรัดเธอแนบแน่นอยู่เช่นเดิม ซ้ำร้ายยังจูบย้ำหนักๆที่เรียวปากช่างเจรจาอย่างมันเขี้ยว
“แหม เสียแรงไปเรียนถึงเมืองนอกเมืองนา ไม่มีใครสอนหรือจ๊ะว่าอย่าพูดอย่างนี้กับคู่หมั้นตัวเอง ฟังแล้วไม่น่ารักเลยนะ...ฮันนี่” แม้น้ำเสียงและท่าทางจะดูเหมือนเล่น ทว่าแววตานั้นเข้มลึกจริงจัง ดวงหน้างามล้ำแย้มยิ้มน้อยๆคล้ายจะสำนึกผิด และไม่ทันที่คามินจะคาดคิด หมัดลุ่นๆก็เหวี่ยงเข้าเต็มแนวกราม
“หายหัวไปห้าปี ยังมีหน้ามาบอกว่าฉันเป็นคู่หมั้นอีกหรือ ไอ้บ้าครามคนเห็นแก่ตัว”
แม้จะไม่ถึงกับเลือดตกยางออก แต่แรงปะทะก็ทำให้ใบหน้าสะบัดหัน คามินขยับคอเล็กน้อยเพื่อคลายอาการเคล็ด ก่อนหัวเราะเสียงกระหึ่มในลำคออย่างอารมณ์ดี
“เอ๊า ก็เห็นประกาศปาวๆว่าไม่รัก ไม่สนใจ ก็เลยไม่ติดต่อไป ใครจะไปรู้ล่ะ ว่ามีคนแถวนี้เขาแอบคิดถึง” ชายหนุ่มพูดกลั้วหัวเราะ เพราะเขาและคุณไกรยศเห็นตรงกัน ว่าควรให้หยาดน้ำผึ้งทุ่มเทความสนใจกับการศึกษาเล่าเรียน จึงไม่อยากเอาเรื่องหมั้นหมายไปเร่งรัด รบกวนให้เธอต้องอึดอัดใจ
ดังนั้น สิ่งเดียวที่คามินทำได้ตลอดห้าปีที่ผ่านมาคือ เฝ้ารออย่างอดทน และคอยดูแลช่วยเหลืออยู่ห่างๆ ปล่อยให้คู่หมั้นสาวใช้ชีวิตนักศึกษาอย่างอิสระในมหานครลอนดอนจนพอใจ ให้เธอได้สนุกสนานกับการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ชีวิตอย่างเต็มที่ ก่อนจะต้องกลับมาเข้าพิธีแต่งงานเพื่อเป็นภรรยาของเขาโดยสมบูรณ์
“ไม่ได้คิดถึง แต่ฉันกำลังจะบอกว่า ที่ผ่านมาฉันอยู่ตัวคนเดียว ไม่เคยมีใคร เพราะฉะนั้นคุณไม่มีสิทธิ์มาอ้างตัวว่าเป็นคู่หมั้นฉัน ฉันไม่เคยตกลงหมั้นกับคุณ รู้ไว้ด้วย ปล่อย”
หยาดน้ำผึ้งผลักชายหนุ่มออกอีกครั้ง แต่กลับถูกคว้าข้อมือขาวนวลไว้มั่น ดวงตาคมกล้าตวัดมองนิ้วเรียวสวยซึ่งปราศจากแหวนตีตราแล้วเหยียดยิ้มอย่างรู้ทัน ก่อนเอ่ยเสียงเย็น
“เด็กหนอเด็ก คิดหรือว่าแค่ถอดแหวนออก แล้วจะทำให้ตัวเองหมดพันธะได้ จะบอกอะไรให้นะ ว่าเราสองคนเกิดมาเพื่อเป็นของกันและกัน ต่อให้ไม่มีแหวนหมั้นผูกพันเอาไว้ ทั้งตัวและหัวใจของคุณก็ไม่มีวันเป็นอิสระจากผมได้หรอก”
คามินพูดเนิบนาบ แต่เต็มไปด้วยความยโสอวดดีอย่างที่สุด เรียวปากสากระคายจูบไล้อ้อยอิ่งไปตามปลายนิ้วบอบบางทีละนิ้ว...ทีละนิ้ว ตอกย้ำทุกรอยสัมผัสเพื่อพันธนาการหญิงสาวไว้แนบหัวใจ เชื่อมรัดร้อยแน่นตราบชั่วนิรันดร์
“คุณคิดไปเองน่ะสิ”
หยาดน้ำผึ้งกระชากมือออกสุดแรง จนปลายเล็บเผลอข่วนเข้าที่ใบหน้าคร้ามคม หน้าสวยเผือดสีไปนิดหนึ่งเมื่อเห็นรอยเลือดจางๆซึมตัดกับผิวสีเข้ม แต่เพราะทิฐิจึงเชิดหน้าเอ่ยต่อ
“ตัวของฉัน หัวใจของฉัน มีแต่ฉันเท่านั้นที่เป็นเจ้าของ ใครหน้าใครก็ไม่มีสิทธิ์มาครอบครองทั้งนั้น ถ้าฉันไม่ต้องการ” เสียงหวานพร่าแผ่วเพราะไม่อาจปฏิเสธความจริงในหัวใจได้ เวลาที่ผ่านมาคือเครื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดี ว่าเธอไม่อาจหนีพ้นจากอำนาจเขา
คามิน ไพรีภิมุกข์ คนบ้าระห่ำผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นคู่หมั้นของเธอ
“ฮ่ะๆ เก่งดีนี่ สมกับเป็นคุณหนูหยาดน้ำผึ้ง ไอ้เรื่องปากไม่ตรงกับใจนี่เก่งนักล่ะ ไม่เป็นไร เรายังมีเวลาอีกทั้งชีวิตที่จะพิสูจน์กัน แหวนหมั้นของผมอยู่ไหน ใส่เอาไว้ ถึงเวลาที่คุณควรจะบอกคนอื่นได้สักที ว่าคุณมีเจ้าของแล้ว”
เป็นครั้งแรกที่สาวแสบแบบหยาดน้ำผึ้งอยากจะร้องไห้ออกมาอย่างหมดหนทาง ให้ตายสิ คามินช่างเป็นผู้ชายที่เข้าใจอะไรยากที่สุดในโลก นอกจากจะบ้าระห่ำอย่างคิดไม่ถึงแล้ว ยังมุทะลุดุดันไม่มีใครเกิน ลองมีสิ่งใดเป็นที่หมายตา เขาจะเหมือนกระทิงบ้าที่พร้อมพุ่งเข้าชน โดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมใดๆทั้งสิ้น แล้วแบบนี้เธอรอดพ้นเงื้อมมือเขาได้อย่างไร
“ไม่ใส่ ฉันไม่ใช่แม่วัวของคุณนะ ถึงจะได้มาใส่ห่วงแสดงความเป็นเจ้าของได้น่ะ” คุณหนูจอมเหวี่ยงเถียงแบบพาลๆ ไม่สงสัยเลย ว่าทำไมเขาถึงเลี้ยงวัวเป็นฟาร์มได้ ก็เพราะนิสัยเหมือนวัวบ้าอย่างนี้เอง
“ก็เพราะไม่ใช่แม่วัว แต่จะเป็นแม่ของลูกผม ถึงต้องให้ใส่แหวนไว้ กันหมาตัวไหนมันคาบไปกิน แหวนอยู่ไหนล่ะ ผมจะใส่ให้”
คามินนิ่ง รอ แววตานั้นบอกชัดว่าเธอต้องใส่...แต่เรื่องอะไรเธอจะยอมทำตาม หน้าสวยจึงสะบัดตอบอย่างไม่ยี่หระ
“ไม่รู้ แหวนเพชรเม็ดกะจิดริดอย่างนั้น ทำหล่นลงชักโครกตอนไหนใครจะไปรู้ตัวกันล่ะ เชิญคุณไปหาแม่พันธุ์เอาที่อื่นเถอะ”
หยาดน้ำผึ้งยกมือปัดผมอย่างแสนเชิด ทำเหมือนไม่สน แต่ในใจเต้นแรงรัว
ตาวัวบ้าขี้ตู่ คิดจะให้เธอเป็นแม่ของลูก เคยถามเธอสักคำแล้วหรือยัง
“ผมจะถามเป็นครั้งสุดท้ายนะหยาดน้ำผึ้ง แหวนหมั้นอยู่ไหน” น้ำเสียงรื่นรมย์เริ่มทอดต่ำลงอีกนิด เป็นสัญญาณที่คนใกล้ชิดรู้กันดีว่าต้องรีบเผ่น แต่ไม่ใช่กับหยาดน้ำผึ้ง คนที่ถึงแม้จะหวั่น แต่ก็ขอสั่นสู้
“ก็บอกแล้วไง ว่าทำตกชักโครกไปแล้ว อยากได้ก็ไปงมหาเองสิ คุณไม่ได้สำคัญกับฉันถึงขนาดต้องเก็บแหวนไว้ดูต่างหน้าสักหน่อย” นัยน์ตาท้าทายไหววูบช้าๆเมื่อเห็นชายหนุ่มจุดยิ้มที่มุมปากอย่างสมใจ และทันใดนั้นเอง...
“ว้าย” เสียงใสหวีดร้องลั่นเมื่อถูกเขารั้งร่างขึ้นไปนั่งเกยบนตัก คามินพลิกร่างอิ่มอุ่นลงไปตรึงกับเบาะรวดเร็ว ก่อนโถมร่างกำยำของตัวเองกดทับไว้อีกชั้นหนึ่ง
“โอ๊ย เจ็บนะ จะเอาอะไรนักหนา กะอีแค่แหวนวงเดียว เพชรก็เล็กกว่าแหวนใส่เล่นทุกวงของฉันเสียอีก” คุณหนูสุดมั่นเถียงกลับแบบไม่เต็มเสียง หัวใจเต้นรัวไม่เป็นส่ำยามผิวเนื้ออ่อนใสเสียดสีไปกับผิวกายร้อนระอุ อุณหภูมิในรถเพิ่มสูงขึ้นตามการหอบหายใจของสองหนุ่มสาวที่ประสานสายตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร ก่อนจะเป็นฝ่ายหญิงที่หลุบตาลงต่ำ เมื่อแววตาคู่นั้นพราวประกายกรุ้มกริ่มอย่างรู้ทัน
“เสียใจด้วยนะคนสวย ปากกรรไกรของคุณทำอะไรผมไม่ได้หรอก ในเมื่อคุณทำแหวนหมั้นหายไปแล้วก็ช่างปะไร เพราะถึงยังไงผมก็มีวิธีบอกให้คนอื่นรู้ ว่าคุณเป็นผู้หญิงของผมได้อยู่ดี”
คามินโน้มหน้าผากแตะชนกับหน้าผากนวลเนียนเล่นอย่างไม่สะทกสะท้าน ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นอาจจะถอดใจเพราะคำพูดเย็นชา ไร้เยื่อใยของหญิงสาว แต่ไม่ใช่กับเขา คนที่ตั้งใจแน่วแน่แล้วว่า ถ้าไม่ได้ ไม่กลับ ดังนั้นชายหนุ่มจึงมีภูมิคุ้มกันความร้ายกาจของคู่หมั้นคนสวยมากกว่าคนอื่นๆ
“จะทำอะไรของคุณน่ะ อย่านะ ฉันสู้จริงๆด้วย” หยาดน้ำผึ้งขู่เสียงสั่น ทรวงอกอวบสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ เพิ่งจะรู้ตัว ว่าตนเองตกเป็นรองเขาทุกทาง นอกจากร่างกายจะถูกตรึงให้แนบชิดกับเขาในเบาะรถอันแสนคับแคบแล้ว บรรยากาศลานจอดรถที่อยู่ก็ยังเงียบสงัด ไร้ผู้คน เป็นใจให้เขารังแกเธอเสียเหลือเกิน
ชายหนุ่มไม่ตอบ แต่เบือนสายตาไปที่ซอกคอขาวสะอาดอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะนาบริมฝีปากรุมร้อนลงไปดูดเม้มหนักหน่วงจนขึ้นรอยแดง
“ชอบไหม วิธีหมั้นแบบใหม่ของผม รับรองไม่มีวันหล่นหายอีกแน่”
ดวงตาระยับจับจ้องที่รอยจุมพิตน่ารักบนเรือนผิวผุดผาดอย่างภูมิอกภูมิใจ และบรรจงทำเหมือนเดิมซ้ำอีกครั้งที่หัวไหล่เปล่าเปลือย เรื่อยลงมาถึงข้อมือผ่องระเรื่อ ดั่งจะฝากฝังหัวใจไว้แนบนวลเนื้ออุ่นละมุน
“พะ...พอแล้ว ฉะ...ฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าแหวนหมั้นอยู่ที่ไหน” หยาดน้ำผึ้งร้องห้ามเสียงหลงเมื่อเขาทำท่าจะแนบเคล้าริมฝีปากกับเนินอกอิ่มสล้าง เล่นหมั้นแบบลึกซึ้งถึงเนื้อถึงตัวเสียขนาดนี้ มันจะแตกต่างกับแต่งเลยตรงไหนกัน
“ไหนว่าทำหล่นลงชักโครกไปแล้วไง” คามินแสร้งเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ รู้อยู่แล้วว่าเธอไม่ได้ทำแหวนหายไปไหน แต่แค่อยากจะดัดนิสัยให้คนปากแข็งยอมแพ้ใจตัวเอง
ดวงตาคมหวานสะบัดค้อนอย่างขุ่นเคือง แล้วค่อยๆปลดผ้าพันคอออก เผยให้เห็นแหวนเพชรน้ำงามร้อยสร้อยส่องประกายอยู่ท่ามกลางเนินทรวงอ่อนนุ่ม อวดความเจิดจรัสให้คนใส่ต้องเจ็บใจทุกคราวที่เจอ
แหวน...ที่เธอไม่เคยยินดีรับ แต่จะทิ้งก็ทิ้งไม่ลงเพราะกลัวใจคนให้ คามินยิ่งบ้าดีเดือดไม่เหมือนใครอยู่ด้วย
“ใจจริงก็ว่าจะโยนทิ้งไปแล้วเหมือนกัน แต่เก็บเอาไว้ เผื่อใช้เวลาไม่มีเศษเงินทำบุญให้ขอทาน” เธอตอบอย่างไว้เชิงแต่คนฟังกลับทำหูทวนลมเสีย โถ แถไปได้ข้างๆคูๆนะแม่คุณ สีข้างถลอกเลือดซิบแล้วไหมนั่น
คามินจุมพิตแผ่วเบาตรงเรือนแหวน แล้วเรื่อยเลยไปหยุดที่ใจกลางทรวงอกงามด้วยกิริยาทะนุถนอมอ่อนโยน เรียกเสียงประท้วงออดๆจากกลีบปากสีทับทิม
“มีแหวนแล้ว เลิกจูบเสียทีสิ”
“อันนี้แถมให้...สำหรับคนน่ารัก”
หน้าหวานขึ้นสีระเรื่อ มึนแล้วมึนอีกกับลีลาคารมของคนช่างอ้อน ที่หาเรื่องรังแกเธอได้ตลอด คงเพราะคามินมีสาลิกาลิ้นทองอย่างนี้ พ่อเธอถึงได้หลงเคลิ้ม หมายมั่นปั้นมือให้เขาเป็นเขยขวัญนัก
ใบหน้าดุเข้มอมยิ้มทะเล้นแล้วต้องรีบเบี่ยงตัวหลบฝ่ามืออรหันต์ ก่อนรีบเปลี่ยนเรื่องเมื่อดวงตากลมโตเริ่มเขียวเรืองขึ้นทีละน้อย
“ค่าของแหวนหมั้นไม่ได้อยู่ที่ราคาหรือเพชรที่ประดับ แต่อยู่ที่ความจริงใจของคนให้ แหวนวงนี้ใช้แทนความจริงใจทั้งหมดของผม ยืนยันว่าผมจริงจังกับคุณจริงๆ ผมต้องการเป็นสามีของคุณให้เร็วที่สุดนะหยาดน้ำผึ้ง”
หยาดน้ำผึ้งนิ่งฟังตาปริบๆขณะปล่อยให้ปลดแหวนออกจากสร้อย แล้วสวมสอดเข้าที่นิ้วนางซ้ายอย่างเบามือ แหม อะไรจะจริงใจและจริงจังขนาดนั้น เล่นบอกกันตรงๆง่ายๆอย่างนี้เลยหรือ ช่างลูกทุ่งสมกับเป็นหนุ่มบ้านไร่ดีแท้
“ไอ้ครามบ้า ได้คืบจะเอาศอก หมั้นกันไม่ทันไรก็จะเป็นสามีแล้วหรือ ฉันยังไม่ได้ตกลงปลงใจกับคุณสักคำเลยนะ” เธอแหวแก้เกี้ยว หากยิ่งทำให้คามินยิ้มกว้างทั้งปากทั้งตา จมูกช่างอ้อนสูดกลิ่นหอมจากแก้มนวลฟอดใหญ่จนหญิงสาวค้อนควัก
“ชื่นใจ ในที่สุดคุณก็ยอมรับว่าเป็นคู่หมั้นผมสักที” หยาดน้ำผึ้งเผลอยกมือปิดปากเพิ่งรู้ว่าตนเองพลาดไปถนัดใจ ก่อนใบหน้าสวยใสจะปึ่งงอนมากขึ้นเมื่อได้ยินเขาเอ่ยประโยคถัดมา
“ส่วนไอ้เรื่องที่จะยอมรับว่าผมเป็นสามี ก็คงไม่นานหลังจากนี้นักหรอก”
“ไม่เอาแล้ว ยิ่งพูดก็ยิ่งเหลวไหล ฉันเหนื่อย อยากกลับบ้าน รีบพาฉันกลับบ้านเดี๋ยวนี้เลย” พอรู้ตัวว่าสู้ไม่ได้ คุณหนูเกเรก็ล้มกระดานมันเสียดื้อๆ เพราะกลัวจะโดนลูกบ้าของเขาหลอกล่อจนติดกับ เผลอหลวมตัวยินยอมให้เขาลากไปเป็นภรรยาแต่โดยดี
“ฮ่ะๆ ได้สิจ๊ะ กลับก็กลับ สำหรับคู่หมั้นสุดที่รัก ผมยินดีบริการเต็มที่อยู่แล้ว” คามินเอ่ยพร้อมรอยยิ้มพราย แววตาเต็มไปความเอ็นดูฉายชัดขณะมองดวงหน้างอง้ำไม่ได้ดั่งใจของคนรักสาว หยาดน้ำผึ้งของเขาทั้งขี้ใจน้อยและแสนงอนแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร เขาจึงไม่เคยคิดถือสาในกิริยาดื้อแพ่งแบบเด็กๆของเจ้าหล่อน
นี่แหละหนา รักเด็กก็ต้องทำใจ ใครใช้ให้เขาอยากมีเมียเด็กกันล่ะ
ร่างน้อยถูกช้อนอุ้มลอยหวือมาวางบนเบาะข้างๆไม่ต่างจากขนนกแสนเบา ก่อนที่เขาจะจัดการคาดเข็มขัด สตาร์ทรถ เปิดแอร์ และปรับไปทางหญิงสาวอย่างเอาใจ เสียงเพลงสากลไพเราะบ่งบอกรสนิยมคนฟังดังแผ่วซึ้ง แต่หยาดน้ำผึ้งกลับไม่รู้สึกรื่นรมย์ไปกับมันแม้แต่น้อย
คามินผิวปากคลอไปตามจังหวะเพลงด้วยอารมณ์อิ่มเอมในใจ แต่ยิ่งทำให้คนข้างๆหมั่นไส้หนัก ผู้ชายอะไรอารมณ์แปรปรวนเสียยิ่งกว่าผู้หญิงมีประจำเดือนยังอาย ดูเอาเถอะ ทีอย่างนี้ล่ะทำเป็นมีความสุขนักหนา ทั้งที่เมื่อครู่ยังทำท่าจะเค้นคอเธออยู่แท้ๆ
ดวงตาสีนิลพราวลอบชำเลืองใบหน้าบึ้งๆเชิดๆ ชวนให้ปรารถนาของคู่หมั้นแสนงอนบ่อยครั้งด้วยยังไม่หายคิดถึง เพียงแค่ได้อยู่ใกล้ ได้เห็นหน้า ได้ประวาจา หัวใจที่เคยอ่อนล้าก็กลับกระชุ่มกระชวยขึ้นอย่างประหลาด จนไม่อยากให้เธอคลาดห่างไปไหนแม้สักเสี้ยวอึดใจ
“มองอะไร ขับรถไปสิ หน้าฉันไม่ใช่ถนนนะ” เสียงแว้ดๆลอยมาตามลม เพราะนึกเขินกับสายตาคมวาวที่เคลือบด้วยความหลงใหลจนรู้สึกได้ คล้ายต้องการจะปอกเปลือกแล้วกลืนกินเธอเข้าไปทั้งเนื้อทั้งตัวก็ไม่ปาน
“คิดถึง”
เสียงทุ้มหวานแต่ตรงไปตรงมาของคามินทำเอาหยาดน้ำผึ้งเหวอจัด ไม่ใช่ว่าไม่เคยถูกจีบ งานพร็อมต์ทุกปีเธอมีหนุ่มๆมาขอเต้นรำด้วยเป็นสิบ แต่ละคนต่างป้อนคำหวานเลิศเลอ ปรนเปรอเอาใจเธอสารพัด ทว่าไม่เคยเจอใครคนไหนจะพูดโต้งๆ ไร้ความโรแมนติกแบบเขาเลยสักคน
แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ชัดเจน ตรงใจ ไม่ต้องเสียเวลาตีความ
นึกมาถึงตรงนี้หญิงสาวก็สะดุ้ง นี่เธอเห็นดีเห็นงามไปกับเขาได้อย่างไร...ใจแข็งไว้สิ ใจแข็งเข้าไว้ จำไม่ได้แล้วหรือว่าเขาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีเธอเพียงไร
คิดจะหมั้นก็หมั้น คิดจะหายก็หาย โผล่มาอีกทีก็บอกว่าจะแต่งงาน นี่เขาเห็นเธอเป็นตุ๊กตา ไม่มีชีวิตจิตใจหรืออย่างไร ถึงคิดจะคว้ามาปู้ยี่ปู้ยำตามใจตัวเองได้ง่ายดายอย่างนั้น
“คิดว่าฉันจะเชื่อหรือ คอยดูเถอะ ฉันจะฟ้องพ่อให้หมดเลย ว่าคุณรังแกฉันยังไงบ้าง” เสียงใสยกที่พึ่งสุดท้ายขึ้นมาอ้าง ถ้าพ่อรู้ว่าคามินไม่ให้เกียรติเธอ ก็เท่ากับเขาจงใจหยามเกียรติพ่อด้วย คราวนี้ตำแหน่งหลานชายผู้แสนดีคงต้องมีอันหลุดลอยไปในพริบตา
“เชิญเลยจ้ะ แล้วอย่าลืมบอกคุณอาไกรยศให้หมดด้วยล่ะ ว่าผมจูบคุณตรงไหนบ้าง ท่านจะได้เร่งให้เราสองคนแต่งงานกันเร็วขึ้นไง” เขายักคิ้วให้อย่างน่ารัก ก่อนจะหันไปฮัมเพลงต่ออย่างมีความสุข หยาดน้ำผึ้งทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน เจริญพรไปตามเรื่อง
ให้มันได้อย่างนี้สิคู่หมั้นฉัน นอกจากจะเลี้ยงวัวแล้ว หนังหน้ายังหนาเหมือนหนังวัวหนังควายอีกด้วย
ดวงหน้างามล้ำเมินมองไปนอกกระจก เลือกตอบโต้โดยการนิ่งเฉย ไม่พูด ไม่สนใจ ทำราวกับเขาไม่มีตัวตน อยากรู้นักว่าคนหน้าทนจะหาลูกไม้อะไรมาอ้อนเธออีก
คามินมองกิริยามึนตึงบึ้งโกรธของคนข้างกายแล้วส่ายหน้ายิ้มๆ แล้วอาศัยช่วงเวลาที่รถติดไฟแดง เอื้อมมือไปค้นบางสิ่งบางอย่างจากเบาะหลังนำมายื่นให้หญิงสาว
“ยินดีต้อนรับกลับบ้านเราจ้ะ...ยอดรัก” หยาดน้ำผึ้งผินใบหน้ากลับมาตามเสียงอบอุ่นอ่อนหวานนั่น ก่อนจะชะงักไปนิดเมื่อเห็นสิ่งที่เขาถืออยู่ในมือ
ตุ๊กตาลูกตาล!
ของเล่นพื้นบ้านสมัยเด็กที่เธอโปรดนักหนา เพราะถูกใจในความตลกน่ารักและรูปแบบไม่ซ้ำใครของมัน จำได้ว่าทุกครั้งที่เธอโกรธเขา คามินมักไปหาลูกตาลที่ยีเนื้อทำขนมหมดแล้วมาทำเป็นตุ๊กตางอนง้อ จนเธอลืมบรรดาของเล่นราคาแพงไปเลย
หยาดน้ำผึ้งเผลอขยับรอยยิ้ม แววตาตื่นเต้นเป็นประกายยามได้สัมผัสอีกส่วนของความทรงจำ เสียงใสหลุดหัวเราะเบาๆกับความน่าเอ็นดูไม่เคยเปลี่ยนของตุ๊กตาตัวน้อย ซึ่งบัดนี้ถูกวาดหน้าตาและตัดแต่งทรงผมให้สวยเปรี้ยวตามสมัยนิยม ก่อนจะรู้สึกตัวเมื่อสบเข้ากับสีหน้าเปี่ยมสุขของคนให้
“ฉันไม่ใช่เด็กเล็กๆนะ ถึงจะได้ชอบเล่นตุ๊กตา” เธอวางมาดรักษาฟอร์ม คามินฟังแล้วพยักหน้าหงึกหงัก แต่นัยน์ตาทอแววขบขันรู้ทัน ขับให้วงหน้าดุดันนั้นน่ารักน่ามอง
“จ้ะ เชื่อ เชื่อแล้วครับผม”
“เอ๊ะ ไม่ตลกนะ บอกว่าไม่ชอบก็ไม่ชอบสิ” คามินยังคงพยักหน้าล้อเลียน รอยยิ้มซุกซนระบายเต็มใบหน้าจนดูเหมือนเด็กหนุ่มช่างแกล้งมากกว่านายเหนือหัวแห่งไร่อัคราผู้น่าเกรงขาม หยาดน้ำผึ้งเห็นแล้วขัดใจนักจึงบิดหูหมับเข้าให้อย่างเหลืออด
“โอ๊ยๆๆ เจ็บนะหยาดน้ำผึ้ง มาลงไม้ลงมือกับว่าที่สามีตัวเองแบบนี้ได้ยังไง” มือใหญ่คลำใบหูป้อยๆยามถูกนิ้วน้อยหนีบเสียแน่น หลังกกหูตลอดจนใบหน้าคมเข้มเริ่มเป็นสีแดงจัดเพราะถูกแม่ยอดรักเล่นงานจุดอ่อนสำคัญ หยาดน้ำผึ้งเป็นคนเดียวที่รู้ว่าเขามีจุดอ่อนตรงใบหู ถ้าโดนจู่โจมเมื่อใดเป็นต้องตัวอ่อน ขนลุกเกรียว ขยับหมัดไม่ออกทุกที
“เจ็บสิดี เผื่อจะได้เลิกปากเสียกับเขาบ้าง แล้วนี่อะไร” เธอหยุดเพื่อพินิจใบหน้าคมคายใกล้ๆ ก่อนเบ้หน้าเมื่อเห็นความรกเรื้อบนนั้น
“หน้าตาเนื้อตัว เละเทะอย่างกับไปฟัดกับใครที่ไหนมา แล้วดูหนวดเคราผมเผ้าซินั่น สกปรกรกรุงรังที่สุด ห้าปีมานี่เคยใส่ใจดูแลตัวเองบ้างไหม สภาพเหมือนโจรหนีคดีออกอย่างนี้ ใครจะแต่งงานด้วยลง”
หยาดน้ำผึ้งใส่เป็นชุด สายใยแห่งความผูกพันซึ่งฝังรากลึกมาตั้งแต่เยาว์วัยทำให้เธอไม่อาจทำหมางเมินต่อเขาได้ แม้จะห่างเหินกันมานานนับสิบปีแล้วก็ตามที
“ก็มันไม่มีเวลา” คนตัวโตแก้ตัวอุบอิบ เหมือนเด็กชายเล็กๆแอบทำเรื่องเล่นซน ผิดกับคามินผู้แข็งกร้าวราวฟ้ากับดิน
“ไม่มีเวลา หึ ข้ออ้างของคนสิ้นคิดน่ะสิ กะอีแค่ดูแลตัวเองให้สะอาดสะอ้าน มันจะต้องใช้เวลาสักเท่าไหร่กันเชียว รู้ไหม ว่าหมักหมมอย่างนี้มันจะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค อยากป่วยตายก่อนได้ใช้เงินหรือไง” แม้คำพูดจะออกแนวประชดประชัน แต่ความนัยนั้นแฝงไปด้วยความห่วงใย จำได้ว่าเมื่อห้าปีก่อนนั้น เขาดูดีกว่านี้มากมายเลยนี่นา
ดูดีถึงขนาดเขย่าหัวใจสาวน้อยให้หลุดลอยเพียงได้พบหน้า ก่อนจะดิ่งวูบเพียงชั่วพริบตาเมื่อเจอเขาบุกจู่โจมเข้าหมั้นหมายถึงหน้าเตียงนอน!
ใครจะไปคิดกัน ว่าแท้จริงแล้วเจ้าชายในฝันที่ปรากฏตรงหน้าจะเป็นซาตานจำแลง ใช้อำนาจบีบคั้น ทึกทักจับเธอหมั้นโดยไม่คิดจะถามความสมัครใจของเธอแม้แต่นิดเดียว
ถ้าหากไม่ได้เห็นกับตา เธอจะไม่เชื่อเด็ดขาด ว่าคนบ้าหน้าด้าน สุดแสนจะเอาแต่ใจคนนี้ จะเป็นคนเดียวกับพี่คราม พี่ชายผู้แสนดีในวัยเด็กของเธอ
คามินทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมเหมือนเด็กถูกแม่ดุอยู่สักพัก ก่อนจะยิ้มกว้างเมื่อเข้าใจในความหวังดีที่เธอส่งมา และไม่รอให้คู่หมั้นเจ้าระเบียบเฉ่งต่อ ชายหนุ่มก็จัดการฉกจุมพิตปิดปากรวดเร็วด้วยหัวใจพองโต
“ทำไงได้ล่ะ ผมมันอยู่ตัวคนเดียว ไม่มีเมียคอยดูแล รอก็แต่คนใจแข็งแถวนี้ เมื่อไหร่จะใจอ่อนยอมแต่งงานไปดูแลผมสักทีก็ไม่รู้”
หยาดน้ำผึ้งหน้าแดงจัดเมื่อเจอลูกตื๊อของคนหน้าเข้ม เอากับพ่อเจ้าประคุณเขาสิ เล่นขยันหยอดได้ทุกที่ ทุกเวลา ยิ่งกว่าบริการขายตรงส่งถึงบ้านเสียอีก
“ฝันไปเถอะ มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก” หญิงสาวตัดบทด้วยการคว้าปลั๊กมาอุดหู เพราะกลัวความหวั่นไหวในหัวใจตัวเอง ความรักของคามินรุนแรงและอันตรายเกินกว่าที่เธอหรือใครจะต้านทานไหว ดังนั้นเธอควรหาทางอยู่ห่างเขาไว้ ก่อนจะปล่อยตัวปล่อยใจศิโรราบแทบเท้าเขาอย่างน่าเวทนา
“แล้วเรามาลองดูกัน เผอิญผมมันชอบทำฝันให้เป็นจริงซะด้วยสิ” เจ้าของไร่อัคราทิ้งท้ายอย่างมั่นใจ เขาจะต้องทนเหนื่อยฝันอยู่อีกทำไม ในเมื่อความเป็นจริงอยู่ใกล้แค่เอื้อมนี้เอง
***********************
“อะไรนะคะ หมายความว่าพ่อร่วมมือกับไอ้...” หยาดน้ำผึ้งหยุดกลืนน้ำลายเมื่อเห็นสายตาตำหนิของผู้เป็นพ่อ คุณไกรยศรักและตามใจเธอมากก็จริงอยู่ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะยอมให้เธอแสดงกิริยาวาจาก้าวร้าวต่อหน้าท่านได้ “เอ้อ...คุณคามิน รู้เห็นให้เขาบุกมาหมั้นน้ำผึ้งอย่างนั้นหรือ”
“พ่อกับคุณลุงคมตกลงกันไว้นานแล้ว ว่าจะให้หนูกับครามแต่งงานกันเมื่อถึงเวลา หมั้นกันไว้ก่อนไปก็เหมาะสมดีนี่จ๊ะลูก” คุณไกรยศอธิบายอย่างใจเย็น จึงได้เห็นลูกสาวสุดที่รักสำแดงฤทธิ์
“เหมาะสมหรือคะ” คุณหนูคนงามถามเสียงสูง ตามด้วยการปิดหนังสือในมือดังปั้บ ร่างปราดเปรียวเปลี่ยนจากนั่งไขว่ห้างมายืดตัวตรง กรีดเสียงถามอีกเมื่อยังไม่ได้คำตอบ
“เหมาะสมยังไง พ่อใช้อะไรตัดสินคะ น้ำผึ้งนะคะที่ต้องเป็นคนหมั้นคนแต่ง ไม่ใช่พ่อกับคุณลุงคม พ่อมีสิทธิ์อะไรมาตัดสินใจแทนน้ำผึ้ง”
“สิทธิ์ที่พ่อเป็นพ่อของหนูไง หยาดน้ำผึ้ง พ่อมีสิทธิ์ที่จะเลือกคนที่พ่อเห็นว่าดีที่สุดให้กับหนู วันข้างหน้าถ้าพ่อจากไป พ่อจะได้วางใจ ว่าเขาสามารถดูแลลูกของพ่อได้จริงๆ”
“แต่น้ำผึ้งไม่แต่งค่ะ น้ำผึ้งจะไม่มีวันแต่งงานกับนายครามของพ่อเพราะเหตุผลแค่นี้แน่” เสียงหวานยืนกรานปฏิเสธ นึกเคืองชายหนุ่มเจ้าของบทสนทนาขึ้นมาอีก โทษฐานที่เป็นสาเหตุให้พ่อบังคับ
เธอ
“น้ำผึ้ง หนูฟังพ่อนะ อนาคตข้างหน้าอันตรายมากกว่าที่หนูคิด มีแค่ครามคนเดียวเท่านั้นที่แข็งแกร่งพอจะปกป้องลูกสาวของพ่อได้ พ่อแน่ใจนะลูก ว่าเขาคือคนที่รักและหวังดีกับหนูจริงๆ”
ดวงตาสีเข้มมองลูกสาวคนเดียวด้วยแววกังวล ถนนสีอำพันเต็มไปด้วยเสือ สิงห์ กระทิง แรด แต่ละคนเขี้ยวโง้งยาวลากดิน หากไม่มีมือที่ทรงพลังคอยประคับประคอง หญิงสาวอ่อนต่อโลกเช่นหยาดน้ำผึ้งคงไม่อาจเอาตัวรอดจากกลโกงเหล่านั้นได้แน่
ท่าทีดื้อรั้นอ่อนลงเมื่อรับรู้ถึงความห่วงใยจากผู้บังเกิดเกล้า เธอพอทราบมาบ้าง ว่าธุรกิจผลิตสุราของพ่อมีการแข่งขันค่อนข้างรุนแรง แม้แต่ภายในบริษัทก็แก่งแย่งแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันให้มั่ว แต่จะให้เธอกลัวตั้งแต่ยังไม่ทันได้ลงสนามสู้ มันก็ออกจะดูถูกกันเกินไป
“ดูพ่อจะเชื่อมั่นกับว่าที่ลูกเขยคนนี้เสียจริงนะคะ” ปากอิ่มเม้มยื่นน่าเอ็นดู ขวางหูขวางตานักที่ใครต่อใครในบ้านพากันชื่นชมคามินไม่ขาดปาก มิน่าล่ะ...อีตานั่นถึงได้ลำพองใจนักหนา ว่าจะสามารถบงการชีวิตเธอได้ตามต้องการ
“ทุกครั้งที่บริษัทมีปัญหา พ่อก็ได้เขานี่แหละคอยช่วย ไม่อย่างนั้นคงแย่ไปเหมือนกัน ครามเขาเป็นคนเก่งมากนะลูก ถึงได้ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย ถ้าหนูแต่งงานกับเขา หนูจะมีคู่คิดที่น่าอิจฉาที่สุดเลยรู้ไหม”
คิ้วสวยขมวดมุ่น ดวงตากลอกไปมาอย่างใช้ความคิด พ่อหนอพ่อ เข้าข้างกันเข้าไป เสียทีมีลูกสาวสวย จะหวงเหมือนคนอื่นเขาหน่อยก็ไม่ได้ มันน่าน้อยใจเหลือเกิน
“น้ำผึ้งอยากทำงานค่ะ” เสียงหวานโพล่งขึ้นหลังจากนิ่งเงียบอยู่นานนับนาที แผนการเจ้าเล่ห์ผุด
ขึ้นในใจเป็นฉากๆ ถึงชีวิตการทำงานจะไม่น่าพิสมัย แต่อย่างไรก็ยังเสี่ยงน้อยกว่าการแต่งงานกับคามิน
“หืม อะไรนะ ลูกอยากทำงานหรือน้ำผึ้ง นี่พ่อหูฝาดไปหรือเปล่าเนี่ย” คุณไกรยศมองลูกสาวคนเดียวอย่างไม่เชื่อสายตา ทั้งที่ก่อนหน้านี้ท่านพยายามโน้มน้าวสารพัดเธอก็ไม่สนใจ แต่เหตุใดเพียง
แค่เท้าเหยียบแผ่นดินไทย ถึงเปลี่ยนใจได้ง่ายดาย
“ไม่ผิดหรอกค่ะพ่อ น้ำผึ้งอยากทำงาน จะได้พิสูจน์ตัวเองให้ใครๆเห็นไงคะ ว่าคนอย่างหยาดน้ำผึ้ง เพชรภินันท์ ไม่ได้เกิดมามีดีแค่สวยกับรวยอย่างเดียว” คุณหนูคนงามนั่งไขว่ห้างจิบน้ำองุ่นผสมเชอร์รี่อย่างสบายอารมณ์โดยมีพนักงานจากร้านสปาคอยทำสีเล็บให้ไปด้วย
“บอกพ่อมาดีกว่าว่าหนูมีแผนอะไรอยู่ในใจหรือเปล่า ทุกทีหนูไม่เคยเห็นกระตือรือร้นอยากช่วยงานพ่อถึงขนาดนี้เลยนี่” คุณไกรยศหรี่ตามองลูกสาวคนโปรดอย่างรู้นิสัย หยาดน้ำผึ้งฉลาดและเจ้าเล่ห์ นี่คงกำลังคิดใช้ปลาเล็กตกปลาใหญ่อยู่เป็นแน่
“ก็ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ พ่ออยากให้น้ำผึ้งทำ น้ำผึ้งก็ทำ มันเป็นสิ่งที่น้ำผึ้งควรทำไม่ใช่หรือคะ ตำแหน่งไหนก็ได้ค่ะ แล้วแต่พ่อจะเห็นสมควร น้ำผึ้งพร้อมเริ่มงานเดือนหน้านี้เลย” เธอตอบเรียบเรื่อย จนผู้เป็นพ่อจำนนด้วยเหตุผล แม้ในใจจะคลางแคลงอยู่มากก็ตามที
“ก็ได้จ้ะ ถ้าหนูต้องการอย่างนั้นจริงๆ พ่อจะให้เจ้าลพมันหาตำแหน่งเหมาะๆให้ ว่าแต่เรื่องแต่งงานของหนูกับคราม....” เสียงกระแทกแก้วดังบาดหูจนคุณไกรยศสะดุ้ง หยาดน้ำผึ้งพยักหน้าให้คนในห้องออกไป ก่อนเข้าไปเกาะแขนบิดาอย่างประจบประแจง
“น้ำผึ้งว่าเร็วเกินไปที่เราจะพูดเรื่องแต่งงานนะคะพ่อ ชีวิตการทำงานของน้ำผึ้งเพิ่งจะเริ่ม น้ำผึ้งอยากทุ่มเทเวลาให้กับมัน ยังไม่เหมาะมั้งคะที่จะให้น้ำผึ้งมีครอบครัวตอนนี้” แม่มดน้อยแย้งอย่างชาญฉลาด หากเธอตีโพยตีพาย อาละวาดฟาดงวงฟาดงา ก็เข้าทางให้พ่อกับคามินลากเธอไปเข้าพิธีแต่งงานเท่านั้นเอง
คุณไกรยศเพิ่งรู้ตัวว่าหลงกลแม่ตัวแสบเข้าให้แล้วได้แต่ถอนหายใจ เอาเถอะ ดีเหมือนกัน ลองให้หยาดน้ำผึ้งเผชิญปัญหาและอุปสรรคด้วยตัวเองดูบ้าง ยัยหนูของท่านจะได้รู้จักคุณค่าของการมีชีวิตมากขึ้น
“หนูกำลังจะบอกพ่อว่า จะรอให้งานที่บริษัทเรียบร้อยก่อนใช่ไหม แล้วถึงค่อยคิดเรื่องแต่งงาน” หน้าสวยหวานยิ้มรับเริงร่า...รอไปเถอะตาวัวบ้าคามิน เพราะงานที่เธอรับผิดชอบมันจะไม่มีวันเสร็จเรียบร้อยอย่างแน่นอน
“ถูกที่สุดค่ะพ่อ ไม่ใช่เฉพาะแค่เรื่องแต่งนะคะ ช่วงที่น้ำผึ้งกำลังศึกษางาน น้ำผึ้งก็ไม่อยากมีใครมากวนใจ หวังว่าหลานครามคนเก่งของพ่อจะเข้าใจนะคะ”
หยาดน้ำผึ้งเอาตัวรอดไปข้างๆคูๆ ในระหว่างที่ยังไม่รู้ว่าอนาคตจะเอาอย่างไรกันแน่ ขอแค่กันคามินออกห่างให้ได้ก่อนเป็นพอ
****************************

Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone และ Android Phoneเตรียมพบกับ Dek-D Writer App เวอร์ชั่น iPad / Android Tablet เร็วๆนี้ ฟรี!
|